ชีทรวบรวมแนวขอ้ สอบ
ข้าราชการและพนักงานส่วนทอ้ งถนิ่
ประจาปี ๒๕๖๔
เนอื้ หา พ.ร.บ. กฎหมาย 11 ฉบบั
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
เนือ้ หา พ.ร.บ. กฎหมาย 11 ฉบบั
พระราชบญั ญัตกิ าหนดแผนกและข้นั ตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ พ.ศ. 2542
พระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบริหารบ้านเมอื งทดี่ ี พ.ศ. 2546 แก้ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2552
พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 แก้ไขเพมิ่ เตมิ ถงึ ปัจจบุ ัน (ฉบบั ที่ 8) พ.ศ. 2553
พระราชบญั ญตั ิ เทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขถึงฉบับที่ 13 พ.ศ. 2552
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560
พระราชบญั ญัตอิ งค์การบริหารส่วนจงั หวดั พ.ศ.2540
ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548
พระราชบญั ญตั สิ ภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพมิ่ เตมิ ถึง (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2552
พระราชบญั ญตั กิ ารอานวยความสะดวกในการพจิ ารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558
พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบริหารราชการเมอื งพทั ยา พ.ศ. 2542 แก้ไขเพมิ่ เตมิ ถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552
พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถนิ่ พ.ศ. 2542
พระราชบญั ญตั ปิ รับปรุง และแก้ไข ปี พ.ศ.๒๕๖๒
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
พระราชบัญญตั ิกาหนดแผนกและข้นั ตอนการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ พ.ศ. 2542
ฉบับที่ 1
ให้ไว้ ณ วนั ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 นายชวน หลีกภยั (นายกฐั มนตรี)
ประกาศ วนั ท่ี 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
บังคบั ใช้ วนั ท่ี 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ฉบับท่ี 2
ประกาศ วนั ท่ี 8 มกราคม พ.ศ. 2550
บงั คบั ใช้ วนั ท่ี 9 มกราคม พ.ศ. 2550
ตราพระราชบญั ญตั ิข้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของ “รัฐสภา”
4 หมวด 37 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวดท่ี 1 คณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
หมวดท่ี 2 การกาหนดอานาจและหนา้ ที่ในการจดั ระบบการบริการสาธารณะ
หมวดท่ี 3 การจดั สรรสดั ส่วนภาษีและอากร
หมวดที่ 4 แผนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า
1. องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
2. เทศบาล
3. องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
4. กรุงเทพมหานคร
5. เมืองพทั ยา
6. องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืนที่มีกฎหมายจดั ต้งั
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประเดน็ ข้อสอบ!!
1. นายกรัฐมนตรี ใครไม่ใช้ผู้รักษาการใน พรบ.
2. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลงั
3. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย
หมวด 1
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
มาตรา 6 คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ท้งั หมด 36 คน ประกอบดว้ ย
ประธาน : 1. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
กรรมการ : 2. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย
3. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลงั
4. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
5. ปลดั กระทรวงการคลงั
6. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
7. ปลดั กระทรวงสาธารณสุข
8. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
9. เลขาธิการ ก.พ.
10. เลขาธิการคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
11. ผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ
12. อธิบดีกรมการปกครอง
กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ จานวน 12 คน ประกอบด้วย
ท้งั นี้ โดยใหผ้ บู้ ริหารองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นแตล่ ะประเภทเลือกกนั เองตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีนายกรัฐมนตรีกาหนด
กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิ จานวน 12 คน ประกอบด้วยบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1. ดา้ นการบริหารราชการแผน่ ดิน
2. ดา้ นการพฒั นาทอ้ งถิ่น
3. ดา้ นเศรษฐศาสตร์
4. ดา้ นการปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์
5. ดา้ นกฎหมาย
ท้งั นี้ การสรรหาผทู้ รงคุณวฒุ ิใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการที่ นายกรัฐมนตรีกาหนด
เลขานุการคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ คอื
>>…….หวั หนา้ สานกั งานคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
มาตรา 7 กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) มีสญั ชาติไทย
(2) มีอายไุ ม่ต่ากว่า 35 ปี บริบูรณ์
(3) ไม่เป็ นขา้ ราชการซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา พนกั งานหรือลูกจา้ งของหน่วยราชการหรือองคก์ รแหครองส่วนทอ้ งถ่ิน
เว้นแต่เป็ นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (ออกข้อสอบบ่อย)
(4) ไม่เป็ นผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง
(5) ไมเ่ ป็ นสมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรือผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น
(6) ไม่เป็ นเจา้ หนา้ ที่หรือผมู้ ีตาแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง
มาตรา 8 พน้ จากตาแหน่งเม่ือลาออก โดยยน่ื หนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ หรือพ้นจากการเป็ นผู้บริหารท้องถ่นิ
มาตรา 9 มีวาระคราวละ 4 ปี และอาจไดร้ ับสรรหาเป็นกรรมการอีกไม่เกนิ 2 วาระตดิ ต่อกนั
มาตรา 10 นอกจากากรพน้ จากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิพน้ จากตาแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยยนื่ หนงั สือลาออกต่อประธานกรรมการ
(3) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ขาดคุณสมบตั ิหรือมีลกั ษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา 7
(6) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงท่ีสุดให้จาคุก
มาตรา 12 ให้คณะกรรมการมีอานาจและหนา้ ท่ีดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) จดั ทาแผนการกระจายอานาจเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรายงานต่อรัฐสภา
(2) กาหนดการจัดระบบการบริการสาธารณะ
(3) ปรับปรุงสัดส่วนภาษแี ละอากร และรายได้ระหว่างรัฐกบั องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(4) กาหนดหลกั เกณฑ์และข้ันตอนการถ่ายโอนภารกจิ
(5) ประสานการถ่ายโอนข้าราชการ
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
(6) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีใหม้ ีการกระจายอานาจการอนุมตั ิหรือการอนุญาต
(7) เสนอแนะมาตรการด้านการเงนิ การคลงั การภาษอี ากร การงบประมาณ
(8) เสนอแนะการตราพระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวงประกาศ ขอ้ บงั คบั ระเบียบ และคาสงั่
(9) เร่งรัดให้มกี ารตราพระราชกฤษฎกี า ออกกฎกระทรวง ประกาศ ขอ้ บงั คบั ระเบียบ และคาสงั่ ที่จาเป็ น
(10) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดสรรเงนิ งบประมาณท่ีจดั สรรเพิม่ ข้ึน
(11) พิจารณาหลกั เกณฑก์ ารจดั สรรเงนิ อดุ หนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
(12) เสนอแนะและจัดระบบตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนในทอ้ งถ่ิน
(13) เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีเพอ่ื พจิ ารณาส่ังการในกรณที ่ีไม่ดาเนนิ การตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่น
(14) เสนอรายงานเกี่ยวกบั การกระจายอานาจ อย่างน้อยปี ละ 1 คร้ัง
(15) ปฏิบตั ิการอ่ืนตามท่ีกาหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ีและกฎหมายอ่ืน
มาตรา 14 คณะกรรมการมอี านาจออกคาสั่งเป็ นหนังสือเรียก ให้ ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐ ส่งขอ้ มูลหรือ
เอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งมาเพ่อื ใชป้ ระกอบการพจิ ารณาได้ ในการน้ีอาจเรียกบุคคลใด ๆ มาช้ีแจงดว้ ยก็ได้
มาตรา 15 ใหม้ ี “สานกั งานคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน” อยใู่ น “สานกั งานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรี”
หมวด 2
การกาหนดอานาจและหน้าทใี่ นการจดั ระบบการบริการสาธารณะ
มาตรา 16 ใหเ้ ทศบาล เมืองพทั ยา และองคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีอานาจและหนา้ ที่ในการจดั ระบบการบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของ
ประชาชนในทอ้ งถ่ินของตนเอง
มาตรา 17 “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” มีอานาจและหน้าทใี่ นการจัดระบบบริการ สาธารณะเพอ่ื ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง
หมวด 3 การจดั สรรสัดส่วนภาษแี ละอากร
ข้อสอบมักออกข้อบัญญตั จิ ัดเกบ็
เทศบาล อบต. เมอื งพทั ยา กรุงเทพฯ อบจ.
ภาษีโรงเรือน
ภาษีบารุงทอ้ งที่
ภาษีป้ าย
ภาษีมูลคา่ เพิ่ม
ภาษีธุรกิจ
ไมเ่ กินร้อยละ 30 ของภาษีมลู คา่ เพมิ่ ท่ีจดั เกบ็ ไดห้ กั ส่วนท่ีตอ้ งจ่ายคืนแลว้
ภาษีสรรพสามิต
โดยเป็นหนา้ ที่ของ “กรมสรรพากร” จดั เกบ็
ภาษีสุรา
ออกขอ้ บญั ญตั ิจดั เก็บไมเ่ กินร้อยละ 30 ของอตั ราภาษีที่จดั เก็บตามประมวลรัษฎากร
คา่ แสตมป์ ยาสูบ
โดยเป็นหนา้ ที่ของ “กรมสรรพากร” จดั เก็บ
ภาษีและคา่ ธรรมเนียมรถยนตแ์ ละ
ลอ้ เลื่อน ไม่เกินร้อยละ 30 ของอตั ราภาษีที่สรรพสามิตจดั เก็บ
ภาษีเพ่ือการศึกษา
ภาษีการพนนั โดยเป็นหนา้ ท่ีของ “กรมสรรพสามิต” จดั เก็บ
ภาษีอากรฆ่าสตั ว์
ไม่เกินร้อยละ 30 ของอตั ราภาษีท่ีสรรพสามิตจดั เกบ็
โดยเป็นหนา้ ที่ของ “กรมสรรพสามิต” จดั เก็บ
ไม่เกินร้อยละ 30 ของอตั ราภาษีท่ีสรรพสามิตจดั เกบ็
โดยเป็นหนา้ ท่ีของ “กรมสรรพสามิต” จดั เกบ็
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
อากรรังนกอีแอ่น
คา่ ภาคหลวงแร่ ส่งเป็นรายไดร้ ัฐในอตั ราร้อยละ 40 อตั ราร้อยละ 40
อตั ราร้อยละ
คา่ ภาคหลวงปิ โตรเลียม ส่งเป็นรายไดร้ ัฐในอตั ราร้อยละ 40 อตั ราร้อยละ 40 20
ค่าธรรมเนียมจดสิทธิ อตั ราร้อยละ
บตั รและนิติกรรมเกี่ยว 20
กบั อสงั หาริมทรัพย์
คา่ ธรรมเนียมสนามบิน
ใบอนุญาตขายสุรา
ใบอนุญาตเล่นการพนนั
ค่าใชน้ ้าบาดาล
ภาษีบารุงน้ามนั ออกขอ้ บญั ญตั ิจดั เก็บไม่เกินอตั ราร้อยละ 10 ไมเ่ กินร้อยละ 30
อบจ.
ภาษีบารุงที่ใชเ้ ป็น ข้อสอบมักออกข้อบญั ญตั จิ ัดเกบ็ กรุงเทพฯ
เช้ือเพลิงสาหรับรถยนต์ ไม่เกินร้อยละ 30
ภาษีบารุงยาสูบ เทศบาล อบต. เมอื งพทั ยา ไมเ่ กินลิตรละ
ไมเ่ กินลิตรละ10 สต. 10 สต.
คา่ ธรรมเนียมโรงแรม ออกขอ้ บญั ญตั ิจดั เก็บไม่เกินอตั ราร้อยละ 10 ไม่เกินลิตรละ
10 สต.
ไม่เกินมวนละ
10 สต.
ไมเ่ กินลิตรละ10 สต.
ไมเ่ กินมวนละ10สต.
มาตรา 28 องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมี รายรับ ดงั ต่อไปน้ี
(1) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
(2) รายไดจ้ ากสาธารณูปโภค
(3) รายไดจ้ ากการพาณิชยแ์ ละการทากิจการ
(4) ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่าปรับ คา่ ตอบแทน หรือรายไดอ้ ื่นใดตามที่มี
(5) คา่ บริการ
(6) เงินอดุ หนุนจาทกรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืน
(7) เงินช่วยเหลือจากตา่ งประเทศ องคก์ ารต่างประเทศ หรือองคก์ ารระหวา่ งประเทศ
(8) รายไดจ้ ากการจาหน่ายพนั ธบตั ร
(9) เงินกูจ้ ากระทรวง ทบวง กรม องคก์ าร หรือนิติบคุ คลตา่ งๆ
(10) เงินกจู้ ากต่างประเทศ องคก์ ารต่างประเทศ หรือองคก์ ารระหวา่ งประเทศ
(11) เงินและทรัพยส์ ินอยา่ งอื่นท่ีมีผอู้ ทุ ิศให้
(12) เงินช่วยเหลือหรือเงินคา่ ตอบแทน
(13) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินของแผน่ ดิน หรือรายไดจ้ ากทรัพยส์ ินของรัฐวิสาหกิจ
(14) รายไดจ้ ากค่าธรรมเนียมพเิ ศษ
หมวด 4 แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
มาตรา 30 แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินให้ดาเนินการดงั น้ี
(1) ให้ดาเนินการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะท่ีรัฐดาเนินการอยใู่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใช้บงั คบั แก่องคก์ รปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่นภายในกาหนดเวลา ดงั น้ี
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
(ก) ภารกจิ ท่ีเป็ นการดาเนินการซ้าซ้อนระหว่างรัฐและองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน หรือภารกิจท่ีรัฐจดั ให้บริการในเขต
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ให้ดาเนนิ การให้เสร็จสิ้นภายใน 4 ปี
(ข) ภารกจิ ท่ีรัฐจัดให้บริการในเขตขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและกระทบถึงองคก์ ร ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืน ให้
ดาเนินการใหเ้ สร็จสิ้นภายใน 4 ปี
(ค) ภารกิจท่ีเป็นการดาเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลใหด้ าเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน4 ปี
“ท่องว่า” มีซ้าซอ้ น ป้ อนในเขต เหตุนโยบาย ภายใน 4 ปี
(2) กาหนดขอบเขตความรับผดิ ชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ต้องไม่เกินระยะเวลา
10 ปี
โดยต้งั แต่ปี งบประมาณ พ.ศ.2550 เป็ นตน้ ไป ให้องคป์ กครองส่วนทอ้ งถิ่นมีรายไดค้ ิดเป็ นสัดส่วนต่อรายไดส้ ุทธิของ
รัฐบาลไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 25 และใหม้ ีจดุ มุ่งหมายมีรายไดเ้ พมิ่ ข้ึนคิดเป็นอตั ราไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 35
มาตรา 34 ให้คณะกรรมการพจิ ารณาทบทวนการกาหนดอานาจและหน้าท่ี โดยตอ้ งพจิ ารณาทบทวนใหม่ทุกระยะเวลาไม่เกนิ 5 ปี
การขออนุมตั ิแผนปฏิบัตกิ ารเพอ่ื กาหนดข้นั ตอนการกระจายอานาจ
เสนอคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบ แลว้
รายงานต่อรัฐสภา เพอ่ื ประกาศใชใ้ นราชกิจจานุเบกษาตอ่ ไป
พระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวธิ ีการบริหารบ้านเมอื งทด่ี ี พ.ศ. 2546
แก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552
ฉบบั ที่ 1 ประกาศ วนั ท่ี 9 ตุลาคม พ.ศ. 2546 พนั ตารวจโท ทกั ษิณ ชินวตั ร
บงั คบั ใช้ วนั ที่ 10 ตลุ าคม พ.ศ.2546 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
ฉบบั ท่ี 2 ประกาศ วนั ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บงั คบั ใช้ วนั ท่ี 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
9 หมวด 53 มาตรา
หมวด 1 การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี
หมวด 2 การบริหารราชการเพื่อใหเ้ กิดประโยชน์สุขของประชาชน
หมวด 3 การบริหารราชการเพอื่ ให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิตอ่ ภารกิจของรัฐ
หมวด 4 การบริหารราชการอยา่ งมีประสิทธิภาพ และเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ
หมวด 5 การลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
หมวด 6 การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
หมวด 7 การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
หมวด 8 การประเมินผลการปฏิบตั ิราชการ
หมวด 9 บทเบด็ เตลด็
นิยามคาศัพท์ ตามมาตรา 4
“ส่วนราชการ” หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าดว้ ยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอ่ืนของรัฐที่อยใู่ น
กากบั ของราชการฝ่ ายบริหาร แต่ไม่รวมถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
“รัฐวสิ าหกจิ ” หมายความวา่ รัฐวิสาหกิจท่ีจดั ต้งั ข้ึนโดยพระราชบญั ญตั ิหรือพระราชกฤษฎีกา
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
“ข้าราชการ” หมายความรวมถึง พนกั งาน ลูกจา้ ง หรือผปู้ ฏิบตั ิงานในส่วนราชการ
หมวด 1 การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี
มาตรา 6 เป้ าหมายสาคญั ของพระราชกฤษฎีกา มี 7 เป้ าหมาย ดงั น้ี
1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2) เกิดผลสัมฤทธ์ติ อ่ ภารกิจของรัฐ
3) มีประสิทธภิ าพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ
4) ไม่มีข้นั ตอนการปฏิบตั ิงานเกินความจาเป็ น
5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทนั ตอ่ เหตุการณ์
6) ประชาชนไดร้ ับการอานวยความสะดวกและไดร้ ับการตอบสนองความตอ้ งการ
7) มีการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการอยา่ งสม่าเสมอ
วธิ กี ารจาเป้ าหมายของพระราชกฤษฎกี า
สุข – สัม – สิท – ข้นั – ปรับ – นวย
หมวด 2 การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชนส์ ุขของประชาชน
มาตรา 7 การบริหารราชการเพ่อื ให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชนหมายถึง
การปฏิบตั ิราชการที่มีเป้ าหมายเพือ่ เกดิ ความผาสุกและความเป็ นอยู่ที่ดขี องประชาชน
มคี วามสงบและปลอดภยั ของสังคมส่วนรวม
ประโยชน์สูงสุดของประเทศ
มาตรา 8 กาหนดใหม้ ีแนวทางบริหารราชการ ดงั น้ี
1) กาหนดภารกจิ ของส่วนราชการตอ้ งทาไปเพอื่ ความผาสุกของประชาชนและสอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายแห่งรัฐ และแนวนโยบายของ
รัฐบาล
2) ต้องปฏิบัติไปโดยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้
3) ก่อนเร่ิมดาเนินการ ต้องศึกษาวเิ คราะห์ผลดี และผลเสียให้ครบถ้วน (SWOT) ดว้ ยความโปร่งใส ภารกิจใดมีผลกระทบต่อประชาชน
ตอ้ งรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตระหนกั ถึงประโยชน์ส่วนรวมที่จะไดร้ ับ
4) เป็ นหนา้ ท่ีตอ้ งรับฟังความคิดเห็น ความพงึ พอใจของสังคม และประชาชน ที่ไดร้ ับบริการเพ่ือนามาปรับปรุงเสนอแนะผูม้ ีอานาจ
ปรับปรุงให้เหมาะสม
5) พบปัญหาอุปสรรคการดาเนินการ ให้รีบแก้ไขปัญหาอุปสรรคโดยเร็ว หากพบว่าปัญหาอุปสรรคเกิดจากส่วนราชการ ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั รีบแจง้ ให้ส่วนราชการเกี่ยวขอ้ ง ทราบเพอ่ื ปรับปรุงโดยเร็ว และแจ้งให้ ก.พ.ร.ทราบด้วย
หมวด 3 การบริหารราชการเพ่ือให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ
การกาหนดแนวทางในการบริหารราชการใหเ้ กิดผลสมั ฤทธ์ิ ไดแ้ ก่
- แผนบริหารราชการแผน่ ดิน
- แผนนิติบญั ญตั ิ
- แผนปฏิบตั ิราชการ
- แผนปฏิบตั ิราชการประจาปี
มาตรา 13 แผนการบริหารราชการแผน่ ดิน
เป็ นหน้าท่ขี องคณะรัฐมนตรี จัดให้มแี ผนบริหารราชการแผ่นดนิ
หน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบจัดทาแผนบริหารราชการแผ่นดนิ เม่ือคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
(1) สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
(2) สานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
(3) สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
(4) สานกั งบประมาณภายใน 90 วนั นบั แต่วนั ทคี่ ณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
แผนนิตบิ ัญญตั ิ
เม่ือแผนบริหารราชการแผน่ ดินมีผลบงั คบั ใช้แลว้ ให้สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรีร่วมกนั
พจิ ารณาจดั ทาแผนนิติบญั ญตั ิเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
แผนนิติบญั ญตั ิมีผลผกู พนั ส่วนราชการ
แผนปฏิบตั ิราชการ
ส่วนราชการตอ้ งจดั ให้มีแผนปฏิบตั ิราชการ สอดคลอ้ งกบั แผนการบริหารราชการแผน่ ดิน แผนปฏิบตั ิราชการ จัดทาเป็ น แผน 4 ปี
เสนอรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ หากเห็นชอบแล้วให้สานักงบประมาณดาเนินการจัดสรรงบประมาณตามแผนดังกล่าว และเม่ือสิ้น
ปี งบประมาณใหส้ ่วนราชการจัดทารายงานแสดงผลสัมฤทธ์ขิ องการปฏบิ ตั ิราชการประจาปี เสนอต่อคณะรัฐมนตรี
หมวด 4 การบริหารราชการอยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ
การบริหารราชการอยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐ ส่วนราชการตอ้ งดาเนินการ ดงั น้ี
1. กาหนดเป้ าหมาย
2. แผนการทางาน
3. ระยะเวลาแลว้ เสร็จของงานหรือโครงการ
4. งบประมาณท่ีจะตอ้ งใชใ้ นแตล่ ะงานหรือโครงการ
5. ตอ้ งเผยแพร่ให้ขา้ ราชการและประชาชนทราบทวั่ กนั ดว้ ย
มาตรา 22 หน่วยงานที่มีหนา้ ท่ีจดั การประเมินความคุม้ คา่ ในการปฏิบตั ิภารกิจของรัฐ
1. สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ
2. สานกั งบประมาณ
มาตรา 24 ภารกิจใด หากส่วนราชการจาเป็ นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือความเห็นชอบ ให้ส่วนราชการที่มีอานาจอนุญาต อนุมตั ิ หรือให้
ความเห็นชอบดงั กล่าว แจง้ ผลการพจิ ารณาใหส้ ่วนราชการท่ียน่ื คาขอทราบ ภายใน 15 วนั นับแต่วนั ท่ไี ด้รับคาขอ
มาตรา 26 การสั่งราชการโดยปกติให้กระทาเป็ นลายลักษณ์อกั ษร เวน้ แตใ่ นกรณีที่ผบู้ งั คบั บญั ชามีความจาเป็ นที่ไม่อาจส่งั เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร
ในขณะน้นั จะสั่งราชการด้วยวาจากไ็ ด้ แต่ให้ผูร้ ับคาสั่งน้นั บันทึกคาส่ังด้วยวาจาไว้เป็ นลายลักษณ์อักษรและเม่ือได้ปฏิบตั ิราชการตามคาส่ัง
ดงั กล่าวแล้วให้บนั ทึกรายงานให้ผ้สู ่ังราชการทราบ ในบนั ทึกใหอ้ า้ งอิงคาสง่ั ดว้ ยวาจา
หมวด 5 การลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
มาตรา 27 ให้ส่วนราชการจดั ให้มีการกระจายอานาจการตดั สินใจเกย่ี วกบั การสั่ง การอนุญาต การอนุมตั ิ การปฏิบตั ริ าชการ หรือการดาเนินการ
