แบบทดสอบก่อนเรียน
1. คำว่ำ “ปิโตรเลียม” ไมค่ รอบคลมุ ขอ้ ใด 2. ในแหล่งกักเก็บปิ โตรเลียมท่ีมีท้ังน้ำมันดิบ ก๊ำซ
ธรรมชำติและนำ้ เรำจะพบว่ำมีกำรแยกชั้นกันอย่ำงไร
ก. นำ้ มนั ดิบ ข. ถำ่ นหิน เรยี งลำดบั จำกบนลงลำ่ ง
ค. ก๊ำซหงุ ตม้ ง. ก๊ำซธรรมชำติ
ก. ก๊ำซ นำ้ นำ้ มนั ข. ก๊ำซ นำ้ มนั นำ้
ค. นำ้ มนั ก๊ำซ นำ้ ง. นำ้ มนั นำ้ ก๊ำซ
แบบทดสอบก่อนเรียน
3. หลงั จำกทำกำรสำรวจทำงธรณีวิทยำแลว้ 4. จงเรียงลำดบั ผลิตภัณฑท์ ่ีไดจ้ ำกกำรแยกนำ้ มันดิบจำก
กำรสำรวจหำแหลง่ ปิโตรเลียม จะตอ้ งอำศยั จดุ สดุ ยอดของหอกล่นั ลงมำ
วิธีกำรทำงธรณีฟิสิกส์ ปัจจบุ นั อำศยั วิธีใด
1. ก๊ำซหงุ ตม้ 4. นำ้ มนั เบนซิน
ก. วดั คำ่ ควำมส่นั สะเทอื น 2. นำ้ มนั ก๊ำด 5. นำ้ มนั ดเี ซล
ข. วดั คำ่ สนำมแมเ่ หลก็ 3. นำ้ มนั เตำ 6. ยำงมะตอย
ค. วดั คำ่ แรงดงึ ดดู ของโลก
ง. อำจใชท้ ง้ั 3 วิธีรว่ มกนั ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 1 4 2 5 3 6
ค. 1 3 5 2 4 6 ง. 1 2 3 5 4 6
แบบทดสอบก่อนเรียน
5. ขอ้ ใดจดั เป็นผลิตภณั ฑป์ ิโตรเคมีจำกเสน้ ใย 6. ผลิตภณั ฑใ์ ดตอ่ ไปนี้ ไม่จดั อยใู่ นอตุ สำหกรรมขนึ้ รูป
สงั เครำะห์ พลำสตกิ
ก. กระเป๋ ำผำ้ ฝำ้ ย ข. ขวดนมพลำสติก ก. เครอ่ื งน่งุ หม่ ข. ฟิลม์
ค. เชอื กไนลอ่ น ง. โฟม ค. ตโู้ ทรทศั น์ ง. ทอ่ นำ้
แบบทดสอบก่อนเรียน
7. กำรใชพ้ ลงั งำนของโลกในดำ้ นใดมำกท่ีสดุ 8. แหล่งพลังงำนทดแทนท่ีสำมำรถนำมำใช้ เพ่ือ
ก. อตุ สำหกรรม ข. ท่อี ยอู่ ำศยั ประหยดั พลงั งำนจำกปิโตรเลยี ม คือขอ้ ใด
ค. กำรขนสง่ ง. ดำ้ นธรุ กิจ ก. พลงั งำนลม ข. ก๊ำซชวี ภำพ
ค. พลงั งำนชวี มวล ง. ถกู ทกุ ขอ้
แบบทดสอบก่อนเรียน
9. ประเทศไทยไดใ้ ชพ้ ลงั งำนจำกปิโตรเลยี มในดำ้ นใด 10. ก๊ำซโซฮอล (Gasohol)หรือ เบนโซฮอล์
มำกท่สี ดุ ( Benzohol) เป็นของเหลวผสมระหวำ่ งสำรใด
ก. เมทำนอลกบั นำ้ มนั ดีเซล
ก. ผลติ ไฟฟ้ำ ข. กำรขนสง่
ข. เมทำนอลกบั นำ้ มนั เบนซนิ
ค. โรงงำนและกำรก่อสรำ้ ง ง. ท่อี ยอู่ ำศยั
ค. เอทำนอลกบั นำ้ มนั เบนซิน
ง. เอทำนอลกบั นำ้ มนั ดเี ซล
What is petroleum?
