The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sroi.tsri2, 2021-11-24 06:17:35

Proceeding_รวมปก_Neat

st
The 1 National Conference on SROI 49

50

st
The 1 National Conference on SROI 51

52

The 1 National Conference on SROI 53
st

54

The 1 National Conference on SROI 55
st

56

The 1 National Conference on SROI 57
st

58

The 1 National Conference on SROI 59
st

60

The 1 National Conference on SROI 61
st

62

The 1 National Conference on SROI 63
st

64

The 1 National Conference on SROI 65
st

66

The 1 National Conference on SROI 67
st

68

The 1 National Conference on SROI 69
st

70

The 1 National Conference on SROI 71
st

72

st
The 1 National Conference on SROI 73

74





ค่าตัวแทนทางการเงินส าหรับการค านวณมูลค่าของชีวิต






คมสัน สุริยะ





ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)


และ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


Correspondence: [email protected], [email protected]




บทคัดย่อ



กำรศึกษำนี้มุ่งค ำนวณมูลค่ำของชีวิตของคนไทยเพื่อใช้ประกอบกำรวิเครำะห์ควำมคุ้มค่ำจำกกำร

ลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนกำรวิเครำะห์ผลกระทบทำงเศรษฐกิจและสังคม
ของผลงำนวิจัย โดยใช้วิธีค ำนวณหำจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence) ของผู้ที่ท ำงำนได้ระหว่ำง

อำยุ 10-75 ปี ซึ่งนับรวมทั้งผู้ที่ถือสัญชำติไทยและไม่ถือสัญชำติไทย ประกอบกับกำรค ำนวณระยะเวลำชีวิต

ที่เหลือที่จะยังสำมำรถท ำงำนได้อย่ำงเต็มประสิทธิภำพจนถึงอำยุที่ยังพอท ำงำนได้ คือ 75 ปี โดยมีผลผลิต

มวลรวมประชำชำติ (GDP) ในปี พ.ศ. 2562 เป็นฐำนในกำรค ำนวณ แล้วยังได้มูลค่ำของเวลำเป็นผลพลอยได้

จำกกำรค ำนวณอีกด้วย


ผลกำรศึกษำพบว่ำ เมื่อใช้อัตรำคิดลดเท่ำกับร้อยละ 2 จะได้มูลค่ำของชีวิตของทั้งคนที่ท ำงำน

และคนที่ไม่ท ำงำนรวมกันแล้วเท่ำกับ 7,552,791 บำทต่อคน ซึ่งจะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.4224 บำท

ต่อนำที หำกคิดเฉพำะมูลค่ำของคนที่ท ำงำนเท่ำนั้นจะได้เท่ำกับ 13,811,797 บำทต่อคน และมูลค่ำของเวลำ
เท่ำกับ 0.7724 บำทต่อนำที





ค าส าคัญ: มูลค่ำของชีวิต; มูลค่ำของเวลำ; ค่ำตัวแทนทำงกำรเงิน; กำรประเมินผลกระทบทำงสังคม;

ผลกระทบของกำรลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ กำรวิจัยและนวัตกรรม

The 1 National Conference on SROI 75
st

1. ความส าคัญของค่าตัวแทนทางการเงินส าหรับการค านวณมูลค่าของชีวิต


ในกำรประเมินควำมคุ้มค่ำจำกกำรลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ กำรวิจัยและนวัตกรรม โดยใช้เทคนิค

ผลตอบแทนจำกกำรลงทุนด้ำนสังคม (Social return on investment: SROI) ในแผนงำนหรือโครงกำรที่มี

ผลกระทบต่อกำรลดควำมสูญเสียชีวิตมนุษย์มีควำมจ ำเป็นต้องใช้ค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณ

มูลค่ำของชีวิตที่เหมำะสม เพรำะว่ำหำกใช้ค่ำที่มำกเกินไปหรือน้อยเกินไปก็จะท ำให้ผลตอบแทนจำกกำรลงทุน

