การพัฒนาคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตุลาคม 2566 ณัฐสิทธิ์ วงศ์พบโชค ไพบูลย์ จะตี อรวรรณ กันทรากรดุษฎี
บทที่ 1 บทนำ ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคา-มีนาคม 2566 ว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทย จำนวน 6.5 ล้านคน-ครั้ง รายได้จากการท่องเที่ยว 334,701 ล้านบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนติด 1 ใน 5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สืบเนื่องมาจาก“ตลาดจีน” โดยทางการจีนอนุญาตให้ นักท่องเที่ยวจีนเดินทางต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 (TAT REVIEW: 2566) สอดคล้องกับนายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงาน เชียงราย กล่าวว่า การเติบโตของนักท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายในปี 2566 คาดว่าจะมีการเติบโต เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2565 ที่มีมากกว่า 4 ล้านคน ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนที่มีการเดินทางมาทางอากาศเชื่อมโยง จากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และการ เดินทางเข้ามาทางบกผ่านด่านพรมแดนเชียงของ เพิ่มขึ้นในอนาคต และจะสามารถสร้างการเติบโต ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวมของเชียงรายต่อไป (Chiangraifocus ,2566) ภายหลังจากการประกาศเปิดประเทศอย่างเป็นทางการของจีน จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้น ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมเองจะต้องเตรียมความพร้อมในการปรับรูปแบบการ ดำเนินธุรกิจ นำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนธุรกิจเพื่อแข่งขันและเจาะตลาดจีน มีการพัฒนาสินค้าและ บริการให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างจุดแข็งให้แก่สินค้าไทย (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, 2566) จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การเข้ามาชาวจีนหลังสถานการณ์โควิดมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เรื่อยๆ ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆเกิดความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจจีน ซึ่ง ธุรกิจซื้อ-ขายรถมือสองเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสจะเติบโตสูงมาก สอดคล้องกับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ยอดขายรถยนต์มือสองในปีนี้อาจเติบโตประมาณ 3-5% หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 6-7 แสนคัน และจะทำให้แนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองในระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2565 มีโอกาส ขยายตัวเป็นบวกที่ 5-7% จากฐานสินเชื่อประมาณ 3 แสนล้านบาทอีกด้วย (K WEALTH,2565) มร.คัทซึชิ โนมูระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี-กัลลิเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจ รถมือสองอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเชื่อมั่นต่อตลาดรถมือสองในภาคเหนือว่ามีศักยภาพใน การเติบโตสูง ทั้งนี้เพราะจังหวัดภาคเหนือถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ซึ่งรายได้จาก การท่องเที่ยวจะกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้าภาคเหนือได้เป็นอย่างดี
หลังจากประเทศไทยเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา ทำให้ภาพรวมของธุรกิจรถยนต์มือสองของจังหวัดเชียงรายเป็นไปใน ทิศทางเชิงบวก โดยเฉพาะร้านซื้อขายรถยนต์มือสองในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย คุณธีรวัฒน์ บุญแสง ประธานบริษัทโฟวิลออโต้คาร์4x4 by โยรัชดา ซึ่งเป็นผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสอง รายใหญ่ของจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมายอดขายสูงขึ้นกว่า 30% มีชาวจีนเข้า ติดต่อเข้ามาซื้อรถมือสองของทางร้านจำนวนมาก รวมถึงร้านที่เป็นพันธมิตรมีผลประกอบการเป็นที่ น่าพอใจ และในไตรมาส 3-4 คาดการณ์ว่าจะมียอดขายที่สูงขึ้น (ธีรวัฒน์ บุญแสง,สัมภาษณ์:2566) จากการลงพื้นวิจัย พบว่า ถึงแม้ว่าสถานการณ์ภาพรวมการซื้อขายรถยนต์มือสองจะค่อนข้าง ดีแต่หนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้การซื้อ-ขายติดขัดหรือเกิดปัญหาคือการสื่อสารภาษาจีนระหว่างพนักงาน ขายและลูกค้าชาวจีน หลายครั้งเป็นเพราะการสื่อสารผิดพลาดทำให้ไม่สามารถปิดการขายได้ หรือทำ ให้การเจรจาเกิดความล้าช้าและยุ่งยาก (คุณไทนี่, สัมภาษณ์:2566) กรณีที่ลูกค้าชาวจีนพาล่ามมาด้วย ซึ่งไม่ใช้ทางร้านจัดเตรียม ทางร้านก็มิอาจทราบได้ว่าการแปลข้อมูลของล่ามจะครบถ้วนสมบูรณ์ตาม ความต้องการของผู้ประกอบการหรือไม่ (คุณจันทร์,สัมภาษณ์:2566) ผู้ประกอบการและพนักงานขาย รถยนต์มือสอง ต่างมีความเห็นว่า หากมีการพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อใช้ในการทำงานสำหรับ พนักงานขายโดยตรงจะค่อยๆช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ และเชื่อว่าหากสื่อสารภาษาจีนตั้งแต่ กระบวนการเปิดการขายจนถึงการปิดการขายได้จะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าทั้งด้านการ ให้บริการและการให้ข้อมูล (คุณพลอย,สัมภาษณ์:2566) จากการสำรวจ ผู้วิจัยยังพบว่า คู่มือหรือหนังสือเล่มเล็กเกี่ยวกับการสนทนาภาษาจีนเพื่อใช้ ในธุรกิจบริการ จะเน้นเนื้อหาด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านนวด โรงพยาบาล ร้านขายยา ฟิตเนส ร้านซักผ้า ร้านทำผม ธนาคาร บริษัททัวร์ สนามบิน บริษัททนายหน้าขายบ้าน ไปรษณีย์ ร้านรถยนต์ ฯ แต่ยังไม่พบคู่มือที่เกี่ยวกับธุรกิจการซื้อขายรถยนต์มือสองโดยตรง ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาการพัฒนาคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือ สองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้นที่ ใช้ในการทำงานให้กับพนักงานขาย และเป็นส่วนช่วยหนึ่งในการยกระดับการบริการด้านภาษาของ พนักงานขายให้ตรงตามความต้องการของตลาดชาวจีนในปัจจุบัน วัตถุประสงค์การวิจัย 1. ศึกษาปัญหาและความต้องการการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขต เทศบาลตำบลบ้านดู่จังหวัดเชียงราย 2. จัดทำคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัด เชียงราย
ขอบเขตการวิจัย 1.ขอบเขตด้านพื้นที่ ผู้วิจัยศึกษาร้านรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัด เชียงรายประกอบด้วย มีจำนวน 6 ร้าน ประกอบไปด้วย ร้านโฟวิลออโต้คาร์ 4X4 by โยรัชดา, ร้าน ชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย, ร้านแม่ยาวยูสด์คาร์ 4X4, ร้านรถยนต์มือสองเชียงราย สินทรัพย์นคร, ร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ, ร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย 2. ขอบเขตด้านเนื้อหา ผู้วิจัยศึกษาเฉพาะภาษาจีนที่พนักงานขายรถยนต์มือสองในเขต เทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย ใช้ในบริบทการทำงาน 3. ขอบเขตขั้นตอนการพัฒนาคู่มือ ผู้วิจัยการวิจัยประยุกต์ใช้แนวคิด ADDIE Model ซึ่งคู่มือ ที่ได้จากการวิจัยนี้ถูกสร้างขึ้นจาก (1) ขั้นตอนการวิเคราะห์ (Analysis) (2) ขั้นตอนการออกแบบ (Design) (3) ขั้นตอนการพัฒนา (Development) และ (4) ขั้นตอนการประเมินผล (Evaluation) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.ได้ทราบปัญหาการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 2.ได้ทราบความต้องการการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบล บ้านดู่จังหวัดเชียงราย 3.ได้คู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่จังหวัด เชียงราย นิยามศัพท์เฉพาะ 1. คู่มือภาษาจีน หมายถึง คู่มือที่ใช้พัฒนาทักษะการสื่อสารการพูด และการฟังเบื้องต้น สำหรับพนักงานร้านตัดผมบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ที่มีเนื้อหาและการฝึกที่เหมาะสมและ สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปของผู้เรียน 2.พนักงานขายรถยนต์มือสอง หมายถึง พนักงานขายประจำร้านโฟวิลออโต้คาร์4X4 by โย รัชดา ร้านชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย ร้านแม่ยาวยูสด์คาร์ 4X4 ร้านรถยนต์มือสอง เชียงราย สินทรัพย์นคร ร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ และร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย ซึ่งเป็นร้าน รถยนต์มือสองที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย
บทที่2 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง การพัฒนาคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาล ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย ได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) ข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย (2) การออกแบบและพัฒนาสื่อ ตามรูปแบบ ADDIE Model (3) หลักการสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (4) หลักเกณฑ์การ ถ่ายทอดเสียงภาษาจีนกลางด้วยอักษรไทย (5) การเรียนรู้ในผู้ใหญ่ (Adult Learning) และ(6) งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับร้านขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 1. ข้อมูลสภาพทั่วไปเกี่ยวกับร้านขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ ร้านขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย ที่ปรากฏบน Google Maps มีจำนวนทั้งหมด 19 ร้าน แต่จากการสืบค้นข้อมูลจากทางออนไลน์และลงพื้นที่พบว่ามีร้านที่ เปิดบริการจริง และมีความน่าเชื่อถือเพียง 6 ร้าน ประกอบไปด้วย ร้านโฟวิลออโต้คาร์ 4X4 by โยรัช ดา ร้านชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย ร้านแม่ยาวยูสด์คาร์ 4X4 ร้านรถยนต์มือสอง เชียงราย สินทรัพย์นคร ร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ และร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย 1.1 ร้านโฟวิลออโต้คาร์ 4X4 by โยรัชดา ตั้งอยู่ที่ 802 หมู่ที่ 1 บ้านหัวแคร่ 643 ถ. พหลโยธิน ตำบล บ้านดู่อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 57100 เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08:00-17:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ ภาพที่ 1 ภาพร้านโฟวิลออโต้คาร์ 4X4 by โยรัชดา ที่มา: https://www.facebook.com/4WDAUTOCAR/?locale=th_TH
1.2 ร้านชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย ตั้งอยู่ที่ ตำบล บ้านดู่ อำเภอเมือง เชียงราย เชียงราย 57100 เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08:00-17:00 น. หยุดทุกวัน อาทิตย์ ภาพที่ 2 ภาพร้านชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย ที่มา: https://www.facebook.com/K0815946409/?locale=th_TH 1.3 ร้านแม่ยาวยูสด์คาร์4X4 ตั้งอยู่ที่ 19 หมู่ที่ 1 ถ. พหลโยธิน ตำบล บ้านดู่ อำเภอเมือง เชียงราย เชียงราย 57100 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:00-18:00 น. ภาพที่ 3 ภาพร้านแม่ยาวยูสด์คาร์4X4 ที่มา: https://www.facebook.com/profile.php?id=100063559051953
