The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สบู่สูตรสมุนไพร + ขั้นตอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by read a lot, 2022-02-23 22:09:58

สบู่สูตรสมุนไพร + ขั้นตอน

สบู่สูตรสมุนไพร + ขั้นตอน

คำนำผูเ้ ขียน
ด้วยสภาพอากาศท่ีเปลี่ยนแปลงไป โลกร้อนข้ึน มีฝุ่นพิษในอากาศมากมาย
โรคภัยท่ีคิดว่าไม่น่าจะเกิดก็มาเกิดกับเรา เด็กน้อยเกิดมาก็มีอาการแพ้น้ำ แพ้อากาศ
เกดิ ผดผ่นื คนั ด้วยเหตุภมู ิตา้ นทานยงั นอ้ ย จึงแสดงอาการต้ังแต่เล็ก ผูใ้ หญ่เองพอเริ่ม
เข้าสู่วัยกลางคนก็เริ่มมีอาการคัน ผิวแห้ง ท้ัง ๆ ท่ีดูแลรักษาสุขภาพอยู่ คลินิกโรค
ผิวหนังจึงผุดข้ึนดั่งดอกเห็ด แล้วเราก็รับยาปฏิชีวนะบ้าง สเตียรอยด์บ้าง เข้าสู่
ผวิ หนงั ท้ังยาทาและยากิน วนเวยี นอยดู่ ังนี้ ไมท่ ายาก็ไม่หาย

จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่าส่วนมากผู้ท่ีมีอาการคัน อาการภูมิแพ้
ผิวหนัง ผ่ืนแดง ต่าง ๆ เหล่าน้ี ใช้สบู่ท่ีเป็นสารเคมีหรือสบู่ยา ชำระล้างร่างกาย ทำ
ให้ผิวแห้งหลังใช้ ผิวขาดความชุ่มชื้น และสบู่บางชนิดทำลายล้างจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว
ทำใหผ้ วิ หนังไมม่ คี วามตา้ นทานต่อมลพิษรอบ ๆ ตวั

ด้วยเหตุที่ผู้เขียนเองอยู่ในสายวิทยาศาสตร์ และเคยทำงานอยู่ใน
ห้องปฏิบัติการเคมี คลุกคลีอยู่กับสารเคมีต่าง ๆ ทำให้พอจะมีพื้นฐานทางด้านนี้
พอจะเขา้ ใจปฏกิ ิรยิ าทางเคมี จงึ ไมย่ ากหากจะทำสบูห่ รอื เคร่ืองสำอางใช้

1

วันหน่ึง เม่ือ 20 กว่าปีมาแล้ว ลูกชายคนกลางของผู้เขียนเป็นสิว สมัยนั้น
ต้องรักษาสิว ต้องไปคลินิกรักษาสิวทุกสัปดาห์ ก็จะมียาทา ยากินทุกคร้ัง ผู้เขียน
สังเกตดูว่าถ้าทายาแล้ว สิวหาย แต่ผิวจะแห้ง พอยาหมดสิวก็จะข้ึน ไม่หายขาด พ่อ
ของลูกกจ็ ะทาไขข่ าว กับน้ำมะนาวพอกหนา้ ใหล้ กู ชาย

ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ได้เข้ามาในวงการสบู่ เป็น OTOP 4 ดาว ของเขตบึง
กุ่ม กทม. ทำสบู่ สมุนไพรต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงได้ศึกษาเรื่องสมุนไพรหลากหลายชนิด
ผลิตทั้งสบู่ ผงพอกหน้า โดยใช้ลูก ๆ เป็นหนูทดลอง หน้าลูกชายใสสะอาด เกล้ียง
เกลา และไม่ได้กลับไปรักษากับหมอท่ีคลินิกโรคผิวหนังอีกเลย ทำให้น้องชายคนเล็ก
พลอยหนา้ ใส ไมเ่ คยเป็นสวิ เหมือนพ่ี ๆ เปน็ ท่อี จิ ฉาของเพอ่ื นรนุ่ ราวคราวเดียวกัน

จากวันน้ันจนถึงวันน้ี เกือบ 30 ปี มาแล้วที่ผู้เขียนหมกมุ่น ค้นคว้า ทดลอง
นำสมุนไพรมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์อ่ืน ๆ จึง
เป็นหลักประกันได้ว่าสูตรสบู่สมุนไพรในหนังสือเล่มนี้ผ่านการค้นคว้า ผ่านการทำ
ผ่านการผลิต ผ่านการใช้ ผ่านการขายออกสู่ท้องตลาดมาแล้วทุกสูตร จึงม่ันใจได้ว่า
ทกุ สูตรไดผ้ ลแนน่ อน

2

ผู้เขียนได้ใช้น้ำมันสมนุ ไพรที่ทุกท่านจะหาได้งา่ ย ๆ ในตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต
รา้ นขายยาสมุนไพรไทย-จีน และร้านขายเคมีภัณฑ์ในบ้านเรา ซึ่งทุกท่านสามารถทำ
ตามได้ง่าย ๆ โดยผู้เขียนไดท้ ำคลิปใหด้ อู ยา่ งละเอียดทกุ ขั้นตอน

