วสิ ยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ตั น์ Download
1
“ “เปิดพน้ื ท่คี วามรู้
ร่วมสรา้ งหมดุ หมายใหม่
พลกิ โฉมสู่มหาวทิ ยาลัยนวัตกรรมสังคม
ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
วิสัยทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
2
บทสรุปผู้บรหิ าร
(Executive Summary)
การเปลย่ี นแปลงและความทา้ ทายใหมใ่ นบรบิ ทสงั คมโลกและสงั คมไทย จากการเขา้ สสู่ งั คมสงู วยั ความเหลอ่ื มล�ำ้
และความไม่เป็นธรรม ความเส่ือมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม สภาวะโลกร้อนและการเปล่ียนแปลง
สภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมืองความเป็นเมือง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเข้าสู่สังคมดิจิทัล (Digital
Transformation) ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมการเมือง วัฒนธรรรม สงครามและการก่อการร้าย และที่สำ�คัญคือ
สถานการณ์ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการสร้างสังคมวิถีใหม่/วิถีใหม่แห่งอนาคต
(New Normal/Next Normal) ด้านหน่ึงน�ำ มาซง่ึ ความร่วมมือของประชาคมโลกในการสร้างธรรมาภิบาลโลก (Global
Governance) การให้ความส�ำ คญั กับเป้าหมายการพฒั นาทยี่ งั่ ยืน (SDGs) ท่ี “ไมท่ ้งิ ใครไว้ข้างหลัง” (Leaving No One
Behind) ซง่ึ ไดร้ ับการประเมินว่ามคี วามถดถอยลงไปมากในช่วงวิกฤตการณ์โควดิ -19 ทวา่ ในดา้ นหนึง่ ก็น�ำ มาซ่ึงพลวตั
และพลงั “การทบทวนโลกาภวิ ัตน”์ (Rewiring Globalization) “โลกาภิวัตน์ทีล่ ดลง” (Deglobalization) มกี าร
สรา้ งความหมายและอัตลกั ษณใ์ หม่ของความเป็นรัฐชาตแิ ละท้องถ่ินภวิ ัตน์ (Localization) ทเ่ี ข้มขน้ เดน่ ชดั สง่ิ เหลา่ นี้
จึงถือเป็นโอกาสและความท้าทายที่มีนัยสำ�คัญต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันเพ่ือ
ก้าวข้ามกับดักรายไดป้ านกลาง ผา่ นการเช่อื มโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏริ ูปประเทศ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สงั คมฯ นโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม นโยบายและการปฏริ ปู ระบบอดุ มศกึ ษา
ภายใตโ้ ครงการพลิกโฉมมหาวทิ ยาลยั (Reinventing University) และแผนอื่น ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
การสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันเพื่อการพัฒนาประเทศ ได้มีการปรับปรุงแผนวิทยาศาสตร์ วิจัย และ
นวัตกรรม (2566-2570) ให้สอดคล้องกบั เปา้ หมายการพฒั นาประเทศ โดยมงุ่ เนน้ การเตบิ โตแบบกา้ วกระโดดคร้งั ใหญ่
มีธงนำ�เปา้ หมายที่ชดั เจน เน้นการใชอ้ ดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม สร้างขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั
ทางเศรษฐกจิ พฒั นากำ�ลงั คนใหม้ สี มรรถนะและทกั ษะสูง เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสมดลุ ของการพฒั นาประเทศ เปา้ หมายการ
พฒั นาท่ียง่ั ยืนและพง่ึ ตนเองอยา่ งย่ังยนื
บทบาทมหาวทิ ยาลยั กบั การเปล่ียนแปลงและความท้าทายสู่อนาคต ยังมี “ชอ่ งว่าง” ทำ�ใหเ้ กิดการ ต้งั ค�ำ ถามเชิง
คณุ คา่ ทมี่ ตี อ่ การศกึ ษา ใหต้ อบสนองตอ่ ทศิ ทางการพฒั นาประเทศ ความตอ้ งการอนั หลากหลาย มที กั ษะและสมรรถนะ
ท่ีมากพอสำ�หรับโลกยุคใหม่ ด้วยคุณค่าและการปรับบทบาทเชิงสถาบัน การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ในระบบให้ปริญญา
ไมม่ งุ่ ปรญิ ญา และ/หรอื แตกตา่ งจากมาตรฐานการอดุ มศกึ ษา และการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ ไปพรอ้ ม ๆ กบั การเปน็ “ปญั ญา
ใหส้ ังคม” มหาวิทยาลัยจงึ ตอ้ งปรบั ตัวแบบพลกิ โฉม สรา้ งหมดุ หมายใหมใ่ นเชงิ ยุทธศาสตร์ สามารถเปน็ กลไก-ฟนั เฟือง
ขบั เคล่ือนการเปล่ยี นแปลง สรา้ งโอกาสใหม่ ๆ จากความทา้ ทาย
มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ไดก้ �ำ หนดวสิ ยั ทศั น์ “มงุ่ สกู่ ารเปน็ มหาวทิ ยาลยั นวตั กรรมสงั คมระดบั แนวหนา้ ของประเทศ
ภายในปี 2567” และต�ำ แหนง่ แหง่ ทเี่ ปน็ มหาวทิ ยาลยั “กลมุ่ ท่ี 2 การพฒั นาเทคโนโลยแี ละสง่ เสรมิ การสรา้ งนวตั กรรม
(Technology and Innovation) สามารถสร้างอนาคตด้วยการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ วิจัย เทคโนโลยี
วิสยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน์
3
นวัตกรรม การบริการวิชาการและการบริหารท่ีเป็นเลิศ ผสานการดำ�เนินงานและการขับเคลื่อนด้วยพันธกิจแบบ
บรู ณาการจากจดุ แขง็ ทม่ี ที างสงั คมศาสตร์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ และการรว่ มมอื กบั ภาคี
พนั ธมิตร โดย
(1) ส่งเสรมิ มหาวิทยาลัยให้ “เตบิ โตอย่างสมดลุ เชอื่ มโยงถึงกัน” ในมิตคิ วามสมดลุ ในการพฒั นาเชงิ พืน้ ท่ใี หม้ ี
ระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานของวิทยาเขตและพ้ืนท่ีส่วนขยาย มิติสร้างความสมดุลในการจัดการเรียนรู้ท่ีแบบ
บรู ณาการและผสมผสานศาสตร์ มีความยดื หยุ่นตอบสนองการผ้เู รียนและการเรยี นรู้ในทกุ รูปแบบ และมิตพิ ลกิ โฉมการ
ขบั เคลอื่ นวสิ ยั ทศั นแ์ บบมงุ่ เปา้ หมาย ภายใตค้ วามเชย่ี วชาญของศาสตร์ อตั ลกั ษณแ์ ละความโดดเดน่ ดว้ ย “พนื้ ทนี่ วตั กรรม
สังคม” (TSU Social Innovation Polis) ของ 2 วิทยาเขต 3 พืน้ ท่ีขยาย จะทำ�ใหม้ หาวทิ ยาลัยเตบิ โตอย่างแข็งแกรง่
เป็น “The University of Glocalization” มคี วามโดดเดน่ เป็นทร่ี ับรู้ (Perception) ในชุมชนทอ้ งถ่นิ ชาติ และ
นานาชาติ
(2) เพ่ิมขีดความสามารถด้านการแข่งขันในด้านการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณดำ�เนินงาน
ตามเกณฑ์ EdPEx และ AUN QA แต่ไม่ได้รับการจัดอันดับจากสถาบันจัดอันดับระดับโลก ยกเว้น Webometrics
Ranking of World Universities โดย Cybermetrics Lab อยู่ในลำ�ดบั ที่ 31 ของประเทศ ท่ี 4,137 ของโลก ในปี พ.ศ.
2565 และ UI Green Metric World Universities Ranking อนั ดบั 331 จากมหาวิทยาลยั เขา้ ร่วม 959 แหง่ ทั่วโลก
ในปี พ.ศ. 2564 แตม่ ผี ลงานการตพี มิ พเ์ ผยแพร่ การอา้ งองิ ผลงานการตพี มิ พเ์ ผยแพร่ และการน�ำ ไปใชป้ ระโยชน์ รายได้
จากแหล่งทุนวิจัยภายนอกที่เพ่ิมขึ้นต่อเน่ือง จึงสามารถยกระดับความเป็นนานาชาติด้วยการสนับสนุนการจัดการ
เรียนรู้และการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่จะช่วยยกระดับความเป็นนานาชาติและความแข็งแกร่งด้าน
วิชาการไปพรอ้ มกนั โดยเฉพาะกลุ่มวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการบริการวชิ าการ พบว่าสามารถยกระดับพฒั นา
ต่อยอดไปสู่การวิจัยและบริการวิชาการท่ีก่อให้เกิดนวัตกรรมสังคมหลากหลายมิติมากข้ึน ขณะที่งบประมาณจากการ
บริการวชิ าการจากภายนอกเพม่ิ สูงอยา่ งมนี ัยส�ำ คัญ
(3) การเพิ่มความสามารถด้านการวจิ ยั และบริการวิชาการ มนี ัยท่ีส�ำ คญั อย่างนอ้ ย 2 ประการ คือ ประการแรก
การสรา้ งความมนั่ คงทางการเงนิ ผา่ นการหารายไดจ้ ากองคค์ วามรู้ วจิ ยั และนวตั กรรม ตลอดจนการพฒั นาระบบทรพั ยส์ นิ
ทางปัญญาไปสู่การประโยชน์ในแง่มุมต่าง ๆ (Research Utilization) การแพร่กระจายนวัตกรรมและการถ่ายทอด
เทคโนโลยี (Diffusion of Social Innovation) การจดั สรรดูแลสทิ ธปิ ระโยชน์จากงานวิจัยตามพ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้
ประโยชน์ผลงานวิจยั และนวตั กรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) ประการท่ีสอง ยกระดับผลกั ดนั มหาวทิ ยาลัยให้เข้าสฐู่ าน
การจดั อันดับโลกในอนาคต ดว้ ย “ปรมิ าณสคู่ ณุ ภาพ” ด้วยการสนับสนนุ ทรพั ยากรอยา่ งเหมาะสมและการสรา้ งเชอื่ ม
โยงงานวจิ ยั ตลอดหว่ งโซ่อุปทานและหว่ งโซ่คุณคา่ (TSU Research Supply/Value Chain Management ) โดยให้
ความส�ำ คัญกับการ Reskill, Upskill, Newskill, Cross-Skills นกั วจิ ัยควบคู่ไปกบั สร้างวฒั นธรรม โครงสรา้ งพ้นื ฐาน
และระบบนิเวศการวจิ ัย
(4) การสร้างความมั่นคงทางการเงิน มหาวิทยาลัยมีรายได้จากงบประมาณแผ่นดินและงบประมาณเงินรายได้
ทม่ี าจากคา่ ธรรมเนยี มการศกึ ษาเปน็ หลกั ซงึ่ จ�ำ นวนนสิ ติ ในระดบั ปรญิ ญาตรเี พมิ่ ขนึ้ แตบ่ ณั ฑติ ศกึ ษาลดลง 50 เปอรเ์ ซน็ ต์
ในชว่ งระยะเวลา 10 ปี หากพิจารณาจากแผนการรับ ในภาพรวมนิสิตปริญญาตรเี ปน็ ไปตามแผนการรบั โดยวิทยาเขต
สงขลาสูงกว่าแผนที่ตั้งไว้ ส่วนวิทยาเขตพัทลุงตำ่�กว่าแผนมาโดยตลอด แต่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมการศึกษาลดลง
เนอื่ งจากการลดหยอ่ นและการคา้ งช�ำ ระอนั เนอื่ งมาจากสถานการณโ์ ควดิ -19 ดงั นนั้ การแสวงหารายไดจ้ ากคา่ ธรรมเนยี ม
การศกึ ษาดว้ ยการเพม่ิ จ�ำ นวนผเู้ รยี นจาก “ทางเลอื กและโอกาสอนั หลากหลาย” ในการเรยี นรแู้ ละสามารถพง่ึ พาตนเอง
วิสัยทัศนแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ตั น์
4
และลดความเสี่ยงด้านการเงนิ ดว้ ยการบรหิ ารสนิ ทรพั ย์ จาก “การพฒั นาพนื้ ทีเ่ ป็นย่านพาณิชยเ์ พ่ือการศกึ ษา” และ
“การลงทนุ ในธรุ กิจวิจัยและนวตั กรรม”
(5) การบริหารจัดการและการเชอ่ื มโยงเชิงนโยบาย พลิกโฉมระบบ โครงสร้างบรหิ าร และการจัดการเชงิ ระบบ
สรา้ งภาพลักษณ์ วัฒนธรรมและบรรยากาศการทำ�งานใหม่ พฒั นาระบบบริหารงานบคุ คลให้เปน็ Multi Generation
และ Smart Manpower และใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวน
ซบั ซอ้ น และไมแ่ นน่ อน มหาวทิ ยาลยั ตอ้ งมี “หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเชิงนโยบาย” (TSU Policy Lab) เปน็ พ้นื ที่กลาง สำ�หรบั
ออกแบบนโยบาย สร้างเคร่ืองมือการบริหารเชิงวตั กรรมที่จะทำ�ให้เกดิ “ระบบเชอื่ มตอ่ ท่ีสอดประสานและกลมกลืน”
จากกลไกเชิงนโยบายสู่การปฏบิ ัตกิ าร (Strategy Alignment and Agile Management) จากหลายทิศทาง นอกจาก
น้ีหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเชิงนโยบายจะเปน็ คลังสมองและกลไกสำ�คญั ในการผลิต/สร้างความรู้เพอ่ื สร้างวาระ (Agenda) เสนอ
ทางเลอื กเชงิ นโยบายและนโยบายสาธารณะทตี่ อบสนองการสรา้ งสรรคส์ งั คมแหง่ ความสขุ มสี ขุ ภาวะอยา่ งยงั่ ยนื รว่ มกบั
ภาคจี ากทุกภาคส่วน
ภายใต้แนวคิดขา้ งต้น จะขบั เคลือ่ นพลกิ โฉมมหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ไปสู่ “The University of Glocalization” ท่ี
มคี วามโดดเดน่ ดา้ นนวตั กรรมสงั คมและเปน็ มหาวทิ ยาลยั แถวหนา้ ในกลมุ่ การพฒั นาเทคโนโลยแี ละการสง่ เสรมิ การสรา้ ง
นวตั กรรม โดยก�ำ หนด “หมดุ หมาย” (Milestones) การบรหิ ารเพอื่ ขบั เคลอ่ื นและมงุ่ สภู่ าพอนาคตของมหาวทิ ยาลยั ใน
เชิงยุทธศาสตร์หลงั การพลิกโฉม จำ�นวน 6 หมดุ หมาย โดยมกี ลยุทธแ์ ละแนวทางทสี่ �ำ คญั ๆ ดังนี้
หมดุ หมายท่ี 1
การจดั การศกึ ษาเพอ่ื พัฒนาก�ำ ลงั คนในการขบั เคลือ่ นการพัฒนาประเทศ
กลยทุ ธ์และแนวทางที่ 1
ปรบั ปรงุ พฒั นาหลกั สตู รแบบผสมผสาน/บรู ณาการขา้ มศาสตร์ และหลกั สตู รแบบ TSU Gen Next Academy
สร้างทางเลือกในการจัดการเรยี นรู้ เช่น Dual Degree หลักสูตร 2+2 หลกั สตู ร 3+1 และ Pre-Degree
ยกระดบั หลกั สตู รทม่ี ศี กั ยภาพสงู ใหไ้ ดก้ ารยอมรบั และรบั รองในระดบั นานาชาติ (International Accreditation)
โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้และวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อสร้างองค์ความรู้และการตีพิมพ์เผยแพร่ในนานาชาติ
โดยเนน้ กลุ่มวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ
สรา้ งการเรยี นรคู้ วบคกู่ ารปฏบิ ตั ิ เชน่ Active Learning, Problem-Based/Research-Based/ Project-Based/
Area-Based/ 1 หลักสูตร 1 นวัตกรรมสังคม เปน็ ตน้
จดั ตัง้ “ธนาคารหน่วยกติ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ” (TSU Credit Bank)
จัดท�ำ หลกั สตู ร TSU Sandbox พัฒนา “ผ้ปู ระกอบการ” ดา้ นเกษตรและเกษตรแปรรูปมลู ค่าสงู การพัฒนา
วสิ ากจิ ขนาดกลาง/ยอ่ ม และการทอ่ งเทยี่ วเชงิ คณุ ภาพเพอื่ ความยง่ั ยนื ตามหมดุ หมายในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม
แหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 13
พัฒนานิสิตให้เป็น Glocal Citizenship การพัฒนาทักษะท่ีจำ�เป็นสำ�หรับศตวรรษท่ี 21 เช่น Soft Skills,
Power Skills, Digital Skills, Thinking Skills สนบั สนนุ กิจกรรมรวมกลมุ่ นสิ ิตและการแก้ไขปัญหา Lost Generation
เช่น Start Up Clubs, TSU Youth Ted Talk, Meet CEO Start Up โดยมที ุน/ทรพั ยากรสนบั สนนุ ท่ีเหมาะสม
พัฒนาการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤต และแสวงหาผู้เรียนใหม่ด้วยแพลตฟอร์มการส่ือสารท่ีหลากหลายและ
การตลาดทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
วสิ ัยทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรตั น์
5
หมุดหมายท่ี 2
สรา้ งผลงานวจิ ยั เพอื่ พฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมทต่ี อบโจทยก์ ารพฒั นาเชงิ พนื้ ท่ี และการเพมิ่
ขีดความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
กลยทุ ธ์และแนวทางท่ี 2
วิจยั และพฒั นา “พื้นทีน่ วตั กรรมสังคม” (TSU Social Innovation Polis) ประกอบดว้ ยพื้นทีน่ วัตกรรม
Phatthalung Polis, Wetland Polis, Satingphra Peninsula Polis, Songkhla and Hinterland Polis, Bangkok Polis
จดั ท�ำ แผนงานวจิ ยั Area-Based, Issue-Based ดว้ ยแผนงานวจิ ยั แบบมงุ่ เปา้ (Spearhead/Targeted Research
Issues), Quick Win Project, Big Rock Project, Flagship Project
สร้างความเชือ่ มโยงงานวิจยั ตลอดเสน้ ทาง (Research and Development Impact Pathway) เพ่อื สร้าง
หว่ งโซอ่ ปุ ทานและคณุ ค่า (Research Supply/Value Chain Management ) และประเมนิ ความคมุ้ ค่าจากงานวจิ ยั
และนวัตกรรมด้วยการวิเคราะห์ Social Return on Investment (SROI) ด้าน Supply Sides and Demand Sides
