ก
ก
คาํ นาํ
ศนู ยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอภักดีชุมพล สังกัดสํานักงาน
กศน. จังหวัดชัยภูมิ ไดจัดทําแผนการจัดการเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
หลักการทรงงาน ฐานการเรียนรูเร่ืองโอง ชีวิต เพ่ือใหความรแู กผ ูท่ีศึกษาหาความรูในฐานการเรียนรู ซ่ึง
เปนการเรียนรูเรื่องการออม รายรับ รายจาย ตลอดจนการปลูกฝงใหกับผูเรียน ผูรับบริการมี
คุณลกั ษณะอยอู ยางพอเพียงได
ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา แผนการจัดการเรียนรูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ฐานการเรียนรเู รือ่ งโองชีวติ น้จี ะเปน ประโยชนต อ ผูท ส่ี นใจ ผทู เ่ี ก่ียวขอ งตอ ไป
นงนชุ เพยี วงค
ผูจดั ทาํ
สารบัญ ข
คํานาํ หนา
สารบัญ ก
แผนการจดั การเรียนรตู ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข
๑
ฐานการเรยี นรูโองชวี ติ ๑
วัตถุประสงคก ารเรียนรู ๒
กิจกรรมการเรียนรู ๒
ส่อื อปุ กรณ ๒
ความสอดคลอ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔
ความสอดคลองกับหลักการทรงงาน ๔
ความสอดคลองกบั ศาสตรพระราชา ๔
การนําไปประยุกตใช ๕
การประเมนิ ผลการเรียนรูและขอ เสนอแนะเพมิ่ เติม ๕
ขอเสนอแนะเพ่ิมเตมิ ๖
แบบประเมินความพงึ พอใจ ๗
ใบงานถอดบทเรียนฐานการเรียนรู ๘
ผจู ดั ทํา
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรมการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
๑
แผนการจดั การเรยี นรตู ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ฐานการเรียนรู “โอง ชวี ติ ”
สาระการเรยี นรทู กั ษะการดําเนนิ ชวี ิต วชิ าเศรษฐกจิ พอเพียง (ทช31001)
๑. ชอื่ ฐานการเรียนรู โอง ชวี ิต เวลา ๓ ชั่วโมง
๒. ชอื่ วทิ ยากรแกนนํา
๒.๑ ครูแกนนํา
นางนงนชุ เพียวงค ครู กศน.ตําบล
๒.๑ วทิ ยากรภูมปิ ญญา
นางนงนุช เพยี วงค ครู กศน.ตําบล
๒.๒ นักศึกษาแกนนํา
ช่อื นายธวชั ชยั กาํ ลังมาก ระดบั การศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน
ชื่อ นายณฐั พงษ บรรเทอื ง ระดับการศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ชื่อ นายกฤษดากร เดชพนิ จิ ระดบั การศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
๓. ท่ีมาของการจดั ต้งั ฐานการเรยี นรู
จากสภาวะสังคมปจจบุ ันท่ีเต็มไปดว ยกระแสวตั ถุนิยมและความฟุมเฟอ ย ฟงุ เฟอ จนทาํ ใหคน
ไทยหลง เดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลายเปนปญ หาโดยเฉพาะปญ หาหนส้ี ินทไ่ี มมวี นั จบสนิ้
อยางไรกต็ ามคนไทยยังมี ทางออกซงึ่ การจะดา รงชีวติ ใหอ ยรู อดภายใตส ังคมในปจจบุ นั แนวทางหน่งึ ท่ี
ประชาชนไทยควรยึดถือคอื การ พ่งึ ตนเองรจู ักความพอประมาณ และไมป ระมาทตามแนวปรัชญา
“เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเดจ็ พระ เจาอยูหวั ที่ทรงมองเหน็ ถงึ ความสําคัญ ของการสราง
ภูมิคุมกันใหกบั ตัวเองรูจกั ความพอมีพอกิน พอมพี อใชคํานงึ ถงึ หลักเหตุผลและการประมาณตนเอง
พรอ มกับ ทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไมใ หประมาทโดยเฉพาะการใชจ ายเงิน อันเปนปจ จัยสาํ คัญใน
การดําเนนิ ชวี ิต จึงทําใหเ กิดฐานการเรยี นรู โอง ชวี ิต ข้นึ
๓. วัตถปุ ระสงค
๓.๑ เพื่อใหนกั ศึกษามีความรแู ละความเขาใจเกย่ี วกับความพอเพียงและ นาํ ไปใชใ น