หวงั ว่าทุกท่านคงมีความสขุ กับสบู่ทท่ี ่านสามารถทำได้เองและนำมาใชไ้ ด้จริง
ได้ผลลัพธ์ดีจริง อย่างน้อยก็ลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านไปได้ส่วนหน่ึง และยังได้สุขภาพ
ผวิ ทีด่ ีตามมาด้วย

ขอให้สนุกกบั การทำสบู่นะคะ
ครูสุ

3

สารบญั

บทนำ
PART 1 About Soap

บทท่ี 1 History of Soap
บทท่ี 2 Tips about Soap

• วัตถดุ ิบ หาไดจ้ ากที่ไหน
• มารู้จกั นำ้ มันกนั หนอ่ ย
• ดา่ งและสารปรงุ แต่ง
• การเพิม่ มูลคา่ ของสบู่
• อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการทำสบู่
PART 2 Soap Recipes
บทที่ 3 สบู่มะขาม
บทที่ 4 สบู่ฝาง (เสน)
บทท่ี 5 สบขู่ มิน้ ชนั
บทที่ 6 สบู่มงั คดุ
บทที่ 7 สบู่ทานาคา
บทที่ 8 สบู่กวาวเครือขาว
บทท่ี 9 สบู่ใบบวั บก

4

บทท่ี 10 สบนู่ ม
บทท่ี 11 สบู่ไข่ขาว
บทท่ี 12 สบู่กาแฟ
บทสง่ ท้าย

5

บทนำ

เมอื่ ปี 2561 ท่ีผ่านมา ละครชอ่ ง 3 เรื่องบุพเพสันนวิ าสเป็นละครที่ฮติ ฮอื ฮา
และโด่งดังมาก แทบจะไม่มีใครท่ีไม่รู้จัก ฉากหนึ่งท่ีน่าสนใจ คือ เรื่องอาบน้ำ ทำ
ความสะอาด และแปรงฟัน เราจะเห็นว่าในเรื่องไม่มีการใช้สบู่อาบน้ำ แต่จะมีการขัด
สฉี ววี รรณด้วยสมนุ ไพร เชน่ ทำความสะอาดผิวด้วยมะขามเปยี ก

ซ่ึงในทางวิทยาศาสตร์ มะขามเปียกเป็นกรด มีคุณสมบัติขจัดส่ิงสกปรก
ผลัดเปลี่ยนผิว ทำให้ผิวพรรณสะอาดเกลี้ยงเกลา เผยผิวชั้นในท่ีสว่างกระจ่างใส
หลังจากน้นั จะพอกผวิ ดว้ ย ขมิ้น ไพล ดนิ สอพอง ว่านนางคำ

ซ่ึงแล้วแต่สูตร อธิบายได้ว่า หลังผลัดเซลล์ผิว เราจะใช้ขมิ้นทาตัว เพื่อลด
การอักเสบ ของผวิ หนัง ผวิ จะน่มุ ล่นื และดว้ ยกล่ินของสมนุ ไพร มด แมลง เหลือบ ยุง
รน้ิ ไร ก็จะไม่ไตต่ อม และถ้าเป็นทานาคา ก็จะมีฤทธิ์ในการป้องกันแดด อีกด้วย

เม่ือตอนเป็นเด็กเล็ก ๆ เวลาเป็นลมพิษ แม่จะทุบข่าให้แตก แช่ในเหล้าขาว
28 ดีกรี แล้วเอาเหล้านั้น มาทาผ่ืนลมพิษ ผ่ืนก็จะยุบทันที ซ่ึงปัจจุบันในเมืองใหญ่
แทบจะไม่มีใครทำเทคนิคแก้ลมพิษด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านแบบน้ี คงได้แต่ไปหาหมอ
ทโี่ รงพยาบาล และไดค้ รีมมาทาผ่นื ลมพิษแทน

6

เวลาอากาศเปลี่ยน เด็กเล็กจะมีอาการคัดจมูก หายใจติดขัด พ่อแม่ปู่ย่าตา
ยายจะทุบหัวหอมแดง วางไว้บนหัวนอนของเดก็ เล็ก เพื่อให้หายใจโล่ง เวลาอาบน้ำ
ก็จะทบุ หวั หอมใส่ในกะละมงั ท่ใี สน่ ้ำเพื่ออาบน้ำให้เด็กและให้เด็กแช่ในน้ำน้ีสกั พัก

จะเห็นได้ว่า สมุนไพร อยู่คู่กับคนไทยมานาน ต้ังแต่สมัยโบราณ สังเกตจาก
พงศาวดาร เรื่องเล่าชาววัง นิยายพ้ืนบ้าน และประวัติศาสตร์ มักจะมีเรื่องสมุนไพร
แทรกอย่ตู ลอด

