The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือและวิธีปฏิบัติงานความปลอดภัยทางชีวภาพ
(Laboratory Biosafety Manual)
ฉบับปรับปรุง ปี 2565
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนบน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by koki.assawin, 2022-06-16 01:58:26

คู่มือและวิธีปฏิบัติงานความปลอดภัยทางชีวภาพ

คู่มือและวิธีปฏิบัติงานความปลอดภัยทางชีวภาพ
(Laboratory Biosafety Manual)
ฉบับปรับปรุง ปี 2565
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนบน

46

สวนท่ี 4 : การปองกันภัยดานตางๆ

1. มาตรการปอ งกันและระงับอัคคภี ัย

วตั ถปุ ระสงค

1. เพ่ือเปน การปอ งกนั การสูญเสียทั้งชีวิตและทรพั ยส ินจากอคั คภี ัย

2. เพ่ือสรางความม่นั ใจในเร่อื งความปลอดภัยตอพนักงานกรณเี กดิ เหตเุ พลงิ ไหม

3. เพ่อื ลดอตั ราการเส่ียงตอการเกิดเหตุอัคคภี ยั

4. เพื่อใหเจาหนาที่เกิดความตระหนักและมีความพรอมสามารถระงับเหตุรวมทั้งชวยเหลือตนเองได

อยา งปลอดภยั เมื่อเกดิ อัคคภี ยั

แผนปองกันและระงับอัคคีภัย
1. แผนกอ นเกดิ เหตเุ พลงิ ไหม ประกอบดว ย
- แผนการรณรงคปอ งกนั อัคคภี ยั
- แผนการอบรม
- แผนการตรวจตรา
2. แผนขณะเกิดเหตเุ พลิงไหม ประกอบดว ย
- แผนการดับเพลงิ
- แผนอพยพหนไี ฟ
3. แผนหลงั เกดิ เหตเุ พลงิ ไหม ประกอบดวย
- แผนบรรเทาทุกข
- แผนปฏิรปู ฟนฟู

1. แผนกอนเกิดเหตุเพลิงไหม (ภาคผนวก 1)
1.1 แผนการรณรงคปอ งกนั อคั คภี ัย
แผนการรณรงคปองกันอัคคีภัย เปนแผนเพื่อปองกนั การเกิดอคั คีภัยในสถานที่สำนักงานโดยเปนการ

สรางความสนใจ และสง เสรมิ ในเร่อื งการปอ งกันอคั คภี ยั ใหเ กิดขนึ้ ในระดบั ของพนักงาน โดยรวมกนั ทำกิจกรรม
ตางๆ เชน

- จัดกจิ กรรม 5 ส
- ประชาสมั พันธ/ทำบอรด/เผยแพรความรใู นเวบ็ ไซต เร่อื ง การปองกันอัคคภี ัย
1.2 แผนการอบรม
เปนการอบรมใหความรูทั้งในเชิงปองกันและการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุซ่ึงการเกิดอัคคีภัยภายในสถานที่
สำนักงาน ยอมนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งทางตรงและทางออม ไมวาจะเปนทรัพยสินเสียหาย การบริการ/การ
ปฏบิ ตั ิงานหยดุ ชะงัก หรอื อาจถงึ ขั้นมผี ไู ดรบั บาดเจบ็ หรอื เสยี ชวี ติ ดังน้นั ในการปอ งกนั และลดความเสย่ี งดา น
การเกิดอัคคีภัย จึงจำเปนตองจัดใหมีแผนการอบรมใหความรูแกเจาหนาที่ในการปฏิบัติตัวและวิธีการในการ
ดบั เพลิงและการใหความรว มมอื ในขณะเกดิ เหตุ คอื การฝกซอมดับเพลิง อยางนอ ยปละ 1 ครง้ั

47

1.3 แผนการตรวจตรา
เปน แผนการสำรวจความเส่ียงและตรวจตรา มีวัตถปุ ระสงคห ลกั เพ่ือปอ งกันอคั คภี ยั โดยกำหนดให
ตรวจเก่ยี วกบั วัตถทุ เี่ ปนเชื้อเพลิงวัสดุทต่ี ิดไฟงาย แหลง ความรอ น และอปุ กรณดบั เพลงิ ใหมกี ารตรวจตราเปน
ระยะ โดยกำหนดใหต องทำการตรวจสอบเอกสารและอปุ กรณ ดังตอไปน้ี
- อปุ กรณดับเพลิง/เอกสารกำกบั การใชง าน/อุปกรณค วามปลอดภัยที่ใช
- แผนผัง/เอกสารแสดงตำแหนง ติดตง้ั ถังดบั เพลงิ
- ถงั ดบั เพลิง
- หมายเลขโทรศพั ท-ฉกุ เฉนิ กรณขี อความชว ยเหลอื จากหนวยงานภายนอก เชน สถานี

ดับเพลิง สถานตี ำรวจ เทศบาล หนวยบรรเทาสาธารณภยั เปน ตน
- แบบฟอรมการตรวจเช็คถงั ดับเพลงิ

2. แผนขณะเกิดเหตุเพลิงไหม
2.1 แผนการดบั เพลงิ (รายละเอยี ดตาม ภาคผนวก 2)
2.2 แผนอพยพหนไี ฟ (รายละเอยี ดตาม ภาคผนวก 3)

3. แผนหลังเกิดเหตุเพลิงไหม (ภาคผนวก 4)
3.1 แผนบรรเทาทุกข
แผนบรรเทาทุกขโดยหลังจากเหตุเพลิงไหมแลวจะตองมีการดำเนินการดังนี้ จะประกอบดวย

หวั ขอตา งๆ ดังนี้
1) การประสานงานกบั หนว ยงานท่ีเก่ียวของ
2) การสำรวจความเสียหาย
3) การชว ยชีวิต คน หาผูป ระสบภัย การเคลอื่ นยา ยผปู ระสบภัย
4) การประเมนิ ความเสยี หาย ผลการปฏบิ ัตงิ านและรายงานสถานการณเ พลิงไหม
5) การชวยเหลือสงเคราะหประสบภัย
6) การปรบั ปรุงแกไ ขปญ หาเฉพาะหนาเพ่ือใหส ถานที่สามารถดำเนนิ การไดโดยเร็วทส่ี ดุ

48

การกำหนดหนา ที่รับผดิ ชอบของผูป ฏิบตั ิการในแผนบรรเทาทุกข

หนา ท่รี ับผิดชอบ ผรู บั ผดิ ชอบ

1 ประสานงานกบั หนวยงานภายนอก หัวหนาทมี : หัวหนา กลมุ งานบริหารทวั่ ไป

เพือ่ ใหเขา มาชว ยเหลอื ทีมงาน : เจาหนาทกี่ ลมุ งานบริหารทัว่ ไป

2 การสำรวจความเสียหาย หวั หนาทีม : หวั หนากลุมงาน/หอ งปฏิบัติการ

ทีมงาน : เจา หนาทใี่ นกลุมงาน/หองปฏบิ ัติการ

3 การชว ยชีวิตคน หาผปู ระสบภัย หวั หนาทมี : หวั หนากลุมงานบริหารท่วั ไป

การเคลือ่ นยายผปู ระสบภัย ทีมงาน : งานชา ง งานยานยนต และคนงาน

4 การประเมนิ ความเสียหาย ผลการ หัวหนา ทีม : หวั หนากลุมงาน/หองปฏิบตั ิการ

ปฏบิ ตั งิ านและการรายงานสถานการณ ทีมงาน : เจา หนา ท่ีในกลุมงาน/หองปฏบิ ตั ิการ

เพลิงไหม

5 การชวยเหลือและสงเคราะห หวั หนาทมี : หวั หนา กลุม งานบริหารท่วั ไป

ผปู ระสบภยั ทมี งาน : เจา หนา ทก่ี ลุมงานบริหารท่วั ไป

6 การปรบั ปรุงแกไขปญหาเฉพาะหนา หวั หนาทีม : หัวหนากลมุ งาน/หอ งปฏิบตั กิ าร

เพือ่ ใหสถานท่ใี ชไดโ ดยเร็ว ทมี งาน : เจาหนา ที่ในกลุมงาน/หอ งปฏบิ ตั ิการ

3.2 แผนปฏริ ูปฟน ฟู
นำรายงานผลการประเมินจากทุกดานจากสถานการณจริงมาปรับปรุงแกไข โดยแผนการปองกัน
อัคคีภัย (กอนเกิดเหตุ) แผนปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม แผนบรรเทาทุกข (ทันทีที่เพลิงสงบ) รวมทั้งการ
ปรับปรุงแกไขตัวบุคลากรตางๆ ทีบ่ กพรอ ง โดยอาจจะมโี ครงการเพอื่ รว มรับแผนปฏริ ปู ไดแก

- โครงการประชาสมั พนั ธสาเหตกุ ารเกิดอคั คีภัยและแนวทางการปองกันในรูปแบบตา งๆ
- โครงการสงเคราะหผูป ระสบภยั
- โครงการปรบั ปรงุ ซอมแซมและสรรหาส่ิงทีส่ ูญเสยี ใหก ลับคนื สภาพปกติ
- การปรบั แผนปองกันและระงับอคั คีภัยใหเ หมาะสมยง่ิ ข้ึน

49

2.มาตรการการดูแลปองกนั ทรัพยส นิ ภายในศนู ยว ิจยั และพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน

วัตถปุ ระสงค
เพื่อใหการปฏิบัติงานดานการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะในอาคารประตูทางเขาออกหลัก และ

บานพักขาราชการของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด
ศนู ยวจิ ยั และพัฒนาการสตั วแพทยภาคใตต อนบน จึงไดวางแนวทางกำหนดมาตรการดูแลปองกันทรัพยสินขึ้น
ดงั น้ี

1. มาตรการกลางดานการดูแลปองกันทรัพยสินภายในอาคารสำหรับผูรับจางเหมาบริการ
แนวคิด ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภ าคใตต อนบนมีการจา งเหมาบริการ ซึ่งอาจเปนตนเหตุ

หรือกอเหตุดานลักทรัพยหรือทำรายเจาของทรัพยดังนั้นการกำหนดมาตรการกลางดานการดูแลปองกัน
ทรัพยสินภายในอาคารใหผูรับจางปฏิบัติจึงเปนสิ่งสำคัญและจำเปนอยางยิ่งมาตรการกลางดังกลาวศูนยวิจัย
และพฒั นาการสตั วแพทยภ าคใตตอนบนไดจ ดั ทำเพ่ือใหผ รู บั จา งเหมาบริการ 4 กลุมปฏบิ ัติ มรี ายละเอียดดงั นี้

กลุมที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภยั (มาตรการปรากฏตามเอกสารหมายเลข 1)
กลุม ท่ี 2 ผูร ับจา งเหมาบรกิ ารประกอบดวย (มาตรการปรากฏตามเอกสารหมายเลข 2)

- งานจา งเหมาดูแลทำความสะอาด
- งานจา งเหมาดแู ลสวน
- งานจา งเหมาปฏบิ ตั ิงานในหอ งปฏิบตั ิการ
กลมุ ที่ 3 ผูรับจา งเหมากอ สรา งในอาคารไดแกงานปรบั ปรงุ , ซอ มแซมตอ เตมิ ในอาคารตา งๆ

(มาตรการปรากฏตามเอกสารหมายเลข 3)
กลุม ท่ี 4 ผูรบั จา งเหมากอสรางอาคารไดแ กก ารกอสรา งอาคารใหมท่ีอยใู นพ้ืนทศ่ี ูนยวจิ ัยและ

พฒั นาการสตั วแพทยภาคใตต อนบน (มาตรการปรากฏตามเอกสารหมายเลข 4)

จากแนวคิดดานมาตรการกลางดานการดูแลปองกันทรัพยสินภายในอาคารสำหรับผูรับจางเหมา
บริการขางตนหากทุกหนวยงานในศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนบังคับใหผูรับจางเหมา
บริการปฏิบตั ิจะเปนประโยชนในดานความปลอดภัยอยา งย่งิ ทั้งนี้ขอใหทุกกลุม/ฝายในศูนยว จิ ยั และพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตตอนบนใชม าตรการกลางดงั กลา วเปนเอกสารแนบสัญญาจา งเหมาบริการตางๆ เพ่อื บังคับให
ผูรับจางเหมาบรกิ ารดำเนนิ การตามกฎเกณฑท ่ศี ูนยว จิ ัยและพัฒนาการสตั วแพทยภ าคใตต อนบนไดกำหนดไว

2. มาตรการกลางดานการดูแลปองกันทรัพยสินภายในอาคารสำหรับเจาหนาท่ีของศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน

แนวคิด ทรัพยสินของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนถือวาเปนทรัพยสินที่มีคามี
ราคาและเปนทรัพยส ินของชาติดังนั้นทุกคนจึงตองชวยกันดูแลปกปองจากแนวคิดขา งตนเพื่อปองกันทรัพยสิน
ของราชการ ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนจึงไดวางมาตรการในการดูแลปองกันทรพั ยสนิ
ภายในอาคารสำหรบั สถานที่ของศูนยวจิ ัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนไวด ังน้ี

50

2.1 ใหห ัวหนา หองปฏบิ ัติการ หัวหนา งาน และหรือตัวแทนรับผิดชอบดูแลทรัพยส ินในหนวยของตนโดย
กำหนดพื้นทแ่ี ละวัสดุครุภัณฑท ี่ครอบครองใหช ดั เจน (มาตรการรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมายเลข 5)

2.2 มาตรการกลางใหผูดแู ลหอ งหรอื นกั การปฏบิ ัตงิ านดา นปองกนั ทรัพยสนิ ในหอ งหรือพนื้ ที่ทต่ี น
ตองรับผิดชอบอยา งเครง ครัด (มาตรการรายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมายเลข 6)

3. มาตรการดูแลทรัพยสินบริเวณประตูทางเขา–ออกของศูนย ฯ
แนวคิด จุดที่ถือวาเปนดานสุดทายในการปองกันทรัพยสินคือประตูทางเขาออกของศูนยวิจัยและ

พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ดังนั้นจึงตองวางมาตรการปองกันทรัพยสินประตูทางเขา – ออกขึ้นเม่ือ
วางเสร็จตองเขาใจวาผูรูคือเจาหนาที่ดานรักษาความปลอดภัยของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบน และผทู เี่ ก่ียวขอ งเทา นน้ั สำหรับบุคคลภายนอกอน่ื แลว จะไมทราบวธิ ีการปฏบิ ัติปญ หาขอโตแยงจึงอาจ
เกิดขึ้นจึงจำเปนและควรจัดทำปายแจงหนาประตูเพื่อใหบุคคลภายนอกรับรูกฎเกณฑขอบังคับดานมาตรการ
การรกั ษาความปลอดภัยบริเวณประตทู างเขา–ออกดว ย
(ปรากฏตามเอกสารหมายเลข 7)

51

3.มาตรการการดูแลปองกันน้ำทว มในศูนยวจิ ัยและพัฒนาการสัตวแพทยภ าคใตต อนบน

วัตถปุ ระสงค
ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนมีพื้นที่ซึ่งเคยประสบภัยน้ำทวมจากสาเหตุฝนตก

หนัก ทำใหทรัพยสินของทางราชการและทรัพยสินสวนบุคคลของผูพักอาศัยในบานพักขาราชการ ไดรับความ
เสียหายเพื่อใหมีการปองกันการเกิดน้ำทวมที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย
ภาคใตต อนบน จงึ ไดว างแนวทางกำหนดมาตรการปอ งกนั ทรัพยส ินจากภัยนำ้ ทวมขนึ้ ดังนี้

