เกณฑ์การวดัและประเมนิผลการเรยีนรู้จะต้องพจิารณาทัง เวลาการเขา้รว่มกิจกรรมป ละ 120 ชวั โมง และผลงานของผูเ้รยีนผา่นการประเมินตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนดและใหผ้ลการประเมินเป นผา่นและไม่ผา่นกิจกรรมพฒันา“ผ” หมายถึง ผู้เรยีนมีเวลาเข้ารว่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรยีนรอ้ยละ 80 ของเวลาเรยีนทัง หมด“มผ” หมายถึง ผู้เรยีนมีเวลาเข้ารว่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรยีนไม่ถึงรอ้ยละ 80 ของเวลาเรยีนทัง หมดและปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานไม่เป นไปตามเกณฑ์ท ีกําหนดในกรณีท ีผู้เรยีนได้“มผ”ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสรมิใหผู้้เรยีนทํากิจกรรมในส่วนท ีผู้เรยีนไม่ได้เข้ารว่มหรอืไม่ได้ทําจนครบถ้วน แล้วจึงเปล ียนผลการเรยีนจาก “มผ” เป น“ผ” ได้ทัง น ีต้องดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นภายในป การศึกษา (ระบุวนัสิ นเดือนมีนาคม) ยกเวน้มีเหตุสุดวสิัยการเปลี ยนผลการเรยีน “0”สถานศึกษาจัดใหม้ ีการสอนซ่อมเสรมิในมาตรฐานการเรยีนรู/้ตัวช วีดัท ีผู้เรยีนสอบไม่ผ่านก่อนแล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครงั ถ้าผู้เรยีนไม่ดําเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาท ีสถานศึกษากําหนดใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษาท ีจะพจิารณาขยายเวลาออกไปอกี 1 ภาคเรยีนสําหรบัภาคเรยีนท ี2ต้องดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นภายในป การศึกษานั นถ้าสอบแก้ตัว 2 ครงั แล้ว ยงัได้ระดับผลการเรยีน “0” อกีใหส้ถานศึกษาแต่งตัง คณะกรรมการดําเนินการเก ียวกับการเปล ียนผลการเรยีนของผู้เรยีนโดยปฏิบัติดังน ี1) ถ้าเป นรายวชิาพ นืฐาน ใหเ้รยีนซ ํารายวชิานั น2) ถ้าเป นรายวชิาเพมิ เติม ใหเ้รยีนซ ําหรอืเปล ียนรายวชิาเรยีนใหม่ทัง น ีใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษาในกรณีท ีเปล ียนรายวชิาเรยีนใหม่ใหห้มายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรยีนวา่เรยีนแทนรายวชิาใดการเปลี ยนผลการเรยีน “ร”การเปล ียนผลการเรยีน “ร” ใหด้ ําเนินการดังน ีใหผู้้เรยีนดําเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุเม ือผู้เรยีนแก้ไขป ญหาเสรจ็แล้วใหไ้ด้ระดับผลการเรยีนตามปกติ(ตัง แต่ 0-4)ถ้าผู้เรยีนไม่ดําเนินการแก้ไข “ร” กรณีท ีส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหวา่งภาคเรยีนและปลายภาคใหผู้้สอนนําข้อมูลท ีมีอยูต่ ัดสินผลการเรยีน ยกเวน้มีเหตุสุดวสิัยใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษาท ีจะขยายเวลาการแก้“ร” ออกไปอกีไม่เกิน 1 ภาคเรยีน สําหรบัภาคเรยีนท ี2 ต้องดําเนินการให้เสรจ็สิ นภายในป การศึกษานั น เม ือพน้กําหนดน ีแล้วใหเ้รยีนซ ําหากผลการเรยีนเป น “0” ใหด้ ําเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์การเปลี ยนผลการเรยีนการประเมนินิกิจกรรมพฒัฒันาผูเู้เ้รยียีน47 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
เกณฑ์การวดัและประเมนิผลการเรยีนรู้การเปลี ยนผลการเรยีน “มส”การเปล ียนผลการเรยีน “มส” มี2 กรณีดังน ี1) กรณีผูเ้รยีนได้ผลการเรยีน “มส” เพราะมีเวลาเรยีนไม่ถึงรอ้ยละ 80 แต่มีเวลาเรยีนไม่น้อยกวา่รอ้ยละ 60 ของเวลาเรยีนในรายวชิานั น ใหส้ถานศึกษาจัดใหเ้รยีนเพมิ เติมโดยใชช้วั โมงสอนซ่อมเสรมิหรอืใชเ้วลาวา่ง หรอืใชว้นัหยุด หรอืมอบหมายงานใหท้ ําจนมีเวลาเรยีนครบตามท ีกําหนดไวส้ ําหรบัรายวชิานั น แล้วจึงใหว้ดัผลปลายภาคเป นกรณีพเิศษ ผลการแก้“มส” ใหไ้ด้ระดับผลการเรยีนไม่เกิน “1” การแก้“มส”กรณีน ีใหก้ระทําใหเ้สรจ็สิ นภายในป การศึกษานั น ถ้าผูเ้รยีนไม่มาดําเนินการแก้“มส”ตามระยะเวลาท ีกําหนดไวน้ ีใหเ้รยีนซ ํา ยกเวน้มีเหตุสุดวสิัย ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษาท ีจะขยายเวลาการแก้“มส” ออกไปอกีไม่เกิน 1 ภาคเรยีนแต่เม ือพน้กําหนดน ีแล้วใหป้ฏิบัติดังน ี(1) ถ้าเป นรายวชิาพ นืฐานใหเ้รยีนซ ํารายวชิานั น(2) ถ้าเป นรายวชิาเพมิ เติมใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษา ใหเ้รยีนซ ําหรอืเปล ียนรายวชิาเรยีนใหม่2) กรณีผูเ้รยีนได้ผลการเรยีน “มส” เพราะมีเวลาเรยีนน้อยกวา่รอ้ยละ 60 ของเวลาเรยีนทัง หมดใหส้ถานศึกษาดําเนินการดังน ี(1) ถ้าเป นรายวชิาพ นืฐานใหเ้รยีนซ ํารายวชิานั น(2) ถ้าเป นรายวชิาเพมิ เติม ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษา ใหเ้รยีนซ ําหรอืเปล ียนรายวชิาเรยีนใหม่ในกรณีท ีเปล ียนรายวชิาเรยีนใหม่ใหห้มายเหตุในระเบยีนแสดงผลการเรยีนวา่เรยีนแทนรายวชิาใดการเรยีนซ ํารายวชิา หากผูเ้รยีนได้รบัการซ่อมเสรมิและสอบแก้ตัว 2 ครงั แล้ว ไม่ผา่นเกณฑ์การประเมิน ใหเ้รยีนซ ํารายวชิานั น ทัง น ีอยูใ่นดุลยพนิิจของโรงเรยีนในการจัดใหเ้รยีนซ ําในชว่งใดชว่งหน ึงท ีโรงเรยีนเหน็วา่เหมาะสม เชน่พกักลางวนัวนัหยุด ชวั โมงวา่ง หลังเลิกเรยีน ภาคฤดูรอ้น เป นต้นในกรณีภาคเรยีนท ี2 หากผูเ้รยีนยงัมีผลการเรยีน “0” “ร” “มส”ใหด้ ําเนินการใหเ้สรจ็สิ นก่อนเป ดเรยีนป การศึกษาถัดไป โดยโรงเรยีนเป ดการเรยีนการสอนใน ภาคฤดูรอ้นเพ อืแก้ไขผลการเรยีนของผูเ้รยีนการเปลี ยนผลการเรยีน “มผ”กําหนดใหผู้เ้รยีนเขา้รว่มกิจกรรมพฒันาผูเ้รยีน 3 กิจกรรม คือ1) กิจกรรมแนะแนว2) กิจกรรมนักเรยีน ซ ึงประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีหรอืยุวกาชาด โดยผูเ้รยีนเลือกอยา่งใดอยา่งหน ึง 1 กิจกรรมและเลือกเขา้รว่มกิจกรรมชุมนมุอกี 1 กิจกรรม3) กิจกรรมเพ อืสังคมและสาธารณประโยชน์ในกรณีท ีผูเ้รยีนได้ผลการเรยีน “มผ” โรงเรยีนต้องจัดซ่อมเสรมิใหผู้เ้รยีนทํากิจกรรมในส่วนท ีผูเ้รยีนไม่ได้เขา้รว่มหรอืไม่ได้ทําจนครบถ้วน แล้วจึงเปล ียนผลการเรยีนจาก “มผ” เป น “ผ” ได้ทัง น ีดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นภายในภาคเรยีนนั น ๆ ยกเวน้มีเหตุสุดวสิัยใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของโรงเรยีนท ีจะพจิารณาขยายเวลา ออกไปอกีไม่เกิน 1 ภาคเรยีน แต่ต้องดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นภายในป การศึกษานั นการเปลี ยนผลการเรยีน48 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
เกณฑ์การวดัและประเมนิผลการเรยีนรู้ผูเ้รยีนจะได้รบัการเล ือนชนั เม ือสิ นป การศึกษาเม ือมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปน ี1) ผูเ้รยีนต้องเรยีนรายวชิาพ นืฐานและรายวชิาเพมิ เติมและได้รบัการตัดสินผลการเรยีนผา่นเกณฑ์สถานศึกษากําหนด2) ผูเ้รยีนต้องได้รบัการประเมินและมีผลการประเมินผา่นตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนดในการอา่นคิดวเิคราะห์และเขยีน คุณลักษณะอนัพงึประสงค์และกิจกรรมพฒันาผูเ้รยีน3) ผูเ้รยีนต้องมีระดับผลการเรยีนเฉล ียในป การศึกษานั นควรได้ไม่ต ํากวา่ 1.00ทัง น ีถ้าผูเ้รยีนมีขอ้บกพรอ่งเพยีงเล็กน้อย สถานศึกษาพจิารณาเหน็วา่สามารถพฒันาและสอนซ่อมเสรมิได้ใหส้ถานศึกษาดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นภายในป การศึกษานั นทัง น ีอยูใ่นดุลยพนิิจของคณะกรรมการสถานศึกษาอน ึง ในกรณีท ีผูเ้รยีนมีหลักฐานการเรยีนรูท้ ีแสดงวา่มีความสามารถดีเลิศ สถานศึกษาอาจใหโ้อกาสผูเ้รยีนเล ือนชนั กลางป การศึกษา โดยสถานศึกษาตัง คณะกรรมการการเทียบโอนและพจิารณารายละเอยีดต่อไปน ี1. มีผลการเรยีนในป การศึกษาท ีผา่นมาและมีผลการเรยีนระหวา่งป ท ีกําลังศึกษาอยูใ่นเกณฑ์ดีเยย ีม2. มีวุฒิภาวะเหมาะสมท ีจะเรยีนในชนั ท ีสูงข นึ3. ผา่นการประเมินผลความรูค้วามสามารถจากคณะกรรมการการเทียบโอนและอนมุัติใหเ้ล ือนชนั กลางป การศึกษาไปเรยีนชนั สูงข นึ ได้1 ระดับชนั น ีต้องได้รบัการยนิยอมจากนักเรยีนและผูป้กครองนักเรยีนและต้องดําเนินการใหเ้สรจ็สิ นก่อนเป ดภาคเรยีนท ี2ของป การศึกษานั นสําหรบัในกรณีท ีพบวา่มีผูเ้รยีนกลุ่มพเิศษประเภทต่าง ๆ มีป ญหาในการเรยีนรู้ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของหวัหน้าสถานศึกษาขอ้ 3 การเล ือนชน ัการสอนซ่อมเสรมิเป นการสอนเพ อืแก้ไขข้อบกพรอ่ง กรณีท ีผูเ้รยีนมีความรู้ทักษะ กระบวนการ หรอืเจตคติ/คุณลักษณะ ไม่เป นไปตามท ีสถานศึกษากําหนด โรงเรยีนจัดสอนซ่อมเสรมิใหเ้ป นกรณีพเิศษส่วนนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพ อืพฒันาใหผู้เ้รยีนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรยีนรู้/ ตัวช วีดัท ีกําหนดไว้เป นการใหโ้อกาสแก่ผูเ้รยีนได้เรยีนรูพ้ฒันา โดยจัดกิจกรรมการเรยีนรูท้ ีหลากหลาย และตอบสนองความแตกต่างระหวา่งบุคคลของผูเ้รยีนการสอนซ่อมเสรมิดําเนินการดังต่อไปน ี1) ผูเ้รยีนมีความรู/้ทักษะพ นืฐานไม่เพยีงพอท ีจะศึกษาในแต่ละรายวชิานั น ควรจัดการสอนซ่อมเสรมิปรบัความรู/้ทักษะพ นืฐาน2) ผูเ้รยีนไม่สามารถแสดงความรู้ทักษะกระบวนการ หรอืเจตคติ/ คุณลักษณะท ีกําหนดไวต้ามมาตรฐานการเรยีนรู/้ตัวช วีดั ในการประเมินระหวา่งเรยีน3) ผูเ้รยีนท ีได้ระดับผลการเรยีน “0” ต้องจัดการสอนซ่อมเสรมิก่อนจะใหผู้เ้รยีนสอบแก้ตัว4) กรณีผูเ้รยีนมีผลการเรยีนไม่ผา่น สามารถจัดสอนซ่อมเสรมิในภาคฤดูรอ้น เพ อืแก้ไขผลการเรยีนทัง น ีใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของโรงเรยีนการสอนซ่อมเสรมิเป นการสอนเพ อืแก้ไขข้อบกพรอ่ง กรณีท ีผูเ้รยีนมีความรู้ทักษะกระบวนการ หรอืเจตคติ/คุณลักษณะไม่เป นไปตามเกณฑ์ท ีกําหนดจะต้อง1. จัดชวั โมงสอนซ่อมเสรมินอกเวลาเรยีนในชว่งพกักลางวนัและหลังเลิกเรยีน2. จัดกิจกรรมซ่อมเสรมิในรูปแบบของการเข้าค่าย คลินิกกลุ่มสาระการเรยีนรู้3. ติวเข้มทุกกลุ่มสาระการเรยีนรู้4. จัดค่ายวชิาการทุกกลุ่มสาระการเรยีนรู้5. จัดใหท้ ําโครงงานทุกกลุ่มสาระการเรยีนรู้6. จัดทําโครงการส่งเสรมิความเป นเลิศทุกกลุ่มสาระการเรยีนรู้ขอ้ 4 การสอนซอ่มเสรมิ49 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
