ชุดการสอน การเพาะถ่วั งอกในโอ่งโดยการใช้เมล็ด
นางเตอื นใจ โพธิ์สุ
ตาแหนง่ หวั หน้ากศน.ตาบลมะเริง
นายณัฐวุฒิ กุศลวงษ์
ตาแหน่ง ครูศรช.ตาบลมะเริง
ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอเมืองนครราชสมี า
คำนำ
ชดุ การสอน เร่ือง การเพาะถ่ัวงอกในโอ่งโดยการใชเ้ มลด็ การขยายพันธ์พุ ืช จดั ทาขนึ้ เพ่ือใช้
เปน็ แนวทางในการพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอนของครูผู้สอนและใชใ้ นการพฒั นา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผเู้ รยี นวชิ าวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา เพอ่ื ให้นกั ศกึ ษาได้ทราบและ
สามารถปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การเพาะถัว่ งอกในโอ่งโดยการใช้เมล็ดได้
หวังวา่ ชุดการสอน เลม่ น้ี จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การนาไปใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการ
สอนของครูผู้สอน และทำ ให้การเรียนการสอนมปี ระสทิ ธภิ าพอยา่ งยิง่
ขอขอบคุณ ผูบ้ ริหาร คณะครู ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน ผนู้ าชุมขน นกั ศึกษา กศน.ตาบลมะเริง
และผทู้ ่มี สี ว่ นเกยี่ วข้องทุกทา่ นเปน็ อย่างสงู ไว้ ณ โอกาสน้ี
นางเตือนใจ โพธ์สิ ุ
ครกู ศน.ตาบลมะเรงิ
สำรบญั
คานา หนำ้
คาช้ีแจงสาหรบั ครู ก
1
คาชี้แจงสาหรับนกั ศกึ ษา
มาตรฐานการเรียนรู้ 2
ตวั ชว้ี ดั 3
บตั รคาส่ัง 3
บตั รเน้ือหา 4
บตั รกจิ กรรม 5
แบบทดสอบหลงั เรยี น 11
บรรณานุกรม 12
14
คำช้แี จงสำหรับครู
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรใู้ นชุดการสอน ครคู วรปฏบิ ัติดังน้ี
1. ศึกษารายละเอียดชุดการสอน เรอื่ งการเพาะถว่ั งอกในโอ่ง โดยการใช้เมลด็ ถั่วเขยี ว
มาล่วงหน้า โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ตามข้นั ตอนในแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ืองการเพาะถ่วั งอก
ในโอง่ โดยการใชเ้ มลด็ ถ่ัวเขียว
2. สงิ่ ท่ีครตู ้องเตรียมล่วงหน้า
2.1 โอง่ (จานวนตามกล่มุ ทคี่ รูจัดแบ่ง)
2.2 เมล็ดพันธุ์ถ่วั เขยี ว
2.3 ไมไ้ ผ่ ผ่าเปน็ ซีกเล็ก ๆ ใชส้ าหรบั วางขดั ปากโอง่
2.4 ใบสะแก
2.5 ผา้ ฝ้ายผนื หนา สาหรับคลุมปิดปากโอ่ง
3. มเี อกสารและอปุ กรณ์ท่ีครูจะตอ้ งตรวจใหค้ รบถว้ น ดังน้ี
3.1 คู่มือครู ประกอบด้วย
3.1.1 แผนการจัดการเรยี นรู้
3.1.2 แบบประเมินผลนกั เรียน
3.1.3 ชุดการสอนสาหรบั นักศึกษา