1.4 ร้านรถยนต์มือสองเชียงราย สินทรัพย์นคร ตั้งอยู่ที่ 21 ถนน พหลโยธิน ตำบล บ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 57100 เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08:00-17:00 น. หยุด ทุกวันอาทิตย์ ภาพที่ 4 ภาพร้านรถยนต์มือสองเชียงราย สินทรัพย์นคร ที่มา: https://www.facebook.com/usedcarchiangrai 1.5 ร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ ตั้งอยู่ที่ 374 1 ตำบล บ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย 57100 เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08:00-17:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์ ภาพที่ 5 ภาพร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ ที่มา: https://www.facebook.com/CRwatchara/?locale=th_TH
1.6 ร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย ตั้งอยู่ที่ 7 หมู่ 1 ตำบล บ้านดู่ เมือง เชียงราย 57100 เปิด ให้บริการทุกวัน เวลา 08:30-17:30 น. ภาพที่ 6 ภาพร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย ที่มา: https://www.facebook.com/EMMIKA.CAR.CR/?locale=th_TH 2. ข้อมูลการให้บริการของร้านร้านขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ ร้านโฟวิลออโต้คาร์ 4X4 by โยรัชดา มีบริการขายรถยี่ห้อโตโยต้า และฟอร์ด รถกระบะแคป เกียร์กระปุก และเกียร์ออโต้รุ่นวีโก้รุ่นรีโว่ ประเภทโฟวิล 4X4 รถกระบะ 4 ประตู เกียร์กระปุก และเกียร์ออโต้รุ่นวีโก้รุ่นรีโว่ ประเภทโฟวิล 4X4 รถกระบะ 4 ประตู เกียร์กระปุก และเกียร์ออโต้รุ่นฟอร์ดเรนเจอร์ ประเภทโฟวิล 4X4 ร้านชาญยุทธยูสคาร์ – รถยนต์มือสองเชียงราย มีบริการขายรถยี่ห้อโตโยต้า นิสสัน ฟอร์ด อีซุซุซูซูกิมิตซูบิชิฮอนด้า มาสด้า Toyota Vios กระบะสวย 4 ประตูauto Toyota Revo Toyota Vigo TRD 4 ประตู Toyota Yaris Ativ Nissan Almera Ecocar Nissan Mach Nissan Teana Ford Ranger wild trak 4x4 Ford Fiesta Isuzu Dmax 4 ประตู Isuzu Hilander 4 ประตู Suzuki Swift Suzuki Carry Mitsubishi Mirage
Mitsibishi Attrage Mitsubishi Pajero Honda City Honda Brio Ecacar Honda jazz Honda CR-V 2.0 E 4WD 2013 SUV Honda Civic Honda HRV Mazda2 Mazda 3 Sky Activ ร้านแม่ยาวยูสด์คาร์ 4X4 มีบริการขายรถยี่ห้อโตโยต้า นิสสัน ฟอร์ด มิตซูบิชิฮอนด้า มาสด้า TOYOTA YARIS ATIV 1.2 ENTRY เกียร์ออโต้AT Toyota Revo 4x4 2.4E TOYOTA HILUX REVO 2.8 HIGH 4WD 4x4 ปี2022/2565 เกียร์ธรรมดา MT TOYOTA HILUX REVO 2.4J PRERUNNER ตัวสูง ปี2019 เกียร์ธรรมดาMT TOYOTA HILUX REVO 2.8 HIGH 4WD 4x4 ปี2021/2564 เกียร์ธรรมดา MT TOYOTA VIOS 1.5J ปี2016 เกียร์ออโต้AT TOYOTA HILUX REVO 2.4MID 4WD 4x4 ปี2021/2564 เกียร์ธรรมดาMT 4 ประตู TOYOTA HILUX REVO 2.8 4WD 4x4 ROCCO ปี2019/2562 เกียร์ธรรมดา MT TOYOTA HILUX REVO 2.4E PLUS 4WD 4x4 ปี2019เกียร์ธรรมดาMT TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5E ปี2006 เกียร์ธรรมดาMT NISSAN MARCH 1.2E CVT เกียร์ออโต้VCT ปี2013 NISSAN NOTE 1.2VL ปี2017 เกียร์ออโต้AT FORD RANGER 2.2 XLS HI-RIDER ปี2016/2559 ตัวสูงเกียร์ธรรมดาMT MITSUBISHI ATTRAGE 1.2GLX CVTเกียร์ออโต้ปี2017 HONDA CITY 1.5S ปี2010/2018 เกียร์ออโต้AT HONDA MOBILIO 1.5V ปี2015 เกียร์ออโต้AT MAZDA 2 SKYACTIV G 1.3 HIGH CONNECT ปี2017 เกียร์ออโต้AT MAZDA 2 SKYACTIV G 1.3 HIGH PLUS ปี2016 เกียร์ออโต้6AT MAZDA 2 ELEGANCE MAXX 1.5 ปี2014 MAZDA 2 SKYACTIV G 1.3 HIGH CONNECT ปี2019 เกียร์ออโต้6AT
Mazda BT 50 PRO 2.2 Cab Hi-racer สีขาว ปี2555 เกียร์ธรรมดา MAZDA BT-50 PRO 2.2 HI-RACER ปี2019 เกียร์ธรรมดาMT MAZDA 2 SKYACTIV 1.3 HIGH PLUS ปี2017 เกียร์ออโต้AT ร้านรถยนต์มือสองเชียงราย สินทรัพย์นคร Honda Newcity เกียร์AUTO Honda City Zx เกียร์ออโต้ HondaJazz2009 เกียร์ออโต้ Mazda 2 ระบบเกียร์auto รุ่นปี2012 Suzuki Swift Suzuki Carry Mitsubishi Mirage Mitsibishi Attrage Mitsubishi Pajero Honda City Honda Brio Ecacar Honda jazz Honda CR-V 2.0 E 4WD 2013 SUV Honda Civic Honda HRV Mazda2 Mazda 3 Sky Activ ร้านรถมือสองเชียงรายวัชระ มีบริการขายรถยี่ห้อโตโยต้า นิสสัน อีซุซุซูซูกิมิตซูบิชิฮอนด้า มาสด้า Toyota Vigo 4×4 ระบบเกียร์M/T Toyota Revo 4×4 “—“ Toyotavios ระบบเกียร์ธรรมดา Toyota yaris Hatchback ระบบเกียร์AUTO Toyota Champ 3.0 4×4 ระบบเกียร์M/T Toyota Hilux Vigo 3.0VN Tubo 4×4 ระบบเกียร์AUTO TOYOTA TRD 3.0 4 WDตัวท๊อป เกียร์ออโต้ Nissan navara king cab ระบบเกียร์ธรรมดา ปี2559/2016 Nissan mach ระบบเกียร์AUTO ISUZU Hilender cab ระบบเกียร์ธรรมดา/M/T ISUZU MU 7 เกียร์ออโต้
SUZUKI Swift GL เกียร์ออโต้ Mitsubishi Mirage ระบบ เกียร์ออโต้ MITSUBISHI Pajero Sport 2.5 SUV AT Honda Newcity เกียร์AUTO Honda City Zx เกียร์ออโต้ HondaJazz2009 เกียร์ออโต้ Mazda 2 ระบบเกียร์auto รุ่นปี2012 ร้านรถมือสอง 4X4 เชียงราย มีบริการขายรถยี่ห้อโตโยต้า นิสสัน ฟอร์ด อีซุซุ Toyota vigo champ 4x4 3.0G เกียร์ธรรมดา 5MT Toyota Revo 4x4 2.8 High เกียร์ธรรมดา 6MT Toyota Revo Rocco 4x4 2.8 เกียร์ออโต้ Nissan Navara Np300 4x4เกียร์ธรรมดา Ford ranger 2.2 XLT Hi-Rider เกียร์ออโต้ Isuzu Dmax Vcross เกียร์ธรรมดา แนวคิดเกี่ยวกับการขายรถยนต์ sales100million (2561) เทคนิคในการเป็นสุดยอดเซลล์ขายรถ มีอยู่ 9 ข้อ ดังนี้ (1) ให้การต้อนรับและบริการลูกค้าทุกระดับให้น่าประทับใจ จงตัดเรื่องปัจจัยภายนอกของลูกค้าออกไปเลย ปัจจัยภายนอกก็คือ การแต่งกาย บุคลิก ภาพลักษณ์ต่างๆ ซึ่งเปรียบเสมือน “ภาพลวงตา” สำหรับเซลล์อ่อนหัดที่คิดไปเองว่าคนที่มีปัญญาซื้อ รถ โดยเฉพาะรถหรูนั้นจะต้องเป็นคนแต่งตัวดี ถือกระเป๋าแบรนด์เนม ใส่นาฬิกาหรู ฯลฯ อะไรทำนอง นี้ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าคนที่เดินมาดูรถหรือด้อมๆ มองๆ รถอยู่นั้น เขาอาจจะแต่งตัวบ้านๆ ดูไม่มี เงิน แต่จริงๆ แล้วเขาอาจจะมีเงินมากกว่าคนที่แต่งตัวดีและ “มีความต้องการซื้อ” อยู่ในใจลึกๆ ก็ได้ สิ่งที่คุณควรทำคือการเข้าไปบริการพวกเขาด้วยความเป็นกันเอง แม้แต่เด็กนักศึกษาหรืออาแปะแก่ๆ ที่ดูทรงแล้ว พวกเขาอาจจะไม่มีปัญญาซื้อแหงๆ คุณก็ ต้องบริการพวกเขาด้วยมาตรฐานเดียวกันกับการบริการลูกค้าเศรษฐีที่ซื้อรถคุณไปแล้ว พวกเขา เหล่านี้ไม่มีเงินและไม่มีอำนาจตัดสินใจซื้อก็จริง แต่อย่าลืมว่าพวกเขายังมี“พ่อแม่” ที่มีเงินและพร้อม ซื้อหลังจากได้รับ “เสียงรบเร้า” จากพวกเขา ผลก็คือคุณอาจจะได้ลูกค้าโดยหวังผลไปที่การคุยกับพ่อ
แม่ที่มีอำนาจตัดสินใจ ส่วนคุณลูกก็จะกลายเป็น “ป๋าดัน” กระตุ้นให้เกิดการซื้อได้เร็วขึ้น เทคนิคนี้ คุณสามารถเอาไปใช้กับคู่ “สามีภรรยา” ที่มีผลทั้งการเป็นป๋าดันและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้วยนั่นเอง (2) เน้นไปที่การถามคำถามเพื่อนำเสนอรถที่ตรงความต้องการของผู้ซื้อ สิ่งที่ควรทำต่อมาไม่ใช่การนั่งท่องจำโบรชัวร์หรือสเปครถจนแม่นยำ และคิดไปเองว่าการ นำเสนอข้อมูลได้อย่างครบถ้วน ไม่ผิดพลาดคือสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าอาจไม่มีความสนใจข้อมูลของคุณเลยก็ได้ ทำให้เสียเวลาและเกิดความรู้สึกน่ารำคาญจาก มุมมองของลูกค้า เผลอๆ ลูกค้ามีความรู้ดีกว่าพวกคุณเสียอีก เพราะพวกเขาสามารถ “ทำการบ้าน” จากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก่อนออกจากบ้านมาดูรถคุณแล้วล่ะครับ บางทีการยัดเยียดข้อมูลให้อาจจะ ทำให้คุณ “ถูกบลัฟ” จากลูกค้าด้วยรถแบรนด์อื่นที่เหนือกว่าคุณ กลายเป็นเสียบรรยากาศในการขาย ไปเสียอีก สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ “การถามคำถาม” แบบง่ายๆ ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เช่น ขอสอบถามความต้องการของลูกค้าเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของรถยนต์ว่าจะนำไปใช้งานอะไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถเลือกนำเสนอรถที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด และมีตัวเลือกให้ลูกค้า ประมาณ 2-3 รุ่น คำถามง่ายๆ แบบนี้จะทำให้ลูกค้า “คายความต้องการ” ของพวกเขาออกมา เช่น พวกเขามองรถสำหรับครอบครัว รถยนต์ประเภท SUV หรือ PPV อาจจะตอบโจทย์ความต้องการของ พวกเขาเป็นต้น การถามคำถามยังทำให้เกิด “ประโยชน์ทางอ้อม” นั่นคือการสร้างความจดจำระหว่าง คุณกับลูกค้า ทำให้ลูกค้าไม่ลืมคุณ เวลาพวกเขาพร้อมซื้อก็จะนึกถึงคุณเป็นอันดับแรก (3) กฎทองของการขายรถคือ “การติดตามงาน” เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้ามูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นรถหรูระดับเบนซ์หรือรถอีโค่คาร์ก็ตาม เป็นไปได้อย่างมากว่าลูกค้าที่มาดูรถตามงานออกบูทในห้างหรือตามงานมอเตอร์โชว์ อาจจะยังไม่ ตัดสินใจซื้อในการพบหน้ากันเป็นครั้งแรก จงจำกฎทองข้อนี้ไว้ให้ดีนะครับ ลูกค้าที่ซื้อคุณตั้งแต่วัน แรกแบบเจอหน้าแล้วจองเลย ผมขอให้พวกคุณคิดเสมอนะครับว่าอาจจะ “ฟลุ้ก” เช่น ลูกค้ามองดูรถ รุ่นนี้ไว้นานแล้ว มีเงินพร้อมซื้อพอดี เดินมาเจอคุณและชอบการนำเสนอกับโปรโมชั่นของคุณ จึง ตัดสินใจซื้อ ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาจำเซลล์คนเก่าที่แนะนำรถให้พวกเขาไม่ได้ หรือแม้แต่ไม่ชอบ ขี้หน้าเซลล์คนก่อนหน้านี้เพราะไม่เคยตามงานหรือบริการพวกเขาไม่ดีก็เป็นได้ การติดตามงานที่มีประสิทธิภาพคือ “กุญแจสำคัญ” สำหรับการทำให้ลูกค้าที่เข้ามาสอบถาม เรื่องรถของคุณในครั้งแรกเกิดความต้องการซื้อจนตัดสินใจซื้อรถกับคุณ สิ่งที่คุณควรทำคือการขอชื่อ และเบอร์โทรติดต่อลูกค้าทุกคนเสมอ การมอบนามบัตรให้พวกเขาอย่างเดียวอาจจะไม่เวิร์กเสมอป เพราะคุณจะไม่ได้เบอร์โทรพวกเขาในการติดตามงาน สิ่งที่คุณควรมีเพิ่มเติมคือ “รายงานการขาย” ที่