ส่งเสริมสนับสนนุ การวจิ ยั ด้วยกระบวนวเิ คราะห์ตาม SRL/TRL เพ่ือต่อยอดงานวิจยั (Spiral Effect)
สนับสนนุ การจัดต้งั หนว่ ยวิจยั /ศนู ยว์ ิจัย และศนู ย์วจิ ยั เพ่ือความเป็นเลศิ
พัฒนาศักยภาพนักวจิ ัยและทักษะความสามารถนักวจิ ยั เปน็ นวตั กรสงั คมด้วยแนวคดิ TSU Social Innovator
สนบั สนุนการร่วมมือกับต่างประเทศ ในรปู ของ Adjunct Professor, Postdoctoral Fellowship
สร้างระบบนเิ วศและโครงสร้างพนื้ ฐานการวิจัย เชน่ ระบบมาตรฐานการวจิ ยั , โครงสร้างพนื้ ฐาน, TSU Social
Innovation Index, Co-Working Research Space, Creativity Space
สรา้ งแรงจูงใจ เชื่อมโยงนักวิจยั กบั ผู้ใชป้ ระโยชน์ เชน่ ให้รางวัล TSU Research Expo, TSU IP Awards
สนบั สนนุ การเผยแพร่/อ้างองิ และความร่วมมือในระดบั นานาชาติ ด้วย Live DNA Profile, TSU Publication
Clinic, TSU Research Cafe เชน่ บทสมั ภาษณ์ Infographic, Podcast, Catalog
เสรมิ ความเขม้ แขง็ TLO และการใชป้ ระโยชนง์ านวจิ ยั ดว้ ย IP Portfolio, TRIUP Act และการแปลงเทคโนโลย/ี
องคค์ วามรู้ “เปน็ ทนุ ” ตามระดบั (TRL/SRL)
หมุดหมายท่ี 3
การบริการวิชาการและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพ่ือการพัฒนาเชิงพื้นที่และ
สรา้ งขดี ความสามารถดา้ นการแขง่ ขัน
กลยทุ ธแ์ ละแนวทางที่ 3
สง่ เสริมงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ (Research Utilization) ด้วย IP to Utilization,TRIUP Act
IP Utilization, IP to Startup, การสรา้ งผลประโยชน์รว่ มจากงานวจิ ยั ในอนาคต (Tech Seeker/ Tech Provider)
พฒั นากลไก IP Matching, IP Market Place, IP Service Platform และ Tech Biz
สง่ เสริมและสนบั สนุนธรุ กิจและการประกอบการ (Business Entrepreneur Shift Support and Training:
TSU-BEST) และดว้ ยการระดมทนุ เพอื่ การประกอบการแบบ Crowd Funding
สรา้ งผู้ประกอบการใหม่ (TSU Incubation and Spin-out New Entrepreneur) และยกระดบั มลู ค่าเพ่มิ
ผลติ ภัณฑด์ ว้ ย Smart SME และ SMEs IDE
วสิ ยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรัตน์
6
พัฒนาอาจารย์/นกั วิจัยที่มที กั ษะสงู ตอบโจทยอ์ ตุ สาหกรรม ด้วยโครงการ TSU Talent Mobility Program,
TSU Pre Talent Mobility, Pre Seed Fund และ TSU-RUN
พฒั นาระบบนเิ วศทีเ่ อ้ือต่อการสรา้ งเทคโนโลย/ี นวตั กรรมดว้ ยการจดั ตงั้ TSU Science Park
หมดุ หมายที่ 4
พัฒนานวัตกรรมสังคมบนฐานศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพ่ือสืบสานและพัฒนา
คุณภาพชีวติ ประชาชน
กลยุทธแ์ ละแนวทางท่ี 4
พัฒนางานวิจัย งานสร้างสรรค์ ด้วยแนวคิด Cultural Innovation การยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ
การจัดท�ำ แผนที่วัฒนธรรม (Cultural Mapping)
พัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญา เน้นมิติด้านพหุวัฒนธรรมของท้องถิ่นภาคใต้
เป็นแหลง่ เรยี นรู้ การทอ่ งเท่ยี วเชิงสขุ ภาพ และการสร้างสรา้ งมลู คา่ ทางเศรษฐกิจ
พัฒนาพิพิธภณั ฑค์ ตชิ นวทิ ยาใหเ้ ป็นพพิ ธิ ภณั ฑ์ท่มี ชี วี ิต และปรบั การใหบ้ รกิ ารออนไลน์แบบ Metaverse
บรหิ ารจัดการทรพั ย์สินทางศลิ ปะและวฒั นธรรม รวมถงึ ภมู ิปัญญาเพือ่ เพม่ิ มลู ค่าเชงิ พาณชิ ย์
หมุดหมายที่ 5
พฒั นามหาวทิ ยาลยั สมู่ าตรฐานระดบั นานาชาตบิ นฐานทอ้ งถน่ิ (The University of Glocalization)
กลยทุ ธ์และแนวทางท่ี 5
จัดระบบกลไกใหท้ กุ พันธกจิ เพ่ือรองรบั ความเป็นสากล สง่ เสริมการพัฒนานสิ ติ สูส่ ากล
สร้างเครือขา่ ยความรว่ มมือทางวิชาการในลกั ษณะ Strategic Partner
ผลักดันให้มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับในระดับโลกในฐานที่เป็นท่ียอมรับ เช่น U-Multirank, Scimago
Institutions Ranking, The World University Rankings โดย Times Higher Education (THE)
หมุดหมายที่ 6
มรี ะบบบรหิ ารจดั การท่เี ปน็ เลิศ
กลยุทธแ์ ละแนวทางที่ 6
สร้างทศั นคติและความภาคภมู ใิ จในการเปน็ สมาชกิ ที่ดีของมหาวทิ ยาลัย (Proud to be TSU Members) ดว้ ย
วฒั นธรรมนวตั กรรม การพัฒนาระบบงานใหเ้ ปน็ Multi Generation การสรา้ ง Growth Mindset และ Outward
Mindset
ปฏิรูปโครงสร้างและปรับระบบบริหารเป็นแบบโครงข่าย และการจัดต้ังหน่วยงานใหม่ เช่น สถาบันนโยบาย
สาธารณะ สถาบันนวตั กรรมและการประกอบการ
สร้างการมสี ว่ นรว่ มเชงิ นโยบายดว้ ย “พ้นื ที่กลาง” ทีเ่ รยี กว่า TSU Policy Lab
สร้างความมัน่ คงทางการเงิน โดยจัดต้ัง TSU Holding Company เพ่อื บริหารสนิ ทรัพย์และการลงทนุ ตอ่ ยอด
ดา้ นวิจัยและนวัตกรรม
วิสยั ทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรัตน์
7
การเปล่ยี นระบบจัดสรรงบประมาณเปน็ การจดั สรรเชิงยุทธศาสตร์ฯ และนำ�ระบบ LEAN มาใช้อย่างเขม้ ข้น
ขบั เคลือ่ นมหาวิทยาลัยไปส่กู ารศกึ ษาเพือ่ การดำ�เนินการทเี่ ปน็ เลศิ (EdPEx) ระดับ 300
พฒั นาไปสกู่ ารเปน็ Digital University โดยมกี จิ กรรมส�ำ คญั เชน่ TSU Digital Convergence, Infrastructures,
Digital Data Administration, Digital Learning และ Digital Service
พัฒนาการสื่อสารองค์กรใหท้ ่วั ถึงและสามารถสรา้ งภาพลักษณ์ท่ีดขี องมหาวิทยาลัย ด้วย TSU Rebranding,
TSU Brand Refresh, การส่อื สารแบบสองทาง และการส่อื สารงานวิจยั สสู่ าธารณะ
พฒั นาสูก่ ารเปน็ มหาวิทยาลัยสเี ขยี ว และเป็น University of Glocalization ด้วยแนวคิดมหาวิทยาลยั ในสวน
เป็นมิตรกับสงิ่ แวดล้อมและการสร้าง Open Learning Space และ Public Space
สรา้ งธรรมภบิ าลและความโปรง่ ใสในมหาวทิ ยาลยั และเปดิ โอกาสใหภ้ าคสว่ นสงั คมมสี ว่ นรว่ มสรา้ งธรรมาภบิ าล
แก้ไขปัญหาที่ดินแบบมีส่วนร่วมเพ่ือสร้างความสมานฉันท์และการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขกับชุมชนโดยรอบ
พรอ้ มท้ังสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพฒั นาคุณภาพชีวิตชมุ ชนด้วยพนั ธกจิ สัมพันธ์ของมหาวทิ ยาลยั
โดยในระยะแรกของการบริหารจะให้ความสำ�คัญกับ การสร้างระบบนิเวศใหม่ การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานที่
แข็งแกร่ง การสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วม การบริหารงานแบบโครงข่ายในแนวราบ และการสานพลัง
จากนัน้ จงึ ขับเคลื่อนสร้างเส้นทาง (TSU Journey) สูห่ มุดหมาย กลยทุ ธแ์ ละแนวทางทก่ี �ำ หนด ทง้ั น้ีกำ�หนดให้มรี ะบบ
การติดตาม การประเมิน และการสะท้อนกลบั (Reflection) ท่ีตอ่ เนอ่ื งในทุกระดบั
วสิ ัยทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ตั น์
8
วสิ ยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบริหาร
มหาวิทยาลยั ทักษิณ
ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569)
จากแนวโน้มการเปล่ียนแปลง และความท้าทายใหมใ่ นบริบทสังคมโลก สงั คมไทย และความคาดหวงั ตอ่ บทบาท
มหาวิทยาลัยในฐานะเป็นกลไกหน่ึงท่ีสำ�คัญในการขับเคลื่อนการเปล่ียนแปลง การพัฒนาประเทศ การพัฒนาเชิงพ้ืนท่ี
คา่ นยิ ม และคณุ คา่ ใหมต่ อ่ การศกึ ษาทเ่ี ปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ในปจั จบุ นั สง่ ผลอยา่ งมนี ยั ส�ำ คญั ตอ่ การพฒั นาประเทศ
การดำ�รงอยูแ่ ละทศิ ทางการพัฒนาของมหาวิทยาลัยในอนาคต การเสนอวิสยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบริหาร จึงฉายภาพ
ความเชอื่ มโยงใน 3 สว่ นหลัก ประกอบดว้ ย (1) แนวโนม้ การเปลยี่ นแปลงและความท้าทาย (2) มหาวิทยาลัยในภูมิทศั น์
การเปล่ียนแปลงและการแข่งขัน และ (3) หมดุ หมาย กลยทุ ธ์ และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษิณ
1. แนวโน้มการเปล่ียนแปลงและความท้าทาย (Trend, Mega-Trend, and Challenges)
แนวโนม้ การเปลยี่ นแปลงและความทา้ ทาย ทอ่ี าจเปน็ โอกาส ความเสย่ี ง และ/หรอื น�ำ มาเปน็ โอกาสในการสรา้ งสรรค์
ขบั เคลอ่ื นการบรหิ ารการพฒั นามหาวิทยาลยั ในปัจจุบันและอนาคตในระดบั โลกและสังคมไทย ทส่ี �ำ คัญดงั น้ี
ในระดับโลก การเข้าสู่สังคมสูงวัย ความเหล่ือมล้ำ�และความไม่เป็นธรรมในสังคม ปัญหาความเสื่อมโทรมของ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม สภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษส่ิงแวดล้อม ความ
เปน็ เมือง การย้ายถิน่ ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีท่นี ำ�มาซึ่งการปฏิวัตดิ ้านเทคโนโลยแี ละและการเปลีย่ นแปลงโลกไป
สู่สงั คมดิจทิ ัล (Digital Transformation) เศรษฐกจิ การเมอื งระหวา่ งประเทศ สงครามและการก่อการร้าย และทีส่ �ำ คญั
คือการตื่นตัวด้านสุขภาพเชิงป้องกันอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงขนานใหญ่ใน
วงกวา้ งแทบทกุ มิติของสงั คม และการสรา้ งสังคมวิถีใหม่/วถิ ีใหมแ่ ห่งอนาคต (New Normal/Next Normal) ยุคหลัง
โควดิ -19 (Post COVID-19)
มรี ายงานทน่ี ่าสนใจว่าการเกดิ ขนึ้ ของโควิด-19 ในดา้ นหนึ่งท�ำ ใหเ้ กดิ กระบวนการของความรว่ มมอื เพ่อื ตอบสนอง
ตอ่ ภาวะวกิ ฤตของประชาคมโลกดว้ ยการสรา้ งธรรมาภบิ าลโลก (Global Governance) แตใ่ นขณะเดยี วกนั ไดเ้ กดิ พลวตั
และพลังของ “การทบทวนโลกาภิวัตน์” (Rewiring Globalization) “โลกาภิวัตน์ท่ีลดลง” (Deglobalization)
การเกดิ (Emerge) การผลติ ความหมายและอตั ลกั ษณใ์ หมข่ องความเปน็ รฐั ชาต/ิ ทอ้ งถน่ิ ภวิ ตั น์ (Localization) ทเ่ี ขม้ ขน้
เด่นชัด ที่จะเปน็ ทง้ั โอกาสและความทา้ ทายในวถิ ีใหมแ่ หง่ อนาคต ของประชาคมโลกทสี่ มั พันธ์ เช่อื มโยง และมีผลอยา่ ง
มนี ัยสำ�คญั ต่อการภวิ ัตนข์ องรัฐ/ทอ้ งถิ่นในประเทศไทย
ส�ำ หรบั สงั คมไทย มคี วามเชอื่ มโยงของปญั หา แนวโนม้ การเปลยี่ นแปลงในทศิ ทางทส่ี อดคลอ้ งกบั ระดบั โลก แตอ่ าจ
มคี วามแตกตา่ งกันตามบริบท ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวยั (Aged Society) มาตง้ั แต่ พ.ศ. 2548 และอนั เน่ืองมาจาก
วสิ ยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
9
อตั ราการเกดิ ลดลงและอายขุ ัยท่ีสูงขึ้น และจะเขา้ สูส่ ังคมสงู วยั ระดับสดุ ยอด (Super Aged Society) ในปี พ.ศ. 2574
ความเหล่ือมลำ้�และความไม่เป็นธรรมในสังคม เป็นปัญหาท่ีฝังรากลึกมาอย่างยาวนานในสังคมไทยจากปัญหา
เชงิ โครงสรา้ ง อ�ำ นาจ การจดั สรรและโอกาสการเขา้ ถงึ ทรพั ยากรทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งทไ่ี มเ่ ทา่ เทยี มกนั รปู ธรรม
จากภาวะรวยกระจกุ จนกระจาย การตกหลน่ และถกู ท�ำ ใหเ้ ปน็ ชายขอบของการพฒั นา การถกู ทง้ิ ไวข้ า้ งหลงั การถอื ครอง
ที่ดินท่ีไม่เป็นธรรม การเข้าไม่ถึงขาดสวัสดิการและการดำ�รงชีพเพ่ือการพัฒนาคุณภาพชีวิตข้ันพื้นฐานที่เหมาะสม/
เพียงพอ ความเหลื่อมล้ำ�ในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และความยากจนข้ามรุ่น ฯลฯ ท่ีจะต้องให้
ความส�ำ คญั อยา่ งเรง่ ดว่ นกบั การพฒั นาทท่ี ว่ั ถงึ ทางเศรษฐกจิ การกระจายรายได้ ระบบภาษี ระบบสวสั ดกิ าร ระบบยตุ ธิ รรม
และการบงั คับใชก้ ฎหมายการกระจายอ�ำ นาจและการจัดการตนเองของท้องถ่ิน
ความเส่อื มโทรมของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม การพฒั นาภายใตแ้ นวคดิ และยทุ ธศาสตร์การสรา้ งความ
เจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจในช่วงกวา่ หา้ ทศวรรษที่ผา่ นมา การเพม่ิ ข้ึนของประชากร การขยายพื้นทก่ี ารผลติ วัฒนธรรม
และกระแสบริโภคนิยม ทำ�ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกนำ�มาใช้เกินขีดความสามารถในการรองรับ
(Carrying Capacity) นำ�มาซึ่งปัญหาความเส่ือมโทรมอย่างขนานใหญ่ ระบบนิเวศขาดความสมดุล การสูญเสียความ
หลากหลายทางชีวภาพ ขาดความม่ันคงทางอาหาร ภาวะมลพิษทางส่ิงแวดล้อมและภูมิอากาศ ท่ีอาจส่งผลให้เกิด
การเปล่ียนแปลงท่ีนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เรียกว่า “การเปล่ียนแปลงที่ไม่หวนคืน” และ “น่าอยู่น้อยลง” (Less
Habitable Place)
สภาวะโลกร้อนและการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ การปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละกา๊ ซเรอื นกระจกจากการ
ใชถ้ า่ นหนิ น�้ำ มนั กา๊ ซธรรมชาติ การคมนาคมขนสง่ การตดั ไมท้ �ำ ลายปา่ การขยายพน้ื ที่ การผลติ แบบอตุ สาหกรรม และ
การเปลยี่ นวถิ ชี วี ติ แบบสมยั ใหมใ่ นวฒั นธรรมบรโิ ภค ยงั คงเกดิ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ งทสี่ ง่ ผลท�ำ ใหเ้ กดิ สภาวะโลกรอ้ นและการ
เปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิกาศทอี่ าจกลายเปน็ วกิ ฤตและความเส่ียงภยั ทางนเิ วศและส่งิ แวดล้อมอยา่ งขนานใหญ่ ในขณะที่
ความรว่ มมอื กนั ในระดบั นานาชาตแิ ละสงั คมไทยอาจยงั ไมบ่ รรลเุ ปา้ หมายดงั กลา่ วมากนกั แตค่ วามตน่ื ตวั ความตระหนกั
ถงึ ความจ�ำ เปน็ ทต่ี อ้ งรว่ มมอื กนั ของหลายภาคใี นฐานะหนุ้ สว่ นถอื เปน็ สญั ญาณทด่ี ขี องการรว่ มมอื กนั แกไ้ ขปญั หาดงั กลา่ ว
ความเป็นเมอื ง (Urbanization) เกิดขน้ึ อยา่ งต่อเน่อื งและสง่ ผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง
วฒั นธรรมและสิง่ แวดล้อมวฒั นธรรมอย่างลกึ ซ้งึ ตามสดั ส่วนการขยายตัวและการเพ่มิ ข้นึ ของประชากร การทเี่ มอื งถูก
กำ�หนดให้เป็นศูนย์กลางของการขับเคล่ือนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำ�ให้เผชิญกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ
สาธารณะ การบริการจัดการและการควบคุมพ้ืนท่ีใหเ้ ป็นในวสิ ยั ทศั น์ ทศิ ทางและยุทธศาสตร์ รวมถงึ ปญั หาอ่ืน ๆ เชน่
ความยากจน การเขา้ ถึงทีอ่ ยู่อาศยั คนจนเมอื ง คนไรบ้ า้ น เป็นตน้
การระบาดของโควดิ -19 ไดส้ ง่ ผลกระทบทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง การศกึ ษา วถิ ชี วี ติ วฒั นธรรม การสาธารณสขุ
และสุขภาพ อยา่ งรวดเรว็ รนุ แรง และขยายตวั ในวงกวา้ ง ทง้ั มีความผนั ผวนอย่างขดี สดุ โดยทีย่ งั ไม่มีสัญญาณที่ชชี้ ัดได้
