คำนำ
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) ดำเนินการโดยสำนักงาน
การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการ
ดำเนินงานทางการท่องเที่ยวในจังหวดั กระบ่ี ในการกำหนดวิสัยทศั น์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว
และวางแผนร่วมกันภายใต้ประเด็นการพัฒนา โดยการมุ่งสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูงที่มีคุณภาพ
ระดับนานาชาติบนฐานการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” อันเป็นผล
มาจากการประชุมหารือ รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ร่วมกันบ่งชี้ประเด็นปัญหาและความต้องการในการพัฒนาขับเคลื่อนเชิงบูรณาการของภาคส่วนต่างๆ
โดยแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับนี้ดำเนินการเชื่อมโยงกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่กำหนดให้
“การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่า มีความสามารถในการปรับตัว เติบโตอย่างยั่งยืน
และมีส่วนร่วม” และสอดคล้องกับแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (พ.ศ. 2566 – 2570)
ตลอดจนแผนพฒั นาจังหวดั กระบี่ (พ.ศ. 2561 – 2565) ฉบบั ทบทวนปี พ.ศ. 2565
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ฉบับน้ี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากองค์ความรู้จากกระบวนการวิจัย
ภายใต้การสนับสนุนของ สกสว. และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการเพิ่มความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และศูนย์ความเป็นเลิศการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่นำแนวคิด BCG Model มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนา
เศรษฐกิจแบบองค์รวม ทั้ง เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ซึ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ
ให้เป็นผลติ ภณั ฑ์มูลคา่ สูง เชอ่ื มโยงกับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว
(GreenEconomy) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและการรักษาส่ิงแวดล้อมได้อย่างสมดุล อาศัยจุดแข็ง
ของจังหวัดกระบี่ที่ฐานทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม มาเพิ่มขีดความสามารถ
ในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างชุมชนเข้มแข็ง และส่งเสริมการท่องเที่ยว
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อันจะเป็นการขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่สู่การเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวคณุ ค่าสงู ท่ีนา่ อยู่และย่งั ยนื ระดบั โลกในอนาคตตอ่ ไป
สำนกั งานการท่องเที่ยวและกฬี าจังหวัดกระบี่
กันยายน 2564
ก
สารบัญ หน้า
ก
คำนำ ข
สารบญั 1
ส่วนที่ 1 บทนำ 2
1.1 สถานการณ์ แนวโนม้ และทศิ ทางการทอ่ งเท่ียวของจงั หวดั กระบี่ 7
1.2 ผลการระดมความคิดเห็นและการรบั ฟังความคิดเห็นผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสยี
1.3 ความพึงพอใจของนักท่องเท่ยี วทเี่ ดินทางมาท่องเทย่ี วในจงั หวัดกระบ่ี 11
สว่ นท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 17
2.1 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาการทอ่ งเท่ียวระดับประเทศ 17
2.2 แผนยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามนั 20
2.3 แผนพัฒนาจังหวดั กระบ่ี พ.ศ. 2561 – 2565 ฉบับทบทวนรอบปี พ.ศ. 2565 28
2.4 จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของการท่องเท่ียวจังหวัดกระบ่ี 30
ส่วนที่ 3 แผนพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วจงั หวัดกระบ่ี (พ.ศ. 2566 – 2570) 33
3.1 วิสยั ทัศนก์ ารพฒั นาการท่องเทยี่ วจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) 33
3.2 เป้าหมายของแผนพัฒนาการท่องเทย่ี วจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) 33
3.3 ตวั ช้วี ดั หลกั ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) 34
3.4 พันธกจิ ของแผนพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วจังหวัดกระบ่ี (พ.ศ. 2566 – 2570) 34
3.5 ยทุ ธศาสตร์การพฒั นา 35
3.6 แนวทางการพฒั นาตามยุทธศาสตร์ 35
ส่วนท่ี 4 แบบฟอร์มการจดั ทำแผนพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วจงั หวดั กระบ่ี ระยะ 5 ปี 46
(พ.ศ. 2566 – 2570) (แบบ จ.1)
ข
ส่วนท่ี 1 บทนำ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนา
เศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอดและประเด็นทางด้านการยกระดับมาตรฐานเพื่อเพ่ิม
ขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย ไปสู่ “เศรษฐกิจสร้าง
คุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยัง่ ยืน” หรือ “High-Value and Sustainable Thailand” โดยกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา (2564) ตามร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 –
2570) มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวคุณค่าสูงอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องไปกับยุทธศาสตร์ชาติ 20
ปี และกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ซึ่งกำหนด
วิสัยทัศน์ให้ “การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่า มีความสามารถในการ
ปรับตัว เติบโตอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม (Rebuilding High Value Tourism Industry with
Resilience, Sustainability and Inclusive Growth)”
อย่างไรก็ตามในการพัฒนาและบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวนั้น ต้องอาศัยยุทธศาสตร์การ
พัฒนาที่ชัดเจน บนพื้นฐานของเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานที่ดี การมีฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ คุณภาพสิ่งแวดล้อมดปี ราศจากมลภาวะ อีกทั้งตอ้ งมีบุคลากรภาค
การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์และการวางแผนจึงเปรียบเสมือนหางเสอื
เรือในการกำกับทิศทางให้บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพบรรลุเป้าหมายของประเทศ ซึ่งจังหวัด
กระบี่เป็นเมืองการท่องเที่ยวแถบอันดามัน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ดังนั้นการเผชิญ
กับปัจจัยเสี่ยงทั้งจากการระบาดของโรคโควิด 19 และปัญหาที่สั่งสมมานานในด้านของสิ่งแวดล้อม
แรงงาน และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ซึ่งสมาคม ชมรมท่องเที่ยว องค์กรเอกชน
และภาครัฐต่างตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวั ดกระบ่ี
และจังหวัดใกล้เคียงที่ใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมาย
การพัฒนาและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบริหารจัดการด้านงบประมาณในการพัฒนา เพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในการสร้างอาชีพ กระจายรายได้จากภาคท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจ
ชุมชน การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ซึ่งที่ผ่านมายัง
ขาดเอกภาพในบริหารจัดการแบบบูรณาการ รวมไปถึงการไม่มีแผนการขับเคลื่อนที่มีเป้าหมายซึ่ง
สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของกระบีท่ ีม่ ีจุดเด่นในด้านความสวยงามของธรรมชาติ วถิ ีชวี ิต ภายใตภ้ าพลักษณ์
ของการเป็นเมอื งทอ่ งเทีย่ วสีเขยี ว (Krabi Go-Green)
การวางแผนร่วมกันภายใต้ชุดข้อมูลเดียวกันและมีการบ่งชี้ประเด็นปัญหาตามลำดับความ
รุนแรง แนวทางการแก้ไข กำหนดกรอบการดำเนินงานโดยมีหน่วยงานหลักที่จะผูกกับงบประมาณ
เพื่อให้แผนได้รับการขับเคล่ือนไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบ่ี
ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับนี้อาศัยข้อมูลพื้นฐานจากงานวิจัยในชุดโครงการวิจัย การ
บริหารจดั การและขับเคล่ือนแหล่งท่องเท่ยี วคุณค่าสงู พื้นทจี่ ังหวัดกระบ่ีเพ่ือยกระดับความสามารถใน
การแข่งขันสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกภายใต้การหารือความร่วมมือทั้ง สำนักงานจังหวัด
กระบี่ และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การ
ประสานข้อมูล ความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้สว่ นเสียจากภาคเอกชน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการ
ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ที่ได้ร่วมกันกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
จังหวัดกระบี่สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับโลกบนฐานของการท่องเที่ยวสีเขียวที่สร้าง
1
มลู ค่าเพม่ิ ให้กบั สินค้าและบรกิ ารในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดกระบ่ี เพ่ือแก้ไขปญั หาดังกล่าวข้างต้น
ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว การร่วมกันกำหนดทิศทางและสื่อสารแบรนด์ ตลอดจน
การวางแผนการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการจังหวัดกระบี่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัย
องค์ความรู้จากกระบวนการวิจัยในการดำเนินการ ประกอบกับผลการศึกษาจากงานวิจัยที่ผ่านมา
ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(สกสว.) ที่แสดงให้เห็นวา่ จังหวัดกระบี่มีฐานข้อมูลทางดา้ นการท่องเที่ยวที่มศี ักยภาพในการนำมาตอ่
ยอดและพัฒนาการวิจัยในลักษณะของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) และภายใต้ฐาน
งานวจิ ยั เดมิ
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) นี้จึงมุ่งเน้นการ
ตอบสนองการแก้ไขปัญหาสำคัญ อันจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดกระบ่ี
ภายใต้การพัฒนาแผนการขับเคลื่อนจังหวัดกระบี่สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณค่าสูง ร่วมกับทาง
จังหวัดกระบี่ ในการวิเคราะห์ปัญหา การลำดับความสำคัญและรายละเอียดแผนงานที่สามารถนำไป
เสนอของบประมาณมาบริหารจัดการการท่องเที่ยว ลดปัญหาความไม่ต่อเนื่องในการพัฒนาหรือการ
พัฒนาแบบแยกส่วน อันจะนำไปสู่การวางรากฐานทางเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยว
คุณค่าสงู พื้นท่ีจงั หวัดกระบ่ีเพื่อเพิม่ ขดี ความสามารถในการเปน็ แหล่งท่องเทย่ี วระดับโลกตอ่ ไป โดยใน
การพัฒนาแผนพัฒนาการท่องเท่ียวจังหวดั กระบี่ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) มีการวิเคราะห์
และดำเนนิ งานในสว่ นที่เกย่ี วขอ้ ง ดังนี้
1.1 สถานการณ์ แนวโนม้ และทิศทางการท่องเท่ยี วของจังหวัดกระบ่ี
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ ซึ่งดำเนินการเก็บรวบรวมโดย
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดกระบี่ (2563) พบว่าด้วยศักยภาพการท่องเที่ยวใน
ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ การนำเสนอสินค้าและบริการในแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
ทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล ทางธรรมชาติบนบก เชิงสุขภาพ เชิงนิเวศ และ ทาง
ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และสุขภาพ จำนวนนักท่องเที่ยวในปีที่สถานการณ์ปกติจะมีปริมาณ
การเติบโตที่แนวโน้มสูงข้ึนตั้งแตป่ พี .ศ. 2560 จนถึงปีพ.ศ. 2561 มีอัตราการเพิ่มกว่าร้อยละ 11.7 แต่
ทว่าในปี พ.ศ. 2562 อตั ราการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเท่ียวจากจำนวนนักท่องเที่ยวได้ลดลงคือเพิ่ม
ที่ร้อยละ 1.06 ก่อนที่จะหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า หรือ
COVID-19 ทั้งนี้จากสถิติในปี พ.ศ. 2562 จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน จำนวนรวม
6,838,846 คน โดยพบว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 2,495,022 คน และนักท่องเที่ยว
ชาวต่างประเทศ จำนวน 4,343,824 คน ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน
รอ้ ยละ 63.52 รายละเอยี ดดังตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 จำนวนนักท่องเท่ียวท่เี ดินทางมาท่องเท่ยี วจังหวัดกระบจ่ี ำแนกตามภมู ิลำเนา
ปี 2558 2559 2560 2561 2562
ชาวไทย 2,087,433 2,168,735 2,266,946 2,530,535 2,495,022
ชาวตา่ งชาติ 3,488,108 3,635,101 3,790,435 4,236,323 4,343,824
รวม 5,575,541 5,803,836 6,057,377 6,766,858 6,838,846
ที่มา: สำนกั งานการทอ่ งเทย่ี วและกฬี าจังหวดั กระบี่ (2563)
2
1.1.1 ตลาดนักท่องเทยี่ วจังหวดั กระบี่
ในการศึกษาเกี่ยวกับตลาดนักท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตุลาคม –
มีนาคม สามารถวิเคราะห์โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ได้ดังภาพที่ 1 พบว่าตลาด
นกั ทอ่ งเทย่ี วชาวต่างประเทศเปน็ ตลาดหลกั โดยเปน็ กลมุ่ ตลาดนักทอ่ งเท่ียวกล่มุ ยโุ รป คดิ เปน็ ร้อยละ
27.72 และตลาดนักท่องเที่ยวจีน คิดเป็นร้อยละ 14.07 และกลุ่มประเทศเอเชียนอื่นๆ ร้อยละ
6.94 ตามลำดับ ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่สัดส่วนไม่น้อย
คิดเป็นร้อยละ 42.92 ซึ่งเป็นโอกาสของจังหวัดกระบี่เม่ือเกิดภาวะโรคระบาดโควิด 19 ในการที่จะ
ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยดึงกลุ่มนักท่องเทีย่ วชาวไทยให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นด้วยฐานกลุ่มลูกค้าเดมิ
ทม่ี ีอย่แู ลว้
ภาพที่ 1 รอ้ ยละของนักท่องเที่ยวท่เี ดินทางมาท่องเท่ียวจงั หวัดกระบใ่ี นปีพ.ศ. 2562 จำแนกตาม
ภูมลิ ำเนา
ท้ังนเ้ี ม่อื วิเคราะห์เฉพาะตลาดหลักอยา่ งกลุ่มนักท่องเท่ียวชาวตา่ งประเทศ ดังแสดงในภาพที่
2 พบว่า นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปเป็นตลาดหลักของตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ คิดเป็น
ร้อยละ 48.56 รองลงมาคอื นกั ท่องเทยี่ วชาวจีน คดิ เปน็ ร้อยละ 24.65 และตลาดนกั ทอ่ งเท่ียวกลุ่ม
ประชาคมอาเซยี น คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.15 ตามลำดบั โดยท่เี หลือไม่แตกต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม
ตลาดกลุ่มหลักของตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มประชาคมอาเซียน คือ ตลาดนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มี
สัดสว่ นมากกว่ารอ้ ยละ 90 ของตลาดกล่มุ ประชาคมอาเซียน
3
ภาพที่ 2 สดั ส่วนของตลาดนกั ท่องเทีย่ วชาวต่างประเทศจำแนกตามกลุ่มประเทศ
โดยเมื่อพิจารณาตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เป็นตลาดหลักในจังหวัดกระบี่ พบว่า
คือนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ซึ่งภาพที่ 3 ได้นำเสนอโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป พบว่า
ตลาดหลักของทวีปยุโรปคือ นักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวียน ประกอบไปด้วยเดนมาร์ก สวีเดน
ฟินแลนด์ และนอร์เวย์ พบว่ามีสัดส่วนร้อยละ 21.96 รองลงมาคือ นักท่องเที่ยวชาว
สหราชอาณาจักร คิดเป็นร้อยละ 18.48 นักท่องเที่ยวชาวเยอรมนี คิดเป็นร้อยละ 16.63
นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส คิดเป็นร้อยละ 11.51 โดยที่เหลือไม่แตกต่างกันมากนัก ด้วยเหตุนี้ ในการ
พฒั นาการทอ่ งเทย่ี วคุณค่าสูงต้องให้ความสำคญั กับพฤตกิ รรมและการให้คณุ ค่าของนกั ท่องเท่ยี วในแต่
ละกลุ่ม
ภาพท่ี 3 ตลาดนกั ท่องเที่ยวจากทวีปยโุ รป
4
อย่างไรก็ตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตลาดหลักของจังหวัดกระบี่นั้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
พบว่าจังหวัดกระบี่เปลี่ยนจากกลุ่มสแกนดิเนเวีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวสวีเดน
ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก รวมทั้งกลุ่มจากประเทศเยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และ
สวิสเซอรแ์ ลนด์ มาเป็นกลุม่ นกั ทอ่ งเทีย่ วจีน รัสเซีย มาเลเซยี และสงิ คโปร์ ที่มอี ัตราการขยายตัวของ
ตลาดสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีน ที่นิยมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่จนมีจำนวนมากที่สุดเป็น
อันดับหน่งึ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปจั จบุ ัน ประเด็นสำคญั ของโครงสรา้ งตลาดซ่ึงมีรายละเอียด
ดังตารางที่ 2 คือพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยว สินค้าและบริการ
รวมไปถึงลักษณะของสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกลุ่ม
ผู้มาเยือน แม้ว่าในปี พ.ศ. 2564 จะไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเนื่องมาจากการห้ามเดินทางออก
นอกประเทศของรัฐบาลจีนทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึง
จังหวดั กระบที่ ำให้ในช่วงทเ่ี กิดการแพรร่ ะบาดของโรคไวรสั โคโรนา่ หรือ COVID-19 มรี ายไดจ้ ากการ
ท่องเที่ยวประมาณร้อยละ 30 ของช่วงเวลาปกติ แต่ในขณะเดียวกันเป็นโอกาสให้ทรัพยากรทาง
ธรรมชาติในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้มีโอกาสฟื้นฟูตัวเองในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนมีความอุดม
สมบูรณเ์ พิ่มมากขน้ึ
ตารางที่ 2 จำนวนของนักทอ่ งเท่ยี วชาวต่างประเทศจำแนกตามภมู ลิ ำเนาใน 10 อันดับแรกของ
จังหวัดกระบ่ี
รายการ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564
(ม.ค.-ก.ค.)