ปิ โตรเลียม หมายถึง สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดข้ึน
เองตามธรรมชาติ โดยมีธาตุเป็ นองค์ประกอบหลกั คือ คาร์บอน และ
ไฮโดรเจน โดยอาจมีธาตุอ่ืน เช่น กาํ มะถนั ออกซิเจน ไนโตรเจน ปน
อยู่ด้วย ปิ โตรเลียมเป็ นไดท้ ้ังของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ข้ึนอยู่กับ
องคป์ ระกอบของปิ โตรเลียมเอง พลงั งานความร้อน และความกดดนั
ตามสภาพแวดลอ้ มท่ีปิ โตรเลียมสะสมตวั อยู่
What is petroleum?
ปิ โตรเลียมแบ่งตามสถานะ
ในธรรมชาติได้ 2 ชนิด
น้าํ มนั ดิบ ก๊าซธรรมชาติ
(Crude oil) (Natural Gas)
What is petroleum?
น้าํ มนั ดิบ (Crude oil)
นำ้ มนั ดิบ (Crude oil) มีสถำนะตำมธรรมชำติเป็นของเหลว ประกอบดว้ ยสำรประกอบ
ไฮโดรคำร์บอนชนิดระเหยง่ำยเป็ นส่วนใหญ่ แบ่งเป็ น 3 ชนิด ตำมคุณสมบัติ และชนิดของ
ไฮโดรคำรบ์ อนท่ปี ระกอบอยู่ คือ
1. นำ้ มนั ดบิ ชนิดท่ไี ม่มีไขมำก (paraffin base)
2. นำ้ มนั ดบิ ชนิดท่มี ียำงมะตอยมำก (asphalt/naphthenic base)
3. นำ้ มนั ดิบชนิดผสม (mixed base) เป็นนำ้ มนั ดิบพืน้ ฐำนชนิดผสมกนั ระหว่ำงชนิดมีไข
มำกและชนิดท่มี ียำงมะตอยมำก
What is petroleum?
ก๊าซธรรมชาติ(Natural gas)
ก๊าซธรรมชาติ(Natural gas) จะประกอบดว้ ยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนในปริมาณ
ร้อยละ 95 ข้ึนไป ส่วนที่เหลือจะเป็ น ไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ ปนอยู่เพียงเล็กน้อย
ไฮโดรคาร์บอนในก๊าซธรรมชาติ จดั อยใู่ นอนุกรมพาราฟิ น มีคุณสมบตั ิอิ่มตวั และไม่เปล่ียนแปลงทาง
เคมีในสภาวะปกติ ก๊าซธรรมชาติมีองค์ประกอบส่วนใหญ่คือ มีเทน ( 4)ซ่ึงมีน้าํ หนกั เบาที่สุด
และจุดเดือดต่าํ ที่สุดเป็นส่วนประกอบถึงประมาณร้อยละ 70 ข้ึนไป
ปิ โตรเลียมเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
ปิ โตรเลียมมีกาํ เนิดมาจากส่ิงที่มีชีวิตที่ดาํ รงชีวิต
อยู่เมื่อหลายร้อยลา้ นปี ก่อน ซ่ึง อยู่กระจดั กระจายทวั่ ไป
ท้งั บนบก และในทะเล เม่ือส่ิงที่มีชีวิตเหล่าน้ีตายลงจะเน่า
เปื่ อยผพุ งั และยอ่ ยสลายโดยมีบางส่วนสะสมรวมตวั อยกู่ บั
ตะกอนดินเลนในสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม เมื่อผิวโลก
เกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมาส่วนของช้นั ตะกอนน้ีจะ
จมตวั ลงเร่ือย ๆ พร้อม ๆ กบั การเปลี่ยนแปลงสารอินทรีย์
จากกรดฟุลวิค ไปเป็ นฮิวมิน เป็ นคีโรเจน และเป็ น