ชวี ิตประจาํ วันได
๓.๒ เพ่อื ใหนกั ศกึ ษามีความพอเพยี งรจู ักคิดกอ นใชจายเงนิ และเปน การฝกความมีวนิ ัยในตนเอง
ในการใชจายเงิน
๓.๓ เพือ่ ปลกู ฝงความพอเพยี ง สรางความตระหนักและจติ สํานกึ ความ รับผดิ ชอบ และความมี
วินยั ใหกบั นักศึกษา
๒
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู
๔.๑ แนะนําวทิ ยากรประจาํ ฐาน และพ้ืนที่ฐานการเรยี นรู
๔.๒ แจง ขอบเขตเน้อื หากิจกรรมการเรยี นรูแกผ เู รียน
๔.๓ จัดกจิ กรรมรวมกบั ผเู รียน
๔.๔ อภิปรายกระบวนการ โดยนําหลักคิด ๒ : ๓ : ๔ มาทํากิจกรรม เพ่ือใหเกิดอุปนิสัยความ
พอเพยี ง
๔.๕ ผเู รียนวางแผนการจดั ทํา และลงมือปฏบิ ัติ
๔.๖ ผเู รียนนําเสนอวิธกี ารออม
๔.๗ วทิ ยากรแกนนํา ผูเรียนแกนนํารวมกันสรุปองคความรู ทกั ษะประสบการณจากการเรียนรู
๔.๘ ถอดองคความรูเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามใบงานถอดบทเรียนฐาน
การเรยี นรโู องชวี ิต
๕. สื่อ / อุปกรณ
๕.๑ ส่ือการสอนโอง ชีวิต
๕.๒ แบบประเมินความพงึ พอใจ
๕.๓ แผนผับองคความรขู ัน้ ตอนการสรา งโอง ชีวติ
๕.๔ แบบบนั ทกึ การเรยี นรูของฐานโอง ชวี ติ
๕.๕ ใบความรูห ลักการทรงงาน/หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๕.๖ ใบงานถอดบทเรียนหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงฐานการเรยี นรโู องชีวิต
๖. ความสอดคลองกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (๒ เงอื่ นไข ๓ หลกั การ ๔ มิติ ๓ ศาสตร)
๒ เงือ่ นไข
ความรู
๑) ความรูเรื่องการออม
๒) ความรูเรื่องการทําบัญชีครวั เรือน
๓) รหู ลักการทรงงานของพระบาทสําเด็จพระเจาอยูหวั
๔) รหู ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
คณุ ธรรม
๑) ความซอ่ื สัตย ความซื่อตรง ทง้ั ตอ การเงนิ และตอหนา ทผี่ ิดชอบ
๒) ความตรงตอ เวลา
๓) การเสียสละ การชว ยเหลือผูอ่นื
๓
๓ หลักการ
๑. พอประมาณ
๑) พอประมาณกับเวลาทใ่ี ชด ําเนนิ กจิ กรรม
๒) พอประมาณกับวสั ดุ อุปกรณตางๆ
๓) พอประมาณกบั งบประมาณท่ีใชใ นการทําโครงการ
๔) พอประมาณกบั จํานวนผูเรยี นที่เขารวมกจิ กรรม
๒. มเี หตุผล
๑) เพื่อใชเปน แหลง เรียนรูใหกับชุมชน
๒) เพอ่ื สรางนิสัยการประหยัดและการออมแกนกั ศกึ ษา
๓. มีภมู คิ ุมกัน
๑) มกี ารวางแผนการดาํ เนินการจัดกิจกรรมเปนอยางดี
๒) มีการตง้ั คณะกรรมการดําเนนิ งานรับผิดชอบดานตา งๆ ทช่ี ัดเจน
๓) มีการประชุมปรกึ ษาหารอื อยา งสมํา่ เสมอ
๔) มกี ารประเมินการทาํ งาน สรปุ งาน แลวนําผลมาใชปรับปรงุ วางแผนการ
ทาํ งานคร้ังตอไป
สมดลุ พรอ มกับการเปลย่ี นแปลงใน ๔ มิติ
๑ ดานวัตถุ/เศรษฐกจิ
๑) มกี ารเกบ็ ออม
๒) มกี ารจัดทําบัญชีรับ - จาย
๒ ดา นสังคม
๑) การชวยเหลือซึ่งกันและกนั ในการทาํ งาน ความสามคั คี มวี นิ ัย
๒) มนี ํ้าใจ เกิดการแลกเปลย่ี นเรียนรู
๓. ดานส่งิ แวดลอม
๑) สงเสรมิ และพัฒนาแหลงเรียนรู
๒) เสรมิ สรา งบรรยากาศเอ้อื ตอ การเรยี นรู
๔. ดา นวัฒนธรรม
๑) มสี วนรวมในการสรา งวัฒนธรรมการพ่ึงพาตนเองเพอ่ื ใหเกดิ ความยั่งยืนสูงสุด
๗. ความสอดคลองกบั หลกั การทรงงาน
๑) ศึกษาขอมลู อยางเปน ระบบ
๒) แกปญหาจากจดุ เลก็
๓) ทรงใชธ รรมชาตชิ ว ยธรรมชาติ
๔) การพ่ึงตนเอง
๔
๘. สอดคลอ งกบั ๓ ศาสตร
๘.๑ ศาสตรพ ระราชา