จำนวนนกั ทอ่ งเท่ียวท่ี
เดินทางมายงั จงั หวดั 6,588,822 6,766,858 6,759,836 1,562,880 242,672
กระบ่ี (คน)
จำนวนนักท่องเที่ยวท่ี 1 จนี 1 จีน 1 จนี 1 จนี 1 สหรฐั อเมริกา
เดนิ ทางมาจาก 2 UK 2 UK 2 UK 2 มาเลเซยี 2 เยอรมนี
ตา่ งประเทศ 10 อันดับ 3 มาเลเซยี 3 มาเลเซยี 3 มาเลเซยี 3 รสั เซยี 3 UK
แรกของจงั หวัดกระบ่ี 4 เยอรมนี 4 เยอรมนี 4 เยอรมนี 4 ลาว 4 จีน
5 ฝร่งั เศส 5 ฝร่งั เศส 5 ฝร่งั เศส 5 ญป่ี นุ่ 5 เกาหลี
6 ออสเตรเลยี 6 สวีเดน 6 สหรฐั อเมริกา 6 อินเดยี 6 ฝรั่งเศส
7 สวีเดน 7 สหรัฐอเมริกา 7 ออสเตรเลยี 7 เกาหลี 7 รสั เซีย
8 สหรฐั อเมรกิ า 8 ออสเตรเลยี 8 สวีเดน 8 ฝรั่งเศส 8 ญปี่ ุ่น
9 สงิ คโปร์ 9 สิงคโปร์ 9 สิงคโปร์ 9 เยอรมนี 9 พมา่ (เมียน
10 สวสิ ฯ 10 สวสิ ฯ 10 สวสิ ฯ 10 UK มาร์)
10ยโุ รป
ตะวันออก
รายได้จากการ 105,029.26 115,176.70 112,055.50 29,032 3,183.85
ท่องเท่ียวจังหวัดกระบี่ ล้านบาท ลา้ นบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท
จำนวนวนั พำนกั เฉลย่ี 4.45 4.41 4.31 - -
คา่ ใชจ้ า่ ยเฉลยี่ /คน/วนั 5,034.17 5,386.11 5,344.55 ปี 2563 ยงั ยงั ไม่ผ่านการ
บาท ไมผ่ า่ นการ รับรอง
รบั รอง
ทม่ี า: สำนักงานการทอ่ งเทีย่ วและกีฬาจงั หวัดกระบ่ี (2564)
5
ทัง้ นี้เมอ่ื อาศัยเกณฑ์การจัดกลุ่มนักท่องเท่ยี วคุณค่าสูงตาม ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ และคณะ
(2562) ซึ่งได้มีการศึกษาจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณค่าสูง โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor
Analysis) และการวิเคราะห์จัดกลุ่ม (Cluster Analysis) ทั้งนี้สามารถจัดแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว
คุณคา่ สงู ในจังหวัดกระบ่ไี ดเ้ ปน็ 4 กลุ่ม ดงั นี้
กลุ่มที่ 1 นักท่องเที่ยวกลุ่มพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure Tourists) ประกอบไปด้วยกลุ่ม
นักเดินทาง (Traveler) กลุ่มพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure) กลุ่มนี้เน้นกิจกรรมการผ่อนคลาย ต้องการ
ความเป็นส่วนตัวในที่พัก การอาบแดด การพักผ่อน การเล่นน้ำในสระที่บริการภายในโรงแรม การ
ดนิ เนอร์รวมไปถงึ การทำกิจกรรมทีเ่ นน้ การดูแลสุขภาพรา่ งกายและจติ ใจ เชน่ นวดสปา นวดแผนไทย
อบไอนำ้ โยคะ การเขา้ ฟิตเนส รวมทั้งการเดินออกกำลังกายบรเิ วณชายหาดในช่วงเช้า ช่วงเย็น เป็น
ต้น ทั้งน้สี ว่ นใหญเ่ ปน็ กลุ่มท่ีให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติท่ีสวยงาม
มาตรฐานที่พัก การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนตา่ งๆ ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย ชอบ
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทีม่ ีชอื่ เสยี งหรอื ได้รับความนิยม ซ่งึ มกี ล่มุ ย่อยในน้ีคอื กล่มุ ชมววิ ทิวทัศน์ (Sightseeing)
ประกอบไปด้วยการนั่งรถชมวิว ชมสถานที่ ชมวิวทิวทัศน์ ดูสถานที่ต่างๆไปเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวให้
ความสำคัญกับความเพลิดเพลินใจส่วนตัวเป็นสำคัญ และนักท่องเที่ยวมักไม่ชอบทำอะไรซ้ำแบบเดิม
มกั จะแสวงหาสถานทีใ่ หม่ ๆ เสมอ
กลุ่มที่ 2 กลุ่มประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) ประกอบไปด้วยการศึกษาวิถี
ชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี งานเทศกาลต่างๆ ในท้องถิ่น เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
โบราณสถานเกา่ แก่ของท้องถน่ิ น้นั เชน่ พพิ ธิ ภณั ฑ์ อนุสาวรีย์ อนุสรณส์ ถาน ศาสนสถาน ศึกษาเท่ียว
ชม ป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าพรุ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนเกษตร พื้นที่เกษตรกรรม ฟาร์ม
ต่างๆ ล่องเรือ ล่องแพ และการท่องเที่ยวตามจุดชมวิวทิวทัศน์ ป้าย หรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึง
เอกลกั ษณ์ของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วนน้ั ๆ เพื่อถา่ ยภาพเกบ็ ไวเ้ ปน็ ทรี่ ะลึก
กลมุ่ ท่ี 3 กล่มุ นักผจญภยั (Adventure Tourists) ประกอบไปดว้ ยกจิ กรรมปีนเขา ปีนผา
ส่องสัตว์ ดูนก ล่องแก่ง เดินป่า ขี่จักรยานเสอื ภูเขา ศึกษาธรรมชาติ ขี่จักรยาน บันจี้จั๊มพ์ เพนท์บอล
โกคาร์ท ขับรถ ATV ยงิ ปนื และการทอ่ งเท่ยี วแบบผจญภยั ต่นื เต้นทา้ ทาย ใช้กำลังและความพยายาม
เสยี่ งแคไ่ หนก็ทำ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา กล่มุ นีข้ องจังหวดั กระบ่ีส่วนใหญ่นอกจากปีนเขาแล้วเป็นการ
ทอ่ งเทย่ี วทางนำ้ (Water Activity Tourism) ซึ่งไดแ้ กก่ ิจกรรมน่งั เรอื สปดี โบ๊ท บานานา่ โบ๊ท ดำนำ้ ตืน้
แบบสน็อคเกิ้ลระดับผิวน้ำ ดำน้ำลึกแบบสคูบ้า กลุ่มที่ชอบเล่นน้ำทะเลตามชายหาด เล่นน้ำตก และ
พายเรือแคนู คายัค รวมทั้งเป็นยังมีกลุ่มย่อยคือเป็นพวกกลุ่มนักเดินทาง (Traveler) ประกอบ
ไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวเพื่อประสบการณ์แปลกใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศที่จำเจในชีวิตประจำวัน
ท่องเที่ยวเพื่อปลดปล่อยตัวเองให้มีอิสระ ค้นหาความต้องการที่แท้จริง และกลุ่มที่มักจะไปพักผ่อน
วันหยดุ ในต่างประเทศ
กล่มุ ท่ี 4 กลมุ่ ความสนใจเฉพาะ (Special Interest Tourist) ประกอบไปดว้ ย เยย่ี มญาติ
เพอ่ื น ทำกิจกรรมทำบญุ ไหว้พระ สักการะสิง่ ศักดิส์ ิทธิ์ ทศั นศึกษา เรยี นรสู้ ิ่งใหมๆ่ ประชุม สัมมนา ดู
งาน ชอบความเป็นส่วนตัว และความเงียบสงบ และพูดคุย คลุกคลีกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งรวมไปถึง
6
กลุ่มที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ โดยรวมไปถึงกลุ่มเฉพาะที่มีการขยายตัวมากขึ้นคือ กลุ่ม
นกั ท่องเทยี่ วในเมือง (City Tour) ประกอบไปด้วยช้อปปิ้ง ซ้อื ของกนิ ของทร่ี ะลึก ของฝาก ช้อปปิ้ง
ท่องเที่ยวตลาดนัด ถนนคนเดิน ทัวร์ในตัวเมือง กินกาแฟ เล่นอินเตอร์เน็ต และชิมอาหารอร่อยตาม
ร้านที่มีชื่อเสียงของเมือง เป็นต้น นอกจากมียังมีกลุ่มท่องเที่ยวเพื่ออายุวัฒนะ (Wellness
Tourism) ประกอบไปด้วยการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ และการดูแลตนเอง เช่น สปา การท่องเที่ยว
ภายในประเทศที่ตนเองอาศัยอยู่ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือเชิงอนุรักษ์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เท่ยี วตามภเู ขา หินผา โพรง ถ้ำ บ่อน้ำพรุ อ้ น และการทอ่ งเท่ยี วตา่ งประเทศ
1.1.2 รายได้จากการทอ่ งเทย่ี วจังหวดั กระบี่
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่ มีแนวโน้มรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกปี ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ และกระแสความต้องการของ
นักท่องเที่ยวทีน่ ิยมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวดั กระบี่ ในปี พ.ศ. 2562 มีรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง
เป็น 112,055.50 ล้านบาท จาก 115,176.70 ล้านบาทในปี 2561 และ 105,029.06 ล้าน
บาทในปี 2560 (ตารางที่ 2) โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีปริมาณการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน
จังหวัดกระบี่มากที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคือ นักท่องเที่ยวชาวจีน สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของ
นกั ท่องเท่ียวพบวา่ นักท่องเทีย่ วชาวตา่ งประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลย่ี 6,419.80 บาทตอ่ คนต่อวัน ซ่ึงท้ัง
นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศมีการใช้จ่ายไปกับค่าที่พัก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่า
ซอื้ สินคา้ และของท่รี ะลกึ มากท่สี ดุ ตามลำดับ ดังแสดงในตารางท่ี 3
ตารางท่ี 3 พฤติกรรมการใช้จา่ ยของนักท่องเท่ียวท่ีเดนิ ทางมาท่องเที่ยวจังหวดั กระบี่ พ.ศ. 2562
หมวดการใช้จา่ ย นักท่องเท่ียวชาวไทย นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
1. ค่าทพี่ ัก 1,171.32 1,641.62
2. คา่ อาหารและเครอ่ื งดืม่ 1,095.60 1,452.02
3. ค่าซ้อื สินคา้ และของทรี่ ะลึก 832.95 1,133.93
4. ค่าใชจ้ า่ ยเพือ่ ความบนั เทงิ 522.24 669.08
5. คา่ บรกิ ารทอ่ งเท่ียวภายในจังหวดั 624.37 709.70
6. ค่าพาหนะเดนิ ทางในจังหวัด 394.95 543.19
7. คา่ ใชจ้ ่ายอืน่ ๆ 141.68 270.26
ค่าใช้จา่ ยเฉล่ีย บาท/คน/วนั 4,783.11 6,419.80
ท่ีมา: กรมการท่องเที่ยว (2563)
1.2 ผลการระดมความคิดเห็นและการรับฟังความคดิ เหน็ ผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และ
ภาคเอกชน รวมถึงชุมชนท้องถิ่นได้มีการนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว
คุณคา่ สูง สามารถสรุปภายใตป้ ระเด็นดังตอ่ ไปนี้
7
1) ด้านสงิ่ แวดล้อมและทรัพยากรการทอ่ งเท่ียว
มติ ิการบรหิ ารจัดการ ประเด็นปญั หาจากที่ประชุม แนวทางในอนาคต
ด้านสิง่ แวดล้อมและ - ปญั หานำ้ เสีย - การพฒั นาระบบสนบั สนนุ จาก
ภาครฐั ใหม้ กี ารบำบัดน้ำเสียใน
ทรพั ยากรการ - ปัญหาขยะ (ท้ังบนบก ชายหาด คลองสาธารณะ
- การพฒั นาโครงการ CSR ร่วมกบั
ท่องเที่ยว และในทะเล) ภาคเอกชนในการส่งเสริมในการ
ดำเนินการดแู ลรักษาส่งิ แวดล้อม
- ปญั หาความแออัดบริเวณเกาะ เช่น บำบดั น้ำเสยี ก่อนปล่อยลงสู่
แหล่งน้ำ การคัดแยก กำจัดขยะถูก
และความขดั แยง้ ของกจิ กรรมการ วิธี
- การที่รัฐสนบั สนนุ เทคโนโลยีใน
ทอ่ งเทย่ี ว นักท่องเทีย่ วกล่มุ one- การบำบัดน้ำเสียและกำจดั ขยะ
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
day trip กบั กลุ่ม long-stay ท่ี - ขับเคลอื่ นโมเดลการปฏบิ ตั ิทดี่ ี
เชน่ อา่ วไร่เลย์โมเดลและ
ตอ้ งการความสงบปัญหาผลกระทบ ดำเนนิ การขยายผลไปยังพ้ืนท่ีอน่ื
- การกำกบั ดูแลและการตรวจสอบ
ต่อสตั วพ์ วกค้างคาว ระบบนิเวศใต้ คุณภาพสง่ิ แสดล้อมอย่างสมำ่ เสมอ
- การวางแผนฟ้ืนฟูระบบนเิ วศ
ทะเล และพรรณไม้ ความอุดม - การสรา้ งความตระหนักให้กับ
นักทอ่ งเทย่ี วและชมุ ชนท้องถ่ินตอ่
สมบรู ณข์ องระบบนิเวศ การอนุรักษณส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
- ปัญหาความขดั แย้งในการใช้
ประโยชน์ที่ดนิ
- ปัญหาความเสือ่ มโทรมของ
ทรัพยากรธรรมชาตจิ ากการใช้
ประโยชน์ทด่ี นิ ไม่เหมาะสม เชน่
ซากดกึ ดำบรรพ์ ภาพเขยี นในถ้ำ
ถูกทำลายจากการขุดเจาะ
ปัญหาการขดุ เจาะน้ำแรร่ ้อน การ
ทำลายทรัพยากรธรรมชาตนิ ำ้ พุ
ร้อน
2) ด้านการยกระดับสินคา้ และบรกิ าร
มติ ิการบริหารจัดการ ประเดน็ ปัญหาจากท่ีประชุม แนวทางในอนาคต
ด้านการยกระดบั - เส้นทางการท่องเทีย่ วไม่หลากหลาย - พัฒนาและสง่ เสรมิ การท่องเที่ยว
คุณภาพสินค้าและ ซ้ำกบั พ้ืนทอ่ี นื่ ไม่มีอตั ลักษณ์ ไม่ เชิงสรา้ งสรรค์ใหมๆ่ เชน่ เส้นทาง
บรกิ าร ก่อใหเ้ กดิ การใชจ้ ่ายในชุมชน อารยธรรมโบราณ สร้างคุณค่าเนน้
- ขาดการเชือ่ มโยงตลาดการ เร่อื งราวประวตั ศิ าสตร์ ภาพเขยี นสี
ท่องเทยี่ วกับประเทศเพ่ือนบ้านทมี่ ี - พัฒนาการท่องเทีย่ วเชื่อมโยงกบั
ฐานประวตั ศิ าสตรว์ ัฒนธรรมคลา้ ยกัน ประเทสเพ่ือนบ้านดึงดดู ตลาดใหมๆ่
ขาด story telling เชน่ เสน้ ทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยง
- ขาดการพฒั นาการท่องเท่ียวเชิง อินโดนีเซยี -มาเลเซยี -ไทย (IMT-GT)
สรา้ งสรรคท์ ห่ี ลากหลาย - การพฒั นาและยกระดับมาตรฐาน
- มาตรฐานการบริการในระดับสากล ผลิตภัณฑ์สนิ ค้า ของฝากของทรี่ ะลึก
- การท่องเทยี่ วเชิงชุมชนยังขาดการ บนฐานภูมปิ ัญญา
ขับเคล่ือนและระบบสนบั สนุนให้เกดิ
8
มิติการบริหารจัดการ ประเดน็ ปัญหาจากท่ีประชุม แนวทางในอนาคต
รายไดจ้ ากการท่องเทีย่ ว การสร้าง - การส่งเสริมและยกระดับมาตรฐาน
มลู คา่ เพิ่มใหก้ บั ผลผลิตจากภาค การบริการท่องเท่ยี วสากล
เกษตรและการประมงพ้นื บ้านใน - การพฒั นาแหลง่ ท่องเที่ยวตาม
ชุมชน มาตรฐานการท่องเที่ยวสากล จดั ทำ
- แหล่งท่องเทีย่ วหลายแหง่ เส่ือมโทรม แผนปฏิบัตกิ ารจัดระเบยี บแหล่ง
แออัด ส่ือภาพลักษณด์ ้านลบ ลด ท่องเที่ยวทีเ่ ข้าข่ายต้องฟน้ื ฟแู ละดูแล
คุณค่าของการท่องเทยี่ ว ท่ีเกาะพีพี อ่าวนาง และเกาะลนั ตา
- ทรพั ยากรน้ำพุเยน็ -พรุ ้อน ท่ีโดดเด่น พฒั นาชายหาดตน้ แบบที่ประสบ
ยังไม่ได้นำมาพฒั นาสรา้ งคณุ คา่ เชน่ ความสำเรจ็ ในการจัดการ
การท่องเทยี่ วเชงิ คุณภาพ
3) ดา้ นระบบความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว
มิตกิ ารบริหารจัดการ ประเด็นปญั หาจากที่ประชุม แนวทางในอนาคต
ระบบความปลดภยั - ปัญหาภาพลักษณ์ในการจดั การ - พัฒนาระบบมาตรฐานความ
ของแหล่งท่องเท่ียว ความปลอดภยั ทางทะเล และทาง ปลอดภัยในการท่องเทยี่ วทางทะเล
บก การติด GPS เรือ การมี lifeguard
- มาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเล - การพัฒนาระบบการรักษาความ
- ปัญหาปัจจัยเส่ียง เชน่ โรคระบาด ปลอดภยั ต่อชวี ติ และทรัพยส์ ินของ
โควิ การเกิดอบุ ัติเหตุในแหลง่ นักท่องเท่ยี ว,การพฒั นาระบบการ
ทอ่ งเทย่ี ว จัดการความปลอดภัยจากโรค
- ระบบคดั กรองโรค สขุ อนามัย ระบาด การคดั กรอง การรบั มือ
และสขุ ภาพของนักท่องเทย่ี ว และบรหิ ารบนความเปล่ียนแปลง
- การพฒั นาระบบการจดั การความ
เส่ียง การรบั จดั การกับปัญหากรณี
การเกิดอุบตั เิ หตุ แนวปฏบิ ตั ิทด่ี ี
ฯลฯ
4) ดา้ นการตลาดการทอ่ งเที่ยวและประชาสัมพันธ์
มติ กิ ารบริหารจดั การ ประเด็นปญั หาจากท่ีประชุม แนวทางในอนาคต
การตลาดการ - ขาดการพัฒนาแบรนด์ทางการ - การกำหนดตำแหน่งทางการ
ตลาด
ท่องเท่ียวและ ทอ่ งเท่ียวและยังไมม่ ีกลไกในการ - การสร้างแบรนด์และการ
ขับเคล่ือนเชงิ บรู ณาการ
ประชาสมั พันธ์ สื่อสารอัตลักษณแ์ บรนด์ ใน - การนำเสนอสนิ ค้าใหม่ๆเขา้ สู่
ตลาดการท่องเท่ียวโลก
ลกั ษณะของ one single -ออกแบบประสบการณเ์ ฉพาะของ
กระบ่ี เน้น Customer Journey
message
- การสร้างภาพลกั ษณท์ างการ
ทอ่ งเทย่ี วและสอื่ สารไปยงั ตลาด
เปา้ หมาย
9
มิตกิ ารบริหารจดั การ ประเดน็ ปัญหาจากที่ประชุม แนวทางในอนาคต
- การนำเสนอขายยังเน้นขายทะเล แบบ Executive บนฐานอตั ลักษณ์
ซึ่งมตี ลาดหลกั อยู่แล้ว สนิ คา้ ชมุ ชน
ทอ่ งเทีย่ วไม่หลากหลาย
5) ด้านการยกระดบั ร้านอาหารและบริการนักท่องเทย่ี ว
มติ กิ ารบรหิ ารจดั การ ประเดน็ ปัญหาจากที่ประชุม แนวทางในอนาคต
ด้านการยกระดบั - ผ้ปู ระกอบการองค์ความรู้ด้าน - การพฒั นาระบบและแนวทางการ
ร้านอาหารและบรกิ าร Food Security ในการขบั เคลือ่ น ปฏิบัตทิ ่ีดีในด้าน Food Security
นักท่องเท่ียว Krabi Gastronomy - เช่อื มโยงการบรโิ ภคอาหารทะเล
- มเี กษตรกรทำการประมงใน ของจงั หวดั กระบ่แี ละเช่ือมโยงสู่
กระชัง และเน้นการประมงแบบ การทอ่ งเทีย่ วเชงิ อาหาร
เป็นมติ รกบั สิ่งแวดล้อม แต่ยงั ขาด -การสง่ เสรมิ การเพาะลยี้ งอาหาร
การใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นการ ทะเลในพื้นท่ีจงั หวัดกระบเ่ี พ่อื
ท่องเทีย่ วอยา่ งเต็มท่ี รองรบั การท่องเทีย่ ว
- มกี ารทำเกษตรกรรมแพะเลี้ยง - การพัฒนายกระดบั นวัตกรรม
สตั ว์เศรษฐกิจอาทิ เชน่ แพะ แตย่ งั แปรรูปผลติ ภัณฑ์ปศุสตั วต์ า่ งๆ เช่น
ขาดการเช่ือมโยงสู่การท่องเท่ียว จากนมแพะ
และการพัฒนาเชงิ พาณิชย์ - ส่งเสริมอาหารสมุนไพร การ
- การเชื่อมโยงแหล่งท่องเท่ียว ยกระดับอาหารท้องถ่ินสกู่ ารเป็น
แหล่งอาหารทะเล และการ อาหารภตั ตาคาร สรา้ งมลู คา่ เพ่ิม
ท่องเที่ยว เช่น ธนาคารปมู า้ ในปา่ ดว้ ยนวตั กรรม เทคโนโลยี การแปร
โกงกาง รูป
6) ด้านการทอ่ งเที่ยวชุมชน
มติ กิ ารบริหารจัดการ ประเด็นปัญหาจากท่ีประชุม แนวทางในอนาคต
ดา้ นการท่องเทย่ี ว - ชุมชนทอ้ งถ่ินขาดการมีสว่ นรว่ ม - การสำรวจและอนรุ กั ษ์แหล่ง
ชุมชน ในการขับเคลอื่ นการท่องเทยี่ ว ท่องเท่ยี วประวตั ิศาสตรเ์ พอ่ื พัฒนา
- ชมุ ชนทอ่ งเทยี่ วขาดองค์ความร้ใู น ผลติ ภัณฑก์ ารท่องเทย่ี ว
การจดั การและรับมือกบั ภาวะ - การพัฒนาแผนแมบ่ ทการ
วกิ ฤต ท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน
- การจัดการความรู้และการ
ขับเคลือ่ นการเรียนร้อู ย่างต่อเนือ่ ง
ของชมุ ชนท่องเท่ยี ว
โดยมีผลสรปุ ในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดงั นี้
10
1.2.1 ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอุดม
สมบูรณไ์ ปดว้ ยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ีดี สิง่ ท่ตี อ้ งมกี ารใหค้ วามสำคัญอยา่ งมากคือ เร่อื งของความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินจะเป็นตัวบ่งชี้และเพิ่มความ
ม่ันใจให้กับนักท่องเทย่ี วทเี่ ดินทางมาท่องเท่ียวในจังหวัดกระบี่
1.2.2 การรกั ษาส่งิ แวดลอ้ มและความสะอาด ประเดน็ ด้านสงิ่ แวดล้อมและความสะอาดถือ
เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องพื้นฐานที่แหล่งท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องมี เช่น ความสะอาดของห้องน้ำ
สุขาถังขยะและพื้นที่ลานจอดรถต่าง ๆ ในแหล่งท่องเที่ยวควรจะมีการรักษาความสะอาดมีการจัดถัง
ขยะหรือที่ทิ้งขยะไว้เป็นจุดเพื่อรองรับขยะที่นักท่องเที่ยวนำมาหรืออาจมีมาตรการอื่น ๆ ที่เป็นการ
ควบคมุ ในเร่อื งของขยะและด้านความสะอาด
1.2.3 ปา้ ยสอื่ ความหมายทางการทอ่ งเทีย่ ว เปน็ สว่ นท่ีเก่ียวข้องในการอำนวยความสะดวก
นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาว
ต่างประเทศ โดยป้ายสื่อความหมายทางการท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับเรื่องของป้ายบอกทางหรือป้าย