ว่าเหตุการณจ์ ะคล่คี ลายอย่างไร ทำ�ให้เกดิ การแสวงหาสงั คมยคุ หลังโควดิ -19 ที่เรียกว่าสงั คมวิถใี หม่ วิถีใหมแ่ ห่งอนาคต
และ/หรอื จะสร้างภูมคิ ุ้มกันอย่างไรในยคุ สมยั ท่ีผ้คู นเหน็ พอ้ งว่า “โลกไดเ้ ปลย่ี นแปลงและไม่เหมือนเดมิ ” อกี ตอ่ ไป
การเข้าส่สู งั คมดจิ ทิ ลั (Digital Transformation) ไม่ได้เป็นเพียงการนำ�เทคโนโลยีเขา้ มาใชอ้ �ำ นวยความสะดวกใน
ดา้ นตา่ ง ๆ เทา่ นน้ั แตค่ อื การพลกิ โฉมแบบกา้ วกระโดดอนั เปน็ ผลมาจากการพลกิ ผนั ทางเทคโนโลยี (Digital Disruption)
ส่งผลใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงในวถิ ีการด�ำ รงชีวติ การขบั เคลือ่ นกจิ กรรมทางสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และ
การเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างสังคมใหม่ท่ีขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และกำ�ลังคนที่มีความพร้อมสำ�หรับการ
สรา้ งสรรค์ เท่าทนั การเปลยี่ นแปลง
วสิ ยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบรหิ ารมหาวิทยาลยั ทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
10
ปญั หาใหม่ ๆ อนั เน่อื งมาจากการเปลย่ี นสถานะทางสงั คมเศรษฐกจิ การเปน็ เมอื งในสังคมชนบท การเข้าสู่สงั คม
ประกอบการ วฒั นธรรมและคา่ นยิ มทเี่ ปลย่ี นแปลงไปตามพลวตั ความขดั แยง้ ทางการเมอื ง โลกทศั น์ คา่ นยิ ม อดุ มการณ์
ทางสงั คม ความเปราะบาง และความขัดแยง้ ทางชนชน้ั ของคนหลากหลายรุ่นในสงั คมไทย
อย่างไรกต็ าม ท่ามกลางการเปลีย่ นแปลงและความท้าทาย ยังมีโอกาสและความหวังของการเปลีย่ นผ่านที่สำ�คัญ
หลายประการ ในระดับสากล “การสานต่อ” การประชุมสหประชาชาติไปสู่เป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนด้วยแนวคิด
“ไมท่ งิ้ ใครไวข้ า้ งหลงั ” (Leaving No One Behind) โดยใหค้ วามส�ำ คญั กบั การพฒั นาในมติ ทิ างสงั คม มติ ทิ างสง่ิ แวดลอ้ ม
มิติทางเศรษฐกิจและความม่ังคั่ง (Prosperity) มิติสันติภาพและความยุติธรรม (Peace) และมิติหุ้นส่วนการพัฒนา
(Partnership) เพ่ือขับเคลื่อนให้บรรลุ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ดี เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ
องค์การสหประชาชาติและชาตภิ าคี ไดร้ ับการประเมนิ วา่ มคี วามถดถอยลงไปเปน็ อยา่ งมากในชว่ งวิกฤตการณ์โควดิ -19
(Sustainable Development Solution Network, 2021)
กรณขี องประเทศไทยจากรายงานดังกลา่ ว ไดร้ บั การจัดอนั ดบั ท่ี 48 จากภาคีสมาชิก 193 ประเทศที่ ลงนาม ทง้ั นี้
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาของการขับเคล่ือนเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนได้แปลงไปสู่แนวคิดและปฏิบัติการในแผน
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ทก่ี �ำ หนดกรอบและแนวทางการพฒั นาให้บรรลวุ สิ ยั ทศั น์ “ประเทศไทยมี
ความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศท่ีพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมี
เป้าหมายการพัฒนาประเทศใหป้ ระเทศชาติม่ันคง ประชาชนมคี วามสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง สงั คมเปน็ ธรรม
ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน และต่อเนื่องไปใน(ร่าง)แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13 ท่ีให้ความสำ�คัญกับการพลิกโฉม
ประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหนา้ เศรษฐกิจสรา้ งมลู คา่ อยา่ งยง่ั ยนื ”
นอกจากน้ี การพัฒนาประเทศภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ นโยบายและยุทธศาสตร์การ
อดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 นโยบายและการปฏริ ปู ระบบอุดมศกึ ษา ภายใต้โครงการ
พลกิ โฉมมหาวทิ ยาลยั (Reinventing University) ของกระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
และอ่ืน ๆ ตา่ งให้ความสำ�คัญกับการเทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงความทา้ ทายการพัฒนาประเทศเพ่ือกา้ วขา้ มกบั ดกั รายได้
ปานกลาง การเพิม่ ขีดความสามารถดา้ นการแขง่ ขนั แก้ไขปัญหาประเทศ ดว้ ยความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
อยา่ งยงั่ ยืน
รายงานของ International Institute for Management Development (IMD) ได้จัดอนั ดับขีดความสามารถ
ในการแข่งขัน โดยเปรียบเทียบศักยภาพและความสามารถในแต่ละด้านของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยพิจารณาจาก
(1) สมรรถนะทางเศรษฐกจิ (2) ประสทิ ธภิ าพของรฐั (3) ประสทิ ธภิ าพของภาคธรุ กิจ และ (4) โครงสร้างพื้นฐาน พบวา่
ในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยไดร้ บั การจดั อนั ดบั ความสามารถในการแขง่ ขนั ในอนั ดบั ท่ี 29 จาก 64 ประเทศ/เขตเศรษฐกจิ
(ประชาชาติธรุ กจิ , 2564)
World Intellectual Property Organization (2021) ไดเ้ ปิดเผยดัชนคี วามสามารถด้านการแข่งขันในระดับโลก
(The Global Innovation Index (GII) 2020) ซึ่งพิจารณาจากดัชนีด้านทรัพยากรนวัตกรรม และดัชนีด้านผลผลิต
นวตั กรรม (Innovation Output) พบว่า ประเทศไทยมีอนั ดับความสามารถดา้ นนวัตกรรมอยูใ่ นอันดบั ที่ 44 จาก 132
ประเทศ
ด้านสภาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (2565) ได้วิเคราะห์ขีดความสามารถด้านการแข่งขัน
ภายใต้ผลการดำ�เนินงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พบว่า การสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ
ประเทศอาจยงั ไม่เกดิ ผลผลติ และผลกระทบในระยะสน้ั มากนกั ส�ำ นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ วิทยาศาสตร์ วิจัยและ
วสิ ัยทัศนแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
11
นวตั กรรม จงึ ไดป้ รบั ปรงุ แผนวทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม (พ.ศ. 2566-2570) ใหส้ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมายการพฒั นา
ประเทศ โดยมงุ่ เนน้ หลักการเชงิ นโยบายทเี่ ปน็ การเตบิ โตแบบก้าวกระโดดครงั้ ใหญ่ มีธงระบุเปา้ หมายทีช่ ดั เจน มีความ
เปน็ เลิศในบางดา้ น เนน้ การใชอ้ ุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัย และนวตั กรรม การใช้ประโยชน์จากโครงสรา้ งพนื้ ฐานที่มี
พฒั นาแบบคขู่ นานระหวา่ งการสรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั กบั การพง่ึ ตนเอง บรู ณาการขา้ มศาสตร์ ขา้ มหนว่ ยงาน
(สภานโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม, 2564) ถือเปน็ การตอบสนองยุทธศาสตรช์ าติ
ด้านการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน ทีม่ ่งุ พฒั นาการยกระดบั ศกั ยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพ้ืนฐาน
“ตอ่ ยอดอดตี ” “ปรับปจั จบุ ัน” และ “สร้างคณุ ค่าใหมใ่ นอนาคต”
มกี ารตัง้ ข้อสงั เกตวา่ การสรา้ งความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม ตอ้ งใหค้ วามส�ำ คญั กับการสรา้ ง
องคค์ วามรใู้ นการทำ�ความเข้าใจ อธิบายปรากฏการณ์ ปัญหาใหม่ ๆ ท่ไี ม่คุ้นเคยหรือเกดิ ขึน้ มากอ่ น เป็นองค์ความรู้ทจี่ ะ
เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพของสงั คมใหเ้ ปน็ “สงั คมอดุ มปญั ญา” (Intelligence Society) เปน็ “ปญั ญาปฏบิ ตั กิ าร” ทสี่ ามารถ
สร้าง “นวัตกรรมสงั คม” เพื่อการแกไ้ ขปัญหาอย่างมีคณุ ภาพ กระทรวง อว. จึงได้จดั ทำ�โครงสร้างพื้นฐานส�ำ หรบั การ
วิจัยพัฒนาสาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ และการบูรณาการองค์ความรู้แบบสหวิทยาการ
โดยจัดต้งั วิทยสถานดา้ นสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศลิ ปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (Thailand Academy of
Social Sciences, Humanities and Arts: TASSHA) หรอื “ธชั ชา” เป็นกลไกบรู ณาการองคค์ วามรแู้ บบสหวทิ ยาการ
เพอื่ การวจิ ยั และนวัตกรรม การแกป้ ญั หา การสรา้ งองค์ความรู้ การพัฒนางานวิจยั ใหม่ๆ ที่ใช้ องคค์ วามรูว้ ิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี นวตั กรรมผสมผสานกับสงั คมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ และศลิ ปกรรมศาสตร์ สร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม
อย่างสรา้ งสรรค์ มีดุลยภาพไปพรอ้ ม ๆ กัน
2. มหาวิทยาลยั ในภูมิทัศน์การเปลี่ยนแปลงและการแขง่ ขนั (The University in Changing
and Competitive Landscape)
2.1 มหาวทิ ยาลัยในภาพรวม
การก้าวสู่สังคมยุคใหม่และหลังสมัยใหม่ที่มีแรงผลัก/ตัวเร่งท่ีสำ�คัญอันเน่ืองมาจากพลิกผันทางเทคโนโลยีและ
Digital Transformation ได้ฉายให้เห็นชอ่ งว่าง ความคาดหวงั การด�ำ รงอยขู่ องสถาบันการศึกษาและการจดั การเรยี น
รู้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในสถานการณก์ ารระบาดของโควดิ -19 ได้ท�ำ ให้เกดิ การท้าทายและการแสวงหาคุณคา่ ใหม่ ผา่ น
การสรา้ งรปู แบบและคณุ คา่ ใหม่ การปรบั เปลยี่ นเชงิ สถาบนั การสรา้ งพนื้ ทก่ี ารเรยี นรทู้ หี่ ลากหลายทง้ั ในระบบการศกึ ษา
การให้ปรญิ ญา และการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ
ในอกี ดา้ นหนง่ึ มหาวทิ ยาลยั ไมไ่ ดด้ �ำ รงอยอู่ ยา่ งเปน็ อสิ ระแตค่ อื สว่ นหนงึ่ ของสงั คมนน้ั อยา่ งแนบแนน่ มหาวทิ ยาลยั
จึงตอ้ ง “มลี มหายใจเดียวกับสังคม” (เอนก เหลา่ ธรรมทศั น,์ 2564) มากข้ึน ดังนัน้ มหาวทิ ยาลัยจึงต้องศึกษา วิจยั
และนวตั กรรม เพอ่ื สรา้ งกระบวนการ แรงผลกั ดนั เชงิ นโยบายและนโยบายสาธารณะขบั เคลอื่ นสงั คมบนฐานความรู้ การ
สรา้ งความตระหนักร่วม และสร้างแรงสนับสนุนการพฒั นาประเทศในทกุ ระดับ
2.2 มหาวทิ ยาลยั ทักษิณกับการสรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขนั
การเปล่ียนแปลงสำ�คัญสำ�หรับอนาคตของมหาวิทยาลัยในความสัมพันธ์เชิงนโยบายการพัฒนาและการขับเคลื่อน คือ
การก�ำ หนดวสิ ัยทศั น์ “มงุ่ สู่การเปน็ มหาวิทยาลยั นวัตกรรมสงั คมระดบั แนวหน้าของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2567”
โดยมีพันธกจิ ทสี่ �ำ คญั ประกอบด้วย (1) จัดการศกึ ษาเพือ่ พัฒนากำ�ลังคนในการขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศ โดยเนน้
การสรา้ งสมรรถนะการพัฒนานวตั กรรมสงั คมและการเปน็ ผู้ประกอบการ (2) วจิ ยั เพ่อื พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
วสิ ัยทัศนแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรตั น์
12
ทต่ี อบโจทยก์ ารพัฒนาเชงิ พนื้ ท่ี เน้นการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ เศรษฐกิจ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม การเป็นผู้ประกอบการ และ
การเพ่ิมขีดความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ (3) บรกิ ารวชิ าการและถา่ ยทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรม
เพอื่ การพฒั นาเชงิ พน้ื ท่ี และ (4) พฒั นานวัตกรรมสังคมบนฐานศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ เพอ่ื การทำ�นุ
บ�ำ รงุ ศลิ ปะ วัฒนธรรม และยกระดบั คุณภาพชวี ติ ในชุมชน เปา้ หมายเพอื่
(1) พฒั นาการจดั การศกึ ษาในหลกั สตู รปรญิ ญาและหลกั สตู รระยะสนั้ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสมรรถนะก�ำ ลงั คนในการพฒั นา
นวัตกรรมสงั คมและการเป็นผูป้ ระกอบการ
(2) พัฒนางานวิจัยเพือ่ สร้างนวตั กรรมท่ีตอบโจทยก์ ารพัฒนาเชงิ พ้นื ที่และเพิม่ ขดี ความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศ โดยเนน้ การพฒั นาด้านสงั คม เศรษฐกิจ ทรพั ยากร สิ่งแวดล้อม การเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ
(3) บริการวชิ าการโดยการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมเพอื่ ส่งเสรมิ การพฒั นาสงั คม เศรษฐกิจ และ
สิง่ แวดลอ้ มในพนื้ ท่ภี าคใต้
(4) ยกระดับคณุ ภาพชวี ิตในชมุ ชนด้วยการพฒั นานวตั กรรมสงั คมบนฐานศิลปะ วฒั นธรรม หรือภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
(5) พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การส่คู วามเป็นเลศิ และยัง่ ยืน
โดยมีตัวชวี้ ัดหลักระดบั มหาวิทยาลยั ตามแผนกลยทุ ธ์ พ.ศ.2563-2567 ประกอบดว้ ย
- TSU01 หลกั สตู รที่เน้นทักษะการสร้างนวตั กรรมสงั คมหรอื การเป็นผ้ปู ระกอบการ
- TSU02 นิสติ และบณั ฑิตทเ่ี ปน็ ผูป้ ระกอบการหรือทมี่ ผี ลงานด้านนวตั กรรมสงั คม (ตัวช้วี ัดกลุม่ 2)
- TSU03 รางวลั ดา้ นนวัตกรรมสังคมหรอื ผู้ประกอบการของนสิ ิตและบัณฑติ
- TSU04 ระดับความพึงพอใจของผูใ้ ช้บัณฑิต
- TSU05 ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ทเี่ ผยแพร่ในระดบั ชาตหิ รือนานาชาติ
- TSU06 ผลงานวจิ ัยและงานสรา้ งสรรค์ท่อี า้ งองิ ในระดับชาติหรอื นานาชาติ
- TSU07 ผลงานวจิ ัยหรอื งานสร้างสรรคท์ ี่กอ่ ให้เกิดนวัตกรรมสังคม
- TSU08 โครงการบริการวิชาการหรอื การท�ำ นุบำ�รุงศลิ ปวัฒนธรรมทก่ี ่อใหเ้ กดิ นวัตกรรมสงั คมหรอื การเปน็ ผู้
ประกอบการ
- TSU09 คะแนนการประเมินคณุ ธรรมและความโปรง่ ใสในการดำ�เนนิ งานของมหาวทิ ยาลัย
วิสยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
13
ภภาาพพปปรระะกกออบบ 11 คคววาามมเเชช่ือือ่ มมโโยยงงเเชชงิงิ ววสิสิ ยัยั ททศััศนน์์ พพันันธธกกจิิจ กกาารรนนววัตัตกกรรรรมมสสังังคคมม แแลละะกกาารรพพัฒฒั นนาารระะดดบับั ตตา่า่ งง ๆๆ
ททมี่ม่ี าา :: ณณฐฐพพงงศศภ์์าจจพิติตปรรรนนะกิรริ อตัตั บนน1,์,์ ((ค22ว55า66มเ44ช))ือ่ มโยงเชงิ วสิ ัยทัศน์ พันธกจิ การนวตั กรรมสงั คม และการพฒั นาระดบั ต่าง ๆ
