The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Published by Kruaun MATH, 2019-07-09 02:45:14

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

มาตรฐานการเรยี นรูแŒ ละตัวชว้ี ดั

กล‹มุ สาระการเรียนรูคŒ ณติ ศาสตร วิทยาศาสตร และสาระภูมิศาสตร
ในกลุม‹ สาระการเรยี นรŒสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชีว้ ดั

กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภมู ศิ าสตร์ ในกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ัด กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์
ในกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

พิมพ์คร้ังท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๖๐
จ�ำนวนพิมพ ์ ๓๕,๐๐๐ เลม่
ISBN 978-616-395-941-6
จดั พมิ พ์และเผยแพร่ สำ� นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พมิ พ์ท่ี โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ�ำกัด
๗๙ ถนนงามวงศว์ าน แขวงลาดยาว เขตจตุจกั ร กรงุ เทพมหานคร ๑๐๙๐๐
โทร. ๐-๒๕๖๑-๔๕๖๗ โทรสาร ๐-๒๕๗๙-๕๑๐๑
นายโชคดี ออสุวรรณ ผพู้ มิ พผ์ โู้ ฆษณา

คำ� นำ�

การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานจะต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
สภาพแวดล้อม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพคนของชาติให้สามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการยกระดับ
คณุ ภาพการศกึ ษาและการเรยี นรใู้ หม้ คี ณุ ภาพและมาตรฐานระดบั สากล สอดคลอ้ งกบั ประเทศไทย ๔.๐ และโลก
ในศตวรรษที่ ๒๑
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารโดยสำ� นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานจงึ ไดด้ ำ� เนนิ การทบทวนหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยน�ำข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับท่ี ๑๒ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ มาใช้เป็นกรอบ
และทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรให้มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งข้ึน และเห็นควรปรับปรุงหลักสูตรในกลุ่มสาระ
การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ซึ่งมีความส�ำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานส�ำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์
คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน สามารถ
น�ำไปใช้ในชวี ติ ประจ�ำวนั ตลอดจนการใชเ้ ทคโนโลยีท่เี หมาะสมในการบรู ณาการกับความรูท้ างดา้ นวิทยาศาสตร์
และคณิตศาสตร์ เพ่ือแก้ปัญหา หรือพัฒนางานด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมท่ีน�ำไปสู่การคิดค้น
สงิ่ ประดษิ ฐ์ หรือสร้างนวัตกรรมตา่ ง ๆ ที่เอ้ือประโยชน์ตอ่ การด�ำรงชวี ิต การใช้ทกั ษะการคดิ เชงิ ค�ำนวณ ความรู้
ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี และการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทง้ั ใชค้ วามรู้ความสามารถ ทกั ษะ กระบวนการ และเครอื่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ เรยี นรสู้ งิ่ ตา่ ง ๆ
ที่อยู่รอบตัวอย่างเข้าใจสภาพท่ีเป็นอยู่ และการเปลี่ยนแปลงเพื่อน�ำไปสู่การจัดการและปรับใช้ในการด�ำรงชีวิต
และการประกอบอาชีพอย่างสรา้ งสรรค์
ทง้ั นี้ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดม้ อบหมายใหส้ ถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.)
รับผิดชอบในการปรับปรุงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระเทคโนโลยี
และส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานรับผิดชอบปรับปรุงสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ จัดทำ� ขึ้นเพอื่ ใหส้ ถานศึกษาทกุ สงั กดั ที่จดั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ใชเ้ ป็นกรอบในการ
พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเป็นแนวทางให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องเข้าใจในเป้าหมาย
การพัฒนาผู้เรียน และมสี ว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ้เู รยี นบรรลุตามเป้าหมายท่กี ำ� หนดไว้
ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอขอบคุณ สสวท. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เช่ียวชาญ
แต่ละสาขา คณาจารย์ ศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน และผู้มีส่วนร่วมจากทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ท้ังในและ
นอกกระทรวงศกึ ษาธิการ ท่ีช่วยใหก้ ารพฒั นาหลกั สูตรฉบบั น้ี มีความสมบูรณ์และเหมาะสมตอ่ การจดั การศกึ ษา
เพอื่ คนไทยทง้ั ประเทศ

(นายการุณ สกุลประดษิ ฐ์)
เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน

คำ� ส่งั กระทรวงศึกษาธิการ
ที่ สพฐ. ๑๒๓๙ / ๒๕๖๐
เรือ่ ง ให้ใชม้ าตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และสาระภูมศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
เพอ่ื ใหก้ ารจดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานสอดคลอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรม สภาพแวดลอ้ ม
และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
ของชาตใิ หส้ ามารถเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ การยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาและการเรยี นรใู้ หม้ คี ณุ ภาพ
และมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ผู้เรียน
มีศกั ยภาพในการแข่งขันและด�ำรงชวี ิตอยา่ งสร้างสรรคใ์ นประชาคมโลก ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ฉะนน้ั อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา ๕ แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ
(ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๑๒ แหง่ พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖
กระทรวงศึกษาธิการจงึ ประกาศใช้มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีว้ ดั กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
สาระภูมิศาสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดังปรากฏแนบท้ายค�ำส่ังนี้ แทนมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เง่ือนไขและระยะเวลาการใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภูมศิ าสตร์ ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ให้เป็นไป
๑. ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๑ ใหใ้ ชใ้ นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ และ ๔ และชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔
๒. ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ใหใ้ ชใ้ นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ๒ ๔ และ ๕ และชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ๒ ๔ และ ๕
๓. ตั้งแต่ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ให้ใช้ในทุกช้ันเรยี น
ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอ�ำนาจในการยกเลิก เพ่ิมเติม เปล่ียนแปลงมาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช
ท้งั นี้ ตง้ั แต่บดั นเ้ี ปน็ ตน้ ไป
สง่ั ณ วนั ที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

(นายธรี ะเกยี รติ เจรญิ เศรษฐศิลป์)
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ค�ำส่ังส�ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
ท่ี ๓๐ / ๒๕๖๑

เรื่อง ใหเ้ ปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
และวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑


อนุสนธิค�ำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ สั่ง ณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ เร่ือง ให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยค�ำสั่งดังกล่าวให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน มีอ�ำนาจ
ในการยกเลิก เพ่ิมเติม เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภมู ศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษาสามารถนำ� มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบริหาร
จัดการหลกั สูตรให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ กบั ผเู้ รียน จึงใหเ้ ปล่ยี นแปลงมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ดั กลุม่ สาระการเรยี นรู้
คณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ดังปรากฏแนบท้ายค�ำส่งั นี้ ส�ำหรบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วดั สาระภมู ศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา
ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ยงั คงเดมิ
ท้ังนี้ ต้งั แตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป

สง่ั ณ วันท่ี ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑

(นายบุญรักษ์ ยอดเพชร)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน




ค�ำสั่งกระทรวงศึกษาธกิ าร ท่ี สพฐ. ๑๒๓๙ / ๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

เรือ่ ง ใหใ้ ช้มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์

และสาระภมู ิศาสตร์ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำ� สั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ท่ี ๓๐ / ๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑

เรอ่ื ง ใหเ้ ปลยี่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์

(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ความนำ� ๑

สาระและมาตรฐานการเรียนรู ้ ๔

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ดั ๗

กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร ์ ๘

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ๓๐

สาระภมู ิศาสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๘

ภาคผนวก ๙๓

คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม ๙๔

วิทยาศาสตรเ์ พิ่มเติม ๑๐๐

มาตรฐานการเรียนรแŒู ละตัวช้วี ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 1


กระทรวงศึกษำธิกำรได้ประกำศใช้หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑
ให้เปน็ หลกั สตู รแกนกลำงของประเทศ เมือ่ วนั ท่ี ๑๑ กรกฎำคม ๒๕๕๑ เร่มิ ใช้ในโรงเรยี นต้นแบบกำรใชห้ ลักสูตร
และโรงเรียนที่มีควำมพร้อม ในปีกำรศึกษำ ๒๕๕๒ และเริ่มใช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีกำรศึกษำ ๒๕๕๓
สำ� นกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน โดยสำ� นกั วชิ ำกำรและมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ไดด้ ำ� เนนิ กำรตดิ ตำมผล
กำรนำ� หลกั สตู รไปสกู่ ำรปฏบิ ตั อิ ยำ่ งตอ่ เนอื่ งในหลำยรปู แบบ ทง้ั กำรประชมุ รบั ฟงั ควำมคดิ เหน็ กำรนเิ ทศตดิ ตำม
ผลกำรใช้หลักสูตรของโรงเรียน กำรรับฟังควำมคิดเห็นผ่ำนเว็บไซต์ของส�ำนักวิชำกำรและมำตรฐำนกำรศึกษำ
ขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ผลจำกกำรศึกษำพบว่ำ หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช
๒๕๕๑ มขี ้อดีในหลำยประกำร เช่น ก�ำหนดเป้ำหมำยกำรพฒั นำไว้ชัดเจน มีควำมยืดหยุ่นเพยี งพอให้สถำนศึกษำ
บริหำรจัดกำรหลักสูตรสถำนศึกษำได้ ส�ำหรับปัญหำท่ีพบส่วนใหญ่เกิดจำกกำรน�ำหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ
ข้นั พ้ืนฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑ สกู่ ำรปฏิบตั ิในสถำนศกึ ษำและในห้องเรียน
นอกจำกนี้ กำรศึกษำข้อมูลทิศทำงและกรอบยุทธศำสตร์ของแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำต ิ
ฉบบั ท ่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ซง่ึ เกดิ ขนึ้ ในชว่ งเวลำของกำรปฏริ ปู ประเทศและสถำนกำรณโ์ ลกทเี่ ปลยี่ นแปลง
อย่ำงรวดเร็วและเช่ือมโยงใกล้ชิดกันมำกข้ึน โดยจัดท�ำบนพื้นฐำนของกรอบยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี (พ.ศ.
๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ซึ่งเปน็ แผนหลกั ของกำรพฒั นำประเทศ และเปำ้ หมำยของกำรพัฒนำท่ยี งั่ ยืน (Sustainable
Development Goals : SDGs) แผนกำรศกึ ษำแหง่ ชำต ิ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ รวมทงั้ กำรปรบั โครงสรำ้ งประเทศ
ไปสปู่ ระเทศไทย ๔.๐ ซง่ึ ยทุ ธศำสตรช์ ำตทิ จี่ ะใชเ้ ปน็ กรอบแนวทำงกำรพฒั นำในระยะ ๒๐ ปตี อ่ จำกน ี้ ประกอบดว้ ย
๖ ยุทธศำสตร์ ได้แก่ (๑) ยุทธศำสตร์ด้ำนควำมมนั่ คง (๒) ยทุ ธศำสตรด์ ำ้ นกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั
(๓) ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพคน (๔) ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสควำมเสมอภำค
และเท่ำเทียมกันทำงสังคม (๕) ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม
และ (๖) ยทุ ธศำสตรด์ ำ้ นกำรปรบั สมดลุ และพฒั นำระบบกำรบรหิ ำรจดั กำรภำครฐั เพอ่ื มงุ่ สวู่ สิ ยั ทศั นแ์ ละทศิ ทำง
กำรพัฒนำประเทศ “ควำมมั่นคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน” เป็นประเทศพัฒนำแล้วด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำ
ของเศรษฐกจิ พอเพียง
ประเดน็ ทสี่ ำ� คญั เพอื่ แปลงแผนไปสกู่ ำรปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ผลสมั ฤทธไิ์ ดอ้ ยำ่ งแทจ้ รงิ ตำมยทุ ธศำสตรก์ ำรพฒั นำ
และเสรมิ สรำ้ งศกั ยภำพคน คอื กำรเตรยี มพรอ้ มดำ้ นกำ� ลงั คนและกำรเสรมิ สรำ้ งศกั ยภำพของประชำกรในทกุ ชว่ งวยั
มุ่งเน้นกำรยกระดับคุณภำพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนำคนให้เหมำะสมตำมช่วงวัย เพื่อให้เติบโต
อยำ่ งมคี ณุ ภำพ กำรพฒั นำทกั ษะทส่ี อดคลอ้ งกบั ควำมตอ้ งกำรในตลำดแรงงำนและทกั ษะทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ กำรดำ� รงชวี ติ
ในศตวรรษท ี่ ๒๑ ของคนในแตล่ ะชว่ งวยั ตำมควำมเหมำะสม กำรเตรยี มควำมพรอ้ มของกำ� ลงั คนดำ้ นวทิ ยำศำสตร์
และเทคโนโลยีทีจ่ ะเปล่ยี นแปลงในอนำคต ตลอดจนกำรยกระดับคณุ ภำพกำรศกึ ษำส่คู วำมเป็นเลิศ

2 มาตรฐานการเรยี นรŒูและตัวช้วี ดั ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ดังนั้น กำรขับเคล่ือนยุทธศำสตร์ชำติ เพื่อเตรียมควำมพร้อมคนให้สำมำรถปรับตัวรองรับ
ผลกระทบจำกกำรเปลยี่ นแปลงไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม กระทรวงศกึ ษำธกิ ำรจงึ กำ� หนดเปน็ นโยบำยสำ� คญั และเรง่ ดว่ น
ให้มีกำรปรับปรุงหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
คณติ ศำสตร ์ วทิ ยำศำสตร ์ และสำระภมู ศิ ำสตร ์ ในกลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม รวมทง้ั
สำระเทคโนโลยี โดยมอบหมำยให้สถำบันส่งเสริมกำรสอนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ด�ำเนินกำร
ปรบั ปรุงกล่มุ สำระกำรเรยี นรคู้ ณติ ศำสตร์ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตรแ์ ละสำระเทคโนโลย ี และมอบหมำย
ให้ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ด�ำเนินกำรปรับปรุงสำระภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้
สังคมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม
กำรปรบั ปรงุ หลกั สตู รครงั้ น ี้ ยงั คงหลกั กำรและโครงสรำ้ งเดมิ ของหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน
พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ คือ ประกอบดว้ ย ๘ กลุ่มสำระกำรเรยี นร ู้ ได้แก่ กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย คณิตศำสตร ์
วทิ ยำศำสตร์ สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ ศิลปะ กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี
และภำษำต่ำงประเทศ แต่มงุ่ เนน้ กำรปรบั ปรงุ เนื้อหำใหม้ คี วำมทนั สมยั ทนั ตอ่ กำรเปลี่ยนแปลงและควำมเจรญิ
ก้ำวหน้ำทำงวทิ ยำกำรตำ่ ง ๆ คำ� นงึ ถงึ กำรสง่ เสริมให้ผู้เรียนมที กั ษะทีจ่ �ำเป็นสำ� หรบั กำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑
เปน็ สำ� คญั เตรียมผเู้ รียนให้มคี วำมพรอ้ มทีจ่ ะเรยี นรู้สิ่งตำ่ ง ๆ พรอ้ มทจ่ี ะประกอบอำชพี เม่อื จบกำรศึกษำ หรอื
สำมำรถศกึ ษำต่อในระดบั ทส่ี งู ขน้ึ สำมำรถแข่งขันและอย่รู ว่ มกับประชำคมโลกได ้
กรอบในกำรปรบั ปรงุ คอื ใหม้ อี งค์ควำมรทู้ ีเ่ ปน็ สำกลเทยี บเท่ำนำนำชำต ิ ปรับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และ
ตัวชี้วัดให้มีควำมชัดเจน ลดควำมซ�้ำซ้อน สอดคล้องและเชื่อมโยงกันภำยในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และระหว่ำง
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนเช่ือมโยงองค์ควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ และเทคโนโลยี เข้ำด้วยกัน
และกระบวนกำรเรยี นร ู้ โดยใหเ้ รียนรู้ผ่ำนกำรปฏิบัตทิ ีส่ ง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนพฒั นำควำมคิด
สำระสำ� คญั ของกำรปรบั ปรุงหลกั สูตร มีดังน ี้
๑. กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร ์ และวทิ ยำศำสตร์
๑.๑ จัดกลุ่มควำมรู้ใหม่และน�ำทักษะกระบวนกำรไปบูรณำกำรกับตัวช้ีวัด เน้นให้ผู้เรียนเกิด
กำรคดิ วเิ ครำะห์ คดิ แกป้ ญั หำ และมที กั ษะในศตวรรษท่ ี ๒๑
๑.๒ ก�ำหนดมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดส�ำหรับผู้เรียนทุกคน ที่เป็นพ้ืนฐำนที่เก่ียวข้องกับ
ชวี ติ ประจ�ำวนั และเปน็ พน้ื ฐำนสำ� คญั ในกำรศึกษำต่อระดับที่สงู ขึน้
๑.๓ ระดับช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี ๔ - ๖ ก�ำหนดตัวช้ีวัดเป็นชั้นปี เพื่อเป็นแนวทำงให้สถำนศึกษำ
จดั ตำมลำ� ดบั กำรเรยี นร ู้ อยำ่ งไรกต็ ำมสถำนศกึ ษำสำมำรถพจิ ำรณำปรบั เลอื่ นไหลระหวำ่ งชน้ั ปไี ดต้ ำมควำมเหมำะสม
๒. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร ์ ไดเ้ พมิ่ สำระเทคโนโลย ี ซงึ่ ประกอบดว้ ยกำรออกแบบและเทคโนโลย ี
และวิทยำกำรค�ำนวณ ทั้งน้ี เพ่ือเอ้ือต่อกำรจัดกำรเรียนรู้บูรณำกำรสำระทำงคณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และ
เทคโนโลย ี กับกระบวนกำรเชงิ วิศวกรรม ตำมแนวคิดสะเต็มศกึ ษำ
๓. สำระภูมิศำสตร์ ซ่ึงเป็นสำระหน่ึงในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม
ได้ปรับมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัดให้มีควำมชัดเจนสอดคล้องกับพัฒนำกำรตำมช่วงวัย มีองค์ควำมรู้
ทเ่ี ป็นสำกล เพิ่มควำมสำมำรถ ทกั ษะ และกระบวนกำรทำงภมู ศิ ำสตร์ ทชี่ ัดเจนขนึ้