ปิ โตรเลียมในทา้ ยท่ีสุด
ปิ โตรเลียมเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
ซามูเอล เอม็ เกียร์ (Samuel M. Kier) เป็นบุคคล
แรกท่ีถือไดว้ ่าขดุ พบน้าํ มนั โดยในปี พ.ศ. 2391 เขาไดข้ ดุ พบน้าํ มนั
โดยบงั เอิญจากบ่อท่ีเขาขดุ ข้ึนบนฝั่งแม่น้าํ อลั เลเกนี (Allegheny)
ในรัฐเพน็ นซ์ ิลวาเนีย (Pennsylvania)และต้งั ช่ือน้าํ มนั ดงั กล่าว
วา่ น้าํ มนั ซีนีกา (Seneca oil) ซ่ึงเป็นชื่อพ้ืนเมืองอเมริกนั ต่อมา
เม่ือเกิดภาวะขาดแคลนน้ํามันปลาวาฬ ซ่ึงขณะน้ันนิยมใช้เป็ น
เช้ือเพลิงให้แสงสว่าง และใชเ้ ป็ นน้าํ มนั หล่อลื่นสําหรับเครื่องยนต์
ต่าง ๆ กันอย่างแพร่หลาย จึงเป็ นแรงผลักดันให้มีการแสวงหา
ปิ โตรเลียมมาใชท้ ดแทน และนาํ ไปสู่การจดั ต้งั บริษทั เจาะหาน้าํ มนั
ชื่อ บริษทั ซีนีกาออยส์ จาํ กดั (Seneca Oil Company)
ข้ึนมา
กำรสำรวจหำแหลง่ ปิโตรเลยี ม
ข้นั ตอนการสาํ รวจหาขอ้ มลู (Exploration)
1. การขุดเจาะหลุมเพื่อเก็บตัวอย่างหิน
(Core Drilling)
2 . ก า ร สํ า ร ว จ โ ด ย ค ลื่ น สั่ น ส ะ เ ทื อ น
(Seismic Prospecting)
3. การสํารวจโดยความโนม้ ถ่วง (Gravity
Prospecting)
กำรสำรวจหำแหลง่ ปิโตรเลียม
ข้นั ตอนการขดุ เจาะ (Drilling)
เป็นการขดุ เจาะหลุมเพ่ือการผลิต โดยหลงั จากท่ี
ทาํ การสาํ รวจทางธรณีวทิ ยา จนทราบวา่ น่าจะมีปิ โตรเลียม
อยูใ่ นบริเวณใดบา้ ง ก็จะตอ้ งทาํ การเจาะหลุมสาํ รวจ โดย
ใชว้ ิธีสุ่มเจาะ เพ่ือสํารวจหาปิ โตรเลียมในบริเวณท่ียงั ไม่
เคยมีการเจาะพสิ ูจนม์ าก่อน
กำรผลติ และผลิตภณั ฑป์ ิโตรเลียม
โดยส่วนใหญ่จะแยกโดยวิธีการ
ก ล่ั น ลํ า ดั บ ส่ ว น ( Fractional
Distillation) โดยอาศยั ความแตกต่าง
ข อ ง จุ ด เ ดื อ ด ข อ ง ส า ร ป ร ะ ก อ บ
ไ ฮ โ ด ร ค า ร์ บ อ น แ ต่ ล ะ ช นิ ด ที่ ร ว ม อ ยู่ใ น
น้าํ มนั ดิบ
กำรผลติ และผลิตภณั ฑป์ ิโตรเลียม
คา่ ออกเทน หรือ Octane Rating เป็นค่าท่ี
ผูผ้ ลิตน้าํ มนั บอกคุณสมบตั ิน้าํ มนั เบนซิน ว่ามีค่าความทน
การบีบอดั มากแค่ไหน ยงิ่ ค่าตวั เลขมากหรือออกเทนสูงมาก
ยงิ่ ทนการบีบอดั ไม่ให้ชิงจุดระเบิด ก่อนการจุดประกายไฟ
ในห้องเผาไหม้ ในระหว่างกระบวนการทํางานของ
เคร่ืองยนต์
นำ้ มันเบนซิน 95 (Gasoline 95) คือ นำ้ มนั เบนซินพิเศษไรส้ ำรตะก่วั ท่ีมีค่ำออกเทน 95
(RON95 ) / เบนซินบรสิ ทุ ธิ์ท่มี ีเอทำนอล 0%
แก๊สโซฮอล์ 95 (อี 10) (Gasohol 95: E10) คือ นำ้ มนั เบนซินพิเศษไรส้ ำรตะก่วั ท่ีมีค่ำออก
