The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อบรม 2 กย 64
นายสุวิชา สุขเกษมหทัย
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
นางพรชนก ณ ถลาง
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายกฤตภาส อัครทวี, 2021-09-01 09:51:34

เทคนิคการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีอาญา

อบรม 2 กย 64
นายสุวิชา สุขเกษมหทัย
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
นางพรชนก ณ ถลาง
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา

ประวัต ิ






วุฒิการศึกษา


- นิติศาสตร์บัณฑิต(น.บ.)

- เนติบัณฑิตไทย(น.บ.ท.)

ประวัติรับราชการ

- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์

- - ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี
- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดร้อยเอ็ด

- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย

- ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรีและศาลจังหวัดจันทบุร ี
- ผู้พิพากษารองหัวหน้าศาลจังหวัดตราด

- ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสกลนคร

- ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอูทธรณ ์

- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งและศาลอาญา


ประสบการณ์ท างาน

- วิทยากรผู้บรรยายเทคนิคการไกล่เกลี่ยคดีอาญา ของส านักงานศาลยุติธรรม


นางพรชนก ณ. ถลาง - วิทยากรบรรยายในการฝึกอบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่าย
ตุลาการศาลยุติธรรม

- คณะกรรมการอ านวยการฝึกอบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา ศาลยุติธรรม

-

ประวัติ



วุฒิการศึกษา
- นิติศาสตร์บัณฑิต (น.บ.) - เนติบัณฑิตไทย(น.บ.ท.)

- นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (น.ม)

- ประกาศนียบัตรอบรมหลักสูตรต่อต้านการคอรัปชั่น
จาก The international anti-corruption Academy ประเทศออสเตรีย

- ประกาศนียบัตรอบรม กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

จาก THE HAGE ACADEMY OF INTERNATIONAL LAW ประเทศเนเธอแลนด์
ี่
- ประกาศนียบัตรหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.รุ่นท23)



ประวัติรับราชการ

- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงราย - ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพิษณุโลก
- ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่ - ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดเทิง

- เลขานุการศาลยุติธรรมประจ าภาค ๕ - ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สอด - ผู้พิพากษาหัวหน้า

ศาลแขวงเชียงใหม่ (ศาลดีเด่นปี๒๕๕๘ประเภทศาลแขวง)
- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา




ประสบการณ์ท างาน

- วิทยากรผู้บรรยายการเทคนิคไกล่เกลี่ยคดีอาญา ของส านักงานศาลยุติธรรม
- วิทยากรบรรยายในการฝึกอบรมผู้ช่วยผู้พิพากษา สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

นายสุวิชา สุขเกษมหทัย - อนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจ าชั้นศาลชั้นต้น (อ.ก.ต.) พ.ย 2558 – 20 มี.ค. 2561

- กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจ าชั้นศาลชั้นต้น (ก.ต.) 21 มี.ค 2561 - 21 มี.ค 2563







ข้นตอนและกระบวนการไกลเกลยขอพิพาท


กรมการปกครอง พรบ.



ระเบยบบรหารราชการ
แผ่นดิน ๒๕๓๔ ม.๖๑/๓

กระบวนการก่อนฟ้องคดีต่อศาล พรบ. การไกล่เกลยขอ

ี่
พิพาท ๒๕๖๒


ศาลยุติธรรม มาตรา ๒๐ตร ี

ป.วิ.แพ่ง




ศาลยุติธรรม(ระเบยบ กบศ
กระบวนการหลังจากฟ้องคดีต่อศาล ๒๕๖๐)คดีอาญา

ป.วิแพ่ง มาตรา ๒๐ ทวิ

(แพ่ง)






กระบวนการหลังศาลมีค าพิพากษา ศาลยุติธรรม



(คดีความผิดยอมความได้) กรมบังคับคด ี

การประนอมข้อพิพาทในทางอาญา








หลักในการไกล่เกลี่ยหรือการประนอมข้อพิพาทในคดีอาญา











ก. คดีอาญาที่ราษฎรเปนโจทกฟองกันเอง(ถอนฟอง)







ข. คดีความผิดยอมความกันได และเขาสูศาลผานกระบวนการ


๑. แยกประเภทคดี



สอบสวนและฟองโดยพนกงานอัยการ(ถอนค ารองทุกข)






ค. คดีความผิดอันยอมความไมได เมื่อจ าเลยใหการรบสารภาพและ


มีความตองการเยียวยาแกผูเสยหาย ป.วิ.อาญา ม. ๔๔/๑(สญญา





ประนประนอมหรอถอนค ารอง)



ประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความอาญา มาตรา 39












“สิทธนาคดีอาญามาฟองย่อมระงับไปดังต่อไปน้ ี



(1) โดยความตายของผูกระทาผิด


ื่



(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมอไดถอนค ารองทุกข ถอนฟองหรอยอมความกัน


โดยถูกตองตามกฎหมาย
ื่
(3) เมอคดีเลิกกันตาม มาตรา 37






ื่
(4) เมอมค าพิพากษาเสรจเด็ดขาดในความผิดซึ่งไดฟอง
ื่



(5) เมอมกฎหมายออกใชภายหลังการกระทาผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมอคดีขาดอายุความ
ื่




(7) เมอมกฎหมายยกเวนโทษ"
ื่



ระเบยบคณะกรรมการบรหารศาลยุตธรรม





ว่าด้วยการไกล่เกลยข้อพพาทในคดอาญา พ.ศ. ๒๕๖๐



โดยที่การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกที่ศาลยุติธรรมน ามาใช้ในการระงับข้อพิพาท หากมีการส่งเสริมให้น าวิธีการ
ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไปใช้กับคดีอาญา บางประเภท จะเป็นการอ านวยความยุติธรรมโดยผู้เสียหายมีส่วนร่วม ดังนั้น เพื่อให้การไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทในคดีอาญา

เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ควรก าหนดประเภทคดี หลักเกณฑ์ และวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีอาญา จึงจ าเป็นต้องออก
ระเบียบนี้


อาศัยอ านาจตามความในมาตรา ๑๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการบริหารศาล
ยุติธรรม (ก.บ.ศ.) จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๖๐”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้ก าหนดไว้โดยเฉพาะ ให้น าข้อก าหนดของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการไกล่เกลี่ย มาใช้บังคับโดยอนุโลม