3.1.4 เฉลยบตั รกจิ กรรม
3.1.5 เฉลยแบบทดสอบประจาชุดการสอน
3.2 ชุดการสอนสำหรับนักศกึ ษา ประกอบดว้ ย
3.2.1 บัตรคาสั่ง
3.2.2 บตั รเนอื้ หา
3.2.3 บตั รกิจกรรม
3.2.4 แบบทดสอบประจาชุดการสอน
4. บทบาทของครผู ้สู อน มีดังนี้
4.1 ศึกษารายละเอียดคู่มอื ครู
4.2 จัดเตรยี มเอกสารและอุปกรณ์การเรยี นการสอนใหพ้ ร้อม
4.3 ชีแ้ จงให้นักเรียนทราบบทบาทของตนเองในการใช้ชุดการสอน
4.4 จดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ใหเ้ ป็นไปตามลาดบั ขั้นตอนทีก่ าหนดไว้
4.5 ให้นกั เรียนศึกษาชดุ การสอนที่ บัตรกิจกรรมตา่ ง ๆ และทากจิ กรรมตามลาดบั ขัน้ ตอนที่
กาหนดให้
4.6 ใหค้ าแนะนาและเปน็ ทปี่ รึกษาแก่นกั เรียนในขณะทากิจกรรม
คำคชี้แ้แีจจงงสำหรับนักศึกษำ
ให้นกั ศึกษาศึกษาขัน้ ตอนการใช้ชุดการสอน เร่ืองการเพาะถ่ัวงอกในโอ่งโดยการใชเ้ มลด็ ถว่ั
เขียวและปฏิบัติตามลาดับ ดงั น้ี
1. อา่ นทาความเขา้ ใจมาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด เพ่อื ใหต้ นเองทราบถงึ จุดมุง่ หมายในการ
เรียนรู้และการปฏบิ ัติกจิ กรรมในครัง้ นี้
2. ชุดการสอนนี้ ประกอบด้วย บัตรคาสั่ง บตั รเน้ือหา บัตรกจิ กรรม และแบบทดสอบ
ประจาชุดการสอน มีข้ันตอนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมท้ังกจิ กรรมกลุ่มและกิจกรรมรายบคุ คล ดงั น้ี
2.1 กิจกรรมกลุ่ม
2.1.1
2.1.2 นักศึกษาช่วยกนั ศึกษา วิเคราะห์ เนื้อหาในบตั รเนื้อหา จากนั้น
วางแผนการทางาน มอบหมายหนา้ ที่รับผิดชอบ ลงมอื ปฏิบัติกิจกรรม ปรับปรุงผลงานใหส้ มบูรณ์
2.2 กจิ กรรมรายบุคคล
2.2.1 รายบุคคล
2.2.2 เมอ่ื ปฏิบตั ิกิจกรรมตามขัน้ ตอนในบตั รกจิ กรรมเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักศกึ ษา
ทาแบบทดสอบประจำชุดการสอน และนำส่งครูท้ายช่ัวโมง
มำมตำรฐตำรนำกฐำรำเรนยกนำรู้ รเรยนรู้
มาตรฐานที่ 2.2 มคี วามรคู้ วามเข้าใจและทกั ษะพน้ื ฐานเก่ียวกับคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยนรู้ี มคี วามรู ความเขาใจ ทักษะ และเหน็ คุณคาเกี่ยวกบั กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี ส่งิ มีชีวติ ระบบนิเวศ ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอม ในชมุ ชนและทองถิ่น สาร แรง พลังงาน กระบวนการ
เปลี่ยนแปลง ของโลก และดาราศาสตร มจี ิตวิทยาศาสตรและนา ความรู
ไปใชประโยชนใน การดาเนินชีวติ และการ พัฒนาสูอาชพี ชางไฟฟา
ตัวช้วัด 1. บอกลกั ษณะและการจดั กลุม ของส่ิงมชี ีวติ ในทองถิ่น