มาตรฐานการเรยี นรŒูและตัวชวี้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 3

เอกสำรมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ และสำระ
ภูมิศำสตร์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำม
หลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ น ี้ จดั ทำ� ขน้ึ สำ� หรบั สถำนศกึ ษำไดน้ ำ� ไปใชเ้ ปน็ กรอบ
และทิศทำงในกำรจัดท�ำหลักสูตรสถำนศึกษำและจัดกำรเรียนกำรสอน เพื่อพัฒนำเด็กและเยำวชนไทยทุกคน
ที่มกี ำรเปลยี่ นแปลง นอกจำกนีม้ ำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ทีก่ �ำหนดไวใ้ นเอกสำรน้ ี จะชว่ ยให้ผู้ท่เี ก่ยี วข้อง
ใชเ้ ปน็ แนวทำงในกำรสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ กำรพฒั นำผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรอู้ ยำ่ งแทจ้ รงิ

4 มาตรฐานการเรยี นรูŒและตวั ช้ีวดั ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้คู ณิตศำสตร ์ วทิ ยำศำสตร์ และสำระภูมิศำสตร ์ ในกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ
ศำสนำ และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพนื้ ฐำน พุทธศกั รำช
๒๕๕๑ ประกอบดว้ ยสำระและมำตรฐำนกำรเรียนร้ ู ได้แก่ กลุ่มสำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร ์ มี ๓ สำระ จำ� นวน
๗ มำตรฐำน กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ มี ๔ สำระ จ�ำนวน ๑๐ มำตรฐำน และสำระภูมิศำสตร ์
ในกล่มุ สำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม มีจ�ำนวน ๒ มำตรฐำน ดังน้ี

กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
สาระท่ี ๑ จ�านวนและพชี คณิต
มำตรฐำน ค ๑.๑ เขำ้ ใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจำ� นวน ระบบจำ� นวน กำรดำ� เนนิ กำรของจำ� นวน

ผลท่ีเกิดขึ้นจำกกำรด�ำเนนิ กำร สมบตั ขิ องกำรดำ� เนินกำร และนำ� ไปใช้
มำตรฐำน ค ๑.๒ เข้ำใจและวเิ ครำะห์แบบรูป ควำมสัมพนั ธ ์ ฟงั ก์ชัน ล�ำดบั และอนกุ รม และนำ� ไปใช้
มำตรฐำน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมกำร และอสมกำร อธิบำยควำมสมั พนั ธ์หรอื ชว่ ยแกป้ ญั หำทีก่ �ำหนดให้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มำตรฐำน ค ๒.๑ เข้ำใจพื้นฐำนเก่ียวกับกำรวัด วัดและคำดคะเนขนำดของสิ่งที่ต้องกำรวัด และ

นำ� ไปใช ้
มำตรฐำน ค ๒.๒ เข้ำใจและวิเครำะห์รูปเรขำคณิต สมบัติของรูปเรขำคณิต ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง

รูปเรขำคณติ และทฤษฎีบททำงเรขำคณติ และน�ำไปใช้
สาระที่ ๓ สถติ ิและความนา่ จะเปน
มำตรฐำน ค ๓.๑ เขำ้ ใจกระบวนกำรทำงสถิต ิ และใชค้ วำมรูท้ ำงสถติ ิในกำรแก้ปญั หำ
มำตรฐำน ค ๓.๒ เขำ้ ใจหลกั กำรนับเบ้ืองตน้ ควำมนำ่ จะเป็น และนำ� ไปใช้

มาตรฐานการเรยี นรŒูและตัวช้ีวดั ฯ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 5

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มำตรฐำน ว ๑.๑ เขำ้ ใจควำมหลำกหลำยของระบบนเิ วศ ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ กบั สง่ิ มชี วี ติ

และควำมสัมพันธ์ระหว่ำงส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่ำง ๆ ในระบบนิเวศ กำรถ่ำยทอด
พลังงำน กำรเปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ควำมหมำยของประชำกร ปัญหำ
และผลกระทบที่มีต่อทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม แนวทำงในกำรอนุรักษ์
ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละกำรแกไ้ ขปญั หำสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทง้ั นำ� ควำมรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มำตรฐำน ว ๑.๒ เข้ำใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐำนของสิ่งมีชีวิต กำรล�ำเลียงสำรเข้ำและออก
จำกเซลล ์ ควำมสมั พนั ธข์ องโครงสรำ้ ง และหนำ้ ทข่ี องระบบตำ่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนษุ ย์
ทที่ ำ� งำนสมั พนั ธก์ นั ควำมสมั พนั ธข์ องโครงสรำ้ ง และหนำ้ ทขี่ องอวยั วะตำ่ ง ๆ ของพชื
ทีท่ ำ� งำนสัมพันธก์ นั รวมท้งั นำ� ควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มำตรฐำน ว ๑.๓ เข้ำใจกระบวนกำรและควำมส�ำคัญของกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม
สำรพันธุกรรม กำรเปลีย่ นแปลงทำงพนั ธุกรรมทม่ี ผี ลตอ่ ส่ิงมีชีวิต ควำมหลำกหลำย
ทำงชวี ภำพและววิ ัฒนำกำรของส่ิงมีชวี ติ รวมท้ังน�ำควำมรไู้ ปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มำตรฐำน ว ๒.๑ เขำ้ ใจสมบตั ขิ องสสำร องคป์ ระกอบของสสำร ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสมบตั ขิ องสสำรกบั

โครงสรำ้ งและแรงยดึ เหนย่ี วระหวำ่ งอนภุ ำค หลกั และธรรมชำตขิ องกำรเปลยี่ นแปลง
สถำนะของสสำร กำรเกดิ สำรละลำย และกำรเกิดปฏิกริ ิยำเคมี
มำตรฐำน ว ๒.๒ เข้ำใจธรรมชำติของแรงในชีวิตประจ�ำวัน ผลของแรงท่ีกระท�ำต่อวัตถุ ลักษณะ
กำรเคลอื่ นทแี่ บบต่ำง ๆ ของวัตถุ รวมทง้ั น�ำควำมรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มำตรฐำน ว ๒.๓ เขำ้ ใจควำมหมำยของพลงั งำน กำรเปลย่ี นแปลงและกำรถำ่ ยโอนพลงั งำน ปฏสิ มั พนั ธ์
ระหวำ่ งสสำรและพลงั งำน พลงั งำนในชวี ติ ประจำ� วนั ธรรมชำตขิ องคลน่ื ปรำกฏกำรณ์
ทีเ่ ก่ียวข้องกับเสียง แสง และคลืน่ แม่เหล็กไฟฟำ้ รวมท้ังน�ำควำมรูไ้ ปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มำตรฐำน ว ๓.๑ เขำ้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนกำรเกิด และวิวฒั นำกำรของเอกภพ กำแล็กซ ี

ดำวฤกษ ์ และระบบสุรยิ ะ รวมท้ังปฏสิ ัมพนั ธ์ภำยในระบบสุรยิ ะท่สี ่งผลตอ่ ส่งิ มีชวี ติ
และกำรประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกำศ
มำตรฐำน ว ๓.๒ เข้ำใจองค์ประกอบและควำมสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนกำรเปล่ียนแปลง
ภำยในโลก และบนผิวโลก ธรณพี บิ ัตภิ ยั กระบวนกำรเปลยี่ นแปลงลมฟำ้ อำกำศและ
ภูมอิ ำกำศโลก รวมทงั้ ผลต่อสงิ่ มีชีวติ และสิ่งแวดล้อม

6 มาตรฐานการเรยี นรŒแู ละตวั ชวี้ ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มำตรฐำน ว ๔.๑ เข้ำใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อกำรด�ำรงชีวิตในสังคมท่ีมีกำรเปล่ียนแปลง

อยำ่ งรวดเรว็ ใชค้ วำมรแู้ ละทกั ษะทำงดำ้ นวทิ ยำศำสตร ์ คณติ ศำสตร ์ และศำสตรอ์ นื่ ๆ
เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่ำงเหมำะสมโดยค�ำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต
สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
มำตรฐำน ว ๔.๒ เข้ำใจและใช้แนวคิดเชิงค�ำนวณในกำรแก้ปัญหำที่พบในชีวิตจริงอย่ำงเป็นข้ันตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรเรียนรู้ กำรท�ำงำน
และกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงมีประสทิ ธิภำพ รู้เทำ่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
สาระภมู ิศาสตร์ ในกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สาระท่ี ๕ ภูมศิ าสตร์
มำตรฐำน ส ๕.๑ เข้ำใจลักษณะทำงกำยภำพของโลกและควำมสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน
ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทำงภูมิศำสตร์ในกำรค้นหำ วิเครำะห์ และสรุปข้อมูล
ตำมกระบวนกำรทำงภูมศิ ำสตร์ ตลอดจนใช้ภมู สิ ำรสนเทศอย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ
มำตรฐำน ส ๕.๒ เขำ้ ใจปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวำ่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ มทำงกำยภำพทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ กำรสรำ้ งสรรค์
วถิ กี ำรดำ� เนนิ ชวี ติ มจี ติ สำ� นกึ และมสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กำรทรพั ยำกรและสงิ่ แวดลอ้ ม
เพือ่ กำรพัฒนำทีย่ งั่ ยืน

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวช้วี ดั

8 มาตรฐานการเรียนรูแŒ ละตวั ชีว้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

กลุ‹มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร

ทา� ไมตอ้ งเรียนคณิตศาสตร์

คณิตศำสตร์มีบทบำทส�ำคัญยิ่งต่อควำมส�ำเร็จในกำรเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เน่ืองจำกคณิตศำสตร์
ชว่ ยให้มนุษยม์ ีควำมคิดริเริ่มสรำ้ งสรรค์ คิดอย่ำงมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สำมำรถวิเครำะห์ปญั หำหรือ
สถำนกำรณ์ได้อยำ่ งรอบคอบและถ่ีถ้วน ช่วยใหค้ ำดกำรณ ์ วำงแผน ตดั สินใจ แก้ปญั หำ ได้อยำ่ งถูกต้องเหมำะสม
และสำมำรถน�ำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ นอกจำกน้ีคณิตศำสตร์ยังเป็นเครื่องมือในกำรศึกษำ
ดำ้ นวทิ ยำศำสตร ์ เทคโนโลย ี และศำสตรอ์ น่ื ๆ อนั เปน็ รำกฐำนในกำรพฒั นำทรพั ยำกรบคุ คลของชำตใิ หม้ คี ณุ ภำพ
และพัฒนำเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมกับนำนำชำติ กำรศึกษำคณิตศำสตร์จึงจ�ำเป็นต้องมีกำรพัฒนำ
อยำ่ งตอ่ เนอื่ ง เพอ่ื ใหท้ นั สมยั และสอดคลอ้ งกบั สภำพเศรษฐกจิ สงั คม และควำมรทู้ ำงวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ท่เี จรญิ กำ้ วหนำ้ อย่ำงรวดเรว็ ในยุคโลกำภวิ ตั น์
มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑ ฉบบั น ี้ จดั ทำ� ขน้ึ โดยคำ� นงึ ถงึ กำรสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี น
มีทักษะท่ีจำ� เป็นสำ� หรบั กำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท ี่ ๒๑ เปน็ ส�ำคัญ น่ันคือ กำรเตรียมผู้เรียนให้มีทกั ษะดำ้ นกำรคิด
วเิ ครำะห ์ กำรคดิ อยำ่ งมวี จิ ำรณญำณ กำรแกป้ ญั หำ กำรคดิ สรำ้ งสรรค ์ กำรใชเ้ ทคโนโลย ี กำรสอ่ื สำรและกำรรว่ มมอื
ซ่ึงจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่ำทันกำรเปล่ียนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภำพแวดล้อม
สำมำรถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชำคมโลกได้ ท้ังนี้กำรจัดกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ที่ประสบควำมส�ำเร็จน้ัน
จะตอ้ งเตรยี มผเู้ รยี นใหม้ คี วำมพรอ้ มทจ่ี ะเรยี นรสู้ ง่ิ ตำ่ ง ๆ พรอ้ มทจี่ ะประกอบอำชพี เมอ่ื จบกำรศกึ ษำ หรอื สำมำรถ
ศกึ ษำต่อในระดับท่สี งู ขึน้ ดังน้นั สถำนศกึ ษำควรจดั กำรเรียนรู้ใหเ้ หมำะสมตำมศกั ยภำพของผ้เู รยี น

เรียนรอู้ ะไรในคณติ ศาสตร์

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์จัดเป็น ๓ สำระ ได้แก่ จ�ำนวนและพีชคณิต กำรวัดและเรขำคณิต
และสถิติและควำมนำ่ จะเปน็

✧ จ�านวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบจ�ำนวนจริง สมบัติเก่ียวกับจ�ำนวนจริง อัตรำส่วน
ร้อยละ กำรประมำณค่ำ กำรแก้ปัญหำเกี่ยวกับจ�ำนวน กำรใช้จ�ำนวนในชีวิตจริง แบบรูป ควำมสัมพันธ์
ฟังกช์ นั เซต ตรรกศำสตร์ นพิ จน์ เอกนำม พหุนำม สมกำร ระบบสมกำร อสมกำร กรำฟ ดอกเบย้ี และมลู คำ่
ของเงิน ล�ำดับและอนกุ รม และกำรน�ำควำมรู้เกี่ยวกับจ�ำนวนและพชี คณติ ไปใช้ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ

✧ การวัดและเรขาคณิต เรียนรู้เกีย่ วกับ ควำมยำว ระยะทำง นำ้� หนกั พ้ืนท ี่ ปรมิ ำตรและควำมจ ุ
เงินและเวลำ หน่วยวัดระบบต่ำง ๆ กำรคำดคะเนเก่ียวกับกำรวัด อัตรำส่วนตรีโกณมิติ รูปเรขำคณิต
และสมบัติของรูปเรขำคณิต กำรนึกภำพ แบบจ�ำลองทำงเรขำคณิต ทฤษฎีบททำงเรขำคณิต กำรแปลงทำง
เรขำคณติ ในเร่ืองกำรเล่อื นขนำน กำรสะท้อน กำรหมนุ และกำรนำ� ควำมรูเ้ กย่ี วกบั กำรวัดและเรขำคณิตไปใชใ้ น
สถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ

มาตรฐานการเรยี นรแŒู ละตวั ชีว้ ัดฯ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 9

✧ สถิติและความน่าจะเปน เรียนรู้เกี่ยวกับ กำรตั้งค�ำถำมทำงสถิติ กำรเก็บรวบรวมข้อมูล
กำรค�ำนวณค่ำสถิติ กำรน�ำเสนอและแปลผลส�ำหรับข้อมูลเชิงคุณภำพและเชิงปริมำณ หลักกำรนับเบื้องต้น
ควำมน่ำจะเป็น กำรใช้ควำมรู้เกี่ยวกับสถิติและควำมน่ำจะเป็นในกำรอธิบำยเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ และช่วยในกำร
ตดั สินใจ

คณุ ภาพผูเ้ รยี น

จบช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
✧ อ่ำน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจ�ำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ มีควำมรู้สึก

เชงิ จำ� นวน มที กั ษะกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร และน�ำไปใช้ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ
✧ มีควำมรู้สึกเชิงจ�ำนวนเกี่ยวกับเศษส่วนที่ไม่เกิน ๑ มีทักษะกำรบวก กำรลบ เศษส่วน

ท่ีตวั ส่วนเท่ำกนั และนำ� ไปใชใ้ นสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ
✧ คำดคะเนและวัดควำมยำว น�้ำหนัก ปริมำตร ควำมจุ เลือกใช้เครื่องมือและหน่วยที่เหมำะสม

บอกเวลำ บอกจำ� นวนเงิน และน�ำไปใชใ้ นสถำนกำรณ์ต่ำง ๆ
✧ จ�ำแนกและบอกลักษณะของรูปหลำยเหล่ียม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉำก ทรงกลม

ทรงกระบอก และกรวย เขียนรูปหลำยเหล่ียม วงกลม และวงรีโดยใช้แบบของรูป ระบุรูปเรขำคณิต
ท่มี แี กนสมมำตรและจ�ำนวนแกนสมมำตร และน�ำไปใชใ้ นสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ

✧ อ่ำนและเขียนแผนภมู ิรูปภำพ ตำรำงทำงเดียวและน�ำไปใช้ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ
จบช้ันประถมศึกษาปท่ี ๖

✧ อ่ำน เขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจ�ำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกิน ๓ ต�ำแหน่ง อัตรำส่วน
และรอ้ ยละ มีควำมรู้สึกเชงิ จำ� นวน มที ักษะกำรบวก กำรลบ กำรคณู กำรหำร ประมำณผลลพั ธ์ และนำ� ไปใช้
ในสถำนกำรณ์ตำ่ ง ๆ

✧ อธิบำยลักษณะและสมบัติของรูปเรขำคณิต หำควำมยำวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปเรขำคณิต
สร้ำงรูปสำมเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม และวงกลม หำปริมำตรและควำมจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก และน�ำไปใช้
ในสถำนกำรณต์ ่ำง ๆ

✧ น�ำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิแท่ง ใช้ข้อมูลจำกแผนภูมิแท่ง แผนภูมิรูปวงกลม ตำรำงสองทำง
และกรำฟเสน้ ในกำรอธิบำยเหตกุ ำรณต์ ่ำง ๆ และตดั สนิ ใจ

10 มาตรฐานการเรยี นรูแŒ ละตวั ช้วี ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
จบช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ ๓

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับจ�ำนวนจริง ควำมสัมพันธ์ของจ�ำนวนจริง สมบัติของจ�ำนวนจริง
และใช้ควำมรู้ควำมเข้ำใจน้ีในกำรแกป้ ญั หำในชีวติ จริง

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับอัตรำส่วน สัดส่วน และร้อยละ และใช้ควำมรู้ควำมเข้ำใจน้ีในกำร
แกป้ ัญหำในชวี ิตจริง

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกับเลขยกก�ำลังท่ีมีเลขชี้ก�ำลังเป็นจ�ำนวนเต็ม และใช้ควำมรู้
ควำมเข้ำใจน้ใี นกำรแกป้ ญั หำในชวี ิตจริง

✧ มีควำมร้คู วำมเขำ้ ใจเก่ียวกับสมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมกำรเชิงเสน้ สองตัวแปร
และอสมกำรเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว และใชค้ วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจน้ใี นกำรแก้ปญั หำในชีวติ จรงิ

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับพหุนำม กำรแยกตัวประกอบของพหุนำม สมกำรก�ำลังสองและ
ใชค้ วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจน้ใี นกำรแก้ปญั หำคณติ ศำสตร ์

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับคู่อันดับ กรำฟของควำมสัมพันธ์ และฟังก์ชันก�ำลังสอง
และใช้ควำมร้คู วำมเข้ำใจนใ้ี นกำรแกป้ ัญหำในชีวติ จริง

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจทำงเรขำคณิตและใช้เครื่องมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม
The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขำคณิตพลวตั อ่นื ๆ เพ่อื สร้ำงรูปเรขำคณิต ตลอดจนนำ� ควำมรู้
เกี่ยวกับกำรสรำ้ งน้ีไปประยุกตใ์ ช้ในกำรแก้ปญั หำในชีวติ จริง

✧ มคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจเกย่ี วกบั รปู เรขำคณติ สองมติ ิ และรปู เรขำคณติ สำมมติ แิ ละใชค้ วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจนี้
ในกำรหำควำมสมั พันธ์ระหว่ำงรปู เรขำคณติ สองมติ ิ และรปู เรขำคณิตสำมมติ ิ

✧ มคี วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจในเรอ่ื งพน้ื ทผี่ วิ และปรมิ ำตรของปรซิ มึ ทรงกระบอก พรี ะมดิ กรวย และทรงกลม
และใชค้ วำมร้คู วำมเข้ำใจน้ีในกำรแก้ปญั หำในชีวิตจรงิ

✧ มคี วำมร้คู วำมเข้ำใจเกยี่ วกับสมบัตขิ องเส้นขนำน รปู สำมเหล่ียมทเ่ี ทำ่ กนั ทกุ ประกำร
รปู สำมเหลย่ี มคลำ้ ย ทฤษฎบี ทพที ำโกรสั และบทกลบั และนำ� ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจนไี้ ปใชใ้ นกำรแกป้ ญั หำในชวี ติ จรงิ

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในเร่ืองกำรแปลงทำงเรขำคณิต และน�ำควำมรู้ควำมเข้ำใจนี้ไปใช้
ในกำรแกป้ ัญหำในชีวิตจรงิ

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในเร่ืองอัตรำส่วนตรีโกณมิติ และน�ำควำมรู้ควำมเข้ำใจน้ีไปใช้ในกำรแก้ปัญหำ
ในชวี ติ จรงิ

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในเร่ืองทฤษฎีบทเกี่ยวกับวงกลม และน�ำควำมรู้ควำมเข้ำใจน้ีไปใช้
ในกำรแกป้ ญั หำคณิตศำสตร์

✧ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจทำงสถิติในกำรน�ำเสนอข้อมูล วิเครำะห์ข้อมูล และแปลควำมหมำยข้อมูล
ท่ีเก่ียวขอ้ งกับแผนภำพจุด แผนภำพตน้ -ใบ ฮิสโทแกรม ค่ำกลำงของข้อมูล และแผนภำพกลอ่ ง และใชค้ วำมรู้
ควำมเขำ้ ใจนี้ รวมทง้ั น�ำสถิติไปใช้ในชวี ิตจริงโดยใชเ้ ทคโนโลยที เี่ หมำะสม

✧ มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกบั ควำมนำ่ จะเปน็ และใช้ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจนีใ้ นกำรแกป้ ญั หำในชวี ติ จริง

มาตรฐานการเรยี นรแŒู ละตวั ช้วี ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 11

จบช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ ๖
✧ เขำ้ ใจและใชค้ วำมรเู้ กยี่ วกบั เซตและตรรกศำสตรเ์ บอ้ื งตน้ ในกำรสอื่ สำร และสอ่ื ควำมหมำยทำงคณติ ศำสตร์
✧ เข้ำใจและใช้หลักกำรนับเบ้ืองต้น กำรเรียงสับเปล่ียน และกำรจัดหมู่ ในกำรแก้ปัญหำ

และน�ำควำมรู้เกยี่ วกบั ควำมนำ่ จะเปน็ ไปใช้
✧ น�ำควำมรู้เกี่ยวกับเลขยกก�ำลัง ฟังก์ชัน ล�ำดับและอนุกรม ไปใช้ในกำรแก้ปัญหำ รวมทั้งปัญหำ

เก่ยี วกับดอกเบ้ียและมูลคำ่ ของเงนิ
✧ เข้ำใจและใช้ควำมรู้ทำงสถิติในกำรวิเครำะห์ข้อมูล น�ำเสนอข้อมูล และแปลควำมหมำยข้อมูล

เพอ่ื ประกอบกำรตดั สนิ ใจ

12 มาตรฐานการเรียนรแูŒ ละตัวชี้วัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๑ จ�านวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจ�ำนวน ระบบจ�ำนวน กำรด�ำเนินกำรของจ�ำนวน

ผลทเี่ กิดข้ึนจำกกำรดำ� เนินกำร สมบัติของกำรด�ำเนินกำร และนำ� ไปใช้

ตวั ชว้ี ดั ชั้นป
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๑. บอกจ�ำนวน ๑. บอกจำ� นวน ๑. อ่ำนและเขียน ๑. อ่ำนและเขียน ๑. เขียนเศษส่วน ๑. เปรยี บเทียบ
ของสง่ิ ตำ่ ง ๆ ของส่ิงตำ่ ง ๆ ตัวเลขฮนิ ดูอำรบกิ ตัวเลขฮินดอู ำรบิก ที่มตี วั ส่วนเปน็ เรยี งลำ� ดับ
แสดงสง่ิ ต่ำง ๆ แสดงสงิ่ ตำ่ ง ๆ ตวั เลขไทย ตัวเลขไทย ตัวประกอบของ เศษสว่ นและ
ตำมจ�ำนวน ตำมจำ� นวน และตวั หนังสอื และตวั หนงั สอื ๑๐ หรือ ๑๐๐ จำ� นวนคละ
ทก่ี ำ� หนด ทก่ี ำ� หนด แสดงจำ� นวนนบั แสดงจำ� นวนนบั หรือ ๑,๐๐๐ จำกสถำนกำรณ์
อำ่ นและเขียน อ่ำนและเขียน ไม่เกิน ทีม่ ำกกว่ำ ในรูปทศนยิ ม ต่ำง ๆ
ตวั เลขฮินดอู ำรบกิ ตัวเลขฮนิ ดอู ำรบิก ๑๐๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ ๒. แสดงวธิ หี ำ ๒. เขียนอัตรำส่วน
ตวั เลขไทย ตวั เลขไทย และ ๐ ๒. เปรียบเทียบ คำ� ตอบของโจทย์ แสดงกำร
แสดงจำ� นวนนับ ตัวหนังสอื แสดง ๒. เปรยี บเทียบ และเรยี งลำ� ดบั ปญั หำโดยใช้ เปรียบเทียบ
ไมเ่ กนิ ๑๐๐ จ�ำนวนนับ และเรยี งลำ� ดบั จ�ำนวนนบั บญั ญตั ิไตรยำงศ์ ปรมิ ำณ
และ ๐ ไม่เกิน ๑,๐๐๐ จ�ำนวนนบั ทีม่ ำกกว่ำ ๓. หำผลบวก ผลลบ ๒ ปริมำณ
๒. เปรยี บเทยี บ และ ๐ ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ ของเศษสว่ นและ จำกขอ้ ควำม
จ�ำนวนนบั ๒. เปรยี บเทียบ ๑๐๐,๐๐๐ จำกสถำนกำรณ์ จ�ำนวนคละ หรอื สถำนกำรณ ์
ไม่เกนิ ๑๐๐ จ�ำนวนนับ จำกสถำนกำรณ์ ตำ่ ง ๆ ๔. หำผลคูณ ผลหำร โดยทปี่ รมิ ำณ
และ ๐ โดยใช้ ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ต่ำง ๆ ๓. บอก อำ่ น และ ของเศษส่วนและ แตล่ ะปรมิ ำณ
เครอ่ื งหมำย และ ๐ โดยใช้ ๓. บอก อ่ำน และ เขยี นเศษสว่ น จ�ำนวนคละ เป็นจ�ำนวนนบั
= ≠ > < เครอ่ื งหมำย เขยี นเศษสว่ น จำ� นวนคละ ๕. แสดงวธิ ีหำ ๓. หำอตั รำสว่ น
๓. เรียงลำ� ดับ = ≠ > < แสดงปรมิ ำณ แสดงปริมำณ ค�ำตอบของโจทย์ ทเ่ี ท่ำกบั อตั รำส่วน
จำ� นวนนับ ๓. เรียงล�ำดบั ส่ิงต่ำง ๆ และ ส่ิงต่ำง ๆ และ ปัญหำกำรบวก ท่กี ำ� หนดให้
ไม่เกิน ๑๐๐ จำ� นวนนบั แสดงสิง่ ต่ำง ๆ แสดงส่ิงต่ำง ๆ กำรลบ กำรคูณ ๔. หำ ห.ร.ม.
และ ๐ ต้ังแต ่ ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตำมเศษส่วน ตำมเศษส่วน กำรหำรเศษสว่ น ของจ�ำนวนนบั
๓ ถงึ ๕ จ�ำนวน และ ๐ ตงั้ แต่ ท่ีกำ� หนด จ�ำนวนคละ ๒ ข้ันตอน ไม่เกิน ๓ จ�ำนวน
๔. หำค่ำของ ๓ ถึง ๕ จ�ำนวน ๔. เปรยี บเทยี บ ทกี่ �ำหนด ๖. หำผลคูณของ ๕. หำ ค.ร.น.
ตัวไมท่ รำบค่ำ จำกสถำนกำรณ์ เศษสว่ นท่ตี ัวเศษ ๔. เปรียบเทียบ ทศนิยมท่ผี ลคูณ ของจำ� นวนนับ
ในประโยค ต่ำง ๆ เทำ่ กัน โดยท่ี เรียงล�ำดบั เปน็ ทศนยิ มไม่ ไมเ่ กิน ๓ จำ� นวน
สญั ลักษณ์ ๔. หำคำ่ ของ ตัวเศษน้อยกว่ำ เศษสว่ น และ เกิน ๓ ตำ� แหนง่ ๖. แสดงวธิ หี ำ
แสดงกำรบวก ตวั ไมท่ รำบค่ำ หรอื เทำ่ กับ จ�ำนวนคละท ่ี ๗. หำผลหำรทต่ี วั ตง้ั ค�ำตอบของโจทย์
และประโยค ในประโยค ตัวส่วน ตวั สว่ นตวั หนงึ่ เป็นจ�ำนวนนับ ปญั หำโดยใช้
สัญลกั ษณ์แสดง สญั ลักษณ์ ๕. หำค่ำของ เป็นพหุคูณ หรือทศนยิ ม ควำมรู้เกี่ยวกับ
กำรลบของ แสดงกำรบวก ตัวไมท่ รำบค่ำ ของอกี ตัวหนึง่ ไมเ่ กิน ๓ ต�ำแหน่ง ห.ร.ม. และ
จ�ำนวนนับ และประโยค ในประโยค ๕. อำ่ นและเขยี น และตัวหำรเป็น ค.ร.น.
ไม่เกิน ๑๐๐ สญั ลักษณแ์ สดง สญั ลกั ษณ์ ทศนยิ มไม่เกนิ จำ� นวนนบั ผลหำร ๗. หำผลลัพธ์ของ
และ ๐ กำรลบของ แสดงกำรบวก ๓ ต�ำแหน่ง เป็นทศนิยม กำรบวก ลบ
จำ� นวนนบั และประโยค แสดงปริมำณ ไมเ่ กนิ คณู หำรระคน

มาตรฐานการเรียนรแŒู ละตัวชว้ี ัดฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 13

สาระท่ี ๑ จา� นวนและพชี คณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจ�ำนวน ระบบจ�ำนวน กำรด�ำเนินกำรของจ�ำนวน

ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ จำกกำรดำ� เนนิ กำร สมบตั ขิ องกำรด�ำเนินกำร และน�ำไปใช ้ (ต่อ)