ประชาสมั พันธ์ทางการท่องเทยี่ ว โดยมรี ปู แบบการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวดั กระบ่ี
1.2.4 เส้นทางจักรยาน เส้นทางจักรยานเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ที่พื้นที่ต่าง ๆ ได้กล่าวถึง
และได้มีการกล่าวถึงในเรื่องของการพัฒนาเส้นทางจกั รยานเพื่อส่งเสรมิ ภาพลักษณ์ของการเป็นเมือง
ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ แนวทางการพัฒนาเส้นทางจักรยานควรจะมีการ
เชื่อมตอ่ และกระจายอย่รู อบเมืองจังหวัดกระบ่ี โดยควรคำนึงถงึ ความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง และ
ส่งิ อำนวยความสะดวกทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั นักท่องเท่ียว
1.2.5 การพัฒนาสินค้าทีร่ ะลกึ และสนิ คา้ ชุมชน สนิ คา้ ที่ระลกึ หรือของฝากในจังหวัดกระบี่
ยังขาดสินค้าที่มีการวางแผนการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ รวมถึง
ไม่ได้มีการนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ และควรมีการออกแบบสินค้าโดยดึงอัตลักษณ์ของแต่
ละพ้ืนทีอ่ อกมาผนวกกบั ความเป็นเอกลักษณข์ องพน้ื ถ่นิ
1.2.6 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดกระบี่มีศักยภาพสำหรับรองรับการบริการ
นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทย และภูมิปัญญาสมุนไพร เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวประเภท
น้ำพุร้อนได้แก่ พุน้ำร้อนเค็มคลองท่อม ซึ่งมีศักยภาพในการบำบัดรักษาเพื่อสุขภาพ และสอดคล้อง
กับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควรมีการวางแผนถึงรูปแบบการบริหารจัดการการท่องเท่ี ยว
สำหรับ รวมถึงการพัฒนาในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวก การวางแผนด้านที่พัก การจัดการด้าน
อาหาร และด้านต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสมกับการทอ่ งเทย่ี วเชิงสุขภาพ
1.2.7 ประเด็นด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละพื้นท่ี ด้วย
จังหวัดกระบี่มีความโดดเด่นด้านการเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณค่าสูง
ควรมีการนำวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นส่วนประกอบการขับเคลื่อนการสร้าง
ประสบการณก์ บั นักทอ่ งเทีย่ วผา่ นกระบวนการมีส่วนรว่ ม
1.3 ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวท่ีเดินทางมาท่องเท่ียวในจงั หวดั กระบี่
การศึกษาเรื่องความพึงพอใจและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด
กระบ่ี มีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศึกษาลกั ษณะทางประชากรศาสตร์และพฤติกรรมการท่องเทย่ี วท่ีมีผลต่อความพึงพอใจ
ในการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ของนักท่องเที่ยวไทย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บ
11
รวบรวมข้อมูลจากนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 450 คน
คำนวณจากของสถิตินักท่องเทีย่ วไทยในจงั หวัดกระบี่ ในปี 2563 เก็บข้อมูลในระหวา่ งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ –
19 มีนาคม 2564 ในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ (โรงแรมในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ โรงแรมในเขต ตำบลอ่าวนาง
วดั ถ้ำเสือ ลานปดู ำ สวนสาธารณะธารา ชายหาดอา่ วนาง ชายหาดนพรตั นธ์ ารา ทา่ อากาศยานนานาชาติกระบ่ี)
อำเภออ่าวลึก (วัดมหาธาตุวชิรมงคล/วัดบางโทง ท่องเที่ยวชุมชน) อำเภอคลองท่อม (สระมรกต น้ำตกร้อน
นำ้ พรุ ้อน-เค็ม) และอำเภอเกาะลันตา (โรงแรมในเขตอำเภอเกาะลนั ตา) ตลอดทั้งประชาสัมพนั ธ์ QR Code ผา่ น
สอ่ื ออนไลน์ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ขอเสนอตามลำดบั หัวข้อดงั ต่อไปนี้
ผลการศึกษาความพงึ พอใจและพฤติกรรมของนกั ท่องเทย่ี วไทยทเ่ี ดนิ ทางเขา้ มาทอ่ งเทย่ี วในจังหวัด
กระบ่ี สรปุ ไดด้ ังนี้ นักทอ่ งเท่ียวเป็นเพศหญงิ คดิ เป็นร้อยละ 60.67 เป็นเพศชาย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.33
นักท่องเท่ียวไทย มีอายุระหว่าง 21-30 ปี มากที่สดุ อันดับ 1 คิดเป็นรอ้ ยละ 49.78 อันดับ 2
คอื อายตุ ำ่ กว่า 21 ปี คดิ เปน็ ร้อยละ 20.44 และอันดับ 3 คือ อายุ 31-40 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 15.78
มีระดับการศึกษาสูงสุด มากที่สุดอันดับ 1 คือระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 62.67 อันดับ 2
คือ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเป็นร้อยละ 21.33 และอันดับ 3 คือ อนุปริญญา/ปวส. คิดเป็นร้อย
ละ 5.56
มีอาชีพนักเรียน/นักศึกษา มากที่สุดอันดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 39.77 อันดับ 2 คือ พนักงาน
บริษัทเอกชน/รับจ้างท่ัวไป คิดเป็นร้อยละ 23.56 และอันดับ 3 คือประกอบธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ
17.33
มรี ายได้เฉลี่ยต่อเดือน มากทีส่ ุดอนั ดับ 1 คอื ตำ่ กว่า 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 41.56 อันดับ 2
คือ 10,000-20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 26.88 และอันดับ 3 คือ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-
30,000 บาท คิดเปน็ รอ้ ยละ 14.22
นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือ จังหวัด
นครศรีธรรมราช คิดเป็นร้อยละ 21.11 อันดับ 2 คือ กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 17.56 และ
อนั ดับ 3 คือ จังหวัดพังงา คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.45
พาหนะในการเดินทางมาท่องเที่ยว มากที่สุดอันดับ 1 คือ รถยนต์ส่วนบุคคล คิดเป็นร้อยละ 57.11
อันดับ 2 คือ เคร่ืองบิน คิดเปน็ รอ้ ยละ 21.78 และอันดบั 3 คือ รถโดยสารประจำทาง คดิ เป็นร้อยละ 8.67
แหล่งท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปในครั้งนี้ มากที่สุดอันดับ 1 คือ หาดอ่าวนาง คิดเป็นร้อยละ 13.93
อันดับ 2 คือ เกาะพพี ี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 13.52 และอันดบั 3 คือ หาดไรเ่ ลย์ คิดเปน็ ร้อยละ 8.92
สถานทีท่ ่ีใช้บริการพักแรมในการท่องเท่ียว มากท่สี ดุ อันดับ 1 คอื โรงแรม/รีสอร์ท คิดเป็นร้อย
ละ 79.30 อันดับ 2 คือ บา้ นคนรจู้ ัก คดิ เป็นร้อยละ 12.20 และอนั ดบั 3 คือ บงั กะโล คดิ เป็นร้อยละ
2.70
ช่วงเวลาในการเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือ วันหยุดปลายสัปดาห์
คิดเป็นร้อยละ 42.40 อันดับ 2 คือ วันธรรมดา คิดเป็นร้อยละ 30.90 และอันดับ 3 คือ วันหยุดตาม
เทศกาล คิดเปน็ ร้อยละ 17.80
กิจกรรมการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไทยชอบมากที่สุดในจังหวัดกระบี่ อันดับ 1 คือ เล่นน้ำ/
เดนิ ชายหาด คิดเปน็ ร้อยละ 29.56 อนั ดับ 2 คือ ดำนำ้ คิดเปน็ ร้อยละ 24.11 และอันดับ 3 คือ พาย
เรอื /คายคั คิดเปน็ ร้อยละ 14.88
12
จำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 อยู่ในระหว่าง 2,000-
3,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 24.00 อันดับ 2 คือ 7,000 บาทขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 23.60 และ
อันดับ 3 คือ 3,001-4,000 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 16.00
ส่งิ ทต่ี ้องการใหป้ รบั ปรุง มากทสี่ ดุ อันดับ 1 คอื ความสะอาดของสถานท่ีท่องเทยี่ ว/ห้องน้ำ คิดเป็น
ร้อยละ 21.56 อันดับ 2 คือ จำนวนเที่ยวรถโดยสาร คิดเป็นร้อยละ 17.78 และอันดับ 3 คือ อัตราค่า
โดยสารรถและเรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 16.44
นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือจำนวนมากกว่า 3
ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 40.70 อันดับ 2 คือ จำนวน 1 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 26.40 และอันดับ 3 คือ
จำนวน 2 ครั้ง คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.70
จำนวนวนั ในการท่องเท่ียวจังหวัดกระบ่ีคร้ังน้ี มากทีส่ ุดอันดบั 1 คือ จำนวน 3 วัน คิดเป็นร้อย
ละ 40.40 อนั ดบั 2 คือ จำนวน 2 วนั คดิ เปน็ ร้อยละ 23.60 และอันดบั 3 คือ จำนวน 4 วนั คิดเป็น
ร้อยละ 15.30
จำนวนผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือ จำนวนมากกว่า 3 คน
คิดเป็นร้อยละ 50.00 อันดับ 2 คอื จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 23.60 และอันดบั 3 คือ จำนวน 3
คน คิดเป็นร้อยละ 20.20
การเดินทางมากระบ่ีครั้งนี้มาร่วมกับใคร มากทส่ี ุดอันดับ 1 คือ มากบั ครอบครัว คดิ เป็นร้อยละ
41.40 อันดับ 2 คือ มากับเพื่อน คิดเป็นร้อยละ 32.00 และอันดับ 3 คือ มากับคู่รัก คิดเป็นร้อยละ
16.20
สิ่งจูงใจในการมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือ ต้องการพาครอบครัวไปพักผ่อน คิดเป็น
ร้อยละ43.30อนั ดับ2 คือเพอื่ นชวนให้มาเทยี่ ว คดิ เปน็ ร้อยละ25.10 และอนั ดับ3 คือสอ่ื ออนไลน์ คิดเป็นร้อย
ละ 14.20
เหตผุ ลที่ตัดสินใจเดินทางมาท่องเท่ียวในจังหวัดกระบี่ มากทสี่ ดุ อันดับ 1 คอื ทะเลสวย คิดเป็น
ร้อยละ 29.80 อันดับ 2 คือ ทิวทัศน์สวยงาม คิดเป็นร้อยละ 18.24 และอันดับ 3 คือ อาหารอร่อย
คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.93
ของที่ระลึกที่มาจังหวัดกระบี่แล้วซื้อกลับไปเป็นของฝาก มากที่สุดอันดับ 1 คือ สินค้า OTOP
คิดเป็นร้อยละ 35.46 อันดับ 2 คือ อาหารทะเล คิดเป็นร้อยละ 32.91 และอันดับ 3 คือ ผ้าบาติก/
มัดย้อม คิดเป็นร้อยละ 17.41
ตั้งใจจะมาเที่ยวจังหวัดกระบี่ มากที่สุดอันดับ 1 คือ มาอีกแน่นอน คิดเป็นร้อยละ 93.11
อันดบั 2 คือ ไมแ่ น่ใจ คิดเปน็ ร้อยละ 6.44 และอนั ดบั 3 คอื ไม่มาอีกแน่นอน คดิ เปน็ ร้อยละ 0.45 (2
คน จาก 450 คน)
จะแนะนำเพื่อน/คนรู้จักให้มาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ คิดเป็นร้อยละ 98.00 ไม่แนะนำ คิดเป็นร้อยละ
2.00 (9 คน จาก 450 คน)
ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยทีเ่ ดินทางมาจังหวัดกระบี่ภายหลังโรคระบาดไวรัสโคโรนา่
2019 มีความพึงพอใจด้านการท่องเที่ยว ด้านการบริการของพนกั งาน (ภาคเอกชน) และด้านการบริการ
ของเจา้ หนา้ ท่ี (หน่วยงานรฐั ) ดงั นี้
มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรน่า อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิด
เป็นร้อยละ 46.00 อนั ดับ 2 คอื พึงพอใจอย่างมาก คิดเปน็ ร้อยละ 41.34 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจ
ปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 11.11
13
สถานทที่ ่องเที่ยวมชี ื่อเสียงเป็นที่รู้จัก อันดบั 1 คือ นักทอ่ งเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิดเป็น
ร้อยละ 55.11 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 37.78 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คดิ เป็นร้อยละ 6.22
สถานที่ท่องเที่ยวมีให้เลือกหลายรูปแบบ อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิด
เป็นร้อยละ 55.56 อันดับ 2 คือค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 37.11 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 5.78
สถานที่ท่องเที่ยวมีความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจ
อยา่ งมาก คดิ เป็นร้อยละ 57.78 อันดับ 2 คอื คอ่ นข้างพอใจ คิดเป็นรอ้ ยละ 35.11 และอันดับ 3 คือ
พึงพอใจปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.33
สถานที่ท่องเที่ยวมีความสะอาด อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อย
ละ 43.56 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 43.33 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.56
ห้องน้ำสาธารณะสะอาด อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 40.44
อันดับ 2 คือ พึงพอใจ-อย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 30.89 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง คิดเป็น
รอ้ ยละ 24.22
มีบริการห้องละหมาด อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 43.33 อันดับ 2
คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 36.67 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง คิดเป็นร้อยละ
17.11
มขี อ้ มูลในการท่องเทยี่ วท่ีเพียงพอ อนั ดับ 1 คือ นกั ท่องเทย่ี วไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ
44.44 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 39.56 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง
คดิ เป็นรอ้ ยละ 13.78
ราคาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวมีความเหมาะสม อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทย
ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 44.44 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 31.11 และ
อันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง คดิ เป็นร้อยละ 20.67
ความมีน้ำใจของประชาชนในจังหวัดกระบ่ี อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก
คิดเป็นร้อยละ 47.78 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 41.33 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจ
ปานกลาง คดิ เป็นร้อยละ 9.11
จำนวนของผู้ให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดกระบี่ อันดับ 1 นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิด
เปน็ ร้อยละ 44.89 อันดบั 2 คือ พงึ พอใจอย่างมาก คดิ เปน็ ร้อยละ 42.67 และอันดบั 3 คอื พึงพอใจ
ปานกลาง คิดเปน็ รอ้ ยละ 10.89
ความสะดวกในการเดนิ ทาง อนั ดับ 1 คอื นักทอ่ งเทีย่ วไทยพึงพอใจอย่างมาก และคอ่ นขา้ งพอใจ คิด
เป็นร้อยละ 44.67 (เทา่ กัน 2 ระดบั ) และอนั ดบั 3 คอื พงึ พอใจปานกลาง คิดเปน็ รอ้ ยละ 8.22
ความปลอดภัยในการเดินทาง อันดับ 1 นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ
45.33 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 42.45 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง คิด
เปน็ รอ้ ยละ 10.67
ความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อย
ละ 46.22 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 43.33 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจอย่างมาก
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 8.45
14
ความสะอาดของสถานที่พัก อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ
45.78 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 42.89 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจอย่างมาก
คดิ เป็นร้อยละ 9.33
ความสวยงามของสถานที่พัก อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ
50.89 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 40.44 และอันดับ 3 คือ ความพึงพอใจปานกลาง
คดิ เป็นร้อยละ 6.89
จำนวนรา้ นอาหารที่มีในจังหวัดกระบี่ อนั ดบั 1 คอื นกั ท่องเท่ียวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อย
ละ 44.45 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 41.11 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.22
อาหารมีรสชาติอร่อย อันดับ 1 คอื นักท่องเท่ียวไทยพึงพอใจอย่างมาก คดิ เปน็ ร้อยละ 46.22
อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 43.78 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง คิดเป็นร้อย
ละ 7.11
การบริการของพนักงาน โรงแรม/รีสอร์ท/ที่พัก อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยพึงพอใจอย่าง
มาก คิดเป็นร้อยละ 47.33 อันดับ 2 คือ ค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ 43.78 และอันดับ 3 คือ พึง
พอใจปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 7.34
การบริการของพนักงาน ร้านอาหาร อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อย
ละ 45.78 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 43.56 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 10.22
การบรกิ ารของพนักงาน เรือ/รถโดยสารสาธารณะ อนั ดับ 1 คอื นกั ท่องเทยี่ วไทยค่อนข้างพอใจ
คิดเป็นร้อยละ 46.22 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 37.78 และอันดับ 3 คือ พึง
พอใจปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 13.56
การบรกิ ารของพนักงาน รา้ นของฝาก/ที่ระลึก อนั ดบั 1 คอื นักท่องเทย่ี วไทยค่อนขา้ งพอใจ คิด
เป็นร้อยละ 46.89 อนั ดบั 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเปน็ รอ้ ยละ 37.34 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจ
ปานกลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 13.11
การบริการของพนักงาน สปา/นวดไทย อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็น
รอ้ ยละ 47.11 อันดับ 2 คอื พึงพอใจอย่างมาก คดิ เปน็ รอ้ ยละ 34.89 และอนั ดับ 3 คอื พงึ พอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 16.44
การบริการของพนักงาน บริษัททัวร์/ไกด์ อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็น
ร้อยละ 48.00 อันดับ 2คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 37.11 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คิดเปน็ ร้อยละ 13.33
