น้ำน้ำ น้ำน้ำ น้ำน้ำเต้ต้า ต้ต้ปุ้ปุ้ ปุ้ปุ้ ปุ้ปุ้ ง
กาลเมื่อก่อนนั้น ก็เปนดินเปนหญ้าเปนฟ้า ฟ้ เปนแถน ผีแลคนเที่ย ที่ วไปมา หากันบ่ขาด เมื่อนั้นยังมีขุนใหญ่ ๓ คน ผู้หนึ่ง นึ่ ชื่อว่าปู่ลางเชิง ผู้หนึ่ง นึ่ ชื่อขุนคาน อยู่สร้างบ้านเมืองลุ่ม ลุ่ กินปลาเฮ็ดนาเมืองลุ่ม ลุ่ กินเข้า เมื่อ นั้นแถนจึงใช้ให้มากล่า ล่ วแก่คนทั้ง ทั้ หลายว่า ในเมืองลุ่ม ลุ่ นี้กินเข้าให้บอก ให้หมาย กินแลงกินงายก็ให้บอกแก่แถน ได้กินขึ้น ขึ้ ก็ให้ส่งขาได้กินปลา ก็ให้ส่งรอยแก่แถน เมื่อนั้นคนทั้ง ทั้ หลายก็บ่ฟัง ฟั คามแถน แม้นใช้มาบ อกสองทีสามที ก็บ่ฟัง ฟั หั้น หั้ แล ๏ แต่นั่น นั่ แถนจึงให้น้ำ ท่วมเมืองลุ่ม ลุ่ ลีด ลี เลีย ลี งท่วมเมืองเพียงละลาย คนทั้ง ทั้ หลายก็ฉิบหายมากนักชะแล ๏ ยามนั้นปู่ลางเชิงแลขุนเด็กขุนคาน รู้ว่าแถนเคียดแก่เขา ๆ จึงเอา ไม้ขาแรงเฮ็ดแพเอาไม้แปงเรือนเฮ็ดพวง แล้ว ล้ เขาจึงเอาลูกเอาเมีย เข้าอยู่ในแพนั้น แล้ว ล้ น้ำ จึงพัดเขาขึ้น ขึ้ เมือบน ขนเอาเมือเมืองฟ้า ฟ้ พู้นแล ๏ พระยาแถนจึงถามเขาว่า สูจักมาเมืองฟ้า ฟ้ ตูพี้ ตู พี้ เฮดสัง เขาจึงบอก เหตุการณ์ทั้ง ทั้ มวญพระยาแถนจึงว่าตูใ ตู ช้ให้ไปกล่า ล่ วแก่สูสองสามทีให้ ยำ แถนยำ ผีเถ้ายำ เจ้ายืนกาย สูสั่งบ่ฟัง ฟั คำ กูจึ กู จึ งเท่าสูแล้ว ล้
ทีนั้นพระยาแถน จึงให้เขาไปอยู่ที่บึ ที่ บึ งดอนแถนลอหั้น หั้ แล แต่นั้นน้ำ จึง แห้งจึงบกเปนพื้นแผ่นดิน เขาจึงไหว้ขอพระยาแถนว่า ตูข้ ตู ข้ อยนี้อยู่ เมืองบนบ่แกว่นแล่น ล่ เมืองพ้าบ่เปน ตูข้ ตู ข้ อยขอไปอยู่เมืองลุ่ม ลุ่ ลิด ลิ เลีย ลี ง เมืองเพียงพักย่อมพู้นเทอญ เมื่อนั้นพระยาแถนจึงให้เอาลงมาส่ง ทั้ง ทั้ ให้ควายเขาลู่แ ลู่ ก่เขา จึงเอากันลงมาตั้ง ตั้ อยู่ที่น ที่ าน้อยอ้อยหนูก่อหั้น หั้ แล แต่นั้นเขาจึงเอาควายนั้นเฮ็ดนากิน นานประมาณ ๓ ปี ควายเขาก็ตาย เสีย เขาละซากควายเสียที่น ที่ าน้อยอ้อยหนูหั้น