The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitradee.pang, 2022-09-06 12:56:28

สวัสดีเล่ม 8

สวัสดีเล่ม 8

ใบความร้ทู ี่ ๒๕ ๔๕

พจนานุกรม

พจนานกุ รม คอื หนังสือท่ีรวบรวมค�ำ ศัพท์โดยเรียงลำ�ดับค�ำ ตาม
ตวั อักษรกำ�หนด เสยี งอา่ น ความหมาย ไวยากรณ์
ตัวอยา่ งประโยค และทมี่ าของคำ�เพ่ือใช้เป็นที่
คน้ ควา้ หาความหมายของคำ�

หลักในการคน้ หาคำ�

๑) เรียงตามล�ำ ดับตัวพยญั ชนะ ก – ฮ
ตวั ฤ ฤา จะอยหู่ ลงั ตัว ร ตวั ฦ ฦา จะอยูห่ ลงั ตัว ล
เช่น กนิ
ขนื
ครู

๒) ค�ำ ที่ใชพ้ ยญั ชนะต้นเดยี วกันจะเรียงค�ำ พยญั ชนะ
๓) ถ้าเปน็ อักษรน�ำ หรืออกั ษรตาม ซ่งึ ตวั หน้าเปน็ ตวั เดียวกนั ให้

ดตู วั ท่ี ๒ เชน่ องนุ่
อยา่ ง
อรอ่ ย

๔๖

หลกั ในการคน้ หาค�ำ

๔) ถา้ เป็นคำ�ท่มี ีตวั สะกดให้ดวู า่ ตวั สะกดตัวใดมากอ่ น
เชน่
- ขน
- ขม

๕) ค�ำ ที่ขึน้ ต้นพยัญชนะตามด้วยพยัญชนะ จะมาก่อนค�ำ ที่
ข้ึนตน้ ดว้ ยพยญั ชนะและตามดว้ ยสระ
พยญั ชนะตามดว้ ยพยญั ชนะ เชน่ กรง
พยญั ชนะตามด้วยสระ เช่น กะทิ

๖) คำ�ที่มี –็ (ไม้ไต่ค)ู่ จะมาก่อนค�ำ ท่มี ีรปู วรรณยกุ ต์
เชน่ แขง็ แข่ง แข้ง

ประโยชนข์ องพจนานกุ รม
๑. ใชต้ รวจสอบการอา่ นและการเขยี นใหถ้ กู ตอ้ ง
๒. ใช้ในการคน้ หาความหมายของคำ�ศพั ท์
๓. ค้นหาหน้าทข่ี องคำ�ตามหลักไวยากรณ์

๔๗

ใบงานท่ี ๒๔.๑

๑) โยงเสน้ เครอื่ งหมายวรรคตอนกับช่ือเครื่องหมายวรรคตอน

. นขลิขติ
! ปรศั นี
? ทวภิ าค
() มหัพภาค
ฯลฯ ไปยาลใหญ่
: อัศเจรีย์
“” ไม้ยมก
/ อัญประกาศ
จลุ ภาพ
ๆ ทบั
,

๔๘

ใบงานท่ี ๒๔.๒

๑) ทำ�เครื่องหมาย / หน้าข้อท่ถี กู x หน้าข้อทีผ่ ิด

๑. บา้ นเลขท่ี ๑๕,๒๐
๒. พอ่ มเี งนิ ๒,๐๐๐ บาท
๓. ใสน่ า้ํ ในอตั ราสว่ น ๑:๓
๔. โอย้ ! เจบ็
๕. กรงุ เทพ:
๖. ค.ร.ม. ยอ่ มาจาก คณะรฐั มนตรี
๗. “พอ่ ซอ้ื รถใหมแ่ ลว้ ๆ”
๘. วนั จนั ทร.์ วนั องั คาร.วนั พธุ .
๙. ฉนั พดู วา่ “สวสั ดคี ะ่ ”
๑๐. ปลามหี ลายพนั ธ์ุ เชน่ ปลาดกุ ปลากะพง
ปลานลิ ฯลฯ

๔๙

ใบงานท่ี ๒๔.๓

๑) เขยี นคำ�เตม็ จากอักษรย่อที่กำ�หนดให้

อักษรยอ่ ค�ำ เต็ม
ชม.
รร.
น.ส.พ.
กทม.
เม.ย.
อ.
น.ส.
ครม.
พ.ศ.

๕๐

ใบงานที่ ๒๕.๑

๑) เรียงค�ำ ที่กำ�หนดตามพจนานกุ รม
ลงิ มะพร้าว ดอกไม้ เสยี ง ประตู กวาง ทหาร
เรือใบ หมอน ไอน้าํ ใจ ชาม คิ้ว นก
สแี ดง ต้นไม้ ฉลาด งาม เตียง ขาว

๑ _____________ ๑๑ _____________
๒ _____________ ๑๒ _____________
๓ _____________ ๑๓ _____________
๔ _____________ ๑๔ _____________
๕ _____________ ๑๕ _____________
๖ _____________ ๑๖ _____________
๗ _____________ ๑๗ _____________
๘ _____________ ๑๘ _____________
๙ _____________ ๑๙ _____________
๑๐ _____________ ๒๐ _____________

ใบงานที่ ๒๕.๒ ๕๑

๑) เรียงค�ำ ทกี่ ำ�หนดให้ถกู ตอ้ งตามลำ�ดบั พจนานกุ รม

๑ กระเปา๋ กลม ก้งุ

๒ เงิน ง่าย งาม

๓ แมว เมฆ แมลงวัน
๔ แม่เลี้ยง แมช่ ี แมม่ ด
๕ วทิ ยา วชิ า วินาที
๖ สุนขั สิงโต สำ�ลี
๗ หนอน หนาม หนกั
๘ ใบไม้ บันได บุคลกิ
๙ ข้าวต้ม ขอทาน ขยัน
๑๐ คา้ งคาว ครอบครัว คล่ืนไส้

๕๒ แบบทดสอบบทที่ ๑๐

เรอ่ื ง เครอื่ งหมายวรรคตอน และพจนานกุ รม

ค�ำ ช้แี จง : ให้นักเรียนทำ�เคร่ืองหมาย X ทบั ข้อทม่ี ีค�ำ ตอบท่ถี ูกต้อง
๑. จากภาพข้อใดเปน็ ชือ่ ของ
๔. “ ” มชี อื่ วา่
เคร่อื งหมาย !
ก. อศั เจรยี ์ ก. จลุ ภาค
ข. ปรัศนี ข. มหัพภาค
ค. นขลิขติ ค. ปรศั นี
ง. จลุ ภาค ง. อญั ประกาศ

๒. จากภาพขอ้ ใดเปน็ ช่ือของ ๕. ปรศั นีมีชอื่ อีกอยา่ งหนึ่งว่า

เครอื่ งหมาย ( ) ก. เคร่ืองหมายตกใจ
ข. เครือ่ งหมายคำ�ถาม
ก. บพุ สญั ญา ค. เครอ่ื งหมายวงเล็บ
ข. จลุ ภาค ง. เครอ่ื งหมายจุดลกู นา้ํ
ค. นขลขิ ติ
ง. อศั เจรยี ์ ๖. จุด มหี ลกั การใชอ้ ยา่ งไร

๓. , มีชือ่ วา่ ก. ใชเ้ ขยี นไวห้ ลงั ตวั อักษรยอ่
ข. ใชเ้ ขยี นหลังตวั เลขเพือ่ บอก
ก. นขลขิ ติ
ข.จลุ ภาค ลำ�ดบั ข้อ
ค. มหพั ภาพ ค. ใช้เขียนค่นั ชั่วโมงกบั นาที
ง. อญั ประกาศ ง. ถกู ทุกข้อ

๗. ( ) วงเล็บ ขอ้ ใดเป็นหลกั ๑๐. ข้อใดใช้เครอ่ื งหมายผดิ ๕๓

การใช้ ก. โอย้ ! เจ็บจงั
ก. ใช้คน่ั ค�ำ หรอื กล่มุ ค�ำ ข. (เธอช่ืออะไร)
ข. ใชเ้ พ่ือต้องการเน้นค�ำ หรือ ค. ฉันชอบละครเรือ่ ง
ขอ้ ความ “บุพเพสนั นิวาส”
ค. ใชเ้ พื่อก�ำ กับข้อความเพ่ืออธิบาย ง. เขาชอบไปเท่ยี วทะเล , ภเู ขา
ให้ชดั เจน และ นาํ้ ตก
ง. ใช้เขยี นหลงั ข้อความท่ีจะมี
ตัวอยา่ งหรอื ข้อชี้แจง ๑๑. ขอ้ ใดใชเ้ ครอ่ื งหมายถกู ตอ้ ง