๑) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : การบูรณาการหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งกับการทาํ งานในแตล ะข้ันตอนเพื่อใหไดป ระสิทธิภาพและประโยชนส ูงสดุ
๘.๒ ศาสตรทองถ่นิ
๑) ความรูจากภูมิปญ ญาทองถน่ิ
๒) ความรจู ากวทิ ยากรแกนนํา
๘.๓ ศาสตรส ากล
๑) สอ่ื เอกสารตํารา องคค วามรตู า งๆ
๙. การนาํ ไปประยกุ ตใช
๙.๑ การประยกุ ตใชในชวี ิตประจําวนั
๑) สามารถนําหลักคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ไดรับไปประยุกตใชใน
กิจกรรมการเรียนรู และประยุกตใชในชีวติ ประจาํ วนั
๒) การปลูกฝงแนวคิดหลกั การทรงงาน ประยกุ ตใชในชีวติ
๓) สามารถนาํ ความรทู ี่ไดไ ปพัฒนาตอยอดและเผยแพรแ กช ุมชน
๙.๒ การประยกุ ตใชใ นภารกจิ ตามหนาที่
๑) การทํางานอยา งเปนระบบ
๒) เพิ่มแหลงเรียนรใู หกับครู ผูเรียน บุคลากรในสถานศึกษา และผูที่เขามาศกึ ษาดูงาน
จากโรงเรียน ชมุ ชน องคก รณ/หนว ยงานภายนอก
๓) นําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปเปนหลักคิดและหลักปฏิบัติในการงานและ
หนา ทที่ ไ่ี ดร ับมอบหมาย
๑๐. การประเมินผลการเรยี นรูและขอ เสนอแนะเพม่ิ เติม
๑) สงั เกตความสนใจ และการซกั ถาม
๒) ใบงานถอดบทเรียนประจาํ ฐาน
๓) สรปุ ผลการจัดกจิ กรรมตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ขอ เสนอแนะเพมิ่ เติม
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.
๕
แบบประเมินความพึงพอใจ
การดาํ เนินงานของศนู ยการเรยี นรูตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งดา นการศกึ ษา
ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาํ เภอภกั ดีชมุ พล
สว นที่ ๑ ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม
๑. เพศ ชาย หญงิ
๒. อายุ นอ ยกวา ๒๐ ป ๒๑ – ๓๐ ป ๓๑ – ๔๐ ป ๔๑ – ๕๐ ป ๕๑ – ๖๐ ป
มากกวา ๖๐ ป
๓.สถานภาพ นกั ศึกษา ประชาชนทั่วไป ครู ผบู ริหาร อืน่ ๆ……………
สว นที่ ๒ ประเด็นความพงึ พอใจ โปรดทําเครอ่ื งหมาย ลงในชอ งคาํ ตอบท่ตี รงกับความรูสกึ
ระดับความพึงพอใจ
ขอ ประเด็นการวดั ความพึงพอใจ มากที่สุด ๕ มาก ๔ ปานกลาง ๓ นอ ย ๒ นอ ยที่สดุ ๑
ดานวิทยากร (ครูแกนนาํ /นกั ศึกษาแกนนํา)
๑ การถา ยทอดความรูชดั เจน
๒ การเชือ่ มโยงตามหลัก ๒ ๓ ๔
๓ มีเน้อื หาครบถวนครอบคลุมทุกกิจกรรม
๔ การใชเ วลาถายทอดความรูท่เี หมาะสม
๕ การตอบขอ ซกั ถามไดเขา ใจ ถูกตอ ง
ดา นสถานที่
๖ สถานทส่ี ะอาด รมร่ืน ปลอดภัย และสวยงาม
๗ ความพรอมของอุปกรณ
ดา นความรูความเขาใจ
๘ ความรคู วามเขาใจเน้ือหาในแหลงเรยี นรู
ดานการนาํ ความรไู ปใช
๙ สามารถนําความรูทไี่ ดรับไปประยุกตใช
ในชวี ติ ประจําวัน
๑๐ คาดวา สามารถนาํ ความรไู ปเผยแพร/ถายทอดได
ขอ เสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………….………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………….............................………………………………………….…
๖
ผลทีเ่ กิดขนึ้ กับผูเรยี น
จากการจัดกิจกรรมการเรยี นรตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาํ เภอภักดชี มุ พล
*************************************************
ฐานการเรยี นรู. ........................................................................กจิ กรรม...............................................................