ดซกใซดใกนนึ่่ึาางง้้าารรเเกกนนปปสสลลศศ็็นนรรุุ่่มมัักกา้้าคค ป(ยเยเ(ปกกททPPยยททงงททุุรรลลววooคคนนะภภะธธ่ีี่ ุุ่่มมาาttโโเเศศวว22าาeeททนนคคมมททาาัตตัnnพพศศวโวโสสกก่ีี่ททลมมลกกภttดดาาตตiiยยมมา้า้าaaาาีี((รรพพ้้รราานนีีแแพPPททllมม์์รรรรททัั))นนเเลล้ง้งุุ่่ปาooมมาพพกกแแสสธธะะททาารเเษษttลลกกูู่่สสััฒฒพพกกะาายยeeตตะะาา่่งงกยยิิจจือ่อื่nnรรตตรดดเเนนอตตสสกกจจหหตต้า้าtt่่บออ่่ออาารรดรรดัันนiiออลลaaมมรริิมมกกเเมมผผ1มมบบััททกกาาllกกาาลลาา))คครรคาาโโแแออคคกกศศคคืืออจจวรรแแตุตุลลาากกึึโโาสสกกืืททออสสรรลลนนมษษะะรราาดดาายยกกเ้้าาะะรารยยหหโโช�ำำา์์เเกกงงกกดดลลาาุุ่อืเเททพพกกนนนำำา�าามรร้้าารรออ่ืื่ยยธธหหววนิินรรรรโเเนนกกีีััแแตตศศยนนนนมมงงพพ้้าางผผกกาานน้้ดดาาลลัฒัฒแแเนนรรชกกกกสสหหลละะลลททรรงิานนาลล((ตตกกะะมมสสนนวี่มม่ีรรPPุุ่่มมบบาาสิรราาพพาา่่eeงงดดมมปปรรัย((์์รรมมฒฒััrrเเ::TTิกกิหหทffกกรรดดสสุุ่่งงนนณณooeeาาาาศัะะลลาาสสรรรราาrrccววนฐฐเเmmเเเเุุ่่ิิhhิิททูู่่มมกกมมพพทททท์นนพnnยยaaาางงคคกกมมศศิินนนัศศาาoonnรรโโาาดดลลนนหห์์ธllccงงจจจจooรรัักยยา้า้โโeeาาาาติติััดดลลggิจนนสส))นนรรยยววyyซซกกพพเเนนรรกแแีีิิ่ึึ่งงททกกาา((าบบริริ้้ลลาาaaจจPPษษรรรตัตัยยะะววnnาางงนนศศ่า่าeeสสตตกกddนนาาว์,์,งง่่ึึกกกกrrมมรรัตลลเเวว((ffสสาาIIหห22กกษษกnnoัoัยยััรรตตรร55าารรรnnาาปปมมิิrr66ววรกกรรmmเเooกกิททิรร44ซซมพพมมรระะาvvา))ยยสึ่่ึงงรรaaaaเเรร่ืื่ออาาังมมสสออจจttคลลnnมมเเิิรiiรนนุตตุัยัยมนนooาาccาา้้ตตททสสnnงกกง้้นนeeแ((นนนนักัก))าาTTลกก))กกเเษษววหหะออซซeeตตััาาาาิณิณพพกงงกก่ึึ่งงกกccรรรรดดาจจเเบบรรรรปปhhพพร้้ปปววัดัดรรรรววพ็็นนยยnnออมมััฒฒมมรร่่าาฒักกตตยยเเooพพะะลลัันนูใู่ใ่ววนมมแแนนllออ่ืืุุ่่ชชมมเเาooาาหหลลกกตตี้้ีมมววททรเเggลลััออะะะดดาาทท่ี่ีมมิินนyyมุ่่มุดบบบบววีีพพคคบัททตตโโิิททััรรนนจจaaดดโโตี่่ี นนกิิกททธธยย22นน้้nnาา่ากกยยาางาานนเเโโกกddิิจจกก์์รรออลลลลศศๆาาหหาาััััรรยยกกงงยยIIรรลลnnพพยยพพททดดีีแแัักกัฒัฒnnภภฒฒัั้้แแลลัักกววาาooนนลลนนษษะะยยพพะะาาาาvvสสิิณณตตaa่่งงััววจจttเเiiชชสสัดัดooีีรรววออnnิิมมััดดยย))ูู่่
ภภาาพพปปรระะกกออบบ 22““กกกกาาลลวรรมมุุ่่สิ ปปัยพพทัศรรัฒัฒนะะแ์ ลนนเเะแมมาานเเิิวนนทททาตตงคคกนนาโโรนนบเเรออโโิหลลางงรมยยดดหแีแีา้้าาวลลิทนนยะะาลปปสสัยทรร่งง่ักเเษะะสสิณสสรรริิะททมิมิยะธธกก4ิิภภาาปีรร(าาพสสพพ.ศรร.2้าา้ 5((งง6PP5นน-ee25ววrr6ัตัตff9oo)กกรrrอรรmmงศรรามมaaสตnn””ราจccาeeรย์))ดรแแ.ณลลฐพะะงศดด์จิต้้าารนนนริ ตั ศศน์ ัักกยยภภาาพพ ((PPootteennttiiaall))
วิสยั ทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวิทยาลยั ทักษณิ ระยะ 41ป4ี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรตั น์
กกาารรสสรรา้ า้ งงนนววตั ัตกกรรรรมมเเพพือ่ อ่ื ตตออบบโโจจททยย์ก์กาารรพพฒั ฒั นนาาปปรระะเเททศศดด้าา้ นนเเกกษษตตรรกกรรรรมมออตุ ตุ สสาาหหกกรรรรมมแแลละะบบรริกกิ าารร
ภภาาพพปปรระะกกออบบ 22““กกกกาลาลรมุ่ รมุ่ปพปพรัฒรฒัะะนเนเมามาเินเทินทตคตคนโนโนเนเอโอโลงลงยดยดีแ้าีแ้าลนลนะะปสปสร่งร่งเะเสะสสรสริทิมิทมิ ธกธกิภาิภาราราสพสพรร้า(้าง(PงPนนeeวrวrัตfัตfoกoกrรrmรmรรมaมan”n”ccee))แแลละะดด้า้านนศศักักยยภภาาพพ ((PPootteennttiaiall))
ททมี่ มี่ าา::ภมภมาหาหพพาาปวปวิทรรทิ ะะยกยกาอาอลบลบยั ัยท22ทักกกักษาาษรรณิ ณิปป,รร,ะ(ะ(2เเ2มม55ินิน66ตต44นน))เเอองงดด้า้านนปปรระะสสทิิทธธภิภิ าาพพ ((PPeerrffoorrmmaannccee)) แแลละะดดา้้านนศศักกั ยยภภาาพพ ((PPootteennttiiaall))
““กกลลมุ่มุ่ พพัฒฒั นนาาเเททคคโโนนโโลลยยแีีแลละะสสง่่งเเสสรรมิมิ กกาารรสสรรา้า้ งงนนววัตัตกกรรรรมม””
ททมี่ม่ี าา :: มมหหาาววทิิทยยาาลลัยัยททกัักษษิณณิ ,, ((22556644))
ดดว้ว้ ยยววสิสิ ยัยั ททศัศั นนแ์แ์ ลละะกกาารรกกาำ�ำ หหนนดดตตาำ�ำ แแหหนนง่ง่ แแหหง่ง่ ททใ่ีใี่ นนกกลลมุ่มุ่ พพฒัฒั นนาาเเททคคโโนนโโลลยยแีแี ลละะสสง่ง่ เเสสรรมิมิ กกาารรสสรรา้า้ งงนนววตัตั กกรรรรมมมมหหาาววทิทิ ยยาาลลยัยั 1133
ททกักั ษษณิิณ สสาามมาารรถถสสรรา้า้ งงออนนาาคคตตบบนนคคววาามมทท้า้าททาายยดด้วว้ ยยอองงคคค์ค์ ววาามมรรูู้้ ววิจิจยัยั เเททคคโโนนโโลลยยีี แแลละะนนววัตัตกกรรรรมม ดดว้้วยย ““กกาารรพพฒััฒนนาาพพื้นื้นทท่ี่ี
นนววตัตั กกรรรรมมสสังังคคมม”” ใใหห้หห้ นนนุนุ เเนน่อือ่ื งงสสู่กกู่ าารรเเตตบิบิ โโตต กกาารรสสรรา้า้ งงคคววาามมเเขขม้ม้ แแขข็งง็ ททาางงเเศศรรษษฐฐกกิจิจ สสังงั คคมม ววฒัฒั นนธธรรรรมม แแลละะสสง่ิ่งิ แแววดดลล้อ้อมมใในน
รระะดดบัับชชาาตติแแิ ลละะนนาานนาาชชาาตติิ ตตออบบสสนนอองงกกาารรพพัฒัฒนนาาปปรระะเเททศศใในนเเชชิงงิ ยยทุุทธธศศาาสสตตรร์จจ์ าากกฐฐาานนรราากก ((DDeevveellooppmmeenntt ffrroomm BBeellooww))
กกาารรผผสสาานนกกาารรดดำา�ำ เเนนินินงงาานนแแลละะกกาารรขขับบั เเคคลลอ่ืื่อนนดดว้ว้ ยยพพันนั ธธกกจิจิ แแบบบบ IInntteerrddiisscciipplliinnaarryy แแลละะ TTrraannssddiisscciipplliinnaarryy จจาากกจจุดดุ แแขขง็ง็
ททาางงสสังังคคมมศศาาสสตตรร์์ ววิททิ ยยาาศศาาสสตตรรแ์์แลละะเเททคคโโนนโโลลยยีี แแลละะววิทิทยยาาศศาาสสตตรรส์์สุขุขภภาาพพ แแลละะกกาารรรร่วว่ มมมมอืือกกับับภภาาคคพีีพนัันธธมมิติตรร โโดดยยคคำา�ำ นนึงึงถถงึงึ
ฐฐาานนคคดิิดแแลละะแแนนววททาางงเเชชิงิงนนโโยยบบาายยขขอองงสสภภาามมหหาาววิทิทยยาาลลยััย ดดงังั นนี้ี้
((11))สสง่ง่ เเสสรรมิมิ มมหหาาววทิทิ ยยาาลลยัยั ใใหห้้““เเตตบิบิ โโตตออยยา่า่ งงสสมมดดลุลุ เเชชอ่ือ่ื มมโโยยงงถถงึงึ กกนันั ””ใในน33มมติติ ิิคคอือื มมติติ หิหิ นนง่ึง่ึ คคววาามมสสมมดดลุลุ ใในนกกาารรพพฒัฒั นนาา
เเชชงิงิ พพ้ืนนื้ ทท่ีใใี่ หหม้ม้ รีีระะบบบบนนิเเิ ววศศแแลละะโโคครรงงสสรรา้้างงพพื้น้ืนฐฐาานนขขอองงววิทิทยยาาเเขขตตแแลละะพพืน้ืน้ ทที่ส่ีสถถาาบบนัันททกัักษษณิณิ คคดดีศีศกึึกษษาา สสาำ�ำ นนกัักสสง่่งเเสสรริมมิ กกาารรบบรรกิกิ าารร
ววิชิชาากกาารรแแลละะภภูมูมิปิปัญัญญญาาชชุมุมชชนน แแลละะววิทิทยยาาลลัยัยกกาารรจจัดัดกกาารรเเพพื่อ่ือกกาารรพพัฒัฒนนาา--กกททมม.. มมิติติสิสอองงสสรร้า้างงคคววาามมสสมมดดุลุลใในนกกาารรออออกกแแบบบบ
หหลลักักสสูตูตรรแแลละะกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรียียนนรรู้ทู้ท่ีแ่ีแบบบบบบูรูรณณาากกาารรแแลละะผผสสมมผผสสาานน มมีคีคววาามมยยืดืดหหยยุ่นุ่นตตออบบสสนนอองงกกาารรผผู้เู้เรรียียนนแแลละะกกาารรเเรรียียนนรรู้ใู้ในน
ททกุกุ รรูปปู แแบบบบ ทท้ัง้งั 22 ววทิิทยยาาเเขขตต แแลละะมมิตติ สิิสาามมสสรรา้า้ งงพพื้นน้ื ทที่นน่ี ววัตตั กกรรรรมมสสงังั คคมม((TTSSUU SSoocciiaall IInnnnoovvaattiioonn PPoolliiss)) ภภาายยใใตตแ้แ้ นนววคคิดิดกกลลมุ่่มุ
ววจิจิ ัยยั ((RReesseeaarrcchh CClluusstteerr)) ตตาามมกกลลมุุ่่มยยทุทุ ธธศศาาสสตตรรแ์แ์ ลละะจจดุุดเเนนน้น้ ขขอองงมมหหาาววทิทิ ยยาาลลัยัยดดา้า้ นนกกาารรปปรระะกกออบบกกาารรฐฐาานนรราากก เเศศรรษษฐฐกกจิจิ
สสรร้าา้ งงสสรรรรคค์์ แแลละะ BBCCGG EEccoonnoommyy ดด้ว้วยยแแผผนนววิทิทยยาาศศาาสสตตรร์์ ววิจิจัยัย แแลละะนนววัตตั กกรรรรมม มมหหาาววิทิทยยาาลลยััยททกักั ษษณิิณ ((TTSSUU SSoocciiaall IInnnnoo--
vvaattiioonn MMoovveemmeenntt:: TTSSUU SSIIMM))
กกาารรพพัฒัฒนนาาใในนมมติติ ิเิเหหลล่า่านนีจ้้จี ะะททาำำ�ใใหหม้้มหหาาววทิทิ ยยาาลลยัยั ททักักษษิณณิ เเตติบบิ โโตตออยย่า่างงแแขขง็ง็ แแกกรร่งง่ ใในนททาางงววิชิชาากกาารร เเปปน็็นมมหหาาววิททิ ยยาาลลยััยทท่ี่ี
ไไดดช้ช้ ือ่อื่ วว่าา่ ““TThhee UUnniivveerrssiittyy ooff GGllooccaalliizzaattiioonn”” มมคีีคววาามมโโดดดดเเดด่นน่ เเปป็นน็ ททรี่ี่รับับรรูู้้ ((PPeerrcceeppttiioonn)) รรู้จ้จู กักั ชชุมมุ ชชนน ททอ้้องงถถ่ินน่ิ ชชาาตติิ
แแลละะนนาานนาาชชาาตติไิไดด้้
((22)) กเพาิ่มรวขิเีดคครวาาะมหส์ขาีดมคาวราถมดส้าานมกาารรถแดข้า่งนขกันาใรนแดข้า่งนขกันาใรนวดิจ้าัยนแกลาะรบวริจิกัยาแรลวิชะบากริากรารมวหิชาาวกิทายราลมัยหทาักวิทษยิณาดลำ�ัยเทนินักษงาิณน
ดตำาาเมนเินกณงาฑนค์ตณุามภเกาพณกฑา์ครุณศกึ ภษาาพเกพา่อื รกศาึกรษดำ�าเเนพินื่อกกาารรทดำา่ีเปเน็นินเลกิศาร(ทEdี่เปP็นEเxล)ิศแล(EะdเกPณExฑ)์ AแUลNะเกQณAฑแ์ ตAไ่ Uมไ่Nดร้ QับAกาแรจตดั่ไมอ่ไันดด้รับับหกราอืร
จไมัดไ่อดันอ้ ดยัใบู่ นหรระือบไบมฐ่ไาดน้อขยอู่ใงนสรถะาบบบนั ฐจาดั นอขนั อดงบั สทถเ่ี ปาบน็ ันทจย่ี ัดอมอรันบั ดใับนทระี่เปด็บนั โทลี่ยกอเมชน่รับUใ-นMรuะlดtiับraโnลkก, Sเcชi่นmaUg-oMInuslttiitruatniokn, sSRcaimnkainggo,
ววสิิสยััยททัศัศนนแ์์แลละะแแนนววททาางงกกาารรบบรรหิหิ าารรมมหหาาววิทิทยยาาลลัยัยททกัักษษณิิณ รระะยยะะ 44 ปปีี ((พพ..ศศ.. 22556655--22556699)) รรอองงศศาาสสตตรราาจจาารรยย์์ ดดรร.. ณณฐฐพพงงศศ์์ จจติิตรรนนริริ ัตตั นน์์
1155
และ The World University Rankings โดย THE, ยกเว้น Webometrics Ranking of World Universities หรือ
Ranking Web of World Universities โดย Cybermetrics Lab อยูใ่ นล�ำ ดบั ที่ 31 ของประเทศ 4,137 ของโลกในปี
พ.ศ. 2565 เมอื่ พจิ ารณาจากผลงานการตพี มิ พเ์ ผยแพร่ การอา้ งองิ ผลงานการตพี มิ พเ์ ผยแพร่ และการน�ำ ไปใชป้ ระโยชน์
ในมติ ติ า่ ง ๆ พบวา่ มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ มผี ลงานการตพี มิ พเ์ พม่ิ สงู ขน้ึ อยา่ งมนี ยั ส�ำ คญั ซง่ึ มโี อกาสทจี่ ะพฒั นาเชงิ คณุ ภาพ
ไปสู่การจดั อนั ดับในระดบั โลกได้ ดังข้อมูลในภาพประกอบที่ 3-6 ทส่ี �ำ คญั คือรายไดจ้ ากแหลง่ ทุนวจิ ัยภายนอกทเ่ี พ่ิมสงู
ขึ้นเป็นประวัติการ จากงบประมาณหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนอกหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัย (ภาพประกอบ
7-8) (ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน,์ 2565)
ภาพประกอบ 3 ผลงานวจิ ัย/งานสร้างสรรคเ์ ผยแพร่ ระดับชาติและนานาชาติ
ภาพประกอบ 4 ผลงานตพี มิ พเ์ ผยแพรใ่ นฐานข้อมูลระดับนานาชาติ
วิสยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
16
ภาพประกอบ 5 ผลงานวจิ ัยและงานสรา้ งสรรคท์ อ่ี า้ งองิ ระดบั ชาติหรอื นานาชาติ
ภาพประกอบ 6 ทนุ สนับสนนุ การวจิ ยั จากแหล่งทุนภายนอก
วิสยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ตั น์
17
ภาพประกอบ 7 สดั ส่วนทนุ สนับสนุนการวจิ ัยจาก PMU
ภาพประกอบ 8 แหล่งทนุ สนบั สนนุ การวิจยั นอก PMU
ในด้านการบริการวิชาการพบว่าผลงานวิจัย องค์ความรู้สามารถยกระดับพัฒนาต่อยอดไปสู่การวิจัยและบริการ
วชิ าการท่ีก่อใหเ้ กดิ นวัตกรรมสงั คมหลากหลายมติ มิ ากข้นึ ดงั ภาพประกอบ 9 และ 10
วิสยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
18
ภาพประกอบ 9 ผลงานวิจยั และงานสรา้ งสรรค์ทีก่ อ่ ใหเ้ กิดนวัตกรรมสงั คม
ภาพประกอบ 10 ผลงานวจิ ัยและงานสรา้ งสรรคท์ ีก่ ่อให้เกดิ นวัตกรรมสงั คมมติ ติ ่างๆ
ขณะท่ีงบประมาณจากการบริการวิชาการจากภายนอกเพิ่มสูงอย่างมีนัยสำ�คัญภายหลังการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำ�
หนา้ ทเ่ี ปน็ กลไกกลางในการประสานงานดา้ นการบรกิ ารวชิ าการ (ภาพประกอบ 11) ท�ำ ใหเ้ กดิ ความตอ่ เนอ่ื ง สรา้ งความ
เติบโตในมิติด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และเป็นที่ยอมรับมากย่ิงขึ้น ซ่ึงถือเป็นสัญญาณและพัฒนาการที่ดีของ
มหาวทิ ยาลัย
วสิ ยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรตั น์
19
ภาพประกอบ 11 รายได้บริการวชิ าการจากแหล่งทนุ ภายนอก พ.ศ. 2559-2563
ท่ีมา : ฝา่ ยการคลังและทรัพย์สิน (2565) และการวิเคราะห์
(3) ขีดความสามารถดา้ นการวจิ ัยและบริการวิชาการ มีนัยที่ส�ำ คัญอยา่ งน้อย 2 ประการ คอื
ประการแรก การสรา้ งความมน่ั คงทางการเงนิ ผา่ นการหารายไดเ้ พอื่ ทดแทนรายไดม้ หาวทิ ยาลยั จากคา่ ธรรมเนยี ม
การศกึ ษาและเงินรายในภาพรวมที่ทรงตวั ในช่วง 5 ปมี าน้ี โดยใหค้ วามส�ำ คัญกบั การสรา้ งองค์ความรู้ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัย
นวัตกรรม และนวตั กรรมสังคม สนบั สนนุ พฒั นา และยกระดับตอ่ ยอดใน 3 Pillars ทจี่ ะก่อให้เกิดผลผลิต-ผลลพั ธใ์ น
วงกวา้ ง (Big Moves) ของประเทศในอนาคต คอื เศรษฐกจิ ฐานราก เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ และ BCG Economy ดงั ขอ้ มลู
จากส�ำ นกั งานสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (2564) พบวา่ เศรษฐกจิ ฐานราก วสิ าหกจิ ขนาดเลก็ ขนาดกลาง
(MSME) ในปี พ.ศ. 2563 มมี ูลค่า 5.3 ล้านล้านบาท คิดเปน็ ร้อยละ 34.2 ของ GDP สว่ น BCG Economy ซงึ่ มีความ
สำ�คัญต่อประเทศทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม ในสาขาเกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์
พลงั งาน วสั ดแุ ละเคมชี วี ภาพ การทอ่ งเทย่ี ว และเศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ มมี ลู คา่ เพม่ิ ทางเศรษฐกจิ รวมกนั 3.4 ลา้ นลา้ นบาท
คิดเป็นร้อยละ 21 ของ GDP และอาจมีศักยภาพในการเพ่ิมมูลค่าเป็น 4.4 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 24
ของ GDP ในอกี 5 ปขี า้ งหนา้ ตลอดจนการพฒั นาระบบทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของมหาวทิ ยาลยั ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถ
น�ำ ไปสกู่ ารใชป้ ระโยชน์ (Research Utilization) การขยายผลผา่ นการแพรก่ ระจายนวตั กรรมและการถา่ ยทอดเทคโนโลยี
(Diffusion of Social Innovation) การยกระดบั ทรัพย์สินทางปัญญาส่กู ารใช้ประโยชน์เชงิ พาณิชย์ และการสรา้ งมลู ค่า
รายได้จากงานวิจัย การดูแลจัดสรรสิทธิประโยชน์จากงานวิจัยตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและ
นวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act)
ประการที่สอง การผลกั ดนั มหาวิทยาลยั ให้เขา้ สฐู่ านการจดั อนั ดับโลกในอนาคตตอ้ งสนบั สนนุ การเผยแพรผ่ ลงาน
วจิ ยั และงานสรา้ งสรรคท์ เ่ี ผยแพร/่ อา้ งองิ ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ สรา้ งการเชอ่ื มโยงงานวจิ ยั ตลอดหว่ งโซอ่ ปุ ทานและ
หว่ งโซค่ ณุ คา่ (TSU Research Supply/Value Chain Management) การปรบั ปรงุ ระบบและกลไกสง่ เสรมิ การสนบั สนนุ