อ่ืนใดของผูด้ ารงตาแหน่งใดให้แก่ผดู้ ารงตาแหน่งที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการดาเนินการในเรื่องน้นั โดยตรง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลด
ข้นั ตอนการปฏิบตั ิราชการ ท้งั น้ี ในการกระจายอานาจการตดั สินใจดงั กล่าวตอ้ งมุง่ ผลใหเ้ กิดความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน
“ข้อควรจา”! การลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน >>เพอ่ื ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน
มาตรา 28 เพ่ือประโยชน์ในการกระจายอานาจการตัดสินใจตามมาตรา 27 ก.พ.ร. ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะกาหนดหลกั เกณฑ์
และวธิ ีการหรือแนวทางในการกระจายอานาจการตดั สินใจ ความรับผดิ ชอบระหว่างผู้มอบอานาจและผู้รับมอบอานาจและการลดข้นั ตอนในการ
ปฏิบตั ิราชการให้ ส่วนราชการถือปฏบิ ตั กิ ไ็ ด้
มาตรา 29 ในการปฏิบตั ิงานท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การบริการประชาชนหรือการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการดว้ ยกนั ให้ส่วนราชการแต่ละ
แห่งจัดทาแผนภูมิข้ันตอนและระยะเวลาการดาเนินการ รวมท้ังรายละเอียดอ่ืนๆ ที่เกย่ี วข้องในแต่ละข้ันตอนเปิ ดเผยไว้ ณ ที่ทาการของส่วน
ราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ เพอื่ ให้ประชาชนหรือผ้ทู เ่ี กย่ี วข้องเข้าตรวจดูได้
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
หมวดหมู่ 6 การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
มาตรา 36 การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ให้คานงึ ถงึ
(1) แผนการบริหารราชการแผ่นดนิ
(2) นโยบายของคณะรัฐมนตรี
(3) กาลงั เงนิ งบประมาณของประเทศ
(4) ความคุ้มค่าของภารกจิ
(5) สถานการณ์อน่ื ประกอบกนั
หมวด 7 การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
มาตรา 37 การบริการประชาชนหรือติดต่อประสานงานระหวา่ งส่วนราชการดว้ ยกนั ให้ส่วนราชการกาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละ
งาน และประกาศให้ประชาชนและขา้ ราชการทราบเป็นการทว่ั ไป
มาตรา 38 เมื่อส่วนราชการใดได้รับการติดต่อสอบถามเป็ นหนังสือจากประชาชน หรือจากส่วนราชการดว้ ยกนั เกี่ยวกบั งานท่ีอยใู่ นอานาจหนา้ ท่ี
ของส่วนราชการน้ัน ให้เป็ นหน้าท่ีของส่ วนราชการน้ันท่ีจะต้องตอบคาถามหรือแจ้งการดาเนินการให้ทราบภายใน 15 วัน หรือภายใน
กาหนดเวลาท่ีกาหนดไว้
มาตรา 42 ในกรณีที่ได้รับการร้องเรียนหรือเสนอแนะจากข้าราชการหรือส่วนราชการอ่ืนในเร่ืองใด ให้ส่วนราชการท่ีออกกฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั
หรือประกาศน้นั พิจารณาโดยทนั ที และในกรณีที่เห็นวา่ การร้องเรียนหรือเสนอแนะน้นั เกิดจากความเขา้ ใจผิดหรือความไม่เขา้ ใจในกฎระเบียบ
ขอ้ บงั คบั หรือประกาศ ให้ชี้แจงให้ผ้รู ้องเรียนหรือเสนอแนะทราบภายใน 15 วนั
หมวด 8 การประเมินผลการปฏิบตั ิราชการ
การประเมนิ ผลการปฏบิ ัตริ าชการ
ใหส้ ่วนราชการจดั ใหม้ ี คณะผปู้ ระเมินอิสระ ดาเนินการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการเกี่ยวกบั
1. ผลสัมฤทธ์ขิ องภารกิจ
2. คุณภาพการใหบ้ ริการ
3. ความพงึ พอใจของประชาชนผรู้ ับบริการ
4. ความคุ้มค่าในภารกิจ
เงินเพิ่มพิเศษ คือ ในกรณีที่ส่วนราชการไดด้ าเนินการให้บริการท่ีมีคุณภาพและเป็ นไปตามเป้ าหมายที่กาหนด และเป็ นท่ีพึงพอใจแก่
ประชาชน ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจดั สรรเงนิ เพม่ิ พเิ ศษ แก่ส่วนราชการ
เงนิ รางวลั การเพม่ิ ประสิทธภิ าพ คือ เมื่อส่วนราชการไดด้ าเนินงานไปตามเป้ าหมายสามารถเพ่มิ ผลงานและผลสมั ฤทธ์ิ โดยไม่เป็ น
การเพิม่ ค่าใชจ้ ่ายและคุม้ คา่ ต่อภารกิจของรัฐ ให้ ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงนิ รางวลั การเพมิ่ ประสิทธภิ าพ แก่ส่วนราชการ
หมวด 9 เบด็ เตล็ด
ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจดั ทาหลกั เกณฑก์ ารบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี ตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกาน้ี โดยอยา่ งน้อย
ตอ้ งมีหลกั เกณฑ์ 2 หมวดดงั น้ี
(1) หมวดที่ 5 การลดข้นั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
(2) หมวดท่ี 7 การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
กาหนดให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลช่วยเหลือ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการจดั ทาหลกั เกณฑก์ ารบริหารกิจการ
บา้ นเมืองท่ีดี
ให้องคก์ ารมหาชนและรัฐวสิ าหกิจ ต้องดาเนนิ การตามพระราชกฤษฎกี า ถ้าไม่ดาเนนิ การ ก.พ.ร. แจ้งรัฐมนตรีสั่งการ
หน่วยงานที่ตอ้ งมีหลกั เกณฑก์ ารบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี
(1) ส่วนราชการ (2) องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
(3) รัฐวสิ าหกิจ (4) องคก์ ารมหาชน
“ข้อควรจา”!!!! พรบ. น้ีถา้ ถามเก่ียวกบั จานวนวนั ตอบ 15 วนั
พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534
แก้ไขเพม่ิ เติมถึงปัจจุบนั (ฉบบั ท่ี 8) พ.ศ. 2553
ฉบบั ที่ 1 ประกาศ 4 กนั ยายน พ.ศ. 2534 นายอานนท์ ปันยารชุน (นายกรัฐมนตรี)
บงั คบั ใช้ 5 กนั ยายน พ.ศ.2534
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการการฉบบั แรก
ฉบบั ท่ี 8 ประกาศ 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2553 นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี)
บงั คบั ใช้ 8 ธนั วาคม พ.ศ.2553 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการฉบบั ท่ี 8
มี 4 ส่วน 75 มาตรา
ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ
- การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
- การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค
- การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถน่ิ
- คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
มาตรา 3/1 การบริหารราชการตามพระราชบญั ญตั ิน้ีตอ้ งเป็นไป
เพอื่ ประโยชน์สุขของประชาชน
เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ
ความมีประสิทธภิ าพ
ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ
การลดข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
การลดภารกิจและยบุ เลิกหน่วยงานท่ีไมจ่ าเป็น
การกระจายภารกิจและทรัพยากรใหแ้ ก่ทอ้ งถ่ิน การกระจายอานาจตดั สินใจ
การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน
มาตรา 4 ให้จดั ระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน ดงั น้ี
(1) ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
(2) ระเบียบบริหารราชการส่วนภมู ิภาค
(3) ระเบียบบริหารราชการส่วนทอ้ งถิน่
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
มาตรา 5 การแบ่งราชการออกเป็นส่วนต่าง ๆ ตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี ให้กาหนดตาแหน่งและอัตราเงนิ เดือนโดยคานึงถึงคุณภาพ
และปริมาณงานของส่วนราชการน้นั ๆ การบรรจุและการแตง่ ต้งั บุคคลใหด้ ารงตาแหน่งหนา้ ที่ราชการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมาย
มาตรา 6 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการ
ส่วนที่ 1
การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
มาตรา 7 ใหจ้ ดั ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ดงั น้ี
(1) สานกั นายกรัฐมนตรี (มฐี านะเป็ นกระทรวง) ส่วนราชการ 1, 2, 3 และ 4
(2) กระทรวง หรือทบวงซ่ึงมีฐานะเทียบเทา่ กระทรวง มฐี านะเป็ นนิตบิ ุคคล
(3) ทบวง ซ่ึงสงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง
(4) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออยา่ งอื่นและมีฐานะเป็ นกรม
ซ่ึงสงั กดั หรือไมส่ ังกดั สานกั นายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง
มาตรา 8 การจดั ต้งั การรวม การโอน ทบวง กรม ให้ตราเป็ นพระราชบัญญัติ
การรวมหรือการโอน มี 2 ลกั ษณะ
1. ถา้ ไม่มีการกาหนดตาแหน่งหรืออตั ราของขา้ ราชการหรือลูกจา้ งเพมิ่ ขนึ้ ใหต้ ราเป็ นพระราชกฤษฎกี า
2. ถา้ มีการกาหนดตาแหน่งหรืออตั ราของขา้ ราชการหรือลูกจา้ งเพม่ิ ขนึ้ ให้ตราเป็ นพระราชบญั ญัติ
ให้สานกั งานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสานกั งบประมาณ มีหนา้ ท่ีตรวจสอบดูแลมิใหม้ ีการกาหนตาแหน่งเพมิ่ ขนึ้ จนกวา่
จะครบกาหนด 3 ปี นบั แต่วนั ท่ีพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึงมีผลใชบ้ งั คบั
การเปลยี่ นช่ือ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี า
การยบุ ส่วนราชการ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี า
- เม่ือมีการยบุ ส่วนราชการ ใหง้ บประมาณรายจ่ายที่เหลือระงบั หรือตกไป
- ทรัพยส์ ินอื่นของส่วนราชการน้นั ให้โอนให้แก่ส่วนราชการอน่ื
- ขา้ ราชการซ่ึงตอ้ งพน้ จากราชการเพราะเหตยุ บุ ตาแหน่งให้รับเงนิ ชดเชย
- ในกรณีท่ีส่วนราชการ ประสงคจ์ ะรับโอนกระทาภายใน 30 วนั
หมวด 1 การจดั ระเบียบราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี
มาตรา 9 ส่วนราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี มีฐานะเป็ นกรม
มาตรา 10 สานกั นายกรัฐมนตรีมี
นายกรัฐมนตรี เป็ นผู้บงั คบั บัญชาข้าราชการ
มีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรี (ตามทีน่ ายกมอบหมาย)
มาตรา 11 นายกรัฐมนตรีในฐานะหวั หนา้ รัฐบาลมีอานาจหน้าที่ มี 9 ข้อ ดงั น้ี
1. กากบั โดยทว่ั ไปซ่ึงการบริหารราชการแผน่ ดิน
2. มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรีกากบั การบริหารราชการของกระทรวง
3. บงั คบั บญั ชาขา้ ราชการฝ่ ายบริหารทกุ ตาแหน่ง
4. สงั่ ให้ขา้ ราชการมาปฏิบตั ิราชการสานกั นายกรัฐมนตรี
5. แต่งต้งั ขา้ ราชการ ถา้ ต้งั แต่ตาแหน่งอธิบดีข้ึนไปตอ้ งไดร้ ับอนุมตั ิจากคณะรัฐมนตรี
6. แต่งต้งั ผทู้ รงคุณวฒุ ิเป็นประธานท่ีปรึกษา
7. แต่งต้งั ขา้ ราชการการเมืองให้ปฏิบตั ิราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี
8. วางระเบียบปฏิบตั ิราชการ เพ่อื ใหก้ ารบริหารราชการแผน่ ดินเป็นไปโดยรวดเร็ว
9. ดาเนินการอ่ืนๆ ในการปฏิบตั ิตามนโยบาย (ตามระเบียบขอ้ 8 ที่ ครม.เห็นชอบ)
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
มาตรา 12 นายกรัฐมนตรีเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาส่วนราชการท่ีเรียกช่ืออยา่ งอื่นและมีฐานะเป็ นกรมแต่มิได้สังกัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือทบวง
นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนกไ็ ด้
มาตรา 13 สานกั เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอานาจหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั ราชการทางการเมอื ง
ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็ นข้าราชการการเมอื ง
และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เป็ นข้าราชการพลเรือนสามญั
และผชู้ ่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
มาตรา 14 สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ีเก่ียวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภาและราชการในพระองค์ มีเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรีเป็นผู้บังคบั บญั ชาข้าราชการ
ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็ นข้าราชการพลเรือน
รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ผชู้ ่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สามญั
มาตรา 16 สานักนายกรัฐมนตรี นอกจากมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี ให้มีปลัดสานัก
นายกรัฐมนตรีคนหน่ึงมีอานาจหนา้ ที่ดงั น้ี
1) รับผดิ ชอบควบคมุ ราชการประจาในสานกั นายกรัฐมนตรี
2) เป็นผ้บู ังคบั บัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสานกั นายกรัฐมนตรีรองจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีประจาสานกั นายกรัฐมนตรี
3) เป็ นผู้บังคบั บญั ชาข้าราชการในสานกั งานปลดั สานักนายกรัฐมนตรี
มาตรา 17 สานกั งานปลดั สานกั นายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่เี กย่ี วกบั ราชการประจาท่วั ไปของสานักนายกรัฐมนตรี
หมวด 2
การจดั ระเบียบราชการในกระทรวงหรือทบวง
มาตรา 18 ให้จดั ระเบียบราชการของกระทรวง ดงั น้ี
1) สานกั งานรัฐมนตรี มีฐานะเป็ นกรม
2) สานกั งานปลดั กระทรวง
3) กรม
กระทรวงมีความจาเป็นจะตอ้ งมีสานักนโยบายและแผน เพื่อทาหนา้ ท่ีจัดทานโยบายและแผน โดยขอให้อนุมตั ิคณะรัฐมนตรี
การแตง่ ต้งั อธิบดี ใหร้ ัฐมนตรีเจา้ สงั กดั นาเสนอคณะรัฐมนตรีเพอื่ พจิ ารณาอนุมตั ิ
มาตรา 19 ให้ปลดั กระทรวง หวั หนา้ กลุ่มภารกิจและหวั หนา้ ส่วนราชการต้งั แตร่ ะดบั กรมข้ึนไป
วางแผนและประสานกจิ กรรมร่วมกนั เพอ่ื ให้เกดิ ประสิทธภิ าพ ความคุ้มค่า
มาตรา 21 ปลดั กระทรวงคนหน่ึงมีอานาจหนา้ ที่
ปลดั กระทรวง
- ควบคุมขา้ ราชการ
- ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการรองจากรัฐมนตรี
- ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการในสานกั งานปลดั กระทรวง
มาตรา 22 สานกั งานรัฐมนตรีมีอานาจหนา้ ท่ีเก่ียวกบั ราชการทางการเมอื ง
มีเลขานุการรัฐมนตรี และ มีผชู้ ่วยเลขานุการรัฐมนตรี เป็ นข้าราชการการเมอื ง
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
หมวด 3 การจดั ระเบียบราชการในทบวงซ่ึงสังกดั
สานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง
มาตรา 25 ราชการส่วนใดซ่ึงโดยสภาพและปริมาณของงานไม่เหมาะสมที่จะจดั ต้งั เป็ นกระทรวงหรือทบวงซ่ึงมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง จะ
จดั ต้งั เป็ นทบวงสงั กดั สานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวงเพือ่ ให้มีรัฐมนตรีวา่ การทบวงเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรับผิดชอบในการปฏิบตั ิ
ราชการทางทบวงก็ได้ และใหจ้ ดั ระเบียบราชการในทบวงดงั น้ี
1) สานกั งานรัฐมนตรี ส่วนราชการ 2 และ 3
2) สานกั งานปลดั ทบวง มฐี านะเป็ นกรม
3) กรม
หมวด 4
การจดั ระเบียบราชการในกรม
มาตรา 31 กรมซ่ึงสงั กดั หรือไมส่ งั กดั สานกั นายรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงอาจแบง่ ส่วนราชการดงั น้ี
1) สานกั งานเลขานุการกรม
2) กองหรือส่วนรการท่ีมีฐานะเทียบกอง
มาตรา 32 กรมมีอานาจหนา้ ท่ีเก่ียวกบั ราชการของกระทรวงตามที่กาหนดในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของกรม หรือตามกฎหมายวา่ ดว้ ย
อานาจหน้าที่ของกรมน้ัน ในกรมหนึ่งมีอธิบดีคนหน่ึงเป็ นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรมให้เกิด
ผลสมั ฤทธ์ิและเป็นไปตามเป้ าหมาย
ในกรมหน่ึงจะให้มรี องอธิบดเี ป็ นผู้บงั คบั บญั ชาข้าราชการ จะมีรองอธิบดีและผชู้ ่วยอธิบดีปฏิบตั ิราชการกไ็ ด้
มาตรา 34 กระทรวง ทบวง กรมใดมีเหตพุ เิ ศษ ถา้ จะแบง่ ทอ้ งท่ีออกเป็นเขต เพือ่ ปฏิบตั ิงานทางวชิ าการจะตราพระราชกฤษฎกี า
หมวด 5
การปฏิบตั ิราชการแทน
มาตรา 38 อานาจในการส่ัง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบตั ิราชการหรือการดาเนินการอ่ืนท่ีผดู้ ารงตาแหน่งใดจะตอ้ งพึงปฏิบตั ิ เพ่ือประโยชน์
ในการอานวยความสะดวกแก่ประชาชนจะตราพระราชกฤษฎกี า และการมอบอานาจให้ทาเป็ นหนังสือ
มาตรา 39 เมื่อมีการมอบอานาจแลว้ ผู้รับมอบอานาจมีหน้าท่ีต้องรับมอบอานาจน้ัน ผมู้ อบอานาจมีหน้าที่กากบั ดูแลและติดตามผลการปฏิบัติ
ราชการของผรู้ ับมอบอานาจ
มาตรา 40 ในการมอบอานาจ ให้ผมู้ อบอานาจพจิ ารณาถึงการอานวยความสะดวกแก่ประชาชนความรวดเร็วในการปฏิบตั ิราชการ การกระจาย
ความรับผดิ ชอบ
หมวด 6
การรักษาราชการแทน
มาตรา 41
- นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบตั ิราชการได้ ใหร้ องนายกรัฐมนตรีเป็นผรู้ ักษาราชการแทน
- ถา้ มีรองนายกรัฐมนตรีหลายคน ใหค้ รม. มอบหมายใหร้ องนายกรัฐมนตรีคนใดคนหน่ึงเป็นผรู้ ักษาราชการแทน
- ถา้ ไมม่ ีผูด้ ารงตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแตไ่ มอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ ใหค้ รม. มอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหน่ึงเป็ น
ผรู้ ักษาราชการแทน
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
หมวด 7
การบริหารราชการในตา่ งประเทศ
มาตรา 50 “คณะผแู้ ทน” หมายความว่า บรรดาข้าราชการฝ่ ายพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ ายทหารประจาการในต่างประเทศ ซ่ึงไดร้ ับแต่งต้งั ให้
ดารงตาแหน่งในสถานเอกอคั รราชทตู สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล สถานรองกงสุล
“หัวหน้าคณะผู้แทน” หมายความวา่ ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ซ่ึงไดร้ ับแตง่ ต้งั ให้ดารงตาแหน่งหวั หนา้ คณะผแู้ ทน
ตามระเบียบพธิ ีการทตู หรือระเบียบพิธีการกงสุล ในกรณีของคณะผแู้ ทนถาวรไทย
ส่วนที่ 2
การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค
มาตรา 51 ให้จดั ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ดงั น้ี
(1) จงั หวดั
(2) อาเภอ
หมวด 1
จงั หวดั
มาตรา 52 ใหร้ วมทอ้ งท่ีหลายๆ อาเภอต้งั ข้ึนเป็นจังหวดั มีฐานะเป็ นนติ บิ ุคคล
การต้งั ยบุ และเปล่ียนแปลงเขตจงั หวดั ให้ตราเป็ นพระราชบัญญตั ิ
จงั หวดั หรือกลุ่มจงั หวดั ท่ียนื่ คาขอจดั ต้งั งบประมาณ ให้ตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า
มาตรา 52 ให้จงั หวดั มีอานาจภายในเขตจงั หวดั ดงั น้ี
(1) นาภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบตั ิให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิ
(2) ดูแลใหม้ ีการปฏิบตั ิและบงั คบั การให้เป็นไปตามกฎหมาย
(3) จดั ให้มีการคุม้ ครอง ป้ องกนั ส่งเสริม และช่วยเหลือประชาชนและชุมชน
(4) จดั ให้มีการบริการภาครัฐเพ่ือใหป้ ระชาชนสามารถเขา้ ถึงไดอ้ ยา่ งเสมอหนา้
(5) จดั ใหม้ ีการส่งเสริม อุดหนุน และสนบั สนุนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
(6) ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอ่ืนตามท่ีคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐมอบหมาย หรือท่ีมีกฎหมายกาหนด
มาตรา 53 ในจงั หวดั หน่ึงใหม้ ีคณะกรรมการจังหวดั ทาหนา้ ท่ีเป็ นทป่ี รึกษาของผ้วู ่าราชการจงั หวดั ในการบริหารราชการแผน่ ดินในจงั หวดั น้นั
มาตรา 54 ในจงั หวดั หน่ึง ให้มีผู้ว่าราชการจังหวดั คนหน่ึงเป็ นผ้รู ับนโยบาย และคาสง่ั จากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี
กระทรวง ทบวง กรม มาปฏบิ ตั กิ ารให้เหมาะสมกบั ท้องทแ่ี ละประชาชนมาตรา 55 ในจงั หวดั หน่ึงนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการ
ธรรมาภบิ าลจังหวดั คณะหนึง่ เรียกโดยยอ่ ว่า “ก.ธ.จ.” ทาหน้าทีส่ อดส่องและเสนอแนะการปฏิบตั ภิ ารกจิ ของหน่วยงานของรัฐในจงั หวดั ให้ใช้
วิธีการบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี
มาตรา 57 ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มีอานาจและหนา้ ท่ีดงั น้ี
(1) บริหารราชการตามกฎหมาย และตามแผนพฒั นาจงั หวดั
(2) บริหารราชการ กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย
(3) บริหารราชการตามคาแนะนาและคาช้ีแจงของผตู้ รวจราชการ
(4) กากบั ดูแลการปฏิบตั ิราชการอนั มิใช่ราชการส่วนภมู ิภาคของขา้ ราชการซ่ึงประจาอยจู่ งั หวดั
(5) ประสานงานและร่วมมือกบั ขา้ ราชการทหาร ขา้ ราชการฝ่ ายตุลาการข้าราชการฝ่ ายอยั การ ขา้ ราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
ขา้ ราชการในสานกั งานตรวจเงินแผน่ ดินและขา้ ราชการครู ผตู้ รวจราชการ
(6) เสนองบประมาณตอ่ กระทรวงที่เก่ียวขอ้ ง
(7) กากบั ดูแลการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินตามกฎหมาย
(8) กากบั การปฏิบตั ิหนา้ ที่ของพนกั งานองคก์ ารของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ
(9) บรรจุ แตง่ ต้งั ใหบ้ าเหน็จ และลงโทษขา้ ราชการส่วนภมู ิภาคในจงั หวดั ตามกฎหมาย
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
มาตรา 58 การยกเวน้ จากดั หรือตดั ทอน อานาจหนา้ ที่ของผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ในการบริหารราชการในจงั หวดั ใหต้ ราเป็น “พระราชบญั ญัติ”
มาตรา 60 ให้แบ่งส่วนราชการจงั หวดั ดงั น้ี
(1) สานกั งานจงั หวดั มีหนา้ ที่เก่ียวกบั ราชการทั่วไปและการวางแผนพฒั นาจังหวดั
(2) ส่วนต่าง ๆ ซ่ึงกระทรวง ทบวง กรม ได้ต้งั ข้ึน มีหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั ราชการ มีหวั หน้าส่วนราชการประจาจงั หวดั น้ัน ๆ เป็ นผูป้ กครอง
บงั คบั บญั ชารับผดิ ชอบ
หมวด 2
อาเภอ
มาตรา 61 ในจงั หวดั หน่ึงใหม้ ีหน่วยราชการบริหารรองจากจงั หวดั เรียกวา่ อาเภอ การต้งั ยบุ และ เปลี่ยนเขตอาเภอ ให้ตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า
มาตรา 66 ใหแ้ บ่งส่วนราชการของอาเภอดงั น้ี
(1) สานกั งานอาเภอ มีหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั ราชการทวั่ ไปของอาเภอน้นั ๆ
(2) ส่วนต่าง ๆ ซ่ึงกระทรวง ทบวง กรม ไดต้ ้งั ข้ึนในอาเภอน้นั
ส่วนที่ 3
การจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ิน
มาตรา 69 ทอ้ งถิ่นใดที่เห็นสมควรจดั ให้ราษฎรมีส่วนในการปกครองทอ้ งถ่ินให้จดั ระเบียบการปกครองเป็ นราชการส่วนท้องถ่ิน
มาตรา 70 ให้จดั ระเบียบบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ิน ดงั น้ี
(1) องค์การบริหารส่วนจงั หวดั
(2) เทศบาล
(3) สุขาภบิ าล
(4) ราชการส่วนท้องถ่ินอ่ืนตามที่มีกฎหมายกาหนด
ส่วนที่ 4
คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ
มาตรา 71 ให้มีคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการคณะหน่ึง เรียกโดยยอ่ วา่ “ก.พ.ร.”