ผูเ รียนไดฝกคดิ และฝก ปฏิบตั ิตามหลัก ปศพพ. ดงั นี้
๒ เงอื่ นไข
ความรู คณุ ธรรม
…………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………….
๓ หลักการ หลกั ภูมคิ ุมกัน
หลักพอประมาณ หลักมเี หตุผล
......................................................... ..................................................... .........................................................
…………………………………………………. ……………………………………………… ………………………………………………….
………………………………………………… ……………………………………………… …………………………………………………
…………………………………………………. ……………………………………………… ………………………………………………….
………………………………………………… ……………………………………………… …………………………………………………
……………………………………………….. …………………………………………… ………………………………………………..
ผลลพั ธท เ่ี กิดขน้ึ กบั ผูเรียนจากการจดั กิจกรรมการเรียนรบู ูรณาการหลกั ปศพพ. ดงั นี้
อยูอยา งพอเพยี ง....สมดุลพรอมรบั การเปล่ียนแปลงใน ๔ มิติ
วตั ถุ สังคม
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
ส่งิ แวดลอม วัฒนธรรม
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………….
๗
ที่ปรึกษา คณะผูจัดทาํ
นายจรูญศักดิ์ พุดนอย
นางสาวหลิงฟา ขันติรัตน ผูอาํ นวยการสํานกั งาน กศน.จังหวัดชยั ภูมิ
นางลัทธพรรณ ตงุ ชพี รองผอู ํานวยการสาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดชัยภมู ิ
ผอู าํ นวยการ กศน.อําเภอภกั ดชี ุมพล
คณะทํางาน ครู
นางสาวธญั พฒั น ออ นตา ครผู ูชว ย
นางสาวสมฤทยั อมุ พิมาย ครู กศน.ตําบล
นางนงนชุ เพยี วงค ครู กศน.ตาํ บล
นางสาวอโนชา ผยุ คําผิ ครู กศน.ตําบล
นายณัฐชัย สิงหอ ําพล ครู กศน.ตาํ บล
นางสาวมงิ่ ขวญั เพียรวิชา ครู กศน.ตาํ บล
นางอุไร แพงแกว ครู กศน.ตาํ บล
นายณัฐพงษ บัวระบัดทอง ครูประจาํ ศูนยก ารเรียนชุมชน
นายหลกั ชัย ไชยบ รรพ ครูประจําศนู ยก ารเรียนชมุ ชน
นางสาวพลอยมณี วงคสกลุ เกียรติ ครูประจาํ ศนู ยก ารเรยี นชุมชน
นางสาวโสภดิ า ผุยคาํ ผิ ครูประจําศนู ยก ารเรยี นชมุ ชน
นายธนวัฒน พงษเ ดชาตระกูล บรรณารกั ษ
นางสาวมุกครนิ ทร สงู ชยั ภูมิ ครู กศน.ตําบล
ครู กศน.ตําบล
ผพู ิมพตน ฉบบั
นางนงนุช เพยี วงค
รปู เลม/เรยี บเรยี ง
นางนงนชุ เพยี วงค
๘
ใบความรู
เรื่อง การจัดทาํ บญั ชคี รวั เรือน
การจัดทําบัญชีครวั เรอื น
จากสภาวะสงั คมปจจุบันท่ีเต็มไปดวยกระแสวตั ถนุ ิยม และความฟมุ เฟอ ย ฟุงเฟอ จนทําใหคนไทยหลง
เดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลายเปน ปญหา โดยเฉพาะปญ หาหนีส้ นิ ที่ไมมีวัน จบสน้ิ อยา งไรกต็ ามคนไทยยังมี
ทางออก ซึ่งการจะดํารงชวี ิตใหอยรู อดภายใตส งั คมในปจจบุ นั แนวทางหนึ่งทีป่ ระชาชนไทยควรยึดถือคอื การ
พึง่ ตนเอง รจู กั ความพอประมาณ และไมป ระมาท ตามแนวปรชั ญา “เศรษฐกจิ พอเพยี ง” ของพระบาทสมเด็จพระ
