การจดั การเรียนการสอน วิชา คน้ คว้าอสิ ระ
(Independent Study :IS)
เร่อื งที่ 2 การตง้ั สมมตฐิ าน
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 และ 5
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
เรอ่ื งท่ี 2
การตงั้ สมมตฐิ าน
2.การต้ังสมมตฐิ าน
ความหมายของสมมติฐาน
สมมติฐาน (Hypothesis) เปน็ ขอ้ ความที่คาดเดาไว้ก่อนลว่ งหนา้ วา่ สิ่งนั้นจะ
สัมพนั ธก์ บั สิง่ น้ี เป็นคาตอบทีค่ าดว่าจะเกิดข้ึน
ฉนั คิดวา่ ...
มนั นา่ จะ....
ขอบคณุ ภาพจาก https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=7139
2.การตง้ั สมมติฐาน
ความสาคัญของสมมตฐิ าน
1.ชว่ ยใหผ้ ูศ้ กึ ษาค้นคว้าเข้าใจปญั หาตา่ งๆ ได้ดขี ึน้ เน่ืองจากต้องศกึ ษาขอ้ มลู อย่างถี่
ถว้ นก่อนตั้งสมมตฐิ าน
2. ช่วยในการออกแบบการศึกษาคน้ คว้า เช่น การเลอื กกลุ่มตัวอยา่ งท่จี ะศกึ ษา การ
วัดและ การวิเคราะหข์ ้อมูล
3. ช่วยในการอธบิ ายปรากฏการณแ์ ละข้อเทจ็ จรงิ ต่างๆ อยา่ งเปน็ เหตผุ ลสมั พนั ธก์ ัน
ได้ เช่น “นกั เรยี นทีส่ ง่ งานครบทกุ ชนิ้ งานจะมีผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นทส่ี ูงขน้ึ ”
สมมตฐิ านนท้ี าให้เห็นเหตุ (ส่งงานครบทุกช้นิ ) และผล (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นท่ีสงู ขน้ึ )
2. การต้ังสมมติฐาน
ผลของสมมติฐานอาจจะเปน็ จรงิ หรอื ไม่จริงกไ็ ด้
ไม่จาเปน็ ตอ้ งตั้งสมมตฐิ านทกุ เรือ่ งไป เชน่ การศึกษาคน้ คว้าเชงิ
สารวจ เนอ่ื งจากยงั ไมท่ ราบว่าจะพบอะไร
ขอบคุณภาพจาก http://learn.srvc.ac.th/course/info.php?id=99
2. การตัง้ สมมติฐาน
ลักษณะของสมมตฐิ านท่ีดี
1. มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การศึกษาค้นคว้า เช่น ตั้งประเด็นคาถามว่า
“นักเรียนท่ีได้รับการอบรมเรื่องการเรียนออนไลน์ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสูงข้ึนใช่
หรือไม่” สมมติฐานก็ควรสอดคล้องกัน เช่น “นักเรียนท่ีได้รับการอบรมเรื่อง การเรียน
ออนไลน์ มที ักษะในการใชเ้ ทคโนโลยสี งู ขน้ึ ”
2. ระบุถึงความสัมพันธ์ของ สิ่งหนึ่ง กับ สิ่งหน่ึง ดังตัวอย่างในข้อ 1. เป็น
ความสัมพันธ์ระหวา่ ง การอบรม กับ ทักษะในการใช้เทคโนโลยี ว่ามีความสัมพันธ์กันใน
ลกั ษณะใด
2. การต้ังสมมตฐิ าน
ลักษณะของสมมติฐานท่ีดี
3. มีความสอดคลอ้ งกบั องค์ความรู้ แนวคดิ ทฤษฎี ทไี่ ดร้ บั การยอมรับโดยท่ัวไป
เชน่ สมมตฐิ านที่วา่ “ดวงอาทิตยข์ ึ้นทางทิศตะวันออกมากกวา่ ทศิ ตะวนั ตก” เปน็
สมมตฐิ านที่ขดั กบั องคค์ วามรู้ทเ่ี ป็นจริงวา่ ดวงอาทิตย์ไมเ่ คยขึ้นทางทศิ ตะวันตก
สอดคลอ้ ง
สมั พันธ์
เปน็ ท่ียอมรับ
ขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/36529936
2. การตั้งสมมตฐิ าน
มาฝกึ เขยี นสมมตฐิ านกันคะ่
NATASHA JOUBERT
MISS UNIVERSE SOUTH AFRICA 2020
ขอบคณุ ภาพจาก https://www.news24.com/channel/the-
juice/news/pageant/natasha-joubert-is-ready-to-take-on-the-
miss-universe-stage-im-feeling-excited-20210412-2
2. การตัง้ สมมติฐาน
การเขยี นสมมติฐาน
1. ควรเขียนหลังจากได้ศึกษาเอกสารและข้อมูลเก่ียวกับประเด็นปัญหาท่ีตั้งอย่างถ่ี
ถว้ นแลว้
2. เขียนให้อยู่ในรูปแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคาถาม เช่น “นักเรียนท่ี
ได้รับการอบรมเร่ือง การเรียนออนไลน์ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น” ไม่ใช่
“นักเรียนท่ีได้รับการอบรมเรื่องการเรียนออนไลน์ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสูงข้ึนใช่
หรือไม่”
2. การต้งั สมมติฐาน
การเขียนสมมติฐาน
3. เขียนให้ชัดเจน สามารถทดสอบได้ เช่น นักเรียนตั้งสมมติฐานว่า “นักเรียนท่ี
ไดร้ ับการอบรมเร่ือง การเรียนออนไลน์ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น” นักเรียนตอ้ ง
ทดสอบสมมติฐานนี้ได้ โดยอาจใช้เคร่ืองมือต่างๆ เช่น แบบวัดทักษะการใช้เทคโนโลยี
ของนักเรียน หากนักเรียนมีทักษะสูงขึ้น น่ันหมายความว่า สมมติฐานของนักเรียนได้รับ
การทดสอบแลว้ วา่ เปน็ จรงิ
2. การตั้งสมมตฐิ าน
ตวั อย่างการเขียนสมมตฐิ าน
จบการนาเสนอ