การบริการของเจา้ หน้าท่ี สนามบนิ อันดบั 1 คอื นกั ท่องเทยี่ วไทยค่อนข้างพึงพอใจ คิดเป็นร้อย
ละ 50.67 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 37.11 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 11.11
การบริการของเจ้าหน้าที่ ด่านคัดกรอง อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็น
ร้อยละ 43.56 อันดบั 2 คือ พงึ พอใจอย่างมาก คดิ เป็นรอ้ ยละ 42.67 และอันดบั 3 คอื พงึ พอใจปาน
กลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.44
15
การบรกิ ารของเจ้าหน้าท่ี แหลง่ ท่องเที่ยว อันดับ 1 คอื นกั ท่องเท่ยี วไทยพึงพอใจอย่างมาก คิด
เป็นร้อยละ 46.44 อันดบั 2 คอื คอ่ นข้างพอใจ คิดเปน็ รอ้ ยละ 44.45 และอนั ดบั 3 คือ พงึ พอใจปาน
กลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.78
การบริการของเจ้าหน้าที่ ท่ารถ/ท่าเรือ อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็น
ร้อยละ 51.11 อันดบั 2 คอื พงึ พอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 36.44 และอันดบั 3 คือ พงึ พอใจปาน
กลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.44
การบริการของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ อันดับ 1 คือ นักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิดเป็นร้อยละ
50.22 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คิดเป็นร้อยละ 38.67 และอันดับ 3 คือ พึงพอใจปานกลาง
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 9.11
การบริการของเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการข้อมูล อันดับ 1 คือนักท่องเที่ยวไทยค่อนข้างพอใจ คิด
เปน็ ร้อยละ 48.00 อันดับ 2 คือ พึงพอใจอย่างมาก คดิ เป็นร้อยละ 39.33 และอนั ดับ 3 คือ พึงพอใจ
ปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.89
ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย
1. รกั ษามาตรฐานแหลง่ ท่องเทย่ี วท่ีมีคุณภาพและสวยงาม ให้อยู่ในสภาพท่ีสวยงานและอนุรักษ์
วฒั นธรรมท้องถิน่
2. กำหนดมาตรฐานการคมนาคมขนส่ง เช่น บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีจำนวนที่เพียงพอ
และราคาทีเ่ ปน็ ธรรม
3. กำหนดสินค้า/ของที่ระลึก ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด ราคาที่เป็นธรรมและเพียงพอกับ
ความต้องการของนักท่องเที่ยว
4. รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยทั้งจากโรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ความปลอดภัย
ทางทะเล ตลอดท้งั สรา้ งความเช่ือมัน่ ด้านความปลอดภัยในการเดนิ ทางท่องเท่ยี วของนักท่องเที่ยว
ทม่ี า: สำนักงานการทอ่ งเทีย่ วและกีฬาจังหวดั กระบ่ี (2564)
16
สว่ นท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ และแผนพฒั นาทีเ่ ก่ียวข้อง
2.1 ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการท่องเที่ยวระดับประเทศ
การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วของประเทศไทยตามร่างแผนพัฒนาการท่องเทยี่ วแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 3
(พ.ศ. 2566 – 2570) มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวคุณค่าสูงอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องไปกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกรอบแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 13 (พ.ศ. 2566 –
2570) ท่ีม่งุ นำพาประเทศไทย ไปสู่ “เศรษฐกิจสรา้ งคุณค่า สังคมเดนิ หน้าอย่างย่ังยนื ” หรือ “High-
Value and Sustainable Thailand” โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (2564) ได้กำหนด
วิสัยทัศน์ในการพัฒนาให้ “การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่า มี
ความสามารถในการปรับตัว เติบโตอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม (Rebuilding High Value Tourism
Industry with Resilience, Sustainability and Inclusive Growth)” และได้วางเป้าหมายของ
อตุ สาหกรรมการทอ่ งเท่ยี วไทย ในปี พ.ศ. 2566 – 2570 ไวด้ ังภาพท่ี 4
ภาพที่ 4 การยกระดับการท่องเที่ยวคุณค่าสูง 3 มิติตามวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2566 –
2570
ท่ีมา: กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกีฬา (2564)
ในการขับเคลอื่ นการท่องเท่ยี วของประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายและปญั หาของการ
ทอ่ งเท่ยี วในช่วงที่ผ่านมา ดังน้ี
ความสมดุลของการท่องเที่ยวที่มีการพึงพารายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมาก
เกินไป มุ่งเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพก่อให้เกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้การ
ทอ่ งเท่ยี วทรี่ ่ัวไหลถงึ 28 %
อันดับขีดความสามารถทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย (TTCI) และปัจจัยสนับสนุนต่อ
การท่องเทย่ี วหลายด้านเป็นทน่ี ่ากังวล เช่น ความมนั่ คงปลอดภยั ของนกั ท่องเทย่ี ว ด้านทรัพยากรทาง
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานต่าง ๆ ของประเทศไทยยังมีความ
ลา้ สมัย
17
การตลาด การสอื่ สารและสิง่ ดึงดูดนักท่องเท่ยี ว แหล่งท่องเที่ยว สนิ ค้าและบรกิ ารทางการ
ทอ่ งเทีย่ วไมม่ คี วามพรอ้ ม ไมส่ อดคล้องกบั การตลาด ไมม่ ีแหล่งดงึ ดดู ใหม่ และไมม่ กี ารจัดงานมหกรรม
ขนาดใหญท่ ีใ่ หค้ วามสำคัญกบั การใช้เอกลกั ษณ์และวฒั นธรรมไทย
ฐานข้อมูล การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ศูนย์กลางข้อมูลด้านการทอ่ งเที่ยวของไทยยงั
ไม่เป็น 1-Stop-Database และยังไม่มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของห่วงโซ่ภาคการท่องเที่ยว
และการวิเคราะห์ TSA อยา่ งจรงิ จงั
กลไกการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เป้าหมาย ตัวชี้วัด และหน่วยงานรับผิดชอบไม่ชัดเจน
กลไกของการขบั เคลื่อนผา่ นเขตพัฒนาการท่องเท่ียวยังไม่มปี ระสทิ ธิภาพเท่าท่ีควร
โดยการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวของประเทศไทยในอนาคตนบั จากน้ี กระทรวงการท่องเท่ียวและ
กีฬา (2564) จะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการเพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการเที่ยวของไทยสู่
การท่องเทยี่ วเน้นคณุ คา่ (High Value Tourism) ซงึ่ จะให้ความสำคญั กับการยกระดับใน 3 มิติ ได้แก่
มิตเิ ศรษฐกจิ (Economic) มติ ิสงั คม (Social) และมติ ิสงิ่ แวดล้อม (Environment) มรี ายละเอียดดังน้ี
การพัฒนาให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเศรษฐกิจท่องเที่ยวคุณค่าสูง (High Value
Economy) โดยมีตัวอย่างแนวทางการพัฒนา เช่น การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว (Tourism
Spending) และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Quality Tourists) การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
และบริการด้านการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การปรับสมดุลและลดการพึ่งพา
นักท่องเที่ยวต่างชาติ การยกระดับคุณภาพของบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์ ในอุตสาหกรรมการ
ทอ่ งเที่ยว เป็นต้น
การพัฒนาให้เกิดสังคมและชุมชนท่องเที่ยวคุณค่าสูง (High Value Society) โดยมี
ตัวอย่างแนวทางการพัฒนา เช่น การสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน
และชุมชน การต่อยอดอัตลักษณค์ วามเป็นไทย การกระจายความเจริญทั้งทางตรงและทางอ้อมอยา่ ง
ทั่วถึงทั้งประเทศ การพัฒนาให้ประเทศไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การลดการ
ทอ่ งเท่ยี วตามฤดกู าล เปน็ ต้น
การต่อยอดคุณค่าให้กับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (High Value Environment) โดยมี
ตัวอย่างแนวทางการพัฒนา เช่น การต่อยอดมูลค่าให้กับต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมในภาคการทอ่ งเท่ียว การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละแหล่งท่องเทีย่ วธรรมชาติ
อย่างมีประสิทธภิ าพ การเพิม่ ประสทิ ธภิ าพในการใช้น้ำและพลังงานในอุตสาหกรรมการท่องเทีย่ ว การ
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษจากการท่องเที่ยว การบรรเทาผลกระทบจากความ
เปลยี่ นแปลงทางสภาพภมู ิอากาศ (Climate Change) เป็นตน้
สาระสำคัญโดยสรุปของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 คือมุ่งพัฒนาและ
ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็ง ต่อยอดการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการ
เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดรับกับภาวะความปกติถัดไป (Next Normal) ด้วยการ
สร้างความเข้มแข็งของภาคการผลิต ปรับสมดุลและกระจายความเจริญของการท่องเที่ยวอย่าง
ครอบคลุม ลดการรั่วไหลตลอดห่วงโซ่การท่องเที่ยว พัฒนาปัจจัยพื้นฐานด้านความสะอาด ความ
ปลอดภัย และมาตรฐานสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก และบุคลากรให้ มีคุณภาพระดับสากล ยกระดับประสบการณ์
ท่องเที่ยวตลอดเส้นทางอย่างครบวงจร ตลอดจนส่งเสริม ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
18
สังคม และศิลปวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ภาคประชาชนที่จะนำหลักการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในหนว่ ยงานเพ่ือให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยว
ทีม่ คี ณุ ค่า มีความสามารถในการปรบั ตัว เตบิ โตอยา่ งยงั่ ยืนและมสี ่วนรว่ ม
เมื่อสรุปความบริบทและความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน จะกล่าวได้
ว่า การท่องเท่ยี วของไทย ยังมคี วามท้าทายหลัก ๆ ในดา้ นการกระจุกตวั การรวั่ ไหลของรายได้ ความ
ไม่เชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม การมีภูมิคุม้ กันความเสีย่ งที่ต่ำ กฎระเบียบและ
มาตรฐานที่ล้าสมัย และมีการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาการท่องเที่ยวในระหว่างปี พ.ศ.
2566 – 2570 จึงให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความเข้มแข็งและ
การปรับสมดลุ การท่องเท่ยี วไทย 2) การยกระดบั โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และความเชื่อมโยง 3)
การมอบประสบการณ์โดยมีนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง และ 4) การเติบโตบนความยั่งยืนและมี
ภมู คิ มุ้ กนั พรอ้ มรบั มือกับความเสี่ยง
ภาพท่ี 5 ภูมิทศั นก์ ารพฒั นาการท่องเทยี่ วของประเทศไทย
ทีม่ า: กระทรวงการทอ่ งเท่ยี วและกฬี า (2564)
โดยตามแผนพฒั นาการทอ่ งเที่ยวแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 3 น้จี งั หวดั กระบีถ่ กู จดั ให้อยูใ่ นกลุ่มจงั หวัด
อันดามัน ตามเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 15 เขต ที่ครอบคลุมรูปแบบการท่องเที่ยวและกิจกรรมการ
ท่องเที่ยวคุณภาพสูงอย่างทั่วถึง โดยเน้นแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความ
หลากหลาย ภายใต้ศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละพื้นที่ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวทางทะเล เรือสำราญ ในพื้นที่อันดามัน มุ่งเน้นการพัฒนาอัตลักษณ์ในแต่ละเขตการ
ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยวโดยในจังหวัดกระบี่อาจเน้นวิถีชีวิตประมง ร่วมกับการ
เชื่อมโยงอุตสาหกรรมหลักในจงั หวัด อีกทั้งยังไดบ้ ่งช้ีถึงแผนในระยะแรก (2 ปี) ของโครงการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกในทุกมิติตลอดเส้ นทางการเดินทาง
ท่องเที่ยว (Flagship Project) ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัด
กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเกต็ จังหวัดชลบรุ ี จังหวดั กระบ่ี จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ภายใต้ร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) (ภาพที่ 6) ได้
กำหนดยุทธศาสตรก์ ารพัฒนา 4 ยทุ ธศาสตร์ ดงั ตอ่ ไปน้ี
19
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ไทยดว้ ยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovative & Resilient Tourism)
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การปรับปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงและมี
คุณภาพสงู (Reconnected Foundation)
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวครบวงจรโดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยว
เป็นศูนย์กลาง (Traveler’s Experience & Centricity)
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั้งในมิติสังคม และ
สิ่งแวดล้อม (Sustainable Tourism Growth) แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.
2566 – 2570)
ภาพท่ี 6 ร่าง แผนพฒั นาการทอ่ งเทย่ี วแหง่ ชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.2 แผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาการท่องเท่ียวกลุม่ จังหวัดภาคใต้ฝ่งั อันดามัน
ในการวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเพ่ือ
เป็นแนวทางในการพัฒนาแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ซึ่งยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวกลุ่ม
จังหวดั ภาคใตฝ้ ่งั อันดามันได้มกี ารวิเคราะห์ปญั หาและความต้องการการพัฒนาของพ้ืนท่ีจังหวัดกระบ่ี
ซึง่ แสดงดงั ตารางที่ 4
ตารางที่ 4 แสดงความจำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันในมุมมองของ
ประชาชนจังหวัดกระบ่ี
อนั ดับ ประเดน็ ปญั หา
1 ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกตำ่
2 ขาดการพฒั นาแหลง่ ท่องเทย่ี ว
3 การขยายตวั ของเมืองทข่ี าดการวางแผนและควบคุม
20
อันดับ ประเด็นปัญหา
4 การขาดแคลนสาธารณูปโภคและโครงสรา้ งพ้ืนฐาน
5 ความเหล่อื มล้ำทางสงั คม ชอ่ งว่างระหวา่ งคนรวยและคนจน
6 การขาดแคลนที่ดินทากิน
7 ปญั หายาเสพติด
8 ประชาชนขาดความตระหนักต่อการรับผิดชอบสว่ นรวม
9 การขาดบริการดา้ นสขุ ภาพที่เพียงพอ
10 การควบคุมโรคอบุ ัติใหม่/อบุ ัตซิ ำ้ (เคยเกิดในอดีตและกลบั มาระบาดอีก)
โดยประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่เกี่ยวข้องกับความไม่
สมดุลในด้านการพัฒนาทั้งการขยายตัวของเมือง การพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
รวมถึงปญั หาด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ประชาชนในจงั หวัดกระบี่มีความเห็นดว้ ยกับยุทธศาสตร์ท่ี 1
ของจังหวัดกระบี่ว่าด้วยพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) เพ่ิม
ศกั ยภาพใหไ้ ดม้ าตรฐานในระดบั สากลและเช่ือมโยงการท่องเท่ยี วระดับภมู ิภาคและนานาชาติในระดับ
มากที่สุดทุกแนวทางแสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของจังหวัดกระบี่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่
สอดคล้องกบั ประเด็นการพัฒนาจงั หวดั และความต้องการของประชาชน
2.2.1 ประเดน็ ความทา้ ทายที่เก่ียวขอ้ งกบั การพัฒนา
ในการพัฒนายทุ ธศาสตร์กลุ่มจังหวดั ภาคใตฝ้ ั่งอันดามันมีประเดน็ ความท้าทายที่เก่ียวข้องกับ
การพัฒนา ดังน้ี
ความถดถอยของภาวะเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า หรือ
COVID-19 ที่ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ต้องปิดกิจการ มีการยกเลิกการจ้างงาน ขณะท่ี
การแพร่ระบาดของโรคยังมีการกลายพันธุ์ ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของการ
ทอ่ งเท่ียวจังหวดั กระบ่ไี มส่ ามารถเดนิ ทางเขา้ พ้นื ที่ได้
การขาดการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีดี ซ่ึงเกี่ยวข้องกับถนนหนทางและเส้นทางคมนาคม
ในหลายพน้ื ทยี่ งั ไม่สะดวก การดแู ลรักษาความปลอดภยั ของนักท่องเทย่ี วทัง้ ทางบกและทางทะเล การ
เชอ่ื มโยงของแหลง่ ท่องเทยี่ วในจังหวัดฝง่ั อันดามนั และอ่าวไทยยังไมส่ ะดวกเท่าทีค่ วร
การขาดระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาขยะ น้ำเสีย การ
ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภค ระบบการกำจัดขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัญหาการ
จดั การขยะในทอ้ งทะเล เปน็ ตน้
ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเนื่องจากการใช้ประโยชน์ทางการท่องเที่ยว
แม้ว่าในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติใน
หลายพื้นท่ไี ด้มโี อกาสฟ้ืนฟู แตใ่ นบางสว่ นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจดั การยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา
อาทิ การบกุ รุกพน้ื ทป่ี า่ หรอื การวางแผนดา้ นขีดความสามารถในการรองรับทางการท่องเทยี่ ว เป็นตน้
การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ทันสมัยและมีความทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หรือ
กรม เช่นในพื้นที่ป่าชายเลน หรือกฎหมายด้านการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำทางน้ำหรือทะเล หรือ
การใชป้ ระโยชน์พ้ืนท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้ำในการท่องเท่ียวทีต่ ิดขัดข้อกฎหมาย เปน็ ตน้
21
2.2.2 แนวคดิ การพฒั นาพ้นื ทก่ี ลุ่มภาคใตฝ้ ั่งอนั ดามัน
โดยแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันตามแผนระยะ 5 ปี (พ.ศ.