ควรบันทึกข้อมูลลูกค้าเก่าและใหม่ก่อนเลิกงานทุกครั้ง เพื่อให้คุณมี“ขุมทรัพย์” สำหรับการประเมิน ความเป็นไปได้ รวมถึงสามารถวางแผนการติดตามงานได้ดีขึ้น (4) วิธีการติดตามงานเพื่อให้ลูกค้าซื้อรถกับผู้ขาย เมื่อคุณทราบกฎทองของการขายรถเรียบร้อยแล้ว รายงานการขายคือสิ่งที่คุณต้องทำต่อมา ช่วงที่เจอลูกค้าครั้งแรก คำถามที่ควรถามคือ “ช่วงซื้อ” ของลูกค้าว่ามีความต้องการช่วงไหน เพื่อ บันทึกลงในรายงานการขายและวางแผนติดตามงานลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ลูกค้ามี ความต้องการซื้อรถภายใน 2 เดือน การวางแผนการติดตามงาน: ตามงานเฉลี่ยสองสัปดาห์ต่อครั้ง ด้วยการโทรหาหรือเชิญมาลองรถเพื่อปิดการขาย การตามงานที่ดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้อง “โทรจิก” ลูกค้าทุกวันและถามว่าจะซื้อ เมื่อไหร่ เพราะการตามงานแบบนั้นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญมากกว่า เทคนิคการตามงานที่ดีคือการ โทรไปตามวันที่วางแผนแบบมีระยะห่าง เช่น สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ด้วยบทสนทนาที่ทำให้ลูกค้าเกิด ความสนใจได้มากขึ้นด้วย เช่น มีโปรโมชั่นพิเศษในช่วงระยะเวลานี้ มีงานออกบูท มีงานทดสอบขับรถ ฟรี เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ประโยชน์จากการโทรมาหาพวกเขาของคุณ กุญแจของเรื่องนี้คือ การเพิ่มความน่าจดจำตัวคุณและกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการซื้อมากขึ้น (5) ใช้แอปพลิเคชันต่างๆเพื่อช่วยในการติดตามงานเพิ่มเติม ยุคนี้เป็นยุคไอทีที่คนทั้งประเทศใช้ไลน์หรือเฟซบุ้คในการสื่อสาร ไม่ผิดอะไรที่จะขอแอดไลน์ เป็นเพื่อนกับลูกค้า นี่คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมในการติดต่อสื่อสารและ “ติดตามงาน” กับลูกค้า คุณ สามารถใช้ไลน์ในการอัพเดทข้อมูลพร้อมกับ “รูปภาพ” ตามที่คุณทราบความต้องการจากลูกค้า เรียบร้อยแล้ว เช่น ลูกค้าต้องการรถยนต์สีแดง ซึ่งไม่ได้มีสีนี้บ่อยนัก ต้องรอรถ คุณสามารถส่งรูปภาพ ไป “ยั่ว” พวกเขา เช่น รถสีแดงที่ลูกค้าชอบและต้องการมาแล้วนะครับ เป็นต้น หรือแม้แต่โปรโมชั่น ดีๆ เช่น จองรถช่วงนี้แถมทอง 2 บาท ฯลฯ โดยคุณส่งไปเป็นรูปรถพร้อมตัวหนังสือเจ๋งๆ เพียงเท่านี้ก็ สามารถกระตุ้นความต้องการและเพิ่มความน่าจดจำตัวคุณมากขึ้น เผลอๆ ลูกค้าจะรีบมาซื้อเลย (6) เทคนิคในการปิดการขาย การเจอหน้าลูกค้า เช่น งานออกบูทหรืองานมอเตอร์โชว์ ลูกค้ามักจะยังไม่ตัดสินใจซื้อเพราะ ยังรู้สึก “ลังเล” ถึงอารมณ์และความรู้สึกในการขับขี่ คุณจึงต้องเป็นผู้สร้างความรู้สึก อารมณ์ และ การรับรู้ที่ดีเพื่อดันลูกค้าไปจนถึงการตัดสินใจซื้อด้วยการ “เชิญลูกค้ามาลองรถ” ให้จงได้ เมื่อลูกค้า ตอบรับนัดและลองรถกับคุณ จงพูดคุยและถามคำถามไปเรื่อยๆ ระหว่างนั่งอยู่ในรถของพวกเขา จง พูดแต่มุมมองเชิงบวก อย่าบลัฟรถค่ายคู่แข่ง ถ้าลูกค้ายอมรับว่ารถที่ขับเป็นรถที่ดี มีความรู้สึกดีๆ คุณ จะมีโอกาสปิดการขายได้สูงมาก ค่ายรถยนต์บางค่ายทุ่มทุนสร้างถึงขั้นส่งรถให้ลูกค้าไปลองถึงที่ได้ฟรี นี่ก็เป็นอีกไม้เด็ดที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วมาก
เมื่อลองรถเสร็จแล้ว จงเริ่มเปิดฉากการคุยเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้เลย เตรียมการบ้าน เรื่องค่างวด ค่าใช้จ่าย และโปรโมชั่นของแถมต่างๆ ให้เสร็จสรรพ ค่อยๆ คายข้อเสนอดีๆ ออกมา เรื่อยๆ อย่าพึ่งเปิดไพ่หมดทุกใบ บางทีข้อเสนอสุดท้ายเช่น ของแถม ประกันภัยชั้น 1 เคลือบแก้วฟรี ชุดแต่ง ฯลฯ อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่มัดใจให้พวกเขาตัดสินใจซื้อ การให้ลูกค้าลองรถก่อนที่จะคุยเรื่อง ผลประโยชน์เป็นผลลัพธ์เชิงจิตวิทยาอย่างหนึ่งเพราะพวกเขาจะเกิดความเกรงใจ ลองมาจนสุดและ รู้สึกชอบแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ซื้อกับคุณ คุณจึงมีสิทธิได้ยอดขายสูงมาก เทคนิคเพิ่มเติม Scarcity (ยิ่งน้อย…ยิ่งมีค่า) เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ได้ผลดีนักแล เช่น ลูกค้าพูดออกมาว่าชอบรุ่น นี้ สีนี้ ราคานี้ คุณควรใช้ Scarcity ในการเร่งให้ลูกค้าซื้อด้วยเงื่อนไขของเวลา จำนวนสินค้า หรือช่วง หมดโปรโมชั่น เช่น “...รุ่นนี้เป็นรุ่นยอดนิยม เหลือเพียง 3 คันสุดท้ายในศูนย์ฯ ครับ สะดวกจองรถก่อนเพื่อ รักษาประโยชน์ของลูกค้าในการได้มีรถใช้ทันช่วงเวลาที่ต้องการไหมครับ?..” “...โปรโมชั่นพิเศษจำกัดสิทธิ์ถึงช่วงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นครับ จึงขอแนะนำทางเลือกในการรักษา สิทธิ์ด้วยการจองรถเอาไว้ก่อนไหมครับ ถ้าไม่สะดวกรับรถช่วงนั้นจริงๆ เรายินดีคืนเงินจองให้ 100% ครับ......” Success Story (เล่าเรื่องความสำเร็จ) เรื่องนี้ก็ควรเล่าให้ลูกค้าฟังเป็นเหตุผลประกอบว่า ทำไมลูกค้ารายอื่นถึงซื้อรถกับคุณ ซื้อศูนย์ฯ คุณ เป็นช็อตที่คุณโม้ได้มากที่สุด ควรมีไหวพริบในการ เล่าเรื่อง เช่น คุณถามลูกค้าเกี่ยวกับงานที่เค้าทำ สมมติลูกค้าเป็นหมอ คุณก็เล่าเรื่องคุณหมอลูกค้า เก่าคุณที่เคยซื้อกับคุณ ยิ่งถ้าเป็นคุณหมอคนเด่นคนดังด้วยยิ่งดี พูดให้ชัดเจนว่าทำไมลูกค้ารายอื่นถึง มาซื้อกับคุณ ศูนย์คุณ ถ้าเป็นนักธุรกิจ พนักงานบริษัท ข้าราชการ ฯลฯ ก็ควรเล่าเรื่องด้วยการหยิบ เคสของลูกค้าเก่า (จะเป็นของคุณหรือของเซลล์คนอื่นก็ได้) เอามาเล่าให้เพิ่มความน่าเชื่อถือ ยิ่งเป็น คนดังยิ่งดี Special Offer (สิทธิพิเศษ) ไพ่ใบสุดท้ายในการปิดการขายให้ได้ คือการเปิดไพ่เกี่ยวกับ ข้อเสนอพิเศษ เช่น ส่วนลด เงินดาวน์ใหม่ อาชีพพิเศษ ของแถมสำคัญ (เช่น ประกันชั้น 1 ฟิล์มกรอง แสง ชุดแต่ง) อะไรที่ใช้ได้และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าสูงสุด จงนำเสนอให้อย่างไม่มีกั้ก อย่าพยายาม กั้กข้อเสนอมากเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ได้ยอดขายแล้วแถมยังทำให้ลูกค้ารู้สึก ‘โง่’ อีกด้วย อย่า ลืมนะครับว่ายุคนี้ศูนย์บริการมีเยอะมาก ข้อเสนอเต็มโซเชี่ยล ถ้าคุณมัวแต่หมกเม็ดแล้วลูกค้าได้ ข้อเสนอที่ดีกว่าจากเซลล์ศูนย์อื่น พวกเขาจะเดินหนีจากคุณไปในทันที (7) เข้าร่วมกลุ่มรถต่างๆ ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ้คในยุคนี้จะมีคลับของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ แทบทุกแบรนด์ คุณสามารถใช้เทคนิคง่ายๆ แม้อยู่นอกเวลางานได้ด้วยการเข้าไป “สิง” อยู่ในคลับรถที่คุณขาย แต่ห้ามออกตัว“ฮาร์ดเซลล์” ไป
ประกาศขายรถในคลับเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นคุณจะถูกเตะและแบนออกจากกลุ่มได้ (ฮา) จงเข้าไปรับ ฟังและอ่านเรื่องราวที่คนทั่วไปโพสต์แบบเนียนๆ จะมีบางคนที่คอมเมนต์แบบมีความต้องการซื้อรถ เรื่อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น จงแอดไปเป็นเพื่อนกับพวกเขา แนะนำตัวและทักทายอย่างสุภาพใน Inbox ได้เลย คุณจะได้ลีด (Lead) เพิ่มขึ้นและมีโอกาสขายรถได้เพิ่มขึ้นแบบง่ายๆ (8) ขายได้แล้ว ก็ไม่ควรหายหัวไปไหน มีปัญหาต้องรีบช่วยเหลือและแก้ไข คงรู้ๆ กันอยู่ว่าการแก้ปัญหา คือการวัดว่าใครคือนักขายมืออาชีพที่แท้จริง เรื่องรถเป็นเรื่อง ที่ดราม่าในพันทิปเยอะมาก ๆ สาเหตุเกิดจากการแก้ปัญหาโดยเซลล์และทีมงานที่ห่วยนั่นเอง คุณจง อย่าเป็นคนประเภทนั้นนะครับ แก้ปัญหาให้ไวและสุดความสามารถจะส่งผลดีต่อการขายของคุณใน ระยะยาว นั่นคือลูกค้าจะไว้ใจคุณมากขึ้นและแนะนำคนรู้จักให้มาซื้อกับคุณ ยอดขายระยะยาวโดยที่คุณไม่ต้องออกแรงมากนั่นคือลูกค้าแนะนำคนอื่นให้มาซื้อกับคุณ นั่นเอง คุณจงสร้างความเป็นมืออาชีพต่อพวกเขาเอาไว้ให้นานที่สุด เช่น โทรหรือไลน์ไปถามความพึง พอใจในการใช้งาน หรืออัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ เป็นประจำทุกเดือนหรือ 3 เดือน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ ลูกค้าไว้ใจคุณมากขึ้นและส่งผลถึงการบอกต่อให้คนอื่นมาซื้อกับคุณ ตัวเลขจะไหลเข้ากระเป๋าคุณโดย ไม่ขาด เซลล์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำเรื่องนี้ ดังนั้นคุณจงเป็นคนส่วนน้อยเอาไว้นะครับ คุณจะกลายเป็น นักขายขั้นเทพได้แน่นอน (9) เตรียมนามบัตรไว้ให้พร้อมเสมอ พกติดตัวตลอดเวลา แจกทุกคนที่เจอหน้า นามบัตร เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ได้เอาไว้ใช้แจกเฉพาะในเวลางาน แต่คุณยังสามารถเอาไว้แจก คนรอบข้าง เพื่อนของเพื่อน คนรู้จักของคนใกล้ตัวคุณ แม้แต่คนที่พึ่งเคยคุยด้วยก็สามารถแจกได้ เวลาแนะนำตัวก็บอกสิ่งที่คุณทำให้ชัดเจน โดยบอกถึงข้อดีของตัวคุณเพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อให้คนอื่นจำ คุณให้ได้ ตัวอย่างเช่น “..สวัสดีครับ ผมเอก เป็นเซลล์ของเบนซ์ทองหล่อ (ยื่นนามบัตร) ซึ่งผมเป็นที่ ปรึกษาด้านรถยนต์และเชี่ยวชาญเรื่องการแนะนำรถให้เหมาะกับบุคลิกของคุณครับ (ประโยชน์ที่มอบ ให้คนอื่น) ยินดีที่ได้รู้จักครับ..” แจกให้เยอะ ๆ แนะนำตัวให้หล่อ ๆ ดูดี เพื่อแลกนามบัตร คุณก็จะได้ลีดเพิ่มแบบง่ายๆ แล้ว แถมเอาไว้ใช้เผื่อฟลุ้กเวลาลูกค้าอยากได้รถขึ้นมา หรือแนะนำให้คนอื่นมาซื้อกับคุณครับ เทคนิคการขายเวลาไปออกบู๊ทตามห้างหรือมอเตอร์โชว์ (1) คิดเสมอว่าลูกค้ามีตังทุกคน ไม่ต้องสนว่าจะเสียเวลาเมื่อคุยกับลูกค้าที่ไม่มีตังจริงๆ (2) ถ้าลูกค้าเดินมาจับ ด้อม ๆ มอง ๆ เข้าไปลองนั่ง ให้รีบเข้าประชิดตัวเพื่อแนะนำตัวทันที อย่าให้เซลล์ศูนย์คู่แข่งชิงตัดหน้าเราไป ไม่งั้นเสียโอกาสเอาเงินเข้ากระเป๋า (3) อย่ามัวแต่สุมหัวคุยเล่นระหว่างกลุ่มเซลล์ด้วยกัน หรือมัวแต่สไลด์มือถือ ลูกค้าเขามองหา เซลล์แต่ดันเห็นพวกคุณยืนจับกลุ่มคุยกัน ลูกค้าจะรู้สึกเป็นลบทันที (4) อย่าให้ลูกค้าต้องเป็นฝ่ายมองหาคุณ แต่เป็นคุณที่เป็นฝ่ายมองหาลูกค้าต่างหาก
(5) อย่ากินน้ำเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ต้องไปฉี่บ่อย เสียโอกาสในการขาย (6) ถ้าลูกค้าต้องการส่วนลดแบบสุด ๆ จงเรียกเจ้านายมาช่วยเปิดไพ่ทันที ไม่ต้องรอ ตัว เจ้านายเองก็ไม่ควรทำท่ายะโสโอหังให้มากนัก ควรลงมือช่วยลูกน้องอย่างจริงใจ (7) ถ้านัดลูกค้ามาที่งานได้ เชิญมาได้ จงปิดการขายให้ได้ อย่าปล่อยให้พวกเขาหลุดมือเป็น อันขาด (8) แจกนามบัตรให้มากที่สุด เตรียมมาเป็นตับเลยยิ่งดี ให้เอามาซัก 500 ใบ อย่างต่ำ (9) แลกไลน์กับลูกค้าทุกคน เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดต่อกับลีด ส่งโปรโมชั่น ตามงานเรื่อย ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด เซลล์ขายรถมือสมัครเล่นมักลืมข้อนี้เสมอ ง่าย ๆ ไม่ทำ ดันทำให้มันยากขึ้นเอง แนวคิดเกี่ยวกับการขายรถยนต์มือสอง CBOBROD (2565) ได้รวบรวมเทคนิคการเข้าใจลูกค้ารถยนต์มือสอง และกลวิธีการ ปิดการขายแบบพนักงานขายรถมืออาชีพ มี 6 เทคนิค ดังนี้ (1) การนำเสนอภาพลักษณ์รถยนต์มือสอง การนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีก็เหมือนสร้างความ ประทับใจเมื่อแรกเห็น สร้างความดึงดูดให้ลูกค้าหันมาสนใจ ควรล้างรถให้สะอาดทั้งภายนอกภายใน จัดองค์ประกอบภาพให้ดี มีมุมมองรอบคันให้ลูกค้าได้เลือกชม สภาพรถต้องดูดี และสมบูรณ์ที่สุด ถ่ายภาพภายในตรงแผงคอนโซล หน้าปัด เกียร์ เบาะ ให้เห็นรายละเอียดให้เยอะที่สุด (2) เทคนิคการตั้งราคารถยนต์มือสอง สำรวจราคากลางและราคาตามท้องตลาด เปรียบเทียบสภาพรถมือสองในรุ่นเดียวกันกับราคาในตลาดรถมือสอง ราคาสีที่ได้รับความนิยม ตั้ง ราคาเผื่อต่อรองไว้หรือไว้ทำโปรโมชั่นเองก็ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจไม่น้อย การให้ของแถมจะ ประหยัดกว่าการให้ส่วนลดเพราะของแถมมูลค่าสร้างได้แต่ส่วนลดมันเป็นตัวเลขกลม ๆ เลย (3) การให้ข้อมูลอื่นๆอย่างครบถ้วนถูกต้อง ให้ข้อมูลครบถ้วนอย่างถูกต้อง ไม่โปรโมทเกิน จริง แสดงความจริงใจที่จะขาย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกกันทีหลังหรือคนซื้อรู้สึกว่าโดนโกง โดนหลอก และเป็นการกรองลูกค้าที่เขาต้องการซื้ออย่างจริงใจเช่นกัน ไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้อง เสียเวลา ควรให้รายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งปีที่ผลิต ปีที่ซื้อ รุ่นรถ สีรถ สภาพเครื่องยนต์ สภาพ ภายนอกภายใน เลขไมล์ ระยะเวลาการใช้งาน ประเภทการใช้งาน ประวัติอุบัติเหตุเฉี่ยวชน และ ข้อมูลอื่นๆ ยิ่งให้ข้อมูลชัดเจนมากเท่าไหร่การตัดสินใจของลูกค้าก็จะง่ายและเร็วขึ้น รวมถึงการบอก ตำหนิเล็กน้อยแบบตรงไปตรงมาตั้งแต่แรกจะช่วยลดขออ้างในกรณีที่ลูกค้าต่อราคาเพราะให้ข้อมูล ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว (4) เปิดโอกาสให้ทดลองขับรถยนต์มือสอง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อรถ เมื่อ เราโอเคกับราคาและลูกค้าตอบรับข้อเสนอ การเปิดโอกาสให้ทดลองขับก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจความ หนักแน่นในการตัดสินใจของลูกค้า และแสดงความจริงใจของเราด้วย