๘. ข้อใดใช้ ไม้ยมก ( ๆ) ถูกต้อง ก. พศ = พทุ ธศักราช
ข. ขันติ ฯ ความอดกล้ัน
ก. เดก็ ๆตอ้ งไปโรงเรยี น ค. บ้านเลขที่ 16/30
ข. พต่ี น่ื ๆตอนเชา้ ทกุ วนั ง. พอ่ มเี งิน ๑๐๐:๐๐๐
ค. ทห่ี า้ งสรรพสนิ คา้ มขี องนาๆ
ประการ ๑๒. คำ�ใด ยอ่ คำ�หนา้ และคำ�หลัง

ง. แมไ่ กอ่ ยใู่ นตะกรา้ ไข่ ๆ มา ไม่ถูกตอ้ ง
สห่ี า้ ใบ ก. ม.ค. มีนาคม
ข. มิ.ย. มถิ ุนายน
๙. เตมิ เคร่ืองหมายหลงั ขอ้ ความ ค. เม.ย เมษายน
“เครอ่ื งครัวมหี ลายชนิด เชน่ เตา ง. ก.พ. กมุ ภาพนั ธ์
หมอ้ ชาม ช้อน ______”
ก. ? ๑๓. ค�ำ ยอ่ ขอ้ ใดถูกต้อง
ข. ฯลฯ
ค. ( ) ก. ช.ม. ช่วั โมง
ง. / ข. รร. โรงแรม
ค. อจ. อาจารย์
ง. ก.ท.ม. กรงุ เทพมหานคร

๕๔

๑๔. ขอ้ ใดกลา่ วถึงพจนานุกรม ๑๗. ข้อใดเรยี งล�ำ ดบั ตามพจนานกุ รม
ก. หนงั สือท่รี วบรวมค�ำ ตา่ งๆใน
ไดถ้ ูกต้อง

ภาษาใดภาษาหนึง่ ก. ขวาน มะพร้าว บ้าน
ข. พจนานุกรมจะมีข้อมูลของคำ� ข. ดอกไม้ สรอ้ ย ลำ�ไย
และชนดิ ของคำ� ค. กระโปรง ฆอ้ ง ชาม
ค. พจนานกุ รมจะเรยี งลำ�ดบั ของ ง. กล้วย ครัว นํา้
ตวั อักษรและสระ
ง. ถกู ทุกขอ้ ๑๘. ขอ้ ใดเรียงล�ำ ดับพจนานกุ รม

๑๕. พจนานกุ รมจะเรยี งล�ำ ดบั เร่ือง เปน็ ล�ำ ดบั แรก
ก. หวี
ใดกอ่ น ข. หรู
ก. สระ ค. หวาน
ข. พยญั ชนะ ง. หนาว
ค. วรรณยกุ ต์
ง. ตวั สะกด ๑๙. ข้อใดเรียงล�ำ ดบั ตามพจนานกุ รม

๑๖. ตวั ฤ ฤา จะเรียกอย่างไร ได้ถกู ตอ้ ง
ก. ก้าง กะทิ กม้ หนา้
ข. กงสลุ กรง กระจก
ก. จะอยหู่ นา้ ร ค. กระปิ กรน กระบอก
ข. จะอยหู่ ลงั ร ง. กวาง กลิน่ กรณุ า
ค. จะอยหู่ นา้ ล
ง. จะอยหู่ ลงั ล ๒๐. ตวั ยอ่ ในพจนานกุ รมขอ้ ใดผิด
ก. น. ค�ำ นาม
ข. ก. ค�ำ กริยา
ค. ว. ค�ำ วเิ ศษณ์
ง. อ. สรรพนาม

๕๕

๕๖

๑๑บทท่ี
บทกลอน วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

ครูดารานำ�แผ่นบทดอกสรอ้ ยสุภาษติ มาติดบนกระดานให้นกั เรียนอา่ น
แมวเหมียว

แมวเอย๋ แมวเหมยี ว
รปู ร่างประเปรียวเป็นหนักหนา
ร้องเรียก เหมยี ว เหมียว เดย๋ี วกม็ า

เคล้าแขง้ เคลา้ ขานา่ เอน็ ดู
รจู้ กั เอารักเข้าตอ่ ตั้ง
คาํ่ ค่าํ ซาํ้ นงั่ ระวงั หนู
ควรนับวา่ มันกตัญญู
คอยดอู ยา่ งไว้ใส่ใจเอย

ครดู ารา : นเี่ ป็นบทร้อยกรอง เป็นลักษณะของค�ำ ประพันธท์ ี่มีคำ�
สัมผสั คล้องจองกนั เชน่

ตา หา
แดง แสง
ร�ำ จ�ำ
รปู จูบ
มาก ยาก

๕๗

ใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างคำ�คล้องจองโดยครูจะบอกค�ำ ให้

ครูดารา : ทอง
นักเรยี น : จอง , มอง , ของ , ลอง , สอง …
ครูดารา : ส่ี
นักเรยี น : ดี , ตี่ , มี , ป่ี , มี
ครูดารา : วนั นน้ี ักเรยี นจะไดเ้ รียนเร่ือง ค�ำ คลอ้ งจอง คำ�สัมผสั

ได้เรียนเกีย่ วกบั คำ�กลอน และโคลง ท่สี �ำ คัญนกั เรียน
จะได้แตง่ กลอนครูจะใหน้ กั เรยี นดูบทกลอน

ดวงดาวพราวฟา้ เดือนจา้ สุกใส
ส่องสวา่ งกลางไพร พาใจเบกิ บาน

กลอนเรยี กว่า กลอน ๔ บท หน่งึ บทมี ๔ วรรค
วรรคหน่ึงมี ๔ ค�ำ มคี ำ�ท่ีสมั ผสั กนั คอื คำ�ว่า
ฟา้ จ้า , ไพร ใจ และใส ไพร

ทคร๒่ี ดู ๖า.ร๑าใ–ห๒้น๖กั เ.๒รียนศกึ ษาใบความรู้ท่ี ๒๖ และท�ำ ใบงาน

๕๘

ครูดารา : นกั เรียนเคยไดย้ ินวรรณคดไี ทยเรื่อง ขุนช้างขนุ แผน
เเละเรอ่ื งพระอภัยมณไี หม

นักเรียน : เคยเรยี นแตจ่ ำ�เรอ่ื งไม่ได้ เพราะครเู คยเล่าเร่อื งให้

ฟังยอ่ ๆ

ครดู ารา : ครจู ะเลา่ เรือ่ งขนุ ช้างขุนแผน และพระอภยั มณีให้
นักเรียนฟัง (ครูดาราเล่าเรอ่ื งขุนช้างขุนแผน และพระ
อภัยมณี) เร่ืองขุนชา้ งขนุ แผน และเร่อื งพระอภัยมณีมี
บทกลอนท ่ี ไพเราะมาก

ครูดารา : ครูยังมเี ร่อื งวรรณคดี ท่อี ยากแนะน�ำ ใหน้ กั เรยี นไปหา
อ่านอกี เช่น เรื่อง
- เงาะป่า
- นิทานทองอิน
- รามเกียรติ์
- ราชาธิราช
- ไชยเชษฐ์

ค๒ร๗ูด.๑าร–าใ๒ห๗น้ .ัก๒เรแียลนะศนกึ กั ษเรายีใบนคทว�ำ าแมบรบูท้ ท่ี ๒ดส๗อบแทลา้ว้ ยทบำ�ทใบงานท่ี

๕๙

ใบความรทู้ ่ี ๒๖

คำ�คลอ้ งจอง

คำ�คลอ้ งจอง คือ ค�ำ ท่ีมีเสยี งสัมผสั กนั มเี สียงสระเดียวกัน ถา้ มี
ตวั สะกดต้องเป็นตัวสะกดในมาตราเดียวกัน
เชน่

คำ�คล้องจองไม่มตี วั สะกด
มา ตา น้า ปา่ มา้ ผ้า ฯลฯ

คำ�คล้องจองท่มี ตี วั สะกด วง จง ลิง ยิง
มาตราแม่ กง ชน บน เรยี น เขียน
มาตราแม่ กน