2566 – 2570) มีแนวคดิ ในการพฒั นาดังตอ่ ไปน้ี
การฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ใน
ด้านมาตรการการเยียวยาผู้ประกอบการหรือมาตรการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนา
ผู้ประกอบการให้มีความพร้อมต่อการท่องเที่ยววิถีใหม่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร
จัดการ เป็นต้น
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม
ทั้งการจดั การขยะพลาสติก ขยะอินทรยี ์ และขยะทะเล การลดขยะตงั้ แต่ต้นทาง การคดั แยกขยะ การ
จัดการขยะปลายทาง รวมถึงการบริหารจัดการน้ำเสีย การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว การฟื้นฟูแนว
ปะการัง การปกปอ้ งทรัพยากรทางธรรมชาติท่ีอุดมสมบรู ณ์ เป็นต้น
การกำหนดขีดความสามารถในการรองรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เน้นการบริหาร
จัดการอย่างเป็นระบบ ทัง้ ระบขดี ความสามารถในการรองรับนักท่องเท่ียว ระบบการจดั ควิ เข้าสู่แหล่ง
ท่องเทย่ี ว การจำกัดจำนวนนักท่องเท่ยี ว การกระจายตวั ของกิจกรรมการทอ่ งเทีย่ วรูปแบบใหม่เพื่อลด
การแออดั ของนักท่องเทย่ี ว การจัดการการท่องเทีย่ วท่เี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ตน้
การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ลดการพึ่งพิงนักท่องเที่ยว ในการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวทางเลือก อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวชุมชน การ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นต้น การพัฒนาอัตลักษณ์และเรื่องราวที่น่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวเพอ่ื
สร้างผลติ ภัณฑก์ ารทอ่ งเทย่ี วทีม่ ีเอกลักษณ์ โดดเด่นและแตกต่างจากเมืองท่องเท่ียวอื่น ๆ
การผลักดันเชิงนโยบายและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอัน
เนื่องมาจากการบุกรุกป่า โดยต้องเน้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร การ
แก้ไขความขัดแย้งในด้านที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับประชาชน การผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาและ
การยกเลกิ กฎหมายทเี่ กี่ยวข้องเพ่ือแก้ปัญหากฎหมายท่ีซ้อนทับกนั
การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นการรักษาความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสุขอนามัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว การสร้างเมืองน่าอยู่
และการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนและนักท่องเ ที่ยว
การส่งเสริมอาชีพและการเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประชาชน การลดผลกระทบที่เกิดข้ึน
ทางดา้ นเศรษฐกจิ เป็นตน้
การสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัว ลดปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริม
ด้านการเรียนรู้และการศึกษาของเยาวชน การพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้รู้เท่าทันต่อสังคมที่มีการ
เปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็
2.2.3 เปา้ หมายการพัฒนา
โดยยุทธศาสตร์การพฒั นากลมุ่ จังหวัดภาคใตฝ้ ง่ั อันดามนั ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570)
ไดม้ กี ารกำหนดเปา้ หมายในการพัฒนาไว้ 3 แนวทาง โดยเปา้ หมายอนั ดับหนง่ึ คอื
“ศนู ยก์ ลางการท่องเท่ียวที่เน้นคุณค่าและเกษตรแนวใหมเ่ พ่ือสงั คมแห่งความสุขและวถิ ีชีวติ ท่ยี ั่งยืน”
22
โดยนิยามการท่องเท่ยี วเนน้ คุณค่าหมายถึงการทอ่ งเที่ยวท่ีมที รัพยากรธรรมชาตเิ ป็นฐาน โดย
เพิ่มคุณค่า ประสบการณ์ การเรียนรู้ให้กบั นักท่องเที่ยวดว้ ยต้นทนุ ท่ีมอี ยู่หรอื ที่สร้างขึน้ ใหม่ เช่น การ
ท่องเทย่ี วเชงิ สุขภาพ นกั ท่องเทย่ี วมาเท่ยี วชมทัศนียภาพที่สวยงามและได้รับคุณค่าเพ่ิมในบริการด้าน
สุขภาพ การท่องเท่ยี วเชงิ วฒั นธรรม ท่องเท่ียวชุมชน ฯลฯ
2.2.4 พนั ธกิจ (Mission)
1. ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ประกอบการ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องในกลุ่ม
จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ผลักดันให้เกิดโครงการที่มีผลกระทบหลายมิติและทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ เช่น โครงการบ่อปลา
ยักษ์
2. เร่งสร้างนวัตกรรมการบริการและการท่องเท่ียวทีม่ ีมลู ค่าสูง (High valued services) ซ่ึง
มีความหลากหลาย นำไปสู่การพัฒนาและสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวสาหรับวิถีชีวิตใหม่ (New
normal) โดยใช้ความโดดเด่นของทรัพยากรท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เน้นประสบการณ์ การ
เรยี นรู้ ผสมผสานวิถชี ีวติ เชน่ ท่องเท่ยี วชมุ ชน การท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร เชงิ วฒั นธรรม
3. ส่งเสริมให้พัฒนาการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและความปลอดภัย
โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยว และ
สง่ เสรมิ ดา้ นการตลาดประชาสัมพนั ธใ์ นระดับโลก เพอ่ื ยกระดับรายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ ว
4. ผลักดันให้เกิดการเกษตรยั่งยืน (Sustainable Farming) และเกษตรสมัยใหม่ (Smart
Farming) อย่างครบวงจร ให้มีผลิตผลและมีมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และ
สนบั สนนุ อุตสาหกรรมท่องเทยี่ ว
5. พัฒนาและเสริมสร้างทักษะด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนา SME ให้เป็นผู้ประกอบการแบบ
Smart Enterprise ทกั ษะการใช้เทคโนโลยีในการทำเกษตรรูปแบบใหม่ ๆ รวมทง้ั สรา้ งความเข้มแข็ง
โดยการรวมกลุ่ม การสร้างตลาดรองรับผลิตผลเกษตร ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แกเ่ กษตรกรอย่างตอ่ เน่อื ง
และย่งั ยนื
6. พัฒนาให้อันดามันเป็นเมืองอัจฉริยะและน่าอยู่ (Andaman Smart and Livable City)
โดยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก เน้นความปลอดภัย ด้วย
เทคโนโลยลี ้ำสมยั และเปน็ มิตรกับสง่ิ แวดล้อม
7. พัฒนาทกั ษะให้คนมสี มรรถนะสงู และมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม กระจายรายได้ ลดความ
เหลื่อมล้ำ เป็นสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและสร้างภูมิคุ้มกัน
ทางสงั คม
8. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ป้องกันและ
เตรียมพร้อมรบั การเปล่ยี นแปลงต่อภยั พิบัติ และเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจดั การภาครัฐ
2.2.5 เป้าประสงคร์ วม (Objectives)
1. เพื่อใหผ้ ู้ประกอบการ บุคลากรด้านการท่องเท่ียวและธุรกิจท่เี กีย่ วเน่ือง ทีไ่ ด้รับผลกระทบ
จากโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถฟน้ื ตัวกลับมาได้อยา่ งรวดเร็ว
2. เพื่อยกระดับการพึ่งพาตนเองภายในท้องถิ่น เน้นการสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ๆ ท่ี
หลากหลาย เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเน้นมูลค่าที่มีมาตรฐานและปลอดภัย การใช้การเกษตร
23
ยั่งยืนและเกษตรแนวใหม่อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าในการผลิตของห่วงโซ่มูลค่า (Value chain)
ในอตุ สาหกรรมท่องเท่ียว
3. เพื่อให้สังคมมีความสุขถ้วนหน้า ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีความมั่นคงในทุกมิติ มีความ
ยืดหยุ่นสามารถนาพาตนเองและครอบครัวให้ก้าวผ่านวิกฤติต่าง ๆ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการ
เปลย่ี นแปลงทเี่ กดิ ขน้ึ (Resilience)
4. เพม่ิ ประสิทธภิ าพในการบริหารภาครัฐท่ตี อบสนองกับความตอ้ งการของประชาชน
2.2.6 ตำแหน่งทางยทุ ธศาสตร์ (Strategic Positioning)
จากการวิเคราะห์จุดแข็งและความพร้อมของแต่ละจังหวัดในกลุ่มอันดามัน โดยแยกเป็น
ศักยภาพร่วม และศักยภาพเฉพาะจังหวัด จึงกำหนดจุดยืนของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่
เกย่ี วข้องกับการพัฒนาการท่องเทยี่ ว ดังนี้
“แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชิงสขุ ภาพด้วยทรพั ยากรธรรมชาติระดับโลก (World Class Wellness Tourism)”
2.2.7 ประเดน็ การพัฒนากลุ่มจงั หวดั ภาคใตฝ้ ่งั อันดามัน พ.ศ. 2566-2570
แผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570)
ได้กำหนดประเด็นการพัฒนาตามหลักการข้างต้น เพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนา
กลุ่มจังหวัด โดยเกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนา 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 ฟื้นฟู
เศรษฐกิจ และเยียวยาผู้ประกอบการ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวและกิจการต่อเนื่องอื่น ๆ ที่ได้รับ
ผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และประเด็นการพัฒนาที่ 2 สนับสนุน
และพฒั นาการท่องเท่ยี วเนน้ คณุ ค่าทเ่ี ปน็ มิตรต่อส่งิ แวดล้อม โดยมรี ายละเอียด ดงั ต่อไปนี้
ประเด็นการพัฒนาที่ 1 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเยียวยาผู้ประกอบการ บุคลากรด้านการท่องเที่ยว
และกิจการตอ่ เนือ่ งอนื่ ๆ ท่ีไดร้ บั ผลกระทบจากโรคระบาดไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
วัตถุประสงค์
ก. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเยียวยาผู้ประกอบการ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวและกิจการ
ตอ่ เน่ือง อื่น ๆ ในกล่มุ จังหวดั ภาคใตฝ้ งั่ อนั ดามันที่ไดร้ ับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019
(COVID-19) ใหส้ ามารถกลบั มาส่ภู าวะปกติหรือดกี วา่ และปลอดภยั ยิ่งกวา่ เดมิ
ข. เพื่อเร่งการจ้างงาน พัฒนา หรือเพิ่มทักษะอาชีพ บุคลากรด้านการการท่องเที่ยวในกลุ่ม
จงั หวดั ภาคใตฝ้ งั่ อนั ดามนั
ค. เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และการบริการที่เป็นมาตรฐานให้กับ
นักท่องเทย่ี ว
ง. เพอื่ สรา้ งความร่วมมอื ระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการรว่ มมือเพื่อหาแนวทางในการฟ้ืนฟู
เศรษฐกิจดา้ นการท่องเทีย่ วให้มปี ระสิทธภิ าพ
แนวทางการพฒั นาท่ี 1 สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาแนวทางในการฟื้นฟู
เศรษฐกจิ ด้านการท่องเที่ยวให้มีประสทิ ธภิ าพ
24
1. ขยายเวลาการพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และธนาคาร
เฉพาะกิจ รวมถึงลดดอกเบี้ยให้ระหวา่ งการพักหน้ี
2. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สาหรับฟื้นฟูกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจ
เกยี่ วเนอ่ื งในพืน้ ทท่ี ่ีได้รบั ผลกระทบจาก COVID-19
3. เร่งศกึ ษาพฤติกรรม ความคาดหวงั ของนักท่องเที่ยว ทีเ่ ปล่ยี นแปลงไปภายหลงั การระบาด
ของ COVID-19 เพ่ือพัฒนามาตรฐานและรปู แบบการท่องเทีย่ วใหม่ ๆ (New normal tourism)
4. จัดตั้งกองทุนระดับท้องถิ่นเพื่อเยียวยา ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยมาตรการสร้าง
แรงจูงใจดา้ นภาษี
5. เร่งสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถจัดการกับวิกฤติเบื้องต้นได้
ด้วยตนเอง
แนวทางการพัฒนาที่ 2 เร่งสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยและการบริการที่เป็นมาตรฐาน ให้กับ
นักทอ่ งเที่ยว
1. เร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานเพื่อสร้าง
ความเชอ่ื มน่ั แก่นักทอ่ งเท่ียว
2. ยกระดับมาตรฐานบริการด้านการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามแนวทางความปลอดภัยด้าน
สุขอนามัย
3. เรง่ รัดการพฒั นาและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเทยี่ วในพื้นที่ เชน่ การประกอบกิจการท่ีไม่
เปน็ ไปตามกฎหมาย หรือการหลอกลวงนกั ทอ่ งเทย่ี ว เป็นต้น
4. เร่งจัดการบริหารระบบบริการสาธารณสุข ให้สามารถรองรับสภาวะวิกฤติใหม่ได้อย่างฉบั
ไวและเพยี งพอ เช่น การฉดี วคั ซนี ปอ้ งกันโควดิ -19 เพื่อสรา้ งภมู ิคมุ้ กันหมู่
แนวทางการพัฒนาที่ 3 เร่งการจ้างงาน เพิ่มทักษะอาชีพ บุคลากรด้านท่องเที่ยวและธุรกิจที่
เกี่ยวเน่อื ง
1. เรง่ การจ้างงาน ผวู้ ่างงาน ผไู้ ด้รบั ผลกระทบจากโควิด 19
2. ฝกึ อบรมอาชพี ใหม่ หรือเพม่ิ ทกั ษะใหม่ ๆ
แนวทางการพัฒนาที่ 4 ถอดบทเรียนจากโมเดลต่าง ๆ ทั้งจากในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความ
พรอ้ มและป้องกัน
1. ศึกษาผลการดำเนนิ งาน จดุ ออ่ น จุดแขง็ (Pros & Cons) ของโมเดลการป้องกนั และ
แกป้ ญั หาในต่างประเทศหรือเมืองที่มีความใกล้เคียงกัน เพ่ือนำมาออกแบบแนวทางใหเ้ หมาะสม เช่น
Phuket Tourism Sandbox
2. สนับสนนุ ให้เกิดโอกาสและแนวทางใหม่ ๆ ในการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกิจในท้องถนิ่ เพื่อลด
การพง่ึ พาเศรษฐกจิ โลก
25
ประเด็นการพฒั นาที่ 2 สนับสนนุ และพัฒนาการทอ่ งเที่ยวเน้นคุณค่าทเี่ ปน็ มิตรตอ่ สง่ิ แวดล้อม
วัตถปุ ระสงค์
ก. เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานและความ
ปลอดภัย
ข. เพ่ือศกึ ษาวิจัยและสรา้ งนวตั กรรมการทอ่ งเท่ยี วเนน้ คุณคา่
ค. เพอื่ พฒั นากำลงั คนด้านการท่องเที่ยวและกิจการเกย่ี วเนอื่ ง
ง. เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่า กฎหมาย และมาตรฐานท่ี
เกีย่ วข้อง
จ. เพื่อสร้างการตลาดการทอ่ งเทยี่ วในระดับโลก
แนวทางการพัฒนาที่ 1 พัฒนาและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอานวยความสะดวกของแหล่ง
ทอ่ งเท่ียวใหม้ ีมาตรฐาน ความปลอดภัย
1. พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานให้มีศักยภาพรองรับการท่องเที่ยว
เน้นคณุ ค่า
2. พัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมแหล่งท่องเที่ยว
และโครงสรา้ งพืน้ ฐาน เพ่ือสรา้ งความเชื่อมัน่ แก่นกั ท่องเที่ยว
3. เพ่ิมประสิทธภิ าพระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เพือ่ สรา้ งความเช่ือม่นั และรองรับ
ภยั พบิ ัติและสาธารณภัยด้วยเทคโนโลยที ่ที ันสมัย
4. พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภยั ดา้ นการท่องเทย่ี วเพื่อเพ่ิมความเช่ือมั่นในด้านความ
ปลอดภัยในชวี ติ ทรัพย์สนิ รองรบั กลุ่มนกั ท่องเทยี่ วท่มี ีคุณภาพ
5. ฟนื้ ฟูทรัพยากรการทอ่ งเทีย่ วเพือ่ การทอ่ งเทีย่ วอย่างยั่งยนื
6. เพิ่มประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจัดการแหล่งทอ่ งเท่ียวอย่างชาญฉลาด
7. เช่อื มโยงการคมนาคมทัง้ ทางบก ทางอากาศและทางทะเล ที่เช่อื มโยงแหลง่ ท่องเทยี่ วเมือง
รองกับแหล่งท่องเที่ยวเมอื งหลกั
8. วางแผนและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค อาทิ พลังงานไฟฟ้า น้ำอุปโภค บริโภค ให้
เพียงพอกับการขยายตัวของการท่องเทยี่ วและเศรษฐกิจในอนาคต
9. เพ่ิมประสิทธภิ าพการบริหารจดั การของเสียจากครัวเรือนและกิจกรรมดา้ นเศรษฐกิจอย่าง
ครบวงจร เช่น น้าเสยี ขยะมูลฝอย และส่งิ ปฏิกูล โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม re-use, recycle
10. พัฒนาระบบผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้สอดคล้องต่อความต้องการของ
ท้องถิ่นและการพัฒนาที่สมดุล เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และการเป็นบ้านหลังที่สอง
(Second home) ของชาวไทยและชาวต่างชาติ
แนวทางการพัฒนาท่ี 2 วจิ ัยและพัฒนานวัตกรรมการท่องเทยี่ วเน้นคณุ คา่ ท่ีเปน็ มิตรตอ่ สิ่งแวดล้อม
1. ร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ พัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ การท่องเที่ยวเน้น
คณุ ค่า
2. วิเคราะห์ข้อมลู เพื่อพยากรณแ์ นวโนม้ ทศิ ทางและรปู แบบการท่องเทีย่ วในอนาคต
26
3. ศึกษา วิจัย และสร้างมาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานตาม
ความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ในภาพรวมของกลมุ่ จงั หวัดอนั ดามนั
4. วางแผนการพฒั นายุทธศาสตร์ด้านการทอ่ งเท่ยี ว
5. พัฒนาระบบข้อมลู ขา่ วสารและสร้างเครือขา่ ยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการ
ทอ่ งเที่ยวที่ยงั่ ยืน
6. วางระบบการบริหารจัดการ สร้างความสมดุล การขยายตัวและการเติบโตของ
นักทอ่ งเทย่ี วและการรองรับของแหลง่ ท่องเทยี่ ว
7. ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพือ่ สนับสนุนการเติบโต
ทางด้านเศรษฐกจิ บนฐานการรักษาสิ่งแวดล้อมทีเ่ ชื่อมโยงกับการท่องเทยี่ ว
8. จดั ต้ังศูนย์บริการขอ้ มลู สำหรบั นกั ลงทนุ ที่จะลงทุนในด้านท่องเทยี่ วอนั ดามนั
แนวทางการพัฒนาท่ี 3 พัฒนากำลงั คนดา้ นการท่องเท่ยี วหลากหลายรปู แบบ
1. พัฒนาหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมและ
ผเู้ รยี น
2. พัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการให้มีทักษะการท่องเที่ยวที่สอดรับกับการท่องเที่ยวเน้น
คณุ ค่า
3. จัดตั้งศูนย์หรือสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรการ
ทอ่ งเที่ยว
4. พัฒนาทักษะภาษา Reskill/Upskill ประชาชนในพื้นที่เพื่อเป็นฐานทรัพยากรด้านการ
ทอ่ งเที่ยว
แนวทางการพัฒนาที่ 4 พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ หลากหลาย
ตอบสนองการท่องเท่ียววถิ ใี หม่ และเปน็ มิตรกบั สิง่ แวดลอ้ ม
1. ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ที่เน้นคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าจากฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและมีชื่อเสียงระดับโลก (World Class Value-Based Tourism)