ก.พ.ร. มีอานาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี้
สรุป ก.พ.ร. มีหนา้ ที่ เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเก่ียวกบั การพฒั นาระบบราชการและงานของรัฐท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนด
ฉบับท่ี 1 พระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. 2496
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 13 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2496 แก้ไขถึงฉบับที่ 13 พ.ศ. 2552
ประกาศใช้ วนั ที่ 17 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2496
บงั คบั ใช้ วนั ที่ 18 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2496 จอมพล ป พิบลู สงคราม
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
ฉบบั แรก
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
ฉบบั ที่ 13 นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ
ประกาศใช้ วนั ท่ี 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
บงั คบั ใช้ วนั ท่ี 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ฉบบั ที่ 13
มี 7 ส่วน 77 มาตรา “ท่องว่า”จดั ต้งั /ท้งั องคก์ าร/งานหนา้ ท่ี/
ส่วนท่ี 1 การจัดต้ังเทศบาล มีเทศบญั ญตั ิ/คลงั ทรัพยส์ ิน/
ส่วนท่ี 2 องค์การเทศบาล ดิ้นควบคุม/กลุ่มกรรมการ
ส่วนท่ี 3 หน้าท่ีของเทศบาล
ส่วนท่ี 4 เทศบญั ญัติ
ส่วนที่ 5 การคลงั และทรัพย์สินของเทศบาล
ส่วนที่ 6 การควบคุมเทศบาล
ส่วนท่ี 7 คณะกรรมการท่ีปรึกษาการเทศบาล
ส่วนท่ี 1 การจดั ต้งั เทศบาล
มาตรา 7 เมื่อทอ้ งถิ่นใดมีสภาพอนั สมควรยกฐานะเป็ นเทศบาลให้จดั ต้งั ทอ้ งถ่ินน้นั ๆ เป็ นเทศบาล ตาบล เทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร ให้
เทศบาลเป็ นทบวงการเมือง
มาตรา 8 เมื่อมีการจดั ต้งั เทศบาลตามพระราชบญั ญตั ิ ใหเ้ ลือกต้งั สมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ภายใน 45 วนั นบั แต่วนั ที่ไดจ้ ดั ต้งั เป็ น
เทศบาล
มาตรา 9 เทศบาลตาบล ประกาศกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 10 เทศบาลเมือง ไดแ้ ก่ ทอ้ งถิ่นอนั เป็ นที่ต้งั ศาลากลางจงั หวดั หรือทอ้ งถ่ินชุมนุมชนที่มี ๆ ราษฎรต้งั แต่ 10,000 คนขึน้ ไป ท้งั มีรายได้
พอควร ประกาศกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 11 เทศบาลนครไดแ้ ก่ทอ้ งถ่ินชุมนุมที่มีราษฎรต้งั แต่ 50,000 คนขนึ้ ไป ท้งั มีรายไดพ้ อควร ประกาศกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 12 การเปลี่ยนชื่อเทศบาลหรือการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล ให้กระทาโดย ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ส่วนท่ี 2 องคก์ ารเทศบาล
องคก์ ารเทศบาลประกอบดว้ ย
- สภาเทศบาล
- นายกเทศมนตรี
สภาเทศบาล
สภาเทศบาลประกอบดว้ ยสมาชิกสภาเทศบาลซ่ึงมาจากการเลอื กต้ังโดยตรงของประชาชนมีวาระในการดารงตาแหน่ง 4 ปี นบั แตว่ นั
เลือกต้งั
สมาชิกสภาเทศบาล
- ตาบล 12 คน
- เมือง 18 คน
- นคร 24 คน
การประชุมเทศบาล
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
ปี ละ 4 สมัย
สมยั ผเู้ รียกประชุม ผขู้ ยายประชุม จานวนวนั
คร้ังแรก ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั - ภายใน 15 วนั
สามญั ประธานสภา ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ไม่เกิน 30 วนั
วสิ ามัญ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ไมเ่ กิน 15 วนั
มาตรา 20 สภาเทศบาลมีประธานสภา 1 คน และ รองประธานสภา 1 คน ซ่ึงผวู้ า่ ฯ แตง่ ต้งั จากสมาชิกสภาเทศบาลตามมติของสภาเทศบาล
มาตรา 21
ประธานสภาเทศบาล...>>มีหนา้ ท่ีดาเนินกิจการของเทศบาลใหเ้ ป็นไปตามระเบียบขอ้ บงั คบั การประชุมสภาเทศบาล
รองประธานสภาเทศบาล...>>มีหน้าที่กระทากิจการแทนประธานสภาเทศบาลในเม่ือประธานสภาเทศบาลไม่อยู่ หรือไม่สามารถ
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีได้
นายกเทศมนตรี
มาตรา 48 ให้เทศบาลมีนายกเทศมนตรี 1 คน ซ่ึงมาจากการเลือกต้งั โดยตรงของประชาชนตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไม่มีลกั ษณะตอ้ งห้ามดงั ต่อไปน้ี
1) มีอายไุ ม่ตา่ กว่า 30 ปี บริบูรณ์ในวนั เลือกต้งั
2) สาเร็จการศึกษาไม่ตา่ กว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาทอ้ งถิ่น
3) ไมเ่ ป็นผทู้ ่ีพน้ จากตาแหน่งสมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน เพราะมีเหตุไดเ้ สียท้งั ทางตรงและทางออ้ ม ยงั ไม่ถงึ 5 ปี
นายกเทศมนตรีสามารถแต่งต้ังรองนายก ทีป่ รึกษาและเลขานุการ ดงั นี้
เทศบาล รองนายกเทศมนตรี ทป่ี รึกษานายกและเลขานุการ
ตาบล ไม่เกิน 2 คน ไมเ่ กิน 2 คน
เมือง ไม่เกิน 3 คน ไม่เกิน 3 คน
นคร ไมเ่ กิน 4 คน ไม่เกิน 5 คน
ปลดั เทศบาล
ให้ปลดั เทศบาลคนหน่ึงเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาพนกั งานเทศบาลและลูกจา้ งเทศบาลรองจากนายกเทศมนตรี และรับผิดชอบควบคุมดูแล
ราชการประจาในเทศบาล
ในกรณีที่นายกเทศมนตรีไมอ่ าจปฏิบตั ิราชการได้ ให้รองนายกเทศมนตรีตามลาดบั ท่ีนายกเทศมนตรีจดั ไวเ้ ป็นผรู้ ักษาราชการแทน
ถา้ ไมม่ ีรองนายกเทศมนตรีหรือมีแตไ่ ม่อาจปฏิบตั ิราชการได้ ให้ปลดั เทศบาลเป็นผรู้ ักษาราชการแทน
นายกเทศมนตีอาจมอบอานาจโดยทาเป็ นหนังสือให้รองนายกเทศมนตรีเป็นผูร้ ักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีก็ได้ แตถ่ า้ มอบให้
ปลดั เทศบาลหรือรองปลดั เทศบาลรักษาราชการแทนให้ทาเป็ นคาสั่งและประกาศให้ประชาชนทราบ
ส่วนที่ 3 หนา้ ท่ีของเทศบาล
เทศบาลตาบล
มาตรา 50 เทศบาลตาบลมีหนา้ ท่ีต้องทาในเขตเทศบาล ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(2) ใหม้ ีและบารุงทางบกและทางน้า
(3) รักษาความสะอาดของถนนหรือทางเดินและท่ีสาธารณะ
(4) ป้ องกนั และระงบั โรคติดตอ่
(5) ใหม้ ีเคร่ืองใชใ้ นการดบั เพลิง
(6) ใหร้ าษฎรไดร้ ับการศึกษาอบรม
(7) ส่งเสริมการพฒั นาสตรี เดก็ เยาวชน ผสู้ ูงอายุ และผพู้ กิ าร
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
(8) บารุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น และวฒั นธรรมอนั ดีของทอ้ งถิ่น
(9) หนา้ ท่ีอ่ืนตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิใหเ้ ป็นหนา้ ท่ีของเทศบาล
มาตรา 51 เทศบาลตาบลอาจจดั ทากิจการใด ๆ ในเขตเทศบาลดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ให้มีน้าสะอาดหรือน้าประปา
(2) ใหม้ ีโรงฆ่าสตั ว์
(3) ใหม้ ีตลาด ทา่ เทียบเรือและทา่ ขา้ ม
(4) ใหม้ ีสุสานและฌาปณสถาน
(5) บารุงและส่งเสริมการทามาหากินของราษฎร
(6) ให้มีและบารุงสถานท่ีทาการพทิ กั ษร์ ักษาคนเจบ็ ไข้
(7) ใหม้ ีและบารุงการไฟฟ้ าหรือแสงสวา่ งโดยวธิ ีอ่ืน
(8) ใหม้ ีและบารุงทางระบายน้า
(9) เทศพาณิชย์
เทศบาลเมือง
มาตรา 53 เทศบาลเมือง มีหน้าท่ตี ้องทาในเขตเทศบาลดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) กิจการตามที่ระบุไวใ้ นมาตรา 50
(2) ใหม้ ีน้าสะอาดหรือน้าประปา
(3) ให้มีโรงฆา่ สตั ว์
(4) ให้มีและบารุงสถานที่ทาการพิทกั ษร์ ักษาคนเจบ็ ไข้
(5) ให้มีและบารุงทางระบายน้า
(6) ใหม้ ีและบารุงสว้ มสาธารณะ
(7) ให้มีและบารุงการไฟฟ้ าหรือแสงสวา่ งโดยวิธีอื่น
(8) ใหม้ ีการดาเนินกิจการโรงรับจานาหรือสถานสินเช่ือทอ้ งถ่ิน
มาตรา 54 เทศบาลเมืองอาจจัดทากิจการใดๆ ในเขตเทศบาลดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ใหม้ ีตลาดท่าเทียบเรือและทา่ ขา้ ม
(2) ให้มีสุสานและฌาปณสถาน
(3) บารุงและส่งเสริมการทามาหากิจของราษฎร
(4) ใหม้ ีและบารุงการส่งเคราะห์มารดาและเด็ก
(5) ใหม้ ีและบารุงโรงพยาบาล
(6) ให้มีการสาธารณูปโภค
(7) จดั ทากิจการซ่ึงจาเป็ นเพ่ือการสาธารณสุข
(8) จดั ต้งั และบารุงโรงเรียนอาชีวศึกษา
(9) ใหม้ ีและบารุงสถานท่ีสาหรับการกีฬาและพลศึกษา
(10) ใหม้ ีและบารุงสวนสาธารณะ สวนสตั ว์ และสถานท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ
(11) ปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม และรักษาความสะอาดเรียบร้อยของทอ้ งถิ่น
(12) เทศพาณิชย์
เทศบาลนคร
มาตรา 56 เทศบาลนครมหี น้าท่ีต้องทาในเขตเทศบาลดงั ต่อไปน้ี
(1) กิจการตามี่ระบไุ วใ้ นมาตรา 53
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
(2) ใหม้ ีและบารุงการส่งเคราะห์มารดาและเดก็
(3) กิจการอ่ืนซ่ึงจาเป็นเพ่ือการสาธารณสุข
(4) การควบคุมสุขลกั ษณะและอนามยั
(5) จดั การเกี่ยวกบั ท่ีอยอู่ าศยั และการปรับปรุงแหล่งเส่ือมโทรม
(6) จดั ให้มีและควบคุมตลาด ทา่ เทียบเรือ ท่าขา้ ม และท่ีจอดรถ
(7) การวางผงั เมืองและการควบคุมการก่อสร้าง
(8) การส่งเสริมการท่องเที่ยว
การทาการนอกเขตเทศบาลและการทาการร่วมกบั บุคคลอน่ื
มาตรา 57 เทศบาลอาจทากิจการนอกเขต เมื่อ
(1) การน้นั จาเป็ นต้องทา เก่ียวเน่ืองกบั กิจการที่ดาเนินตามอานาจภายในเขตของตน
(2) ได้รับความยนิ ยอมจากสภาเทศบาล
(3) ได้รับอนุมตั ิจากรัฐมนตริวา่ การกระทรวงมหาดไทย
สหการ
สหการ คือ กิจการใดอนั อยภู่ ายในอานาจหนา้ ที่ของเทศบาลต้ังแต่ 2 แห่งขนึ้ ไปที่จะร่วมกนั ทาเพ่ือให้เกิดประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ จัดต้งั เป็ น
สหการ ซ่ึงมสี ภาพเป็ นทบวงการเมือง การจัดต้ังและยุบเลกิ สหการจะกระทาไดก้ แ็ ต่โดยตราเป็ นพระราชกฤษฎีกา สหการอาจได้รับเงนิ อุดหนุน
จากรัฐบาล และอาจก้เู งนิ ได้ภายใต้กฎหมาย
ส่วนท่ี 4 เทศบญั ญตั ิ
มาตรา 60 จะกาหนดโทษปรับผลู้ ะเมิดเทศบญั ญตั ิไวแ้ ต่ห้ามมิให้กาหนดเกนิ กว่า 1,000 บาท
มาตรา 61 ร่างเทศบญั ญตั ิจะเสนอไดก้ ็แตโ่ ดย
(1) นายกเทศมนตรี
(2) สมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน
(3) ราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั
มาตรา 62 การออกเทศบญั ญตั ิ
ภายใน 7 วนั นบั แต่วนั ท่ีสภาเทศบาลไดม้ ีมติเห็นชอบดว้ ยกบั ร่างเทศบญั ญตั ิใด ในกรณีเทศบาลตาบล ใหป้ ระธานสภาเทศบาลส่งร่าง
เทศบญั ญตั ิไปยงั นายอาเภอ เพื่อส่งไปยงั ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พิจารณา
ในกรเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร ให้ประธานสภาเทศบาลส่งไปยงั ผวู้ า่ ฯ พิจารณา ผูว้ ่า ฯ ตอ้ งพิจารณาร่างเทศบญั ญตั ิเสร็จและ
ส่งคืนประธานสภาเทศบาลภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับร่างเทศบญั ญตั ิน้นั
ถา้ ผวู้ า่ ไมพ่ ิจารณาใหแ้ ลว้ เสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด ให้ถือวา่ ผวู้ า่ ฯ เห็นชอบดว้ ยกบั ร่างเทศบญั ญตั ิดงั กล่าว
ในกรณีที่ผวู้ า่ ฯ เห็นชอบดว้ ยกบั ร่างเทศบญั ญตั ิ ใหส้ ่งนายกเทศมนตรีลงนามใชบ้ งั คบั เป็ นเทศบญั ญตั ิต่อไป
แต่ถา้ ผูว้ ่าราชการจงั หวดั ไม่เห็นชอบด้วย ให้ส่งร่างเทศบญั ญตั ิน้ันพร้อมด้วยเหตุผลคืนไปยงั สภาเทศบาลและให้สภาเทศบาล
พจิ ารณาใหม่ภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ท่ีไดร้ ับร่างเทศบญั ญตั ิคืน
ถา้ สภาเทศบาลมีมติยนื ยนั ตามร่างเทศบญั ญตั ิเดิมดว้ ยคะแนนเสียงไม่นอ้ ยกวา่ 2 ใน 3 ของสมาชิกมีอยู่ ให้ประธานสภาเทศบาลส่ง
ร่างเทศบญั ญตั ิน้นั ให้นายกเทศมนตรีลงนามใชบ้ งั คบั เป็ นเทศบญั ญตั ิ และแจง้ ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั ทราบต่อไป
แต่ถา้ สภาเทศบาลไม่ยืนยนั ภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ท่ีไดร้ ่างเทศบญั ญตั ิคืนจากผวู้ ่าฯ หรือยนื ยนั ตามร่างเทศบญั ญตั ิเดิมดว้ ยคะแนน
เสียงนอ้ ยกวา่ 2 ใน 3 ของสมาชิกสภาเทศบาลเท่าที่มีอยใู่ ห้ร่างเทศบัญญัตนิ ้ันเป็ นอนั ตกไป
ส่วนท่ี 5 การคลงั และทรัพยส์ ินของเทศบาล
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
มาตรา 66 เทศบาลอาจมีรายไดด้ งั ต่อไปน้ี
(1) ภาษีอากรตามแตจ่ ะมีกฎหมายกาหนดไว้
(2) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และคา่ ปรับ ตามแตจ่ ะกฎหมายกาหนดไว้
(3) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินของเทศบาล
(4) รายไดจ้ ากการสาธารณูปโภคและเทศพาณิชย์
(5) พนั ธบตั ร หรือเงินกู้ ตามแต่จะมีกฎหมายกาหนดไว้
(6) เงินกจู้ ากกระทรวง ทบวง กรม องคก์ าร หรือนิติบุคคลต่างๆ
(7) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
(8) เงินและทรัพยส์ ินอยา่ งอื่นที่มีผอู้ ทุ ิศให้
(9) รายไดอ้ ื่นใดตามแต่จะมีกฎหมายกาหนดไว้ การกูเ้ งิน
มาตรา 67 รายจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการลงทนุ สภาเทศบาล เห็นชอบ ผ้วู ่าฯ อนุมตั ิ
มาตรา 68 เงินค่าตอบแทนใหเ้ ป็ นไปตาม ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 70 จดั ให้มีการตรวจสอบการคลงั การบญั ชี หรือการเงินอ่ืนๆ ของเทศบาลปี ละคร้ัง
ส่วนที่6 การควบคุมเทศบาล
มาตรา 71 ให้ผวู้ า่ ฯ มีอานาจหนา้ ควบคมุ ดูแลเทศบาลในจงั หวดั
มาตรา 73 ประธานสภาเทศบาลหรือรองประธานสภาเทศบาล ปฏิบตั ิการฝ่ าฝืนตอ่ ความสงบเรียบร้อยละเลยไมป่ ฏิบตั ิตามหรือปฏิบตั ิการไมช่ อบ
ใหผ้ วู้ า่ ฯ เสนอความเห็นตอ่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยพร้อมดว้ ยหลกั ฐาน คาส่ังของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็ นทีส่ ุด
มาตรา 74 เม่ือมีการยุบสภาเทศบาล ให้มีการเลือกต้งั สมาชิกสภาเทศบาลข้ึนใหม่ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาลภายใน 45
วนั
มาตรา 75 ในเมื่อเห็นจาเป็ นท่ีจะให้เทศบาลใดอยใู่ นความควบคุมดแู ลของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง กใ็ ห้ตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า
ส่วนท่ี 7 คณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาล
ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาการเทศบาลคณะหน่ึง ประกอบด้วย
ปลดั กระทรวงมหาดไทย เป็ นประธาน อธิบดีกรมมหาดไทย อธิบดีกรมโยธาเทศบาล อธิบดีกรมตารวจ อธิบดีกรมสามญั ศึกษา
อธิบดีกรมวิสามญั ศึกษา อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมอนามยั ผูอ้ านวยการสานกั งบประมาณ ผอู้ านวยการส่วนการปกครองทอ้ งถิ่น กรม
มหาดไทยเป็ นกรรมการโดยตาแหน่ง และกรรมการอ่ืนซ่ึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งต้งั อีกไม่เกิน 5 คน รวมแล้ว ไม่เกนิ 15 คน
แต่งต้งั อยู่ในตาแหน่งคราวละ 4 ปี
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560
ประกาศ ณ วนั ท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2560
บงั คบั ใช้ วนั ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
มี 16 หมวด 279 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวด 1 บททวั่ ไป
หมวด 2 พระมหากษตั ริย์
หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
หมวด 4 หน้าท่ีของปวงชนชาวไทย
หมวด 5 หนา้ ที่ของรัฐ
หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ
หมวด 7 รัฐสภา
หมวด 8 คณะรัฐมนตรี
หมวด 9 การขดั กนั แห่งผลประโยชน์
หมวด 10 ศาล
หมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ
หมวด 12 องคก์ รอสิ ระ
หมวด 13 องคก์ รอยั การ
หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถ่ิน
หมวด 15 การแก้ไขเพ่ิมเติมรัฐธรรมนูญ
หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ
บทเฉพาะกาล
หมวด 1 บททวั่ ไป
มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจกั รอนั หน่ึงอนั เดียวจะแบ่งแยกมไิ ด้
มาตรา 2 ประเทศไทยมีการปกครองระบบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็ นประมุข
มาตรา 3 อานาจอธิปไตยเป็ นของปวงชนชาวไทยพระมหากษตั ริยผ์ ูท้ รงเป็ นประมุขทรงใช้อานาจน้นั ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล ตอ้ ง
ปฏิบตั ิหนา้ ที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกฎหมายและหลกั นิติธรรม เพอื่ ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน
มาตรา 4 ศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลยอ่ มไดร้ ับความคุม้ ครองปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความค้มุ ครอง
ตามรัฐธรรมนูญเสมอกนั
มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็ นกฎหมายสูงสุดของประเทศเม่ือไมม่ ีบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญน้ีบงั คบั แก่กรณีใด ให้กระทาการน้นั หรือวินิจฉยั กรณี
น้นั ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
หมวด 2 พระมหากษตั ริย์
มาตรา 7 พระมหากษตั ริย์ทรงเป็ นพทุ ธมามกะและทรงเป็ นอคั รศาสนูปถัมภก
มาตรา 8 พระมหากษตั ริยท์ รงดารงตาแหน่งจอมทพั ไทย
มาตรา 9 พระมหากษตั ริยท์ รงไวซ้ ่ึงพระราชอานาจท่ีจะสถาปนาและถอดถอน ฐานันดรศักด์แิ ละพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
มาตรา 10 พระมหากษตั ริยท์ รงเลือกและทรงแต่งต้งั >>…ผู้ทรงคุณวุฒิเป็ นประธานองคมนตรีคนหน่ึง และองคมนตรีอื่นอีก ไม่เกิน 18 คน
ประกอบเป็ นคณะองคมนตรี
มาตรา 11 ประธานรัฐสภา ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งต้งั ประธานองคมนตรีหรือใหป้ ระธานองคมนตรีพน้ จากตาแหน่ง
ประธานองคมนตรี ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตง่ ต้งั องคมนตรีอนื่ หรือใหอ้ งคมนตรีอ่ืนพน้ จากตาแหน่ง
มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษตั ริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรจะทรงแต่งต้ังบุคคลคนหน่งึ หรือหลายคนเป็ นคณะขึน้ ให้เป็ นผู้สาเร็จราชการ
แทนพระองค์หรือไม่กไ็ ด้และในกรณีท่ีทรงแตง่ ต้งั ผสู้ าเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผลู้ งนามรับสนองพระบรมราชโองการ
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
มาตรา 27 บคุ คลยอ่ มเสมอกนั ในกฎหมาย มสี ิทธิและเสรีภาพและได้รับความค้มุ ครองตามกฎหมายเท่าเทยี มกนั ชายและหญิงมีสิทธเิ ท่าเทยี มกนั
มาตรา 28 บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวติ และร่างกาย การจบั และการคุมขงั บุคคลจะกระทามิได้ เวน้ แต่มีคาสั่งหรือหมายของศาลหรือมี
เหตอุ ยา่ งอื่นตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ
มาตรา 31 บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถอื ศาสนา
มาตรา 32 บุคคลยอ่ มมีสิทธิในความเป็ นอยู่ส่วนตวั เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว
มาตรา 33 บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในเคหสถาน
มาตรา 34 บุคคลยอ่ มมีเสรีภาพในการแสดงความคดิ เห็น การพูด การเขียน การพมิ พ์
มาตรา 36 บุคคลยอ่ มมีเสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร
มาตรา 37 บคุ คลยอ่ มมีสิทธิในทรัพย์สินและการสืบมรดก
มาตรา 38 บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในการเดนิ ทางและการเลอื กถิ่นทอ่ี ยู่
มาตรา 40 บุคคลยอ่ มมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
มาตรา 41 บุคคลและชุมชนยอ่ มมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูล เสนอเรื่องราวร้องทุกขต์ ่อหน่วยงานของรัฐและไดร้ ับแจ้งผลการพิจารณา
โดยรวดเร็วและฟ้ องหน่วยงานของรัฐให้รับผดิ เนอื่ งจากการกระทาหรือการละเว้นการกระทา
มาตรา 44 บุคคลยอ่ มมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
มาตรา 48 สิทธิของมารดาในช่วงระหว่างก่อนและหลงั การคลอดบุตรย่อมได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายบญั ญตั ิบุคคลซ่ึงมี
อายุเกนิ 60 ปี และไม่มีรายได้เพยี งพอแก่การยงั ชีพ และบุคคลผยู้ ากไร้ยอ่ มมีสิทธิไดร้ ับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
หมวด 4 หนา้ ท่ีของปวงชนชาวไทย
มาตรา 50 บคุ คลมีหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปน้ี
(1) พทิ ักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
(2) ป้ องกนั ประเทศ พิทกั ษร์ ักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ
(3) ปฏิบัตติ ามกฎหมายอยา่ งเคร่งครัด
(4) เขา้ รับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบงั คบั
(5) รับราชการทหารตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ
(6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธ์แิ ละเสรีภาพของบุคคลอน่ื
(7) ไปใช้สิทธเิ ลอื กต้ังหรือลงประชามติอยา่ งอิสระโดยคานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
(8) ร่วมมอื และสนับสนุนการอนุรักษ์และคุม้ ครองส่ิงแวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติ
(9) เสียภาษอี ากรตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ
(10) ไม่ร่วมมอื หรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทกุ รูปแบบ
หมวด 5 หนา้ ที่ของรัฐ
มาตรา 54 รัฐตอ้ งดาเนินการให้เด็กทุกคนไดร้ ับการศึกษาเป็ นเวลา 12 ปี ต้ังแต่ก่อนวยั เรียนจนจบการศึกษาภาคบังคบั อย่างมคี ุณภาพโดยไม่เก็บ
ค่าใช้จ่าย
รัฐตอ้ งดาเนินการให้เดก็ เลก็ ได้รับการดูแลและพฒั นาก่อนเข้ารับการศึกษา
รัฐตอ้ งดาเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบตา่ งๆ รวมท้งั ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การศึกษาท้งั ปวงตอ้ งมุ่งพฒั นาผู้เรียนให้เป็ นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเช่ียวชาญได้ตามความถนันของตน และมีความ
รับผิดชอบตอ่ ครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ
จดั ต้งั กองทนุ เพ่ือใชใ้ นการช่วยเหลือ ลดความเหลอื่ มลา้ ในการศึกษา
หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
มาตรา 65 รัฐพงึ จดั ให้มียทุ ธศาสตร์ชาติ (ประกาศ 31 กรกฎาคม 61 ใช้ 1 สิงหาคม 61)
มาตรา 66 รัฐพึงส่งเสริมสัมพนั ธไมตรีกบั นานาประเทศโดยถือหลกั ความเสมอภาค
มาตรา 67 รัฐพงึ อุปถมั ภแ์ ละคุม้ ครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอ่ืน
มาตรา 68 รัฐพึงจดั ระบบการบริหารงานในกระบวนการยุตธิ รรมทุกดา้ น
มาตรา 69 รัฐพึงจดั ใหม้ ีและส่งเสริมการวจิ ยั และพฒั นาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
มาตรา 70 รัฐพงึ ส่งเสริมและให้ความคุม้ ครองชาวไทยกลุ่มชาตพิ นั ธ์ุต่าง ๆ
มาตรา 71 รัฐพงึ เสริมสร้างความเขม้ แขง็ ของครอบครัว
มาตรา 72 รัฐพงึ ดาเนินการเก่ียวกบั ที่ดิน ทรัพยากรนา้ และพลงั งาน
มาตรา 73 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทางานอยา่ งเหมาะสม
“ท่องว่า” ยทุ ธศาสตร์/อยา่ พลาดสมั พนั ธ์/ฉนั รักศาสนา/ว่ายตุ ิธรรม/นาวิจยั /ให้ชาติพนั ธุ์/
น้นั ครอบครัว/ทวั่ ทรัพยากร/แน่นอนความสามารถ
หมวด 7 รัฐสภา
รัฐสภา
สภาผแู้ ทนราษฎร จานวน 500 คน อายุ 4 ปี
- ประธาน ส.ส เป็ นประธานรัฐสภา
- เลือกต้งั แบบแบง่ เขต 350 คน
- เลือกต้งั แบบบญั ชีรายช่ือ 150 คน
(ผ้สู มัคร ส.ส) มีสญั ชาติไทยโดยการเกิด อายไุ ม่ต่ากว่า 25 ปี นบั ถึงวนั เลือกต้งั
วฒุ ิสภา จานวน 200 คน วาระแรกให้มี 250 คน อายุ 5 ปี ประธาน ส.ว เป็ นรองประธานรัฐสภามาจากการเลอื กกนั เองของบุคคลที่มี
ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ช่ี ย ว ช า ญ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ไ ม่ น้ อ ย ก ว่ า 1 0 ปี
(ผู้สมคั ร ส.ว) มีสญั ชาติไทยโดยการเกิด อายไุ ม่ตา่ กว่า 40 ปี ในวนั สมคั รรับเลือกต้งั
มาตรา 95 บุคคลผมู้ ีคุณสมบตั ิดงั ต่อไปน้ี เป็ นผู้มีสิทธเิ ลอื กต้ัง
(1) มีสญั ชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาตไิ ทยโดยการแปลงสัญชาติตอ้ งไดส้ ญั ชาติไทยมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ ห้าปี (ไม่น้อยกว่า 5 ปี )
(2) มีอายไุ มต่ ่ากวา่ สิบแปดปี ในวนั เลือกต้งั (ไม่ต่ากว่า 18 ปี )
(3) มีชื่ออยใู่ นทะเบียนบา้ นในเขตเลือกต้งั มาแลว้ เป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ 90 วนั นบั ถึงวนั เลือกต้งั (ไม่น้อยกว่า 90 วนั )
มาตรา 96 บคุ คลผมู้ ีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ีในวนั เลือกต้งั เป็นบคุ คลตอ้ งห้ามมิให้ใชส้ ิทธิเลือกต้งั
- เป็ นภกิ ษุ สามเณร นกั พรต หรือนักบวช
- อยใู่ นระหวา่ งถูกเพกิ ถอนสิทธเิ ลอื กต้งั ไม่วา่ คดีน้นั จะถึงท่ีสุดแลว้ หรือไม่
- ต้องคุมขังอยโู่ ดยหมายของศาลหรือโดยคาสง่ั ท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย
- วกิ ลจริตหรือจิตฟ่ันเฟื อนไม่สมประกอบ
หมวด 8 คณะรัฐมนตรี
มาตรา 158 พระมหากษตั ริยท์ รงแต่งต้งั นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน ประกอบเป็ นคณะรัฐมนตรี มีหน้าท่ีบริหารราชการ
แผ่นดนิ
ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร เป็ นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งต้ังนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี จะดารงตาแหน่งรวมกนั แล้วเกนิ 8 ปี มไิ ด้
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
มาตรา 160 คุณสมบตั ิของนายกรัฐมนตรี
มีสญั ชาติไทยโดยการเกดิ
มีอายุไม่ตา่ กว่า 35 ปี
สาเร็จการศึกษาไม่ตา่ กว่าปริญญาตริหรือเทยี บเท่า
หมวด 9 การขดั กนั แห่งผลประโยชน์
มาตรา 184 สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชิกวฒุ ิสภาตอ้ ง
1) ไม่ดารงตาแหน่งหรือหนา้ ท่ีใดในหน่วยราชการ
2) ไม่รับหรือแทรกแซงหรือกา้ วก่ายการเขา้ รับสมั ปทานจากรัฐ
3) ไม่รับเงนิ หรือประโยชน์ใดๆ จากหน่วยราชการ
4) ไม่แทรกแซงการใชส้ ิทธหิ รือเสรีภาพของหนงั สือพิมพห์ รือสื่อมวลชนโดยมิชอบ
หมวด 10 ศาล
มาตรา 190 พระมหากษตั ริยท์ รงแต่งต้งั และให้ผู้พพิ ากษาและตุลาการพ้นจากตาแหน่ง
มาตรา 194 ศาลยตุ ิธรรมมีอานาจพจิ ารณาพพิ ากษาคดีท้งั ปวง เวน้ แต่คดีท่ีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบญั ญตั ิใหอ้ ยใู่ นอานาจของศาลอื่น
มาตรา 197 ศาลปกครองมีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองอนั เนื่องมาจากการใช้อานาจทางปกครองตามกฎหมายหรือเน่ืองมาจากการ
ดาเนินกิจการทางปกครอง
มาตรา 199 ศาลทหารมีอานาจพจิ ารณาพิพากษาคดีอาญาท่ีผกู้ ระทาความผิดเป็ นบคุ คลซ่ึงอยใู่ นอานาจศาลทหารและคดีอื่น
หมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 200 ศาลรัฐธรรมนูญประกอบดว้ ยตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ จานวน 9 คน พระมหากษตั ริยท์ รงแตง่ ต้งั ดารงตาแหน่ง 7 ปี วาระเดยี ว
ตาแหน่ง จานวน
ผ้พู พิ ากษาในศาลฎกี า 3 คน
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 2 คน
ผู้ทรงคุณวฒุ สิ าขานิตศิ าสตร์ซึ่งได้รับการสรรหา 1 คน
ผ้ทู รงคุณวฒุ ิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ซ่ึงได้รับการสรรหา 1 คน
ผ้ทู รงคุณวฒุ ซิ ึ่งได้รับการสรรหาจากผู้รับหรือเคยรับราชการ 2 คน
มาตรา 201 ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญตอ้ งมีคุณสมบตั ิดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) มีสญั ชาติไทยโดยการเกดิ
(2) มีอายไุ ม่ต่ากว่า 45 ปี แต่ไม่เกนิ 68 ปี
(3) สาเร็จการศึกษาไม่ตา่ กว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
หมวด 12 องคก์ รอิสระ จานวน
มาตรา 216 คุณสมบตั ิ...มอี ายุไม่ตา่ กว่า 45 ปี แต่ไม่เกนิ 70 ปี 3 คน
ท่ี ตาแหน่ง 7 คน ดารงตาแหน่ง
1. ผตู้ รวจการแผน่ ดิน.... 7 คน 7 ปี
2. คณะกรรมการการเลือกต้งั
3. คณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน... แนวข้อสอบตวิ เตอวร์ากราะรเปดกียควรองท้องถ่ิน
4. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.... 7 คน
5. คณะกรรมการป้ องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ 9 คน
หมวด 13 องคก์ ารอยั การ
มาตรา 248 องค์กรอยั การมีหน้าท่ีและอานาจตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นรัฐธรรมนูญและกฎหมายพนกั งานอยั การมีอสิ ระในการพจิ ารณาสั่งคดแี ละการ
ปฏิบตั หิ น้าที่ให้เป็ นไปโดยรวดเร็ว เทย่ี งธรรมและปราศจากอคติท้งั ปวง และไม่ให้ถอื ว่าเป็ นคาสั่งทางปกครอง
หมวด 14 การปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
มาตรา 249 การจดั การปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตามหลกั แห่ง การปกครองตนเอง
มาตรา 250 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น...มีหน้าท่ีและอานาจดูแลและจดั ทาบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของ
ประชาชนในทอ้ งถ่ินตามหลกั การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื รวมท้งั ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษาใหแ้ ก่ประชาชนในทอ้ งถ่ิน
หมวด 15 การแกไ้ ขเพมิ่ เติมรัฐธรรมนูญ
มาตรา 255 การแกไ้ ขเพ่ิมเติมรัฐธรรมนูญท่ีเป็ นการเปล่ียนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุขหรือ
เปล่ียนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทามิได้
หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ
มาตรา 257 การปฏิรูปประเทศตามหมวดน้ีตอ้ งดาเนินการเพือ่ บรรลุเป้ าหมาย ดงั ต่อไปน้ี
(1) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามคั คีปรองดอง มีการพฒั นาอย่างยงั่ ยนื ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมี
ความสมดุลระหวา่ งการพฒั นาดา้ นวตั ถุกบั การพฒั นาดา้ นจิตใจ
(2) สังคมมคี วามสงบสุขเป็นธรรม และมีโอกาสอนั ทดั เทียมกนั เพื่อขจดั ความเหล่ีอมล้า
(3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
มาตรา 258 ให้ดาเนินการปฏิรูปประเทศอยา่ งนอ้ ยในดา้ นต่างๆ ให้เกิดผล ดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. ดา้ นการเมอื ง
ข. ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ
ค. ดา้ นกฎหมาย
ง. ดา้ นกระบวนการยุตธิ รรม
จ. ดา้ นการศึกษา
ฉ. ดา้ นเศรษฐกจิ
ช. ด้านอนื่ ๆ
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
บทเฉพาะกาล
มาตรา 262 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดารงตาแหน่งอยู่ในวนั ก่อนวนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ีเป็นคณะองคมนตรีตามบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญน้ี
มาตรา 263 ในระหว่างท่ียังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญน้ีให้สภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติท่ีต้งั ข้ึนตามรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทย (ฉบบั ชว่ั คราว) พ.ศ. 2557 ยังคงทาหน้าทีร่ ัฐสภา สภาผ้แู ทนราษฎร และวฒุ ิสภาต่อไป และใหส้ มาชิกสภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติ
ซ่ึงดารงตาแหน่งอยใู่ นวนั ก่อนวนั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญน้ี ทาหน้าท่ีเป็ นสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรหรือสมาชิกวฒุ สิ ภา ตามลาดบั
พระราชบญั ญตั ิองค์การบริหารส่วนจังหวดั พ.ศ.2540
แก้ไขเพมิ่ เตมิ ถึงปัจจุบัน (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2552
ฉบบั ท่ี 1
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี 12 ตลุ าคม พ.ศ. 2540
ประกาศ วนั ที่ 31 ตลุ าคม พ.ศ. 2540
ใช้ วนั ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540
ฉบบั ที่ 4
ประกาศ วนั ท่ี 31 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ใช้ วนั ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มี 6 หมวด 89 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวด1 ทั่วไป
หมวด 2 สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
หมวด 3 นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
หมวด 4 อานาจหน้าที่ขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
หมวด 5 การงบประมาณและการคลงั
หมวด 6 การกากบั ดแู ล
บทเฉพาะกาล
“จงั หวดั ” หมายความวา่ >> จงั หวดั ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ
“อาเภอ” หมายความวา่ >> อาเภอตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบบริหารราชการแผน่ ดินและให้ความหมาย รวมถงึ กง่ิ อาเภอด้วย
“ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั ” หมายความวา่ ข้าราชการท่ีปฏิบัตกิ จิ การขององค์การบริหารส่วนจงั หวดั และได้รับเงนิ เดอื น
โดยมอี ตั ราเงนิ เดอื นและตาแหน่งในงบประมาณท่ีองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั กาหนดข้ึน
“ราชการส่วนท้องถิ่นอื่น” หมายความวา่ เทศบาล สุขาภบิ าล องค์การบริหารส่วนตาบล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร และราชการ
ส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืนที่มีกฎหมายจดั ต้งั ข้ึน นอกจากองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และให้มีอานาจออก กฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบเพื่อ
ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
หมวด 1 บททว่ั ไป
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
มาตรา 7 องค์การบริหารส่วนจงั หวดั
- สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
- นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มีอานาจหน้าทต่ี ามทีบ่ ัญญัติไว้ในพระราชบญั ญัตินีห้ รือตามกฎหมายอนื่
มาตรา 8 ใหอ้ งคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เป็ นนิติบุคคลและเป็ นราชการส่วนท้องถิ่นเขตขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ไดแ้ ก่เขตจังหวดั
หมวด 2 สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มาตรา 9 สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ประกอบดว้ ยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวดั ซ่ึงมาจากการเลอื กต้งั ของประชาชน ตามจานวน
ราษฎรในจงั หวดั ดงั น้ี
จานวนราษฎร สมาชิสภา อบจ.
ไม่เกิน 5 แสนคน 24 คน
เกินกวา่ 5 แสนคน แตไ่ ม่เกิน 1 ลา้ นคน 30 คน
เกินกวา่ 1 ลา้ นคน แต่ไมเ่ กิน 1.5 ลา้ นคน 36 คน ประธานสภา 1 คน
เกินกวา่ 1.5 ลา้ นคน แตไ่ ม่เกิน 2 ลา้ นคน
42 คน
เกินกวา่ 2 ลา้ นคน
48 คน รองประธานสภา 2 คน
มาตรา 10 อายขุ องสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีกาหนดคราวละ 4 ปี นบั แต่วนั เลอื กต้ังสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วน
จงั หวดั เร่ิมต้ังแต่วนั เลอื กต้ัง
มาตรา 11 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั สิ้นสุดลงเม่ือ
ถงึ คราวออกตามอายุ
ตาย
ลาออก โดยยน่ื หนังสือลาออกต่อผุ้ว่าราชการจังหวดั
ขาดประชุมสภา 3 คร้ังตดิ ต่อกนั โดยไม่มเี หตุอนั สมควร
เป็ นผมู้ ีส่วนไดเ้ สียไม่วา่ โดยทางตรงหรือทางออ้ ม
สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีมติให้พน้ จากตาแหน่ง
มติราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั มีจานวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจานวนผมู้ ีสิทธิ
สมาชิกเขา้ ช่ือ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ถอดถอน ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
มาตรา 12 ก่อนเขา้ รับหนา้ ที่ ตอ้ งปฏิญาณตน “จะรักษาไว้และปฏิบัตติ ามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะซื่อสัตย์สุจริต และปฏบิ ตั ิหน้าที่
เพอ่ื ประโยชน์ของประชาชน”
- สมาชิกสภา อบจ. ว่างลงเพราะออกตามวาระหรือมีการยบุ สภาให้มีการเลือกต้งั ภายใน 45 วนั
- สมาชิกสภา อบจ. ว่างลงเพราะเหตุอน่ื ใหม้ ีการเลือกต้งั ภายใน 60 วนั
มาตรา 17 ให้สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เลือกสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
- ประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 1 คน ผู้ว่าราชการจังหวดั
แต่งต้ัง แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
- รองประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 2 คน
มาตรา 18 ประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พน้ จากตาแหน่ง เมื่อ
(1) ลาออก โดยยนื่ หนังสือลาออกต่อผู้ว่าราชการจังหวดั
(2) สิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
(3) รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตาแหน่ง
(4) สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีมติให้พ้นจากตาแหน่ง
มาตรา 19 ประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั หรือรองประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั วา่ งลงเพราะเหตุอ่ืนใดนอกจากถึงคราวออก
ตามอายขุ องสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั หรือมีการยบุ ให้มกี ารเลอื กใหม่ภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ทต่ี าแหน่งน้นั ว่างลง
มาตรา 22 สมยั ประชุมสามญั มี 2 สมยั
สมยั ผู้เรียกประชุม ผ้ขู ยายเวลาประชุม เวลา
- ภายใน 15 วนั
คร้ังแรก ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
ประธานสภา อบจ. ขยายไม่เกนิ 15 วนั 45 วนั
สามัญ ประธานสภา อบจ. ประธาน อบจ. ขยายไม่เกนิ 7 วนั 7 วนั
วสิ ามัญ ประธานสภา อบจ.