เกณฑ์การวดัและประเมนิผลการเรยีนรู้เกณฑ์การจบระดับมธัยมศึกษาตอนต้น1) ผูเ้รยีนเรยีนรายวชิาพ นืฐานและเพมิ เติม โดยเป นรายวชิาพ นืฐาน 66 หน่วยกิตและรายวชิาเพมิ เติมตามท ีสถานศึกษากําหนด2) ผูเ้รยีนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเป นรายวชิาพ นืฐาน66 หน่วยกิต และรายวชิาเพมิ เติมไม่น้อยกวา่ 11 หน่วยกิต3) ผูเ้รยีนมีผลการประเมินการอา่น คิดวเิคราะห์และเขยีนในระดับผา่นเกณฑ์การประเมินตามท ีสถานศึกษากําหนด4) ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ในระดับผา่นเกณฑ์การประเมินตามทัง ขอ้ 4.1 และ 4.24.1 ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ในแต่ละรายวชิาตามท ีสถานศึกษากําหนด4.2 ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ระดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนด5) ผูเ้รยีนเขา้รว่มกิจกรรมพฒันาผูเ้รยีนและมีผลการประเมินผา่นเกณฑ์การประเมินตามท ีสถานศึกษากําหนดเกณฑ์การจบระดับมธัยมศึกษาตอนปลาย1) ผูเ้รยีนเรยีนรายวชิาพ นืฐานและเพมิ เติม โดยเป นรายวชิาพ นืฐาน 41 หน่วยกิตและรายวชิาเพมิ เติมตามท ีสถานศึกษากําหนด2) ผูเ้รยีนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเป นรายวชิาพ นืฐาน41 หน่วยกิต และรายวชิาเพมิ เติมไม่น้อยกวา่ 36 หน่วยกิต3) ผูเ้รยีนมีผลการประเมินการอา่น คิดวเิคราะห์และเขยีนในระดับผา่นเกณฑ์การประเมินตามท ีสถานศึกษากําหนด4) ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ในระดับผา่นเกณฑ์การประเมินตามทัง ขอ้ 4.1 และ 4.24.1 ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ในแต่ละรายวชิาตามท ีสถานศึกษากําหนด4.2 ผูเ้รยีนมีผลการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ระดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนด5) ผูเ้รยีนเขา้รว่มกิจกรรมพฒันาผูเ้รยีนและมีผลการประเมินผา่นเกณฑ์การประเมินตามท ีสถานศึกษากําหนดถ้าผูเ้รยีนท ีมีผลการประเมินรายวชิาอยูใ่นระดับไม่ผา่นจํานวนมาก และมีแนวโน้มวา่จะเป นป ญหาต่อการเรยีนในระดับท ีสูงขึ น โรงเรยีนดําเนินการแต่งตัง คณะกรรมการพจิารณา ใหเ้รยีนซ ําชนั โดยคํานึงถึงวฒุิภาวะและความรู้ความสามารถของผูเ้รยีนเป นสําคัญผูเ้รยีนท ีไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเล ือนชนั จะต้องเรยีนซ ําชนั แต่ทัง น ีอาจได้รบัการพจิารณาใหเ้ล ือนชนั ได้หากผูเ้รยีนมีคุณสมบัติข้อใดข้อหน ึง ดังต่อไปน ีการเรยีนซ ําชนั มี2 ลักษณะ คือ1) ผูเ้รยีนมีระดับผลการเรยีนเฉล ียในป การศึกษานั นต ํากวา่ 1.00 และมีแนวโน้มวา่จะเป นป ญหาต่อการเรยีนในระดับชนั ท ีสูงขึ น2) ผูเ้รยีนมีผลการเรยีน 0, ร, มส เกินครง ึหน ึงของรายวชิาท ีลงทะเบยีนเรยีนในป การศึกษานั นทัง น ีหากเกิดลักษณะใดลักษณะหน ึง หรอืทัง 2 ลักษณะ สถานศึกษาแต่งตัง คณะกรรมการพจิารณาหากเหน็วา่ไม่มีเหตุผลอนัสมควรก็ใหซ้ ําชนั โดยยกเลิกผลการเรยีนเดิมและใหใ้ชผ้ลการเรยีนใหม่แทน หากพจิารณาแล้วไม่ต้องเรยีนซ ําชนั ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการเรยีนขอ้ 5 การเรยีนซ ําชน ัขอ้ 6 เกณฑ์การจบ50 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
เกณฑ์การวดัและประเมนิผลการเรยีนรู้ได้แก่การยา้ยสถานศึกษา การเปล ียนรูปแบบการศึกษา การยา้ยหลักสูตร การออกกลางคันและการขอกลับเข้ารบัการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศขอ้ 7 การเทียบโอนผลการเรยีนของนักเรยีนที เรยีนรูจ้ากสถานศึกษาได้ในกรณีต่าง ๆการเทียบโอนผลการเรยีนเชน่สถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบันการฝก อบรมอาชพีการจัดการศึกษาโดยครอบครวัเป นต้นขอ้ 8 สถานศึกษาสามารถเทียบโอนความรู้ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรยีนรู้อ นืๆหรอืต้นภาคเรยีนท ีสถานศึกษารบัผู้ขอเทียบโอนเป นผู้เรยีน ทัง น ีผู้เรยีนท ีได้รบัการเทียบโอนผลการเรยีนต้องศึกษาต่อเน ืองในสถานศึกษาท ีรบัเทียบโอนอยา่งน้อย 1 ภาคเรยีนโดยสถานศึกษาท ีรบัการเทียบโอนควรกําหนดรายวชิาจํานวนหน่วยกิตท ีจะรบัเทียบโอนตามความเหมาะสมการพจิารณาการเทียบโอน สามารถดําเนินการได้ดังน ี1. พจิารณาจากหลักฐานการศึกษาระเบียนแสดงผลการเรยีน2. พจิารณาจากความรู้ประสบการณ์ตรงโดยการทดสอบด้วยวธิกีารต่างๆ ทัง ภาคความรู้และภาคปฏิบัติ3. พจิารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจรงิ4. ในกรณีมีเหตุผลจําเป นในระหวา่งเรยีนขอ้ 9 การเทียบโอนผลการเรยีนควรดําเนินการในชว่งก่อนเป ดภาคเรยีนการเทียบโอนจํานวนไม่น้อยกวา่ 3 แต่ไม่ควรเกิน 5 คน โดยมีแนวทางในการเทียบโอน ดังน ีกรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรยีนมาจากหลักสูตรอ นื ใหน้ ํารายวชิาหรอืหน่วยกิตท ีมีมาตรฐานการเรยีนรู/้ตัวช วีดั/ ผลการเรยีนรู/้จุดประสงค์/ เน ือหาท ีสอดคล้องกันไม่น้อยกวา่รอ้ยละ 60 มาเทียบโอนผลการเรยีน และพจิารณาใหร้ะดับผลการเรยีนใหส้อดคล้องกับหลักสูตรท ีรบัเทียบโอนกรณีการเทียบโอนความรู้ทักษะ และประสบการณ์ใหพ้จิารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) โดยใหม้ ีการประเมินด้วยเครอ ืงมือท ีหลากหลายและใหร้ะดับผลการเรยีนใหส้อดคล้องกับหลักสูตรท ีรบัเทียบโอนกรณีการเทียบโอนนักเรยีนท ีเข้าโครงการแลกเปล ียนต่างประเทศใหด้ ําเนินการตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิาร เรอ ืง หลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชนั การศึกษาสําหรบันักเรยีนท ีเข้ารว่มโครงการแลกเปล ียนทัง น ีวธิกีารเทียบโอนผลการเรยีนใหเ้ป นไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอนผลการเรยีน ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธกิาร เรอ ืง การเทียบโอนผลการเรยีนการศึกษาขัน พ นืฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต ํากวา่ ปรญิญา ประกาศ ณ วนัท ี10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 แนวปฏิบัติท ีเก ียวกับการเทียบโอนผลการเรยีนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขัน พ นืฐานซ ึงจัดทําโดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน พ นืฐาน (สิงหาคม2549) และประกาศของกระทรวงศึกษาธกิาร เรอ ืง การเทียบโอนผลการเรยีนการศึกษาขัน พ นืฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับต ํากวา่ ปรญิญา ฉบับท ี3 พ.ศ. 2563 ประกาศ ณ วนัท ี24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563ขอ้ 10 การเทียบโอนผลการเรยีนใหด้ ําเนินการในรูปของคณะกรรมการ51 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
งานแนะแนว งานแนะแนว1. การส่งเสรมิและพฒันา เพ อื ใหน้ ักเรยีนรูจ้ัก เขา้ใจ รกัและเหน็คุณค่าในตนเอง และผูอ้ นืสามารถตัดสินใจวางแผนชวีติด้านการศึกษาด้านอาชพีด้านส่วนตัวและสังคมได้รวมทัง การปรบัตัวอยูใ่นสังคมได้อยา่งมีความสุข และปฏิบัติตนเป นประโยชน์ต่อสังคม2. การป องกัน เพ อื ใหน้ ักเรยีนรูเ้ท่าทันป ญหา เลือกวธิกีารปฏิบัติได้เหมาะสมรูจ้ักยบัยงั ชงั ใจ โดยเน้นการป องกันก่อนท ีจะเกิดป ญหาข นึ3. การแก้ไขป ญหา เพ อืแก้ไขป ญหาของนักเรยีน รวมทัง การประสานความรว่มมือกับฝา ยต่าง ๆ เพ อืการชว่ยเหลือนักเรยีนการแนะแนว มเีปา หมายดังนี ขอบขา่ยของการแนะแนวมี3 ด้าน ดังน ี1. ด้านการศึกษา2. ด้านอาชพี3. ด้านส่วนตัวและสังคมโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภภารกิจของการแนะแนว ประกอบด้วย1. การจัดกิจกรรมแนะแนวตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน พ นืฐาน ซ ึงมีวตัถุประสงค์ดังน ี1) เพ อื ใหผู้เ้รยีนรูจ้ัก เขา้ใจ รกัและเหน็คุณค่าในตนเองและผูอ้ นื2) เพ อื ใหผู้เ้รยีนสามารถวางแผนด้านการศึกษาด้านอาชพีรวมทัง ด้านส่วนตัวและสังคม3) เพ อื ใหผู้เ้รยีนสามารถปรบัตัวได้อยา่งเหมาะสมและอยูร่ว่มกับผูอ้ นื ได้อยา่งมีความสุข2. การจัดบรกิารแนะแนว มี5 ด้าน ดังน ี1) บรกิารสํารวจข้อมูลเป นรายบุคคล2) บรกิารสารสนเทศ3) บรกิารใหค้ ําปรกึษา4) บรกิารจัดวางตัวบุคคล5) บรกิารติดตามและประเมินผล52 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
