ห น้ า | 48
5. มุมกล้อง (Camera Angle)
เมือ่ ผูกํากับฯ ถายทาํ ฉาก จะเริ่มจากตําแหนงตา ง ๆ (มุมกลอง) และจากตําแหนง ตาง ๆ
เหลานี้ ผกู ํากบั ฯ จะใหถายช็อตหลาย ๆ ช็อต คําวา “มุม” ถูกใชเพื่ออธิบายตาํ แหนง ของกลองเหลานี้
ซึ่งสมั พันธแกบั วตั ถุหรอื บคุ คล
จากภาพล้อคร่ึงซีก บุคคลอยูที่ดุมลอ แตละซี่
ลอแทนแกนกลางของกลองและตําแหนงของกลองก็อยู
ตรงปลายของซี่ลอ ตาํ แหนงจะแตกตางกนั ไป จากแกนถึง
แกน โดยระยะหางที่แนนอนเรียกวา “มุมกล้อง” ซึ่งเป็น
สวนสําคญั ของการตัดตอ หัวใจสําคัญคือแตละครั้งที่ cut
หรือ mix จากช็อตหนึ่งไปอีกช็อตหนึ่ง กลองควรมีมุมที่
แตกตางไปจากช็อตกอนหนา นี้
สําหรับคนตดั ความแตกตางระหวางแกน ไมควรมากกวา 180 องศา และมักจะนอยกวา
45 องศา เม่ือถายบคุ คลเดียวกนั ดวยประสบการณแรูปแบบนีอ้ าจดัดแปลงไดอกี มาก
6. ความตอ่ เนือ่ ง (Continuity)
ทุกคร้ังที่ถายทําในมุมกลองใหม (ในซีเควนสแเดียวกัน) นักแสดงหรือคนนําเสนอจะตอง
แสดงการเคลือ่ นไหวหรือทําทาเหมอื นเดิมทุกประการกบั ช็อตที่แลว วิธีการน้ยี ังปรบั ใชกับ take ที่แปลก
ออกไปดวย
ความต่อเนือ่ งของเนือ้ หา (Continuity of content)
ควรมีความตอเนือ่ งของเน้ือหา เชน นกั แสดงยกหูโทรศัพทแดวยมือขวาในช็อตแรก
ดงั นน้ั ก็คาดเดาไดวาหูโทรศัพทแยังคงอยูในมอื ขวาในช็อตตอมา
งานของคนตัด คือ ทําใหแนใจวาความตอเน่ืองยังคงมีอยูทุกคร้ังที่ทําการตัดตอใน
ซีเควนสแของช็อต
ความตอ่ เนือ่ งของการเคลื่อนไหว (Continuity of movement)
ความตอ เนือ่ งยงั เกีย่ วของกบั ทิศทางการเคลือ่ นไหว หากนักแสดงหรอื บคุ คลเคลื่อนที่
จากขวาไปซายในช็อตแรก ช็อตตอมาก็คาดเดาวานักแสดงหรือบุคคลจะเคลื่อนไหวไปในทิศทาง
เดียวกัน เวนแตใ นช็อตจะใหเหน็ การเปลี่ยนทิศทางจริง ๆ
ความต่อเนือ่ งของตาแหน่ง (Continuity of position)
ความตอเนื่องยังคงความสําคัญในเร่ืองของตําแหนงนักแสดงหรือบุคคลในฉาก หาก
นักแสดงอยูทางขวามือของฉากในช็อตแรก ดังนั้นเขาจะตองอยูขวามือในช็อตตอมาดวย เวนแตมีการ
เคลือ่ นไหวไปมาใหเหน็ ในฉากถึงจะมีการเปลี่ยนไป
ห น้ า | 49
ความต่อเนือ่ งของเสียง (Continuity of sound)
ความตอเน่ืองของเสียงและสัดสวนของเสียงเป็นสวนที่สําคัญมาก ถาการกระทํา
กําลังเกิดขึ้นในที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน เสียงจะตองตอเนื่องจากช็อตหนึ่งไปยังช็อตตอไป เชน
ในช็อตแรกถามีเคร่ืองบินในทองฟูาแลวไดยินเสียง ดังน้ันในช็อตตอมาก็ตองไดยินจนกวาเคร่ืองบินนั้น
จะเคลื่อนหา งออกไป แมว าบางครงั้ อาจไมมภี าพเคร่ืองบินใหเห็นในช็อตที่สอง แตก็ไมไดหมายความวา
ไมจําเปน็ ตองมีเสียงตอ เนือ่ งในชอ็ ตตอ ไป
นอกจากนี้ ช็อตที่อยูในฉากเดียวกันและเวลาเดียวกัน จะมีเสียงปูพื้น (Background
sound) ที่เหมือนกัน เรียกวา background ambience, atmosphere หรือเรียกยอ ๆ วา atmos ซึ่งตองมี
ความตอ เนื่อง
การตดั (The Cut)
การตัดเป็นวิธีการเชื่อมตอภาพที่ธรรมดาที่สดุ ที่ใชกัน เป็นการเปลี่ยนในพริบตาเดียวจากช็อต
หน่งึ ไปอีกช็อตหนึ่ง ถาหากทําอยางถกู ตองมันจะไมเป็นที่สังเกตเห็น ในบรรดาวิธีการเชื่อมภาพ 3 แบบ
การตดั เป็นสิ่งที่ผูชมยอมรับวาเป็นรปู แบบของภาพที่เป็นจริง
การตัดใชใ้ นกรณที ่ี
1. เปน็ การกระทําที่ตอ เนื่อง
2. ตองการเปลี่ยนจดุ สนใจ
3. มีการเปลี่ยนแปลงของขอมลู หรอื สถานทีเ่ กิดเหตุ
ห น้ า | 50
การตัดทด่ี ีมาจากความรเู้ บือ้ งตน้ 6 ประการ
1. แรงจูงใจ (Motivation) ควรตองมีเหตุผลในการตัด
ยิ่งคนตัดมีทักษะมาก ก็ยิ่งงายที่จะหาหรือสรางแรงจูงใจสําหรับการตัด เนื่องจากมี
พัฒนาการที่มากขึ้นในการรับรูวาจุดไหนการตัดตอควรจะเกิดขึ้น จึงเขาใจไดงายกวาการตัดกอนเกิด
แรงจูงใจหรอื การตัดลวงหนา (early cut)
การตัดหลงั แรงจงู ใจ เรยี กวา การตัดชา้ (late cut)
ความคาดหวังของผูชม สามารถมาหลังหรือมากอนได ขึ้นอยูกับวาผูตัดจะใชวิธีการตัด
ลวงหนาหรอื การตดั ชา
2. ข้อมลู (Information) ภาพใหมค วรมีขอ มลู ใหมเสมอ
3. องค์ประกอบภาพ (Composition) แตละช็อตควรจะมีองคแประกอบภาพหรือกรอบภาพ
ของชอ็ ตทีม่ ีเหตุมีผล
4. เสียง (Sound) ควรรปู แบบของเสียงทีต่ อเนอ่ื งหรอื มพี ฒั นาการของเสียง