วสิ ยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรัตน์
20
การเผยแพร่ สร้างสรรค์ผลงาน การสร้างศูนย์/เครือข่ายความร่วมมือเพื่อนำ�เสนอผลงานและต่อยอดนวัตกรรมในเชิง
ยทุ ธศาสตร์ และทสี่ �ำ คญั คอื การ Reskill Upskill Newskill นกั วจิ ยั ดว้ ยแพลตฟอรม์ การพฒั นาใหมๆ่ เนอ่ื งจากปจั จบุ นั
มีบคุ ลากรสายวิชาการมตี �ำ แหน่งทางวชิ าการเพยี ง 32 % เทา่ นน้ั ควบคูไ่ ปกบั สรา้ งวฒั นธรรม โครงสร้างพื้นฐาน และ
ระบบนเิ วศการวจิ ยั นอกจากน้ี ยงั สามารถยกระดบั ความเปน็ นานาชาตดิ ว้ ยการสนบั สนนุ การจดั การเรยี นรแู้ ละการวจิ ยั
ระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อเพ่ิมจำ�นวนผลงานและความแข็งแกร่งด้านวิชาการไปพร้อมกันโดยเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
ภาพประกอบ 12 ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญามหาวทิ ยาลยั ทักษิณ
(4) การสร้างความม่ันคงทางการเงิน มหาวิทยาลัยมีรายได้จากงบประมาณแผ่นดินและงบประมาณเงินรายได้
ทม่ี าจากคา่ ธรรมเนยี มการศึกษาเปน็ หลัก ซง่ึ จากข้อมลู พบวา่ จำ�นวนนิสติ ในระดบั ปรญิ ญาตรเี พม่ิ ขึน้ ส่วนระดบั บณั ฑติ
ศึกษาลดลง 50 เปอร์เซ็นต์จาก 10 ปีกอ่ น หากพิจารณาจากแผนการรบั ในภาพรวมนสิ ติ ปริญญาตรเี ป็นไปตามแผนการ
รบั โดยวทิ ยาเขตสงขลาสงู กวา่ แผนทตี่ ง้ั ไว้ สว่ นวทิ ยาเขตพทั ลงุ ต�่ำ กวา่ แผนมาโดยตลอด (ภาพประกอบ 14) แตก่ ก็ ระเตอื้ ง
ขนึ้ จาการเปดิ หลกั สตู รเพม่ิ ดา้ นศกึ ษาศาสตรแ์ ละพยาบาลศาสตร์ แตใ่ นชว่ ง 2-3 ปมี านร้ี ายไดจ้ ากคา่ ธรรมเนยี มการศกึ ษา
ลดลง เนอ่ื งจากการลดหยอ่ นคา่ ธรรมเนียมการศึกษาและการคา้ งช�ำ ระอันเนื่องมาจากสถานการณโ์ ควิด-19
อยา่ งไรกต็ าม มหาวทิ ยาลยั มรี ายไดจ้ ากการวจิ ยั และการบรกิ ารวชิ าการเพมิ่ ขน้ึ จงึ สามารถสรา้ งความมง่ั คงทางการ
เงินดังที่ได้กล่าวในข้อ (2) และการหารายได้จากการบริหารจัดสินทรัพย์ “การพัฒนาพื้นท่ีเป็นย่านพาณิชย์เพื่อการ
ศกึ ษา”และการจัดต้ัง “TSU Holding Company” เพ่อื เป็นกลไกขับเคลือ่ น “การลงทุนในธรุ กจิ วจิ ัยและนวัตกรรม
ของมหาวิทยาลัย” ให้สามารถพ่ึงพาตนเองทางการเงิน และลดความเสี่ยงด้านการเงินของมหาวิทยาลัย และถือเป็น
สว่ นหนง่ึ ในการขบั เคลอื่ นระบบเศรษฐกจิ ไทยขา้ มพน้ กบั ดกั รายไดป้ านกลางดว้ ยธรุ กจิ และการประกอบการดว้ ยนวตั กรรม
และเทคโนโลยีข้นั สูง (IDE)
วสิ ัยทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนิรตั น์
21
ภาพประกอบ 13 นสิ ติ ระดับปริญญาตรีและบณั ฑติ ศกึ ษา และแผน-ผลการรับนสิ ิตปริญญาตรี
ทมี่ า : ข้อมูลพน้ื ฐานจากฝ่ายวิชาการและการวิเคราะห์
วิสยั ทัศน์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
22
ภาพประกอบ 14 งบประมาณเงนิ แผนดนิ และเงินรายได้ (ปีงบประมาณ 2554-2565)
ทม่ี า : ฝ่ายแผนงาน (2565)
ภาพประกอบ 15 งบประมาณเงินรายไดจ้ ากแหลง่ ตา่ ง ๆ (ปีงบประมาณ 2554-25654)
ทมี่ า : ฝา่ ยแผนงาน (2565)
หมายเหตุ ข้อมูลอาจมีความคลาดเคล่ือนไม่ตรงกัน เนื่องจากวิธีการจัดเก็บท่ีแตกต่างกันของหน่วยงานท่ีรับ
ผิดชอบ เชน่ การจดั เกบ็ ตามปีงบประมาณ ปีการศกึ ษา วิธกี ารค�ำ นวณ ซ่งึ ต้องพฒั นาระบบ Big Data และใช้เป็นฐาน
ข้อมูลกลางรว่ มกนั ในอนาคต
วสิ ยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ตั น์
23
ส่วนการแสวงหารายไดจ้ ากค่าธรรมเนียมการศกึ ษานนั้ ต้องสรา้ ง “ทางเลอื กและโอกาสอนั หลากหลาย” ในการ
เรยี นรู้ การเขา้ ถงึ ปรญิ ญาดว้ ยหลกั สตู รทต่ี อบโจทยค์ วามตอ้ งการของผเู้ รยี นและการพฒั นาประเทศ การพฒั นาหลกั สตู ร
Non-Degree แบบ Open Integration Platform การสร้างมาตรฐาน/จัดการศึกษาในกระบวนทัศน์ใหม่ (Higher
Education Sandbox) และการเรียนร้ตู ลอดชีวติ
กระนน้ั การจดั การเรยี นร้ใู นสถานการณ์ระบาดของโควดิ -19 ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสงั คมอาจสง่ ผลกระทบ
ตอ่ ขดี ความสามารถของผปู้ กครอง มหาวทิ ยาลยั จงึ ตอ้ งใหค้ วามส�ำ คญั กบั รปู แบบการจดั การเรยี นรแู้ บบใหม่ ๆ มกี ารชว่ ย
เหลือเยียวยานิสิตที่ได้รับผลกระทบ เช่น การสร้างระบบนิเวศเพ่ือจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤตแบบมีส่วนร่วม
การสนับสนุนทุนการศึกษา/สวัสดิการ การลดหย่อนค่าธรรมเนียม การสนับสนุนให้กลุ่มคนเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์
สามารถเขา้ ถึงการศกึ ษาไดอ้ ยา่ งเท่าเทยี ม เปน็ ตน้
(5) การบรหิ ารจดั การและการเชอ่ื มโยงเชงิ นโยบาย ตอ้ งพลกิ โฉมระบบบรหิ ารและการจดั การเชงิ ระบบในแงก่ าร
สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมให้เปน็ วัฒนธรรมหลกั และบรรยากาศใหมข่ องมหาวทิ ยาลัย การ Rebrand มหาวิทยาลยั ให้
สะท้อนอัตลักษณ์ วิสยั ทศั น์ และต�ำ แหนง่ แห่งท่ี (Positioning) ของมหาวทิ ยาลัย การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้
เป็น Multi Generation และ Smart Manpower การสรา้ งเบา้ หลอมและวัฒนธรรมองคก์ รนวัตกรรม (TSU Social
Innovation Mindset) การปรบั โครงสรา้ งการบริหาร และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ
อยา่ งไรกต็ าม ท่ามกลางความผันผวน ซับซอ้ น และไมแ่ น่นอน ต้องจดั ต้ัง “ห้องปฏบิ ัติการเชิงนโยบาย” (TSU
Policy Lab) เป็นพืน้ ทก่ี ลางสรา้ งทางเลือกและความเปน็ ไปไดใ้ หม่ ๆ ด้วยเครื่องมอื การบรหิ ารเชงิ วตั กรรม การพัฒนา
“ระบบเช่ือมต่อที่สอดประสานและกลมกลืน” จากกลไกเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติการ (Strategy Alignment and
Agile Management) รวมถึงการรเิ รม่ิ นโยบายจากหลายทิศทาง ด้วยการสร้างพน้ื ทกี่ ารเรียนรู้แบบเปดิ และการทำ�งาน
รว่ มแบบหนุ้ ส่วนจากในและนอกมหาวทิ ยาลัย (Open Learning Space) และทำ�ใหม้ หาวทิ ยาลัยเปน็ พ้นื ทส่ี าธารณะ
(Public Space) สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชนไ์ ด้
วสิ ัยทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
24
3. หมดุ หมาย กลยทุ ธ์ และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ (Milestones, Strategies,
and Approaches to Thaksin University Reinvention)
เพ่ือให้บรรลุวิสัยทัศน์และการเป็นมหาวิทยาลัยแถวหน้ากลุ่ม “การพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้าง
นวัตกรรม” (Technology and Innovation) จึงกำ�หนด “หมดุ หมาย” (Milestones) ขับเคลอ่ื นและมงุ่ สภู่ าพอนาคต
ของมหาวิทยาลัยในเชงิ ยทุ ธศาสตรห์ ลังการพลิกโฉม ดังน้ี
หมดุ หมายที่ 1
จัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาก�ำ ลังคนในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการสรา้ งสมรรถนะ
การพฒั นานวัตกรรมสงั คมและการเป็นผปู้ ระกอบการ
เปา้ หมายเชิงหมุดหมายท่ี 1
(1.1) พัฒนาก�ำ ลงั คนในการขบั เคล่อื นการพัฒนาประเทศ
(1.2) พฒั นาก�ำ ลังคนให้มสี มรรถนะในการสร้างวตั กรรมสังคม การเปน็ ผู้ประกอบการ และการเปน็ พลเมือง
กลยุทธ์ 1.1 สร้างทางเลือกที่หลากหลายและการพัฒนากลไกการจัดทำ�หลักสูตรฐานสมรรถนะเพ่ือสร้าง
นวตั กรรมสังคมหรือผปู้ ระกอบการ ดา้ นการพฒั นาหลกั สูตรและการพัฒนาผ้เู รยี น
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 1.1
(1.1.1) ปรบั ปรงุ หลกั สตู รใหผ้ เู้ รยี นมสี มรรถนะดา้ นนวตั กรรมสงั คม การเปน็ ผปู้ ระกอบการ และก�ำ ลงั คนทมี่ ขี ดี
ความสามารถด้านการแขง่ ขันตามความตอ้ งการของประเทศ
(1.1.2) พัฒนา/ปรับปรุงหลักสูตรที่เป็น Interdisciplinary และ Transdisciplinary ที่ยืดหยุ่น ตอบสนอง
ผ้เู รยี นและการเรียนรู้ โดยขยายฐานหลกั สูตรและพืน้ ทก่ี ารเรยี นรูท้ ่ี “เติบโตอย่างสมดลุ เช่อื มโยงถึงกนั ” ระหว่างสอง
วิทยาเขต เช่น การเปิดหลักสูตรประกอบการและการท่องเท่ียวท่ีวิทยาเขตพัทลุง การเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์และ
นวัตกรรมทว่ี ิทยาเขตสงขลา
(1.1.3) พัฒนาหลักสูตรใหม่ท่ีตอบสนองความต้องการของสังคม และผู้เรียนยุคใหม่แบบออนไลน์ด้วยแนวคิด
TSU Gen Next Academy ทเ่ี นน้ สรา้ งการเรยี นรู้ร่วมกบั องคก์ รผ้เู ชยี่ วชาญในการผลติ บัณฑติ และภาคเอกชน
(1.1.4) สร้างทางเลือกท่ีหลากหลายในการจัดการเรียนรู้และการเข้าถึงปริญญา เช่น การสร้างหลักสูตรแบบ
Dual Degree สองปริญญา ปริญญาโทควบเอก หรือปริญญาตรีควบโท การจับคู่ผลิตบัณฑิตกับสถาบันการศึกษาใน
ระดบั อนุปริญญา ประกาศนียบตั รชั้นต้นหรือชนั้ สูง (ปวช./ปวส.) หลักสูตรความร่วมมอื กับภาคเอกชนเพอ่ื ผลิตบณั ฑติ
ทตี่ รงกบั ความตอ้ งการในสาขาทต่ี ลาดแรงงานตอ้ งการ/ขาดแคลน หลกั สตู รความรว่ มมอื กบั ตา่ งประเทศแบบ 2+2 และ
3+1 และการเรยี นแบบ Pre-Degree Program
(1.1.5) ยกระดับหลักสูตรท่ีมีศักยภาพสูงให้ได้การยอมรับและรับรองในระดับนานาชาติ (International
Accreditation) โดยสง่ เสริมการจดั การเรยี นรูแ้ ละการวจิ ยั ในระดับบัณฑติ ศึกษาเพอื่ มุ่งสร้างองค์ความรแู้ ละการตพี ิมพ์
เผยแพรใ่ นนานาชาติ โดยเน้นกลุ่มวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(1.1.6) การจดั การเรียนการสอน และการจดั การเรยี นรดู้ ้วยแนวคิด และแพลตฟอรม์ การเรยี นรู้ท่ีสอดคลอ้ งกับ
ผู้เรียน สภาพความเป็นจริงที่พัฒนาผู้เรียนควบคู่ไปกับการปฏิบัติ เช่น Active Learning, Problem-Based/
Research-Based/Project-Based/Area-Based/Inter-professional, Education Work-Based Education,
วิสัยทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน์
25
Work Integrated Education การพัฒนารูปแบบการสอนออนไลน์ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ และสร้างบรรยากาศการ
เรยี นรแู้ บบมสี ว่ นร่วม
(1.1.7) พัฒนาผูเ้ รยี นเป็นนักนวตั กรสังคม โดยจดั ทำ�โครงการพ้ืนท่ีนวัตกรรมสังคม (TSU Social Innovation
Polis : 1 หลกั สูตร 1 นวัตกรรมสังคม) ในพน้ื ที่นวตั กรรมที่ก�ำ หนดเพ่ือการเรียนรู้ทา่ มกลางการปฏิบตั แิ ละการถ่ายทอด
ความร้แู ละเทคโนโลยสี ูช่ ุมชน
กลยทุ ธ์ 1.2 พฒั นากลไกการจดั ท�ำ หลกั สตู รประกาศนยี บตั รแบบไมม่ งุ่ ปรญิ ญา (Non-Degree Program) เพอ่ื
Reskills, Upskills, Newskills, Cross-Skills และการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต (Lifelong Learning)
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 1.2
(1.2.1) จัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เน้นการเสริมสร้างสมรรถนะกำ�ลังคนในการพัฒนานวัตกรรม
สงั คม และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ เชน่ หลกั สตู รระยะสนั้ แบบ Modules and Online Courses, Upskills, Newskills,
Cross-Skills
(1.2.2) พัฒนาระบบธนาคารหนว่ ยกิตและฐานข้อมูลกลาง (TSU Credit Bank System) เพ่ือรองรับการสะสม
หน่วยกิตในระบบ Non-Degree การเทียบโอนความรู้ ประสบการณ์ และการเรยี นรูต้ ลอดชีวิต
(1.2.3) พัฒนาหลกั สตู รทยี่ ืดหยุ่น หลากหลาย ผสมผสานระหว่างการเรียนในหอ้ งเรียน (Onsite) และห้องเรยี น
ออนไลน์ (Online) พรอ้ มพฒั นาแฟลตฟอรม์ การเรยี นรแู้ บบออนไลนท์ ผ่ี เู้ รยี นสามารถเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ย และการจดั การเรยี น
รตู้ ามจงั หวะ (Self-Paced Learning) ตอบสนองการเรียนร้ขู องผเู้ รยี น ทุกช่วงวัย
(1.2.4) จัดตั้งศูนย์พัฒนากำ�ลังคนให้มีสมรรถนะสูงสำ�หรับอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ โดยพัฒนา
แพลตฟอรม์ การจบั คกู่ �ำ ลงั คนสมรรถนะสงู และมาตรการสง่ เสรมิ การจา้ งงานและพฒั นาบคุ ลากรส�ำ หรบั ผปู้ ระกอบการ
(TSU Accelerating Thailand with High-Skilled Workforce Development Platform)
กลยุทธ์ 1.3 การจัดการศกึ ษาที่แตกต่างจากมาตรฐานอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) และระบบ
ธนาคารหน่วยกิต (Higher Education Credit Bank)
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 1.3
(1.3.1) จดั การศึกษาและการสะสมหนว่ ยกิต ในระบบ “ธนาคารหน่วยกติ มหาวิทยาลัยทักษณิ ” (TSU Credit
Bank) จากการเทียบโอนความรู้ ประสบการณ์ และการลงทะเบียนเรยี นเพอื่ พัฒนาทกั ษะการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ
(1.3.2) จดั ท�ำ หลักสูตร TSU Sandbox เนน้ การพฒั นาก�ำ ลงั คนทม่ี ีสมถรรถนะเป็น “ผู้ประกอบการ” ในด้าน
เกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง การพัฒนาวิสากิจขนาดกลางขนาดย่อมที่มีความเข้มแข็ง และการท่องเชิงคุณภาพ
เพื่อความย่ังยืน ตามหมดุ หมายในร่างแผนพัฒนาเศรษฐกจิ ฯ ฉบับท่ี 13
กลยทุ ธ์ 1.4 พฒั นาระบบและกลไกการพัฒนาอาจารย์เพ่อื สนับสนนุ การจดั การเรียนรู้ตลอดชีวติ
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 1.4
(1.4.1) พัฒนาศักยภาพอาจารย์ด้านการเป็นผปู้ ระกอบการและการสรา้ งนวัตกรรมร่วมกับสถานประกอบการ
และพฒั นาอาจารย์ในการสร้างนวตั กรรมการเรยี นรใู้ นรูปแบบตา่ ง ๆ ที่เหมาะสม
วิสยั ทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน์
26
(1.4.2) พัฒนาระบบบรหิ ารและพฒั นาทรัพยากรบคุ คล เพ่ือสง่ เสรมิ ศักยภาพของอาจารย์ เช่น ระบบ Talent
Management, Adjunct Assignment
(1.4.3) ปรับโครงสร้างส่งเสริมให้เกิด Staff Mobility การคิดภาระงานที่ยืดหยุ่นแบบมุ่งผลสัมฤทธ์ิ
จดั งบประมาณแบบมงุ่ ผลสัมฤทธิ์
กลยุทธ์ 1.5 การพฒั นานสิ ิตใหเ้ ป็น Glocal Citizenship และการร่วมสรา้ งสงั คมประกอบการ
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 1.5
(1.5.1) พัฒนานิสิตใหม้ ี Glocal Talent ด้วยแนวคิดนวตั กรรมสังคมและ TSU Man และการพฒั นาทักษะที่
จ�ำ เปน็ ในศตวรรษท่ี 21 เชน่ Soft Skills, Power Skills, Digital Skills, Thinking Skills
(1.5.2) ส่งเสริมและสนบั สนนุ การสรา้ งความเปน็ พลเมอื ง จิตสำ�นึกสาธารณะ การสร้างสรรคส์ งั คม และการ