มีกำรเบี่ยงเบนไปจำกค่ำที่ควรจะเป็น ซึ่งจำกประสบกำรณ์กำรประเมินที่ผ่ำนมำของส ำนักงำนกองทุน

สนับสนุนกำรวิจัย (สกว.) และส ำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

พบว่ำ มูลค่ำของชีวิตเป็นแหล่งที่มำของกำรเฟ้อของผลตอบแทนจำกกำรลงทุนทำงสังคมที่สูงที่สุดรำยกำรหนึ่ง

เพรำะอำจจะท ำให้ค่ำ SROI มีค่ำมำกหลำยร้อยหรือหลำยพันเท่ำ อันท ำให้ผู้รับฟังผลกำรประเมินเกิดข้อสงสัย

ถึงผลตอบแทนที่สูงมำกเช่นนั้น

กำรศึกษำนี้จึงพยำยำมที่จะแสวงหำค่ำตัวแทนทำงกำรเงิน (Financial proxy) ที่เหมำะสมส ำหรับ

กำรค ำนวณมูลค่ำชีวิต (Value of life) เพื่อใช้ประกอบกำรประเมินผลกระทบทำงสังคมของกำรลงทุน

ด้ำนวิทยำศำสตร์ กำรวิจัยและนวัตกรรม ที่มีผลต่อกำรลดควำมสูญเสียชีวิตมนุษย์ โดยกำรค ำนึงถึง

ควำมเป็นไปได้ทำงเศรษฐกิจที่มนุษย์จะสำมำรถสร้ำงขึ้นได้ตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่





2. การทบทวนวรรณกรรมด้านค่าตัวแทนทางการเงินส าหรับการค านวณมูลค่าของชีวิต


กำรเสนอค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิตอยู่ในควำมสนใจของผู้ประเมิน

และนักเศรษฐศำสตร์ทั่วโลก โดยเฉพำะในสำขำเศรษฐศำสตร์สำธำรณสุขเพรำะมีควำมจ ำเป็นในกำร

ประเมินผลโครงกำรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์โดยตรง โดยปรำกฏกำรตีพิมพ์ในเรื่องนี้อย่ำงต่อเนื่อง อำทิ
Ehrlich (2000), Lee, Chertow and Zenios (2009), Tichopad and Zigmond (2013), Atikeler, K. et


al. (2014), Tuna et al (2014), Yenilmez et al (2014), Kockaya, Yenilmez and Tuna (2016), Tuna
and Kockaya (2016), Yenilmez, Tuna and Kockaya (2016), Jakubczyk et al (2018), Seposo et al

(2018), Patenaude et al (2019), Hájnik et al (2021), Wei et al (2021)


ในกำรประเมินมูลค่ำชีวิตค่อนข้ำงจะมีควำมหลำกหลำยขึ้นอยู่กับแนวคิด วิธีกำรประเมิน บริบท

ของประเทศที่ต่ำงกันและควำมคำดหวังทำงเศรษฐกิจที่มีต่อชีวิตที่เหลืออยู่ เมื่อได้ทบทวนวรรณกรรมทั้งหลำย

แล้วพบว่ำไม่มีเทคนิควิธีกำรที่เป็นมำตรฐำนเพียงวิธีใดวิธีหนึ่งที่ได้รับกำรยอมรับโดยทั่วกัน แต่ทว่ำมีหลักกำร

ที่เห็นพ้องต้องกันอยู่ 4 ประกำร ดังนี้

76





หลักกำรที่ 1 ค ำนึงถึงประโยชน์ทำงเศรษฐกิจเป็นหลัก


หลักกำรที่ 2 ค ำนึงถึงช่วงเวลำที่ยังเหลืออยู่ของชีวิต


หลักกำรที่ 3 ค ำนึงถึงควำมสำมำรถและประสิทธิภำพของทุนมนุษย์

หลักกำรที่ 4 ค ำนึงถึงมูลค่ำของเงินตำมเวลำ





ภำยใต้หลักกำรทั้ง 4 ประกำรนี้ มีกำรใช้เทคนิคที่หลำกหลำยในกำรประเมินมูลค่ำของชีวิตและมีกำร