5. มมุ กลอ้ ง (Camera angle) ช็อตใหมแตละช็อต ควรมีมมุ กลองที่แตกตางจากช็อตเดิม
6. ความต่อเนื่อง (Continuity) การเคลื่อนไหวหรือการกระทํา ควรชัดเจนและมีความ
เหมอื นกนั ในชอ็ ต 2 ชอ็ ต ทีจ่ ะตดั เขาดวยกนั
ขอ้ พิจารณาท่วั ไป
เมื่อการตัดกลายเป็นสิง่ ทีส่ งั เกตไดหรอื สะดดุ มันเรียกวา การตดั กระโดด (Jump Cut)
การตัดแบบกระโดดมีบทบาทเปน็ เหมอื นการพักในการเชื่อมจากชอ็ ตหนง่ึ ไปยงั ช็อตตอไป
หากเปน็ มอื ใหม ควรพยายาม ตดั แบบตอ่ เนือ่ ง (clear cut) เสมอ และถือวาตัดกระโดดเป็น
การตดั ทีไ่ มนาพึงพอใจจนกวาคณุ จะรูวา จะใชมันอยางไร
ที่ดที ี่สุดแลว การตัดแตละครั้งควรประกอบดวยความรเู บือ้ งตน ท้ัง 6 สวน แตไมตองทุกคร้ังที่
ตัด ขอ แนะนํา คือ พยายามใหมีมากที่สุดเทาทีจ่ ะทาํ ได ข้นึ อยูกับชนิดของการตดั ตอ
ผตู ัดควรรูจกั ความรเู บอื้ งตน นี้อยางลึกซึ้ง ดังน้ันเวลาดูฟุตเทจ (footage) ก็ควรจะตรวจสอบ
ดวยความรเู บือ้ งตน 6 ประการนีเ้ ทาทีจ่ ะทําไดทกุ ครั้ง
ห น้ า | 51
การผสมภาพ (The Mix)
การผสมภาพรูจักกันในชื่อวา การเลือนภาพ (The Dissolve) การเลือนทับ (The Lap
Dissolve) หรือการเกยทับ (The Lap) นี่เป็นวิธีการเชื่อมจากช็อตหนึ่งไปยังอีกช็อตหนึ่งที่ใชกันท่ัวไป
มากเป็นลําดับที่ 2 ทําไดโดยการนําช็อตมาเลือนทับกัน ดังนั้นตอนใกลจบของช็อตหนึ่ง ช็อตใหมจะ
คอย ๆ เดนขนึ้ มา เมื่อชอ็ ตเกาจางหายไปชอ็ ตใหมกจ็ ะเขมข้ึน การเช่อื มภาพลักษณะนีเ้ หน็ ไดชดั มาก
จุดกึง่ กลางของการผสมภาพ คือ เมือ่ ภาพแตละภาพเขมเทา ๆ กนั เปน็ การสรา งภาพใหม
การผสมภาพตองใชด วยความระมดั ระวงั เปน็ อยางมากและใชอยางถูกตอง ดงั น้ี
เมื่อมีการเปลีย่ นแปลงทันเวลา
เมือ่ ตอ งการใหเ วลายืดออกไป
เมือ่ มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่
เม่ือมีความสัมพันธแของภาพที่ชัดเจน ระหวางภาพที่กําลังจะเลือนออกไปและภาพที่
กําลงั จะเขามาแทน
ความรเู้ บื้องต้น 6 ประการในการผสมภาพ
1. แรงจูงใจ (Motivation) ควรตองมีเหตุผลในการผสมภาพเสมอ
2. ขอ้ มูล (Information) ภาพใหมควรมขี อมลู ใหมเ สมอ
3. องคป์ ระกอบภาพ (Composition) ช็อต 2 ช็อตที่ผสมเขาดวยกันควรมีองคแประกอบ
ภาพที่เกยทบั กนั ไดงายและหลีกเลี่ยงภาพทีจ่ ะขดั กัน
4. เสียง (Sound) เสียงของทั้ง 2 ช็อต ควรจะผสานเขาดวยกนั
5. มุมกลอ้ ง (Camera angle) ช็อตทีผ่ สมกนั ควรมีมมุ กลองที่ตางกนั
6. เวลา (Time) การผสมภาพ ใชเ วลาอยางนอ ย 1 วินาทีและมากสุด 3 วินาที
ดวยเคร่ืองมือที่ทันสมัย ทําใหการผสมภาพแบบเร็วมากและแบบชามากหรือการผสมภาพ
4 เฟรม สามารถทาํ ไดงายหรือสามารถผสมภาพไดนานเทาความยาวของช็อตเลยทีเดียว
หาก mix หรอื dissolve นานไปหรอื ส้ันไป (20 เฟรมหรือนอยกวา) ก็ไมดี และเพื่อใหการผสม
ภาพไดผลควรใชเวลาอยางนอ ย 1 วนิ าที หากการผสมภาพยืดออกไปจะยิ่งทาํ ใหคนดสู บั สนมากขึ้น
ห น้ า | 52
การเลอื นภาพ (The Fade)
การเลือนภาพ เป็นการเชื่อมภาพที่คอยเป็นคอยไปจากภาพใดภาพหนึ่งไปยังฉากดําสนิท
หรอื ขาวท้ังหมด หรอื จากจอดาํ หรือขาวไปยงั ภาพใดภาพหน่งึ
การเลือนภาพ มี 2 ลกั ษณะ ไดแก
1. การเลือนภาพออก (fade out) เปน็ การเชือ่ มของภาพไปจอดาํ
2. การเลือนภาพเข้า (fade in) หรอื เลือนขึน้ (fade up) เป็นการเชื่อมภาพจากจอ
ดาํ ไปยงั ภาพ
การเลือนภาพเข้า ใช้เมื่อ การเลือนภาพออกใช้เมือ่
- เริม่ ตนเรื่อง - จบเร่อื ง
- เริม่ ตนตอน บท หรือฉาก - จบตอน ฉาก หรือองกแ
- มีการเปลีย่ นเวลา - มีการเปลีย่ นเวลา
- มีการเปลี่ยนสถานที่ - มีการเปลีย่ นสถานที่
การเลือนภาพออกและเลือนภาพเขามักจะตัดไปดวยกัน โดยใชสีดํา 100% หายากที่จะใชสี
ขาว 100% และจะใชตอนจบฉากหนึง่ และเรม่ิ ฉากใหม และใชเพื่อแยกเวลาและสถานที่ดวย
ห น้ า | 53
ความร้เู บือ้ งตน้ 3 ประการของการเลือนภาพ
การเลือนภาพตองการ 3 องคแความรู จากความรูเบื้องตน 6 ประการ ไดแก
1. แรงจงู ใจ (Motivation) ควรมีเหตุผลที่ดใี นการเลือนภาพเสมอ
2. องค์ประกอบภาพ (Composition) ควรวางองคแประกอบของช็อตก็ใหเป็นไปตาม
ลกั ษณะการเช่อื มภาพไปฉากดํา คือคอย ๆ ดาํ ทั้งภาพ น่ันหมายความวาไมตางกันมากระหวางสวน
ตางทีส่ ดุ ของภาพและสว นมืดที่สดุ
