1
คำนิยม วา่ ทร่ี อ้ ยตรสี รายทุ ธ อ่องแสงคณุ
นำฏยนิพนธ์ ประธานหลกั สตู รนาฏศลิ ป์
และอาจารย์ท่ีปรึกษา
ประจำปีกำรศึกษำ 2564
นาฏยนิพนธ์ถือได้ว่าเป็นกระบวนการ
การเรียนรู้ในการสร้างสรรค์ผลงานของ
นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชานาฏศิลป์ นำเสนอในรูปแบบการ
แสดงทั้งเชิงอนุรักษ์ และสร้างสรรค์ก่อนที่
นักศึกษาจะได้ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
อย่างเตม็ รูปแบบในชัน้ ปที ี่ 5
ขอช่ืนชมกลุ่ม “ไปโต้ง จกปู” ที่มี
แนวความคดิ อยากจะนำเสนอวิถีชีวิตการออก
หาปขู องกลมุ่ หนมุ่ -สาวชาวลา้ นนา สรา้ งสรรค์
ในรูปแบบการแสดงแนวใหม่ ที่ก้าวข้ามเส้น
ขนบจารตี ในการเก้ียวพาราสีของหนมุ่ -สาวใน
สังคมเก่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นการต่อยอดท้ัง
ศาสตร์ และศิลป์ เพื่อให้ทุกคนไดร้ ับรู้ถึงความ
ตั้งใจ และชื่นชมผลงานที่สามารถสร้างสรรค์
ออกมาไดอ้ ยา่ งดเี ยี่ยม
ขออำนวยพรให้กลุ่ม “ไปโต้ง จกปู”
จงประสบความสำเร็จในการนำเสนอผลงาน
ตลอดจนทั้งเรื่องการเรียน และชีวิตความเป็น
ครใู นอนาคต
จงึ ขออำนวยพรมา ณ โอกาสน้ี
คำนยิ ม 2
นำฏยนพิ นธ์ อาจารยส์ นุ ิษา สกุ ิน
อาจารยท์ ป่ี รกึ ษา
ประจำปกี ำรศกึ ษำ 2564
การศึกษา หมายความว่า กระบวนการ
เรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล
และสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก
การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม
การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทาง
วิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการ
จัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้ และ
ปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้ตลอดชีวิต
และนาฏยนิพนธ์การสร้างสรรค์ผลงาน
ทางด้านนาฏศิลป์เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะ
สร้างการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาทุกคน ทุกคน
ลว้ นผา่ นกระบวนการศกึ ษามาแลว้ ทงั้ สิน้ เก็บ
ประสบการณ์ที่ดีไว้ปรบั ใชเ้ ก็บประสบการณ์ที่
ต้องแก้ไขเป็นแรงพลกั ดันไปตอ่
ข อ แ ส ด ง ค ว า ม ย ิ น ด ี ก ั บ น ั ก ศ ึ ก ษ า ก ลุ่ ม
"ไปโต้งจกปู" ทุกคนที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน
นาฏยนิพนธ์ไดส้ ำเร็จลลุ ว่ งด้วยดี เรือน้อยใกล้
ออกจากฝั่ง แต่การศึกษาต้องเรียนรู้ตลอด
ชีวิต เพราะ "รากฐานของตึกคืออิฐรากฐาน
ของชวี ติ คอื การศกึ ษา"
4
การนำเสนอผลงานนาฏยนิพนธ์ ประจำปี 2564 “ไปโตง้ จกปู”
โดยนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณทิต สาขาวิชานาฏศิลป์ จำกปญั หำของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพ กำรจบั ปูในอำเภอ
และผลสมั ฤทธ์ิทางการศกึ ษาของนกั ศกึ ษาชน้ั ปีที่ 4 แมแ่ จม่ ทีล่ ดนอ้ ยลง
สู่แรงบนั ดำลใจ