- ประชุมลบั ประธานสภาเรียกประชุม
- กรณีที่ไม่มีประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั หรือประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ไม่เรียกประชุมตามกฎหมาย ให้
ผู้ว่าราชการจงั หวดั เป็ นผู้เรียกประชุมและเป็ นผู้เปิ ดและปิ ดการประชุม
-
หมวด 3 นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มาตรา 35 นายก อบจ. คนหน่ึงซ่ึงมาจาก การเลอื กต้ังโดยตรงของประชาชน
บุคคลผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั เป็นนายก อบจ. ตอ้ งมีคุณสมบตั ิดงั น้ี
- มีอายไุ ม่ต่ากว่า 30 ปี บริบูรณ์ในวนั เลือกต้งั
- สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาจงั หวดั สมาชิกสภา อบจ. ผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น หรือ
สมาชิกรัฐสภา
- มีวาระอยใู่ น ตาแหน่งคราวละ 4 ปี นบั แต่วนั เลือกต้งั
นายก อบจ. อาจแต่งต้ังรองนายก อบจ. ดงั ต่อไปนี้
จานวนสมาชิก อบจ. จานวนรองนายก อบจ. ที่ปรึกษาและเลขา
24 คน หรือ 30 คน ไมเ่ กิน 2 คน ไม่เกิน 5 คน
36 คน หรือ 42 คน ไม่เกิน 3 คน
ไมเ่ กิน 4 คน
48 คน
นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีอานาจหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปน้ี
(1) กาหนดนโยบายโดยไมข่ ดั ตอ่ กฎหมาย
(2) สั่ง อนุญาต และอนุมัติ
(3) แต่งต้ังและถอดถอนรองนายก อบจ. เลขานุการนายกและท่ีปรึกษานายก อบจ.
(4) วางระเบียบเพื่อใหง้ านขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เป็นไปดว้ ยความเรียบร้อย
(5) รักษาการให้เป็นไปตามขอ้ บญั ญตั ิองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
(6) ปฏบิ ตั ิหน้าทีอ่ น่ื ตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ีและกฎหมายอื่น
นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พน้ จากตาแหน่ง เม่ือ
(1) ถึงคราวออกตามวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก โดยยนื่ หนงั สือลาออกต่อผ้วู ่าราชการจงั หวดั
(4) รัฐมนตรีสง่ั ให้พน้ จากตาแหน่ง
(5) ถูกจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดใหจ้ าคุก
(6) ราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั ในเขต อบจ. มีจานวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจานวนผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั ที่มาลงคะแนนเสียง
มาตรา 39 ให้นายก อบจ. ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการของ อบจ.และเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและลูกจา้ งองคก์ ารบริหาร
ส่วนจงั หวดั
- ให้มีปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั คนหน่ึง เป็ นผูบ้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและลูกจา้ ง อบจ. รองจากนายก อบจ. และรับผิดชอบ
ควบคุมดูแลราชการประจา
หมวด 4 อานาจหนา้ ที่ขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มาตรา 45 องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั มีอานาจหนา้ ที่ดาเนินกิจการภายในเขต ดงั ต่อไปน้ี
(1) ตราข้อบัญญตั ิโดยไมข่ ดั หรือแยง้ ตอ่ กฎหมาย
(2) จัดทาแผนพฒั นา อบจ. และประสานการจดั ทาแผนพฒั นาจงั หวดั ตาม ระเบียบท่ีคณะรัฐมนตรีกาหนด
(3) สนับสนุนสภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืนในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
(4) ประสานและใหค้ วามร่วมมือในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของสภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถิ่นอื่น
(5) แบ่งสรรเงนิ ซ่ึงตามกฎหมายจะตอ้ งแบง่ ให้แก่สภาตาบลและราชการส่วนทอ้ งถ่ินอื่น
(6) อานาจหนา้ ท่ีของจงั หวดั ตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการส่วนจงั หวดั เฉพาะภายในเขตสภาตาบล
(7) ค้มุ ครอง ดูแล และบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม บารุงรักษาศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และวฒั นธรรม
อนั ดีของทอ้ งถ่ิน
(8) จัดทากิจการใดๆ อนั เป็ นอานาจหน้าที่ของราชการส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืนที่อยู่ในเขต อบจ.ละกิจการน้นั เป็ นการสมควรให้ราชการส่วน
ทอ้ งถิ่นอ่ืนร่วมกนั ดาเนินการหรือให้ อบจ. จดั ทา ท้งั น้ีตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
(9) จดั ทากจิ การอนื่ ใดตามท่ีกาหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ีหรือกฎหมายอื่นกาหนดใหเ้ ป็นอานาจ หนา้ ท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มาตรา 46 อบจ. อาจจดั ทากิจการใดๆ อนั เป็ นอานาจหนา้ ท่ีของราชการส่วนทอ้ งถิ่นอื่นหรือ อบจ. อื่นที่อย่นู อกเขตจงั หวดั ได้ เมื่อได้รับความ
ยนิ ยอมจากราชการส่วนท้องถ่ินอนื่
มาตรา 47 กิจการใดเป็ นกิจการที่ อบจ. พงึ จดั ทาตามอานาจหนา้ ที่ ถ้า อบจ.ไม่จดั ทาตามหน้าที่ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ ครม. อาจมคี าสั่ง
ให้ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคจัดทากจิ การน้นั ได้
มาตรา 48 อบจ. อาจให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวสิ าหกิจ หรือราชการส่วนทอ้ งถ่ินอื่นโดยเรียกคา่ บริการได้ โดยตรา
เป็ นข้อบญั ญัติ
หมวด 5 การงบประมาณและการคลงั
มาตรา 58 งบประมาณรายจ่ายของ อบจ. ใหท้ าเป็นข้อบญั ญตั ถิ ้าข้อบัญญตั ิ งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณออกไม่ทนั ปี งบประมาณใหม่
ให้ใชข้ อ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจา่ ยในปี งบประมาณท่ีแล้วน้นั ไปพลางก่อน
มาตรา 64 อบจ. มีอานาจออกขอ้ บญั ญตั ิเก็บภาษีบารุง อบจ. จากการคา้ ในเขตจงั หวดั ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) น้ามนั หรือก๊าซปิ โตรเลียมท่ีใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงสาหรับรถยนต์ โดยจดั เก็บเพม่ิ ขนึ้ ได้ไม่เกนิ ลติ รละ 10 สตางค์
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
(2) ยาสูบ โดยจดั เก็บเพม่ิ ขนึ้ ได้ไม่เกนิ มวนละ 10 สตางค์
มาตรา 66 อบจ. มีอานาจออกขอ้ บญั ญตั ิเพอ่ื เก็บภาษีอากรและคา่ ธรรมเนียม
เพมิ่ ขนึ้ ไม่เกนิ ร้อยละ 10 ไดแ้ ก่ ธุรกจิ /สุรา/การพนนั
ขอ้ บญั ญตั ิภาษีมลู คา่ เพิ่ม ประมวลรัษฏากรอตั ราร้อยละ 0 อบจ. เกบ็ ในอตั รา ร้อยละ 0
ประมวลรัษฎากรเกบ็ อตั รา อบจ. เกบ็ 1 ใน 9 ของอตั รา
หมวด 6 การกากบั ดูแล
มาตรา 77 ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มีอานาจกากบั ดแู ลการปฏิบตั ิราชการของ อบจ. ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของทางราชการ
มาตรา 78 ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั อาจสั่งเพกิ ถอนมติ ของสภา อบจ. ซ่ึงมใิ ช่ข้อบัญญตั ไิ ด้ในกรณที ปี่ รากฏว่ามตนิ ้ันฝ่ าฝื นกฎหมาย
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
แก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548
ประกาศ ณ วนั ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2526
ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บังคบั ต้งั แต่ วนั ท่ี 1 มิถุนายน 2526
ผู้ประกาศใช้ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ (นายกรัฐมนตรี)
มี 3 หมวด 90 ข้อ
หมวดที่ 1 ชนิดของหนังสือ
ส่วนที่ 1 หนงั สือภายนอก
ส่วนท่ี 2 หนงั สือภายใน
ส่วนที่ 3 หนงั สือประทับตรา
ส่วนที่ 4 หนงั สือส่ังการ
ส่วนท่ี 5 หนงั สือประชาสัมพนั ธ์
ส่วนท่ี 6 หนงั สือท่ีเจ้าหน้าที่ทาข้ึนหรือรับไวเ้ ป็นหลกั ฐานในราชการ
ส่วนที่ 7 บทเบด็ เตล็ด
หมวดที่ 2 การรับและส่งหนังสือ
ส่วนท่ี 1 การรับหนงั สือ
ส่วนท่ี 2 การส่งหนงั สือ
ส่วนที่ 3 เบด็ เตลด็
หมวดที่ 3 การเกบ็ รักษา ยมื และทาลายหนงั สือ
ส่วนท่ี 1 การเกบ็ รักษา
ส่วนท่ี 2 การยมื
ส่วนท่ี 3 การทาลาย
หมวดที่ 4 มาตรฐานตรา แบบพมิ พ์และซอง
บทเฉพาะกาล
คานิยาม
- งานสารบรรณ หมายความวา่ งานท่ีเกย่ี วกบั การบริหารงานเอกสาร
เริ่มต้ังแต่ >> การจดั ทา > การรับ > การส่ง > การเก็บรักษา > การยมื > การทาลาย
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
- หนังสือ หมายความวา่ หนังสือราชการ
- อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หมายความวา่ การประยกุ ตใ์ ชว้ ิธีการทางอิเลก็ ตรอน ไฟฟ้ า คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ า หรือวธิ ีอื่นใด ในลกั ษณะคลา้ ยกนั
- ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หมายความวา่ การรับส่งขอ้ มูลข่าวสารหรือหนงั สือผา่ นระบบสื่อสารดว้ ยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกส์
หนังสือราชการ คอื เอกสารทีเ่ ป็ นหลกั ฐานในราชการไดแ้ ก่
(1) หนงั สือท่ีมีไปมาระหวา่ งส่วนราชการ
(2) หนงั สือท่ีส่วนราชการมไี ปถงึ หน่วยงานอ่ืน หรือ ไปถึงบุคคลภายนอก
(3) หนงั สือท่ีหน่วยงานอื่น มิใช่ส่วนราชการ หรือ บุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
(4) เอกสารที่ทางราชการจดั ทาข้ึนเพือ่ เป็นหลกั ฐานในราชการ
(5) เอกสารท่ีทางราชการจดั ทาข้ึนตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบงั คบั
(6) ขอ้ มูลขา่ วสารหรือหนงั สือท่ีไดร้ ับจากระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์
หนงั สือ มี 6 ชนิด คือ
(1) หนงั สือภายนอก
(2) หนงั สือภายใน
(3) หนงั สือประทับตรา
(4) หนงั สือสั่งการ
(5) หนงั สือประชาสัมพนั ธ์
(6) หนงั สือท่ีเจ้าหน้าทท่ี าขนึ้ หรือรับไว้เป็ นหลกั ฐานในราชการ
หนังสือรับรอง คือ หนงั สือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่ บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงาน เพ่ือวตั ถุประสงค์อยา่ งหน่ึงอยา่ งใดให้
ปรากฏแก่บคุ คลโดยทว่ั ไปไมจ่ าเพาะเจาะจง ใชก้ ระดาษตราครุฑ
กรณีที่การรับรองเป็ นเร่ืองสาคญั ที่ออกให้แก่บุคคลให้ติดรูปถ่ายของผทู้ ี่ไดร้ ับการรับรอง ขนาด 4 6 เซนติเมตร หน้าตรง
ไมส่ วมหมวกประทบั ตราชื่อส่วนราชการออกหนังสือบนขอบล่างด้านขวาของรูปถ่ายคาบต่อลงบนแผ่นกระดาษ และใหผ้ นู้ ้นั ลงลายมือช่ือไวใ้ ต้
รูปถ่ายพร้อมท้งั พมิ พช์ ื่อเตม็ ของเจา้ ของลายมือชื่อไวใ้ ตล้ ายมือชื่อดว้ ย
รายางานการประชุม คือ การบนั ทึกความคิดเห็นของผมู้ าประชุม ผเู้ ขา้ ร่วมประชุม และมติของท่ีประชุมไวเ้ ป็นหลกั ฐาน
บนั ทกึ คือ ขอ้ ความซ่ึงผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาเสนอตอ่ ผูบ้ งั คบั บญั ชา หรือผูบ้ งั คบั บญั ชาสงั่ การแก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา หรือขอ้ ความท่ีเจา้ หนา้ ที่ หรือ
หน่วยงานระดบั ต่ากวา่ ส่วนราชการระดบั กรมติดต่อกนั ในการปฏิบตั ิราชการ โดยปกติให้ใช้กระดาษบนั ทึกข้อความ
หนังสืออ่ืน คือ หนงั สือหรือเอกสารอื่นใดท่ีเกิดข้ึนเน่ืองจากการปฏิบตั ิงานของเจา้ หน้าท่ีเพ่ือเป็ นหลกั ฐานในราชการ ซ่ึงรวมถึงภาพถ่าย
ฟิ ลม์ แถบบนั ทึกเสียง แถบบนั ทึกภาพ และสื่อกลางบนั ทึกขอ้ มลู ดว้ ย หรือหนงั สือของบคุ คลภายนอก ที่ย่นื ตอ่ เจา้ หนา้ ที่ และเจา้ หนา้ ที่ไดร้ ับเขา้
ทะเบียนรับหนงั สือของทางราชการแลว้ มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรม จะกาหนดข้ึนใชต้ ามความเหมาะสม เวน้ แต่มีแบบตามกฎหมาย
เฉพาะเรื่องให้ทาตามแบบ เช่น โฉนด แผนท่ี แบบแผนผงั สญั ญา หลกั ฐาน การสืบสวนและสอบสวน และคาร้อง เป็นตน้
โดยให้ระบชุ ้นั ความเร็วดว้ ยตวั อกั ษรสีแดงขนาดไม่เล็กกวา่ ตวั พมิ พ์โป้ ง 32 พอยท์
ในกรณีท่ีตอ้ งการให้หนงั สือส่งถึงผรู้ ับภายในเวลาที่กาหนด ให้ระบุคาวา่ ด่วนภายในแลว้ ลงวนั เดือน ปี และกาหนดเวลาท่ีตอ้ งการ
ให้หนงั สือน้นั ไปถึงผรู้ ับ กบั ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีส่งถึงผรู้ ับซ่ึงระบุบนหนา้ ซองภายในเวลาท่ีกาหนด
หนังสือที่จดั ทาข้ึนโดยปกติให้มีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้นเรื่อง 1 ฉบับ และให้มีสาเนาเก็บไว้ท่ีหน่วยงานสารบรรณกลาง 1 ฉบับ
ส า เ น า คู่ ฉ บั บ ใ ห้ ผู้ ล ง ช่ื อ ล ง ล า ย มื อ ช่ื อ ห รื อ ล า ย มื อ ชื่ อ ย่ อ แ ล ะ ใ ห้ ผู้ ร่ า ง
ผพู้ มิ พแ์ ละผตู้ รวจลงลายมือชื่อ หรือลายมือช่ือยอ่ ไวท้ ี่ขา้ งทา้ ยขอบล่างดา้ นขวาของหนงั สือ
สื่อกลางบนั ทกึ ข้อมูล หมายความรวมถึง ส่ือใด ๆ ท่ีอาจใชบ้ นั ทึกขอ้ มลู ไดด้ ว้ ยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผน่ บนั ทึกขอ้ มูล เทป
แม่เหล็ก จานแม่เหล็ก แผน่ ซีดี-อ่านอยา่ งเดียว หรือแผน่ ดิจิทลั อเนกประสงค์
หนังสือเวียน คือ หนงั สือท่ีมีถึงผรู้ ับเป็ นจานวนมาก มีใจความอยา่ งเดียวกนั ให้เพิม่ รหัสตัวพยญั ชนะ ว หน้าเลขทะเบียนหนงั สือส่ง
ซ่ึงกาหนดเป็ นเลขท่ีหนงั สือเวียนโดยเฉพาะ เริ่มต้งั แตเ่ ลข 1 เรียงเป็นลาดบั ไปจนถึงสิ้นปี ปฏิทิน หรือใชเ้ ลขท่ีของหนงั สือทว่ั ไปตามแบบหนงั สือ
ภายนอกอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
หนังสือภาษาต่างประเทศ ให้ใช้กระดาษตราครุฑหนังสือที่เป็ นภาษาองั กฤษ ให้ทาตามแบบท่ีกาหนดไวใ้ นภาคผนวก สาหรับ
หนงั สือท่ีเป็ นภาษาอ่ืนๆ ซ่ึงมิใช่ภาษาองั กฤษ ใหเ้ ป็นไปตามประเพณีนิยม
การรับ – ส่งหนังสือ
หนังสือรับ คือ หนังสือทไ่ี ด้รับเข้ามาจากภายนอก ให้เจา้ หนา้ ที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางปฏิบตั ิตามที่กาหนดไว้
หนงั สือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก ให้ปฏิบัตติ ามที่กาหนดไว้
ช้ันความลบั ในหนงั สือราชการ
ระเบียบวา่ ดว้ ยการรักษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ. 2544 กาหนดวา่ ช้นั ความลบั ของขอ้ มลู ขา่ วสารลบั แบ่งออกเป็น 3 ช้นั คือ
ลบั ที่สุด (TOP SECRET) หมายความถึง ขอ้ มูลข่าวสารลบั ซ่ึงหากเปิ ดเผยท้งั หมดหรือเพียงบางส่วนจะก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ประโยชนแ์ ห่งรัฐอยา่ งร้ายแรงที่สุด
ลบั มาก (SECRET) หมายความถึง ขอ้ มูลขา่ วสารลบั ซ่ึงหากเปิ ดเผยท้งั หมดหรือเพียงบางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่ประโยชน์แห่งรัฐอยา่ งร้ายแรง
ลบั (CONFIDENTIAL) หมายความถึง ขอ้ มูลข่าวสารลบั ซ่ึงหากเปิ ดเผยท้งั หมดหรือเพียงบางส่วนจะก่อนให้เกิดความ
เสียหายแก่ประโยชนแ์ ห่งรัฐ
อายุการเกบ็ หนังสือ โดยปกติให้เก็บไวไ้ ม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนงั สือดงั ต่อไปนี้
1. หนังสือที่ต้องสงวนเป็ นความลบั ใหป้ ฏิบตั ิตามกฎหมาย ระเบียบว่าดว้ ยการรักษาความแห่งชาติหรือระเบียบวา่ ดว้ ยการรักษา
ความลบั ของทางราชการ
2. หนงั สือท่เี ป็ นหลกั ฐานทางอรรถคดีสานวนของศาลหรือของพนกั งานสอบสวนหรือหนงั สืออื่นใดที่ไดม้ ีกฎหมายหรือระเบียบ
แบบแผนกาหนดไวเ้ ป็ นพเิ ศษแลว้ การเก็บ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนวา่ ดว้ ยการน้นั
3. หนังสือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมีคุณค่าต่อการศึกษา คน้ ควา้ วิจยั ให้เก็บไวเ้ ป็ นหลกั ฐานสาคญั ทาง
ประวตั ิศาสตร์ของชาติตลอดไป หรือตามท่ีสานกั หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรกาหนด
ตราชื่อส่วนราชการ
1. เป็ นรูปวงกลม 2 วงซ้อนกนั เส้นผ่าศูนย์กลางวงนอก 4.5 ซ.ม. วงใน 3.5 ซ.ม.ลอ้ มครุฑระหว่างวงนอกและวงในมีอกั ษรไทย ซ่ึง
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออยา่ งอื่นที่ มีฐานะเป็ นกรมหรือจังหวดั อยู่ขอบล่างของตรา
2. ส่วนราชการใดท่ีมีการติดต่อกบั ต่างประเทศ จะให้มีชื่อภาษาต่างประเทศเพิ่มข้ึนดว้ ยก็ได้โดยให้อกั ษรไทยอยขู่ อบบนและอกั ษร
โรมนั อยขู่ อบล่างของตรา
พระราชบญั ญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537
แก้ไขเพมิ่ เตมิ ถงึ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552
ฉบบั ท่ี 1 ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 นายบญั ญตั ิ บรรทดั ฐาน
ประกาศ วนั ที่ 2 ธนั วาคม พ.ศ. 2537 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโอการ
บงั คบั ใช้ พ้นกาหนด 90 วนั (วนั ท่ี 2 มีนาคม พ.ศ. 2538
ฉบับที่ 2 ประกาศ วนั ท่ี 6 ธนั วาคม พ.ศ. 2552 นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ
บงั คบั ใช้ วนั ท่ี 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2552 ผรู้ ับสนองพระบรมราชโอการ
มี 2 หมวด 95 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวด 1 สภาตาบล
หมวด 2 องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
“หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความวา่ เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืนท่ีมีกฎหมายจดั ต้งั ข้ึน แต่ไม่
รวมถงึ องค์การบริหารส่วนจงั หวดั
“นายอาเภอ” หมายความรวมถึงปลดั อาเภอผเู้ ป็ นหวั หนา้ ประจากิ่งอาเภอดว้ ย
“ตาบล” หมายความวา่ ตาบลตามกฎหมายวา่ ดว้ ยลกั ษณะปกครองท้องท่ี ท่ีอยนู่ อกเขตหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ิน และใน
กรณีที่ตาบลใดมีพืน้ ที่อยู่ท้ังในและนอกเขตหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ิน ใหห้ มายความถึงเฉพาะพ้ืนท่ีท่ีอยนู่ อกเขตหน่วยการบริหาร
ราชการส่วนทอ้ งถิ่น
หมวด1 สภาตาบล
มาตรา 6 ในตาบลหน่ึงให้มีสภาตาบลสภาหน่ึงมีอานาจหนา้ ที่ตามพระราชบญั ญตั ิน้ีให้สภาตาบลมีฐานะเป็ นนิตบิ ุคคล
ส่วนที่ 1 สมาชิกสภาตาบล
มาตรา 7 สภาตาบลประกอบดว้ ยสมาชิกโดยตาแหน่งไดแ้ ก่ กานัน ผู้ใหญ่บ้านของทุกหมู่บ้านในตาบล และแพทย์ประจาตาบล และสมาชิกซ่ึง
ไดร้ ับเลือกต้งั จากราษฎรในแต่ละหมบู่ า้ นในตาบลน้นั เป็นสมาชิกสภาตาบลหมู่บ้านละ 1 คน
มาตรา 9 ผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั เป็ นสมาชิกสภาตาบลซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั ตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งห้ามดงั ตอ่ ไปน้ี
1) มีชื่อในทะเบียนบา้ นตามกฎหมายว่าดว้ ยการทะเบียนราษฎรในหมู่บา้ นของตาบลท่ีสมคั รรับเลือกต้งั เป็นเวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกว่า 1
ปี จนถึงวนั รับสมคั รเลอื กต้ัง
2) ไม่เป็ นผูม้ ีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพน้ จากตาแหน่งสมาชิกสภาตาบล เพราะเหตุท่ีมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางออ้ มใน
สญั ญาหรือกิจการที่กระทากบั สภาตาบลหรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินยงั ไม่ถงึ 5 ปี นับถงึ วนั รับสมัครเลอื กต้ัง
มาตรา 10 ให้นายอาเภอจดั ให้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาตาบลซ่ึงได้รับเลือกต้ังตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดในระเบียบของ
กระทรวงมหาดไทย
มาตรา 11 สมาชิกสภาตาบลซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั มีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วนั เลอื กต้ัง
มาตรา 12 นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ สมาชิกสภาตาบลซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั พน้ จากตาแหน่งดว้ ยเหตใุ ดเหตหุ น่ึง ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยยนื่ หนงั สือลาออกต่อนายอาเภอ