Satun Geo-Park Phuket Gastronomy city อ่าวเจมส์บอนด์ ฯลฯ เช่น Romantic Andaman
Route Andaman Go Green
2. กำหนดจุดเน้นเพื่อพัฒนาสู่การท่องเที่ยวระดับโลก โดยเชื่อมโยงจุดแข็งในพื้นที่และ
กจิ กรรมระหว่างกลุ่ม เชน่ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอันดามัน การเชอ่ื มโยงสปากับเชิงการแพทย์
(Andaman Health Tourism)
3. สร้างการมสี ว่ นร่วมกบั ภาคสว่ นท่ีเกีย่ วข้อง ในการพฒั นาการท่องเท่ียวเนน้ คุณค่า
4. สนับสนุนให้มีระบบติดตาม ระบบการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ด้วยเทคโนโลยีที่
ทันสมยั
5. สร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ รวมทั้งศึกษาและเสนอการปรับปรุงร่าง
กฎหมายทส่ี นบั สนุนการพัฒนาการทอ่ งเทยี่ ว
27
แนวทางการพฒั นาท่ี 5 สง่ เสรมิ การตลาดการทอ่ งเที่ยวในระดบั โลก
1. พัฒนาและยกระดับตลาดการท่องเที่ยวในทุกสาขาให้มีศักยภาพต่อการแข่งขันใน
ตลาดโลก
2. ใช้ข้อมูล Big data วิเคราะห์ในการสร้างภาพลักษณ์และจัดการข้อร้องเรียน ด้านการ
ท่องเทีย่ ว การบริการ ให้มีความเหมาะสมและเปน็ ธรรม
3. การเชื่อมโยงการบริการระหว่างธุรกิจการท่องเท่ียวในแต่ละรูปแบบและผู้เล่นที่เกี่ยวข้อง
เพือ่ ให้ได้แพคเกจทีส่ รา้ งสรรค์และนา่ สนใจ
4. ขยายตลาดโดยสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงวิสาหกิจท่องเที่ยวด้านต่าง ๆ ภายในกลุ่ม
จังหวัด เช่น ท่องเท่ยี วเชิงสุขภาพกบั ท่องเทย่ี วชุมชน
5. ในการท่องเที่ยวแต่ละแบบ เชื่อมโยงธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อบริการที่ดี
และยตุ ิธรรมต่อนักท่องเทยี่ ว เช่น ท่องเที่ยวเชงิ สุขภาพ ทำการเชือ่ มโยงการบริการเชิงการแพทย์ การ
บรกิ ารสปา การบริการรถเชา่ ของฝาก ฯลฯ
6. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ และส่งเสริม
การนาข้อมูลสารสนเทศและงานวิจยั มาใชใ้ นการพัฒนา
7. เชอื่ มโยงเครอื ข่ายทางการทอ่ งเท่ียว การค้าและบริการกบั กลุม่ ประเทศเพอื่ นบา้ น
8. พัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศในรูปแบบบ้านพี่เมืองน้องหรือแลกเปลี่ยนด้าน
วัฒนธรรมและเปน็ ฐานเช่ือมโยงการทอ่ งเทย่ี ว
9. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยว
เนน้ การสอ่ื สารที่เปน็ จุดแข็งและเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกัน
10. พัฒนาระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ทีส่ นับสนุนการเตบิ โตด้านการตลาดท่องเท่ียวในอนาคต
2.3 แผนพฒั นาจงั หวัดกระบ่ี พ.ศ.2561 - 2565 ฉบับทบทวนรอบปี พ.ศ.2565
ในการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวดั กระบี่ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้มี
การวิเคราะห์แผนพัฒนาจังหวัดกระบี่ พ.ศ. 2561 – 2565 ฉบับทบทวน รอบปี พ.ศ. 2565 ซ่ึง
เป็นการกำหนดแนวทางหลักในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของแต่ละภาคส่วน เพื่อร่วมกัน
ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดกระบี่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการท่องเที่ยว เกษตร
อุตสาหกรรม พลังงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับ
นานาชาติ เกษตรอตุ สาหกรรมย่ังยนื สังคมน่าอยู่เปน็ มติ รกับสงิ่ แวดล้อม และปรบั ตัวเท่าทันต่อบริบท
การเปล่ยี นแปลง” โดยเป็นการปรับแผนพฒั นาจังหวดั สำหรับการดำเนนิ การในปสี ุดท้ายของแผนน้ีให้
สอดคล้องกับสถานการณ์ ซง่ึ เปน็ ชว่ งปีที่ทกุ ภาคส่วนกำลังเผชญิ กับผลกระทบของการแพร่ระบาดของ
โรคไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 ทำให้ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นภาคส่วนหลักของจังหวัดกระบี่ต้อง
เผชิญกับภาวะถดถอย ขณะที่ภาคการเกษตรและภาคอื่น ๆ ได้รับผลกระทบและอยู่ในภาวะถดถอย
เช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกัน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้โอกาสในการฟื้นฟูมีความอุดมสมบรู ณ์
เพ่มิ ขนึ้
โดยสามารถวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการที่สำคัญของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดกระบ่ี
ที่เกยี่ วขอ้ งกบั ภาคการทอ่ งเทย่ี วไดด้ งั นี้
28
1. ปัญหาน้ำเสียในพื้นที่อ่าวนางและพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดที่ขาดการจัดการระบบการบำบัด
นำ้ เสยี
2. ถนนเลีย่ งเมอื งในพื้นทีต่ ำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
3. ทา่ เทยี บเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise)
4. สง่ิ อำนวยความสะดวกด้านระบบสาธารณูปโภคและสาธารณปู การในพน้ื ทเ่ี กาะลันตา
5. ปัญหาด้านความปลอดภยั ทางการท่องเทีย่ ว
6. ปัญหาด้านการจดั การขยะ
7. การขาดปา้ ยส่ือความหมายทางการทอ่ งเท่ียวในหลายพืน้ ที่
8. ชมุ ชนทอ้ งถ่ินหลายพืน้ ท่ตี อ้ งการการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนดา้ นการทอ่ งเที่ยว
9. ขาดการวางแผนการบริหารจดั การพื้นท่สี าธารณะในแหลง่ ท่องเทีย่ ว
ในด้านการท่องเที่ยวมีความเกี่ยวโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัด ยุทธศาสตร์ที่ 1 นั่นคือ
พัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) เพิ่มศักยภาพให้ได้มาตรฐานใน
ระดับสากล และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระดบั ภูมิภาคและนานาชาติ มีงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในปี
2559 – 2562 จำนวน 296.38 ล้านบาท ซึ่งจากการดำเนินงานพบว่าสามารถดำเนินงานได้ตาม
ตัวชี้วัด โดยสำนักงานจังหวัดกระบี่ (2564) ได้สรุปถึงแนวทางการพัฒนาจังหวัดกระบี่ในด้านการ
ท่องเท่ยี วดังน้ี
1. การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสียและมลภาวะทางอากาศ โดยเน้นที่ระบบ
บำบัดน้ำเสยี และการกำจัดขยะ
2. การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวและระบบการช่วยเหลือ
นกั ท่องเที่ยว โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การท่องเท่ียวทางนำ้
3. การบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่มคี วามหลากหลายตามศกั ยภาพของจงั หวัดกระบ่ี อาทิ
การท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม การท่องเทย่ี วเชงิ อาหาร การท่องเท่ียวฮาลาล การทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชน
4. การบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว
เพอ่ื อำนวยความสะดวกนกั ทอ่ งเท่ียว
5. การสอื่ สารการตลาดและการประชาสมั พนั ธเ์ ชงิ รุกเพื่อดึงดูดนักท่องเทย่ี ว
6. การขับเคลือ่ นธรุ กจิ การทอ่ งเที่ยวสีเขียวใหเ้ พิ่มข้ึน
ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์งบประมาณท่ีจังหวดั กระบี่ให้การสนับสนุนในปีงบประมาณ 2565 พบว่า
เป็นงบประมาณสำหรับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ประมาณ 151.66 ลา้ นบาท แผนงานด้านการพฒั นารปู แบบการท่องเทีย่ วท่ีหลากหลาย การสง่ เสริม
การท่องเที่ยวชุมชน ประมาณ 57.11 ล้านบาท แผนงานด้านความปลอดภัย 88.36 ล้านบาท แต่
ในงบประมาณส่วนนี้เป็นงบด้านส่งเสริมสุขภาพให้กับโรงพยาบาลประมาณ 62 ล้านบาท แผนด้าน
การตลาดและสร้างภาพลักษณ์เชิงรุก ประมาณ 5.94 ล้านบาท แผนด้านการเป็นเจ้าบ้านที่ดีและ
พัฒนาบุคลากร ประมาณ 3.12 ล้านบาทในการพัฒนาธุรกิจโรงแรมสีเขียว แผนงานด้านการพัฒนา
ผลิตภัณฑ์ OTOP ภายใต้ Krabi Go Green 7.5 ล้านบาท การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน 1.2 ล้าน
บาท และงบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวสุขภาพประมาณ 3 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้รับ
งบประมาณอื่น ๆ จากกระทรวง กรมต่าง ๆ อีกประมาณ 900 ลา้ นบาทในการพัฒนาส่ิงอำนวยความ
สะดวกและส่งเสริมการท่องเที่ยว เพียงแต่งบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบประมาณในการปรับปรุงและ
29
ก่อสรา้ งในแหล่งท่องเทยี่ ว โดยสรปุ แล้วในแผนและการกระจายงบประมาณส่วนใหญ่กำหนดตามการ
แกไ้ ขปญั หา ความจำเปน็ เพ่ือพัฒนาภาพรวมของจังหวดั กระบ่ีเป็นสำคัญ
2.4 จุดแขง็ จุดอ่อน โอกาส และ อปุ สรรคของการทอ่ งเท่ยี วจังหวัดกระบ่ี
จากข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวไทย
ระยะที่ 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และแผนพัฒนาจังหวัดกระบ่ี
พ.ศ. 2561 – 2565 ฉบับทบทวน รอบปี พ.ศ. 2565 รวมถึงการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและ
ประเด็นการพฒั นาการท่องเท่ยี วในภาคใต้ฝง่ั อนั ดามนั และจงั หวดั กระบี่ สามารถวิเคราะหส์ ถานการณ์
จดุ แขง็ จุดออ่ น โอกาสและอุปสรรคของการทอ่ งเท่ยี วจงั หวัดกระบ่ไี ดด้ ังนี้
จดุ แขง็ (Strengths)
1. ทรัพยากรธรรมชาติทางการท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์ และมีความ
หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางทะเลและชายหาด ภูเขา ถ้ำและน้ำตก ตลอดจนป่าไม้ ที่มีชื่อเสียงใน
ระดบั ประเทศและนานาชาติ
2. การท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายของรูปแบบท่องเที่ยวทั้งการทางทะเล ทางบก วิถี
ชุมชน เชิงสขุ ภาพ และศิลปวัฒนธรรม เปน็ ทางเลอื กให้นักท่องเที่ยว
3. กิจกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูงท่ี
สามารถนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดกระบี่บนฐานความ
เงยี บสงบ ความผ่อนคลายและความโรแมนติค
4. ทำเลที่ตั้งของจังหวัดกระบี่ตั้งอยู่ในพื้นที่เชื่อมโยงกับหลายจังหวัดทั้งฝั่งอ่าวไทยได้แก่
จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี และฝั่งอันดามันได้แก่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา
และจังหวัดตรังท่ีก่อให้เกิดความเชื่อมโยงทางการท่องเท่ียว รวมถึงการมีระบบการคมนาคมท่ีสะดวก
ทั้งทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศที่มีความพร้อมรองรับการเดินทางสามารถเข้าถึงจากทั้งภายใน
และตา่ งประเทศ คือ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่
5. ความเข้มแข็งของประชาคมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ที่ยึดมั่นปฏิญญา
กระบี่ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติด้วยการท่องเที่ยวสี
เขียว การสงวนพื้นที่ชายหาดและท้องทะเล มิให้ผู้ประกอบการวางสิ่งกีดขวางบนชายหาดหรือ
ประกอบกิจกรรมและเล่นกฬี าในทะเลท่ีขดั ตอ่ ทัศนยี ภาพและการพกั ผ่อนอย่างสงบของนักท่องเท่ยี ว
6. ความพรอ้ มของคนกระบต่ี ่อการรองรับการท่องเท่ียว ดังเช่นคำขวัญของจังหวัดกระบี่ที่ว่า
“เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” โดยคนกระบี่มีวัฒนธรรมและเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็งอยู่ร่วมกันอย่าง
เป็นสขุ ภายใตส้ งั คมพหุวัฒนธรรม มีวถิ ีชวี ติ เรยี บงา่ ย มีความสมานฉันท์ และมคี วามเป็นมติ ร
7. เครือข่ายการท่องเที่ยวภาคเอกชนที่มีความแข็งแกร่งและยึดมั่นในการขับเคลื่อนการ
ท่องเที่ยวที่เป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อมที่มีความสามัคคี และมุ่งมั่นในการขับเคลือ่ นเมืองท่องเท่ียวคุณคา่
สงู ทมี่ ชี ่อื เสยี งระดับนานาชาติ
30
จดุ อ่อน (Weaknesses)
1. ขาดระบบการบริหารจัดการและโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่เพียงพอ
รองรับมลภาวะที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่กำจัดขยะ เป็นต้น ทำให้แหล่งท่องเที่ยว ขาด
ความเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่มีการ
เปล่ยี นแปลง โดยเฉพาะอย่างยิง่ ขยะ น้ำเสีย การบุกรุกทำลายป่า รวมถงึ ภยั ธรรมชาติ
2. การบูรณาการของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ กับเครือข่ายภาคเอกชน และชุมชน
ท่องเทยี่ วในการพัฒนาการทอ่ งเท่ยี วยังไม่มปี ระสิทธิภาพ
3. หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหายังดูแลจัดการปัญหาท่ีเกิดขึ้นอย่างไม่
ครอบคลุม เนือ่ งจากความแตกต่างของหน่วยงานต้นสังกดั ท่ีมีกระทรวง กรม กองทแี่ ตกต่างกนั
4. การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ต่อผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิด รวมถึงการ
ควบคุมและกับสถานประกอบการที่พักโรงแรม หรือร้านค้า ร้านอาหารในการจัดการบำบัดของเสีย
อย่างจริงจงั และต่อเนื่องยังไม่มีประสิทธิภาพก่อใหเ้ กิดผลกระทบและมกี ารปลอ่ ยมลพิษสู่สิง่ แวดล้อม
รวมถึงความผดิ ด้านอาชญากรรม
5. โครงสร้างพื้นฐานและสงิ่ อำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเทีย่ วยังไม่ไดม้ าตรฐาน เพียงพอ
ต่อการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งท่องเที่ยวภายใต้ความเป็นเมือง
ท่องเที่ยวคุณค่าสูง เช่น ถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว
สนามบินรองรับผู้โดยสารและเครอ่ื งบินไมเ่ พียงพอจากทีม่ ีปริมาณเพ่มิ ขึ้น
6. ระบบความปลอดภัยยังไม่มาตรฐานและเป็นระบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัย
ทางการท่องเที่ยว รวมถงึ กล้องวงจรปดิ ทค่ี รอบคลุมทุกพ้นื ท่ีของจังหวัดกระบ่ี
โอกาส (Opportunities)
1. กระแสการท่องเที่ยวทีเ่ ป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเป็นกระแสการทอ่ งเที่ยวที่กำลังเปน็ ที่นิยม
ในระดับโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเดินทางมาเยือนจังหวัดกระบี่มากขึ้น โดยเป็นตลาด
นกั ทอ่ งเทีย่ วเฉพาะกลุ่มท่ีมคี ณุ ภาพ และมกี ำลังจ่ายในการท่องเทยี่ วสงู
2. นโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพ
ของจงั หวัด กระบี่ และจังหวดั ในกลมุ่ จังหวดั อนั ดามัน ซงึ่ เป็นแหลง่ สรา้ งรายไดด้ ้านการทอ่ งเทยี่ ว จงึ มี
โอกาสทีจ่ ะได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาดา้ นต่าง ๆ มากขึ้น
3. การเข้าสังคมผู้สูงอายุของโลกและกระแสโลก ส่งผลให้เกิดความนิยมการท่องเที่ยวเชิง
สุขภาพ ซึ่งจังหวัดกระบี่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลายแห่ง เช่น น้ำตกร้อน น้ำพุร้อนเค็มและ
ธุรกจิ บรกิ ารสขุ ภาพทพี่ รอ้ มให้บริการ
4. ด้วยการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดกระบี่
สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนและชาวมุสลิม ส่งผลใหเ้ ศรษฐกิจขยายตัว จาก
การลงทุนและการประกอบการทเ่ี พ่ิมข้นึ
6. สื่อมวลชนในช่องทางต่างๆ เช่น โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ท รวมถึงสื่อสมัยใหม่
ประเภทบล็อคเกอร์ ยูทูปเบอร์ ให้ความสนใจเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสู่
สาธารณชนผา่ นช่องทางการส่อื สารต่าง ๆ ทัง้ สือ่ เดมิ และสอ่ื สมยั ใหม่
31
7. เครือข่ายสถาบันการศึกษาและแหล่งทุนวิจัยและพัฒนาหลายแห่งให้ความสำคัญกับการ
ขับเคลอ่ื นและพัฒนาจังหวัดกระบผี่ ่านงานวิจัยและนวัตกรรมในรูปแบบทุนวจิ ัยและความร่วมมือทาง
วชิ าการ
8. ความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้มีการสื่อสาร
เอกลักษณ์และความโดดเด่นของจังหวัดกระบี่ด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำมาใช้
ประโยชน์ในการสรา้ งประสบการณ์ให้กบั นกั ท่องเที่ยว
อปุ สรรค (Threats)
1. แนวโน้มที่ตลาดการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่มีการเปลี่ยนแปลง โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนมี
การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยพฤติกรรมการ
ทอ่ งเทย่ี วของนักท่องเทยี่ วบางกลุ่ม เช่น ชาวรัสเซีย จีน ไมส่ อดคลอ้ งนักท่องเทีย่ วทีเ่ ป็นกลุ่มลกู ค้าเดิม
ที่รักความสงบ เช่น ชาวสแกนดิเนเวีย ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักความสงบอาจจะเปลี่ยนเป้าหมาย
การเดินทางจากจงั หวดั กระบเ่ี พื่อแสวงหาแหลง่ ท่องเทย่ี วใหม่
2. การดำเนินโครงการพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ ขาดการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบ
รวมถงึ ขาดการดำเนนิ การทเี่ ป็นระบบกอ่ ให้เกิดผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
3. สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของ
นักทอ่ งเทย่ี วส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกจิ ประเทศและจังหวดั กระบ่ี
4. การก่อการร้ายสากลและอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการ
ทอ่ งเทย่ี วของจังหวดั และประเทศ
5. การแข่งขันทางการท่องเที่ยวสูงขึ้น มีคู่แข่งทั้งในประเทศและประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ตา่ งใหค้ วามสำคัญกับการกำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาดเพ่ือดึงดดู นักท่องเท่ยี วไปทอ่ งเทย่ี ว
6. การแพรร่ ะบาดของโรคไวรสั โคโรน่า หรอื COVID-19 ส่งผลกระทบทางลบตอ่ ภาคธุรกิจ
การทอ่ งเทยี่ วท่ขี าดรายไดม้ าเปน็ ระยะเวลานาน เน่ืองจากต้องปิดตัวลง
32
ส่วนที่ 3 แผนพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วจงั หวัดกระบ่ี ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570)
3.1 วิสัยทัศนก์ ารพฒั นาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570)
ตามที่แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้กำหนด
ยุทธศาสตร์ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเน้นคุณค่า (High Value) และความย่ังยืนทางเศรษฐกจิ