หั้ แล้ว ล้ อยู่บ่นานเท่าใด เครือหมากน้ำ ก็เกิดออกฮูดังควายตัวตายนั้นออกยาวมาแล้ว ล้ ก็ออก เปนหมากน้ำ เต้าปูง ๓ หน่วย แลหน่วยนั้นใหญ่ประมาณเท่ารินเขา ปลูกเข้านั้น เมื่อเครือหมากนั้นแก่แล้ว ล้ คนทั้ง ทั้ หลายก็เกิดมาอาไศรย ซึ่ง ซึ่ หมากน้ำ เปนดังนางอาสังโนเกิดในท้องดอกบัวเจ้าฤๅษีเอามาเลี้ย ลี้ ง ไว้ คนทั้ง ทั้ หลายฝูงเกิดในผลหมากน้ำ เต้าฝูงนั้นก็ร้องก้องนีนันมากนัก ในหมากน้ำ นั้นแล ๏ ยามนั้นปู่ลางเชิงจึงเผาเหล็ก ล็ชีแดงชีหมากน้ำ นั้น คนทั้ง ทั้ หลายจึงบุ เบียดกันออกมาทางฮูทีชีนั้น ออกมาทางฮูทีนั้นก็บ่เบิ่ง บิ่ คับคั่ง คั่ กัน ขุน คานจึงเอาสิ่วไปสิ่วฮู ให้เปนฮูแควนใหญ่แควนกว้าง คนทั้ง ทั้ หลายก็ลุ ไหลออกมานานประมาณ ๓ วัน ๓ คืนจึงหมดหั้น หั้ แล คนทั้ง ทั้ หลายฝูง ออกมาทางฮูชีนั้นแบ่งเปน ๒ หมู่ ๆ หนึ่ง นึ่ เรียกชื่อไทยลม หมู่หนึ่ง นึ่ เรียก ชื่อไทยลี ผู้ออกทางฮูสิ่วนั้นแบ่งเปน ๓ หมู่ หมู่หนึ่ง นึ่ เรียกชื่อไทยเลิง ลิ หมู่หนึ่ง นึ่ เรียกชื่อไทยลอ หมู่หนึ่ง นึ่ เรียกชื่อไทยควางแล
๏ แต่นั้นฝูงปู่ลางเชิง จึ่ง จึ่ บอกสอนเขาให้เฮ็ดไฮ่ไถนา ทอผ้าทอสิ้น เลี้ย ลี้ งชีวิตเขา แล้ว ล้ ก็ปลูกแปงเขาให้เปนผัวเปนเมีย มีเย่ามีเรือนก็จึงมี ลูกหญิงลูกชายมากนักแล เมื่อนั้นปู่ลางเชิงเล่า ล่ บอกให้เขารักพ่อเลี้ย ลี้ ง รักแม่เลี้ย ลี้ ง เคารพยำ เกรงผู้เถ้าผู้แก่กว่าตนเขาแล อยู่หึงนานไปพ่อ แม่เขาก็ตาย ท่านปู่ลางเชิงเล่า ล่ บอกให้เขาไหว้พ่อแม่เขาแล้ว ล้ให้ส่งสกา รเมี้ยนซากฝูงออกมา ทางฮูสิ่วให้เผาเสีย เก็บดูกล้า ล้ งสร้อยสีแล้ว ล้ให้ แปงเถียง ใส่ลูกไว้ให้ไปส่งเข้าส่งน้ำ ชุมื้อ ฝูงออกทางฮูชีนั้นให้ฝัง ฝั เสีย แล้ว ล้ แปงเถียงกวมไว้เล่า ล่ ให้ไปส่งเข้าน้ำ ชุวันคั้น คั้ เขาไปบ่ได้ปู่ลางเชิง บอกให้แต่งเพื่อน เข้าเหล้า ล้ไว้ห้าห้องเรือนเขา แล้ว ล้ให้เขาเรียกพ่อแม่ เขาฝูงตายนั้นมากินหั้น