ตวั ชวี้ ดั ช้ันป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๕. แสดงวิธหี ำ
ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ สัญลักษณแ์ สดง ของสิง่ ต่ำง ๆ ๓ ต�ำแหน่ง ของเศษสว่ น
คำ� ตอบของ และ ๐ กำรลบของ และแสดง ๘. แสดงวธิ หี ำ และจ�ำนวนคละ
โจทย์ปัญหำ ๕. หำคำ่ ของ จ�ำนวนนบั ส่ิงตำ่ ง ๆ คำ� ตอบของ ๘. แสดงวิธหี ำ
กำรบวกและ ตวั ไม่ทรำบค่ำ ไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ ตำมทศนยิ ม โจทยป์ ัญหำ ค�ำตอบของ
โจทยป์ ัญหำ ในประโยค และ ๐ ทก่ี ำ� หนด กำรบวก กำรลบ โจทย์ปัญหำ
กำรลบของ สญั ลักษณแ์ สดง ๖. หำค่ำของ ๖. เปรียบเทียบ กำรคูณ กำรหำร เศษสว่ นและ
จ�ำนวนนบั กำรคูณของ ตวั ไมท่ รำบคำ่ และเรียงลำ� ดับ ทศนยิ ม จ�ำนวนคละ
ไม่เกิน ๑๐๐ จ�ำนวน ๑ หลัก ในประโยค ทศนิยมไมเ่ กนิ ๒ ข้นั ตอน ๒-๓ ขัน้ ตอน
และ ๐ กบั จำ� นวน สัญลกั ษณแ์ สดง ๓ ต�ำแหน่ง ๙. แสดงวิธหี ำ ๙. หำผลหำรของ
ไมเ่ กนิ ๒ หลัก กำรคณู ของ จำกสถำนกำรณ์ คำ� ตอบของโจทย์ ทศนิยมทต่ี วั หำร
๖. หำค่ำของ จ�ำนวน ๑ หลัก ต่ำง ๆ ปญั หำรอ้ ยละ และผลหำรเป็น
ตวั ไมท่ รำบคำ่ กบั จ�ำนวน ๗. ประมำณผลลพั ธ์ ไม่เกิน ทศนิยมไมเ่ กิน
ในประโยค ไม่เกนิ ๔ หลกั ของกำรบวก ๒ ขัน้ ตอน ๓ ต�ำแหนง่
สญั ลกั ษณ์ และจ�ำนวน กำรลบ กำรคูณ ๑๐. แสดงวิธีหำ
แสดงกำรหำร ๒ หลักกบั กำรหำร ค�ำตอบของ
ที่ตวั ตัง้ ไมเ่ กิน ๒ หลัก จำ� นวน ๒ หลกั จำกสถำนกำรณ์ โจทย์ปญั หำ
ตวั หำร ๑ หลกั ๗. หำคำ่ ของ ต่ำง ๆ อย่ำง กำรบวก กำรลบ
โดยที่ผลหำร ตวั ไม่ทรำบคำ่ สมเหตสุ มผล กำรคูณ กำรหำร
ม ี ๑ หลกั ในประโยค ๘. หำคำ่ ของ ทศนิยม
ทั้งหำรลงตวั สญั ลกั ษณ ์ ตัวไมท่ รำบคำ่ ๓ ขนั้ ตอน
และหำรไม่ลงตวั แสดงกำรหำร ในประโยค ๑๑. แสดงวธิ หี ำ
๗. หำผลลพั ธ์ ที่ตัวตัง้ ไมเ่ กนิ สัญลักษณ์ คำ� ตอบของ
กำรบวก ลบ ๔ หลกั แสดงกำรบวก โจทย์ปัญหำ
คณู หำรระคน ตวั หำร ๑ หลัก และประโยค อตั รำสว่ น
ของจำ� นวนนับ ๘. หำผลลพั ธ์ สญั ลกั ษณ์ ๑๒. แสดงวิธีหำ
ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ กำรบวก ลบ แสดงกำรลบ คำ� ตอบของ
และ ๐ คณู หำรระคน ของจ�ำนวนนับ โจทย์ปัญหำ
๘. แสดงวธิ ีหำ ของจำ� นวนนับ ที่มำกกวำ่ รอ้ ยละ
คำ� ตอบของ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ๑๐๐,๐๐๐ ๒-๓ ข้นั ตอน
โจทย์ปญั หำ และ ๐ และ ๐
๒ ข้นั ตอนของ ๙. แสดงวิธีหำ ๙. หำคำ่ ของ
จ�ำนวนนับ คำ� ตอบของ ตวั ไม่ทรำบคำ่
ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ โจทยป์ ญั หำ ในประโยค
และ ๐ ๒ ขน้ั ตอน สัญลักษณแ์ สดง

14 มาตรฐานการเรียนรŒแู ละตัวชว้ี ัดฯ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๑ จา� นวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจ�ำนวน ระบบจ�ำนวน กำรด�ำเนินกำรของจ�ำนวน

ผลท่ีเกดิ ขึน้ จำกกำรด�ำเนินกำร สมบตั ขิ องกำรดำ� เนินกำร และนำ� ไปใช้ (ต่อ)

ตวั ชี้วัดชน้ั ป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

ของจำ� นวนนบั กำรคณู ของ
ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ จำ� นวนหลำยหลัก
และ ๐ ๒ จ�ำนวน
๑๐. หำผลบวกของ ท่มี ีผลคูณ
เศษส่วนท่ีมี ไมเ่ กิน ๖ หลัก
ตวั สว่ นเทำ่ กนั และประโยค
และผลบวก สญั ลกั ษณ์แสดง
ไม่เกนิ ๑ และ กำรหำรทตี่ วั ตัง้
หำผลลบของ ไม่เกนิ ๖ หลกั
เศษส่วนทีม่ ี ตัวหำรไม่เกนิ
ตวั ส่วนเทำ่ กัน ๒ หลัก
๑๑. แสดงวธิ ีหำ ๑๐. หำผลลัพธ์
ค�ำตอบของ กำรบวก ลบ
โจทย์ปญั หำ คณู หำรระคน
กำรบวกเศษส่วน ของจ�ำนวนนบั
ทมี่ ีตัวสว่ น และ ๐
เทำ่ กนั และ ๑๑. แสดงวิธหี ำ
ผลบวกไม่เกนิ ๑ คำ� ตอบของ
และโจทยป์ ัญหำ โจทยป์ ญั หำ
กำรลบเศษส่วน ๒ ขั้นตอน
ที่มีตัวส่วน ของจ�ำนวน
เทำ่ กนั นบั ทีม่ ำกกว่ำ
และ ๐
๑๒. สร้ำงโจทย์ปัญหำ
๒ ขนั้ ตอนของ
และ ๐ พรอ้ มท้ัง
หำคำ� ตอบ
๑๓. หำผลบวก
ผลลบ ของ
เศษสว่ นและ
ท่ตี วั สว่ นตัวหน่ึง

มาตรฐานการเรยี นรแŒู ละตัวชว้ี ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 15

สาระที่ ๑ จ�านวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจ�ำนวน ระบบจ�ำนวน กำรด�ำเนินกำรของจ�ำนวน

ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจำกกำรดำ� เนนิ กำร สมบตั ขิ องกำรด�ำเนนิ กำร และน�ำไปใช ้ (ต่อ)

ตัวชวี้ ัดชนั้ ป
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

เป็นพหคุ ูณของ
อกี ตวั หน่ึง
๑๔. แสดงวธิ ีหำ
และโจทยป์ ญั หำ
และจำ� นวนคละ
ทตี่ ัวสว่ นตวั หนงึ่
เปน็ พหคุ ูณของ
๑๕. หำผลบวก
ทศนิยมไมเ่ กิน
๓ ตำ� แหนง่
๑๖. แสดงวธิ หี ำ
คำ� ตอบของ
กำรบวก กำรลบ
๒ ขั้นตอนของ
ทศนยิ มไมเ่ กิน
๓ ต�ำแหน่ง

16 มาตรฐานการเรยี นรูŒและตวั ชว้ี ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๑ จา� นวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของกำรแสดงจ�ำนวน ระบบจ�ำนวน กำรด�ำเนินกำรของจ�ำนวน

ผลท่เี กดิ ขึ้นจำกกำรด�ำเนนิ กำร สมบตั ขิ องกำรด�ำเนนิ กำร และน�ำไปใช้ (ตอ่ )

ตวั ช้วี ดั ชน้ั ป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖
๑. เขำ้ ใจจำ� นวน ๑. เข้ำใจและใช้ - ๑. เขำ้ ใจ ๑. เขำ้ ใจ
ตรรกยะ และ สมบตั ิของ และใช้ควำมรู้ ควำมหมำยและ
ควำมสมั พนั ธ์ของ เลขยกกำ� ลงั ทม่ี ี เก่ียวกับเซต ใช้สมบัตเิ กย่ี วกับ
จำ� นวนตรรกยะ เลขชกี้ �ำลังเปน็ และตรรกศำสตร์ กำรบวก กำรคูณ
และใช้สมบตั ขิ อง จ�ำนวนเตม็ เบ้อื งตน้ ในกำร กำรเท่ำกนั และ
จ�ำนวนตรรกยะ ในกำรแก้ปัญหำ สื่อสำรและ กำรไม่เท่ำกัน
ในกำรแก้ปญั หำ คณติ ศำสตร์และ ส่อื ควำมหมำย ของจ�ำนวนจริง
คณติ ศำสตร์และ ปญั หำในชีวติ จรงิ ทำงคณติ ศำสตร์ ในรูปกรณฑแ์ ละ
ปญั หำในชวี ิตจรงิ ๒. เข้ำใจจ�ำนวนจริง จ�ำนวนจริงในรปู
๒. เข้ำใจและใช้ และควำมสมั พนั ธ์ เลขยกก�ำลงั ที่มี
สมบัตขิ อง ของจ�ำนวนจรงิ เลขชก้ี ำ� ลังเป็น
เลขยกกำ� ลังที่มี และใช้สมบตั ิ จ�ำนวนตรรกยะ
เลขชก้ี ำ� ลงั เปน็ ของจำ� นวนจรงิ
จ�ำนวนเตม็ บวก ในกำรแกป้ ญั หำ
ในกำรแก้ปญั หำ คณิตศำสตร์และ
คณิตศำสตรแ์ ละ ปญั หำในชีวิตจริง
ปัญหำในชวี ติ จริง
๓. เขำ้ ใจและ
ประยกุ ตใ์ ช้
อตั รำส่วน สัดสว่ น
และรอ้ ยละ
ในกำรแกป้ ัญหำ
ปญั หำในชวี ิตจริง

มาตรฐานการเรียนรูแŒ ละตวั ช้วี ดั ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 17

สาระที่ ๑ จ�านวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้ำใจและวเิ ครำะหแ์ บบรูป ควำมสมั พันธ ์ ฟงั ก์ชัน ลำ� ดบั และอนุกรม และน�ำไปใช้

ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
- ๑. แสดงวธิ ีคิด
๑. ระบุจ�ำนวน - ๑. ระบุจำ� นวน - และหำค�ำตอบ
ทห่ี ำยไป ทห่ี ำยไป ของปัญหำ
ในแบบรปู ของ ในแบบรปู ของ เก่ียวกบั แบบรปู
จำ� นวนทีเ่ พิ่มข้นึ จ�ำนวนที่เพ่มิ ข้ึน
หรือลดลงทีละ ๑ หรอื ลดลง
และทลี ะ ๑๐ ทลี ะเทำ่ ๆ กนั
และระบรุ ปู
และรูปอืน่ ๆ
ที่ซำ้� มี ๒ รปู

18 มาตรฐานการเรยี นรูŒและตวั ชว้ี ัดฯ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระท่ี ๑ จา� นวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้ำใจและวิเครำะห์แบบรปู ควำมสมั พันธ์ ฟงั กช์ นั ล�ำดบั และอนุกรม และนำ� ไปใช้ (ต่อ)

ตัวชว้ี ัดชั้นป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

- ๑. เขำ้ ใจหลกั กำร ๑. เข้ำใจ - ๑. ใช้ฟงั ก์ชัน -
กำรดำ� เนินกำร และใชก้ ำร และกรำฟของ
ของพหุนำม แยกตวั ประกอบ ฟงั ก์ชนั อธบิ ำย
และใชพ้ หนุ ำม ของพหุนำมท่มี ี สถำนกำรณ์
ในกำรแก้ปัญหำ ดีกรีสงู กว่ำสอง ทกี่ �ำหนด
คณิตศำสตร์ ในกำรแก้ปัญหำ ๒. เข้ำใจ
๒. เข้ำใจ คณติ ศำสตร์ และน�ำควำมรู้
และใชก้ ำรแยก ๒. เข้ำใจ เก่ียวกบั ลำ� ดับ
ตวั ประกอบของ และใชค้ วำมรู้ และอนุกรมไปใช้
พหนุ ำมดกี รีสอง เกยี่ วกับฟงั กช์ นั
ในกำรแก้ปญั หำ กำ� ลังสอง
คณิตศำสตร์ ในกำรแก้ปญั หำ
คณติ ศำสตร์

มาตรฐานการเรียนรŒูและตัวช้วี ดั ฯ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 19

สาระที่ ๑ จ�านวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใชน้ ิพจน์ สมกำร และอสมกำร อธบิ ำยควำมสัมพันธ์หรอื ชว่ ยแก้ปญั หำท่ีก�ำหนดให้

ตวั ชวี้ ดั ชั้นป
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖


ตวั ช้ีวัดชน้ั ป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

๑. เข้ำใจ - ๑. เขำ้ ใจ - ๑. เข้ำใจ -
และใชส้ มบัตขิ อง และใช้สมบตั ิ และใช้ควำมรู้
กำรเทำ่ กัน ของกำรไม่เทำ่ กัน เกีย่ วกับดอกเบ้ีย
และสมบตั ิ เพ่อื วเิ ครำะห์ และมูลคำ่
ของจ�ำนวน และแกป้ ัญหำ ของเงิน
เพ่อื วเิ ครำะห์ โดยใชอ้ สมกำร ในกำรแกป้ ญั หำ
และแกป้ ัญหำ เชงิ เสน้
โดยใช้ ตัวแปรเดยี ว
สมกำรเชิงเสน้ ๒. ประยุกต์ใช้
ตัวแปรเดียว สมกำรกำ� ลงั สอง
๒. เขำ้ ใจ ตัวแปรเดียว
และใชค้ วำมรู้ ในกำรแก้ปัญหำ
เก่ียวกบั กรำฟ คณิตศำสตร์
ในกำรแก้ปัญหำ ๓. ประยกุ ต์ใช้
คณิตศำสตรแ์ ละ ระบบสมกำร
ปัญหำในชีวติ จริง เชิงเสน้
๓. เข้ำใจ สองตัวแปร
และใช้ควำมรู้ ในกำรแก้ปญั หำ
เกีย่ วกับ คณติ ศำสตร์
ควำมสัมพนั ธ์
เชงิ เสน้
คณติ ศำสตรแ์ ละ

20 มาตรฐานการเรยี นรŒูและตวั ช้วี ัดฯ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้ำใจพ้นื ฐำนเกี่ยวกบั กำรวัด วัดและคำดคะเนขนำดของสิ่งที่ต้องกำรวัด และนำ� ไปใช้