ผิดกับทางฝ่ังยุโรปที่จะเน้นการบำบัดรักษา ดูแล ร่างกายด้วยน้ำมันหอม
ระเหย ด้วยเหตทุ ่ที างโน้น ไม่โดดเดน่ เรื่องสมนุ ไพรเทา่ ไทยเรา

สบู่สมุนไพรของเราจึงเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ซ้ือขายกันด้วยราคาแพง ๆ
ยิ่งถา้ ออกแบบแพ็กเกจให้ดูดี ทนั สมัย จะทำราคาไดด้ ีทเี ดียว

หนังสือเล่มนี้จะอธิบายถึงคุณสมบัติของสมุนไพรที่ใช้ทำสบู่ว่าตัวไหนช่วย
เร่ืองอะไร และน้ำมันท่ีใช้ทำสบู่ก็เป็นน้ำมันพื้น ๆ หาได้ง่าย ๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต
ตลาดสด และร้านขายยาไทยจนี

7

สมุนไพรก็เช่นกัน ผู้เขียนจะใช้สมุนไพรที่หาได้ง่าย ๆ และ หาซ้ือได้ไม่ยาก
จะได้ทดลองทำได้ทันที เพราะวิธีการทำผู้เขียนก็เขียนอธิบายพร้อมภาพประกอบ
และมคี ลิปวิธกี ารทำอยา่ งละเอยี ด หวงั ว่าคงทำตามไดไ้ ม่ยาก

ขอให้สนุกกับการทำสบนู่ ะคะ
ครูสุ

8

PART 1
About Soap

9

บทท่ี 1
History of Soap

10

สบู่คอื อะไร เกิดข้ึนมาไดอ้ ย่างไร
ทุกคนคงรู้จักสบู่กันแล้ว สบู่เป็นเครือ่ งมือที่เราใช้ทำความสะอาดทั้งร่างกาย

และส่ิงของตา่ ง ๆ อาจจะพบเหน็ ในลักษณะทเ่ี ปน็ ก้อนหรือเปน็ ของเหลว
คำว่าสบู่น้ันเป็นคำที่เราเรียกตามชาวตะวันตกโดยเฉพาะชาวโปรตุเกสซึ่ง

เปน็ ชาวตะวันตกกลุม่ แรก ๆ ทเี่ ข้ามาตดิ ต่อกบั คนไทย
หากถามว่าสบนู่ ้ันเกิดข้ึนมาได้อย่างไรและใครเป็นคนทคี่ ิดทำขน้ึ มา ก็ต้องขอ

ย้อนกลับไปในสมัยโรมันโน้น คงทราบวา่ ชาวโรมนั นบั ถอื เทพเจา้ หลายองค์ และการที่
จะขออะไรจากเทพเจ้าก็ต้องมีเครื่องเซ่นบูชา วิธีการที่ชาวโรมันนิยมทำก็คือการฆ่า
สตั วบ์ ูชายัญ ส่วนใหญ่จะทำบนภูเขาท่ีอยู่ใกล้กรุงโรม ภเู ขานั้นมชี ่ือที่เรียกกนั ว่า ซาปู
(Sapu)

11

ในการบูชายัญก็จะนำสัตว์ เช่น แกะ วัว ฆ่าและโยนเข้ากองไฟ เมื่อสัตว์ถูก
เผาก็จะมีน้ำมันไหลออกมาแล้วก็ผสมรวมกับข้ีเถ้าที่ได้มาจากฟืนที่ใช้ จับตัวกันเป็น
ก้อน พอฝนตกลงมาก็จะชะล้างก้อนข้ีเถ้าเหล่านี้ไหลลงไปผสมกับน้ำในลำธาร
ดา้ นลา่ ง

เมื่อชาวโรมันมาอาบน้ำหรือซักผ้าที่ลำธารนี้ พบว่าคราบส่ิงสกปรกสามารถ
ล้างออกไปอย่างง่ายไม่ต้องใช้แรงขยี้มาก ก็เลยเรียกก้อนข้ีเถ้าท่เี กิดขึ้นมาตามช่อื ของ
ภูเขาคือ ซาปู ดังน้ันประเทศตะวันตกท่ีรากศัพท์ของภาษามาจากภาษาลาติน ก็จะ
เรียกสบวู่ า่ ซาปู ทางเราก็พูดเพี้ยนมาเปน็ สบู่

12

บทท่ี 2
Tips about Soap

1

วัตถดุ ิบ หาได้จากที่ไหน

จากประวัติการเกิดของสบู่ท่ีกล่างมาข้างต้น ถ้าพิจารณา
ตามหลักวิชาการสมัยใหม่ ก็สามารถกล่าวได้ว่าสบู่เกิดจากการ
นำเอานำ้ มนั มาผสมกบั ดา่ ง

แล้วเราได้ด่างมาจากไหน จากประวัติของการเกิดสบู่ ด่าง
ได้มาจากขี้เถ้า แต่ในปัจจุบันมีการผลิตด่างในเชิงอุตสาหกรรมได้
หลายชนิด ท่รี ู้จกั กนั ทว่ั ไปคือโซดาไฟ