3. ความรู้เร่ืองเสียงของภาพ (Sound) ควรใกลเคียงกับบางรูปแบบของจุด Climax
หรอื ตอนจบสําหรับการเลือนภาพออก และตรงขามสาํ หรับเลือนภาพเขา
ประเภทของการตัดต่อ
การตดั ตอ มี 5 ประเภท :
1. ตดั ตอการกระทาํ (action edit)
2. ตดั ตอตําแหนงจอ (screen position edit)
3. ตดั ตอรูปแบบ (form edit)
4. ตัดตอ ที่มเี รื่องราว (concept edit)
5. ตัดตอแบบผนวก (combined edit)
ผูตัดตองจําประเภทท้ังหมดของการตัดตอและรูวาทําอยางไร และตองสามารถ
แยกแยะความรทู ีต่ องใชในการตัดตอ ได
ห น้ า | 54
1. การตดั ตอ่ การกระทา (The action edit)
บางครั้งเรียกการตัดตอความเคลื่อนไหวหรือตัดตอความตอเน่ือง เกือบจะใกลเคียง
การตัดชนภาพ การตดั ตอ การเคลือ่ นไหวที่งายที่สุด เชน การยกหโู ทรศพั ทแ
การตัดตอการกระทํา ตองมีความรูเบื้องตน 6 ประการ หรือเกือบครบ 6 ประการ คือ
แรงจงู ใจ ขอมูล องคแประกอบของชอ็ ต เสียง มมุ กลองใหม และความตอ เนื่อง
ตัวอยา่ ง “ผชู ายคนหนง่ึ กําลงั นงั่ อยูทีโ่ ต฿ะ เสียงโทรศัพทแดังขนึ้ เขายกหโู ทรศพั ทแขึน้ แลว พดู ตอบโต”
พิจารณา 2 ช็อต และชีแ้ จงตามความรู 6 ประการ
1. แรงจูงใจ Motivation เม่ือโทรศัพทแดัง เรารูวาผูชายคนนั้นจะหยิบหูโทรศัพทแและพูด
ตอบโต นาจะเป็นแรงจงู ใจที่ดที ี่จะทาํ การตัดตอ
2. ข้อมูล Information ในภาพระยะไกล (LS) เราสามารถเห็นสํานักงาน ผูชายคนนั้น
น่งั อยางไรและทําอยางไร ภาพระยะใกลปานกลางหรอื MCU บอกเรามากขึ้นเกี่ยวกับชายคนน้ัน ตอนนี้
เราสามารถเห็นรายละเอียดมากขึน้ วาเขามหี นา ตาทาทางเปน็ อยางไร สําคัญยิ่งไปกวานั้น ปฏิกิริยาของ
เขาตอเสียงโทรศัพทแที่ดังขึ้น ใน MCU เราสามารถเห็นภาษาทาทางบางอยาง ดังน้ัน MCU บอกขอมูล
แกเรา
3. องค์ประกอบของช็อต Shot composition องคแประกอบของช็อตในภาพ LS เป็น
การสรางเร่ืองที่มีเหตุมีผล แมแตใหมีตนไมเป็นฉากหนา ซึ่งบอกลักษณะความคิดท่ัว ๆ ไปของ
สํานักงานและผูชายถูกเสนออยางชัดเจนวากําลังทํางานอยูที่โต฿ะของเขา ภาพ MCU จะใหความสมดุล
เร่ืองชองวางบนศีรษะถูกตอง แมวาคนตัดที่มีประสบการณแอาจแยงวานาจะขยับจอไปทางขวาอีก
เพือ่ ใหมพี ืน้ ที่แกโทรศัพทแเคลื่อนไหวบาง แตใ นเรอ่ื งองคแประกอบของชอ็ ตก็เปน็ ที่ยอมรับได
4. เสียง Sound ควรมีเสียงหรือบรรยากาศของฉากหลังเหมือนกันทั้ง 2 ช็อต ซึ่ง
บรรยากาศเป็นเสียงการจราจรอันวุนวายขางนอกเบา ๆ หรือเสียงภายในสํานักงาน ควรจะใหเสียงมี
ความตอ เนื่องท้ัง 2 ชอ็ ต
5. มมุ กล้อง Camera angle
ในภาพ LS มมุ กลองอยทู ี่ 45 องศา เกือบจะอยูดานขาง
ในภาพ MCU มมุ กลองอยูตรงหนาบุคคลโดยตรง มมุ กลองท้ัง 2 มคี วามแตกตางกัน
6. ความต่อเนื่อง Continuity จากภาพ LS การเคลื่อนไหวของแขนคนกําลังยก
หโู ทรศพั ทแ ควรตอเนอ่ื งมายงั MCU คือใชแ ขนขา งเดียวกันยกหโู ทรศพั ทแ
หากการตัดตอมีองคแประกอบหลักท้ัง 6 ประการนี้ จะมีความเนียน ไมสะดุด และภาพ
เร่อื งราวก็จะไหลลื่นไปโดยไมหยุด
ห น้ า | 55
2. การตัดต่อตาแหนง่ ภาพ (The screen position edit)
การตัดตอชนิดนี้บางคร้ังเรียกวา การตัดตอทิศทาง (a directional edit) หรือการตัดตอ
สถานที่ (a placement edit) อาจเป็นการตัดชนภาพ (Cut) หรือการผสมภาพ (Mix) แตมักจะเป็นการ
ตดั ชน หากวาไมมกี ารเปลี่ยนของเวลา
การตัดแบบนี้ มักจะมีการวางแผนไวต้ังแตชวงกอนถายทํา หรือชวงระหวางการถายทํา
ขึน้ อยูกับการกระทาํ ของช็อตแรกที่บงั คับหรอื กํากบั ใหสายตาของคนดไู ปยังตําแหนงใหมบ นจอ
ตวั อยา่ ง 1
นักเดินทาง 2 คน หยุดเดินเม่ือพวกเขาเห็นและชี้รอยเทาของคนที่พวกเขากําลังตามหา
ทั้ง 2 ช็อตนี้ จะตัดชนภาพเขาดวยกัน มุมกลองตางกันและมีความตอเน่ืองของเทาหรือขาที่
เคลื่อนไหว มีขอมูลใหม และมีความตอเนื่องของเสียง มีแรงจูงใจ คือ พวกเขากําลังชี้ลงไปอยาง
จรงิ จัง และองคแประกอบของชอ็ ตก็ใชไดผล
การตัดตอ ประกอบดวยความรูเบื้องตน 6 ประการ เป็นการตัดตอที่ไดผล และภาพ
ของการดาํ เนินเรื่องไมถกู ขดั จงั หวะ
ตัวอย่าง 2
ผหู ญิงคนหนง่ึ กบั ปืนที่กําลงั จอ ออกไปนอกตัว
การตัดชนภาพจะไดผลอกี ครั้ง เพราะมีเหตุผลตามทีก่ ลาวในตวั อยาง 1
ห น้ า | 56
ตัวอยา่ ง 3
ที่เวทีแหงหนึ่ง โฆษกรายการกําลังประกาศการแสดงตอไป “เอาละครับ ทานสุภาพสตรี