หองสมดุ หองสมดุโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภระเบียบการใชห้อ้งสมุดหอ้งสมุดโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ทําหน้าท ีเก็บรวบรวม จัดระบบ เพ อื ใหบ้รกิารส ือสารนิเทศต่าง ๆ ในรูปแบบหอ้งสมุดอตั โนมัติรวมถึงการบรกิารหอ้งสืบค้นเทคโนโลยสีารสนเทศ และการส ือสาร (ICT) เพ อื ใชใ้นการสืบค้นสารสนเทศอนัเป นประโยชน์ต่อการจัดการเรยีนรูข้องนักเรยีนทัง น ีในป พ.ศ.2565 หอ้งสมุดฯ ได้พฒันาหอ้งสมุดใหเ้ป นระบบหอ้งสมุดดิจิทัล (digital library)ท ีเก็บรวบรวมส ือในรูปแบบดิจิทัล เรยีกอกีอยา่งวา่หนังสืออเิล็กทรอนิกส์(E-BOOK) ใหบ้รกิารในรูปแบบ online ผา่นระบบ Internet สามารถยมื online ผา่นระบบหอ้งสมุด TC e-libraryและอา่นได้บนมือถือ/เครอ ืงแท็บเล็ตส่วนบุคคล/คอมพวิเตอร์ได้เป นการสนับสนนุการศึกษาอยา่งต่อเน ือง สม ําเสมอ เพ อื ใหน้ ักเรยีน ครูและบุคลากรของโรงเรยีนสามารถเขา้ถึงแหล่งขอ้มูลได้สะดวกทุกท ีทุกเวลา และเพ อืนําผูเ้รยีนไปสู่การเป นบุคคลแหง่การเรยีนรูแ้ละนําไปสู่สังคมแหง่การเรยีนรูต้ ่อไปสถานที ต ัง หอ้งสมุดโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ตัง อยูท่ ีอาคารหอ้งสมุดโรงเรยีนซ ึงเป นอาคารเอกเทศวนัเวลาท ีเป ดใหบ้รกิาร วนัจันทร์– วนัศุกร์ชว่งเชา้เวลา 07.30 – 07.55 น.ชว่งกลางวนัเวลา 11.15 – 12.15 น.(สําหรบันักเรยีนระดับชนั มัธยมศึกษาป ท ี1-3)เวลา 12.15 – 13.15 น.(สําหรบันักเรยีนระดับชนั มัธยมศึกษาป ท ี4-6)ชว่งเยน็เวลา 16.00 – 16.30 น.ป ดทําการวนัเสาร์- อาทิตย์และวนัหยุดนักขัตฤกษ์ทัง น ีหากต้องการขอใชบ้รกิารนอกเหนือจากเวลาท ีกําหนด ใหข้ออนญุาตครูผูส้อนและบรรณารกัษ์หอ้งสมุด ยกเวน้คาบกิจกรรมท ีมีการจัดตารางเรยีนไวแ้ล้ว53 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
หอ้งสมุดผูม้สี ิทธเ ิขา้ใชบ้รกิารหอ้งสมุดผูม้สี ิทธย ิมืทรพัยากรสารสนเทศของหอ้งสมุด1. นักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์2. ผูบ้รหิาร/ครูโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์3. บุคลากรของโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์4. ผูป้กครองของนักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์1. นักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์2. ผูบ้รหิาร/ครูโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์3. บุคลากรของโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์การยมื-คืนหนังสือและส ือ (ระบบหอ้งสมุดอตัมตั ิ)ขอ้ควรปฏิบัติในการเขา้ใชบ้รกิารของหอ้งสมุดผูใ้ชห้อ้งสมุด มีจุดมุ่งหมายเพ อืเขา้มาค้นควา้หาความรู้หรอือา่นหนังสือเพ อืความเพลิดเพลินจึงควรปฏิบัติตนใหเ้หมาะสม ดังน ี1. แต่งกายสุภาพเรยีบรอ้ย2. ไม่ควรนํากระเป าหนังสือ ถุงยา่มเขา้ไปในหอ้งสมุด ยกเวน้กระเป าสตางค์/ของมีค่า และฝากสิง ของอ นืๆ ไวท้ ีท ีฝากซ ึงทางหอ้งสมุดจัดไวใ้ห้3. ไม่ทําเสียงดังรบกวนผูอ้ นื4. ไม่นําอาหาร ของขบเค ียว และเครอ ืงด ืมเขา้ไปในหอ้งสมุด5. หยบิหนังสือหรอืเอกสารด้วยความระมัดระวงัและอยา่รอ ืค้นใหก้ระจุยกระจาย6. ไม่ขดีเขยีน ฉีก หรอืตัดหนังสือและสิง พมิพ์ต่าง ๆ7. เม ือใชห้นังสือเสรจ็แล้ว ใหป้ฏิบัติตามระเบยีบของหอ้งสมุดนั น ๆ8. ไม่ควรนําหนังสือ หนังสือพมิพ์หรอืวารสารมาไวอ้า่นครงั ละหลายฉบับเพ อืผูอ้ นืจะได้มีโอกาสใชบ้า้ง9. เม ือลุกจากท ีนั งแล้วควรเล ือนเก้าอเ ีก็บใหเ้รยีบรอ้ย10. ยมืหนังสือก่อนนําออกจากหอ้งสมุด และส่งคืนตามวนัท ีกําหนด11. เม ือมีป ญหาในการใชห้อ้งสมุด สามารถสอบถามได้ท ีบรรณารกัษ์1. นักเรยีนท ีจะยมืหนังสือ, แผน่ CD หรอืใชบ้รกิารหอ้ง ICT ต้องเป นสมาชกิของหอ้งสมุด(กรณีน ีนักเรยีนสามารถใชร้หสั ประจําตัวนักเรยีนได้อตั โนมัติ) และนักเรยีนท ีเป นสมาชกิเท่านั นท ีจะยมืหนังสือ, วารสาร, CD ได้รวมทัง ใชบ้รกิารหอ้ง ICT นอกเวลาเรยีนได้และการยมืหนังสือยมื ได้เฉพาะหนังสือทัว ไป หนังสือคู่มือ และวารสารหรอืหนังสือพมิพ์ฉบับล่วงเวลาเท่านั นสําหรบัหนังสืออา้งองิหนังสือพมิพ์และวารสารฉบับป จจุบัน ไม่อนญุาตใหย้มื2. ยมืหนังสือทัว ไป ได้ครงั ละไม่เกิน 3 เล่มนาน 7 วนั (หากคืนเกินกําหนด ปรบัเล่มละ 1 บาท/วนั)3. ยมืวารสาร/นิตยสาร ฉบับล่วงเวลา ยมื ได้ครงั ละไม่เกิน 2 ฉบับ นาน 1 วนั (หากคืนเกินกําหนดปรบัเล่มละ 1 บาท/วนั)4. ยมืแผน่ CD/DVD ได้ครงั ละ 3 แผน่นาน 7 วนั (หากคืนเกินกําหนด ปรบัแผน่ละ 3 บาท/แผน่ /วนั)5. หากทําหนังสือหรอืส ืออ นืๆ สูญหาย ต้องซ ือหนังสือเรอ ืงเดิมคืนหอ้งสมุด หรอืชดใชต้ามราคาของส ือนั น6. ผูท้ ีไม่คืนหนังสือจะมีใบทวงแจ้งครูท ีปรกึษา และถ้ายงัไม่ได้รบัการติดต่อกลับจะไม่มีสิทธยิ มืหนังสือได้อกีจนกวา่จะปฏิบัติใหถู้กต้องตามระเบยีบ7. นักเรยีนท ีค้างส่งหนังสือหอ้งสมุด และกําลังจะจบการศึกษา จะถูกอายดัผลการเรยีนจากงานทะเบยีนวดัผล จนกวา่จะนําหนังสือมาคืนหอ้งสมุด54 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
LIBRARYหอ้งสมุดการตัดสิทธก ิารใชห้อ้งสมุดการยมื-คืนหนังสือ(ระบบหอ้งสมุด TC e-library)ผูท้ ีนําหนังสือออกจากหอ้งสมุดโดยไม่ได้รบัอนญุาตจะต้องซ ือหนังสือชดใช้2 เท่าของราคาหนังสือ และถูกตัดสิทธกิ ารเขา้ใชบ้รกิารหอ้งสมุดเป นระบบหอ้งสมุดดิจิทัล (digital library) ท ีเก็บรวบรวมส ือในรูปแบบดิจิทัล เรยีกอกีอยา่งวา่หนังสืออเิล็กทรอนิกส์(E-BOOK) ใหบ้รกิารในรูปแบบ online ผา่นระบบ Internetสามารถยมื online ผา่นระบบหอ้งสมุด TC e-library และอา่นได้บนมือถือ/เครอ ืงแท็บเล็ตส่วนบุคคล/คอมพวิเตอรไ์ด้สําหรบัการเขา้ใชบ้รกิาร สามารถดําเนินการได้ดังน ี1. สําหรบัโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์(Android) สามารถดาวน์โหลดและติดตัง App ช อืวา่ TC e-library2. สําหรบัโทรศัพท์ระบบไอโอเอส (iOS) สามารถดาวน์โหลดและติดตัง App ช อืวา่ VLCloud ทัง น ี- นักเรยีนทุกคน สามารถเขา้ใชบ้รกิารโดยการ login เขา้สู่ระบบ ด้วย เลขประจําตัวนักเรยีน3. การยมืหนังสือ สามารถยมื ได้ครงั ละ 3 เล่ม ภายในกําหนดเวลา 7 วนั4. การส่งคืนหนังสือ สามารถส่งคืนได้ตามกําหนดภายใน 7 วนัหากเกินกําหนดระบบจะดึงคืนหนังสือโดยอตั โนมัติ55 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
1. ล๊อกเกอรส์ ําหรบัใส่สัมภาระก่อนเขา้หอ้งสมุด3. มุมวารสาร/หนังสือพมิพ์ 4. มุมหนังสือทัว ไป/คู่มือสอบ5. มุมหนังสือสําหรบัเด็ก/เกม /นวนิยาย 6. มุมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ7. มุมส่งเสรมิการเรยีนรูส้ารานกุรมไทยหอ้งสมุดพ นืที ในการใหบ้รกิารของหอ้งสมุด2. หอ้งบรกิารการอา่น/การทํากิจกรรม8. มุมบรกิาร ยมื-คืน ทรพัยากรสารสนเทศ56 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
กิจการนกัเรยีนกล่มุบรหิารโ ร ง เ รีย น ทุ่ง เ ส ลี ย ม ช นูป ถัม ภ์
1 เครอ ืงแบบนักเรยีน : นักเรยีนชายม.ปลายม.ต้นม.ต้นม.ปลาย59 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569เพ อื ใหก้ารแต่งกายของนักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์เป นไปตามระเบยีบของกระทรวงศึกษาธกิารวา่ด้วยพระราชบัญญัติเครอ ืงแบบนักเรยีน พ.ศ. 2551 โรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์จึงได้ออกระเบยีบไวด้ ังน ีระเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสลี ยมชนปูถัมภ์ระดับมธัยมศกึษาตอนต้นระดับมธัยมศกึษาตอนปลายเส อื1. เส ือแบบเชติ คอตัง ตัดเยบ็ด้วยผ้าขาวเกล ียง ไม่บาง (หา้มใชผ้ ้าด้ายดิบ ผ้าเน ือมัน ผ้าแพร ผ้าท ีมีลายในตัวหรอืผ้าท ีมีเน ือบาง) ใหม้ ีสาบท ีหน้าอกกวา้ง 5 ซม. ติดกระดุมแบบกลมเส้นผ่าศูนยก์ลางไม่เกิน1 ซม. แขนเส ือเหนือศอก กวา้ง 5 ซม. ไม่รดัรูป หรอืกวา้งเกินไป ตะเข็บแขนพับเข้าไม่น้อยกวา่1.5 ซม. และไม่กวา้งกวา่ 2.5 ซม. ด้านหลังเส ือไม่มีสาบ ขอบกระเป าอยูแ่นวราวนม ด้านซ้าย 1 ใบกวา้ง 8 ซม. ยาว 12 ซม. ไม่เกิน 12 - 15 ซม.2. ป กช อื- นามสกุลเหนือกระเป าเส ือ ตัวอกัษรสูง 1 ซม. เป นภาษาไทยและป กช อืเป นภาษาองักฤษข ึนต้น ช อื- นามสกุล ด้วยตัวพมิพ์ใหญ่ไวใ้ต้ช อืภาษาไทยด้วยด้ายหรอืไหมสีน ําเงนิ(หา้มใชรู้ปลอกกํามะหย )ี3. ด้านขวาป กอกัษรยอ่ท.ช. ระดับเดียวกันกับ ช อื- นามสกุล ภาษาไทย4. ป กเลขประจําตัวด้วยเลขอารบิคตรงกับ ช อื- นามสกุล ภาษาองักฤษ5. ป กจุดท ีอกเส ือด้านซ้ายเหนือช อืภาษาไทย ม.1 และ ม.4 ป ก 1 จุด , ม.2 และ ม.5 ป ก 2 จุด,ม.3 และ ม.6 ป ก 3 จุดกางเกงเขม็ขดัและรองเท้ากางเกงขาสัน สีกากี(หา้มใชผ้ ้าท ีมีสีเข้มหรอืออ่น หา้มใชผ้ ้าเน ือมัน หรอืผ้าด้ายดิบ) ตัดเยบ็ทรงสุภาพขาสัน เหนือเข่า ขอบขาพน้กลางสะบ้า ประมาณ 5 ซม. เม ือยนืตรงส่วนกวา้งของขากางเกงหา่งจากขาตัง แต่8 - 15 ซม. ตามสัดส่วนของขา ปลายพับเข้าด้านในกวา้งประมาณ 5 ซม. มีกระเป าตามแนวตะเข็บข้างข้างละ 1 กระเป า (ไม่มีกระเป าหลัง) มีจีบด้านหน้า ข้างละ 2 จีบ มีหูรอ้ยเข็มขัด รวม 7 หูยาวไม่เกิน 5 ซม.เวลาสวมใหท้ ับชายเส ือไวใ้หเ้รยีบรอ้ยเข็มขัดหนังสีน ําตาล ขนาดกวา้งไม่เกิน 4 ซม. ความยาวตามสัดส่วนของตัวนักเรยีน หวัเข็มขัดรูปส ีเหล ียมเป นโลหะสีเงนิตราโรงเรยีน นักเรยีนท ีเป นลูกเสือจะใชเ้ข็มขัดลูกเสือแทนก็ได้หา้มสลักลวดลาย วาดรูปหรอืติดสติก เกอรต์ ่าง ๆ รองเท้าผ้าใบหุม้ส้นสีน ําตาล มีสายหรอืเชอืกผูกสีน ําตาล สีเดียวกับรองเท้า ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีน ําตาล ความยาวเหนือข้อเท้าไม่น้อยกวา่ 5 ซม. ใหด้ ึงจนถุงเท้าตึงหา้มพับ หรอืม้วนลงมาเข็มขัดหนังสีดํา ขนาดกวา้งไม่เกิน 4 ซม. ความยาวตามสัดส่วนของตัวนักเรยีน หวัเข็มขัดรูปส ีเหล ียมเป นโลหะสีเงนิตราโรงเรยีน หา้มสลักลวดลาย วาดรูป หรอืติดสติก เกอรต์ ่าง ๆ รองเท้าผ้าใบหุม้ส้นสีดํา มีสายหรอืเชอืกผูกสีดํา สีเดียวกับรองเท้าไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย ความยาวเหนือข้อเท้าไม่น้อยกวา่ 5 ซม.กางเกงขาสัน สีดํา (หา้มใชผ้า้ท ีมีสีเขม้หรอืออ่น หา้มใชผ้า้เน ือมัน หรอืผา้ด้ายดิบ) ตัดเยบ็ทรงสุภาพขาสัน เหนือเขา่ขอบขาพน้กลางสะบา้ ประมาณ 5 ซม. เม ือยนืตรงส่วนกวา้งของขากางเกงหา่งจากขา ตัง แต่8 - 15 ซม. ตามสัดส่วนของขาปลายพบัเขา้ด้านในกวา้งประมาณ 5 ซม. มีกระเป าตามแนวตะเขบ็ขา้งขา้งละ 1 กระเป า (ไม่มีกระเป าหลัง) มีจีบด้านหน้าขา้งละ 2 จีบ มีหูรอ้ยเขม็ขัด รวม 7 หูยาวไม่เกิน 5 ซม.เวลาสวมใหท้ ับชายเส ือไวใ้หเ้รยีบรอ้ยทรงผมนักเรยีนชายและเพศวถิีชายนักเรยีนชาย ใหไ้วผ้มรองทรงสูง ด้านบนยาวไม่เกิน 6 ซม. เพศวถิีชาย ใหไ้วผ้มรองทรงต ําใหค้งความเป นเพศวถิีไว้โดยใหม้ ีความเรยีบรอ้ยเหมาะสมกับสภาพการเป นนักเรยีน หา้มนักเรยีนดัดผมยอ้มสีผมใหผ้ ิดไปจากเดิม ไม่ไวห้นวดหรอืเครา หรอืการกระทําอ นื ใดซ ึงไม่เหมาะสมกับสภาพการเป นนักเรยีน เชน่การตัดผมทรงทูบล็อก (Two Block Haircut) การตัดแต่งทรงผม เป นรูปทรงสัญลักษณ์หรอืเป นลวดลายวา่ด้วยการแต่งกายของนักเรยีน พ.ศ. 2569