เทน 95 (RON95 ) ผสมกบั เอทำนอล 10%
แก๊สโซฮอล์ 95 (อี 20) (Gasohol 95: E20 ) คือ นำ้ มนั เบนซินพิเศษไรส้ ำรตะก่วั ท่ีมีคำ่ ออก
เทน 95 (RON95 ) ผสมกบั เอทำนอล 20%
แก๊สโซฮอล์ 95 (อี 85) (Gasohol 95: E85 ) คือ นำ้ มนั เบนซินพิเศษไรส้ ำรตะก่วั ท่ีมีค่ำออก
เทน 95 (RON95 ) ผสมกบั เอทำนอล 85%
แบบทดสอบหลงั เรียน
1. คำว่ำ “ปิโตรเลียม” ไมค่ รอบคลมุ ขอ้ ใด 2. ในแหล่งกักเก็บปิ โตรเลียมท่ีมีท้ังน้ำมันดิบ ก๊ำซ
ธรรมชำติและนำ้ เรำจะพบว่ำมีกำรแยกชั้นกันอย่ำงไร
ก. นำ้ มนั ดิบ ข. ถำ่ นหิน เรยี งลำดบั จำกบนลงลำ่ ง
ค. ก๊ำซหงุ ตม้ ง. ก๊ำซธรรมชำติ
ก. ก๊ำซ นำ้ นำ้ มนั ข. ก๊ำซ นำ้ มนั นำ้
ค. นำ้ มนั ก๊ำซ นำ้ ง. นำ้ มนั นำ้ ก๊ำซ
แบบทดสอบหลงั เรียน
3. หลงั จำกทำกำรสำรวจทำงธรณีวิทยำแลว้ 4. จงเรียงลำดบั ผลิตภัณฑท์ ่ีไดจ้ ำกกำรแยกนำ้ มันดิบจำก
กำรสำรวจหำแหลง่ ปิโตรเลียม จะตอ้ งอำศยั จดุ สดุ ยอดของหอกล่นั ลงมำ
วิธีกำรทำงธรณีฟิสิกส์ ปัจจบุ นั อำศยั วิธีใด
1. ก๊ำซหงุ ตม้ 4. นำ้ มนั เบนซิน
ก. วดั คำ่ ควำมส่นั สะเทอื น 2. นำ้ มนั ก๊ำด 5. นำ้ มนั ดเี ซล
ข. วดั คำ่ สนำมแมเ่ หลก็ 3. นำ้ มนั เตำ 6. ยำงมะตอย
ค. วดั คำ่ แรงดงึ ดดู ของโลก
ง. อำจใชท้ ง้ั 3 วิธีรว่ มกนั ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 1 4 2 5 3 6
ค. 1 3 5 2 4 6 ง. 1 2 3 5 4 6
แบบทดสอบหลงั เรียน
5. ขอ้ ใดจดั เป็นผลิตภณั ฑป์ ิโตรเคมีจำกเสน้ ใย 6. ผลิตภณั ฑใ์ ดตอ่ ไปนี้ ไม่จดั อยใู่ นอตุ สำหกรรมขนึ้ รูป
สงั เครำะห์ พลำสตกิ
ก. กระเป๋ ำผำ้ ฝำ้ ย ข. ขวดนมพลำสติก ก. เครอ่ื งน่งุ หม่ ข. ฟิลม์
ค. เชอื กไนลอ่ น ง. โฟม ค. ตโู้ ทรทศั น์ ง. ทอ่ นำ้
แบบทดสอบหลงั เรียน
7. กำรใชพ้ ลงั งำนของโลกในดำ้ นใดมำกท่สี ดุ 8. แหล่งพลังงำนทดแทนท่ีสำมำรถนำมำใช้ เพ่ือ
ก. อตุ สำหกรรม ข. ท่อี ยอู่ ำศยั ประหยดั พลงั งำนจำกปิโตรเลยี ม คือขอ้ ใด
ค. กำรขนสง่ ง. ดำ้ นธรุ กิจ ก. พลงั งำนลม ข. ก๊ำซชวี ภำพ
ค. พลงั งำนชวี มวล ง. ถกู ทกุ ขอ้
แบบทดสอบหลงั เรียน
9. ประเทศไทยไดใ้ ชพ้ ลงั งำนจำกปิโตรเลียมในดำ้ นใด 10. ก๊ำซโซฮอล (Gasohol)หรือ เบนโซฮอล์
มำกท่สี ดุ ( Benzohol) เป็นของเหลวผสมระหวำ่ งสำรใด
ก. เมทำนอลกบั นำ้ มนั ดีเซล
ก. ผลิตไฟฟ้ำ ข. กำรขนสง่
ข. เมทำนอลกบั นำ้ มนั เบนซนิ
ค. โรงงำนและกำรก่อสรำ้ ง ง. ท่อี ยอู่ ำศยั
ค. เอทำนอลกบั นำ้ มนั เบนซิน
