The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กาพย์เห่เรือบทชมไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.sutthatida, 2022-07-11 09:08:32

กาพย์เห่เรือ (ชมดอกไม้)

กาพย์เห่เรือบทชมไม้

หนังสอื อบี ุก๊ เลม่ นเ้ี ป็นส่วนหนึง่ ของ รายวชิ าภาษาไทย เร่อื ง กาพย์เห่เรือ บทชมเรือ
จดุ ประสงค์ทผ่ี ้จู ัดทำจัดทำหนงั สอื อบี ๊กุ เลม่ นี้ เพราะต้องการรวบรวมข้อมลู เนอื้ หาและนำมา
ตีความเพอื่ เป็นประโยชนแ์ กผ่ ้ทู ี่กำลงั ศึกษาหาความรใู้ นเร่อื งราวของกาพยเ์ ห่เรอื โดยผ้จู ดั ทำ
ไดน้ ำเนอ้ื หามาเพียงแค่บทชมไม้ทีเ่ ป็นสว่ นหนึ่งของ กาพยเ์ ห่เรือในพระนิพนธเ์ จ้าฟ้าธรรมธิ
เบศร ซงึ่ เปน็ บททต่ี ัวผูจ้ ดั ทำสนใจทางผู้จดั ทำคาดหวังว่าหนังสอื อีบ๊กุ เลม่ นจ้ี ะเป็นประโยชน์
แกผ่ ทู้ ่ีกำลงั หาความรู้ในเรอ่ื งนี้ และถา้ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภยั ไว้ ณ ทนี่ ี้ด้วย

ผู้จัดทำ

ชอื่ เรื่อง หน้า
คำนำ
สารบญั 3
บทประพนั ธ์ 15
คุณค่าทางวรรณคดี 18
ความนา่ สนใจของเห่ชมเรือ บทชมไม้ 19
อา้ งองิ 20
ผู้จัดทำ

3

โคลงสีส่ ภุ าพ กาพย์เห่เรือ

เรอื ชายชมมิ่งไม้ บทเหช่ มเรือ
ริมท่าสาครคนั ธ์
เพลด็ ดอกออกแกมกัน มีพรรณ
หอมห่ืนรน่ื รศเพย้ี ง กลิน่ เกลยี้ ง
ชูช่อ
กาพย์บทท่ี 1 กลน่ิ เนื้อนวลนาง

เรอื ชายชมม่ิงไม้ รมิ ทา่ ไสวหลากหลายพรรณ
เพลด็ ดอกออกแกมกนั ส่งกลน่ิ เกล้ยี งเพยี งกลิน่ สมร

ถอดคำประพันธ์: เรือเคลื่อนทไี่ ปจนพบพรรณไม้ต่างๆ อยรู่ มิ ท่านำ้ มกี ลน่ิ หอมสดชนื่
ผลดิ อกออกช่อผสมกัน กลน่ิ หอมนา่ ชื่นชมเหมอื นกลิ่นเนื้อของน้อง คนบนเรอื ของพ่ีทแ่ี ลน่ อยูใ่ นแมน่ ำ้
ต่างกพ็ ากันชน่ื ชมพรรณไม้ท่กี ำลังพากนั บานชชู ่อและสง่ กล่ินหอมมาจากชายตลงิ่

4

กาพยบ์ ทที่ 2 บานแสลม้ แย้มเกสร
ชมดวงพวงนางแยม้ แย้มโอษฐยิม้ พริม้ พรายงาม
คิดความยามบังอร

ถอดคำประพันธ์: ดอกนางแย้มทบี่ านแย้มเกสรออกมาคดิ ถงึ เมอ่ื นอ้ งยิ้มออกมาอยา่ งรา่ เริง

ความรูท้ ีเ่ กีย่ วข้อง: ตน้ นางแยม้ ไมพ้ ุ่มขนาดเล็ก ใบออกตรงข้ามกนั โคนใบเว้าแบบหวั ใจ ขอบใบหยกั
มีขนเลก็ นอ้ ย ดอกเป็นช่อสนั้ ๆเบียดกนั แน่น กลีบดอกมกั ซ้อน สขี าวหรอื แดงเรอื่ ๆ มกี ลนิ่ หอม

5 คลีก่ ลบี เหลืองเรอื งอร่าม
ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง
กาพย์บทที่ 3
จำปาหนาแน่นเน่อื ง
คดิ คนึงถึงนงราม