(5) เร่งเร้าความต้องการรถยนต์มือสองแบบบังคับแข่งขันกับลูกค้ารายอื่น กรณีที่ลูกค้ามี ความลังเล แต่มีแนวโน้มที่จะซื้อให้แสดงข้อมูลลูกค้ารายอื่นๆ แสดงให้ว่ารถมือสองในราคานี้สภาพ แบบนี้เป็นที่ต้องการและหาได้ยากหากไม่รีบตัดสินใจลูกค้าคนอื่นๆก็จะซื้อไปแทน เป็นวิธีเพิ่มอำนาจ ต่อรองให้กับผู้ขาย ผู้ขายไม่แสดงอาการร้อนเงินและความต้องการจะขายมากเกินไปเพราะจะไปเพิ่ม อำนาจต่อรองให้กับผู้ซื้อ (6) บริการหลังการขาย การการันตีหรือรับประกันรถยนต์มือสองในระดับหนึ่ง โดย หลักการแล้วการซื้อสินค้าลูกค้ามักจะคาดหวังอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งระดับความคาดหวังของลูกค้าแต่ละ คนไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับเหตุผลจูงใจที่จะซื้อ และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆเช่นงบที่มี ประสบการณ์ เปรียบเทียบ เมื่อลูกค้าดาวน์รถมือสองออกไปแล้วบ่อยครั้งราคาผ่อนอาจจะพอ ๆ กับรถมือหนึ่งด้วย ซ้ำ แต่ลูกค้าสามารถมีอิสรภาพได้เร็วกว่า หากมีประกันภัยพ่วงติดมาด้วย มีบริการอู่ซ่อมรถมือสอง ราคาไม่แพงเว่อร์ พ่วงกับบริการที่ดีสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เกิดการบอกต่อ (Advocate) โดย ไม่ต้องเสียเงินประชาสัมพันธ์โฆษณาเลย และลูกค้าที่ได้มาก็มักจะมีคุณภาพเพราะเป็นคนรู้จัก เป็น เพื่อน เป็นญาติบอกต่อ ๆ กันไป เป็นที่พึ่งของคนที่ต้องการรถยนต์มือสอง หลักการสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ทฤษฎีการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น เกิดขึ้นครั้งแรกจากการเรียน การสอนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ โดย Hutchinson and Waters (1987) กล่าวว่าการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะกับการสอนภาษาอังกฤษทั่วไปนั้นไม่ได้มีความแตกต่าง ในทางทฤษฎี แต่แตกต่างกันในทางปฏิบัติ ซึ่งก็คือการสอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น จะ กําหนดเนื้อหารายวิชา ตลอดจนถึงคําศัพท์ รูปประโยค บทเรียนที่สอดคล้องกับสถานการณ์เฉพาะ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถทางภาษาเพื่อนําไปใช้ในอาชีพเฉพาะหรือแวดวง วิชาการเฉพาะทางของผู้เรียน ในขณะที่การเรียนภาษาทั่วไปนั้น คือการเรียนรู้ระบบเสียง หลัก ไวยากรณ์คําศัพท์ สํานวน รูปประโยคต่างๆ ทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน โดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปใน สถานการณ์หรือบริบทใดโดยเฉพาะ โดยสรุป การสอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนั้น เกิดขึ้นบนพื้นฐานของการสอนภาษาเพื่อ วัตถุประสงค์ทั่วไป เพียงแต่มีการกําหนดเนื้อหาการเรียนรู้ที่มีความเฉพาะเจาะจงไปยังบริบทใดบริบท หนึ่งตามความจําเป็นและความต้องการของผู้เรียน โดยอาจจะเป็นบริบทเกี่ยวอาชีพใดอาชีพหนึ่ง เช่น ภาษาอังกฤษสําหรับงานวิศวกรรม ภาษาอังกฤษสําหรับงานกฎหมาย หรืออาจจะเป็นรูปแบบภาษา สําหรับด้านวิชาการแขนงใดแขนงหนึ่ง เช่นด้านวิทยาศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์ก็ได้ ทั้งนี้ คําว่า ภาษา ในที่นี้ โดยทั่วไปหมายถึงภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศสําหรับผู้เรียนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะนั้นๆ
ด้วยเหตุนี้ ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในภาษานั้นๆจึงถือว่ามีบทบาทสําคัญที่จะช่วยให้การเรียนบรรลุ วัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ ซึ่งการจัดการสอนดังกล่าวมีหลักการสําคัญดังต่อไปนี้ 1. หลักการสำคัญในการจัดการสอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ Day & Krzanowski (2011) กล่าวว่า สิ่งที่ผู้สอนจะต้องพิจารณาให้มากในการจัดการเรียน การสอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะก็คือการที่ผู้สอนต้องพยายามหาบทเรียนและวิธีในการสอนที่ เหมาะสมกับแต่ละชั้นเรียน เพราะเป็นการเรียนการสอนความรู้ภาษาเฉพาะทาง ด้วยเหตุนี้ผู้เรียนใน ชั้นเรียนภาษาดังกล่าวจึงมักจะมีความรู้ในเนื้อหาที่เรียนมากกว่าผู้สอน พวกเขาจึงชี้ว่า กลยุทธ์สําคัญ สําหรับผู้สอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะก่อนจะจัดการสอนก็คือ 1.1 จริงใจและเปิดใจกว้าง ผู้สอนไม่ต้องกลัวที่จะยอมรับว่าไม่รู้ในเรื่องที่ไม่ถนัดคุ้นเคย เพราะหน้าที่สําคัญของผู้สอนคือการทําให้ผู้เรียนภาษาสามารถใช้ภาษาเพื่ออธิบายหรือสื่อสารให้ผู้อื่น เข้าใจได้ ดังนั้นกลยุทธ์ในการเรียนที่สําคัญคือความร่วมมือระหว่างผู้สอนภาษาในการถ่ายทอดความรู้ ทางภาษาและกลวิธีการสอนกับผู้เรียนที่มีความรู้ในบริบทเฉพาะทาง 1.2 เตรียมตัวให้พร้อม ผู้สอนจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพยายามศึกษาหาความรู้ในบริบททาง วิชาชีพของผู้เรียน ดังนั้นก่อนเริ่มการสอน ผู้สอนจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมโดยการศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับความรู้ในบริบทนั้นๆ การวางแผนเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชั้นเรียน การจัดการกับ คําศัพท์เฉพาะทางและเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อให้พร้อมยิ่งขึ้นสําหรับครั้งต่อไป 1.3 มั่นใจในทักษะการสอน แม้ว่าผู้เรียนจะมีความรู้เกี่ยวกับสายงานที่ทํามากกว่าผู้สอน แต่ การสอนที่มีประสิทธิภาพย่อมทําให้ประสิทธิผลในการเรียนมีมากกว่าผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางมากแต่ ขาดกลวิธีการสอนที่ดี เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับผู้เรียน Day & Krzanowski เน้นว่าการทํา แบบสํารวจเพื่อวิเคราะห์ความต้องการ (Needs Analysis) ของผู้เรียนก่อนเริ่มชั้นเรียนเป็นสิ่งจําเป็น อย่างยิ่งสําหรับการสอนภาษาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ คําถามสําคัญที่ผู้สอนจะต้องตอบให้ได้ก่อน จัดการเรียนการสอน ได้แก่ (1) จะจัดการสอนที่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เรียนโดยเฉพาะหรือจะเป็นชั้นเรียนปกติที่ มีอยู่แล้วแต่ปรับแต่งแก้ไขเนื้อหา (2) ผู้เรียนเป็นใคร นักศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือบุคลากรในสายงานนั้นๆ ผู้เรียนมาจากไหน มีอายุ คุณสมบัติ ประสบการณ์อย่างไร (3) ผู้เรียนจ่ายค่าเล่าเรียนเองหรือว่าได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง ถ้าได้รับการสนับสนุน จากนายจ้าง ก็จําเป็นต้องให้ทั้งผู้เรียนและนายจ้างตอบแบบสํารวจเพื่อวิเคราะห์ความต้องการในการ เรียน (4) ผู้เรียนต้องการมีส่วนร่วมในการกําหนดรายละเอียดการเรียนการสอนหรือไม่
(5) ผู้เรียนในชั้นเรียนมีระดับภาษาเดียวกันทั้งชั้นเรียนหรือว่ามีระดับหลากหลาย (6) ลักษณะภาษาแบบใดที่ผู้เรียนมักใช้ในการทํางาน เช่นวิศวกรจําเป็นต้องเขียนบันทึก ข้อความสําหรับใช้ในองค์กร เขียนรายงาน พยาบาลจําเป็นต้องเขียนสรุปบันทึกผู้ป่วย หมอ จําเป็นต้องเขียนบทความวิชาการ บันทึกทางการแพทย์เป็นต้น (7) ผู้เรียนหรือหน่วยงานที่ต้องการใช้จัดการเรียนการสอนมีเงินทุนสนับสนุนการจัดทํา แบบเรียนเฉพาะทางหรือสื่อการสอนที่ไม่มีในแบบเรียนทั่วไปหรือไม่ (8) จะจัดชั้นเรียนที่ไหน ในมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงาน องค์กรอื่นๆ ผู้เรียนจะมีเวลาในการ เรียนรู้ด้วยตนเองหรือทําการบ้านหรือไม่ (9) ผู้เรียนมีวิธีในการเรียนอย่างไร ชอบรูปแบบการสอนแบบใด (10) ในบริบทเฉพาะทางนั้น ผู้สอนพอจะคุ้นเคยกับหัวข้อใดบ้าง ผู้เรียนสามารถจัดหาสื่อการ สอนที่เกี่ยวข้องกับบริบทนั้นจากที่ทํางานเพื่อใช้ในชั้นเรียนได้หรือไม่ 2. การสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ การสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือที่เรียกว่า Chinese for Specific Purposes (CSP) เป็นศาสตร์ที่ดัดแปลงมาจากการสอนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (ESP) โดย หวังรั่ว เจียง (2003) เป็นผู้ที่เสนอแนวคิดนี้ขึ้นมา เช่นเดียวกับการสอนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์ เฉพาะ การสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ก็คือ การสอนภาษาจีนในขอบเขตหรือศาสตร์ เฉพาะทาง เป็นต้น หรือ การสอนภาษาจีนที่ใช้ในสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งมักใช้ในกิจการงาน ต่างๆ เช่น ภาษาจีนเพื่องานวิศวกรรม ภาษาจีนเพื่องานบริษัท ภาษาจีนเพื่อการค้าระหว่างประเทศ ภาษาจีนเพื่อการท่องเที่ยว ภาษาจีนเพื่อการโรงแรม เป็นต้น หลังการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนในปี1978 ก็เริ่มมีนักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาใน สถาบันการศึกษาของประเทศจีนมากขึ้นเรื่อยๆ สถาบันการศึกษาต่างๆจึงเริ่มเปิดสอนวิชาภาษาจีน เฉพาะทาง เช่น ภาษาจีนทางวิทยาศาตร์ ภาษาจีนทางการแพทย์ และผลิตตำราที่เกี่ยวข้อง ในยุคนั้น การผลิตแบบเรียนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะมีไม่น้อยกว่า 150 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบเรียน ภาษาจีนด้านธุรกิจการค้า (Lu Bisong, 1990) โดยเฉพาะในปัจจุบัน ประเทศจีนมีการติดต่อทำธุรกิจ กับต่างประเทศมาก แบบเรียนประเภทนี้จึงได้รับการผลิตและเผยแพร่มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจาก แบบเรียนแล้ว ยังมีการจัดสอบวัดระดับภาษาจีนธุรกิจในประเทศต่างๆกว่า 20 ประเทศหนึ่งในนั้นก็ คือประเทศไทย ถึงแม้ชื่อ“การสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ”เพิ่งได้รับการเสนอในศตวรรษที่ 20 นี้ แต่ในความเป็นจริง มีผู้ให้ความสนใจศาสตร์ดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงปี1980 แล้ว ถึงกระนั้น การ ศึกษาวิจัยและการผลิตตำราด้านนี้ก็ยังมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากการสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์ เฉพาะนั้นยังไม่มีทฤษฎีและรูปแบบการเรียนการสอนที่สมบูรณ์ ยังไม่มีการเผยแพร่ที่กว้างขวาง