(3) นายอาเภอสง่ั ให้พน้ จากตาแหน่ง หรือมิไดอ้ ยปู่ ระจาในหมู่บา้ นท่ีไดร้ ับเลือกต้งั เป็ นเวลาติดต่อกันเกิน 6 เดือน หรือขาดการประชุม
สภาตาบลตดิ ต่อกนั 3 คร้ังโดยไม่มีเหตุผลอนั สมควร
(4) ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สงั่ ใหพ้ น้ จากตาแหน่ง เมื่อไดส้ อบสวนแลว้ ปรากฏวา่ บกพร่องในทางความประพฤติ
มาตรา 13 เม่ือตาแหน่งสมาชิกสภาตาบลซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั วา่ งลงเพราะครบวาระการดารงตาแหน่งให้มีการเลอื กต้ังภายใน 45 วนั นับแต่วันที่ครบ
วาระ
มาตรา 14 สมาชิกสภาตาบลซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั วา่ งลงเพราะเหตอุ ่ืน ให้มกี ารเลอื กต้ังภายใน 60 วนั
มาตรา 16 สภาตาบลมี กานนั เป็ นประธาน และมีรองประธานสภาทน่ี ายอาเภอแต่งต้ังจากสมาชิกสภาตาบลตามมติสภาตาบล
ให้มีการประชุมสภาตาบลไม่น้อยกว่าเดอื นละ 1 คร้ัง
มาตรา 19 สภาตาบลมีเลขานุการสภาตาบลคนหนึง่ ซ่ึงนายอาเภอแต่งต้ังจากขา้ ราชการท่ีปฏิบตั ิงานในตาบลน้นั
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
ส่วนท่ี 2 อานาจหน้าทีข่ องสภาตาบล
มาตรา 22 สภาตาบลมีอานาจหน้าท่ีในการพัฒนาตาบลตามแผนงานโครงการและงบประมาณของสภาตาบล เสนอแนะส่วนราชการในการ
บริหารราชการและพฒั นาตาบลปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของคณะกรรมการตาบล
มาตรา 23 ภายใตบ้ งั คบั แห่งกฎหมาย สภาตาบลอาจดาเนินกจิ การภายในตาบลดงั ต่อไปน้ี
(1) จดั ใหม้ ีน้าเพอื่ การอุปโภค บริโภค และการเกษตร
(2) จดั ให้มีและบารุงรักษาทางนา้ และทางบก
(3) จดั ให้มีและรักษาทางระบายน้า และรักษาความสะอาดของถนน
(4) คุม้ ครองดูแลและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
(5) บารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
(6) ส่งเสริมการพฒั นาสตรี เดก็ เยาวชน ผ้สู ูงอายุ และผู้พกิ าร
มาตรา 24 กานนั ผูใ้ หญ่บา้ น และแพทยป์ ระจาตาบลซ่ึงปฏิบตั ิหนา้ ที่ ต้องไม่เป็ นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในกรณีที่กานัน
ผใู้ หญ่บา้ น หรือแพทยป์ ระจาตาบลกระทาการฝ่าฝืน ให้ผ้วู ่าราชการจงั หวดั ส่ังให้บุคคลดงั กล่าวออกจากตาแหน่ง
มาตรา 27 ให้ประธานสภาตาบลเป็ นผู้รับผิดชอบดาเนินกิจการตามมติของสภาตาบลในการทานิติกรรมของสภาตาบล ให้ประธานสภาตาบล
เลขานุการสภาตาบลและสมาชิกสภาตาบลอีกหน่ึงคนร่วมกันมีอานาจกระทาการแทนสภาตาบล ท้งั น้ี ให้เป็ นไปตามระเบียบของ
กระทรวงมหาดไทย
มาตรา 28 สภาตาบลอาจทากิจการนอกเขต
เมื่อได้รับความเหน็ ชอบจากผ้วู ่าราชการจังหวดั
ได้รับความยนิ ยอมจากสภาตาบลองคก์ ารบริหารส่วนตาบล องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินที่
เกี่ยวขอ้ ง
กิจการน้นั เป็ นกิจการท่ีจาเป็ นต้องทาและเกี่ยวเนื่องกบั กิจการที่อยใู่ นอานาจหนา้ ท่ีของตน
ส่วนที่ 3 รายได้และรายจ่ายของสภาตาบล
มาตรา 29 สภาตาบลมีรายไดซ้ ่ึงองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จดั สรรให้
มาตรา 30 ทุกปี งบประมาณให้รัฐบาลจัดสรรเงนิ ให้แก่สภาตาบลเป็ นเงนิ อดุ หนุน
มาตรา 31 สภาตาบลอาจมีรายได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินของสภาตาบล
(2) รายไดจ้ ากสาธารณูปโภคของสภาตาบล
(3) เงินและทรัพยส์ ินอ่ืนท่ีมีผอู้ ุทิศให้
(4) เงินอดุ หนุนและรายไดอ้ ื่นตามท่ีรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจดั สรรให้
(5) รายไดอ้ ื่นตามที่จะมีกฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นของสภาตาบล
มาตรา 32 รายไดข้ องสภาตาบล ให้ไดร้ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ งเสียภาษี โดยตราเป็ นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลรัษฎากร และไม่ต้องนาส่งคลงั เป็ น
รายได้แผ่นดนิ
มาตรา 34 เงินค่าตอบแทนประธานสภาตาบล รองประธานสภาตาบล สมาชิกสภาตาบลและเลขานุการสภาตาบล ให้เป็ นไปตามระเบียบของ
กระทรวงมหาดไทย
มาตรา 35 เมื่อสภาตาบลจดั ทาร่างขอ้ บงั คบั งบประมาณรายจ่ายประจาปี หรือร่างข้อบงั คบั งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ให้เสนอ
นายอาเภอเพอื่ อนุมัติ
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
ส่วนที่ 4 การกากบั ดูแลสภาตาบล
มาตรา 38 นายอาเภอมอี านาจกากบั ดูแลการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของสภาตาบลใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของทางราชการ
หมวด 2 องค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 40 สภาตาบลท่ีมีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปี งบประมาณท่ีล่วงมาติดต่อกนั 3 ปี เฉลี่ยไม่ต่ากว่าปี ละ 150,000 บาทหรือตามเกณฑ์
รายไดเ้ ฉลี่ยอาจจดั ต้งั เป็ นองคก์ ารบริหารส่วนตาบลได้ โดยทาเป็ นประกาศของกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 41 ให้กระทรวงมหาดไทยดาเนินการประกาศยุบสภาตาบลท้ังหมด และองคก์ ารบริหารส่วนตาบลใดท่ีมีจานวนประชากรไม่ถึง 2,000
คน โดยให้รวมพนื้ ท่ีเข้ากบั องคก์ ารบริหารส่วนตาบลอื่นหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถ่ินท่ีมีเขตติดต่อกนั ภายในเขตอาเภอเดียวกนั
ภายใน 90 วนั นบั แต่วนั ที่มเี หตุดงั กล่าว
มาตรา 43 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลมฐี านะเป็ นนติ บิ ุคคลและเป็ นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
มาตรา 44 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลประกอบดว้ ยสภาองค์การบริหารส่วนตาบลและนายกองค์การบริหารส่วนตาบล
ส่วนที่ 1 สภาองค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 45 สภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลประกอบดว้ ยสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลจานวนหมู่บ้านละ 2 คน
มาตรา 46 สภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีอานาจหนา้ ที่ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ให้ความเหน็ ชอบแผนพฒั นา
(2) พจิ ารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบญั ญตั ิ
(3) ควบคุมการปฏบิ ตั ิงาน
มาตรา 47 ผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั ตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไมม่ ีลกั ษณะตอ้ งหา้ มดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) มีช่ือในทะเบียนบา้ นในหม่บู า้ นของตาบลท่ีสมคั รเป็นเวลาติดตอ่ กนั ไม่น้อยกว่า 1 ปี จนถึงวนั รับสมคั รเลอื กต้ัง
(2) ไม่เป็นผมู้ ีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพน้ จากตาแหน่ง เพราะเหตุมีส่วนไดเ้ สียไม่วา่ ทางตรงหรือทางออ้ ม ยงั ไม่ถึง 5 ปี นับถึงวนั รับ
สมคั รเลอื กต้ัง
มาตรา 48 สภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีประธานสภาและรองประธานสภาคนหน่ึง ซ่ึงเลือกจากสมาชิสภาองคากรบริหารส่วนตาบล ให้
นายอาเภอแต่งต้ังประธานและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตาบลตามมติของสภาองค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 53 ในปี หน่ึงใหม้ ีสมยั ประชุมสามัญ 2 สมัยหรือหลายสมัยแลว้ แตส่ ภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลจะกาหนด แต่ต้องไม่เกนิ 4 สมัย ใหส้ ภา
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลกาหนดวนั ในการประชุม
สมัย ผู้เรียกประชุม ผู้ขยายประชุม จานวนวนั
คร้ังแรก นายอาเภอ - ภายใน 15 วนั
สามญั ประธานสภา นายอาเภอ ไมเ่ กิน 15 วนั
วสิ ามัญ นายอาเภอ นายอาเภอ ไมเ่ กิน 15 วนั
ส่วนท่ี 2 นายกองค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 58 นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลคนหน่ึงซ่ึงมาจากการเลอื กต้ังโดยตรงของประชาชน
- ผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั เป็นนายกตอ้ งมีคุณสมบตั ิและไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ ม
(1) มีอายไุ ม่ต่ากว่า 30 ปี บริบูรณ์ในวนั เลือกต้งั
(2) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า หรือเคยเป็ นสมาชิกสภาตาบล สมาชิกสภาทอ้ งถ่ิน
ผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
(3) ไม่เป็ นผูม้ ีพฤติกรรมในทางทจุ ริตหรือพน้ จากตาแหน่งสมาชิกสภาตาบลเพราะเหตุท่ีมีส่วนไดเ้ สียไมว่ า่ โดยทางตรงหรือ
ทางออ้ มยงั ไม่ถงึ 5 ปี นับถึงวนั รับสมัครเลอื กต้ัง
มาตรา 59 นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีอานาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปน้ี
(1) กาหนดนโยบายโดยไมข่ ดั ต่อกฎหมาย
(2) สั่ง อนุญาต และอนุมัติ
(3) แต่งต้ังและถอดถอนรองนายกและเลขานุการนายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(4) วางระเบียบเพอ่ื ให้งานขององคก์ ารบริหารส่วนตาบลเป็นไปดว้ ยความเรียบร้อย
(5) รักษาการใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บญั ญตั ิองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(6) ปฏิบตั หิ น้าที่อน่ื ตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ีและกฎหมายอ่ืน
มาตรา 60 การมอบอานาจ ให้ทาเป็ นหนังสือ ถา้ มอบอานาจให้ปลดั คาเป็ นคาสั่ง และประกาศใหป้ ระชาชนทราบ
ส่วนที่ 3 อานาจหน้าทข่ี ององค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 67 องคก์ ารบริหารส่วนตาบล มีหนา้ ที่ต้องทาในเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบล ดงั น้ี
(1) จดั ให้มีและบารุงรักษาทางน้าและทางบก
(2) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้า และท่ีสาธารณะ รวมท้งั กาจดั มลู ฝอยและส่ิงปฏิกูล
(3) ป้ องกนั โรคและระงบั โรคติดตอ่
(4) ป้ องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
(6) ส่งเสริมการพฒั นาสตรี เด็ก เยาวชน ผสู้ ูงอายุ และผพู้ กิ าร
(7) คุม้ ครอง ดูแล และบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
(8) บารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และวฒั นธรรมอนั ดีของทอ้ งถิ่น
(9) ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอ่ืนตามที่ทางราชการมอบหมาย
มาตรา 68 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลอาจจดั ทากจิ การในเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบล ดงั น้ี
(1) ให้มีน้าเพื่อการอปุ โภค บริโภค และการเกษตร
(2) ใหม้ ีและบารุงการไฟฟ้ าหรือแสงสวา่ งโดยวธิ ีอื่น
(3) ใหม้ ีและบารุงรักษาทางระบายน้า
(4) ใหม้ ีและบารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพกั ผอ่ นหยอ่ นใจและสวนสาธารณะ
(5) ใหม้ ีและเสริมกลุ่มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
(6) ส่งเสริมใหม้ ีอุตสาหกรรมในครอบครัว
(7) บารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
(8) การคุม้ ครองดูแลและรักษาทรัพยส์ ินอนั เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน
(9) หาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ินขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และทา่ ขา้ ม
(11) กิจการเกี่ยวกบั การพาณิชย์
(12) การทอ่ งเที่ยว
(13) การผงั เมือง
มาตรา 69 การปฏิบตั ิงานตามอานาจหนา้ ท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนตาบลตอ้ งเป็นไปเพอื่ ประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วธิ กี ารบริหารกจิ การ
บ้านเมืองที่ดี และให้คานงึ ถึงการมสี ่วนร่วมของประชาชนในการจัดทาแผนพฒั นาองค์การบริหารส่วนตาบล
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถิ่น
มาตรา 71 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลอาจออกขอ้ บญั ญตั ิ เพอื่ ใชบ้ งั คบั ในเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบลได้ หรือเมื่อมีกฎหมายบญั ญตั ิให้องคก์ าร
บริหารส่วนตาบลออกขอ้ บญั ญตั ิหรือใหม้ ีอานาจออกขอ้ บญั ญตั ิ ในการน้ีจะกาหนดค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บและกาหนดโทษปรับผฝู้ ่ าฝืนดว้ ย
กไ็ ด้ แต่มใิ ห้กาหนดโทษปรับเกนิ 1,000 บาท
มาตรา 73 องคก์ ารบริการส่วนตาบลอาจทากิจการนอกเขตองคก์ ารบริหารส่วนตาบล เม่ือได้รับความยนิ ยอมจากสภาตาบล และกิจการน้นั เป็ น
กจิ การทจ่ี าเป็ นต้องทาหรือเป็ นการเกยี่ วเนื่องกบั กจิ การที่อย่ใู นอานาจหน้าที่ของตน
ส่วนที่ 4 รายได้และรายจ่ายขององค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 74 ภาษีบารุงทอ้ งท่ี ภาษีโรงเรียนและที่ดิน ภาษีป้ าย อากรการฆา่ สตั วแ์ ละคา่ ธรรมเนียมรวมถึงผลประโยชน์อ่ืนอนั เกิดจากการฆา่ สตั ว์
ม า ต ร า 7 6 มี อ า น า จ อ อ ก ข้ อ บั ญ ญั ติ อ ง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ต า บ ล เ พ่ื อ เ ก็ บ ภ า ษี อ า ก ร แ ล ะ ค่ า ธ ร ร ม เ นี ย ม เ พ่ิ ม ข้ึ น
ไม่เกนิ ร้อยละ 10 ของภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ดงั ต่อไปน้ี
(1) ภาษีธุรกิจ
(2) คา่ ธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา
(3) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนนั
มาตรา 77 รายไดจ้ ากค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าดว้ ยน้าบาดาล เงินอากรประทานบตั รใบอนุญาตและอาชญาบตั รตามกฎหมายว่าด้วยการ
ประมง
มาตรา 78 คา่ ภาคหลวงแร่ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยแร่ และคา่ ภาคหลวงปิ โตรเลียมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยปิ โตรเลียม
มาตรา 82 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลอาจมีรายได้ ดงั ต่อไปน้ี
(1) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(2) รายไดจ้ ากสาธารณูปโภคขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(3) รายไดจ้ ากิจการเก่ียวกบั การพาณิชยข์ ององคก์ ารบริหารส่วนตาบล
(4) ค่าธรรมเนียม คา่ ใบอนุญาต และคา่ ปรับ ตามที่จะมีกฎหมายกาหนดไว้
(5) เงินและทรัพยส์ ินอ่ืนท่ีมีผอู้ ุทิศให้
(6) รายไดอ้ ื่นตามท่ีรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจดั สรรให้
(7) เงินอดุ หนุนจากรัฐบาล
(8) รายไดอ้ ื่นตามท่ีจะมีกฎหมายกาหนดให้เป็นขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล
มาตรา 83 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลอาจกู้เงินจากกระทรวง ทบวง กรม องค์การหรือนิติบุคคลต่างๆ ได้ เมื่อไดร้ ับอนุญาตจากสภาองค์การ
บริหารส่วนตาบล ให้เป็ นไปตามระเบยี บของกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 84 รายไดข้ ององคก์ ารบริหารส่วนตาบล ใหไ้ ดร้ ับยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียภาษีโดยการตราเป็ นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลรัษฎากร
ส่วนท่ี 5 การกากบั ดูแลองค์การบริหารส่วนตาบล
มาตรา 90 ให้นายอาเภอมีอานาจกากบั ดแู ลการปฏิบัตหิ น้าท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนตาบลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของทาง
ราชการ ผู้ใดปฏบิ ัตกิ ารในทางท่ีอาจเป็ นการเสียหายนายอาเภอได้ชีแ้ จงแนะนาตักเตือนแล้วไม่ปฏบิ ัตติ าม ให้นายอาเภอมีอานาจออกคาสั่งระงับ
การปฏิบัตริ าชการ แลว้ ให้รีบรายงานผู้ว่าราชการจังหวดั ทรายภายใน 15 วนั เพอื่ ให้ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั วนิ ิจฉยั สงั่ การตามท่ีเห็นสมควรโดยเร็ว
พระราชบัญญตั ิการอานวยความสะดวกในการพจิ ารณาอนุญาตของทางราชการ
พ.ศ.2558
ประกาศ วนั ท่ี 22 มกราคม พ.ศ.2558
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
บงั คบั ใช้ เม่ือพน้ กาหนด 180 วนั (ณ 21 กรกฎาคม 2558)
ยกเว้นมาตรา 17 มผี ลบงั คบั ใช้ต้ังแต่วนั ประกาศ วนั ท่ี 22 มกราคม 2558
ตราขนึ้ โดยคาแนะนาและยนิ ยอมของสภานิติบญั ญตั ิ
อธิบายจุดประสงค์ของ พรบ. ฉบบั นี้ แบบเข้าใจง่ายก่อนเข้าตวั บทกฎหมาย
ปัจจุบนั การติดต่อขออนุญาตดาเนินการต่างๆ จะตอ้ งติดต่อกบั ส่วนราชการหลายแห่ง รวมท้งั มีกฎหมายวา่ ดว้ ยการอนุญาตจานวน
มากและบางฉบบั ก็ไม่ไดก้ าหนดระยะเวลา เอกสารและหลกั ฐานท่ีจาเป็ นตอ้ งใช้ และข้นั ตอนในการพิจารณาไวอ้ ยา่ งชดั เจน ทาให้เกิดความ
คลุมเครือ ไม่ชดั เจน เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชน
ดงั น้นั เพ่ืออานวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ประชาชน จึงไดม้ ีการตราพระราชบญั ญตั ิการอานวยความสะดวกในการพิจารณา
อนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ข้ึน ซ่ึงเป็ นเสมือนกฎหมายกลาง ท่ีจะกาหนดข้นั ตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต การจดั ให้มี
ช่องทางในการรับคาขอ ณ จดุ เดียว และให้ข้อมูลทชี่ ัดเจนเกยี่ วกบั การขออนุญาตกบั ประชาชนและส่ิงท่ีประชาชนจะไดเ้ ห็นถึงความเปล่ียนแปลง
เม่ือมี พรบ. ฉบบั น้ี ไดแ้ ก่
1. เม่ือไปติดต่อขอรับบริการตามหน่วยราชการต่างๆ จะพบกบั “คู่มือสาหรับประชาชน” ที่จะทาให้ประชาชนผูร้ ับบริการทราบถึง
วธิ ีการยืน่ คาขอข้ันตอนและระยะเวลาในการพจิ ารณา เอกสารหลักฐานท่ีต้องใช้ย่นื พร้อมคาขอ และ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะปิ ดประกาศไวใ้ ห้
เห็น ส่ิงเหล่าน้ีทาให้การปฏิบตั ิราชการมีความชุดเจน โปร่งใส ไม่คลุมเครือ ดว้ ยการลดการใช้ดุลพินิจของเจา้ หน้าที่ รวมท้งั จะอานวยความ
สะดวกประชาชนให้สามารถยน่ื คาขอผา่ นทาง “สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์” แทนการยนื่ คาขอดว้ ยตนเองได้
2. ในการรับคาขอเจา้ หน้าท่ีผูร้ ับคาขอจะตอ้ งตรวจสอบคาขอและเอกสารให้ถูกตอ้ งครบถ้วนหากพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องหรือขาด
เอกสารใด ต้องรีบแจ้งให้ประชาชนผู้มารับบริการทันที หากไม่สามารถแก้ไขเพม่ิ เติมได้ในขณะน้ัน ต้องบันทึกข้อมูลและเอกสารหลกั ฐานที่ต้อง
ยนื่ เพ่มิ เติม พร้อมกาหนดเวลาท่ปี ระชาชนผู้รับบริการต้องดาเนนิ การไว้ด้วย ซ่ึงเจา้ หน้าที่จะสามารถขอเอกสารเพมิ่ เติมไดเ้ พยี งคร้ังเดียวน้นั เพ่ือ
เป็ นการลดความล่าชา้ ในเรื่องการพิจารณาเอกสารของเจา้ หน้าท่ีลง
3. การพิจารณาคาขอของหน่วยงานราชการต้องดาเนินการให้เสร็จตามท่ีไดป้ ระกาศไว้ ในคู่มือสาหรับประชาชน และต้องแจ้งให้
ประชาชนผ้รุ ับบริการทราบภายใน 7 วนั หากไม่สามารถพจิ ารณาเสร็จภายในกาหนด กต็ ้องแจ้งเป็ นหนงั สือให้ประชาชนผู้รับบริการทราบด้วย
และ ประการสุดท้าย จะพฒั นาศูนยบ์ ริการร่วมของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ดาเนินการอยแู่ ลว้ ให้สามารถรับคาขออนุญาตหลายๆ งาน
บริการภายใตก้ ระทรวงเดียวกันได้ และในระยะต่อไปจะพฒั นาไปสู่การจดั ต้งั ศูนยร์ ับคาขออนุญาตเพ่ือเป็ นศูนยก์ ลางในการรับคาขอท่ี
ประชาชนสามารถยนื่ คาขอเอกสารหลกั ฐาน คา่ ธรรมเนียม ณ ศนู ยร์ ับคาขอแทนหน่วยงานผอู้ นุญาตได้
นอกจากน้ี หน่วยงานราชการยงั ตอ้ งทบทวนกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การอนุญาตทุก 5 ปี หาแนวทางในการต่ออายุใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ
และเม่อื มกี ารออกใบอนุญาตแล้ว จะตอ้ งมีการตรวจสอบวา่ การดาเนินกิจการเหล่าน้นั ไมส่ ร้างความเดือนร้อนใหก้ บั ประชาชนดว้ ย