โดยผ่านกระบวนการศึกษา การเกบ็ รวบรวมข้อมลู จาก กำรแสดงนำฏยนพิ นธ์
การลงพื้นที่ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ ตลอดจนการศึกษา เชงิ สรำ้ งสรรค์
เครื่องแต่งกาย ท่ารำ การบรรเลง และองค์ประกอบต่าง ๆ
เพื่อนำมาสร้างงานผ่านรูปแบบของการแสดงนาฏยนิพนธ์
เชงิ สร้างสรรค์
ตลอดจนนักศึกษานำความรู้ที่ได้จากการบ่มเพาะ
ตลอดหลักสูตรมาใช้ปฏิบัตกิ ารในการทำงานจริง เพื่อจะได้รบั
ประสบการณ์อันเป็นกระบวนการสำคัญในการเตรียมความ
พร้อมให้นักศึกษาก่อนที่จะสำเร็จการศกึ ษาในรั้วมหาวิทยาลยั
และออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูด้านนาฏศิลป์ที่ยังเป็น
บัณทติ ท่ีมคี ณุ ภาพตรงตามนโยบายของมหาวทิ ยาลัย
5
แนวคดิ กำรแสดง
ชาวแม่แจ่มเกือบทั้งอำเภอนิยมทำน้ำปูรับประทานเป็นเวลายาวนาน
บางหมู่บ้านผลิตขายเป็นอาชีพ เช่น บ้านกองกาน ตำบลแม่ศึก ซึ่งสำนักงาน
เกษตรอำเภอเคยส่งเข้าประกวดการแข่งขันระดับจังหวัด ระดับภาค ได้รับ
รางวัลชนะเลิศ ปู๋หน้อยหนีบมือ ในปัจจุบันชาวแม่แจ่มได้ใช้สารเคมีกำจัดปู
ที่มากัดกินต้นข้าวจึงทำให้จำนวนปูลดลง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การจับปูในอำเภอ
แม่แจ่มลดน้อยลง ทั้งที่การจับปใู นอดีตเป็นอีกหนึ่งในวิถีชีวิต และเป็นกิจกรรม
ท่หี นมุ่ สาวมกี ารร่วมแรงรว่ มใจจับปู
ดังนั้นคณะผู้วิจัยได้เล็งเห็นปัญหาของการจับปูในอำเภอแ ม่แจ่ม
ที่ลดน้อยลง อีกทั้งจากการศึกษาข้อมูลยังไม่ปรากฏการสร้างสรรค์การแสดง
เกี่ยวกับการจับปู คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาข้อมูลการจับปู เพื่อนำมาเป็นแนวคิด
และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นาฏยนิพนธ์ ชุด ไปโต้งจกปู เพื่อสืบสาน
อนุรักษ์วิธีการหาปูของคนในชุมชุนบ้านกองกาน ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม
จังหวัดเชียงใหม่ โดยถ่ายทอดออกมาในรูปแบบการแสดงสร้างสรรค์เกี่ยวกับ
การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวโดยใช้วิธีการจับปูเป็นกิจกรรมในการสร้าง
ความสัมพันธ์ของหนุ่มสาว เพื่อเผยแพร่วิถีชีวิตด้านการจับปูซึ่งเป็นกิจกรรม
ที่สำคัญในการทำการเกษตรของภาคเหนือให้เปน็ ท่รี จู้ ักสืบไป
6
แรงบันดำลใจ
นำฏยนพิ นธเ์ ชงิ สร้ำงสรรค์ ชดุ
“ไปโตง้ จกปู”
การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวล้านนาที่ผ่านมา เราจะพบเห็นการแสดง
การเกยี้ วพาราสีในรปู แบบการซอ การจอ๊ ย การปั่นฝา้ ยเก้ียวพาราสี
คณะผวู้ จิ ัยมคี วามสนใจท่อี ยากจะสร้างสรรคใ์ นรปู แบบท่มี ีความแตกต่าง
จึงได้ศึกษาการจับปูนำมาเป็นแรงบันดาลใจ หยิบยกเป็นกิจกรรมการเกี้ยว
พาราสีของหนมุ่ สาวล้านนา สอ่ื ให้เห็นถึงความสนุกสนาน ร่นื เริง จนเปน็ ที่มา
ในการแสดงนาฏยนิพนธ์เชิงสร้างสรรค์ ชุด ไปโต้งจกปู
8
เพลงประกอบกำรแสดง
ไปโต้งจกปู
จากความนิยมเพลงในยุค 60’s
เข้าสู่เมืองไทยในยุค 80’s วงที่ทำให้
