The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kruvicky7136, 2022-02-07 01:31:11

การตัดต่อภาพยนตร์_KRUTUBE

ห น้ า | 48

5. มุมกล้อง (Camera Angle)
เมือ่ ผ฾ูกํากับฯ ถ฽ายทาํ ฉาก จะเริ่มจากตําแหน฽งตา฽ ง ๆ (มุมกล฾อง) และจากตําแหนง฽ ต฽าง ๆ

เหล฽านี้ ผก฾ู ํากบั ฯ จะให฾ถ฽ายช็อตหลาย ๆ ช็อต คําว฽า “มุม” ถูกใช฾เพื่ออธิบายตาํ แหนง฽ ของกล฾องเหล฽านี้
ซึ่งสมั พันธแกบั วตั ถุหรอื บคุ คล

จากภาพล้อคร่ึงซีก บุคคลอย฽ูที่ดุมล฾อ แต฽ละซี่
ล฾อแทนแกนกลางของกล฾องและตําแหน฽งของกล฾องก็อยู฽
ตรงปลายของซี่ล฾อ ตาํ แหน฽งจะแตกต฽างกนั ไป จากแกนถึง
แกน โดยระยะห฽างที่แน฽นอนเรียกว฽า “มุมกล้อง” ซึ่งเป็น
ส฽วนสําคญั ของการตัดต฽อ หัวใจสําคัญคือแต฽ละครั้งที่ cut
หรือ mix จากช็อตหนึ่งไปอีกช็อตหนึ่ง กล฾องควรมีมุมที่
แตกต฽างไปจากช็อตก฽อนหนา฾ นี้
สําหรับคนตดั ความแตกต฽างระหว฽างแกน ไม฽ควรมากกว฽า 180 องศา และมักจะน฾อยกว฽า
45 องศา เม่ือถ฽ายบคุ คลเดียวกนั ด฾วยประสบการณแรูปแบบนีอ้ าจดัดแปลงได฾อกี มาก
6. ความตอ่ เนือ่ ง (Continuity)
ทุกคร้ังที่ถ฽ายทําในมุมกล฾องใหม฽ (ในซีเควนสแเดียวกัน) นักแสดงหรือคนนําเสนอจะต฾อง
แสดงการเคลือ่ นไหวหรือทําท฽าเหมอื นเดิมทุกประการกบั ช็อตที่แล฾ว วิธีการน้ยี ังปรบั ใช฾กับ take ที่แปลก
ออกไปด฾วย
ความต่อเนือ่ งของเนือ้ หา (Continuity of content)
ควรมีความต฽อเนือ่ งของเน้ือหา เชน฽ นกั แสดงยกหูโทรศัพทแด฾วยมือขวาในช็อตแรก
ดงั นน้ั ก็คาดเดาได฾ว฽าหูโทรศัพทแยังคงอยู฽ในมอื ขวาในช็อตต฽อมา
งานของคนตัด คือ ทําให฾แน฽ใจว฽าความต฽อเน่ืองยังคงมีอยู฽ทุกคร้ังที่ทําการตัดต฽อใน
ซีเควนสแของช็อต
ความตอ่ เนือ่ งของการเคลื่อนไหว (Continuity of movement)
ความตอ฽ เนือ่ งยงั เกีย่ วข฾องกบั ทิศทางการเคลือ่ นไหว หากนักแสดงหรอื บคุ คลเคลื่อนที่
จากขวาไปซ฾ายในช็อตแรก ช็อตต฽อมาก็คาดเดาว฽านักแสดงหรือบุคคลจะเคลื่อนไหวไปในทิศทาง
เดียวกัน เว฾นแตใ฽ นช็อตจะให฾เหน็ การเปลี่ยนทิศทางจริง ๆ
ความต่อเนือ่ งของตาแหน่ง (Continuity of position)
ความต฽อเนื่องยังคงความสําคัญในเร่ืองของตําแหน฽งนักแสดงหรือบุคคลในฉาก หาก
นักแสดงอยู฽ทางขวามือของฉากในช็อตแรก ดังนั้นเขาจะต฾องอยู฽ขวามือในช็อตต฽อมาด฾วย เว฾นแต฽มีการ
เคลือ่ นไหวไปมาให฾เหน็ ในฉากถึงจะมีการเปลี่ยนไป

ห น้ า | 49

ความต่อเนือ่ งของเสียง (Continuity of sound)
ความต฽อเน่ืองของเสียงและสัดส฽วนของเสียงเป็นส฽วนที่สําคัญมาก ถ฾าการกระทํา
กําลังเกิดขึ้นในที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน เสียงจะต฾องต฽อเนื่องจากช็อตหนึ่งไปยังช็อตต฽อไป เช฽น
ในช็อตแรกถ฾ามีเคร่ืองบินในท฾องฟูาแล฾วได฾ยินเสียง ดังน้ันในช็อตต฽อมาก็ต฾องได฾ยินจนกว฽าเคร่ืองบินนั้น
จะเคลื่อนหา฽ งออกไป แมว฾ ฽าบางครงั้ อาจไม฽มภี าพเคร่ืองบินให฾เห็นในช็อตที่สอง แต฽ก็ไม฽ได฾หมายความว฽า
ไม฽จําเปน็ ต฾องมีเสียงตอ฽ เนือ่ งในชอ็ ตตอ฽ ไป
นอกจากนี้ ช็อตที่อย฽ูในฉากเดียวกันและเวลาเดียวกัน จะมีเสียงปูพื้น (Background
sound) ที่เหมือนกัน เรียกว฽า background ambience, atmosphere หรือเรียกย฽อ ๆ ว฽า atmos ซึ่งต฾องมี
ความตอ฽ เนื่อง

การตดั (The Cut)

การตัดเป็นวิธีการเชื่อมต฽อภาพที่ธรรมดาที่สดุ ที่ใช฾กัน เป็นการเปลี่ยนในพริบตาเดียวจากช็อต
หน่งึ ไปอีกช็อตหนึ่ง ถ฾าหากทําอย฽างถกู ต฾องมันจะไม฽เป็นที่สังเกตเห็น ในบรรดาวิธีการเชื่อมภาพ 3 แบบ
การตดั เป็นสิ่งที่ผู฾ชมยอมรับว฽าเป็นรปู แบบของภาพที่เป็นจริง

การตัดใชใ้ นกรณที ่ี
1. เปน็ การกระทําที่ตอ฽ เนื่อง
2. ต฾องการเปลี่ยนจดุ สนใจ
3. มีการเปลี่ยนแปลงของข฾อมลู หรอื สถานทีเ่ กิดเหตุ

ห น้ า | 50

การตัดทด่ี ีมาจากความรเู้ บือ้ งตน้ 6 ประการ

1. แรงจูงใจ (Motivation) ควรต฾องมีเหตุผลในการตัด
ยิ่งคนตัดมีทักษะมาก ก็ยิ่งง฽ายที่จะหาหรือสร฾างแรงจูงใจสําหรับการตัด เนื่องจากมี