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกจำปาทข่ี น้ึ อยู่หนาแนน่ คล่กี ลีบสีเหลืองอรา่ มออกมา นึกถงึ คนรกั ของพท่ี ี่มีผิวสี
เหลืองนวล

ความรทู้ เ่ี กีย่ วข้อง: จำปา ไม้พ่มุ ยนื ต้นทรงกรวยควำ่ ใบใหญ่สเี ขียว ทง้ั ปี ไม่ผลดั ใบ เชน่ เดยี วกับจำปี
สูง 15-30 เมตร (ตดั แต่งได้) มีถิ่นกำเนดิ ใน เมอื งไทย ตอนใตข้ องจนี มาเลเซีย อินเดยี อินโดนีเซยี
ดอกโตกว่าจำปี ยาว 6 – 9 เซนติเมตร กลีบกวา้ ง สสี ้มอ่อนสวย หอมแรง ตดิ ผลเปน็ พวงลกู กลมรี สี
เขยี วประขาว เม่ือผลแกเ่ ป็นสีแดง ภายในมีเมลด็ นำไปเพาะได้ง่าย หรือ จะขยายพนั ธด์ุ ว้ ยการตอนก่งิ
หรือทาบก่งิ กไ็ ด้ ชอบดนิ ร่วน นำ้ ไม่ขงั ชอบแสงจัด เหมือนจำปี

6

กาพยบ์ ทท่ี 4 ระย้าย้อยห้อยพวงกรอง
เจา้ แขวนไวใ้ ห้เรียมชม
ประยงคท์ รงพวงห้อย
เหมอื นอบุ ะนวลลออง

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกประยงคท์ หี่ ้อยกันเป็นพวงดูแล้วก็เหมอื นอบุ ะท่หี ้อยมาลัยที่นอ้ งทำ
แขวนไวใ้ หพ้ ่ชี ื่นชม
ความรูท้ ่เี กยี่ วข้อง: ตน้ ประยงค์ มถี ิ่นกำเนดิ ในประเทศไทยและเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ใน
ประเทศไทยพบไดท้ ว่ั ไปตามป่าเบญจพรรณ โดยจดั เป็นไม้พ่มุ ก่ึงไมย้ ืนตน้ ขนาดเล็ก ทรงพุม่
ทึบค่อนขา้ งกลม มคี วามสงู ของตน้ ประมาณ 2-3 เมตรและสูงไม่เกิน 5 เมตร ลำต้นแตกก่ิง
กา้ นต้งั แตโ่ คนตน้ เปลอื กลำต้นเรยี บเปน็ สีเทา ขน้ึ ได้ดใี นทกุ สภาพดินฟ้าอากาศ ทนความ
แหง้ แล้งไดด้ มี าก แตค่ วรปลูกในพนื้ ท่ที ีม่ แี สงแดดตลอดทัง้ วนั เพราะจะชว่ ยทำใหม้ ีทรงพ่มุ
สวยงาม

7 พกิ ุลแกมแซมสกุ รม
เหมอื นกลิ่นน้องตอ้ งตดิ ใจ
กาพย์บทท่ี 5

พุดจีบกลีบแสล้ม
หอมชวยรวยตามลม

พุดจบี สกุ รม พิกลุ

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกพดุ จีบกลีบบาน มีดอกพกิ ลุ และดอกสุกรมขึ้นแซมส่งกลิ่นหอมเหมอื นกับกล่ิน
เน้อื ของนอ้ ง
ความรู้ท่เี กี่ยวขอ้ ง: พุดจบี มถี ิ่นกำเนดิ ในประเทศอนิ เดยี ในประเทศไทยพบขนึ้ ได้ตามปา่ ดิบทาง
ภาคเหนอื ดอกพุดจบี เป็นสขี าว
พกิ ุล ไม้ตน้ ขนาดกลาง สงู ประมาณ 8-15 ม. เรอื นยอดแนน่ ทึบ เปลอื กตน้ สีน้ำตาลเทา มีดอกเดย่ี ว
อยู่รวมกันเป็นกระจุกที่ปลายก่งิ หรือที่ซอกใบ เรียงซอ้ นกันโคนกลีบดอกเช่อื มติดกันเล็กนอ้ ย ดอกสี
ขาว ดอกบานวันเดยี วแลว้ ร่วง มกี ลิน่ หอม ออกดอกตลอดปี
สกุ รม หรือ พะยอม เปน็ ไมต้ น้ สูง 15–30 เมตร เปลือกสเี ทาเขม้ แตกเป็นรอ่ ง ใบเด่ยี วออกสลบั รปู
ขอบขนานกว้าง 3.5–6.5 เซนติเมตร ยาว 8–15 เซนตเิ มตร ปลายมนหรอื เป็นติ่งสน้ั ๆ โคนมน ขอบ
เปน็ คล่นื ผวิ เกล้ียงเปน็ มัน ดอกสีขาว กลิน่ หอมจัด ออกเปน็ ช่อใหญต่ ามก่ิงและปลายกิง่