เท่าที่ควร และยังขาดความสมดุลด้านการพัฒนาในศาสตร์ของมันเอง เห็นได้ชัดจากตำราแบบเรียน ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาไม่กี่ประเภท ทั้งที่มีภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอีกมากมายที่ยังต้องการการ ผลิตสื่อการเรียนการสอนออกมา ดังนั้นการศึกษาวิจัยและผลิตตำราการสอนภาษาจีนเพื่อ วัตถุประสงค์เฉพาะด้านต่างๆจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้สอน รวมทั้งผู้เรียนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในแต่ละด้านด้วย 3. ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ 3.1 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับภาษาศาสตร์และการสอนภาษาล้วนถือเป็นพื้นฐานของการสอน ภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทั้งสิ้น อาทิเช่น ทฤษฎีภาษาศาสตร์เชิงสังคม เป็นตัวช่วยบ่งบอก ลักษณะการใช้ภาษาและการสื่อสารในสังคม ทฤษฎีภาษาศาสตร์ประยุกต์จำพวกการสอนภาษาอวัจ นะ ลีลาศาสตร์ (stylistics linguistics) ช่วยในการนำภาษาไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะ การเรียนการสอนภาษาจีน เป็นต้น 3.2 การสอนภาษาจีนให้ชาวต่างชาติ โดยทั่วไปจะต้องให้ผู้เรียนเรียนรู้และฝึกฝนทักษะทั้ง 4 ด้าน คือ การฟัง พูด อ่าน เขียน แต่บางครั้งเมื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง การเรียนรู้ภาษาจีนให้ได้ทุกทักษะ อาจจะทําได้ยาก โดยเฉพาะบางสายอาชีพที่มีโอกาสได้ใช้ทักษะภาษาเพียง 1-2 ด้านเท่านั้น เช่น อาชีพมัคคุเทศก์ใช้ทักษะการพูดเป็นหลักอาชีพพนักงานต้อนรับในโรงแรมใช้ทักษะการฟังและพูด อาชีพล่ามและนักแปลใช้ทักษะการฟังพูด หรืออ่านเขียน ที่เป็นภาษาจีนทั่วไปหรือภาษาจีนเฉพาะ ทาง ฯลฯ เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์เฉพาะในการเรียนภาษาจีนของผู้เรียนแต่ละคนในการสอนจึง ควรยึดความต้องการจำเป็นของผู้เรียนเป็นหลักทั้งที่ เฉิน หลี่ผิง (Chen Liping, 2000) เคยกล่าวไว้ว่า “ผู้เรียนจะใช้อะไรในอนาคต ก็สอนสิ่งนั้นให้พวกเขา” “วิจัยการสอนคำศัพท์ภาษาจีนสำหรับการแพยท์แผนจีน” ของ จ่าย หน่ายกัง (Zhai Naigang, 2007) ได้ยกตัวอย่างการออกแบบการเรียนการสอนภาษาจีนสำหรับการแพทย์แผนจีน ภายใต้แนวคิดของ CSP โดยสังเขป ประการแรกคือ การให้ความสำคัญกับความต้องการจำเป็นของ ผู้เรียนสำหรับการเรียนภาษาจีนสำหรับการแพทย์แผนจีนนี้ วัตถุประสงค์หลักของผู้เรียนคือการใช้ ภาษาจีนเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าศึกษาต่อด้านการแพทย์แผนจีน โดยต้องผ่านการสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) ในระดับที่กำหนด เพื่อนำผลคะแนนดังกล่าวยื่นเข้าศึกษาต่อด้านนี้ได้ ดังนั้น คำศัพท์ที่จะสอน ผู้เรียนต้องประกอบด้วยทั้งคำศัพท์ทั่วไป คำศัพท์ถึงเฉพาะทางและ คำศัพท์เฉพาะทางแพทย์แผนจีน เมื่อประกอบรวมกันแล้วเป็นปริมาณคำศัพท์ที่เพียงพอในการสอบ และการนำไปใช้ในการศึกษาต่อได้ ประการที่สองคือการออกแบบการเรียนการสอนนั้น ควรใช้ สถานการณ์เป็นพื้นหลังในการเรียนรู้ คำศัพท์ และพยายามใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนในการอธิบาย ความหมายของคำศัพท์นั้นๆ ถึงแม้จะมีผู้ทำการศึกษาวิจัยหัวข้อเกี่ยวกับการสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์มาแล้วจำนวน หนึ่ง ทว่า การเรียนการสอนภาษาจีนภายใต้แนวความคิดนี้ก็ยังคงอยู่ในระยะทดลอง งานวิจัยส่วน
ใหญ่ก็มักเป็นการศึกษากรอบแนวคิดกว้าง ๆ แต่งานวิจัยเฉพาะทางหรือกรณีศึกษายังมีน้อย ด้วยเหตุ นี้ การสอนภาษาจีนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือ CSP จึงยังมีพื้นที่ว่างอีกมากในการศึกษาวิจัยและ พัฒนาต่อไป หลักเกณฑ์การถ่ายทอดเสียงภาษาจีนกลางด้วยอักษรไทย จุรี สุชนวนิช (2564:5-7 ) ปัจจุบันวงการภาษาจีนในประเทศไทยยังขาดหลักเกณฑ์การ ถ่ายทอดเสียงภาษาจีนกลางหรือภาษาจีนแมนดารินที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำาหรับหนังสือ “สนทนาภาษาจีนฉบับธุรกิจบริการ” เล่มนี้ผู้เขียนได้ประยุกต์ใช้ทั้ง “หลักเกณฑ์การทับศัพท์ ภาษาจีน ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2550” และ “เกณฑ์การถ่ายทอดเสียงภาษาจีน แมนดาริน ด้วยอักขรวิธีไทย” ของคณะอนุกรรมการพิจารณาเกณฑ์การถ่ายทอดเสียง ภาษาจีนเป็นภาษาไทย เป็นหลัก โดยทำาการผสมผสานและดัดแปลงให้เหมาะกับคนไทย ทั่วไปที่ไม่เคยเรียนหรือไม่รู้ ภาษาจีนมาก่อน บนพื้นฐานที่ว่าให้อ่านออกเสียงง่าย และใกล้เคียงกับเสียงภาษาจีนมากที่สุดเท่าที่ จะทำาได้ดังนี้ การถ่ายทอดเสียงพยัญชนะภาษาจีน พินอิน อักษรไทย p t k b d g s c z x ผ / พ ถ / ท ข / ค ป ต ก ซ / ส ฉ / ช จ ซ / ส
q j sh ch zh f h l r w y m n ng ฉ / ช จ ซ / ส ฉ / ช จ ฝ / ฟ ห / ฮ ล ย ว / อ (เมื่ออยู่หน้า u) ย / อ (เมื่อตามด้วย i และไม่มีตัวสะกด) ม น ง การถ่ายทอดเสียงสระภาษาจีนiiiiiiii พินอิน อักษรไทย a ai an ang ao อะ / อา ไอ / อาย อัน / อาน อัง / อาง เอา / อาว
e ei en eng i ia ie iu o ong ou u ua ue ui un uo ü เออ / เอ (เมื่ออยู่หลัง y) เอย เอิน เอิง อี/ อึ, อือ (เมื่ออยู่หลัง c ch r s sh z zh) เอีย (ออกเสียงเหมือน “อี+ อา” แต่ลากเสียงสระท้าย) เอีย (ออกเสียงเหมือน “อี+ เอ” แต่ลากเสียงสระท้าย) อิว ออ / โอ อง โอว อู/ อวี(เมื่ออยู่หลัง j q x y) อวา (เสียงควบ อว-) เอวีย (เสียงควบ อว-) อุย อุน / อวิน, อวีน (เสียงควบ อว- เมื่ออยู่หลัง j q x y) อวอ อวี(เสียงควบ อว-) การถ่ายทอดเสียงวรรณยุกต์ภาษาจีน (1) วรรณยุกต์เสียง 1 แทนด้วยขีด ˉ เทียบเท่าเสียงสามัญหรือตรีในภาษาไทย (2) วรรณยุกต์เสียง 2 แทนด้วยขีด ˊ เทียบเท่าเสียงจัตวาในภาษาไทย (3) วรรณยุกต์เสียง 3 แทนด้วยขีด ˇ คล้ายเสียงเอกในภาษาไทย (4) วรรณยุกต์เสียง 4 แทนด้วยขีด ˋ เทียบเท่าเสียงโทในภาษาไทย
หมายเหตุ 1. เครื่องหมายพินทุ ( ฺ ) ที่อยู่ใต้พยัญชนะแสดงว่าพยัญชนะตัวนั้นออกเสียงควบกล้ำากับ ตัวที่ตามมา 2. เสียงสระผสมในภาษาจีนบางเสียงเมื่อถอดเป็นอักษรไทยแล้ว จะมีเสียงพยัญชนะ ย หรือ ว อยู่ด้วย จึงใส่เครื่องหมายพินทุใต้พยัญชนะต้นตัวที่ประสมกับ สระนั้น 3. เสียง sh ซึ่งเทียบได้กับเสียง ซ หรือ ส เสียง ch ซึ่งเทียบได้กับเสียง ฉ หรือ ช และเสียง zh ซึ่งเทียบได้กับเสียง จ ให้ออกเสียงเหล่านี้โดยยกปลายลิ้นขึ้นแตะบริเวณเพดานปากควบคู่กันไป โดยในหนังสือเล่มนี้จะใช้การขีดเส้นใต้ที่เสียงอักษรไทย ที่ถอดมาจากเสียง sh ch zh เพื่อแยกแยะ ความแตกต่างในการออกเสียงดังกล่าว 4. เสียง r เมื่อเป็นพยัญชนะจะออกเสียง ย พร้อมกับม้วนลิ้น เมื่ออยู่ท้ายคำาบางคำาจะออก เสียงม้วนลิ้นซึ่งเทียบได้กับ ร์ การออกเสียงแบบนี้เป็นการออกเสียงแบบภาคเหนือของประเทศจีน การเรียนรู้ในผู้ใหญ่ (Adult Learning) ทฤษฎีการเรียนรู้ในผู้ใหญ่ ซึ่งใช้แนวคิด “ศิลป์และศาสตร์ที่ช่วยผู้ใหญ่ในการเรียนรู้” (The art and science helping adults learn) เริ่มตั้งต้นขึ้นในยุโรปตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1960s โดยใช้ คำศัพท์ว่า Andragogy ซึ่งมีความหมายตามรากศัพท์ภาษากรีกว่า การนำหรือการให้การศึกษาแก่ ผู้ใหญ่ เพื่อให้มีความแตกต่างจากคำศัพท์ Pedagogy (ศึกษาศาสตร์) อันหมายถึงการให้การศึกษาแก่ เด็ก ต่อมาคำศัพท์ Androgogy ได้เป็นที่รู้จักในอเมริกา เมื่อ Malcolm S. Knowles ใช้คำนี้ในการ เขียนบทความลงวารสาร Adult Leadership ฉบับเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1968 (ปิยะ ศักดิ์เจริญ, 2558:9) จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการศึกษาและสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาผู้ใหญ่และการเรียน การสอนผู้ใหญ่อย่างแพร่หลาย Knowles (1975) กล่าวว่าแนวคิดหลักของทฤษฎีการเรียนรู้ในผู้ใหญ่ คือ ผู้ใหญ่มีความ ต้องการจำเป็นจากภายในที่จะชี้นำตนเอง ผู้ใหญ่มีทรัพยากรการเรียนรู้อันเพียบพร้อมที่มาจากการ วิเคราะห์ประสบการณ์ของตนเอง ผู้ใหญ่จะมีความพร้อมที่จะเรียนรู้เมื่อพวกเขามีความต้องการ จำเป็นที่จะต้องเรียนเพื่อรับมือกับงานที่มีการพัฒนามากขึ้น และผู้ใหญ่มีความต้องการที่เรียนรู้ในสิ่งที่ สามารถนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้ เนื่องจากผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ส่วนใหญ่นั้น มักเป็นผู้เรียนแบบนอก เวลา (part-tire teamners) ดังนั้นเวลาและสถานที่ในการจัดการเรียนการสอนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องเอื้ออำนวยให้ผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่สามารถเข้าเรียนได้อย่างสะดวก การเรียนรู้ในผู้ใหญ่นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่าผู้ใหญ่แต่ละคนเป็นผู้มีวุฒิภาวะที่ สมบูรณ์มีความสามารถที่จะชี้นำตนเองได้ บทบาทของครูจะไม่เป็นผู้สอนแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ครูจะ
เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมเพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้ เป็นผู้ช่วยในการวิเคราะห์ความ ต้องการ (Needs Analysis) วิเคราะห์ปัญหาของผู้เรียน วางวัตถุประสงค์และออกแบบความต้องการ ในการเรียนรู้ (Design Learning Experience) ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้ใหญ่จึงต้อง ตอบสนองธรรมชาติของผู้ใหญ่ โดยสิ่งที่เป็นลักษณะเด่นของผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ ที่จะช่วยให้เกิดการ เรียนรู้ได้สมบูรณ์มี 4 ประการ คือ 1) มโนทัศน์ของผู้เรียน (Self Concept) ผู้ใหญ่จะมองเห็นตนเอง และนำตนเองได้รู้จักเหตุและผล และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง 2) ประสบการณ์ของผู้เรียน (Experience) ผู้ใหญ่มีประสบการณ์สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีประสบการณ์มาก 3) ความพร้อมที่จะเรียน (Readiness to Learn) ผู้ใหญ่จะมีวุฒิภาวะและเกิดความพร้อมในการเรียนรู้ และจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าเรื่องที่เรียนรู้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และมีความจำเป็นต้องรู้และ 4) แนว ทางการเรียนรู้(Orientation to Learn) ผู้ใหญ่จะยึดตนเองเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และมุ่งนำ ความรู้ไปใช้ได้ในทันที (ศักรินทร์ ชนประชา, 2557) การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ที่ครูสอนผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้นั้น ก่อนที่ครูจะเลือกใช้วิธีการสอนใดๆ สิ่งที่ ควรจะต้องคำนึงถึงอย่างยิ่งคือ จิตวิทยาการในการเรียนรู้ Knowles (1978), Tough (1979), สุธาสินี ใจเย็น (2545), ชัยฤทธิ์ โพธิสุวรรณ (2548) (อ้างถึงใน ศักรินทร์ ชนประชา, 2557) ได้ทำการศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เป็นวัยผู้ใหญ่ พอที่จะสรุปโดยมีสาระสำคัญดังนี้ (1) ความต้องการและความสนใจ (Needs and Interests) ผู้ใหญ่จะเกิดการเรียนรู้ได้ดีถ้า การเรียนรู้นั้นตรงกับความต้องการหรือความสนใจในประสบการณ์ที่ผ่านมา และจะเกิดความพึงพอใจ (2) สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ใหญ่ (Life Situations) การเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะได้ผลดี ถ้า หากถือเอาตัวผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน (Life-Centered) ดังนั้น การจัดหน่วยการ เรียนที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้ของ ผู้ใหญ่ควรยึดถือเอาสถานการณ์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ผู้ใหญ่เป็นหลักสำคัญในการจัดการเรียนการสอน (3) การวิเคราะห์ประสบการณ์ (Analysis of Experience) เนื่องจากประสบการณ์เป็นแหล่ง การเรียนรู้ที่มี คุณค่ามากที่สุดสำหรับผู้ใหญ่ ดังนั้นหลักสำคัญของการ ศึกษาผู้ใหญ่ คือ การวิเคราะห์ ประสบการณ์ของผู้ใหญ่ แต่ละคนอย่างละเอียดว่า มีส่วนไหนของประสบการณ์ที่จะนำมาใช้ในการ เรียนการสอนได้บ้าง แล้วจึงหาทางนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป (4) ผู้ใหญ่ต้องการเป็นผู้นำตนเอง (Self Directing) ความต้องการที่อยู่ในส่วนลึกของผู้ใหญ่ คือ การมีความรู้สึกต้องการที่จะสามารถนำตนเองได้ เพราะฉะนั้นบทบาทของครูอาจารย์หรือนัก การศึกษาผู้ใหญ่ จึงอยู่ในกระบวนการสืบหาหรือสืบค้นคำตอบร่วมกันกับผู้เรียนมากกว่าการทำหน้าที่ ส่งผ่านหรือเป็นสื่อสำหรับความรู้ แล้วทำหน้าที่ประเมินผลว่าผู้เรียนคล้อยตามหรือไม่เพียงใด