หั้ แล ๏ แต่นั้นคนทั้ง ทั้ หลายฝูงเกิดมาในน้ำ เต้า ฝูงออกมาทางฮูสิ่วนั้นเปน ไทย ฝูงออกมาทางฮูชีนั้นเปนข้า คนฝูงนั้นลวดเปนข้อยเปนไพร่เขา เจ้าขุนทั้ง ทั้สามนั้นแล เมื่อนั้นคนแผ่พวกมามากนัก มากอย่างทราย หลายอย่างน้ำ ท่อว่าหาท้าวหาพระยาบ่ได้ ปู่ลางเชิงทั้ง ทั้ ขุนเด็กขุนคาน บอกสอนเขาก็บ่แพ้ แม้ว่าใคเขาก็บ่เอาคำ ขุนทั้ง ทั้สามก็จึงขึ้น ขึ้ เมือขอ หาท้าวพระยากวนแถนหลวง พระยาแถนจึงให้ขุนครูแลขุนครอง ลง มาเปนท้าวพระยาแก่เขาหั้น หั้ แล ๏ เมื่อขุนทั้ง ทั้สองลงมา สร้างบ้านก็บ่เปลือ ลื งสร้างเมืองก็บ่กว้าง สูกิน เหล้า ล้ชุมื้อชุวัน นานมาไพร่ค้างทุกขค้างยากก็บ่ดูนา ๏ ปางนั้นพระยาแถนหลวงจึงให้ท้าวผู้มีบุญ ชื่อว่าขุนบูลมมหา ราชาธิราช (บรมมหาราชาธิราช) อันได้อาชญาพระยาแถนแล้ว ล้ ก็จึ่ง จึ่ เอารี้พลคนทั้ง ทั้ หลายลงเมือเมืองลุ่ม ลุ่ ลีด ลี เลีย ลี งเมืองเพียงคักค้อย มาอยู่ ที่น ที่ าน้อยอ้อยหนูอันมีลุ่ม ลุ่ เมืองแถนหั้น หั้ ก่อนแล
๏ ทีนั้นคนทั้ง ทั้ หลายฝูงออกมาแต่น้ำ เต้าปูงนั้น ผู้รู้หลัก ลั นักปราชญ์นั้นเขาก็ มาเปนลูกท่านเบ่าเธอขุนบูลมมหาราชา แลผู้ใบ้ช้านั้นเขาก็อยู่เปนไพร่ไป เปนป่า สร้างไฮ่เฮ็ดนากินแล ๏ เมื่อนั้นขุนบูลมมหาราชา ก็เจรจากับเจ้าขุนทั้ง ทั้ หลายฝูงลงมาพร้อมตน นั่น นั่ ว่า แรกแต่นี้เมื่อน่าเราจักเฮ็ดสิ่งใด ให้มีอันนุ่งอันกินแก่คนทั้ง ทั้ หลายนี้ จา แต่ก่อนพู้นพระยาแถนเจ้าให้ขุนคองลงมาปกห้อมคนทั้ง ทั้ หลายดังนั้น สองเขามาสร้างบ้านก็บ่เปลือ ลื ง สร้างเมืองก็บ่กว้างแถนจึงถกเขาหนีเมือ เมืองบน ขนเขาหนีเมือเมืองฟ้า ฟ้ พู้นแล้ว ล้ในที่นี้ ที่ นี้ แถนเล่า ล่ ให้เราพี่น้ พี่ น้ องลงมา ปกมาฮวมเขานี้แลมาดูคนทั้ง ทั้ หลายนี้ มากดังทรายหลายดังน้ำ เราจะคิด การอันใดให้มีอันห่มอันปกเขา ให้มีอันจักกินแก่เขานี้จา มาเราเปนพี่น้ พี่ น้ อง ให้ขุนเสลิง ลิ เมือไหว้สาพระยาแถนเจ้าเทอญ ยามนั้นขุนเสลิง ลิ ก็เมือไหว้เมือ สาเล่า ล่ แก่พระยาแถนชุประการหั้น หั้ แล ๏ เมื่อนั้นพระยาแถนหลวงจึ่ง จึ่ ให้แถนแต่งแลพิศณุกรรมลงมาแต่แปงแก่ เขา แถนแต่งจึงมาแต่ยามให้ทำ ไร่ทำ นา ปลูกเข้าปลูกผักปลูกลูกไม้หัวมัน ทั้ง ทั้ มวญอันจักควรกิน เล่า ล่ บอกยามอันทอผ้า หาที่ห ที่ ากเปนเชื้อชาติพืช พรรณยาแถนชื่อ แถนกรม แถนตรา เกลางกเกลางา ตับค้ายเกิดเมืองคน มาเอาปฏิสนธิด้วยโอปปาติกะชาติองอาจนักหนา ทั้ง ทั้ อรรคชายานางนาฎ โฉมพิลาศชื่อนางแอกแดง ทั้ง ทั้ นางยมพาลาแฝงฝ่า ฝ่ ยข้าง ทั้ง ทั้ให้ช้างงา แดงกอดลงมาทั้ง ทั้ กองฮาง เงินฮาง ง้าวกับทั้ง ทั้ ตาวฮางกร แลดาบเหล็ก ล็ พวนฝัก ฝั หวาย ทั้ง ทั้ ง้าวปายชายด้ำ มาศ ทั้ง ทั้ เกิบแลดาบฝัก ฝั คำ ทั้ง ทั้ คันธนูกับ แล่ง ล่ หอกละมังแมงคันคำ ทั้ง ทั้ให้ไถกลอนมาสอนคำ แปงคำ ให้จำ นำ แห่แหนเขาเจ้าทั้ง ทั้สามแถนปลงความว่า ให้ขุนเสลิง ลิ ลงถือแถนคำ ให้ขุน คานลงมาถือศรคำ ให้ขุนคองลงฮางถือง้าว ให้ขุนเมืองลงมาถือตาวฮา งกร ให้ขุนทอนเลาถือดาบฝัก ฝั หอย ให้ขุนแวนลงถือง้าวปลายไชย ให้ขุนพี ลงถือเกิบฝัก ฝั คำ ให้ขุนพลลงถือมุกคันคำ ให้ขุนพานลงถือธนู
๏ เมื่อนั้นขุนบูลมจึ่ง จึ่ ขัดไถ้แสง สพายแวงสลิคั ลิคั นไชย ถือตาวแมวี กับ มีดน้อยสวยเรียมแล้ว ล้ ก็จึ่ง จึ่ ขึ้น ขึ้ ขี่ช้ขี่ ช้ างงาเกี้ยวงากอด จึ่ง จึ่ เอานางแอก แดงขี่ถั ขี่ ถั ดขุนบูลมนั้น แลเอานางยมพาลาขี่ต ขี่ ามแล้ว ล้ แถนจึ่ง จึ่ ให้ขุนสารขี่ ตอนช้างขุนบูลมลงมาแถนเล่า ล่ ให้ขุนค้ายถือเสียมลงมาตามหลัง ลั ขุนยี่ ให้ถือพ้าถือมีดมา ขุนอุ่นให้ถือขวานถือแอกลงมา ขุนคำ ให้ถือไถ่ถือเป ดลงมามวญ ขุนทั้ง ทั้ ๘ นี้จึ่ง จึ่ มาตามหลัง ลั ขุนบูลมราชาแล ส่วนพิศณุ กรรมจึ่ง จึ่ บอกคุณอันเข่นพร้ามีดจกเสียมเครื่องเวียกการช่างเขาทั้ง ทั้ มวญ เล่า ล่ บอกคุณอันทำ หูกทอฝ้าย แพรเขมฝ้ายด้ายไหมทั้ง ทั้ มวญ อัน ควรนุ่งควรกินทั้ง