8

กาพย์บทท่ี 6 บานเกลอ่ื นกลาดดาษดาไป
วางใหพ้ ขี่ า้ งท่นี อน
สาวหยุดพุดทชาด
นึกน้องกรองมาไลย

สาวหยุด พทุ ธชาด

ถอดคำประพันธ์: ดอกสาวหยุดกับดอกพุทธชาดที่บานอยู่เกล่อื นเตม็ ตลิง่ นึกถึงน้องทเ่ี คย

ร้อยมาลัยวางไว้ใหท้ ีข่ า้ งหมอน

ความรูท้ เี่ กย่ี วข้อง: สาวหยุด เป็นดอกไม้ทม่ี ชี ื่อในเร่อื งของความหอม แมแ้ ตใ่ นวรรณคดี

ไทยในอดตี ยังเอย่ ชือ่ สายหยุด ในบทชมสวนหรือชมป่าอยู่เสมอ

พุทธชาดเปน็ ไมเ้ ถาก่ึงต้นกง่ึ เล้อื ย ต้นแตกกิ่งกา้ นสาขาเปน็ ออกไป ใบสเี ขยี วสด ดอกช่อ

ออกเป็นช่อตรงสว่ นยอดของก่งิ สขี าวและดกมาก ชอ่ หนงึ่ มีหลายดอกและทยอยผลบิ าน

ทกุ วัน

9

กาพยบ์ ทท่ี 7 กลิ่นหอมหวานซ่านขจร
เห็นจะวอนออ้ นพ่ชี าย
พกิ ลุ บุนนาคบาน
แมน้ นุชสุดสายสมร

พกิ ุล บุนนาค

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกพิกลุ กับดอกบนุ นาคท่บี านส่งกลิน่ หอมหวานซาบซา่ นเหมอื นกบั คำ
หวานท่นี อ้ งใชอ้ อ้ น

ความรทู้ เ่ี กย่ี วข้อง: ตน้ บุนนาค พนั ธไุ์ ม้มงคลประจำจังหวัดชาละวัน หรือจังหวัดพจิ ติ ร มีถิ่น
กำเนดิ ในประเทศอนิ เดยี ศรลี ังกา อนิ โดจนี พมา่ ไทย คาบสมทุ รมาเลเซยี และสิงคโ์ ปร์ ใน
ประเทศไทยนยิ มนำมาเปน็ ไม้ประดบั สวน เพราะสรา้ งรม่ เงา และความร่มรนื่ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ดอกสเี หลืองขาวสวยสดงดงาม ส่งกลิ่นหอมคลุง้ ทว่ั บรเิ วณบ้าน และยงั เป็นพืชสมนุ ไพรทมี่ ี
สรรพคุณชนั้ เลิศนานาชนดิ

10

กาพยบ์ ทท่ี 8 บานบษุ บงสง่ กลนิ่ อาย
คลา้ ยกลิน่ ผ้าเจ้าตาตรู
เต็งแตว้ แก้วกาหลง
หอมอยูไ่ มร่ ู้หาย

เต็ง แก้ว

แตว้ กาหลง

ถอดคำประพนั ธ์: ต้นเต็ง ตน้ แต้ว ตน้ แก้ว และตน้ กาหลง ต่างก็มีดอกบานหอม อบอวนไม่รู้
หายเหมือน กลน่ิ ผา้ ของน้อง

