44 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ลดการดื้อยา และอาการข้างเคียงจากยา - สูตรยาต้านเอชไอวีที่แนะน าเป็นสูตรแรก โดยมี NRTIs backbone ได้แก่ (TAF ห รือ TDF) ร่วมกับ (3TC ห รือ FTC) หรือทางเลือก ได้แก่ ABC + 3TC หรือ AZT + 3TC ร่วมกับยาตัวที่ 3 แนะน าเป็น DTG หรือทางเลือกคือ EFV หรือ RPV โดยแนะน าเป็น fixed dose combination ที่ เรียกว่า TLD (TDF/3TC/DTG) - กรณีใช้ยาตัวที่สามตามค าแนะน าไม่ได้ อาจใช้ยา RAL ATV/r DRV/r LPV/r แทน ค ำแนะน ำในกำรใช้ยำต้ำนไวรัสเอชไอวีและอำกำร ข้ำงเคียงที่พบบ่อย Tenofovir (TDF): - อาการข้างเคียง: การท างานของไตผิดปกติ กระดูกบาง (Osteopenia) - เนื่องจากยาเป็นพิษต่อไต จึงควรระมัดระวังการใช้ยากลุ่ม อื่นที่เป็น nephrotoxic drugs ร่วมด้วย เช่น NSAIDs, antiviral drugs (acyclovir), ยากลุ่ม aminoglycosides แนะน าผู้ป่วยดื่มน้ าอย่างน้อยวันละ 3 ลิตร Abacavir (ABC): - แนะน าให้ผู้ป่วยและญาติสังเกตอาการแสดงของปฏิกิริยา แพ้ต่อ ABC ในช่วง 6 สัปดาห์แรกที่เริ่มยา โดยสังเกตอาการ ต่อไปนี้อย่างน้อย 2 ข้อ (1) ไข้ (2) ผื่น (3) อาการของระบบ ทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง (4) อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย (5) อาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หายใจล าบาก คออักเสบ หากสงสัยว่าอาจจะแพ้ยา ให้หยุดทันทีและไม่ควรใช้ซ้ า เพราะอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรง และอันตรายถึงชีวิตได้ - อาจพิจารณาเริ่มการรักษาด้วยยา ABC โดยไม่ท าการส่ง ตรวจเลือดหา HLA-B*5701 ก่อนเริ่มการรักษา เนื่องจาก อุบัติการณ์ HLA-B*5701 ในคนเอเชียต่ า Zidovudine (AZT): -อาการข้างเคียง: ซีด เม็ดเลือดขาวต่ า ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปลายประสาทอักเสบ (neuropathy) คลื่นไส้อาเจียน ภาวะ ไขมันย้ายที่ (Lipoatrophy) น้ าตาลในเลือดสูง เบาหวาน (Glucose intolerance) Efavirenz (EFV):
45 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป -อาการข้างเคียง: นอนไม่หลับ/ฝันร้าย ตับอักเสบ ผื่นแพ้ยา รุนแรง (Steven Johnson syndrome) ผื่น ภาวะไขมัน ย้ายที่ (lipohypertrophy, lipoatrophy) ไขมันในเลือดสูง แนะน ากินยาตอนท้องว่างหรือก่อนนอน ไม่ควรให้ร่วมกับ อาหารที่มีไขมันสูง เพราะเพิ่มการดูดซึมยา เพิ่มผลข้างเคียง Dolutegravir (DTG): - อาการข้างเคียง: นอนไม่หลับ/ฝันร้าย น้ าหนักเพิ่ม - ยากลุ่มนี้หากใช้ร่วมกับ DTG ต้องปรับระยะห่างของการ กิน ไม่ให้ร่วมมื้อกับ DTG เนื่องจากลดระดับยา DTG ได้แก่ Antacid, calcium, zinc, MTV ห รื อ อ า ห า ร เส ริ ม ที่ มี ส่วนประกอบชองแคลเซียมหรือเหล็กร่วม โดยควรให้ DTG 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 6 ชั่วโมงหลังกินยากลุ่มนี้ - ยา Rifampicin สามารถลดระดับยา DTG ได้ หากใช้ ร่วมกัน แนะน าเพิ่ม DTG เป็นวันละ 2 ครั้ง - DTG เพิ่ ม ระดับ metformin จึงค วรจ ากั ดขน าดย า metformin สูงสุดไม่เกิน 1,000 มก./วัน ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มให้ DTG หรือ metformin ก็ตาม และเมื่อหยุด DTG อาจต้อง ปรับขนาดยาและติดตามระดับน้ าตาลอย่างระมัดระวัง - ห้ามใช้ร่วมกับยากันชัก phenytoin Carbamazepine และ phenobarbital พิจารณาให้ยากันชักกลุ่มอื่น - หญิงวัยเจริญพันธ์ที่ใช้ DTG ควรแนะน าวิธีคุมก าเนิด เนื่องจากมีรายงาน ของการเกิด neural tube defect (NTD) ในทารกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากต้องการมีบุตร ต้องให้ ข้อมูลความเสี่ยงกับผู้ป่วย และแนะน าให้กิน folic acid เป็น ประจ าร่วมด้วยเพื่อลดโอกาสเกิด NTD Rilpivirine (RPV): - อาการข้างเคียง: นอนไม่หลับ ฝันร้าย - แนะน ากินพร้อมอาหารอย่างน้อย 400 กิโลแคลอรี่ ไม่ควรกินตอนท้องว่างเนื่องจากลดการดูดซึมยา - ไม่ ค ว รใ ห้ ร่ ว ม กั น กั บ ย า Rifampicin Rifapentine Carbamazepine Phenobarbital Phenytoin ย า ก ลุ่ ม Proton pump inhibitor (PPI) - การให้ยาร่วมกับ Antacid: ให้ antacid ก่อน RPV อย่าง น้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังอย่างน้อย 4 ชั่วโมง -การให้ยาร่วมกับ H2 blocker: ให้ H2 blocker ก่อน RPV อย่างน้อย 12 ชั่วโมง หรือหลังอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
46 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ย ำ ก ลุ่ ม (protease inhibitors; PIs): ได้ แ ก่ ATV/r DRV/r LPV/r - อาการข้างเคียง: คลื่นไส้อาเจียน ภาวะไขมันย้ายที่ (lipohypertrophy) ไขมันในเลือดสูง - Atazanavir (ATV): นอนไม่หลับ ฝันร้าย ตัวเหลืองตา เหลือง (hyperbilirubinemia) การท างานของไตผิดปกติ - Lopinavir (LPV): ถ่ายเหลว กระดูกบาง น้ าตาลในเลือด สูง เบาหวาน (Glucose intolerance) - Darunavir (DRV): ถ่ายเหลว - ห้ามใช้ร่วมกับยา Ergot derivatives เนื่องจากอาจท าให้ เกิดภาวะ ergotism คือภาวะที่มีการหดตัวของเส้นเลือดทั่ว ร่างกาย อาการที่พบ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หน้า มืด ความดันโลหิตลดลง ชาหรือปวดบริเวณแขนขา อาจมี ภาวะเขียว (cyanosis) เกิดเนื้อเน่าตาย (gangrene) หากมี อาการให้หยุดยาและรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล - ไม่แนะน าให้ใช้ PPI ร่วมกับ ATV ในผู้ที่เคยได้ PIs มาก่อน ในผู้ที่ไม่เคยได้ PIs มาก่อน ให้ PPI ก่อนให้ ATV อย่างน้อย 12 ชั่วโมง และต้องใช้ Boosted ATV เท่านั้น ค ำแนะน ำกำรปฏิบัติตัว - กินยาตรงเวลา ทุกมื้อ และทุกวัน - ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีต้องมีวินัยการกินยา (Adherence) ที่ ดีมาก คือ กินยาถูกต้องครบถ้วน และต่อเนื่องสม่ าเสมอ ไม่ต่ ากว่าร้อยละ 95 โดยยาที่กินวันละ 2 ครั้ง แนะน าทุก 12 ชั่วโมง หรือกินวันละครั้งแนะน าให้กินทุก 24 ชั่วโมง - ไม่ควรเปลี่ยนยาด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ถ้าพบว่า ปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ยาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อ ค้นหาแนวทางการรักษาใหม่ที่เหมาะสม - หากจะใช้ยาอื่นนอกเหนือที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์ และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง 3. Environment: คือ การ จัดการสิ่งแวดล้อมให้ เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ ของผู้ป่วยจัดการปัญหา ด้านเศรษฐกิจ - ผู้มีเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ทุกคนสามารถได้รับการดูแล ตั้งแต่การตรวจจนถึงการรักษาฟรี ตามสิทธิประกันสุขภาพ ของแต่ละคน - ผู้มีเชื้อเอชไอวีจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไม่ให้ถูก ละเมิดสิทธิในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่การรักษาความลับ ความเป็น ส่วนตัว รวมทั้งการท างาน พยาบาล 4. Treatment : - แผนการรักษาถ้าไม่มีโรคติดเชื้อฉวยโอกาสใด ๆ คือเริ่มยา พยาบาล
47 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป คือ ทักษะที่เป็นตาม แผนการรักษา สังเกต อาการผิดปกติ ต้านไวรัสให้เร็วโดยไม่ต้องรอระดับภูมิต้านทานลดต่ า ถ้า แพทย์พิจารณาแล้วว่าเริ่มยาได้ - หากมีโรคติดเชื้อฉวยโอกาส สามารถรักษาให้หายได้ และ อยู่ในการดูแลของแพทย์เพื่อเริ่มยาต้านไวรัสในเวลาที่ เหมาะสม - การป้องกันการถ่ายทอดและรับเชื้อเอชไอวีเพิ่มที่ได้ผล คือ การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ - การมาตรวจให้ตรงตามนัดเพื่อพบแพทย์และรับยาต้าน ไวรัสต่อเนื่อง กรณีผู้ติดเชื้อรายเก่าที่รับยาต้านไวรัสอยู่แล้ว - ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถขอรับการปรึกษาพร้อมคู่ในการ วางแผนครอบครัวได้ - การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยโดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง - การชวนคู่มาตรวจเลือดเอชไอวีได้ฟรีอย่างต่อเนื่องอย่าง น้อยปีละ 1-2ครั้ง - ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารฉีดวัคซีนโควิดได้ หากมีข้อสงสัย ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล 5. Health : คือ การ ส่งเสริมฟื้นฟูสภาพทางด้าน ร่างกายและจิตใจ ตลอดจน การป้องกันภาวะ แทรกซ้อน ต่าง ๆ - ปัจจุบันผู้ติดเชื้อเอชไอวี รีบรักษาด้วยยาต้านไวรัสโรคเอดส์ แม้รักษาไม่หาย แต่เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีสุขภาพที่ดี - ผู้มีเชื้อเอชไอวีสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่เรารักได้ - การติดเชื้อเอชไอวีอาจไม่ใช่ข่าวดี แต่ไม่ได้เลวร้าย เรียนรู้ เข้าใจที่จะอยู่ร่วมกับเชื้อในการดูแลตนเองที่ถูกต้องและวาง แผนการรักษาพยาบาลร่วมกับทีมแพทย์และพยาบาล - ผู้มีเชื้อสามารถออกก าลังกายได้ตามสมรรถภาพร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ผ่อนคลายความเครียด แพทย์ พยาบาล 6. Outpatient : คือ การ มาตรวจตามนัด การติดต่อ ขอความช่วยเหลือ สถานพยาบาลใกล้บ้าน ภาวะฉุกเฉินการส่งต่อให้รับ การดูแลต่อเนื่อง - มาตามนัดหมายต่อเนื่อง หากมีอาการผิดปกติมาก่อนนัดได้ หรือหากมีอาการฉุกเฉินเข้ารับบริการที่สถานบริการใกล้บ้าน - หากมีข้อสงสัย โทรติดต่อสอบถามพยาบาลเฉพาะทางได้ที่ เบอร์โทร............................... - สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 แพทย์ พยาบาล 7. Diet: คือ การเลือก รับประทานอาหาร เหมาะสมกับโรค งดอาหาร ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ - รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด เน้นอาหาร 5 หมู่ หากต้องการทานอาหารเสริม/สมุนไพรควรปรึกษาแพทย์ ผู้ดูแลก่อน - สิ่งเสพติดทุกชนิด เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และส่งผลเสีย ต่อวินัยการกินยา บุหรี่มีผลท าให้ระดับภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง แพทย์ พยาบาล
48 ตัวชี้วัด 1. ผู้ป่วยได้รับการวางแผนจ าหน่าย > 80% 2. ผู้ป่วยจ าหน่ายได้ตามแผนจ าหน่าย > 80% 3. ผู้ป่วย/ญาติมีความพึงพอใจในการรับบริการ > 80% 4. Readmission rate < 3% ข้อมูลทำงคลินิกที่ต้องเก็บ 1. จ านวนผู้ป่วย HIV คะแนน DPS 2. จ านวนวันนอนผู้ป่วย HIV 3. จ านวนผู้ป่วย HIV ที่ได้รับการวางแผนจ าหน่าย 4. จ านวนผู้ป่วย HIV ผู้ป่วยได้กลับบ้านภายใน 12.00 น. 5. จ านวนผู้ป่วย HIV ที่Readmission rate จากการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง 6. ความพึงพอใจผู้ป่วยและญาติในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยและการให้บริการ 7. ความพึงพอใจของบุคลากรทางการพยาบาลในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วย เอกสำรอ้ำงอิง กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. (2565).แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอช ไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. ขนิษฐา สุขทอง. (2564). การพยาบาลผู้ป่วยเอดส์ที่มีโรคร่วมวัณโรคปอด. Singburi Hospital Journal, 30(2). สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/25027