ข้อ ๔ คดีอาญาที่อาจไกล่เกลี่ยได้ตามระเบียบนี้ ได้แก่

(๑) คดีความผิดอันยอมความได้

(๒) คดีความผิดที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องกันเอง

ข้อ ๕ ก่อนเริ่มการไกล่เกลี่ย ให้ศาลแจ้งให้จ าเลยทราบว่าหากการไกล่เกลี่ยมิได้ท าให้สิทธิน าคดีอาญามาฟ้องระงับ ผลของการไกล่เกลี่ยไม่เป็นบท

บังคับศาลที่จะต้องพิพากษาคดีให้เป็นประโยชน์แก่จ าเลย

ข้อ ๖ ในการไกล่เกลี่ยคดีอาญา ผู้เสียหายมีสิทธิเข้าร่วมในกระบวนการไกล่เกลี่ยได้ ตามระเบียบนี้

ข้อ ๗ ในคดีความผิดที่อาจไกล่เกลี่ยได้และไม่อาจไกล่เกลี่ยได้รวมกัน หากผู้เสียหาย และจ าเลยมีความประสงค์จะให้ไกล่เกลี่ยเพื่อบรรเทาความ
เสียหาย ศาลอาจพิจารณาให้ด าเนินการ ไกล่เกลี่ยเฉพาะความผิดที่อาจไกล่เกลี่ยได้ตามข้อ ๔

ข้อ ๘ ในกรณีดังต่อไปนี้ให้กระบวนการไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง


(๑) คดีระงับไปด้วยการถอนค าร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้อง ตามกฎหมาย

(๒) คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์ให้ท าการไกล่เกลี่ยอีกต่อไป


(๓) คู่ความไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ภายในระยะเวลาที่ศาลก าหนด


(๔) ผู้ประนีประนอมเห็นว่าการไกล่เกลี่ยต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดี

(๕) ผู้รับผิดชอบราชการศาลหรือองค์คณะผู้พิพากษาที่แต่งตั้งเห็นว่าคดีไม่อาจยุติได้ ด้วยวิธีการไกล่เกลี่ย หรือการ

ไกล่เกลี่ยต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีหรือจะเกิดความไม่เป็นธรรม


ข้อ ๙ ผู้ประนีประนอมตามระเบียบนี้ ที่ขึ้นทะเบียนกับส านักงานศาลยุติธรรม ตามข้อก าหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการ


ไกล่เกลี่ย มีสิทธิได้รับค่าป่วยการและค่าใช้จ่ายค่าป่วยการและค่าใช้จ่ายของผู้ประนีประนอมตามระเบียบนี้ ใหเป็นไป ตาม
ประกาศส านักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายค่าป่วยการและค่าใช้จ่ายของผู้ประนีประนอม ที่ออกตามความ
ในข้อก าหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการไกล่เกลี่ย โดยอนุโลม


บรรดาคดีที่การไกล่เกลี่ยยังไม่สิ้นสุดลงในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้เบิกจ่ายตามความในวรรคสอง


ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรมเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอ านาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่
เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับระเบียบนี้


ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

(ลงชื่อ) วีระพล ตั้งสุวรรณ

(นายวีระพล ตั้งสุวรรณ)

ประธานศาลฎีกา
ประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม


คดอาญาสนไหม





ี่


ป.วิ.อาญา มาตรา 44/1 ในคดีทพนักงานอัยการเปนโจทก ถาผูเสียหายมสิทธทจะเรยกเอาค่า

ี่










สินไหมทดแทนเพราะเหตุไดรบอันตรายแกชวิต รางกาย จิตใจ หรอไดรบความเสื่อมเสียต่อเสรภาพใน





รางกายชอเสียงหรอไดรบความเสียหายในทางทรพยสินอันเนองมาจากการกระทาความผิดของจาเลย
ื่



ื่




ี่



ผูเสียหายจะยนค ารองต่อศาลทพิจารณาคดีอาญาขอใหบังคับจาเลยชดใชค่าสินไหมทดแทนแกตนกได ้


ื่
ื่



ื่


ิ่
การยนค ารองตามวรรคหนึ่ง ผูเสียหายตองยนค ารองกอนเรมสืบพยาน ในกรณทไม่มการสืบพยาน
ี่


ื่




ใหยนค ารองกอนศาลวินจฉัยช้ขาดคดี และใหถอว่าค ารองดังกล่าวเปนค าฟองตามบทบัญญัติแห่งประมวล













กฎหมายวิธพิจารณาความแพ่งและผูเสียหายอยูในฐานะโจทกในคดีส่วนแพ่งนั้น ทั้งน้ค ารองดังกล่าวตอง

แสดงรายละเอยดตามสมควรเกยวกับความเสียหายและจานวนค่าสินไหมทดแทนทเรยกรอง หากศาลเห็น
ี่


ี่

ว่าค ารองนั้นยังขาดสาระส าคัญบางเรอง ศาลอาจมค าสั่งใหผูรองแกไขค ารองใหชัดเจนกได ้






ื่






ค ารองตามวรรคหนึ่งจะมค าขอประการอนทมิใช่ค าขอบังคับใหจาเลยชดใชค่าสินไหมทดแทนอัน

ื่
ี่





ื่


เนองมาจากการกระทาความผิดของจาเลยในคดีอาญามิได และตองไม่ขัดหรอแยงกับค าฟองในคดีอาญาท ี่



พนักงานอัยการเปนโจทก และในกรณทพนักงานอัยการไดด าเนนการตามความในมาตรา 43 แลว




ี่

ผูเสียหายจะยนค ารองตามวรรคหนึ่งเพอเรยกทรพยสินหรอราคาทรพยสินอกไม่ได ้
ื่





ื่





คดอาญาสนไหมมข้อสังเกตดังน้







ื่
1. การยนค ารองและการด าเนนกระบวนพิจารณาของผูเสียหายไม่ตองเสียค่าธรรมเนยมใดๆ (ป.วิ.อ.ม.253)






ื่



2. การเรยกรองค่าสินไหมทดแทนอันเนองมาจากไดรบอันตรายแก่ชวิต รางกายจิตใจ หรอเสื่อมเสียต่อ




เสรภาพ หรอไดรบความเสียหายในทางทรพยสินอันเนองมาจากการกระท าความผิดของจาเลย


ื่





3. ผูเสียหายเปนคนยากจนไม่สามารถจัดหาทนายความด าเนนคดีไดเองศาลมอ านาจแต่งตั้งทนายความ








ใหแกผูเสยหายไดและมสิทธ์ไดรบเงนค่ารางวัลและค่าใชจ่ายมาตรา 44 / 2 วรรคสอง






4. สามารถนาคดเขามาเจรจาไดระหว่างผูเสียหายกับจาเลย







5. การเจรจาสามารถตกลงกันไดและมีการชาระค่าเสียหายในคราวเดยว สามารถท าบันทึกไวเปนหลักฐาน