๖๐

การแบง่ ค�ำ คล้องจอง

๑. คำ�คลอ้ งจอง ๑ พยางค์ ดี ปี หวี หน่ี
คำ�คลอ้ งจองท่ไี มม่ ีตวั สะกด กาง วาง ร้อง ฟัง
คำ�คล้องจองทม่ี ีตวั สะกด

แสงเทยี น เวียนวน ๒. คำ�คลอ้ งจอง ๒ พยางค์
สายนํา้ ฉํ่าชน่ื
ดอกไม้ ในสวน
ทอ้ งทุ่ง รุ่งเช้า

๓. ค�ำ คลอ้ งจอง ๓ พยางค์

สายลมโบก โยกพล้วิ ไหว เจอคนดี มีความสขุ
พส่ี อนน้อง ลองฝกึ หดั เปน็ นกั เรยี น ตอ้ งเขยี นอา่ น

๔. คำ�คล้องจอง ๔ พยางค์

รกั ววั ใหผ้ ูก รักลูกใหต้ ี
ฉันรักพอ่ แม่ ดแู ลไมห่ า่ ง

๖๑

คำ�สัมผสั

ค�ำ สัมผัส คอื คำ�ทีม่ ีเสยี งคลอ้ งจองกัน

ค�ำ สมั ผสั แบ่งได้ ๒ ประเภท
๑. สัมผัสนอก คือ ค�ำ คล้องจองทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งวรรค

เปน็ ค�ำ สมั ผสั สระ เปน็ สมั ผัสบังคบั ขาดไม่ได้

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายงั ด้อยเรง่ ศกึ ษา

เม่อื เติบใหญเ่ ราจะไดม้ วี ชิ า เป็นเคร่ืองหาเลี้ยงชพี สำ�หรบั ตน

๒. สมั ผสั ใน คอื คำ�คล้องจองท่ีอยใู่ นสระเดยี วกัน จะทำ�ให้
บทกลอนไพเราะขนึ้ จะมหี รอื ไมก่ ไ็ ด้ไม่บังคับ

กอ้ ยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลนิ้ ด้นิ แดโดย
รสทิพยห์ ยิบมาโรย ฤาจะเปรยี บเทียบทนั ขวัญ

๖๒ กลอน

กลอน คือ ลกั ษณะของคำ�ประพันธท์ ี่เรียบเรยี งใหค้ �ำ สมั ผสั กนั
ตามลักษณะของบทกลอนแต่ละประเภท และ
ลกั ษณะการแต่ง

กลอน ๔ สภุ าพ
บทหน่ึงมี ๔ วรรค วรรคหนงึ่ มี ๔ ค�ำ คำ�สุดทา้ ยของวรรค
หน้าทุกวรรค ตอ้ งสมั ผสั กบั ค�ำ ที่ ๒ ของวรรคหลงั คำ�สุดทา้ ย
ของวรรคทสี่ องต้องสัมผสั กบั คำ�สดุ ท้ายของวรรคท่สี าม

ดวงจนั ทรว์ ันเพ็ญ ลอยเดน่ บนฟ้า
แสงนวลเยน็ ตา พาใจหฤหรรษ์
ชักชวนเพ่ือนยา มาเลน่ รว่ มกนั
เดก็ นอ้ ยสุขสนั ต์ บันเทิงเริงใจ

กลอน ๘ ๖๓

บทหนึง่ มี ๔ วรรค วรรคละ ๘ คำ� ค�ำ สดุ ทา้ ยของวรรค
หนา้ ทุกวรรค จะสัมผสั กบั ค�ำ ท่ี ๓ หรือ ๕ ของวรรคหลัง ค�ำ
สดุ ท้ายในวรรคที่ ๒ จะสัมผัสกบั คำ�สดุ ท้ายในวรรคท่ี ๓

มุง่ เข้มแข็งแขง่ ได้ ใหย้ ่ังยนื มงุ่ พลิกฟื้นคนื สุขทกุ แห่งหน
มุ่งถาวรสอนงานการพงึ่ ตน มุ่งปวงชนพ้นทกุ ข์สุขหัวใจ

๖๔

กลอนสักวา
บทหนึง่ มี ๔ คำ�กลอน หรอื ๘ วรรค ตอ้ งขน้ึ ตน้ ดว้ ยคำ�
วา่ สักวา และลงทา้ ยดว้ ยเอย

สักวา

เอย

สักวาหวานอน่ื มีหมืน่ แสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม

กลน่ิ ประเทยี บเปรยี บดวงพวงพะยอม อาจจะนอ้ มจติ โนม้ ดว้ ยโลมลม

แมน้ ลอ้ ลามหยามหยาบไม่ปลาบปลมื้ ดงั ดดู ดมื่ บอระเพด็ ตอ้ งเข็ดขม

ผู้ดไี พรไ่ มป่ ระกอบชอบอารมณ์ ใครฟงั ลมเมนิ หนา้ ระอาเอย

๖๕

กลอนดอกสร้อย

บทหนง่ึ ใช้ ๔ คำ�กลอน หรอื ๘ วรรค ข้นึ ตน้ ด้วยคำ� ๔ คำ�
เอาค�ำ ๒ คำ� เป็นตวั ตง้ั แลว้ เขยี นค�ำ หนา้ ซา้ํ กนั ๒ ครัง้ โดยเอาค�ำ
ว่า “เอ๋ย” มาแทรก เชน่ เเมวเอ๋ยแมวเหมยี ว และลงท้ายด้วยค�ำ
ว่า เอย

เอย๋

ความเอย๋ ความดี อย่คู งทคี่ ู่โลกเป็นแกน่ สาร
ประทบั จติ มวลมนุษย์ตลอดกาล ชนกลา่ วขานเชิดชพู รอ้ มบชู า
ทำ�ความดีถึงแสนยากลำ�บากเหลอื ทง้ั นา่ เบ่อื เขน็ ครกข้ึนภผู า
ผลความดีประดบั ไวใ้ นโลกา ย่ิงสงู ค่าน�ำ ทางสร้างความดเี อย

๖๖

กลอนบทละคร
กลอนบทละคร วรรคหนึ่งมี ๖ ตวั ๘ ค�ำ วรรคแรกของ
กลอนโดยมคี ำ�หนา้ เช่น เมอื่ น้ัน (ใชก้ บั ตวั เอก เชน่ พระเอก
นางเอกพระเจ้าแผ่นดิน) บัดนัน้ (ใชก้ บั ตัวละครทไ่ี มส่ �ำ คัญ
เช่น ทหารคนใช้)

เมือ่ นัน้ พระบุตรมี ีศักด์เิ ฉดิ ฉนั

ได้ฟงั ถ้อยค�ำ ทร่ี ำ�พัน เห็นเขาร้เู ทา่ ทนั กอ็ ายใจ

ครั้นจะเล่าบอกออกให้รู้ กอ็ ดสูหนักหนาไมว่ ่าได้

แต่ความรักเหลอื รักตอ้ งหักใจ อรทยั จึงกล่าววาที ฯ

๖๗

ค�ำ ประพันธ์

คำ�ประพนั ธ์ คอื ถอ้ ยคำ�ทีแ่ ต่งข้ึนโดยเรยี บเรยี งตามข้อ
บังคับ มกี ารจำ�กัดคำ� และวรรค ใหเ้ ปน็ บท
รอ้ ยกรอง ได้แก่ กลอน โคลง กาพย์ ฉันท์
ร่าย

หลกั ในการแต่งค�ำ ประพันธ์

๑ วางแผนวา่ จะแตง่ ค�ำ ประพันธเ์ กี่ยวกับอะไรและจะใช้
ค�ำ ประพนั ธ์ประเภทไหน

๒ เขยี นโครงเรือ่ งเป็นรอ้ ยแกว้
๓ แต่งคำ�ประพนั ธ์ตามเร่อื งท่ีเรยี บเรยี งไว้
๔ ตรวจทานแก้ไขคำ�คลอ้ งจอง สำ�นวนภาษา และปรบั ปรุง

ใหด้ ขี ้นึ

๖๘ ใบความรู้ที่ ๒๗

วรรณคดี วรรณกรรมไทย

วรรณคดี หมายถึง หนังสอื ที่ไดร้ ับการยกย่องว่าแต่งดี อาจ
เป็นบทรอ้ ยแก้ว หรอื ร้อยกรองมกี ารใช้
ภาษาและค�ำ ที่ดี เน้ือหาดี ท�ำ ให้ผอู้ ่าน
อ่านแลว้ มีความเพลดิ เพลิน