49 แนวทำงกำรวำงแผนจ ำหน่ำยส ำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เกณฑ์วำงแผนจ ำหน่ำย 1. ผู้ป่วยโควิด-19 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 1. Diagnosis : คือ การ ให้ ความรู้เรื่องโรค สาเหตุ อาการ โรคโควิด-19 (COVID-19) คือโรคติดต่ออุบัติใหม่ซึ่งเกิดจาก เชื้อไวรัสโคโรน าส ายพั น ธุ์ให ม่ 2019 (Severe Acute Respiratory Syndrome-Coronavirus-2 ; SARS-CoV-2 ) พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2019 ที่ตลาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลังจากนั้นเชื้อ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้มีการกลายพันธุ์เป็น หลากหลายสายพันธุ์และมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยสาย พันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concerns) หรือสายพันธุ์ ที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่าเดิม สามารถหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันใน ร่างกายได้ดีกว่าเดิม มีทั้งหมด 5 สายพันธุ์ ได้แก่- สายพันธุ์ แอลฟ่า (B.1.1.7)- สายพันธุ์เบต้า (B.1.351)- สายพันธุ์ แกมม่า (P.1)- สายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2)- สายพันธุ์โอ ไมครอน (B.1.1.529) เป็นต้น ต้นก าเนิดของไวรัสต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากการที่ ไวรัส จากสัตว์ตัวกลางระบาดมาสู่คนผู้ป่วยรายแรกเท่าที่ทราบกัน เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม และไม่มีความเชื่อมโยงกับ ตลาดต้องสงสัยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ผู้ป่วยหลายราย อาจมีมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนหรือก่อนหน้านั้นมี การเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อมในตลาดไปส่งตรวจและพบ เชื้อไวรัสและพบมากที่สุดในบริเวณที่ค้าสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง ในฟาร์มตลาดอาจเป็นต้นก าเนิดของไวรัส หรืออาจมีบทบาท ในการขยายวงของการระบาดในระยะเริ่มแรก - อาการ ไอ เจ็บคอ ไข้ อุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 0C น้ ามูกไหล การสูญเสียการได้กลิ่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจ เหนื่อย/ หายใจเร็ว - การแพร่กระจายเชื้อ แพร่จากคนสู่คนผ่านทางฝอยละออง (Droplet) เป็นช่องทางหลักจากทางจมูกหรือปากเมื่อผู้ป่วย หรือผู้มีเชื้อไอ หรือจาม หรือจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของ คนหรือสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งของรังโรคเชื้อขับออกทางอุจจาระ ได้้(SARS ~ 9-14 วัน)การขยี้ตา (เชื้อผ่านเยื้อบุตา)สัมผัส ใบหน้าและปาก - ระยะเวลาฟักตัวนับจากการติดเชื้อและแสดงอาการตั้งแต่ แพทย์ พยาบาล
50 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 1-14 วัน และมีค่าเฉลี่ยที่ 5-6 วัน ผู้ป่วย 1 รายสามารถแพร่ เชื้อให้คนอื่นได้เฉลี่ย 2-4 คนขึ้นกับความหน าแน่นของ ประชากรและฤดูกาล - อยู่ได้นานแค่ไหนพื้นผิวโลหะ แก้ว ไม้หรือพลาสติกได้นาน ~4-5 วัน (ณ.อุณหภูมิห้อง), 4 องศา ~28วัน, ถ้า >30องศา อายุจะสั้นลง ความชื้น>50% จะมีชีวิตอยู่ได้ดีกว่า30% 2. Medication : คือ การแนะน าการใช้ยา ข้อควรระวัง ในการใช้ยา สังเกตภาวะแทรกซ้อน รวมทั้ง ข้อห้ามการใช้ยา ด้วย แนวทำงกำรใช้ยำและกำรดูแลสุขภำพในผู้ป่วยโรคและ อำกำรที่ผู้ป่วยต้องเฝ้ำระวังและรีบแจ้งให้แพทย์ทรำบ ยาบรรเทาตามอาการ 1. ยาพาราเซตามอล โดยให้กินยาพาราเซตามอลทันทีเมื่อมี ไข้ หรือมีไข้สูงเกิน 37 องศาเซลเซียส เนื่องจากนอกจาก อาการโควิด-19 การมีไข้สูงอาจท าให้เกิดอันตรายได้ เช่น หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายอ่อนเพลีย หรือร่างกายขาดน้ า 2. ยาฟ้าทะลายโจร เป็นยารับประทานเพื่อบรรเทาอาการของ โควิด-19 ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มี ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง/โรคร่วมส าคัญ รับประทาน ฟ้าทะลายโจรที่มีแอนโดรกราโฟไลต์180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งกินวันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร เป็นเวลา 5 วัน ข้อควรระวัง : - ไม่ควรกินเกิน 5 วัน หลังกินยาฟ้าทะลายโจรไป 3 วัน หาก อาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์กรณีแพทย์สั่งให้รับประทานยา ต้านไวรัสแล้ว ต้องหยุดกินยาฟ้าทะลายโจรทันที - ไม่ควรกินยาฟ้าทะลายโจร ร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาต้าน การแข็งตัวของเลือด หรือยาลดความดัน อาการข้างเคียง : ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ ใจสั่น เบื่อ อาหาร เวียนศีรษะ อาจเกิดลมพิษหรือ anaphylaxis (พบ น้อย) 3. ยาคลอเฟนิรามีนเป็นยาช่วยลดน้ ามูก ใช้ตามค าแนะน า ของแพทย์หรือเภสัชกร ขนาดและระยะเวลาการใช้ยาขึ้นกับ ชนิดและความรุนแรงของภาวะโรค อาการข้างเคียง: วิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม มึนงง มองเห็นไม่ชัด อาจท าให้เกิดอาการคอ ปาก แห้งหรือตาแห้งร่วมด้วย ความ ดันโลหิตต่ า ท้องผูก อาจท าให้เกิดปัสสาวะคั่งหรือปัสสาวะ ยาก 4. ยาน้ าบรรเทาอาการไอ ใช้ตามค าแนะน าของแพทย์หรือ เภสัชกร ขนาดและระยะเวลาการใช้ยาขึ้นกับชนิดและความ เภสัชกร พยาบาล
51 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป รุนแรงของภาวะโรค 5. ผงเกลือแร่ ช่วยทดแทนการสูญเสียเกลือแร่ มีคุณสมบัติใน การช่วยเพิ่มพลังงาน เกลือแร่ และน้ าในร่างกาย รวมทั้ง ป้องกันความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการสูญเสียน้ า และเกลือ แร่จากอาการท้องเสีย หรือ อาเจียน ให้ชงเกลือแร่ ORS ผสม น้ าต้มสุก น้ าสะอาด จิบเรื่อย ๆ ทั้งวัน (ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต และโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อน) ยาต้านไวรัส 1. Remdesivir เป็นยาต้านไวรัสที่ยับยั้งการเพิ่มจ านวนไวรัส วันที่ 1 : 200 มก. หยดยาทางหลอดเลือดด า 2 ชั่วโมง วันละ ครั้ง วันที่ 2-5 : 100 มก. หยดยาทางหลอดเลือด 1 ชั่วโมง วันละ 1 ครั้ง ให้ยาเป็นระยะเวลา 5 วัน และถ้ามีอาการรุนแรงพิจารณาให้ 10 วัน อาการข้างเคียง: อาจพบอาการท้องผูก ค่าบิลลิรูบินเพิ่มขึ้น ค่าเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น น้ าตาลในเลือดสูง และอาจเกิดภาวะภูมิ ไวเกิน (hypersensitivity reaction) ที่สัมพันธ์กับอัตราเร็ว ในการหยดยา จึงต้องหยดยาช้า ๆ ภายใน 1-2 ชั่วโมง 2. Molnupiravir 200 mg/cap เป็นยาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจ านวนของ เชื้อไวรัส SAR CoV2 ที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อโควิด-19 วิธีการรับประทานยา : ก าหนดเวลารับประทานยาให้ตรงกัน ในทุกวัน เช่น เวลา 8.00 น. และ 20.00 น.โดยรับประทาน พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ขนาดยาที่ใช้ : รับประทานครั้งละ 800 mg (4 แคปซูล) ทุก 12 ชั่วโมง ระยะเวลาในการรักษา : 5 วัน อาการข้างเคียง:คลื่นไส้ อาเจียนท้องเสียมึนงง เวียนศีรษะผื่น ผื่นลมพิษ ภาวะภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรือภาวะภูมิไวเกิน ค าเตือนพิเศษและข้อควรระวังในการใช้ยา : เพศหญิง : ผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์ แนะน าให้คุมก าเนิดใน ระหว่างรับการรักษาและกักตัวจนครบ 10 วัน เพศชาย : ผู้มีเพศสัมพันธ์กับสตรีวัยเจริญพันธุ์แนะน าให้ คุมก าเนิดระหว่างการใช้ยาและหลังครบการรักษาเป็นเวลา 3 เดือน
52 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ข้อห้ามให้ยา : หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีประวัติ แพ้ยาโมลนูพิราเวียร์หรือส่วนประกอบในต ารับยา ลืมรับประทานยา : หากผู้ป่วยลืมรับประทานยาโมลนูพิรา เวียร์ ตามเวลาและนึกได้ภายใน 10 ชั่วโมง ให้รับประทานยา ทันทีที่นึกขึ้นได้แต่หากลืมรับประทานยาโมลนูพิราเวียร์ นาน เกิน 10 ชั่วโมง ให้รอรับประทานมื้อถัดไปตามเวลาการให้ยา ปกติโดยข้ามมื้อที่ลืมไป ผู้ป่วยไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า เพื่อชดเชยมื้อยาที่ลืมรับประทาน 3. Paxlovid®: Nirmatrelvir150 mg/Ritonavir 100 mg เป็นยาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเพิ่มจ านวนของ เชื้อไวรัส SAR CoV2 ที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อโควิด-19 ขนาดยาที่ใช้และวิธีรับประทานยา: ผู้ป่วยไตปกติ - Nirmatrelvir 150 mg (เม็ดสีชมพู) 2 เม็ด + Ritonavir 100 mg (เม็ดสีขาว) 1 เม็ดทุก 12 ชั่วโมง เวลา08.00น.รับประทานด้านสีเหลือง เม็ดสีชมพู2 เม็ด+ เม็ดสีขาว 1 เม็ด เวลา 20.00 น. รับประทานด้านสีฟ้าเม็ดสีชมพู 2 เม็ด+ เม็ดสีขาว 1 เม็ด ผู้ป่วยไตบกพร่องเล็กน้อย - Nirmatrelvir 150 mg (เม็ดสีชมพู) 1 เม็ด + Ritonavir 100 mg (เม็ดสีขาว) 1 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง เวลา08.00น.รับประทานด้านสีเหลือง เม็ดสีชมพู 1เม็ด+ เม็ดสีขาว 1 เม็ด เวลา20.00น.รับประทานด้านสีฟ้าเม็ดสีชมพู 1 เม็ด + เม็ด สีขาว 1 เม็ด ก าหน ดเวล ารับ ป ระท าน ย าให้ ต รงกันในทุ ก วัน โด ย รับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ควรกลืนยาทั้งเม็ด และห้ามเคี้ยว หักหรือบดเม็ดยา ระยะเวลาในการรักษา : 5 วัน อาการข้างเคียง: คลื่นไส้ อาเจียนท้องเสียการรับรสผิดปกติมึน งงผื่น ผื่นลมพิษ ภาวะภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรือภาวะภูมิไว เกิน ค าเตือนพิเศษและข้อควรระวังในการใช้ยา : เพศหญิง : วัยเจริญพันธุ์แนะน าให้คุมก าเนิดระหว่างการใช้ยา และหลังครบการรักษ าเป็นระยะเวลา 1 รอบของการมี
53 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ประจ าเดือนหลังรับยา ข้อห้ามให้ยา : หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรผู้ป่วยที่มีประวัติ แพ้ยาแพ็กซ์โลวิดหรือส่วนประกอบในต ารับยาผู้ป่วยที่มีภาวะ ตับ/ไต บกพร่องรุนแรง ลืมรับประทานยา : - หากลืมรับประทานยาแพ็กซ์โลวิด น้อยกว่า 8 ชั่วโมง : ควร รับประทานยาครั้งที่ลืมให้เร็วที่สุดที่นึกได้และรับประทานยา มื้อถัดไปตามเวลาปกติ - หากลืมรับประทานยาแพ็กซ์โลวิด มากกว่า 8 ชั่วโมง : งด มื้อที่ลืมและรับประทานยามื้อถัดไปตามเวลาปกติ ยาโรคประจ าตัว ส าหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจ าตัว ควรวางแผนเรื่องของยาให้มียา ทานต่อเนื่อง 1-2 เดือน เพื่อลดการเดินทางไปโรงพยาบาล และลดการก าเริบของโรค 3. Environment : คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมให้ เหมาะสมกับภาวะ สุขภาพของผู้ป่วย จัดการปัญหาด้าน เศรษฐกิจ - การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ระบาด - งดหรือหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง 608 หากไม่ สามารถหลีกเลี่ยง จะต้องสวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลา - ไม่ให้บุคคลอื่นมาเยี่ยม - อยู่ในห้องส่วนตัวตลอดเวลา - ใช้ห้องน้ าแยกจากผู้อื่น กรณีแยกไม่ได้ให้ควรใช้ห้องส้วมเป็น คนสุดท้าย ท าความสะอาดโถส้วม อ่างล้างมือ หลังใช้ส้วม ให้ ปิดโถ ก่อนกดชักโครกทุกครั้ง - การท าความสะอาดห้องน้ า &โถสุขภัณฑ์ ด้วยน้ าและ 5% โซเดียมไฮโปคลอไลด์ - แยกสิ่งของส่วนตัวไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น - ซักเสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู ฯลฯ ด้วยน้ า & สบู่ / ผงซักฟอก - ทิ้งหน้ากากอนามมัย &ขยะปนเปื้อน ในถุงพลาสติก ปิดปาก ถุงให้สนิทก่อนทิ้ง พยาบาล 4. Treatment: คือ ทักษะที่เป็นตาม แผนการรักษา สังเกต อาการผิดปกติ - วัดไข้ & O2 ในเลือดทุกวัน เช้า - เย็น ถ้ามีไข้ > 37.5 องศา หากอาการแย่ลง ให้รีบติดต่อรพ.(ไม่ใช้รถโดยสาร สาธารณะ &ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา) - หากการเดินทางไปพื้นที่ระบาดมาในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่าน มาหรือเป็นผู้สัมผัสโรคผู้ป่วยควรวัดไข้เพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ พยาบาล 5. Health: คือ การ ส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพ - ต้องสวมหน้ากากอนามัย & อยู่ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร - ไอจาม (กรณีสวมหน้ากากอนามัยอยู่ ไม่ต้องเอามือมาปิด พยาบาล
54 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ทางด้านร่างกาย และ จิตใจ ตลอดจนการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ต่าง ๆ ปาก) หากไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยให้ใช้ต้นแขนด้านในปิด ปากและจมูก - ถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือล้างมือด้วยสบู่และน้ าเป็น ประจ า - ให้นมบุตรได้(กรณีมารดาให้นม) - หากพ้นระยะการกักตัว 10 วัน ให้ปฏิบัติตนวิถีใหม่โดย ยึด หลัก D-M-H-T-T-A - เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มหลักและเข็มกระตุ้นตามที่กระทรวง สาธารณสุขก าหนด ผลกระทบด้านจิตใจ ผลกระทบด้านครอบครัว ผลกระทบด้านสังคมเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อการด าเนินชีวิตประจ าวัน อาจกลายเป็นผู้ที่ พึ่งพาบุคคลอื่น 6. Outpatient : คือ การมาตรวจตามนัด การ ติดต่อขอความช่วยเหลือ สถานพยาบาล ใกล้บ้าน ภาวะฉุกเฉินการส่งต่อให้ รับการดูแลต่อเนื่อง - เขียนค าสั่งใช้ใช้ยากลับบ้าน/เอกสารประกอบการใช้ยา - ออกใบนัด, ใบ Lab, ใบรับรองแพทย์, เอกสารส่งตัว - จัดท ากระบวนการ Medication Reconciliation - จัดเตรียมยากลับบ้านตามใบสั่ง - ให้ค าแนะน าการใช้ยา/ประเมินความรู้ความเข้าใจการใช้ยา ผู้ป่วยและญาติ - แจ้งผู้ดูแล/ญาติ การเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยกลับบ้าน - ประสานศูนย์ referประสานส่ง/ต่อ หน่วยปฐมภูมิในการ เยี่ยมบ้านการดูแลรักษาต่อเนื่องหลังออกจากรพ. - การติดต่อขอความช่วยเหลือสถานพยาบาลใกล้บ้านในกรณี - เกิดภาวะฉุกเฉินตลอดการส่งต่อรพ.สต. - วันนัด............................หน่วยงาน........................... แพทย์…….................................……………… แพทย์ พยาบาล PCU 7. Diet : คือ การเลือก รับประทานอาหาร เหมาะสมกับโรค งด อาหารที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ - ไม่ร่วมรับประทานอาหารกับผู้อื่น - ไม่รับประทานอาหารร่วมกับคนในครอบครัว ควรตักแบ่ง อาหารมารับประทานต่างหาก - เก็บล้างภาชนะด้วยน้ ายาล้างจาน ผึ่งให้แห้งและตากแดด พยาบาล
