The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by build.ai04, 2021-06-24 10:49:42

องค์ประกอบของโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์

Unit2

องค์ประกอบของโปรแกรม
ภาษาคอมพิวเตอร์

และข้ันตอนการแกป้ ญั หา

ครูไฟซอล มะแซ
แผนกคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลยั เทคนคิ ยะลา

เนือ้ หาทีส่ นใจ

• ภาษาคอมพิวเตอร์
• ระดบั ของภาษาคอมพิวเตอร์
• ยุคของภาษาคอมพิวเตอร์
• อลั กอริทึม

ภาษาคอมพิวเตอร์

• ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง ภาษาที่ใช้ติดต่อสือ่ สารกบั คอมพิวเตอร์

• ภาษาเครื่อง ( Machine Language) ถือเปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ติดต่อกบั คอมพิวเตอร์
โดยตรงได้ โดยไม่ต้องผ่านการแปลภาษา

• ภาษาเครื่องเปน็ เลขฐานสอง (Binary Code) ซึง่ คาส่งั ประกอบด้วยเลข 0 หรือ 1 ต่อ
กัน

• คาสั่งในภาษาเครือ่ งจะประกอบด้วย
• โอเปอเรชันโค้ด (Operation Code)
• โอเปอแรนด์ (Operands)

ภาษาคอมพิวเตอร์

• คอมพิวเตอร์สามารถทางานตามคาสัง่ ที่เขียนจากภาษาคอมพิวเตอร์ได้

• แต่ระดบั ความเข้าใจภาษาเครือ่ งของมนษุ ย์ตา่
• สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ที่มนษุ ย์เข้าใจง่าย เรียกว่า “ภาษาคอมพิวเตอร์
ระดบั สูง”
• ใช้การแปลภาษาเพือ่ แปลงเป็นภาษาเครื่อง

• การวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ -> ยุคของภาษาคอมพิวเตอร์

• กระบวนทัศน์ในการเขียนโปรแกรม (Programming paradigm) เป็นวิธีการพ้ืนฐาน
ของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ระดบั ของภาษาคอมพิวเตอร์

ยคุ ของภาษาคอมพิวเตอร์

• ภาษาคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาหรือมีวิวัฒนาการมาโดยลาดับเช่นเดียวกบั
คอมพิวเตอร์ โดยจะสามารถแบ่งออกเป็นยคุ หรือเป็นร่นุ (Generation)

1. ภาษาเครื่อง (Machine Language)
2. ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language)
3. ภาษาชัน้ สูง (High-level Language)
4. ภาษาขั้นสูงมาก (Very high-level Language)
5. ภาษาธรรมชาติ (Natural Language)

ภาษาเครื่อง (Machine Language)

ภาษาเครื่อง เป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดบั ต่าทีส่ ุด ซึง่ คอมพิวเตอร์เข้าใจได้ทนั ที
โดยไม่ต้องผ่านตัวแปลภาษาเพราะเขียนคาส่ังและแทนข้อมูลด้วยเลขฐานสอง (Binary
Code) ท้งั หมด ซึ่งเปน็ การเขียนคาสง่ั ด้วยเลข 0 หรือ 1

ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language)

ภาษาช้นั สูง (High-level Language)

• โปรแกรมที่เรียกว่า คอมไพเลอร์ (Compiler) หรือ อินเตอรพ์ รีเตอร์(Interpreter)
• ภาษาทีม่ ีแบบแผน (Procedural Language)
• ยกตวั อย่างภาษาโปรแกรมระดบั สูงเช่น Fortran , Basic, pascal, C

ภาษาขัน้ สงู มาก (Very high-level Language)

• เพียงบอกแต่ว่าให้คอมพิวเตอร์ทาอะไร โดยไม่ต้องบอกคอมพิวเตอร์ว่าสิ่งน้นั ทาอย่างไร
เรียกว่าเป็นภาษาเชิงผลลัพธ์ คือเน้นว่าทาอะไร ไม่ใช่ทาอย่างไร ดงั น้นั จึงเป็นภาษา
โปรแกรมทีเ่ ขียนง่าย

• อย่คู วบค่กู บั ระบบฐานข้อมูล สามารถจัดการฐานข้อมลู

• ภาษาสอบถามเชิงโครงสร้าง (Structured Query Language: SQL)

ภาษาธรรมชาติ (Natural Language)

• ภาษาธรรมชาติ สามารถสัง่ งานคอมพิวเตอร์ โดยใช้ภาษามนุษย์โดยตรงได้
• ถูกสร้างขึ้นมาจากระบบผเู้ ชีย่ วชาญ (Expert System)ใช้ปญั ญาประดิษฐ์
(Artificial Intelligence)
• เปรียบเสมือนผ้เู ชีย่ วชาญทีส่ ามารถคิดและตัดสินใจได้
• ใช้ข้อมลู ความจริงต่าง ๆ เปน็ จานวนมหาศาล
• จดั เกบ็ ในระบบฐานข้อมูลของผ้เู ชี่ยวชาญ เรียกว่า ฐานความรู้ (Knowledge Base)

อัลกอริทึม (Algorithm)