อยรู่ ่วมกัน/เรียนรู้ในสังคมพหวุ ฒั นธรรรม
(1.5.3) ปรับปรุงรายวิชานอกช้ันเรียน สนับสนุนการรวมกลุ่ม ชมรม กิจกรรม องค์กรนิสิต ให้หลากหลาย
สามารถเติมเต็มสนุ ทรยี ศาสตร์ คุณค่า และประสบการณใ์ หมใ่ หแ้ กน่ สิ ิต และการแก้ไขปัญหา Lost generation เชน่
Startup Clubs, TSU Youth Ted Talk, TSU Coaching-Grooming and Pitching for Enterprising, Meet CEO
Start Up TSU League, TSU Showcase, TSU Bootcamp ชมรมกฬี า Electronic Sports, Skateboard, Climbing
เปน็ ตน้
(1.5.4) จดั ตงั้ กองทนุ ประกอบการเพอื่ สรา้ งแรงบนั ดาลใจ บ่มเพาะประสบการณแ์ ละสรา้ งเมล็ดพันธปุ์ ระกอบ
การรุน่ ใหม่ และการพฒั นานวตั กรรม (TSU Incubation Academy)
กลยทุ ธ์ 1.6 การสนับสนนุ การเรยี นรใู้ นสถานการณว์ ิกฤตสุขภาพและอ่นื ๆ
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 1.6
(1.6.1) สรา้ งระบบนเิ วศเพื่อจดั การเรียนร้ใู นสถานการณว์ กิ ฤตด้วยกระบวนการมสี ่วนร่วม การท�ำ งานร่วมกัน
ระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั องคก์ รนสิ ติ โดยจดั ใหม้ กี ลไกเชงิ โครงสรา้ งและแพลตฟอรม์ การก�ำ กบั ตดิ ตาม การชว่ ยเหลอื เยยี วยา
ดูแลสุขภาพแบบ 360 องศา การฟ้ืนฟจู ิตใจในทุกระยะ การจัดกิจกรรมเชื่อมโยงสู่สงั คม การสร้างจติ สำ�นึกสาธารณะ
และความเปน็ พลเมอื งผ่านการจัดการเรยี นการสอน
(1.6.2) ช่วยเหลือ เยียวยานิสิตที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสุขภาพและอื่น ๆ เช่น ทุนการศึกษา สวัสดิการ
การจ้างงานระยะสน้ั การลดหยอ่ นคา่ ธรรมเนยี มการศกึ ษา การใหย้ มื อุปกรณก์ ารเรียนออนไลน์
(1.6.3) สรา้ งแพลตฟอรม์ นวัตกรรมจดั การศึกษาและการเรยี นรูท้ ่ีสอดคล้องกับบรบิ ทสถานการณ์ เช่น การจดั
ใหบ้ ริการแบบ One Stop Service, Digital Transcripts, ID Student Card, Digital Certificate, Application
(1.6.4) สนบั สนุนทนุ การศึกษาส�ำ หรบั นิสติ กลุม่ เปราะบาง กลุ่มชาตพิ นั ธุ์ เชน่ ไทยพลัดถนิ่ ชาวเล มนั นิ ฯลฯ
ใหม้ โี อกาสเข้าศกึ ษาต่อในมหาวทิ ยาลยั เพ่อื ลดความเหลื่อมล�ำ้ และสรา้ งความเสมอภาคทางการศึกษา
(1.6.5) ประสานความร่วมมือกับสมาคมศิษย์เก่าเพื่อให้เกิดการเช่ือมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย ศิษย์เก่า ศิษย์
ปัจจบุ นั การสนบั สนุนการเรยี นรู้ การฝึกปฏบิ ตั กิ ารเชงิ วชิ าชพี การสร้างสรรคน์ วัตกรรมสงั คม อนั เปน็ ประโยชน์ต่อมหา
วิทยาลัยและสงั คมในภาพรวม
วสิ ยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรตั น์
27
กลยุทธ์ 1.7 การสรา้ งเสน้ ทางการเขา้ ศึกษาต่อในมหาวทิ ยาลัยทักษิณ
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 1.7
(1.7.1) พฒั นาแพลตฟอรม์ การสอื่ สารทตี่ อบโจทยค์ วามตอ้ งการของนกั เรยี น ผปู้ กครอง สถานศกึ ษา ครแู นะแนว
สถานประกอบการ และสาธารณชน อย่างต่อเนื่องเพ่ือเขา้ ศึกษาตอ่ ในมหาวิทยาลยั ทกั ษณิ
(1.7.2) จดั ทำ�แผนการตลาดเพ่อื ดึงดดู ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาต่ออยา่ งระบบและทันสมัย
(1.7.3) สร้างเครือข่ายผู้บริหาร ครูแนะแนว นักเรียน และชุมชน ผ่านกิจกรรมและปฏิบัติการทางวิชาการ
เชิงคณุ ภาพ เชน่ การสมั มนา ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน การเปน็ ทีป่ รึกษา/พี่เลี้ยง (Mentors) ในการเล่ือนวทิ ยฐานะ เป็นตน้
หมุดหมายท่ี 2
สรา้ งผลงานวจิ ยั เพอื่ พฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมทต่ี อบโจทยก์ ารพฒั นาเชงิ พนื้ ที่ และการเพม่ิ
ขีดความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
เปา้ หมายเชิงหมดุ หมายที่ 2
(2.1) องคค์ วามรู้ ผลงานวจิ ยั เทคโนโลยี และนวตั กรรมตอบโจทยก์ ารพฒั นาเชงิ พน้ื ที่ และการเพม่ิ ขดี ความสามารถ
ในการแขง่ ขนั ของประเทศ
(2.2) เพ่ิมผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่เผยแพร่/อ้างอิงในระดับชาติและนานาชาติเพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นท่ี
ยอมรับในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ
กลยุทธ์ 2.1 ขบั เคล่ือนงานวจิ ยั และนวัตกรรม ภายใตแ้ ผนงานวิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม มหาวทิ ยาลัย
ทกั ษิณ (TSU SIM) และการพฒั นากลมุ่ วิจยั (Research Cluster) ตามกลุ่มยุทธศาสตร์ จดุ เน้น และวาระวิจัยของ
มหาวทิ ยาลัย (TSU Research Agenda)
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 2.1
(2.1.1) ปรับปรุงแผนงานวทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ (TSU-SIM) ให้สอดคลอ้ งกบั
แผนวิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 และขบั เคลอ่ื นตามแผนยุทธศาสตรท์ ่ไี ด้ปรับปรงุ และน�ำ มาเป็น
ธงนำ�การวจิ ยั มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ
(2.1.2) ขบั เคลอ่ื นการพฒั นาแบบมงุ่ เปา้ ดว้ ย “พน้ื ทน่ี วตั กรรมสงั คม” (TSU Social Innovation Polis) ภายใต้
กลมุ่ วจิ ยั (Research Cluster) ตามกลมุ่ ยทุ ธศาสตร์และจดุ เน้นมหาวทิ ยาลัยเพอื่ สร้างอตั ลักษณ์และความโดดเดน่ ดงั นี้
- พน้ื ทนี่ วตั กรรมสงั คมพทั ลงุ และอาณาบรเิ วณ (Phatthalung Polis) เนน้ เศรษฐกจิ ฐานราก เศรษฐกจิ
สร้างสรรค์ และ BCG Economy เนน้ เกษตรมลู ค่าสูง สุขภาพ การทอ่ งเทีย่ ว และการประกอบการ
- พืน้ ทนี่ วัตกรรมสังคมพื้นท่ชี ุมนำ�้ (Wetland Polis) เน้นภูมปิ ัญญา การท่องเทีย่ ว สุขภาพ อาหารอตั
ลกั ษณถ์ นิ่ และการประยุกต์ (Food Innopolis and Local Fusion Food)
- พื้นท่ีนวตั กรรมสงั คมคาบสมทุ รสทิงพระ (Satingphra Peninsula Polis) เนน้ เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์
ศลิ ปวัฒนธรรม และการท่องเทย่ี วเชงิ ประวัตศิ าสตรแ์ ละเส้นทางสายบุญ
- พ้ืนท่ีนวัตกรรมสังคมสงขลาและอาณาบริเวณ (Songkhla and Hinterland Polis) เน้นสังคม
พหุวัฒนธรรม สงั คม และเศรษฐกจิ ในจังหวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละรฐั ชายแดนประเทศมาเลเซีย
- พ้ืนท่นี วตั กรรมสงั คมกรุงเทพฯ (Bangkok Polis) เน้นการพัฒนากำ�ลงั คนท่ีตอบสนองความสามารถ
วิสัยทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ตั น์
28
ด้านการแข่งขนั ของประเทศ เช่น การ Reskill, Upskill, Newskill, Cross-skill
(2.1.3) สนับสนนุ การจดั ทำ�แผนงานวิจยั ท่ตี อบโจทย์การพัฒนาเชิงพืน้ ที่ (Area-Based) เชิงประเด็น (Issue-
Based) ตามระดบั ความพรอ้ มทางเทคโนโลยี (TRL/SRL) ความตอ้ งการ และความเชอ่ื มโยงกบั OKR ในแตล่ ะ Platform
เช่น แผนงานวิจยั แบบมงุ่ เปา้ (Spearhead/Targeted Research Issues), Quick Win Project, Big Rock Project,
Flagship Project เปน็ ต้น
(2.1.4) สร้างความเชื่อมโยงงานวจิ ัย (Research and Development Impact Patch) ตลอดห่วงโซ่อปุ ทาน
และหว่ งโซค่ ุณคา่ (TSU Research Supply/Value Chain Management ) จากงานวิจัยมูลฐาน งานวิจยั ประยุกต์ งาน
วิจยั เชงิ ยุทธศาสตร์ และการขยายผลสู่การใชป้ ระโยชน์ในมิตติ ่าง ๆ
(2.1.5) พฒั นาระบบและกลไกการประเมนิ ผลผลติ ผลลัพธ์ ผลกระทบ ความคุ้มค่าจากงานวิจยั และนวตั กรรม
และการวิเคราะหผ์ ลตอบแทนทางสังคม (SROI) ในดา้ นอปุ สงคแ์ ละอุปทาน (Supply Sides and Demand Sides)
(2.1.6) สนับสนุนการจัดต้ังหน่วยวิจัย/ศูนย์วิจัย และศูนย์วิจัยเพ่ือความเป็นเลิศ เพื่อเป็นกลไกสำ�คัญใน
การสร้างความเขม้ แข็งด้านการวจิ ัยและเครอื ข่ายความร่วมมือในทุกระดบั ตัง้ แต่ระดับทอ้ งถิน่ จงั หวัด ภูมภิ าค ประเทศ
และนานาชาติ ดว้ ยฐานเครือข่ายเดิมและเพมิ่ เตมิ เครอื ข่ายใหม่
กลยุทธ์ 2.2 พฒั นาศักยภาพนกั วิจัยและทักษะความสามารถนักวจิ ยั เพ่ือนวัตกรรมและนวัตกรรมสงั คม
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 2.2
(2.2.1) สรา้ ง TSU Social innovator ด้วยกระบวนการวเิ คราะห์ความพร้อมของงานวจิ ยั (SRL/TRL) การ
วเิ คราะหค์ วามเชอื่ มโยงผลกระทบ (Impact Link) ทีท่ ำ�ใหเ้ กิดการพัฒนาต่อยอดงานวิจยั ในอนาคต (Spiral Effect)
(2.2.2) พฒั นาและสรา้ งเสริมนักวิจยั และนักนวตั กรรม ให้เขา้ ถงึ แหลง่ ทนุ ภายนอก โดยมีกิจกรรมสำ�คญั ได้แก่
การพัฒนาข้อเสนอเพ่ือพิชิตทุน PMU (Strategic Fund)/ทุนนอก PMU กิจกรรมเสริมพลังนักวิจัย: Empowering
the Research and Social Innovation, กิจกรรม PMU Coaching Proposal Teamwork และธนาคารข้อเสนอ
โครงการวิจัย (Proposal Bank)
(2.2.3) พฒั นาศกั ยภาพและขดี ความสามารถนกั วจิ ยั เพอ่ื สรา้ งขดี ความสามารถดา้ นการแขง่ ขนั และอตุ สาหกรรม
แห่งอนาคต โดยมีกิจกรรมสำ�คัญ ได้แก่ กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้สู่ภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม (Talent/Academic
Mobility Consultation)
(2.2.4) สานพลงั และสรา้ งนกั วจิ ยั ตามกลมุ่ ยทุ ธศาสตรแ์ ละจดุ เนน้ มหาวทิ ยาลยั (TSU Research Engagement)
ระดับต่าง ๆ เช่น Spearhead, Senior Research, New Researcher
(2.2.5) สนบั สนุนการรว่ มมอื กบั นกั วจิ ยั เชยี่ วชาญในประเทศและต่างประเทศ ในรปู แบบ Adjunct Professor,
ทนุ วจิ ยั หลงั ปริญญาเอก (Postdoctoral Fellowship) เป็นต้น
กลยุทธ์ 2.3 สรา้ งระบบนเิ วศและโครงสรา้ งพนื้ ฐานการวิจยั ทีม่ ีศกั ยภาพรองรับการนวตั กรรมสงั คม ขดี ความ
สามารถด้านการแข่งขนั และการพฒั นาทีย่ ัง่ ยืน
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 2.3
(2.3.1) พัฒนาระบบมาตรฐานการวิจัย ด้านมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัยในคน สัตว์ทดลอง และความ
ปลอดภยั ทางชีวภาพ ให้เปน็ ท่ยี อมรับ
วิสยั ทศั นแ์ ละแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัยทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ตั น์
29
(2.3.2) สร้างความเช่ือมโยงและการส่งต่อระบบการใหบ้ รกิ ารดา้ นโครงสรา้ งพืน้ ฐานในมหาวิทยาลัย โดยศนู ย์
เครือ่ งมือกลางท�ำ หนา้ ทีเ่ ป็นแม่ขา่ ยเช่อื มกบั โครงสร้างพน้ื ฐานของคณะตา่ ง ๆ เชน่ ศูนยเ์ ทคโนโลยยี างเพอ่ื ชมุ ชน ศูนย์
ปฏบิ ตั กิ ารการตรวจวดั สารพษิ ตกคา้ งในดนิ และผลผลติ พชื ศนู ยเ์ ทคโนโลยเี กษตรเพอื่ ชมุ ชนหนว่ ยพฒั นาการแปรรปู และ
นวัตกรรมอุตสาหกรรมเกษตร เปน็ ต้น
(2.3.3) ปรับปรุงกลไกการสนับสนนุ ทุนวิจยั เงินรายได้ให้หลากหลาย มคี วามเช่ือมโยง สามารถตอ่ ยอด (Spiral)
จากวิจัยมูลฐานสู่การวิจัยเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขัน การพัฒนาเชิงพื้นที่ การพัฒนาเชิง
ประเดน็ การพัฒนานโยบายสาธารณะ และประเด็นเร่งดว่ นเชงิ นโยบาย
(2.3.4) พฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การองคค์ วามรงู้ านวจิ ยั ทส่ี ะทอ้ นอตั ลกั ษณเ์ พอ่ื การขบั เคลอื่ นนวตั กรรมสงั คม
สำ�หรับผปู้ ระกอบการฐานราก เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ และ BCG Economy โดยจดั ทำ�ฐานข้อมลู ดา้ นการวิจยั ขนาดใหญ่
(TSU Research Big Data)
(2.3.5) จดั ท�ำ ดชั นแี ละบญั ชี ด้านวิทยาศาสตร์ วจิ ัย และนวตั กรรมของมหาวทิ ยาลยั (TSU Social Innovation
Index) เพ่ือให้ผเู้ ก่ียวข้อง ผใู้ ช้ประโยชน์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ตระหนกั ถงึ ความส�ำ คญั ของขอ้ มลู
ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สามารถสืบค้น เข้าถึง และใช้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา การสร้างขีดความ
สามารถด้านการแข่งขัน หรอื การกำ�หนดนโยบาย (Open Science Policy)
(2.3.6) พัฒนาระบบบริหารงานวิจัย นวัตกรรม และนวัตกรรมสังคม เพื่อการใช้ประโยชน์และการต่อยอด
สู่ผลกระทบ (Impact Pathway) อยา่ งเปน็ ระบบ
(2.3.7 สรา้ งพ้นื ที่กลาง (Co-Working Research Space) และพนื้ ทีส่ รา้ งสรรค์ (Creativity Space) แบบเปิด
(Open Space) ท่มี ชี ีวิตชีวาสามารถเชือ่ มตอ่ สร้างความสมั พันธ์ และรว่ มกนั สร้างงานวจิ ยั นวตั กรรมสังคม ระหวา่ ง
นกั วจิ ัย ผูป้ ระกอบการ เครือขา่ ย และภาคีพันธมิตร ทัง้ ท่เี ป็นพืน้ ทท่ี างกายภาพ และพนื้ ทเ่ี สมอื นจริง (Virtual Space)
เชน่ Clubhouse ตลอดจนแพตฟอร์มออนไลนอ์ ืน่ ๆ
(2.3.8) สร้างแรงจูงใจและกลไกเชื่อมโยงนกั วจิ ัยกับผูใ้ ชป้ ระโยชน์งานวิจยั ในรปู แบบตา่ ง ๆ เช่น การให้รางวลั
นกั วิจัยทรงคุณคา่ การเผยแพร่ผลงานวจิ ยั มหกรรมงานวิจยั (TSU Research Expo)
กลยทุ ธ์ 2.4 ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรคท์ เ่ี ผยแพร/่ อา้ งองิ ในระดบั ชาติและนานาชาติ
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 2.4
(2.4.1) ปรับปรุงระบบและกลไกส่งเสริมการสนับสนุนการเผยแพร่และสร้างสรรค์ผลงานในระดับชาติและ
นานาชาติ
(2.4.2) ผลกั ดนั วารสารทงั้ หมดในมหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ขา้ สคู่ ณุ ภาพวารสารในฐานขอ้ มลู TCI 1 และฐานดชั นวี ารสาร
Scopus อย่างนอ้ ย 2 ฉบับ
(2.4.3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือเพ่ือนำ�เสนอผลงานและต่อยอดนวัตกรรมในต่างประเทศ โดยมีกิจกรรม
สำ�คัญ เชน่ การข้นึ ทะเบยี นนักวิจยั ใน Live DNA Profile, TSU Publication Clinic, International Conference/
Forum/Consortium
(2.4.4) จดั ท�ำ แพลตฟอรม์ TSU Research Café เพอ่ื น�ำ เสนอองคค์ วามรู้ ผลงานวจิ ยั นวตั กรรม และนวตั กรรม
สังคม เช่น บทสัมภาษณ์ Infographic, Podcast, Catalog, การส่ือสารสาธารณะงานวจิ ัย
วสิ ยั ทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์
30
กลยทุ ธ์ 2.5 พัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยให้มปี ระสทิ ธภิ าพและไดม้ าตรฐานสากล
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 2.5
(2.5.1) สร้างความเข้มแขง็ ของหน่วยจัดการสทิ ธเิ ทคโนโลยี (Technology Licensing Office) ใหส้ นับสนนุ