55 ตัวชี้วัด 1. ผู้ป่วยได้รับการวางแผนจ าหน่าย ≥ 80 % 2. ผู้ป่วยได้กลับบ้านภายใน 12.00 น. ≥ 50 % 3. ความพึงพอใจ ผู้ป่วยและญาติ ในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยและการให้บริการ ≥ 80 % 4.ความพึงพอใจ ของบุคลากรทางการพยาบาล ในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วย ≥ 80 % ข้อมูลทำงคลินิกที่ต้องเก็บ 1. จ านวนผู้ป่วย COVID-19 คะแนน DPS 2. จ านวนวันนอนผู้ป่วย COVID-19 3. จ านวนผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการวางแผนจ าหน่าย 4. จ านวนผู้ป่วย COVID-19 ผู้ป่วยได้กลับบ้านภายใน 12.00 น. 5. ข้อมูลความพึงพอใจผู้ป่วยและญาติในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยและการให้บริการ 6. ข้อมูลความพึงพอใจของบุคลากรทางการพยาบาล ในการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วย เอกสำรอ้ำงอิง แนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) ส าหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขโดย คณะท างานด้านการ รักษาพยาบาลและ การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับ คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะ แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ (คณะกรรมการก ากับดูแลรักษาโควิด-19) ฉบับปรับปรุง วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 แนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส าหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขโดย คณะท างานด้านการรักษาพยาบาลและการป้องกันการ ติดเชื้อในโรงพยาบาล กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับ คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ (คณะกรมการก ากับดูแลรักษาโควิด-19)ฉบับปรับปรุง วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566
56 แนวทำงกำรวำงแผนจ ำหน่ำยผู้ป่วยโรคไตวำยเรื้อรังที่ล้ำงไตทำงช่องท้องแบบถำวร (CAPD) เกณฑ์วำงแผนจ ำหน่ำย 1. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่วางสาย TK on CAPD รายใหม่ทุกราย 2. ผู้ป่วยในที่ท า APD รายใหม่ในหอผู้ป่วย หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 1. Diagnosis (D) : การ ให้ความรู้ในเรื่องโรคที่ เป็นอยู่ รวมถึงสาเหตุ อาการ โรคไตวายเรื้อรังโดยการล้างไตทางช่องท้องแบบถาวร (CAPD) โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากภาวะที่มีการท าลายเนื้อไต ช้า ๆท าให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลงอย่างต่อเนื่อง ระยะ เวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี เป็นการท าลายแบบถาวร ท า ให้ไตค่อยๆ มีขนาดเล็กลง ไตไม่สามารถฟื้นมาท าหน้าที่ได้ ปกติ ดูได้จากค่าอัตราการกรองของไตที่ผิดปกติ มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป การรักษาที่ส าคัญส าหรับผู้ป่วยคือ การบ าบัด ทดแทนท าหน้าที่แทนไตในการขับของเสีย การล้างไตทาง ช่องท้องแบบถาวรเป็นวิธีการรักษาช่วยในการบ าบัดทดแทน ท าหน้าที่แทนไตในการขับของเสียอีกรูปแบบหนึ่งโดยใช้ น้ ายา ท าหน้าที่แลกเปลี่ยนของเสียแทนไต (CAPD) โดย ผู้ป่วยจะต้องใส่น้ ายาล้างไต (CAPD) เข้าไปในช่องท้อง ตนเอง ครั้งละ 1-2 ลิตร ความถี่ 3-4 ครั้ง/วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สภาพของผู้ป่วย ต้องมีการประเมินทุกราย สาเหตุการเกิดโรคส่วนใหญ่มาจากการรับประทานอาหารที่มี ปริมาณโซเดียมสูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงไตวายได้ง่ายขึ้นอีก ด้วยและมีสาเหตุจากโรคดังนี้ 1. โรคเบาหวาน 2. ความดันโลหิตสูง 3. โรคเกาต์ 4. โรคนิ่วในไต เป็นต้น 5. โรคทางพันธุกรรม อาการไตวายเรื้อรังอาการจะเริ่มมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็น ค่อยไปในเวลาหลายปี ในช่วงแรกอาจไม่มีอาการใด ๆ มี อาการเพียงเล็กน้อย การรักษาทางยาช่วยประคับประคอง ให้อาการทุเลา แต่อาการแสดงจะเริ่มแย่ลงเมื่อโรคมีความ รุนแรงขึ้นโดยอาการของ โรคไตวายเรื้อรังที่พบได้บ่อย ได้แก่ 1. เบื่ออาหาร 2. คลื่นไส้อาเจียน 3. ซีด คัน บวมตามร่างกาย แพทย์ พยาบาล
57 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 4. อึดอัด หอบ เหนื่อย 5. นอนราบไม่ได้ เนื่องจากร่างกายมีของเสียคั่งค้าง 6. เกิดการเสียสมดุลของน้ า เกลือแร่ กรดด่าง และฮอร์โมน ของร่างกาย 2. Medication: คือ การแนะน าการใช้ยา ข้อควรระวัง ในการใช้ ยา สังเกต ภาวะแทรกซ้อน รวมทั้ง ข้อห้ามการใช้ยาด้วย แนวทำงกำรใช้ยำและกำรดูแลสุขภำพในผู้ป่วยโรคไต เรื้อรังที่ล้ำงช่องท้องด้วยน้ ำยำหน้ำท้อง (CAPD) ให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการใช้ยา และความร่วมมือของ ผู้ป่วยในการรักษา ซึ่งเป็นปัจจัยส าคัญที่ส่งผลกระทบต่อ ผลลัพธ์การให้ยา ผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลที่ส าคัญเกี่ยวกับการ ใช้ยาทุกครั้งเมื่อเริ่มให้ยา ปรับขนาดยา และอาจให้ข้อมูล ต่าง ๆ เป็นระยะจนผู้ป่วยสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมใน การดูแลตนเองได้ ข้อมูลส าคัญเกี่ยวกับการใช้ยามีดังนี้ 1. ชื่อยาและขนาดที่ใช้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและ เพิ่มความร่วมมือต่อการรักษา 2. ข้อบ่งใช้หรือวัตถุประสงค์ของการใช้ยา 3. วิธีรับประทานยาและข้อควรระวัง 4. ข้อควรปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา 5. อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบได้ สิ่งที่ควรสังเกตและข้อ ควรปฏิบัติหากพบอาการเหล่านี้ 6. การเก็บรักษาอย่างถูกต้อง การรักษาด้วยยา เพื่อบรรเทาอาการ ลดการก าเริบ และเพิ่ม คุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตาม อาการและระดับความรุนแรงของโรคและสภาวะของผู้ป่วย ได้แก่ 1. ยาลดความดันโลหิต 2. ยาลดการดูดซึมฟอสเฟต ได้แก่ Calcium carbonate, Aluminium hydroxide, Lanthanum, Sevelamer Carbonate 3. ยาขับปัสสาวะ ได้แก่ furosemide อาการข้างเคียง ได้แก่ ตะคริวที่ขา มึนงง โพแทสเซียมใน เลือดต่ า ระดับยูริคในเลือดสูง ความดันโลหิตต่ า 4. ยาวิตามิน - ธาตุเหล็ก ได้แก่ ferrous fumarate, FBC - วิตามินอื่น ๆ ได้แก่ folic, MTV 5. ยาลดไขมันในเลือด ได้แก่ simvastatin, atorvastatin 6. ยาปรับสมดุลกรด-ด่าง ได้แก่ sodamint เภสัชกร พยาบาล
58 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 7. ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ได้แก่ Erythropoietin อำกำรที่ผู้ป่วยต้องเฝ้ำระวังและรีบแจ้งให้แพทย์ทรำบ - มีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ - หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ - แดง อักเสบ บวม บริเวณต าแหน่งที่เปลี่ยนน้ ายาล้างไต ค ำแนะน ำกำรปฏิบัติตัว ปรับพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ลดน้ าหนัก งดสูบบุหรี่ ออก ก าลังกาย และหลีกเลี่ยงสารเคมี ยา สมุนไพร อาหารเสริม ยาหม้อ ยาชุด ที่อาจส่งผลผลเสียต่อไตและการรักษาโรค 3. Environment: คือ การจัดการสิ่งแวดล้อม ให้ เหมาะสมกับภาวะ สุขภาพของผู้ป่วย จัดการปัญหาด้าน เศรษฐกิจ โรคไตวายเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นสภาวะความเจ็บป่วยเรื้อรังแต่สามารถบรรเทาอาการ ของโรค สิ่งส าคัญคือการป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อน รวมถึงอาการก าเริบเฉียบพลันได้ในการด าเนินชีวิตประจ าวัน ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยการดูแลสภาวะ แวดล้อมได้ดังนี้ 1. การจัดบ้านเรือนที่อยู่อาศัยส าหรับผู้ป่วยที่มีการรักษาโดย การล้างไตทางช่องท้องแบบถาวร คือ ต้องมีห้องหรือพื้นที่ เฉพาะแยกเป็นสัดส่วน ไม่มีฝุ่น สะอาด มีการดูแลความ สะอาด 2. สถานที่ มีการระบาย และอากาศถ่ายเทได้ดี มีแสงแดด อ่อนๆส่องถึง ไม่อับชื้น 3. หลีกเลี่ยงการเข้าไปที่ชุมชนที่มีผู้คนจ านวนมากและแออัด เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ พยาบาล 4. Treatment: คือ ทักษะที่เป็นตาม แผนการรักษา สังเกต อาการผิดปกติ การวินิจฉัยโรคไตวายเรื้อรัง ขั้นแรกแพทย์จะท าการซักประวัติผู้ป่วยครอบครัว การ รับประทานอาหาร การใช้ยาในการรักษาโรค และการใช้ อาหารเสริม ประวัติความเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การรักษาตรวจร่างกาย ตรวจผลทาง ห้องปฏิบัติการน าผลทั้งหมดมาวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคได้ อย่างถูกต้อง การรักษาโรคไตวายเรื้อรังมีทั้งหมด 4 วิธี คือ 1. การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ บรรเทาอาการ ลดการก าเริบ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับ ผู้ป่วย ซึ่งการเลือกใช้ยาจะเป็นไปตามอาการและระดับความ รุนแรงของโรค การรักษาด้วยยา เช่น ยาลดการดูดซึม ฟอสเฟต ยาขับปัสสาวะ ยารักษาภาวะโลหิตจางยาลดความ ดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด และการให้ยาปรับสมดุลกรด พยาบาล
59 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ด่าง การปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ าหนัก งดสูบบุหรี่ ออก ก าลังกาย และหลีกเลี่ยงสารหรือยาที่มีผลเสียต่อไต 2. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) เป็น การน าเลือดที่มีของเสียคั่งค้างอยู่ มาผ่านกระบวนการกรอง เลือด เพื่อแยกของเสียออกจากเลือด จากนั้นค่อยน าเลือดที่ ถูกกรองจนสะอาดดีแล้ว คืนสู่ร่างกายผู้ป่วย 3. การล้างช่องท้องด้วยน้ ายา (CAPD) โดยผู้ป่วยจะต้องใส่ น้ ายา CAPD เข้าไปในช่องท้องตนเอง ครั้งละ 2 ลิตร ความถี่ 3-4 ครั้ง/วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วย 4. ก ารป ลูก ถ่ ายไต (Kidney Transplantation) คือ วิ ธี รักษาโรคไตวายเรื้อรังขั้นสุดท้ายและให้ผลดีที่สุด 5. Health: คือ การ ส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพ ทางด้านร่างกาย และ จิตใจ ตลอดจนการ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ต่าง ๆ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่รักษาโดยการล้างไตทางช่องท้อง แบบถาวร มีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อด้วยหลายเหตุผล อาจจากเทคนิคการล้างไต หรือภูมิต้านทานของร่างกาย อ่อนแอลง สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติต้องมีความรู้ในการดูแล ตนเองและอาหารที่เหมาะสม เช่น 1. อาหารจ าพวกแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ให้เพียงพอทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มและของหมักดอง หลีกเลี่ยงอาหารที่ มีปริมาณฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง เมล็ดถั่ว หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารใส่กะทิ เค้ก 2. แยกของใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่องท้องและล้างมือ บ่อย ๆ 3. ผู้ป่วยและญาติล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองได้อย่าง ถูกต้อง 4. มีการดูแลเรื่องสุขภาพจิต ความวิตกกังวล ความเครียด โดยปรึกษาแพทย์เพื่อได้ยาคลายเครียด ยานอนหลับ เพื่อให้ พักผ่อนได้อย่างเต็มที 5. การออกก าลังกายที่เหมาะสมกับความเจ็บป่วย พยาบาล 6. Outpatient: คือ การมาตรวจตามนัด การ ติดต่อขอความช่วยเหลือ สถานพยาบาล ใกล้บ้าน ภาวะฉุกเฉินการส่งต่อ ให้รับการดูแลต่อเนื่อง 1. การมาตรวจตามที่แพทย์นัด 2. ข้อมูลแหล่งขอความช่วยเหลือหรือแหล่งประโยชน์ 3. การดูแลต่อเนื่องภายหลังจ าหน่าย 4. การส่งต่อข้อมูลแผนการดูต่อเนื่องภายหลังจ าหน่าย 5. เบอร์โทรศัพท์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 1669 6. เบอร์โทรศัพท์ห้องล้างไตทางหน้าท้อง 080-4752404 วิธีล้างไตทางหน้าท้องด้วยตัวเองที่บ้าน 1. ขั้นตอนที่ 1: ต่อน้ ายาล้างไต แพทย์ พยาบาล PCU