และสุภาพบรุ ุษ” เขาตะโกน ผายมือไปทางขา งเวที “ขอตอนรับ...ปอมพิสโตผูยิ่งใหญ!!”
อีกคร้ังที่ช็อตทั้งสองนาํ มาตดั ตอเขาดวยกนั
มุมกลองแตกตางกัน
มีขอมูลใหม เรายังไมเห็นปอมพิสโตผูยิ่งใหญมากอน และเราตองการรูวาหนาตาเขาเป็น
อยางไร
เสียงนาจะเสนอใหยิ่งเป็นไปไดมากขึ้น การตัดชนทั้งเสียงปรบมือ หรือตอนพูดว า
“ขอตอนรับ” หรอื หลงั จากคําพูด ถาคณุ อยากยืดเวลาเขาของปอมพิสโตผยู ิง่ ใหญ
มีแรงจูงใจในการตดั ชนภาพ ดังนนั้ สังเกตไดวา ผูชมไดรับการบอกกลาววา พวกเขากําลังจะ
ไดพบกบั ปอมพิสโต ดงั นนั้ ก็พบเขากนั เลย
องคแประกอบของชอ็ ตกไ็ ดผล
การตดั ตอ ตาํ แหนงจอ ไมจาํ เป็นตองมีครบองคแความรูทั้ง 6 ประการ อยางไรก็ตาม ถายิ่งมี
มากก็ยิง่ ดี
3. การตดั ตอ่ รปู แบบ (The Form Edit)
เปน็ การอธิบายที่ดที ี่สุดของการเช่อื มจากชอ็ ตหนง่ึ ซึง่ มกี ารแสดงรูป, สี, มิติหรือเสียงไป
ยงั อีกชอ็ ตหนึ่ง ซึง่ มีการแสดงรปู ทรง สี มิติ หรอื เสียงทีส่ ัมพันธแกัน
หากมีเสียงเป็นแรงจงู ใจ การตดั ตอ รปู แบบสามารถเปน็ การตัดชนได แตสวนใหญแลวจะเป็น
การผสม หลกั การน้ีเป็นจริงเมื่อมีการเปลีย่ นแปลงสถานที่ และ/หรือบางครั้งเมือ่ เวลาเปลี่ยน
ตวั อย่าง 1
ในหองที่รอนชื้นของบรรดาฑูต นักหนังสือพิมพแรอคอยการปลอยเฮลิคอปเตอรแ
เพื่อที่จะพาพวกเขาใหเปน็ อิสระ บนฝาู เพดานมพี ัดลมเพดานหมุน เฮลิคอปเตอรแมาถึง
การตดั ตอ สามารถทําไดท้ังตัดชนหรือผสม การผสมภาพจะชี้ถึงความแตกตางระหวาง
เหตุการณใแ นเวลาที่ยิง่ ใหญ
รูปแบบ อาจเป็นการหมุนของพัดลมซึ่งสัมพันธแกับรูปแบบการหมุนข องใบพัด
เฮลิคอปเตอรแ เสียงอาจเกยทบั กันเพื่อสรา งความเขาใจลวงหนา หรอื ทีหลัง
ห น้ า | 57
ตวั อย่าง 2
การตัดรูปแบบใชกันบอยในโฆษณา ในที่นี้บุคคลกําลังยืนพิงเลียนแบบตัวสัญลักษณแ
บริษัท ปัญหาใหญในการตัดตอรูปแบบ คือ การตัดอาจดูเหมือนเป็นการประดิษฐแเกินไป หากใช
บอย ๆ รูปแบบการตดั ตอ อาจเดาได
ความงามของการตัดตอรูปแบบสามารถเห็นไดเม่ือมันถูกทําดี ๆ และเม่ือนําไปรวมกับ
การตดั ตอ ชนิดอ่นื ๆ จะกลายเป็นสิง่ ที่ไมมากจนกินไป
4. การตัดต่อทม่ี ีเรือ่ งราว (The Concept Edit)
บางคร้ังเรียกการตัดตอที่เคลื่อนไหวหรือการตัดตอความคิด เป็นการเสนอความคิดที่
บริสุทธิ์ลวน ๆ เพราะวา 2 ช็อตที่ถูกเลือกและจุดที่ทําการตัดตอ การตัดตอเร่ืองราวนี้เป็นการปูเร่ือง
ในหัวเรา
การตัดตอ ทีม่ เี รือ่ งราว สามารถครอบคลุมถึงการเปลี่ยนสถานที่ เวลา ผูคน และบางคร้ัง
ก็เป็นตัวเรื่อง มนั สามารถทาํ ไดโดยไมมกี ารสะดดุ ของภาพ
ถาเป็นการตัดตอที่มีเร่ืองราวที่ดี มันสามารถบอกอารมณแเป็นอารมณแดรามาและสราง
ความลึกซึง้ แตท ํายาก ถาไมไดวางแผนเป็นอยางดแี ลวความไหลลืน่ ของขอมลู ภาพอาจชะงกั งันไปเลย
5. การตัดต่อแบบผนวก (The combined edit)
เป็นการตัดตอที่ยากที่สุดแตมีพลังมากที่สุด การตัดแบบผนวกนี้เป็นการรวมการตัดตอ
2 แบบหรอื มากกวาน้ันจากการตดั ตอทั้ง 4 แบบที่กลาวมา
เพื่อใหการตัดแบบผนวกไดผลดี ผูตัดจําเป็นตองจําทั้งเสียงและภาพที่ใชไดในแตละช็อต
ดังนน้ั การตดั แบบนีค้ วรไดรบั การวางแผนเป็นอยางดที ั้งกอนการถายทาํ และขณะถายทาํ
ห น้ า | 58
แบบฝึกหดั ทัว่ ไป
แบบฝกึ หัดทั่วไปของการตัด มกี ารเปลีย่ นแปลง พัฒนา แกไข และสืบทอดจากคนตัดรุน
แลว รุนเลามาหลายปี มันอยูบนรากฐานของสิ่งที่ผูตัดพบเจอในการทํางาน บางครั้งเหตุผลวา
ทําไมแบบฝึกหัดที่มีไมกระจางชัด โดยเฉพาะสําหรับผูเร่ิมตน ถาเป็นเชนน้ันคงตองใหหลับหู
หลบั ตายอมรับจนกวาจะมีประสบการณทแ ี่มากขึ้นถึงจะเขาใจแบบฝกึ หัด นาจะเป็นการรวบรวมใน
สวนทีเ่ กี่ยวของเกือบท้ังหมด
แบบฝึกหดั ทั่วไป (General Practice)
วิธีการฝึกตัดตอโดยท่ัวไปมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาและปรับปรุงมาโดยตลอด ขึ้นอยูกับ
นักตัดตอในแตละชวงวา ไดพบอะไรบางจากการทาํ งาน บางอยางอาจจะทําใหผูเริ่มตนรูสึกสับสน
แตเ มือ่ มีประสบการณแเพิ่มข้นึ กจ็ ะทาํ ใหวิธีการฝึกนั้นชัดเจนขนึ้
หลกั การของการตดั ต่อโดยทวั่ ไป คือ
1. เสียงและภาพน้ันคอื สวนที่เสริมซึง่ กันและกัน
2. ภาพใหมควรใหขอ มูลใหม
3. ควรมีเหตุผลสําหรบั ทุกภาพทีต่ ดั
4. ใหระวงั เรื่อง “การขา มเสน”