2. อธิบายเกยี่ วกับประเภทของ พืช ลักษณะภายนอกและหนาที่ ของราก
ลาตน ใบ ดอก และผล ของพืชทองถ่ินทีเ่ หมาะสมตอ การดารงชวี ิตในสงิ่
แวดลอมที่ แตกตางกนั
3. อธิบายเก่ียวกับปจจัยท่ีจาเปน ตอการดารงชวี ติ ของพชื
4. อธบิ ายวิธกี ารขยายพนั ธุพืช ดวยวิธีการตางๆ
5. จาแนกพืชในทองถิน่
จจุดุดปรระะสสงคง์กคำ์กรเำรยรนเรู้ยนรู้
ด้ำนควำมรู้ (K)
1. บอกลักษณะและการจัดกลุม ของสิ่งมีชวี ติ ในทองถิน่
ีีีีีีีีีีีีีีีีีีีี2. อธบิ ายเก่ียวกับประเภทของพืช ลักษณะภายนอกและหนาท่ี ของราก ลาตน ใบ ดอก
และผล ของพชื ทองถิน่ ที่เหมาะสมตอการดารงชีวติ ในส่ิงแวดลอมทแี่ ตกตางกัน
3. อธิบายเกี่ยวกบั ปจจยั ทีจ่ าเปนตอการดารงชวี ติ ของพชื
ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำรี(P)
4. นักศึกษาปฏบิ ตั ิงานกลุ่มในการขยายพันธพ์ุ ืชโดยการใช้เมลด็ ตามขัน้ ตอนที่ไดร้ ับ
มอบหมายได้
ดำ้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
5. นกั ศึกษามีความรับผิดชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมายและส่งงานทันตามกาหนดเวลา
บบตั ัตรรคคำำส่ังง
กิจกรรมในชดุ การสอน เร่ืองการเพาะถ่วั งอกในโอ่งโดยการใชเ้ มลด็ ถัว่ เขยี ว นักศึกษาจะต้อง
ปฏบิ ตั ิ กิจกรรม ดังนี้
1. ศกึ ษาบตั รเน้ือหาและอภปิ รายกลมุ่ ใหเ้ ขา้ ใจ เกย่ี วกับการขยายพันธ์พุ ชื โดย การใช้
เมล็ด
2. นกั ศึกษาวางแผนการทางาน แบง่ หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบแต่ละคน วา่ ใครมีหนา้ ที่
ทาอะไรบา้ ง เพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ทนั กาหนดเวลา
3. ให้นกั ศึกษาลงมือปฏิบัติการขยายพนั ธ์พุ ืชโดยการใชเ้ มลด็ แบบท่ี 1 การเพาะ
ถั่วงอกในโอ่งโดยการใช้เมล็ดถัว่ เขียว ตามขนั้ ตอนที่ได้ศึกษาในบตั รเนอื้ หา
4. เขียนบันทกึ สรปุ ความรู้เกีย่ วกับการขยายพันธ์พุ ืชโดยการใช้เมลด็ ลงใน บัตร
กจิ กรรมเปน็ รายบุคคล
5. ทาแบบทดสอบประจาชดุ การสอนเปน็ รายบุคคล
บัตรเเนน้อื อ้ื หหำำ
ประโยชน์
ในดา้ นต่างๆ และอนุรักษล์ ักษณะทดี่ ีไว้ไม่ใหส้ ูญพันธุ์
1. การอนุรักษ์ไว้ซงึ่ พันธพ์ุ ืชนั้นไม่ให้สูญพนั ธแ์ ละกลายพันธุ์
2. เพื่อหาพนั ธใุ์ หม่ท่ีดกี วา่ เดิม ซงึ่ อาจจะได้มาจากการกลายพนั ธ์ุ
4. เป็นแหล่งปจั จยั 4 สาหรบั มนุษย์ (อาหาร , เคร่อื งนงุ่ ห่ม , ทีอ่ ยอู่ าศัย , ยารักษาโรค)
5. สรา้ งความรม่ ร่นื ชว่ ยทาให้อากาศบรสิ ุทธิ์ และยังช่วยยึดเกาะหน้าดนิ ไม่ใหพ้ ังทลาย