พัฒนาการที่มากขึ้นในการรับร฾ูว฽าจุดไหนการตัดต฽อควรจะเกิดขึ้น จึงเข฾าใจได฾ง฽ายกว฽าการตัดก฽อนเกิด
แรงจูงใจหรอื การตัดล฽วงหนา฾ (early cut)

การตัดหลงั แรงจงู ใจ เรยี กว฽า การตัดชา้ (late cut)
ความคาดหวังของผู฾ชม สามารถมาหลังหรือมาก฽อนได฾ ขึ้นอย฽ูกับว฽าผ฾ูตัดจะใช฾วิธีการตัด
ล฽วงหน฾าหรอื การตดั ช฾า
2. ข้อมลู (Information) ภาพใหมค฽ วรมีขอ฾ มลู ใหม฽เสมอ
3. องค์ประกอบภาพ (Composition) แต฽ละช็อตควรจะมีองคแประกอบภาพหรือกรอบภาพ
ของชอ็ ตทีม่ ีเหตุมีผล
4. เสียง (Sound) ควรรปู แบบของเสียงทีต่ ฽อเนอ่ื งหรอื มพี ฒั นาการของเสียง
5. มมุ กลอ้ ง (Camera angle) ช็อตใหม฽แต฽ละช็อต ควรมีมมุ กล฾องที่แตกต฽างจากช็อตเดิม
6. ความต่อเนื่อง (Continuity) การเคลื่อนไหวหรือการกระทํา ควรชัดเจนและมีความ
เหมอื นกนั ในชอ็ ต 2 ชอ็ ต ทีจ่ ะตดั เข฾าด฾วยกนั

ขอ้ พิจารณาท่วั ไป

เมื่อการตัดกลายเป็นสิง่ ทีส่ งั เกตได฾หรอื สะดดุ มันเรียกว฽า การตดั กระโดด (Jump Cut)
การตัดแบบกระโดดมีบทบาทเปน็ เหมอื นการพักในการเชื่อมจากชอ็ ตหนง่ึ ไปยงั ช็อตต฽อไป

หากเปน็ มอื ใหม฽ ควรพยายาม ตดั แบบตอ่ เนือ่ ง (clear cut) เสมอ และถือว฽าตัดกระโดดเป็น
การตดั ทีไ่ ม฽น฽าพึงพอใจจนกว฽าคณุ จะร฾ูวา฽ จะใช฾มันอย฽างไร

ที่ดที ี่สุดแลว฾ การตัดแต฽ละครั้งควรประกอบด฾วยความรเ฾ู บือ้ งตน฾ ท้ัง 6 ส฽วน แต฽ไม฽ต฾องทุกคร้ังที่
ตัด ขอ฾ แนะนํา คือ พยายามให฾มีมากที่สุดเท฽าทีจ่ ะทาํ ได฾ ข้นึ อย฽ูกับชนิดของการตดั ตอ฽

ผตู฾ ัดควรรู฾จกั ความรเู฾ บอื้ งตน฾ นี้อย฽างลึกซึ้ง ดังน้ันเวลาดูฟุตเทจ (footage) ก็ควรจะตรวจสอบ
ด฾วยความรเู฾ บือ้ งตน฾ 6 ประการนีเ้ ท฽าทีจ่ ะทําได฾ทกุ ครั้ง

ห น้ า | 51

การผสมภาพ (The Mix)

การผสมภาพรู฾จักกันในชื่อว฽า การเลือนภาพ (The Dissolve) การเลือนทับ (The Lap
Dissolve) หรือการเกยทับ (The Lap) นี่เป็นวิธีการเชื่อมจากช็อตหนึ่งไปยังอีกช็อตหนึ่งที่ใช฾กันท่ัวไป
มากเป็นลําดับที่ 2 ทําได฾โดยการนําช็อตมาเลือนทับกัน ดังนั้นตอนใกล฾จบของช็อตหนึ่ง ช็อตใหม฽จะ
ค฽อย ๆ เด฽นขนึ้ มา เมื่อชอ็ ตเก฽าจางหายไปชอ็ ตใหม฽กจ็ ะเข฾มข้ึน การเช่อื มภาพลักษณะนีเ้ หน็ ได฾ชดั มาก

จุดกึง่ กลางของการผสมภาพ คือ เมือ่ ภาพแต฽ละภาพเข฾มเท฽า ๆ กนั เปน็ การสรา฾ งภาพใหม฽
การผสมภาพต฾องใชด฾ ฾วยความระมดั ระวงั เปน็ อย฽างมากและใช฾อย฽างถูกต฾อง ดงั น้ี

 เมื่อมีการเปลีย่ นแปลงทันเวลา
 เมือ่ ตอ฾ งการใหเ฾ วลายืดออกไป
 เมือ่ มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่
 เม่ือมีความสัมพันธแของภาพที่ชัดเจน ระหว฽างภาพที่กําลังจะเลือนออกไปและภาพที่
กําลงั จะเข฾ามาแทน
ความรเู้ บื้องต้น 6 ประการในการผสมภาพ
1. แรงจูงใจ (Motivation) ควรต฾องมีเหตุผลในการผสมภาพเสมอ
2. ขอ้ มูล (Information) ภาพใหม฽ควรมขี ฾อมลู ใหมเ฽ สมอ
3. องคป์ ระกอบภาพ (Composition) ช็อต 2 ช็อตที่ผสมเข฾าด฾วยกันควรมีองคแประกอบ
ภาพที่เกยทบั กนั ได฾ง฽ายและหลีกเลี่ยงภาพทีจ่ ะขดั กัน
4. เสียง (Sound) เสียงของทั้ง 2 ช็อต ควรจะผสานเข฾าด฾วยกนั
5. มุมกลอ้ ง (Camera angle) ช็อตทีผ่ สมกนั ควรมีมมุ กล฾องที่ต฽างกนั
6. เวลา (Time) การผสมภาพ ใชเ฾ วลาอย฽างนอ฾ ย 1 วินาทีและมากสุด 3 วินาที
ด฾วยเคร่ืองมือที่ทันสมัย ทําให฾การผสมภาพแบบเร็วมากและแบบช฾ามากหรือการผสมภาพ
4 เฟรม สามารถทาํ ได฾ง฽ายหรือสามารถผสมภาพได฾นานเท฽าความยาวของช็อตเลยทีเดียว
หาก mix หรอื dissolve นานไปหรอื ส้ันไป (20 เฟรมหรือน฾อยกว฽า) ก็ไม฽ดี และเพื่อให฾การผสม
ภาพได฾ผลควรใช฾เวลาอย฽างนอ฾ ย 1 วนิ าที หากการผสมภาพยืดออกไปจะยิ่งทาํ ให฾คนดสู บั สนมากขึ้น

ห น้ า | 52

การเลอื นภาพ (The Fade)

การเลือนภาพ เป็นการเชื่อมภาพที่ค฽อยเป็นค฽อยไปจากภาพใดภาพหนึ่งไปยังฉากดําสนิท
หรอื ขาวท้ังหมด หรอื จากจอดาํ หรือขาวไปยงั ภาพใดภาพหน่งึ