ดังนั้นจะเห็นว่าวัตถุดิบท่ีสำคัญที่ใช้ในการผลิตสบู่คือ
น้ำมันและโซดาไฟ สำหรับน้ำมันจะเป็นน้ำมันที่มาจากพืชหรือสัตว์
ก็ได้ แล้วจะหามาจากที่ไหน สำหรับน้ำมันหาซื้อได้ท่ัวไปตามตลาด
หรือซูเปอร์มาร์เกต ส่วนโซดาไฟหาซ้ือได้ในโฮมโปรหรือร้านขาย
ของก่อสร้าง

2

มารจู้ ักน้ำมันกนั หน่อย

ในการทำสบู่วัตถุดิบท่ีสำคัญก็คือน้ำมัน เพราะน้ำมันจะ
เป็นตัวกำหนดคุณภาพของสบู่ท่ีทำขึ้น ดังน้ันเราควรทำความรู้จัก
เร่ืองราวเกย่ี วกบั น้ำมนั กันกอ่ น

เน่ืองจากมีน้ำมันอยู่หลายประเภท แล้วเราจะเลือกใช้
อย่างไร มีหลักเกณฑ์อะไร ก่อนอ่ืนเราจะต้องแบ่งประเภทของ
น้ำมันก่อน โดยพิจารณาจากสิ่งท่ีมองเห็น ในเวลาอากาศเย็นหรือ
เอาน้ำมันไปใส่ในตู้เย็น จะสังเกตว่าน้ำมันบางประเภทเกิดการข้ึน
ไขหรือจบั ตัวเป็นก้อนแข็ง เราจะเรียกน้ำมันประเภทน้ีว่าน้ำมนั แข็ง
ส่วนนำ้ มนั ทไี่ มข่ น้ึ ไขเรียกว่านำ้ มันอ่อน

ถ้าเรานำเอาน้ำมันแข็งมาทำสบู่ สบู่ท่ีทำข้ึนก็จะมีลักษณะ
เป็นก้อนแข็ง ให้ฟองมาก ทำความสะอาดดี แตจ่ ะทำใหผ้ วิ แหง้

ทางกลับกันถ้าเอาน้ำมันอ่อนมาทำสบู่ สบู่ที่ทำขึ้นจะมี
ลักษณะเป็นก้อนค่อนข้างน่ิม ฟองไม่มากแต่ลักษณะของฟองจะ
เป็นฟองละเอียด การทำความสะอาดไม่ค่อยดีแต่จะช่วยในการให้
ความชุม่ ชื้นแก่ผิว ผิวไม่แห้ง

3

เรามาทำความรู้จักน้ำมันให้ลึกซ้ึงอีกสักหน่อย โดยมาดูว่า
น้ำมันประกอบด้วยอะไร ถ้าเรารับประทานน้ำมันลงไป ร่างกายจะ
ทำอะไรกับน้ำมัน เมื่อน้ำมันเข้าไปในร่างกาย ร่างกายของเราก็จะ
ทำการย่อยสลายน้ำมัน ให้กลายเป็นกรดไขมัน ดังน้ันจะเห็นได้ว่า
น้ำมันจะประกอบไปด้วยกรดไขมันหลายชนิด ตามประเภทของ
นำ้ มัน

สำหรับกรดไขมัน ทางวิชาการแบ่งกรดไขมันออกเป็นสอง
ประเภท คือ กรดไขมันอ่ิมตัวและกรดไขมันไม่อ่ิมตัว น้ำมันแข็งจะ
ประกอบด้วยกรดไขมันอ่ิมตัวเป็นส่วนใหญ่ น้ำมันอ่อนจะ
ประกอบด้วยไขมันไมอ่ ม่ิ ตวั เป็นส่วนใหญ่

เม่ือเราเอาด่างผสมกับน้ำมัน ด่างก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยา
กับกรดไขมัน กลายเป็นสบู่และมีการเกิดกลีเซอรีนเป็นผลพลอยได้
กลีเซอรีนที่เกิดข้ึนจะช่วยทำให้ผิวชุ่มช่ืน ดังนั้นสบู่ท่ีทำขึ้นมา
อาจจะเรียกว่าสบู่ทำมือหรือสบู่ธรรมชาติ จะมีจุดเด่นคือให้ความ
ชมุ่ ชนื่

4

ในขณะที่สบทู่ ี่ทำเชิงอตุ สาหกรรมนน้ั กรรมวิธีการทำใหเ้ กิด
สบู่เหมือนกันแต่จะแยกเอากลีเซอรีนออกก่อน แล้วทำออกมาเป็น
ผงหรอื เกลด็ สบู่ จากน้นั ก็นำมาอัดขึ้นมาเปน็ กอ้ น

ข้อด้อยของสบู่ทำมือ คือ เม่ือนำไปใช้แล้ว หากมีน้ำขังอยู่
ในท่ีเก็บสบู่ จะทำให้สบู่เละได้ง่าย ท้ังนี้เพราะการทำให้สบู่จับตัว
เป็นก้อนนั้นใช้วิธีการธรรมชาติ คือทำให้น้ำระเหยออกเองไม่มีการ
นำมาอดั ใหเ้ ปน็ ก้อน