ประเภทของการขยายพนั ธ์ุพืชแบ่งได้ 2 แบบ คอื
1. การขยายพนั ธ์พุ ืชแบบอาศยั เพศ
1.1 การขยายพนั ธุ์พชื โดยการใชเ้ มล็ด
2. การขยายพนั ธพ์ุ ชื แบบไม่อาศัยเพศ
2.1 การปกั ชา
2.2 การตอนก่ิง
2.3 การตดิ ตา
2.4 การตอ่ กิ่ง
2.5 การทาบก่งิ
2.6 การแบ่งแยก
2.7 การเพาะเล้ยี งเนื้อเยอื่
กำรขยำยพันธ์พุ ชื โดยกำรใช้เมลด็
การขยายพนั ธ์ุพชื โดยการใช้เมล็ด หมายถึง การนาเมล็ดพันธ์ุต่าง ๆ ท่ีคัดเลือกแลว้ วา่ เป็นสาย
พนั ธุ์ดี มาทาการเพาะในวัสดเุ พาะจนได้ตน้ พืชใหม่
ข้อดขี องการขยายพนั ธพุ์ ืชโดยการใช้เมล็ด
1. สะดวกในการขนส่งระยะทางไกล ๆ
2. ไดต้ ้นพืชท่มี รี ะบบรากดี เพราะมีรากแก้ว
3. ทาได้งา่ ยและได้ปริมาณมาก เพราะสะดวกในการปฏิบัติ
4. เสียค่าใช้จ่ายน้อยเพราะไมต่ ้องใชเ้ ครอ่ื งมือหรืออุปกรณม์ ากนัก
5. เก็บรักษาไดน้ าน เพราะไม่ตอ้ งการสิง่ แวดล้อมในการดารงชีวติ มาก
ข้อเสียของการขยายพนั ธพ์ุ ืชโดยการใชเ้ มล็ด
1. ใหผ้ ลผลิตช้า ต้องใช้เวลาในการเลีย้ งดนู าน
2. ปลูกไดน้ ้อยต้นในเนอื้ ที่เท่ากนั เพราะทรงพุม่ ใหญ่
3. กลายพันธ์ุไดง้ ่าย เพราะต้นทไี่ ดเ้ กดิ จากการผสมพนั ธ์ุ
4. ลาต้นสงู ใหญ่ ไมส่ ะดวกในการเกบ็ เกีย่ วและดูแลรักษา
5. ต้นมีโอกาสรับแรงปะทะลมไดม้ าก ทาให้ดอกและผลร่วงหล่นเสยี หายมาก
กำรคัดเลือกเมล็ดพันธี์ุพืช
1. เมล็ดตอ้ งมาจากตน้ พันธุ์ท่ีสมบูรณ์
2. การเลือกซ้ือเมลด็ พันธ์ุ ควรเลอื กซ้ือจากแหลง่ ท่ีเช่ือถือได้
3. เมลด็ ต้องแก่เต็มที่ ได้จากฝักหรอื ผลท่ีสมบูรณ์ ไมม่ ีโรคแมลง
4. ผ่านการทดสอบเปอร์เซน็ ต์การงอกอยา่ งน้อยต้อง 80% ขึน้ ไป
5. การเก็บเมลด็ พนั ธต์ุ อ้ งเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธไ์ุ ว้ในทโี่ ปร่ง อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก
6. เมลด็ พวกธัญพืช ควรตากใหแ้ ห้งสนทิ ก่อนคลุกยาป้องกันมอด มด ปลวก และเช้อื รา
7. ถา้ ต้องการเกบ็ รักษาเมล็ดพนั ธ์ไุ วน้ านๆ ตอ้ งเก็บไว้ในตเู้ ยน็ หรอื ห้องปรบั อากาศเพื่อ
ยืดอายุการงอก
พชื ท่นี ยิ มขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด สว่ นใหญ่จะเป็นพวกเมลด็ ผัก เชน่ ผกั ชี ผักกาด
ผกั บุ้งจีน เปน็ ต้น ถว่ั ต่าง ๆ เชน่ ถั่วลิสง ถ่วั เหลือง ถั่วเขียว เป็นต้น และธัญพืช เช่น ขา้ ว
ข้าวโพด เปน็ ต้น
กำรเพำะถ่วั งอกในโอง่
การเพาะถว่ั งอกในโอ่ง นับว่ามีความสาคญั ต่อชีวติ มนษุ ยใ์ นแง่ของการสร้าง
ปัจจัย 4 ดา้ นอาหาร ท้งั นี้กระบวนการเพาะถั่วงอกในโอ่งได้นาหลักการและวธิ ีการส่วน