การเลือนภาพ มี 2 ลกั ษณะ ได฾แก฽
1. การเลือนภาพออก (fade out) เปน็ การเชือ่ มของภาพไปจอดาํ
2. การเลือนภาพเข้า (fade in) หรอื เลือนขึน้ (fade up) เป็นการเชื่อมภาพจากจอ

ดาํ ไปยงั ภาพ

การเลือนภาพเข้า ใช้เมื่อ การเลือนภาพออกใช้เมือ่
- เริม่ ต฾นเรื่อง - จบเร่อื ง
- เริม่ ต฾นตอน บท หรือฉาก - จบตอน ฉาก หรือองกแ
- มีการเปลีย่ นเวลา - มีการเปลีย่ นเวลา
- มีการเปลี่ยนสถานที่ - มีการเปลีย่ นสถานที่

การเลือนภาพออกและเลือนภาพเข฾ามักจะตัดไปด฾วยกัน โดยใช฾สีดํา 100% หายากที่จะใช฾สี
ขาว 100% และจะใช฾ตอนจบฉากหนึง่ และเรม่ิ ฉากใหม฽ และใช฾เพื่อแยกเวลาและสถานที่ด฾วย

ห น้ า | 53

ความร้เู บือ้ งตน้ 3 ประการของการเลือนภาพ

การเลือนภาพต฾องการ 3 องคแความรู฾ จากความรู฾เบื้องต฾น 6 ประการ ได฾แก฽
1. แรงจงู ใจ (Motivation) ควรมีเหตุผลที่ดใี นการเลือนภาพเสมอ
2. องค์ประกอบภาพ (Composition) ควรวางองคแประกอบของช็อตก็ให฾เป็นไปตาม

ลกั ษณะการเช่อื มภาพไปฉากดํา คือค฽อย ๆ ดาํ ทั้งภาพ น่ันหมายความว฽าไม฽ต฽างกันมากระหว฽างส฽วน
ต฽างทีส่ ดุ ของภาพและสว฽ นมืดที่สดุ

3. ความรู้เร่ืองเสียงของภาพ (Sound) ควรใกล฾เคียงกับบางรูปแบบของจุด Climax
หรอื ตอนจบสําหรับการเลือนภาพออก และตรงข฾ามสาํ หรับเลือนภาพเข฾า

ประเภทของการตัดต่อ

การตดั ตอ฽ มี 5 ประเภท :
1. ตดั ต฽อการกระทาํ (action edit)
2. ตดั ต฽อตําแหน฽งจอ (screen position edit)
3. ตดั ต฽อรูปแบบ (form edit)
4. ตัดตอ฽ ที่มเี รื่องราว (concept edit)
5. ตัดต฽อแบบผนวก (combined edit)

ผู฾ตัดต฾องจําประเภทท้ังหมดของการตัดต฽อและรู฾ว฽าทําอย฽างไร และต฾องสามารถ
แยกแยะความรท฾ู ีต่ ฾องใช฾ในการตัดตอ฽ ได฾

ห น้ า | 54

1. การตดั ตอ่ การกระทา (The action edit)

บางครั้งเรียกการตัดต฽อความเคลื่อนไหวหรือตัดต฽อความต฽อเน่ือง เกือบจะใกล฾เคียง
การตัดชนภาพ การตดั ตอ฽ การเคลือ่ นไหวที่ง฽ายที่สุด เช฽น การยกหโู ทรศพั ทแ

การตัดต฽อการกระทํา ต฾องมีความร฾ูเบื้องต฾น 6 ประการ หรือเกือบครบ 6 ประการ คือ
แรงจงู ใจ ข฾อมูล องคแประกอบของชอ็ ต เสียง มมุ กล฾องใหม฽ และความตอ฽ เนื่อง

ตัวอยา่ ง “ผช฾ู ายคนหนง่ึ กําลงั นงั่ อยู฽ทีโ่ ต฿ะ เสียงโทรศัพทแดังขนึ้ เขายกหโู ทรศพั ทแขึน้ แลว฾ พดู ตอบโต฾”

พิจารณา 2 ช็อต และชีแ้ จงตามความรู฾ 6 ประการ
1. แรงจูงใจ Motivation เม่ือโทรศัพทแดัง เรารู฾ว฽าผ฾ูชายคนนั้นจะหยิบหูโทรศัพทแและพูด

ตอบโต฾ น฽าจะเป็นแรงจงู ใจที่ดที ี่จะทาํ การตัดตอ฽
2. ข้อมูล Information ในภาพระยะไกล (LS) เราสามารถเห็นสํานักงาน ผู฾ชายคนนั้น

น่งั อย฽างไรและทําอย฽างไร ภาพระยะใกล฾ปานกลางหรอื MCU บอกเรามากขึ้นเกี่ยวกับชายคนน้ัน ตอนนี้
เราสามารถเห็นรายละเอียดมากขึน้ ว฽าเขามหี นา฾ ตาท฽าทางเปน็ อย฽างไร สําคัญยิ่งไปกว฽านั้น ปฏิกิริยาของ
เขาต฽อเสียงโทรศัพทแที่ดังขึ้น ใน MCU เราสามารถเห็นภาษาท฽าทางบางอย฽าง ดังน้ัน MCU บอกข฾อมูล
แก฽เรา

3. องค์ประกอบของช็อต Shot composition องคแประกอบของช็อตในภาพ LS เป็น
การสร฾างเร่ืองที่มีเหตุมีผล แม฾แต฽ให฾มีต฾นไม฾เป็นฉากหน฾า ซึ่งบอกลักษณะความคิดท่ัว ๆ ไปของ
สํานักงานและผ฾ูชายถูกเสนออย฽างชัดเจนว฽ากําลังทํางานอยู฽ที่โต฿ะของเขา ภาพ MCU จะให฾ความสมดุล
เร่ืองช฽องว฽างบนศีรษะถูกต฾อง แม฾ว฽าคนตัดที่มีประสบการณแอาจแย฾งว฽าน฽าจะขยับจอไปทางขวาอีก
เพือ่ ให฾มพี ืน้ ที่แก฽โทรศัพทแเคลื่อนไหวบ฾าง แตใ฽ นเรอ่ื งองคแประกอบของชอ็ ตก็เปน็ ที่ยอมรับได฾

4. เสียง Sound ควรมีเสียงหรือบรรยากาศของฉากหลังเหมือนกันทั้ง 2 ช็อต ซึ่ง
บรรยากาศเป็นเสียงการจราจรอันว฽ุนวายข฾างนอกเบา ๆ หรือเสียงภายในสํานักงาน ควรจะให฾เสียงมี
ความตอ฽ เนื่องท้ัง 2 ชอ็ ต

5. มมุ กล้อง Camera angle
ในภาพ LS มมุ กล฾องอยท฽ู ี่ 45 องศา เกือบจะอยู฽ด฾านข฾าง
ในภาพ MCU มมุ กล฾องอย฽ูตรงหน฾าบุคคลโดยตรง มมุ กล฾องท้ัง 2 มคี วามแตกต฽างกัน