เจา อยหู วั ที่ทรงมองเหน็ ถงึ ความสําคญั ของการสรา งภมู ิคุมกันใหกบั ตัวเอง รูจ ักความพอมีพอกนิ พอมีพอใช คาํ นึงถงึ
หลักเหตุผลและการประมาณตนเอง พรอ มกับทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไมใหป ระมาท โดยเฉพาะการใชจา ยเงิน
อนั เปน ปจจยั สาํ คัญในการดาํ เนนิ ชีวิต
การทาํ บญั ชี คือ การจดบันทึก ขอมลู เกี่ยวกบั เงื่อนไขปจจัยในการดาํ รงชวี ิตของตัวเอง และภายในครอบครัว
ชมุ ชน รวมถงึ ประเทศ ขอ มูลที่ไดจ ากการบันทึกจะเปนตัวบงช้ีอดีตปจ จบุ ันและอนาคตของชีวติ ของตัวเอง สามารถนํา
ขอมูลอดตี มาบอกปจจุบันและอนาคตได ขอมลู ที่ได ทีบ่ นั ทึกไว จะเปน ประโยชนต อ การวางแผนชวี ิตและกิจกรรมตาง
ๆ ในชวี ติ ในครอบครวั
บัญชคี รวั เรอื น มิไดหมายถึง การทาํ บัญชีหรือบันทึกรายรบั รายจา ยประจาํ วันเทานั้น แตอ าจหมายถึงการ
บนั ทึกขอมลู ดา นอืน่ ๆ ในชีวิต ในครอบครัว เปน ตน ของเราไดดวย เชน บญั ชที รพั ยสิน พนั ธุพืช พันธุไม ในบานเรา
ในชมุ ชนเรา บญั ชคี วามรคู วามคดิ ของเรา บญั ชผี ทู รงคณุ ผูรูในชมุ ชนเรา บญั ชีเด็กและเยาชนของเรา บญั ชภี มู ิปญ ญา
ดา นตา ง ๆ ของเรา เปน ตน หมายความวา สง่ิ หรอื เร่ืองราวตา ง ๆ ในชีวติ ของเรา เราจดบนั ทึกไดท ุกเร่ือง หาก
ประชาชนทุกคนจดบนั ทกึ จะมปี ระโยชนตอ ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและประเทศ จะเปนแหลงเรยี นรู ครอบครัว
เรียนรู ชมุ ชนเรียนรู และประเทศเรียนรูการเรียนรเู ปน ที่มาของปญญา ปญญาเปนท่มี าของความเจรญิ ท้งั กาย สังคม
ใจ และจิตวญิ ญาณของมนษุ ยจะเห็นวา การทําบัญชี หรอื การจดบนั ทึกนสี้ าํ คัญย่ิงใหญม าก บุคคลสาํ คญั ในประเทศ
หลายทา นเปน ตัวอยา งที่ดีของการจดบันทึก เชน ทา นพุทธทาส ในหลวง และสมเด็จพระเทพ ลว นเปน นักบนั ทึกทง้ั สิ้น
การบันทึก คือ การเขียน เมอ่ื มีการเขียนยอมมกี ารคดิ เมือ่ มกี ารคดิ ยอ มกอปญญา แกไ ขปญ หาไดโ ดยใชเหตผุ ล
วิเคราะหพ ิจารณา ไดถูกตอง น่ันคือ ทางเจริญของมนุษย
การทาํ บญั ชคี รวั เรือนในดา นเศรษฐกิจ หรือการบันทึกรายรบั รายจา ยท่ีทางราชการพยายามสง เสริมให
ประชาชนไดทํากนั นนั่ เปนเรื่องการบนั ทึกรายรับรายจายประจําวันประจําเดือนวา มีรายรับจากแหลง ใดบา ง จาํ นวน
เทา ใด มรี ายจายอะไรบา ง จํานวนเทาใด ในแตละวัน สัปดาห เดอื น และ ป เพ่อื จะไดเ ห็นภาพรวมวา ตนเองและ
ครอบครวั มรี ายรับเทา ใด รายจา ยเทา ใด คงเหลือเทา ใด หรอื เงนิ ไมพอใชเทา ใด คือ รายจายมากกวารายรบั และ
๙
สาํ รวจวารายการใดจายนอยจายมาก จําเปนนอยจาํ เปน มาก จาํ เปนนอย อาจลดลง จายเฉพาะท่ีจําเปนมาก เชน ซ้อื
กบั ขาว ซอื้ ยา ซือ้ เส้อื ผา ซอมแซมบา น การศึกษา เปนตน สว นรายจายที่ไมจําเปนใหลด ละ เลิก เชน ซอื้ บหุ รี่ ซอื้ เหลา