11 ดอกเปนพวงรว่ งเรณู
ชูชืน่ จติ รคดิ วนิดา
กาพยบ์ ทท่ี 9

มลิวันพรรณจิกจวง
หอมมานา่ เอน็ ดู

มะลิวลั ย์ ดอกจิก จวงพัน

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกมะลวิ ัลยด์ อกจิกดอกจวงพันกนั เปน็ พวงส่งกล่ินหอมโชยมาชนื่ ใจย่ิง
นกั ทำให้พ่ีคิดถงึ น้อง
ความรู้ทเี่ กี่ยวข้อง: ตน้ มะลิวลั ย์เป็นพรรณไม้ป่าของไทยแทแ้ ตโ่ บราณ ดอกมะลิวลั ยเ์ วลา
ดอกออกจะดูขวาสะพร่ังพราวไปท้ังต้น ดอกมีกล่นิ หอมแรงและส่งกล่นิ ไปได้ไกล
ดอกจิก พบทวั่ ๆปในเอเชียตะวนั ออกและตะวันออกเฉยี งใต้ในประเทศไทยพบวา่ ขึ้นอยู่
ท่วั ๆไป ชอบขน้ึ ริมน้ำ
ตน้ จวงพัน เน้อื ไม้ทม่ี ีกลิน่ หอม จึงเปน็ ทน่ี ิยมในการนำมาแกะสลกั ทำของใช้ ของตกแต่ง
บา้ น ส่วนเศษไมท้ ี่เหลอื กน็ ำมากล่นั นำ้ มนั หอมระเหย เมื่อขยใี้ บ หรือถากตน้ และเปลอื ก ดม
ดจู ะมีกลิ่นมินต์ หรือกลิน่ นำ้ มันยูคาลิปตัส

12

กาพย์บทที่ 10 กลิ่นอายอบสบนาสา
รำไปเจา้ เศรา้ ถึงนาง
ลำดวนหวนหอมตระหลบ
นกึ ถวิลกลิ่นบหุ งา

ถอดคำประพนั ธ์: ดอกลำดวนกม็ ีกล่ินหอมตลบอบอวลเม่อื พระองคไ์ ด้กลิ่นก็ทำใหม้ ี
ความร้สู ึกคิดถึงนางผู้เป็นที่รักอย่างเศรา้ ใจ
ความรทู้ ี่เก่ียวข้อง: ตน้ ลำดวน เปน็ พนั ธุ์ไมพ้ ระราชทานเปน็ มงคลประจำจังหวัดศรสี ะเกษ
และดอกลำดวนยงั เปน็ สัญลักษณข์ องผสู้ งู อายุ เพราะมีเร่อื งเลา่ ว่า สมเดจ็ ยา่ ไดเ้ สด็จไปเยย่ี ม
ชาวจงั หวดั ศรีสะเกษ ทรงทอดพระเนตรเห็นดงต้นลําดวนที่ออกดอกงดงามและมีกลน่ิ หอม
และทรงพอพระทยั หลังจากน้นั ดอกลำดวนจึงเปน็ ดอกไมท้ เ่ี ปน็ สญั ลกั ษณข์ องผสู้ งู อายุ

13

กาพย์บทท่ี 11 คิดพเ่ี คยเชยกลิ่นปราง
ห่อนแหห่างวา่ งเว้นวนั
รวยรินกล่นิ รำเพย
นั่งแนบแอบเอวบาง

ถอดคำประพันธ์: กลนิ่ ดอกรำเพยกโ็ ชยมาเรอื่ ยๆทำใหค้ ิดถึงเมอื่ ครั้งเคยเชยชมนอ้ งอยู่ทกุ
วันไม่มหี า่ ง

ความรู้ทเี่ กย่ี วข้อง: แม้ดอกไม้รำเพยจะสวยงาม แต่พษิ ของต้นรำเพยนัน้ จะอยู่ทง้ั ทน่ี ้ำยาง
ใบหรอื แม้แตผ่ ลของต้นรำเพยเองกม็ ีพิษเช่นเดยี วกนั ครับ โดยต้นรำเพยนน้ั ถูกขึน้ เปน็ หน่ึง
ในพืชพษิ ทถี่ ูกระบไุ วใ้ นฐานขอ้ มลู ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเจ้าพิษของต้นรำเพย
นั้นร้ายแรงถึงขนาดทว่ี ่า ถ้าวัวควายกินใบไม้เขา้ ไป 6-10 ใบอาจจะทำใหต้ ายกันได้เลย

14

กาพย์บทที่ 12 ศรีเสาวภาคย์หลากหลายพรรณ
จะอ้อนพี่ช้ชี มเชย ฯ
ชมดวงพวงมาลี
วนดิ ามาด้วยกนั