5

ด่างและสารปรุงแต่ง

ดา่ งเป็นวัตถดุ ิบที่สำหรับการทำสบู่อีกตัวหน่ึง ในปัจจุบันมี
การใช้ด่างสำหรับทำสบู่อยู่สองชนิด คือ ด่างโซดาไฟกับด่างคลี
สำหรับด่างโซดาไฟมีชื่อทางวิชาการว่า โซเดียมไฮดรอกไซด์ ส่วน
ด่างคลีมีช่ือทางวิชาการว่า โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ สบู่ท่ีได้จาก
ด่างทงั้ สองชนิดมคี ณุ สมบัติแตกตา่ งกนั

กล่าวคือสบู่ท่ีทำมาจากการใช้ด่างโซดาไฟน้ันจะมีลักษณะ
เป็นก้อนแข็ง ทึบแสง หากละลายน้ำจะได้ของเหลวท่ีขุ่น ส่วนสบู่ที่
ทำมาจากด่างคลีน้ันจะมีลักษณะน่ิม ใสกว่าสบู่ที่ได้มาจากการใช้
ด่างโซดาไฟ หากละลายน้ำจะได้ของเหลวท่ีใส ดังนั้นถ้าจะทำสบู่
ก้อนก็จะใช้ดา่ งโซดาไฟ ถ้าจะทำสบู่เหลวก็จะใชด้ ่างคลี

ถามว่าจะใช้ดา่ งตวั อื่นนอกจากด่างสองตัวนี้ได้ไหม ตอบว่า
ได้ แต่ลักษณะของสบู่ที่ได้ก็จะต่างกันไป บางคนอาจจะใช้น้ำ
ละลายขี้เถ้ามาใช้ ก็จะได้น้ำสบู่ แต่ฟองจะไม่มาก หรือจะใช้น้ำปูน
ใสกจ็ ะไดส้ บลู่ กั ษณะเหมอื นกับสบู่ทใ่ี ชน้ ้ำละลายขีเ้ ถ้า

วิธีการทำสบู่น้ันจะต้องใช้จำนวนที่เหมาะสมกับปริมาณ
น้ำมันท่ีใช้ คือ ต้องคำนวณปริมาณด่างทีใ่ ช้ โดยต้องไมม่ ดี ่าง

6

หลงเหลืออยู่ในสบู่ท่ีทำข้ึน วิธีการคำนวณจะกล่าวโดยละเอียดใน
บททกี่ ล่าวถงึ วธิ ีการทำสบู่

เนื่องจากปฏิกิริยาระหว่างด่างกับน้ำมันจะเป็นปฏิกิริยาท่ี
ช้าซ่ึงใช้เวลาให้ปฏิกิริยาสมบูรณ์นาน 3 – 4 สัปดาห์เลยทีเดียว แต่
สามารถเร่งปฏิกิรยิ าใหเ้ ร็วขึ้นได้ โดยใช้ความรอ้ นเข้าชว่ ย

ดังนั้นการทำสบู่จึงมีวิธีการทำอยู่สองวิธี คือวิธีที่ใช้ความ
ร้อน (Hot process) กับวิธีปราศจากความร้อน (Cold process)
เนื่องจากด่างที่นำมาใช้จะอยู่ในรูปของแข็ง จึงต้องนำมาละลายกับ
น้ำเพื่อให้การเข้มข้นพอเหมาะ การเตรียมสารละลายด่างนั้นต้อง
เตรียมด้วยความระมัดระวัง และต้องสวมเครื่องป้องกันคือถุงมือ
และแว่นตาทกุ ครั้งในการเตรยี มสารละลายดา่ ง

เพอื่ ให้สบนู่ ่าใช้จึงจำเปน็ ต้องมีสิ่งปรุงแต่งสบู่ โดยเฉพาะส่ิง
หนึ่งท่ีสำคัญคือกล่ินหอมของสบู่ ดังนั้นน้ำหอมที่ใช้ในสบู่จึงเป็น
เร่ืองสำคัญ ราคาของสบ่สู ่วนหนึ่งก็ข้นึ อยู่กับน้ำหอมทีใ่ ช้

7

น้ำหอมท่ีใช้กับสบู่จะต้องมีลักษณะพึงประสงค์ดังนี้ มีกลิ่น
ติดทนทาน ไม่ทำให้สบู่เปล่ยี นสี และท่ีสำคัญคือไม่เร่งปฏิกิริยาการ
แข็งตัวของสบู่

ส่ิงปรุงแต่งที่มักจะใช้ในการทำสบู่ คือ สารทำให้เกิดสีใน
สบู่ เพราะสีของสบู่เป็นส่ิงที่จูงใจให้คนมาเลือกใช้สบู่ท่ีเราทำขึ้น
นอกจากกลนิ่ ของสบู่ บ้างกม็ ีการทำสบู่สีสนั ลวดลายตา่ ง ๆ