60 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 2. ขั้นตอนที่ 2 : ปล่อยน้ ายาล้างไต 3. ขั้นตอนที่ 4 : เติมน้ ายาล้างไต 4. ขั้นตอนที่ 5 : ปลดสายต่อและถุงน้ ายาต่าง ๆ 7. Diet : คือ การเลือก รับประทานอาหาร เหมาะสมกับโรค งด อาหารที่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ อาหารที่เหมาะสมส าหรับผู้ป่วยโรคไต ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง แม้จะมีการรักษาบ าบัดทดแทนไตแล้ว ด้วยวิธีการต่างๆ แต่เรื่องการควบคุมอาหารเป็นเรื่องส าคัญ ที่สุดและอาหารที่เหมาะสมกับโรคก็คือ 1. อาหารจ าพวกแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ให้เพียงพอทุกมื้อ 2. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มและของหมักดอง 3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ เครื่องใน สัตว์ ไข่แดง เมล็ดถั่วต่างๆทุกชนิด นม อาหารแปรรูป อาหารกระป๋อง หรือเครื่องดื่ม ที่อาจจะมีการใส่สาร ฟอสฟอรัสในรูปแบบของสารปรุงแต่งหรือสารกันบูด 4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูงได้แก่ ถั่วเมล็ด แห้ง นมและผลิตภัณฑ์จากนมกล้วยหน่อไม้ฝรั่ง คะน้าเป็น ต้น 5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารใส่กะทิ เค้ก 6. การจ ากัดน้ าอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ าเกิน พยาบาล ตัวชี้วัด 1. ผู้ป่วยโรคไตได้รับการวางแผนจ าหน่าย > 80% 2. ผู้ป่วยโรคไตจ าหน่ายได้ตามแผนจ าหน่าย > 80% 3. ผู้ป่วย/ญาติมีความพึงพอใจในการรับบริการ > 80% 4. Readmission rate < 3% 5. อุบัติการณ์การเกิด ภาวะ external bleeding exit site 6. อุบัติการณ์การเกิด ภาวะ internal bleeding exit site ข้อมูลทำงคลินิกที่ต้องเก็บ 1. จ านวนผู้ป่วยโรคไตที่ท า CAPD 2. จ านวนวันนอนผู้ป่วยโรคไตที่ท า CAPD 3. จ านวนผู้ป่วยที่มีภาวะ external bleeding exit site (หลังวางสายมีเลือดออกในแผล) 4. จ านวนผู้ป่วยที่มีภาวะ internal bleeding exit site (หลังวางสายและมีเลือดออกในช่องท้อง)
61 แนวทำงกำรวำงแผนจ ำหน่ำยผู้ป่วยปลูกถ่ำยไต (kidney transplantation) เกณฑ์วำงแผนจ ำหน่ำย 1. ผู้ป่วย KT รายใหม่ 2. ผู้ป่วย KT รายเก่าที่มีคะแนน DPS ≥ 11 คะแนน 3. ผู้ป่วย KT รายเก่าที่นอนโรงพยาบาลด้วยปัญหาด้านยา หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 1. Diagnosis (D) : การให้ความรู้ในเรื่อง โรคที่เป็นอยู่ รวมถึง สาเหตุ อาการ การผ่าตัดปลูกถ่ายไต คือ การผ่าตัดไตของผู้บริจาคที่มีชีวิต (Living related kidney transplantation) ห รื อ จ า ก ผู้ บ ริ จ า ค ที่ ส ม อ ง ต า ย ( Deceased donor kidney transplantation) แต่ไตยังท างานเป็นปกติอยู่มาให้แก่ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายโดยที่ไม่จ าเป็นต้องผ่าตัดน า ไตเก่าของผู้ป่วยออก ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนี้ 1. ภาวะปฏิเสธไตหรือการสลัดไต 2. ภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ 3. ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหัวใจและเส้นเลือดร่างกายหรือ เกิดจากการคั่งของเลือด แพทย์ พยาบาล 2. Medication: คือ การแนะน าการใช้ ยา ข้อควรระวัง ในการ ใช้ยา สังเกต ภาวะแทรกซ้อน รวมทั้ง ข้อห้ามการใช้ ยาด้วย แนวทำงกำรใช้ยำและกำรดูแลสุขภำพในผู้ป่วยปลูกถ่ำย ไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตควรได้รับค าแนะน า (Counselling) เกี่ยวกับการใช้ยากดภูมิคุ้มกันและยาที่ได้รับร่วมด้วย โดยใช้ ภาษาที่เข้าใจง่าย เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถพูดคุยเพื่อ เสริมสร้างและตรวจสอบความเข้าใจและทัศนคติเกี่ยวกับ การใช้ยา โดยครอบคลุมข้อมูลส าคัญต่าง ๆ ได้แก่ 1. ชื่อยาและขนาดที่ใช้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ยา บางชนิดมีหลายความแรง หลายขนาด หรือสีคล้ายกันมาก และเพิ่มความร่วมมือต่อการรักษา 2. ข้อบ่งใช้หรือวัตถุประสงค์ของการใช้ยาที่มีความจ าเพาะ เจาะจงต่อสภาวะของตนเอง 3. วิธีรับประทานยาและข้อควรระวังในการรับประทานยา แต่ละชนิด 4. ข้อควรปฏิบัติเมื่อลืมรับประทานยา 5. อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบได้ สิ่งที่ควรสังเกตและข้อ ควรปฏิบัติหากพบอาการผิดปกติที่ควรแจ้งแพทย์ 6. การเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ควรเก็บรักษายาอย่าง เหมาะสม มีฉลากระบุข้อมูลส าคัญที่จ าเป็นต้องทราบ 7. ข้อควรปฏิบัติเมื่อผู้ป่วยไม่ได้รับยากดภูมิ ในกรณีที่ลืม เภสัชกร พยาบาล
62 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป รับประทานยา และเกิดปัญหาเฉพาะหน้า เช่นการอาเจียน หลังรับประทานยา รายการยาที่ผู้ป่วยปลูกไตจะได้รับ 1.ยากดภูมิ(immunosuppressants) ได้แก่ - Calcineurin inhibitor ▪ Neoral® (Cyclosporine), อาการข้างเคียง ได้แก่ พิษต่อไต ความดันโลหิตหรือระดับ ไขมันในเลือดสูงขึ้น มีขนขึ้นมากกว่าปกติ เหงือกบวม หรือ มีเลือดออกตามไรฟัน ▪ Prograf® (Tacrolimus: FK 506) อาการข้างเคียง ได้แก่ พิษต่อไต มือสั่น เหงือกเจริญผิดปกติ ผมร่วง ความดันโลหิตสูง ระดับน้ าตาลในเลือดสูง - Antiproliferative agents ได้แก่ Cellcept® (Mycophenolate Mofetil: MMF) อาการข้างเคียง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวต่ า กดการท างานไขกระดูก - Corticosteroid ได้แก่ Prednisolone อาการข้างเคียง ได้แก่ คลื่นไส้ แผลในทางเดินอาหาร สิว น้ าหนักขึ้น นอนไม่หลับ ระดับน้ าตาลในเลือดสูง ต้อกระจก - mTOR inhibitor ได้แก่ Certican® (everolimus) อาการข้างเคียง ได้แก่ เป็นแผลในปาก แผลหายช้า 2. ยาป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน - Antiviral ได้แก่ acyclovir, valganciclovir - Antibacterial ได้แก่ cotrimoxazole ผู้ป่วยควรสังเกต อาการแพ้ยา หากมีผื่นขึ้นตามร่างกาย เยื่อบุอ่อนเปื่อยหรือ มีไข้ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร พยาบาลทันที - Antifungal ได้แก่ fluconazole 3. กลุ่มยาอื่น ๆ เช่น - ยาที่ส่งผลเพิ่มระดับยากดภูมิ ได้แก่ ketoconazole, diltiazem - ยาโรคประจ าตัว - ยารักษาตามอาการ เช่น ยาระบาย - ยาบ ารุงเลือด วิตามิน อำกำรที่ผู้ป่วยต้องเฝ้ำระวังและรีบแจ้งให้แพทย์ทรำบ - มีไข้ไอ เหนื่อย หอบ หายใจล าบาก - คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ถ่ายเหลว ติดต่อกันหลายวัน
63 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป - ผื่นขึ้นตามร่างกาย เยื่อบุอ่อนเปื่อยหรือมีไข้ร่วมด้วย ค ำแนะน ำกำรปฏิบัติตัว - ควรรับประทานยาอย่างสม่ าเสมอ ตรงเวลา และเฝ้าระวัง อาการผิดปกติด้วยตนเอง - หากมีโรคประจ าตัวอื่นจะต้องใช้ยารักษาโรคนั้นร่วมด้วย และแจ้งแพทย์ผู้รักษา - หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล คลินิก ร้านยา ให้แจ้ง ว่ารับประทานยากดภูมิคุ้มกัน - หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้ม ยาหม้อ ยาลูกกลอน อาหารเสริม สมุนไพร ยาอื่น ๆ เนื่องจากอาจมีผลต่อการรักษาโรค 3. Environment: คือ การจัดการสิ่งแวดล้อม ให้ เหมาะสมกับภาวะ สุขภาพของผู้ป่วย จัดการปัญหาด้าน เศรษฐกิจ -การจัดอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้าน -การจัดการห้องน้ าส าหรับผู้ป่วย -การเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน -การใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลต่าง ๆ -แหล่งสนับสนุนทางสังคมในชุมชนของผู้ป่วย พยาบาล 4. Treatment: คือ ทักษะที่เป็นตาม แผนการรักษา สังเกต อาการผิดปกติ ข้อควรปฏิบัติหลังปลูกถ่ายไตในช่วงเดือนแรก 1. การบันทึกในแบบบันทึกประจ าวัน เพื่อติดตามอาการ ประกอบด้วย - บันทึกความดันโลหิตก่อนอาหารเช้าและก่อนอาหารเย็น - บันทึกปริมาณปัสสาวะ ลักษณะ สี กลิ่น - บันทึกชนิดของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน - การสังเกตและเฝ้าระวังอาการผิดปกติ 2. เมื่อรู้สึกว่ามีไข้ ให้วัดอุณหภูมิร่างกาย ค่าปกติไม่ควรสูง กว่า 37.5 องศาเซลเซียส พยาบาล 5. Health: คือ การ ส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพ ทางด้านร่างกาย และ จิตใจ ตลอดจนการ ป้องกันภาวะแทรก ซ้อนต่าง ๆ การปฏิบัติกิจวัตรและกิจกรรม - ไม่ยก ลาก ดึงสิ่งของที่มีน้ าหนัก 2-7 กิโลกรัมใน 6 สัปดาห์แรก - หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณแผลผ่าตัด - สามารถขับรถ/คาดเข็มขัดนิรภัยได้ เมื่อไม่มีอาการปวด แผลผ่าตัดหลัง 4 สัปดาห์ - สามารถท างานหรือไปเรียนได้เมื่อสภาพผู้ป่วยพร้อม ประมาณ 2-3 เดือน - หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การอยู่กับ บุคคลที่มีอาการ ไอ เป็นหวัดหรือมีภาวะติดเชื้อ ถ้าจ าเป็น ควรสวมหน้ากากอนามัย พยาบาล
64 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป - การมีเพศสัมพันธ์ - การตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเนื่องจากยาบางตัวมี ผลเสียกับเด็กในครรภ์ - การท่องเที่ยว แนะน าให้เดินทางท่องเที่ยวหลังจากผ่าตัด ปลูกถ่ายไตประมาณ 3 เดือน - การดูแลรักษาผิวหนังและเส้นผม - การออกก าลังกายหลังผ่าตัดปลูกถ่ายไต 6. Outpatient : คือ การมาตรวจตามนัด การติดต่อขอความ ช่วยเหลือ สถานพยาบาล ใกล้ บ้าน ภาวะฉุกเฉินการ ส่งต่อให้รับการดูแล ต่อเนื่อง - การมาตรวจตามนัด - ข้อมูลแหล่งขอความช่วยเหลือหรือแหล่งประโยชน์ :Line กลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายไต - การดูแลต่อเนื่องภายหลังจ าหน่าย - เบอร์โทรศัพท์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 1669 อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ก่อนนัด - ร่างกายมีไข้มากกว่า 37.8 องศาเซลเซียส - ความดันตัวบนสูงกว่า 180 หรือปวดศีรษะรุนแรง - ปัสสาวะมีสีเหลือเข้ม สีส้มหรือมีเลือดปน ปริมาณ ปัสสาวะน้อยกว่า 1 ลิตรต่อวัน - เจ็บบวมตึงบริเวณไตใหม่ กดเจ็บอาจมีอาการปวดหลัง ร่วมด้วย โดยเฉพาะอาการบวมแดงที่มองเห็นได้ชัด - น้ าหนักตัวเพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5-1 กิโลกรัม ใน 1 วัน ร่วมกับบวมตามตัว เช่น ขา หนังตา มือ เท้า - ไอติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ - หายใจล าบาก เหนื่อยหอบ - คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวติดต่อกันหลายวันอ่อนเพลีย - มีตุ่มคล้ายเริมขึ้นตามตัว แพทย์ พยาบาล PCU 7. Diet : คือ การเลือก รับประทานอาหาร เหมาะสมกับโรค งด อาหารที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพ - ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์ อาจท าให้ระดับน้ าตาลในเลือดสูงขึ้น ได้ ควรควบคุมน้ าหนักและปริมาณน้ าตาลในเลือดควบคู่ไป ด้วย - กินอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ให้ได้มากที่สุดในช่วงแรก เน้นผักต้มสุก ผลไม้ ถ้าไม่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงก็ กินได้ตามปกติ รับประทานอาหารปรุงสุก ไม่ควรกินอาหาร กึ่งสุก กึ่งดิบ ล้างผักและผลไม้ทุกครั้งก่อนรับประทาน เนื่องจากผู้ได้รับการปลูกถ่ายไตจะต้องกินยากดภูมิโอกาสที่ จะรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจึงเกิดได้ง่ายกว่าปกติ - ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เช่น สุรา ไวน์แดงและ น้ าผลไม้เกรฟรุต ทับทิมส้มโอเพราะจะท าให้ระดับยาไซ พยาบาล
65 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป โคลสปอรินสูงขึ้น - ดื่มน้ าให้ได้ปริมาณไม่น้อยกว่า 2 ลิตรต่อวัน - ลดเกลือ (โซเดียม) ควรจ ากัดอาหารไม่เค็มมาก ตัวชี้วัด 1. ผู้ป่วยปลูกถ่ายไตรายเก่า-รายใหม่จ าหน่ายได้ตามแผนจ าหน่าย > 80% 2. ผู้ป่วย/ญาติมีความพึงพอใจในการรับบริการ > 80% 3. Readmission rate < 3% ข้อมูลทำงคลินิกที่ต้องเก็บ 1. จ านวนผู้ป่วยปลูกถ่ายไตรายเก่า-รายใหม่ทุกราย 2. จ านวนวันนอนผู้ป่วยปลูกถ่ายไตรายเก่า-รายใหม่ 3. จ านวนผู้ป่วยที่ได้รับการวางแผนจ าหน่าย 4. ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติ 5. สาเหตุการ Readmission