6. ความต่อเนื่อง Continuity จากภาพ LS การเคลื่อนไหวของแขนคนกําลังยก
หโู ทรศพั ทแ ควรต฽อเนอ่ื งมายงั MCU คือใชแ฾ ขนขา฾ งเดียวกันยกหโู ทรศพั ทแ

หากการตัดต฽อมีองคแประกอบหลักท้ัง 6 ประการนี้ จะมีความเนียน ไม฽สะดุด และภาพ
เร่อื งราวก็จะไหลลื่นไปโดยไม฽หยุด

ห น้ า | 55

2. การตัดต่อตาแหนง่ ภาพ (The screen position edit)

การตัดต฽อชนิดนี้บางคร้ังเรียกว฽า การตัดต฽อทิศทาง (a directional edit) หรือการตัดต฽อ
สถานที่ (a placement edit) อาจเป็นการตัดชนภาพ (Cut) หรือการผสมภาพ (Mix) แต฽มักจะเป็นการ
ตดั ชน หากว฽าไม฽มกี ารเปลี่ยนของเวลา

การตัดแบบนี้ มักจะมีการวางแผนไว฾ต้ังแต฽ช฽วงก฽อนถ฽ายทํา หรือช฽วงระหว฽างการถ฽ายทํา
ขึน้ อย฽ูกับการกระทาํ ของช็อตแรกที่บงั คับหรอื กํากบั ให฾สายตาของคนดไู ปยังตําแหน฽งใหมบ฽ นจอ

ตวั อยา่ ง 1
นักเดินทาง 2 คน หยุดเดินเม่ือพวกเขาเห็นและชี้รอยเท฾าของคนที่พวกเขากําลังตามหา

ทั้ง 2 ช็อตนี้ จะตัดชนภาพเข฾าด฾วยกัน มุมกล฾องต฽างกันและมีความต฽อเน่ืองของเท฾าหรือขาที่
เคลื่อนไหว มีข฾อมูลใหม฽ และมีความต฽อเนื่องของเสียง มีแรงจูงใจ คือ พวกเขากําลังชี้ลงไปอย฽าง
จรงิ จัง และองคแประกอบของชอ็ ตก็ใช฾ได฾ผล

การตัดต฽อ ประกอบด฾วยความร฾ูเบื้องต฾น 6 ประการ เป็นการตัดต฽อที่ได฾ผล และภาพ
ของการดาํ เนินเรื่องไม฽ถกู ขดั จงั หวะ

ตัวอย่าง 2

ผห฾ู ญิงคนหนง่ึ กบั ปืนที่กําลงั จอ฽ ออกไปนอกตัว

การตัดชนภาพจะได฾ผลอกี ครั้ง เพราะมีเหตุผลตามทีก่ ล฽าวในตวั อย฽าง 1

ห น้ า | 56

ตัวอยา่ ง 3

ที่เวทีแห฽งหนึ่ง โฆษกรายการกําลังประกาศการแสดงต฽อไป “เอาละครับ ท฽านสุภาพสตรี
และสุภาพบรุ ุษ” เขาตะโกน ผายมือไปทางขา฾ งเวที “ขอต฾อนรับ...ปอมพิสโต฾ผ฾ูยิ่งใหญ฽!!”

อีกคร้ังที่ช็อตทั้งสองนาํ มาตดั ต฽อเข฾าด฾วยกนั
มุมกล฾องแตกต฽างกัน
มีข฾อมูลใหม฽ เรายังไม฽เห็นปอมพิสโต฾ผู฾ยิ่งใหญ฽มาก฽อน และเราต฾องการรู฾ว฽าหน฾าตาเขาเป็น
อย฽างไร
เสียงน฽าจะเสนอให฾ยิ่งเป็นไปได฾มากขึ้น การตัดชนทั้งเสียงปรบมือ หรือตอนพูดว฽ า
“ขอต฾อนรับ” หรอื หลงั จากคําพูด ถ฾าคณุ อยากยืดเวลาเข฾าของปอมพิสโต฾ผย฾ู ิง่ ใหญ฽
มีแรงจูงใจในการตดั ชนภาพ ดังนนั้ สังเกตได฾ว฽า ผู฾ชมได฾รับการบอกกล฽าวว฽า พวกเขากําลังจะ
ได฾พบกบั ปอมพิสโต฾ ดงั นนั้ ก็พบเขากนั เลย
องคแประกอบของชอ็ ตกไ็ ด฾ผล
การตดั ตอ฽ ตาํ แหน฽งจอ ไม฽จาํ เป็นต฾องมีครบองคแความรู฾ทั้ง 6 ประการ อย฽างไรก็ตาม ถ฾ายิ่งมี
มากก็ยิง่ ดี

3. การตดั ตอ่ รปู แบบ (The Form Edit)

เปน็ การอธิบายที่ดที ี่สุดของการเช่อื มจากชอ็ ตหนง่ึ ซึง่ มกี ารแสดงรูป, สี, มิติหรือเสียงไป
ยงั อีกชอ็ ตหนึ่ง ซึง่ มีการแสดงรปู ทรง สี มิติ หรอื เสียงทีส่ ัมพันธแกัน

หากมีเสียงเป็นแรงจงู ใจ การตดั ตอ฽ รปู แบบสามารถเปน็ การตัดชนได฾ แต฽ส฽วนใหญ฽แล฾วจะเป็น
การผสม หลกั การน้ีเป็นจริงเมื่อมีการเปลีย่ นแปลงสถานที่ และ/หรือบางครั้งเมือ่ เวลาเปลี่ยน

ตวั อย่าง 1

ในห฾องที่ร฾อนชื้นของบรรดาฑูต นักหนังสือพิมพแรอคอยการปล฽อยเฮลิคอปเตอรแ
เพื่อที่จะพาพวกเขาให฾เปน็ อิสระ บนฝาู เพดานมพี ัดลมเพดานหมุน เฮลิคอปเตอรแมาถึง

การตดั ตอ฽ สามารถทําได฾ท้ังตัดชนหรือผสม การผสมภาพจะชี้ถึงความแตกต฽างระหว฽าง
เหตุการณใแ นเวลาที่ยิง่ ใหญ฽

รูปแบบ อาจเป็นการหมุนของพัดลมซึ่งสัมพันธแกับรูปแบบการหมุนข องใบพัด
เฮลิคอปเตอรแ เสียงอาจเกยทบั กันเพื่อสรา฾ งความเข฾าใจล฽วงหนา฾ หรอื ทีหลัง

ห น้ า | 57

ตวั อย่าง 2

การตัดรูปแบบใช฾กันบ฽อยในโฆษณา ในที่นี้บุคคลกําลังยืนพิงเลียนแบบตัวสัญลักษณแ
บริษัท ปัญหาใหญ฽ในการตัดต฽อรูปแบบ คือ การตัดอาจดูเหมือนเป็นการประดิษฐแเกินไป หากใช฾
บ฽อย ๆ รูปแบบการตดั ตอ฽ อาจเดาได฾

ความงามของการตัดต฽อรูปแบบสามารถเห็นได฾เม่ือมันถูกทําดี ๆ และเม่ือนําไปรวมกับ
การตดั ตอ฽ ชนิดอ่นื ๆ จะกลายเป็นสิง่ ที่ไม฽มากจนกินไป