สารให้สีในสบู่นั้นต้องมีลักษณะพึงประสงค์ดังนี้ ใส่ลงไป
จะต้องไม่ทำให้สีเพี้ยน สีจะต้องไม่เปล่ียนแม้จะทิ้งไว้เป็นเวลานาน
นาน

8

การเพมิ่ มูลคา่ ของสบู่

เราสามารถเพ่ิมมูลค่าของสบู่ได้ โดยการเพิ่มคุณภาพของ
สบู่ท่ีมากกว่าการให้ฟองและการทำความสะอาด สบู่ท่ีทำข้ึนควรมี
คุณภาพในการบำรุงรักษาผิวด้วย ซ่ึงสามารถทำได้นอกเหนือจาก
การเลือกใช้ชนิดของน้ำมันที่มีความสามารถในการบำรุงผิว โดยใช้
สมุนไพรชนิดต่าง ๆ ท่ีมีอยู่อย่างมากมายในบ้านเรา หรือจะใช้สาร
สกัดจากสมนุ ไพรกไ็ ด้

ส มุ น ไพ ร ท่ี จ ะ น ำ ม า ใช้ ค ว ร ต้ อ งศึ ก ษ า ถึ งส ร ร พ คุ ณ ข อ ง
สมุนไพรนนั้ ๆ ว่ามีสรรพคุณในการบำรุงรักษาผิวอยา่ งไร เชน่ ขม้ิน
มีสรรพคุณในการรักษาผด ผ่ืน คัน หรือเปลือกมังคุดช่วยในการ
รักษาสวิ เปน็ ตน้

เราสามารถใชส้ มนุ ไพรในรูปสมนุ ไพรสดหรือในรปู สมนุ ไพร
แห้งก็ได้ ในกรณีของสมุนไพรสดสามารถนำมาต้มกับน้ำ จากน้ัน
นำเอาน้ำสมุนไพรมาเตรียมสารละลายด่างแทนน้ำธรรมดาในการ
เตรียมสบู่ได้เลย หากเป็นสมุนไพรแห้งก็สามารถทำแบบสมุนไพร
สดกไ็ ด้ หรือจะนำไปบดเปน็ ผงแล้วนำไปผสมในสบู่ได้โดยตรง

9

ในการเตรียมสารละลายด่าง สามารถใช้น้ำนมสด เบียร์
หรือไวน์ แทนน้ำได้ ถ้าอยากทำสบู่นมสด สบู่เบียร์ หรือสบู่ไวน์
สำหรับเทคนคิ การทำสบดู่ งั กล่าวสามารถอา่ นในบทตอ่ ๆ ไปได้

10

อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทำสบู่

ในการทำสบู่นั้นจะต้องมีการใช้ด่างซ่ึงมีฤทธ์ิในการกัด
กรอ่ นสูง ดงั นั้นอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ควรจะเป็นอุปกรณ์ท่ที ำมาจากพลาสติก
จะดีท่ีสดุ อปุ กรณ์ท่ีจำเป็นท่ใี ชใ้ นการทำสบู่มดี ังนี้

- โถพลาสติกสำหรับใส่น้ำมัน ใส่สารละลายด่าง และใช้
ผสมสบู่

- เครอ่ื งช่ังดิจิทลั สองตำแหนง่
- เทอร์โมมเิ ตอรห์ รือเคร่อื งวัดอณุ หภูมแิ บบอนิ ฟราเรด
- ไมพ้ ายพลาสติกหรือเคร่ืองปั่นมอื ถือ
- หม้อตุ๋นแบบแกว้ หรอื แบบเซรามกิ
- เบ้าสำหรับขน้ึ รปู สบู่

11

บทที่ 3
สบมู่ ะขาม

12

สบมู่ ะขาม

สบูเ่ พือ่ ผิวขาว กระจา่ งใส

สบู่มะขามสูตรน้ีเป็นสบู่ที่แข็ง ทำความสะอาดได้ดี ให้ท้ัง
ฟองโตและฟองครีม มะขามมีวิตามิน C และมีกรดผลไม้ (AHA) ที่
ช่วยเรื่องผิวขาว มะขามมีคุณสมบัติกำจัดแบคทีเรีย ลดรอยดำคล้ำ
ผลัดเซลล์ผิว ช่วยใหผ้ วิ ดกู ระชับ สดใส และสะอาดย่งิ ขึ้น

ถ้าจะพูดถึง “มะขาม” ในภูมิปัญญาโบราณ นอกจากจะใช้
เป็นเคร่ืองปรุงอาหารให้รสเปรี้ยวคู่ครัวไทยหลายยุคหลายสมัย ผู้
หญิงไทยยังนิยมนำมะขามมาใช้ขณะอาบน้ำ สาว ๆ ที่อยากผิวขาว
ในสมัยก่อน มักจะนำมะขามซ่ึงมีรสเปร้ียวมาใช้ขัดหรือสครับผิว

13

เพอื่ เพม่ิ ความสว่างกระจ่างใส เปล่งปล่งั หรือนำมาใช้ขัดบรเิ วณ ผิว
ท่มี ักมสี คี ลำ้ เช่น บริเวณขาหนบี รักแร้