1. คณะทำงานรักษาความปลอดภยั จัดทำแผนที่พ้ืนทีซ่ ่ึงเคยประสบภัยน้ำทวม ทิศทางน้ำไหล แสดงเปน
พื้นที่เฝาระวังและมีสัญลักษณแสดงระดับการเตือนภัย ผูรับผิดชอบพื้นที่ และแนวทางการปฏิบัติใน
การปองกันความเสียหาย
1.1 เตาเผาซาก คอกสัตวทดลอง
- ติดตั้งเครื่องใชที่เคลื่อนยายไดยากและจะเสยี หายเมื่อน้ำทว มใหอยูในระดับสงู กวาระดับนำ้
ทว มสงู สดุ ไมนอยกวา 50 เซนติเมตร
- ยายปล๊กั ไฟและสวทิ ซไฟฟาท่ีอยูในระดับต่ำใหส งู ขน้ึ ไปอยูใ นระดับสงู กวาระดับน้ำทวมสูงสุด 50
เซนตเิ มตร อาจแยกเบรกเกอรอ อกเปน ช้นั ๆ เพือ่ ความสะดวกในการตัดกระแสไฟฟาเมือ่ น้ำทวม
- สำรวจชอ งเปดที่คาดวา บรรดาสัตวที่มีอันตรายตางๆ อาจจะสามารถเล็ดลอดเขามา และทำ
การปดชอ งเปด น้นั
- สำรวจรอยแตกราว รอยแยก บริเวณรอบตัวอาคาร บานพัก หากพบจุดที่คาดวาน้ำอาจซึม
เขามาได ใหซอ มแซม
- ใชตู โตะ ชั้นวางวัสดุ ที่ทำจากวัสดทุ ีท่ นและไมเสียหายจากนำ้ ในอาคารที่เคยประสบปญหา
น้ำทว มจัดทำชน้ั เก็บสิ่งของในอาคาร ใหเพียงพอสำหรบั เก็บสิ่งของทอี่ าจเสยี หายจากน้ำ
- กำหนดพื้นที่หลบภัยน้ำทวมสำหรับสัตวทดลองขนาดใหญคือโคและแกะกรงสัตวปกตองอยูใน
ระดบั ทีส่ งู กวา ระดบั นำ้ ทวมสูงสุด ไมน อ ยกวา 50 เซนติเมตร เพอื่ ไมจำเปน ตอ งเคล่ือนยา ยหนนี ้ำ
1.2 บานพกั ขา ราชการ
- ติดตามขา วสารน้ำทวม
- ติดตั้งปลั๊กไฟและสวิทซไฟฟาที่อยูในระดับต่ำใหสูงขึ้นไปอยูในระดับสูงกวาระดับน้ำทวม
สงู สดุ 50 เซนตเิ มตร
- สำรวจรอยแตกราว รอยแยก บริเวณรอบตัวอาคาร บานพัก หากพบจุดที่คาดวาน้ำอาจซึม
เขา มาได ใหซ อมแซม
- จัดวางเครื่องใชไฟฟาที่ตองใชในชีวิตประจำวันใหอยูสูงกวาระดับน้ำทวมสูงสุดไมนอยกวา
50 เซนติเมตร
- มีแผนเก็บและเคลื่อนยายสงิ่ ของใหพรอม และสามารถทำไดทนั ในกรณีน้ำทวม

2. ตรวจตราเสนทางทางระบายนำ้ กอ นฤดนู ำ้ หลาก ปรบั ปรุงแกไขไมใหมสี ิ่งกีดขวางหรือตืน้ เขิน
3. จัดทำคนั ดินคูระบายน้ำ ก้นั อาคารและพืน้ ทีส่ ำคัญ

52

4.มาตรการการดูแลปองกันวาตภัยในศูนยว จิ ัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน

วตั ถุประสงค
ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ไมเคยประสบวาตภัย แตในศูนยมีตนไมใหญ เสาและ

สายไฟฟา ซึง่ อยูติดกับอาคารตา งๆ และบานพักขา ราชการ ซึ่งหากมลี มแรงหรือวาตภยั อาจเกิดตนไม เสาไฟฟา
หักโคน ทำใหสวัสดภิ าพของบุคลากร และทรพั ยสนิ ของทางราชการและทรัพยสินสวนบุคคลของผูพักอาศัยใน
บานพักขาราชการไดรับความเสียหายได เพื่อใหมีการปองกันภัยที่อาจเกิดขึ้น ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตว
แพทยภ าคใตต อนบน จึงไดว างแนวทางกำหนดมาตรการปองกันทรัพยสินจากวาตภัยขน้ึ ดงั นี้

1. คณะทำงานรักษาความปลอดภัยใหความรูการแกบคุ ลากรเร่ืองการเตรียมตัวกอน ขณะ และหลังเกิด
วาตภยั (เอกสารประกอบ 1)

2. ศูนยวจิ ยั และพฒั นาการสัตวแพทยภ าคใตต อนบน จัดใหม ีมาตรการปอ งกันดงั นี้
2.1 ตดั แตง กง่ิ ไม ทอ่ี าจหักไดจากลมพายุ โดยเฉพาะก่งิ ท่ีจะหักมาทับบาน สายไฟฟา ตนไมท่ีตายยืน
ตนควรจดั การโคน ลงเสีย
2.2 ตรวจเสาและสายไฟฟาทั้งในและนอกบริเวณอาคารใหเรียบรอย ถาไมแข็งแรงใหยึดเหนี่ยวเสา
ไฟฟา ใหมนั่ คง
2.3 ตรวจตรา ประตู หนาตางทุกบาน ปดไดมั่นคง มีความมั่นคงแข็งแรง ถาไมมั่นคงแขง็ แรงแกไขให
เรยี บรอ ย
2.4 ตรวจชองทางลมและชองทางตาง ๆ ที่ลมจะเขาไปทำใหเกิดความเสียหาย เตรียมเครื่องปดกั้น
เพื่อใชปดกนั้ ในกรณีเกดิ วาตภยั
2.5 จัดเตรียมอุปกรณสำหรับดับเพลิงไวตามจุดที่เหมาะสม ตรวจตราใหอยูในสภาพใชงานได
บคุ ลากรใชงานเปน
2.6 ยึดตรึงบรรดาสงิ่ ของที่ต้งั อยูภายนอก ใหม่ันคงแขง็ แรง
2.7 เตรียมยานพาหนะ ไวใ หพรอมใช ภายหลังพายุสงบอาจตองนำผูปว ยไปสงโรงพยาบาล น้ำมนั ควร
จะเติมใหเ ตม็ ถงั อยตู ลอดเวลา
2.8 ตดั แตงตน ไมท ่หี กั โคนและแกไ ขความเสียหายท่เี กิดขนึ้ หลงั วาตภัย

53

ความรทู ั่วไปการเตรียมการกอ นและขณะเกดิ วาตภยั
1. ติดตามขา วและประกาศคำเตือนลักษณะอากาศรา ยจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยา
2. เตรียมวทิ ยแุ ละอปุ กรณส อื่ สาร ชนดิ ใชถานแบตเตอรี่ เพือ่ ติดตามขา วในกรณที ีไ่ ฟฟาขัดของ
3. ตดั กิง่ ไม หรอื รดี กง่ิ ไมที่อาจหักไดจากลมพายุ โดยเฉพาะกง่ิ ท่จี ะหักมาทับบาน สายไฟฟา ตนไมท่ีตาย
ยนื ตนควรจัดการโคนลงเสีย
4. ตรวจเสาและสายไฟฟาทั้งในและนอกบริเวณบา นใหเรยี บรอย ถาไมแข็งแรงใหยึดเหน่ียวเสาไฟฟาให
มน่ั คง
5. พกั ในอาคารที่มัน่ คงตลอดเวลาขณะเกิดวาตภยั อยา ออกมาในที่โลง แจง เพราะตนไมแ ละกงิ่ ไมอาจหัก
โคน ลงมาทับได รวมทง้ั สงั กะสีและกระเบ้ืองจะปลวิ ตามลมมาทำอนั ตรายได
6. ปดประตู หนา ตา งทกุ บาน รวมทั้งยึดประตูและหนาตางใหม่ันคงแข็งแรง ถา ประตูหนาตางไมแข็งแรง
ใหใชไมท าบตตี ะปูตรงึ ปดประตู หนา ตางไวจะปลอดภัยยง่ิ ขึ้น
7. ปด กน้ั ชองทางลมและชองทางตาง ๆ ทีล่ มจะเขา ไปทำใหเ กิดความเสยี หาย
8. เตรียมตะเกียง ไฟฉาย และไมขีดไฟไวใหพรอม ใหอยูใกลมือ เมื่อเกิดไฟฟาดับจะไดหยิบใชไดอยาง
ทนั ทว งที และน้ำสะอาด พรอมทงั้ อปุ กรณเครอื่ งหุม ตม
9. เตรียมอาหารสำรอง อาหารกระปองไวบ า งสำหรบั การยงั ชพี ในระยะเวลา 2-3 วัน
10. ดับเตาไฟใหเ รยี บรอ ยและควรจะมอี ุปกรณสำหรับดบั เพลงิ ไว
11. เตรียมเครอื่ งเวชภัณฑ
12. สงิ่ ของควรไวใ นทต่ี ำ่ เพราะอาจจะตกหลน แตกหกั เสยี หายได
13. บรรดาเรือ แพ ใหล งสมอยดึ ตรงึ ใหม่ันคงแข็งแรง
14. ถามีรถยนต หรือพาหนะ ควรเตรียมไวใหพรอ มภายหลังพายุสงบอาจตองนำผูป วยไปสง โรงพยาบาล
น้ำมนั ควรจะเตมิ ใหเ ต็มถงั อยตู ลอดเวลา
15. เมื่อลมสงบแลวตองรออยางนอย 3 ชวั่ โมง ถา พนระยะน้ีแลวไมมีลมแรงเกิดขึ้นอีก จงึ จะวางใจวาพายุ
ไดผา นพน ไปแลว ทง้ั น้เี พราะ เมือ่ ศนู ยก ลางพายผุ านไปแลว จะตองมีลมแรงและฝนตกหนักผานมาอีก
ประมาณ 2 ชวั่ โมง
16. ตง้ั สติใหมั่นในการติดสินใจ ชวยครอบครัวใหพนอนั ตรายในขณะวิกฤต

ขอปฏบิ ัติเม่อื พายุลมแรงสงบ
1. เม่ือมผี บู าดเจบ็ ใหรบี ชวยเหลอื และนำสง โรงพยาบาลหรอื สถานพยาบาลทใี่ กลเ คียงใหเร็วทส่ี ุด
2. ตนไมใกลจ ะลม ใหรบี จดั การโคน ลม ลงเสยี มิฉะน้นั จะหกั โคนลมภายหลงั
3. ถา มีเสาไฟฟาลม สายไฟขาดอยา เขาใกลหรือแตะตอ งเปนอันขาด ทำเคร่ืองหมายแสดงอนั ตรายแจง
ใหเจา หนา ที่หรอื ชา งไฟฟาจดั การดวน อยา แตะโลหะท่ีเปนสอื่ ไฟฟา
4. เมอ่ื ปรากฏวาทอ ประปาแตกท่ใี ด ใหร ีบแจงเจา หนาท่ีมาแกไ ขโดยดวน

5. อยา เพ่งิ ใชน้ำประปา เพราะนำ้ อาจไมบ รสิ ุทธิ์ เนือ่ งจากทอแตกหรือน้ำทวม ถาใชน ้ำประปาขณะน้ัน

ดมื่ อาจจะเกิดโรคได ใหใ ชนำ้ ท่กี กั ตุนกอ นเกดิ เหตดุ ่ืมแทน

54

5. มาตรการปองกันตวั บุคคลอาคารสถานท่ี และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สจ ากฟาผา

หลกั การและเหตผุ ล
การปองกันสิ่งปลูกสรางจากความเสียหายทางกายภาพจากฟาผาโดยใชระบบปองกันฟาผา และการ

ปอ งกันการบาดเจบ็ ของสง่ิ มีชีวติ และอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกส

วตั ถุประสงค
1. เพื่อปอ งกันอันตรายแกบ ุคคลจากเหตฟุ าผา

2. เพ่ือปอ งกันความเสียหาย อาคารสถานทจ่ี ากฟา ผา

3. เพอ่ื ปอ งกันเคร่ืองมือวทิ ยาศาสตร และอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกสจ ากฟาผา

อปุ กรณ
1. กันฟาผาตูสาขาโทรศัพท (PABXSURGE PROTECTION BOX)
2. อุปกรณปองกันฟาผาไฟ AC 220 V (POWER SURGE PROTECTON)
3. หัวลอฟา LIGHTNING AIR TERMINALS
4. แทงกราวด
5. สายทองแดง

6. Over&Under Voltage Protector

ขน้ั ตอนการดำเนินการ
มาตรการปองกันตัวบุคคลจากฟาผา

1. หากอยูในที่โลงใหหาที่หลบที่ปลอดภัย เชน อาคารขนาดใหญ แตอยาอยูใกลผนังอาคาร ประตู
และหนาตา ง หรอื หลบในรถยนตท ี่ปด กระจกมดิ ชดิ แตอ ยา สมั ผัสกับตัวถังรถ

2. หากหาที่หลบไมได ใหหมอบนั่งยอง ๆ ใหตัวอยูต่ำที่สุด โดยนำมือทั้งสองขางมาแนบติดกับเขา
แลวซกุ หวั เขาไประหวางเขา สว นเทาใหชดิ กนั หรอื เขยงปลายเทา เพ่อื ลดพ้นื ท่ีสัมผัสกับพน้ื ใหน อ ยท่ีสุด แตอ ยา
นอนหมอบกบั พนื้ เพราะกระแสไฟฟา อาจว่งิ มาตามพนื้

3. อยายืนหลบอยูใตตนไมสูงและบริเวณใกลเคียงกับตนไม หรืออยูในที่สูงและใกลที่สูง ที่สำคัญอยา
กางรม

4. หามใชโทรศัพทมือถือกลางแจงในขณะที่เกิดพายุฝนฟาคะนอง เพราะแมโทรศัพทมือถือจะไมใช
สื่อลอฟา แตฟาผาจะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟาเขามาในมือถือ อีกทั้งโทรศัพทมือถือมีสวนประกอบที่เปนแผน
โลหะ สายอากาศและแบตเตอรี่ที่เปนตัวลอฟาจึงเพิ่มความเสี่ยงตอการถูกฟาผา และยังทำใหแบตเตอรี่
ลดั วงจรจนเกดิ ระเบดิ สงผลใหผถู กู ฟา ผาไดรบั บาดเจบ็ มากข้ึน

55

5. หามใชโทรศัพทบานหรือเลนอินเทอรเน็ตในขณะที่เกิดพายุฝนฟาคะนอง เพราะฟาอาจผาลงมาที่
เสาสัญญาณหรือเสาอากาศที่อยูนอกบาน และกระแสไฟจากฟาผาจะวิ่งมาตามสายโทรศัพทที่เชื่อมตอกับ
คอมพวิ เตอร ทำใหโทรศัพทแ ละคอมพวิ เตอรไดร บั ความเสยี หาย รวมถงึ ยงั สง ผลใหผ ูใชง านไดร ับอันตราย

6. ถอดอุปกรณเครื่องใชไฟฟาออกใหหมด เพราะฟาอาจผาลงที่เสาไฟฟาหรือสายไฟฟา ทำให
กระแสไฟฟากระชาก เครื่องใชไฟฟาจึงอาจเสียได และควรดึงเสาอากาศของโทรทัศนออก เพราะหากฟาผาท่ี
เสาอากาศบนหลงั คาบาน อาจว่งิ เขา สโู ทรทัศนได

7. หลีกเล่ยี งการสมั ผัสกับโลหะทุกชนิด เน่อื งจากโลหะเปน ตัวนำไฟฟา และอยา อยใู กลส ายไฟ
8. หลีกเลยี่ งการสัมผสั น้ำ เพราะเปน ตวั นำไฟฟา
9. ควรเตรียมไฟฉายไวสองดูทาง เพราะอาจเกิดไฟดับหรือไฟไหมได แตไมควรใชเทียนไขในบาน
เพราะอาจเสยี่ งตอไฟไหม

มาตรการปองกันอาคารสถานที่จากฟาผา
1. ตดิ ตง้ั หวั ลอ ฟา Lightning air terminals บนหลังคาอาคารสงู ตอ กับสายทองแดง อีกดา นของสายทองแดง
ใหตอกับแทงกราวดท่ีฝง ลงใตพ้นื ดนิ ดงั รูป