5. เลือกแบบการตัดทีเ่ หมาะสมกบั เรื่อง
6. ยิ่งตัดตอดี ยิ่งดูลน่ื ไหล
7. การตดั คือการสรางสรรคแขนึ้ มาใหม
ห น้ า | 59
Working Practice แบบฝึกหัดปฏิบตั ิ
จะเปน็ แนวทางวิธีการตดั เทคนิคพิเศษ แตทั้งนที้ ั้งน้ันทุกอยางก็อาจเปลี่ยนไดขึ้นอยูกับแฟชั่น
ในแตละยุคสมยั ลกั ษณะความชืน่ ชอบของคนดูและเทคโนโลยี
1. อยาตัดชนเฟรมทีไ่ มเทากัน ใหสงั เกตที่ชองวางบนศีรษะ (headroom) ของภาพ
2. ใหระวังภาพทีม่ วี ตั ถุอยูใกลกับศรี ษะตวั ละคร
3. หลีกเลี่ยงภาพที่มขี อบขาง (Frame edge) ไปตดั ตวั บุคคล
4. ตดั ภาพที่มี Background เหมอื นกนั เชน ถาชัดตืน้ ก็ชัดต้ืนเหมือนกนั
5. เมือ่ ตัดหนังแนวดรามา อยาตดั ในจงั หวะที่ตัวละครหยดุ พดู ทันที
6. ควรมีภาพรบั คูสนทนาแทรกดีกวาการพูดทีละคน
7. เวลาตัดตอบทสนทนา (Dialog) ควรมีการรบั หนา คูสนทนา
8. เวลาถาย 3 ตัวละคร อยาตัด 2 shotไป 2 shot
9. ควรใชภาพ CU สําหรบั ตัวละครตัวเดียว
10. ถาตวั ละครตัวเดียวใหห ลีกเลี่ยงการใชภ าพมุมเดิม
11. เวลาตัดจงั หวะ “ลุกหรอื นั่ง” ใหสายตาของตัวละครอยูในเฟรมนานทีส่ ดุ
12. เม่อื ตดั ไปภาพ CU ใหเลือกภาพทีม่ ี Action ชาที่สดุ
13. พยายามเลือกภาพทีใ่ ช Tracking ดีกวา Zoom
14. อยาใชภาพ Track out ระหวาง Cut
15. เวลาตัด Pan Shot ใหใชภ าพคนทีเ่ ดินไปในทิศทางเดียวกนั
16. เวลาตัด Pan, Track อยาตดั ไปที่ภาพนิ่ง
17. อยาขาม Line 180
18. เวลาตดั 2 Shot อยาตัดไปภาพ 2 Shot ของวัตถุเดิม
19. เวลาตัดภาพคุยโทรศัพทแ ใหตัวละครอยูคนละฝั่งกนั
20. เวลาคนเดินออกดานซาย กต็ องเขามาทางขวาของเฟรม
21. อยาตัดภาพที่จดุ สนใจเดียวกัน
22. เม่อื ใชภาพ CU ติด ๆ กัน แลวควรตัดกลับมาที่ภาพ LS
23. หลังจากแนะนําตัวละครใหมแ ลวใหตดั เขามาที่ภาพ CU
24. เมือ่ ตัดเขาฉาก (Scene) ใหมใหใชภ าพ LS
25. หลีกเลีย่ งการตัดจากภาพ LS มาภาพ CU ของตวั ละครเดิมทันที
26. อยาตดั เขาภาพดําทนั ที
27. ควรใหเสียงเขามากอนภาพ 12-24 เฟรม
28. จบเพลงควรจบภาพ
ห น้ า | 60
ภาพประกอบ WORKING PACTICE
ภาพที่ 1 อยาตดั ชนเฟรมที่ไมเทากนั ใหสงั เกตที่ชองวางบนศรี ษะ (headroom) ของภาพ
ภาพที่ 2 ใหระวังภาพทีม่ วี ัตถอุ ยูใกลกับศรี ษะตัวละคร
ห น้ า | 61
ภาพที่ 3 หลีกเลีย่ งภาพที่มีขอบขาง (Frame edge) ไปตดั ตัวบคุ คล
ภาพที่ 4 ตดั ภาพที่มี Background เหมอื นกัน
4.1
ห น้ า | 62
4.2
ภาพที่ 8 เวลาถาย 3 ตวั ละคร อยาตดั 2 shot ไป 2 shot
ห น้ า | 63
ภาพที่ 9 ควรใชภาพ CU สาํ หรับตัวละครตัวเดียว
9.1
9.2
ห น้ า | 64
ภาพที่ 10 ถาตวั ละครเดียว ใหหลีกเลี่ยงการใชภาพมุมเดิม
ภาพที่ 11 เวลาตัดจงั หวะ “ลุกหรอื น่งั ” ใหสายตาของตัวละครอยูในเฟรมนานที่สุด
ห น้ า | 65
ภาพที่ 12 เมือ่ ตดั ไปภาพ CU ใหเลือกภาพที่มี action ชาที่สุด
ภาพท่ี 13 พยายามเลือกภาพทีใ่ ช Tracking ดีกวา zoom
ห น้ า | 66
ภาพที่ 15 เวลาตดั pan shot ใหใชภ าพคนทีเ่ ดินไปในทิศทางเดียวกนั
ภาพที่ 16 เวลาตดั pan, track อยาตดั ไปทีภ่ าพนิ่ง
ห น้ า | 67
ภาพที่ 17 อยาขาม line 180
ภาพที่ 18 เวลาตัด 2 shot อยาตดั ไปภาพ 2 shot ของวัตถเุ ดิม
ห น้ า | 68
ภาพที่ 19 เวลาตดั ภาพคุยโทรศพั ทแ ใหตวั ละครอยูคนละฝ่ังกนั
ภาพที่ 20 อยาตดั ภาพทีจ่ ุดสนใจเดียวกัน
ห น้ า | 69
ภาพที่ 21 เมือ่ ใชภาพ CU ติด ๆ กนั แลวควรตัดกลับมาที่ภาพ LS
ภาพที่ 22 เมื่อตดั เขาฉาก (Scene) ใหมใหใชภาพ LS
ห น้ า | 70
ภาพที่ 23 หลีกเลีย่ งการตัดจากภาพ LS มาภาพ CU ของตวั ละครเดิมทนั ที
ภาพที่ 24 อยาตดั เขาภาพดาํ ทันที
ห น้ า | 71
แบบฟอรม์
แผนการจัดการเรียนการสอน
ด้วย VDO CLIP
ห น้ า | 72
โครงสร้างรายวิชา
กลุมสาระการเรียนรู.....................................................................โรงเรียน..........................................
รหัสวิชา......................รายวิชา.....................................................ภาคเรียนที.่ ....... ปีการศกึ ษา ..........
ระดบั ช้ัน.............................................. เวลาเรียน ............ ช่ัวโมง จาํ นวน..........................หนวยกิต