ง. เอทำนอลกบั นำ้ มนั ดเี ซล
แบบฝึกหดั ก่อนเรียน
1. สารจากธรรมชาติใดจดั เป็นโคพอลิเมอร์ 2. เสน้ ใยชนิดใดมีความทนทานต่อเช้ือรา แบคทีเรีย
ก. โปรตีน ข. เซลลูโลส สารเคมี ซกั ง่าย แหง้ เร็ว
ค. ไกลโคเจน ง. ยางธรรมชาติ
ก. ฝ้าย ข. ไหม
ค. ลินิน ง. ไนลอน
แบบฝึกหดั ก่อนเรียน
3. ขอ้ ใดเป็นมอนอเมอร์ของสารพอลิเมอร์ที่ 4. มอนอเมอร์ของเซลลโู ลสคืออะไร
มีช่ือวา่ พอลิเอทิลีน ก. แป้ง ข. กลูโคส
ค. มอลโตส ง. ไกลโคเจน
ก. มีเทน ข. เอทิลีน
ค. เอทิล ง. มอนอเอทิลีน
แบบฝึกหดั ก่อนเรียน
5. ขอ้ ใดที่ควรผลิตข้ึนจากเทอร์มอพลาสติก 6. พอลิเมอร์ชนิดใดท่ีเกิดจากการรวมตวั แบบตอ่ เติม
ก. ท่อน้าํ ปลก๊ั ไฟ โทรศพั ท์ ของมอนอเมอร์
ข. ถงั น้าํ เครื่องเลน่ เดก็ ผา้ ปูโตะ๊
ค. อา่ งน้าํ พรมน้าํ มนั กรอบแวน่ ตา ก. เซลลโู ลส ข. โปรตีน
ง. ขวดน้าํ ดา้ มกระทะ กระเบ้ืองยาง ค. ไนลอน ง. พอลิเอทิลีน
แบบฝึกหดั ก่อนเรียน
7. พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใดท่ีมีความ 8. ขอ้ ใดเป็นสาเหตุท่ีทาํ ใหพ้ ลาสติกแตล่ ะชนิดมีสมบตั ิ
แขง็ มากแต่ ไม่ยดื หยนุ่ เม่ือไดร้ ับความร้อน แตกต่างกนั
สูงจะแตก ก. เพราะมีโครงสร้างต่างกนั
ก. โครงสร้างแบบกิ่ง ข. เพราะมีองคป์ ระกอบของมอนอเมอร์ตา่ งกนั
ข. โครงสร้างแบบเส้น ค. เพราะมีการผลิตจากเมด็ พลาสติกตา่ งชนิดกนั
ค. โครงสร้างแบบร่างแห ง. ขอ้ ก และ ข
ง. โครงสร้างแบบก่ิงและแบบร่างแห
แบบฝึกหดั ก่อนเรียน
9. ขอ้ ใดเป็ นขอ้ แตกต่างระหว่างยางธรรมชาติ 10. ขอ้ ใดเป็นเสน้ ใยก่ึงสงั เคราะห์
กบั ยางสังเคราะห์ ก. ลินิน ข. ไนลอน
ค. เรยอน ง. เซลลโู ลส
ก. มีโครงสร้างไม่เหมือนกนั
ข. มีจาํ นวนมอนอเมอร์ไม่เท่ากนั
ค. มีความทนต่อสารเคมี ความร้อน และตวั
ทาํ ละลายไม่เท่ากนั
ง. ยางสังเคราะห์มีกระบวนการเกิดที่
ซบั ซอ้ นมากกวา่ ยางธรรมชาติ
พอลิเมอร์คืออะไร
พอลิเมอร์ (Polymer)มีรากศพั ท์ มาจาก Poly + Meros
ซ่ึง Poly แปลวา่ Many หมายถึง มากมาย และ Meros หรือ Mer
แปลวา่ Unit หมายถึง หน่วย
ดงั น้นั พอลิเมอร์ หมายถึงสารประกอบที่มีหน่วยเลก็ ๆ หลายหน่วยมาเชื่อมตอ่ กนั จนกลายเป็นสารประกอบ
ท่ีมีโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีมวลโมเลกุลมาก หน่วยเล็กๆหรื อโมเลกุลพ้ืนฐานน้ัน เรี ยกว่า มอนอเมอร์
( Monomer) พอลิเมอร์จะประกอบดว้ ยหน่วยท่ีซ้าํ กนั ( Repeating unit ) มาเช่ือมต่อกนั ดว้ ยพนั ธะโควา
เลนต์
ชนิดของพอลิเมอร์