4. การตัดต่อทม่ี ีเรือ่ งราว (The Concept Edit)

บางคร้ังเรียกการตัดต฽อที่เคลื่อนไหวหรือการตัดต฽อความคิด เป็นการเสนอความคิดที่
บริสุทธิ์ล฾วน ๆ เพราะว฽า 2 ช็อตที่ถูกเลือกและจุดที่ทําการตัดต฽อ การตัดต฽อเร่ืองราวนี้เป็นการปูเร่ือง
ในหัวเรา

การตัดตอ฽ ทีม่ เี รือ่ งราว สามารถครอบคลุมถึงการเปลี่ยนสถานที่ เวลา ผู฾คน และบางคร้ัง
ก็เป็นตัวเรื่อง มนั สามารถทาํ ได฾โดยไม฽มกี ารสะดดุ ของภาพ

ถ฾าเป็นการตัดต฽อที่มีเร่ืองราวที่ดี มันสามารถบอกอารมณแเป็นอารมณแดราม฽าและสร฾าง
ความลึกซึง้ แตท฽ ํายาก ถ฾าไม฽ได฾วางแผนเป็นอย฽างดแี ล฾วความไหลลืน่ ของข฾อมลู ภาพอาจชะงกั งันไปเลย

5. การตัดต่อแบบผนวก (The combined edit)

เป็นการตัดต฽อที่ยากที่สุดแต฽มีพลังมากที่สุด การตัดแบบผนวกนี้เป็นการรวมการตัดต฽อ
2 แบบหรอื มากกว฽าน้ันจากการตดั ต฽อทั้ง 4 แบบที่กล฽าวมา

เพื่อให฾การตัดแบบผนวกได฾ผลดี ผู฾ตัดจําเป็นต฾องจําทั้งเสียงและภาพที่ใช฾ได฾ในแต฽ละช็อต
ดังนน้ั การตดั แบบนีค้ วรได฾รบั การวางแผนเป็นอย฽างดที ั้งก฽อนการถ฽ายทาํ และขณะถ฽ายทาํ

ห น้ า | 58

แบบฝึกหดั ทัว่ ไป
แบบฝกึ หัดทั่วไปของการตัด มกี ารเปลีย่ นแปลง พัฒนา แก฾ไข และสืบทอดจากคนตัดรุ฽น

แล฾ว รุ฽นเล฽ามาหลายปี มันอย฽ูบนรากฐานของสิ่งที่ผ฾ูตัดพบเจอในการทํางาน บางครั้งเหตุผลว฽า
ทําไมแบบฝึกหัดที่มีไม฽กระจ฽างชัด โดยเฉพาะสําหรับผ฾ูเร่ิมต฾น ถ฾าเป็นเช฽นน้ันคงต฾องให฾หลับหู
หลบั ตายอมรับจนกว฽าจะมีประสบการณทแ ี่มากขึ้นถึงจะเข฾าใจแบบฝกึ หัด น฽าจะเป็นการรวบรวมใน
ส฽วนทีเ่ กี่ยวข฾องเกือบท้ังหมด

แบบฝึกหดั ทั่วไป (General Practice)

วิธีการฝึกตัดต฽อโดยท่ัวไปมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาและปรับปรุงมาโดยตลอด ขึ้นอย฽ูกับ
นักตัดต฽อในแต฽ละช฽วงวา฽ ได฾พบอะไรบ฾างจากการทาํ งาน บางอย฽างอาจจะทําให฾ผ฾ูเริ่มต฾นร฾ูสึกสับสน
แตเ฽ มือ่ มีประสบการณแเพิ่มข้นึ กจ็ ะทาํ ให฾วิธีการฝึกนั้นชัดเจนขนึ้

หลกั การของการตดั ต่อโดยทวั่ ไป คือ

1. เสียงและภาพน้ันคอื ส฽วนที่เสริมซึง่ กันและกัน
2. ภาพใหม฽ควรให฾ขอ฾ มูลใหม฽
3. ควรมีเหตุผลสําหรบั ทุกภาพทีต่ ดั
4. ให฾ระวงั เรื่อง “การขา฾ มเส฾น”
5. เลือกแบบการตัดทีเ่ หมาะสมกบั เรื่อง
6. ยิ่งตัดต฽อดี ยิ่งดูลน่ื ไหล
7. การตดั คือการสร฾างสรรคแขนึ้ มาใหม฽

ห น้ า | 59

Working Practice แบบฝึกหัดปฏิบตั ิ

จะเปน็ แนวทางวิธีการตดั เทคนิคพิเศษ แต฽ทั้งนที้ ั้งน้ันทุกอย฽างก็อาจเปลี่ยนได฾ขึ้นอย฽ูกับแฟชั่น
ในแต฽ละยุคสมยั ลกั ษณะความชืน่ ชอบของคนดูและเทคโนโลยี

1. อย฽าตัดชนเฟรมทีไ่ ม฽เท฽ากัน ให฾สงั เกตที่ช฽องว฽างบนศีรษะ (headroom) ของภาพ
2. ให฾ระวังภาพทีม่ วี ตั ถุอย฽ูใกล฾กับศรี ษะตวั ละคร
3. หลีกเลี่ยงภาพที่มขี อบข฾าง (Frame edge) ไปตดั ตวั บุคคล
4. ตดั ภาพที่มี Background เหมอื นกนั เชน฽ ถ฾าชัดตืน้ ก็ชัดต้ืนเหมือนกนั
5. เมือ่ ตัดหนังแนวดราม฽า อย฽าตดั ในจงั หวะที่ตัวละครหยดุ พดู ทันที
6. ควรมีภาพรบั ค฽ูสนทนาแทรกดีกว฽าการพูดทีละคน
7. เวลาตัดต฽อบทสนทนา (Dialog) ควรมีการรบั หนา฾ คู฽สนทนา
8. เวลาถ฽าย 3 ตัวละคร อย฽าตัด 2 shotไป 2 shot
9. ควรใช฾ภาพ CU สําหรบั ตัวละครตัวเดียว
10. ถ฾าตวั ละครตัวเดียวใหห฾ ลีกเลี่ยงการใชภ฾ าพมุมเดิม
11. เวลาตัดจงั หวะ “ลุกหรอื นั่ง” ให฾สายตาของตัวละครอย฽ูในเฟรมนานทีส่ ดุ
12. เม่อื ตดั ไปภาพ CU ให฾เลือกภาพทีม่ ี Action ช฾าที่สดุ
13. พยายามเลือกภาพทีใ่ ช฾ Tracking ดีกว฽า Zoom
14. อย฽าใช฾ภาพ Track out ระหว฽าง Cut
15. เวลาตัด Pan Shot ให฾ใชภ฾ าพคนทีเ่ ดินไปในทิศทางเดียวกนั
16. เวลาตัด Pan, Track อย฽าตดั ไปที่ภาพนิ่ง
17. อย฽าข฾าม Line 180
18. เวลาตดั 2 Shot อย฽าตัดไปภาพ 2 Shot ของวัตถุเดิม
19. เวลาตัดภาพคุยโทรศัพทแ ให฾ตัวละครอย฽ูคนละฝั่งกนั
20. เวลาคนเดินออกด฾านซ฾าย กต็ ฾องเข฾ามาทางขวาของเฟรม
21. อย฽าตัดภาพที่จดุ สนใจเดียวกัน
22. เม่อื ใช฾ภาพ CU ติด ๆ กัน แล฾วควรตัดกลับมาที่ภาพ LS
23. หลังจากแนะนําตัวละครใหมแ฽ ล฾วให฾ตดั เข฾ามาที่ภาพ CU
24. เมือ่ ตัดเข฾าฉาก (Scene) ใหม฽ให฾ใชภ฾ าพ LS
25. หลีกเลีย่ งการตัดจากภาพ LS มาภาพ CU ของตวั ละครเดิมทันที
26. อย฽าตดั เข฾าภาพดําทนั ที
27. ควรให฾เสียงเข฾ามาก฽อนภาพ 12-24 เฟรม
28. จบเพลงควรจบภาพ