เลน การพนัน เปนตน เม่ือนาํ รายรบั รายจาย มาบวกลบกนั แลวขาดดุลเกินดลุ ไปเทา ใด เม่อื เหน็ ตัวเลข จะทาํ ใหเราคิด
ไดว าสิง่ ไมจ ําเปน น้ันมมี ากหรือนอ ยสามารถลดไดห รือไม เลกิ ไดไหม ถา ไมล ดไมเ ลกิ จะเกิดอะไร กบั ตัวเอง ครอบครวั
ชุมชน และประเทศ หากเราวางแผนการรบั การจายเงินของตนเองได เทากบั วา รจู ักความเปน คนไดพ ัฒนาตนเอง ให
เปน คนมเี หตมุ ผี ล เปนคนรูจักพอประมาณ เปนคนรักตนเอง รกั ครอบครวั รกั ชมุ ชน และรักประเทศชาติมากขึน้ จงึ
เห็นไดวา การทําบญั ชีครวั เรือน ในเร่อื งรายรบั รายจาย ก็คอื วถิ ีแหง การเรียนรูเพ่ือพัฒนาชวี ิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง น่นั เอง เพราะปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง คอื ปรัชญาชวี ติ ทีถ่ ูกตองเหมาะสม พอดี สอดคลองถูกตองตามกฎ
ธรรมชาติท่ีมที งั้ ความเปน เอกภาพและดลุ ยภาพอยเู สมอ
การทาํ บัญชีครวั เรือนเปน การจดบนั ทกึ รายรับรายจายประจาํ วันของครัวเรือน และสามารถนําขอมลู มาวาง
แผนการใชจ ายเงนิ ในอนาคตไดอยา งเหมาะสม ทาํ ใหเ กิดการออม การใชจา ยเงนิ อยา งประหยัดคุมคา ไมฟ ุมเฟอย
ดงั นัน้ การทําบัญชชี คี รัวเรอื นมีความสําคัญดงั น้ี
1. ทําใหต นเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจา ย หน้สี นิ และเงนิ คงเหลอื ในแตล ะวัน
รายรับ หรือ รายได คือ เงิน หรอื สนิ ทรพั ยทว่ี ัดมลู คา ได ทไ่ี ดร ับจากการประกอบอาชพี หรอื ผลตอบแทน
ท่ไี ดร บั จากการใหผูอน่ื ใชส ินทรพั ย หรอื ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบตางๆ เชน รายไดจ ากคา จา งแรงงาน
เงนิ เดือน ดอกเบ้ยี รับจากเงนิ ฝากธนาคาร หรือ จากเงินใหกูย ืม รายไดจากการขายสนิ คาหรือบรกิ าร เปน ตน
รายจา ย หรือ คาใชจาย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพยทว่ี ัดมูลคาได ที่จายออกไปเพอื่ ใหไดสิง่ ตอบแทนกลับมา
ส่ิงตอบแทนอาจเปน สนิ คาหรือบริการ เชน คาอาหาร คา นํ้าคาไฟฟา (คาสาธารณปู โภค) คานา้ํ มนั คา หนังสือตํารา
เปน ตน หรอื รายจาย อาจไมไดร บั สิ่งตอบแทนคือสนิ คาหรอื บรกิ ารกไ็ ด เชน เงินบริจาคเพื่อการกศุ ล เงนิ ทําบญุ
ทอดกฐนิ ทอดผาปา เปนตน
หน้สี ิน คอื ภาระผูกพนั ที่ตอ งชดใชคืนในอนาคต การชดใชอาจจายเปน เงนิ หรือของมีคาท่ีครอบครวั หรอื
ตนเองมีอยู หนีส้ ินเปน เงินหรือส่ิงของทม่ี ีคาที่ครอบครัวหรือตนเองไดรบั มาจากบุคคลหรอื แหลงเงินภายนอก เชน
การกูยืมเงนิ จากเพือ่ นบาน การกูยมื เงินจากกองทุนตางๆ การซอื้ สนิ คาหรอื บริการเปนเงินเชอ่ื การซื้อสนิ ทรัพยเปน
เงนิ ผอ นชําระ หรอื การเชา ซ้ือ เปนตน
เงนิ คงเหลอื คอื เงนิ หรือ ทรัพยส ินที่วัดมูลคาได หลังจากนาํ รายรับลบดวยรายจายแลว ปรากฏรายรบั
มากกวารายจายจะทําใหมเี งนิ คงเหลอื หรือในหลกั ทางบัญชีเรยี กวา กาํ ไร แตห ากหลงั จากนํารายรับลบดว ยรายจาย