ื่
และยนต่อศาลเพอเปนเหตุบรรเทาโทษในส่วนคดีอาญาได ้

ื่
6. การเจรจาสามารถตกลงกันไดแต่ไม่สามารถชาระภายในงวดเดยวแต่จาเลยขอผ่อนชาระสามารถท าเป็น





สัญญาประนประนอมยอมความได




7. ศาลสามารถนาสัญญาประนประนอมยอมความมาพิพากษาตามสัญญายอมนั้นได


8. ศาลพิพากษาในส่วนคดีอาญา สามารถนาบันทึกขอตกลงและสัญญาประนประนอมยอมความมากาหนด





ไวในเงท่อนไขในการคุมความประพฤติได (ปอ.56 วรรคสาม(7))






ค่าสนไหมทดแทนทเรยกได้ มดังน้ ี













ี่

1 ค่าเสียหายทเปนตัวเงิน เช่น ค่าชดใชราคาทรพยทสูญหายหรอเสียหาย ค่ารกษาพยาบาล




ี่

ื่



ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใชจ่ายอันจาเปนอย่างอน ค่าขาดประโยชน เพราะไม่สามารถประกอบการงาน
แต่บางส่วนหรอโดยสิ้นเชิง ทั้งในปจจุบันและในอนาคต ค่าขาดไรอุปการะตามกฎหมาย





ี่
2 ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ความเสียหายทตองเจบปวดทุกขทรมาน ความ

ื่

เสียหายต่ออนามัย ความเสียหายต่อชอเสียงเกยรติคุณ
3 การกระทาเพื่อใหผูเสียหายกลับคืนสูสถานะเดิม เช่น การขอใชคืนทรพย การขับไล่ออก










จากอสังหารมทรพย การประกาศหนังสือพิมพเพื่อแกไข



ตัวอย่าง ค ารองเรยกค่าสนไหมทดแทน ( ป.วิ.อ มาตรา 44 / 1 )
















ี่
ขอ 1. คดีน้ศาลนัดสืบพยานโจทกในวันท 1 มีนาคม 2565 ดังความแจงในส านวนแลวนั้น










ขอ 2. ผูรองเปนผูเสียหายในคดีน้โดยตรง ผูรองมความประสงคจะขอเรยกค่าสินไหมทดแทนจาก




การกระทาความผิดของจาเลยอัน เปนการละเมิดต่อผูเสียหายทาใหผูเสียหายไดรบความเสียหายดังน้ ี






2.1. ค่าผ่าตัดและทาศัลยกรรมในชั้นแรก เปนจานวนเงิน 100,000 บาท










2.2. ค่าทาศัลยกรรมจากแพทยผูชานาญ 10 คร้ง เปนจานานเงิน 50,000 บาท

2.3. ค่าสินไหมทดแทนกรณดวงตาขางซายบอดสนทและตองเสียโฉมอย่างติดตัวไป




ตลอดชวิต เปนจานวนเงิน 100,000 บาท






2.4. ระหว่างทผูรองรกษาตัว ทาใหผูรองไม่ไดประกอบการงานไม่ไดเปนเวลา 60 วัน ผู ้






ี่

รองขอคิดค่าเสียหายในการขาดประโยชนวันละ 500 บาท รวมเปนเงินจานวน 30,000 บาท




รวมเปนเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 280,000 บาท

.



ค าพิพากษาคดอาญาสนไหม





พิพากษาว่า จ าเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 จ าคุก 2 ปีปรับ 20,000 บาทจ าเลย


ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมาย



อาญามาตรา 78 คงจ าคุก 1 ปีปรับ 10,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจ าเลยเคยถูกลงโทษจ าคุกมาก่อน


เห็นควรให้โอกาสจ าเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจ าคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีก าหนดเวลา 3ปี ให้คุ้มความ


ประพฤติจ าเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ3 เดือนต่อหนึ่งครั้ง มีก าหนดระยะเวลา 3 ปี โดยให ้


จ าเลยท ากิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีก าหนดระยะเวลา


24 ชั่วโมง ให้จ าเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอม/บันทึกข้อตกลงที่แนบท้ายนี้โดยเคร่งครัด ตามประมวล


กฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ช าระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 30 และได้พิจารณา



สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างผู้เสียหาย/ผู้ร้องกับจ าเลยในคดีนี้ฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2563 เห็นว่า


ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ค่าฤชา


ธรรมเนียมในส่วนแพ่งให้เป็นพับ



นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ...............................................



นายยุติธรรม บ ารุงสุข ..................................................

ค านยามศพท ์












ผู้ต้องหา หมายความถึง บุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระท าความผิดแต่ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล



จ าเลย . หมายความถึง บุคคลซึ่งถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระท าความผิด




ผู้เสียหาย หมายความถึง บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระท าผิดฐานใดฐานหนึ่ง



รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอ านาจจัดการแทนได้ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4,5 และ 6




พนักงานอัยการ หมายความถึง เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ทั้งนี้จะเป็นข้าราชการ



ในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงานอื่นผู้มีอ านาจเช่นนั้นก็ได ้



พนักงานสอบสวน หมายความถึง เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอ านาจและหน้าที่ท าการสอบสวน

ค าร้องทุกข์ หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่ง



ประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระท าความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระท าความผิดหรือไม่ก็ตามซึ่งกระท าให้



เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระท า



ความผิดได้รับโทษ



ค ากล่าวโทษ หมายความถึง การที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่า


มีบุคคลรู้ตัวหรือไม่ก็ดีได้กระท าความผิดอย่างหนึ่งขึ้น



การสอบสวน หมายความถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการด าเนินการทั้งหลายอื่น



ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ท าไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา



เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเพื่อจะเอาตัวผู้กระท าผิดมาฟ้องลงโทษ



บันทึก หมายความถึง หนังสือใดที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือต ารวจจดไว้เป็นหลักฐาน


ในการสอบสวนความผิดอาญารวมทั้งบันทึกค าร้องทุกข์และกล่าวโทษด้วย

ค านิยามศพท ์







การไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา หมายความถึง การไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาททางอาญาภาค



ประชาชน ชั้นสอบสวนและการระงับข้อพิพาทโดยส านักงานศาลยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่ร่วมถึงการไกล่เกลี่ยข้อ