ตัวช้ีวัดช้นั ป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๑. วดั และ ๑. แสดงวธิ ี ๑. แสดงวธิ ี ๑. แสดงวิธี ๑. แสดงวิธี ๑. แสดงวธิ ี
เปรียบเทยี บ หำค�ำตอบของ หำคำ� ตอบของ หำคำ� ตอบของ หำค�ำตอบของ หำคำ� ตอบของ
ควำมยำว โจทย์ปัญหำ โจทยป์ ญั หำ โจทย์ปญั หำ โจทยป์ ัญหำ โจทยป์ ัญหำ
เป็นเซนตเิ มตร เกยี่ วกับเวลำ เก่ียวกับเงิน เกย่ี วกบั เวลำ เกย่ี วกับควำมยำว เกย่ี วกับปริมำตร
เป็นเมตร ท่ีมีหนว่ ยเดี่ยว ๒. แสดงวธิ ี ๒. วัดและสรำ้ งมุม ทีม่ กี ำรเปล่ยี น ของรูปเรขำคณติ
๒. วัดและ และเป็นหนว่ ย หำค�ำตอบของ โดยใช้ หน่วยและเขยี น สำมมติ ทิ ่ี
เปรยี บเทียบ เดยี วกนั โจทย์ปญั หำ โพรแทรกเตอร์ ในรปู ทศนิยม ประกอบดว้ ย
น้�ำหนกั ๒. วัดและ เกย่ี วกับเวลำ ๓. แสดงวิธี ๒. แสดงวธิ ี ทรงสี่เหลีย่ ม
เป็นกิโลกรมั เปรยี บเทยี บ และระยะเวลำ หำค�ำตอบของ หำคำ� ตอบของ มมุ ฉำก
เปน็ ขดี ควำมยำว ๓. เลือกใชเ้ ครื่องวัด โจทย์ปญั หำ โจทยป์ ญั หำ ๒. แสดงวิธี
เปน็ เมตร ควำมยำว เก่ยี วกบั เก่ียวกับน�้ำหนัก หำคำ� ตอบของ
และเซนตเิ มตร ทเ่ี หมำะสม ควำมยำวรอบรูป ทีม่ ีกำรเปลย่ี น โจทย์ปญั หำ
๓. แสดงวิธี วัดและบอก และพ้ืนทข่ี อง หนว่ ยและเขยี น เกย่ี วกับ
หำคำ� ตอบของ ควำมยำว รูปสี่เหลี่ยม ในรปู ทศนิยม ควำมยำวรอบรปู
โจทยป์ ัญหำ ของสงิ่ ต่ำง ๆ มมุ ฉำก ๓. แสดงวธิ ี และพ้ืนที่ของ
กำรบวก กำรลบ เป็นเซนตเิ มตร หำคำ� ตอบของ รปู หลำยเหล่ยี ม
เก่ยี วกบั ควำมยำว และมิลลเิ มตร โจทย์ปัญหำ ๓. แสดงวธิ ี
ทม่ี หี นว่ ย เมตรและ เก่ยี วกบั ปริมำตร หำค�ำตอบของ
เปน็ เมตรและ เซนติเมตร ของทรงส่ีเหลีย่ ม โจทย์ปญั หำ
เซนติเมตร ๔. คำดคะเน มมุ ฉำกและ เกยี่ วกบั
๔. วดั และ ควำมยำว ควำมจขุ อง ควำมยำวรอบรปู
เปรียบเทียบ เป็นเมตรและ ภำชนะทรง และพ้ืนท่ีของ
น�้ำหนักเป็น เปน็ เซนตเิ มตร สีเ่ หล่ยี มมมุ ฉำก วงกลม
กโิ ลกรมั และกรมั ๕. เปรียบเทยี บ ๔. แสดงวิธี
กิโลกรัมและขดี ควำมยำว หำคำ� ตอบของ
๕. แสดงวิธี ระหว่ำง โจทย์ปญั หำ
หำค�ำตอบของ เซนตเิ มตร เกยี่ วกับ
โจทยป์ ัญหำ กบั มลิ ลิเมตร ควำมยำวรอบรปู
กำรบวก กำรลบ เมตรกับ ของรปู ส่เี หล่ียม
เก่ยี วกับน้ำ� หนัก เซนตเิ มตร และพืน้ ทข่ี อง
ท่มี ีหน่วยเปน็ กโิ ลเมตร รูปส่เี หลีย่ ม
กโิ ลกรัมและกรมั กบั เมตร ดำ้ นขนำน
กิโลกรัมและขดี จำกสถำนกำรณ์ และรูปส่เี หล่ียม
ต่ำง ๆ ขนมเปยี กปนู

มาตรฐานการเรยี นรŒูและตวั ชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 21

สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขำ้ ใจพนื้ ฐำนเก่ยี วกบั กำรวดั วัดและคำดคะเนขนำดของส่งิ ที่ต้องกำรวัด และนำ� ไปใช้ (ตอ่ )

ตวั ช้วี ดั ชัน้ ป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๖. วัดและ ๖. แสดงวิธี
เปรียบเทยี บ หำคำ� ตอบของ
ปริมำตรและ โจทยป์ ญั หำ
ควำมจเุ ป็นลติ ร เกย่ี วกบั ควำมยำว
ท่ีมหี น่วย
และมลิ ลเิ มตร
๗. เลอื กใชเ้ ครอื่ งช่ัง
ทเี่ หมำะสม วัด
และบอกน�ำ้ หนกั
เป็นกโิ ลกรมั
กโิ ลกรมั และกรัม
๘. คำดคะเนน้ำ� หนกั
เป็นกโิ ลกรมั
และเปน็ ขดี
๙. เปรยี บเทยี บ
นำ้� หนักระหวำ่ ง
กโิ ลกรมั กับกรัม
เมตริกตนั กบั
กโิ ลกรมั
ต่ำง ๆ
๑๐. แสดงวิธหี ำ
คำ� ตอบของ
โจทยป์ ญั หำ
เกี่ยวกับนำ�้ หนกั
ท่มี ีหนว่ ยเปน็
กโิ ลกรัมกับกรัม
เมตริกตนั กับ
กโิ ลกรมั

22 มาตรฐานการเรียนรŒแู ละตัวชวี้ ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้ำใจพื้นฐำนเกีย่ วกับกำรวัด วัดและคำดคะเนขนำดของส่ิงที่ตอ้ งกำรวดั และน�ำไปใช้ (ต่อ)

ตวั ชี้วัดชนั้ ป
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๑๑. เลอื กใช้
เครอื่ งตวง
ทเ่ี หมำะสม วดั
ควำมจุเปน็ ลิตร
และมิลลลิ ติ ร

๑๒. คำดคะเน
ควำมจเุ ปน็ ลติ ร

๑๓. แสดงวิธี
หำคำ� ตอบของ
เกย่ี วกบั ปรมิ ำตร
และควำมจุท่มี ี
หนว่ ยเปน็ ลิตร
และมลิ ลลิ ิตร

มาตรฐานการเรียนรŒูและตวั ชวี้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 23

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้ำใจพน้ื ฐำนเกย่ี วกบั กำรวัด วัดและคำดคะเนขนำดของสิ่งทีต่ อ้ งกำรวัด และนำ� ไปใช ้ (ตอ่ )

ตวั ชว้ี ัดชนั้ ป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

- ๑. ประยุกต์ใช้ ๑. ประยุกต์ใช้ - - -
ควำมรู ้ ควำมร ู้
เรื่องพื้นทผ่ี วิ เรอื่ งพน้ื ทผ่ี วิ
ของปรซิ มึ และ ของพรี ะมดิ กรวย
ทรงกระบอก และทรงกลม
ในกำรแกป้ ญั หำ ในกำรแกป้ ญั หำ
คณติ ศำสตร์ คณติ ศำสตร์
และปัญหำ และปญั หำ
ในชวี ิตจรงิ ในชีวติ จรงิ
๒. ประยกุ ตใ์ ช้ ๒. ประยกุ ตใ์ ช้
ควำมรู้ ควำมรู้
เรอ่ื งปรมิ ำตร เรื่องปรมิ ำตร
ของปริซึมและ ของพรี ะมดิ กรวย
ทรงกระบอก และทรงกลม
ในกำรแก้ปัญหำ ในกำรแก้ปัญหำ
คณติ ศำสตร์ คณิตศำสตร์
และปญั หำ และปญั หำ
ในชวี ิตจรงิ ในชีวิตจริง

24 มาตรฐานการเรียนรŒแู ละตวั ชีว้ ัดฯ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขำ้ ใจและวเิ ครำะหร์ ปู เรขำคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขำคณติ ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งรปู เรขำคณติ

และทฤษฎีบททำงเรขำคณิต และน�ำไปใช้

ตัวช้ีวดั ชน้ั ป
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๑. จ�ำแนก ๑. จำ� แนกและบอก ๑. ระบุ ๑. จำ� แนกชนิด ๑. สรำ้ งเสน้ ตรง ๑. จำ� แนก
รูปสำมเหล่ยี ม ลกั ษณะของ รูปเรขำคณิต ของมุม หรือสว่ นของ รูปสำมเหล่ยี ม
รูปส่ีเหลีย่ ม รูปหลำยเหล่ยี ม สองมิติ บอกชื่อมมุ เส้นตรงให้ขนำน โดยพิจำรณำจำก
วงกลม วงร ี และวงกลม ทีม่ แี กนสมมำตร สว่ นประกอบ กบั เส้นตรง สมบตั ิของรูป
ทรงส่เี หลย่ี ม และจ�ำนวน ของมุมและเขียน หรือส่วนของ ๒. สร้ำง
มมุ ฉำก ทรงกลม แกนสมมำตร สัญลกั ษณ์ เส้นตรง รปู สำมเหลี่ยม
ทรงกระบอก แสดงมุม ทกี่ �ำหนดให้ เม่อื กำ� หนด
และกรวย ๒. สร้ำงรูป ๒. จำ� แนก ควำมยำว
สเ่ี หล่ยี มมุมฉำก รปู สี่เหลย่ี ม ของด้ำนและ
เมื่อก�ำหนด โดยพจิ ำรณำจำก ขนำดของมุม
ควำมยำว สมบตั ขิ องรูป ๓. บอกลกั ษณะของ
ของด้ำน ๓. สรำ้ งรูปส่ีเหล่ียม รูปเรขำคณติ
ชนดิ ต่ำง ๆ สำมมติ ิ
เมอ่ื ก�ำหนด ชนดิ ตำ่ ง ๆ
ควำมยำว ๔. ระบรุ ูปเรขำคณิต
ของด้ำนและ สำมมติ ิ
ขนำดของมุม ทีป่ ระกอบจำก
หรอื เม่อื ก�ำหนด รูปคลี ่ และระบุ
ควำมยำวของ รปู คล่ีของ
เส้นทแยงมุม รปู เรขำคณิต
๔. บอกลักษณะ สำมมิติ
ของปรซิ ึม

มาตรฐานการเรยี นรŒแู ละตัวช้วี ัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 25

สาระที่ ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขำ้ ใจและวเิ ครำะหร์ ปู เรขำคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขำคณติ ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งรปู เรขำคณติ

และทฤษฎีบททำงเรขำคณติ และน�ำไปใช ้ (ตอ่ )

ตัวชว้ี ัดชนั้ ป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

๑. ใชค้ วำมรู้ ๑. ใชค้ วำมรู้ ๑. เข้ำใจและ - - -
ทำงเรขำคณิต ทำงเรขำคณิต ใชส้ มบตั ิของ
และเครือ่ งมือ และเคร่ืองมอื รูปสำมเหล่ียม
เช่นวงเวียน เช่น วงเวียน ทค่ี ลำ้ ยกัน
และสนั ตรง และสนั ตรง ในกำรแก้ปัญหำ
รวมทงั้ โปรแกรม รวมทงั้ โปรแกรม คณติ ศำสตร์
The Geometer’s The Geometer’s และปญั หำ
Sketchpad Sketchpad ในชวี ิตจรงิ
หรอื โปรแกรม หรอื โปรแกรม ๒. เขำ้ ใจ
เรขำคณติ พลวัต เรขำคณิตพลวตั และใชค้ วำมรู้
อื่น ๆ เพื่อสรำ้ ง อืน่ ๆ เพอ่ื สรำ้ ง เกย่ี วกับ
รูปเรขำคณติ รปู เรขำคณติ อตั รำส่วน
ตลอดจน ตลอดจน ตรีโกณมิติ
น�ำควำมรู้ น�ำควำมรู้ ในกำรแกป้ ญั หำ
เกี่ยวกบั เก่ียวกับ คณิตศำสตร์
กำรสรำ้ งน้ี กำรสรำ้ งนี้ และปัญหำ
ไปประยกุ ตใ์ ช้ ไปประยุกตใ์ ช้ ในชวี ิตจรงิ
ในกำรแก้ปญั หำ ในกำรแก้ปญั หำ ๓. เข้ำใจ
ในชวี ิตจริง ในชีวติ จรงิ และใชท้ ฤษฎีบท
๒. เขำ้ ใจ ๒. นำ� ควำมรู้ เกี่ยวกับวงกลม
และใช้ควำมรู้ เกยี่ วกบั ในกำรแก้ปญั หำ
ทำงเรขำคณิต สมบตั ขิ อง คณติ ศำสตร์
ในกำรวเิ ครำะห์ เสน้ ขนำนและ
หำควำมสมั พนั ธ์ รปู สำมเหลย่ี ม
ระหวำ่ ง ไปใชใ้ นกำร
รปู เรขำคณติ แก้ปญั หำ
สองมิติ และ คณติ ศำสตร์
รูปเรขำคณติ ๓. เขำ้ ใจ
สำมมิติ และใช้ควำมรู้
ในกำรแกป้ ัญหำ

26 มาตรฐานการเรียนรŒูและตวั ชว้ี ดั ฯ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขำ้ ใจและวเิ ครำะหร์ ปู เรขำคณติ สมบตั ขิ องรปู เรขำคณติ ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งรปู เรขำคณติ

และทฤษฎีบททำงเรขำคณติ และนำ� ไปใช ้ (ต่อ)

ตวั ชี้วัดชนั้ ป
ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

และปญั หำ
ในชวี ติ จริง
๔. เข้ำใจและ
ใช้สมบตั ขิ อง
ทกุ ประกำร
ในกำรแกป้ ัญหำ
ในชวี ิตจรงิ
๕. เข้ำใจ
ในกำรแก้ปญั หำ
คณติ ศำสตร์
ในชวี ิตจรงิ

มาตรฐานการเรียนรแูŒ ละตวั ชวี้ ัดฯ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 27

สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขำ้ ใจกระบวนกำรทำงสถิติ และใชค้ วำมรู้ทำงสถิติในกำรแกป้ ัญหำ

ตัวชวี้ ดั ช้ันป

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖

๑. ใช้ข้อมูลจำก ๑. ใชข้ ้อมลู จำก ๑. เขยี นแผนภูมิ ๑. ใช้ข้อมลู จำก ๑. ใช้ข้อมูล ๑. ใช้ข้อมลู
แผนภมู ริ ปู ภำพ แผนภูมิรปู ภำพ รปู ภำพ และ แผนภูมิแทง่ จำกกรำฟเส้น จำกแผนภูมิ
ในกำรหำคำ� ตอบ ในกำรหำคำ� ตอบ ใช้ขอ้ มลู จำก ตำรำงสองทำง ในกำรหำคำ� ตอบ รูปวงกลม
ของโจทยป์ ัญหำ ของโจทย์ปัญหำ แผนภมู ิรูปภำพ ในกำรหำค�ำตอบ ของโจทย์ปญั หำ ในกำรหำค�ำตอบ
เมื่อกำ� หนด เมือ่ กำ� หนด ในกำรหำค�ำตอบ ของโจทย์ปัญหำ ๒. เขียนแผนภมู ิแท่ง ของโจทย์ปัญหำ
รปู ๑ รูป รปู ๑ รูป ของโจทยป์ ัญหำ จำกขอ้ มูลที่
แทน ๑ หนว่ ย แทน ๒ หน่วย ๒. เขยี นตำรำง เปน็ จำ� นวนนบั
๕ หนว่ ย หรือ ทำงเดียว
๑๐ หน่วย จำกขอ้ มูล
ที่เปน็ จ�ำนวนนบั
และใชข้ อ้ มูล
ทำงเดยี ว
ของโจทยป์ ญั หำ

28 มาตรฐานการเรยี นรแูŒ ละตวั ชว้ี ดั ฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระท่ี ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเปน
มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้ำใจกระบวนกำรทำงสถติ ิ และใชค้ วำมรทู้ ำงสถิติในกำรแก้ปญั หำ (ตอ่ )

ตัวชว้ี ัดช้ันป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖
- ๑. เข้ำใจ
๑. เขำ้ ใจ ๑. เขำ้ ใจ ๑. เข้ำใจ - และใช้ควำมรู้
และใชค้ วำมรู้ และใชค้ วำมรู้ และใช้ควำมรู้ ทำงสถิติ
ทำงสถิติ ทำงสถติ ิ ทำงสถติ ิ ในกำรน�ำเสนอ
ในกำรน�ำเสนอ ในกำรน�ำเสนอ ในกำรนำ� เสนอ ขอ้ มูล และ
ข้อมูล และ ขอ้ มูล และ และวิเครำะห์ แปลควำมหมำย
แปลควำมหมำย วิเครำะหข์ อ้ มูล ขอ้ มูลจำก ของคำ่ สถติ ิ
ขอ้ มลู รวมท้ัง จำกแผนภำพจดุ แผนภำพกล่อง เพื่อประกอบ
นำ� สถติ ไิ ปใช้ แผนภำพตน้ -ใบ และแปล กำรตัดสินใจ
ในชีวิตจรงิ ฮิสโทแกรม และ ควำมหมำย
โดยใช้เทคโนโลยี ค่ำกลำงของ ผลลพั ธ์ รวมท้งั
ท่ีเหมำะสม ขอ้ มลู และแปล นำ� สถติ ิไปใช้
ควำมหมำย ในชีวิตจรงิ
ผลลัพธ์ รวมทงั้ โดยใช้เทคโนโลยี
น�ำสถิตไิ ปใช้ ทเ่ี หมำะสม
ในชวี ิตจรงิ
โดยใชเ้ ทคโนโลยี