วรรณกรรม หมายถึง งานหนังสือ งานประพันธ์ ทกุ ชนิด ทั้งที่
เป็นบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง

วรรณกรรมพ้ืนบ้าน หมายถงึ ผลงานทีเ่ กิดข้ึนจากการใช้ภาษาโดยการพดู
และการเขยี นของ กลมุ่ ชนในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ แบ่งเปน็ ๗ ประเภท คอื
๑. นิทานพื้นบ้าน เปน็ เร่ืองเล่าทสี่ บื ทอดตา่ งๆกันมาเปน็ นิทานจกั รวงษ์ ๆ
๒. ต�ำ นานพน้ื บา้ น เร่อื งเลา่ เก่ยี วกับประวัติความเป็นมาของสถานที่

ตา่ ง ๆ บคุ คลเปน็ ความเช่อื
๓. บทสวดหรือบทกลอนในพิธกี รรม เป็นค�ำ สวดทีใ่ ชป้ ระกอบพธิ ีกรรม
๔. บทรอ้ งพื้นบ้าน ค�ำ ร้องทถี่ ่ายทอดกันมาในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ บทกลอ่ ม

เด็กบทรอ้ งเลน่
๕. ส�ำ นวนสภุ าษิต คำ�พดู ทส่ี บื ทอดกันมา มกั มีตัวคล้องจอง
๖. ปรศิ นาค�ำ ทาย เป็นคำ�หรือข้อความทีต่ อ้ งเปน็ ค�ำ ถาม
๗. ตำ�รา องค์ความรู้มกี ารเขียนเปน็ บนั ทึกในเอกสารโบราณ เช่น ต�ำ รา

โหราศาสตร์

๖๙
วรรณคดีและวรรณกรรม ทถ่ี กู กำ�หนดใหน้ กั เรียนในระดบั ประถมศึกษา
ได้เรยี น เชน่

ดอกสร้อยสุภาษิต เดก็ น้อย
เพลงกล่อมเด็ก นกเอ้ยี งเลย้ี งความเฒา่
บทร้องเล่นของเดก็ มดแดง
นิทานอีสป สภุ าษติ สอนหญงิ
บทละครนอก เป็นต้น
บทละครเรอ่ื ง เจา้ ทองดี
บทละครเรอ่ื ง เจ้าเน้ือเย็น
บทละครเรอื่ ง นกกาเหว่า
นทิ านทองอิน เปน็ ตน้
ราชาธิราช กุ๊กก๊กุ ไก่
นทิ านคำ�กลอนเรอื่ ง งกู ินหาง
รรี ขี ้าวสาร
เปน็ ตน้
กระตา่ ยกับเตา่
ราชสหี ก์ ับหนู
หมาปา่ กบั ลกู แกะ
อึง่ ตา่ งกับววั
เป็นตน้
เร่ืองไชยเชษฐ์ รชั กาลท่ี ๒
เงาะปา่ รัชกาลที่ ๕
สังขท์ อง รชั กาลที่ ๒
รามเกยี รต์ิ รชั กาลที่ ๑
รชั กาลท่ี ๖
เจ้าพระยาพระคลงั (หน)
พระอภัยมณี สุนทรภู่

๗๐

บทรอ้ ยกรอง ในวรรณคดีร้อยแกว้

ดอกสร้อยสภุ าษิต

นกเอย้ี งเลย้ี งเฒา่ มดแดง
นกเอย๋ นกเอย้ี ง มดเอย๋ มดแดง
คนเขา้ ใจวา่ เจา้ เลย้ี งซง่ึ ควายเฒา่ เลก็ เลก็ เรย่ี วแรง แขง็ ขยนั
แตน่ กเอย้ี งนน้ั เลย่ี งท�ำ งานเบา ใครกลา้ํ กลาย มาท�ำ รา้ ย ถงึ รงั มนั
แมอ้ าหารกไ็ ปเอาบนหลงั ควาย กว็ ง่ิ พรกู รกู นั มาทนั ที
เปรยี บเหมอื นคนท�ำ ตนเปน็ กาฝาก สไู้ ดห้ รอื มไิ ดใ้ จสาหสั
รมู้ ากเอาเปรยี บคนทง้ั หลาย ปากกดั กน้ ตอ่ ยไมถ่ อยหนี
หนง่ึ งานหนกั คอยสมคั รงานสบาย ถา้ รงั เราใครกลา้ มาราวี
จงึ นา่ อายเพราะเอาเยย่ี งนกเอย้ี งเอย ฯ ตอ้ งตอ่ ตที รหดเหมอื นมดเอย ฯ

นายทดั เปรยี บ

๗๑

เพลงกลอ่ มเด็ก

นกกาเหวา่
กาเหวา่ เอย ไขใ่ หแ้ มก่ าฟกั
แมก่ ากห็ ลงรกั คดิ วา่ ลกู ในอทุ รฃ
คาบเอาขา้ วมาเผอ่ื คาบเอาเหยอ่ื มาปอ้ น
ถนอมไวใ้ นรงั นอน ซอ่ นเหยอื มาใหก้ นิ
ปกี เจา้ ยงั ออ่ นคลอแคล ทอ้ แทจ้ ะสอนบนิ
แมพ่ าไปกนิ ทป่ี ากนา้ํ พระคงคา
กนิ กงุ้ แลกนิ กง้ั กนิ หอ้ ยกระพงั แมงดา
กนิ แลว้ กโ็ ผมา จบั ทต่ี น้ หวา้ โพทอง
ยงั มนี ายพราน เทย่ี วเยย่ี มเยย่ี มมองมอง
ยกเอาปนื ขน้ึ สอ่ ง จอ้ งเอาแมก่ าด�ำ
ตวั หนง่ึ วา่ จะตม้ อกี ตวั หนง่ึ นน้ั วา่ จะย�ำ
กนิ นางแมก่ าด�ำ คา่ํ วนั นอ้ี แุ มน่ า

เจา้ เนอ้ื เยน็
เจา้ เนอ้ื เยน็ เอย
แมม่ ใิ หไ้ ปเลน่ ทห่ี าดทราย
ครน้ั วา่ นา้ํ ขน้ึ มา
มนั จะพาเจา้ ลอยหาย
แสนเสยี ดาย
เจา้ คนเดยี วเอย

๗๒ บทเพลงเลน่ ของเด็ก

กกุ๊ กกุ๊ ไก่ รรี ขี า้ วสาร
กกุ๊ กกุ๊ ไก่ เลย้ี งลกู มาจนใหญ่ รรี ขี า้ วสาร
สองขนานขา้ วเปลอื ก
ไมม่ นี มใหล้ กู กนิ เลอื กทอ้ งใบลาน
ลกู กร็ อ้ ง เจย๊ี บ เจย๊ี บ เกบ็ เบย้ี ใตถ้ นุ รา้ น
ลกู รอ้ งเจย๊ี บ เจย๊ี บ เจย๊ี บ เจย๊ี บ ทานคนขา้ งหลงั ไว้
แมก่ เ็ รยี กไปคยุ้ ดนิ
ท�ำ มาหากนิ ตามประสาไกเ่ อย

นทิ านอีสป

ราชสหี ก์ บั หนู
ราชสหี เ์ จา้ ปา่ ตวั หนง่ึ ก�ำ ลงั นอนหลบั มหี นตู วั หนง่ึ วง่ิ ไปบนรา่ งของราชสหี ท์ �ำ ใหร้ าชสหี ์

ตกใจตน่ื และโกรธและตะปบจบั หนไู ว้ เจา้ หนรู อ้ งออ้ นวอนขอชวี ติ วา่ “ทา่ นไดโ้ ปรดไวช้ วี ติ
ขา้ ดว้ ยเถดิ แลว้ สกั วนั ขา้ จะกลบั มาชว่ ยเหลอื ทา่ นเปน็ การตอบแทน”