66 แนวทำงกำรวำงแผนจ ำหน่ำยผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยำเคมีบ ำบัด (Chemotherapy) เกณฑ์กำรวำงแผนจ ำหน่ำย 1. ผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการรักษาด้วยการให้ยาเคมีบ าบัด หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 1. Diagnosis (D): การให้ความรู้ในเรื่อง โรคที่เป็นอยู่ รวมถึง สาเหตุ อาการ แพทย์ผู้รักษา - ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคมะเร็งสาเหตุ อาการและ อาการแสดง - ให้ข้อมูลแนวทางการรักษาและระยะเวลาในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจในการรักษาตามสิทธิผู้ป่วย พยาบาล 1. ประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง สาเหตุ อาการและอาการแสดง การรักษาด้วยยาเคมีบ าบัด และภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยยาเคมีบ าบัด 2. ประเมินภาวะแทรกซ้อนของสูตรยาเคมีบ าบัดที่ผู้ป่วย ได้รับต่อการเกิด Oral Mucositis 3. ประเมินภาวะแทรกซ้อนของสูตรยาเคมีบ าบัดที่ผู้ป่วย ได้รับต่อการเกิด Nausea/Vomiting แพทย์ พยาบาล 2. Medication: คือ การแนะน าการใช้ ยา ข้อควรระวัง ใน การใช้ยาสังเกต ภาวะแทรกซ้อน รวมทั้ง ข้อห้ามการใช้ ยาด้วย แนวทำงกำรใช้ยำและกำรดูแลสุขภำพในผู้ป่วยที่ได้รับยำ เคมีบ ำบัด ๏ เคมีบ ำบัด คือ การรักษาด้วยยาเพื่อควบคุมหรือท าลาย เซลล์มะเร็ง โดยยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวและท าลาย เซลล์มะเร็งที่มีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวอย่างผิดปกติ การใช้ยาเคมีบ าบัดจึงส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติของ ร่างกายที่มีการแบ่งตัวอยู่ตลอดเวลา เช่น ไขกระดูก เนื้อเยื่อในช่องปาก ทางเดินอาหาร และผม เป็นต้น กำรให้ค ำปรึกษำแนะน ำเรื่องอำกำรไม่ถึงประสงค์เมื่อ ได้รับยำเคมีบ ำบัด ครอบคลุมทั้งระยะเวลาในการเกิดอาการและระยะเวลา ที่อาการจะหายไป การแนะน าให้ผู้ป่วยทราบถึงวิธีป้องกัน และแก้ไขอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว อาจส่งผลให้ความ รุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น นั้นลดลงได้ การให้ค าปรึกษาแนะน าแก่ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบ าบัด แบ่งต ามป ระเภ ท ของอ าก ารไม่พึงป ระสงค์ ได้แ ก่ 1. ภำวะกดกำรท ำงำนของกระดูก: ส่งผลให้ร่างกายสร้าง เซลล์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดลดลง ท า ให้เกิดภาวะดังนี้ เภสัชกร พยาบาล
67 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ◌ ภำวะเม็ดเลือดขำวต่ ำ เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ท าลายเชื้อ โรคเข้ามาในร่างกาย ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย สังเกต ได้จาก มีไข้ หนำวสั่น เจ็บคอ โดยเฉพำะในช่วง 7-14 วัน หลังได้เคมีบ ำบัด สิ่ ง ที่ ค ว รป ฏิ บั ติ เพื่ อ ป้ อ ง กั น ก ำ รติ ด เชื้ อ มี ดังนี้ 1. รักษาความสะอาดของร่างกาย เช่น อาบน้ า ล้างมือ 2. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อ เช่น หวัด 3. หลีกเลี่ยงบ ริเวณที่มีผู้คน แออัด เช่น ตลาด ห้ าง 4. รับประทานอาหารสุก สะอาด เลี่ยงของดิบ ของหมักดอง เลี่ยงการรับประทานผักสด เนื่องจากการล้างผักโดยไม่ผ่าน ความร้อน อาจเชื้อโรคหลงเหลืออยู่ 5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาเหน็บทวารหรือยาสวนทวาร เพราะ อ า จ เสี่ยงก า รเกิ ด บ าด แ ผ ล น าไป สู่ ก า รติ ด เชื้อ ได้ 6. หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนในช่วงนี้ เนื่องจากร่างการไม่ ส า ม า ร ถ ส ร้ างภู มิ คุ้ ม กั น ไ ด้ แ ล ะ อ า จ ท าใ ห้ เกิ ด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ◌ ภำวะเม็ดเลือดแดงต่ ำ: เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งเม็ด เลือดแดงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าปริมาณเม็ด เลือดแดงน้อยอาจท าให้มีอาการซีดและอ่อนเพลีย ผู้ป่วยจึง ควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น ตับ ผักใบเขียว แ ล ะ อ า ห า ร ที่ มี โ ป ร ตี น แ ล ะ วิ ต า มิ น ซี สู ง 2. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกก าลังกายสม่ าเสมอแต่ไม่หักโหม และท าจิตใจให้แจ่มใส 3. ท ากิจกรรมต่าง ๆ แต่ปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ในขณะนั้น ◌ ภำวะเกล็ดเลือดต่ ำ: เกล็ดเลือดท าหน้าที่เกี่ยวกับการ แข็งตัวของเลือด ท าให้เลือดหยุดไหลและสมานแผล หาก เกล็ดเลือดต่ าท าให้เลือดหยุดไหลช้า เลือดก าเดาไหล รอย จ้ าเลือด เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น ผู้ป่วยควรดูแลตัวเอง ดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ท าให้บาดเจ็บ หรือเกิดแผล 2. ออกก าลังกายเบาๆ ไม่หักโหม 3. ใช้ที่โกนหนวดไฟฟ้าแทนใบมีดโกน เพราะท าให้เกิดแผล น้อยกว่า 4. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ
68 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 5. ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เช่น aspirin NSAIDs บาง ชนิด มีผลต่อการท างานของเกล็ดเลือด 2. อำกำรของระบบทำงเดินอำหำร ◌ คลื่นไส้ อาเจียน : สาเหตุหลักมาจากยาเคมีบ าบัด เกิด มากหรือน้อยขึ้นกับสูตรยาเคมีบ าบัดที่ใช้ในการรักษ า อาการมักเกิดรุนแรงหลังจากการได้รับยา 2-3 ชม. และยัง เกิดอาการอีก 2-3 วันได้ผู้ป่วยควรปฏิบัติ ดังนี้ • รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย • รับประทานอาหารเหลวใส เช่น น้ าผลไม้ น้ าขิง • หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นฉุน รสจัด มัน ทอด • ไม่ควรออกก าลังกายทันที หรือนอนราบ อย่างน้อย 2 ชม. หลังรับประทานอาหารเสร็จ • รับประทานยาแก้คลื่นไส้ตามแพทย์สั่ง • หากมีอาการอาเจียนมากกว่า 3 ครั้ง/ชม. อาเจียนเป็น เลือด หรือมีน้ าดีปน หรือไม่สามารถรับประทานอาหารได้ มากกว่า 1 วัน หรือทานยาไม่ได้ แนะน าให้มาพบแพทย์ ◌ เบื่ออาหาร: ควรรับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อย ๆ เนื่องจากการรับประทานอาหารทีละมาก ๆ จะท าให้จุก แน่น และควรท าความสะอาดช่องปากและฟังก่อนการ รับประทานอาหาร และช่วยให้รับรสของอาหารดีขึ้น ◌ เยื่อบุทางเดินอาหารอักเสบ: จึงท าให้เคี้ยวและกลืน อาหารล าบากและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ดังนั้นผู้ป่วยควรรักษา ช่องปากและฟันอย่างสม่ าเสมอ ดังนี้ • อมน้ าแข็ง รับประทานไอติม ช่วยบรรเทาอาการ • รับประทานอาหารอ่อน กลืนง่าย รสจืด ไม่ร้อน • หลีกเลี่ยงการรับประทานผักผลไม้รสเปรี้ยว รวมทั้ง น้ าอัดลมด้วย • ควรบดอาหารที่แข็งหรือย่อยยากก่อนรับประทาน เช่น ขนมปังกรอบ • บ้วนปากด้วยน้ าเกลือ 2-3 ครั้ง/วัน (สูตร alcohol จะ ท าให้เจ็บปากมากยิ่งขึ้น) • ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม 2-3 ครั้ง/วัน • ทาปากให้ชุ่มชื่นด้วยวาสลีน หรือ ลิปสติกมัน เพื่อ ไม่ให้ริมฝีปากแห้งหรือแตก • ดื่มน้ าวันละ 6-8 แก้ว เพื่อให้เยื่อบุช่องปากชุ่มชื้น • หากปากมีแผล เจ็บปาก เจ็บคอมากขึ้น อาจมีการติด
69 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป เชื้อโรคเริมได้ ควรมาพบแพทย์ ◌ ท้องเสีย: รับประทานอาหารสุก อ่อน สะอาด อาหารที่มี กากใยน้อย เช่น ข้าว กล้วย ขนมปัง หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด ทอด หรืออาหารที่กากใยสูง เช่น ผลไม้สด ผักสด อาจ กระตุ้นท้องเสียมากขึ้น งดดื่มนม อาจดื่มน้ าชา หรือชาจีน หากอาการรุนแรง มากกว่า 5 ครั้ง/วัน ควรมาพบแพทย์ ทันที ◌ ท้องผูก: หากไม่ถ่ายเกิด 3 วัน ควรปฏิบัติ ดังนี้ • รับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผักผลไม้ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ • ดื่มน้ ามาก ๆ 6-8 แก้ว/วัน หรืออาจเป็นน้ าผลไม้ เช่น น้ าส้ม น้ ามะนาว น้ าลูกพรุน • ออกก าลังกาย หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายตาม ความสามารถอย่างสม่ าเสมอ • ไม่ควรใช้ยาถ่ายแบบสวนทวารเอง โดยไม่ปรึกษา แพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา 3. อำกำรทำงระบบผิวหนัง ◌ ผมร่วง : เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น มักเกิดหลังให้เคมี บ าบัด 1-2 สัปดาห์ หลังสิ้นสุดการรักษามักงอกขึ้นใหม่ เภสัชกรควรแนะน าวิธีบรรเทาอาการ ดังนี้ • ตัดผมสั้นจะท าให้ดูแลง่าย • ใช้แชมพูอ่อน ๆ เช่น แชมพูเด็ก • ใช้แปรงขนนิ่ม หวีซี่ห่าง ๆ และอย่าหวีผมบ่อย • เป่าผม ใช้ลมธรรมดา ไม่ใช้ลมร้อน • ไม่ควรดัดหรือย้อมผม น้ ายาเคมีอาจท าให้เกิดการ ระคายเคืองได้ • ทาน้ ามันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น หรือโลชั่น ลดอาการ ระคายเคือง คันและแห้ง • อาจใช้วิกหรือผ้าคลุมผมเพื่อเสริมบุคลิกภาพ ◌ ผิวหนังและเล็บเปลี่ยนสี: ผิวหนัง เล็บ แห้ง หยาบ มี สะเก็ด คล้ า อาการเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วคราว หายเองเมื่อหยุด ยา สิ่งที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้ • ทาครีมหรือโลชั่น • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจ้า สวมหมวก เสื้อแขนยาว • ตัดเล็บให้สั้นและดูแลความสะอาด ◌ ฝ่ามือฝ่าเท้ามีสีแดง หรือด าคล้ าและเจ็บ: อาการเกิดขึ้น
70 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ชั่วคราว หยุดยาแล้วจะหายไปเอง อาจใช้เวลานาน เภสัชกร ควรแนะน าดังนี้ • ประคบเย็นที่ฝ่ามือฝ่าเช้า (ในกรณีที่ความเย็นไม่มีผล กระตุ้นอาการข้างเคียงอื่น ๆ) • ทาโลชั่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า เพื่อป้องกันอาการลุกลาม รุนแรง • หากฝ่ามือฝ่าเท้ามีบวมแดง ลอกหรือเจ็บมาก ควรมา ปรึกษาแพทย์ >> หากผู้ป่วยมีอาการดังนี้ ควรมำพบแพทย์ทันทีได้แก่ ◌ ซีด อ่อนเพลียมาก เหนื่อยหอบ ไข้ หน้ามืด หนาวสั่น ปวดศีรษะ โดยเฉพาะในช่วงหลังรับยาเคมีบ าบัด 7-14 วัน ◌ มีจุดเลือดออกตามร่างกาย ไรฟัน ตา หรืออวัยวะอื่น ๆ ◌ อาการข้างเคียงที่รุนแรงมาก เช่น ท้องเสียรุนแรง ปวด ศีรษะรุนแรง ◌ มีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามร่างกาย ◌ สูญเสียการทรงตัว 4. ปัญหำเกี่ยวกับภำวะโภชนำกำร: การรับประทาน โปรตีนร่วมกับอาหารปกติ สามารถท าให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ขึ้นและเกิดอาการข้างเคียงน้อยกว่าผู้ป่วยที่รับประทาน อาหารแบบไม่จ ากัด ผู้ป่วยมะเร็งจึงควรได้รับค าแนะน า เรื่องอาหาร 5. ปัญหำเกี่ยวกับเรื่องเพศ: ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เต็มใจที่ จะเริ่มต้นการสนทนาในเรื่องนี้ ผู้ให้ค าปรึกษาจึงไม่ควร มองข้ามการให้ค าแนะน าเรื่องนี้เพื่อให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมทาง เพศที่ปลอดภัย โดยไม่มีผลกระทบต่อสภาวะโรคที่ผู้ป่วย เป็นและปราศจากอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ๏ ยำกระตุ้นกำรสร้ำงเม็ดเลือดขำว ได้แก่ filgastrim (G-CSF) ๏ ยำรักษำตำมอำกำร ได้แก่ ยาต้านอาเจียน ยา ป้องกันแผลในกระเพาะ วิตามินบ ารุง ค ำแนะน ำกำรปฏิบัติตัวเพิ่มเติม - ควรรับประทานยาอย่างสม่ าเสมอ และเฝ้าระวังอาการ ผิดปกติด้วยตนเอง - หากมีโรคประจ าตัวอื่นจะต้องใช้ยารักษาโรคนั้นร่วมด้วย และแจ้งแพทย์ผู้รักษา - หากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล คลินิก ร้านยา ให้แจ้ง