พระราชบัญญตั ริ ะเบียบบริหารราชการเมืองพทั ยา พ.ศ. 2542
แก้ไขเพม่ิ เติมถงึ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2552
ฉบับท่ี 1 ประกาศ วนั ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
บงั คบั ใช้ วนั ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ฉบบั ที่ 2 ประกาศ วนั ท่ี 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บงั คบั ใช้ วนั ท่ี 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มี 7 หมวด 106 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวดที่ 1 การจดั ต้งั เมืองพทั ยา
หมวดที่ 2 การบริหารเมืองพทั ยา
หมวดที่ 3 ระเบียบบริหารราชการเมืองพทั ยา
หมวดท่ี 4 อานาจหนา้ ที่ของเมืองพทั ยา
หมวดท่ี 5 ขอ้ บญั ญตั ิเมืองพทั ยา
หมวดที่ 6 รายไดแ้ ละรายจ่าย
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
หมวดท่ี 7 การกากบั ดูแล
บทเฉพาะกาล
มาตรา 5 ในพระราชบญั ญตั ิน้ี
“สมาชิก” หมายความวา่ สมาชิกสภาเมอื งพทั ยา
“ขอ้ บญั ญตั ิ” หมายความวา่ ข้อบญั ญตั เิ มืองพทั ยา
“ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ” หมายความวา่ ผู้ว่าราชการจังหวดั ชลบุรี
“รัฐมนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
หมวด 1 การจดั ต้ังเมอื งพทั ยา
มาตรา 7 ให้จดั ต้งั เมืองพทั ยาเป็ นองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ มอี าณาเขตตามเขตเมืองพทั ยาท่ีมีอยใู่ นวนั ก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
- ใหเ้ มืองพทั ยามีฐานะเป็ นนิตบิ ุคคล
- การแกไ้ ขเปล่ียนแปลงเขตเมืองพทั ยาให้ตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า
หมวด 2 การบริหารเมืองพทั ยา
มาตรา 8 การบริหารเมืองพทั ยา ประกอบดว้ ย
(1) สภาเมืองพทั ยา
(2) นายกเมืองพทั ยา
ส่วนท่ี 1 สภาเมอื งพทั ยา
มาตรา 9 สภาเมืองพทั ยาประกอบดว้ ยสมาชิก จานวน 24 คน ซ่ึงเลือกต้งั โดยราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั ในเขตเมืองพทั ยา
มาตรา 10 บคุ คลผมู้ ีคุณสมบตั ิดงั ตอ่ ไปน้ี เป็นผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั สมาชิก
(1) มีสญั ชาติไทย แต่บุคคลที่แปลงสญั ชาติตอ้ งไดส้ ญั ชาติไทยมาแลว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
(2) มีอายุไม่ตา่ กว่า 18 ปี บริบรู ณ์ในวนั ที่ 1 มกราคมของปี ที่มีการเลือกต้งั
(3) มีช่ืออยใู่ นทะเบียนบา้ นในเขตเป็นเวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกว่า 180 วนั นบั ถึงวนั เลอื กต้ัง
มาตรา 11 บุคคลตอ้ งหา้ มมิใหใ้ ชส้ ิทธิเลือกต้งั
(1) วกิ ลจริตหรือจิตฟั่นเฟื อนไม่สมประกอบ
(2) เป็นภิกษุ สามเณร นกั พรต หรือนกั บวช
(3) ตอ้ งคุมขงั อยโู่ ดยหมายของศาลหรือโดยคาสงั่ ท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย
(4) อยใู่ นระหวา่ งถูกเพิกถอนสิทธิเลือกต้งั
มาตรา 12 ผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั เป็นสมาชิก
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกดิ
(2) มีอายไุ ม่ต่ากว่า 25 ปี บริบรู ณ์ในวนั เลือกต้งั
(3) มีช่ืออยใู่ นทะเบียนบา้ นในเขตเมืองพทั ยาเป็ นเวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกว่า 1 ปี นบั ถึงวนั สมคั รรับเลือกต้งั และได้เสียภาษตี ามกฎหมายว่า
ด้วยภาษโี รงเรือนและทีด่ นิ หรือกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษีบารุงทอ้ งท่ีใหเ้ มืองพทั ยาในปี ที่สมคั รหรือในปี ก่อนปี ทส่ี มคั ร 1 ปี
มาตรา 15 อายขุ องสภาเมืองพทั ยามีกาหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วนั เลอื กต้ัง
มาตรา 19 สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อ
(1) ตาย หรือลาออกโดยยน่ื หนังสือลาออกต่อประธานสภาเมืองพทั ยา
(2) ขาดประชุมสภาเมืองพทั ยา 3 คร้ังติดต่อกนั โดยไม่มเี หตุผลอนั สมควร
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
(3) สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ให้เสนอ ด้วยมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
(4) ราษฎรถอดถอน ด้วยมติ 3 ใน 4
มาตรา 22 ใหส้ ภาเมืองพทั ยาเลือกสมาชิกเป็ นประธานสภาเมืองพทั ยา 1 คนและรองประธานสภาเมืองพทั ยาจานวน 2 คน แล้วเสนอผ้วู ่าราชการ
จงั หวดั แต่งต้ัง
มาตรา 27 ประธานสภาเมืองพทั ยาอาจแต่งต้งั เลขานุการประธานสภาเมืองพทั ยาและผชู้ ่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพทั ยา ไม่เกินจานวนรอง
ประธานสภาเมืองพทั ยาเพ่ือช่วยเหลือกิจการตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
มาตรา 28 ให้ปลดั เมืองพทั ยาทาหนา้ ที่เลขานุการสภาเมืองพทั ยา มีหน้าที่รับผดิ ชอบงานธุรการและการจัดประชุมและงานอืน่ ใดตามทส่ี ภาเมือง
พทั ยามอบหมาย
มาตรา 29 ในปี ปฏิทินหน่ึงให้มีสมยั ประชุมสามญั ของสภาเมืองพทั ยาไม่น้อยกว่า 2 สมยั แต่ตอ้ งไม่เกนิ 4 สมัย จานวนสมยั ประชุมสามญั และวนั
เร่ิมสมยั ประชุมสามญั ประจาปี แต่ละสมยั ให้สภาเมืองพทั ยา
สมัย การประชุมสภาเมอื งพทั ยา จานวนวนั
คร้ังแรก ผู้เรียกประชุม ภายใน 15 วนั
สามัญ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
วสิ ามัญ 30 วนั
- 15 วนั
ประธานสภา
ส่วนท่ี 2 นายกเมืองพทั ยา
มาตรา 41 ให้เมืองพทั ยามีนายกเมืองพทั ยาคนหน่ึงซ่ึงเลือกต้งั โดยราษฎรผมู้ ีสิทธิเลือกต้งั ในเขตการเลอื กต้ังนายกเมืองพทั ยาให้กระทาโดยวิธี
ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั
มาตรา 43 บคุ คลผมู้ ีคุณสมบตั ิดงั ตอ่ ไปน้ี เป็นผมู้ ีสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั เป็นนายกเมืองพทั ยา
(1) มสี ัญชาติไทยโดยการเกดิ
(2) มีอายไุ ม่ต่ากว่า 30 ปี บริบูรณ์ในวนั เลือกต้งั
(3) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเทา่
(4) มีช่ืออยใู่ นทะเบียนบา้ นในเขตเมืองพทั ยาเป็นเวลาติดต่อกนั ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถงึ วนั สมัครรับเลอื กต้ัง หรือเป็ นผูม้ ีชื่ออยใู่ นทะเบียน
บา้ นในเขตเมืองพทั ยาในวนั สมคั รรับเลือกต้งั และไดเ้ สียภาษีตามกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษีบารุงทอ้ งท่ี
มาตรา 45 นายกเมืองพทั ยามีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราวละ 4 ปี นบั แตว่ นั เลือกต้งั แต่จะดารงตาแหน่งติดตอ่ กนั เกิน 2 วาระไมไ่ ด้
- เมื่อพน้ จากตาแหน่ง จดั ใหม้ ีการเลือกต้งั ข้ึนใหมภ่ ายใน 45 วนั
มาตรา 48 นายกเมืองพทั ยามีอานาจหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) กาหนดนโยบายและรับผดิ ชอบในการบริหารราชการของเมืองพทั ยา
(2) ส่ัง อนุญาต และอนุมตั ิเก่ียวกบั ราชการของเมืองพทั ยา
(3) แต่งต้ังและถอดถอนรองนายกเมืองพทั ยา เลขานุการนายกเมืองพทั ยา ผูช้ ่วยเลขานุการนายกเมืองพทั ยา ประธานท่ีปรึกษา ท่ีปรึกษา
หรือคณะท่ีปรึกษา
(4) วางระเบยี บเพ่ือใหง้ านของเมืองพทั ยาเป็นไปดว้ ยความเรียบร้อย
(5) ปฏิบตั ิหน้าท่ีอน่ื ตามท่ีมอบหมาย
มาตรา 52 นายกเมืองพทั ยาอาจแต่งต้งั เลขานุการนายกเมืองพทั ยาและผชู้ ่วยเลขานุการนายกเมืองพทั ยาไม่เกนิ จานวนรองนายกเมืองพทั ยา และ
อาจแตง่ ต้งั ผทู้ รงคุณวฒุ ิเป็นประธานท่ีปรึกษาและท่ีปรึกษาได้จานวนรวมกนั แล้วไม่เกนิ 5 คน
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
มาตรา 53 เงินเดือน เงินประจาตาแหน่ง และประโยชนต์ อบแทนอยา่ งอ่ืนของนายกเมืองพทั ยารองนายกเมืองพทั ยา เลขานุการนายกเมืองพทั ยา
ผชู้ ่วยเลขานุการนายกเมืองพทั ยา ประธานที่ปรึกษาหรือท่ีปรึกษา ให้ปรึกษาไปตามท่กี าหนดในพระราชกฤษฎกี า
หมวด 3 ระเบียบบริหารราชการเมอื งพัทยา
มาตรา 54 ให้นายกเมืองพทั ยาควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารกจิ การของเมอื งพทั ยาและเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาพนกั งานเมืองพทั ยาและลูกจา้ ง
เมืองพทั ยา
มาตรา 55 เมืองพทั ยาแบ่งส่วนราชการดงั ต่อไปน้ี
(1) สานักปลดั เมืองพทั ยา
(2) ส่วนราชการอื่น ตามท่ีนายกเมืองพทั ยาประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 56 ให้มีปลดั เมืองพทั ยาคนหน่ึงเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาพนักงานเมืองพทั ยาและลูกจา้ งเมืองพทั ยารองจากนายกเมืองพทั ยา และ รับผดิ ชอบ
ควบคมุ ดแู ลราชการประจาของเมืองพทั ยา
มาตรา 58 การสงั่ อนุมตั ิ อนุญาต ให้ทาเป็ นหนังสือ แตถ่ ้ามอบหมายปลดั ให้ทาเป็ นคาส่ัง
หมวด 4 อานาจหน้าทเ่ี มอื งพทั ยา
มาตรา 62 เมืองพทั ยามีอานาจหน้าท่ีดาเนนิ การ ในเขตดงั ต่อไปนี้
(1) การรักษาความสงบเรียบร้อย
(2) การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
(3) การคุม้ ครองและดูแลรักษาทรัพยส์ ินอนั เป็นสาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน
(4) การวางผงั เมืองและการควบคุมการก่อสร้าง
(5) การจดั การเกี่ยวกบั ที่อยอู่ าศยั และการปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม
(6) การจดั การจราจร
(7) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบา้ นเมือง
(8) การกาจดั มลู ฝอยและสิ่งปฏิกูล และการบาบดั น้าเสีย
(9) การจดั ให้มีน้าสะอาดหรือการประปา
(10) การจดั ให้มีการควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ และที่จอดรถ
(11) การควบคุมอนามยั และความปลอดภยั ในร้านจาหน่ายอาหาร
(12) การควบคุมและส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว
(13) การบารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น และวฒั นธรรมอนั ดี
(14) อานาจหนา้ ที่อื่นตามท่ีกฎหมาย
มาตรา 63 ในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีตามวรรคหน่ึงใหม้ ีอานาจดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) เขา้ ไปในอาคารหรือบริเวณที่ต้งั อาคารที่มีเหตุอนั ควรสงสยั วา่ มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตามกฎหมายหรือขอ้ บญั ญตั ิ ในเวลาระหว่าง
พระอาทติ ย์ขนึ้ ถึงพระอาทติ ย์ตกหรือในเวลาทาการของสถานที่น้นั (จุดออกขอ้ สอบ....)
(2) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงเก่ียวขอ้ งกบั การกระทาท่ีมีเหตุอนั ควรสงสยั วา่ มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ิตาม
กฎหมายหรือขอ้ บญั ญตั ิ
(3) ยดึ หรืออายดั เอกสาร หลกั ฐาน หรือสิ่งใดๆ เพอ่ื ใช้เป็ นหลกั ฐานในการดาเนนิ คดี
(4) จบั กมุ ผู้กระทาความผดิ ตามกฎหมาย หรือข้อบัญญตั ิเพอื่ ดาเนินคดี
มาตรา 65 เมืองพทั ยาอาจดาเนินการนอกเขตเมืองพัทยา เมื่อการน้นั จาเป็ นตอ้ งทาและเป็ นการที่เก่ียวเน่ืองกบั กิจการท่ีดาเนินการตามอานาจ
หนา้ ที่ท่ีอยภู่ ายในเขตเมืองพทั ยา หรือเป็นประโยชน์แก่เมืองพทั ยา
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
- การดาเนินกิจการตอ้ งได้รับความเห็นชอบจากสภาเมืองพทั ยา และได้รับความยนิ ยอมจากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท่ีจะเขา้ ไป
ดาเนินการ
มาตรา 69 เมืองพทั ยาอาจร่วมกบั หน่วยราชการ หรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น จดั ต้งั องคก์ ารข้ึนเรียกว่า สหการ มฐี านะเป็ นนิตบิ ุคคล เพ่ือทา
กิจการใดอนั อยภู่ ายใตอ้ านาจหนา้ ท่ีของเมืองพทั ยาได้
- การจัดต้ังสหการจะทาได้โดยตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า โดยระบุช่ือ อานาจหนา้ ที่และวธิ ีการบริการและการดาเนินงานไว้ และเมื่อจะ
ยุบเลกิ สหการ ให้ตราเป็ นพระราชกฤษฎกี า โดยระบุวธิ จี ดั การทรัพย์สินไว้ด้วย
หมวด 5 ข้อบญั ญัติเมืองพทั ยา
มาตรา 70 เมืองพทั ยามีอานาจตราขอ้ บญั ญตั ิโดยไม่ขดั หรือแยง้ ตอ่ กฎหมายในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) การปฏิบตั ิให้เป็นไปตามอานาจหนา้ ท่ีของเมืองพทั ยา
(2) เมื่อมีกฎหมายบญั ญตั ิให้เมืองพทั ยามีอานาจตราขอ้ บญั ญตั ิได้
(3) การให้บริการโดยมีคา่ ตอบแทน
(4) การพาณิชย์
(5) การคลงั การงบประมาณ การเงิน ทรัพยส์ ิน การจดั หาผลประโยชน์จากทรัพยส์ ิน การจา้ งและการพสั ดุ
มาตรา 73 ร่างขอ้ บญั ญตั ิใด ท่ีสภาเมืองพทั ยาไม่เหน็ ชอบด้วยให้เป็ นอันตกไปร่างขอ้ บญั ญตั ิที่ตกจะเสนอใหม่ได้เม่ือพ้น 180 วนั นับแต่วนั ท่ีร่าง
ข้อบัญญตั ิน้ันตกไป
มาตรา 75 ร่างขอ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายประจาปี และร่างขอ้ บญั ญตั ิงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมสภาเมืองพทั ยาจะตอ้ งพจิ ารณาให้เสร็จภายใน
45 วนั
มาตรา 77 ภายใน 7 วนั นบั แตว่ นั ที่สภาเมืองพทั ยามีมติเห็นชอบดว้ ยกบั ร่างขอ้ บญั ญตั ิใดให้ประธานสภาเมืองพทั ยาส่งร่างขอ้ บญั ญตั ิน้นั ให้ผู้ว่า
ราชการจังหวดั พจิ ารณา
หมวด 6 รายได้และรายจ่าย
มาตรา 80 ภาษีบารุงทอ้ งท่ี ภาษีโรงเรือนและท่ีดิน ภาษีป้ าย และอากรการฆ่าสตั วแ์ ละค่าธรรมเนียมรวมถึงผลประโยชน์อ่ืนอนั เกิดจากการฆ่า
สตั ว์ ในเขตเมืองพทั ยา ให้เมืองพทั ยาจดั เกบ็ เป็ นรายไดข้ องเมืองพทั ยาตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการน้นั
มาตรา 82 เมืองพทั ยามีอานาจออกขอ้ บญั ญตั ิเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพิ่มข้ึนไม่เกินร้อยละ 10 ของภาษีอากรและค่าธรรมเนียมประเภท
ใดประเภทหน่ึงหรือทกุ ประเภท ดงั ต่อไปน้ี
(1) ภาษธี ุรกจิ ซ่ึงสถานประกอบการอยใู่ นเขตเมืองพทั ยา
(2) คา่ ธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ซ่ึงร้านขายสุราอยใู่ นเขตเมืองพทั ยา
(3) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนนั ซ่ึงอยใู่ นเขตเมืองพทั ยา
มาตรา 83 เมืองพทั ยามีอานาจออกขอ้ บญั ญตั ิเก็บภาษีมูลคา่ เพ่ิม ดงั ต่อไปน้ี
(1) ประมวลรัษฎากรเรียกเกบ็ ภาษีมลู ค่าเพ่มิ อตั ราร้อยละ 0 ให้เมืองพทั ยาเกบ็ อตั ราร้อยละ 0
(2) ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมลู คา่ เพิม่ ในอตั ราอ่ืน ใหเ้ มืองพทั ยาเก็บ 1 ใน 9 ของอตั ราภาษีมลู คา่ เพม่ิ ตามประมวลรัษฎากร
มาตรา 89 เมืองพทั ยาอาจมีรายไดอ้ ่ืนดงั ต่อไปน้ี
(1) ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต หรือคา่ ปรับใด ตามที่มีกฎหมายบญั ญตั ิไว้
(2) รายไดจ้ ากทรัพยส์ ินของเมืองพทั ยา
(3) รายไดจ้ ากสาธารณูปโภคของเมืองพทั ยา
(4) รายไดจ้ ากการพาณิชยข์ องเมืองพทั ยา
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
(5) รายไดจ้ ากการจาหน่ายพนั ธบตั รเม่ือได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลงั ร่วมกัน และตราเป็ น
ขอ้ บญั ญตั ิแลว้
(6) เ งิ น กู้ เ มื่ อ ไ ด้ รั บ ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ จ า ก ก ร ะ ท ร ว ง ม ห า ด ไ ท ย แ ล ะ ต ร า เ ป็ น ข้ อ บั ญ ญั ติ แ ล้ ว ถ้ า เ ป็ น เ งิ น กู้
จากต่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลงั ด้วย
(7) เงินอดุ หนุนหรือรายไดอ้ ่ืนตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจดั สรรให้
(8) เ งิ น ช่ ว ย เ ห ลื อ จ า ก ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ อ ง ค์ ก า ร ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ห รื อ อ ง ค์ ก า ร ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ต้ อ ง ไ ด้ รั บ
ความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลงั ร่วมกนั ก่อน
(9) เงินช่วยเหลือและคา่ ตอบแทน
(10) เงินและทรัพยส์ ินอยา่ งอ่ืนที่มีผอู้ ุทิศให้
(11) รายไดอ้ ื่นตามท่ีมีกฎหมายบญั ญตั ิใหเ้ ป็นของเมืองพทั ยา
มาตรา 90 การต้งั งบประมาณเป็ นเงินอุดหนุนเมืองพทั ยา ให้รัฐบาลต้งั ให้เมืองพทั ยาโดยตรง ท้งั น้ีให้คานึงถึงความเหมาะสมของปริมาณงาน
และรายได้ของรัฐท่ไี ด้รับจากเมืองพทั ยาด้วย
มาตรา 93 เม่ือสิ้นปี งบประมาณ ให้นายกเมืองพทั ยาประกาศรายการรับจ่ายเงินประจาปี งบประมาณที่สิ้นสุดลงพร้อมท้งั รายการผกู พนั ที่เบิกตดั
ปี งบประมาณไวเ้ ผยแพร่ให้ประชาชนทราบภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทสี่ ิ้นสุดปี งบประมาณ
หมวด 7 การกากบั ดแู ล
มาตรา 94 ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั มีอานาจหนา้ ที่กากบั ดูแลการปฏบิ ัติราชการของเมอื งพทั ยา
มาตรา 96 ในกรณีท่ีผูว้ ่าราชการจงั หวดั เห็นว่านายกเมืองพทั ยาปฏิบตั ิการในทางท่ีอาจนามาซ่ึงความเสียหายแก่เมืองพทั ยา และผูว้ ่าราชการ
จงั หวดั ไดช้ ้ีแจง หรือตกั เตือนแลว้ แต่นายกเมืองพทั ยาไม่ปฏิบตั ิตาม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานให้รัฐมนตรีทราบเพอ่ื พิจารณาส่ังการตามท่ี
เหน็ สมควร
มาตรา 99 บรรดาอานาจหนา้ ท่ีของผูว้ า่ ราชการจงั หวดั ถา้ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั พิจารณาเห็นสมควร จะทาหนังสือมอบอานาจให้รองผู้ว่าราชการ
จงั หวดั ปฏิบตั ิแทนกไ็ ด้ แต่ต้องแจ้งให้เมืองพทั ยาทราบและให้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบด้วย
พระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2542
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ประกาศ ณ วนั ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ระเบียบนใี้ ห้ใช้บงั คบั ต้งั แต่ วนั ท่ี 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ผ้รู ับสนองพระบรมราชโองการ นายชวน หลีกภยั (นายกรัฐมนตรี)
มี 7 หมวด 43 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
หมวด 1 การบริหารงานบคุ คลในองคก์ ารบริหารส่วนทอ้ งถิ่น
หมวด 2 การบริหารงานบุคคลในเทศบาล
หมวด 3 การบริหารงานบุคคลในองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
หมวด 4 การบริหารงานบคุ คลในกรุงเทพมหานคร
หมวด 5 การบริหารงานบุคคลในเมืองพทั ยา
หมวด 6 การบริหารงานบคุ คลในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นอ่ืน
หมวด 7 คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถิ่น
บทเฉพาะกาล
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
“องค์กรแกครองส่วนท้องถ่ิน”คือ >>>…องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพทั ยา และ
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่ืนท่ีมีกฎหมายจดั ต้งั
“พนักงานส่วนท้องถิ่น” คอื >>>…ขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พนกั งานเทศบาล พนักงานส่วนตาบล ขา้ ราชการกรุงเทพมหานคร
พนกั งานเมืองพทั ยา และขา้ ราชการหรือพนกั งานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ซ่ึงได้รับการบรรจุและแต่งต้ังให้ปฏิบตั ิราชการโดยได้รับ
เงนิ เดอื นจากงบประมาณหมวดเงนิ เดอื นหรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอดุ หนุนของรัฐบาลท่ีใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
หมวด 1 การบริหารงานบุคคลในองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั แต่ละแห่งใหม้ ี “คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั ” 1 คณะ >>>..จานวน 12 คน
ประกอบดว้ ย
ประธาน: >>…ผู้ว่าราชการจงั หวดั
กรรมการ
หวั หนา้ ส่วนราชการประจาจงั หวดั จานวน 3 คน
ผแู้ ทนองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 4 คน วาระ 4 ปี
>>> ผวู้ า่ ฯ จดั ให้มีการคดั เลือก ประกอบดว้ ย....
1. นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
2. สมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
3. ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
ผแู้ ทนขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ซ่ึงคัดเลือกกนั เองผทู้ รงคุณวฒุ ิจานวน 4 คน วาระ 4 ปี
>>>คดั เลือกจากบคุ คลซ่ึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญใน ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถิ่น
2. ดา้ นการบริหารงานบคุ คล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การ
คณุ สมบตั ิผ้ทู รงคณุ วุฒิ
มีสญั ชาติไทย
อายุไม่ตา่ กว่า 40 ปี
ไม่เป็นขา้ ราชการซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา
ไมเ่ ป็นผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง
ไม่เป็นพนกั งานหรือลูกจา้ งของหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจหรือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ไมเ่ ป็นสมาชิกสภาทอ้ งถ่ินหรือผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน
ไม่เป็นเจา้ หนา้ ท่ีหรือผมู้ ีตาแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง
เป็นผมู้ ีช่ืออยใู่ นทะเบียนบา้ นในเขตจงั หวดั น้นั เป็นเวลาติดตอ่ กนั ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถงึ วนั ทไ่ี ด้รับการเสนอช่ือ
- เลขานุการคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั
ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
- กรรมการซ่ึงเป็ นผแู้ ทนขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พน้ จากตาแหน่งก่อนวาระเม่ือ
ลาออกโดยยน่ื หนงั สือลาออกต่อประธานกรรมการ
พน้ จากการเป็ นขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ของจงั หวดั น้นั
- นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ (4 ปี ) กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิพน้ จากตาแหน่งเม่ือ
ตาย
ลาออกโดยยนื่ หนงั สือลาออกต่อประธานกรรมการ (ผ้วู ่าฯ)
เป็นบุคคลล้มละลาย
เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมอื นไร้ความสามารถ
แนวข้อสอบตวิ เตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
ขาดคุณสมบตั หิ รือมลี กั ษณะต้องห้าม
ไดร้ ับโทษจาคกุ โดยคาพพิ ากษาถงึ ที่สุดใหจ้ าคุก
- การประชุมของคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากงึ่ หนึ่ง (50%) ของจานวน
กรรมการท้งั หมดจึงจะเป็ นองคป์ ระชุมในการประชุมถ้าประธานไม่อยู่ในทปี่ ระชุมหรือไม่สามารถปฏิบัตหิ น้าท่ีได้ให้ที่ประชุมเลอื ก
กรรมการคนหน่ึงทาหน้าท่ีเป็ นประธานในทปี่ ระชุม
- อานาจหน้าทีข่ อง๕ระกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั
กาหนดหลกั เกณฑแ์ ละดาเนินการเก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลในองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั น้นั ในเรื่องดงั ต่อไปน้ี
1. กาหนดคุณสมบตั ิและลกั ษณะต้องห้ามที่มีความจาเป็นเฉพาะสาหรับขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั น้นั
2. กาหนดจานวนและอัตราตาแหน่งอตั ราเงินเดือนและวิธีการจ่ายเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นสาหรับขา้ ราชการ
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
3. กาหนดหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขในการคดั เลือกการบรรจุและแต่งต้ังการย้ายการโอนการรับโอนการเลือนระดบั การเลอื่ น
ขนึ้ เงนิ เดอื นการสอบสวนการลงโทษทางวินยั การให้ออกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทุกข์
4. กาหนดระเบียบเกี่ยวกบั การบริหารและการปฏิบตั ิงานของขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
5. กากบั ดแู ลตรวจสอบแนะนาและช้ีแจงส่งเสริมและพฒั นาความรู้แก่ขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
- การดาเนนิ การตาม 1 ถงึ 5 ต้องได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั (ก.จ.จ.)
- หลกั เกณฑเ์ ก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลท่ีคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั กาหนดให้ประกาศโดยเปิ ดเผย ณ ที่
ทาการองค์การบริหารส่วนจังหวดั น้นั และจดั ส่งสาเนาใหค้ ณะกรรมการกลางขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ทราบ
- การออกคาสงั่ เกี่ยวกบั การบรรจุและแต่งต้งั การยา้ ยการโอนการรับโอนการเลื่อนระดบั การเล่ือนข้นั เงินเดือนการสอบสวนการลงโทษ
ทางวินยั การใหอ้ อกจากราชการการอุทธรณ์และการร้องทกุ ขห์ รือการอื่นใดท่ีเกี่ยวกบั การบริหารงานบุคคล >>> ให้เป็ นอานาจของนายกองค์การ
บริหารส่วนจังหวัด แต่สาหรับการออกคาส่ังแต่งต้ังและการให้ขา้ ราชการองคากรบริหารส่วนจงั หวดั พน้ จากตาแหน่งตอ้ งได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจงั หวดั (ก.จ.จ.)ก่อน
มาตรา 16 ให้มี “คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั ” (ก.จ.) จานวน 1 คณะ ท้งั หมด 18 คน ประกอบดว้ ย
- ประธาน : รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทยซ่ึงไดร้ ับมอบหมาย
- กรรมการ ประกอบดว้ ย
1. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
2. เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน (เลขาธิการ กพ.)
3. ผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ
4. อธิบดีกรมบญั ชีกลาง
5. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น
- กรรมการผู้แทนองค์การบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 6 คน วาระ 4 ปี ปลดั กระทรวงมหาดไทย ดาเนินการจดั คดั เลือกจาก
1. นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 3 คน
2. ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 3 คน
- กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิ จานวน 6 คน วาระ 4 ปี ซ่ึงคดั เลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญตา่ งๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถ่ิน
2. ดา้ นการบริหารงานบคุ คล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การ
วิธีการคัดเลือกผู้แทนองค์การบริ หารส่วนจังหวัดและผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็ นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่
“คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่น” กาหนดให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่นแต่งต้งั ขา้ ราชการใน กรมการ
ปกครอง จานวน 1 คน
ซ่ึงดารงตาแหน่งไม่ต่ากว่ารองอธบิ ดี เป็น...>>> เลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั
คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
คณะกรรมการโดยตาแหน่ง ผู้แทนองค์การบริหารส่ วนจังหวดั กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิ
6 คน 6 คน 6 คน
รวม 18 คน
อานาจหน้าทข่ี องคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวดั (ก.จ.)
1. กาหนดหลกั เกณฑ์และเงอื่ นไขการคดั เลอื กผู้แทนขา้ ราชการ อบจ. และผทู้ รงคุณวฒุ ิ
2. กาหนดมาตรฐานทวั่ ไปเกย่ี วกบั คุณสมบตั แิ ละลกั ษณะต้องห้าม
3. กาหนดมาตรฐานท่วั ไปเกยี่ วกบั อตั ราตาแหน่งและมาตรฐานของตาแหน่ง
4. กาหนดมาตรฐานทวั่ ไปเกี่ยวกบั อตั ราเงนิ เดอื นและวธิ กี ารจ่ายเงนิ เดอื นและประโยชน์
5. กาหนดมาตรฐานการคดั เลอื กการบรรจุและแต่งต้ังการย้ายการโอนการรับโอนการเลอื่ นระดบั และการเลอ่ื นข้ันเงนิ เดอื น
6. กาหนดมาตรฐานทว่ั ไปเกี่ยวกบั วนิ ัยและการรักษาวนิ ัยและการดาเนินการทางวนิ ยั
7. กาหนดมาตรฐานทวั่ ไปเกี่ยวกบั การให้ออกจากราชการ
8. กาหนดมาตรฐานทว่ั ไปเกี่ยวกบั สิทธิการอทุ ธรณ์การพจิ ารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์
9. กาหนดมาตรฐานทวั่ ไปเก่ียวกบั โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการวธิ ีการบริหาร
10. ให้ขอ้ คิดเห็นหรือให้คาปรึกษาในการปฏบิ ตั งิ านของคณะกรรมการขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
11. กากบั ดูแลแนะนาและชี้แจงส่งเสริมและพฒั นาความรู้แก่ข้าราชการ
12. ปฏิบตั ิการอ่ืนตามที่พระราชบญั ญตั ิน้ีหรือกฎหมายอ่ืนบญั ญตั ิใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการกลางขา้ ราชการองคก์ ารบริหาร
ส่วนจงั หวดั
มาตรา 20 ให้คณะกรรมการกลางขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จัดทาบัญชีอตั ราเงนิ เดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่นของขา้ ราชการ
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ในและระดบั ใหเ้ ป็นมาตรฐานเดียวกนั
มาตรา 21 ค่าตอบแทนคณะกรรมการกลางข้าราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั และคณะอนุกรรมการ ให้เป็ นไปตามท่ีกาหนดในพระราช
กฤษฎกี า
หมวด 2 การบริหารงานบุคคลในเทศบาล
เทศบาลท่ีอยใู่ นเขสตจงั หวดั หน่ึงให้มี...
คณะกรรมการพนกั งานเทศบาล (ก.ท.จ.) ร่วมกนั 1 คณะ มี 18 คน
ทาหนา้ ท่ีบริหารงานบคุ คลสาหรับเทศบาลทุกแห่งท่ีอยใู่ นเขตจงั หวดั น้นั ประกอบดว้ ย
ประธาน : ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
กรรมการ
1. หัวหน้าส่วนราชการประจาจงั หวัด จานวน 5 คน ซ่ึงผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ประกาศกาหนดวา่ เป็ นส่วนราชการท่ี
เกี่ยวขอ้ ง
2. ผู้แทนเทศบาล จานวน 6 คน
ผวู้ า่ ฯ ดาเนินการจดั ให้มีการคดั เลือกประกอบดว้ ย
1. ประธานสภาเทศบาลในเขตจงั หวดั น้นั จานวน 2 คน
2. นายกเทศมนตรีในเขตจงั หวดั น้นั จานวน 2 คน
3. ผแู้ ทนพนกั งานเทศบาลซ่ึงเป็น จานวน 2 คน
3. ผ้ทู รงคณุ วุฒิ จานวน 6 คน (วาระ 4ปี ) ซ่ึงคดั เลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถิ่น
2. ดา้ นการบริหารงานบุคคล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การ
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน
ให้ผูว้ ่าราชการจงั หวดั แต่งต้งั ขา้ ราชการหรือพนกั งานเทศบาลคนหน่ึงในจงั หวดั เป็ น>>>… “เลขานุการคณะกรรมการ
พนักงานเทศบาล”
คณะกรรมการโดยตาแหน่ง ผ้แู ทนเทศบาล กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ
6 คน 6 คน 6 คน
รวม 18 คน
ใหม้ ี “คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล” (ก.ท.) 1 คณะ จานวน 18 คน ประกอบดว้ ย
ประธาน : รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทยซ่ึงไดร้ ับมอบหมาย
กรรมการ
กรรมการโดยตาแหน่ง ประกอบดว้ ย
1. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
2. เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน (เลขาธิการ กพ.)
3. ผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ
4. อธิบดีกรมบญั ชีกลาง
5. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น
กรรมการผ้แู ทนเทศบาล จานวน 6 คน ประกอบดว้ ย
1. นายกเทศมนตรี จานวน 3 คน
2. ปลดั เทศบาล จานวน 3 คน
(ปลดั กระทรวงมหาดไทยมีหนา้ ที่ดาเนินการจดั ให้มีการคดั เลือก) วาระ 4 ปี
ผ้ทู รงคุณวุฒิ จานวน 6 คน (วาระ 4ปี ) ซ่ึงคดั เลือกจากบคุ คลซ่ึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถิ่น
2. ดา้ นการบริหารงานบคุ คล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การ
ใหอ้ ธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่นแตง่ ต้งั ขา้ ราชการใน
กรมการปกครอง จานวน 1 คน ซ่ึงดารงตาแหน่ง ไม่ตา่ กว่ารองอธบิ ดเี ป็น...>>>เลขานุการคณะกรรมการกลางพนกั งานเทศบาล
หมวด 3 การบริหารงานบุคคลในองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลที่อยใู่ นเขตจงั หวดั หน่ึง
ให้มี “คณะกรรมการพนักงานส่วนตาบล” (ก.อบต.จ.) ร่วมกนั 1 คณะ ทาหนา้ ที่บริหารงานบุคคลสาหรับองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
ทกุ แห่งท่ีอยใู่ นเขตจงั หวดั น้นั จานวน 27 คน ประกอบดว้ ย
ประธาน : ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ซ่ึงไดร้ ับมอบหมายเป็นประธาน
กรรมการโดยตาแหน่ง
กรรมการผู้แทนองค์การบริหารส่วนตาบล วาระ 4 ปี จานวน 9 คน
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มีหนา้ ท่ีจดั ใหม้ ีการคดั เลือกประกอบดว้ ย
1. ประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลซ่ึงประธานสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลในเขตจงั หวดั น้นั คดั เลือกกนั เอง จานวน 3 คน
2. ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตาบล ซ่ึงประธานกรรมการบริหารองคก์ ารบริหารส่วนตาบลในเขตจงั หวดั น้นั
คดั เลือกกนั เอง จานวน 3 คน
3. ผู้ แ ท น พ นั ก ง า น ส่ ว น ต า บ ล ซ่ึ ง ป ลั ด อ ง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ต า บ ล ใ น จั ง ห วั ด น้ั น คั ด กั น เ อ ง
จานวน 3 คน
กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิ วาระ 4 ปี จานวน 9 คน ซ่ึงคดั เลือกจากบุคคลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญในดา้ นตา่ งๆ ดงั น้ี
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถิ่น
2. ดา้ นการบริหารงานบคุ คล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การ
ให้ผูว้ ่าราชการจงั หวดั แต่งต้งั ขา้ ราชการหรือพนกั งานส่วนตาบลคนหน่ึงในจงั หวดั เป็ น “เลขานุการคณะกรรมการพนักงานส่วน
ตาบล”
หมวด 5 การบริหารงานบุคคลในเมืองพทั ยา
ให้มีคณะกรรมการพนกั งานเมืองพทั ยา 1 คณะ จานวน 12 คน ทาหนา้ ท่ีกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละดาเนินการเก่ียวกบั การบริหารงาน
บุคคลของพนกั งานเมืองพทั ยาประกอบดว้ ย
กรรมการ : ผ้วู ่าราชการจังหวดั ชลบุรี
กรรมการโดยตาแหน่ง
นายอาเภอหรือหวั หนา้ ส่วนราชการในจงั หวดั ชลบุรี จานวน 3 คน
กรรมการผ้แู ทนเมอื งพทั ยา วาระ 4 ปี จานวน 4 คน ผ้วู ่าราชการจังหวดั ชลบุรีจดั ใหม้ ีการคดั เลือกประกอบดว้ ย
1. นายกเมืองพทั ยา
2. สมาชิกสภาเมืองพทั ยา
3. ปลดั เมืองพทั ยา
4. ผแู้ ทนพนกั งานเมืองพทั ยา
กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ วาระ 4 ปี จานวน 4 คน ซ่ึงคดั เลือกจากบคุ คลซ่ึงมีความรู้ความเช่ียวชาญในดา้ นต่างๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถิ่น
2. ดา้ นการบริหารงานบุคคล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นการบริหารและการจดั การบริหารงานบคุ คลของเมืองพทั ยา
หมวด 7 คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่น
คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถน่ิ (ก.ถ.) มีจานวน 17 คน ประกอบดว้ ย
ประธาน : บคุ คลซ่ึงไดร้ ับการคดั เลือกตามมาตรา31
กรรมการโดยตาแหน่ง จานวน 6 คน ประกอบดว้ ย
1. เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน
2. เลขาธิการคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ
3. ผอู้ านวยการสานกั งบประมาณ
4. ปลดั กระทรวงการคลงั
5. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
6. อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น
กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิ จานวน 5 คน ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้ังจากผซู้ ่ึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในดา้ นตา่ งๆ ดงั น้ี
1. ดา้ นการบริหารงานทอ้ งถ่ิน
2. ดา้ นการบริหารงานบุคคล
3. ดา้ นระบบราชการ
4. ดา้ นบริหารและการจดั การ
ผแู้ ทนคณะกรรมการกลางขา้ ราชการองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จานวน 1 คน
ผแู้ ทนคณะกรรมการกลางพนกั งานเทศบาล จานวน 1 คน
ผแู้ ทนคณะกรรมการกลางพนกั งานส่วนตาบล จานวน 1 คน
ผแู้ ทนคณะกรรมการขา้ ราชการกรุงเทพมหานคร จานวน 1 คน
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถิ่น
ผแู้ ทนคณะกรรมการพนกั งานเมืองพทั ยา จานวน 1 คน
หัวหน้าสานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ิน เป็ น “หัวหน้าสานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการ
บริหารงานบุคคลส่วนท้องถน่ิ ”
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหนา้ ที่ดาเนินการจดั ให้มีการคดั เลือกประธานกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วน
ทอ้ งถ่ิน (ประธาน ก.ถ.) ตามหลกั เกณฑแ์ ละเง่ือนไขที่คณะรัฐมนตรีกาหนด
- การจา่ ยเงินเดือน ผลประโยชน์ ค่าตอบแทน ห้ามเกนิ ร้อยละ 40 ของงบรายจ่ายประจาปี
- ให้คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถิ่น (ก.ถ.) มอี านาจหน้าท่ดี งั ต่อไปนี้
1. กาหนดมาตรฐานกลางและแนวทางในการรักษาระบบคุณธรรมเก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลรวมตลอดถึงการกาหนด
โครงสร้างอตั ราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น
2. กาหนดแนวทางการพฒั นาการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับการกระจายอานาจการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
3. กาหนดหลกั เกณฑ์และเงอื่ นไขการคดั เลือกคณะกรรมการ
4. ส่งเสริมให้มีการศึกษาวเิ คราะห์หรือวจิ ยั เกี่ยวกบั การบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่น
5. ให้คาปรึกษาแนะนาและพจิ ารณาปัญหาเกี่ยวกบั การบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่นแก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
6. ประสานงานกบั คณะรัฐมนตรีหน่วยงานของรัฐองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นคณะกรรมการขา้ ราชการ
7. ปฏิบตั ิการอื่นตามที่กาหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ีหรือกฎหมายอื่น
- ให้จดั ต้งั “สานักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถ่ิน” (สานักงาน ก.ถ.) ในสานักงานปลัดกระทรวง
กระทรวงมหาดไทย
มีหนา้ ที่รับผิดชอบงานในราชการของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถ่ินและมีอานาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปน้ี
1. รับผดิ ชอบในงานธุรการของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถ่ิน
2. ศึกษาวเิ คราะห์และรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกบั งานของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถ่ิน
3. ประสานงานติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคลขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
4. ช่วยเหลอื และให้คาปรึกษาและแนะนาเก่ียวกบั การบริหารงานบคุ คลส่วนทอ้ งถิ่น
5. จดั ประชุมสัมมนาฝึ กอบรมรวมท้งั การประชาสมั พนั ธแ์ ละเผยแพร่ความรู้เก่ียวกบั การบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถ่ิน
6. จดั ทารายงานประจาปี เกี่ยวกบั วตั ถุประสงคผ์ ลงานและอปุ สรรคในการปฏิบตั ิหนา้ ที่
7. ปฏบิ ัตงิ านอน่ื ๆตามท่ีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนทอ้ งถิ่นมอบหมาย
แนวข้อสอบติวเตอร์ การปกครองท้องถ่ิน