กระแสเพลงเปลี่ยน คือ วงดิอิมพอส
ซิเบิ้ล ที่เป็นวงดนตรีสติงคอมโบ
วงแรก ๆ ของไทย ทางคณะผู้วิจัย
จึงได้นำแนวเพลงในยุค 80’s มา
สร้างสรรค์บทเพลงขึ้นใหม่โดยใช้
เครื่องดนตรีพื้นเมือง คือ สะล้อ และ
ขลุ่ย ผสมกับดนตรีอิเล็กโทรนิกส์
ประพันธ์โดย นายปวรินทร์ พิเกณฑ์
ศิลปินอิสระ ความยาวของเพลง
ไปโต้งจกปู 07.30 นาที
9
รปู แบบกำรแสดง
รูปแบบการแสดง เป็นรูปแบบ
การแสดงสร้างสรรค์ โดยใช้ท่า
นาฏศิลป์ร่วมสมัยผสมผสานกับ
การเคล่ือนไหวเลียนแบบธรรมชาติ
ซึ่งการแสดงชุดน้ีแบ่งเป็น 2 ช่วง
การแสดง
ช่วงท่ี1 นอ้ งนางบ้านนา
สื่อถึง...เป็นการอวดโฉมของ
น้องนางบ้านนา และสื่อวิถีชีวิต
ของน้องนางบ้านนา คือการออก
จากบ้านมาฝัดข้าว เก็บผัก แล้ว
แตง่ ตวั ไปทุ่งนา
ช่วงที่ 2 ปูน้อยหนีบมือ
ส่ือถึง... บรรยากาศกลางทงุ่ นา
ที่มีควาย กองฟาง หุ่นไล่กา และ
กลุ่มหนุ่มสาวที่มาจับปูร่วมกัน
อยา่ งสนุกสนาน
ทำ่ รำประกอบกำรแสดง
ทำ่ ชว่ งที่ 1
ท่าอวดโฉมน้องนางบ้านนา
ท่ำชว่ งท่ี 2
ทา่ ลงโต้งจบั ปู
ทา่ น้องนางสุขสราญ
เคร่อื งแตง่ กำย
นักแสดงหญิง
คณะผู้วิจัยได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากการแต่งกายของผู้หญิงชาว
แม่แจ่มในอดีต ขณะไปทุ่งนา ผู้หญิง
ชาวแม่แจ่มมีการสวมเสื้อตัวหลวม
เพื่อไม่ให้ร้อน สวมซิ่นต๋า มีลวดลาย
ขวางลำตัว แตต่ ีนซน่ิ จะตอ่ ดว้ ยผ้าแถบ
สีเข้ม ในอดีตเป็นการแต่งกายที่นิยม
และพบได้ทั่วไปในล้านนา ซึ่งทาง
คณะผู้วิจัยได้นำมาสร้างสรรค์ชุด
การแสดงให้มีความสวยงามตามยุค
สมยั มากยงิ่ ขนึ้
น้ อ ง น า ง บ้ า น น า
ไปโต้งจกปู
อ้ า ย บ่ า ว ล ง น า . . .
เคร่ืองแต่งกำย
นกั แสดงชำย
คณะผู้วจิ ัยไดร้ บั แรงบันดาลใจ
มาจากการแต่งกายของผู้ชาย
ชาวแม่แจ่ม ขณะไปทุ่งนา ผู้ชาย
ช า ว แ ม ่ แ จ ่ ม จ ะ น ุ ่ ง ก า ง เ ก ง ตั ว
หลวมที่เรียกว่า "เตี่ยวสามดูก
หรือเตี่ยวสะดอ" อีกทั้งยังรับ
อิทธิพลจากทางภาคกลาง คือ
มีการนิยมนำผ้าขาวม้ามาเคียน
ที่เอว ซึ่งทางคณะผู้วิจัยได้นำมา
สร้างสรรค์ชุดการแสดงให้มี
ค ว า ม ส ว ย ง า ม ต า ม ย ุ ค ส มั ย
มากยง่ิ ขึน้
คณะผู้วิจยันางสาวกรรณิการ์ แอฤทธ์ิ นางสาวกฤติการณ์ ธรรมวงค์ นางสาวรัตนาภรณ์ พานทอง นางสาววภิ าดา ใจตา นางสาวฐิติมาภรณ์ สุธรรม นางสาวปิย
ธิดา บญุ ทรพั ย์ นางสาวหญงิ ตาคา นางสาวสิริกญั ญา ค้าคูณ และนายชนะชล ประสารนางสาวกรรณิการ์ แอฤทธ์ิ นางสาวกฤติการณ์ ธรรมวงค์
นางสาวรตั นาภรณ์ พานทอง นางสาววิภาดา ใจตา นางสาวฐิตมิ าภรณ์ สุธรรม นางสาวปิ ยธิดา บุญทรัพย์ นางสาวหญิง ตาคา นางสาวสิริกญั ญา ค้า
คูณ และนายชนะชล ประสารGฌ
อาจารยท์ ี่ปรึกษา
ว่าท่ีร้อยตรีสรายุทธ อ่องแสงคุณ
อาจารย์สุนษิ า สกุ นิ
นางสาวกรรณิการ์ แอฤทธิ์ นางสาวกฤตกิ ารณ์ ธรรมวงค์ นายชนะชล ประสาร
นางสาวฐติ มิ าภรณ์ สธุ รรม นางสาวปยิ ธดิ า บุญทรัพย์ นางสาวรัตนาภรณ์ พานทอง
นางสาววิภาดา ใจตา นางสาวสิริกญั ญา ค้ำคูณ นางสาวหญงิ ตาคำ