หนึ่งของการขยายพันธ์พชื โดยการใชเ้ มลด็ มาปรบั ใชใ้ ห้เหมาะสมกับผู้เรยี นมากยิ่งขึน้ ซึ่ง
จะทาให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่หลากหลาย และสามารถนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในโอกาส
อ่นื ๆหรอื ใชป้ ระโยชน์ในด้านต่างๆตอ่ ไปได้เป็นอย่างดี
ในชดุ การสอนเลม่ น้ีมีเนอื้ หาใหศ้ ึกษาเกย่ี วกับการเพาะเมล็ดถ่ัวเขียวในโอ่งขนาด
เล็ก เพือ่ ให้ไดผ้ ลผลติ ถ่วั งอกท่ีมคี ุณภาพดี ดังนี้
๑. วสั ด/ุ อปุ กรณ์ทจ่ี าเปน็ ในการเพาะ
๒. ข้ันตอน / วิธีการการเพาะ
๑. วสั ดุ/อปุ กรณท์ จ่ ำเปน็ ในกำรเพำะ
๑.๑ โอง่
โอ่งท่ใี ช้เพาะ ควรเป็นโอ่งดนิ เผาขนาดเลก็ เส้นผา่ ศนู ย์กลางและความสงู ประมาณ
๑๒ ซ.ม. ใชต้ ะปูเจาะก้นโอง่ ให้เป็นรูเลก็ ๆ ๑ รู เพอื่ ให้นา้ สามารถซึมออกจากโอง่ ไดอ้ ย่างช้าๆ
๑.๒ เมลด็ ถวั่ เขยี ว
ควรเลือกเมลด็ ถั่วเขียวที่สมบรู ณ์ ไมล่ ีบ ผิวมัน จะทาให้ได้ถว่ั งอกที่มตี ้นอวบสมบูรณ์
๑.๓ ไมไ้ ผ่ ผ่าเป็นซกี เล็กๆใช้สาหรบั ขดั ปากโอ่ง
๑.๔ ใบสะแก
เป็นพชื ที่ขน้ึ ตามธรรมชาติทว่ั ไปเชน่ ในท้องนา ริมทาง ใช้ปิดปากโอง่ เพ่ือรักษา
ความชื้นภายในโอง่ ป้องกันแสงสวา่ งเข้าไปในโอ่ง รวมท้งั ช่วยป้องกันไม่ให้ถวั่ งอกมกี ล่ินอับและเช้ือรา
๑.๕ น้าสะอาด
๑.๖ ผ้าฝ้ายหนาผืนเล็ก ใชส้ าหรับปิดปากโอ่งเพ่ือรกั ษาความชนื้
๒. ข้นั ตอนและวธิ กำรเพำะ
แบ่งออกไดเ้ ป็น ๔ ขน้ั ตอนๆละ ประมาณ ๑ วัน
ขัน้ ตอนที่ ๑ี(วันที่ ๑)ีกำรเตรยมเมล็ดถั่วเขยวี
๑.๑ นาเมลด็ ถั่วเขียวนา้ หนักประมาณ ๑๐๐ กรมั มาล้างทาความสะอาดและแยกเมลด็
ท่ีไม่สมบรู ณอ์ อก
๑.๒ แชเ่ มลด็ ถั่วเขยี วให้อม่ิ น้าประมาณ ๖ ชวั่ โมง
๑.๓ นาถ่วั เขียวท่อี มิ่ น้าใส่ลงไปในโอง่ และใชผ้ ้าฝา้ ยหนาปิดปากโอ่ง
๑.๔ เทนา้ ใส่ในโอง่ ให้เตม็ ทกุ ๆ ๖ ชัว่ โมง จนสังเกตเห็นว่าถัว่ เขียวเริม่ งอก (ควรวางโอง่
ในทท่ี ส่ี ามารถระบายน้าได้ดี)
ขัน้ ตอนท่ี๒ี(วันท่ี๒)
๒.๑ ใชใ้ บสะแกปิดปากโอ่งและใช้ซีกไม้ไผข่ ดั ไวไ้ ม่ตอ้ งแนน่ มาก (ข้ันตอนน้หี ากไมม่ ีใบสะแกให้ใช้
ใบตองทดแทนได้)
๒.๒ เทน้าใส่ในโอ่งให้เตม็ ทุกๆ ๖ ชั่วโมง
ขนั้ ตอนที่ ๓ี(วนั ท่ี๓)
รดนา้ ตอ่ เน่ืองเทน้าใสใ่ นโอ่งให้เตม็ ทุกๆ ๖ ชัว่ โมง จนสังเกตเหน็ วา่ ถวั่ งอก งอกจนล้นปากโอง่
ออกมา
ขนั้ ตอนที่ ๔ี(วนั ที่ ๔)ีเก็บผลผลิตี
๔.๑ นาภาชนะที่ใส่น้าไว้แล้วมาเตรยี มไว้
๔.๒ เทถ่วั งอกลงไปในภาชนะ ใช้มือคนเบาๆเพื่อให้เปลอื กถ่วั จมลงไป และต้นถ่ัวงอกจะลอย