ราชสหี ห์ วั เราะลน่ั “หนตู วั เลก็ นดิ เดยี วจะเชน่ เจา้ จะชว่ ยอะไรเจา้ ปา่ อยา่ งขา้ ได้ แต่
เอาเถอะ เมอ่ื เจา้ ไมไ่ ดต้ ง้ั ใจ ขา้ กจ็ ะปลอ่ ยเจา้ เอาบญุ แลว้ กนั ”
ขณะทร่ี าชสหี อ์ อกลา่ เหยอ่ื บงั เอญิ พลาดทา่ ไปตดิ กบั ดกั ของนายพรานเขา้ ราชสหี ์
พยายามดน้ิ หนเี ทา่ ไรกไ็ มห่ ลดุ จงึ ไดแ้ ตร่ อ้ งค�ำ รามอยา่ งสน้ิ หวงั

เจา้ หนไู ดย้ นิ เสยี งรอ้ งของราชสหี ก์ จ็ �ำ ได้ รบี วง่ิ มาชว่ ยกดั แทะบว่ งทลี ะเสน้ จนขาดออก
ในทส่ี ดุ ราชสหี จ์ งึ รอดชวี ติ มาได้
นทิ านเรอ่ื งนส้ี อนใหร้ วู้ า่ : อยา่ ดถู กู ผทู้ ด่ี อ้ ยกวา่ เรา เพราะเขาอาจจะชว่ ยเหลอื เราได้

บทละครนอก ๗๓

เรอ่ื ง ไชยเชษฐ์

ผแู้ ตง่ : พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั

ไชยเชษฐเ์ ปน็ เรอ่ื งราวของ หญงิ งาม ชอ่ื จ�ำ ปาทอง เปน็ ธดิ าของทา้ วอภยั นรุ าช

เมอื งเวสาลี เวลารอ้ งไหจ้ ะมดี อกจ�ำ ปารว่ งมาแทนหยดนา้ํ ตา นางจ�ำ ปาทองเลย้ี งจระเข้
ไวด้ เู ลน่ จระเขน้ น้ั กอ่ ความเดอื ดรอ้ นแกป่ ระชาชนเปน็ อนั มาก ทา้ วอภยั นรุ าชจงึ ขบั นาง
ออกจากเมอื ง นางจ�ำ ปาทองออกจากเมอื งไปกบั นางแมวชอ่ื วฬิ า ทง้ั สองหลงทางและ
ผจญภัยต่าง ๆ จนไปพบพระโคดมฤาษีและขอความช่วยเหลือ ต่อมาท้าวสิงหล
ทราบขา่ วนางจงึ ไดข้ อมาเลย้ี งเปน็ บตุ รบญุ ธรรม ทา้ วสงิ หลรกั นางจ�ำ ปาทองดงั บตุ รแี ทๆ้
และประทานนามใหใ้ หมว่ า่ สวุ ญิ ชา ฝา่ ยไชยเชษฐเ์ ปน็ โอรสทา้ วธรรมมกึ เจา้ เมอื งเหมนั ต์
พระไชยเชษฐเ์ ปน็ โอรสของทา้ วธรรมนกึ เจา้ เมอื งเหมนั ต์ พระไชยเชษฐม์ สี นมอยู่ ๗ คน
วนั หนง่ึ พระองคไ์ ปเทย่ี วปา่ พระอนิ ทรร์ วู้ า่ พระไชยเชษฐแ์ ละนางสวุ ญิ ชาเปน็ คกู่ นั จงึ ให้
พระมาตลุ แี ปลงเปน็ กวางทองลอ่ พระไชยเชษฐไ์ ปยงั เมอื งสงิ หล เมอ่ื ไชยเชษฐพ์ บนางสุ
วญิ ชาทง้ั สองกร็ กั ใคร่ ดว้ ยความเหน็ ชอบของบดิ าของทง้ั สองฝา่ ย ทง้ั สองจงึ ไดอ้ ภเิ ษก
สมรสและมาอยเู่ มอื งเหมนั ต์
ฝ่ายนางสนมทั้งเจ็ดเกิดความอิจฉาริษยานางสุวิญชา คอยปองร้ายอยู่เสมอ
เม่อื นางสุวญิ ชามีครรภแ์ ก่ จึงสรา้ งข่าวลวงใหพ้ ระไชยเชษฐ์ไปเสาะหาช้างเผอื ก เมือ่
นางสวุ ญิ ชาประสตู พิ ระโอรส นางสนมทง้ั เจด็ จงึ น�ำ พระกมุ ารใสห่ บี ฝงั ไวใ้ นปา่ แลว้ น�ำ
ทอ่ นไมใ้ สพ่ านไว้ จากนน้ั จงึ บอกพระไชยเชษฐว์ า่ นางสวุ ญิ ชาคลอดลกู เปน็ ทอ่ นไม้ เมอ่ื
พระไชยเชษฐ์เห็นเช่นนั้นจึงขับไล่นางไปจากเมือง นางสุวิญชากับนางวิฬาจึงตามหา
พระโอรสแลว้ กลบั เมอื งสงิ หล ทา้ วสงิ หลประทานชอ่ื พระโอรสวา่ นารายณธ์ เิ บศร์
พระไชยเชษฐ์สำ�นึกผิดจึงออกตามหานางสุวิญชาและพระโอรส เมื่อพระไชยเชษฐ์
พบพระนารายณธ์ เิ บศรแ์ ละทราบวา่ เปน็ โอรสของตน จงึ ใหพ้ ระโอรสชว่ ยเหลอื ทา้ ยสดุ
พระไชยเชษฐก์ ไ็ ดค้ นื ดกี บั นางสวุ ญิ ชาและอภเิ ษกกนั อกี ครง้ั

๗๔ บทละคร

เรอ่ื ง สงั ข์ทอง

ตอนกำ�เนิดพระสังข์ ณ เมอื งยศวมิ ล พระนางจันเทวีพระมเหสี ได้ประสตู ิ
โอรสออกมาเป็นหอยสังข์ สรา้ งความอบั อายแก่ทา้ ยศวมิ ลเจา้ เมอื งเป็นอนั มาก
จังขบั แมล่ กู ออกไปอยูใ่ นป่า พระนางจนั ทา มเหสีรองร้วู ่าพระสังข์อย่ใู นหอยจึง
ไดจ้ บั ไปถว่ งนา้ํ แตพ่ ญานาคชว่ ยไวไ้ ด้ และไดส้ ง่ ไปอยทู่ เ่ี มอื งยกั ษก์ บั นางพนั ธรุ ตั พอ
พระสังขร์ ูว้ ่าเป็นยกั ษ์จงึ หนี ทำ�ให้นางพันธุรัตเสียใจจนตรอมใจตาย ก่อนตาย
ไดม้ อบชุดเงาะ เกือกแก้ว และไมเ้ ทา้ วิเศษที่มฤี ทธ์ิ เหาะเหินเดินอากาศได้
พร้อมท้ังมอบมนต์เรยี กเนือ้ เรียกปลาให้

ตอนเลอื กคู่ พระสังขเ์ ดนิ ทางถงึ เมอื งสามล และไดใ้ ส่ชดุ เงาะเข้าพิธเี ลือก
คู่ครองของพระธิดาทง้ั ๗ และรจนาธดิ าองคส์ ดุ ท้องไดเ้ ลือกเจ้าเงาะ ทำ�ให้ท้าว
สามลไมพ่ อใจ ใหแ้ ขง่ หาเน้อื หาปลากับเขยท้งั ๖ พระสังขใ์ ช้มนตว์ เิ ศษหาได้
มากกว่าทุกคน ท้าวสามลยง่ิ ไม่พอใจคดิ ประหารเจ้าเงาะ พระอนิ ทรจ์ งึ ช่วยเหลือ
ดว้ ยการแปลงกายเปน็ เหล่าเทวดาบกุ เมอื งสามล จนกระทง่ั พระสงั ข์ถอดรปู
เงาะมาชว่ ยรบจนชนะ

สดุ ทา้ ย ท้าวยศวมิ ลพระบดิ าของพระสังข์ รู้ความจรงิ จึงออกตามหา
พระนางจันเทวจี นพบ และติดตามหาพระสังข์ จนถึงเมอื งสามล พระนางจันเทวี
จงึ ปลอมเปน็ แม่ครวั สลักฟกั ทองเปน็ เรือ่ งราวทั้งหมด พระสงั ขจ์ ึงได้พบกบั แม่
อกี ครงั้