56

มาตรการปองกันอุปกรณอิเล็กทรอนิกสจากฟาผา
1. ตสู าขาโทรศัพท : ติดตง้ั อปุ กรณกันฟา ผา ตสู าขาโทรศัพท (PABXSurge Protection Box)

สาย Line TOT

ตสู าขา PABX ตู ฟว ส

2. อุปกรณอิเล็กทรอนิกส : ติดต้ัง OVER&UNDER VOLTAGE PROTECTOR ดังรูป

57

6.มาตรการปอ งกนั ภยั แลง
วตั ถุประสงค

เพื่อเปนการปองกันเมือ่ ระบบนำ้ ประปาไมสามารถจายน้ำไดใ นชว งฤดูแลง ศูนยวิจยั และพัฒนาการ
สตั วแพทยภ าคใตตอนบนไดหาวิธกี ารเพ่อื เปนการแกปญหา เพ่อื ใหส ามารถทำงานได

นยิ ามภัยแลง
มกี ารใหคำจำกดั ความของภัยแลงไวมากมายแตโดยรวมแลว มีความหมายใกลเ คียงกัน ซ่ึงหมายถึงภัย

ธรรมชาติอนั เกิดจากการมฝี นตกนอยหรือฝนไมตกตองตามฤดกู าลทำใหเกิดสภาวะการขาดแคลนน้ำในพื้นท่ีใด
พ้นื ทห่ี นึ่งทั้งดานนำ้ อุปโภคบริโภคและน้ำเพ่ือการเกษตรซึ่งเปนสาเหตุใหพืชพรรณตา งๆ ไดร ับผลกระทบทำให
พชื ชะงักการเจรญิ เติบโตผลผลิตไมส มบรู ณเ กดิ ความเสยี หายท้ังทางดา นเศรษฐกจิ และสงั คม

สาเหตกุ ารเกดิ ภัยแลง
จากการพัฒนาประเทศทั้งทางดานเศรษฐกิจและสังคม ทำใหมีการขยายพื้นที่เกษตรกรรม

อตุ สาหกรรมและที่อยูอาศยั อยางตอเน่ืองและเปนเหตุใหพืน้ ทีป่ าไมล ดลงกอใหเกิดการเปล่ียนแปลงของสภาพ
ภูมอิ ากาศและส่ิงแวดลอม รวมทง้ั การกระทำของมนุษยที่มีสว นกอใหเกดิ ความรุนแรงของการขาดแคลนน้ำซ่ึง
เปนสำหรับภัยแลงทางดานการเกษตรมีสาเหตุและปจจัยสำคัญอยู 2 สาเหตุ คือ สาเหตุจากธรรมชาติเชนฝน
ทิ้งชวงปริมาณน้ำฝนนอย ดินมีความสามารถในการเก็บกักความชื้นต่ำ ปริมาณน้ำใตดินมีนอยเปนตนและ
สาเหตุจากการกระทำของมนุษย เชน การตัดไมทำลายปาการใชประโยชนจากน้ำทำใหปริมาณน้ำในอางเก็บ
น้ำลดลง ระบบการเพาะปลูก ความถขี่ องการเพาะปลูก เปนตน

ผลกระทบตอ ศูนยวิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน
1. ไมมนี ้ำอุปโภคบริโภค ไมส ามารถทำงานได
2. ไมมนี ้ำลางเคร่ืองมอื อุปกรณทใี่ ชในการทำงาน

มาตรการแกป ญ หาภัยแลง
1. ปรับปรงุ ทำความสะอาดหลังคาและรางรับน้ำ ทอ นำ้ ฝน
2. ทำความสะอาดบอเกบ็ น้ำฝนกอนท่ีเร่มิ เกบ็ ปละครง้ั
3. ปลอ ยน้ำฝนท้งิ กอนจะเกบ็ ลงบอ ชวงเริ่มฤดฝู น
4. เม่ือเกบ็ น้ำฝนไดเตม็ บอ ใหร ะบายนำ้ ฝนที่มาจากหลังคาลงคูน้ำท้งิ ปองกนั ตะกอนลงบอ
5. ปรบั ปรงุ ปมสบู นำ้ เปนระบบอตั โนมตั ิ ติดตัง้ วาลวกอ นตอ เขาระบบประปาภายในอาคารสำนักงาน
6. เมื่อระบบประปานำ้ ไมไ หล ใหป ด วาลว น้ำประปาอาคารสำนกั งาน เปดวาลว ปม น้ำ
เปดเดินเคร่อื ง

58

สว นที่ 5
ภาคผนวก

59

แบบฟอรมรายงานอุบัตเิ หตุ

ข้นั ตอนท่ี 1 ผพู บอุบตั เิ หตุ : รายงาน

 สถานที่ ………………………………………วนั ทีเ่ กิดเหต…ุ ……………….……………..เวลา…………………………………………………..........
 ขอมูลอบุ ัติเหต…ุ ……………………………………………………………………………………………………………………………………….............
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………......

.......………………………………………………
()

ขน้ั ตอนท่ี 2 ทมี ผแู กไ ข: ดำเนนิ การแกไ ขดังรายละเอียด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…..............................………… ………………………..…………….………..
() ()

ทีมผูแ กไข หัวหนา กลุม /ฝา ย

ขั้นตอนที่ 3 ประธานคณะทำงานท่เี กยี่ วขอ ง : วเิ คราะหสาเหตแุ ละดำเนนิ การปอ งกัน
� กรณเี พลงิ ไหม : ประธานคณะทำงานดับเพลงิ
� กรณีอุบัตเิ หตุทัว่ ไป : ประธานคณะทำงานความปลอดภยั ทางชีวภาพ

วิเคราะหส าเหตุ …………………………………………………………………………………………………………………………....................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………............

แนวทางปองกนั ดงั น้ี ………………………………………………………………………………………………………………………………........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............……

………….……………...……….…….……..……
()

ประธานคณะทำงานฯ

ข้นั ตอนที่ 4 เจาหนาทค่ี วามปลอดภยั ทางชวี ภาพ : สรปุ ผลการดำเนนิ การเสนอผอู ำนวยการ
...........................…………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………........…………………………………..…

……………………………….……..............……

60

ขั้นตอนที่ 5 ผอู ำนวยการ
รบั ทราบ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...……………….….....……

()
ผูอำนวยการศนู ยวจิ ัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตต อนบน

61

ฉลากสารเคมเี สอื่ มสภาพ

ฉลากสารเคมีเส่ือมสภาพ
ชือ่ สารเคมี ..................................................................................................
ปรมิ าณ ............................................................................................../ขวด
กลมุ /หองปฏบิ ัตการ..............................................................................
ผรู บั ผิดชอบ ........................................................ โทร ................................
ว.ด.ป. ท่ีทง้ิ ................................................................................................
ชอ่ื ผูนำมาทงิ้ ...............................................................................................

62

ฉลากของเสียจากหองปฏบิ ัติการ
ฉลากของเสียจากหองปฏบิ ตั ิการ

(Waste Tag)

วนั /เดอื น/ปทจ่ี ัดเก็บ(Date waste first generated) …………………………………………………...................………….…....
กลมุ /หองปฏิบัตกิ าร (Department) ………………………………………..………..….......................………............................
ผรู ับผิดชอบ (Contact Person) ………………………………………............…….……โทร....................................................

ลกั ษณะทางฟส กิ ส (Physical State)

 กา ซ (Gas)  ของเหลว (Liquid)  ลักษณะท่เี ปน โคลนหรือเลน (Sludge)  ของแขง็ (Solid)

สว นประกอบ ปรมิ าณ

(List of the waste components) (Quantity)

คณุ สมบัติความเปนอนั ตราย (Hazard class)

 ใยแกว (Asbestos)  สารไวไฟ (Flammable)  สารกัดกรอน (Corrosive)

 สารออกซไิ ดซงิ่ (Oxidizing)  สารเปนพษิ (Poison)  สารไวตอ ปฏกิ ิริยา (Reactive)

 อื่นๆ (Other) …………………………………………………………………………………………..

63

แบบฟอรมการติดตามตรวจสอบ

แบบฟอรมการติดตามตรวจสอบ

และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานรักษาความปลอดภยั ทางหองปฏบิ ตั กิ าร

หนวยงาน ..ศูนยว จิ ัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน.... หอ งปฏิบตั ิการ............................

วนั ทตี่ ดิ ตาม................................ ผตู ดิ ตาม......................................

1. การบรหิ ารจัดการดานความปลอดภยั ของหอ งปฏบิ ัตกิ ารของศูนยวิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบน

1.1 นโยบาย และ/หรอื แผนงานที่เก่ยี วของกับความปลอดภัย
 มีเอกสารเชิงนโยบายในเร่ืองความปลอดภัยของหอ งปฏบิ ัตกิ าร

…  มีแผนงานในเรอื่ งความปลอดภยั ของหองปฏบิ ัติการ
1.2 มีโครงสรา งการบรหิ ารจัดการดานความปลอดภัยในระดบั ตอไปน้ี

…  กลุม งาน
…  สำนัก/โครงการ
…  กรม
…  อ่นื ๆ (ระบุ................................................................…….)

1.3 การติดตามผลการปฏบิ ตั งิ านแตล ะกจิ กรรมตามแผนการจัดการความปลอดภยั ของ
หองปฏิบตั ิการ

1.3.1 หอ งปฏิบัติการไดก ำหนดแผนและผรู บั ผดิ ชอบดูแลเร่อื งความปลอดภัยในเร่ืองตอไปน้ี
…  การจดั การสารเคมี
…  การจัดการของเสยี
…  ลกั ษณะทางกายภาพของหอ งปฏบิ ัติการ
…  การจดั การอปุ กรณและเครือ่ งมอื
…  การปอ งกันและแกไขภัยอันตราย
…  การใหความรูพื้นฐานเกี่ยวกบั ความปลอดภยั ในหองปฏบิ ัติการ
…  การจดั การขอมูลและเอกสารอืน่ ระบุ……………………………….

1.3.2 ผลการดำเนินกิจกรรมดานความปลอดภัย 64

หวั ขอ ผลการดำเนนิ การ ความผิดพลาด/ วิเคราะหสาเหตุ/ แนวทาง
อุบัตเิ หตุ การแกไข การปอ งกนั
1. การจดั การสารเคมี
2. การจดั การของเสยี
3. ลักษณะทางกายภาพ
ของหองปฏบิ ตั กิ าร
4. การจัดการอุปกรณและ
เคร่อื งมือ
5. การปอ งกันและแกไขภัย
อนั ตราย
6. การใหความรูพื้นฐาน
เกยี่ วกบั ความปลอดภยั ใน
หองปฏบิ ตั ิการ
7. การจัดการขอมลู และ
เอกสารอ่ืน ระบุ..........
8. การตรวจสขุ ภาพของ
เจาหนา ที่ปฏบิ ตั งิ าน
9. การตรวจวดั
สภาพแวดลอมในการ
ทำงานตามความเสยี่ ง

65

หวั ขอการติดตามตรวจสอบ

หวั ขอ การติดตาม มี ไมม ี หมายเหตุ

1. ระเบยี บปฏบิ ตั ิของผปู ฏบิ ตั งิ านในหองปฏบิ ตั กิ าร
1.1 บคุ ลากรทท่ี ำงานทุกคนตองมอี ุปกรณป อ งกนั ตัวสว นบคุ คล (PPE) เชน ผา กนั
เปอ น เสอ้ื กาวนสำหรับหอ งปฏิบัติการ ถุงมือ แวน ตานิรภัย ผากันฝนุ หนา กาก
นริ ภยั

1.2 ผปู ฏิบัตงิ านตอ งสวมใสเ ส้อื ผาท่เี หมาะสมขณะปฏบิ ตั ิงาน ปกคลมุ รางกาย
มดิ ชดิ เพื่อปอ งกันภัยจากอบุ ัติเหตจุ ากสารเคมหี กรดหรือหกหลน หามสวมกางเกง
ขาสน้ั รองเทา แตะ รองเทา เปดหนา หรือเปดสน หรือไมส วมรองเทา

1.3 ผูปฏิบัติงานไมควรสวมใสเ คร่อื งประดับ เชน สรอยคอ แหวน ตา งหทู ่ี
อาจเกี่ยวถูกของอื่นทำใหเกิดอุบตั เิ หตุไดงาย

1.4 ผปู ฏิบตั งิ านทไ่ี วผมยาวจะตอ งรวบและ/หรอื มัดผมใหเ ปนระเบยี บ

1.5 หามรับประทานอาหาร เคร่อื งด่ืม เคี้ยวหมากฝรง่ั และหามทาเครื่องสำอาง
ในหอ งปฏบิ ตั ิการ หา มเก็บอาหารและเคร่อื งด่มื ในตูเยน็ หรอื หองเย็นทมี่ ีสารเคมี
หรือตวั อยางสารทีจ่ ะทดสอบ

1.6 หา มสบู บุหรใี่ นหอ งปฏบิ ตั กิ าร

1.7 หา มวิง่ ในหอ งปฏิบัติการเปน อนั ขาด

1.8 หา มดูดไปเปตตดวยปากเปลา ตอ งใชล กู ยางหรือเครอื่ งชว ยดดู แทน

1.9 ผปู ฏิบัติงานทุกคนจะตอ งปฏิบัตติ ามระเบียบ วธิ ที ำ และขอ บังคับที่กำหนดไว
ทำการทดลองเฉพาะทไี่ ดรับมอบหมายหรืออนุญาตเทานน้ั

1.10 หา มเคลอ่ื นยา ยเคร่อื งมือใด ในหองปฏบิ ตั กิ ารกอ นไดร บั อนุญาตจากหวั หนา
หองปฏบิ ตั ิการ

1.11 หา มปลอ ยเคร่อื งมือทำงานโดยลำพงั หรอื ละทงิ้ ใหม ปี ฏิกิรยิ าดำเนนิ
ไปโดยปราศจากผูดแู ลใกลช ิด ยกเวน เคร่อื งมืออตั โนมัตทิ ่จี ำเปน ตองใชง าน

1.12 จัดวางเครื่องมือและเฟอรนเิ จอรภายในหองปฏิบตั กิ ารใหเ ปน ระเบยี บ
ไมก ีดขวางทางเดนิ โดยเฉพาะอยางยง่ิ ทางเขา ออก ทางเดนิ ไปสูแ ผงสวติ ซไ ฟฟา ถงั
ดบั เพลิง กระดิ่งสัญญาณเตอื นไฟ และท่ลี า งตา
1.13 รายงานอุบตั ิเหตแุ ละการบาดเจบ็ ทุกชนิดทเ่ี กดิ ขึน้ แกผ ูร ับผิดชอบ
หองปฏบิ ตั กิ าร

1.14 รายงานสิ่งทพี่ บเห็นวาอาจไมป ลอดภัยและกอใหเ กิดอุบัติเหตตุ อผูรบั ผดิ ชอบ
หองปฏิบตั กิ าร

1.15 กอนออกจากหองปฏบิ ตั ิการตองถอดถงุ มอื เส้อื กาวนส ำหรบั หอ งปฏิบัติการ
อุปกรณใ ชป อ งกันตวั และลา งมอื ใหสะอาดอยางถกู วธิ ีดวย หามจับลกู บิดประตู
เพ่อื เปด-ปด ในขณะท่ยี ังสวมถุงมอื อยู

66

หวั ขอการตดิ ตาม มี ไมมี หมายเหตุ

1.16 ภายหลงั เวลาเลิกงานหรือวนั หยุด หา มปฏิบตั งิ านตามลำพัง คนเดยี ว
ในกรณจี ำเปนจะตอ งมีผรู ับรูและไดรบั อนญุ าตกอน
2.ระเบียบการจดั หอ งปฏบิ ัตกิ าร
2.1 หองปฏบิ ตั กิ ารจะตองมปี ายแสดงทางเขา -ออกของหองปฏบิ ัติการและตอ งมี
ปายสญั ลักษณแ ละตดิ ไฟแสดงไว

2.2 หองปฏบิ ัติการจะตองมปี ายแสดงสถานที่ติดตง้ั และวธิ ีการใชฝกบัว ฉกุ เฉิน
ทลี่ างตา และท่ีเก็บชดุ ปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน

2.3 หองปฏิบัตกิ ารจะตองมปี า ยแสดงสถานท่ตี ดิ ตงั้ และวธิ กี ารใชถงั ดบั เพลิง และ
กระดง่ิ สญั ญาณเตือนไฟ (fire alarm)
2.4 มีปา ยแสดงตำแหนงท่ตี ดิ ตงั้ โทรศพั ทฉุกเฉนิ พรอ มหมายเลขที่ตอ งตดิ ตอ หรอื
แจงเมื่อเกดิ กรณีฉกุ เฉนิ

2.5 หองปฏิบัติการจะตองมเี อกสาร MSDS เพือ่ แสดงวธิ ีการใช และอนั ตราย
ของสารเคมี

2.6 หองปฏิบัตกิ ารทุกแหง ตอ งมเี ครื่องมอื เคร่อื งใชที่เหมาะสมสำหรับปองกัน
อันตราย เชน ตูค วนั ทมี่ ปี ระตหู รือแผงกัน้ ปอ งกันการกระเด็น
2.7 ประตูหองปฏิบัตกิ ารควรติดโชค (choke) เพ่ือการปด-เปด ทน่ี มุ นวล

2.8 หองปฏิบัตกิ ารที่ใชถงั บรรจแุ กส แรงดนั สงู ใหย ึดถังเขา กับกำแพงหรอื ยึดติดโตะ
ปฏิบตั ิการทแี่ ข็งแรงโดยรดั ดวยสายโซร ดั นริ ภัยตลอดเวลา

2.9 ตูในหองปฏิบตั คิ วรจะตอ งวางชิดกำแพง ชนั้ วางของหรือชั้นหนงั สอื ตองยดึ ติด
กับกำแพงหรือสง่ิ กอสรางท่ีแขง็ แรงไมเคล่ือนที่

2.10 ชัน้ วางของทไ่ี มมปี ระตู ปด -เปด จะตองมีขอบปองกันของตกหลน จากชั้น เชน
ชั้นวางหนังสือมขี อบสงู 1.5 น้ิว ช้ันวางเครื่องแกวขวดสารเคมีมีขอบสงู 2 น้วิ

2.11 การจัดเกบ็ วางเครอ่ื งแกว และขวดสารเคมี ควรใสใ นตทู ป่ี ระตมู โี ซคลอง ยึดอยู
ภายในดวย การเกบ็ เคร่อื งแกวทรงสงู เชน กระบอกตวง (graduated
cylinder) บนชั้นวางของทไ่ี มม ปี ระตูปด ใหท ำท่คี าดกั้นปองกนั การลม
โดยใชลวดสปริงทำเปน แนวคาดกนั้ ยึดตดิ กบั หัวทา ยชนั้ วางของ การวางของ
ใหว างของหนักไวช ้ันลางสุดเสมอ

2.12 การจัดวางสารเคมที ี่มีอนั ตรายในหอ งปฏบิ ัติการ เชน สารไวไฟ สารที่ มฤี ทธ์ิ
กดั กรอ น จะตอ งแยกไวใ นตเู ฉพาะ อยางไรกต็ ามในการจดั วางสารเคมีจะตอ ง
ปฏบิ ตั ติ ามหลักการเกบ็ compatible chemical group

2.13 สายตอ จากทอประปา ทอ แกส หรอื สายภายในตคู วัน ควรเปน ชนดิ ยืดงอ
พบั ไปมาได

67

หัวขอการติดตาม มี ไมม ี หมายเหตุ

3. ระเบียบปฏิบตั สิ ำหรับผรู บั ผิดชอบหองปฏิบัตกิ าร
3.1 รบั ผิดชอบความปลอดภยั ในหอ งปฏิบตั กิ ารดว ยจติ สำนึกและควรปฏิบัติ
ตลอดเวลา
3.2 ควบคมุ กำกบั ดแู ลใหผ ูป ฏบิ ตั ิงานทกุ คนทำตามระเบยี บทก่ี ำหนดไว
3.3 แสดงตนและปฏิบัติเปน ตัวอยางในการปอ งกันอบุ ตั ิเหตแุ ละปฏิบัติการ
อยางปลอดภัยตลอดเวลา โดยการสวมใสอุปกรณป องกันตัวเปนประจำ เชน
ใสห นากากอนามยั แวน ตานิรภยั ถุงมือ เส้ือกาวนส ำหรบั หอ งปฏิบัตกิ าร
3.4 ตรวจสอบระบบความปลอดภยั ของแตล ะการทดลองกอ นมอบหมาย
ใหผูปฏบิ ตั งิ าน
3.5 ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของหอ งปฏิบัตกิ าร และจดั ใหมีการฝก ซอ ม
วิธีปอ งกนั อันตรายแกผ ปู ฏบิ ตั งิ านใหสามารถปฏิบตั ไิ ดจ ริงเมือ่ เกดิ กรณฉี ุกเฉินข้นึ
3.6 จดั ใหผ ูป ฏิบตั ิงานทุกคนมโี อกาสเขา รบั การอบรมดา นความปลอดภัย
3.7 ดูแลใหผูเย่ียมชมหอ งปฏบิ ัติการทกุ คนตอ งปฏบิ ตั ติ ามระเบียบความปลอดภยั
3.8 จัดเก็บเอกสารคูมือความปลอดภยั คูม อื การใชเคร่ืองมอื เอกสาร MSDS ไว
ในท่ีซึ่งผปู ฏบิ ตั ิงานทกุ คนรูและสามารถเขา ถงึ ได ควรสรา งจิตสำนกึ ใหอ า น
วธิ ีใชงานและปฏิบัตติ ามดวย
3.9 ควรจดั แบงหนาทีก่ ารดูแลรบั ผิดชอบความปลอดภยั แกผ ูป ฏบิ ตั ิงานเพอ่ื
ตรวจตราดแู ลความเรยี บรอยกอ นเลิกงานออกจากหองปฏบิ ัตกิ าร เชน การ
ตรวจเชค็ การปด ถังแกส แรงดันสูง ปด ตู ปด ตะเกยี ง ปด ฝาขวดสารเคมี ปดนำ้
ปด เครอื่ ง ปรบั อากาศ และปด ไฟ
4. ระเบียบปฏบิ ตั สิ ำหรับเจาหนา ที่ทำความสะอาดหองปฏบิ ตั ิการ
4.1 สงั เกตปา ยเคร่อื งหมายและ/หรอื สญั ลกั ษณอ ันตรายชนดิ ตา งๆ ติดอยูท่ี ประตู
หอ งหรือตทู แี่ สดงวาภายในมีเคร่ืองมอื และ/หรอื สารเคมที ่มี อี นั ตรายนน้ั ๆ
อยูดังนน้ั การทำความสะอาดจะตอ งทำอยา งถกู วิธีมิฉะนัน้ อาจเกิดอนั ตรายขึ้นได
4.2 หา มจบั หรอื เคลือ่ นยายภาชนะ เชน กลองกระดาษ ขวด กลอ งขนาด ใหญ
ซงึ่ บรรจุสารเคมที ีเ่ ปน อนั ตรายทม่ี ฉี ลากตดิ เตือนภัยไว ถา จำเปน ตองขนยายไป
ท่อี นื่ ใหป รึกษาผูร บั ผดิ ชอบหองปฏบิ ตั กิ าร

68

หัวขอ การตดิ ตาม มี ไมม ี หมายเหตุ

4.3 เม่ือภาชนะบรรจุสารเคมีทเ่ี ปน อนั ตรายแตกหรอื มีสารเคมีทเ่ี ปน อันตราย
หกรดหรือหกหลน อยาพยายามทำความสะอาดดวยตวั เองเพยี งคนเดียว
ควรออก จากพน้ื ท่นี ้ันและปด ประตหู อ งดว ย แจง ผูรับผดิ ชอบหอ งปฏบิ ตั ิการ
หรอื หนวยงานทรี่ บั ผดิ ชอบโดยดว น

4.4 สวมแวนตานิรภยั ขณะทำงานในหองปฏบิ ัตกิ ารทยี่ งั มผี ูป ฏบิ ตั ิงานอยู

4.5 หา มรบั ประทานอาหาร เคร่อื งด่มื และทาเคร่อื งสำอางในหอ งปฏิบตั กิ าร

4.6 หา มทิง้ ขวดสารเคมีในถงั ขยะธรรมดา ยกเวน ขวดเปลา ทล่ี า งทำความสะอาด
และแหง เปด ฝา และแกะฉลากขวดออกแลว หากมขี อสงสยั ใหคงเก็บไวใ น
หอ งปฏบิ ตั ิการนั้น

4.7 เม่ือมขี อสงสัยเกย่ี วกบั ความปลอดภยั ใหติดตอ ผรู บั ผดิ ชอบหองปฏบิ ตั กิ าร

5. ระเบียบปฏบิ ตั สิ ำหรับเจาหนา ที่ซอมบำรุงของหองปฏบิ ตั กิ าร
5.1 กอ นลงมือปฏิบัติการซอ มใดๆ ตองแจง ใหผรู บั ผิดชอบหองปฏิบตั กิ ารทราบ
ควรแจง ลวงหนา ถึง เวลา ปญ หาท่เี กดิ ระยะเวลาที่ใชในการซอ ม และ
คาดคะเนเวลาท่จี ะแลว เสรจ็ ทง้ั นเี้ พ่อื ทางหอ งปฏิบตั ิการจะไดจ ดั การปด
เคร่ืองมอื อน่ื ๆ ท่ี จะถกู กระทบไดก อ นท่หี นว ยซอ มบำรุงจะลงมอื ปฏบิ ัตงิ าน

5.2 ประสานงานกบั ผูรบั ผดิ ชอบหอ งปฏบิ ัตกิ ารเพอื่ จดั บริเวณท่ตี อ งการซอ มให
ปลอดภัยจากอนั ตรายอน่ื ๆ เชน อนั ตรายจากสารเคมี สถานทตี่ อ งการซอมแซม
อาจเปน ตคู วัน อา งลา งเคร่อื งแกว อางลางมอื ตู โตะ พนื้ โตะ หรือเคร่ืองมือ ซ่งึ
ขึ้นกบั ลักษณะการซอ มบำรุงแลว แตก รณีไป เชน การทาสีใหม การคลือ่ นยา ยทตี่ ง้ั

5.3 หา มเคลอื่ นยายสารเคมีใดๆในหอ งปฏบิ ตั กิ าร ถาตองเคล่ือนยา ย เน่ืองจาก
ต้ังอยูใ นตำแหนงท่ีกีดขวางการทำงานใหแ จง ผรู ับผิดชอบหองปฏิบตั กิ าร

5.4 หา มเคล่อื นยายเคร่ืองมือในหองปฏบิ ัตกิ าร ในกรณที ่ีจำเปน ตอ งเคล่อื นยา ย
หรือเปลีย่ นช้ินสว นของเครื่องมือ จะตองแจงผรู ับผดิ ชอบหอ งปฏบิ ัติการ เพ่ือ
ใหบ ริหารจัดการใหเครอื่ งมอื ดังกลาวอยูในสภาพปลอดภัยจากอนั ตรายเชงิ กล
หรืออนั ตรายจากสารเคมี ถา ไมส ามารถกำจดั อนั ตรายใหห มดไปไดจะตอ งใช
วธิ ีการเฉพาะ เพือ่ การทำงานซอ มบำรงุ ใหป ระสานงานกับผรู บั ผดิ ชอบ
หอ งปฏบิ ัติการอยา งใกลช ดิ ตลอดเวลา

5.5 การซอ มทีต่ องเส่ียงตอ การสมั ผัสสารเคมที เี่ ปนอนั ตราย เชน ซอ มแซม
บริเวณที่มีสารอันตรายปนเปอน หรือในหองปฏิบตั ิการท่มี ีการทดลองดำเนนิ อยู
จะตองสวมใสอ ปุ กรณปองกนั ตวั เชน แวนตานริ ภัย หนา กากกันสารพษิ ถุงมือ

69

หัวขอ การติดตาม มี ไมม ี หมายเหตุ

5.6 ในการซอ มแซมตดู ูดควัน ตองขอขอมูลจากผรู บั ผดิ ชอบหอ งปฏิบัติการ
เก่ียวกบั การใชส าร perchloric acid หรือ iodine ถามีการใชสารดงั กลา วตอ ง
ปรึกษาผูเ ชีย่ วชาญเฉพาะดว ย สว นการหลอล่ืนตูดดู ควนั ทใ่ี ชส ารperchloric acid
จะใชส าร fluorocarbon grease เทานัน้
5.7 หา มรบั ประทานอาหาร เครอื่ งดม่ื และทาเครื่องสำอางในหองปฏิบตั กิ าร
5.8 เม่ือมีปญ หาหรือขอสงสัยเกี่ยวกบั ความปลอดภยั ใหปรึกษาผรู บั ผดิ ชอบ
หอ งปฏิบตั กิ ารหรือหนว ยงานเฉพาะกจิ กอ นลงมอื ปฏบิ ัตงิ าน
6. ความเปน ระเบียบของหองปฏบิ ัติการ (good house keeping)
6.2 จัดบริเวณพื้นที่ใชงานใหสะอาด ปราศจากสิ่งกีดขวาง และตองทำความ
สะอาดทกุ วนั และทกุ คร้งั ภายหลงั การใชง าน
6.3 จัดใหมีการรีบทำความสะอาดทันที เมื่อมีกรดและสารเคมีหกหลน โดย
ปฏบิ ตั ติ ามคูมือความปลอดภัย
6.4 จัดการทิ้งขวดหรอื หีบหอของสารเคมีที่ไมมีปายชือ่ ขยะของเสียตางๆ อยาง
ถกู วธิ ี หามสะสมไวในหองปฏบิ ตั กิ าร
6.6 จัดใหม กี ารวางเคร่อื งมอื เครือ่ งใชใหเปนระเบียบไมก ดี ขวางอยูต ามทางเดิน
และบันได
6.7 จดั เกบ็ หรือแบบจำหนา ยเครอ่ื งมอื เครือ่ งใชที่ใชงานนอยหรอื ไมใชงานใน
หองปฏิบตั กิ าร
6.8 จดั เก็บบริเวณอางลา งมือ อา งลา งเคร่อื งแกวไมใ หมสี ่งิ กดี ขวางเพือ่ ความ
สะดวกในการใช
6.9 จัดใหบรเิ วณมุมตองการหรือใตโ ตะ ทำงานโลง จะไดท ำความสะอาดได งาย
6.10 จัดตดู ดู ควนั ใหโลง หามใชเ ปนตเู กบ็ สารเคมี
6.11 จดั ใหบ ริเวณประตูทางเขา -ออก หรอื บรเิ วณติดตงั้ เครือ่ งมือ บรเิ วณเครือ่ ง
ลา งตา บรเิ วณฝกบวั ฉุกเฉิน ใหเขาใชงานไดส ะดวกโดยไมม สี ิง่ กดี ขวาง
6.12 จัดโตะปฏบิ ัตกิ ารและพ้ืนที่โดยรอบใหส ะอาดปราศจากสง่ิ กดี ขวางเพอ่ื ความ
สะดวกและปลอดภยั ในขณะปฏบิ ตั ิงาน
6.13 จดั ระเบียบเครอ่ื งมือเครื่องใชเฟอรนเิ จอรใหม ีระเบยี บและหา งจากประตู
เขา-ออก เพือ่ จะไดเ ปด -ปด ประตไู ดอยางสะดวก
6.14 จดั วางหรือจดั เกบ็ เครอื่ งมือ เคร่ืองใช สารเคมอี ยางถูกหลัก

70

แบบสุม ตดิ ตามการปฏิบัตงิ านรักษาความปลอดภัย

การปฏิบัติหนาท่ี ผลการปฏบิ ตั งิ าน ขอ เสนอแนะและ
เรยี บรอ ย ไมเ รยี บรอ ย แนวทางการแกไ ข

1. เจา หนา ท่ีแตล ะคนรักษาความปลอดภัยเขา ปฏบิ ตั งิ าน

ตามชวงเวลาทก่ี ำหนด

2. เขาปฏิบตั ิหนาที่กอนเวลาทำงานไมนอยกวา 10 นาที

3. การลงบันทึกรายงานประจำวัน และลงช่ือกำกบั ของ

เจาหนาท่ี

4. การลงสมุดบันทึกเวลาเขา /ออก และทะเบียนของ

ยานพาหนะ

5. การแลกเปลีย่ นบัตรเขา /ออก

6. การวางแผงกั้นรถเขา/ออก

7. เปด-ปดประตู ตามเวลา ใชก ญุ แจลอค

เวลาเปด ระตู 06.00 น เวลาปด ประตู 21.00 น.