ทั้ มวญหั้น หั้ แล ๏ แถนจึ่ง จึ่ สั่งสอนขุนบูลม ผู้เปนท้าวเปนพระยาในลุ่ม ลุ่ ฟ้า ฟ้ นี้ว่าไทยควาง ให้ออกหาขุนควาง ไทยวีให้ออกหาขุนวี ไทยเลิง ลิให้ออกหาขุนเลิง ลิไทย เลนให้ออกหาขุนเลน ไทยลอให้ออกหาขุนลอ แถนแต่งเล่า ล่ จึ่ง จึ่ ว่ากับ ขุนบูลมดังนี้ ตั้ง ตั้ แรกแต่นี้เมื่อน่า ชาวเมืองลุ่ม ลุ่ นี้ได้กินขึ้น ขึ้ให้ส่งขาแก่ แถน ได้กินปลาให้ส่งรอยแก่แถน ให้เฮ็ดแหวนเฮ็ดหัวส่งแก่ล่า ล่ ม ใช้ แถนแต่มื้อลวงคะลำ แก่ผู้ชาย มื้อรวายให้คะลำ แก่ผู้หญิง เดือนเจี๋ยง ให้คะลำ พื้น มื้อกดมื้อกาบเดือน ๏ ให้กะลำ พื้น มื้อเต่ามื้อระวาย พักบาทอย่าราน พักบาทขวานอย่าป้ำ ฟืน ฟื หาบน้ำ อย่าตัก สากอย่าตำ อย่าร่อน ได้จึ่ง จึ่ จะดีก็สูตาย
๏ เมื่อนั้นแถนแต่งแล้ว ล้ พิศณุกรรมคั้น คั้ ว่าสั่งสอนมวญขุนบูลมราชากับ อำ มาตยแลทั้ง ทั้ หลายดังนี้แล้ว ล้ ก็จึ่ง จึ่ เมือบอกเมือเล่า ล่ แก่พระยาแถนว่า มือขวาให้ห้ามผู้ชาย มือซ้ายให้ห้ามผู้หญิง เผือข้อยทั้ง ทั้สองก็ไปแต่ง แปงบอกสอมเขาชุประการแล้ว ล้ เมื่อนั้นพระยาแถนเล่า ล่ ถามว่าเครื่อง อันจักเล่น ล่ จักหัว แลเสพรำ คำ ขับทั้ง ทั้ มวญนั้นยังได้แต่งแปงให้แก่เขาไป ยามนั้นแถนแพนจึงว่าเครื่องฝูงนั้นข้อยไป่ได้แต่งแปงกาย เมื่อนั้น พระยาแถนหลวงจึงให้ศรีคันธพะเทวดา ลาลงมาบอกสอนคนทั้ง ทั้ หลายให้เฮ็ดฆ้องกลองกรับ เจแวงปีพาทยพิณเพี้ยะเพลงกลอนได้ สอนให้ดนตรีทั้ง ทั้ มวญ แลเล่า ล่ บอกส่วนครูอันขับฟ้อ ฟ้ นฮ่อนนะสิ่งสว่าง ระเมงละมางทั้ง ทั้ มวญถ้วนแล้ว ล้ ก็จึ่ง จึ่ เมื้อเล่า ล่ เมื้อไหว้แก่พระยาแถน หลวงชุประการหั้น หั้ แล ๏ เมื่อนั้นพระยาแถนหลวงจึ่ง จึ่ กล่า ล่ วว่า แต่นี้เมือน่า อย่าให้เขาขึ้น ขึ้ มา หาเฮาซ้ำ สองทีทอญแม้นเราก็อย่าลงไปหาเขาซ้ำ สองทีทอญ แถน หลวงจึ่ง จึ่ ให้ตัดข้อหลวงอันแรงกายหลายหลวงอันแรงเรียวนั้นเสีย แต่นั้น ผีแลคนลวดบ่เทียวไปมาหากันได้หั้น หั้ แล.”