ห น่ ว ย ที่ ๘
นิราศเมืองแกลง
AJ.Zine
ผู้แต่ง นิราศ + เมืองแกลง
สุนทรภู่ เมืองแกลงอยู่ที่ บ้านกร่ำ
อ.แกลง จ.ระยอง
ที่มาของเรื่อง
เป็นนิราศเรื่องแรกของสุนทรภู่ แต่งขึ้น พ.ศ. ๒๓๔๗ เล่า
เรื่องครั้งเดินทางไปหาบิดา สันนิษฐานว่าสุนทรภู่เดินทาง
เพื่ อจะไปบวช เพราะอายุครบและถือเป็นการล้างอัปมงคลที่
ถูกขังคุก บ้างก็ว่าเดินทางไปขอเงินบิดาเพื่ อกลับมา
แต่งงาน อีกประการหนึ่งสันนิษฐานว่าอาจมีเจ้านายใช้ให้ไป
ราชการ และในตอนท้ายเรื่องได้กล่าวว่าแต่งนิราศแทน
ขันหมากเพื่ อส่งให้นางจันหญิงคนรัก
จุดมุ่งหมายในการแต่ง :
เพื่อบันทึกการเดินทาง ไปหาพ่อที่เมืองแกลง
ในหนังสือหน้า ๑๓๗
ลักษณะคำประพั นธ์ :
กลอนนิราศ
วิเคราะห์ : ด้านเนื้อหา
๑. ให้ ความรู้ เกี่ ยวกั บสำนวนไทยที่ ว่ า
“จองหองพองขน” ซึ่ งมาจากกิ ริ ยา
อาการของลิ งที่ มี ท่ าทางไม่ สงบ
เคลื่ อนไหวไปมาตลอดเวลา เวลาเห็ นคน
เดิ นผ่ านมาก็ จะมี อาการพองขนใส่ ทำ
จองหอง เย่ อหยิ่ ง ดั งบทประพั นธ์
โอ้คลองขวางทางแดนแสนโสทก
ดูบนบกก็แต่ล้วนลิงแสม
เลียบตลิ่งวิ่งตามชาวเรือแพ
ทำลอบแลหลอนหลอกตะคอกคน
คำโบราณท่านผูกถูกทุกสิ่ง
เขาว่าลิงจองหองมันพองขน
ทำหลุกหลิกเหลือกลานพาลลุกลน
เขาด่าคนจึงว่าลิงโลนลำพองฯ
วิเคราะห์ : ด้านเนื้อหา
๒. ให้ ความรู้ เกี่ ยวกั บพื ชสมุ นไพร
หลั งจากที่ สุ นทรภู่ เดิ นทางไปพบพระ
บิ ดาแล้ ว สุ นทรภู่ เกิ ดอาการป่วยปวด
เมื่ อยและวิ งเวี ยนศี รษะ พระบิ ดาจึ ง
ได้ นำพื ชสมุ นไพรมารั กษาอาการให้ ดี
ขึ้ น นั่ นก็ คื อ “ไพล” มาฝนทา ดั งบท
ประพั นธ์
ท่านชูช่วยอวยพรให้ผ่องแผ้ว
ดังฉัตรแก้วกางกั้นไว้เหนือหัว
อุตส่าห์ฝนไพลทารักษาตัว
ค่อยยังชั่วมึนเมื่อยที่เหนื่อยกาย
วิเคราะห์ : ด้านเนื้อหา
๓. ให้ ความรู้ เกี่ ยวกั บสั ตว์ ในระหว่ าง
ทางที่ สุ นทรภู่ ไปนั้ นก็ พบเจอสั ตว์
มากมาย เช่ น แมงดาทะเล ทำให้ เห็ น
ถึ งพฤติ กรรมของแมงดาแล้ วนำมา
เปรี ยบเที ยบกั บความรั กของตนเอง
ดั งบทประพั นธ์
ในกระแสแลล้วนแต่โป๊ะล้อม
ลงอวนอ้อมโอบสกัดเอามัจฉา
โอ้คิดเห็นเอ็นดูหมู่แมงดา
ตัวเมียพาผัวลอยเที่ยวเล็มไคล
เขาจับตัวผัวทิ้งไว้กลางน้ำ
ระลอกซ้ำสาดซัดให้ตัดษัย
พอเมียตายฝ่ายผัวก็บรรลัย
โอ้เหมือนใจพี่ รักภัคินี
วิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์
๑. การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะและสระ
ผลัดกันทำย่ำเหยียบแล้วยืนหยัด