8. มีการตรวจสอบจดุ ลอแหลม หรือเส่ยี งตอ ความ

ปลอดภัยความเรียบรอยของตามอาคาร หรือจดุ ตา งๆ

ในเวลาวิกาล

9. การปด เปดไฟฟาตามเวลา ตามจุดตางๆ

..….ระบเุ วลา….6:00 – 18.00 น.......

10. ความพรอมของอุปกรณส ำหรบั กรณีฉุกเฉินวางในจุด

ทีใ่ ชงานไดงายเชน ไฟฉาย กระบองสำหรบั ปองกันตวั

11. ออกเวรโดยที่ไมมผี รู ับเวรหรอื กอนเวลาท่กี ำหนด

(เมื่อเปนเวรที่เขา-ออกเปนเวลา)

12. มีการตรวจเช็คกระโปรงทา ยรถ หรือกระบะหลงั รถ

บุคคลภายนอก

13. ใสช ดุ ปฏิบตั ิงานทีเ่ รียบรอ ยเหมาะสม

14. ขอ สังเกตอ่ืนๆ

ลงชือ่ ผตู รวจ..................................................วนั ท่ี.................................เวลา................................

71

ภาคผนวก 1 แผนกอ นเกดิ เหตุเพลงิ ไหม

แผนการรณรงคปอ งกัน แผนการอบรม แผนการตรวจตรา
อัคคภี ัย

เชน จดั กจิ กรรม 5 ส อยางนอยปล ะ 1 ครัง้ มอบหมาย ดำเนนิ การตรวจตรา
ประชาสมั พนั ธก ารปองกัน เชน การฝก ซอม ผูรบั ผดิ ชอบ และสงแบบบันทึกผลการ
อัคคีภยั จดั ทำโปสเตอร ดบั เพลิง ตรวจสอบถังดบั เพลิงท่ี
การปองกันอัคคภี ัย เปนตน
งานบรหิ ารทวั่ ไป

งานบรหิ ารท่ัวไปรวบรวม กรณีพบจดุ เสยี่ ง
มอบหมายผูรับผดิ ชอบดำเนินการแกไข

72

ภาคผนวก 2 แผนขณะเกดิ เหตุเพลงิ ไหม

1. แผนการดบั เพลงิ
2. แผนอพยพหนไี ฟ

แผนขณะเกิดเหตเุ พลิงไหม กดสญั ญาณเตอื นภยั
1.แผนการดับเพลงิ โดยกดสญั ญาณยาวตอเน่อื ง

ผผููพพบบเเหหน็น็ เเพพลลงิิงไไหหมมคค นนแแรรกก ตะโกนแจงเหตุ

แจงเพ่ือนรว มงาน / หัวหนา
งาน และเขา ดบั เพลงิ ทนั ที

ถา ดบั ได ถาดบั ไมไ ด

รายงาน ใชแ ผนปฏบิ ตั กิ ารระงับ
ผูบงั คบั บญั ชา เหตเุ พลิงไหมข ั้นตน
- แจงประชาสัมพันธ
ภาคผนวก 3 - แจงหวั หนา ทีมดบั เพลงิ

หัวหนา ทีมดับเพลิง
- ตดั สินใจแจงหนว ยงานดับเพลิงจาก
ภายนอก เชน

เทศบาลตำบลทวี่ งั โทร. 075-538250

เทศบาลดบั เพลิงทุงสง โทร. 075-411111

รายงานผบู ังคับบญั ชา

73

หนา ท่ีของผปู ฏบิ ัติงาน หนา ที่รับผดิ ชอบ

ผูรับผดิ ชอบ ใหป ฏิบตั ิดังน้ี ;
1.รับฟง สถานการณตา งๆเพือ่ สัง่ การการใชแผนตางๆ
หวั หนาทมี ดบั เพลงิ 2.ขอความชว ยเหลอื จากหนวยงานท่ีเกย่ี วของ
- นายสายนั ต ยอยดำ 3.รายงานผลการเกิดเพลงิ ไหมตอ ผบู ังคบั บญั ชาระดับสูงขึ้นไป
ผชู ว ยหัวหนาทีมดบั เพลงิ 4.ทมี ดบั เพลงิ เขา สูท ่เี กดิ เหตทุ นั ที เพอ่ื รบั คำสัง่ จากหัวหนาทมี ดับเพลิง
- นายสุรพล อรามวิทย
ทีมดับเพลงิ
- นายบุญสงค เรืองแกว
- นายศิรชิ ยั ชแู กว
- นายวชิ าญ มณี
- นายจรูญ ชนะคช
- วาที่ร.ต.มฮู ำหมัดเอม็ ผินดี สมาแอ
- วาท่ีร.ต. ปรีชา ไชยศร
- นายสธุ ี รตั นะ
และคนงานทกุ คน

ฝา ยไฟฟา ใหปฏิบตั ดิ งั นี้ ;
- นายบญุ สงค เรืองแกว 1.เมื่อเกิดเพลิงไหมใ หรบี เขาไปทีเ่ กิดเหตุ เพื่อรับคำสั่งตัดไฟจากหัวหนาทมี
- นายเกษม จนั ทรก ระจาง ดับเพลงิ

- นายศิรชิ ัย ชูแกว

ฝายปฏิบตั กิ าร ใหปฏิบตั ิดังน้ี ;

หวั หนาฝายปฏบิ ตั ิการ 1.เมื่อเกิดเพลิงไหมในพื้นที่ใด ใหขนเอกสารและวัสดุที่สำคัญและสามารถ

- หัวหนากลุมงาน/หัวหนาปฏิบัติการ ขนยายได ไปยงั จุดเตรยี มไว ซ่ึงเปน ทปี่ ลอดภยั และมีเจาหนา ทเ่ี ฝา ระวังดูแล

ทีมงาน ความปลอดภยั

- เจา หนา ในกลมุ งาน / หอ งปฏิบัติการ

ฝายส่อื สารและประสานงาน ใหป ฏบิ ัตดิ งั นี้ ;
ฝา ยบรหิ าร 1.คอยชว ยเหลือประสานงานระหวางหัวหนา ทมี งานดับเพลิงและผูเกยี่ วขอ ง
2.คอยรบั -สงคำสงั่ จากหัวหนาทมี ดับเพลิงในการติดตอ ศูนยข าว
3.คอยปองกันมิใหบุคคลภายนอกที่ไมมีหนาที่เกี่ยวของเขากอนไดรับ
อนุญาต

ฝา ยเคล่อื นยา ยภายใน – ภายนอก 74
- เจาหนา ทก่ี ลุมงานบรหิ ารท่ัวไป
ใหปฏบิ ัตดิ ังนี้ ;
- งานยานยนต 1.ใหรบั ผดิ ชอบในการกำหนดจุดปลอดภยั อคั คภี ัยในการเก็บวสั ดุครุภณั ฑ
2.อำนวยความสะดวกในการเคลอ่ื นยายขนสงวสั ดุครุภณั ฑ
3.จัดยานพาหนะและอุปกรณขนยา ย

ฝายสนับสนนุ ใหปฏบิ ตั ิดงั น้ี ;
1.พนักงานที่ทราบเหตุเพลิงไหมและตองการเขามาชวยเหลือดับเพลิงให
รายงานตัวตอหัวหนาทีมดับเพลิงเพื่อทำการแบงเปนชุดชวยเหลือสงเสริม
การปฏบิ ัติงาน
2.คอยรับคำสัง่ จากหัวหนา ทีมดบั เพลิงอยูบ ริเวณท่ีเกิดเพลิงไหม

หวั หนา ทีมงานดบั เพลิง

แจงผูนำทางหนีไฟ
ผูนำทางจะถอื สญั ญาณธงนำพนกั งานไปยงั จดุ รวมพล

ผนู ำทางตรวจสอบจำนวนคน

รีบนำผปู ว ยหรอื ผบู าดเจบ็ สง แจงยอดตอหัวหนา / ผูช ว ยทีมดับเพลิง
หนวยพยาบาลหรอื

สถานพยาบาลใกลเ คียง

ใหพ นักงานอยใู นจดุ หวั หนา ดบั เพลิงสั่ง
รวมพลจนกวา หนวยชวยชวี ติ คนหา
เหตุการณจะสงบ

75

ภาคผนวก 4 แผนผังหลังเกิดเพลงิ ไหม

แผนหลังเกดิ เหตเุ พลงไหม

1. แผนบรรเทาทุกข

หนาที่รบั ผิดชอบของผปู ฏบิ ัติการในแผนบรรเทาทุกข
ภาคผนวก 4 (ตอ)
หนา ท่ีรบั ผิดชอบ ผูปฏิบตั กิ าร
: หัวหนา กลมุ งานบรหิ ารทัว่ ไป
1 ประสานงานหนว ยงานขางนอกเพ่ือใหเขามา หัวหนาทีม : เจา หนา ทก่ี ลมุ งานบรหิ ารทัว่ ไป

ชว ยเหลือ ทมี งาน : หัวหนากลมุ งาน / หอ งปฏิบตั ิการ
: เจาหนา ทใี่ นกลมุ งาน / หองปฏิบัตกิ าร
2 การสำรวจความเสียหาย หวั หนาทมี
: หัวหนา กลมุ งานบรหิ ารท่ัวไป
ทีมงาน : งานชาง งานยานยนต และคนงาน

3 การชวยชีวิต คน หาผปู ระสบภัย การ หวั หนาทีม : หวั หนากลมุ งาน / หองปฏบิ ตั กิ าร
: เจาหนาทใี่ นกลมุ งาน / หอ งปฏบิ ตั กิ าร
เคล่อื นยายผปู ระสบภัย ทมี งาน
: หัวหนากลุมงานบรหิ ารทวั่ ไป
4 การประเมนิ ความเสยี หาย ผลการปฏิบตั ิงาน หัวหนาทมี : เจาหนาทก่ี ลุมงานบริหารทวั่ ไป

และการรายงานสถานการณเ พลิงไหม ทมี งาน : หวั หนากลมุ งาน / หองปฏิบัตกิ าร
: เจา หนาทใ่ี นกลมุ งาน / หอ งปฏบิ ตั กิ าร
5 การชวยเหลอื และสงเคราะหผูป ระสบภัย หวั หนาทมี

ทีมงาน

6 การปรับปรงุ แกไขปญหาเฉพาะหนา เพ่ือให หัวหนาทมี

ทีมงาน

76

แผนหลังเกดิ เหตเุ พลิงไหม (ตอ)
2. แผนปฏิรูปฟน ฟู

นำรายงานผลการประเมนิ จากทุกดานจากสถานการณจริงมาปรับปรงุ แกไข

ขอ มลู ทนี่ ำมาวเิ คราะห วเิ คราะห
แผนการปองกนั อคั คภี ัย (กอ นเกิดเหตุ)
แผนปฏบิ ตั ิการเมื่อเกิดเหตุเพลงิ ไหม
แผนบรรเทาทุกข (ทันทีที่เกิดสงบ)

ปรบั ปรุง / แกไข
(แผน / บคุ ลากร

โดยอาจจะมีโครงการเพอื่ รวมรับแผนปฏิรปู ไดแก
1. โครงการการประชาสัมพนั ธสาเหตกุ ารเกดิ อัคคีภยั และแนวทางการปองกันในรูปแบบตางๆ
2. โครงการสงเคราะหผ ปู ระสบภัย
3. โครงการปรับปรงุ ซอ มแซมและสรรหาสิง่ ทส่ี ูญเสียใหกลับคืนสภาพปกติ
4. การปรับปรุงแผนปองกนั และระงบั อัคคภี ยั ใหเหมาะสมยิ่งขน้ึ

77

หลัก " 5 ตอง” ปองกนั ไฟ

1. ตอ งจดั ใหเ รียบรอ ย จัดบานเรือน สถานที่ทำงาน ที่อยูอาศัยใหเรียบรอยอยาใหรกรุงรัง ระวัง

เร่อื งการเดินสายไฟฟา การเก็บเชือ้ เพลิง และการใชค วามรอน ควรคำนึงถึง

ทางหนีเมื่อเกิด เหตุฉุกเฉินดวย ซึ่งอยางนอยตองมี 2 ทาง และไมมีสิ่งกีด

ขวาง

2. ตองคอยซอ มบำรุง ดูแลเอาใจใสอุปกรณไฟฟา เครื่องจักรกล เครื่องมือหรืออุปกรณท ีก่ อใหเกิด

ความรอนใหอ ยใู นสภาพสมบรู ณแ ละปลอดภยั เสมอ

3. ตอ งมงุ ทำตามกฎ ตอ งศึกษาและทำความเขา ใจกฎแหง ความปลอดภัยแลว ปฏิบตั ิตาม อาทิ ไม

ปลอยใหเด็กเลนไฟ จุดเทียนบูชาพระโดยไมดูแล สูบบุหรี่ในที่หามสูบ เผา

ขยะมลู ฝอยโดยไมค วบคุม ฯลฯ

4. ตองลดความขดั แยง ความขัดแยง ความไมรัก ไมสามัคคีกันในชุมชน คือภัยอันมหันต ควรสราง

ความกลมเกลียวใหเกิดขน้ึ ท้งั เพ่ือนบา นและหนวยงานราชการทีเ่ กย่ี วของ

5. ตอ งรวมแรงเตรียมพรอม 1. เตรียมอุปกรณดับเพลิง (ตองแนใจวาพรอมใช) น้ำใสภาชนะ พรอม

อปุ กรณตักสำหรับแหลง น้ำ ตรวจสอบประปา วามีนำ้ หรอื ไม ใชไ ดหรเื ปลา

2. มแี ผนฉุกเฉิน และจัดบคุ ลากรทำหนา ทีต่ ามแผน

3. เตรียมเสน ทางหนี เสนทางเขาระงับเหตุ และจุดรวมพลของหนวยงาน

4. มีการฝก ซอ มเปนประจำ อยา งนอ ยปล ะ 1 คร้ัง และพึงระลกึ เสมอวา

“ไมม ใี ครชวยทานได หากทานไมชว ยตนเอง”

78

วิธีใชเ ครือ่ งดบั เพลิงแบบมือถอื

ภาพ ขัน้ ตอน ทอ งจำใหขึ้นใจ ขอสงั เกตและขอ ระวัง

การหิว้ ถงั สีน่ วิ้ เรยี งตดิ กัน หามยกหว้ิ ท่โี คนสายฉีด เพราะอาจทำใหห ักขาด

จับใตคนั บีบดานลาง จนใชง านไมได

หนั สายฉดี ไปดา นหนา

การนำพา แลวนำพาไป ควรนำไปท่เี กิดเหตุ 2ถงั เพ่ือสำรอง
ถาระงบั ไมอ ยูในถงั เดียว
มองหาเปา หมาย พอเห็นแสงไฟ
การเขาดบั ใหเ ขา เหนือลม ไมเหน็ แสงไฟอยา ฉีด
ระยะหา ง ระยะเหมาะสม หากเขาใตล ม กา ซพษิ ควนั ไฟจะถูกพัดเขาหาตวั
3 ถึง 4 เมตร ถาชนิดซโี อทู 1 ม. ถงึ 2 ม.
การดงึ สลกั ดึงสลกั ออกมา
หมุนใหเสนพลาสตกิ ทค่ี ลอ งสลกั ขาดกอน
ยกสายฉดี ยกสายฉดี ตรงหนา
จับปลายสาย จบั ปลายสายใหม ั่น ควรสังเกตใหแ นใ จวา
จะนำสายฉดี ออกใชไ ดอยางไร
จับปลายสายฉดี ใหแนน