การสร้างองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (IP Portfolio) การยกระดับผลงาน
ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาสกู่ ารใชป้ ระโยชนใ์ นเชงิ พาณชิ ย์ การมงุ่ สรา้ งมลู คา่ รายไดจ้ ากงานวจิ ยั การดแู ล จดั สรรสทิ ธปิ ระโยชน์
จากงานวจิ ยั ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชนผ์ ลงานวจิ ยั และนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act IP Utilization)
(2.5.2) ส่งเสรมิ สนบั สนุน และผลกั ดันการแปลงทรัพยส์ นิ ทางปัญญา “เป็นทนุ ” โดยจ�ำ แนกตามระดับ (TRL/
SRL) ตงั้ แตร่ ะดบั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารวจิ ยั ใหม้ าสกู่ ารปฏบิ ตั กิ ารระดบั อตุ สาหกรรมในเชงิ พาณชิ ย์ การท�ำ ตน้ แบบ (Prototype)
รูปแบบทดลอง (Experimental Units) การทดสอบในระดับนำ�ร่อง (Pilot Scale) เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ของ
เทคโนโลยกี อ่ นจะน�ำ ไปสกู่ ารผลติ จรงิ โรงงานน�ำ รอ่ ง (Pilot Plant) กอ่ นเปน็ เชงิ พาณชิ ยเ์ ตม็ รปู แบบ (Pre-Commercial)
ตลอดจนการทดสอบในกระบวนการผลิตจรงิ (Full Scale Trial)
(2.5.3) ใหบ้ รกิ ารการจดทะเบยี นคมุ้ ครองสทิ ธใ์ิ นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาแกบ่ คุ คล องคก์ ร และหนว่ ยงานภายนอก
(2.5.4) ใหค้ วามรู้ สรา้ งความตระหนกั ในสทิ ธกิ ารน�ำ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาสกู่ ารใชป้ ระโยชน์ และการดแู ลจดั สรร
สิทธิประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564
(TRIUP Act)
(2.5.5) พัฒนาเครอื ขา่ ยและการบรกิ ารความรู้ดา้ นทรัพยส์ ินทางปญั ญาสู่การใช้ประโยชน์ เช่น TLO Network
and Collaboration, TLO Course
หมุดหมายท่ี 3
บริการวิชาการและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นท่ีและสร้างขีดความ
สามารถดา้ นการแขง่ ขัน
เปา้ หมายหมดุ หมายที่ 3
(1) บรกิ ารวชิ าการและถา่ ยทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรม เพอื่ การพฒั นาเชงิ พน้ื ทแี่ ละสรา้ งขดี ความสามารถ
ดา้ นการแข่งขัน
(2) บริการวิชาการโดยการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพ่อื สง่ เสรมิ การพฒั นาสงั คมเศรษฐกจิ และ
ส่งิ แวดลอ้ มในพืน้ ทีภ่ าคใต้
กลยทุ ธ์ 3.1 การต่อยอดทรพั ย์สนิ ทางปญั ญาเพือ่ ขบั เคล่ือนการน�ำ ผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์
แนวทางการพัฒนาตามกลยทุ ธ์ 1
(3.1.1) ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ (Research Utilization) การขยายผล
ผา่ นการแพร่กระจายนวัตกรรมและการถา่ ยทอดเทคโนโลยี (Diffusion of Social Innovation) การเพิม่ มลู ค่าสนิ คา้
และผลิตภณั ฑ์ด้วยทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา เช่น IP to Utilization, IP to Startup and Entrepreneur
(3.1.2) สนบั สนนุ การเขา้ ถงึ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาส�ำ หรบั ผปู้ ระกอบการดว้ ยกลไก IP Matching ตลาดนดั ทรพั ยส์ นิ
ทางปญั ญา (IP Market Place) การพัฒนาแพลตฟอรม์ บรกิ ารด้านทรัพย์สนิ ทางปญั ญา (IP Service Platform) และ
การประกอบการดว้ ยทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา (Tech Biz) การพฒั นาระบบสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การประกอบการ การสรา้ ง
วิสยั ทศั น์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน์
31
จุดนดั พบ การสรา้ งห้นุ สว่ นและผลประโยชน์รว่ ม (Mutual Benefit) จากทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา (Tech Seeker/ Tech
Provider)
กลยทุ ธ์ 3.2 ระบบสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ธรุ กจิ และการประกอบการ (Business Entrepreneur Shift Support
and Training: TSU-BEST)
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 3.2
(3.2.1) จดั ตงั้ กองทนุ และรณรงคก์ ารระดมทนุ เพอ่ื สง่ เสรมิ ผปู้ ระกอบการ (Fund Raising) มหาวทิ ยาลยั ประกอบ
การ และการถา่ ยทอดเทคโนโลยีสสู่ ังคมในรูปแบบคราวดฟ์ นั ดงิ (Crowd Funding)
(3.2.2) จัดต้ัง TSU Holding Company เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการลงทุนในธุรกิจวิจัยและนวัตกรรมของ
มหาวทิ ยาลัย
(3.2.3) สร้างผู้ประกอบการใหมท่ เ่ี น้นเทคโนโลยีและพฒั นาผปู้ ระกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถ
ยกระดบั การสร้างเทคโนโลยไี ดเ้ อง โดยการบม่ เพาะ (TSU Incubation and Spin-out New Entrepreneur), Start
Up Bootcamp, การสานต่อโครงการ TSU2T สตู่ ำ�บล
(3.2.4) ขับเคลื่อนพ้ืนที่บริการวิชาการเพื่อยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการใน
พนื้ ทีด่ ้วยเทคโนโลยี เช่น Smart SME, SMEs to IDE
(3.2.5) สง่ เสรมิ สนับสนุนบคุ ลากร นักวิจัย และนสิ ิต ในการพฒั นาธรุ กิจอุตสาหกรรมและการประกอบการ
ด้วยความรู้ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมของมหาวทิ ยาลัย
กลยทุ ธ์ 3.3 พฒั นาอาจารย/์ นักวจิ ัยทม่ี ที กั ษะสงู ตอบโจทยอ์ ตุ สาหกรรม และ Reskills, Upskills, New skills
แรงงานในภาคอุตสาหกรรม
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 3.3
(3.3.1) ส่งเสริมนกั วิจยั ในมหาวิทยาลยั ให้ทำ�งานร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อยกระดบั ขีดความสามารถใน
การแขง่ ขันทางเทคโนโลยี และนวตั กรรมให้เป็นรูปธรรม (TSU Talent Mobility Program)
(3.3.2) ส่งเสริม/สนับสนุนนักวิจัยเข้าไปช่วยสถานประกอบการในการวิเคราะห์โจทย์ การค้นหาและกำ�หนด
โจทยว์ ิจยั ร่วมกบั ผู้ประกอบการ/ภาคเอกชน และนำ�ข้อมลู พัฒนาเปน็ ขอ้ เสนอโครงการ (TSU Pre-Talent Mobility)
(3.3.3) เตรยี มความพรอ้ มนกั วจิ ยั รนุ่ ใหมเ่ พอื่ ยกระดบั ความสามารถดว้ ยวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
ในภาคเอกชน (TSU Academy)
(3.3.4) ตอ่ ยอดผลงานวจิ ยั ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของตลาดเพอ่ื การใชป้ ระโยชนใ์ นเชงิ พานชิ ย์ ดว้ ยการสนบั สนนุ
ทุนริเรม่ิ งานวิจัยรว่ มกบั ภาคธุรกจิ เอกชน หรอื วสิ าหชมุ ชน (Pre-Seed Fund)
(3.3.5) สนบั สนนุ การพฒั นาก�ำ ลงั คนในภาคอตุ สาหกรรมและการประกอบการ TSU RUN (Reskills, Upskills,
New skills)
วิสัยทศั นแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ตั น์
32
กลยุทธ์ 3.4 พฒั นาระบบและกลไกความรว่ มมอื เพ่ือพัฒนาผปู้ ระกอบการและส่งเสริมการสรา้ งนวตั กรรมกบั
ภาคธรุ กิจ/อุตสาหกรรม (TSU Industry Linkage)
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 3.4
(3.4.1) พฒั นาระบบและกลไกสรา้ งความรว่ มมมอื และศกั ยภาพบคุ ลากรตามความตอ้ งการของภาคอตุ สาหกรรม
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำ�งานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม/ธุรกิจ/อุตสาหกรรม ด้วยโครงการ ที่สำ�คัญ ได้แก่ TSU
Talent Mobility, TSU Pre-Talent Mobility, Pre-Seed Fund
(3.4.2) สร้างความร่วมมือและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนเพ่ือต่อ
ยอดผลงานวิจยั ในธุรกจิ เทคโนโลยเี บือ้ งต้น (Tech Start Up)
กลยทุ ธ์ 3.5 พัฒนาระบบนเิ วศทเ่ี อือ้ ต่อการสรา้ งเทคโนโลย/ี นวตั กรรมและการเปน็ ผูป้ ระกอบการ
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 3.5
(3.5.1) จัดตั้งโรงงานต้นแบบในการเพ่ิมมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรม จากทรัพยากรท่ีมีศักยภาพในท้องถิ่น และ
การยกระดบั TRL เพือ่ สรา้ งขดี ความสามารถดา้ นการแข่งขนั และการประกอบการ
(3.5.2) จัดตั้งอทุ ยานวทิ ยาศาสตร์มหาวทิ ยาลัยทักษิณ (TSU Science Park) เป็นกลไกและแพลตฟอรม์ ในการ
เชอื่ มประสานการท�ำ งานรว่ มกบั ภาคเอกชน/สถานประกอบการ การแกไ้ ขโจทยก์ ารพฒั นาประเทศ และเปน็ สว่ นหนงึ่ ใน
การขับเคลอ่ื นพันธกจิ บรกิ ารวิชาการ
หมุดหมายท่ี 4
พฒั นานวัตกรรมสังคมบนฐานศลิ ปะ วฒั นธรรม และภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น เพื่อสืบสานและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ
ประชาชน
เปา้ หมายหมุดหมายที่ 4
(1) พัฒนานวัตกรรมฐานศลิ ปะ วฒั นธรรม และภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ เพื่อสืบสาน การท�ำ นุบำ�รุงศิลปะ วฒั นธรรม
และยกระดับคุณภาพชวี ติ ประชาชน
(2) สรา้ งคณุ คา่ และมลู คา่ เพม่ิ จากศลิ ปะ วฒั นธรรม และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ เพอื่ ยกระดบั สนุ ทรยี ศาสตรแ์ กส่ งั คมและ
การสร้างความม่นั คงทางเศรษฐกจิ จากศิลปะฯ
กลยทุ ธ์ 4.1 พฒั นางานวจิ ยั งานสรา้ งสรรค์ และงานบริการวิชาการด้านศลิ ปะ วัฒนธรรม และภมู ิปัญญาเพ่ือ
สรา้ งคณุ คา่ มลู ค่าและนวัตกรรมสงั คมทางวฒั นธรรม
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 4.1
(4.1.1) สรา้ งงานวิจยั /งานสรา้ งสรรคด์ า้ นศิลปะและวฒั นธรรม ดนตรแี ละการแสดงและภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ เพอ่ื
รองรับการสร้างคณุ ค่าและมลู คา่ เพิม่ ทางวัฒนธรรมด้วยแนวคิด Cultural Innovation
(4.1.2) พฒั นาองคค์ วามรแู้ ละสรา้ งนวตั กรรมทางวฒั นธรรมเพอื่ เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ การทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม
และสุขภาพ อันส่งผลต่อการสรา้ งมลู ค่าทางเศรษฐกจิ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
(4.1.3) ยกระดับเศรษฐกิจสรา้ งสรรคด์ ้วยศิลปะ วัฒนธรรม และแผนที่วัฒนธรรม (Cultural Mapping) เพ่อื
นำ�เศรษฐกิจสรา้ งสรรค์สสู่ ากล บนฐานศิลปะ วฒั นธรรมท้องถนิ่ อัตลกั ษณช์ ุมชน ด้วยการเช่อื มตอ่ เขา้ กบั แพลตฟอร์ม
และกลยุทธ์ อาทิ Food Innopolis, Hyperlocal Marketing การสรา้ งนโยบายสาธารณะทางวฒั นธรรรม
วสิ ยั ทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ตั น์
33
กลยทุ ธ์ 4.2 การพฒั นาแหลง่ เรยี นรทู้ างดา้ นศลิ ปะวฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญา ทคี่ รอบคลมุ มติ ดิ า้ นพหวุ ฒั นธรรม
ของท้องถิ่นภาคใต้
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 4.2
(4.2.1) พัฒนางานดา้ นศลิ ปะ วัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาใหเ้ ป็นแหลง่ เรียนรู้สกู่ ารทอ่ งเทีย่ วและสรา้ งมูลคา่ ทาง
เศรษฐกจิ และเศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ เชน่ ผา้ ทอของภาคใต้ หนงั ตะลงุ โนรา การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ การสรา้ งสรรคศ์ ลิ ปะ
ผ่าน Digital Platform
(4.2.2) พัฒนาพพิ ธิ ภัณฑ์คติชนวทิ ยา สถาบนั ทกั ษิณคดศี ึกษา ใหเ้ ป็นแม่ขา่ ยที่ส�ำ คญั ในการสนบั สนนุ การจัดต้ัง
พิพธิ ภณั ฑ์ชุมชนเพ่อื สรา้ งสำ�นกึ ความเปน็ ชุมชน รวมถงึ การปฏบิ ัติการทางวฒั นธรรมตามแนวทางธัชชา (TASSHA)
(4.2.3) ปรบั ปรงุ พฒั นา และสรา้ งแรงจงู ใจในการเปดิ ใหบ้ รกิ ารพพิ ธิ ภณั ฑค์ ตชิ นวทิ ยาใหเ้ ปน็ พพิ ธิ ภณั ฑท์ มี่ ชี วี ติ
ส�ำ หรับการเยี่ยมชมในพ้นื ท่ีจรงิ และสอดคลอ้ งกบั ความเป็นวถิ ีใหมใ่ นลักษณะ Metaverse ด้วยเทคโนโลยี AR and VR
แบบ Digital Platform เชน่ Content Online, Virtual Tour, Chatbot, Online Exhibition, Online Museum,
Online Game Museum
กลยทุ ธ์ 4.3 การบรหิ ารจดั การทรพั ยส์ นิ ทางศลิ ปะและวฒั นธรรม รวมถงึ ภมู ปิ ญั ญาทส่ี รา้ งรายไดแ้ ละเพม่ิ มลู คา่
เชงิ พาณิชย์
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 4.3
(4.3.1) พัฒนา/ปรับปรุงศนู ยป์ ระชุม/สัมมนา ฝกึ อบรม พน้ื ทส่ี ำ�นักสง่ เสริมการบรกิ ารวิชาการและภูมปิ ัญญา
ชมุ ชน (สสช.) และสถาบันทักษณิ คดศี กึ ษา ให้มศี ักยภาพดำ�เนินการในเชงิ ธุรกจิ การประชุม สมั มนาฝกึ อบรม และการ
ท่องเท่ียวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม
(4.3.2) พฒั นาศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารดนตรแี ละหอเปรมดนตรใี หเ้ ปน็ ศนู ยบ์ รกิ ารวชิ าการและการสรา้ งสรรคด์ า้ นดนตรี
แบบครบวงจร และเปน็ แหล่งหารายได้ดว้ ยศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์
(4.3.3) สร้างเครอื ข่ายความรว่ มมือ/ข้อตกลงกับภาครฐั และเอกชน เพื่อด�ำ เนินธรุ กิจทางวฒั นธรรม
หมุดหมายท่ี 5
พฒั นามหาวทิ ยาลยั ส่มู าตรฐานระดับนานาชาตบิ นฐานทอ้ งถ่ิน (University of Glocalization)
เปา้ หมายหมดุ หมายที่ 5
(1) เปน็ ท่รี ู้จักและไดร้ บั การยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ
(2) เตบิ โตอย่างยงั่ ยืนในทางวิชาการระดบั ชาตแิ ละนานาชาติบนฐานความเปน็ ท้องถน่ิ
กลยทุ ธ์ 5.1 จัดระบบ กลไก และส่ิงแวดลอ้ ม สนับสนนุ ทุกพนั ธกจิ ให้เปน็ สากล เพือ่ รองรับการกา้ วสูน่ านาชาติ
ความเปน็ สากลบนฐานท้องถนิ่
แนวทางการพฒั นาเชิงกลยุทธ์ 5.1
(5.1.1) จัดระบบ กลไก และส่ิงแวดลอ้ มในทุกพนั ธกจิ ให้กา้ วสมู่ าตรฐานนานาชาติ
(5.1.2) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานิสิตสู่มาตรฐานนานาชาติ เช่น โครงการแลกเปลี่ยน การถ่ายโอน
หน่วยกติ กบั มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ สหกจิ ศึกษาตา่ งประเทศ การแขง่ ขันวชิ าการนานาชาติ เปน็ ต้น
วสิ ัยทศั น์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
34
กลยุทธ์ 5.2 ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยใหเ้ ป็นทรี่ ู้จกั และยอมรับในระดับนานาชาติ
แนวทางการพฒั นาเชิงกลยทุ ธ์ 5.2
(5.2.1) สรา้ งเครือขา่ ยความรว่ มมือทางวชิ าการในลกั ษณะ Strategic Partner และการสร้างเวทคี วามร่วมมอื
ทางวิชาการผ่านการจัดประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ
(5.2.2) ผลกั ดนั ใหม้ หาวทิ ยาลยั ไดร้ บั การจดั อนั ดบั ในฐานระดบั โลก เชน่ U-Multirank, Scimago Institutions