๗๕

บทเสภา เรือ่ ง ขนุ ช้างขนุ แผน

ดคู รึม้ ครกึ พฤกษาป่าสงัด จังหรีดรอ้ งกอ้ งเสียงเคยี งเรไร
ดเุ หว่ารอ้ งมองเมียงเสยี งวา่ แม อยู่นแี่ น่แม่จา๋ จงมารบั
ไมแ่ กว่งกวัดกา้ นก่ิงประวงิ ไหว ทัง้ ลองไนเรื่อยแรแ่ วแววับ
ยนื ชะแง้แลดูเงยี่ หูตรับ ว่ิงกระสบั กระสนวนเวียนไป

๗๖

ลกู เห็นแตแ่ มค่ ณุ ค่อยอุน่ ใจ ชว่ ยสอนใหพ้ ลายงามเรียนความรู้
อันต�ำ รับตำ�ราสารพัด ลกู เก็บจัดแจงไวท้ ใ่ี นตู้
ถา้ ลืมหลงตรงไหนไขออกดู ท้งั ของครูของพอ่ ตอ่ กนั มา
แลว้ ลูบหลงั ส่งั ความพลายงามน้อย เจ้าจงค่อยร่าํ เรยี นเขียนคาถา
รู้สิ่งไรไม่สู้รวู้ ิชา ไปเบอ้ื งหน้าเติบใหญจ่ ะให้คณุ

ถึงวันดีนิมนตข์ รวั เกิดเฒา่ อย่วู ดั เขาชนไก่ใกล้กบั บ้าน
พอพณิ พาทยค์ าดตระสะธกุ าร ท่านสมภารพาสงฆ์สบิ องค์มา
นงั่ สวดมนตจ์ นจบพอพลบค่ํา กซ็ ัดนํ้ามนตส์ าดเสยี งฉาดฉา่

วรรคทอง ในวรรณคดีไทย ๗๗

แล้วสอนวา่ อย่าไว้ใจมนุษย์ มันยากสุดลกึ ลาํ้ เหลอื ก�ำ หนด
ถึงเถาวัลยพ์ ันเก่ียวท่ีเลย้ี วลด ก็ไม่คดเหมือนหนง่ึ ในนํา้ ใจคน
มนษุ ยน์ ที้ ี่รักอยสู่ องสถาน บดิ ามารดารกั มักเปน็ ผล
ที่พ่ึงหนง่ึ พึ่งได้แตก่ ายตน เกดิ เป็นคนคิดเห็นจงึ เจรจา
แม้นใครรักรกั มัง่ ชังชังตอบ ให้รอบคอบคดิ อ่านนะหลานหนา
ร้สู ง่ิ ไรไม่สู้รู้วิชา ร้รู กั ษาตวั รอดเปน็ ยอดดี

สุภาษิตสอนหญงิ : สุนทรภู่

ถงึ หนา้ วังดังหนึ่งใจจะขาด คดิ ถึงบาทบพติ รอดศิ ร
โอผ้ า่ นเกลา้ เจ้าประคณุ ของสนุ ทร แต่ปางก่อนเคยเฝา้ ทุกเชา้ เยน็
พระนพิ พานปานประหนึ่งศรี ษะขาด ด้วยทกุ ขย์ ากยากแคน้ ถงึ แสนเข็ญ
ทัง้ โรคซํ้ากรรมซดั วิบตั เิ ปน็ ไมเ่ ล็งเห็นทซ่ี งึ่ จะพ่งึ พา

พระอภยั มณี : สนุ ทรภู่

๗๘

เป็นมนษุ ยส์ ดุ นยิ มเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชวิ หา
แมน้ พดู ดีมคี นเขาเมตตา จะพูดจาพิเคราะหใ์ ห้เหมาะความ

นริ าศเจ้าฟ้า: สุนทรภู่

มสี ลงึ พงึ ประจบใหค้ รบบาท อยา่ ใหข้ าดส่ิงของตอ้ งประสงค์
จงมกั น้อยกนิ นอ้ ยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงใหม้ ากจะยากนาน
ไมค่ วรซือ้ กอ็ ยา่ ไปพไิ รซือ้ ให้เปน็ มอื้ เปน็ คราวทั้งคาวหวาน
เมอื่ พ่อแม่แก่เฒา่ ชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าใหอ้ ดระทดใจ
ด้วยชนกชนนนี ้ันมีคณุ ได้การญุ เลย้ี งรักษามาจนใหญ่
อุ้มอุทรป้อนขา้ วเปน็ เทา่ ไร หมายจะได้พ่ึงพาธดิ าดวง

นิราศเมืองแกลง: สนุ ทรภู่

จะพดู จาปราศรัยกับใครน้ัน อยา่ ตะคั้นตะคอกใหเ้ คืองหู
ไม่ควรพดู อื้อองึ ข้นึ มงึ กู คนจะหลู่ลว่ งลามไม่ขามใจ

ขนุ ช้างขนุ แผน

ใบงานท่ี ๒๖.๑ ๗๙

๑) ให้ฝกึ อ่านบทรอ้ ยกรอง

ถงึ ม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่ส้ินสดุ ความรกั สมัครสมาน
แม้เกดิ ในใตฟ้ ้าสธุ าธาร
ขอพบพานพศิ วาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเปน็ หว้ งมหรรณพ
พ่ขี อพบศรีสวัสด์เิ ปน็ มัจฉา
แมเ้ ปน็ บัวตัวพ่เี ป็นภุมรา
เชยผกาโกสมุ ประทมุ ทอง
แมเ้ ป็นถํา้ อำ�ไพใคร่เปน็ หงส์
จะรอ่ นลงสิงสู่เป็นคูส่ อง
ขอตดิ ตามทรามสงวนนวลละออง
เปน็ คู่ครองพิศวาสทุกชาตไิ ป

พระอมยั มณี : สนุ ทรภู่

๘๐

ใบงานที่ ๒๖.๒

๑) ให้นักเรยี นเลือกคำ�ที่ก�ำ หนดไปเติมในช่องวา่ งใหค้ ลอ้ งจอง

แจ่มใส ลอยลม เรียนรู้ ใจดี

ปลิวไสว ฉํ่าเย็น ไมตรี เดนิ ทาง

๑ นา้ํ ใจ ___________
๒ ยม้ิ แยม้ ___________
๓ พากเพยี ร ___________
๔ นกนอ้ ย ___________
๕ ลมพลว้ิ ___________
๖ สายนา้ํ ___________
๗ คนไทย ___________
๘ เพลดิ เพลนิ ___________

ใบงานที่ ๒๖.๓ ๘๑

๑) ให้นกั เรยี นฝกึ แต่งกลอนสุภาพมา ๑ บท

๘๒ ใบงานที่ ๒๗.๑

๑) โยงเสน้ ชือ่ เรื่องวรรณคดกี บั ขอ้ ความอธบิ ายเรือ่ ง

เป็นวรรคดีทใ่ี ห้อารมณส์ ะทอ้ นภาพการ สุภาษติ สอนหญงิ
ดำ�เนนิ ชีวติ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และ
ความเช่ือของคนไทยในอดตี

เป็นเร่ืองที่มเี ค้าโครงมาจากอินเดีย เนอ้ื เร่อื ง ราชาธิราช
เปน็ การทำ�สงครามระหว่างมนษุ ย์กับยักษ์ รามเกียรติ์
แกน่ ส�ำ คญั ของเรื่อง คอื ธรรมมะยอ่ มชนะ ขนุ ช้างขุนแผน
อธรรม
เป็นค�ำ สอนใหค้ ติเตอื นใจแนวทางปฏิบตั ทิ ั้ง
กาย วาจา ใจ สอดคล้องกับขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทย ใช้ได้ตลอดกาล
เรื่องมาจากพงศาวดาร มอญ ตัวเอก คอื
มะกะโท เรื่องน้แี สดงใหเ้ ห็นถึงความมานะ
พยายามจนประสบความส�ำ เรจ็

ใบงานที่ ๒๗.๒ ๘๓

๑) อา่ นบทรอ้ ยกรอง แลว้ เขยี นว่ามาจากวรรณคดีเร่อื งใด

แม่รกั ลูกลูกกร็ ูอ้ ยวู่ า่ รัก คนอนื่ สกั หมน่ื แสนไมแ่ ม้นเหมอื น
จะกนิ นอนวอนวา่ เมตตาเตอื น จะจากเรือนรา้ งแมไ่ ปแตต่ ัว
แมว่ ันทองของลกู จงกลบั บา้ น เขาจะพาลวา้ ว่นุ แม่ทนู หัว
จะกม้ หนา้ ลาไปมิไดก้ ลวั แมอ่ ย่ามวั หมองนักจงหักใจ