สังคม และสิ่งแวดล้อมมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีความสมดุลและกระจายรายได้อย่างทั่วถึง พร้อม
รับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ ภายใต้วิสัยทัศน์ “การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็น
อุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่า มีความสามารถในการปรับตัว เติบโตอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม
( Rebuilding High Value Tourism Industry with Resilience, Sustainability and Inclusive
Growth)” และจากสถานการณ์การท่องเท่ียว ปญั หา อปุ สรรค และผลกระทบจากการเตบิ โตของการ
ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ที่ผ่านมา การกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
(พ.ศ. 2566 – 2570) คร้ังน้ีจึงกำหนดใหม้ งุ่ เนน้ การขับเคลือ่ นจังหวัดกระบ่ใี ห้เป็น
“เมืองทอ่ งเทีย่ วคุณค่าสงู ท่ีมีคุณภาพระดบั นานาชาติบนฐานการบรหิ ารจดั การอยา่ งย่ังยนื
ภายใต้การมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน”
“High-value Tourism Destination with International Standard Based on
Sustainable Management through the Collaboration of all Tourism
Stakeholders”
3.2 เปา้ หมายของแผนพัฒนาการท่องเทีย่ วจงั หวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570)
เพอ่ื กำหนดเป้าหมายการพัฒนาการท่องเท่ยี วจังหวัดกระบีใ่ ห้สอดคล้องกบั ทิศทางการพัฒนา
ของวสิ ยั ทศั นข์ องแผนพัฒนาการท่องเที่ยวคุณค่าสูงจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) ในการเป็น
“เมอื งท่องเทย่ี วคุณคา่ สูงท่ีมีคุณภาพระดับนานาชาติบนฐานการบรหิ ารจัดการอย่างยั่งยืน ภายใต้การ
มีสว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน” และสอดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาการท่องเทยี่ วแห่งชาติ ฉบับท่ี 3 ท่ีต้องการ
พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเทย่ี วเพื่อสรา้ งเสริมความเขม้ แข็ง ยืดหย่นุ ยง่ั ยืน และมสี ว่ นรว่ ม เพอ่ื มอบ
ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่า บนพื้นฐานของการบูรณาการเชื่อมโยคทุกภาคส่วน และ
สอดคล้องกับแผนพัฒนาจงั หวดั กระบี่ในประเดน็ การพฒั นาที่ 1 พฒั นาการท่องเท่ียวให้มคี ณุ ภาพและ
ยั่งยืน เพิ่มศักยภาพให้ได้มาตรฐานสากลบนฐานอัตลักษณ์ และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
และนานาชาติ จงึ ได้กำหนดภายใตเ้ ป้าหมายในการพฒั นาการท่องเทย่ี วใน 6 ด้านตอ่ ไปนี้
(1) เพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่หลากหลาย มีความโดดเด่น และเติบโต
อย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ เชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน มีอัตลักษณ์ และเป็นมิตรกับ
ส่ิงแวดลอ้ ม
(2) เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่สร้างสรรค์ มีการขยายตัวทางเศรษฐกจิ
อย่างมเี สถียรภาพ สรา้ งงาน สร้างรายได้ และกระจายรายได้ถึงชุมชน
(3) เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพในการบริการระดับสากลบนฐานอัต
ลักษณ์ท้องถนิ่ มีความสามารถในการปรับตัวพร้อมรบั มอื การเปลี่ยนแปลงทุกรปู แบบ
33
(4) เพ่อื พฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน ระบบคมนาคม และสง่ิ อำนวยความสะดวกพร้อมรองรับคน
ท้งั มวล สอดคล้องกับขดี ความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเทย่ี ว
(5) เพื่อการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงการท่องเท่ียวของจังหวัดสูภ่ ูมิภาคและ
นานาชาติ
(6) เพอื่ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และสขุ อนามัยส่งิ แวดล้อม เพ่ือ
สร้างความเช่ือมนั่ และภาพลกั ษณท์ ด่ี แี ก่นกั ท่องเท่ยี ว
3.3 ตวั ช้วี ดั หลักระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570)
(1) อัตราการขยายตวั รายได้จากการท่องเท่ยี วเพิ่มขึ้นไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 3 จากปีทผี่ า่ นมา
(2) อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
สาขาท่ีพกั แรมและบริการดา้ นอาหาร ขยายตวั ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 3 จากปที ผ่ี า่ นมา
(3) การพัฒนาทักษะของบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยผ่าน
การฝึกอบรมไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70
(4) จำนวนแหล่งท่องเทีย่ วท่ีได้รับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก หรอื โครงสร้างพื้นฐานไม่
น้อยกวา่ 5 แหง่ ต่อปี
(5) จำนวนชุมชนท่องเที่ยวและสถานประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เข้าสู่
เกณฑ์มาตรฐานแต่ละประเภทสถานประกอบการ ไม่น้อยกวา่ 5 แห่งต่อปี
(6) จำนวนแหลง่ ท่องเทย่ี วทเี่ ข้าสู่ Smart City ไมน่ ้อยกวา่ 2 แหง่
(7) ร้อยละของจำนวนพื้นที่ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีคุณภาพน้ำทะเลจากการ
ตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยว
ทัง้ หมด
(8) จำนวนอบุ ัติภยั ที่เกิดกับนักท่องเทีย่ วชาวตา่ งชาตลิ ดลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ตอ่ ปี
(9) แหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการด้านสุขภาพ ผ่านการตรวจประเมินรับรองตาม
มาตรฐาน รอ้ ยละ 100
(10) จำนวนกจิ กรรมหรอื การพัฒนาด้านการทอ่ งเทีย่ วท่ีเช่อื มโยงกบั ภมู ภิ าคและต่างประเทศ
ไมน่ ้อยกวา่ 5 กิจกรรม/ครง้ั ตอ่ ปี
3.4 พันธกิจของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570)
1) พัฒนาและยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดเมือง
ท่องเที่ยวคุณค่าสูง ที่มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวย
ความสะดวกในระดับสากล ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนบนฐานทรัพยากรทั้งทางธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถี
ชีวิตชุมชน อัตลักษณ์วัฒนธรรมและเกื้อหนุนเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการสร้างสุขอนามัย ความ
ปลอดภยั ทางด้านชีวติ ทรพั ยส์ ิน และสขุ ภาพของนักท่องเทีย่ วในยุค New Normal
34
2) สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวภายใต้รูปแบบเฉพาะของจังหวัดกระบี่ที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม ภายใต้ธรรมชาติที่สวยงาม อัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวกระบี่ และประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีดจิ ิทลั กบั การบรหิ ารจดั การการทอ่ งเทย่ี ว
3) พัฒนาสนิ คา้ และบริการ ตลอดจนมาตรฐานของสถานประกอบการทางการท่องเที่ยว ดว้ ย
แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจหมุนเวียนภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนและทุกภาคส่วน
ขับเคล่ือนด้วยนวตั กรรมและเทคโนโลยีสมยั ใหมใ่ นการเพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลิตและการบริการ
4) สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองน่าอยู่บนฐานการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับ
นานาชาติ ส่งเสริมให้เกดิ การขับเคลื่อนเมืองท่องเทีย่ วคณุ ภาพด้วยการพัฒนาทุนมนุษย์ใหม้ ีศกั ยภาพ
การบริการระดับนานาชาตเิ พื่อรองรับนกั ท่องเท่ียวในยุคการท่องเท่ียวแบบปกติใหมบ่ นความเป็นมิตร
และจรงิ ใจของคนกระบี่
3.5 ยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาการท่องเที่ยวคุณค่าสูงจังหวัดกระบี่ (พ.ศ. 2566 – 2570) จะบรรลุวิสัยทัศน์
เป้าประสงค์ และพันธกิจ ได้นั้นจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนา 6
ยุทธศาสตร์ ดงั น้ี
1. การพัฒนาและบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูง (High Value Destination
Development)
2. การพฒั นาสนิ คา้ และบริการทางการท่องเท่ียวคุณคา่ สูง (High Value Tourism Products
and Services)
3. การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อการท่องเที่ยวคุณค่าสูง (Human Capital for High Value
Tourism)
4. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวคุณค่าสูง (High Value Tourism
Facilities)
5. การสรา้ งประสบการณ์การท่องเทีย่ วคุณคา่ สงู (High Value Tourism Experience)
6. การสรา้ งความเชอ่ื ม่นั ตอ่ การทอ่ งเทย่ี วคุณคา่ สงู (High Value Tourism Trust)
3.6 แนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์
ท้ังน้ใี นการดำเนินงานของแต่ละยทุ ธศาสตร์ได้กำหนดเป้าประสงค์ตามแนวทางการพัฒนาใน
ลกั ษณะของกลยุทธ์จำแนกตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของแผนรวมทง้ั สิ้น 6 แนวทางการพัฒนา
ดงั ต่อไปน้ี
แนวทางการพัฒนาที่ 1 พัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่หลากหลาย มีความโดดเด่น
และเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ เชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรม วิถีชุมชน มีอัตลักษณ์ และ
เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม
35
เป้าประสงค์
1.1 แหลง่ ท่องเท่ียวธรรมชาติ วฒั นธรรม และชมุ ชนของประเทศไทยมีมาตรฐานความย่ังยืน
ระดบั สากล
1.2 จังหวัดกระบี่มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบที่
เกิดต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการกำจัดของเสียและลดมลพิษ
เพ่อื อนรุ ักษแ์ หล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทอ่ี ุดมสมบรู ณ์
1.3 การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูงภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวสีเขียวที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดลอ้ ม
ตัวชี้วดั แนวทางการพฒั นาท่ี 1 ปี พ.ศ.
ตารางท่ี 1 ตวั ชวี้ ัดแนวทางการพัฒนาที่ 1
ที่ ตวั ช้ีวดั แนวทางการพัฒนา 1
2566 2567 2568 2569 2570
ความพึงพอใจของนักท่องเท่ียวชาว ไม่ต่ำกว่า ไม่ตำ่ กวา่ ไมต่ ำ่ กวา่ ไมต่ ำ่ กวา่ ไม่ตำ่ กว่า
1 ไทยและชาวต่างประเทศต่อการ ปที ี่ผ่าน ปที ผ่ี า่ น ปีท่ีผา่ น ปีที่ผา่ น ปีที่ผา่ น
ท่องเท่ียวในจังหวัดกระบ่ี มา มา มา มา มา
จำนวนชุมชนที่ดำเนินการการ
2 ท่องเที่ยวโดยชุมชนได้รับการ 2 ชมุ ชน 3 ชุมชน 4 ชุมชน 5 ชมุ ชน 6 ชุมชน
ประเมนิ ตามเกณฑม์ าตรฐาน
3 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ
การท่องเทีย่ วเชงิ สขุ ภาพเพม่ิ ขน้ึ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙
4 จำนวนการพัฒนาการท่องเที่ยว 1 2 3 4 5
รูปแบบพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กจิ กรรม กจิ กรรม กจิ กรรม กิจกรรม กิจกรรม
คณุ ค่าสูง
5 จำนวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการ ไม่ตำ่ กว่า 2 แหลง่ ท่องเทีย่ ว
พฒั นาเปน็ เมอื งอัจฉรยิ ะอย่างย่งั ยืน
แนวทางการพฒั นา
(1.1) พัฒนาโซนการท่องเที่ยวหลักของจังหวัดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียวระดับอาเซียน
และเป็นเมืองอัจฉริยะ มีการเติบโตอย่างยั่งยืน มีความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงาน
สะอาด
(1.2) พัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้มาตรสากลบนฐานอัตลักษณ์ความเป็นไทย และ
เพิ่มศกั ยภาพการบริการการท่องเทีย่ วเชิงสขุ ภาพ
36
(1.3) พฒั นาให้เปน็ เมืองศลิ ปวัฒนธรรมท้องถ่ิน วถิ ชี ุมชน และศลิ ปะรว่ มสมัย โดยการมีส่วน
ร่วมของชุมชน
แนวทางการพัฒนาที่ 2 พัฒนาสินคา้ และบรกิ ารดา้ นการทอ่ งเท่ยี วทส่ี ร้างสรรค์ หลากหลาย มกี าร
ขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ สร้างงาน สร้างรายได้และกระจายรายได้เชื่อมโยงกับ
เศรษฐกจิ ทอ้ งถ่นิ
เป้าประสงค์
2.1 จังหวัดกระบี่มีรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่โดดเด่น มีกิจกรรมและแหล่ง
ท่องเที่ยว ที่หลากหลาย เพื่อรองรับความสนใจและพฤติกรรมที่แตกต่างกันของนักท่องเที่ยวแต่ละ
กล่มุ
2.2 วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ได้รับการต่อยอดในการ
สรา้ งมูลคา่ ด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบอย่างสรา้ งสรรค์
2.3 จงั หวดั กระบ่มี กี ารทอ่ งเที่ยวรูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลายท่ีสามารถลดการกระจุกตัว
ของนกั ท่องเท่ยี วในแหลง่ ท่องเท่ียว
2.4 การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยกระดับขีด
ความสามารถทางการแข่งขนั ของการท่องเท่ียวจงั หวัดกระบี่
ตัวชี้วดั แนวทางการพัฒนาท่ี 2 ปี พ.ศ.
ตารางท่ี 2 ตวั ชี้วดั แนวทางการพฒั นาที่ 2
ที่ ตวั ชีว้ ดั แนวทางการพัฒนาที่ 2
2566 2567 2568 2569 2570
1 ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต่ำ ไมต่ ำ่ ไม่ต่ำ ไมต่ ำ่ ไม่ตำ่
และชาวต่างประเทศต่อการ แหล่ง กว่าปีท่ี กว่าปีท่ี กวา่ ปีท่ี กวา่ ปที ่ี กวา่ ปีที่
ท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก ผา่ นมา ผา่ นมา ผ่านมา ผ่านมา ผา่ นมา
ทางการทอ่ งเทยี่ ว
2 จำนวนสินค้าที่ระลึกและของฝากที่มี 10 11 12 13 14
เอกลักษณข์ องจังหวดั กระบี่
จำนวนนกั ท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเท่ียว 1 1.1 1.2 1.3 1.4
3 เชงิ กฬี า และการท่องเท่ียวทางเลือก
แสนคน แสนคน แสนคน แสนคน แสนคน
จำนวนธุรกิจท่องเที่ยวที่มีการพัฒนาขีด
4 ความสามารถในการแข่งขันบนฐานวิจัย 5 แห่ง 6 แห่ง 7 แห่ง ๘ แหง่ ๙ แห่ง
เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมสมัยใหม่
37
ที่ ตวั ช้ีวดั แนวทางการพัฒนาท่ี 2 ปี พ.ศ.
2566 2567 2568 2569 2570
5 จำนวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการประยุกต์ใช้ 5 แห่ง 6 แห่ง 7 แหง่ ๘ แห่ง ๙ แหง่
เทคโนโลยีดจิ ิทลั ในการบรหิ ารจดั การ
แนวทางพัฒนา
(2.1) พัฒนา และฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน สร้างความตระหนักในการรักษา
ทรพั ยากรทางการทอ่ งเท่ยี ว และสงิ่ แวดลอ้ ม
(2.2) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และรูปแบบใหม่ๆ ที่เน้นคุณภาพ และ
เพิม่ มูลคา่ จากฐานทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่หลากหลาย และมชี ือ่ เสียงระดับโลก
(2.3) พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวให้มี
คุณภาพสงู มอี ัตลกั ษณป์ ระจำถ่ิน
(2.4) พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน รวมทั้งสินค้าและบริการในชุมชนให้ได้มาตรฐานบน
ฐานอตั ลักษณ์ประจำถิน่
แนวทางการพัฒนาท่ี 3 พฒั นาบคุ ลากรทางการท่องเเท่ียวให้มีศักยภาพในการบริการระดับสากล
บนฐานอัตลกั ษณ์ทอ้ งถิน่ มคี วามสามารถในการปรบั ตวั พรอ้ มรบั มอื การเปลยี่ นแปลงทุกรปู แบบ
เปา้ ประสงค์
3.1 บุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และ
ไดร้ บั โอกาสในการพฒั นาตอ่ ยอดความรแู้ ละทักษะตามมาตรฐานสากลอยา่ งต่อเนื่อง
3.2 บุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวจังหวัดกระบ่ีมีศักยภาพและมาตรการการบริการ
ในระดบั นานาชาติบนฐานอัตลักษณ์ของจงั หวดั กระบี่
ตวั ชวี้ ัดแนวทางการพฒั นาท่ี 3 ปี พ.ศ.
ตารางที่ 3 ตัวชวี้ ัดแนวทางการพฒั นาท่ี 3 2566 2567 2568 2569 2570
ที่ ตวั ชว้ี ัดแนวทางการพัฒนาท่ี 3
คะแนนเฉลี่ ย คว า ม พึ ง พ อใ จ ข อ ง ไมต่ ่ำ ไม่ตำ่ ไม่ต่ำ ไม่ตำ่ ไมต่ ่ำ
1 นกั ท่องเทยี่ วชาวไทยและต่างชาติต่อการ กวา่ ปีท่ี กวา่ ปที ี่ กวา่ ปีท่ี กวา่ ปที ่ี กว่าปที ่ี
ให้บรกิ ารของบคุ ลากรทางการทอ่ งเทย่ี ว ผ่านมา ผ่านมา ผ่านมา ผ่านมา ผ่านมา
จำนวนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวได้รับ บคุ ลากรภาครฐั และภาคเอกชนไมน่ ้อยกวา่
2 การพัฒนาทักษะให้ได้มาตรฐานการ 10,000 รายต่อปี
ท่องเทย่ี วเชิงคุณภาพ
38
ปี พ.ศ.
ที่ ตัวชว้ี ัดแนวทางการพัฒนาท่ี 3
2566 2567 2568 2569 2570
ผลการประเมินการพัฒนาทักษะของ ไม่น้อย ไมน่ ้อย ไม่นอ้ ย ไม่นอ้ ย ไมน่ ้อย
3 บุคลากรในอตุ สาหกรรมการท่องเท่ียวให้ กวา่ ร้อย กว่ารอ้ ย กว่าร้อย กว่าร้อย กว่าร้อย
มศี กั ยภาพสูงข้นึ ท่ผี ่านเกณฑ์
ละ 70 ละ 70 ละ 70 ละ 70 ละ 70
แนวทางการพฒั นา
(3.1) พัฒนาหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ ให้สามารถรองรับและมีจำนวนเพียงพอกับความ
ต้องการในอุตสาหกรรมการท่องเทีย่ ว
(3.2) พัฒนาบุคลากร และผู้ประกอบการให้มีทักษะ จิตบริการ และองค์ความรู้ด้านการ
ทอ่ งเทย่ี วทีม่ คี ุณภาพ เท่าทนั การเปลยี่ นแปลงทเี่ กิดข้ึนอยา่ งรวดเรว็
แนวทางการพัฒนาที่ 4 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมที่เชื่อมโยง มีความปลอดภัย
และสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับคนทั้งมวล ตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับขีด
ความสามารถในการรองรับของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
เปา้ ประสงค์
4.1 จังหวัดกระบี่มีการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและสิ่งอำนวยความ
สะดวกที่เชื่อมโยง มีคุณภาพ และเพียงพอ สามารถรองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวครอบคลุมท้ัง
จงั หวัด
4.2 จังหวัดกระบม่ี ีเส้นทางคมนาคมท่ีเช่ือมโยงแหลง่ ท่องเท่ียวในจงั หวดั กระบ่ีที่ไร้รอยต่อทำ
ให้สามารถอำนวยความสะดวกนักท่องเทีย่ วในการเดินทางท่องเทีย่ วไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ตวั ชวี้ ัดแนวทางการพฒั นาท่ี 4 ปี พ.ศ.