มาตรฐานการเรยี นรแŒู ละตวั ช้ีวัดฯ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 29

สาระท่ี ๓ สถิตแิ ละความนา่ จะเปน ป. ๕ ป. ๖
มาตรฐาน ค ๓.๒ เขำ้ ใจหลกั กำรนบั เบ้อื งต้น ควำมนำ่ จะเป็น และน�ำไปใช้ - -

ตัวช้ีวัดชน้ั ป ม. ๖
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ -


ตัวชวี้ ัดชั้นป

ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕

- - ๑. เขำ้ ใจเก่ียวกับ ๑. เข้ำใจและ -
กำรทดลองสุ่ม ใชห้ ลกั กำรบวก
และนำ� ผลทีไ่ ด้ และกำรคณู
ไปหำ กำรเรียงสบั เปลย่ี น
ควำมนำ่ จะเป็น และกำรจัดหม่ ู
ของเหตกุ ำรณ์ ในกำรแก้ปญั หำ
๒. หำควำมน่ำจะเป็น
และนำ� ควำมรู้
เกีย่ วกบั
ควำมนำ่ จะเป็น

30 มาตรฐานการเรยี นรŒแู ละตัวชีว้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

กลม‹ุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร

ท�าไมต้องเรยี นวทิ ยาศาสตร์

วทิ ยำศำสตรม์ ีบทบำทสำ� คญั ย่ิงในสงั คมโลกปัจจบุ นั และอนำคต เพรำะวิทยำศำสตร์เกย่ี วขอ้ งกับทุกคน
ทัง้ ในชวี ิตประจ�ำวันและกำรงำนอำชีพตำ่ ง ๆ ตลอดจนเทคโนโลย ี เคร่ืองมือเคร่อื งใช้และผลผลติ ตำ่ ง ๆ ที่มนษุ ย์
ได้ใช้เพื่ออ�ำนวยควำมสะดวกในชีวิตและกำรท�ำงำน เหล่ำนี้ล้วนเป็นผลของควำมรู้วิทยำศำสตร์ ผสมผสำนกับ
ควำมคิดสร้ำงสรรค์และศำสตร์อ่ืน ๆ วิทยำศำสตร์ช่วยให้มนุษย์ได้พัฒนำวิธีคิด ทั้งควำมคิดเป็นเหตุเป็นผล
คิดสร้ำงสรรค์ คิดวิเครำะห์วิจำรณ์ มีทักษะส�ำคัญในกำรค้นคว้ำหำควำมรู้ ใช้ควำมรู้และทักษะเพ่ือแก้ปัญหำ
หรือพัฒนำงำนดว้ ยกระบวนกำรออกแบบเชงิ วิศวกรรม มคี วำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำอยำ่ งเปน็ ระบบ รวมทัง้
สำมำรถค้นหำข้อมูลหรือสำรสนเทศ ประเมินสำรสนเทศ ประยุกต์ใช้ทักษะกำรคิดเชิงค�ำนวณและควำมรู้
ด้ำนวิทยำกำรคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร เพ่ือแก้ปัญหำในชีวิตจริง
อย่ำงสร้ำงสรรค์ สำมำรถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลำกหลำยและมีประจักษ์พยำนที่ตรวจสอบได้ วิทยำศำสตร์
เป็นวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งกำรเรียนรู้ (knowledge-based society) ดังนั้นทุกคน
จึงจ�ำเปน็ ต้องได้รบั กำรพฒั นำใหร้ วู้ ิทยำศำสตร์ เพื่อทจ่ี ะมคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจในธรรมชำตแิ ละเทคโนโลยที ่มี นุษย์
สรำ้ งสรรค์ข้ึน สำมำรถน�ำควำมรไู้ ปใช้อย่ำงมเี หตุผล สรำ้ งสรรค ์ และมีคุณธรรม

เรียนรูอ้ ะไรในวิทยาศาสตร์

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยำศำสตร์ ที่เน้นกำรเชื่อมโยงควำมรู้
กับกระบวนกำร มีทักษะส�ำคัญในกำรค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ โดยใช้กระบวนกำรในกำรสืบเสำะหำควำมรู้
และแกป้ ญั หำทหี่ ลำกหลำย ใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มในกำรเรยี นรทู้ กุ ขนั้ ตอน มกี ำรทำ� กจิ กรรมดว้ ยกำรลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
อยำ่ งหลำกหลำย เหมำะสมกบั ระดับชนั้ โดยกำ� หนดสำระส�ำคญั ๔ สำระ ดังน้ี

✧ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ เรียนร้เู กีย่ วกับ ชีวติ ในสิง่ แวดลอ้ ม องคป์ ระกอบของส่ิงมชี ีวิต กำรด�ำรงชีวติ
ของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ กำรดำ� รงชีวิตของพชื พันธุกรรม ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพและววิ ัฒนำกำรของสงิ่ มีชีวติ

✧ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เก่ยี วกับ ธรรมชำติของสำร กำรเปลี่ยนแปลงของสำร กำรเคลือ่ นท่ี
พลังงำน และคลืน่

✧ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ เรยี นรเู้ กยี่ วกบั องคป์ ระกอบของเอกภพ ปฏสิ มั พนั ธภ์ ำยในระบบสรุ ยิ ะ
เทคโนโลยอี วกำศ ระบบโลก กำรเปลี่ยนแปลงทำงธรณีวทิ ยำ กระบวนกำรเปลยี่ นแปลงลมฟ้ำอำกำศ และผลต่อ
ส่งิ มชี วี ิตและสิง่ แวดล้อม

✧ เทคโนโลยี
 การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพ่ือกำรด�ำรงชีวิตในสังคมท่ีมีกำร

เปลย่ี นแปลงอยำ่ งรวดเรว็ ใชค้ วำมรแู้ ละทกั ษะทำงดำ้ นวทิ ยำศำสตร ์ คณติ ศำสตร ์ และศำสตรอ์ น่ื ๆ เพอ่ื แกป้ ญั หำหรอื
พัฒนำงำนอย่ำงมคี วำมคิดสร้ำงสรรคด์ ว้ ยกระบวนกำรออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ย่ำงเหมำะสม
โดยคำ� นึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดล้อม

มาตรฐานการเรียนรŒแู ละตวั ชีว้ ัดฯ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 31

 วทิ ยาการคา� นวณ เรยี นรเู้ กยี่ วกบั กำรคดิ เชงิ คำ� นวณ กำรคดิ วเิ ครำะห ์ แกป้ ญั หำเปน็ ขน้ั ตอนและ
เปน็ ระบบ ประยกุ ตใ์ ชค้ วำมรดู้ ำ้ นวทิ ยำกำรคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอื่ สำรในกำรแกป้ ญั หำ
ทพี่ บในชีวติ จรงิ ไดอ้ ย่ำงมีประสิทธภิ ำพ

คุณภาพผเู้ รยี น

จบช้ันประถมศึกษาปที่ ๓
✧ เข้ำใจลกั ษณะท่วั ไปของส่ิงมีชวี ติ และกำรด�ำรงชวี ิตของสิ่งมชี ีวิตรอบตัว
✧ เขำ้ ใจลักษณะท่ีปรำกฏ ชนิดและสมบตั ิบำงประกำรของวสั ดทุ ใ่ี ชท้ �ำวตั ถุ และกำรเปลี่ยนแปลงของ

วสั ดรุ อบตัว
✧ เข้ำใจกำรดึง กำรผลัก แรงแม่เหล็ก และผลของแรงท่ีมีต่อกำรเปล่ียนแปลงกำรเคล่ือนที่ของวัตถ ุ

พลงั งำนไฟฟ้ำและกำรผลติ ไฟฟำ้ กำรเกิดเสยี ง แสง และกำรมองเหน็
✧ เขำ้ ใจกำรปรำกฏของดวงอำทติ ย ์ ดวงจันทร์ และดำว ปรำกฏกำรณก์ ำรขนึ้ และตกของดวงอำทิตย์

กำรเกิดกลำงวันกลำงคืน กำรก�ำหนดทิศ ลักษณะของหิน กำรจ�ำแนกชนิดดิน และกำรใช้ประโยชน์ ลักษณะ
และควำมสำ� คญั ของอำกำศ กำรเกดิ ลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม

✧ ต้ังค�ำถำมหรือก�ำหนดปัญหำเก่ียวกับส่ิงท่ีจะเรียนรู้ตำมที่ก�ำหนดให้หรือตำมควำมสนใจ สังเกต
ส�ำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่ำงง่ำย รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบำยผลกำรส�ำรวจตรวจสอบ
ดว้ ยกำรเขียนหรอื วำดภำพ และส่อื สำรสง่ิ ทีเ่ รยี นรูด้ ้วยกำรเล่ำเร่อื ง หรือดว้ ยกำรแสดงท่ำทำงเพื่อใหผ้ ู้อนื่ เข้ำใจ

✧ แกป้ ญั หำอยำ่ งงำ่ ยโดยใชข้ นั้ ตอนกำรแกป้ ญั หำ มที กั ษะในกำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร
เบื้องต้น รกั ษำข้อมูลสว่ นตวั

✧ แสดงควำมกระตอื รอื รน้ สนใจทจี่ ะเรยี นร ู้ มคี วำมคดิ สรำ้ งสรรคเ์ กยี่ วกบั เรอ่ื งทจี่ ะศกึ ษำตำมทกี่ ำ� หนดให้
หรอื ตำมควำมสนใจ มสี ว่ นร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็น และยอมรับฟงั ควำมคดิ เหน็ ผ้อู น่ื

✧ แสดงควำมรับผิดชอบด้วยกำรท�ำงำนท่ีได้รับมอบหมำยอย่ำงมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์
จนงำนลุลว่ งเปน็ ผลส�ำเร็จ และท�ำงำนรว่ มกับผู้อ่ืนอยำ่ งมคี วำมสขุ

✧ ตระหนักถึงประโยชน์ของกำรใช้ควำมรู้และกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ในกำรด�ำรงชีวิต
ศึกษำหำควำมร้เู พ่มิ เตมิ ทำ� โครงงำนหรอื ชนิ้ งำนตำมท่ีก�ำหนดให้หรอื ตำมควำมสนใจ
จบชั้นประถมศึกษาปที่ ๖

✧ เข้ำใจโครงสร้ำง ลักษณะเฉพำะ กำรปรับตัวของส่ิงมีชีวิต รวมท้ังควำมสัมพันธ์ของส่ิงมีชีวิต
ในแหลง่ ท่ีอยู่ กำรทำ� หนำ้ ทขี่ องส่วนต่ำง ๆ ของพืช และกำรทำ� งำนของระบบย่อยอำหำรของมนษุ ย์

✧ เข้ำใจสมบัติและกำรจ�ำแนกกลุ่มของวัสดุ สถำนะและกำรเปลี่ยนสถำนะของสสำร กำรละลำย
กำรเปล่ียนแปลงทำงเคมี กำรเปล่ยี นแปลงทีผ่ ันกลบั ได้และผันกลับไมไ่ ด้ และกำรแยกสำรอยำ่ งง่ำย

✧ เข้ำใจลักษณะของแรงโน้มถ่วงของโลก แรงลัพธ์ แรงเสียดทำน แรงไฟฟ้ำ และผลของแรงต่ำง ๆ
ผลท่ีเกิดจำกแรงกระท�ำต่อวัตถุ ควำมดัน หลักกำรท่ีมีต่อวัตถุ วงจรไฟฟ้ำอย่ำงง่ำย ปรำกฏกำรณ์เบื้องต้น
ของเสยี งและแสง

32 มาตรฐานการเรยี นรูŒและตวั ชีว้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

✧ เขำ้ ใจปรำกฏกำรณก์ ำรขน้ึ และตก รวมถงึ กำรเปลย่ี นแปลงรปู รำ่ งปรำกฏของดวงจนั ทร ์ องคป์ ระกอบ
ของระบบสุรยิ ะ คำบกำรโคจรของดำวเครำะห ์ ควำมแตกตำ่ งของดำวเครำะหแ์ ละดำวฤกษ ์ กำรขึ้นและตกของ
กลุ่มดำวฤกษ ์ กำรใชแ้ ผนทีด่ ำว กำรเกิดอปุ รำคำ พฒั นำกำรและประโยชนข์ องเทคโนโลยอี วกำศ

✧ เขำ้ ใจลกั ษณะของแหล่งน้ำ� วัฏจักรนำ�้ กระบวนกำรเกิดเมฆ หมอก น้ำ� ค้ำง น�ำ้ ค้ำงแขง็ หยำดน้ำ� ฟำ้
กระบวนกำรเกดิ หนิ วฏั จกั รหนิ กำรใชป้ ระโยชนห์ นิ และแร ่ กำรเกดิ ซำกดกึ ดำ� บรรพ ์ กำรเกดิ ลมบก ลมทะเล มรสมุ
ลกั ษณะและผลกระทบของภยั ธรรมชำติ ธรณพี ิบัตภิ ยั กำรเกิดและผลกระทบของปรำกฏกำรณเ์ รือนกระจก

✧ คน้ หำขอ้ มลู อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพและประเมนิ ควำมนำ่ เชอ่ื ถอื ตดั สนิ ใจเลอื กขอ้ มลู ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ
ในกำรแก้ปัญหำ ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรในกำรท�ำงำนร่วมกัน เข้ำใจสิทธิและหน้ำท่ีของตน
เคำรพสทิ ธขิ องผอู้ ื่น

✧ ตั้งค�ำถำมหรือก�ำหนดปัญหำเก่ียวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตำมที่ก�ำหนดให้หรือตำมควำมสนใจ คำดคะเน
ค�ำตอบหลำยแนวทำง สร้ำงสมมติฐำนที่สอดคล้องกับค�ำถำมหรือปัญหำท่ีจะส�ำรวจตรวจสอบ วำงแผนและ
ส�ำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสำรสนเทศท่ีเหมำะสม ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล
ทง้ั เชิงปริมำณและคณุ ภำพ

✧ วิเครำะห์ข้อมูล ลงควำมเห็น และสรุปควำมสัมพันธ์ของข้อมูลที่มำจำกกำรส�ำรวจตรวจสอบ
ในรูปแบบทเ่ี หมำะสม เพ่ือสือ่ สำรควำมรูจ้ ำกผลกำรส�ำรวจตรวจสอบไดอ้ ยำ่ งมเี หตผุ ลและหลักฐำนอ้ำงอิง

✧ แสดงถึงควำมสนใจ มุ่งม่ัน ในสิ่งที่จะเรียนรู้ มีควำมคิดสร้ำงสรรค์เกี่ยวกับเร่ืองที่จะศึกษำ
ตำมควำมสนใจของตนเอง แสดงควำมคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐำนอ้ำงอิง และรับฟัง
ควำมคิดเหน็ ผูอ้ น่ื

✧ แสดงควำมรับผิดชอบด้วยกำรท�ำงำนท่ีได้รับมอบหมำยอย่ำงมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์
จนงำนลลุ ่วงเปน็ ผลส�ำเร็จ และท�ำงำนรว่ มกับผอู้ ืน่ อยำ่ งสรำ้ งสรรค ์

✧ ตระหนักในคุณค่ำของควำมรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ใช้ควำมรู้และกระบวนกำร
ทำงวิทยำศำสตร์ในกำรด�ำรงชีวิต แสดงควำมช่ืนชม ยกย่อง และเคำรพสิทธิในผลงำนของผู้คิดค้นและศึกษำ
หำควำมรู้เพม่ิ เตมิ ท�ำโครงงำนหรอื ชิน้ งำนตำมท่กี ำ� หนดให้หรอื ตำมควำมสนใจ

✧ แสดงถึงควำมซำบซ้ึง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเก่ียวกับกำรใช้ กำรดูแลรักษำทรัพยำกรธรรมชำต ิ
และสิ่งแวดล้อมอย่ำงรคู้ ุณคำ่
จบช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๓