แลวปรากฏวา รายจายมากกวารายรับจะทําใหเ งินคงเหลือติดลบหรอื ทางบญั ชเี รยี กวาขาดทุน น่นั เอง
๑๐
2. นาํ ขอ มูลการใชจ ายเงินภายในครอบครวั มาจดั เรยี งลําดับความสําคัญของรายจา ย และวางแผนการใช
จา ยเงิน โดยพิจารณาแตล ะรายการในแตล ะวนั มรี ายจา ยใดทมี่ คี วามสําคญั มาก และรายจา ยใดไมจ ําเปนใหตดั ออก
เพอื่ ใหก ารใชจ ายเงนิ ภายในครอบครัวมีพอใชแ ละเหลือเกบ็ เพ่ือการออมทรัพยส ําหรบั ใชจายสงิ่ ทจ่ี ําเปนในอนาคต
บัญชีครัวเรอื นถือเปนสวนสําคญั ในการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยยดึ หลัก 3 ขอ คือ การพอประมาณ ถา รู
รายรบั รายจา ย กจ็ ะใชแ บบพอประมาณ แต มเี หตผุ ล รูวา รายจายใดจําเปน ไมจ ําเปน และเมอื่ เหลือจากใชจา ยกเ็ กบ็
ออม นน่ั คือภูมคิ มุ กนั ที่เอาไวคุม กันตัวเราและครอบครวั บัญชีครัวเรือนสามารถจัดไดหมด จึงนบั วามีประโยชนมาก
ขอ ควรระวงั ในการจัดทาํ บญั ชีครัวเรอื น คอื ลืมบนั ทึกบัญชี ทาํ ใหขาดความตอเน่ืองในการบนั ทึก และสง ผล
ใหไ มอยากบันทกึ ผูจ ัดทําเขาใจผิดในรายการบญั ชี ไมเ ขา ใจรายการท่เี ปนรายรับ จึงไมไดบันทกึ บญั ชี เชน ลกู สงเงนิ
มาใหพอแมสาํ หรบั ใชจายทุกวันส้นิ เดือน แตพอแมไมไดบ ันทกึ บญั ชรี ายรับเน่ืองจากเขาใจวา เงนิ ที่ไดรับมาน้ันมิไดเกิด
จากการประกอบอาชีพของตนเองหรือ เขาใจผดิ รายการหนส้ี ินแตบ ันทึกวาเปนรายรบั ทาํ ใหม ไิ ดเ ก็บเงนิ ไวส าํ หรับ
จายชําระหนีใ้ นอนาคต เชน ยืมเงินจากเพ่ือนบานมาใชจ า ยภายในครอบครวั ถงึ แมจ ะไดรบั เงนิ มาแตรายการดังกลา ว
ไมถือวาเปนรายรบั เนื่องจากตนเองมภี าระผกู พนั ท่ตี องชดใชใ นอนาคต ซงึ่ อาจตองชดใชเงินตน พรอ มดว ยดอกเบ้ยี
ดวย จากสาเหตุดงั กลา วอาจทาํ ใหครอบครวั วางแผนการใชจ า ยเงินผดิ พลาด
สว นขอ ผดิ พลาดอกี ประการหน่ึงคือ การเขียนชือ่ รายการผิด การบนั ทึกตัวเลขผดิ การบวกหรือการลบ
จํานวนเงนิ ผดิ อาจเกดิ จากการลืมจดบันทกึ รายการบัญชี หรอื บนั ทึกรายการซา้ํ ๆ กนั หลายรายการ ปญ หาดังกลาว
แกไขโดยการคาํ นวณจาํ นวนเงนิ กระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชกี บั ยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมอี ยูจริง หรือ
ยอดเงินทีเ่ ก็บไวส าํ หรบั ใชจา ยจรงิ หากพบวา ยอดเงินคงเหลือในบญั ชีเทา กบั ยอดเงนิ คงเหลอื ในบญั ชเี งนิ ฝากธนาคาร
แสดงวา การจดั ทําบัญชถี กู ตอง แตห ากกระทบยอดแลวยอดเงินทัง้ สองไมเทา กันอาจเกดิ จากการบันทึกบญั ชีผิดพลาด
หรือเงนิ สดของครอบครวั สูญหาย นะคะ มาถงึ ตอนนแี้ ลว ทานผฟู งหลายทานอาจนกึ ในใจแลว วาการจดบนั ทึกเปน
สง่ิ ท่ีสาํ คญั และจําเปน มากสําหรับการดาํ รงชวี ติ ในปจ จุบัน ยิ่งเศรษฐกจิ ไมด ี การเงินขาดสภาพคลองดวยแลว ละ
ก็คดิ วา หลายทานคงอยากจะหนั มาจดบนั ทึกรายรับและรายจา ยกนั บา ง