วิพำกษ์วิจำรณ์ทำงวิชำกำรอย่ำงเข้มข้นถึงข้อดีและข้อเสียของวิธีกำรแต่ละประเภท อำทิ ผลงำนของ Dickert

et al (2015), Kuchyna (2015), Thomas and Vaughan (2015), Brousselle, Benmarhnia and Benhadj

(2016) ท ำให้เกิดกำรแสวงหำวิธีกำรที่ดีขึ้นในกำรประเมินมูลค่ำของชีวิตและกำรตีกรอบในกำรประเมิน
ให้แคบลง เช่น กำรประเมินเพียงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งในกลุ่มเป้ำหมำยของประชำกรกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่ำนั้น

โดยไม่พยำยำมที่จะขยำยผลกำรประเมินออกไปส ำหรับทั้งประเทศหรือส ำหรับประชำกรทุกกลุ่มอำยุ

ทั้งนี้ เพื่อที่จะสำมำรถแก้ปัญหำของควำมเกินจริง (Overclaimed) ของผลกำรประเมิน


กำรศึกษำนี้ใช้แนวคิดผู้ใหญ่สมมูล (Adult equivalence) จำกงำนวิจัยเรื่องกำรประมำณค่ำอุปสงค์

ของผู้บริโภค ค่ำผู้ใหญ่สมมูล และกำรกระจำยรำยได้ในประเทศไทย พ.ศ. 2531, 2533 และ 2535

ของ ศำสตรำจำรย์ ดร. อิศรำ ศำนติศำสน์ (2538) เป็นแนวทำงในกำรค ำนวณค่ำแรงงำนสมมูล

(Labor equivalence) โดยในงำนวิจัยดังกล่ำวค ำนวณค่ำผู้ใหญ่สมมูลจำกค่ำใช้จ่ำยที่จ ำเป็นส ำหรับ

กำรด ำรงชีวิตของเด็กเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่และเชื่อมโยงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงค่ำใช้จ่ำยกับรำยได้ที่หำมำได้
ซึ่งผลกำรศึกษำพบว่ำ ค่ำผู้ใหญ่สมมูลของเด็กในกรุงเทพฯ มีค่ำเท่ำกับร้อยละ 25.88 ของผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ

เด็กในเขตเทศบำลมีค่ำเท่ำกับร้อยละ 57.15 ของผู้ใหญ่และเด็กนอกเขตเทศบำลมีค่ำเท่ำกับร้อยละ 53.23

ของผู้ใหญ่ ซึ่งมีเหตุผลว่ำเด็กในชนบท (อำยุน้อยกว่ำ 20 ปี) สำมำรถช่วยครอบครัวหำรำยได้ได้มำกกว่ำ

เด็กในเมืองและในอีกมิติหนึ่ง คือ รำยได้ของผู้ใหญ่ในเมืองสูงกว่ำรำยได้ของผู้ใหญ่ในชนบทมำก ท ำให้สัดส่วน

ของกำรสร้ำงรำยได้ของเด็กในกรุงเทพฯ ยิ่งห่ำงจำกรำยได้ของผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ

The 1 National Conference on SROI 77
st

3. วิธีการค านวณค่าตัวแทนทางการเงินส าหรับการค านวณมูลค่าของชีวิต


แนวคิดในกำรค ำนวณมูลค่ำชีวิตในกำรศึกษำครั้งนี้มีหลักกำรอยู่ 5 ข้อ ดังนี้


ข้อที่ 1 คิดมูลค่ำชีวิตในฐำนะที่เป็นปัจจัยกำรผลิต (Factor of production) เท่ำนั้น ไม่ได้คิด