ห น้ า | 60

ภาพประกอบ WORKING PACTICE

ภาพที่ 1 อย฽าตดั ชนเฟรมที่ไม฽เท฽ากนั ให฾สงั เกตที่ช฽องว฽างบนศรี ษะ (headroom) ของภาพ

ภาพที่ 2 ให฾ระวังภาพทีม่ วี ัตถอุ ยู฽ใกล฾กับศรี ษะตัวละคร

ห น้ า | 61

ภาพที่ 3 หลีกเลีย่ งภาพที่มีขอบข฾าง (Frame edge) ไปตดั ตัวบคุ คล

ภาพที่ 4 ตดั ภาพที่มี Background เหมอื นกัน
4.1

ห น้ า | 62
4.2

ภาพที่ 8 เวลาถ฽าย 3 ตวั ละคร อย฽าตดั 2 shot ไป 2 shot

ห น้ า | 63

ภาพที่ 9 ควรใช฾ภาพ CU สาํ หรับตัวละครตัวเดียว
9.1

9.2

ห น้ า | 64

ภาพที่ 10 ถ฾าตวั ละครเดียว ให฾หลีกเลี่ยงการใช฾ภาพมุมเดิม

ภาพที่ 11 เวลาตัดจงั หวะ “ลุกหรอื น่งั ” ให฾สายตาของตัวละครอย฽ูในเฟรมนานที่สุด

ห น้ า | 65

ภาพที่ 12 เมือ่ ตดั ไปภาพ CU ให฾เลือกภาพที่มี action ช฾าที่สุด

ภาพท่ี 13 พยายามเลือกภาพทีใ่ ช฾ Tracking ดีกว฽า zoom

ห น้ า | 66

ภาพที่ 15 เวลาตดั pan shot ให฾ใชภ฾ าพคนทีเ่ ดินไปในทิศทางเดียวกนั

ภาพที่ 16 เวลาตดั pan, track อย฽าตดั ไปทีภ่ าพนิ่ง

ห น้ า | 67

ภาพที่ 17 อย฽าข฾าม line 180

ภาพที่ 18 เวลาตัด 2 shot อย฽าตดั ไปภาพ 2 shot ของวัตถเุ ดิม

ห น้ า | 68

ภาพที่ 19 เวลาตดั ภาพคุยโทรศพั ทแ ให฾ตวั ละครอย฽ูคนละฝ่ังกนั

ภาพที่ 20 อย฽าตดั ภาพทีจ่ ุดสนใจเดียวกัน

ห น้ า | 69

ภาพที่ 21 เมือ่ ใช฾ภาพ CU ติด ๆ กนั แล฾วควรตัดกลับมาที่ภาพ LS

ภาพที่ 22 เมื่อตดั เข฾าฉาก (Scene) ใหม฽ให฾ใช฾ภาพ LS

ห น้ า | 70
ภาพที่ 23 หลีกเลีย่ งการตัดจากภาพ LS มาภาพ CU ของตวั ละครเดิมทนั ที

ภาพที่ 24 อย฽าตดั เข฾าภาพดาํ ทันที

ห น้ า | 71

แบบฟอรม์
แผนการจัดการเรียนการสอน

ด้วย VDO CLIP

ห น้ า | 72

โครงสร้างรายวิชา

กลุ฽มสาระการเรียนร฾ู.....................................................................โรงเรียน..........................................
รหัสวิชา......................รายวิชา.....................................................ภาคเรียนที.่ ....... ปีการศกึ ษา ..........
ระดบั ช้ัน.............................................. เวลาเรียน ............ ช่ัวโมง จาํ นวน..........................หน฽วยกิต

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

ชื่อหน฽วย หวั ข฾อเร่อื ง เวลา กิจกรรม ผลงาน/ชิ้นงานที่ การประเมนิ

การเรียน (topic) (ชั่วโมง) การเรียนการสอน แสดงความเข฾าใจ การเรียนร฾ู

ห น้ า | 73

แผนการจัดการเรียนรู้ (รายหน่วย)

หนว฽ ยการเรียนร฾ูที.่ ...............เรื่อง.........................................................................................................
รหัส..................ชือ่ รายวิชา...............................................กล฽ุมสาระการเรียนรู฾....................................
ช้ัน............ภาคเรียนที่..........เวลา..................ชัว่ โมง ผสู฾ อน ..........................................................

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…...…………………………………………………………………………………………………………….……….…………………………………….

ตัวชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้สู ู่ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ด้านทักษะ/กระบวนการ/กระบวนคิด (P)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สาระสาคญั
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สาระการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ห น้ า | 74

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (รปู แบบการสอน/เทคนิคการสอน)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สือ่ /แหลง่ เรียนรู้

สื่อ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

แหล่งเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
การประเมิน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ห น้ า | 75

แผนการจดั การเรียนรู้

หนว฽ ยการเรียนรท฾ู ี.่ .................เรอ่ื ง................................................กล฽ุมสาระการเรียนรู฾.......................
แผนการจดั การเรียนร฾ูที่..................เรื่อง………………………………………………………………………………………..……….
รหสั ....................ชือ่ รายวิชา........................................ช้ัน..............ภาคเรียนที.่ .......เวลา...........ชัว่ โมง
สอนวนั ที่ ...........................................................................................................................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สตู่ วั ชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้

2.1 ดา้ นความรู้ (K)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

2.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ/กระบวนคดิ (P)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

2.3 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. สาระสาคญั
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ห น้ า | 76

4. สาระการเรียนรู้
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
5. คาถามสาคัญ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (รปู แบบการสอน/เทคนิคการสอน)
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
7. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร฽องรอยแสดงความร)ู฾
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
8. การจดั บรรยากาศเชิงบวก
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ห น้ า | 77

9. สื่อ/แหลง่ เรียนรู้

9.1 สื่อ

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

9.2 แหลง่ เรียนรู้

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

10. การประเมินการเรียนรู้

ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

11. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ฾ามี)

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

12. ความรเู้ พิ่มเติม (ถ฾ามี)

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

13. ใบงาน (แนบไว฾ท฾ายแผน)

...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

14. เกณฑ์ประเมินใบงาน (Rubrics scoring)

ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ

ห น้ า | 78

15. การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ (บนั ทึกหลังสอน)
ผลการจดั การเรียนรู้ ปญั หาและอปุ สรรค ข้อเสนอแนะและแนวทางแกป้ ญั หา

ลงชือ่ ……………………………………………………………
(……………………………......................................)