ถอดคำประพนั ธ์: เม่ือน่งั ชมเหลา่ ดอกไม้ทส่ี วยงามหลากหลายพรรณกท็ ำใหค้ ิดไปวา่ ถ้าหาก
น้องมาด้วยก็คงจะออ้ นให้พี่นน้ั ชี้ให้ดดู อกไมเ้ หลา่ น้นั เหล่านี้เป็นแน่

15



คุณคา่ ดา้ นเน้ือหา
กาพย์เห่เรอื บทเหช่ มไม้ เนอื้ หามโี คลงส่สี ภุ าพ 1 บท และกาพยย์ านี 12 บท กลา่ วถงึ

ดอกไมห้ อม 15 ชนิด ได้แก่ นางแย้ม จำปา ประยงค์ พดุ จบี พกิ ุล สกุ รม เตง็ แตว้ แก้ว
กาหลง บุนนาค พุทธชาด มะลวิ นั ย์ ลำดวน และรำเพย ซึ่งทำให้รจู้ ักพรรณไม้ตา่ ง ๆ ที่ไม่
รจู้ ักโดยดอกไมแ้ ต่ละชนดิ จะเชอื่ มโยงไปถงึ นางอันเปน็ ที่รัก

คุณค่าทางด้านวรรณศลิ ป์
กาพย์เหเ่ รือบทเห่ชมไม้ มีการแตง่ ตามฉันทลักษณ์โคลงสี่สุภาพ 1 บท และกาพย์

ยานี 12 บท ดงั น้ี

โคลง มีพรรณ
กลิน่ เกลีย้ ง
เรือชายชมม่งิ ไม้ ชชู ่อ
ริมท่าสาครคันธ์ กลน่ิ เน้อื นวลนาง
เพลด็ ดอกออกแกมกัน
หอมหน่ื รื่นรศเพีย้ ง

กาพย์

เรอื ชายชมมิ่งไม้ รมิ ท่าไสวหลากหลายพรรณ
เพลด็ ดอกออกแกมกัน ส่งกล่นิ เกล้ยี งเพยี งกลิ่นสมร

16

ใชภ้ าษาท่ที ำใหผ้ อู้ ่านคลอ้ ยนึกภาพตาม ตัวอย่างเชน่

ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสลม้ แย้มเกสร

คดิ ความยามบงั อร แย้มโอษฐยิ้มพรม้ิ พรายงาม

เมือ่ ทรงเห็นดอกนางแยม้ กำลงั บาน กใ็ หค้ วามรู้สกึ เหมือนนางยม้ิ ให้

คุณคา่ ดา้ นสงั คม

1. สะท้อนให้เหน็ ค่านยิ มเก่ียวกับความงามของสตรีว่าจะต้องงามพร้อมทัง้ รปู ทรง มารยาท
ยิม้ แย้มแจม่ ใส และพดู จาไพเราะเปรยี บเสมือนดอกไม้ ตวั อยา่ งเช่นในบทประพันธ์นี้

พุดจีบกลีบแสล้ม พกิ ุลแกมแซมสุกรม

หอมชวยรวยตามลม เหมือนกลิน่ น้องตอ้ งติดใจ

ดอกพุดจบี กลีบบาน มดี อกพิกลุ และดอกสกุ รมขนึ้ แซมสง่ กลนิ่ หอมเหมือนกบั กลนิ่ เนอ้ื ของ
น้อง

17

2. ทำหเ้ หน็ งานฝีมือของสตไทยในสมยั กอ่ นว่ามคี วามประณีตในการทำงานการร้อยอุบะ
การร้อยพวงมาลัย ตวั อยา่ งเช่นในบทประพันธ์นี้

ประยงคท์ รงพวงห้อย ระยา้ ยอ้ ยหอ้ ยพวงกรอง

เหมอื นอุบะนวลลออง เจา้ แขวนไว้ให้เรยี มชม

ดอกประยงค์ที่ห้อยกันเปน็ พวงดูแลว้ ก็เหมือนอุบะทห่ี อ้ ยมาลัยทีน่ อ้ งทำแขวนไวใ้ หพ้ ี่ชน่ื ชม

18

1. นายธารติ ดวงรัตน์ ชนั้ ม. 6 เอกอังกฤษ-อาเซยี น เลขท่ี 2
ความคิดเห็น : ทำให้เราไดร้ เู้ ก่ยี วกับประสบการณท์ ีผ่ เู้ ขียนไดร้ บั ในการเดนิ ทาง พร้อมกับ