Ranking, The World University Rankings โดย THE และทำ�อันดับดีขึน้ ในฐาน Webometrics Ranking of World
Universities และ UI Green Metric World Universities Ranking
หมดุ หมายท่ี 6
มรี ะบบบริหารจดั การท่เี ปน็ เลิศ
เปา้ หมายหมุดหมายท่ี 6
(1) พฒั นาระบบบริหารจดั การส่คู วามเป็นเลิศและยง่ั ยนื
(2) พฒั นาระบบนิเวศและโครงสรา้ งพื้นฐานทางการบรหิ าร
กลยุทธ์ 6.1 บคุ ลากรมีทศั นคตทิ ดี่ แี ละภมู ใิ จในการเปน็ สมาชิกของมหาวทิ ยาลยั
แนวทางการพฒั นาตามกลยทุ ธ์ 6.1
(6.1.1) สรา้ งวัฒนธรรมนวัตกรรม เพ่มิ บรรยากาศใหมท่ เี่ นน้ การสร้างสรรคแ์ รงบันดาลใจ และความท้าทายใน
การทำ�งาน (Informal Atmosphere)
(6.1.2) พัฒนาระบบบรหิ ารงานบุคคลใหเ้ ป็น Multi Generation และลด Generation Gap เพื่อให้ท�ำ งาน
รว่ มกนั อยา่ งมีความสุข
(6.1.3) พฒั นาศกั ยภาพของบคุ ลากรสายวชิ าการและสายสนบั สนนุ (Talent/Smart Manpower) ใหต้ อบสนอง
การนวัตกรรมสังคมและพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ด้วยเส้นทางการเติบโตและก้าวหน้าในวิชาชีพ (Career Path) มีแผน
สรา้ งความตอ่ เนือ่ งในการบรหิ ารงานดว้ ยกระบวนการพฒั นาและบม่ เพาะผนู้ �ำ
(6.1.4) สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การเขา้ สตู่ �ำ แหนง่ ทางวชิ าการ ทง้ั การเขา้ สตู่ �ำ แหนง่ ทางวชิ าการทว่ั ไปและวชิ าการ
เฉพาะ
(6.1.5) กำ�หนดประเภทภาระงาน (Track) ส�ำ หรับสายวิชาการ ให้มี 3 Tracks ประกอบด้วย ด้านการสอน ดา้ น
การวจิ ยั และการวจิ ยั ขน้ั สงู และดา้ นบรกิ ารวชิ าการและการนวตั กรรมสงั คม พฒั นาผนู้ �ำ ทางการบรหิ าร (TSU Leadership)
ด้วยกระบวนการนำ�รว่ ม (Collective Leadership) ท่ีใหค้ วามสำ�คัญกบั การสร้างคณุ ลักษณะของผู้นำ�แบบมสี ว่ นร่วม
สามารถสานพลัง สรา้ งแรงบันดาลใจ และแรงผลักดนั (Passion)
(6.1.6) สร้าง Growth Mindset และ Outward Mindset ให้เปน็ DNA ของบคุ ลากรทุกประเภท/ทุกระดบั
เพอ่ื มุ่งสูค่ วามส�ำ เรจ็ (TSU Social Innovation Mindset)
วิสยั ทัศนแ์ ละแนวทางการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ตั น์
35
กลยทุ ธ์ 6.2 ปรบั /ปฏริ ปู โครงสรา้ งและการบริหารองค์กรใหม้ ีสมรรถนะรองรับการขบั เคล่ือนมหาวิทยาลยั ให้
เปน็ ทร่ี ู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 6.2
(6.2.1) ปรบั กลไกการบรหิ ารจากสายการบงั คบั บญั ชาใหเ้ ปน็ โครงขา่ ยและการบรหิ ารแนวราบ ลดขน้ั ตอน สรา้ ง
การมสี ว่ นร่วมผา่ นการกระจายอำ�นาจสูส่ ่วนงานมากยิ่งขน้ึ
(6.2.2) ปฏริ ปู /พลกิ โฉมโครงสรา้ งหนว่ ยงานใหส้ ามารถขบั เคลอ่ื นพนั ธกจิ ใหมอ่ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และการจดั ตง้ั
หน่วยงานใหม่ เชน่
- การปรบั เปลย่ี นสำ�นกั บ่มเพาะวชิ าการฯ เป็นอุทยานวทิ ยาศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษณิ
- การจดั ต้ังศูนยน์ วัตกรรมสังคม (TSU Social Innovation Center) เพอื่ ทำ�หนา้ ที่ในการสรา้ งวิจยั
นวตั กรรม และการใช้ประโยชน์ผลงานวจิ ัยท่ีเกดิ ผลลัพธแ์ ละผลกระทบต่อการพฒั นา (Research and Development
Utilization Pathway)
- การจดั ต้ังสถาบันนโยบายสาธารณะ
(6.2.3) สร้างระบบการขับเคล่ือนเชิงยุทธศาสตร์ด้วย Academic Cluster ภายในมหาวิทยาลัย มี Super
Board ท�ำ หน้าทใี่ นการก�ำ กับทิศทางและนโยบายการขับเคลือ่ นใหส้ อดคล้องกัน
(6.2.4) จดั ตง้ั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเชงิ นโยบาย (TSU Policy Lab) เปน็ พนื้ ทก่ี ลางในการสรา้ งบทสนทนาเชงิ นโยบาย
แบบมสี ว่ นร่วม (Policy Dialogue) การสะท้อนกลบั (Reflection) และการเป็นคลงั สมอง (Think Tank) เสนอสร้าง
ทางเลือกและความเป็นไปไดใ้ หม่ ๆ ในเชิงนโยบาย
กลยทุ ธท์ ่ี 6.3 การสรา้ งความมัน่ คงทางการเงนิ และการบริหารสินทรพั ย์ท่มี ีประสทิ ธิภาพ
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 6.3
(6.3.1) จดั ตัง้ บริษัทบริหารสินทรพั ย์และการประกอบการในรปู แบบ TSU Holding Company
(6.3.2) ปรบั ระบบการจดั สรรงบประมาณทใี่ ชฐ้ านจ�ำ นวนนสิ ติ และภารกจิ ประจ�ำ (Routine) ใหเ้ ปน็ การจดั สรร
งบประมาณในเชิงยทุ ธศาสตร์ วิสัยทศั น์ การตอบโจทยค์ วามท้าทาย และการท�ำ งานเชงิ รกุ
(6.3.4) สร้างระบบบริหารท่ีกระชับด้วยการนำ�ระบบ LEAN เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัย เช่น
ลดกระบวนการ วิธกี าร รูปแบบการทำ�งานทไ่ี ม่สามารถสร้างมูลคา่ /คุณค่า และการลดต้นทุนบริหาร
กลยทุ ธ์ท่ี 6.4 พัฒนาระบบบริหารจดั การและระบบคณุ ภาพระดบั มหาวทิ ยาลัยและระดับสว่ นงาน ตามเกณฑ์
คุณภาพ
แนวทางการพัฒนาตามกลยุทธ์ 6.4
(6.4.1) ขับเคลือ่ นมหาวทิ ยาลยั ไปสกู่ ารศกึ ษาเพือ่ การด�ำ เนินการทีเ่ ป็นเลิศ (EdPEx) ระดบั EdPEx 300 โดยให้
ความสำ�คญั กับการปรับปรงุ /พฒั นาระบบ กระบวนการ และผลลัพธ์ตามบริบทเชงิ วสิ ยั ทัศน์และผลลัพธ์ตามเกณฑ์ Ed-
PEx รวมทงั้ สร้างความเช่อื มโยงการขบั เคลอ่ื น EdPEx โดยส่วนงานวิชาการในระดับ EdPEx 200 ภายในปี พ.ศ. 2567
(6.4.3) สรา้ งกลไกการประกันคณุ ภาพและมาตรฐานหลกั สูตรของมหาวทิ ยาลยั ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
และทำ�ใหเ้ กิดการจัดการศึกษาแบบมงุ่ เน้นผลลพั ธ์การเรยี นรู้ (Outcome-Based Learning: OBE) ด้วย AUN QA
วสิ ยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลยั ทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรตั น์
36
(6.4.4) สร้างความตระหนกั ใหผ้ ูบ้ ริหารทกุ ระดบั น�ำ เกณฑ์ EdPEx และ AUN-QA เปน็ เครื่องมอื ทางการบรหิ าร
และมกี ารถา่ ยทอด (Deployment) ทสี่ อดประสานกันทว่ั ท้ังมหาวิทยาลยั
กลยุทธ์ 6.5 การพัฒนาไปสกู่ ารเปน็ มหาวทิ ยาลัยดิจิทัล (Digital University)
แนวทางการพัฒนาตามกลยทุ ธ์ 6.5
(6.5.1) พัฒนาให้มหาวิทยาลัยเป็น TSU Digital Convergence โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
(Digital Infrastructures) และพัฒนาโครงขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ ความเรว็ สงู ใหเ้ พยี งพอ ครอบคลุมกับความต้องการของผู้ใช้
ทัง้ 2 วิทยาเขต
(6.5.2) พฒั นาฐานข้อมูลดจิ ทิ ลั เพ่อื การบรหิ าร (Digital Data Administration) โดยการเชือ่ มโยงฐานขอ้ มูล
ทีส่ ำ�คัญของมหาวทิ ยาลยั เช่น ดา้ นวิจยั การบริการวชิ าการ การเรียนการสอน จำ�นวนนสิ ติ งบประมาณ ประมวลผล
เปน็ สารสนเทศ
(6.5.3) พฒั นาการเรยี นรู้ดา้ นดิจิทลั (Digital Learning) ใหแ้ กบ่ ุคลากร นิสติ และเครือข่ายภายนอก โดยการ
ส่งเสริมทรพั ยากร กระบวนการ และเครื่องมอื วดั ทักษะท่ีเป็นระบบ
(6.5.4) พัฒนาระบบการใหบ้ ริการดิจิทัล (Digital Service System) เพือ่ การบริการทท่ี ันสมยั สะดวก และ
รวดเรว็
กลยุทธ์ท่ี 6.6 พัฒนาการส่อื สารองคก์ รใหท้ ั่วถงึ และสามารถสรา้ งภาพลักษณท์ ่ดี ีของมหาวทิ ยาลยั
แนวทางการพัฒนาตามกลยทุ ธ์ 6.6
(6.6.1) สร้างภาพลักษณ์ใหม่ (TSU Rebranding) เพื่อสร้างภาพลกั ษณ์ การรับรู้ ความผกู พัน และความภกั ดี
ใหม่ (Royalty) ของบุคลากรและประชาชนใหม้ ีส่วนร่วม สนับสนนุ และ/หรอื เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
(6.6.2) พัฒนาระบบการสื่อสารภายในให้ทั่วถึงทั้งองค์กรแบบสองทาง (Two-Way Communication) ใน
ลกั ษณะ “ชมุ ชนสือ่ สาร” โดยการสนบั สนนุ ให้หนว่ ยงานของมหาวทิ ยาลัย สามารถผลติ สอื่ สรา้ งสรรคเ์ ชงิ รุก
(6.6.3) สร้าง/พฒั นาแพลตฟอร์มสอื่ สารแบบออนไลน์ เพอ่ื ให้เกิดการสื่อสารสาธารณะที่หลากหลาย ยดื หยนุ่
เข้าถึงกลมุ่ เปา้ หมายในทุกกลมุ่ วัย และมงุ่ เปา้ มากขนึ้ พรอ้ มท้ังสร้างความร่วมมือกบั สอ่ื มวลชนทุกระดับ
กลยุทธ์ 6.7 พฒั นาส่กู ารเปน็ มหาวิทยาลัยสีเขียว และเป็น The University of Glocalization
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 6.7
(6.7.1) พฒั นามหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ปน็ มหาวทิ ยาลยั ในสวน (The University in the Park) ดว้ ยแนวคดิ มหาวทิ ยาลยั
สีเขียวตามเกณฑ์ UI Green Metric World Universities Ranking ที่เป็นเอกลกั ษณ์และ Landmark ใหม่
(6.7.2) สรา้ งมหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ปน็ ชมุ ชนวชิ าการทเี่ ปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดลอ้ ม เชน่ การสง่ เสรมิ สงั คม/ชมุ ชนคารบ์ อน
ต�่ำ (Low Carbon) พลังงานสะอาด และมลภาวะฐานศูนย์ (Zero Waste)
(6.7.3) ส่งเสริมให้เกิดพ้ืนที่การเรียนรู้แบบเปิดและการทำ�งานร่วมแบบหุ้นส่วนและพันธมิตรท้ังในและนอก
มหาวทิ ยาลยั (Open Learning Space) รวมถงึ เปน็ พ้ืนทส่ี าธารณะ (Public Space) ทปี่ ระชาชนเขา้ ถงึ ได้
วิสัยทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวิทยาลยั ทักษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน์
37
กลยุทธ์ 6.8 การแกไ้ ขปัญหาทดี่ ินระหว่างมหาวิทยาลยั กบั ชุมชนโดยรอบ
แนวทางการพัฒนาตามกลยทุ ธ์ 6.8
(6.8.1) เร่งรดั การแกไ้ ขปญั หาทีด่ ินกับชมุ ชนโดยรอบแบบมีส่วนร่วม เพ่อื สร้างความสมานฉันทแ์ ละการอยูร่ ่วม
กนั อย่างมีความสุข
(6.8.2) สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมพนั ธกจิ สมั พนั ธร์ ะหวา่ งมหาวทิ ยาลยั กบั ชมุ ชนโดยเนน้ การถา่ ยทอด
เทคโนโลยแี ละการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
กลยุทธ์ 6.9 การสรา้ งธรรมภบิ าลและความโปร่งใส
แนวทางการพฒั นาตามกลยุทธ์ 6.9
(6.9.1) บริหารและดำ�เนินงานมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับหลักคุณธรรมและความโปร่งใส ตามเกณฑ์ ITA
ของ ป.ป.ช.
(6.9.2) สรา้ งมหาวิทยาลยั ใสสะอาดโดยบริหารและดำ�เนนิ งานทีย่ ดึ หลักธรรมาภิบาล ให้ความสำ�คัญกับระบบ
คณุ ธรรม การมีส่วนร่วม การเขา้ ถึงระบบข้อมลู ขา่ วสาร การสรา้ งหลักประกันทม่ี ั่นคง และการดึงภาคส่วนของสังคมมา
เปน็ ส่วนหน่งึ ในกระบวนการ
วสิ ยั ทศั น์และแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยทักษิณ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
38
เอกสารประกอบการเขียน
Sachs J. et al. (2021). Sustainable Development Solution Network. UK : Cambridge University Press.
World Intellectual Property Organization. (2021). The Global Innovation Index (GII) 2021.
Switzerland.
กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม. 2562. ขอ้ เสนอBCG in Action : The New Sustainable
Growth Engine โมเดลเศรษฐกิจสกู่ ารพัฒนาทยี่ ่ังยืน. กรุงเทพฯ.
ณฐพงศ์ จิตรนริ ัตน.์ (2564). ม.ทักษณิ โมเดล : มหาวทิ ยาลัยทักษณิ กับสงั คมในสถานการณว์ ิกฤตโควิด-19. Online
https://mgronline.com/south/detail/9640000110975. 25 กุมภาพันธ์ 2564.
ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน.์ (2565). “ผลการด�ำ เนนิ งานพนั ธกิจด้านการวจิ ัย”, เอกสารน�ำ เสนอทีป่ ระชมุ สภามหาวทิ ยาลัย
ทักษิณ. ครั้งท่ี10/2564 วันที่ 6 พฤศจกิ ายน 2564.
ประชาชาตธิ ุรกิจ. 2564. ไทยไดร้ บั การจัดอนั ดับขดี ความสามารถการแขง่ ขนั อย่ทู ่ี 28 ขยับขึ้น 1 อันดบั . Online
https://www.prachachat.net/finance/news-693091. 18 มิถุนายน 2564.
ฝา่ ยการคลงั และทรพั ยส์ นิ , มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ . (2565). รายงานรายไดโ้ ครงการบรกิ ารวชิ าการ ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2565
(ขอ้ มูล ณ 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). Online http://fad.tsu.ac.th/page_search.php. 16 กมุ ภาพันธ์ 2565.
ฝา่ ยแผนงาน, มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ . (2565). (ร่าง)กรอบแนวคดิ (Concept paper) การจัดท�ำ แผนงบประมาณ
ประจำ�ปงี บประมาณ พ.ศ. 2566. เอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการนโยบาย คร้ังที่4 / 2565 วันที่
16 มีนาคม 2565.
มหาวิทยาลัยทักษณิ . (2564). แผนการพลกิ โฉมมหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ (Reinventing Thaksin University)
ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570). สงขลา
สภาการอุดมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม. (2564). “สภานโยบายการอดุ มศกึ ษาฯ เคาะแผนด้าน อววน.
ปี 66-70 เสนอเพิ่มความทา้ ทายช่วยขยบั ไทยกา้ วสปู่ ระเทศพัฒนาแลว้ ในปี 2570...”.
Online https://www.nxpo.or.th/th/8887/. 16 กุมภาพนั ธ์ 2565.
สภาการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม. (2565). “ขีดความสามารถของไทย ด้านการอดุ มศกึ ษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรมในเวทนี านาชาติ”. Online https://www.nxpo.or.th/th/9847/.
15 มีนาคม 2565.
ส�ำ นกั งานสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม. (2564). รายงานสถานการณM์ SME ปี 2564. Online https://
www.sme.go.th/upload/mod_download/download-0210825103035.pdf. 16 กุมภาพนั ธ์ 2565.
ส�ำ นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาต.ิ (2564). ร่างแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบับท่ี 13. กรุงเทพฯ.
เอนก เหลา่ ธรรมทัศน.์ (2564). “University Engagement”, ปาฐกถาพเิ ศษงานประชมุ วิชาการการพฒั นาชมุ ชน
ทอ้ งถ่นิ และสงั คมระดับชาติ ครั้งที่ 20 วนั ท่ี 30 กรกฎาคม 2564 โดยคณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ รว่ มภาคีมหาวทิ ยาลยั สมาชิก.
มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ. (2564). แผนการพลกิ โฉมมหาวิทยาลยั ทักษิณ (2566-2570). สงขลา.
วิสยั ทัศน์และแนวทางการบรหิ ารมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2565-2569) รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จติ รนริ ัตน์
39