ผลหรือเนื้อมะขามเปียกมีคุณสมบัติสำคัญคือมีวิตามิน C
สงู ถือเป็น AHA (Alpha Hydroxyl Acids) จากธรรมชาติหรือกรด
ผลไม้ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า การเลือกมะขามมาใช้ ให้นำฝักท่ีแก่มีสี
น้ำตาลเข้ม แกะเมล็ดออก นำมาขยำกับน้ำ ผงสมุนไพร หรือน้ำผ้ึง
ใช้ขดั ผิวเพือ่ ใหเ้ กิดความกระจ่างใส

ต่อมาเราคุ้นเคยกับการใช้มะขามเปียกแปรรูปเป็นผง
มะขามเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น ครีมขัดผิว
รวมทั้งสบู่สูตรมะขามที่พัฒนาข้ึน มีคุณสมบัติเหมาะกับผู้ทต่ี ้องการ
ให้ผิวขาว กระจา่ งใส และช่วยลดรอยคลำ้ ดำหากใช้เป็นประจำ

14

สตู ร

นำ้ มันทีใ่ ช้

• น้ำมันมะพรา้ ว 250 กรมั

• น้ำมนั ปาล์มโอเลอิน 150 กรมั

• นำ้ มันรำข้าว 100 กรัม

ใชน้ ้ำมนั 500 กรัม จะไดส้ บหู่ นัก ประมาณ 760 กรัม

สารละลายดา่ งทใ่ี ช้

• น้ำกลนั่ หรือน้ำ RO 175 กรมั

• โซดาไฟ 74 กรัม

ผงสมุนไพรมะขาม 15 กรัม

นำ้ หอมสำหรับสบกู่ ลน่ิ ทชี่ อบ 20 กรมั (เพิม่ หรือลดได)้

15

ขนั้ ตอนการทำสบมู่ ะขาม

วธิ ีการผสมสารละลายดา่ ง
1. ช่ังนำ้ กล่นั หรือนำ้ RO ด้วยตาชั่งดจิ ิทลั ใหไ้ ด้ 175 กรมั

16

2. ชงั่ ด่างซ่งึ กค็ อื โซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) ใหไ้ ด้ 74 กรมั

17

3. เทด่างลงในน้ำแล้วคนให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้ควรใส่หน้ากากปิด
จมูกไว้ป้องกนั ด้วย

4. รอจนด่างเย็นเท่าอุณหภูมิห้องหรือต่ำกว่า 50°C แล้วจึงน้ำไป
ผสมน้ำมันเพือ่ ทำสบู่

18

วธิ ีการผสมสบมู่ ะขาม
1. เทน้ำมันต่อไปนี้ลงในภาชนะพลาสตกิ สำหรับผสม

• นำ้ มนั มะพรา้ วปรมิ าณ 250 กรมั
• น้ำมนั ปาล์มโอเลอนิ ปริมาณ 150 กรัม
• นำ้ มนั รำข้าวปริมาณ 100 กรัม
จากนนั้ คนให้เข้ากนั เลก็ นอ้ ย

19

20

21

2. ใสผ่ งมะขามลงในสมุนไพร เพอ่ื ใหผ้ งกระจายตวั

22

3. เมื่อกระจายตัวได้ดีแล้ว ก็จะเริ่มทำสะปอน (Saponification)
หรือการทำสบู่ โดยเทสารละลายดา่ งผ่านกระชอนกรองลงในน้ำมัน
และกวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20 นาทีจนได้เนื้อหนดื ข้น

23

4. ใส่น้ำหอมสำหรับทำสบู่ปริมาณ 20 กรัมแล้วกวนให้เข้าเนื้อสบู่
ซึ่งน้ำหอมสำหรับทำสบู่น้ีจะไม่ทำให้สบู่เกิดปฏิกิริยาแข็งก่อน
หรือไม่ทำให้สบู่ไม่แข็งตวั

24

5. จากนั้นก็เทลงโมลด์ แล้วกระแทกโมลด์ไล่ฟองอากาศ ก่อนจะตก
แต่งหน้าสบู่เล็กน้อย

25

6. ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วจึงฉีดแอลกอฮอล์ห่าง ๆ เพื่อป้องกันการเกิด
โซดาแอชหรือขีเ้ ถา้

7. ท้ิงไว้ 1 คืน หรือ 24 ช่ัวโมง หากอากาศเย็นอาจหาอะไรมาคลุม
ไว้ แล้วจงึ นำสบู่มาตัด
8. ก่อนนำสบู่มาตัดต้องเช็กดูว่าสบู่แข็งตัวดีหรือยัง โดยดึงซิลิโคน
ออกมาจากโมลด์แล้วแหวกซลิ ิโคนออกจากสบู่ หากยังไม่แข็งตัวดีก็
นำไปเข้าตเู้ ยน็ สกั 1 ช่วั โมง