จะพดู จาปราศรยั กบั ใครนัน้
อยา่ ตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพดู อื้ออึง้ ขนึ้ มึงกู
คนจะหลู่ลว่ งลามไมข่ ามใจ
แลว้ สอนว่าอย่าไวใ้ จมนุษย์
มนั แสนสุดลกึ ลํ้าเหลือกำ�หนด
ถงึ เถาวัลย์พันเกยี่ วท่ีเลีย้ วลด
ก็ไมค่ ดเหมอื นหนงึ่ ในนํ้าใจคน

๘๔

เร่อื ง

ช้าหนอ่ ยแมน่ างก็อยเอย อย่าท�ำ ใจนอ้ ยหน้าตาบดู บ้ึง
ย้มิ เสียให้แฉ่งอยา่ แสร้งมึนตึง ชา้ หน่อยแมน่ างกอ็ ยเอย ฯ


เรือ่ ง หนมุ านผชู้ าญชยั ศรี
บดั นนั้ ขุนกระบี่ร่ายวทิ ยามนต์

ได้ฟงั อสุราพาที

แบบทดสอบบทที่ ๑๑ ๘๕

เรอ่ื ง ค�ำ คล้องจอง และ วรรณกรรมไทย

คำ�ชแี้ จง : ให้นกั เรียนทำ�เคร่อื งหมาย X ทับข้อท่มี ีค�ำ ตอบทีถ่ ูกต้อง

๑. ข้อใดเป็นลักษณะของคำ� ๔. ขอ้ ใดเป็นคำ�คล้องจอง

คลอ้ งจอง ก. ดินสอสี ปากกาแดง
ก. ค�ำ ทมี่ ีสัมผสั ข. ดอกบานชืน่ สวยในสวน
ข. คำ�ท่ปี ระสมดว้ ยสระเดียวกัน ค. นกบินว่อน ตอนร่งุ เชา้
ค. ค�ำ ที่มีตวั สะกดมาตราเดียวกัน ง. พ่อขบั รถ แมไ่ ปตลาด
ง. ถกู ทกุ ข้อ

๒. ข้อใดไมใ่ ชค่ �ำ คลอ้ งจอง ๕. คำ�คล้องจองทกี่ �ำ หนดเป็น

ก. ดดี สี ตเี ปา่ ค�ำ คลอ้ งกพี่ ยางค์
ข. ใจดี สเู้ สอื ฉันมีนกนอ้ ย ตอ้ งคอยดูแล
ค. ปากเปน็ เอก เลขเปน็ โท ก. ๒ พยางค์
ง. วา่ วตวั นอ้ ย ลอยลม่ิ ลม ข. ๔ พยางค์
ค. ๖ พยางค์
๓. ขอ้ ใดคล้องจองกับคำ�วา่ “ขยัน ง. ๘ พยางค์

เรยี น”
ก. ใฝร่ ู้
ข. เจยี มตวั
ค. เตยี งนอน
ง. เพยี รศกึ ษา

๘๖

๖. ขอ้ ใดเป็นแผนผังของกลอน ๔ ๘. ขอ้ ใดแบ่งวรรคตอนการอ่าน

สภุ าพ กลอนสภุ าพได้ถกู ต้อง
ก. ก. แม้นใคร/รักม่ังมง่ิ /ชงั ชังตอบ
ข. ข. แม้นพดู /ตัวตังตาย/ท�ำ ลายมติ ร
ค. ถึงบางพดู /พดู ด/ี เป็นศรศี กั ดิ์
ง. ร้สู ิง่ /ใด ไมส่ ู้/รวู้ ิชา

๙. ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การออกเสยี ง

ค. บทร้อยกรอง

ง. ก. ทำ�เสียงให้ไพเราะผฟู้ ังเหน็
ภาพพจน์

๗. บทกลอนทก่ี �ำ หนดใหค้ ือ ข. ออกเสียงใหช้ ดั เจนและดงั เพอื่
ให้ทุกคนได้ยนิ
เหวยเหวยอจี นั ทรา ขน้ึ หนา้ เถยี งผวั
อบุ าทวช์ าตชิ ว่ั ใสหวั มงึ ไป ค. รจู้ ักเออื้ นเสยี งหรอื หลบเสียง
ใหไ้ พเราะ

ง. ออกเสยี งให้ถกู จังหวะและเวน้
วรรคตามประพนั ธ์

ก. กลอน ๔ สภุ าพ
ข. กลอน ๘
ค. กลอนสกั วา
ง. กลอนดอกสรอ้ ย

๘๗

เม่อื น้ัน นางมณโฑเยาวยอดเสนห่ ์ ๑๓. ข้อใดไมใ่ ชน่ ทิ านอสี ป
พินิจพศิ ดุโยธา เหน็ หมูวานรชาญฉกรรจ์ ก. เงาะปา่
คอื ศรีสุครีพมพพู าน หนมุ านองคตแข่งขนั ข. กวางสามพี่น้อง
พวกพลเยียดยัดแจกัน เฝา้ พระทรงธรรมส์ กี ร ค. หมาป่ากบั ลกู แกะ
รามเกยี รต์ิ : รชั กาลท่ี ๑ ง. กวางสามพีน่ ้อง
๑๔. ข้อใดไม่ใชล่ ักษณะของนทิ าน
๑๐. ลกั ษณะเดน่ ของกลอนละคร คือ
ก. คำ�สมั ผสั คล้องจอง พ้ืนบา้ น
ข. การไม่ก�ำ หนดจ�ำ นวนคำ� ก. มุ่งเสนอขอ้ เทจ็ จรงิ
ค. การสอ่ื ความไมต่ อ้ งชัดเจน ข. ไปปรากฏชอ่ื ผู้แต่ง
ง. การใช้ค�ำ นำ�ขั้นต้นบทใหม่ ค. ใช้ถอ้ ยค�ำ ที่เขา้ ใจง่าย
ง. เป็นการเลา่ ดว้ ยปาก
๑๑. วรรณคดี คอื สืบตอ่ กันมา
๑๕. ขอ้ ใดเป็นวรรณกรรมพ้ืนบ้าน
ก. หนงั สอื เลม่ ทม่ี เี นอ้ื หามากทส่ี ดุ
ข. หนงั สอื ทเ่ี ขยี นเปน็ บทรอ้ ยแกว้
ทง้ั หมด ก. สารคดี นทิ าน
ค. หนงั สอื ทป่ี ระพนั ธต์ อ้ งเปน็ ข. สำ�นวนสภุ าษิต สารคดี
ค. นวนิยาย ปรศิ นาคำ�ทาย
พระมหากษตั รยิ ์ ง. นทิ านพื้นบา้ น เพลงกลอ่ ม
ง. หนงั สอื ทไ่ี ดร้ บั การยกยอ่ งวา่ แตง่ ดี เด็ก

๑๒. ขอ้ ใดเป็นบทรอ้ งเลน่ ของเด็ก ๑๖. ข้อใดเป็นวรรณกรรม

ก. กกุ๊ กกุ๊ ไก่ ก. ไชยเชษฐ์
ข. งกู นิ หาง
ค. รรี ขี า้ วสาร ข. สังข์ทอง
ง. ถกู ทกุ ขอ้ ค. พระอภัยมณี
ง. พระมหาชนก

๘๘

บทที่ ๑๒ ๘๙

ทักษะเพ่ือการสื่อสาร

ครดู าราเล่านทิ านชาดกเรอื่ ง กวางสามพีน่ ้อง ให้นักเรียนฟัง
เม่อื เลา่ จบ ครูดาราถามค�ำ ถามนักเรยี น

ครดู ารา : คตสิ อนใจท่ไี ดจ้ ากการฟงั
นกั เรียน : ความเมตตาเปน็ ส่งิ ดี
ครูดารา : กวางขนทอง มนี สิ ัยอยา่ งไร
นักเรียน : รักพอ่ แม่ รักน้อง
ครูดารา : แล้วนายพราน โหดร้ายไหม
นกั เรียน : นายพรานมจี ติ เมตตา จงึ ปล่อยกวางขนทองไป
ครดู ารา : นักเรยี นเก่งมาก ทฟ่ี งั นทิ านและเขา้ ใจจบั ประเด็น