สามารถนาถั่วงอกไปเก็บรักษาไว้กอ่ นหรือนาไปประกอบอาหารไดเ้ ลย
บตั รกจิ กรรม
ภาระงาน : ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามให้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. การขยายพันธุพ์ ืชโดยการใชเ้ มล็ด มีก่แี บบ อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเพาะถั่วงอกในโอ่งโดยใชเ้ มล็ดถวั่ เขยี ว มีวัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง
และมีขน้ั ตอนการปฏิบัตอิ ยา่ งไรบ้าง เขียนอธบิ ายมาพอสงั เขป
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
3. สงั เกตการเปล่ยี นแปลงลักษณะของเมลด็ ถว่ั เขยี วทที่ าการการเพาะ วา่ ในแตล่ ะวนั
เป็นอยา่ งไรบ้าง เขียนอธบิ ายการเปล่ยี นแปลงใหช้ ัดเจน
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
4 เขียนประโยชนข์ องการเพาะถัว่ งอกท่ีมีต่อครอบครวั ตามความคิดของผูเ้ รียนมา 5
ข้อ…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
แบบทดสอบประจำชุดกำรสอนที่ 1
เรื่องีกำรขยำยพนั ธพุ์ ืชโดยกำรใชเ้ มล็ดีี
คำช้แจง ให้นักเรียนทาเคร่ืองหมาย ล้อมรอบตัวอกั ษร ก ข ค หรือ ง ลงในแบบทดสอบ
และเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดยี ว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)
1. ขอ้ ใดคือความหมายท่ีถกู ต้องของการขยายพนั ธพุ์ ืช
ก. การเกบ็ เมล็ดพันธุ์ท่ีดีไวเ้ พื่อขยายด้วยวธิ กี ารต่างๆ
ข. การคดั เลือกเมล็ดพันธ์ุทไี่ ม่สมบูรณอ์ อกให้ได้มากทส่ี ุด
ค. การเพาะปลูกเมลด็ พืชให้เจรญิ เติบโตตามวัฎจักรเพ่ือออกผลผลติ ต่อไป
ง. การเพ่มิ จานวนต้นพชื ให้มากขน้ึ เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์ด้านตา่ งๆ และอนุรกั ษ์ลักษณะท่ีดีไว้
2. การขยายพนั ธุ์พืชแบง่ ออกเป็น 2 วธิ ใี หญ่ ๆได้แกข่ ้อใด
ก. การติดตา การต่อกง่ิ การปักชา
ข. แบบอาศยั เพศ แบบไม่อาศัยเพศ
ค. การขยายพันธุ์โดยการใช้ไหลและหน่อ
ง. การขยายพันธ์โุ ดยใชจ้ ุกและการทาบกง่ิ
3. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ีข้อดีการขยายพนั ธุ์พชื โดยการใชเ้ มล็ด
ก. มีการกลายพนั ธุไ์ ดง้ า่ ย
ข. ทาได้งา่ ยไมต่ ้องใช้เครื่องมือมาก
ค. มีรากแก้วสามารถหยั่งลกึ ลงไปในดนิ ช่วยยึดลาตน้ ได้ดี
ง. สะดวกในการขนส่ง ปลอดจากโรค พืชท่ปี ลกู ด้วยเมลด็ จะอยู่ได้นาน
4. พชื ชนดิ ใดที่ ไม่นิยมีขยายพันธโุ์ ดยการใช้เมล็ด
