แบบเรยี นสาเรจ็ รปู วชิ าภาษาไทย
เรือ่ ง นริ าศภูเขาทอง
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๑
คุณครรู ะพีพงศ์ ฉว้ นต้นั
๑
คาศพั ทน์ ่ารู้
กก = ชื่อพรรณไมข้ นึ้ ในที่ลุ่มและแฉะมหี ลายชนดิ ลาตน้
กลมใชท้ อหรอื สานเสอื่
กระเรยี น = นกใหญ่ชนดิ หนึ่ง คอยาว ขายาว ปีกกว้าง
หางกว้างและสั้น หากนิ ตามที่ราบลุ่ม
กา้ มกงุ้ = ช่ือพุ่มไม้ชนิดหนง่ึ ลาต้นตรง กิ่งส่เี หลี่ยมมี
หนามเลก็ ห่าง ๆ ดอกเปน็ กระจกุ
เกรียด = เสียงเขยี ดร้อง
แขม = ชอื่ ไมล้ ม้ ลกุ ชนดิ หน่งึ ขึ้นตามชายน้าหรือทชี่ มุ่ ชน้ื
คา = ชื่อหญา้ ชนิดหน่งึ ใบคายแขง็ เอามาทาเป็นตบั มงุ
หลงั คา
ครึ่งท่อน = เพลงพน้ื บา้ นชนดิ หนึ่ง
๒
คาศพั ทน์ ่ารู้
แดนไตร = โลกทัง้ สาม คอื สวรรค์ มนุษย์ บาดาล
ตบะ = การบาเพ็ญให้กเิ ลสเบาบาง
ตบั เต่า = ช่ือไมน้ า้ ชนิดหนง่ึ ใบหนากลม ดอกสีม่วงอ่อน
ปนขาว ข้ึนตามนาขา้ วหรอื ทมี่ นี า้
ตีเรือ = ชิงของในเรือ
ถ่อค้า = ไม้สาหรบั คา้ ใหเ้ รือเดนิ
ทง้ิ วสิ ยั = ละขนบธรรมเนยี มประเพณเี ดมิ
ทศพล = ผมู้ ีกาลงั ๑๐ ประการ หมายถึง พระพุทธเจา้
๓
คาศพั ทน์ า่ รู้
ธิบดี = มาจาก อธิบดี หมายถงึ ผเู้ ป็นใหญ่ ผ้ปู กครอง
ในท่ีนี้หมายถึง ผปู้ กครอง คณะสงฆ์
ทักษิณาวรร = การเวียนขวา
นโิ รธ = ความดบั นิพพาน
รังสรรค์ = ทม่ี ีผู้สรา้ งขึ้น
นอนกรุง = นอนคา้ งทก่ี รงุ เก่า
บุรนิ ทร์ = เจ้าเมือง เมอื งใหญ่
ประดาษ = ต่าชา้ หมายถงึ ส้นิ วาสนา
๔
คาศพั ทน์ า่ รู้
ผา่ นบุรินทร์ = ปกครองเมอื ง
ผา้ แพรดารา่ มะเกลอื = ผา้ ท่ยี ้อมเป็นสดี าดว้ ยผลมะเกลอื
แลว้ อบร่าใหม้ กี ลน่ิ หอม
แฝก = ช่ือหญา้ ชนดิ หนงึ่ ขึน้ เป็นกอ ใบยาวใช้มุงหลงั คา
รากใชท้ ายาได้
โพงพาง = เครอื่ งมือดกั ปลาชนดิ หนึง่ เปน็ ถุงตาขา่ ยรปู
ยาวรี ใชผ้ กู กบั เสาใหญ่ ๒ ต้น ทีป่ ักขวางลานา้
พระจม่ืนไวย = ตาแหน่งมหาดเลก็ ระดบั หัวหม่นื
พระธาตุ = กระดกู ของพระพุทธเจา้
พระพิมพ์ = พระเครอื่ งทีส่ รา้ งขน้ึ ตามแบบพมิ พ์
๕
คาศพั ท์นา่ รู้