26

9. เมื่อแข็งตัวดีแล้วก็เอาสบู่ออกจากซิลิโคน โดยคว่ำซิลิโคนลงแล้ว
บบี ใหอ้ ากาศเข้า สบกู่ ็จะหลดุ จากซิลิโคนอย่างงา่ ยดาย

27

10. ใช้มีดบาง ๆ หรือเครื่องตัดสบู่ซ่ึงเป็นแค่เส้นลวดมาตัด โดย
ตามใจชอบหรือตามขนาดมาตรฐานประมาณ 2.5 เซนติเมตรหรือ
1 นิ้ว และเก็บขอบให้เรยี บรอ้ ย

28

11. เน่ืองจากสบู่ทำปฏิกิริยากันช้า จึงต้องนำไปผึ่งก่อนนำมาใช้
ประมาณ 4 สัปดาห์ โดยผึ่งในกล่องกระดาษหรือใส่ถาดแล้วเอาผ้า
ขาวบางหรอื กระดาษคลมุ ไว้ก็ได้

29

บทที่ 4
สบู่ฝาง (เสน)

30

สบู่ฝาง (เสน)

สบคู่ วบคุมความมนั

ฝางเสน ช่วยลดความมัน ขจัดอาการอักเสบของผิวหนัง
ทำลายเช้ือราและเชื้อโรคที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังสะอาด สดชื่น
นมุ่ นวล

สบู่สูตรน้ี เป็นสบู่ที่แข็งพอประมาณ ทำความสะอาดและ
บำรงุ ผวิ หนังไปพร้อม ๆ กัน ไดท้ ั้งฟองโต และฟองครมี เทา่ ๆ กัน

ฝางจัดเป็นสมุนไพรประเภทไม้ยืนต้น คนสมัยก่อนจะรู้จัก
แก่นฝาง ซึ่งเป็นส่วนผสมหน่ึงในการทำน้ำยาอุทัย มีสรรพคุณแก้
กระหายน้ำและร้อนใน หลายคนยังรู้จักนำฝางมาใช้เป็นสีจาก

31

ธรรมชาติเปน็ ส่วนผสมในอาหารและเครื่องดมื่ ปจั จุบนั มกี ารนำฝาง
มาใชใ้ นเครอ่ื งสำอางเพ่ิมมากขึ้นดว้ ย

“แก่นฝาง” อยู่ในส่วนเนื้อในลำต้นฝาง โดยท่ัวไปแก่นฝาง
จะมี 2 ประเภท ถ้าฝางที่ให้แก่นสีแดงเข้มจะเรียกว่า ฝางเสน แต่
แก่นบางต้นให้สเี หลอื งส้มจะเรยี กวา่ ฝางสม้

เม่ือเรานำฝางมาใช้กับผลิตภัณฑ์ประเภทเคร่ืองสำอางจะ
ให้ได้ผลิตภัณฑ์สีสวย โดยเฉพาะฝางเสน มีคุณสมบัติช่วยควบคุม
ความมนั ลดการอกั เสบของผิวหนัง รวมถึงการฆา่ เช้อื และมีฤทธใ์ิ น
การต้านเชอ้ื แบคทีเรยี นบั วา่ มีประโยชน์ต่อผิวเราอยา่ งมาก

32

สตู ร

น้ำมนั ท่ีใช้

• นำ้ มันมะพรา้ ว 200 กรมั

• นำ้ มันปาลม์ โอเลอนิ 150 กรมั

• นำ้ มันคาโนลา 150 กรัม

ใชน้ ำ้ มนั 500 กรัม ไดส้ บู่ประมาณ 760 กรมั

สารละลายดา่ ง

• น้ำกลัน่ หรือนำ้ RO 175 กรมั

• โซดาไฟ 71 กรัม

ผงสมนุ ไพรฝางเสน 15 กรัม

นำ้ หอมสำหรับทำสบู่ 20 กรัม

ขั้นตอนการทำสบู่ฝาง

วธิ ีการผสมสารละลายด่าง
1. ชงั่ น้ำกล่นั หรอื นำ้ RO ดว้ ยตาช่งั ดจิ ิทลั ให้ได้ 175 กรมั

33

2. ชงั่ ด่างซ่งึ กค็ อื โซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) ใหไ้ ด้ 71 กรมั

34

3. เทด่างลงในน้ำแล้วคนให้เข้ากัน ในขั้นตอนน้ีควรใส่หน้ากากปิด
จมูกไวป้ อ้ งกันดว้ ย

35

4. รอจนด่างเย็นเท่าอุณหภูมิห้องหรือต่ำกว่า 50°C แล้วจึงน้ำไป
ผสมนำ้ มันเพอื่ ทำสบู่

36

วธิ กี ารผสมสบฝู่ าง

1. เทนำ้ มนั ตอ่ ไปนี้ลงภาชนะพลาสติกสำหรบั ผสม

• น้ำมนั มะพรา้ ว 200 กรัม

• น้ำมันปาลม์ โอเลอนิ 150 กรัม

• นำ้ มันคาโนลา 150 กรมั

คนให้เขา้ กนั เล็กน้อย

37


Click to View FlipBook Version