ตารางที่ 4 ตัวชวี้ ดั แนวทางการพัฒนาท่ี 4 2566 2567 2568 2569 2570
ท่ี ตัวชี้วดั แนวทางการพัฒนาท่ี 4
1 ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ตำ่ ไมต่ ำ่ ไมต่ ำ่ ไม่ตำ่ ไมต่ ำ่
แ ล ะ ช า ว ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ต ่ อ ก า ร แ ห ล่ ง กว่าปที ่ี กว่าปีที่ กวา่ ปที ี่ กวา่ ปีที่ กว่าปีท่ี
ท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก ผ่านมา ผ่านมา ผ่านมา ผ่านมา ผา่ นมา
ทางการท่องเทย่ี ว
39
ปี พ.ศ.
ที่ ตวั ชี้วัดแนวทางการพัฒนาที่ 4
2566 2567 2568 2569 2570
จำนวนแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วท่ีได้รบั การพัฒนา
2 สิ่งอำนวยความสะดวก หรือโครงสร้าง 5 แห่ง 6 แห่ง 7 แหง่ 8 แหง่ 9 แหง่
พืน้ ฐาน
จำนวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการใช้ขีด - 2345
3 ความสามารถในการรองรับของแหล่ง แหลง่ แหล่ง แหล่ง แหล่ง
ท่องเทีย่ วในการบริหารจัดการ
จำนวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีการใช้ระบบ - 2345
4 เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหาจัดการ แหลง่ แหลง่ แหล่ง แหล่ง
นักท่องเทยี่ วและแหล่งทอ่ งเท่ียว
แนวทางการพฒั นา
(4.1) พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน และสง่ิ อำนวยความสะดวก ท่รี องรับคนทง้ั มวล และคำนึงถึง
ขดี ความสามารถในการรองรบั นกั ทอ่ งเท่ยี วในแหลง่ ท่องเทย่ี วน้ันๆ
(4.2) เชื่อมโยงการคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล อย่างเป็นระบบ มีการใช้
เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการให้บริการ รวมทั้งสร้างความปลอดภัย และการเชื่อมโยงจากแหล่ง
ทอ่ งเทีย่ วรองกบั แหล่งท่องเท่ียวหลกั
แนวทางการพฒั นาที่ 5 การบรหิ ารจดั การการท่องเท่ียวอย่างยงั่ ยืน สมดลุ กับทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เชื่อมโยงการท่องเที่ยวของจังหวัดสู่
ภูมิภาคและนานาชาติ
เปา้ ประสงค์
5.1 การสื่อสารการตลาดและการสร้างแบรนด์เมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูงจังหวัดกระบี่มี
ประสทิ ธิภาพและโดดเดน่ ดว้ ยการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยี การวิเคราะหข์ ้อมูลเชงิ ลึก และกระบวนการ
คิดเชงิ นวัตกรรม
5.2 การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่มีระบบฐานข้อมูลเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบแสดงผล
อัจฉริยะทสี่ ามารถนำข้อมลู ไปบริหารจดั การไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
5.3 การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่มีการบริหารจดั การของหนว่ ยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน
ท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านของการบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยว ขีด
ความสามารถในการรองรับของนักท่องเที่ยว รวมถึงการบริหารจัดการขยะ น้ำเสียและสภาพอากาศ
ได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
40
ตวั ชีว้ ดั แนวทางการพฒั นาที่ 5
ตารางที่ 5 ตวั ชี้วัดแนวทางการพัฒนาท่ี 5
ท่ี ตัวชว้ี ดั แนวทางการพัฒนาท่ี 5 2566 2567 ปี พ.ศ. 2569 2570
2568
ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ไม่ต่ำกวา่ ไมต่ ำ่ กวา่ ไม่ต่ำกว่า ไมต่ ่ำกวา่ ไม่ต่ำกว่า
1 ชาวไทยและชาวต่างประเทศท่ี ปที ผี่ า่ น ปที ผี่ า่ น ปีท่ีผ่าน ปีที่ผา่ น ปที ผี่ า่ น
เดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วในไทย มา มา มา มา มา
2 อัตราการเติบโตของรายได้จาก ไม่ต่ำกวา่ ไมต่ ำ่ กว่า ไม่ตำ่ กว่า ไม่ตำ่ กวา่ ไม่ตำ่ กว่า
ร ู ป แ บ บ ก า ร ท ่อ ง เ ท ี่ ยว ที่มี ร้อยละ 5 ร้อยละ 6 รอ้ ยละ 7 รอ้ ยละ 8 รอ้ ยละ 9
ศักยภาพสงู ในประเทศไทย
3 อัตราการรับรู้ภาพลักษณ์ของแบ ไม่ตำ่ กว่า ไมต่ ำ่ กว่า ไมต่ ่ำกวา่ ไมต่ ่ำกวา่ ไม่ต่ำกว่า
รนด์เมืองท่องเที่ยวคุณค่าสูง ร้อยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ
จังหวัดกระบี่สำหรับนักท่องเที่ยว 70 75 80 80 80
ชาวต่างชาติ
ร้อยละของจำนวนพน้ื ทต่ี ัวอย่าง
4 แหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางทะเลที่มี ไมน่ ้อย ไมน่ อ้ ย ไมน่ ้อย ไมน่ ้อย ไม่น้อย
คณุ ภาพน้ำทะเลจากการตรวจวดั กวา่ ร้อย กวา่ รอ้ ย กวา่ รอ้ ย กวา่ ร้อย กว่าร้อย
อยใู่ นเกณฑ์มาตรฐานระดับดี ละ 70 ละ 70 ละ 70 ละ 70 ละ 70
เปรียบเทียบกับจำนวนตวั อยา่ ง
แหล่งทอ่ งเท่ยี วทงั้ หมด
จำนวนสถานประกอบการใน
5 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มี 10 แห่ง 11 แหง่ 12 แห่ง 13 แหง่ 14 แห่ง
การลดขยะ น้ำเสีย และเพ่ิม
คณุ ภาพอากาศ
จำนวนนักท่องเที่ยว
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงข้อมูล ไมน่ ้อย ไมน่ อ้ ย ไมน่ ้อย ไม่น้อย ไมน่ อ้ ย
6 ข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์เมือง กวา่ 1 กวา่ 1 กวา่ 1 กว่า 1 กวา่ 1
ท่องเที่ยวคุณค่าสูงจังหวัดกระบี่ ลา้ นคน ลา้ นคน ลา้ นคน ล้านคน ล้านคน
ต่อปี
7 จำนวนฐานข้อมูลการตลาดพร้อม 1 ระบบ
ระบบการจัดการอัจฉริยะ
แนวทางการพัฒนา
(5.1) ควบคุมและจัดระเบียบผังเมือง รวมทั้งการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นไปตาม
กฎหมาย มีความสวยงาม เปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อมรวมท้ังตรวจสอบ เร่งรดั สถานประกอบการด้านการ
ทอ่ งเท่ยี วให้ดำเนนิ การให้ถูกตอ้ งตามระเบยี บ และกฎหมายทเี่ กี่ยวข้อง
(5.2) พัฒนาสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม หรือ
มาตรฐานแต่ละประเภทกจิ การในระดับประเทศ อาเซยี น และนานาชาติ
41
(5.3) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการบริการด้านการ
ท่องเทยี่ วทเ่ี ปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ ม
(5.4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงขีด
ความสามารถในการรองรบั และผลกระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม มกี ารนำเทคโนโลยี
มาชว่ ยในการบรหิ ารจัดการ
(5.5) สร้างภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่
รู้จักดว้ ยการตลาดและการประชาสมั พนั ธ์เชิงรุก และเชอ่ื มโยงการทอ่ งเท่ยี วส่ภู มู ิภาคและนานาชาติ
แนวทางการพัฒนาท่ี 6 ยกระดบั มาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรพั ย์สิน สขุ อนามยั พร้อม
ป้องกันและรับมือกับปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีแก่
นักทอ่ งเทย่ี ว
เปา้ ประสงค์
6.1 จังหวัดกระบ่ีมีการปรับปรุงและกำกับดูแลมาตรฐานดา้ นความปลอดภัยในการท่องเที่ยว
ทั้งด้านชีวติ ทรัพย์สิน และสุขอนามัยให้ทันสมัยที่สามารถสร้างความเชื่อมัน่ ในการเดินทางท่องเท่ยี ว
ให้กับนกั ทอ่ งเที่ยวทง้ั ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศได้
6.2 จงั หวัดกระบ่มี กี ารบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย และการดูแลความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวตลอดการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยของ
ธรุ กจิ ทอ่ งเท่ยี วในจงั หวดั กระบเ่ี พ่อื สร้างความม่ันใจแก่นักท่องเที่ยว
ตัวชว้ี ดั แนวทางการพัฒนาที่ 6 ปี พ.ศ.
ตารางที่ 6 ตวั ชีว้ ัดแนวทางการพฒั นาที่ 6 2566 2567 2568 2569 2570
ท่ี ตัวชี้วดั แนวทางการพัฒนาที่ 6
อัตราการลดลงของจำนวนคดีอาญา รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ
1 และอุบัติภยั ทีเ่ กดิ กบั นักทอ่ งเทย่ี วลดลง 10 ตอ่ 11 ตอ่ 12 ตอ่ 13 ตอ่ 14 ตอ่
ปี ปี ปี ปี ปี
2 จำนวนอาสาสมคั รเพือ่ การท่องเที่ยวด้าน 100 คน 150 คน 200 คน 250 คน 300 คน
ต่าง ๆ
ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวและ ไมต่ ำ่ กวา่ ไม่ต่ำกวา่ ไมต่ ำ่ กว่า ไม่ต่ำกวา่ ไม่ตำ่ กวา่
3 ประชาชนตอ่ ประสิทธภิ าพระบบป้องกัน ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ
และบรรเทาสาธารณภัย
70 75 80 80 80
42
ปี พ.ศ.
ท่ี ตัวชี้วัดแนวทางการพัฒนาที่ 6
2566 2567 2568 2569 2570
ระยะเวลาเฉลี่ยในการเข้าถึงสถานที่เกิด ไม่เกิน ไม่เกนิ ไมเ่ กนิ ไม่เกิน ไมเ่ กนิ
4 เหตุเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและ 30 30 30 30 30
ประชาชน นาที นาที นาที นาที นาที
แนวทางการพฒั นา
(6.1) พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม
แหล่งท่องเท่ยี ว
(6.2) เพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และ
การป้องกันรวมทั้งสามารถรองรับภัยพิบัติและสาธารณภัยได้รวดเร็ว ด้วยการสร้างเครือข่าย
อาสาสมคั ร และการใชเ้ ทคโนโลยีท่ีทนั สมยั
(6.3) พัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่
นักทอ่ งเทย่ี ว
43
แบบฟอร์มการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวดั กระบี่ พ.ศ. ๒๕๖6 - พ.ศ.๒๕70
ประเดน็ การพฒั นาที่ 1: “พัฒนาการท่องเที่ยวให้มคี ุณภาพและยง่ั ยืน เพ่มิ ศกั ยภาพให้ได้
มาตรฐานสากลบนฐานอัตลักษณ์ และเชื่อมโยงการทอ่ งเทยี่ วระดบั ภูมิภาคและนานาชาติ”
ค่าเป้าหมาย
แนวทางการพัฒนา ตัวช้ีวัดของแนว พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ.
ทางการพัฒนา 2566 2567 2568 2569 2570 2566-
2570
1. แนวทางการ (1) อตั ราการขยายตัว 5 6 7 8 9 5
พฒั นา: พัฒนาให้เปน็ รายไดจ้ ากการท่องเที่ยว
เมอื งทอ่ งเท่ยี ว เพม่ิ ข้นึ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ย
คุณภาพสูงที่ ละ 3 จากปีทผ่ี า่ นมา
หลากหลาย มีความ (2) อตั ราการขยายตัว 5 6 7 8 9 5
โดดเดน่ และเติบโต ของผลิตภณั ฑม์ วลรวม
อย่างยง่ั ยนื ในระดบั จงั หวัด (GPP) ใน
นานาชาติเชอ่ื มโยงกบั อตุ สาหกรรมการ
ศลิ ปวฒั นธรรม วถิ ี ท่องเที่ยว สาขาท่ีพกั
ชมุ ชน มอี ตั ลกั ษณ์ แรมและบริการด้าน
และเป็นมิตรกบั อาหาร ขยายตัวไม่นอ้ ย
สงิ่ แวดลอ้ ม กว่ารอ้ ยละ 3 จากปีที่
2. แนวทางการ ผา่ นมา
พฒั นา: พฒั นาสนิ คา้ (3) การพัฒนาทักษะ 70 75 80 85 90 70
และบรกิ ารด้านการ ของบุคลากรใน
ทอ่ ง เทย่ี วที่ อุตสาหกรรมการ
สรา้ งสรรค์ ทอ่ งเท่ียวใหม้ ีศกั ยภาพ
หลากหลาย มีการ สูงข้ึน โดยผา่ นการ
ขยายตวั ทางเศรษฐกิจ ฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อย
อยา่ งมเี สถยี รภาพ ละ 70
สร้างงาน สรา้ งรายได้ (4) จำนวนแหลง่ 5 6789 5
และกระจายรายได้ ท่องเทยี่ วที่ไดร้ ับการ
เช่อื มโยงกับเศรษฐกจิ พฒั นาสิ่งอำนวยความ
ทอ้ งถิ่น สะดวก หรือโครงสรา้ ง
3. แนวทางการ พืน้ ฐานไมน่ อ้ ยกวา่ 5
พฒั นา: พฒั นา แหง่ ตอ่ ปี
บคุ ลากรทางการท่อง (5) จำนวนชุมชน 5 6789 5
เเที่ยวใหม้ ศี กั ยภาพใน
การบรกิ ารระดับสากล ทอ่ งเทีย่ วและสถาน
ประกอบการใน
บนฐานอตั ลกั ษณ์
ท้องถิ่น มี อตุ สาหกรรมการ
ท่องเท่ยี ว ที่เขา้ สเู่ กณฑ์
ความสามารถในการ
ปรบั ตวั พร้อมรับมือ มาตรฐานแต่ละประเภท
สถานประกอบ การ ไม่
การเปลย่ี นแปลงทุก
รปู แบบ น้อยกวา่ 5 แห่งต่อปี
44
ค่าเป้าหมาย
แนวทางการพัฒนา ตัวชวี้ ดั ของแนวทางการ พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ.
พฒั นา 2566 2567 2568 2569 2570 2566
-
2570
4. แนวทางการ (6) จำนวนแหลง่ ทอ่ งเท่ียว 2 3 4 5 6 2
พฒั นา: พัฒนา ท่ีเข้าสู่ Smart City ไม่
โครงสรา้ งพืน้ ฐาน นอ้ ยกว่า 2 แหง่
ระบบคมนาคมที่ (7) รอ้ ยละของจำนวน 70 75 80 85 90 70
เช่ือมโยง มีความ พ้นื ทตี่ ัวอยา่ งแหล่ง
ปลอดภยั และสงิ่ ท่องเที่ยวทางทะเลที่มี
อำนวยความสะดวก คุณภาพนำ้ ทะเลจากการ
พร้อมรองรบั คนทง้ั ตรวจวดั อยูใ่ นเกณฑ์
มวลตามมาตรฐาน มาตรฐานระดับดี ไมน่ อ้ ย
สากล สอดคลอ้ งกบั กว่าร้อยละ 70 ของ
ขดี ความสามารถใน จำนวนตวั อยา่ งแหล่ง
การรองรบั
ทอ่ งเท่ียวทงั้ หมด
ของแหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว (๘) จำนวนอบุ ัติภัยทเ่ี กดิ 5 6 7 8 9 5
5. แนวทางการ กับนกั ท่องเทีย่ ว
พัฒนา: การบริหาร ชาวตา่ งชาติลดลง ไม่น้อย
จดั การการท่องเที่ยว กวา่ ร้อยละ 5 ตอ่ ปี
อยา่ งยง่ั ยืนสมดลุ กบั (9) แหล่งท่องเท่ียวและ 100 100 100 100 100 100
ทรพั ยากร ธรรมชาติ สถานประกอบการดา้ น
และสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ผ่านการตรวจ
ขบั เคลื่อนด้วย ประเมนิ รบั รองตาม
นวัตกรรมและ มาตรฐาน ร้อยละ 100
เทคโนโลยี เชอื่ มโยง (10) จำนวนกิจกรรมหรือ 5 6 7 8 9 5
การทอ่ งเทีย่ วของ การพฒั นาดา้ นการ
จงั หวัดสภู่ มู ภิ าคและ ทอ่ งเทย่ี วที่เชอื่ มโยงกบั
นานาชาติ
ภมู ิภาคและต่างประเทศไม่
6. แนวทางการ น้อยกว่า 5 กิจกรรม/ครงั้
พฒั นา: ยกระดับ ต่อปี
มาตรฐานความ
ปลอดภยั ในชวี ิตและ
ทรพั ย์สนิ สขุ อนามยั
พรอ้ มป้องกนั และ
รับมอื กับปัจจยั เสย่ี ง
ทกุ รปู แบบ เพือ่
สรา้ งความเช่ือมน่ั
และภาพลกั ษณ์ทดี่ ี
แก่นกั ท่องเที่ยว
45
สว่ นท่ี 4
แบบฟอร์มการจัดทำแผนพฒั นา
การทอ่ งเทีย่ วจังหวดั กระบ่ี ระยะ
๕ ปี (พ.ศ. 2566-๒๕๗๐)
(แบบ จ.๑)
46
แบบฟอรม์ สรุปแผนงานและโครงการสำค
จังหวดั ก
ประเด็นการพฒั นาที่ 1 พัฒนาการท่องเท่ยี วใหม้ ีคุณภาพและยั่งยืน เพิ่มศกั ยภาพใหไ้ ด้มาตรฐานสากล
อตั ลกั ษณ์ และเช่ือมโยงการทอ่ งเท่ยี วระดับภมู ภิ าคและนานาชาติ
บญั ชรี ายการชดุ โครงการสำคัญ
แผนงาน/โครงการสำคญั ยทุ ธศาสตร์ แหล่ง หนว่ ย 2566 2
(1) ชาติ (x)/ งปม. ดำเนินการ 391,615,311 285
แผนแม่บทฯ (3)
งบจังหวัด (Y) (2) (4)
แนวทางการพฒั นาท่ี 1 พฒั นาใหเ้ ป็นเมอื งท่องเทย่ี วคุณภาพสงู ท่หี ลากหลายฯ
โครงการการทอ่ งเที่ยวเชิง 5.5 1 สทกจ.ก 800,000
สร้างสรรค์บนฐานภมู ิปญั ญา 2.5 ระบ่ี/ 800,000
บา้ นหนองทะเล ตำบลหนอง
ทะเล และบ้านนาตนี ตำบล ม.ราชภัฏ
อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ภูเก็ต
จงั หวัดกระบี่
1 สทกจ.ก
โครงการการท่องเทยี่ วเชงิ ระบ/่ี
สุขภาพ ตำบลโคกยาง อำเภอ
เหนอื คลอง และตำบลพรดุ ิน ม.ราชภฏั
นา อำเภอคลองทอ่ ม จังหวดั ภเู ก็ต
กระบ่ี
4