2 เครอ ืงแบบนักเรยีน : นักเรยีนหญงิระดับมธัยมศกึษาตอนต้นระดับมธัยมศกึษาตอนปลายกระโปรงนักเรยีนหญิงทุกคน ใชผ้ ้าตัดกระโปรงสีกรมท่าเท่านั น ตัดแบบนักเรยีน มีจีบด้านหน้า 6 จีบหนัจีบออกด้านข้าง ๆ ละ 3 จีบ ด้านหลังเชน่เดียวกัน ตีเกล็ดทับลงมาจากเอวประมาณ 8 - 12 ซม.ความลึกของจีบ 5 -7 ซม. ความยาวคลุมเข่า วดัจากจุดก ึงกลางเข่าลงไป 8 - 10 ซม. และใหม้ ีกระเป าเฉพาะด้านข้างตามแนวตะเข็บเท่านั นการปก ช อืป ก ช อื- นามสกุล ด้านอกซ้าย ตัวอกัษรสูง 1 ซม. เป นภาษาไทยและป กช อืเป นภาษาองักฤษข ึนต้น ช อื- นามสกุล ด้วยตัวพมิพ์ใหญ่ไวใ้ต้ช อืภาษาไทย ด้วยด้ายหรอืไหมสีน ําเงนิ (หา้มใชรู้ปลอกกํามะหย )ีด้านขวาป กอกัษรยอ่ท.ช. ระดับเดียวกันกับ ช อื- นามสกุล ภาษาไทย ป กเลขประจําตัวด้วยเลขอารบิคตรงกับ ช อื- นามสกุล ภาษาองักฤษ ป กจุดท ีอกเส ือด้านซ้ายเหนือช อืภาษาไทย ม.1และ ม.4 ป ก 1 จุด, ม.2 และ ม.5 ป ก 2 จุด, ม.3 และ ม.6 ป ก 3 จุดระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์60 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569นักเรยีนชาย ม.ต้น นักเรยีนชาย,หญิง ม.ปลายรองเท้าและถุงเท้าเขม็ขดั1. นักเรยีนหญิงทุกคนใชร้องเท้าหนังสีดํามีสายรดัหลังเท้า2. ถุงเท้าสีขาว ไม่มีลวดลาย ความยาวเหนือข้อเท้าไม่น้อยกวา่ 5 ซม.นักเรยีนชาย นักเรยีนหญิง ม.ปลายและนักเรยีนชาย ม.ต้น ใชห้วัเข็มขัดสีเงนิตราสัญลักษณ์โรงเรยีน ตามท ีโรงเรยีนกําหนด หา้มสลักลวดลาย หรอืติดสติก เกอร์หรอืวาดรูปต่าง ๆนักเรยีนหญิง และเพศวถิีหญิง ไวผ้มสัน หรอืผมยาวก็ได้กรณีไวผ้มสัน ระดับความยาวผมไม่เกินระดับคาง กรณีไวผ้มยาวความยาวผมเลยระดับคางใหร้วบหรอืเป ยผมแบบเป ยเดียวให้เรยีบรอ้ย ติดหรอืผูกโบวส์ ีดํา สีกรมท่า หรอืสีน ําเงนิของโรงเรยีนขนาดความกวา้งไม่เกิน 2 นิ ว กรณีไวผ้มหน้าม้า ความยาวไม่เกินคิ ว หา้มนักเรยีนดัดผม ยอ้มสีผมใหผ้ ิดไปจากเดิม หรอืการกระทําอ นื ใด ซ ึงไม่เหมาะสมกับสภาพการเป นนักเรยีน เชน่การตัดแต่งทรงผมเป นรูปทรงสัญลักษณ์หรอืเป นลวดลายทรงผมนักเรยีนหญงิและเพศวถิีหญงิม.ต้น เส อืเส ือแบบปกทหารเรอื ใชผ้ ้าขาวเกล ียง ไม่บาง (หา้มใชผ้ ้าด้ายดิบ ผ้าเน ือมัน ผ้าแพรผ้าท ีมีลาย)เส ือคอพับในตัว ลึกพอสวมศีรษะได้สะดวก สาบตลบเข้าข้างใน ส่วนปลายของสาบใหใ้หญ่พอแบะคอไม่เหน็ตะเข็บด้านใน มีปกขนาด10 ซม. ใชส้องชนั เยบ็แบบเข้าถ ํา แขนยาวเหนือศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อยประกบด้วยผ้าสองชนั กวา้ง 3 ซม. ขนาดของตัวเส ือมีขนาดพอเหมาะกับตัว รมิขอบล่างด้านหน้า ข้างขวาติดกระเป า ขอบกระเป ากวา้งไม่เกิน 2 ซม. มีคอซองผูกเป นเง อืนกะลาสีผูกอยูห่า่งจากคอ 1ฝา มือ และสวมเส ือซับในสีขาวไม่มีลวดลายม.ปลายเส ือแบบเชติ คอตัง ตัดเยบ็ด้วยผ้าขาวเกล ียง ไม่บาง (หา้มใชผ้ ้าด้ายดิบ ผ้าเน ือมันผ้าแพร ผ้าท ีมีลายในตัว หรอืผ้าท ีมีเน ือบาง) ติดกระดุมแบบกลม เส้นผ่าศูนยก์ลางไม่เกิน 1 ซม. ไม่มีสาบเส ือ แขนเส ือมีจีบหน้า3 จีบ จีบหลัง 3 จีบแขนรดัเหนือข้อศอก ประมาณ 5 ซม. ขอบแขนเส ือกวา้ง 2.5 - 3 ซม. และสวมเส ือซับในสีขาว ไม่มีลวดลาย
4 เครอ ืงแบบนักเรยีน : เครอ ืงแบบอ นืๆระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์ชดุพละระดับมธัยมศกึษาตอนต้นรองเท้าม.ต้น และ ม.ปลาย ชาย สวมรองเท้านักเรยีน สวมถุงเท้านักเรยีนใหเ้รยีบรอ้ยม.ต้น และ ม.ปลาย หญงิสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว สวมถุงเท้านักเรยีนใหเ้รยีบรอ้ยกิจกรรมในเครอ ืงแบบกิจกรรมในเครอ ืงแบบ ได้แก่ลูกเสือ ยุวกาชาด ผู้บําเพญ็ ประโยชน์และนักศึกษาวชิาทหารใหน้ ักเรยีนแต่งกายตามระเบียบกระทรวงศึกษาธกิาร เครอ ืงแบบอ นืๆ ใหแ้ต่งกายตามท ีได้รบัอนญุาตจากผู้อาํนวยการสถานศึกษาเครอ ืงประดับและของมคี ่าโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ไม่อนญุาตใหน้ ักเรยีนสวมเครอ ืงประดับทุกชนิด ยกเวน้นา กิาข้อมือและพระเครอ ืงโดยใชส้ายท ีทําจากสายรม่สีดําหรอืแสตนเลสเท่านั น ความยาวถึงบรเิวณหน้าอกของตนเองกระเปา นักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ใชก้ระเป าตามท ีโรงเรยีนกําหนดชดุพละระดับมธัยมศกึษาตอนปลาย61 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 25693 เครอ ืงแบบนักเรยีน : ชุดพลศึกษาชดุพละระดับมธัยมศกึษาตอนต้นและตอนปลาย1. นักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ทุกคน สวมชุดพลศึกษาตามท ีโรงเรยีนกําหนด2. ป ก ช อื- นามสกุล เหนือกระเป าเส ือ ตัวอกัษรสูง 1 ซม. เป นภาษาไทยและป ก ช อื-นามสกุลเป นภาษาองักฤษ ข ึนต้น ช อื- นามสกุล ด้วยตัวพมิพ์ใหญ่ ไวใ้ต้ช อืภาษาไทยด้วยด้ายหรอืไหมสีน ําเงนิ (หา้มใชรู้ปลอกกํามะหย )ี3. ด้านขวาป กอกัษรยอ่ท.ช. ระดับเดียวกันกับ ช อื- นามสกุล ภาษาไทย4. ป กเลขประจําตัวด้วยเลขอารบิคตรงกับ ช อื- นามสกุล ภาษาองักฤษ5. ป กจุดท ีอกเส ือด้านซ้ายเหนือช อืภาษาไทย ม.1 และ ม.4 ป ก 1 จุด, ม.2 และ ม.5 ป ก 2 จุด,ม.3 และ ม.6 ป ก 3 จุด
เครอ ืงแบบลูกเสอืเครอ ืงแบบยวุกาชาดเครอ ืงแบบผูบ้ ําเพญ็ ประโยชน์เครอ ืงแบบนักศกึษาวชิาทหารระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์62 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุรเะสเลบี ยยีมบวา่โดรว้งยเรกยาีรนแตท่ง่งุกเาสยลขี ยองมนชกันเรปูยีถนัมพภ.ศ์. 256763 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569ทรงผมนักเรยีนหญงิและเพศวถิีหญงิผมยาวด้านหน้าทรงผมนักเรยีนชายด้านหลัง ด้านขา้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้งทรงผมนักเรยีนด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้งทรงผมนักเรยีนเพศวถิีชายด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้ง
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุรเะสเลบี ยยีมบวา่โดรว้งยเรกยาีรนแตท่ง่งุกเาสยลขี ยองมนชกันเรปูยีถนัมพภ.ศ์. 256764 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569ทรงผมนักเรยีนแบบเป ยเดียวด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้งทรงผมนักเรยีนทรงผมนักเรยีนหญงิและเพศวถิีหญงิผมส นัด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านขา้ง
ดว้ยโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์เหน็สมควรใหม้รีะเบยีบการปฏบิตัตินของนักเรยีนโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์ทเ ีหมาะสม และเปน แนวทางปฏบิตัใิหแ้กน่ ักเรยีน จงึกําหนดระเบยีบไวด้งัน ี4.1 ต้องแต่งกายถูกต้องตาม “ระเบยีบวา่ด้วยการแต่งกายของนักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์”4.2 ไม่ออกนอกบรเิวณโรงเรยีนในระหวา่งเวลาเรยีน เวน้แต่ได้รบัอนญุาต4.3 ต้องเช อืฟ งและปฏิบัติตนอยูใ่นโอวาทของครู4.4 ประพฤติปฏิบัติตนใหเ้หมาะสมกับวยัและสภาพของนักเรยีน4.5 มีความสุภาพออ่นน้อมต่อบุคคลทัว ไป4.6 นักเรยีนจะต้องรกัษาความสามัคคีในหมู่คณะ ไม่ก่อการทะเลาะววิาท4.7 นักเรยีนควรชว่ยกันเสรมิสรา้งช อืเสียงของโรงเรยีน ด้วยการแสดงความสามารถต่าง ๆ ท ีดีงาม ไม่ทําการใด ๆท ีจะนําความเส ือมเสียช อืเสียงมาสู่โรงเรยีน4.8 นักเรยีนต้องชว่ยกันดูแลรกัษาทรพัยส์ ินของโรงเรยีน อนัเป นของส่วนรวม4.9 นักเรยีนต้องชว่ยกันประหยดัพลังงานไฟฟ าและน ําของโรงเรยีน4.10 นักเรยีนท ีจะมาติดต่อกับทางโรงเรยีนต้องแต่งกายด้วยเครอ ืงแบบนักเรยีนใหเ้รยีบรอ้ย4.11 นักเรยีนต้องทําความเคารพครูด้วยการไหว้ทัง ในและนอกโรงเรยีน4.12 ในระหวา่งท ีมีชวั โมงเรยีน นักเรยีนต้องอยูใ่นหอ้งเรยีนเท่านั น เวน้แต่ได้รบัอนญุาตจากครูผูส้อนในชวั โมงเรยีน4.13 ในกรณีท ีเปล ียนหอ้งเรยีนใหทุ้กคนเดินชดิขวาใหเ้ป นระเบยีบเรยีบรอ้ย ไม่ส่งเสียงดัง หรอืทําการใด ๆอนัเป นการรบกวนหอ้งใกล้เคียง และต้องถึงหอ้งเรยีนภายในเวลา 5 นาทีถ้าชา้เกินกวา่ 5 นาทีใหถ้ ือวา่เขา้หอ้งเรยีนสายในชวั โมงนั น และถ้าสายเกินกวา่ 3 ครงั ใหถ้ ือวา่ขาดเรยีนในรายวชิานั น 1 ชวั โมงเศษท ีเหลือใหถ้ ือวา่ขาดอกี 1 ชวั โมง4.14 การรกัษาความสะอาดและความเป นระเบยีบเรยีบรอ้ย1) จัดโต๊ะและเก้าอใ ีหเ้ป นระเบยีบหลังเขา้ใช้2) ใหน้ ักเรยีนรกัษาโต๊ะ เก้าอแ ีละหอ้งเรยีนของตนใหส้ะอาดและอยูใ่นสภาพสมบูรณ์ตลอดเวลา3) ไม่ทําลาย ไม่ขดีเขยีนโต๊ะ เก้าอ ีฝาผนังและประตู- หน้าต่างของหอ้งเรยีน และอาคารเรยีนใหส้กปรก4) ทําความสะอาดหอ้งเรยีนบรเิวณพ นืท ีของตน ตามวนัท ีโรงเรยีนและครูท ีปรกึษากําหนด หา้มเคล ือนยา้ยโต๊ะ เก้าอ ีออกจากหอ้งเรยีนโดยไม่ได้รบัอนญุาต4.15 นักเรยีนต้องมาถึงโรงเรยีนก่อน เวลา 07.55 น. การมาโรงเรยีนหลังเวลา 08.00 น. ถือวา่มาโรงเรยีนสายจะถูกตัดคะแนนพฤติกรรมตามขอ้กําหนดของโรงเรยีน4.16 หน้าท ีของหวัหน้าและรองหวัหน้าหอ้ง1) เม ือเรมิ ชวั โมงเรยีนแล้ว 10 นาทีถ้าครูประจําวชิายงัไม่เขา้หอ้งสอน ใหห้วัหน้าไปติดต่อครูท ีกลุ่มสาระการเรยีนรูห้รอืกลุ่มบรหิารวชิาการ2) ควบคุมสมาชกิในหอ้งใหเ้รยีบรอ้ยขณะท ีไม่มีครูควบคุม3) ควบคุมดูแลการทําความสะอาดหอ้งเรยีนและเขตพ นืท ีรบัผดิชอบ4) ควบคุมการเดินแถวของนักเรยีนในหอ้งของตนใหเ้ดินเป นระเบยีบในระหวา่งท ีมีการเปล ียนหอ้งเรยีน5) ปฏิบัติหน้าท ีอ นืๆ ตามท ีได้รบัมอบหมายจากครู4.17 นักเรยีนพักรบัประทานอาหารได้ตามเวลาท ีกําหนดเท่านั น ไม่ซ ืออาหารก่อนและหลังเวลาท ีกําหนดโดยเด็ดขาดยกเวน้ ได้รบัอนญุาตจากครูขอ้ 1 ระเบยีบน ีเรยีกวา่ “ระเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์วา่ด้วยการประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรยีน”ขอ้ 3 ระเบยีบน ีใชก้ ับนักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ขอ้ 2 ใหย้กเลิกระเบยีบอ นื ใดของโรงเรยีนท ีขัดแยง้กับระเบยีบน ีขอ้ 4 วา่ด้วยขอ้ ปฏิบัติของนักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ทุกคนต้องปฏิบัติดังต่อไปน ีวา่ด้วยการประพฤติและการปฏิบตั ิตนของนักเรยีน พ.ศ. 2569ะเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสลี ยมชนปูถัมภ์ ร65 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