การวางแผนการใชจา ยเงนิ ใหเหมาะสมระหวา งรายรบั และรายจา ย ครอบครวั ตอ งมีรายรบั มากกวา รายจา ย
หากพบวา รายรับนอยกวารายจา ย ตองหาแนวทางนาํ เงินมาใชจ า ยใหเ พียงพอ โดยอาจตองกูยืมเงินมาใชจ าย แตก าร
กยู ืมเงนิ ไมใชแ นวทางแกไขปญหาดังกลา วได เพยี งแตชวยใหก ารใชจายมสี ภาพคลอ งชวั่ ขณะเทานนั้ และในระยะยาว
ยังสงผลใหครอบครวั มภี าระหนส้ี ินจํานวนมาทัง้ เงนิ ตนและดอกเบยี้ ซงึ่ จะเพิ่มจาํ นวนมากข้ึนตามระยะเวลาทยี่ าวนาน
ในการกูย ืมเงนิ เปน ปญหาทีแ่ กไขไดยาก สําหรบั การแกไ ขปญหาการขาดสภาพคลองในการใชจ ายเงินหรือปญ หา
รายรบั ไมเพยี งพอกับรายจา ยน้นั มแี นวทางดงั น้ี
1. การตัดรายจายที่ไมจ าํ เปน ออก เพื่อลดภาระการจา ยเงนิ ออกจากครอบครัว เชน รายจา ยเกีย่ วกับ
การพนนั สง่ิ เสพติดของมึนเมา รายจายฟุมเฟอย เปนตน เปนการสรา งนิสยั มิใหใชจา ยฟุมเฟอย
๑๑
2. การลดรายจา ยทีจ่ ําเปน ลง เพื่อสรางนสิ ัยการประหยัด อดออม การใชท รัพยากรที่มีอยจู าํ กัด
อยางคุมคา เชน การปลูกผกั ผลไมไวร บั ประทานเอง เพ่ือชวยลดคา อาหาร และคา เดินทางไปตลาด อีกท้งั ทําให
สุขภาพดีอีกดว ย ลดการใชนํา้ มันเช้อื เพลิงแลว หันมาออกกําลังกายโดยการปน จักรยาน หรอื การเดนิ การวง่ิ แทนการ
ขับรถจกั รยานยนต หรือรถยนต เปน ตน
3. การเพิม่ รายรับ หารายไดเสรมิ นอกเวลาทํางานปกติ เชน การใชเ วลาวา งรบั จางตดั เยบ็ เส้อื ผา การ
ขายอาหารหลงั เลิกงาน การปลูกผกั หรือเล้ยี งสัตวไวข าย เปน ตน
4. การทาํ ความเขาใจกันภายในครอบครวั เพื่อใหทุกคนรว มมือกันประหยัด รูจ ักอดออม การใช
ทรัพยากรตางๆ ลด ละ เลิก รายจา ยหรอื สิ่งท่ีไมจําเปน และชว ยกันสรา งรายรบั ใหเพียงพอ เหมาะสมกับเศรษฐกจิ
ปจ จุบัน
ตารางตวั อยางแบบฟอรมบัญชคี รวั เรอื น (บญั ชีรายรับและรายจาย)
บญั ชีรายรบั -รายจา ย
วนั ที่ รายการ รบั จา ย คงเหลอื หมายเหตุ
ยอดคงเหลอื ยกมา
รวมรับ จา ย และยอดคงเหลอื ยกไป
บทสรปุ
การจดั ทําบัญชีครวั เรือน หรอื บญั ชรี ายรบั รายจา ยน้ี ไมใชเปน แตเ พียงการจดบันทึกรายการตางๆ
ทเ่ี ปนเงินเทาน้ัน แตยงั เปน การสรา งความสามัคคภี ายในครอบครัว รจู กั ชวยเหลอื แบงปนกนั ในสงั คม มีการเรยี นรูซ่ึง
กนั และกนั ซ่งึ เกิดจากประสบการณตา งๆ ท่ีไดรบั จากการจดบนั ทกึ ขอมูลท่ีเปนประโยชน ทําใหป ระชาชนทุกคนรูจกั
การบริหารจัดการดานการเงินและการวางแผนการทํางานทกุ อยางเพ่ือใหบรรลุเปาหมายได การทาํ บัญชีครัวเรือนทํา
ใหครอบครัวมคี วามสุขใชช ีวติ โดยยึดหลักความพอเพียง มเี หตุมีผล รจู ักพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมี
สภาพคลอง รูจักการเกบ็ ออม ทุกคนรูถงึ แหลง ทม่ี าของรายรับและการใชไปของคา ใชจายในแตล ะวันสามารถนาํ
ขอมูลการใชจ า ยมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได
๑๒