เมื่อจาํ แนกตามลกั ษณะการเกิด ได้ 2 ชนิดดงั น้ี
1. พอลิเมอร์ธรรมชาติ (Natural polymers) เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ เช่น
เซลลโู ลส DNA โปรตีน แป้ง ยางธรรมชาติ เป็นตน้
2. พอลิเมอร์ที่เกิดจากการสงั เคราะห์ (Synthetic polymers) เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดจากการ
สังเคราะหโ์ ดยปฏิกิริยาเคมี เช่น พลาสติก ไนลอ่ น เมลามีน เป็นตน้
ชนิดของพอลิเมอร์
เม่ือจาํ แนกตามชนิดของมอนอเมอร์ท่ีเป็นองคป์ ระกอบได้ 2 แบบ ดงั น้ี
1. โฮโมพอลิเมอร์ (Homopolymers)
2. โคพอลิเมอร์ (Co – polymer)
ชนิดของพอลิเมอร์
โฮโมพอลิเมอร์ ( Homopolymers) เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์
ชนิดเดียวกนั มาเช่ือมตอ่ กนั เช่น แป้ง และเซลลูโลส ซ่ึงเกิดจากมอนอเมอร์กลูโคสมา
เช่ือมต่อกนั
ชนิดของพอลิเมอร์
โคพอลิเมอร์ (Co – polymer) เป็นพอลิเมอร์ท่ีเกิดจากดว้ ยมอนอเมอร์มากกวา่ 1 ชนิด มาเชื่อมต่อกนั
เช่น โปรตีน เกิดจากกรดอะมิโนชนิดต่าง ๆ มาเช่ือมต่อกัน ซ่ึงกรดอะมีโนมีหลายชนิด และเมื่อมีการเช่ือมต่อ
กลายเป็นโปรตีนกอ็ าจมีการสลบั ท่ีกนั ไปมา ซ่ึงโปรตีนแต่ละชนิดกอ็ าจเกิดมาจากกรดอะมิโนคนละชนิดกนั จาํ นวนก็
อาจไม่เท่ากนั และรูปร่างและความยาวของสายพอลิเมอร์ท่ีแตกต่างกนั จึงทาํ ใหโ้ ปรตีนมีความหลากหลาย
ชนิดของพอลิเมอร์
ชนิดของพอลิเมอร์
เม่ือจาํ แนกตามโครงสร้างของพอลิเมอร์ได้ 3 แบบ ดงั น้ี
1. พอลิเมอร์แบบเส้น (Linear polymer)
2. พอลิเมอร์แบบกิ่ง (Branch polymer)
3. พอลิเมอร์แบบร่างแห (Network polymer)
ชนิดของพอลิเมอร์
1. พอลิเมอร์แบบเส้น (Linear polymer)
เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกนั เป็ นเส้นยาว ๆ ใน 2 มิติ เช่น
เ ซ ล ลู โ ล ส เ กิ ด จ า ก ก ลู โ ค ส ต่ อ กั น เ ป็ น เ ส้ น ต ร ง แ ล ะ
( Polyethylene) ที่นาํ มาใช้ทาํ เป็ นขวด กล่องพลาสติก หีบ
ห่ออาหาร ของเลน่ เกิดจากเอทิลีนต่อกนั เป็นเส้นตรง
ชนิดของพอลิเมอร์
2. พอลิเมอร์แบบก่ิง (Branch polymer)
เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกนั เป็ นสายยาวและบางจุดมีการ
แตกกิ่ง จึงทาํ ให้สายพอลิเมอร์มีกิ่งก้านสาขา ไม่สามารถเรียงชิด
ติดกนั แบบพอลิเมอร์แบบเส้น เช่น พอลิเอทิลนี ชนิดความหนาแน่น
ต่าํ ที่นาํ มาใชท้ าํ เป็นถงุ เยน็ ฟิ ลม์ หดฟิ ลม์ ยดื ขวดน้าํ