ไดถ้ ูกต้อง ทกั ษะการฟงั เปน็ ทกั ษะทีส่ ำ�คัญเปน็
พื้นฐานท่ีจะน�ำ ไปสการพฒั นาทกั ษะอนื่ ๆ เวลา
นกั เรยี นฟงั เร่อื งอะไร นกั เรยี นต้องมีสมาธิ ฟงั เร่อื ง
ใหจ้ บแล้วจะจับประเด็นได้

๙๐

ครดู ารา : นอกจากทกั ษะการฟังแลว้ ทกั ษะการพดู การอา่ น

และการเขยี น ก็เป็นทกั ษะสำ�คญั เปน็ เรือ่ ง
การสื่อสาร เปน็ ทกั ษะทนี่ ักเรียนต้องได้รบั การฝึก
และรู้จักมารยาทของการพัฒนาทกั ษะนนั้ ๆ วา่
จะตอ้ งทำ�อย่างไร
ทกั ษะการพดู เวลานกั เรียนจะพดู อะไร นกั เรียน
ตอ้ งคิดก่อนพดู พดู โดยเรียงลำ�ดบั เนื้อหาใหต้ อ่
เน่ือง ไม่พูดวกวนสับสน ควรใช้ถ้อยค�ำ ทีส่ ุภาพ
รจู้ กั ขอบคุณ เมอ่ื ได้รับคำ�ชมเชยและผรู้ ูจ้ กั ใชค้ �ำ
ขอโทษ เมอ่ื พดู ผดิ พลาด

ครูดาราน�ำ แผน่ กระดาษใหญ่ ติดบนกระดาน

ในทส่ี ดุ เสยี งทุกอย่างก็หมด เด็กดีเปน็ ศรแี ก่ชาติ เดก็ ฉลาดชาตเิ จริญ
ไปคงเหลอื แตเ่ สยี งลม เสยี ง ยามศกึ เรารบ ยามสงบเราเตรยี ม
ฝนและเสยี งกระแสน้ํากระทบ ขบั เร็วชิดขวา ขบั ช้าชดิ ซ้าย
ผ่านต้นอ้อ ต้นแขม และราก สะอาดกายเจรญิ วยั สะอาดใจเจริญสขุ
ล�ำ พูทรี่ มิ ตล่ิง ธรรมชาตยิ งั คง
สำ�แดงอำ�นาจอนั มหมึ า โดย
ปราศจากการรบกวนจาก
มนุษย์

๙๑

ครูดารา : นักเรยี นดูข้อความในกระดาษ นักเรยี น บอกครูได้

ไหมวา่ แผน่ แรกขอ้ ความเปน็ ความเรยี ง เรยี กว่า

นกั เรยี น : บทรอ้ ยแก้ว
ครูดารา : เกง่ มากคะ่ แผ่นที่ ๒ เรยี กว่า
นักเรยี น : บทรอ้ ยกรอง
ครูดารา : ถกู ตอ้ งคะ่ ดงั นั้นหนังสอื หรอื ขอ้ ความที่เราเห็น

กนั อยู่ท่วั ไป จะมลี ักษณะเปน็ บทร้อยแกว้ ซ่ึงเปน็
ตามเร่อื งท่ไี มบ่ งั คับ สัมผสั และบทร้อยกรอง ซ่งึ
เป็นการเรยี บเรียงถอ้ ยคำ�ตอ้ งเปน็ ตามขอ้ กำ�หนด
ของคำ�ประพันธ์แตล่ ะประเภท การอ่านมที ง้ั
การอา่ นออกเสียงและการอา่ นในใจ ซง่ึ ในการ
อ่านก็หลักของ การอ่าน
ดังนนั้ บทเรยี นทจ่ี ะเรยี นตอ่ ไปนี้ กเ็ ปน็ เร่ืองของ
ทกั ษะการ สอื่ สาร คอื ทกั ษะการฟัง การพูด
การอา่ น และการเขยี น

ครจู ะให้นักเรยี น ศึกษาใบความรู้ที่ ๒๘ และทำ�ใบงาน
ที่ ๒๘.๑ – ๒๘.๒ จากน้นั นกั เรียนทำ�แบบทดสอบทา้ ย
บท

๙๒

ใบความรทู้ ี่ ๑

ทักษะการฟงั

ทักษะการฟงั

ทที่สกั ะษดะวกกาแรลฟะังรเวปด็นเรก็วรมะาบกวทนีส่ กดุ าแรลระบั เสปาน็ รทจาักกษทะเ่ีพสน้ืียฐงทานไ่ี ดสย้ำ�ินคญัเปท็น่ีจทะักนษ�ำ ะไป
สูก่ ารพัฒนาทักษะอืน่ ๆ เพราะถ้าฟังไดช้ ัดกย็ ่อมออกเสียงได้ถูกต้อง
เขา้ ใจความเหมาะทอ่ี ่านและทเ่ี ขยี นดว้ ย

จดุ มงุ่ หมายของการฟงั

๑. เพือ่ แสวงหาความรู้ ช่วยเพ่ิมพนู ความรู้
๒. เพอ่ื ความบนั เทิง ผอ่ นคลาย เสริมจนิ ตนาการ
๓. เพอ่ื น�ำ ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวติ ประจ�ำ วัน หรือน�ำ ไปประกอบ

อาชีพได้

ลกั ษณะการฟังทด่ี ี

๑. ต้องตง้ั ใจฟัง มีสมาธกิ บั เรอ่ื งทฟ่ี ัง
๒. ฟังเร่อื งให้จบเพือ่ จับประเดน็ ของเรือ่ ง
๓. แยกแยะ พิจารณาไตรต่ รอง เพื่อความถูกตอ้ ง
๔. จดบันทึกใจความท่ีฟงั เพอ่ื อาจนำ�ไปเผยแพรใ่ หผ้ ู้อื่นตอ่ ไป
๕. มีมารยาทในการฟงั ตง้ั ใจฟัง ไม่รบกวนผู้อนื่

๙๓

กิจกรรมการฟัง

- ฟงั เช่ือพ่อแม่ ครู เพ่ือน ฯลฯ
- ฟังข่าว บทความ
- ฟงั เพลง
- ฟังรายงาน
- ฟงั การประชุม
- ฟงั ค�ำ ถาม
- ฟงั เรื่องสน้ั นิทาน
- ฟังโฆษณา

ฯลฯ

๙๔

ใบความรทู้ ี่ ๒

ทกั ษะการพูด

การสกง่ าสราพรดูสง่ เไปปน็ ยทังผัก้ฟูษงัะกกาารรพสูดอ่ื เสปา็นรกทาี่ใชรสก้ ื่อันคแวพารม่หหลมาายยเขปอ็นงทมักนษษุ ะย์
โดยการใช้ภาษาถอ้ ยค�ำ นํ้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางเป็นเคร่อื ง
ถา่ ยทอดความคดิ ความรู้ และความรสู้ กึ ของตนไปสูผ่ ฟู้ ัง

จ๑ุด. มเพงุ่ อื่หใมหาค้ ยวขาอมงรกูแ้ าลระพขดูอ้ เทจ็ จรงิ แกผ่ ูฟ้ งั และนำ�ไปใช้ประโยชน์
๒. เพอื่ แสดงความคดิ เหน็ หรือชแ้ี นะเรอ่ื งใดเรื่องหน่ึงของตนให้

แก่ผฟู้ งั
๓. เพอื่ การสื่อสารให้ผู้ฟงั เข้าใจความต้องการของตนโดยการพดู

โนม้ น้าวจติ ใจ เชน่ พวกนกั การเมอื ง หรอื การพูดโฆษณา
สนิ ค้า
๔. เพอ่ื การตอบปัญหา หรอื ตอบคำ�ถามตา่ งๆแกผ่ ฟู้ งั ทีอ่ ยากฟัง
ล๑ัก. ษกาณระพกูดาทรด่ี พมี ูดกี ทาด่ีรเี ตรียมเนอ้ื หาสาระที่จะพูดใหก้ ารพดู ท่ี
เหมาะสมกบั โอกาสและเวลามีจดุ มงุ่ หมายในการพดู
๒. การพดู ที่ดใี ชถ้ ้อยค�ำ ท่ดี ี คิดกอ่ นท่ีจะพดู มีประโยชน์แกผ่ ูฟ้ ัง
๓. การพูดที่ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษาไทย เสยี งชัดเจน กริยา
สหี นา้ และทา่ ทางดี


Click to View FlipBook Version