4.18 ใหน้ ักเรยีนรบัประทานอาหารใหเ้รยีบรอ้ยภายในโรงอาหาร ไม่นําอาหารไปรบัประทานนอกบรเิวณท ีกําหนดกรณีนําอาหารมารบัประทานเองใหใ้ชส้ถานท ีท ีโรงเรยีนจัดให้พรอ้มนําเศษอาหารและภาชนะท ีไม่ใชไ้ปทิ งในถังขยะตามประเภทของขยะ4.19 การซ ืออาหาร หรอืรบับรกิารต่าง ๆ นักเรยีนจะต้องเขา้แถวตามลําดับก่อนหลัง4.20 เม ือนักเรยีนรบัประทานอาหารในโรงอาหารเรยีบรอ้ยแล้ว ต้องนําภาชนะ เชน่จาน ชาม ชอ้นส้อม หรอือ นืๆไปเก็บหรอืวางไวใ้นท ีท ีรา้นค้าจัดเตรยีมไวใ้ห้4.21 การใชห้อ้งน ําหอ้งส้วม นักเรยีนใชห้อ้งน ําหอ้งส้วมใหถู้กต้องตามท ีโรงเรยีนกําหนดไว้ชว่ยกันรกัษาความสะอาด เพ อืสุขภาพอนามัยของตนเองและส่วนรวม4.22 การชกันําบุคคลภายนอกเขา้มาก่อความวนุ่วายในโรงเรยีน ถือเป นความผดิรา้ยแรง ต้องรบัโทษตามท ีสถานศึกษากําหนด4.23 ผูป้กครอง บดิามารดาหรอืญาติของนักเรยีนท ีมาขอพบนักเรยีนใหต้ ิดต่อท ีป อมยามของโรงเรยีน4.24 ไม่นําอาวธุเครอ ืงประดับหรอือุปกรณ์ต่าง ๆ ท ีผดิระเบยีบและเป นอนัตรายมาโรงเรยีน ถ้าตรวจพบโรงเรยีนจะยดึสิง ของนั น ๆ ไว้หรอืถ้าเป นสิง ของผดิกฎหมายโรงเรยีนจะมอบใหแ้ก่เจ้าหน้าท ีตํารวจดําเนินการตามกฎหมายการฝา ฝน ขอ้หา้มดังกล่าว ถือเป นความผดิรา้ยแรง ต้องรบัโทษตามท ีสถานศึกษากําหนด4.25 การกระทําความผดิใด ๆ ท ีก่อใหเ้กิดความเสียหายแก่ผูอ้ นืทรพัยส์ ินของผูอ้ นืหรอืทรพัยส์ ินของโรงเรยีนจะได้รบัโทษตามระเบยีบและกฎหมายโดยนักเรยีนจะต้องชดใชค้ ่าเสียหายอนัเป นผลท ีเกิดจากการกระทํานั นด้วย5.1 แสดงความเคารพต่อครูทุกคนทัง ในและนอกโรงเรยีน พงึทําความเคารพด้วย การไหวแ้ละกล่าวคําวา่“สวสัดีครบั” “สวสัดีค่ะ”5.2 เม ือนักเรยีนนั งอยูก่ ับท ีครูเดินผา่นมาในระยะใกล้เคียงใหแ้สดงความเคารพด้วยการไหว้5.3 ถ้าครูนั งหรอืยนือยูก่ ับท ีเม ือนักเรยีนเดินผา่นมา ใหก้ ้มหลังเล็กน้อยพองามแล้วเดินผา่นไป5.4 เม ือนักเรยีนเดินสวนทางกับครูใหห้ยุดเดินแสดงความเคารพด้วยการไหว้กล่าวคําวา่สวสัดีครบั (ค่ะ)แล้วเดินต่อไปยกเวน้ขณะเดินแถวหรอืเวลาเดินแถวใหก้ ้มหลังลงเล็กน้อย เม ือครูพูดกับนักเรยีนคนใดนักเรยีนคนนั นต้องยนืตรง แต่ถ้าครูนั งอยูใ่หน้ ักเรยีนคุกเขา่5.5 การแสดงความเคารพของนักเรยีนท ีแต่งเครอ ืงแบบลูกเสือ นักศึกษาวชิาทหาร กิจกรรมบังคับอ นืๆใหท้ ําความเคารพตามระเบยีบนั น ๆ5.6 เม ือพบบุคคลภายนอกเขา้มาในโรงเรยีน พงึแสดงความเคารพด้วยการไหว้หรอืแสดงอธัยาศัยไมตรดี้วยกายวาจาใจท ีสุภาพ5.7 การแสดงความเคารพในหอ้งเรยีน เม ือครูประจําชนั หรอืประจําวชิาเขา้สอนใหห้วัหน้าหอ้งบอก“นักเรยีนเคารพ” นักเรยีนทุกคนยนืข นึยกมือไหวพ้รอ้มกันและก้มศีรษะเล็กน้อย และกล่าวคําวา่สวสัดีครบั(ค่ะ) จากนั นครูจะเป นผูส้ ัง ใหน้ ักเรยีนนั งลง ในทํานองเดียวกัน เม ือหมดชวั โมง/เวลาครูออกจากหอ้งสอนใหห้วัหน้าบอก “นักเรยีนเคารพ” ทุกคนยนืยกมือไหวพ้รอ้มกันและก้มศีรษะเล็กน้อย และกล่าวคําวา่ขอบคุณครบั (ค่ะ) ทุกครงั ส่วนวชิาภาษาต่างประเทศใหป้ฏิบัติตามท ีครูผูส้อนกําหนด5.8 นักเรยีนต้องทําความเคารพต่อบดิามารดา หรอืผูป้กครองอยา่งสม ําเสมอ ทัง ก่อนมาโรงเรยีนและกลับถึงบา้น6.1 การลากิจและลาป วย นักเรยีนจะต้องเขยีนใบลาถึงครูท ีปรกึษาทุกครงั พรอ้มทัง มีลายมือช อืของผูป้กครองหรอืผูป้กครองโทรศัพท์/แจ้งในไลน์ใหค้รูท ีปรกึษาทราบ ก่อนเวลา 07.50 น.6.2 การขาดเรยีน1) นักเรยีนขาดเรยีนโดยไม่มีเหตุผลและไม่มีการลา การขาดเรยีนดังกล่าวเป นการกระทําความผดิกฎหมายการศึกษาภาคบังคับ ผูป้กครองมีความผดิซ ึงเจ้าหน้าท ีทางกฎหมายสามารถดําเนินการทางอาญาได้2) การขาดเรยีนเป นประจําเป นความประพฤติไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรยีน3) ถ้านักเรยีนขาดเรยีนเกิน 3 วนัต่อสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุหรอืผูป้กครองไม่แจ้งใหท้างโรงเรยีนทราบโรงเรยีนจะมีหนังสือถึงผูป้กครอง เพ อืแจ้งใหท้ราบและเชญิผูป้กครองมาพบเพ อืติดตาม ดําเนินการต่อไปวา่ด้วยการทําความเคารพ โรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์มีความมุ่งหมายท ีจะใหน้ ักเรยีนทุกคนมีจรรยามารยาทท ีออ่นโยน รูจ้ักเคารพ นอบน้อมและมีความกตัญ ูรูคุ้ณบดิามารดา ผูม้ ีอุปการคุณ ครูและบุคคลท ีควรเคารพซ ึงเป นการแสดงออกของผูท้ ีได้รบัการศึกษา อบรมและเป นผูม้ ีวฒันธรรมอนัดีงามถือวา่เป นสิง สําคัญอยา่งยงิ ท ีนักเรยีนทุกคนจะต้องปฏิบัติจนเป นนิสัย แนวปฏิบัติของนักเรยีนมีดังน ีขอ้ 5ขอ้ 6 วา่ด้วยการลาหยุด การขาดเรยีน การมาสาย และการออกนอกบรเิวณโรงเรยีนระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์66 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
6.3 การมาสาย1) การมาสายเป นประจําถือวา่ “เป นความประพฤติท ีไม่เหมาะสมกับสภาพการเป นนักเรยีนขาดความมีระเบยีบวนิัย จะต้องถูกตัดคะแนนพฤติกรรมตามเกณฑ์ท ีโรงเรยีนกําหนด” นักเรยีนทุกคนตอ้งมาโรงเรยีนใหท้นัเวลาเขา้แถวเคารพธงชาตแิละมาใหท้นั ฟง ประกาศของโรงเรยีน/กจิกรรมหน้าเสาธง2) นักเรยีนทุกคนต้องมาถึงโรงเรยีนก่อน 07.55 น. เพ อืฟ งขา่วสารและกิจกรรมของโรงเรยีน ถ้ามาโรงเรยีนหลังเวลา 08.00 น. ถือวา่นักเรยีนมาสาย มีขอ้ ปฏิบัติดังน ี- ถ้ามาขณะท ีเพ อืนนักเรยีนกําลังเขา้แถว ใหเ้ขา้แถวตามท ีครูเวรประจําวนักําหนด หา้มแทรกแถว- ถ้ามาโรงเรยีนสายหรอืไม่มาเขา้แถวใหค้รูท ีปรกึษาดําเนินการตัดคะแนนความประพฤติตามขอ้กําหนดของโรงเรยีน- นักเรยีนท ีมาโรงเรยีนสายหรอืไมม่าเขา้แถว 5 ครงั ต่อเดือน โดยไมม่เีหตผุลอนัควร นอกจากทํากิจกรรมบําเพญ็ ประโยชน์และตัดคะแนนพฤติกรรม แล้วจะเชญิผูป้กครองมารบัทราบพฤติกรรม3) ถ้าผูป้กครองนักเรยีนมีกิจจําเป น ทําใหน้ ักเรยีนมาโรงเรยีนไม่ทันผูป้กครองต้องแจ้งครูท ีปรกึษาใหท้ราบก่อนล่วงหน้า6.4 การขออนญุาตออกนอกบรเิวณโรงเรยีนถา้นักเรยีนมคีวามจําเปน ทจ ีะตอ้งออกนอกบรเิวณโรงเรยีนใหข้ออนญุาตรองผอู้าํนวยการทป ีฏบิตัหิน้าท ีทป ีรกึษาครูเวรประจําวนันั น ๆ กรณีรองผอู้าํนวยการไปราชการ/ลา ใหข้ออนญุาตผชู้ว่ยผอู้าํนวยการโรงเรยีนทเ ีปน หวัหน้าเวรในวนันั น ๆ โดยกรอกแบบฟอรม์การขออนญุาตใหเ้รยีบรอ้ยแลว้ปฏบิตัิดงัน ี- ส่วนท ี1 ใหห้วัหน้าหอ้งเก็บไว้เพ อืแสดงต่อครูประจําวชิาในชวั โมงเรยีน- ส่วนท ี2 ใหน้ ักเรยีนนําไปส่งท ีป อมยาม เพ อืเป นหลักฐานในการขออนญุาตออกนอกบรเิวณโรงเรยีน- ส่วนท ี3 ใหน้ ักเรยีนเก็บไว้เพ อืเป นหลักฐานการออกนอกบรเิวณโรงเรยีน7.1 เม ือได้ยนิเสียงเพลงมารช์ของโรงเรยีน ซ ึงเป นสัญญาณเตรยีมเขา้แถวเคารพธงชาติใหน้ ักเรยีนท ีอยูบ่รเิวณโรงเรยีนหรอืกําลังปฏิบัติหน้าท ีตามท ีได้รบัมอบหมายใหห้ยุดภารกิจต่าง ๆ แล้วรบีมาเขา้แถวโดยเรว็7.2 นักเรยีนต้องมาเขา้แถวทํากิจกรรมหน้าเสาธง เวลา 07.55 น. และไม่อนญุาตใหข้ นึอาคารเรยีนในชว่งเชา้ก่อนเขา้แถวเคารพธงชาติและชว่งพักกลางวนัยกเวน้ ได้รบัอนญุาตจากครู7.3 นักเรยีนทุกคนต้องเขา้แถวใหเ้รยีบรอ้ย โดยมีครูท ีปรกึษา/ครูเวรใหค้ ําแนะนําการเขา้แถวและเช อืฟง คําสัง ของครูอยา่งเครง่ครดั7.4 นักเรยีนรอ้งเพลงชาติสวดมนต์รอ้งเพลงสรรเสรญิพระบารมีรอ้งเพลงมารช์ของโรงเรยีนด้วยเสียงอนัดังและถูกต้อง ปฏิบัติกิจกรรม น้องไหวพ้ สีวสัดีกัน ตามลําดับ7.5 ในการเขา้แถวตัง แต่เรมิ เขา้แถวจนถึงการฟ งขา่วสารของโรงเรยีน นักเรยีนต้องอยูใ่นระเบยีบแถวไม่คุยไม่เล่นกันในแถว หรอืแสดงกิรยิาใด ๆ ท ีแสดงวา่ ไม่สนใจฟ งหรอืไม่เคารพครู7.6 กิจกรรมอบรมคุณธรรม จรยิธรรมประจําวนั (กิจกรรมโฮมรูม) นักเรยีนพบครูท ีปรกึษาหลังกิจกรรมเขา้แถวเคารพธงชาติทุกวนัขอ้ 7 วา่ด้วยการเขา้แถวของนักเรยีนในภาคเชา้ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์67 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