*** พอลิเมอร์แบบเส้นและแบบกิ่ง มีโครงสร้างที่จบั กนั
แบบหลวม ๆ ถ้าให้ความร้อนสูง จะสามารถหลอมเหลวได้
สามารถรีไซเคิลแลว้ นาํ กลบั มาใชใ้ หม่ได้ ***
ชนิดของพอลิเมอร์
3. พอลิเมอร์แบบร่างแห (Network polymer)
เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกนั เป็ นสายยาวและมีการเช่ือมโยงแต่ละ
สายพอลิเมอร์เขา้ หากัน โครงสร้างพอลิเมอร์ชนิดน้ีทาํ ให้พอลิ
เมอร์มีความแข็งมาก จึงมีความทนทาน ไม่หลอมเหลว และไม่
ยดื หยนุ่ เช่น เมลามีน ท่ีใชท้ าํ ภาชนะบรรจุอาหาร
ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์
ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์ เรียกวา่ ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชนั ( Polymerization) คือกระบวนการ
สร้างสารที่มีโมเลกลุ ขนาดใหญ่ จากสารที่มีโมเลกลุ เล็ก ( Monomer) ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชนั จะเกิดภายใต้
สภาวะต่าง ๆ เช่น ตวั เร่งปฏิกิริยา อุณหภูมิ ความดนั เป็นตน้ ทาํ ใหเ้ กิดพอลิเมอร์ชนิดต่าง ๆ ข้ึนมากมาย ท้งั ท่ีเป็นพอ
ลิเมอร์ในธรรมชาติ และพอลิเมอร์สังเคราะห์
ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์
1. ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชนั่ แบบเติม ( Addition polymerization) ปฏิกิริยาน้ีเกิดกบั มอนอ
เมอร์ที่ไม่อิ่มตวั เช่น เอทิลีน โพรพิลีน อะไครโลไนทริล สไตรีน โดยมีตวั เร่งปฏิกิริยา และอุณหภูมิที่เหมาะสมทาํ
ใหพ้ นั ธะคู่แตกออก แลว้ เกิดการสร้างพนั ธะกบั โมเลกลุ ขา้ งเคียงต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทงั่ โมเลกุลขนาดใหญ่ข้ึน สาย
พอลิเมอร์ยาวข้ึน ปฏิกิริยาจะเกิดไปเรื่อย ๆ จนกระทง่ั มอนอเมอร์หมดไป ปฏิกิริยาแบบน้ีจะเกิดปฏิกิริยาท่ีพนั ธะคู่
ของคาร์บอน ไม่มีการสูญเสียของอะตอมใด ๆ ทาํ ใหไ้ ม่มีผลิตภณั ฑอ์ ื่น ๆ ขา้ งเคียงเกิดข้ึน ตวั อย่าง พอลิเมอร์ที่เกิด
จากปฏิกิริยาชนิดน้ีไดแ้ ก่ Polyethylene, Teflon, Polyvinyl Choride
ปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์
ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชน่ั แบบควบแน่น ( Condensation polymerization) ปฏิกิริยา
น้ีเกิดกบั มอนอเมอร์ท่ีมีหมู่ฟังก์ชนั่ 2 หมู่ อย่ดู า้ นซ้ายและขวาของมอนอเมอร์ เพ่ือให้สามารถเกิดปฏิกิริยา
ควบแน่นกบั โมเลกุลขา้ งเคียงไดท้ ้งั สองดา้ น และต่อขยายความยาวสายโมเลกุลออกไป โดยในปฏิกิริยาจะ