พาทที่ด าเนินการในชั้นศาลและในชั้นบังคับคดี และการระงับข้อพิพาทโดยหน่วยงานตามที่กฎหมาย



บัญญัติ




คู่กรณี หมายความถึง ผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญา แต่ไม่หมายความรวมถึงคดีอาญาที่รัฐหรือ


หน่วยงานของรัฐเป็นผู้เสียหาย (ฉะนั้นคดีที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ในชั้นสอบสวน ต้องเป็นคดีที่ผู้ต้องหาได ้



กระท าความผิดที่มีผู้เสียหายที่ไม่ใช่รัฐเท่านั้น)




ลหุโทษ ตามพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถานหมายถึง โทษเบา โทษไม่ร้ายแรง




อายุความสะดุดหยุดอยู่ อายุความสะดุดหยุดอยู่เป็นกรณีที่อายุความสะดุดหยุดอยู่เพราะมีสาเหตุบาง



ประการณ์และระหว่างช่วงเวลาที่มีสาเหตุของการสะดุดหยุดอยู่นี้ อายุความจะไม่นับ เมื่อไหร่ที่สาเหต ุ


ดังกล่าวหมดไปอายุความก็จะกลับมานับใหม่ แต่จะนับรวมกับอายุความที่ นับมาก่อน สะดุดหยุดอยู่ด้วย

ค านิยามศพท ์












ผู้ร้อง หมายความถึง บุคคลที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระท าทั้งทางแพ่งหรือทางอาญา


และยื่นค าร้องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย




ผู้ถูกร้อง หมายความว่า บุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้กระท าละเมิดในทางแพ่งและเป็นผู้กระท าความผิดทาง



อาญา

ประเภทของคดีอาญา











คดีความผิดอาญาแผ่นดิน
















เปนเรองทรฐม่งค้มครองดแล รกษาความสงบเรยบรอยของบ้านเมอง รฐจงต้อง









เข้ามาด าเนนคดเอง แม้ว่าผู้เสยหายจะไม่ได้รองทกข์เพือให้ด าเนนคดก็ตาม เพียงแค่มค า





กล่าวโทษให้ด าเนนคด ต่อเจ้าหน้าทรฐตามกฎหมาย

คดีความผิดอันยอมความได ้







ี่
ิ่

เปนความผิดทเกดขึ้นแลวจะตองเรมตนในการด าเนินคดีโดยผูเสียหายตองรอง




ทุกขต่อพนักงานสอบสวน หากไม่มการรองทุกขต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวน

จะทาการสอบสวนไม่ได


คดีความผิดอาญาแผ่นดิน





• ลักษณะ 1 ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ • ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนามาตรา 206 ถึง 208

มาตรา 107 ถึง 135



• ลักษณะ 5 ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มาตรา 209 ถึง 216

• ลักษณะ 2 ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง

หมวด 1 ความผิดต่อเจ้าพนักงานมาตรา • ลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อ

136 ถึง 146 ประชาชน


หมวด 2 ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่

มาตรา 147 ถึง 166
• ลักษณะ 7 ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและแปลง


หมวด 1 ความผิดเกี่ยวกับเงินตรามาตรา 240 ถึง 249
• ลักษณะ 3 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
หมวด 2 ความผิดเกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์และตั๋วมาตรา 250 ถึง 263
หมวด 1 ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการ
ยุติธรรมมาตรา167 ถึง 199 หมวด 3 ความผิดเกี่ยวกับเอกสารมาตรา 264 ถึง 269

หมวด 4 ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 269 / 1ถึง 269 / 7
หมวด 2 ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ใน

การยุติธรรมมาตรา200 ถึง 205 หมวด 5 ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางมาตรา269/8 ถึง269/15

คดีความผิดอาญาแผ่นดิน (ต่อ)





ลักษณะ 8 ความผิดเกี่ยวกับการค้ามาตรา 270 ถึง 275 ลักษณะ 12 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น



ลักทรัพย์ มาตรา 334, 335
ลักษณะ 9 ความผิดเกี่ยวกับเพศ มาตรา 276 ถึง 287


(ยกเว้นบางมาตราซึ่งเป็นความผิดอันยอความได้) วิ่งราวทรัพย์ มาตรา 336
ชิงทรัพย์ มาตรา 339



ลักษณะ 10 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย เช่น ปล้นทรัพย์ มาตรา 340

ฆ่าคนตายโดยเจตนา มาตรา 288 รับของโจร มาตรา 357


ท าร้ายร่างกายเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 290


ประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 291

ท าร้ายร่างกายเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจมาตรา

295


ท าร้ายร่างกายบุคคลอื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา297


ประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสมาตรา 300

และอื่นๆอีกหลายมาตราซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ กฎหมายมุ่งคุ้มครอง

ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน


ความผดอันยอมความกันได ้






ม.๓๔๒ ฉอโกงประกอบดวยเหตุพเศษ



ื่
ม.๒๘๔ พาหญงไปเพอการอนาจาร ม.๓๔๔ หลอกลวงคนใหไปท างาน




ม.๒๐๙ วรรคแรก ทาใหเสื่อมเสียเสรภาพ ม.๓๔๕ สั่งซื้ออาหารหรอเขาอยู่ในโรงแรมโดยไม่มีเงน





ม.๓๔๖ ชักจูงใหเด็กเบาปญญาขายของโดยเสียเปรยบ
ี่
ื่
ม.๓๑๐ วรรคแรก หน่วงเหนยวกักขังผูอน


ม.๓๔๗ ฉอโกงในเรองประกันวินาศภัย
ื่
ื่

ม.๓๑๑ หน่วงเหนี่ยวกักขังผูอนโดยประมาท ม.๓๔๙ ฉอโกงเจาหน้จานา








ม.๓๒๒ เปดเผยความลับในจดหมาย โทรเลข ม.๓๕๐ ฉอโกงเจาหน้ ี
ื่
ี่





ม.๓๒๓ เปดเผยความลับของผูอนทรมาโดยหนาท ี่ ม.๓๕๒ ยักยอก





ม.๓๕๓ ยักยอกทรพยในฐานะเปนผูจัดการทรพย ์

ม.๓๒๔ เปดเผยความลับในทางอุตสาหกรรมหรอ ม.๓๕๔ ยักยอกทรพยในฐานะเปนผูจัดการทรพยตาม







วิทยาศาสตร ์ ค าสั่งศาล


ิ่
ม.๓๒๖ หมนประมาท ม.๓๕๕ ยักยอกทรพยเก็บตก

ม.๓๕๘ ท าใหเสียทรพย ์

ิ่
ม.๓๒๗ หมนประมาทคนตาย ม.๓๕๙ ท าใหเสียทรพยชนดพเศษ





ิ่

ม.๓๒๘ หมนประมาทดวยการโฆษณา ม.๓๖๒ บุกรก




ื่

ม.๓๔๑ ฉอโกง ม.๓๖๓ บุกรกโดยยายเครองหมายอสังหารมทรพย ์


ม.๓๖๔ เขาไปซ่อนตัวในอาคารคนอื่น

ความผิดลหุโทษ








(1.) ประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390


(2.) ท าร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391



(3.) ท าให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392


(4.) ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา ตาม ป.อ.มาตรา 393



(5.) ไล่ต้อนหรือท าให้สัตว์เข้าสวน ไร่ นาของผู้อื่น ที่แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์ หรือผลผลิตอยู่


ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 394



(6.) ปล่อยปละละเลยให้สัตว์เข้าในสวนไร่นาของผู้อื่นที่แต่งดินไว้ เพาะพันธุ์ไว้ หรือมีพืชพันธุ์ หรือผลิตผลอยู่

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 395



(7.) กระท าด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระท าให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือ


เดือดร้อนร าคาญในที่สาธารณะสถาน หรือต่อหน้าธารก านัลตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397


(8.) ความผิดลหุโทษอื่นที่ไม่กระทบต่อส่วนรวม ตามที่ก าหนดในพระราชกฤษฎีกา

ความแตกต่างระหว่างความผิดต่อแผ่นดินกับความผิดอันยอมความได้






ความผิดต่อแผ่นดิน ความผิดต่อส่วนตัว



๑. พนักงานสอบสวนเริ่มสอบสวนได้เอง ๑. ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือน


ไม่ต้องมีค าร้องทุกข์ นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระท าความผิด







๒. ไม่สามารถยอมความได้ ๒. สามารถยอมความเพื่อสิทธิการ


ด าเนินคดีอาญาระงับไปได้ ป.วิ.อ. มาตรา



๓๙(๒)



๓. อายุความฟ้องคดี ตามปอ. มาตรา ๙๕ ๓. อายุความฟ้องคดี ๒ ขยัก


(ดูอัตราโทษขั้นสูง) ๓.๑ ปอ. มาตรา ๙๖ : ๓ เดือนนับ


แต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระท าความผิด


๓.๒ ปอ. มาตรา ๙๕ (ดูอัตราโทษ



ขั้นสูง)



ลักษณะของการปฏบัติงานในศูนยคุมครองสิทธและเสรภาพในคดอาญา







และศูนยไกล่เกลี่ยขอพิพาทมีลักษณะทเหมอนและแตกต่างกัน


ี่





1. บุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ 1. บุคคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่


¾ ผู้พิพากษา ¾ ผู้พิพากษา ผู้ประนีประนอม เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย








2. ประเภทคดี 2. ประเภทคดี




™ คดความผิดอาญาแผ่นดินหรอคดความผิด ™ คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง

™ อันยอมความไม่ได ้ ™ คดีที่พนักงานอัยการฟ้องในความผิดอันยอมความกันได้

™ คดีอาญาสินไหม (ป.วิอาญา มาตรา ๔๔/๑)




3. ผลส าเรจของคดี 3. ผลส าเร็จของคดี



‰ พิพากษาว่ามีความผิด ‰ ถอนฟ้อง

‰ ยกฟ้อง ‰ ถอนค าร้องทุกข์
‰ ยอมความตามกฎหมาย

‰ ท าสัญญาประนีประนอมยอมความ











™ การค้มครองสทธและเสรภาพในคดอาญาเปนกระบวนการทมข้นเพื่อให้ผู้ม ี





ส่วนเกียวข้องกับคดทราบถงสทธและหน้าทตามกฎหมาย รวมทั้งขั้นตอน













ในการด าเนนคดต่างๆ ผู้ทปฏบัตหน้าทในศนย์ค้มครองสทธจงจ าเปนต้องม ี












ความรทางด้านกฎหมายเปนอย่างด นอกจากน้ในศนย์ค้มครองสทธฯ เปน

กระบวนการทให้อ านาจผู้ปฏบัตงานในศูนย์ปฏบัตการตามกฎหมาย
ี่





กระบวนการอาจมทั้งแต่งตั้งทนายความ สอบค าให้การจ าเลย การพิจารณา
และพิพากษาในคดด้วย กระบวนการดังกล่าวจงไม่อยู่ในอ านาจทผู้




ประนประนอมสามารถท าได้





ี่
ื่
ี่
™ เนองจากในศูนยไกล่เกลี่ยขอพิพาทเปนกระบวนการหนึ่งทบุคลากรปฏิบัติหนาทม ี




ี่


ตั้งแต่ผูพิพากษา ผูประนประนอมและเจาหนาทศาล






ก่อนเรมดาเนนการไกล่เกลี่ยทุกคด ตองมการอ่านและอธบายฟองใหกับ
ิ่




ี่









โจทก ผูเสียหายและจาเลยฟงรวมทั้งตองมการใหความรเกยวกับสิทธและหนาท ี่




ในกระบวนการพิจารณาคดแก่คูความทั้งสองฝายฟงซึ่งถอเปนกระบวนการ


คุมครองสิทธฯอย่างหนึ่งดวย เช่นการอธบายเกยวกับโครงสรางของการดาเนน







ี่




ิ่
กระบวนการพิจารณาคดทางอาญาตั้งแต่เรมคดจนกระทั่งศาลมคาพิพากษาใน

ี่





ชั้นตน อุทธรณและฎกา รวมทั้งสิทธในการขอปล่อยตัวชั่วคราวกรณทศาลมีคาสั่ง
ใหประทับฟอง และหรอมคาพิพากษาใหลงโทษจาคุกจาเลย
















™ การเจรจาไกล่เกลยเรองค่าสนไหมทดแทน เงอนไขแรกจ าเลย


ต้องส านกผิดในการกระท าความผิดแล้ว จ าเลยกับผู้เสยหาย


ประสงค์ทจะเจรจาค่าสนไหมทดแทนในทางแพ่ง เพอบรรเทา





ความเสยหายให้กับผู้ได้รบความเสยหาย ไม่ใช่เปนเรองท ี่

ื่



จ าเลยใช้เงนเพอต่อรอง เพอทจะขอศาลรอการลงโทษหรอรอ






การก าหนดโทษ





การเตรยมความพรอมในการไกลเกลี่ยขอพิพาท







ตัวความ














ผูแทนอื่นๆ ทนายความ




















ผูรบมอบ ผูรบมอบ


ฉันทะ อ านาจ

คดีหมายเลขด าที่............../๒๕๖๒...........
ใบแตงทนาย(๑) (หน้าแรก) คดีหมายเลขแดงที่............./๒๕๖๒..........