ในฐำนะที่เป็นกำรสะสมทุนมนุษย์ตั้งแต่ก ำเนิดเรื่อยไปจนตลอดเวลำของทั้งชีวิต (Human capital) ไม่ได้คิด

ในฐำนะที่เป็นสินค้ำที่ซื้อขำยแลกเปลี่ยนได้ (Commodity) และไม่ได้คิดในฐำนะที่เป็นทรัพย์สิน (Asset)


ข้อที่ 2 มนุษย์กับทุนอื่น ๆ ท ำงำนร่วมกัน โดยทุนประเภทอื่นไม่สำมำรถสร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจ

ได้เลยหำกไม่มีมนุษย์ ดังนั้นจึงคิดมูลค่ำชีวิตจำกมูลค่ำทั้งหมดของผลิตภัณฑ์มวลรวมภำยในประเทศ (GDP)

โดยไม่ได้คิดเพียงจำกมูลค่ำเพิ่มจำกค่ำจ้ำงเท่ำนั้น


ข้อที่ 3 มนุษย์ในแต่ละวันท ำงำนร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ ท ำให้คิดเรื่องจ ำนวนแรงงำนสมมูล
(Labor equivalence) ซึ่งมนุษย์ในแต่ละวัยสำมำรถมีส่วนร่วมในกำรสร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจได้พร้อม ๆ กัน

อันเกิดจำกกำรช่วยเหลือเกื้อกูลกันในกำรท ำงำน


ข้อที่ 4 มนุษย์ท ำงำนได้ตั้งแต่อำยุ 10 ปี ถึง 75 ปี แต่สำมำรถท ำงำนได้ประสิทธิภำพมำกน้อยต่ำงกัน


ข้อที่ 5 คิดมูลค่ำชีวิตจำกเวลำที่เหลืออยู่โดยเฉลี่ยของประชำกรไทย





หลักกำรทั้ง 5 ข้อนี้ท ำให้เห็นว่ำมูลค่ำทำงเศรษฐกิจจะไม่เกิดขึ้นถ้ำไม่มีมนุษย์ เพรำะเครื่องจักร

ไม่สำมำรถสร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจเองได้ โดยไม่ใช่เฉพำะคนหนุ่มสำวเท่ำนั้นที่สร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจ

หำกแต่มีส่วนร่วมจำกมนุษย์ในหลำยวัยช่วยกันท ำงำน ซึ่งแต่ละวันมีประสิทธิภำพในกำรท ำงำนที่ต่ำงกัน

และมูลค่ำชีวิตคิดจำกเฉพำะเวลำที่ยังเหลือพอที่จะท ำงำนได้โดยเฉลี่ยของทุกคน

สิ่งที่น ำมำค ำนวณจำกหลักกำรทั้ง 5 ข้อ ท ำให้เน้นย ้ำว่ำจ ำเป็นต้องคิดมูลค่ำชีวิตจำกจ ำนวนคน

ทั้งหมดในประเทศไทย ทั้งคนที่ถือสัญชำติไทยและไม่ได้ถือสัญชำติไทย โดยคิดจำกมูลค่ำทั้งหมดของผลิตภัณฑ์

มวลรวมภำยในประเทศ (GDP) โดยไม่ได้คิดเพียงจำกมูลค่ำเพิ่มจำกค่ำจ้ำงเท่ำนั้นและคิดจำกจ ำนวนคนที่มีอำยุ

ตั้งแต่ 10 – 75 ปี ซึ่งคิดค่ำแรงงำนสมมูล (Labor equivalence) จำกแนวคิดผู้ใหญ่สมมูล (Adult

equivalence) โดยใช้ตัวเลขอำยุขัยเฉลี่ยของประชำกรระหว่ำง 10-75 ปี ซึ่งเท่ำกับ 41 ปี และเมื่อค ำนวณ