(5) ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individual Difference) ความแตกต่างระหว่างบุคคลจะมี เพิ่มขึ้นมาก เรื่อยๆ ในแต่ละบุคคลเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นการสอน นักศึกษาผู้ใหญ่ จะต้องมีการ จัดเตรียมการในด้านนี้อย่าง ดีพอ เช่น รูปแบบของการเรียนการสอน เวลาที่ทำการสอน สถานที่สอน แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ความสามารถ ในการเรียนรู้ในแต่ละขั้นของผู้ใหญ่ ย่อมเป็นไปตาม ความสามารถของผู้ใหญ่แต่ละคน กล่าวโดยสรุป ผู้เรียนที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ มักเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีเป้าหมายในการเรียนรู้ที่ ชัดเจน และคาดหวังว่าจะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติได้จริงอย่างทันท่วงที ดังนั้นในการจัดการ อบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในองค์กร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาความต้องการจำเป็นทั้ง ระดับองค์กร งานและบุคคล เพื่อให้ทราบเป้าหมายการเรียนรู้และลักษณะของผู้เข้าอบรมที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การออกแบบหลักสูตรการจัดอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการในการเรียนรู้ของผู้อบรม อย่างแท้จริง การออกแบบและพัฒนาสื่อตามรูปแบบ ADDIE Model วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ (2561) ADDIE Model เป็นรูปแบบที่แสดงขบวนการหรือขั้นตอนทั่วไปที่ นักออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนใช้เป็นแนวทางสำหรับการกำหนด อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ด้วยรูปแบบทสามารถเรียนรู้ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ADDIE จึงเป็น ที่นิยมกันมากในการออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน ซึ่งมีกระบวนการหรือขั้นตอน 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1.การวิเคราะห์ การวิเคราะห์ (Analysis) ในขั้นตอนนี้นักออกแบบการเรียนการสอนหรือออกแบบสื่อการ เรียนการสอนจะต้องดำเนินการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ เป็นสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้เพื่อการตัดสินใจในการดำเนินการขั้นต่อ ๆ ไปได้ประกอบด้วย 1.1 ทำการประเมินความต้องการ ต้องทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยอาจเป็นการสำรวจ สอบถามสัมภาษณ์กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ได้ข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงว่ามี สภาพปัญหาความต้องการอย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตปัจจุบัน และอนาคตมีความต้องการให้เกิดอะไร ขึ้นหากมองในมิติของการออกแบบ และการผลิตสื่อต้องทำการประเมินความต้องการในการใช้สื่อ ความสามารถในการใช้และความเป็นได้ในการใช้สื่อที่ผลิตขึ้นมา การประเมินความต้องการจึงเป็น ขั้นตอนที่จะทำให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนและสามารถพัฒนาสื่อการเรียนการสอนได้ดีขึ้น 1.2 ทำการวิเคราะห์ผู้ใช้และกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลและทำการ วิเคราะห์ในด้านภูมิหลัง วัฒนธรรม สภาพแวดล้อมกายภาพ จิตภาพ สังคมภาพ ลักษณะการเรียนรู้
ทักษะต่าง ๆ เช่น ทักษะด้านภาษา ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะด้านการรู้เท่าทันสื่อ รวมทั้งทัศนะ คติและความต้องการพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้และกลุ่มเป้าหมาย 1.3 ทำการวิเคราะห์เทคโนโลยี ด้วยการศึกษาคุณสมบัติ ความสามารถของเทคโนโลยีใน ปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการและความเป็นได้ในการนำไปใช้จริงกับบริบทของกลุ่มเป้าหมาย 1.4 ทำการวิเคราะห์วัตถุประสงค์โดยการเขียนเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ โดยการเขียน เป้าหมายหรือวัตถุที่ต้องการให้เกิดขึ้นในการออกแบบและพัฒนาสื่อให้ชัดเจน เหมาะสม สามารถทำ ได้จริงมีเครื่องมือในการประเมินและสามารถวัดผลได้ 2. การออกแบบ (Design) เป็นขั้นตอนในการกำหนดวางแผนการผลิตในขั้นนี้การวางแผนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตสื่อ ต้องทำการศึกษาหรือนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ในขั้นตอนแรกมาเป็นข้อมูลในการออกแบบ ซึ่ง จะประกอบด้วย การทำตารางขั้นตอนของการออกแบบ ซึ่งประกอบด้วย การทำตารางขั้นตอน การออกแบบแผนงานต่าง ๆ กิจกรรมที่เกิดขึ้น ระยะเวลาที่ต้องดำเนินการกำหนดแผนการพัฒนา สื่อ กำหนดทีมงานและบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาออกแบบ ทำการออกแบบเนื้อหาออกแบบ แบบทดสอบแบบฝึกหัดแบบทดสอบก่อนเรียนแบบทดสอบหลังเรียน จัดทำสตอรี่บอร์ดในการ ทำงาน และการจัดเตรียมกราฟิก ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงและรูปแบบการ ปฏิสัมพันธ์ และทำการออกแบบวิธีวัดและเกณฑ์การประเมินผล 3. การพัฒนา (Development) ในขั้นของการพัฒนาจะเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากขั้นการออกแบบที่ผู้ผลิตต้อง ดำเนินการและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนตามที่ได้ออกแบบไว้ หรือลงมือทำ ลงมือผลิตสื่อขึ้นมา เป็นต้นแบบตามที่ได้กำหนดไว้ในแผน ในขั้นนี้มักมีคำถามเสมอว่าจำเป็นหรือไม่ที่ผู้วิจัยหรือนัก เทคโนโลยีการศึกษาต้องดำเนินการด้วยตนเองซึ่งหากผู้วิจัยมีความรู้ ความสามารถ และเวลาในการ ผลิตสื่อนั้นอยู่แล้ว ผู้วิจัยก็สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง แต่บางครั้งเมื่อผลการวิเคราะห์ความ ต้องการสื่อหรือวิเคราะห์สื่อออกมาแล้วเป็นสื่อที่ยากเกินความสามารถของตนเองในการผลิตขึ้นมา เองได้ ผู้วิจัยหรือนักเทคโนโลยีการศึกษาได้เช่นกัน ทั้งนี้ผู้วิจัยหรือนักเทคโนโลยีการศึกษาต้องแน่ใจ ว่าการให้ผู้อื่น ๆ ทำขึ้นมานั้นสามารถควบคุมให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ได้นอกจากสื่อการเรียน การสอนแล้วในขั้นตอนของการพัฒนานี้ ผู้วิจัยหรือนักเทคโนโลยีการศึกษาจะต้องทำการสร้าง แบบทดสอบแบบประเมินสามารถมอบหมายหรือจัดจ้างให้ผู้อื่นที่มีความรู้ความสามารถในสื่อนั้น ๆ ทำการพัฒนาสื่อและทำการประเมินหาคุณภาพเครื่องมือต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเป็นการเก็บรวบรวม ข้อมูลกระบวนการเชิงเหตุผล (Rational Approach) ที่เป็นการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ
4. การทดลองใช้ (Implementation) เมื่อได้ทำการพัฒนาสื่อขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาจะต้องมีการนำสิ่งที่พัฒนาขึ้นมา นั้นไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายและไม่ใช่กลุ่มทดลองหรือกลุ่มตัวอย่าง อาจมีคุณลักษณะคล้ายกับ กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนที่ออกแบบ โดยทำการประเมิน กระบวนการเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) โดยเป็นการหาประสิทธิภาพเชิงปริมาณที่เป็นตัว บ่งชี้คุณภาพของสื่อ ดำเนินการทดลองใช้จริงตามรูปแบบหรือแผนที่ผู้วิจัยได้กำหนดไว้ประสิทธิภาพ ที่ได้จะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการและผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเตรียม สถานที่หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสื่อการเรียน การสอนนั้น ๆ การฝึกอบรมผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการใช้สื่อ และการรับรองสื่อการเรียนการสอน 5. การประเมินผล (Evaluation) ในขั้นตอนนี้ เป็นการประเมินผลระหว่างดำเนินการและผลการสรุปของกระบวนการทั้งหมด ที่ได้ดำเนินการ ทั้งผู้วิจัยเองเป็นผู้ประเมิน และผู้ใช้เป็นผู้ประเมิน เพื่อนำผลการประเมินไปจัดทำ รายงานการพัฒนาหรือเป็นข้อมูลในการพัฒนาครั้งต่อไป โดยอาจใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกตหรือวิธีการอื่น ๆ ที่ผู้วิจัยเห็นเหมาะสม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จงจินต์ นิลคำแหง มัลธิกา ศิริพิศ และพรรณิกา ชวนาทนุสรณ์ (2559:1-122) ศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนสำหรับพนักงานในธุรกิจโรงแรมและรี สอร์ท ระดับ 4 – 5 ดาว ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริหาร โรงแรมและพนักงานมีความต้องการจําเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนแต่เพื่อเพิ่มความประทับใจ ให้กับลูกค้าชาวจีนมากกว่า ความต้องการจําเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความขาดแคลนพนักงานที่ มีทักษะภาษาจีนได้ โดยความ ต้องการจําเป็นที่เกิดขึ้นนั้นมาจากทั้งปัจจัยด้านองค์กร ปัจจัยด้านงาน และปัจจัยด้านบุคคล การพัฒนาทักษะภาษาจีนของพนักงานในโรงแรมควรเป็นการฝึกอบรมภายใน โรงแรมในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 30 ชั่วโมง เนื้อหาของการอบรมควรเป็น คําศัพท์พื้นฐาน บทสนทนาอย่างง่ายที่ใช้ในชีวิตประจําวันและงานบริการในโรงแรมชีวิตประจําวัน รวมทั้งวัฒนธรรมของชาวจีน กาญจนารัติ อุไรรัตน มาธุรี อุไรรัตน อัฐพร ชาญชญานนท์ ธิดารัตน์ น้อยสุวรรณ และ เสาวนีย์ รัตนอรุณ (2562:239-248) ศึกษาเรื่อง “สภาพการใช้ภาษาจีนของผู้ประกอบการร้านค้า ตลาดน้ำครองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดขลา” ผลการวิจัย พบว่า สภาพการใช้ภาษาจีนของ
ผู้ประกอบการร้านค้ายังมีน้อยมาก แต่จะมีการใช้ภาษา อังกฤษ และภาษามลายูเป็นภาษาหลักในการ สื่อสาร วิธีการสื่อสารของผู้ประกอบการร้านค้า คือใช้วิธีการ เขียนป้ายบอกชื่อสินค้า และราคาสินค้า ใช้การสนทนาบอกชื่อสินค้า แนะน้าสินค้า และบอกราคาสินค้า รวมถึงใช้ท่าทางในการบอกราคา สินค้า โดยทักษะและวิธีการเหล่านี้เกิดจากการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม รอบตัว การศึกษาเรียนรู้ด้วย ตนเอง การเข้าโครงการฝึกอบรม และประสบการณ์ของผู้ประกอบการร้านค้า สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว สุริยา เกษตรสุขถาวร และพิชญ์ธัชกิต ธนวัฒน์โอภาส (2562:267-284) ศึกษาเรื่อง “การสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้น ของ ผู้ประกอบการอิสระในเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย รองรับ การเป็นไทยแลนด์ 4.0” ผลการวิจัย พบว่า ผู้ประกอบการอิสระฯ มีปัญหาการสื่อสารภาษาจีนและมี ความต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีน เพื่อการประกอบอาชีพอย่างมาก แต่มีข้อจำกัด ทางด้านอายุและเวลา ผู้วิจัยจึงได้สร้างและพัฒนานวัตกรรมที่เน้นการฝึกทักษะการสื่อสารภาษาจีน เบื้องต้นที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง เนื้อหานวัตกรรมมีความเฉพาะเจาะจง ตรงตามความต้องการ และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งประกอบไปด้วยคำศัพท์และประโยคสนทนาเบื้องต้นเกี่ยวกับการทักทาย การแนะนำสินค้า การสอบถามและต่อรองราคาสินค้า การเชิญชวนและขอความร่วมมือ ประโยค ปฏิเสธในสถานการณ์ต่างๆ และการบอกเส้นทาง ที่มีบทแปลและเสียงอ่านภาษาไทยกำกับในรูปของ หนังสือเล่มเล็กขนาดพกพาและไฟล์เสียงผลจากการประเมินความพึงพอใจในการใช้นวัตกรรมฯ ของ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มผู้ประกอบการต่อนวัตกรรม พบว่า ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.98 และ 4.30 ตามลำดับ ผลทดสอบก่อนและหลังการใช้นวัตกรรมฯ พบว่า มีคะแนนสูงขึ้นในทุกเนื้อหาทักษะการ ฟังและการพูด จึงกล่าวได้ว่านวัตกรรมนี้มีความพึงพอใจในระดับดีและสามารถนำไปพัฒนาทักษะการ สื่อสารภาษาจีนของผู้ประกอบการอิสระฯ ได้จริง สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว (2562:438-463) ศึกษาเรื่อง “การศึกษาปัญหาและความ ต้องการในการใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารด้านการขายสินค้าของผู้ประกอบการในพื้นที่วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย” ผลการวิจัย พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเลือกสินค้าและสินค้าของที่ระลึกใน ร้านจำนวนมาก แต่มี นักท่องเที่ยวชาวจีนเพียงบางส่วนที่จะซื้อสินค้า เพราะว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมี ปัญหาในการสื่อสารกับ ผู้ประกอบการ โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่จะใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร เป็นหลัก แต่ผู้ประกอบการมีทักษะใน การใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารอยู่ในระดับน้อย จึงไม่สามารถ ขายสินค้าและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คิดว่าภาษาจีนมีความจำ เป็นมากต่อการประกอบอาชีพ และคิดว่าทักษะในการใช้ภาษาจีน เพื่อการสื่อสารของตนยังไม่ เพียงพอ โดยมีความต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีน (ฟัง-พูด) เพื่อขายสินค้า และสินค้าของ