ศาล...

วันที่ ๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒


ความอาญา(แพ่ง)





นายเป้ง รักทานตะวัน ผู้ร้อง / ผู้เสียหาย


ระหว่าง





นายฉลาม สายเปย์ ผู้ถูกร้อง/ ผู้ต้องหา





ข้าพเจ้า...........................................นายเป้ง รักทานตะวัน......................................................................................................งผู้เสียหาย


ขอแต่งให้.............นายทิวเขา คนรักพ.................................................................................................................................................................................
ี่
เป็นทนายความของข้าพเจ้า ด าเนินกระบวนพิจารณาใดไปทางจ าหน่ายสิทธิของข้าพเจ้าได้ด้วย เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง


ถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรือการใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือในการขอให้พิจารณาคดีใหม่


ใบแตงทนาย (๒)


(หน้าสอง)





ข้าพเจ้ายอมรับผิดชอบตามที่.........นายเป้ง รักทานตะวัน .........................................................................................................





ทนายความจะได้ด าเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกฎฆมาย


ขอรับรองว่าเป็นลายมือชื่อผู้แต่งตั้งทนายความจริง

.............................................................................................ผู้แต่งทนายความ






ทนายผู้ร้อง/ผู้ถูกร้อง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



หมายเหต ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๖๒ ทนายความไม่มีอ านาจด าเนินกระบวนพิจารณาใดในท านองจ าหน่ายสิทธิของคู่ความนั้น เช่น การยอมรับ
ตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง ถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรือการใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือในการขอให้พิจารณาคดีใหม่ ถ้าจะมอบ

อ านาจดังกล่าวประการใดบ้าง ให้กรอกลงใน ช่องที่ว่างไว้โดยระบุให้ชัดแจ้ง (ค าที่ไม่ใช้และช่องว่างที่เหลือให้ขีดเสีย)



หนงสอมอบอ านาจ
(หน้าแรก)

ี่
ท าท .....................................................



ี่
วันท ........... เดอน ................................. พ.ศ. ............



โดยหนังสือฉบับน้ ขาพเจา (ผูมอบอ านาจ) นาย/ นาง/ นางสาว..........................................



ี่
อายุ ......... ป เช้อชาติ ................... สัญชาติ ................... อยูบานเลขท ..................... หมูท ............................

ี่




ถนน .................................. ตรอก/ ซอย ....................... ตาบล ................................ อาเภอ.................................

จังหวัด .............................. หมายเลขโทรศัพท ..........................................
ไดมอบอานาจให “ผูรบมอบอานาจ” นาย/ นาง/ นางสาว .................................................................






ี่



อายุ ......... ป เช้อชาติ ................... สัญชาติ ....................... อยูบานเลขท ...................... หมูท .....................
ี่



ถนน ........................... ตรอก/ ซอย ....................... ตาบล .................................. อาเภอ ............................



จังหวัด .................................................. หมายเลขโทรศัพท .......................................... เปนผูมอ านาจเจรจา















ด าเนนกระบวนพิจารณาใดไปทางจ าหนายสิทธของขาพเจาไดดวย เชน การยอมรบตามทีคูความอกฝายหนง











เรยกรอง ถอนฟอง การประนประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรอการใชสิทธิในการอทธรณหรอฎกา หรอ










ในการขอใหพิจารณาคดีใหม ตลอดจนการอนทีเกียวของแทนขาพเจา ไดจนแลวเสรจ





หนงสอมอบอ านาจ










(หน้าสอง)








การใดทผูรบมอบอานาจ นาย/ นาง/ นางสาว ...................................................................................
ี่












ไดกระทาไปตามหนังสือมอบอานาจฉบับน้แลว ขาพเจา ขอรบผิดชอบ โดยถอเสมอนว่าขาพเจาเปนผูก ระท าการนั้นดวยตนเอง







และเพื่อเปนหลักฐานขาพเจาไดลงลายมอชอไวเปนส าคัญต่อหนาพยาน


ื่



ื่
ลงชอ ............................................... ผูมอบอานาจ
(.............................................)
ื่
ลงชอ ............................................... ผูรบมอบอ านาจ


(.............................................)
ลงชอ ............................................... พยาน
ื่
๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒ (.............................................)
ื่
ลงชอ ............................................... พยาน
(.............................................)




หนงสอมอบฉนทะ(๑)
(หน้าแรก)

ี่
ท าท .....................................................



ี่
วันท ........... เดอน ................................. พ.ศ. ............


โดยหนังสือฉบับน้ ขาพเจา (ผูมอบอ านาจ) นาย/ นาง/ นางสาว..........................................



ี่




อายุ ......... ป เช้อชาติ ................... สัญชาติ ................... อยูบานเลขท ..................... หมูท ............................
ี่

ถนน .................................. ตรอก/ ซอย ....................... ตาบล ................................ อาเภอ.................................

จังหวัด .............................. หมายเลขโทรศัพท ..........................................





ไดมอบอานาจให “ผูรบมอบฉันทะ” นาย/ นาง/ นางสาว .................................................................



ี่
ี่
อายุ ......... ป เช้อชาติ ................... สัญชาติ ....................... อยูบานเลขท ...................... หมูท .....................




ถนน ........................... ตรอก/ ซอย ....................... ตาบล .................................. อาเภอ ............................



จังหวัด .................................................. หมายเลขโทรศัพท .......................................... เปนผูมอ านาจเจรจา




ด าเนนกระบวนพิจารณาใดไปทางจ าหนายสิทธของขาพเจาไดดวย เชน การยอมรบตามทีคูความอกฝายหนง













เรยกรอง ถอนฟอง การประนประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรอการใชสิทธิในการอทธรณหรอฎกา หรอ



















ในการขอใหพิจารณาคดีใหม ตลอดจนการอนทีเกียวของแทนขาพเจา ไดจนแลวเสรจ





หนงสอมอบฉนทะ(๒)











(หน้าสอง)







การใดทผูรบมอบฉันทะ นาย/ นาง/ นางสาว ...................................................................................
ี่









ไดกระทาไปตามหนังสือมอบอานาจฉบับน้แลว ขาพเจา ขอรบผิดชอบ โดยถอเสมอนว่าขาพเจาเปนผูก ระท าการนั้นดวยตนเอง










และเพื่อเปนหลักฐานขาพเจาไดลงลายมอชอไวเปนส าคัญต่อหนาพยาน


ื่

ื่
ลงชอ ............................................... ผูมอบฉันทะ

(.............................................)