71 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป ว่าก าลังได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบ าบัด - หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้ม ยาหม้อ ยาลูกกลอน อาหารเสริม สมุนไพร ยาอื่น ๆ เนื่องจากอาจมีผลต่อการรักษาโรค 3. Environment: คือ การจัดการสิ่งแวดล้อม ให้ เหมาะสมกับภาวะ สุขภาพของผู้ป่วย จัดการปัญหาด้าน เศรษฐกิจ - ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งทุกชนิดโดยตรง หาก จ าเป็นต้องสัมผัสควรหาถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งมาใช้ เปลี่ยนถุงมือล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง - จานชามช้อนซ้อมหลังการใช้งานควรล้างให้สะอาดก่อน น ามาใช้ซ้ าแก้วน้ าควรแยกกัน (หลักสุขอนามัยที่ดี) - เสื้อผ้าซักแยกซักเกิน 7 วันซักรวมได้ตามปกติ - ชักโครกแนะน าให้ปิดฝาก่อนกดน้ าสองรอบ (เพื่อกันการ กระเด็นออก)หากมีปัสสาวะเปรอะเปื้อนควรล้างน้ าสะอาด หลาย ๆ ครั้ง - สามารถกอด สัมผัส จับมือได้ตามปกติ พยาบาล 4. Treatment: คือ ทักษะที่เป็นตาม แผนการรักษา สังเกต อาการผิดปกติ อธิบายผู้ป่วยและญาติให้รับรู้และเข้าใจเป้าหมายในการ รักษาโรคที่เป็นอยู่ และมีทักษะที่จ าเป็นในการปฏิบัติตัว ตามแผนการรักษา การเฝ้าระวังสังเกตอาการที่ผิดปกติ ภาวะแทรกซ้อนจากยาเคมีบ าบัดที่อาจเกิดขึ้นและสามารถ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ พยาบาล 5. Health: คือ การ ส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพ ทางด้านร่างกาย และ จิตใจ ตลอดจนการ ป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ - รักษาความสะอาดของร่างกาย ปากฟัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ าทุกครั้งเพื่อช่วย ลดภาวะติดเชื้อ - หลีกเลี่ยงการอยู่ในชุมชนแออัด ที่มีคนอยู่มาก - วางแผนในการท างานเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพ - มีกิจกรรมในสังคม มีส่วนร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ญาติ และ คนอื่น ๆ ได้เหมาะสม - พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง - หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัด วัณโรค เป็นต้น พยาบาล 6. Outpatient: คือ การมาตรวจตามนัด การติดต่อขอความ ช่วยเหลือ สถานพยาบาล ใกล้ บ้าน ภาวะฉุกเฉินการ ส่งต่อให้รับการดูแล ต่อเนื่อง 5. 1. อธิบายผู้ป่วยและครอบครัวให้เข้าใจและเห็นความส าคัญ ของการมาตรวจตามนัดการมารับยาเคมีบ าบัดตามรอบของ การให้ยา 6. 2. บอกถึงวิธีติดต่อขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินและการ ให้สมุดพกประจ าตัวซึ่งมีรายละเอียดในเรื่องสูตรยาเคมี บ าบัดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น 7. 3. บอกถึงอาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์ก่อนนัด/ Nadir phase พยาบาล
72 หัวข้อ การให้ความรู้และค าแนะน า D-METHOD ผู้ให้ ค าแนะน า ผู้รับ ค าแนะน า ว/ด/ป ว/ด/ป 7. Diet : คือ การ เลือกรับประทาน อาหารเหมาะสมกับ โรค งดอาหารที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ 1. ให้ค าแนะน าเรื่องการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ การ รับประทานอาหารให้เหมาะกับสภาพความเจ็บป่วย ไม่ขัด กับโรคประจ าตัวที่มีอยู่ 2. แนะน าการรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกด้วย ความร้อนทุกมื้อ การล้างผักและผลไม้ก่อนรับประทาน การ งดผักและผลไม้สดในช่วงที่มีเม็ดเลือดขาวต่ า อำหำรที่ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งก ำลังได้รับยำ เคมีบ ำบัด - อาหารสุกๆ ดิบๆ - ผลิตภัณฑ์ที่ท าจากนมสด ได้แก่ นมพาสเจอไรซ์โยเกิร์ต ชีส ส าหรับผู้ที่ต้องการดื่มนม แนะน าให้ดื่มนมที่ผ่านการฆ่า เชื้อ เช่น นมกล่อง - ผักสด ถึงแม้ว่าผักจะมีประโยชน์ แต่ในผู้ที่ได้รับเคมีบ าบัด ผักสดนั้นอาจไม่สะอาดพอจึงแนะน าให้รับประทานผักต้ม สุกจะสะอาดและปลอดภัยมากกว่า - ผลไม้เปลือกบางหรือผลไม้รับประทานทั้งเปลือก อาจจะมี เชื้อราที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น พยาบาล โภชนากร ตัวชี้วัด 1. ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัดได้รับการวางแผนจ าหน่าย > 80% 2. ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัดจ าหน่ายได้ตามแผนจ าหน่าย > 80% 3. ผู้ป่วย/ญาติ มีความพึงพอใจในการรับบริการ > 80% 4. ร้อยละการปฏิบัติตามมาตรฐานการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด ≥80% ข้อมูลทำงคลินิกที่ต้องเก็บ 1. จ านวนผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด 2. จ านวนวันนอนผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด 3. จ านวนผู้ป่วยที่มีภาวะHypersensitivity ระดับ 3 ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด 4. จ านวนผู้ป่วยที่มีภาวะ Mucositis ระดับ 3 ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด 5. จ านวนผู้ป่วยที่มีภาวะ Extravasation ระดับ 3 ในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัด 6. จ านวนผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบ าบัดที่มีภาวะ Neutropenia เอกสำรอ้ำงอิง
73 แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจเรื่องยำรำยโรค แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วย Stroke Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค Stroke (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา (1), S/E (1) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไปไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดล าบาก ปาก-หนังตาตก ปวดศีรษะ รุนแรง (2) 6. การปฏิบัติตัว เช่น quit smoking / alc drinking, control DM diet, ควบคุมระดับไขมัน, การออกก าลังกาย (2) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วย STEMI / NSTEMI Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค STEMI / NSTEMI (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา, S/E, การใช้ยาอมใต้ลิ้น (2) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไปไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด เช่น เจ็บแน่นหน้าอก, อาการของ HF, บวมแดง มีหนองไหลผิดปกติ ต าแหน่งที่แทงเส้น (2) 6. การปฏิบัติตัว เช่น quit smoking, control DM diet, salt- water restriction, การออกก าลังกาย (2) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค HF (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา (1), S/E (1) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไป ไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด เช่น เจ็บแน่นหน้าอก, อาการของ HF (2) 6. การปฏิบัติตัว เช่น quit smoking, control DM diet, salt- water restriction, การออกก าลังกาย และการ แจ้งข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์เมื่อไปรับการรักษาที่อื่น (2) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10)
74 แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยเบำหวำน Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรคเบาหวาน (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา การฉีดยา insulin (2) , S/E (1), 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไป ไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด (1) การจัดการเบื้องต้น กรณี hypoglycemia (1) 6. การปฏิบัติตัว เช่น control DM diet, การออกก าลังกาย, การตรวจตา-เท้า (1) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (1) 2. ความส าคัญของการใช้ยาสูดพ่นชนิดควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด บริหารยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา (1), S/E (1), การใช้ยาเทคนิคพิเศษ (1) 4. การบริหารยา: ถ้าลืม บริหารทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม. ให้ข้ามไปโดยไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการหอบเหนื่อยเฉียบพลัน : ใช้ยาพ่นขยายหลอดลมแบบฉุกเฉิน 1-2 กด ซ้ าได้ทุก 15 นาที ไม่เกิน 3 รอบ หากยังไม่ดีขึ้น แนะน าให้มาพบแพทย์(2) 6. การปฏิบัติตัว เช่น quit smoking, การออกก าลังกาย (1) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยโรค sepsis Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค sepsis (1) 2. ความส าคัญของการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุดบริหารยา (2) 3. ข้อมูลด้านยา Indication (1) วิธีบริหารยา (1), S/E (1) 4. การบริหารยา: ถ้าลืม บริหารทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม. ให้ข้ามไปโดยไม่เพิ่มขนาด (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด (1) การจัดการเบื้องต้น (1) 6. การปฏิบัติตัวอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับเชื้อซ้ า (1) คะแนนรวม (10)
75 แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยโรควัณโรค Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค ชื่อยา/ข้อบ่งใช้/ขนาดยาที่ใช้(สีเม็ดยา) (1) 2. การรับประทานยา: ครบทุกชนิด เวลาเดียวกันทุกวัน ติดต่อกันสม่ าเสมอทุกวันจนครบตามก าหนดและไปพบ แพทย์ตามนัดทุกครั้ง (1) 3. ไม่ปรับยาหรือหยุดยาเอง เพราะจะท าให้การรักษาล้มเหลว กลับมาเป็นช้ า หรือเกิดการดื้อยา ซึ่งจะเพิ่ม ระยะเวลาการรักษาที่นานขึ้น (1) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม. ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไปไม่เพิ่มขนาด, บันทึกการลืมกินยา และแจ้งแพทย์ทุกครั้ง (1) 5. อาการข้างเคียง: (1) - I: ชาปลายมือปลายเท้า ตาเหลือง ตัวเหลือง คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง - R: ผื่นคัน ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ไข้ ปวดเมื่อยคล้ายไข้หวัดใหญ่ - Z: ปวดข้อ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย - E: มองเห็นสีผิดปกติ ไม่สามารถแยกสีแดง-เขียวหรือ น้ าเงิน-เหลืองได้ ตามัว ภาพตรงกลางด ามืด มองภาพไม่ชัด เวลากลางคืน โดยมีอาการเจ็บตาเวลากลอกตาน ามา - Streptomycin: เวียนศีรษะ เดินเช ภาวะบ้านหมุน หูอื้อ และหูหนวก - Levofloxacin: ปลายมือปลายเท้าชา เจ็บเส้นเอ็นข้อมือ/เท้า 6. อาการข้างเคียงที่ต้องรีบพบแพทย์: (2) - อาการแพ้ยามีผื่น คันตามผิวหนัง หรือมีไข้ร่วมด้วย - ประสาทตาอักสบ สายตาแย่ลง ไม่สามารถแยกสีแดงกับสีเขียวได้ - ภาวะตับอักเสบ มีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ตัวเหลือง ตาเหลือง 7. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะส่งเสริมให้ตับท างานแย่ลง (0.5) 8. เมื่อพบแพทย์ท่านอื่น: ต้องแจ้งว่ากินยารักษาวัณโรค เพื่อเสี่ยงการเกิด Drug interaction (0.5) 9. การปฏิบัติตัว: ปิดปาก จมูก เวลาไอหรือจามทุกครั้ง และหลีกเสี่ยงการออกไปในแหล่งชุมชนเพื่อป้องกันการแพร่ เชื้อ จัดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก (0.5) 10. หากบุคคลในบ้านมีอาการสงสัยว่าอาจเป็นวัณโรค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจ (0.5) 11. หากในบ้านมีเด็กหรือคนแก่ ควรแยกบริเวณอยู่และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยวัณโรค (0.5) 12. การเก็บรักษา เก็บในภาชนะกันแสงและความชื้น เก็บให้พ้นมือเด็ก (0.5) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยโรค HIV Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค ชื่อยา/ข้อบ่งใช้/ขนาดยาที่ใช้(สีเม็ดยา) (2) 2. การรับประทานยา: ครบทุกชนิด เวลาเดียวกันทุกวัน ติดต่อกันสม่ าเสมอทุกวันจนครบตามก าหนดและไปพบ แพทย์ตามนัดทุกครั้ง (1) 3. ไม่ปรับยาหรือหยุดยาเอง เพราะจะท าให้การรักษาล้มเหลว หรือเกิดการดื้อยา (1) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม. ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไปไม่เพิ่มขนาด, บันทึกการลืมกินยา และแจ้งแพทย์ทุกครั้ง (1) 5. อาการข้างเคียงจากยา (1) 6. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด (1) การจัดการเบื้องต้น (1) - อาการแพ้ยามีผื่น คันตามผิวหนัง หรือมีไข้ร่วมด้วย 7. เมื่อพบแพทย์ท่านอื่น: ต้องแจ้งว่ากินยารักษา HIV เพื่อเสี่ยงการเกิด Drug interaction (1) 8. การปฏิบัติตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น การมีเพศสัมพันธ์ (0.5) 9. การเก็บรักษา เก็บในภาชนะกันแสงและความชื้น เก็บให้พ้นมือเด็ก (0.5) คะแนนรวม (10)