ที่ระลึก ซึ่งเนื้อหาที่ต้องการพัฒนาประกอบด้วย คำศัพท์ของสินค้าและสินค้าของที่ระลึกต่างๆ ( = 4.04) คำศัพท์ที่จำเป็นและประโยคสั้น ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแนะนำสินค้า ( = 3.99) การ ต่อรองราคา ( – 3.96) การกล่าวทักทายทั่วไป ( = 3.92) การสนทนาทั่วไป ( = 3.86) การห้าม หรือกล่าวตักเตือน ( – 3.81) ตามลำดับ และจากการสำรวจความต้องการและคาดหวังของ นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อผู้ประกอบการ พบว่า หากผู้ประกอบการสามารถสื่อสารและแนะนำสินค้า อย่างง่าย ๆ ได้จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาทักษะการใช้ ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารด้านการขายสินค้าของ ผู้ประกอบการแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยสำคัญ คือ ปัจจัย ภายใน ได้แก่ ข้อจำกัดเรื่องเวลาสำหรับเรียนภาษาจีน ทัศนคติที่มีต่อภาษาจีน และขาดความมั่นใจใน การสนทนากับนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ ขาด แคลนสื่อการเรียนภาษาจีนที่ตรง ตามความต้องการและสอดคล้องกับบริบทการทำงาน ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน จากภาครัฐในการ พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีน และขาดบุคลากรในการอบรมภาษาจีนเพื่อการทำงาน ชมพูนุช ศิริวุฒิพันธุ์(2563:1-49) ศึกษาเรื่อง “การใช้ภาษาจีนในการบริการต่อกลยุทธ์การ จัดจำหน่ายสินค้าของร้านบิ้วตี้บุฟเฟต์” ผลการวิจัย พบว่า การบริการภาษาจีนของพนักงานและการ สื่อสาร ด้านผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่พอใจของผู้บริโภคจีน พนักงานขายที่ใช้ภาษาจีนได้มีจำนวนน้อย จากการ วิจัยในครั้งนี้พบว่า ผู้บริโภคชาวจีนมีข้อเสนอแนะ ควรมีการอบรมการใช้ภาษาจีนของการ ขายสินค้า ให้กับพนักงาน บทความนี้เห็นว่า การบริการพื้นฐานทางด้านภาษาจีนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้บริษัท เข้าสู่ตลาดประเทศจีนที่เน้นการบริการด้านภาษาจีนให้นักท่องเที่ยวจีน มีความ ประทับใจกับบริการ และทำให้ธุรกิจค้าปลีกไทยมีการพัฒนาที่เจริญยิ่งขึ้นในอนาคตอีกด้วย สิริรัตน์ วาวแวว (2564:269-286) ศึกษาเรื่อง “การพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อการทำงาน สำหรับพนักงานนวดแผนไทย” ผลการวิจัย พบว่า (1) ข้อมูลและวิเคราะห์เกี่ยวกับประโยคสนทนาที่ ใช้บ่อย ในการนวดแผนไทย สามารถแบ่งได้ทั้งหมด 18 หมวด (2) ผลการตรวจสอบ ประสิทธิภาพ ของคู่มือเพื่อหาค่าสอดคล้องของเนื้อหา (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ผลรวมคะแนนเท่ากับ 3 ดังนั้น ค่า IOC แสดงให้เห็นว่า คู่มือมีประสิทธิภาพ มีความ สอดคล้องและความเชื่อถือได้ และ (3) ความพึงพอใจของผู้อบรมที่มีต่อเอกสาร ประกอบการอบรม โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจ มากที่สุด ( =4.76; S.D.=0.46) และผลการเปรียบเทียบทักษะภาษาจีนในการทำงานสำหรับ พนักงานนวดแผนไทยพบว่า คะแนนทักษะภาษาจีนของผู้เข้าอบรม ในระหว่างก่อนการอบรม
( =5.2; S.D.=1.03) และหลังการอบรม ( =8.90; S.D.=1.20) มีค่าสถิติ T-test เพิ่ม สูงขึ้น แสดง ให้เห็นพัฒนาการในการเรียนที่ดีขึ้น องค์ความรู้จากการวิจัย คือ การสร้างคู่มือภาษาจีนเพื่อการ ทำงานสำหรับพนักงานนวดแผนไทยที่สามารถนำไปประยุกต์สร้างสื่อรูปแบบอื่นเพื่อเพิ่มศักยภาพ ตนเองและเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจ สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว และสุริยา เกษตรสุขถาวร (2564:11-25) ศึกษาเรื่อง “การ สร้างและพัฒนาโมบายแอปพลิเคชัน S-P-A เพื่อส่งเสริมการสื่อสาร ภาษาจีนสำหรับการให้บริการ ของบุคลากรนวดเพื่อสุขภาพ” ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการในการพัฒนาทักษะ การสื่อสารภาษา จีบ แต่มีข้อจำกัดด้านสื่อ การเรียนรู้และเวลา ผู้วิจัยจึงสร้างและพัฒนาต้นแบบโม บายแอปพลิเคชันที่เน้น ฝึกทักษะการฟังและการพูดผ่านเนื้อหาที่ครอบคลุมขั้นตอนการให้บริการ ผล การทดลองใช้พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยครั้งที่ 2 ของทั้งทักษะการฟังและการพูดเพิ่มขึ้นอย่าง มีนัยสำคัญ และมีผลการประเมินความพึงพอใจต่อนวัตกรรมของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับดีมาก จรัญ อ่อนขาว (2566 :108-125) ได้ศึกษาเรื่อง “การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของ ผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสามล้อเพื่อการสื่อสาร กับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะพายเป้ ชุมชนสถานี รถไฟอยุธยา” ผลการวิจัย พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนเอเชียแต่ยังคงใช้ภาษาอังกฤษในการ สื่อสารไม่ได้มากนัก ผู้ประกอบการมีคุณวุฒิการศึกษาไม่สูงจึงมีข้อจำกัดด้านภาษาอังกฤษ และ ต้องการสื่อสารมากขึ้นในเรื่องที่มีความเฉพาะ เช่น การอธิบายรายละเอียดของอัตราค่าบริการ จุดเด่น ของรถตุ๊ก ๆ และสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการต้องการใช้ภาษาอังกฤษดังกล่าวใน รูปแบบที่เป็น คำสั้น ง่าย เพราะมีเวลาจำกัด การใช้คู่มือภาษาอังกฤษที่ประกอบด้วยคำ สำนวน ประโยคที่สั้นและง่าย รวมกับการใช้อวัจนภาษา รูปภาพและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ จำเป็นในการแก้ปัญหา ผลการทดลอง พบว่า การใช้ภาษาอังกฤษตามคู่มือดังกล่าวทำให้การใช้ ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นที่เข้าใจได้รวดเร็วและ ไม่เกิดปัญหาในการสื่อสาร การพัฒนาเอกสารประกอบการสอนรายวิชา ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารสำหรับธุรกิจ โทรคมนาคม จากการสัมภาษณ์พนักงานให้บริการหน้าร้านของ บริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคมถึงหัวข้อ ต่างๆที่ต้องการใช้ภาษาจีนในการสื่อสารในการบริการ คณะผู้วิจัยจึงได้ พัฒนาเอกสารประกอบการ สอนรายวิชาภาษาจีนเพื่อการสื่อสารสำหรับธุรกิจโทรคมนาคมขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการ ตามหลักการใน การจัดทำเอกสารประกอบการสอน โดยหลักการแรก การสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีวัตถุประสงค์ ชัดเจน โดยเอกสารประกอบการสอนชุดนี้มีเนื้อหาจัดทำขึ้นตามความต้องการในการใช้งานสำหรับการสื่อสาร
เพื่อการบริการและงานขายหน้าร้านของบริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคม เนื้อหาในแต่ละบทมีความ ต่อเนื่องกันเน้นทักษะการฟังและการพูด โดยมีการกำหนดเป้าหมายให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาจีนได้ อย่างถูกต้อง คล่องแคล่วและเป็นไปตามมารยาทการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมหลักการที่ 2 เนื้อหามี ความเป็นสากล แม้ว่าเอกสาร ประกอบการสอนชุดนี้จะเป็นลักษณะภาษาจีนเฉพาะด้านแต่การที่ ผู้เรียนจะสามารถนำไปใช้สื่อสารได้ เอกสารจำเป็นต้องประกอบไปด้วยเนื้อหาที่มีความเป็นสากล ได้แก่ คำศัพท์ สำนวน ที่ใช้ในการสื่อสารตามบริบทจริง เพื่อให้ ผู้เรียนนอกจากมีความรู้ด้านคำศัพท์ เฉพาะทางแล้วยังสามารถสื่อสารภาษาจีนในบริบทต่างๆ ได้อีกด้วยหลักการที่ 3 คือ หลักการ ออกแบบ โดยออกแบบจากองค์ประกอบด้านความสามารถในการสื่อสาร ได้แก่ ความสามารถด้าน ไวยากรณ์หรือโครงสร้างประโยค ความสามารถในการใช้ภาษาได้ตรงตามบริบท ความสามารถในการ ใช้โครงสร้างพูดเพื่อสื่อความหมาย และความสามารถ ในการใช้ทักษะอื่นๆ ประกอบการสื่อสาร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ได้จริง หลักการที่ 4 สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเนื้อหาใน เอกสารประกอบการสอนชุดนี้ทั้งบทเรียนและแบบฝึกหัดล้วนเรียบเรียงขึ้นมาจาก บริบทการใช้งาน จริง ซึ่งมาจากการสัมภาษณ์พนักงานหน้าร้าน การสังเกตการณ์การบริการในร้าน เอาสาร ใบปลิว ต่างๆ และข้อมูลในเว็บไซต์ทางการของบริษัทธุรกิจโทรคมนาคม
บทที่3 วิธีการดำเนินวิจัย การศึกษา“การพัฒนาคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบล บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย” ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิง ปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. ผู้ตอบแบบสำรวจปัญหาและความต้องการ จำนวน คน 2. ผู้ตอบแบบสำรวจความต้องการด้านเนื้อหา จำนวน คน 3. ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพคู่มือ จำนวน 3 คน ได้แก่ (1) อาจารย์นิรัตน์ ทองขาว อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาภาษาจีน (2) อาจารย์สุริยา เกษตรสุขถาวร อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาภาษาจีน (3) อาจารย์จงรักษ์ มณีวรรณ์ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาภาษาจีน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล จำนวน 3 ชุด ดังนี้ 1. เครื่องมือที่ 1 แบบสำรวจปัญหาและความต้องการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือ สองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 2 เครื่องมือที่ 2 แบบสำรวจความต้องการ “ด้านเนื้อภาษาจีน” ของพนักงานขายรถยนต์มือ สองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 3 เครื่องมือที่ 3 แบบประเมินคุณภาพคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขายรถยนต์มือสองใน เขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย วิธีการสร้างเครื่องมือ มีรายละเอียดดังนี้ 1. การออกแบบเครื่องมือที่ 1 แบบสำรวจปัญหาและความต้องการใช้ภาษาจีนของขาย รถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ข้อมูลผู้ตอบแบบสำรวจ ส่วนที่ 2 เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนมาซื้อรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ ท่านสามารถใช้ภาษาจีนเบื้องต้นในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวจีนได้หรือไม่ อย่างไร ส่วนที่ 3 คือ ท่านต้องการพัฒนาทักษะภาษาจีนเบื้องต้น (ฟัง-พูด) ที่ใช้ในการทำงานหรือไม่ อย่างไร