Algorithm คือ กระบวนการแก้ปญั หาทีส่ ามารถอธิบายออกมาเปน็ ข้นั ตอนทีช่ ดั เจน เมื่อ
นาเข้าอะไร แล้วจะต้องได้ผลลัพธ์เช่นไร กระบวนการนี้ประกอบด้วยจะประกอบด้วย
วิธีการเปน็ ข้นั ๆ และมีส่วนทีต่ ้องทาแบบวนซ้าอีก จนกระทง่ั เสรจ็ สิ้นการทางาน วิธีการใน
การอธิบาย Algorithm ได้แก่
1. Natural Language อธิบายแบบใช้ภาษาที่เราสือ่ สารกันทว่ั ไป
2. Pseudo code อธิบายด้วยรหสั จาลองหรือรหสั เทียม
3. Flowchart อธิบายด้วยแผนผัง

ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรมออกได้เป็น 7 ขัน้ ตอน

1. ข้นั ตอนการวิเคราะห์งานหรือการวิเคราะห์ปัญหา (Analysis the Problem)
2. ข้นั ตอนการออกแบบโปรแกรม (Design a Program)
3. ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรม (Coding)
4. ข้นั ตอนการตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม (Testing and Debugging)
5. ข้นั ตอนการทดสอบความถกู ต้องของโปรแกรม (Testing and Validating)
6. ข้นั ตอนการทาเอกสารประกอบโปรแกรม (Documentation)
7. ข้นั ตอนการบารุงรกั ษาโปรแกรม (Program Maintenance)

ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรมออกได้เป็น 7 ขนั้ ตอน

1. ขั้นตอนการวิเคราะห์งานหรือการวิเคราะหป์ ญั หา

❑ กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ของงาน
❑ ส่วนข้อมูลนาเข้า (Input)
❑ ส่วนการประมวลผล (Processing)
❑ ส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output)

ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรมออกได้เป็น 7 ข้นั ตอน

2. ขนั้ ตอนการออกแบบโปรแกรม

การออกแบบข้นั ตอนการทางานของโปรแกรมเป็นข้นั ตอนที่ใช้ เป็นแนวทางในการลงรหัสโปรแกรม
ผ้อู อกแบบข้นั ตอนการทางานของโปรแกรมอาจใช้เครื่องมือต่าง ๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น
คาส่งั ลาลอง (Pseudocode) หรือ ผงั งาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมน้นั ไม่ต้องพะวงกับ
รูปแบบคาส่ังภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ให้ม่งุ ความสนใจไปทีล่ าดับข้นั ตอนในการประมวลผลของ
โปรแกรมเท่าน้นั

ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรมออกไดเ้ ป็น 7 ขน้ั ตอน

3. ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

การเขียนโปรแกรมเปน็ การนาเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปลี่ยนเปน็
โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง เพือ่ ให้การประมวลผลเป็นไปตาม
ผลลพั ธ์ทีไ่ ด้ออกแบบไว้

ขนั้ ตอนการเขียนโปรแกรมออกได้เป็น 7 ขนั้ ตอน

4. ขัน้ ตอนการตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

หลงั จากที่ทาการเขียนโปรแกรมเสรจ็ สิ้นแล้วโปรแกรมน้นั จะต้องได้รบั การตรวจสอบก่อนว่า มี
ข้อผิดพลาด (error) ในโปรแกรมหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดจากการเขียนโปรแกรมทีผ่ ิดหลักไวยากรณ์ของ
ภาษาเปน็ ต้นโดยทว่ั ไปจะมีวิธีทีจ่ ะตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม 2 ข้นั ตอน

1. การตรวจสอบโดยผ้เู ขียนโปรแกรม
2. การตรวจสอบด้วยโปรแกรมแปลภาษา

ข้นั ตอนการเขียนโปรแกรมออกไดเ้ ปน็ 7 ขน้ั ตอน

5. ขนั้ ตอนการทดสอบความถูกต้องของโปรแกรม

ในการทดสอบความถูกต้องของข้อมลู จะมีอย่หู ลายวิธี ดงั ต่อไปนี้
1. การใส่ข้อมลู ทีถ่ ูกต้อง (Valid Case)
2. การใช้ขอบเขตและความถกู ต้องของข้อมลู เป็นการทดสอบ
3. การใช้ความสมเหตสุ มผล
4. ข้อมลู ทีเ่ ปน็ ตัวเลขและตัวอกั ษร
5. ข้อมลู เป็นไปตามข้อกาหนด

ข้ันตอนการเขียนโปรแกรมออกได้เป็น 7 ขั้นตอน

6. ข้นั ตอนการทาเอกสารประกอบโปรแกรม

การทาเอกสารประกอบโปรแกรม คือ การอธิบายรายละเอียดของโปรแกรมว่า จุดประสงค์ของ
โปรแกรมคืออะไร สามารถทางานอะไรได้บ้าง และมีขั้นตอนการทางานของโปรแกรมเป็นอย่างไร
โดยทวั่ ไปจะมีอย่ดู ้วยกนั 2 แบบคือ
1. เอกสารประกอบโปรแกรมสาหรับผ้ใู ช้ (User Documentation)
2. เอกสารประกอบโปรแกรมสาหรบั ผู้เขียนโปรแกรม (Technical Documentation)

ขัน้ ตอนการเขียนโปรแกรมออกไดเ้ ป็น 7 ขั้นตอน

7. การบารุงรกั ษาโปรแกรม

❑ การเตรียมการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
❑ การแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น
❑ การปรับปรุงระบบ
❑ แบ่งหน้าทีร่ ับผิดชอบให้กบั บุคลากรทีใ่ ช้ระบบ
❑ กาหนดแผนการดูแลรกั ษาระบบ


Click to View FlipBook Version