8.1 นักเรยีนจะต้องลงจากรถจักรยาน หรอืรถจักรยานยนต์เม ือถึงจุดท ีโรงเรยีนกําหนด แล้วจูงไปจอดในโรงจอดรถใหเ้ป นระเบยีบ เม ือถึงเวลาเลิกเรยีนก็ใหจู้งรถจักรยานหรอืรถจักรยานยนต์ออกจากท ีจอดรถจนกวา่จะพน้จุดท ีกําหนดจึง ขับข ไีปได้8.2 นักเรยีนท ีใชร้ถจักรยานยนต์มาโรงเรยีนต้องสวมหมวกนิรภัย และปฏิบัติตามกฎหมาย/กฎจราจร8.3 ในกรณีท ีนักเรยีนไม่ได้นําหมวกนิรภัยมา ทางโรงเรยีนมีใหย้มืและต้องนํามาส่งคืนในชว่งเชา้ของวนัถัดไปหากไม่นํามาส่งคืนจะถูกตัดคะแนนความประพฤติตามท ีโรงเรยีนกําหนด8.4 นักเรยีนจะต้องจอดรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ตามท ีโรงเรยีนกําหนดไม่จอดรถจักรยานและรถจักรยานยนต์นอกโรงจอดรถและนอกบรเิวณโรงเรยีนเพราะไม่เป นระเบยีบและอาจสูญหายถ้าฝา ฝน โรงเรยีนจะถือวา่นักเรยีนมีเจตนาท ีจะหลบหนีการเรยีนโดยใชร้ถจักรยานหรอืรถจักรยานยนต์เป นพาหนะ8.5 ไม่นําอุปกรณ์การเรยีนหรอืสิง ของต่าง ๆ วางไวท้ ีรถจักรยานหรอืรถจักรยานยนต์ของตนเพราะอาจเกิดการสูญหายได้ซ ึงโรงเรยีนจะไม่รบัผดิชอบใด ๆ ทัง สิ น8.6 วนัหยุดเรยีนใหน้ ักเรยีนปฏิบัติตามขอ้ 8.1 - 8.5 อยา่งเครง่ครดั8.7 ไมเ่ขา้ไปในบรเิวณทจ ีอดรถจกัรยานหรอืรถจกัรยานยนต์หลงัจากทน ีํารถเขา้ไปจอดแลว้นอกจากจะไดร้บัอนญุาต8.8 นักเรยีนท ีนํารถจักรยานยนต์มาโรงเรยีนต้องลงทะเบยีนการนํารถจักรยานยนต์มาใชใ้นโรงเรยีนทุกคัน8.9 หา้มนักเรยีนดัดแปลงหรอืตกแต่งสภาพรถจักรยานยนต์ท ีผดิไปจากกฏหมายกําหนด9.1 การกลับบา้นของนักเรยีนต้องเป นระเบยีบ ใหน้ ักเรยีนเดินบนทางเท้า9.2 นักเรยีนท ีมาโรงเรยีนด้วยรถโดยสารประจําทาง หรอืรถรบั- ส่งใหน้ ักเรยีนข นึรถในบรเิวณท ีโรงเรยีนกําหนด11.1 กรณีชาํรุดหรอืสูญหาย ทางโรงเรยีนไม่รบัผดิชอบ ไม่วา่กรณีใด ๆ ทัง สิ น11.2 ในเวลาเรยีนใหป้ ดเครอ ืง ยกเวน้ครูผูส้อนอนญุาตใหใ้ชใ้นการจัดการเรยีนการสอน11.3 ใหน้ ักเรยีนปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) วา่ด้วยการกระทําความผดิเก ียวกับคอมพวิเตอร์พ.ศ. 2560หากพบการกระทําผดิจะถูกลงโทษตามระเบยีบของโรงเรยีน และดําเนินการตามกฎหมาย11.4 ไม่อนญุาตใหน้ ักเรยีนนําหวัชารจ์แบตโทรศัพท์มาโรงเรยีน หรอืชารจ์แบตเตอรโ ีทรศัพท์ในโรงเรยีน11.5 หากนักเรยีนกระทําความผดิจะถูกตัดคะแนนพฤติกรรม10.1 นักเรยีนคนใดมีพฤติกรรมเก ียวขอ้งกับยาเสพติด ใหร้ายงานตัวกับครูกิจการนักเรยีน เพ อืแก้ไขถ้าต้องการบําบัดรกัษาใหผู้ป้กครองเป นผูน้ ํานักเรยีนไปรกัษาตามสถานท ีของรฐัเอกชนหรอืสถานบําบัดอ นืๆ และจะต้องนําหลักฐานการเขา้รกัษามาย นืต่อโรงเรยีน เพ อืขอเขา้เรยีนตามปกติ10.2 จากขอ้ 10.1 ในกรณีนักเรยีนเก ียวขอ้งกับยาเสพติดและมิได้มารายงานตัว ถ้าพบหลักฐานเก ียวกับยาเสพติดจะส่งตัวใหก้ ับเจ้าหน้าท ีต่อไป10.3 จากขอ้ 10.2 ถ้านักเรยีนไม่มารายงานตัวเพ อืรบัการแก้ไข โรงเรยีนตรวจพบภายหลัง โรงเรยีนจะส่งตัวพรอ้มหลักฐานใหก้ ับเจ้าหน้าท ีเพ อืดําเนินการตามกฎหมายทันที(นายเสงย ีม พัฒนชยัวงศ์)ประธานกรรมการสถานศึกษาขัน พ นืฐานโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ขอ้ 8 วา่ด้วยรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ขอ้ 9 วา่ด้วยการกลับบา้นของนักเรยีนขอ้ 10 วา่ด้วยการแก้ไขป ญหานักเรยีนเสพยาเสพติดขอ้ 11 วา่ด้วยการใชโ้ทรศัพท์ขอ้ 12 ใหร้องผูอ้าํนวยการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีน รกัษาการใหเ้ป นไปตามระเบยีบน ีขอ้ 13 ใหใ้ชร้ะเบยีบน ีตัง แต่ป การศึกษา 2569 เป นต้นไประเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์68 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
รวา่ด้วยการลงโทษนักเรยีน พ.ศ. 2569ะเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสลี ยมชนปูถัมภ์เพอ ืใหน้ักเรยีนโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์มมีาตรฐานความประพฤตทิด ีงีามตามคณุลกัษณะอนัพงึประสงคข์องนักเรยีนพ.ศ. 2551 ตามหลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขนั พน ืฐาน และระเบยีบโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภว์า่ดว้ยการประพฤตแิละการปฏบิตัตินของนักเรยีน พ.ศ. 2568 โรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์จงึไดอ้อกระเบยีบโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภว์า่ดว้ยการลงโทษนักเรยีน โดยอาศยัอาํนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหง่พระราชบญัญตัคิมุ้ ครองเดก็พ.ศ. 2546 รฐัมนตรวีา่การกระทรวงศกึษาธกิาร จงึวางระเบยีบกระทรวงศกึษาธกิาร วา่ดว้ยการลงโทษนักเรยีนและนักศกึษาพ.ศ. 2548” ราชกจิจานเุบกษา เลม่ท ี122 /ตอนพเิศษ35ง/หน้า18/26 เมษายน 2548 โดยมเีจตนารมณ์เพอ ืกํากบัดแูล คมุ้ ครอง ปอ งกนัและแกไ้ขพฤตกิรรมนักเรยีน ใหเ้หมาะสมกบัสภาพการเปน นักเรยีนโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์จงึออกระเบยีบโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภว์า่ดว้ยการลงโทษนักเรยีนไวด้งัตอ่ ไปน ีขอ้ 1 ระเบยีบน ีเรยีกวา่ “ระเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์วา่ด้วยการลงโทษนักเรยีน พ.ศ. 2569”ขอ้ 2 ระเบยีบน ีใหใ้ชบ้ ังคับตัง แต่วนั ประกาศเป นต้นไปขอ้ 3 ใหย้กเลิกระเบยีบหรอืคําสัง อ นื ใดท ีกําหนดนอกเหนือในระเบยีบน ีและใหใ้ชร้ะเบยีบน ีแทนขอ้ 4 ในระเบยีบน ี“กระทําความผดิ” หมายความวา่การท ีนักเรยีนหรอืนักศึกษาประพฤติฝา ฝน ระเบยีบ ขอ้บังคับของสถานศึกษาหรอืของกระทรวงศึกษาธกิาร หรอืกฎกระทรวงวา่ด้วยความประพฤติของนักเรยีนและนักศึกษา“การลงโทษ” หมายความวา่การลงโทษนักเรยีนหรอืนักศึกษาท ีกระทําความผดิโดยมีความมุ่งหมายเพ อืการอบรมสัง สอนขอ้ 5 โทษท ีจะลงโทษแก่นักเรยีนหรอืนักศึกษาท ีกระทําความผดิมี4 สถาน ดังน ี(1) วา่กล่าวตักเตือน (2) ทําทัณฑ์บน(3) ตัดคะแนนความประพฤติ (4) ทํากิจกรรมเพ อื ใหป้รบัเปล ียนพฤติกรรมขอ้ 6 หา้มลงโทษนักเรยีนและนักศึกษาด้วยวธิรีุนแรง หรอืแบบกลัน แกล้ง หรอืลงโทษด้วยความโกรธหรอืด้วยความพยาบาทโดยใหค้ ํานึงถึงอายุของนักเรยีนหรอืนักศึกษา และความรา้ยแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วยการลงโทษนักเรยีนหรอืนักศึกษาใหเ้ป นไปเพ อืเจตนาท ีจะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรยีนหรอืนักศึกษาใหรู้ส้ ํานึกในความผดิและกลับประพฤติตนในทางท ีดีต่อไป ใหผู้อ้าํนวยการโรงเรยีน รองผูอ้าํนวยการโรงเรยีน หรอืครูผูท้ ีได้รบัมอบหมายเป นผูม้ ีอาํนาจในการลงโทษนักเรยีนขอ้ 7 การวา่กล่าวตักเตือน ใชใ้นกรณีนักเรยีนหรอืนักศึกษากระทําความผดิไม่รา้ยแรงตามกฎกระทรวงวา่ด้วยความประพฤตินักเรยีนและนักศึกษา หรอืกรณีทําใหเ้ส ือมเสียช อืเสียงและเกียรติศักดิ ของสถานศึกษา หรอืฝา ฝน ระเบยีบของสถานศึกษา หรอืได้รบัโทษวา่กล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยงัไม่เขด็หลาบ การทําทัณฑ์บนใหท้ ําเป นหนังสือหรอืเชญิบดิา มารดาหรอืผูป้กครองมาบันทึกรบัทราบความผดิและรบัรองการทําทัณฑ์บนไวด้ ้วยขอ้ 8 การทําทัณฑ์บนใชใ้นกรณีนักเรยีนหรอืนักศึกษาท ีประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรยีนหรอืนักศึกษาขอ้ 9 การตัดคะแนนความประพฤติใหเ้ป นไปตามระเบยีบปฏิบัติวา่ด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรยีนของโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์และใหท้ ําบันทึกขอ้มูลไวเ้ป นหลักฐาน9.1 คะแนนพฤติกรรมอนัพงึประสงค์นักเรยีนโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ทุกคนจะต้องปฏิบัติตนอยูใ่นระเบยีบวนิัยอยา่งเครง่ครดัหากมีพฤติกรรมท ีไม่พงึประสงค์จะถูกหกัคะแนนพฤติกรรมตามความผดิตามเกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรมท ีไม่พงึประสงค์69 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
9.2 พฤติกรรมท ีไม่พงึประสงค์เกณฑ์การตัดคะแนนพฤติกรรมท ีไม่พงึประสงค์ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์70 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์71 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์72 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์73 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์74 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ขอ้ 10 นักเรยีนท ีถูกตัดคะแนนพฤติกรรม จะต้องแก้ไขคะแนนพฤติกรรมกับครูท ีตัดคะแนนหรอืคณะกรรมการท ีได้รบัมอบหมายจากผูอ้าํนวยการโรงเรยีน โดยหลักเกณฑ์การทํากิจกรรมแก้ไขพฤติกรรม มีดังน ี10.1 ถูกตัดคะแนนใหท้ ํากิจกรรมบําเพญ็ ประโยชน์ในสถานศึกษากับครูผูต้ ัดคะแนน ครูท ีปรกึษา หรอืครูในระดับชนั 1 ชวั โมงได้10 คะแนน10.2 ถูกตัดคะแนน 40 คะแนนข นึ ไปทํากิจกรรมบําเพญ็ ประโยชน์หรอืกิจกรรมตามท ีโรงเรยีนกําหนด1) ใหโ้รงเรยีนแต่งตัง คณะกรรมการดําเนินการพฒันานักเรยีนใหม้ ีพฤติกรรมตามมาตรฐาน2) ในกรณีท ีนักเรยีนไม่ดําเนินการแก้ไขคะแนนพฤติกรรมตามท ีโรงเรยีนกําหนด ผูป้กครองเป นผูร้บัผดิชอบค่าใชจ้ ่ายในการทํากิจกรรมแก้ไขพฤติกรรมทัง หมด10.3 เม ือทํากิจกรรมครบถ้วนถูกต้องตามกําหนด ใหค้ณะกรรมการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีนและคณะกรรมการแก้ไขพฤติกรรมระดับชนั พจิารณาปรบัหรอืลดคะแนน ตามเกณฑ์ดังน ี1) การทํากิจกรรมบําเพญ็ ประโยชน์หรอืกิจกรรมอบรมต่าง ๆ 1 วนั ปรบัลดคะแนน 80 คะแนน2) การเขา้รว่มแขง่ขันกิจกรรมส่งเสรมิความเป นเลิศภายในโรงเรยีน ปรบัลดคะแนน 40 คะแนน3) การเขา้รว่มแขง่ขันกิจกรรมส่งเสรมิความเป นเลิศ กิจกรรมจิตอาสา ภายนอกโรงเรยีน ปรบัลดคะแนน80 คะแนน10.4 นักเรยีนท ีทําผดิกรณีรา้ยแรง ใหท้ ํากิจกรรมแก้ไขพฤติกรรมกับคณะกรรมการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีนเท่านั น พจิารณาปรบัหรอืลดคะแนนตามท ีคณะกรรมการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีนกําหนด10.5 เม ือปรบัหรอืลดคะแนนแล้วมีการกระทําผดิซ ําท ีเป นความผดิรา้ยแรงจะถูกตัดคะแนนเป น 2 เท่าหรอืรบัโทษขัน สูงขอ้ 11 นักเรยีนท ีถูกตัดคะแนนพฤติกรรมต้องแก้ไขหรอืลดคะแนนใหแ้ล้วเสรจ็ภายในเวลาท ีกําหนดนักเรยีนท ีมีคะแนนความประพฤติถูกตัดเกิน 40 คะแนนข นึ ไป จะต้องแก้ไขหรอืลดคะแนนใหแ้ล้วเสรจ็ก่อนสอบปลายภาคเรยีนหรอืตามระยะเวลาท ีโรงเรยีนกําหนดระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์75 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
แผนภาพแสดงการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ระดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนดทุกภาคเรยีนขอ้ 12 นักเรยีนท ีถูกตัดคะแนนพฤติกรรมมากกวา่ 40 คะแนน และไม่มาดําเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาท ีกําหนดจะถือวา่ ไม่ผา่นการประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ระดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนดในภาคเรยีนนั น และหากไม่ดําเนินการแก้ไขจะไม่ผา่นการประเมินการจบหลักสูตระดับชนั มัธยมศึกษาตอนต้นหรอืระดับชนั มัธยมศึกษาตอนปลาย76 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ขอ้ 13ขอ้ 16ใหร้องผูอ้าํนวยการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีน รกัษาการใหเ้ป นไปตามระเบยีบน ีและใหม้ ีอาํนาจตีความและวนิิจฉัยป ญหาเก ียวกับการปฏิบัติตามระเบยีบน ีใหใ้ชร้ะเบยีบน ีตัง แต่ป การศึกษา 2569 เป นต้นไป(นายเสงย ีม พัฒนชยัวงศ์)ประธานกรรมการสถานศึกษาขัน พ นืฐานโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์ขอ้ 14นักเรยีนชนั มัธยมศึกษาป ท ี1 - 3 ท ีกระทําผดิรา้ยแรงหรอืกระทําผดิซ ําซาก จะไม่ได้รบัการพจิารณาการเขา้เรยีนต่อในระดับชนั มัธยมศึกษาป ท ี4 ประเภทโควต้าขอ้ 15การกระทําใด ๆ ท ีมิได้ระบุไวใ้นพฤติกรรมท ีไม่พงึประสงค์ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของคณะกรรมการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีน77 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
รวา่ด้วยการสรา้งคนดีศรีท.ช. พ.ศ. 2569ะเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสลี ยมชนปูถัมภ์เพ อืใหน้ักเรยีนโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์มมีาตรฐานความประพฤตทิด ีงีามตามคณุลกัษณะอนัพงึประสงคข์องนักเรยีนพ.ศ. 2551 ตามหลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขนั พ นืฐาน และเปน การสง่เสรมิพฒันา ช นืชม ยกยอ่งนักเรยีนทม ีคีวามประพฤตดิีโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภ์จงึไดอ้อกระเบยีบโรงเรยีนทงุ่เสลย ีมชนปูถมัภว์า่ดว้ยวา่ดว้ยการประพฤตดิขีองนักเรยีน ไวด้งัตอ่ ไปน ีขอ้ 1 ระเบยีบน ีเรยีกวา่ “ระเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์วา่ด้วยการสรา้งคนดีศรีท.ช. พ.ศ. 2569”ขอ้ 2 ระเบยีบน ีใหใ้ชบ้ ังคับตัง แต่วนั ประกาศเป นต้นไปขอ้ 3 ใหย้กเลิกระเบยีบหรอืคําสัง อ นื ใดท ีกําหนดนอกเหนือในระเบยีบน ีและใหใ้ชร้ะเบยีบน ีแทนขอ้ 4 ในระเบยีบน ี“ความดี” หมายความวา่สิง ท ีทําแล้วเป นประโยชน์เป นผลดีต่อตนเอง ผูอ้ นืและสังคมส่วนรวม เม ือทําแล้วเกิดความรูส้ ึกอมิ เอมใจ สบายใจ จิตใจชุม่ช นืเป นสุข ปราศจากความเศรา้หมองขุน่มัว“คุณลักษณะอนัพงึประสงค์” หมายความวา่ลักษณะท ีต้องการใหเ้กิดข นึกับผูเ้รยีน อนัเป นคุณลักษณะท ีสังคมต้องการในด้านคุณธรรม จรยิธรรม ค่านิยม จิตสํานึก สามารถอยูร่ว่มกับผูอ้ นื ในสังคมได้อยา่งมีความสุข“พฤติกรรมท ีพงึประสงค์” หมายความวา่การกระทําหรอืการแสดงออกของบุคคลตามคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ท ีสามารถสังเกตเหน็ ได้“การสรา้งคนดีศรีท.ช.” หมายความวา่กระบวนการท ีชว่ยพัฒนานักเรยีนใหส้ามารถดํารงชวีติอยา่งมีคุณภาพมีจิตใจท ีดีงาม มีคุณธรรมจรยิธรรม มีคุณลักษณะท ีพงึประสงค์ทัง ด้านจิตใจและพฤติกรรมท ีแสดงออก“คะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์” หมายถึง คะแนนท ีนักเรยีนได้จากการประพฤติตนหรอืการกระทําท ีแสดงถึงการทําความดีโดยมีพฤติกรรมบง่ช ีตามรายการประเมินความดีขอ้ 5นักเรยีนท ีมีคะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ถือเป นแบบอยา่งท ีดีของนักเรยีนและส่วนรวม จะได้รบัการยกยอ่งเชดิชูเกียรติหรอืประกาศเกียรติคุณ ดังต่อไปน ี(1) ระดับผา่นเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอนัพงึประสงค์ระดับสถานศึกษาตามเกณฑ์ท ีสถานศึกษากําหนด(2) ผา่นเกณฑ์ประเมินระดับเงนิ(3) ผา่นเกณฑ์ประเมินระดับทอง(4) ผา่นเกณฑ์ประเมินระดับเพชรขอ้ 6 การประเมินเพมิ คะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ครูท ีปรกึษาจะเป นผูร้บัรอง กรอกคะแนน และประเมินผลขอ้ 7แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ของนักเรยีน(1) นักเรยีนท ีมีพฤติกรรมท ีพงึประสงค์จะได้รบัคะแนนพฤติกรรมเพมิ ข นึตามลักษณะของพฤติกรรมบง่ช ีตามท ีกําหนด(2) การกระทําใด ๆ ท ีมิได้ระบุไวใ้นพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ใหอ้ยูใ่นดุลยพนิิจของคณะกรรมการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีน(3) คะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ของนักเรยีนท ีได้รบัการพจิารณาตามตัวบง่ช ีสามารถนําไปใชล้ดคะแนนพฤติกรรมไม่พงึประสงค์หรอืเพมิ คะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ของนักเรยีนได้อยา่งใดอยา่งหน ึงเท่านั น(4) คะแนนพฤติกรรมท ีพงึประสงค์ของนักเรยีน จะสะสมและนํามาพจิารณาการใหร้างวลัแต่ละป การศึกษาเท่านั น78 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์ขอ้ 18 ใหร้องผูอ้าํนวยการกลุ่มบรหิารกิจการนักเรยีน รกัษาการใหเ้ป นไปตามระเบยีบน ีและใหม้ ีอาํนาจตีความและวนิิจฉัยป ญหาเก ียวกับการปฏิบัติตามระเบยีบน ีขอ้ 19 ใหใ้ชร้ะเบยีบน ีตัง แต่ป การศึกษา 2569 เป นต้นไป(นายเสงย ีม พัฒนชยัวงศ์)ประธานกรรมการสถานศึกษาขัน พ นืฐานโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์79 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์80 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์81 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ระเบยีบโรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์80 คมู่อืนักเรยีน82 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
รระเบียบการใชห้อ้งพยาบาละเบยีบโรงเรยีนทุ่งเสลี ยมชนปูถัมภ์ขอ้ 1ขอ้ 2 ครูนักเรยีน และเจ้าหน้าท ีของโรงเรยีนท ีป วย มารบับรกิาร กรุณาลงช อื ในสมุดบันทึกสถิติการใชบ้รกิารทุกครงั หอ้งพยาบาล เป ดใหบ้รกิาร เวลา 07.30 - 16.00 น.ขอ้ 3 ผูม้ารบับรกิารใหแ้จ้งอาการแพย้า และช อืยาท ีแพด้ ้วยทุกครงั ขอ้ 4 หากผูป้ วย มีโรคประจําตัว ต้องแจ้งใหค้รูหอ้งพยาบาล ทราบทุกครงั ขอ้ 5 หา้มนักเรยีนหยบิยารบัประทานเองขอ้ 6ขอ้ 8ขอ้ 9ขอ้ 10 กรณีนักเรยีนป วยอาการหนัก หรอืได้รบัอุบัติเหตุรุนแรง จะนําส่งโรงพยาบาลเพ อืทําการรกัษาเบ อืงต้นโดยใหค้รูท ีปรกึษาประสานกับผูป้กครองมาดูแลต่อในลําดับต่อไปนักเรยีนท ีป วย หากต้องการนอนพกั ใหต้ ิดต่อขออนญุาตจากครูประจําชนั หรอืประจําวชิา ก่อนลงมานอนพกัและมีใบอนญุาตใหม้านอนพกัท ีหอ้งพยาบาลด้วยทุกครงั โดยนอนพกัได้ไม่เกิน 2 คาบเรยีนขอ้ 7 หา้มเขา้เยย ีมนักเรยีนท ีนอนพักในหอ้งพยาบาลหา้มส่งเสียงดังรบกวนครูและนักเรยีนท ีป วยหา้มนําอาหารมารบัประทานในหอ้งพยาบาล83 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569ขอ้ 11 หากนักเรยีนเกิดอุบัติเหตุและมีบาดแผลจากท ีบา้นใหน้ ักเรยีนทําแผลท ีบา้นหรอืโรงพยาบาล
คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569โรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์
งบประมาณกล่มุบรหิารโ ร ง เ รีย น ทุ่ง เ ส ลี ย ม ช นูป ถัม ภ์
คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569โรงเรยีนท่งุเสลี ยมชนปูถัมภ์
ก ลุ่ม บ ริห า ร ง บ ป ร ะ ม า ณ1.1 สนับสนนุส่งเสรมิการจัดการศึกษาใหบ้รรลุเป าหมายตามวสิัยทัศน์ของโรงเรยีน1.2 สนับสนนุกลุ่มบรหิารและบุคลากร ของโรงเรยีน ใหด้ ําเนินการอยา่งมคีุณภาพและสอดคล้องตามความต้องการจําเป น1 เปา หมาย2.1 งานวางแผนพฒันาคุณภาพการศึกษาและพฒันาองค์กร2.2 งานระดมทรพัยากรและการลงทุนเพ อืการศึกษา2.3 งานการเงนิและบัญชี2.4 งานบรหิารพสัดุและสินทรพัย์2.5 งานระบบควบคุมภายใน2 ขอบขา่ยงานกลุ่มบรหิารงบประมาณ เป นหน่วยที ส่งเสรมิสนับสนนุและประสานงานใหผู้้ที เกี ยวขอ้งในการจัดการศึกษา ได้ดําเนินการตามนโยบายและมาตรฐานการศึกษามุง่เน้นผลสัมฤทธข ิองงาน เพ อืประโยชน์ของโรงเรยีน ทําใหเ้กิดความคุ้มค่าในการบรหิารงบประมาณ โดยเน้นความโปรง่ ใส ทันสมยัความรบัผดิชอบที ตรวจสอบได้เกิดประสิทธภิาพและประสิทธผิล ยดึหลักการมสี ่วนรว่ม โดยมกีระบวนการวางแผน การดําเนินการ ตามแผนการกํากับ ติดตามผล อยา่งเป นระบบ87 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