ก. มะมว่ ง
ข. แตงกวา
ค. ผกั คะน้า
ง. ถว่ั ผักยาว
5. ขอ้ ใดเป็น ข้อดีของการขยายพนั ธ์โุ ดยวิธีการใช้เมล็ด
ก. ได้ตน้ พืชตรงตามพันธ์ุ
ข. ไดต้ ้นพชื ท่ีมีระบบรากดี
ค. ได้ต้นพืชที่มขี นาดสม่าเสมอ
ง. ต้นพชื ใหผ้ ลผลิตใช้ระยะเวลาสั้น
6. เราควรเลอื กเมล็ดพนั ธ์ใุ นข้อใดมาเพาะ
ก. เมลด็ มคี วามช้นื สูง
ข. เมล็ดใหญ่ เกบ็ ไวน้ าน 2 ปี
ค. เมลด็ ลีบเล็ก ไม่ถกู แมลงทาลาย
ง. มีเปอรเ์ ซ็นต์ความงอกร้อยละ 80
7. การขยายพันธ์พชื โดยการใช้เมล็ด จัดเป็นการขยายพนั ธ์พชื ประเภทใด
ก. แบบอาศัยเพศ
ข. แบบไม่อาศยั เพศ
ค. แบบสองเพศ
ง. แบบผสมเพศ
8. ข้อใดไมเ่ กี่ยวขอ้ งกับปจั จยั 4
ก. เคร่ืองนุง่ ห่ม
ข. ยารักษาโรค
ค. อาหาร
ง. สงิ่ อานวยความสะดวกในชวี ิตประจาวนั
9. ขอ้ ใดเกี่ยวขอ้ งกับการปกั ชา
ก. การขยายพันธแ์ บบอาศัยเพศ
ข. การขยายพันธแ์ บบไมอ่ าศยั เพศ
ค. การขยายพันธแ์ บบรวมเพศ
ง. การขยายพนั ธแ์ บบแยกเพศ
10. การเพาะเลี้ยงเน้ือเย่อื จดั เปน็ การขยายพนั ธแ์ บบใด
ก. แบบอาศยั เพศ
ข. แบบไม่อาศัยเพศ
ค. แบบรวมเพศ
ง. แบบแยกเพศ
11. ข้อใดเรยี งลาดับข้ันตอนการเพาะถั่วงอกในโอ่งได้ถูกต้อง
1. ใชผ้ า้ กระสอบป่านคลุม และรดน้าทกุ 6 ชม.
2. นาใบสะแกใส่ในโอง่ ใช้ซกี ไม้ไผ่ขัดไว้
3. นาเมลด็ ถั่วเขียวมาล้างน้าสะอาด และแช่น้า 6 ชม.
4. ถ่วั งอกดนั ใบสะแกออกมา นาถั่วงอกไปเทใส่ภาชนะ
ก. 3-4-1-2 ข.3-2-1-4 ค. 3-1-2-4 ง.3-4-2-1
12. ข้อใดเปน็ ประโยชน์ชองการใชใ้ บสะแกปดิ ปากโอง่
ก. ป้องกนั แสงสวา่ ง
ข. รักษาความชื้น
ค. ป้องกันเช้อื ราและกลน่ิ อบั
ง. ถูกทกุ ข้อ
13. เม่ือนาถ่ัวงอกออกจากโอ่งและแช่น้าไวใ้ นภาชนะ จะเกิดผลอย่างไร
ก. เปลอื กจม ถวั่ งอกลอย
ข. ถวั่ งอกจม เปลอื กลอย
ค. ลอยคละกนั
ง. ตวั ถว่ั งอกจะดดู น้า
14. ถั่วงอก 100 กรมั จะให้พลังงาน
ก. 50 กโิ ลแคลอรี
ข. 80 กิโลแคลอรี
ค. 30 กิโลแคลอรี
ง. 100 กโิ ลแคลอรี
15. หลงั จากศึกษาการเพาะถั่วงอกเสร็จ ใครมีความรับผดิ ชอบมากท่ีสดุ
ก. สมศักด์ิ นาอุปกรณ์มาหยอกเลน่ กับเพื่อนๆในกลุ่ม
ข. สมชาย สงั่ ใหเ้ พอ่ื นๆเกบ็ อุปกรณแ์ บบเนอื ยๆ
ค. สมปอง บอกเพ่ือนๆว่าจะรีบไปทาธุระด่วน
ง. สมพงษ์ เกบ็ อุปกรณ์ เก็บขยะ และทาความสะอาดพืน้ ทีเ่ รียบร้อย
บรรณำนุกรม
จารุต วภิ ูปฐพรและวาณชิ วัฒนกจิ . (2551). รวมชุดสำระกำรเรยนรู้กำรงำนอำชพและเทคโนโลยี
งำนเกษตร ชัน้ มธั ยมศึกษำปีท่ 1-3. กรุงเทพ ฯ : บริษัท สานักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด.