✧ เข้ำใจลักษณะและองคป์ ระกอบที่ส�ำคัญของเซลลส์ ง่ิ มีชวี ติ ควำมสัมพนั ธข์ องกำรท�ำงำนของระบบตำ่ ง ๆ
ในรำ่ งกำยมนษุ ย ์ กำรดำ� รงชวี ติ ของพชื กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม กำรเปลยี่ นแปลงของยนี หรอื โครโมโซม
และตวั อยำ่ งโรคทเี่ กดิ จำกกำรเปลยี่ นแปลงทำงพนั ธกุ รรม ประโยชนแ์ ละผลกระทบของสง่ิ มชี วี ติ ดดั แปรพนั ธกุ รรม
ควำมหลำกหลำยทำงชวี ภำพ ปฏิสมั พันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนิเวศ และกำรถ่ำยทอดพลงั งำนในสงิ่ มีชวี ติ

✧ เข้ำใจองค์ประกอบและสมบัติของธำตุ สำรละลำย สำรบริสุทธ์ิ สำรผสม หลักกำรแยกสำร
กำรเปลย่ี นแปลงของสำรในรปู แบบของกำรเปลย่ี นสถำนะ กำรเกดิ สำรละลำย และกำรเกดิ ปฏกิ ริ ยิ ำเคมแี ละสมบตั ิ
ทำงกำยภำพและกำรใชป้ ระโยชน์ของวสั ดุประเภทพอลิเมอร ์ เซรำมิก และวสั ดผุ สม

มาตรฐานการเรียนรแูŒ ละตัวชว้ี ัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) 33

✧ เข้ำใจกำรเคล่ือนท่ี แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธ์กระท�ำต่อวัตถุ โมเมนต์ของแรง แรงที่ปรำกฏใน
ชีวิตประจำ� วัน สนำมของแรง ควำมสัมพนั ธข์ องงำน พลังงำนจลน ์ พลงั งำนศักย์โน้มถ่วง กฎกำรอนรุ ักษพ์ ลงั งำน
กำรถ่ำยโอนพลังงำน สมดุลควำมร้อน ควำมสัมพันธ์ของปริมำณทำงไฟฟ้ำ กำรต่อวงจรไฟฟ้ำในบ้ำน
พลังงำนไฟฟ้ำ และหลักกำรเบือ้ งต้นของวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

✧ เข้ำใจสมบัติของคลื่น และลักษณะของคลื่นแบบต่ำง ๆ แสง กำรสะท้อน กำรหักเหของแสงและ
ทศั นอปุ กรณ์

✧ เข้ำใจกำรโคจรของดำวเครำะห์รอบดวงอำทิตย์ กำรเกิดฤดู กำรเคลื่อนที่ปรำกฏของดวงอำทิตย์
กำรเกิดข้ำงข้ึนข้ำงแรม กำรข้ึนและตกของดวงจันทร์ กำรเกิดน�้ำข้ึนน้�ำลง ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกำศ
และควำมก้ำวหนำ้ ของโครงกำรสำ� รวจอวกำศ

✧ เข้ำใจลักษณะของช้ันบรรยำกำศ องค์ประกอบและปัจจัยที่มีต่อลมฟ้ำอำกำศ กำรเกิดและ
ผลกระทบของพำยฟุ ำ้ คะนอง พำยหุ มนุ เขตรอ้ น กำรพยำกรณอ์ ำกำศ สถำนกำรณก์ ำรเปลย่ี นแปลงภมู อิ ำกำศโลก
กระบวนกำรเกิดเชื้อเพลิงซำกดึกด�ำบรรพ์และกำรใช้ประโยชน์ พลังงำนทดแทนและกำรใช้ประโยชน์ ลักษณะ
โครงสร้ำงภำยในโลก กระบวนกำรเปล่ียนแปลงทำงธรณีวิทยำบนผิวโลก ลักษณะช้ันหน้ำตัดดิน กระบวนกำร
เกดิ ดนิ แหล่งน�้ำผิวดนิ แหลง่ นำ้� ใตด้ นิ กระบวนกำรเกิดและผลกระทบของภยั ธรรมชำติและธรณพี บิ ตั ิภยั

✧ เข้ำใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทำงเทคโนโลยี กำรเปล่ียนแปลงของเทคโนโลย ี
ควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งเทคโนโลยีกับศำสตรอ์ ืน่ โดยเฉพำะวิทยำศำสตร์ หรือคณิตศำสตร ์ วเิ ครำะห์ เปรียบเทียบ
และตัดสินใจเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยี โดยค�ำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ประยุกต์ใช้ควำมรู้
ทกั ษะ และทรพั ยำกรเพอื่ ออกแบบและสรำ้ งผลงำนสำ� หรบั กำรแกป้ ญั หำในชวี ติ ประจำ� วนั หรอื กำรประกอบอำชพี
โดยใชก้ ระบวนกำรออกแบบเชงิ วิศวกรรม รวมทง้ั เลือกใชว้ สั ด ุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือได้อยำ่ งถกู ต้อง เหมำะสม
ปลอดภยั รวมทง้ั คำ� นึงถึงทรพั ยส์ ินทำงปญั ญำ

✧ น�ำข้อมูลปฐมภูมิเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเครำะห์ ประเมิน น�ำเสนอข้อมูลและสำรสนเทศได้
ตำมวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะกำรคิดเชิงค�ำนวณในกำรแก้ปัญหำท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่ำงง่ำย
เพ่ือช่วยในกำรแก้ปัญหำ ใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสื่อสำรอย่ำงรู้เทำ่ ทันและรบั ผิดชอบต่อสงั คม

✧ ตั้งค�ำถำมหรือก�ำหนดปัญหำท่ีเช่ือมโยงกับพยำนหลักฐำนหรือหลักกำรทำงวิทยำศำสตร์ ที่มี
กำรกำ� หนดและควบคมุ ตัวแปร คดิ คำดคะเนค�ำตอบหลำยแนวทำง สรำ้ งสมมตฐิ ำนที่สำมำรถน�ำไปสกู่ ำรส�ำรวจ
ตรวจสอบ ออกแบบและลงมือส�ำรวจตรวจสอบโดยใช้วัสดุและเคร่ืองมือที่เหมำะสม เลือกใช้เครื่องมือและ
เทคโนโลยีสำรสนเทศท่ีเหมำะสมในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งในเชิงปริมำณและคุณภำพท่ีได้ผลเท่ียงตรง

✧ วิเครำะห์และประเมินควำมสอดคล้องของข้อมูลท่ีได้จำกกำรส�ำรวจตรวจสอบจำกพยำนหลักฐำน
โดยใช้ควำมรู้และหลักกำรทำงวิทยำศำสตร์ในกำรแปลควำมหมำยและลงข้อสรุปและส่ือสำรควำมคิด ควำมรู้
จำกผลกำรสำ� รวจตรวจสอบหลำกหลำยรปู แบบ หรอื ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศเพอ่ื ใหผ้ อู้ น่ื เขำ้ ใจไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม

✧ แสดงถงึ ควำมสนใจ ม่งุ มนั่ รบั ผดิ ชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย ์ ในสิง่ ท่ีจะเรียนรู ้ มคี วำมคดิ สร้ำงสรรค์
เกี่ยวกับเรื่องท่ีจะศึกษำตำมควำมสนใจของตนเอง โดยใช้เครื่องมือและวิธีกำรท่ีให้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได ้
ศกึ ษำคน้ ควำ้ เพิ่มเตมิ จำกแหล่งควำมรตู้ ่ำง ๆ แสดงควำมคิดเหน็ ของตนเอง รับฟังควำมคิดเห็นผู้อน่ื และยอมรบั
กำรเปลี่ยนแปลงควำมร้ทู ค่ี ้นพบเม่อื มขี ้อมลู และประจกั ษ์พยำนใหม่เพมิ่ ขน้ึ หรอื แยง้ จำกเดมิ

34 มาตรฐานการเรยี นรแŒู ละตวั ช้ีวดั ฯ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

✧ ตระหนักในคุณค่ำของควำมรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน ใช้ควำมรู้และ
กระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยใี นกำรดำ� รงชีวติ และกำรประกอบอำชีพ แสดงควำมช่นื ชม ยกยอ่ ง
และเคำรพสิทธิในผลงำนของผู้คิดค้น เข้ำใจผลกระทบทั้งด้ำนบวกและด้ำนลบของกำรพัฒนำทำงวิทยำศำสตร์
ตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มและตอ่ บรบิ ทอื่น ๆ และศกึ ษำหำควำมรูเ้ พิม่ เตมิ ท�ำโครงงำนหรือสร้ำงชนิ้ งำนตำมควำมสนใจ

✧ แสดงถึงควำมซำบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับกำรดูแลรักษำควำมสมดุลของระบบนิเวศและ
ควำมหลำกหลำยทำงชวี ภำพ
จบชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๖

✧ เข้ำใจกำรล�ำเลียงสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ กลไกกำรรักษำดุลยภำพของมนุษย์ ภูมิคุ้มกัน
ในร่ำงกำยของมนุษย์และควำมผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน กำรใช้ประโยชน์จำกสำรต่ำง ๆ ที่พืชสร้ำงข้ึน
กำรถำ่ ยทอดลกั ษณะทำงพนั ธกุ รรม กำรเปลยี่ นแปลงทำงพนั ธกุ รรม ววิ ฒั นำกำรทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ควำมหลำกหลำยของ
สิ่งมชี วี ติ ควำมส�ำคัญและผลของเทคโนโลยีทำงดีเอ็นเอตอ่ มนษุ ย ์ สงิ่ มชี วี ิต และสิง่ แวดลอ้ ม

✧ เขำ้ ใจควำมหลำกหลำยของไบโอมในเขตภมู ิศำสตร์ตำ่ ง ๆ ของโลก กำรเปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบ
นเิ วศ ปญั หำและผลกระทบทมี่ ตี อ่ ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม แนวทำงในกำรอนรุ กั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำติ
และกำรแกไ้ ขปญั หำสง่ิ แวดล้อม

✧ เข้ำใจชนิดของอนุภำคส�ำคัญท่ีเป็นส่วนประกอบในโครงสร้ำงอะตอม สมบัติบำงประกำรของธำต ุ
กำรจดั เรยี งธำตุในตำรำงธำต ุ ชนดิ ของแรงยดึ เหน่ยี วระหว่ำงอนภุ ำคและสมบัตติ ่ำง ๆ ของสำรที่มีควำมสมั พนั ธ์
กับแรงยึดเหน่ียว พันธะเคมี โครงสร้ำงและสมบัติของพอลิเมอร์ กำรเกิดปฏิกิริยำเคมี ปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตรำ
กำรเกิดปฏกิ ริ ิยำเคมี และกำรเขียนสมกำรเคม ี

✧ เข้ำใจปรมิ ำณทเ่ี ก่ียวกับกำรเคลอ่ื นท ่ี ควำมสมั พันธ์ระหว่ำงแรง มวลและควำมเรง่ ผลของควำมเร่ง
ทมี่ ตี อ่ กำรเคลอื่ นทแี่ บบตำ่ ง ๆ ของวตั ถ ุ แรงโนม้ ถว่ ง แรงแมเ่ หลก็ ควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสนำมแมเ่ หลก็ และกระแส
ไฟฟำ้ และแรงภำยในนวิ เคลียส

✧ เข้ำใจพลังงำนนิวเคลียร์ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงมวลและพลังงำน กำรเปล่ียนพลังงำนทดแทน
เป็นพลังงำนไฟฟ้ำ เทคโนโลยีด้ำนพลังงำน กำรสะท้อน กำรหักเห กำรเล้ียวเบนและกำรรวมคลื่น กำรได้ยิน
ปรำกฏกำรณ์ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับเสยี ง สกี ับกำรมองเห็นสี คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ และประโยชน์ของคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำ

✧ เข้ำใจกำรแบ่งช้ันและสมบัติของโครงสร้ำงโลก สำเหตุ และรูปแบบกำรเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณีท่ี
สัมพันธ์กบั กำรเกิดลักษณะธรณีสัณฐำน สำเหตุ กระบวนกำรเกิดแผน่ ดนิ ไหว ภูเขำไฟระเบิด สึนำม ิ ผลกระทบ
แนวทำงกำรเฝำ้ ระวงั และกำรปฏิบัติตนให้ปลอดภัย

✧ เข้ำใจผลของแรงเนื่องจำกควำมแตกต่ำงของควำมกดอำกำศ แรงคอริออลิส ท่ีมีต่อกำรหมุนเวียน
ของอำกำศ กำรหมุนเวียนของอำกำศตำมเขตละติจูดและผลที่มีต่อภูมิอำกำศ ควำมสัมพันธ์ของกำรหมุนเวียน
ของอำกำศและกำรหมุนเวียนของกระแสน�้ำผิวหน้ำในมหำสมุทร และผลต่อลักษณะลมฟ้ำอำกำศ ส่ิงมีชีวิต
และส่ิงแวดล้อม ปัจจัยต่ำง ๆ ที่มีผลต่อกำรเปล่ียนแปลงภูมิอำกำศโลก และแนวปฏิบัติเพ่ือลดกิจกรรม
ของมนษุ ยท์ ส่ี ง่ ผลตอ่ กำรเปลยี่ นแปลงภมู อิ ำกำศโลก รวมทง้ั กำรแปลควำมหมำยสญั ลกั ษณล์ มฟำ้ อำกำศทสี่ ำ� คญั
จำกแผนทอ่ี ำกำศ และข้อมลู สำรสนเทศ

มาตรฐานการเรียนรแŒู ละตวั ชีว้ ัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 35

✧ เขำ้ ใจกำรกำ� เนดิ และกำรเปลย่ี นแปลงพลงั งำน สสำร ขนำด อณุ หภมู ขิ องเอกภพ หลกั ฐำนทส่ี นบั สนนุ
ทฤษฎีบิกแบง ประเภทของกำแล็กซี โครงสร้ำงและองค์ประกอบของกำแล็กซีทำงช้ำงเผือก กระบวนกำรเกิด
และกำรสร้ำงพลังงำน ปัจจัยท่ีส่งผลต่อควำมส่องสว่ำงของดำวฤกษ์ และควำมสัมพันธ์ระหว่ำงควำมส่องสว่ำง
กับโชติมำตรของดำวฤกษ์ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรัมของดำวฤกษ์ วิวัฒนำกำรและ
กำรเปลย่ี นแปลงสมบตั บิ ำงประกำรของดำวฤกษ ์ กระบวนกำรเกดิ ระบบสรุ ยิ ะ กำรแบง่ เขตบรวิ ำรของดวงอำทติ ย ์
ลกั ษณะของดำวเครำะหท์ ี่เอือ้ ต่อกำรด�ำรงชวี ิต กำรเกดิ ลมสรุ ยิ ะ พำยุสุรยิ ะ และผลทมี่ ีต่อโลก รวมทง้ั กำรส�ำรวจ
อวกำศและกำรประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกำศ

✧ ระบุปัญหำ ต้ังค�ำถำมท่ีจะส�ำรวจตรวจสอบ โดยมีกำรก�ำหนดควำมสัมพันธ์ระหว่ำงตัวแปรต่ำง ๆ
สืบคน้ ข้อมลู จำกหลำยแหลง่ ตงั้ สมมติฐำนท่เี ป็นไปได้หลำยแนวทำง ตัดสนิ ใจเลือกตรวจสอบสมมตฐิ ำนท่ีเป็นไปได้

✧ ต้ังค�ำถำมหรือก�ำหนดปัญหำท่ีอยู่บนพ้ืนฐำนของควำมรู้และควำมเข้ำใจทำงวิทยำศำสตร์ ท่ีแสดง
ให้เห็นถึงกำรใช้ควำมคิดระดับสูงที่สำมำรถส�ำรวจตรวจสอบหรือศึกษำค้นคว้ำได้อย่ำงครอบคลุมและเชื่อถือได ้
สรำ้ งสมมตฐิ ำนทมี่ ที ฤษฎรี องรบั หรอื คำดกำรณส์ งิ่ ทจี่ ะพบเพอ่ื นำ� ไปสกู่ ำรสำ� รวจตรวจสอบ ออกแบบวธิ กี ำรสำ� รวจ
ตรวจสอบตำมสมมตฐิ ำนทก่ี ำ� หนดไว้ได้อยำ่ งเหมำะสม มีหลกั ฐำนเชิงประจกั ษ์ เลอื กวัสดุ อปุ กรณ ์ รวมทั้งวิธีกำร
ในกำรส�ำรวจตรวจสอบอย่ำงถูกต้องท้ังในเชิงปริมำณและคุณภำพ และบันทึกผลกำรส�ำรวจตรวจสอบ
อยำ่ งเป็นระบบ