76 แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วย Covid -19 Pre Post 1. ชื่อยา/ข้อบ่งใช้/ขนาดยาที่ใช้(1) 2. การรับประทานยาต้านไวรัส: ก าหนดเวลารับประทานยาให้ตรงกันในทุกวัน เช่น 8.00 น. และ 20.00 น. รับประทานพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ติดต่อกันสม่ าเสมอทุกวันจนครบตามก าหนด (1) 3. ไม่ปรับยาหรือหยุดยาเอง เพราะจะท าให้การรักษาล้มเหลว กลับมาเป็นซ้ า หรือเกิดการดื้อยา ซึ่งจะเพิ่ม ระยะเวลาการรักษาที่นานขึ้น (1) 4. การลืมทานยา: (1) ยาโมลนูพิราเวียร์-ให้รับประทานทันทีที่นึกได้หรือหากลืมนานกว่า 10 ชม.ให้ข้ามไปรับประทานมื้อถัดไปโดยไม่ต้อง เพิ่มขนาดยา ยาแพ็กซ์โลวิด-ให้รับประทานทันทีที่นึกได้หรือหากลืมนานกว่า 8 ชม.ให้ข้ามไปรับประทานมื้อถัดไปโดยไม่ต้องเพิ่ม ขนาดยา5. อาการข้างเคียง: (1) ยาโมลนูพิราเวียร์-คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มึนงง เวียนศีรษะ ผื่น ผื่นลมพิษ ภาวะภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรือ ภาวะภูมิไวเกิน ยาแพ็กซ์โลวิด-คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย การรับรสผิดปกติมึนงง ผื่น ผื่นลมพิษ ภาวะภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันหรือ ภาวะภูมิไวเกิน Remdesivir ท้องผูก ค่าบิลลิรูบินเพิ่มขึ้น ค่าเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น น้ าตาลในเลือดสูง และอาจเกิดภาวะภูมิไวเกิน ที่ สัมพันธ์กับอัตราเร็วในการหยดยา จึงต้องหยดยาช้า ๆ ภายใน 1-2 ชม. 6. ค าเตือนพิเศษและข้อควรระวังในการใช้ยา : (1) ยาโมลนูพิราเวียร์ เพศหญิง : ผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์ แนะน าให้คุมก าเนิด ในระหว่างรับการรักษาและกักตัวจนครบ 10 วัน เพศชาย : ผู้มีเพศสัมพันธ์กับสตรีวัยเจริญพันธุ์แนะน าให้คุมก าเนิด ระหว่างการใช้ยาและหลังครบการรักษาเป็นเวลา 3 เดือน ยาแพ็กซ์โลวิด เพศหญิง : วัยเจริญพันธุ์แนะน าให้คุมก าเนิดระหว่างการใช้ยาและหลังครบการรักษาเป็นระยะเวลา 1 รอบของการ มีประจ าเดือนหลังรับยา 7. ข้อห้ามให้ยา : (1) ยาโมลนูพิราเวียร์-หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาโมลนูพิราเวียร์หรือส่วนประกอบในต ารับยา ยาแพ็กซ์โลวิด-หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาแพ็กซ์โลวิด หรือส่วนประกอบในต ารับยา ผู้ป่วย ที่มีภาวะตับ/ไต บกพร่องรุนแรง 8. รายการยาที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อให้ยาแพ็กซ์โลวิด เนื่องจากมีปฏิกิริยาระหว่างยาที่นัยส าคัญทางคลินิก alfuzosin, pethidine, piroxicam, ranolazine, amiodarone, dronedarone, flecainide, quinidine, colchicine, clozapine, lurasidone, pimozide, quetiapine, dihydroergotamine, ergotamine, methylergonovine, lovastatin, simvastatin, sildenafil, clonazepam, diazepam, oral midazolam, triazolam, carbamazepine, phenytoin, phenobarbital, fusidic acid, rifampin 9. การปฏิบัติตัวยึดตามมาตรการ DMH (Distancing, Mask wearing, Hand washing) เว้นระยะห่างจากคนอื่น อย่างน้อย 1-2 เมตร สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ทั้งน้ าสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ตรวจวัดอุณหภูมิ ไป พื้นที่เสี่ยงสงสัยติดโควิดมาพบมีไข้และมีอาการทางคลินิกให้ตรวจ ATK (2) 10. การเก็บรักษา เก็บในภาชนะกันแสงและความชื้น เก็บให้พ้นมือเด็ก (1) คะแนนรวม (10)
77 แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยไตวำยเรื้อรังที่ล้ำงไตทำงช่องท้องแบบถำวร Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรคไตวายเรื้อรัง (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา (1) , S/E (1) , การเก็บรักษายา เช่น EPO (1) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไป ไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด (1) การจัดการเบื้องต้น (1) 6. การปฏิบัติตัว, การออกก าลังกาย, การรับประทานอาหาร และการแจ้งข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์เมื่อไป รับการรักษาที่อื่น (1) 7. Flu vaccine 1 ครั้ง/ปี (1) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยปลูกถ่ำยอวัยวะ Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค Kidney Transplant (1) 2. ความส าคัญของการรับประทานยา การรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ปรับหรือหยุดยาเอง ผลที่จะเกิดขึ้นหากหยุด รับประทานยา (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา, S/E, การตรวจติดตามระดับยากดภูมิต้านทาน (3) 4. การลืมทานยา: ถ้าลืมกินทันทีที่นึกได้ ถ้าลืม >12 ชม.ให้ข้ามไปทานมื้อถัดไป ไม่เพิ่มขนาด,บันทึกการลืมกินยา (1) 5. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด การจัดการเบื้องต้น (2) 6. การปฏิบัติตัว, การแจ้งข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์เมื่อไปรับการรักษาที่อื่น (2) คะแนนรวม (10) แบบประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจผู้ป่วยที่ได้รับยำเคมีบ ำบัด Pre Post 1. ข้อมูลเรื่องโรค (1) 2. ความส าคัญของยาเคมีบ าบัด (1) 3. ข้อมูลด้านยา Indication วิธีบริหารยา (1) , S/E (1) , อาการผิดปกติที่ต้องแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ขณะได้รับ ยาในโรงพยาบาล (1) 4. อาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด (1) การจัดการเบื้องต้น (1) 5. การปฏิบัติตัว เช่น การรับประทานอาหาร การรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม การเข้าไปในที่ชุมชน แออัด (2) 6. การแจ้งข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์เมื่อไปรับการรักษาที่อื่น (1) คะแนนรวม (10) ผลกำรประเมินคะแนน [ ] 0-3 ผู้ป่วยไม่เข้ำใจ [ ] 4-7 ผู้ป่วยเข้ำใจบำงส่วน [ ] 8-10 ผู้ป่วยเข้ำใจ
78 Nutrition Dischage planning 1. กำรคัดกรองภำวะโภชนำกำร หากมีตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป ถือว่ามีความเสี่ยงทุพโภชนาการ หัวข้อกำรคัดกรอง 1. ผู้ป่วยมีน้ าหนักตัวลดลง โดยไม่ได้ตั้งใจในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ 2. ผู้ป่วยได้รับอาหารน้อยกว่าที่เคยได้ ( > 7 วัน) 3. BMI < 18.5 หรือ ≥ 25 กก./ตร.ม. หรือไม่ 4. ผู้ป่วยมีภาวะโรควิกฤติ หรือกึ่งวิกฤติร่วมด้วยหรือไม่ 2. หลักกำรข้อแนะน ำโภชนำกำรเบื้องต้นแก่ทุกกลุ่มโรค จานอาหารแบ่งสัดส่วนหมวดอาหารดังนี้ ✓ ผัก 2 ส่วน (2-3 ทัพพี) ✓ ข้าวและแป้ง 1 ส่วน (2-3 ทัพพี) ✓ ไข่และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ 1 ส่วน (6-8 ช้อนโต๊ะ) ✓ ผลไม้ 1 ส่วน (6 ชิ้นค า) เน้นอำหำรสุก สะอำด หลำกหลำย ปริมาณเครื่องปรุงที่แนะน าต่อวัน ✓ น้ าตาล ไม่เกิน 6 ช้อนชา ✓ น้ ามัน ไม่เกิน 6 ช้อนชา ✓ เกลือ ไม่เกิน 1 ช้อนชา 3. กำรส่งต่อ/ปรึกษำด้ำนโภชนำกำร ทาง line official ประสานนักโภชนาการให้ค าแนะน าที่หอผู้ป่วย ติดต่อ 35317, 3562
79 Flow กระบวนกำรวำงแผนจ ำหน่ำยและส่งต่อดูแลต่อเนื่อง ✓ประสำนพื้นที่ทำงโทรศัพท์ก่อนส่งข้อมูลทำงโปรแกรม THAI COC ในรำยที่มีควำมซับซ้อน ✓ส่งต่อข้อมูลกำรดูแลต่อเนื่อง โปรแกรม THAI COC ไปยังพื้นที่สำธำรณสุขใกล้บ้ำน ✓ให้ค ำปรึกษำปัญหำผู้ป่วย ผู้ดูแลและเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหำกำรดูแลที่บ้ำน ผู้ป่วยนอนโรงพยำบำล กลุ่มเป้ำหมำยที่ได้รับกำรวำงแผนจ ำหน่ำย DPS > 20 คะแนน หน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง • ประเมินปัญหำกำรดูแลต่อเนื่องที่บ้ำนของผู้ป่วย (ร่ำงกำย/จิตใจ/อำรมณ์/สังคม/จิตสัญญำณ) • ทบทวนทักษะกำรดูแลตำม D - METHOD ผู้ป่วยมีปัญหำซับซ้อน วางแผนจ าหน่ายร่วมกับทีมสหสาขา ประสานพื้นที่สาธารณสุขใกล้บ้านร่วมวางแผนจ าหน่าย ผู้ป่วยจ ำเป็นต้องใช้อุปกรณ์กำรแพทย์ที่บ้ำน ประสานพื้นที่สาธารณสุขใกล้บ้านยืมอุปกรณ์การแพทย์ และเตรียมสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมต่อการดูแล ติดตำมผลตอบกลับกำรดูแลต่อเนื่อง - โปรแกรม Thai COC - กำรมำตรวจตำมนัด - กำรโทรศัพท์ติดตำมผู้ป่วย วิเครำะห์อัตรำ Re admit ใน 28 วัน จำกกำรปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง สรุปข้อมูลและผลกำรด ำเนินงำน
80 กระบวนกำรดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง ผู้ป่วยอ ำเภอเมือง วันแรกรับ ประสำนหน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง ผู้ป่วยต่ำงอ ำเภอ / นครชัย วันจ ำหน่ำยกลับบ้ำน ประสำนหน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง Ward ที่มีผู้ป่วย Stroke Admit หน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง • ประเมินปัญหำกำรดูแลต่อเนื่องที่บ้ำนของผู้ป่วย • ค้นหำ Caregiver หลัก ในกำรดูแลผู้ป่วยที่บ้ำน • ประเมินควำมพร้อมและศักยภำพกำรดูแลที่บ้ำน • ประสำนทีมสุขภำพใกล้บ้ำน เตรียมอุปกรณ์กำรแพทย์ที่จ ำเป็นก่อนจ ำหน่ำยผู้ป่วยกลับบ้ำน • วำงแผนจ ำหน่ำยร่วมกับทีมสหสำขำวิชำชีพ • ทบทวนกำรดูแลต่อเนื่องที่บ้ำนโดยใช้หลัก DMETHOD • ส่งต่อข้อมูลกำรดูแลต่อเนื่องทำงโปรแกรม Thai COC ไปยังสำธำรณสุขใกล้บ้ำน • ให้ค ำปรึกษำปัญหำผู้ป่วย ผู้ดูแล และเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหำกำรดูแลที่บ้ำน • ติดตำมผลลัพธ์กำรดูแลต่อเนื่อง 1. ผลลัพธ์กำรติดตำมเยี่ยมบ้ำนจำกโปรแกรม Thai COC 2. ติดตำมกำรมำตรวจตำมนัด 3. โทรศัพท์ติดตำมผู้ป่วย/ ทีมสุขภำพใกล้บ้ำน • วิเครำะห์ข้อมูลอัตรำ Re-admit ใน 28 วัน จำกกำรปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง • สรุปผลกำรด ำเนินงำน/ทบทวนปัญหำกับทีมที่เกี่ยวข้อง
81 กระบวนกำรดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยวัณโรค หน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง ผู้ป่วยวัณโรคนอนโรงพยำบำล กลุ่มเป้ำหมำยที่ได้รับกำรวำงแผนจ ำหน่ำย DPS >20 คะแนน หน่วยดูแลสุขภำพต่อเนื่อง • ประเมินปัญหำกำรดูแลต่อเนื่องที่บ้ำนของผู้ป่วย • ค้นหำ Caregiver หลัก ในกำรดูแลผู้ป่วยที่บ้ำน • ประเมินควำมพร้อมและศักยภำพกำรดูแลที่บ้ำน • ประสำนทีมสุขภำพใกล้บ้ำน เตรียมอุปกรณ์กำรแพทย์ที่จ ำเป็นก่อนจ ำหน่ำยผู้ป่วยกลับบ้ำน • วำงแผนจ ำหน่ำยร่วมกับทีมสหสำขำวิชำชีพ • ทบทวนกำรดูแลต่อเนื่องที่บ้ำนโดยใช้หลัก DMETHOD • ส่งต่อข้อมูลกำรดูแลต่อเนื่องทำงโปรแกรม Thai COC ไปยังสำธำรณสุขใกล้บ้ำน • ให้ค ำปรึกษำปัญหำผู้ป่วย ผู้ดูแล และเจ้ำหน้ำที่สำธำรณสุข ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหำกำรดูแลที่บ้ำน • ติดตำมผลลัพธ์กำรดูแลต่อเนื่อง 1. ผลลัพธ์กำรติดตำมเยี่ยมบ้ำนจำกโปรแกรม Thai COC 2. ติดตำมกำรมำตรวจตำมนัด 3. โทรศัพท์ติดตำมผู้ป่วย / ทีมสุขภำพใกล้บ้ำน • วิเครำะห์ข้อมูลอัตรำ Re-admit ใน 28 วัน จำกกำรปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง • สรุปผลกำรด ำเนินงำน/ทบทวนปัญหำกับทีมที่เกี่ยวข้อง
82 แบบฟอร์มที่ใช้ในกำรด ำเนินงำน
83 แบบประเมินควำมต้องกำรกำรวำงแผนจ ำหน่ำย ระดับคะแนน 0 1 2 3 4 5 1 อายุ □ <55 ปี □ 56-64 ปี □ 65-79 ปี □ >80 ปี 2 ความเป็นอยู่ /แรงสนับสนุน □ อยู่กับสามี/ ภรรยา □ อยู่กับครอบครัว □ อยู่ล าพังด้วย การสนับสนุนจาก ครอบครัว □ อยู่ล าพังด้วย การสนับสนุนจาก เพื่อน □ อยู่ล าพัง โดยปราศจาก การสนับสนุน □ ต้องการ การดูแลที่ บ้าน 3 การท าหน้าที่ของ ร่างกาย □ พึ่งพอตัวเองได้ สามารถใช้อุปกรณ์ ใน ADL ได้ 4 ความต้องการ การพึ่งพาผู้อื่น □ การรับประทาน อาหาร □ การเตรียมอาหาร □ การรับประทานยา □ เข้าห้องน้ า □ อาบน้ าแต่งตัว □ กลั้นอุจจาระไม่ได้ □ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ □ การเคลื่อนย้าย □ การซื้อของ □ การเงิน □ การส่งต่อ 5 ความรู้สึกนึกคิด □ รับรู้บุคคล เวลา สถานที่ ตนเอง □ สับสนบางเรื่องบาง เวลา □ สับสนบางเรื่อง ตลอดเวลา □ สับสนทุกเรื่อง บางเวลา □ สับสนทุก เรื่อตลอดเวลา □ ไม่รู้สึกตัว 6 พฤติกรรม □ เหมาะสม □ วิตกกังวล กระสับกระส่าย สับสน อื่น ๆ................ 7 การเคลื่อนไหว □ เคลื่อนไหวได้เอง □ ต้องอาศัยเครื่องช่วย □ ช่วยพยุง □ เคลื่อนไหว ไม่ได้ 8 การรับสัมผัส บกพร่อง □ ไม่มี □ สายตาหรือการได้ยิน บกพร่อง □ สายตาและการ ได้ยินบกพร่อง 9 ประวัติการ เจ็บป่วยฉุกเฉิน □ ไม่มีประวัติ ใน 3 เดือนก่อน □ 1 ครั้ง ใน 3 เดือนก่อน □ 2 ครั้ง ใน 3 เดือนก่อน □ > 2 ครั้ง ใน 3 เดือน 10 จ านวนปัญหา สุขภาพ □ <3 ปัญหา □ 3-5 ปัญหา □ >5ปัญหา 11 จ านวนยาที่ รับประทาน □ <3 ชนิด □ 3-5 ชนิด □ >5ชนิด หมายเหตุ ปัญหาที่พบด้านความต้องการการพึ่งพาผู้อื่นหน้ากล่องข้อความแต่ละข้อ มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน ให้นับรวมกรณีปัญหาหลายด้าน เกณฑ์การพิจารณา : 0 - 10 คะแนน ไม่มีความเสี่ยงในการดูแลตนเองที่บ้าน 11- 19 คะแนน ต้องมี D/C plan >20 คะแนน ต้องมีการส่งต่อ คะแนนที่ประเมินได้..........................................คะแนน ผู้ประเมิน........................................... วันที่ ................................................... การวินิจฉัยโรค................................................................................................................ หอผู้ป่วย................................................................ ชื่อ-สกุล ที่มา ดัดแปลงจากแบบประเมินความต้องการการวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยของ ร.ศ.ประครอง อินทรสมบัติ HA AN ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล
84 Check List กิจกรรมกำรวำงแผนกำรจ ำหน่ำย (Discharge Plan) หอผู้ป่วย.............................................. กลุ่มงำนกำรพยำบำลผู้ป่วยอำยุรกรรม โรงพยำบำลมหำรำชนครรำชสีมำ 1.STROKE 2. STEMI/NSTEMI 3. CHF 4. DM 5. COPD 6. SEPSIS 7. TB 8. HIV 9. COVID 10. CAPD 11.Kidney Transplant 12.Chemotherapy กำรวำงแผนกำรจ ำหน่ำย (Discharge Plan) ท ำเครื่องหมำย √ เมื่อประเมินผ่ำน Х เมื่อประเมินไม่ผ่ำน กำรวำงแผนกำรจ ำหน่ำย(Discharge Plan) กำรประเมินผล ครั้งที่ 1 ผู้ประเมิน ครั้งที่ 2 ผู้ประเมิน ผู้รับค ำแนะน ำ Admission ระบุผู้ดูแลหลักภายใน 48 ชม. ให้ข้อมูลและวางแผนร่วมกับผู้ป่วยและผู้ดูแลที่เกี่ยวกับขั้นตอน การรักษาจนถึงจ าหน่าย จัดท ากระบวนการ Medication Reconciliation วางแผน ก าหนดเป้าหมาย และกิจกรรมการรักษาที่ทีม สหสาขาวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วม ระบุแผนการรักษาลงใน DOS เพื่อสื่อสารกับทีม ประสานเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์ ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… During Hospitalization ประสานกับทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการรักษา ด าเนินการตามหลัก D-METHOD model D-Diagnosis: ควำมรู้เรื่องโรค ข้อมูลและการรับรู้เรื่องโรค M-Medication: ควำมรู้เรื่องยำ วิธีการใช้ยา ฤทธิ์ของยาและผลข้างเคียงของยา อื่น ๆ ระบุ …………………………………………………………………. ( ) การเก็บรักษา ( ) ข้อห้ามการใช้ยา ( ) ควรปฏิบัติตัวเมื่อลืมกินยา/ฉีดยา ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… สติ๊กเกอร์ผู้ป่ วย ปรับปรุง 30/5/2566
85 กำรวำงแผนกำรจ ำหน่ำย(Discharge Plan) กำรประเมินผล ครั้งที่ 1 ผู้ประเมิน ครั้งที่ 2 ผู้ประเมิน ผู้รับค ำแนะน ำ E-Environment & Economic: สิ่งแวดล้อมและ เศรษฐกิจ การจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับโรค การหลีกเลี่ยงฝุ่นควันและป้องกันอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่าย/สิทธิ์การรักษา ผู้ป่วยมีความจ าเป็นต้องการผู้ดูแลช่วยเหลือในเรื่อง (ระบุ)……………………………………………………………………………………….. T-Treatment: เข้ำใจเป้ำหมำยกำรรักษำ สังเกต อำกำรตนเอง แนวทางการรักษา การปฏิบัติตัว อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์/ อื่น ๆ................................. H-Health: ส่งเสริมฟื้นฟูป้องกัน ความรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง /การป้องกันภาวะแทรกซ้อน การส่งเสริม ฟื้นฟูสภาพ ชนิดของกิจกรรมที่ห้ามปฏิบัติ O-Outpatient Referral: มำตรวจตำมนัด การดูแลรักษาต่อเนื่องหลังออกจากรพ. การติดตามเยี่ยมบ้าน/ส่งต่อ PCU การติดต่อขอความช่วยเหลือสถานพยาบาลใกล้บ้านในกรณี เกิดภาวะฉุกเฉินตลอดการส่งต่อรพ.สต. วันนัด......................หน่วยงาน........................แพทย์............... D-Diet: เลือกอำหำรเหมำะสม ความรู้ความเข้าใจด้านอาหารที่เหมาะสมกับโรค อื่น ๆ ...................................................................................... ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ………………..…… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… ผู้ป่วย ญาติ อื่น ๆ .............… สรุปกำรจ ำหน่ำย (Discharge day) Admit วันที่ .......................................... Discharge วันที่ ……………..……..…..................................... เวลา .............................................. Length of stay .................................วัน สิ่งที่ได้รับก่อนจ ำหน่ำย ตรวจสอบสิทธิ์ Med Reconciliation แจ้งญาติทราบ เอกสารส่งตัว ใบนัด ใบรับรองแพทย์/ ใบรับรองการตาย ประสานศูนย์ refer ประเมินความพึงพอใจ ประเภทกำรจ ำหน่ำย แพทย์อนุญาต ไม่สมัครอยู่ ส่งต่อรพอื่น ระบุ .................................................. เสียชีวิต สภำพผู้ป่วยก่อนจ ำหน่ำยหรือส่งต่อศูนย์ดูแลต่อเนื่อง……………………………………………………………………………….………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……………… ปัญหำที่ต้องดูแลต่อเนื่อง…………………………………………………………..….…………………………………………………………………….……………………… ………................................................................................................................................................................................................................ สัญญำณชีพ T = ..................................... P = ….............................. R = ……….................... BP = ……………….............................mmHg ลงชื่อผู้จ ำหน่ำย...............................................................................................ต ำแหน่ง………………………………………….………………………….. Post Discharge ติดตาม Readmission ใน 28 วัน วันที่ ..................................................………………………………………………….…… ปรับปรุง 30/5/2566
86 Stricker ใบติดตำมผลกำรตรวจน้ ำตำลในเลือดและควำมเข้มข้นของเลือด กลุ่มงำนกำรพยำบำลผู้ป่วยอำยุรกรรม ว/ด/ป เวลำ DTX (mg%) HCT (%) สำรน้ ำที่ได้รับ กำรรักษำ ผู้บันทึก หอผู้ป่วย …………………………………………………….. กลุ่มงำนอำยุรกรรม โรงพยำบำลมหำรำช นครรำชสีมำ
87 ใบบันทึกอำกำรส ำคัญ กลุ่มชื่อ........................นำมสกุล........................อำยุ.............ปีHN……..............….. Diagnosis…………........................... Adate time vital signs Setting Respirator T P R BP MAP O2sat CVP Mode TV/MV FiO2 RR/flow Pหมำยเหตุ ผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหำยใจ 2 คะแนน ใช้ยำกระตุ้นควำมดันโลหิต 3 คะแนน Goal: MAP> 65m on ventilat
มกำรพยำบำลผู้ป่วยอำยุรกรรม Admit..........................................วันรับย้ำย......................................./ วดป……………….................. แผ่นที่ ……………...... Pain Score Lactate SOS Score Medication IV RATE Intake Output Nurse PEEP I:E PC Oral/NG Urine mmHg, Urine > 0.5ml/kg/hr, CVP 8-12 / 12-15 tor: PaO2>80mmHg, O2 Sat.>95%, PaCO2/ETCO2 = 35-45 mmHg
88 ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับตัวท่ำน 1. เพศ 1) ชาย 2) หญิง 2. อำยุ (ผู้ตอบแบบสอบถาม) .................... ปี 3. ระดับกำรศึกษำสูงสุด 1) ประถมศึกษาหรือต่ ากว่า 2) มัธยมศึกษาหรืออนุปริญญา 3) ปริญญาตรีหรือสูงกว่า 4. สิทธิกำรรักษำ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ อื่น ๆ .... ตอนที่ 2 ควำมรู้สึกของท่ำนต่อบริกำรต่ำง ๆ ที่ได้รับจำกกำรนอนโรงพยำบำลในครั้งนี้ กรุณาใส่เครื่องหมาย ในช่องระดับความพึงพอใจ รำยกำรที่ประเมินควำมพึงพอใจ ระดับควำมพึงพอใจ มำกที่สุด มำก ปำน กลำง น้อย น้อยที่สุด ด้ำนขั้นตอนกำรให้บริกำร 1. ได้รับค าแนะน าขั้นตอนการให้บริการ อธิบาย ชี้แจง หรือติดประกาศ 2. ความสะดวก รวดเร็วการให้บริการและให้ความช่วยเหลือ ด้ำนเจ้ำหน้ำที่ผู้ให้บริกำร 3. เจ้าหน้าที่พูดจาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีกิริยามารยาท 4. เจ้าหน้าที่เอาใจใส่ กระตือรือร้นและมีความพร้อมในการให้บริการ 5. ได้รับค าแนะน าเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพตนเองเมื่อกลับไปบ้าน สามารถตอบ ค าถาม ชี้แจงข้อสงสัย ช่วยแก้ปัญหาได้ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล ด้ำนสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกในกำรบริกำร 6. สถานที่ให้บริการมีความสะอาด เช่น ห้องน้ า หอผู้ป่วยที่นอน ด้ำนคุณภำพของกำรให้บริกำร 7. ได้รับการบริการที่ดี และมีคุณภาพ ตอนที่ 3 ควำมคิดเห็นของท่ำนต่อบริกำรของโรงพยำบำลมหำรำชนครรำชสีมำ 1. ถ้าท่านสามารถเลือกโรงพยาบาลได้ ท่านจะเลือกกลับมาใช้บริการที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกหรือไม่ 1) มา 2) ไม่มา 2. ท่านจะแนะน าญาติหรือคนรู้จักมาใช้บริการที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาหรือไม่ 1) แนะน า 2) ไม่แนะน า 3. สิ่งที่ประทับใจ จากการรับบริการในครั้งนี้ (ถ้ามีโปรดระบุ)………………………………………………………..…………………. ....................................…………………………………..……………………………………………………………………….….………………… 4. สิ่งที่ไม่พึงพอใจ/ควรปรับปรุง จากการรับบริการในครั้งนี้ (ถ้ามีโปรดระบุ)............................................................... แบบส ำรวจควำมพึงพอใจของผู้รับบริกำรผู้ป่วยใน โรงพยำบำลมหำรำชนครรำชสีมำ หอผู้ป่วย ..................................................................
89 ผู้รับผิดชอบ โรค แพทย์ พยำบำล เภสัชกร 1. Ischemic Stroke นพ.พาวุฒิเมฆวิชัย นางสาววนิดา บรรจงปรุ นางสาววรกัญญา กาญจนานันท์ นางศุกลภัทร แก่นนาค า ภญ.สิริวิมล อัศวสุดสาคร เภสัชกรห้องยา Med 2. STEMI/NSTEMI นพ.พินิจ แก้วสุวรรณะ นางชุมสาย คูณแก้ว นางจิราภรณ์ ลอยจิ๋ว นางสาวทัศนีย์ ราชสีห์ ภญ.รังสิกานต์นาคบุรินทร์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก กฟภ 3. CHF นพ.ปิติ นิยมศิริวนิช นางชุมสาย คูณแก้ว นางสาวสุนิสา พลนอก ภญ.รังสิกานต์นาคบุรินทร์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก กฟภ 4. DM พญ.พรรณทิพย์ตันติวงษ์ นางจารุวรรณี พันธุ์วัง นางอัจฉริยา ปิดตานัง นางวริษฐา หวลกระโทก ภญ.นภสร โกมุตตานนท์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี 5. COPD นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ นางนันท์นภัส กุลธนานิธินันท์ นางสาวปวีณา ราบจะบก ภก.นนทกร สุขจินดาเสถียร เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี 6. Sepsis นพ.ถิรชาติเสวตานนท์ พญ.รัฐกานต์ ขจีกุล นางสาวปทุมมาศ กองกระโทก นางปรียาภรณ์. โรจน์ขจรเดช นางสาวสุนิสา พลนอก ภญ.ศิริลักษณ์ค าภิโร ภญ.รังสิกานต์ นาคบุรินทร์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี 7. TB พญ.วิลาวัณย์ ทิพย์มนตรี นางศศกร ชม้ายกลาง นางสาวนฤภร สงึมรัมย์ นางปิยะมนต์ อิศราบาล นางสาวสุนิสา พลนอก ภญ.อธิชา เทอดโยธิน เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก 8 ชั้น 8. HIV พญ.วิลาวัณย์ทิพย์มนตรี นางศศกร ชม้ายกลาง นางสาวนฤภร สงึมรัมย์ นางปิยะมนต์ อิศราบาล นางสาวสุนิสา พลนอก ภญ.อธิชา เทอดโยธิน เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก 8 ชั้น 9. Covid นพ.ศิริชัย วิวัฒน์โรจนกุล นางศศกร ชม้ายกลาง นางสาวนฤภร สงึมรัมย์ นางปิยะมนต์ อิศราบาล นางปรียาภรณ์. โรจน์ขจรเดช ภญ.กนกวรรณ พรหมพันใจ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก 8 ชั้น 10. CKD stage 5 on CAPD นพ.วทัญญู พาราพิบูลย์ นางศุกลภัทร แก่นนาค า นางจิราภรณ์ ลอยจิ๋ว ภก.นนทกร สุขจินดาเสถียร เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี 11. Kidney Transplant พญ.ลัดดาพร วงษ์ลือชัย คุณสวรรยา รัตนวิชัย ภญ.รังสิกานต์นาคบุรินทร์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี เภสัชกรห้องยาตึก กฟภ 12.Chemotherapy พญ.วัชรินทร์ ยิ่งสิทธิ์สิริ นางสาวสุธาสินี พวงพิมาย นางณัฐนิจ สัตยารัฐ นางวัจนา อุ่นใจ ภญ.นภสร โกมุตตานนท์ เภสัชกรห้องยา ตึกอายุรกรรม 60 ปี หมายเหตุ : พญ.เฉลิมพร เป็นที่ปรึกษาเรื่อง Nutrition
90