ดอกไมต้ ่างๆ
2. นายพรี ณฐั วชิ ยั ดิษฐ ช้นั ม. 6 เอกอังกฤษ-อาเซยี น เลขท่ี 4
ความคดิ เห็น : ไดเ้ ห็นถงึ การใช้อุปมาในการแต่งบทประพันธ์
3. นางสาวศรินภัสร์ ธนาธปิ วรเกยี รติ ชนั้ ม. 6 เอกองั กฤษ-อาเซยี น เลขที่ 6
ความคิดเห็น : ทำให้เราไดร้ ้ถู ึงชนดิ ของดอกไม้ที่สมัยนี้ไม่ค่อยมีใหเ้ ห็น
4. นายมหินธารา สินธรุ ัตน์ ชนั้ ม. 6 เอกองั กฤษ-อาเซยี น เลขท่ี 9
ความคิดเหน็ : ได้รจู้ ักดอกไม่ชนิดตา่ งๆ ผา่ นการเปรยี บเทียบของผแู้ ตง่
5. นางสาวศทุ ธธดิ า สุทธิศรี ชนั้ ม. 6 เอกอังกฤษ-อาเซียน เลขท่ี 19
ความคดิ เห็น : ไดเ้ หน็ ถงึ ความสวยงามของดอกไม้เเต่ละชนิดเเละได้รจู้ กั ดอกไม้ท่ไี มเ่ คยไดร้ ู้จกั

19

1. ปทั มาวรรณ อำพนั ธ์ุทอง. (2565). กาพย์แหเ่ รอื . สบื ค้นเมอ่ื 3 กรกฎาคม 2565. จาก.
https://sites.google.com/site/kaphyhereux09/home

2. พเยาว์ เหมอื นวงษญ์ าติ. (2565). จกิ . สบื คน้ เมอ่ื 3 กรกฎาคม 2565. จาก.
http://www.rspg.or.th/plants_data/homklindokmai/budhabot/jig.htm

3. องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลขามเป้ยี . (2565). ต้นไมต้ า่ ง ๆ . สืบคน้ เม่อื 27 มิถนุ ายน 2565.
จาก. https://khampear.go.th/dsf.html

4. Khai Runner. (2565). ตน้ รำเพย ดอกสวยงามพร้อมพษิ รา้ ย และความดีงามท่ซี อ่ นเร้น?!.
สบื ค้นเมือ่ 3 กรกฎาคม 2565.
จาก. https://buildsweethome.blogspot.com/2018/05/Thevetia-peruviana-
Schum.html

5. Panmai. (2565). ๑๐๘ พรรณไม้ไทย. สืบคน้ เมอ่ื 3 กรกฎาคม 2565.
จาก. อทุ ยานดอกไม้ Archives - ๑๐๘ พรรณไมไ้ ทย (panmai.com)

6. Supapit Manmuang. (2565). เหช่ มไม้. สืบคน้ เมอื่ 3 กรกฎาคม 2565. จาก.
https://prezi.com/p/q-cuhi1eqldj/presentation/

20

1. นายธาริต ดวงรัตน์ เลขท่ี 2
หนา้ ท่ี : หาขอ้ มูล

2. นายพรี ณัฐ วชิ ยั ดษิ ฐ เลขที่ 4
หนา้ ที่ : หาขอ้ มูล

3. นางสาวศรินภัสร์ ธนาธปิ วรเกยี รติ เลขท่ี 6
หน้าท่ี : เรียบเรยี ง

4. นายมหนิ ธารา สนิ ธรุ ัตน์ เลขท่ี 9
หน้าที่ : ตกแตง่ E-book

5. นางสาวศุทธธิดา สทุ ธศิ รี เลขท่ี 19
หนา้ ท่ี : เรียบเรยี งขอ้ มูล

กาพยเ์ ห่ชมเรอื บทชมไม้

พรรณนาถงึ ดอกไมเ้ ชอื่ มโยงถึงนางอันเปน็ ที่รกั ได้แก่

1.ดอกนางแย้ม 2.ดอกจำปา

3.ดอกประยงค์ 4.ดอกพดุ จีบ

5.ดอกพิกลุ 6.ดอกสกุ รม

7.ดอกสายหยุด 8.ดอกพทุ ธชาด

9.ดอกบุนนาค 10.ดอกเต็ง

11.ดอกแต้ว 12.ดอกแก้ว

13.ดอกกาหลง 14.ดอกมะลวิ ลั ย์

15.ดอกลำดวน


Click to View FlipBook Version