บบี คันบบี บีบคนั บีบฉบั พลนั บบี คันบีบอยางแรงและตอ เนือ่ ง

สายหัวฉีด สายหัวฉดี ไปมา สายหัวฉีดเพื่อใหส ารดับไฟจากถงั
การเลง็ เปาหมายตรงหนา ครอบคลมุ ฐานของไฟ

ตามองเปาหมาย กม หรือยอ ตวั เล็กนอย
เพ่ือหลบควนั และความรอน

เปาหมาย ฉดี ทฐี่ านไฟ ฉีดกลบฐานของไฟ
ทิศทางการฉดี ฉดี จากใกลไ ปไกล เมือ่ แรงดนั ในถังลดลงควรกา วเดนิ เขา สูเปาหมายอยา งระมัดระวงั

ดบั ใหสนทิ ดับไดแนนอน ตองแนใจวา ไฟดับ กอนถอยออกจากท่เี กิดเหตุ

หมายเหตุ
1. เครื่องดับเพลิงแบบสะสมแรงดัน จะมีประสิทธิภาพในการดับไฟสูงใน 10 วินาทีแรกเทานัน้ (ระยะเวลารวมใน 1 ถัง สวน
ใหญประมาณ 20 วินาท)ี กอ นฉดี ไดถ กู เปาหมาย

2. กอ นนำเครือ่ งดับเพลงิ มาใช ตอ งแนใจวา เครอ่ื งดบั เพลิงน้ันใชไ ด และใชใหต รงกบั ประเภทของไฟ

79

3. ควรฉีดใชเ ม่ือเห็นแสงไฟเทาน้นั
4. ระวงั อันตรายจากแกสพษิ ควันไฟ และการขาดอากาศหายใจ

5. ไมควรดับไฟคนเดียว

ความรูเ บื้องตน เพอ่ื พนอัคคภี ยั

1. ใชเปนเครื่องไฟฟา (Use electricity safety)ผูใหญควรใหความรูเกี่ยวกับการใชอุปกรณ
ไฟฟากับเด็กๆ โดยเฉพาะอันตรายและทุกคนตองคอยระวัง สิ่งผิดปกติจาก เครื่องไฟฟา เชน มี
ควันลอยออกมาหรือมีกลิ่นไหม ใหรีบตัดกระแสไฟฟาแลวแจงผูรูทันที ควรปดเครื่องใชไฟฟาทกุ
คร้งั ที่เลิกใช

2. ฝก ดจี งึ ปลอดภัย (Practice your escape plan with an exit drill every six
months) ตอ งมแี ผนเมอ่ื เกดิ เหตไุ ฟไหมท้งั ท่บี า นและท่ที ำงาน แลวจดั การฝกซอ มทุก 6 เดอื น ใน
แผนควรมีขัน้ ตอน คอื พบเหตุ – แจงเหตุ - ระงับเหตุ -0 หนีเหตุ

3. บอกกันใหทั่ว (Alerts others by shouting “Fire! Everyone outside!” and leave
immediately) พบเหตุเพลิงไหมใหแจง เหตุ โดยตะโกนบอกดวยเสียงอันดงั “ไฟไหม!ๆๆ” บอก
ดวยวาไหมที่ไหนแลวรีบหนี (ปลอยใหผูที่ฝกการใชเครื่องดับเพลิงมาแลวเขาระงับเหตุ) หาม
ตะโกนรอ ง “ไฟไหม” เม่ือไมมีเหตจุ รงิ เปน อันขาด!

4. หนีไฟตองตรวจสอบ (Test doors before opening them) อยูในอาคารที่มีไฟไหมจะ
เปดประตูตองระวัง เมื่อมีเหตุเพลิงไหมกอนออกจาก หองใหนั่งชันเขาใหม่ันคงหลงั ประตู แลวใช
หลังมือแตะที่ลูกบิดประตู ถามีความรอนสูงอยาเปดโดยเด็ดขาด แตหากไมรอนผิดปกติใหคอยๆ
เปดออกชา ๆ โดยใชไหลค อยหนนุ ประตูไว “อยาลืมเอากญุ แจหอ งไปดว ย”

5. คลานหมอบใตค วัน (Crawl low under smoke) ควันมีพิษและอันตราย ใหหมอบคลานต่ำ
เมื่อพบหมอกควัน โดยกมศีรษะสูงจากพื้น ไมเกิน 1 ฟุต รีบมุงหนาไปทางหนไี ฟ หรือที่ปลอดภยั
โดยเรว็ ควรเตรยี มถงุ ใสครอบหวั Emergency Bag ไวจ ะปลอดภัยกวา เพราะการคลานต่ำจากชน้ั
บนลงช้ันลา ง ท่ีมคี วันจะไมส ามารถทำได
6. รวมตัวจุดหมาย (Decide on meeting place outside whereeveryone will gather
after they escapes) ตองมีจุดนัดพบ (จุดรวมพล) ใกลสถานที่พักอาศัยหรือที่ทำงาน เมื่อเกิด
เหตจุ ะไดไ ปรวมตัวกนั ตามท่นี ัดหมายไว แลว ตรวจสอบจำนวนคน เพื่อหาผทู ่ีตดิ คางในอาคาร

80

7. ดบั ไฟทวมตวั (Stop Drop & Roll) หยุด – ทรดุ – แลวกลง้ิ ถาไฟไหมเสอ้ื ผา หรือตวั
อยา วิง่ ….ใหห ยุด! แลว ทรดุ กายลงกล้งิ ทับไฟ พรอ มเอามือปด หนา

8. อยากลัวเม่อื ตดิ กบั 0 (If you are trapped) ถา ตดิ อยใู นวงลอมของไฟใหป ดประตูใหส นิท
หาผา อุดตามรทู คี่ วันจะเขา เชน
- ชอ งใตป ระตู ถา มนี ำ้ ใหชบุ น้ำ
- เปด หนาตา งสงสัญญาณดว ยผา โบกเรียกคนใหชวย
- ถา มีโทรศพั ทใ หเรียกคนใกลท ี่สดุ
- ถามอี ปุ กรณชว ยชวี ิต เชน “รอกหนีไฟ” (Fire Escape Device) ใหนำมาใชโ ดยไมตอ งรอ
(ในกรณีอยูอาคารสงู )

ข้ันตอนทั้ง 4 เมื่อมไี ฟไหม

(ACTIONS TO BE CONSIDERED ON DISCOVERING A FIRE)

1. พบเหตุ FIRE
In the event of fire. Remove people from
immediate danger area.
เมอ่ื พบเหตุเพลงิ ไหม ใหแจงเหตุพรอ มชวยคนท่ีอยูในอนั ตราย

2. แจงเหตุ ALARM
Raise the alarm and follow your emergency
procedures.
แจง ใหผ ูอ ยูใกลท ีเ่ กิดเหตุรู และไปกดสัญญาณแจง เหตุ เพลงิ ไหม
(Fire Alarm) และดบั ไฟ

3. ระงับเหตุ EXTINGUISH
Attempt to extinguish the fire only if you are trained
and it is safe to do so.
ผทู รี่ วู า มีเหตเุ พลงิ ไหม ตอ งเขาชว ยกันดบั ไฟ (ควรฝกใชเ ครื่อง
ดบั เพลงิ ใหเปนทุกคน ) และปฏิบัติตามแผนฉกุ เฉนิ

81

4. หนีเหตุ ESCAPE
Decide on meeting place outside where everyone will
gather after they escape. Crawl low under smoke.
ผูไมมหี นาที่เก่ยี วของกับการดับไฟ ใหร บี หนีทางชองหนีไฟที่
ปลอดภัยซงึ่ ตอ งเตรียมไวอ ยางนอย 2 ทาง ใหห นลี ง อยาหนี
ข้ึน หากมกี ลมุ ควันใหค ลานต่ำ แลว ไปรวมตวั ทจี่ ดุ รวมพล เพ่ือ
ตรวจสอบจำนวนคนวาออกมาครบ หรือติดคา งในอาคาร

82

เอกสารหมายเลข 1 : มาตรการดานรกั ษาความปลอดภัยในศูนยว ิจัยและพฒั นาการสตั วแพทยภาคใต
ตอนบน สำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย

พนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีขอบเขตหนาที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยภายในศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน และบานพักขาราชการตามสัญญาจะตองไมเปนผูทุพพลภาพหรือไร
ความสามารถหรือเสมือนไรความสามารถมีความประพฤติดีสภุ าพเรียบรอยแตง กายตามระเบียบของผูรับจาง
และใหความเคารพตอผูบังคับบัญชามีสุขภาพแข็งแรงกิริยาวาจาสุภาพเรียบรอยบุคลิกเหมาะสมที่จะ
ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยมีใบรับรองแพทยแผนปจจุบันซึ่งออกใหไมเกิน 3 เดือนนับตั้งแตเขามาปฏิบัติ
หนาที่ในศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนและตองผานการตรวจสอบจากทะเบียนประวัติ
สำนกั งานตำรวจแหงชาติและไมเคยตองโทษในคดีอาญาและไมมีประวัติเปนผูไมสมควรปฏิบัติงานในศูนยวิจัย
และพฒั นาการสตั วแพทยภ าคใตต อนบน

พนักงานรักษาความปลอดภัยทีร่ บั จางมาปฏบิ ตั ิงานใหมีหนา ที่ดงั นี้
1. ควบคมุ ดแู ลปองกนั ทรัพยสนิ ของผูวา จางและผพู ักอาศยั ใหรอดพน จากการโจรกรรมวนิ าศกรรมตลอด
24 ช่ัวโมง
2. ควบคมุ ดูแลความสงบเรียบรอยในศนู ยวจิ ยั และพฒั นาการสัตวแพทยภ าคใตตอนบน ตลอดเวลาที่
ปฏิบัตงิ านเชนหา มบุคคลด่ืมเหลา เลนการพนันขายของหรือติดประกาศโดยไมไดรับอนุญาตตลอด 24
ช่วั โมง
3. ควบคมุ ดูแลการผานเขา -ออก อาคารหากตอ งสงสยั ใหต รวจสอบและจดบันทึกพรอมแจง คณะทำงาน
รกั ษาความปลอดภัย
4. ดูแลการเขา-ออกและอำนวยความสะดวกแกบ คุ คลภายนอกหรือผูม าติดตอ ราชการตลอดถงึ อำนวย
ความสะดวกในดานจราจรและการจอดยานพาหนะในบรเิ วณที่กำหนด
5. ตรวจตราพ้นื ที่ ทุก 2 ช่วั โมงพนักงานรกั ษาความปลอดภยั ท่ีเขา -ออกในการเปลีย่ นผลัดใหตรวจตรา
พื้นที่ทุกคร้งั ตรวจไฟสองสวา งบริเวณอาคารและบริเวณเสน ทางเขา-ออกและเปด-ปด ไฟฟาสอ งสวา ง
ตามเวลาทศ่ี นู ยวิจยั และพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนกำหนด
6. สอดสอ งดูแลและสงั เกตบุคคลทตี่ องสงสัยเมื่อมเี หตุการณเ กดิ ขนึ้ หรือส่งิ ผดิ ปกติหรือชวนสงสยั ตองรีบ
แจงคณะทำงานรกั ษาความปลอดภัยใหทราบทันทโี ทร.
7. ตรวจและบันทึกชื่อบุคคลภายนอก ทเี่ ขา มาติดตอ และใหติดบัตรทกุ ครั้ง
8. พนักงานรักษาความปลอดภยั จะตอ งแตงตัวเรียบรอ ยและติดบัตรตลอดเวลาทำงานจะข้ึน-ลงอาคาร
ไดเฉพาะอาคารระบาดวิทยา เมอื่ เขาเกบ็ ตัวอยา งเทานั้น
9. รถท่พี นักงานรกั ษาความปลอดภัย ใชเ พ่อื มาปฏบิ ัติงานตองมีปา ยทะเบียนและติดสตก๊ิ เกอร
10. หา มนำสัตวเลีย้ งทกุ ชนิดมาเล้ียงหรือใหอ าหารสนุ ขั แมวจรจัดตลอดจนตองขับไลสนุ ัข แมวจรจัดให
ออกจากบรเิ วณ

83

11. หนาทีอ่ นื่ ๆ ตามท่ีไดร บั มอบหมายจากผวู าจา ง
12. หากผูรับจางฯ ไมปฏิบัติตามกฎขอบังคับมาตรการดานรักษาความปลอดภัยในศูนยวิจัยและ

พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ดังกลาวขางตนจะถูกปรับกรณีละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท
ถวน) ตอ ครงั้ ตอ วัน

เอกสารหมายเลข 2 : 84

มาตรการดา นรักษาความปลอดภยั ในศูนยวิจยั และพัฒนาการสัตวแพทย
ภาคใตตอนบนสำหรับผูร บั จา งเหมาบริการ

ผรู ับจา งเหมาบริการหมายถึงผูร ับจา งเหมาทำความสะอาด ผูรบั จา งเหมาดูแลตนไมและหรอื ผูรับจา งเหมา
อ่นื ๆลกั ษณะผูรบั จางเหมาบริการดงั กลาวจะตอ งปฏบิ ัติตามขอกำหนดดังน้ี

1. ผูรับจางจะตองใชความระมัดระวังในระหวางการรับจางเพื่อปองกันไมใหเกิดอุบัติเหตุอุบัติภัยกับ
อาคารสถานที่หรือบุคคลหากเกิดกรณีฉุกเฉินดานความปลอดภัยผูรับจางจะตองแจงเหตุมาท่ี
คณะทำงานรกั ษาความปลอดภยั ศูนยว จิ ยั และพัฒนาการสตั วแพทยภ าคใตต อนบน

2. ผูรับจางจะตองจัดทำบัญชีรายชื่อและประวัติโดยละเอียดตามที่ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย
ภาคใตต อนบนกำหนดพรอ มรปู ถา ยขนาด 2 น้วิ สงใหค ณะทำงานรักษาความปลอดภยั 1 ชุด

3. พนักงานทีเ่ ขา ปฏิบัติงานในศูนยวิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภ าคใตต อนบนจะตอ ง
- ผานการตรวจสอบจากทะเบียนประวัติสำนักงานตำรวจแหงชาติและไมเคยตองโทษใน
คดีอาญา
- พนักงานที่เขาปฏิบัติงานจะตองไมเคยถูกหนวยงานในศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย
ภาคใตตอนบน ใหออกจากการปฏิบัติงานหรือมีประวัติเปนบุคคลที่ไมควรทำงานใน
ศูนยว ิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน
- ไมเ ปนผทู ุพพลภาพหรือไรค วามสามารถหรือเสมือนไรความสามารถ
- มคี วามประพฤตดิ ีแตง กายสะอาดเรยี บรอยตามแบบฟอรม ของผูร ับจาง
- มีใบรับรองแพทยแผนปจจุบันซึ่งออกใหไมเกิน 3 เดือนนับตั้งแตเขามาปฏิบัติหนาที่ใน
ศนู ยว ิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน

4. ในกรณีผูรับจางขาดงานหรือลางานดวยเหตุผลใดๆ ก็ตามและกำหนดใหมีพนักงานสำรอง พนักงาน
สำรองทดแทนท่ที างผูร ับจา งจดั ไวจะตองมีบญั ชรี ายชอ่ื พรอ มประวตั ฯิ เชน เดียวกบั พนักงานตวั จรงิ

5. ผูรบั จา งทุกคนจะตอ งตดิ บตั รพนักงานที่เสื้อเมือ่ ปฏบิ ัตงิ านหรืออยใู นอาคาร
6. ผูรับจางจะตองจัดทำแผนงานปฏิบัติการกำหนดชวงเวลาสถานท่ีทำงานใหชัดเจนและสงให