ชนะ วันหนุน รศ. (2547). หนังสือเรยนสำระกำรเรยนรพู้ ื้นฐำนีกลมุ่ สำระกำรเรยนรกู้ ำรงำนี
อำชพและเทคโนโลยีงำนเกษตรี(พืช) มัธยมศกึ ษำปีท่ี1-3. กรุงเทพ ฯ : บริษัท
อกั ษรเจรญิ ทัศน์ จากดั .
ดีพรอ้ ม ไชยวงศเ์ กยี รติและคณะ. (2535). คมู่ อื กำรเรยนกำรสอนีกล่มุ วิชำกำรและงำนอำชพี
รำยวชิ ำีีง014 งำนเกษตรพน้ื ฐำน. กรุงเทพ ฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
นอ้ ย สุวรรณมณี. (2547). หนังสอื เรยนสำระกำรเรยนรพู้ ื้นฐำนีกล่มุ สำระกำรเรยนรูก้ ำรงำนี
อำชพและเทคโนโลยีงำนเกษตร ช่วงช้ีัน 3 มัีธยมศึกษำปีท่ี1-3. กรงุ เทพ ฯ : บริษัท
สานกั พมิ พ์แม็ค จากดั .
บญุ เลศิ สะอาดสิทธศิ ักดิ์. (2535). หนงั สือค่มู ือกำรเรยนกำรสอนีกลมุ่ สำระกำรงำนและอำชพี
รำยวิชำีง014 งำนเกษตรพน้ื ฐำนีมัธยมศกึ ษำปีที่ 1-2. กรงุ เทพ ฯ : ประสานมติ ร.
พัฒนา สุขประเสรฐิ รศ.และศศิกาญจน์ ริบรวมทรัพย์. (2547). หนังสือเรยนสำระกำรเรยนรีู้
พื้นฐำน กลุ่มสำระกำรเรยนรู้กำรงำนอำชพและเทคโนโลย งำนเกษตร ชว่ งชนั้ 3
มัธยมศึกษำปีท่ี1-3. กรุงเทพ ฯ : บรษิ ทั สานกั พิมพ์วฒั นาพานิช จากัด.
มยรุ ี สกั ทอง. (2543). เอกสำรประกอบกำรสอนีวิชำีหลักพชื ศำสตร์. เลย : รุง่ แสงธุรกิจการ
พมิ พ์.
อภชิ าติ ศรสี ะอาด. (2554). เทคโนโลยกำรขยำยพันธ์ุพืชอยำ่ งงำ่ ย. กรงุ เทพ ฯ : นาคา อินเตอร์
มเี ดีย.
อภิชาติ ศรีสะอาดและทรงพล นอ้ ยบัวทิพย์. (2556). ครบเครอ่ื งเรอื่ งขยำยพนั ธุ์พืชดว้ ยภำพและี
เทคนิคพเิ ศษอยำ่ งงำ่ ย. กรุงเทพ ฯ : นาคา อนิ เตอร์มเี ดยี .
อรณุ ี ลมิ ศริ ิและคณะ (2551). ค่มู ือกำรสอนกำรงำนอำชพและเทคโนโลย กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์
วัฒนาพานิช จากดั .