วันที่ ……..…./…………./………..

16. ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรอื ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
(ตรวจสอบ, นิเทศ, เสนอแนะ, รับรอง)

…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ………………………………………. ลงช่อื ……………………………………….
(…………………..…………………………..) (…………………..…………………………..)
หวั หน้ากลมุ่ สาระ………………………..…….. หวั หน้าวิชาการ…………………….……..

รับทราบ

ลงช่อื ……………………………………….
(…………………..…………………………..)
รองผู้อานวยการกลุ่มงานวิชาการ

ห น้ า | 79

อธิบายศัพท์ภาพยนตร์

คาศพั ท์ ความหมาย

1 Atmosphere, atmos คาํ ศัพทแทั่วไปทีใ่ ชเ฾ รียกตวั แสดงประกอบต฽าง ๆ ที่ปรากฏตัว
ปะปนอย฽ูในฝูงชนกล฽ุมใหญ฽ ๆ ในภาพยนตรแ นอกจากนี้ยังใช฾
หมายความถึงอารมณแที่สร฾างจากองคแประกอบย฽อยหลายๆ
อย฽าง ในภาพยนตรเแ รือ่ งหน่งึ ๆ ซึ่งรวมถึง เสียงองคแประกอบ
ของภาพ จังหวะ มุม ฉาก ลลี าการแสดง การแต฽งหน฾า และ
การจัดแสง ผู฾กํากับภาพยนตรแที่มีความสามารถในการ
ส ร฾า งอ าร ม ณแ หรื อ บ ร ร ย า ก า ศใ น ภ าพ ย น ต รแ ไ ด฾ เ ป็ น อ ย฽ า ง
ดีเยีย่ ม

2 Background ambience เสียงบรรยากาศ เสียงเพลงเบา ๆ ประกอบในภาพยนตรแ

3 BCU/ECU ภาพระยะใกล฾มากของบุคคลหรือวัตถุ ถ฾าเป็นภาพของ
(Big หรอื Extreme Close-up) บุคคลจะเห็นเฉพาะบางส฽วนของใบหน฾าเท฽าน้ัน เช฽น ตา
ปาก ใบหู ใช฾มากในภาพยนตรแประเภทเขย฽าขวัญส่ัน
ประสาทคนดู เชน฽ เรื่อง Psycho (1960)

4 CU กล฾องอยู฽ใกล฾วัตถุมาก เม่ือฉายไปบนจอจะเห็นภาพน้ันกิน

(Close-up) เน้ือที่เกือบเต็มจอ เช฽น ใบหน฾าที่แสดงความรู฾สึก มือหรือ

เท฾าข฾างใดข฾างหนึ่ง วตั ถปุ ระสงคแเพือ่ ใชเ฾ น฾นอารมณแ

5 CG

(Computer-generated) การใชค฾ อมพิวเตอรแสรา฾ งและจาํ ลองข้ึนมา

(Computer graphics software) โปรแกรมทีใ่ ช฾สร฾างและจําลองข้ึนมา

6 Climax จดุ สําคญั สงู สดุ ในเหตกุ ารณแในภาพยนตรแ

7 Footage ฟิลแมภาพยนตรแ

8 Headroom ช฽องว฽างเหนอื ศรี ษะ
9 Ls ภาพระยะไกล กล฾องอย฽ูห฽างจากวัตถุที่ถ฽ายมาก มักใช฾กับ
ภาพยนตรแตะวันตกหรือภาพยนตรแสงครามที่เต็มไปด฾วย
(Long Shot) ฉากรบ
ภาพระยะปานกลาง ถ฾าเป็นบคุ คลจะหมายถึงภาพที่ถ฽าย
10 Ms
(Medium Shot) จากหัวเข฽าขนึ้ ไป

คาศัพท์ ห น้ า | 80
11 mcu
ความหมาย
(Medium Close-up) ภาพระยะใกล฾ปานกลางอยู฽ระหว฽างภาพระยะใกล฾กับระยะ
12 Sequence ปานกลาง
ตอนหนึ่งของภาพยนตรแซึ่งเกิดจากซีนหลาย ๆ ซีนมา
13 Scene รวมกัน มีความสมบูรณแในตัวเอง ดูแล฾วร฾ูเร่ือง อาจเริ่มต฾น
และจบลงด฾วย fade, dissolve หรือ การตัดภาพธรรมดา ๆ
14 Shot ก็ได฾
หน฽วยย฽อยของภาพยนตรแซึ่งประกอบด฾วยช็อตหลายๆ
15 Title ชอ็ ตทีเ่ กิดข้ึนในสถานทีเ่ ดียวกนั และมีแอค็ ชั่นต฽อเนื่องกันไป
16 Take การต฽อเนื่องของช็อตเหล฽านั้นทําให฾เกิดความสัมพันธแที่เป็น
เหตุเปน็ ผลต฽อกนั
17 VTR เนื้อฟิลแมที่กระทบกับแสงจากการถ฽ายติดกันไป 1 ครั้ง
(นับจากตอนเริ่มเดินกล฾องจนกระท่ังกล฾องหยุด) โดยไม฽มี
การตัดต฽อ ดังน้ัน ในแต฽ละช็อตจะต฾องมีความต฽อเนื่องของ
เวลาและสถานที่ แต฽ช฽วงต฽อระหว฽างช็อต 2 ช็อต เวลาและ
สถานที่อาจขาดความต฽อเน่ืองได฾ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของ
ภาพยนตรแ
ชื่อเร่ืองหรือหัวเร่ือง จะเป็นแบบเขียนหรือพิมพแก็ได฾
ที่ปรากฏในภาพยนตรแ
การบันทึกภาพการแสดงแต฽ละครั้ง เป็นเร่ืองปกติธรรมดา
ของการถ฽ายทําภาพยนตรแที่จะต฾องถ฽ายแต฽ละช็อตมากกว฽า
1 คร้ัง ข้นึ ไป เน่อื งจากอาจมขี ฾อผิดพลาดด฾านการแสดงหรือ
ด฾านเทคนิค ผ฾ูกํากับจะส่ังถ฽าย take ใหม฽จนพอใจ เพื่อให฾ได฾
ภาพทีด่ ที ีส่ ดุ
video tape recorder หมายถึง เคร่ืองบันทึกเทปโทรทัศนแที่
ทําหน฾าที่บันทึกภาพและเสียงจากวิทยุโทรทัศนแ หรือจาก
กล฾องโทรทศั นแลงบนเทปแม฽เหล็ก และใช฾เล฽น (replay, play
back) เทปนั้นใหเ฾ กิดภาพและเสียงจากเทปโทรทัศนแปรากฏ
บนจอเคร่ืองรับโทรทัศนแ หรือนําเทปนั้นส฽งออกอากาศทาง
วิทยโุ ทรทศั นแได฾ด฾วย