ื่
ลงชอ ............................................... ผูรบมอบฉันทะ
(.............................................)
ลงชอ ............................................... พยาน
ื่
(.............................................)
ลงชอ ............................................... พยาน
ื่
(.............................................)

การคัดเลือกบุคลากรทีปฏิบัติหนาที ่




















เปนคนใจเย็น พูดเกงและ บุคลิกภาพเปน

พูดจาสุภาพ ชอบอธบาย คนยืดหยุน












มีทัศนคติในเชง

มีความอดทน บวก ไมมองจ าเลย



ในการรบฟง ทีถูกฟองเปน






ปญหา ผูกระท าความผิด


เสยกอน


กระบวนการไกลเกลี่ย







1. คู่กรณีต้องเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยด้วยตนเองหรือผู้มอบอ านาจ



2. คู่กรณี




ก) ผู้รับมอบอ านาจหรือผู้รับมอบฉันทะ



ข) ทนายความที่ได้รับแต่งตั้งจากคู่กรณี



ค) ผู้แทนหรือผู้รับมอบอ านาจของนิติบุคคล




ง) บุคคลที่คู่กรณีไว้วางใจ



จ) อื่น ๆเช่น สามี ภรรยา พี่ ป้า น้า อา น้อง ญาติหรือเพื่อน








3. หากคู่กรณีเป็นผู้เยาว์ ให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง นักจิตวิทยา หรือนักสังคม



สงเคราะห์เข้าร่วมไกล่เกลี่ยด้วย

3. การไกล่เกลี่ยให้กระท าเป็นการลับ




• ต้องจัดให้มีสถานที่ให้เหมาะสมและมีบรรยากาศในการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้



ข้อมูลที่ได้มาจากคู่กรณีให้จัดเก็บไว้เป็นความลับ





•แยกส านวนออกจากส านวนการสอบสวน




• ไม่สามารถน าใช้เป็นพยานหลักฐานได้ หากการไกล่เกลี่ยไม่ประสบความส าเร็จ




ม.51




4. ให้จัดหาล่าม หากมีความจ าเป็นต้องใช้

ประเภทของคู่ความที่ต้องด าเนินการไกล่เกลี่ย











1. ค่ความทมการศกษา สถานะทางสังคมสง


- รฐมนตร อธบด อธการบด ผู้จัดการบรษัทขนาดใหญ่





ด็อกเตอร ์
2. ค่ความทมสถานะทางสังคมปานกลาง




- ค่ความจบปรญญา เจ้าของกิจการขนาดเล็ก พนักงานบรษัท




ข้าราชการ ทั่วไป อนๆ








3. ค่ความทมอาชพรบจ้างทั่วไป
-กรรมกรก่อสราง คนขับรถบรรทก ชาวไร่ชาวนา ชาวสวน


ื่
อนๆ










กอนเรมการไกลเกลียตองอธบายใหคูกรณีทราบ


1. แจ้งข้อหาตามค าร้องทุกข์ให้ผู้ต้องหาทราบ



2. อธิบายถึงพฤติการณ์ต่างๆและข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดี เช่น วัน เดือน ปี เวลาในการกระท า


ความผิด ตลอดจนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น




3. กระบวนการด าเนินคดีในตั้งแต่ผู้เสียหายร้องทุกข์หรือกล่าวโทษจนกระทั่งจนถึงศาลมีค าพิพากษา



4. ผลทางกฎหมายในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท



ก) ไกล่เกลี่ยส าเร็จมีผลทางกฎหมาย



ข) ไกล่เกลี่ยไม่ส าเร็จมีผลทางกฎหมาย



5. สิทธิของคู่กรณีในการยุติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

คุณลักษณะของผู้ประนีประนอมที่พึงปฏิบัติ











๑. แต่งกายสุภาพเรยบรอย




๒. ศึกษาส านวนใหเขาใจอย่างถองแท ้
๓. ควบคุมอารมณ ์








ื่
๔. แสดงออกใหเห็นถึงความเปนกลางสรางความเชอมั่นใหกับคูความและทนายความ


๕. เปนผูฟงทมประสิทธภาพ


ี่


๖. มความยืดหยุน


๗. มความซื่อสัตย ์

๘. ไม่ควรเปนผูช้ขาดในทางคดี


๙. มความอดทน



๑๐.แสดงความเห็นใจคูความ

สิ่งที่ผู้ประนีประนอมไม่ควรปฏิบัติ












๑. อวดอางสรรพคุณตนเองและครอบครวเกนความพอดี
๒. ไม่บังคับคูความใหสารภาพ










๓. พูดหรอแสดงความคิดเหนใหฝายหนึ่งฝายใดไดเปรยบในทางคดีต่อหนาคูความอก



ฝายหนึ่ง






๔. ต าหนิหรอใหคูความทอหรอหมดกาลังใจ



๕. แสดงความไม่รสึกเอ้ออาทรต่อความรสึกคูความทั้งสองฝาย








๖. พูดขอดอยของคูความอีกฝายหนึ่งต่อหนาคูความอีกฝายหนึ่ง













๗. การแยกเจรจาหากไดขอมูลเปนขอเสนอของฝายหนึ่งตองไม่ปกปดขอมูล และตอง


แจงคูความอีกฝายหนึ่งทราบ






การจัดท าบันทึกขอตกลงการไกลเกลี่ยตองมีรายละเอียดดังตอไปน้ ี


1. ชื่อและที่อยู่ของคู่กรณี



2. พฤติการณ์ที่มีการกล่าวหา



3. ฐานความผิดและอัตราโทษตามกฎหมายที่มีการกล่าวหา




4. ความสมัครใจเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา


5. สาระส าคัญของข้อตกลง



5.1 การชดใช้เยียวยาความเสียหายที่สามารถค านวณ เป็นจ านวนเงินได้


5.2 การชดใช้เยียวยาความเสียหายที่ไม่สามารถค านวณเป็นจ านวนเงินได้

5.3 เงื่อนไขที่คู่กรณีต้องปฏิบัติหรืองดเว้นปฏิบัติและระยะเวลาในการด าเนินการ


5.4 ข้อตกลงคู่กรณีไม่ติดใจที่จะรับชดใช้เยียวยาความเสียหาย


6. ลายมือชื่อของคู่พิพาท



7. ลายมือชื่อของผู้ประนีประนอม




การจัดท ารายงานการไกลเกลย








การไกลเกลยส าเรจ






การไกลเกลยไมส าเรจ












การเลอนการไกลเกลยโดยมีการเสนอเงือนไข




การเลอนการไกลเกลย









การเลอนการไกลเกลยไปปฏิบัติตามเงือนไข



1. การไกลเกลี่ยสาเร็จ








ี่
รายงานการไกล่เกลี่ย (หนาแรก) คดีหมายเลขด าท............../๒๕๖๒...........