คา ใชจา ย คา ใชจา ย การจดั การศึกษาโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภป การศึกษา 2568ภาคเรยีนที 2นักเรยีนชน ัมธัยมศึกษาป ที 1 – 6ใหม้าชาํระเงนิค่าบํารุงการศึกษาเป นเงนิสดในวนัท ีกําหนดป การศึกษา 2568ภาคเรยีนที 1นักเรยีนชน ัมธัยมศึกษาป ที 1 และ 4นักเรยีนชน ัมธัยมศึกษาป ที 2,3,5,6ใหม้าชาํระเงนิค่าบํารุงการศึกษาเป นเงนิสด ในวนัมอบตัวใหม้าชาํระเงนิค่าบํารุงการศึกษาเป นเงนิสดในวนัท ีกําหนดโรงเรยีนจะดําเนินการเก็บเงนิบํารุงการศึกษาเพ อืเป นค่าใชจ้ ่ายในการจัดการศึกษาเพมิ เติมจากเกณฑ์มาตรฐานทัว ไปของหลักสูตรการศึกษาขัน พ นืฐานเป นกรณีพเิศษ1 การเกบ็เงนิบํารงุการศกึษา88 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ค่า ใ ช้จ่า ย ก า ร จัด ก า ร ศึก ษ าการเก็บเงนิกรณีท ีนักเรยีนเขา้รว่มโครงการหอ้งเรยีนพเิศษ (SM) เพ อืส่งเสรมิและพฒันาคุณภาพการศึกษาใหน้ ักเรยีนเกินมาตรฐานท ีรฐัจัดใหน้ ักเรยีนทุกคนท ีเขา้รว่มโครงการต้องสนับสนนุค่าใชจ้ ่ายเพมิ เติมตารางแสดงค่าใชจ้ ่ายในการจัดการศึกษา*ภาคเรยีนท ี1 รวมค่าประกันอุบัติเหตุ180 บาท2 การเกบ็เงนิกรณทีนี่กัเรยีนเขารวมโครงการหองเรยีนพเิศษ (SM)ระดับชน ัมธัยมศึกษาป ที 1 – 689 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
ค่าใชจ้า่ยการจดัการศึกษา3.3 ค่าเครอ ืงแบบนักเรยีนเครอ ืงแบบนักเรยีน ประกอบด้วยเส ือ กางเกง กระโปรง กรณีนักเรยีนมีชุดนักเรยีนเพยีงพอแล้วสามารถซ ือ รองเท้า ถุงเท้า ชุดลูกเสือ ยุวกาชาด ผูบ้ ําเพญ็ ประโยชน์ในอตัรา ดังน ี- ชนั มัธยมศึกษาตอนต้น จํานวนเงนิ 500 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนเงนิ 550 บาท/คน/ป * นักเรยีนต้องนําใบเสรจ็รบัเงนิมามอบใหก้ ับโรงเรยีน หลังจากซ ือแล้วการจ่ายเงนิ โครงการสนับสนนุค่าใชจ้่ายในการจัดการศึกษาต ังแต่ระดับอนบุาลจนจบการศึกษาข นัพ นืฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน พ นืฐาน จัดสรรงบประมาณใหก้ ับนักเรยีนจนจบการศึกษาขัน พ นืฐานในรายการ ดังต่อไปน ีการจายเงนิโครงการสนบัสนนุคา ใชจายในการจดัการศกึษา3.1 ค่าหนังสือเรยีนจัดสรรใหน้ ักเรยีนทุกคนมีหนังสือเรยีนครบ โดยจะมอบใหน้ ักเรยีนทุกคนในต้นป การศึกษามูลค่า ดังน ี- ชนั มัธยมศึกษาป ท ี1 มูลค่าชุดละ 808 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาป ท ี2 มูลค่าชุดละ 921 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาป ท ี3 มูลค่าชุดละ 996 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาป ท ี4 มูลค่าชุดละ 1,384 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาป ท ี5 มูลค่าชุดละ 1,326 บาท/คน/ป - ชนั มัธยมศึกษาป ท ี6 มูลค่าชุดละ 1,164 บาท/คน/ป 3.2 ค่าอุปกรณ์การเรยีนค่าอุปกรณ์การเรยีนท ีนักเรยีนสามารถจัดซ ือได้เชน่สมุด ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัดเครอ ืงมือเรขาคณิต ฯลฯ ในอตัรา ดังน ี- ชนั มัธยมศึกษาตอนต้น จํานวนเงนิ 260 บาท/คน/ภาคเรยีน- ชนั มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนเงนิ 260 บาท/คน/ภาคเรยีน4.1 เงนิบรจิาคเพ อืเป นทุนการศึกษา4.2 เงนิบรจิาคเพ อืจัดซ ือวสัดุอุปกรณ์ทางการศึกษา4 การรบัเงนิบรจิาคโดยมวีตัถปุระสงคผบู รจิาคสามารถนําไปลดหยอนภาษไีดกรณีท ีผูป้กครองสามารถเบกิเงนิบํารุงการศึกษาได้ติดต่อขอรบัหนังสือรบัรองได้ท ีงานการเงนิสถานที ติดต่อ กลุ่มบรหิารงบประมาณ งานการเงนิอาคาร 5 ชนั 1หมายเลขโทรศัพท์055-65921790 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 256935 หนงัสอืรบัรองเพอื่เบกิเงนิบํารงุการศกึษา
การประกนัอบุตัเิหตุ การประกนัอบุตัเิหตุโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภโรงเรยี นทงุ เสลยี่ มชนปูถมั ภนักเรยีนชาํระเงนิค่าประกันอุบัติเหตุคนละ 180 บาท/ป เอกสารท ีจะต้องเตรยีมในกรณีท ีจะเบกิค่าชดเชยประกันอุบัติเหตุ1. ใบเคลมประกัน (รบัได้ท ีหอ้งธุรการ อาคาร 5)2. ใบรบัรองแพทยฉ์บับจรงิจากโรงพยาบาลท ีเขา้รบัการรกัษาท ีระบุวา่เป นการเกิดอุบัติเหตุจาก.......พรอ้มกับประทับตราสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลนั น ๆ ถ้ามกีารพกัรกัษาตัวในสถานพยาบาลก็ควรจะระบุวนัเดือน ป ที เขา้รบัการรกัษาตัวใหช้ดัเจน3. ใบเสรจ็ฉบับจรงิจากโรงพยาบาล ในกรณีท ีมีการชาํระเงนิ***เอกสารในกรณีที เกิดอุบัติเหตุจนสูญเสียอวยัวะหรอืเสียชวีติ ***1. กรณีสูญเสียอวยัวะใบรบัรองแพทยท์ ีระบุการสูญเสียอวยัวะและมีขอ้บง่ช ทีางการแพทยช์ดัเจนวา่ ไม่สามารถกลับมาใชง้านได้อกีตลอดไปใหแ้นบรูปถ่ายและฟล ์มเอก็ซเรยท์ ีแสดงใหเ้หน็ถึงการสูญเสียของอวยัวะนั น ๆ อยา่งชดัเจน2. กรณีเสียชวีติ (เอกสารเป นสําเนาและเซน็ช อืรบัรองทุกฉบับ)หนังสือรบัรองบุคคลวา่เป นนักเรยีน นักศึกษา หรอืบุคลากรของสถาบันใบมรณบัตรหนังสือรบัรองการตายใบรายงานชนัสูตรพลิกศพของสถาบันนิติเวชรายงานบันทึกประจําวนัของตํารวจ การเกิดเหตุและการเสียชวีติบัตรประจําตัวผูเ้สียชวีติและบัตรประชาชนทะเบยีนบา้นผูเ้สียชวีติ ประทับคําวา่ “ตาย”บัตรประชาชน และทะเบยีนบา้น ผูร้บัผลประโยชน์(บดิา-มารดา) ต้องมีทัง คู่ทะเบยีนสมรส (ถ้ามี) การลงช อืของผูใ้ด ผูน้ ั นต้องเป นคนลงช อืเท่านั นสําเนาหน้าสมุดบัญชธีนาคารของผูร้บัผลประโยชน์เบอรโ์ทรศัพท์ญาติผูเ้สียชวีติและตํารวจกรณีถูกยงิถูกทํารา้ย ต้องมีผลสรุปคดีจากเจ้าหน้าท ีตํารวจกรณีเป นอุบัติเหตุจราจร ต้องมีผลตรวจแอลกอฮอล์ทุกราย หากไม่ได้ตรวจต้องมีหนังสือรบัรองจากเจ้าหน้าท ีตํารวจวา่ ไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์สทิธิประโยชน์และการคุ้มครองสาํหรบันักเรยีนจากการประกันอุบัติเหตุ91 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569* ไม่มีบัตร ไม่มีโรงพยาบาลเครอืขา่ยกรณีมีค่าใชจ้ ่ายในการรกัษา ผูป้กครองต้องสํารองเงนิจ่ายก่อนแล้วจึงนําใบเสรจ็ตัวจรงิมาตัง เบกิท ีโรงเรยีนเท่านั น ทุกกรณี*
การประกันอุบตั ิเหตุวริยิะประกันภัยประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มสําหรบัสถานศึกษา ป 256992 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
กล่มุบรหิารทั วไปโ ร ง เ รีย น ทุ่ง เ ส ลี ย ม ช นูป ถัม ภ์
1. การใชโ้รงอาหารกําหนดระยะเวลาจําหน่ายอาหาร และเครอ ืงด ืม1.1 ชว่งเวลาการจําหน่ายและบรกิาร ในวนัเป ดทําการปกติทุกวนัท ีนักเรยีนมาโรงเรยีน(ยกเวน้วนัหยุดต่าง ๆ)เชา้จําหน่ายตัง แต่เวลา 07.00 น. – 07.50 น.กลางวนัจําหน่ายตัง แต่เวลา 11.15 น. – 12.15 น. (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น)กลางวนัจําหน่ายตัง แต่เวลา 12.15 น. – 13.15 น. (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย)เยน็จําหน่ายตัง แต่เวลา 15.50 น.เป นต้นไปนอกเหนือจากเวลาขา้งต้นหา้มจําหน่าย โดยยดึนา กิากลาง2. ระเบยีบปฏิบัติการรบัประทานอาหารในโรงอาหาร2.1 ไม่อนญุาตใหน้ ักเรยีนซ ืออาหารจากรา้นค้าภายนอกโรงเรยีนรบัประทาน2.2 หา้มนําอาหารออกไปรบัประทานนอกโรงอาหาร2.3 เขา้แถวซ ืออาหารอยา่งเป นระเบยีบ2.4 รกัษามารยาทท ีดีในการรบัประทานอาหาร2.5 เม ือรบัประทานอาหารเรยีบรอ้ยแล้วใหน้ ําภาชนะไปเก็บยงัจุดคืนภาชนะ2.6 หา้มเคล ือนยา้ยโต๊ะเก้าอป ีระจําโรงอาหารออกจากบรเิวณโดยไม่ใด้รบัอนญุาต3. การใชบ้รเิวณโรงอาหารทํากิจกรรมพเิศษใด ๆ นอกเหนือจากการรบัประทานอาหาร เม ือเสรจ็สิ นภารกิจแล้วผูใ้ชต้ ้องรบัผดิชอบในการทําความสะอาดและจัดโต๊ะเก้าอใ ีหเ้ป นระเบยีบด้วยทุกครงั แนวปฏบิตักิารใหบรกิารรานคาจําหนายอาหารประเภทของสินค้าเพ อืจําหน่ายใหก้ ําหนดไวด้ ังน ี1. จัดจําหน่ายสินค้าท ีเก ียวขอ้งกับการเรยีนการสอน อุปกรณ์การเรยีน สินค้าประเภทการแต่งกายของนักเรยีนท ีถูกระเบยีบของโรงเรยีน สินค้าเก ียวกับทําความสะอาดรา่งกายเชน่กระดาษชาํระ ผา้อนามัย2. บรกิารถ่ายเอกสาร รบัพมิพ์งาน และเขา้เล่มงาน3. เครอ ืงอุปโภค-บรโิภคท ีจําเป นในชวีติ ประจําวนัและครอบครวัจําหน่ายตัง แต่เวลา 07.00 น.- 16.00 น. บรกิารในวนัเป ดทําการปกติทุกวนัท ีนักเรยีนมาโรงเรยีน(ยกเวน้วนัหยุดราชการต่าง ๆ)แนวปฏบิตักิารใหบรกิารรานสวสัดกิารรานคา95 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569
หอ้งประชาสัมพนัธ์หอ้งสมุดที ต ังวนัจันทร์– วนัศุกร์เวลา 07.30 – 16.00 น.เวลาทําการ1. การบรกิารประกาศเสียงตามสายผูท้ ีประสงค์จะใหป้ระกาศเรอ ืงต่าง ๆ ต้องกรอกรายละเอยีดในแบบฟอรม์ ประกาศขอ้ความ ท ีหอ้งประชาสัมพนัธ์เจ้าหน้าท ีจะประกาศใหโ้ดยยดึแนวประกาศ ดังน ี1.1 ประกาศในชว่งเชา้ก่อนเขา้แถว หรอืหลังเลิกเรยีน หรอืชว่งเวลาเปล ียนคาบเรยีน1.2 ประกาศกรณีเฉพาะมีเหตุจําเป นเรง่ด่วน หรอืเรอ ืงสําคัญท ีเป นประโยชน์แก่ครู- นักเรยีน โดยส่วนรวม หรอืเม ือไม่สามารถติดต่อนักเรยีนโดยวธิอี นืๆ ได้1.3 งานประชาสัมพนัธง์ดรบัฝากสิง ของทุกประเภท จากผูป้กครองและบุคคลภายนอกใหก้ ับ นักเรยีน1.4 นักเรยีนสามารถนําสิง ของท ีเก็บได้มาส่งและลงบันทึกเป นหลักฐานพรอ้มแจ้งเบอรโ์ทรศัพท์ได้ท ีหอ้งประชาสัมพนัธ์ครูหอ้งประชาสัมพนัธจ์ะประกาศตามหาผูท้ ีทําสิง ของหล่นหายใหม้ารบัคืน โดยเวลาท ีใชป้ระกาศจะเป นชว่งก่อนและหลังเลิกเรยีน และชว่งเปล ียนระหวา่งคาบเรยีนเท่านั น2. ขา่วเพ อืการประชาสัมพนัธ์ขา่วเพ อืการประชาสัมพนัธ์หรอืเรยีกวา่ขา่วแจก เป นเครอ ืงมือในการถ่ายทอดขอ้มูลต่าง ๆของหน่วยงานเผยแพรไ่ ปยงักลุ่มประชาชนกลุ่มเป าหมาย โดยผ่านส ือหรอืชอ่งทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสมจึงอาจเป นทัง ขา่วท ีเผยแพรท่างเพจเฟซบุ๊ก “โรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์” และ เพจ “งานวชิาการโรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์” รวมถึงเพจ “คณะกรรมการสภานักเรยีน โรงเรยีนทุ่งเสล ียมชนปูถัมภ์”และส ือแขนงอ นืๆ ได้ทัง สิ นแนวปฏบิตังิานประชาสมัพนัธใหบรกิารเสยีงตามสาย96 คมู่อืนักเรยีนปก ารศกึษา 2569