คณะทำงานรักษาความปลอดภัยทราบ 1 ชุดหากมีการปรับแผนตองแจงคณะทำงานรักษาความ
ปลอดภยั ทราบดว ย
7. รถท่ีใชเ พื่อมาปฏบิ ัตงิ านตอ งมีปา ยทะเบียน และติดสต๊ิกเกอร
8. หามเลนการพนันใชยาเสพติดภายในอาคารหรือในพื้นที่ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบนผฝู า ฝนจะถกู ดำเนินคดีตามกฎหมายและใหอ อกจากพื้นที่ทนั ที
9. หามสบู บหุ รีด่ ่มื สรุ าหรือขายของผูฝ า ฝน จะถูกใหออกทนั ที
10. หามนำลูกมาเลีย้ งในสถานท่ที ำงานหรอื นำญาตมิ าสถานที่ทำงานยกเวน ญาติมาเย่ียมบางชวงขณะ

85

11. หามพูดจากา วราวสอเสยี ดตอ เจาหนาที่ของศูนยวจิ ัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตต อนบน
12. หามนำสัตวเลี้ยงทุกประเภทเขามาเลี้ยงภายในบริเวณศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต

ตอนบนและหรือใหอ าหารสนุ ัข แมวจรจดั
13. หามนำอุปกรณประเภทไวไฟเขาในอาคารกรณีจำเปนตองใชเพื่องานจางฯจะตอ งแจงและขออนุญาต

จากคณะทำงานรกั ษาความปลอดภัยกอน
14. หองเก็บของหองทำงานท่ีศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน จัดให (ถามี) จะตองดูแล

ดา นความสะอาดและความปลอดภยั ทกุ วนั
15. การนำส่งิ ของที่มีลักษณะหบี หอหรืออื่นๆท่สี ามารถปดบังสงิ่ ของขนาดใหญไดจะตองแสดงหรือแจงให

คณะทำงานรกั ษาความปลอดภัยทราบและตรวจกอนเขา-ออกทุกครง้ั
16. หามโยกยาย/ขนยายทรัพยสินของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนอยางเด็ดขาด

ยกเวนไดรบั การอนญุ าตจากศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตต อนบน
17. หา มเขา พ้นื ท่ีหวงหา มพนื้ ท่ที ่มี ีการพิทักษหรือพนื้ ท่ีไมเกี่ยวขอ งกบั การจาง
18. หามพนักงาน/ผูรับจางติดประกาศโฆษณายกเวนจะไดรับความเห็นชอบจากศูนยวิจัยและพัฒนาการ

สตั วแพทยภาคใตตอนบน
19. ชวงเวลาทำงานปกติระหวางเวลา 07:00 น. - 17:00 น. ชวงเวลาทำงานนอกเหนือจากนี้ จะตองมี

หนังสืออนญุ าตจากศนู ยว จิ ยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน
20. หากไมปฏิบัติตามกฎขอบังคับมาตรการดานรักษาความปลอดภัยในศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตว

แพทยภ าคใตต อนบนดงั กลาวขา งตน จะถูกปรบั กรณีละ 1,000 บาท (หนงึ่ พันบาทถวน) ตอ คร้งั ตอวนั

86

เอกสารหมายเลข 3 : มาตรการดานรกั ษาความปลอดภัยในศนู ยว ิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภ าคใต
ตอนบน สำหรบั ผูรับจา งเหมาปรับปรุงอาคาร

1. ผูรบั เหมาจะตองใชความระมัดระวังในระหวางการกอสรางในอาคารเพื่อปองกันไมใหเกิดอุบัติเหตุกับ
อาคารสถานทีบ่ คุ ลากรของศนู ยว จิ ยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน และบคุ คลท่ัวไป

2. หามผูรับเหมากอสรางทำ SITE OFFICE ในพื้นที่ของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบนและหามนอนคางในอาคารในการปฏิบัติงานผูรับจางสามารถทำงานไดเฉพาะชวงวันเวลา
ราชการเทานั้นหากจำเปนตองทำงานลวงเวลาผูรับจางจะตองไดรับอนุมัติจากตัวแทนของศูนยวิจัย
และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนเอกสารขออนุมัติทำงานนอกเวลาจะตองแนบสำเนาบัตร
ประชาชนผูทำงานลวงเวลาทุกคนและเมื่อผูรับจางไดรับอนมุ ัติผูรับจา งจะตองสงเรื่องดังกลาวแจงให
คณะทำงานรักษาความปลอดภยั ทราบกอ นทำงานการอนุญาตทำงานลวงเวลาใหขอลว งหนา 1 วัน

3. ใหผูรับเหมาแจงรายชื่อคนงานพรอมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนใหกับศูนยวิจัยและพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตตอนบนกอนเขาปฏิบัติงานในพื้นที่และคนงานตองไมเขาไปในพื้นที่อื่นที่ไมไดรับ
อนุญาตเปนเด็ดขาดและใหคนงานของผูรับจางสวมใสเสื้อที่มีเครื่องหมายบริษัท หจก.ในระหวาง
ปฏิบตั งิ านทุกคน

4. หามเลนการพนันใชยาเสพติดภายในพื้นที่กอสรางปรับปรุงซอมแซมผูฝาฝนจะถูกดำเนินคดีตาม
กฎหมายและออกจากพืน้ ที่ทนั ที

5. หามดื่มสุราและของมนึ เมาทกุ ชนิดในพื้นท่ีกอสรางผฝู า ฝนจะถูกใหอ อกไปนอกพ้นื ที่ทันที
6. หา มกอเหตุทะเลาะวิวาทภายในบริเวณพื้นท่ีกอสรา งผูฝาฝนจะถูกดำเนนิ คดีตามกฎหมายและออกไป

นอกพ้นื ทีท่ ันทที ง้ั นผี้ รู ับจา งไมสามารถนำมาอางเปน เหตุหยดุ งานหรือขอขยายเวลากอสรางใดๆท้ังสนิ้
7. หา มนำลูกคนงานกอ สรางเขาไปอยูใ นบริเวณสถานท่ีกอสราง
8. หามคนงานพูดจากาวราวสอ เสียดตอเจาหนาท่ีของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน

รวมท้ังใหแ ตงตัวใหเ รยี บรอ ยถกู ตองตาม พ.ร.บ.ควบคุมงานกอสราง
9. หามนำสตั วเ ลย้ี งทุกประเภทเขา มาเลี้ยงภายในพืน้ ที่กอสรา ง
10. ไมอ นุญาตใหเ กบ็ วสั ดุไวไฟใดๆ ไวภ ายในอาคารสถานท่ี
11. คาใชจายทุกประเภทเพื่อใหการกอสรางมีความสมบูรณอาทิเชนคาธรรมเนียมในการขออนุญาตเพื่อ

นำเขา วสั ดกุ ารติดตั้งอุปกรณคาธรรมเนียมจากการไฟฟา ฯลฯ ใหอ ยใู นความรับผิดชอบของผูรับเหมา
ทงั้ หมด
12. วัสดุตางๆ จากการกอสรางปรับปรุงซอมแซมใหผูรับเหมาขนไปทิ้งภายนอกศูนยวิจัยและพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตตอนบนโดยจะตองแจงและไดรับอนุญาตจากศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย
ภาคใตต อนบนกอ นขนออกไป

87

13. การใชน้ำในกรณีขอใชจากศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนจะใหตอจากจุดที่ใกล
บริเวณกอสรางโดยทางศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนจะคิดคาใชจายในอัตรา
ลูกบาศกเมตรละ 15 บาท สำหรับไฟฟานั้นใหขอใชจากการไฟฟาสวนภูมิภาคสำหรับการตอจุดจะตอง
แจงกับผวู าจา งกอน

14. ผูรบั เหมาจะตองมโี ทรศพั ทสามารถใหผูวา จางตดิ ตอ ไปตลอด 24 ช่วั โมง
15. ใหร ถของบริษัทผรู ับเหมา/รถบรรทุกวสั ดุกอสรางเขา–ออกตามเสนทางที่ศูนยว ิจยั และพัฒนาการสัตว

แพทยภาคใตตอนบน กำหนดเทานั้นหากถนนที่ใชเปนเสนทางเขา–ออกเกิดการชำรุดโดยสาเหตุเกิด
จากผูรับเหมาๆจะตองดำเนินการซอมแซมใหมีสภาพดีทั้งนี้กอนทำการวิ่งใหผูรับจางสำรวจตรวจ
เสนทางกับศนู ยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตต อนบน กอนในการขนยายจะตองแจงศูนยวิจัย
และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนกอน โดยเฉพาะการขนของหนักเชนคอนกรีตหินดินหรือ
เสาเข็มโดยใหปฏิบัติตามเวลาและระเบียบของศูนยวิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนโดย
เครง ครดั
16. ใหรถของบริษัท/รถบรรทุกวัสดุกอสรางกรณีมีเศษดินติดกับลอรถขณะออกจากสถานที่กอสรางควร
ทำความสะอาดเศษดินกอ นเพื่อไมใหถ นนใกลเคียงเกดิ ความสกปรก
17. ใหผูรับเหมาจัดหาเจาหนาที่รักษาความปลอดภัยจากบริษัทรักษาความปลอดภัยของเอกชนที่มี
มาตรฐานนา เชอื่ ถอื ทำหนาที่ดแู ลรกั ษาความปลอดภัยบรเิ วณกอ สรางตลอด 24 ชัว่ โมงโดยมีเจาหนา ที่
รักษาความปลอดภัยอยา งนอยผลัดละ 1 คน
18. ชวงเวลาทำงานปกติ 08:30 น. – 16:30 น. กรณีทำงานเกินกวา นจ้ี ะตองไดรบั อนุมตั จิ ากศนู ยวจิ ัยและ
พฒั นาการสตั วแพทยภ าคใตต อนบน
19. ทั้งนี้หากผูรับจางไมปฏิบัติตามกฎขอบังคับมาตรการดานรักษาความปลอดภัยในศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภ าคใตตอนบนดังกลา วขา งตนจะถูกปรบั กรณีละ 1,000 บาท (หนงึ่ พันบาทถว น)
ตอคร้ังตอ วัน

88

เอกสารหมายเลข 4 : มาตรการดานรักษาความปลอดภัยในศนู ยวจิ ยั และพัฒนาการสตั วแพทยภาคใต
ตอนบน สำหรบั ผูรับเหมาสถานทก่ี อสรา ง(ภายนอกอาคาร)

ผูรับเหมาจะตองใชความระมัดระวังในระหวางการกอสรางเพื่อปองกันไมใหเกิดอุบัติเหตุกับอาคาร
สถานที่บุคลากรของศูนยว ิจยั และพัฒนาการสตั วแพทยภ าคใตต อนบนและบุคคลท่ัวไป

1. ใหผูรับเหมากอสราง SITE OFFICE ในที่ท่ีศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนกำหนด
และใหทำรั้วสังกะสีสีเขียวกั้นลอมรอบเปนสัดสวนชัดเจนใน SITE OFFICE ใหมีหองประชุม หอง
ทำงานของบริษัทผูรับเหมาหองทำงานของบริษัทที่ปรกึ ษาในการควบคมุ งานกอสรา ง (ถามี) หองเก็บ
วัสดุที่ไดมาตรฐานรวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณสำนักงานไวท่ี SITE OFFICE เพื่อใหเกิดความสะดวก
รวดเร็วในการทำงานโดยผรู ับเหมาจะตอ งทำหนา ที่ยายส่งิ เหลา นั้นออกไปหรือปรบั คืนสสู ภาพเดิมหลัง
กอสรางแลวหรือชดใชแกศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน หากมีกรณีทำสิ่งของ
เสียหายตามขอ เท็จจรงิ ท่เี กดิ ข้นึ

2. ใหบริษัทผูรับเหมาแจงรายชื่อคนงานพรอมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนใหกับศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบนกอนเขาปฏิบัติงานในพื้นที่และคนงานตองไมเขาไปในพื้นที่อืน่ ที่
ไมไดรับอนุญาตเปนเด็ดขาดและใหคนงานของบริษัทสวมใสเสื้อที่มีเครื่องหมายบริษัทในระหวาง
ปฏิบตั ิงานทกุ คน

3. หามเลนการพนันใชยาเสพติดภายในพื้นที่กอสรางผูฝา ฝนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและออกจาก
พนื้ ที่ทันที

4. หามด่ืมสรุ าและขายสุราในพนื้ ท่กี อสรางผฝู า ฝนจะถูกใหออกไปนอกพ้นื ท่ีทันที
5. หา มกอเหตุทะเลาะวิวาทภายในบริเวณพ้นื ที่กอสรางผูฝ าฝนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและออกไป

นอกพื้นทีท่ ันทที งั้ น้ีผูรบั จา งไมส ามารถนำมาอา งเปน เหตหุ ยุดงานหรือขอขยายเวลากอสรา งใดๆทั้งสน้ิ
6. หามลูกคนงานกอสรา งเขา ไปอยูในบริเวณสถานท่ีกอ สราง
7. หามคนงานกอสรางพูดจากาวราวสอเสียดตอเจา หนาทขี่ องศนู ยว จิ ัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใต

ตอนบน รวมทัง้ ใหแตงตัวใหเ รียบรอยถกู ตอ งตาม พ.ร.บ. ควบคมุ งานกอสราง
8. หา มนำสตั วเลี้ยงทุกประเภทเขามาเลีย้ งภายในพนื้ ท่ีกอสราง
9. ใหจัดหาอุปกรณดับเพลิงประจำตำแหนงที่มีการใชวัตถุไวไฟและใหจัดเก็บวัตถุไวไฟเชนทินเนอร

นำ้ มนั กาดไวน อกอาคาร
10. คาใชจายทุกประเภทเพื่อใหการกอสรางมีความสมบูรณอาทิเชนคาธรรมเนียมในการขออนุญาตเพื่อ

นำเขาวัสดกุ ารติดตั้งอุปกรณคาธรรมเนียมจากการไฟฟา ฯลฯ ใหอ ยูในความรับผิดชอบของผูรับเหมา
ทัง้ หมด
11. ศูนยวิจัยและพัฒนาการสตั วแพทยภ าคใตตอนบน ไมอนุญาตใหใชด ินภายในศนู ยวิจยั และพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตตอนบน ในการกอสรางและเศษวัชพืชตางๆจากการปรับพื้นทีก่ อสรางใหผูรับเหมา

89

ขนไปทง้ิ ภายนอกศูนยว ิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน โดยจะตองแจงและไดรับอนุญาต
จากศนู ยวจิ ยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน กอนขนออกไป
12. การใชน้ำในกรณีขอใชจากศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน จะใหตอจากจุดที่ใกล
บริเวณกอสรางโดยทางศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน จะคิดคาใชจายในอัตรา
ลูกบาศกเมตรละ 15 บาท สำหรับไฟฟานั้นใหขอใชจากการไฟฟาสวนภูมิภาคสำหรับการตอจุด
จะตองแจง กบั คณะทำงานรกั ษาความปลอดภยั กอ น
13. ใหผูรับเหมาดำเนินการจัดหาโทรศัพทเองโดยติดตั้งประจำไวที่สำนักงานกอสรางอยางนอย 1เครื่อง
และใหจัดหาเครื่องโทรสารไวประจำสำนักงานกอสรางดวยจุดที่มีโทรศัพทใหมีเบอรโทรศัพท
สวนกลางทส่ี ำคัญเชนคณะทำงานรกั ษาความปลอดภยั ดับเพลิง ชา งและโรงพยาบาล เปนตน
14. ใหรถของบรษิ ัทผรู ับเหมา/รถบรรทุกวัสดุกอ สรา งเขา–ออกตามเสน ทางท่ีศนู ยวิจัยและพัฒนาการสัตว
แพทยภาคใตตอนบน กำหนดเทานั้นหากถนนที่ใชเปนเสนทางเขา–ออกเกิดการชำรุดโดยสาเหตุเกิด
จากผูรับเหมาๆจะตองดำเนินการซอมแซมใหมีสภาพดีทั้งนี้กอนทำการวิ่งใหผูรับจางสำรวจตรวจ
เสนทางกับศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน กอนในการขนยายจะตองแจงศูนย
รกั ษาความปลอดภัยโดยเฉพาะการขนของหนักเชนคอนกรีตหินดินหรือเสาเข็มโดยใหปฏิบัติตามเวลา
และระเบียบของศนู ยว จิ ยั และพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตต อนบนโดยเครงครดั
15. ใหรถของบริษัท/รถบรรทุกวัสดุกอสรางกรณีมีเศษดินติดกับลอรถขณะออกจากสถานที่กอสรางควร
ทำความสะอาดเศษดินกอนเพ่ือไมใหถนนใกลเ คยี งเกิดความสกปรก
16. ใหผูรับเหมาจัดหาเจาหนาที่รักษาความปลอดภัยจากบริษัทรักษาความปลอดภัยของเอกชนที่มี
มาตรฐานนาเชื่อถือทำหนาที่ดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณกอสรางตลอด 24 ชั่วโมง โดยมี
เจา หนาท่รี กั ษาความปลอดภัยอยางนอ ยผลดั ละ 1 คน
17. รถทค่ี นงานใชเพื่อมาปฏิบัติงานตอ งมีปา ยทะเบยี น
18. ทั้งนี้หากผูรับจางไมปฏิบัติตามกฎขอบังคับมาตรการดานรักษาความปลอดภัยในศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ดังกลาวขางตนจะถูกปรับกรณีละ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาท
ถว น) ตอครัง้ ตอ วนั