คดีหมายเลขแดงที่............./๒๕๖๒..........


ศูนยไกล่เกลี่ยชุมชน...(สถานต ารวจนครบาล....)


ี่
วันท ๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

ความอาญา(แพ่ง)




นายยุติธรรม ส าเรจดี ผูรอง / ผูเสียหาย

ระหว่าง



นายสมบัติ งามไทย ผูถูกรอง/ ผูตองหา




ผูไกล่เกลี่ยออกนั่งประนอมขอพิพาทเวลา ๐๙.๐๐ นาฬกา













นัดไกล่เกลี่ยวันน้ ผูเสียหาย ผูรบมอบอานาจ.....ทนายผูเสียหาย ผูตองหา นาย.......บิดาผูตองหา ทนายผูตองหา มาเจรจาไกล่เกลี่ย
และประนอมขอพิพาทวันน้











ผูไกล่เกลี่ย(ประนประนอม)ไดเจรจาคูกรณทั้งสองฝายแลว คดีสามารถตกลงกันได โดยมรายละเอยดดังต่อไปน้ ี








๑. ผูตองหาตกลงจะชาระเงนใหแกผูเสียหายจานวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในวันน้และผูเสียหาย.....รบเงินดังกล่าวไปเรยบรอยแลวท ี่








ศูนยไกล่เกลี่ยขอพิพาทชุมชน.....,(สถานต ารวจนครบาล)




(หนาสอง)







ื่


ี่





๒. ผูเสียหายแถลงว่า เมอผูตองหาไดชาระเงนตามทตกลงไวเรยบรอยแลว จึงทาบันทึกการตกลงไวเปนหลักฐาน ตามบันทึก





ี่
ขอตกลงฉบับลงวันทวันน้ (เอกสารแนบทาย...........................) และไม่ติดใจด าเนนคดีแพ่งและในคดีอาญา(ประสงคขอถอนค ารองทุกข)



กับผูตองหาอกต่อไป













รายงานการไกล่เกลี่ยฉบับน้ไดอ่านใหกับคูกรณฟงและเปนไปตามวัตถุประสงคดวยความสมัครใจของคูกรณโดยไม่มฝายใดโตแย้ง




ี่

แจงพนักงานสอบสวนและหน่วยงานทเกยวของที่รบคดีไวแลวทราบ/อ่านแลว




ี่

( นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ) ผูไกล่เกลี่ย บันทึก/อ่าน ( นาย......................................... ) ผูไกล่เกลี่ย







......................................... ผูรอง / ผูเสียหาย ................................................ทนายผูรอง / ผูเสียหาย

(นายทนายนอย ยุติธรรม)








........................................ ผูถูกรอง/ ผูตองหา .......................................ทนายผูถูกรอง/ ผูตองหา

(นายนาไชย ปกดี)

2. การไกลเกลี่ยไมสาเรจ








รายงานการไกล่เกลี่ย (หนาแรก) คดีหมายเลขด าท............../๒๕๖๒...........
ี่




คดีหมายเลขแดงที่............./๒๕๖๒..........


ศูนยไกล่เกลี่ยชุมชน...(สถานต ารวจนครบาล....)


ี่
วันท ๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒

ความอาญา(แพ่ง)



นายยุติธรรม ส าเรจดี ผูรอง / ผูเสียหาย


ระหว่าง





นายสมบัติ งามไทย ผูถูกรอง/ ผูตองหา

ผูไกล่เกลี่ยออกนั่งประนอมขอพิพาทเวลา ๐๙.๐๐ นาฬกา











นัดไกล่เกลี่ยวันน้ ผูเสียหาย ผูรบมอบอานาจ.....ทนายผูเสียหาย ผูตองหา นาย.......บิดาผูตองหา ทนายผูตองหา มาเจรจาไกล่เกลี่ย





และประนอมขอพิพาทวันน้
ผูไกล่เกลี่ย(ประนประนอม)ไดเจรจาคูกรณทั้งสองฝายแลว คดีไม่สามารถตกลงกันได จึงขอยกเลิกการไกล่เกลี่ยและบันทึกรายงาน









ฉบับน้ไวเปน




(หนาสอง)


ื่







โดยใหคูกรณทั้งสองฝายลงลายมอชอไวเปนหลักฐาน/อ่านแลว
( นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ) ผูไกล่เกลี่ย บันทึก/อ่าน ( นาย......................................... ) ผูไกล่เกลี่ย







......................................... ผูรอง / ผูเสียหาย ................................................ทนายผูรอง / ผูเสียหาย


(นายทนายนอย ยุติธรรม)

........................................ ผูถูกรอง/ ผูตองหา ......................................ทนายผูถูกรอง/ ผูตองหา







(นายนาไชย ปกดี)

3. การเลื่อนการไกลเกลี่ยโดยมีการเสนอเงื่อนไข










รายงานการไกล่เกลี่ย (หนาแรก) คดีหมายเลขด าท............../๒๕๖๒...........

ี่



คดีหมายเลขแดงที่............./๒๕๖๒..........




ศูนยไกล่เกลี่ยชุมชน...(สถานต ารวจนครบาล....)
ี่
วันท ๑ เดือน กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
ความอาญา(แพ่ง)



นายยุติธรรม ส าเรจดี ผูรอง / ผูเสียหาย



ระหว่าง




นายสมบัติ งามไทย ผูถูกรอง/ ผูตองหา

ผูไกล่เกลี่ยออกนั่งประนอมขอพิพาทเวลา ๐๙.๐๐ นาฬกา














นัดไกล่เกลี่ยวันน้ ผูเสียหาย ผูรบมอบอานาจ.....ทนายผูเสียหาย ผูตองหา นาย.......บิดาผูตองหา ทนายผูตองหา มาเจรจาไกล่เกลี่ย


และประนอมขอพิพาทวันน้




ผูไกล่เกลี่ย(ประนประนอม)ไดเจรจาคูกรณทั้งสองฝายแลว คดีทางตกลงกันไดโดยมรายละเอยดดังต่อไปน้ ี






Click to View FlipBook Version