✧ วิเครำะห์ แปลควำมหมำยข้อมูล และประเมินควำมสอดคล้องของข้อสรุป เพ่ือตรวจสอบกับ
สมมติฐำนที่ต้ังไว้ ให้ข้อเสนอแนะเพ่ือปรับปรุงวิธีกำรส�ำรวจตรวจสอบ จัดกระท�ำข้อมูลและน�ำเสนอข้อมูลด้วย
เทคนิควิธีท่ีเหมำะสม ส่ือสำรแนวคิด ควำมรู้จำกผลกำรส�ำรวจตรวจสอบ โดยกำรพูด เขียน จัดแสดง หรือใช้
เทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือใหผ้ ู้อื่นเข้ำใจโดยมหี ลักฐำนอ้ำงอิงหรอื มีทฤษฎรี องรบั

✧ แสดงถงึ ควำมสนใจ มงุ่ มนั่ รบั ผดิ ชอบ รอบคอบ และซอื่ สตั ย ์ ในกำรสบื เสำะหำควำมร ู้ โดยใชเ้ ครอื่ งมอื
และวธิ กี ำรทใี่ หไ้ ดผ้ ลถกู ตอ้ ง เชอื่ ถอื ได ้ มเี หตผุ ลและยอมรบั ไดว้ ำ่ ควำมรทู้ ำงวทิ ยำศำสตรอ์ ำจมกี ำรเปลยี่ นแปลงได้

✧ แสดงถงึ ควำมพอใจและเหน็ คณุ คำ่ ในกำรคน้ พบควำมร ู้ พบคำ� ตอบ หรอื แกป้ ญั หำได ้ ทำ� งำนรว่ มกบั
ผู้อ่ืนอย่ำงสร้ำงสรรค์ แสดงควำมคิดเห็นโดยมีข้อมูลอ้ำงอิงและเหตุผลประกอบ เกี่ยวกับผลของกำรพัฒนำ
และกำรใช้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีอย่ำงมีคุณธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และยอมรับฟังควำมคิดเห็น

✧ เข้ำใจควำมสัมพันธ์ของควำมรู้วิทยำศำสตร์ที่มีผลต่อกำรพัฒนำเทคโนโลยีประเภทต่ำง ๆ และ
กำรพัฒนำเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีกำรคิดค้นควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ที่ก้ำวหน้ำ ผลของเทคโนโลยีต่อชีวิต สังคม
และสง่ิ แวดลอ้ ม

✧ ตระหนกั ถงึ ควำมสำ� คญั และเหน็ คณุ คำ่ ของควำมรวู้ ทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยที ใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั
ใชค้ วำมรแู้ ละกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยีในกำรดำ� รงชีวติ และกำรประกอบอำชีพ แสดงควำม
ชืน่ ชม ภูมิใจ ยกย่อง อ้ำงอิงผลงำน ชน้ิ งำนท่เี ปน็ ผลมำจำกภูมิปญั ญำทอ้ งถนิ่ และกำรพัฒนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ศึกษำหำควำมรเู้ พมิ่ เตมิ ทำ� โครงงำนหรือสร้ำงชิ้นงำนตำมควำมสนใจ

✧ แสดงควำมซำบซง้ึ หว่ งใย มพี ฤตกิ รรมเกยี่ วกบั กำรใชแ้ ละรกั ษำทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
อย่ำงรู้คุณค่ำ เสนอตัวเองร่วมมือปฏิบัติกับชุมชนในกำรป้องกัน ดูแลทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
ของทอ้ งถ่ิน

36 มาตรฐานการเรียนรŒแู ละตัวชวี้ ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
✧ วิเครำะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทำงเทคโนโลยีที่ซับซ้อน กำรเปลี่ยนแปลงของ

เทคโนโลยี ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเทคโนโลยีกับศำสตร์อื่น โดยเฉพำะวิทยำศำสตร์ หรือคณิตศำสตร์ วิเครำะห์
เปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเพอื่ เลอื กใชเ้ ทคโนโลย ี โดยคำ� นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คม เศรษฐกจิ และสง่ิ แวดลอ้ ม
ประยุกต์ใช้ควำมรู้ ทักษะ ทรัพยำกรเพื่อออกแบบ สร้ำง หรือพัฒนำผลงำนส�ำหรับแก้ปัญหำที่มีผลกระทบ
ต่อสังคม โดยใช้กระบวนกำรออกแบบเชิงวิศวกรรม ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในกำรออกแบบและน�ำเสนอผลงำน
เลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมือได้อย่ำงถกู ตอ้ ง เหมำะสม ปลอดภยั รวมทง้ั คำ� นึงถึงทรพั ยส์ ินทำงปัญญำ

✧ ใช้ควำมรู้ทำงด้ำนวิทยำกำรคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร
เพ่ือรวบรวมขอ้ มูลในชวี ติ จรงิ จำกแหลง่ ต่ำง ๆ และควำมรู้จำกศำสตร์อืน่ มำประยกุ ตใ์ ช้ สร้ำงควำมรู้ใหม่ เขำ้ ใจ
กำรเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยที มี่ ผี ลตอ่ กำรดำ� เนนิ ชวี ติ อำชพี สงั คม วฒั นธรรม และใชอ้ ยำ่ งปลอดภยั มจี รยิ ธรรม

มาตรฐานการเรียนรแูŒ ละตวั ชีว้ ดั ฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 37

สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงส่ิงไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต

และควำมสมั พันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชวี ิตกบั สิ่งมชี วี ิตต่ำง ๆ ในระบบนิเวศ กำรถำ่ ยทอดพลงั งำน
กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ควำมหมำยของประชำกร ปัญหำและผลกระทบ
ที่มีต่อทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม แนวทำงในกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ
และกำรแก้ไขปัญหำสง่ิ แวดล้อม รวมทัง้ น�ำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์

ป. ๑ ป. ๒ ตัวชว้ี ดั ชัน้ ป ป. ๕ ป. ๖
๑. ระบุช่อื พืช - ป. ๓ ป. ๔ ๑. บรรยำย -

และสัตวท์ อ่ี ำศยั -- โครงสรำ้ งและ
อยู่บริเวณต่ำง ๆ ลักษณะของ
จำกขอ้ มลู สง่ิ มีชวี ติ
ที่รวบรวมได้ ท่ีเหมำะสมกับ
๒. บอกสภำพ กำรด�ำรงชวี ิต
แวดล้อม ซ่งึ เป็นผลมำจำก
ทเ่ี หมำะสม กำรปรบั ตวั ของ
กับกำรดำ� รงชวี ติ ส่งิ มชี วี ติ ในแต่ละ
ของสตั ว์ แหล่งท่อี ยู่
ในบรเิ วณ ๒. อธิบำย
ทอ่ี ำศยั อยู่ ควำมสัมพนั ธ์
ระหวำ่ งสิง่ มีชวี ติ
กบั สงิ่ มีชีวิตและ
ควำมสัมพนั ธ์
ระหว่ำงสง่ิ มชี วี ติ
กับส่งิ ไม่มชี ีวิต
เพอ่ื ประโยชนต์ ่อ
กำรด�ำรงชวี ิต
๓. เขียนโซอ่ ำหำร
และระบบุ ทบำท
หน้ำท่ขี องสง่ิ มชี วี ติ
ที่เป็นผผู้ ลิต
ในโซอ่ ำหำร
๔. ตระหนัก
ในคณุ ค่ำของ
ส่ิงแวดลอ้ มทีม่ ี
ต่อกำรด�ำรงชวี ิต
ของสงิ่ มีชวี ิต
ในกำรดแู ลรักษำ

38 มาตรฐานการเรยี นรŒแู ละตัวช้วี ัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต

และควำมสัมพันธร์ ะหว่ำงสงิ่ มีชีวติ กบั สิ่งมชี ีวติ ตำ่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ กำรถ่ำยทอดพลังงำน
กำรเปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ควำมหมำยของประชำกร ปัญหำและผลกระทบ
ที่มีต่อทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม แนวทำงในกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ
และกำรแกไ้ ขปญั หำส่งิ แวดล้อม รวมท้งั น�ำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน ์ (ต่อ)

ตวั ชีว้ ดั ชัน้ ป
ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

- - ๑. อธิบำย ๑. สืบคน้ ข้อมูล - -
ปฏสิ มั พันธข์ อง และอธบิ ำย
องคป์ ระกอบ ควำมสัมพนั ธ์
ของระบบนิเวศ ของสภำพ
ที่ได้จำก ทำงภมู ิศำสตร์
กำรส�ำรวจ บนโลกกับ
๒. อธิบำยรปู แบบ ควำมหลำกหลำย
ควำมสมั พนั ธ์ ของไบโอม
ระหวำ่ ง และยกตัวอย่ำง
สิง่ มีชีวติ กับ ไบโอมชนิดต่ำง ๆ
สิ่งมชี ีวิตรปู แบบ ๒. สืบคน้ ข้อมูล
ต่ำง ๆ ในแหลง่ อภิปรำยสำเหตุ
ท่อี ยเู่ ดียวกนั และยกตวั อย่ำง
ทไ่ี ดจ้ ำก กำรเปลี่ยนแปลง
กำรส�ำรวจ แทนทข่ี อง
๓. สร้ำงแบบจำ� ลอง ระบบนเิ วศ
ในกำรอธิบำย ๓. สบื คน้ ขอ้ มูล
กำรถำ่ ยทอด อธิบำยและ
พลงั งำนใน ยกตวั อยำ่ ง
สำยใยอำหำร เกยี่ วกับ
๔. อธิบำย กำรเปลย่ี นแปลง
ควำมสัมพนั ธ์ ขององค์ประกอบ
ของผูผ้ ลติ ทำงกำยภำพ
ผูบ้ รโิ ภคและ และทำงชวี ภำพ
ผู้ยอ่ ยสลำย ท่ีมีผลตอ่
สำรอินทรยี ์ กำรเปล่ียนแปลง
ในระบบนิเวศ ขนำดของ
๕. อธิบำย ประชำกร
กำรสะสมสำรพษิ สง่ิ มีชวี ติ
ในสงิ่ มีชวี ติ ในระบบนิเวศ
ในโซอ่ ำหำร

มาตรฐานการเรียนรูŒและตวั ชีว้ ัดฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) 39

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้ำใจควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต

และควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งสิง่ มชี วี ติ กับส่งิ มีชีวติ ต่ำง ๆ ในระบบนิเวศ กำรถำ่ ยทอดพลังงำน
กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ควำมหมำยของประชำกร ปัญหำและผลกระทบ
ท่ีมีต่อทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม แนวทำงในกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ
และกำรแก้ไขปญั หำสิ่งแวดลอ้ ม รวมทง้ั น�ำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ (ตอ่ )

ตัวชี้วดั ช้นั ป
ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖

๖. ตระหนกั ถึง ๔. สืบคน้ ข้อมลู
ควำมสัมพนั ธ์ และอภิปรำย
ของสิ่งมชี วี ิต เกี่ยวกบั ปัญหำ
และสง่ิ แวดลอ้ ม และผลกระทบ
ในระบบนิเวศ ท่มี ีตอ่ ทรัพยำกร-
โดยไมท่ �ำลำย ธรรมชำติ
สมดุลของ และสง่ิ แวดล้อม
ระบบนิเวศ พรอ้ มทั้ง
ในกำรอนุรกั ษ์
ทรพั ยำกร-
ธรรมชำตแิ ละ
กำรแกไ้ ขปัญหำ

40 มาตรฐานการเรียนรูแŒ ละตวั ชวี้ ัดฯ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขำ้ ใจสมบัตขิ องสง่ิ มชี ีวิต หน่วยพนื้ ฐำนของสง่ิ มชี ีวติ กำรลำ� เลียงสำรเข้ำและออกจำกเซลล ์

ควำมสมั พนั ธข์ องโครงสรำ้ งและหนำ้ ทข่ี องระบบตำ่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนษุ ยท์ ท่ี ำ� งำนสมั พนั ธก์ นั
ควำมสัมพันธ์ของโครงสร้ำงและหน้ำท่ีของอวัยวะต่ำง ๆ ของพืชที่ท�ำงำนสัมพันธ์กัน
รวมทัง้ น�ำควำมร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตัวชี้วดั ชน้ั ป ป. ๕ ป. ๖
ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ - ๑. ระบสุ ำรอำหำร
๑. ระบุชื่อ ๑. ระบวุ ำ่ พืช ๑. บรรยำย ๑. บรรยำยหน้ำที่ ของสำรอำหำร
บรรยำยลกั ษณะ ต้องกำรแสง สง่ิ ทีจ่ �ำเป็น ของรำก ลำ� ต้น แต่ละประเภท
และบอกหน้ำที่ และน้ำ� เพื่อกำร ตอ่ กำรดำ� รงชวี ิต ใบ และดอก จำกอำหำร
ของสว่ นต่ำง ๆ เจริญเตบิ โต และกำรเจรญิ ของพชื ดอก ที่ตนเอง
ของร่ำงกำยมนุษย์ โดยใชข้ อ้ มูล เตบิ โตของ โดยใช้ขอ้ มลู รับประทำน
สตั ว ์ และพืช จำกหลักฐำน มนษุ ย์และสตั ว์ ท่ีรวบรวมได้ ๒. บอกแนวทำง
รวมท้ังบรรยำย เชิงประจกั ษ์ โดยใช้ขอ้ มลู ในกำรเลือก
กำรทำ� หน้ำที่ ๒. ตระหนักถึง ทีร่ วบรวมได้ รบั ประทำนอำหำร
รว่ มกันของ ควำมจ�ำเป็น ๒. ตระหนกั ถึง ใหไ้ ดส้ ำรอำหำร
สว่ นตำ่ ง ๆ ท่พี ืชตอ้ งไดร้ ับ ประโยชน์ของ ครบถ้วน ในสดั สว่ น
ของร่ำงกำย นำ้� และแสง อำหำร น�้ำ ที่เหมำะสม
มนษุ ย์ในกำรทำ� เพ่ือกำรเจรญิ และอำกำศ กบั เพศ และวัย
กิจกรรมตำ่ ง ๆ เตบิ โต โดยกำรดูแล รวมท้ัง
จำกขอ้ มลู โดยดแู ลพืช ตนเองและสตั ว์ ควำมปลอดภัย
ทีร่ วบรวมได้ ใหไ้ ด้รบั ใหไ้ ดร้ ับส่งิ เหลำ่ นี้ ตอ่ สขุ ภำพ
๒. ตระหนักถงึ สง่ิ ดงั กลำ่ ว อยำ่ งเหมำะสม ๓. ตระหนักถึง
ควำมส�ำคญั อยำ่ งเหมำะสม ๓. สร้ำงแบบจ�ำลอง ควำมส�ำคัญของ
ของสว่ นตำ่ ง ๆ ๓. สร้ำงแบบจำ� ลอง ทบี่ รรยำย สำรอำหำร
ของร่ำงกำย ทบ่ี รรยำย วัฏจักรชวี ิต โดยกำรเลือก
ตนเอง โดยกำร วฏั จักรชีวติ ของสตั ว์และ รบั ประทำน
ดแู ลสว่ นต่ำง ๆ ของพืชดอก เปรยี บเทียบ อำหำรท่มี ี
อย่ำงถูกตอ้ ง วฏั จักรชวี ติ ของ สำรอำหำร
ให้ปลอดภยั สัตวบ์ ำงชนิด ครบถว้ นในสดั สว่ น
และรักษำ ๔. ตระหนกั ถงึ ที่เหมำะสมกบั
ควำมสะอำด คณุ ค่ำของ เพศ และวยั
อยเู่ สมอ ชวี ติ สตั ว ์ รวมทงั้ ปลอดภยั
โดยไม่ทำ� ให้ ต่อสขุ ภำพ
วฏั จักรชวี ติ ๔. สร้ำงแบบ
ของสัตว์ จำ� ลองระบบ
เปล่ียนแปลง ย่อยอำหำร

Click to View FlipBook Version