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ชื่อหนวย หวั ขอเร่อื ง เวลา กิจกรรม ผลงาน/ชิ้นงานที่ การประเมนิ
การเรียน (topic) (ชั่วโมง) การเรียนการสอน แสดงความเขาใจ การเรียนรู
ห น้ า | 73
แผนการจัดการเรียนรู้ (รายหน่วย)
หนว ยการเรียนรูที.่ ...............เรื่อง.........................................................................................................
รหัส..................ชือ่ รายวิชา...............................................กลุมสาระการเรียนรู....................................
ช้ัน............ภาคเรียนที่..........เวลา..................ชัว่ โมง ผสู อน ..........................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…...…………………………………………………………………………………………………………….……….…………………………………….
ตัวชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้สู ู่ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ด้านทักษะ/กระบวนการ/กระบวนคิด (P)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สาระสาคญั
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สาระการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ห น้ า | 74
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (รปู แบบการสอน/เทคนิคการสอน)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สือ่ /แหลง่ เรียนรู้
สื่อ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
แหล่งเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
การประเมิน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ห น้ า | 75
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว ยการเรียนรทู ี.่ .................เรอ่ื ง................................................กลุมสาระการเรียนรู.......................
แผนการจดั การเรียนรูที่..................เรื่อง………………………………………………………………………………………..……….
รหสั ....................ชือ่ รายวิชา........................................ช้ัน..............ภาคเรียนที.่ .......เวลา...........ชัว่ โมง
สอนวนั ที่ ...........................................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สตู่ วั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้
2.1 ดา้ นความรู้ (K)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ/กระบวนคดิ (P)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
2.3 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. สาระสาคญั
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ห น้ า | 76
4. สาระการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
5. คาถามสาคัญ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (รปู แบบการสอน/เทคนิคการสอน)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
7. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รองรอยแสดงความร)ู
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
8. การจดั บรรยากาศเชิงบวก
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ห น้ า | 77
9. สื่อ/แหลง่ เรียนรู้
9.1 สื่อ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
9.2 แหลง่ เรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
10. การประเมินการเรียนรู้
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถามี)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
12. ความรเู้ พิ่มเติม (ถามี)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
13. ใบงาน (แนบไวทายแผน)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
14. เกณฑ์ประเมินใบงาน (Rubrics scoring)
ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ห น้ า | 78
15. การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ (บนั ทึกหลังสอน)
ผลการจดั การเรียนรู้ ปญั หาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา
ลงชือ่ ……………………………………………………………
(……………………………......................................)