2. การออกแบบเครื่องมือที่ 2 แบบสำรวจความต้องการ “ด้านเนื้อหาภาษาจีน” ของ พนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย แบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว ส่วนที่ 2 ข้อมูลด้านคำศัพท์ ส่วนที่ 3 ข้อมูลด้านประโยค ส่วนที่ 4 คือข้อเสนอแนะอื่นๆ 3. การออกแบบเครื่องมือที่ 3 แบบประเมินคุณภาพคู่มือภาษาจีนสำหรับพนักงานขาย รถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้านภาษา ด้านคุณภาพของเสียง ด้านคุณภาพรูปเล่ม และด้านการนำไปใช้ประโยชน์ 3.1 ด้านเนื้อหา ประกอบด้วย (1) ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับวัตถุประสงค์ (2) ปริมาณของเนื้อหาในแต่ละบท (3) ลำดับในการนำเสนอเนื้อหา 3.2 ด้านภาษา ประกอบด้วย (1) ความถูกต้องของภาษา (การใช้คำและไวยากรณ์) (2) ความเหมาะสมของภาษา (ระดับความยากง่าย) (3) ความชัดเจนของภาษาที่ใช้สื่อความหมาย 3.3 ด้านคุณภาพของเสียง ประกอบด้วย (1) ความชัดเจนของเสียง (2) ความถูกต้องของเสียง (3) ความเร็วของเสียง (มีความเร็วที่เหมาะสมต่อการเลียนแบบ) 3.4 ด้านคุณภาพรูปเล่ม ประกอบด้วย (1) รูปเล่มน่าสนใจ มีความสวยงาม (2) ขนาดเล่มพกพาสะดวก (3) ขนาดตัวอักษรอ่านสะดวก 3.5 ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ประกอบด้วย (1) คู่มือเป็นตัวช่วยหนึ่งในแก้ไขปัญหาการสื่อสารภาษาจีนของพนักงาน (2) คู่มือส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีนด้วยตนเองของพนักงาน (3) คู่มือส่งเสริมการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาจีนในการทำงานของพนักงาน
การกำหนดเกณฑ์การประเมินและการแปรผล ผู้วิจัยกำหนดระดับความเหมาะสม เป็น 5 ระดับ 5 หมายถึงมากที่สุด 4 หมายถึงมาก 3 หมายถึงปานกลาง 2 หมายถึงน้อย 1 หมายถึงน้อย ที่สุด ในการนี้ ผู้วิจัยกำหนดการแปลความหมายโดยการเปรียบเทียบเกณฑ์ความหมาย (บุญชม ศรี สะอาด 2553:82-83) ตารางที่ ......... เกณฑ์การประเมินและการแปรผล วิธีการดำเนินศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาข้อมูลเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. กำหนดขอบเขตและเนื้อหาการวิจัย 3. ศึกษาและสรุปปัญหาการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบล บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 4. ศึกษาและสรุปความต้องการการใช้ภาษาจีนของพนักงานขายรถยนต์มือสองในเขต เทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย 3. จัดทำคู่มือภาษาจีนสำหรับขายรถยนต์มือสองในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย ตามขั้นตอน (1) ขั้นตอนการวิเคราะห์ (Analysis) (2) ขั้นตอนการออกแบบ (Design) (3) ขั้นตอนการพัฒนา (Development) และ (4) ขั้นตอนการประเมินผล (Evaluation) สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. ร้อยละ (Percentage) โดยใช้สูตรของบุญชม ศรีสะอาด (2551:101) P = × 100 เมื่อ P แทน ร้อยละ เมื่อ f แทน ความถี่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นร้อยละ เมื่อ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด ระดับคะแนน ระดับความเห็น 4.51-5.00 มากที่สุด (เหมาะสมมากที่สุด) 3.51-4.50 มาก (เหมาะสมมาก) 2.51-3.50 ปานกลาง (เหมาะสมปานกลาง) 1.51-2.50 น้อย (เหมาะสมน้อย) 1.00-1.50 น้อยที่สุด (เหมาะสมน้อยที่สุด)
2. ค่าเฉลี่ย (Mean) โดยใช้สตูรของบุญชม ศรีสะอาด (2551:102) เมื่อ แทน ตัวกลางเลขคณิต หรือค่าเฉลี่ย เมื่อ ∑x แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน เมื่อ N แทน จำนวนคนทั้งหมด 3. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตรของบุญชม ศรีสะอาด (2551:103) S.D. = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เมื่อ X แทน คะแนนแต่ละตัว เมื่อ N แทน จำนวนสมาชิกในกลุ่มนั้น เมื่อ ∑x แทน ผลรวมคะแนนทั้งหมด
บรรณานุกรม กาญจนารัติ อุไรรัตน, มาธุรี อุไรรัตน, อัฐพร ชาญชญานนท์, ธิดารัตน์ น้อยสุวรรณ และเสาวนีย์ รัตนอรุณ. (2562). สภาพการใช้ภาษาจีนของผู้ประกอบการร้านค้าตลาดน้ำครองแห อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดขลา. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 10 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. คุณจันทร์. พนักงานขาย. สัมภาษณ์. วันที่ 6 มิถุนายน 2566. คุณไทนี่. พนักงานขาย. สัมภาษณ์. วันที่ 6 มิถุนายน 2566. จรัญ อ่อนขาว. (2566).การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ ของผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสามล้อเพื่อ การสื่อสาร กับนักท่องเที่ยวต่างชาติสะพายเป้ ชุมชนสถานีรถไฟอยุธยา. วารสารปาริชาต มหาวิทยาลัยทักษิณ, ปีที่36 (ฉบับที่1 ), 108 - 125. จุรี สุชนวนิช. (2564). สนทนาภาษาจีน ฉบับธุรกิจบริการ. กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ภาษาและ วัฒนธรรม สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น). จงจินต์ นิลคำแหง มัลธิกา ศิริพิศ และพรรณิกา ชวนาทนุสรณ์. (2559). การวิเคราะห์ความต้องการ จำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนสำหรับพนักงานในธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ระดับ 4 – 5 ดาว ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ชมพูนุช ศิริวุฒิพันธุ์. (2563). การใช้ภาษาจีนในการบริการต่อกลยุทธ์การจัดจำหน่ายสินค้าของร้าน บิ้วตี้บุฟเฟต์. วิจัยหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจ) คณะ ภาษาและวัฒนธรรมจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 1-49. เชียงรายโฟกัส. (2566). เชียงรายพร้อม ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวไทยทาง รถยนต์ทางด่านพรมแดนเชียงของอย่างอบอุ่น. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2566, จาก เชียงราย พร้อม ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวไทยทางรถยนต์ทางด่านพรมแดน เชียงของอย่างอบอุ่น – เชียงรายโฟกัสดอทคอม สังคมออนไลน์ของคนเชียงราย (chiangraifocus.com) ธีรวัฒน์ บุญแสง. เจ้าของร้าน. สัมภาษณ์. วันที่ 6 มิถุนายน 2566. บุญชม ศรีสะอาด และคณะ. (2551). พื้นฐานการวิจัยการศึกษา. (ฉบับพิมพ์ครั้งที่4). กรุงเทพฯ : ประสานการพิมพ์. บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ : สุวีริยสาสน์.
ปิยะ ศักดิ์เจริญ. (2558). “ทฤษฎีการเรียนรู้ผู้ใหญ่และแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการชี้นำตนเอง กระบวนการเรียนรู้เพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” วารสารพยาบาลทหารบก 16, 1 (มกราคม – เมษายน) : 8 - 13). วิวัฒน์ มีสุวรรณ์. (2561). วิจัยทางเทคโนโลยีการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 1). พิษณุโลก : สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ศักรินทร์ ชนประชา. (2557). “ทฤษฎีการเรียนรู้ผู้ใหญ่: สิ่งที่ครูสอนผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้” วารสาร ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 25, 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม) : 13 – 23. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2565).แนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองปี 2565: โอกาสด้านราคาขณะที่ยอดขาย โตจำกัดการขายทอดตลาดลดลง(มองเศรษฐกิจฉบับที่ 3974) https://www.kasikornbank.com/th/kwealth/Pages/a149-car-loansecondhand.aspx?fbclid=IwAR3tQsXxyNU4QiK3kBs7cDfsB4j3En_wMLAk9vvHO WcHDWbKmy8FuvzT828 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. (2566).ส.อ.ท. ประเมิน “จีนเปิดประเทศ” เสริมเศรษฐกิจไทย ขยายตัว. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2566, จาก ส.อ.ท. ประเมิน “จีนเปิดประเทศ” เสริม เศรษฐกิจไทยขยายตัว | The Federation of Thai Industries (fti.or.th) สิริรัตน์ วาวแวว. (2564). การพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อการทำงานสำหรับพนักงานนวดแผนไทย. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, ปีที่6 (ฉบับที่2 ), 269 - 286. สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว สุริยา เกษตรสุขถาวร และพิชญ์ธัชกิต ธนวัฒน์โอภาส. (2562). การ สร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้นของ ผู้ประกอบการอิสระ ในเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย รองรับการเป็นไทย แลนด์ 4.0. วารสารปัญญาภิวัฒน์, ปีที่ 11 (ฉบับที่ 3 ), 267 - 284. สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว. (2562). การศึกษาปัญหาและความต้องการในการใช้ภาษาจีนเพื่อ การสื่อสารด้านการขายสินค้าของผู้ประกอบการในพื้นที่วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย. สมยศ จันทร์บุญ นิรัตน์ ทองขาว และสุริยา เกษตรสุขถาวร. (2564). การสร้างและพัฒนาโมบายแอป พลิเคชัน S-P-A เพื่อส่งเสริมการสื่อสาร ภาษาจีนสำหรับการให้บริการของบุคลากรนวดเพื่อ สุขภาพ. วารสารการวิจัยกาสะลองคำ , ปีที่15 (ฉบับที่2 ), 11 - 25. Chen Liping. (2000). 专门用途英语研究. [The study on English for specific purposes]. Shanghai: Fudan University Press. CHOBROD. (2565). รวมทริคเด็ดเข้าใจลูกค้ารถยนต์มือสอง ปิดการขายแบบเซลล์ขายรถมืออาชีพ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566. จาก https://chobrod.com/tips-buy-sell
Day,J., and Krzanowski, M.(2011). Teaching English for specific purposes: An introduction. Cambridge: Cambridge University Press. Hutchinson,T., and Waters, A. (1987). English for specific purposes: A learningcentered approach. Cambridge: Cambridge University Press. Knowles, Malcolm S. (1975). “Adult education new dimensions.” Educational Leadership, (November): 85 - 88) Lü, Bisong. (1990). 对外汉语教学发展概要. [Overview of the development of teaching Chinese as a foreign language]. Beijing: Beijing Language and Culture University Press. sales100million. (2561). เทคนิคในการเป็นสุดยอดเซลล์ขายรถ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566. จ า ก https://www.sales100million.com/single-post/How-To-Sell-The-Cars-LikeA-Superstar/ TAT REVIEW . (2566). สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ (เดือนมกราคม-มีนาคม 2566). สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2566, จาก สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ (เดือน มกราคม-มีนาคม 2566) – TAT Review Magazine Wang, Ruojiang. (2003). “特殊目的汉语教学实践引发的思考.” [Reflections on Chinese for special purposes.] Language Teaching and Linguistics Studies, 1: 52 - 57 Zhai, Naigang. (2007). "中医汉语词汇教学研究." [Study on the teaching of Chinese vocabulary in traditional Chinese medicine]. Master's Thesis, East China Normal University