คาศพั ท์ ห น้ า | 81

18 Vo. ความหมาย
Voice-over หมายถึง เสียงพดู ของผบู฾ รรยายขณะทีภ่ าพ
19 Zoom บนจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มกั ใช฾กบั ภาพยนตรแสารคดี
ภาพทีถ่ ฽ายจากเลนสแซมู สามารถดึงภาพเข฾ามาใกล฾ (zoom
in) หรอื ดึงภาพออก (zoom out) ได฾โดยไม฽ต฾องเคลือ่ นกล฾อง
เข฾าไปใกล฾วัสดุ ใช฾เพือ่ ต฾องการจับสีหน฾าบุคคลโดยไม฽ให฾
ร฾ูตวั หรือแยกคนๆ หนึ่งออกจากกล฽ุมคนจํานวนมาก

ห น้ า | 82

คณะผ้จู ดั ทา
คมู่ ืออบรมการพฒั นาสอ่ื การเรียนรู้ออนไลนผ์ ่านเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต

ทป่ี รึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
นายอภิชาต จีระวฒุ ิ
นายกมล รอดคล฾าย

คณะทางาน

นายสนิท แย฾มเกษร ผอ฾ู าํ นวยการสาํ นักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

นางอัจฉรา จนั ทพลาบูรณแ รองผ฾ูอํานวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นายวิชาญ อัครวนสกลุ สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นางทองทิพยแ โคนชยั ภูมิ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นางอังสนา ม฽วงปลอด สํานักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

นางอภนั ตรี อมราพิทกั ษแ สํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

ว฽าที่ ร.ต.หญิงสิรพิ ันธแ สอนภักดี สาํ นกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

นางสาวพรรณมณี ชเู ชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นายสมศักดิ์ ฮดโท สพป.นนทบรุ ี เขต 2

นายยทุ ธพงษแ หาญยุทธ ศกึ ษานิเทศกแ สพป. นา฽ น เขต 2

นายวีรวฒั นแ จตุรวงคแ โรงเรียนบ฾านหนองจระเข฾หิน สพป. นครราชสีมา เขต 2

นายชยพล จาํ ชาติ โรงเรียนบ฾านหนองขามนาดี สพป. นครราชสีมา เขต 6

นายจตุรงคแ ลิม้ ไพบลู ยแ โรงเรียนบ฾านหว฾ ยก฽ุม สพป. ชยั ภมู ิ เขต 1

นายวิวัฒนแ การมงคล โรงเรียนบ฾านเนินพลับหวาน สพป. ชลบรุ ี เขต 3

นายขวัญชยั เจรญิ เนตร โรงเรียนบ฾านหวั ฝาย สพป. บรุ ีรมั ยแ เขต 4

นายฐนกร สองเมอื งหนู โรงเรียนชมุ ชนวดั อัมพวนาราม สพป. ปตั ตานี เขต 2

นายสิริรฏั ฐแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนบ฾านวงั เกษตร สพป. อทุ ยั ธานี เขต 1

นายณฐั พงษแ บญุ ปอง โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหแ สิงหเสนี) สพม. เขต 2

นายวรวิทยแ ไชยวงศคแ ต โรงเรียนเจริญศลิ ป฼ศึกษา “โพธิค์ ําอนุสรณแ” สพม. เขต 23

นายสุริยา งามเจรญิ โรงเรียนมธั ยมโพนเพ็ก สพม. เขต 25

นายกฤษดา จําปามลู โรงเรียนบึงพะไล สพม. เขต 31

นายสรุ วุฒิ ซอกรัมยแ โรงเรียนจกั ราชวิทยา สพม. เขต 31

ห น้ า | 83

นายภคพล วัฒนะ โรงเรียนปัว สพม. เขต 37
สพม. เขต 37
นายธัญวฒั นแ กาบคํา โรงเรียนสา สพม. เขต 37
สพม. เขต 37
นายรตั นศักดิ์ เข่อื นธะนะ โรงเรียนนารีรัตนแ จ.แพร฽ สพม. เขต 40
สพม. เขต 40
นายอัศวิน กลับมา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม

นางสาววิมลรัตนแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี

นายธีระวฒั นแ พันธุแแสง โรงเรียนหนองไผ฽

คณะบรรณาธิการ

นายสนิท แย฾มเกษร ผอ฾ู าํ นวยการสาํ นักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นางอัจฉรา จนั ทพลาบรู ณแ รองผู฾อํานวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นางอังสนา ม฽วงปลอด สาํ นักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นางอภนั ตรี อมราพิทกั ษแ สํานกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

ว฽าที่ ร.ต.หญิงสิริพันธแ สอนภักดี สํานกั เทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

นายยุทธพงษแ หาญยทุ ธ ศกึ ษานิเทศกแ สพป. นา฽ น เขต 2

นายฐนกร สองเมอื งหนู โรงเรียนชุมชนวดั อมั พวนาราม สพป. ปตั ตานี เขต 2

นายสิริรัฏฐแ กาญจนโพธิ์ โรงเรยี นบ฾านวงั เกษตร สพป. อทุ ัยธานี เขต 1

นายวรวิทยแ ไชยวงศคแ ต โรงเรียนเจริญศลิ ป฼ศึกษา “โพธิ์คําอนสุ รณแ” สพม. เขต 23

นายสุริยา งามเจรญิ โรงเรียนมธั ยมโพนเพ็ก สพม. เขต 25

นายธญั วัฒนแ กาบคํา โรงเรียนสา สพม. เขต 37

นายรตั นศักดิ์ เข่อื นธะนะ โรงเรียนนารีรัตนแ จ. แพร฽ สพม. เขต 37

นายอศั วิน กลบั มา โรงเรียนหนองบัวพิทยาคม สพม. เขต 37

นางสาววิมลรตั นแ กาญจนโพธิ์ โรงเรียนวิทยานกุ ูลนารี สพม. เขต 40

บรรณาธิการ ผอู฾ าํ นวยการสํานักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นายสนิท แย฾มเกษร

เลขานกุ ารโครงการ
ว฽าที่ ร.ต.หญิงสิรพิ นั ธแ สอนภกั ดี สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน

ห น้ า | 84

ออกแบบปก โรงเรียนนารีรัตนแ จ. แพร฽ สพม. เขต 37
นายรตั นศักดิ์ เขื่อนธะนะ

จัดรูปเล่ม สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหแ สิงหเสนี) สพม. เขต 2
นายณัฐพงษแ บญุ ปอง

จัดพมิ พต์ น้ ฉบบั
นางสาวพรรณมณี ชูเชาวนแ สํานกั เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
ว฽าที่ ร.ต.หญิงสิรพิ ันธแ สอนภักดี สาํ นักเทคโนโลยีเพือ่ การเรียนการสอน

ห น้ า | 85


Click to View FlipBook Version