90

เอกสารหมายเลข 5 : มาตรการรกั ษาความปลอดภยั ภายในศนู ยว ิจัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบน สำหรับหัวหนา หองปฏิบตั ิการ

จดั ใหมมี กี ุญแจลอ็ กประตูหอ งทำงานอยางแนนหนา
1. จดั ใหม ีระบบการควบคุมกญุ แจอยางรดั กุม
2. กำหนดมาตรการควบคุมครุภณั ฑห รือวัสดุทีม่ ีราคาแพงสามารถเคลื่อนยายไดส ะดวกเมื่อเลิกใชงานให

เก็บในท่มี ิดชิดและปลอดภยั
3. กำหนดผดู ูแลทรพั ยส นิ ครุภัณฑภ ายในหอ งตา งๆ ตลอดจนลกู กุญแจหอ งตา งๆ ใหชดั เจน
4. ใหผปู ฏิบตั ิงานนอกเวลาราชการและวันหยดุ ราชการท่ีจะเขา-ออกอาคารขออนญุ าตคณะทำงานรักษา

ความปลอดภยั กอน และบนั ทึกเวลา เขา-ออก ในสมุดบนั ทึกการเขาออกประจำอาคาร

91

เอกสารหมายเลข 6 : มาตรการดานรกั ษาความปลอดภัยในศนู ยว ิจยั และพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบน สำหรบั เจาหนา ทดี่ แู ลอาคาร (นักการ)

1. ใหตรวจประตู-หนาตางในพื้นทีท่ ี่ตวั เองรับผิดชอบทุกครั้งที่เขา-ออกในการปฏิบัตหิ นา ทีห่ ากมีพิรุธให
แจงคณะทำงานรักษาความปลอดภัยทันที

2. ใหป ดประตหู นาตางหลังปด ทำการทุกครั้งทกุ วนั
3. กอนปด-ประตูหนาตางทุกหองใหสังเกตอุปกรณที่มีคาที่ติดอยูในอาคารหากมีการศูนยหายใหแจง

คณะทำงานรกั ษาความปลอดภยั และหัวหนาหองปฏบิ ัตกิ าร/งาน นนั้ ๆทนั ที
4. ใหสังเกตบุคคลหรือส่งิ ของท่มี พี ิรธุ หากตอ งสงสยั ใหแจงคณะทำงานรกั ษาความปลอดภยั ทนั ที
5. กุญแจหองที่เจาหนาที่ดูแลจะตองเก็บไวกับตัวหากหายใหแจงคณะทำงานรักษาความปลอดภัยเพ่ือ

พจิ ารณาดำเนนิ การตอไปในการ รบั -คนื กญุ แจเจาหนาทด่ี แู ลหองตองลงบันทึก รบั -คนื กญุ แจ ทุกครัง้
6. หามไมใหบุคคลใดมีกุญแจหองยกเวนหัวหนาหอ งปฏิบัติการ/งาน ไดมอบหมายเปนลายลกั ษณอักษร

ไวหากจำเปนใหบุคคลใดบุคคลหนึ่งถือกุญแจผูดูแลหองจะตองแจงใหคณะทำงานรักษาความ
ปลอดภัยทราบ
7. หามบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในอาคารโดยเด็ดขาดหากบุคคลนั้นไมเชื่อฟงแจงพนักงานรักษาความ
ปลอดภัย ทนั ที
8. การเปด -ปด หอ งและใชห องทำงานนอกเวลาจะตองแจง คณะทำงานรักษาความปลอดภัย
9. กรณีมีการขอใชหองโดยผูขอเปนบุคคลภายนอกจะตองมีผูดูแลหองเฝาสังเกตดูแลตลอดทุกครั้ง
รวมทั้งเปด -ปด จนเสรจ็ สิ้น
10. ผดู ูแลหองจะตองปด ไฟฟา ปดเคร่ืองปรับอากาศในหอ งทกุ คร้งั กอนปดหอง
11. กรณีไฟฟา กุญแจ ตัวล็อกประตู หนาตางไมสามารถใชการไดจะตองรีบรายงานใหคณะทำงานรักษา
ความปลอดภยั ทราบทันที และใหพ นักงานรักษาความปลอดภยั บันทึกในรายงานประจำวันพรอมเฝา
ระมัดระวงั จนกวามกี ารซอ มแซม
12. จะตองไมสนับสนุนการใหอาหารสุนัขจรจัดและเมื่อพบวามีสัตวจรจัดเขามาในบริเวณศูนยวิจัยและ
พัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ใหแ จง พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั เพอ่ื ขับไลท นั ที
13. จะตองชวยดูแลถังดับเพลิงประจำอาคารใหอยูประจำจุดพรอมใชงานไดตลอดเวลากรณีขาดหายให
แจงคณะทำงานรกั ษาความปลอดภัยทราบทนั ที
14. เจา หนา ท่ีดูแลหอ งจะตองไมใ หมีสิ่งกีดขวางเสน ทางเดินเสนทางเขา –ออกและเสน ทางหนีไฟ
15. ปฏิบัติหนาทอี่ ืน่ ๆ ตามที่ไดร บั มอบหมาย

92

ขอ ปฏิบัติบุคคลท่เี ขา มาในตวั อาคาร
1. เจาหนาท่ีของศนู ยว จิ ัยและพฒั นาการสตั วแพทยภาคใตต อนบน
- ในเวลาราชการเขา -ออกอาคารไดต ลอดเวลา
- ติดปายชื่อในเวลาราชการ ขณะปฏิบัติงานในศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใต
ตอนบน
- หลงั เวลาราชการ ตอ งขอขออนญุ าตคณะทำงานรักษาความปลอดภัย ลงบนั ทึกการ
เขา-ออก ในสมดุ บันทกึ การเขา ออกประจำอาคาร
- หลงั เวลา 23:00 น.ตอ งออกจากอาคารยกเวนไดรบั อนญุ าตจากทางหนว ยงานเปน
ลายลักษณอ ักษรและตองลงช่อื ในสมดุ บันทกึ การเขา -ออก ดว ย

2. ผรู บั จางเหมาบรกิ ารของศนู ย
- ชว งเวลาทำงาน 07:00 น. – 16:30 น.
- การเขาทำงานตองใสเส้อื ผาทม่ี ดิ ชิดเรียบรอยและตองใสร องเทา ติดปายช่ือ
- ผูรับจา งจะตองแสดงแผนตารางการเขา ทำงานท่เี หน็ ชอบจากคณะกรรมการตรวจรบั และ
ตอ งปฏิบัตติ ามแผนการเขา พื้นทีเ่ พื่อทำงานตามที่กำหนดในแผน
- กรณมี ีความจำเปนตองทำงานเกินเวลาท่ีกำหนดจะตองไดรับอนญุ าตจากคณะทำงานรักษา
ความปลอดภยั กอนจึงเขา พ้นื ท่ีได
- หลังเวลา 23:00 น. ตอ งออกจากอาคารยกเวน ไดรับอนญุ าตจากทางหนวยงานเปนลาย
ลักษณอ ักษรและตองลงชื่อในสมดุ บนั ทกึ การเขา -ออก ดวย

3. บคุ คลผูมาใชบริการ
- ในเวลาราชการสามารถเขาพ้นื ท่ไี ดยกเวนพนื้ ทีห่ า มเขาหรอื เขาไดเ ฉพาะผูท่ีไดรับอนญุ าต
เทานนั้
- นอกเวลาราชการหา มบุคคลเขา โดยเด็ดขาดยกเวน มีการอนุญาตจากคณะทำงานรกั ษา
ความปลอดภัย และตอ งลงชอื่ และแลกบตั รท่ี พนกั งานรกั ษาความปลอดภัย
- กรณมี ีบุคคลมพี ิรธุ หรือตอ งสงสยั พนักงานรักษาความปลอดภัย จะแจง มาทคี่ ณะทำงาน
รกั ษาความปลอดภยั
และพนกั งานรกั ษาความปลอดภยั สามารถขออนุญาตตรวจคนไดทนั ที

4. นักศกึ ษาฝก งาน
- ในเวลาราชการเขา-ออกอาคารไดปกติ และ ลงบนั ทกึ การเขา -ออก ประจำวนั
- แตงกายสุภาพ เปนระเบยี บเรยี บรอย
- ตดิ บตั รนกั ศกึ ษาฝกงาน
- หากมคี วามจำเปนตองการใหน ักศึกษาฝก งานอยเู กินเวลา 16:30 น. ผูรับผิดชอบนักศึกษา

93

ฝกงานจะตอ งขออนุญาตจากคณะทำงานรักษาความปลอดภัย
5. ผรู ับจางเหมาปรับปรงุ อาคาร (ชว งเวลาเขาทำงาน 08:30 น. – 16:30 น.)

- การเขาทำงานของคนงานตองใสเ สื้อผาลกั ษณะเดียวกันและตอ งมีช่อื บรษิ ัท/หาง/
รา นบนเสือ้ ใหเ ห็นไดอ ยา งชดั เจน

- ในการเขาทำงานผูรับจางจะตองมีหนังสืออนุญาตใหเขาทำงานซึ่งระบุวันเวลาสถานที่ช่ือ
คนงานผูควบคุมงานจากคณะกรรมการตรวจการจางและใหผูรับจางฯสงหนังสือการขอ
อนุญาตใหคณะทำงานรักษาความปลอดภยั ทราบเพื่อคณะทำงานฯ จะไดแจงให พนักงาน
รักษาความปลอดภัย ทราบตอไปกรณีทำงานลวงเวลาจะตองแจงศูนยวิจัยและพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตต อนบนกอ น

- คนงานท่ที ำงานในอาคารไดตองมชี อ่ื ตรงตามชื่อทปี่ รากฏในเอกสารขออนญุ าต
และตองมีบัตรประจำตวั ประชาชนแสดงใหเ ห็นเทา นั้นถึงเขา ทำงานไดสำหรับคนงานตาง
ดาวจะตอ งมบี ัตรที่ไดรบั อนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยออกใหคนตางดาวนั้นๆทำงานได
ท้ังน้หี า มดม่ื สุราเสพของมึนเมาทุกชนดิ หา มถอดเสอ้ื รองเทา ในขณะที่อยภู ายในอาคารหา ม
นอนหลบั ในบรเิ วณทีโ่ ลงแจง หามรอ งตะโกนสง เสียงดังหา มเลนการพนันหา มสบู บหุ ร่ีหรือ
จดุ ไฟ
- หา มคนงานไปพนื้ ทบ่ี ริเวณที่ไมเก่ยี วของกับงานจาง

94

เอกสารหมายเลข 7 : มาตรการดแู ลทรัพยส ินบริเวณประตูทางเขา -ออกศูนยวิจยั และพัฒนาการ
สตั วแพทยภ าคใตต อนบน

ไดจัดมาตรการการเขา-ออกบริเวณประตูเขา – ออกไว1ประตูคือมาตรการการเขา – ออกบริเวณ
ประตดู านหนา

มาตรการการเขา - ออกของยานพาหนะ
1. กำหนดเปด - ปด ประตเู ปด 06:00 - 21:00 น.
2. พนักงานรักษาความปลอดภยั ตองใชท ่ีกัน้ แนวทางเขา-ออก ตลอดเวลา ยกเวน
2.1 เชา 07:30 น. - 08:30 น. เย็น 16:30 น. - 17:30 น.
2.2 เวลาอนื่ ทีไ่ ดรับคำส่ังจากศูนยวจิ ัยและพฒั นาการสตั วแพทยภาคใตตอนบน เปน กรณีพเิ ศษ
3. การเขา - ออก ปฏิบตั ดิ งั นี้
3.1 การเขา
เมื่อมียานพาหนะตองการเขา ให พนักงานรักษาความปลอดภัย สังเกตดูที่กระจกรถ
ดานซายของคนขบั รถยนต และดานหนาของรถจกั รยานยนต วา มีบัตรอนญุ าตผา นเขา-ออก ศนู ย
หรือไม
- ถา มี ใหเปด ท่ีกนั้ และจดบนั ทึกทะเบยี นรถ เวลาเขา ในสมุดบันทึกการเขา-ออก
- ถาไมมี ใหติดตอผูข ับขี่เพือ่ ขอแลกบัตร โดยสอบถามตองการติดตอกับหนว ยงานเรื่องใด
และใหคำแนะนำ พรอมขอแลกบตั รท่อี อกโดยหนวยงานราชการและมีเลขบัตรประจำตัว
ประชาชนกับผูมาติดตอ ดวยกิริยาและวาจาที่สุภาพ หลังจากนั้นจดบันทึกชื่อ-สกุล เลข
ทะเบียนรถ เวลาเขา จำนวนผูโดยสารรวมผูขับขี่ ในสมุดบันทึกการเขา-ออก เสร็จแลว
เปด ที่กัน้ ใหเ ขา
3.2 การออก
เมื่อมียานพาหนะตองการออก ให พนักงานรักษาความปลอดภัย สังเกตที่รถวามีบัตร
อนญุ าตผานเขา-ออก ศนู ยหรือไม
- ถา มีใหเ ปดท่ีกั้น และจดบนั ทึกทะเบียนรถ เวลาออก ในสมดุ บนั ทึกการเขา -ออก
- ถาไมมี ใหติดตอผูขบั ขี่ขอแลกบัตรและขอตรวจสอบภายในรถโดยสังเขป และจดบันทึก
ทะเบยี นรถ เวลาออก จำนวนผูโดยสารรวมผูข บั ขใี่ นสมดุ บันทกึ การเขา -ออก
- รถของศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ตองมีใบอนุญาตนำรถออกจึง
ออกไดเ ขาไมตอ งรบั บัตร
4. การขับขี่ยานพาหนะเขา -ออก ใหชะลอความเร็ว ลดกระจก/เปดไฟในตัวรถ และขับรถภายในบริเวณ
ศนู ยว จิ ัยและพัฒนาการสตั วแพทยภาคใตต อนบน ดว ยความเร็วไมเ กนิ 40 ก.ม./ชัว่ โมง

95

5. ยานพาหนะของเจาหนาที่ศูนยวิจัยและพัฒนาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน และผูพักอาศัยใน
ศูนยวิจัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตตอนบน ตองมบี ตั รอนญุ าตผา นเขา-ออก โดยรถยนตใ หต ิดท่ี
กระจกดา นซา ยของคนขับ รถจกั รยานยนตตดิ บริเวณดา นหนาของรถใหชัดเจน

หมายเหตุ เพ่ิมเตมิ ตามนโยบายของศูนยวิจัยและพฒั นาการสัตวแพทยภาคใตต อนบนดังนี้
- รถรับซือ้ ของเกา รถเรขายสนิ คา หามเขา ยกเวนไดรับอนุญาตจากศูนยว จิ ยั และพัฒนาการ
สัตวแพทยภาคใตตอนบน
- รถขยะนำเศษขยะออกจะออกไดเฉพาะรถเกบ็ ขยะเทศบาลตำบลท่ีวัง หรอื รถอ่ืนท่ีกำหนด


Click to View FlipBook Version