กระดูกดัดผัวะเผาะให้โผเผ
ค่อยย่างเท้าก้าวเขยกดูเกกเก
ออกโซเซเดินข้ามตามตะพาน
วิเคราะห์ด้านวรรณศิลป์
๒. การใช้โวหารภาพพจน์ พบสัทพจน์ คือ
การเล่นเสียงธรรมชาติ ดังบทประพั นธ์
เห็นลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย จากบทประพั นธ์จะเห็นลักษณะ
กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหาย นิสัยและพฤติกรรมของลิง ค่าง
บ่าง ชะนี และมีเสียงของชะนีที่
เสียงผัวผัวตัวเมียเที่ยวโยนกาย ร้องว่า “ผัวผัว” ทำให้เห็นภาพที่
เห็นคนอายแอบอิงกับกิ่งยาง
เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
วิเคราะห์ด้านสังคม
๑. สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต
ของบ้านเมืองในสมัยนั้น ที่ยังคง
มีความผูกพั นกับแม่น้ำลำคลอง
ใช้เป็นหนทางคมนาคม ผู้คนตั้ง
บ้านเมืองบริเวณริมน้ำ เพื่ อ
ความสะดวกในการเดินทางและ
ทำอาชีพของตน
วิเคราะห์ด้านสังคม
๒. สะท้อนความอุดมสมบูรณ์
ทางธรรมชาติ จากการเดินทาง
ของสุนทรภู่ทำให้เห็นสภาพ
ธรรมชาติ สัตว์ป่า ซึ่งมีความ
สำคัญต่อระบบนิเวศ ทั้งสัตว์บก
และสัตว์น้ำ เช่น ปู จระเข้ ปลา
ลิง ค่าง บ่าง ชะนี หอย เป็นต้น
วิเคราะห์ด้านสังคม
๓. สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตผู้คน ที่
ประกอบอาชีพตามสภาพแวดล้อม
ของตนเอง เช่น อยู่บริเวณทะเล ก็
จะมีอาชีพทางทะเล มีเรือแพคอย
จับสัตว์น้ำ มีการจับหอย จับปลา
คือการประกอบอาชีพชาวประมง
นอกจากนี้ยังพบคนจีนที่เข้ามา
ประกอบอาชีพในเมืองไทยด้วย
วิเคราะห์ด้านสังคม
๔. สะท้อนค่านิยมเรื่องการ
นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลาที่จะ
ออกเดินทางไปต่างถิ่น จะ
ต้องมีการบนบานศาลเพื่ อให้
เกิดความสบายใจหรือกราบ
ไหว้ขอพรก่อนที่จะออกเดิน
ทาง
วิเคราะห์ด้านสังคม
๕. สะท้อนความเชื่อเรื่องกรรม
ซึ่งสุนทรภู่เชื่อว่าการที่ตนเอง
ต้องพลัดพรากจากพระบิดา
ก็เพราะตนเองเคยสร้างกรรม
ไว้ที่ทำให้สัตว์ต้องพรากจาก
กัน ตนเองจึงต้องได้รับกรรม
คืนสนอง
การนำมาประยุกต์ใช้
๑. รักษาความอุดมสมบูรณ์ทาง
ธรรมชาติ ไม่ทำลายระบบนิเวศ
๒. ให้ตอบแทนบุญคุณของบิดา
มารดาในขณะยังมีชีวิตอยู่
๓. ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ
ที่เกิดจากการกระทำตนเอง
๔. ให้มีความเอื้อเฟื้ อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น
จ บ กิ จ ก ร ร ม เ นื้ อ ห า
ให้นักเรียนเปิดหนังสือไปหน้า ๑๕๐ แบบฝึกท้ายหน่วย