กาํ จดั โมเลกลุ ขนาดเลก็ ออกมาจากปฏิกิริยา เช่น H2O NH3 HCl หรือ CH3OH เป็นตน้ ตวั อยา่ ง พอลิ
เมอร์ท่ีเกิดจากปฏิกิริยาชนิดน้ีไดแ้ ก่ Polyester, Polyurethane, polyamide
แบบฝึกหดั หลงั เรียน
1. สารจากธรรมชาติใดจดั เป็นโคพอลิเมอร์ 2. เสน้ ใยชนิดใดมีความทนทานต่อเช้ือรา แบคทีเรีย
ก. โปรตีน ข. เซลลูโลส สารเคมี ซกั ง่าย แหง้ เร็ว
ค. ไกลโคเจน ง. ยางธรรมชาติ
ก. ฝ้าย ข. ไหม
ค. ลินิน ง. ไนลอน
แบบฝึกหดั หลงั เรียน
3. ขอ้ ใดเป็นมอนอเมอร์ของสารพอลิเมอร์ที่ 4. มอนอเมอร์ของเซลลโู ลสคืออะไร
มีช่ือวา่ พอลิเอทิลีน ก. แป้ง ข. กลูโคส
ค. มอลโตส ง. ไกลโคเจน
ก. มีเทน ข. เอทิลีน
ค. เอทิล ง. มอนอเอทิลีน
แบบฝึกหดั หลงั เรียน
5. ขอ้ ใดที่ควรผลิตข้ึนจากเทอร์มอพลาสติก 6. พอลิเมอร์ชนิดใดท่ีเกิดจากการรวมตวั แบบตอ่ เติม
ก. ท่อน้าํ ปลก๊ั ไฟ โทรศพั ท์ ของมอนอเมอร์
ข. ถงั น้าํ เครื่องเลน่ เดก็ ผา้ ปูโตะ๊
ค. อา่ งน้าํ พรมน้าํ มนั กรอบแวน่ ตา ก. เซลลโู ลส ข. โปรตีน
ง. ขวดน้าํ ดา้ มกระทะ กระเบ้ืองยาง ค. ไนลอน ง. พอลิเอทิลีน
แบบฝึกหดั หลงั เรียน
7. พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใดท่ีมีความ 8. ขอ้ ใดเป็นสาเหตุท่ีทาํ ใหพ้ ลาสติกแตล่ ะชนิดมีสมบตั ิ
แขง็ มากแต่ ไม่ยดื หยนุ่ เม่ือไดร้ ับความร้อน แตกต่างกนั
สูงจะแตก ก. เพราะมีโครงสร้างต่างกนั
ก. โครงสร้างแบบกิ่ง ข. เพราะมีองคป์ ระกอบของมอนอเมอร์ตา่ งกนั
ข. โครงสร้างแบบเส้น ค. เพราะมีการผลิตจากเมด็ พลาสติกตา่ งชนิดกนั
ค. โครงสร้างแบบร่างแห ง. ขอ้ ก และ ข
ง. โครงสร้างแบบก่ิงและแบบร่างแห
แบบฝึกหดั หลงั เรียน
9. ขอ้ ใดเป็ นขอ้ แตกต่างระหว่างยางธรรมชาติ 10. ขอ้ ใดเป็นเสน้ ใยก่ึงสงั เคราะห์
กบั ยางสังเคราะห์ ก. ลินิน ข. ไนลอน
ค. เรยอน ง. เซลลโู ลส
ก. มีโครงสร้างไม่เหมือนกนั
ข. มีจาํ นวนมอนอเมอร์ไม่เท่ากนั
ค. มีความทนต่อสารเคมี ความร้อน และตวั
ทาํ ละลายไม่เท่ากนั
ง. ยางสังเคราะห์มีกระบวนการเกิดที่
ซบั ซอ้ นมากกวา่ ยางธรรมชาติ
เฉลยแบบฝึกหดั ก่อนเรียน เฉลยแบบฝึกหดั หลงั เรียน
เร่ือง ปิ โตรเลียม เร่ือง ปิ โตรเลียม
1.ข 6.ก 1.ข 6.ก
2.ข 7.ก 2.ข 7.ก
3.ง 8.ง 3.ง 8.ง
4.ก 9.ข 4.ก 9.ข
5.ค 10.ค 5.ค 10.ค
เฉลยแบบฝึกหดั ก่อนเรียน เฉลยแบบฝึกหดั หลงั เรียน
เร่ือง พอลิเมอร์ เรื่อง พอลิเมอร์
1. ก 6. ง 1. ก 6. ง
2. ง 7. ค 2. ง 7. ค
3. ข 8. ง 3. ข 8. ง
4. ข 9. ค 4. ข 9. ค
5. ข 10. ค 5. ข 10. ค