วันที่ ……..…./…………./………..
16. ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
(ตรวจสอบ, นิเทศ, เสนอแนะ, รับรอง)
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ………………………………………. ลงช่อื ……………………………………….
(…………………..…………………………..) (…………………..…………………………..)
หวั หน้ากลมุ่ สาระ………………………..…….. หวั หน้าวิชาการ…………………….……..
รับทราบ
ลงช่อื ……………………………………….
(…………………..…………………………..)
รองผู้อานวยการกลุ่มงานวิชาการ
ห น้ า | 79
อธิบายศัพท์ภาพยนตร์
คาศพั ท์ ความหมาย
1 Atmosphere, atmos คาํ ศัพทแทั่วไปทีใ่ ชเ รียกตวั แสดงประกอบตาง ๆ ที่ปรากฏตัว
ปะปนอยูในฝูงชนกลุมใหญ ๆ ในภาพยนตรแ นอกจากนี้ยังใช
หมายความถึงอารมณแที่สรางจากองคแประกอบยอยหลายๆ
อยาง ในภาพยนตรเแ รือ่ งหน่งึ ๆ ซึ่งรวมถึง เสียงองคแประกอบ
ของภาพ จังหวะ มุม ฉาก ลลี าการแสดง การแตงหนา และ
การจัดแสง ผูกํากับภาพยนตรแที่มีความสามารถในการ
ส รา งอ าร ม ณแ หรื อ บ ร ร ย า ก า ศใ น ภ าพ ย น ต รแ ไ ด เ ป็ น อ ย า ง
ดีเยีย่ ม
2 Background ambience เสียงบรรยากาศ เสียงเพลงเบา ๆ ประกอบในภาพยนตรแ
3 BCU/ECU ภาพระยะใกลมากของบุคคลหรือวัตถุ ถาเป็นภาพของ
(Big หรอื Extreme Close-up) บุคคลจะเห็นเฉพาะบางสวนของใบหนาเทาน้ัน เชน ตา
ปาก ใบหู ใชมากในภาพยนตรแประเภทเขยาขวัญส่ัน
ประสาทคนดู เชน เรื่อง Psycho (1960)
4 CU กลองอยูใกลวัตถุมาก เม่ือฉายไปบนจอจะเห็นภาพน้ันกิน
(Close-up) เน้ือที่เกือบเต็มจอ เชน ใบหนาที่แสดงความรูสึก มือหรือ
เทาขางใดขางหนึ่ง วตั ถปุ ระสงคแเพือ่ ใชเ นนอารมณแ
5 CG
(Computer-generated) การใชค อมพิวเตอรแสรา งและจาํ ลองข้ึนมา
(Computer graphics software) โปรแกรมทีใ่ ชสรางและจําลองข้ึนมา
6 Climax จดุ สําคญั สงู สดุ ในเหตกุ ารณแในภาพยนตรแ
7 Footage ฟิลแมภาพยนตรแ
8 Headroom ชองวางเหนอื ศรี ษะ
9 Ls ภาพระยะไกล กลองอยูหางจากวัตถุที่ถายมาก มักใชกับ
ภาพยนตรแตะวันตกหรือภาพยนตรแสงครามที่เต็มไปดวย
(Long Shot) ฉากรบ
ภาพระยะปานกลาง ถาเป็นบคุ คลจะหมายถึงภาพที่ถาย
10 Ms
(Medium Shot) จากหัวเขาขนึ้ ไป
คาศัพท์ ห น้ า | 80
11 mcu
ความหมาย
(Medium Close-up) ภาพระยะใกลปานกลางอยูระหวางภาพระยะใกลกับระยะ
12 Sequence ปานกลาง
ตอนหนึ่งของภาพยนตรแซึ่งเกิดจากซีนหลาย ๆ ซีนมา
13 Scene รวมกัน มีความสมบูรณแในตัวเอง ดูแลวรูเร่ือง อาจเริ่มตน
และจบลงดวย fade, dissolve หรือ การตัดภาพธรรมดา ๆ
14 Shot ก็ได
หนวยยอยของภาพยนตรแซึ่งประกอบดวยช็อตหลายๆ
15 Title ชอ็ ตทีเ่ กิดข้ึนในสถานทีเ่ ดียวกนั และมีแอค็ ชั่นตอเนื่องกันไป
16 Take การตอเนื่องของช็อตเหลานั้นทําใหเกิดความสัมพันธแที่เป็น
เหตุเปน็ ผลตอกนั
17 VTR เนื้อฟิลแมที่กระทบกับแสงจากการถายติดกันไป 1 ครั้ง
(นับจากตอนเริ่มเดินกลองจนกระท่ังกลองหยุด) โดยไมมี
การตัดตอ ดังน้ัน ในแตละช็อตจะตองมีความตอเนื่องของ
เวลาและสถานที่ แตชวงตอระหวางช็อต 2 ช็อต เวลาและ
สถานที่อาจขาดความตอเน่ืองได ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของ
ภาพยนตรแ
ชื่อเร่ืองหรือหัวเร่ือง จะเป็นแบบเขียนหรือพิมพแก็ได
ที่ปรากฏในภาพยนตรแ
การบันทึกภาพการแสดงแตละครั้ง เป็นเร่ืองปกติธรรมดา
ของการถายทําภาพยนตรแที่จะตองถายแตละช็อตมากกวา
1 คร้ัง ข้นึ ไป เน่อื งจากอาจมขี อผิดพลาดดานการแสดงหรือ
ดานเทคนิค ผูกํากับจะส่ังถาย take ใหมจนพอใจ เพื่อใหได
ภาพทีด่ ที ีส่ ดุ
video tape recorder หมายถึง เคร่ืองบันทึกเทปโทรทัศนแที่
ทําหนาที่บันทึกภาพและเสียงจากวิทยุโทรทัศนแ หรือจาก
กลองโทรทศั นแลงบนเทปแมเหล็ก และใชเลน (replay, play
back) เทปนั้นใหเ กิดภาพและเสียงจากเทปโทรทัศนแปรากฏ
บนจอเคร่ืองรับโทรทัศนแ หรือนําเทปนั้นสงออกอากาศทาง
วิทยโุ ทรทศั นแไดดวย
คาศพั ท์ ห น้ า | 81
18 Vo. ความหมาย
Voice-over หมายถึง เสียงพดู ของผบู รรยายขณะทีภ่ าพ
19 Zoom บนจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มกั ใชกบั ภาพยนตรแสารคดี
ภาพทีถ่ ายจากเลนสแซมู สามารถดึงภาพเขามาใกล (zoom
in) หรอื ดึงภาพออก (zoom out) ไดโดยไมตองเคลือ่ นกลอง
เขาไปใกลวัสดุ ใชเพือ่ ตองการจับสีหนาบุคคลโดยไมให
รูตวั หรือแยกคนๆ หนึ่งออกจากกลุมคนจํานวนมาก
ห น้ า | 82
คณะผ้จู ดั ทา
คมู่ ืออบรมการพฒั นาสอ่ื การเรียนรู้ออนไลนผ์ ่านเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต
ทป่ี รึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
นายอภิชาต จีระวฒุ ิ
นายกมล รอดคลาย
คณะทางาน
นายสนิท แยมเกษร ผอู าํ นวยการสาํ นักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
นางอัจฉรา จนั ทพลาบูรณแ รองผูอํานวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นายวิชาญ อัครวนสกลุ สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางทองทิพยแ โคนชยั ภูมิ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางอังสนา มวงปลอด สํานักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
นางอภนั ตรี อมราพิทกั ษแ สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
วาที่ ร.ต.หญิงสิรพิ ันธแ สอนภักดี สาํ นกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
นางสาวพรรณมณี ชเู ชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นายสมศักดิ์ ฮดโท สพป.นนทบรุ ี เขต 2
นายยทุ ธพงษแ หาญยุทธ ศกึ ษานิเทศกแ สพป. นา น เขต 2
นายวีรวฒั นแ จตุรวงคแ โรงเรียนบานหนองจระเขหิน สพป. นครราชสีมา เขต 2
นายชยพล จาํ ชาติ โรงเรียนบานหนองขามนาดี สพป. นครราชสีมา เขต 6
นายจตุรงคแ ลิม้ ไพบลู ยแ โรงเรียนบานหว ยกุม สพป. ชยั ภมู ิ เขต 1
นายวิวัฒนแ การมงคล โรงเรียนบานเนินพลับหวาน สพป. ชลบรุ ี เขต 3
นายขวัญชยั เจรญิ เนตร โรงเรียนบานหวั ฝาย สพป. บรุ ีรมั ยแ เขต 4
นายฐนกร สองเมอื งหนู โรงเรียนชมุ ชนวดั อัมพวนาราม สพป. ปตั ตานี เขต 2
นายสิริรฏั ฐแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนบานวงั เกษตร สพป. อทุ ยั ธานี เขต 1
นายณฐั พงษแ บญุ ปอง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหแ สิงหเสนี) สพม. เขต 2
นายวรวิทยแ ไชยวงศคแ ต โรงเรียนเจริญศลิ ปศึกษา “โพธิค์ ําอนุสรณแ” สพม. เขต 23
นายสุริยา งามเจรญิ โรงเรียนมธั ยมโพนเพ็ก สพม. เขต 25
นายกฤษดา จําปามลู โรงเรียนบึงพะไล สพม. เขต 31
นายสรุ วุฒิ ซอกรัมยแ โรงเรียนจกั ราชวิทยา สพม. เขต 31
ห น้ า | 83
นายภคพล วัฒนะ โรงเรียนปัว สพม. เขต 37
สพม. เขต 37
นายธัญวฒั นแ กาบคํา โรงเรียนสา สพม. เขต 37
สพม. เขต 37
นายรตั นศักดิ์ เข่อื นธะนะ โรงเรียนนารีรัตนแ จ.แพร สพม. เขต 40
สพม. เขต 40
นายอัศวิน กลับมา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม
นางสาววิมลรัตนแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี
นายธีระวฒั นแ พันธุแแสง โรงเรียนหนองไผ
คณะบรรณาธิการ
นายสนิท แยมเกษร ผอู าํ นวยการสาํ นักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางอัจฉรา จนั ทพลาบรู ณแ รองผูอํานวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางอังสนา มวงปลอด สาํ นักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางอภนั ตรี อมราพิทกั ษแ สํานกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
วาที่ ร.ต.หญิงสิริพันธแ สอนภักดี สํานกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นายยุทธพงษแ หาญยทุ ธ ศกึ ษานิเทศกแ สพป. นา น เขต 2
นายฐนกร สองเมอื งหนู โรงเรียนชุมชนวดั อมั พวนาราม สพป. ปตั ตานี เขต 2
นายสิริรัฏฐแ กาญจนโพธิ์ โรงเรยี นบานวงั เกษตร สพป. อทุ ัยธานี เขต 1
นายวรวิทยแ ไชยวงศคแ ต โรงเรียนเจริญศลิ ปศึกษา “โพธิ์คําอนสุ รณแ” สพม. เขต 23
นายสุริยา งามเจรญิ โรงเรียนมธั ยมโพนเพ็ก สพม. เขต 25
นายธญั วัฒนแ กาบคํา โรงเรียนสา สพม. เขต 37
นายรตั นศักดิ์ เข่อื นธะนะ โรงเรียนนารีรัตนแ จ. แพร สพม. เขต 37
นายอศั วิน กลบั มา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม สพม. เขต 37
นางสาววิมลรตั นแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี สพม. เขต 40
บรรณาธิการ ผอู าํ นวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นายสนิท แยมเกษร
เลขานกุ ารโครงการ
วาที่ ร.ต.หญิงสิรพิ นั ธแ สอนภกั ดี สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
ห น้ า | 84
ออกแบบปก โรงเรียนนารีรัตนแ จ. แพร สพม. เขต 37
นายรตั นศักดิ์ เขื่อนธะนะ
จัดรูปเล่ม สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหแ สิงหเสนี) สพม. เขต 2
นายณัฐพงษแ บญุ ปอง
จัดพมิ พต์ น้ ฉบบั
นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
วาที่ ร.ต.หญิงสิรพิ ันธแ สอนภักดี สาํ นักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน
ห น้ า | 85