พระวสา = วสา หมายถงึ ฤดูฝน ปี ในความวา่ เสรจ็ ธุระ
พระวสา หมายถงึ ออกพรรษา
โพธญิ าณ = ความรู้ทีท่ าให้สาเร็จเปน็ พระพทุ ธเจา้
ภญิ โญ = ยิง่ ข้ึนไป
มว้ นหน้า = ซ่อนหนา้ เพราะความอาย
มลุ กิ า = มาจาก มลู กิ ากร หมายถงึ ขา้ ทลู ละอองธลุ พี ระ
บาทเมอ่ื เป็นไวย
ยอ่ เหล่ยี ม = วิธียอ่ มมุ ไมห้ รอื สิง่ ก่อสรา้ งดว้ ยอฐิ ปนู ให้
เป็นมุมละ ๓ หยัก หรือมากกว่า
ราค = ความยินดใี นกามารมณ์ ในความวา่ “เป็นลว่ งพ้น
รนราคราคา”
๖
คาศัพท์นา่ รู้
รา่ = อบด้วยเครอื่ งหอม
ระคะ = เกล่อื นกล่น
เรือเพรียว = เรือเลก็ ยาว เปน็ เรือแลน่ เร็ว
รกุ ขมูล = โคนตน้ ไม้
โลโภโทโสโมหะ = โลภ โกรธ หลง
วนั อุโบสถ = วนั ขึ้น ๑๕ คา่ และวันแรม ๑๕ ค่า ถ้าเป็น
เดือนขาดกแ็ รม ๑๔ คา่ เป็นวนั ที่พระลงอโุ บสถฟัง
พระปาตโิ มกข์และเป็นวนั ทพี่ ุทธศาสนกิ ชนถืออโุ บสถศลี
คือ ศลี ๘
๗
คาศัพทน์ า่ รู้
สวาด = ชือ่ ไม้เถาเนื้อแขง็ ลาต้นมหี นาม
สงั วาส = การอย่รู ่วมกนั ในท่นี ้ีหมายถึง การเขา้ ส่รู ม่ กา
สาวพัสตร์หรือการบวชเป็นพระ
สดั = ภาชนะรปู ทรงกระบอก ทาด้วยไมห้ รอื สานดว้ ยไม้ไผ่
ใชส้ าหรบั ตวงข้าว ชือ่ มาตราตวงโบราณ ๒๕ ทะนาน เป็น
๑ สดั หรอื เท่ากบั ๒๐ ลิตร ในความวา่ ถงั แทนสดั
หมายถงึ ไมย่ ุตธิ รรม มคี วามลาเอยี ง
สวบ = เสียงกรบั เสียงคนหรือสตั ว์ย่าไปบนใบไมห้ รอื ส่ิง
ท่ีทาให้เกิดเสยี งเชน่ นนั้
สันตะวา = ช่ือไมน้ า้ ชนิดหนงึ่ ใบบาง เขยี วอมน้าตาล
กนิ ได้
สายต่ิง = ชื่อไม้น้าชนดิ หนงึ่ กนิ ได้ บวั สายตงิ่ หรอื
บวั สายทงิ้ ก็เรยี ก
๘
คาศัพท์นา่ รู้
สรา้ งพรต = บาเพญ็ พรต ในทีน่ หี้ มายความว่า บวชเปน็
พระ
สารวล = แผลงมาจาก สรวล หมายถึง หวั เราะ ร่ืนเริง
องคลุ มี าล = ช่ือมาตรวัดโบราณ ยาวเทา่ กบั ขอ้ ปลายของ
น้วิ กลาง
อัประมาณ = อาย
อานสิ งส์ = ผลแหง่ กศุ ล
สิ่งของขาวเหลืองเคร่ืองสาเภา = ภาชนะพวกเครอ่ื ง
ทองเหลอื ง เคร่อื งโลหะขาว เชน่ พาน ขัน จอก ซ่งึ
บรรจุสาเภามาจากต่างประเทศ เชน่ จนี อนิ เดยี เข้ามา
ขายในเมอื งไทย