ผลต่ำงจำกอำยุ 75 ปีที่ท ำงำนได้ จะเหลือเวลำที่จะท ำงำนได้อีก 34 ปี

78


ในกำรศึกษำนี้ได้แบ่งขั้นตอนของกำรค ำนวณค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิต

ไว้เป็น 5 ขั้น ดังต่อไปนี้




ขั้นที่ 1 รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อตั้งสมมติฐำนส ำหรับกำรค ำนวณ


ขั้นที่ 2 ค ำนวณจ ำนวนแรงงำนเมื่อเทียบสัดส่วนต่อประสิทธิภำพแรงงำนในช่วงอำยุต่ำง ๆ

หรือจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence)


ขั้นที่ 3 ค ำนวณมูลค่ำของผลผลิตของแรงงำน 1 คน


ขั้นที่ 4 ค ำนวณระยะเวลำท ำงำนที่เหลือของผู้ที่สำมำรถเป็นแรงงำน


ขั้นที่ 5 ค ำนวณมูลค่ำผลผลิตของแรงงำนตลอดระยะเวลำท ำงำนที่เหลือ คิดลดมูลค่ำผลผลิต

ของแรงงำนในแต่ละปีให้เป็นมูลค่ำปัจจุบัน แล้วรวมมูลค่ำปัจจุบันของทุกปี
ตลอดระยะเวลำท ำงำนที่เหลือ แล้วสรุปเป็นค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณ

มูลค่ำของชีวิต (บำทต่อคน) และจะได้มูลค่ำของเวลำ (บำทต่อนำที) เป็น By-product

ของกำรค ำนวณ


ขั้นที่ 6 ค ำนวณมูลค่ำของชีวิตในกรณีที่ทุกคนมีมูลค่ำ ไม่เฉพำะแต่คนที่ท ำงำนเท่ำนั้น


ขั้นที่ 7 ค ำนวณมูลค่ำของชีวิตและมูลค่ำของเวลำในกรณีที่อัตรำคิดลดเปลี่ยนแปลงไป

(Sensitivity analysis)





รำยละเอียดของกำรค ำนวณ แสดงไว้ดังต่อไปนี้




ขั้นที่ 1 สมมติฐำนส ำหรับกำรค ำนวณ


สมมติฐำนต่ำง ๆ ส ำหรับกำรค ำนวณ แสดงไว้ดังตำรำงที่ 1 ดังต่อไปนี้

The 1 National Conference on SROI 79
st

ตารางที่ 1 สมมติฐำนส ำหรับกำรค ำนวณค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิต


ข้อทึ่ รำยกำร ปี พ.ศ. ตัวเลข แหล่งข้อมูล

1 มูลค่ำของผลผลิตที่ทุกชีวิตในประเทศ 2562 16,898,086 ส ำนักงำนสภำ

ไทยสำมำรถสร้ำงขึ้นได้ วัดจำก GDP ล้ำนบำท พัฒนำกำรเศรษฐกิจ
ของประเทศไทย และสังคมแห่งชำติ

2 จ ำนวนคนทั้งประเทศ ทั้งที่ถือสัญชำติ 2562 66,558,935 คน กรมกำรปกครอง

ไทยและไม่ถือสัญชำติไทย กระทรวงมหำดไทย

3 สัดส่วนประชำกรที่สำมำรถท ำงำนได้ 2562 ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ
อำยุ 10-14 ปี ร้อยละ 5.90 สัดส่วนต่อประชำกร

ทั้งหมด

อำยุ 15-60 ปี ร้อยละ 65.72 สัดส่วนต่อประชำกร
ทั้งหมด

อำยุ 61-70 ปี ร้อยละ 9.40 สัดส่วนต่อประชำกร
ทั้งหมด

อำยุ 71-75 ปี ร้อยละ 2.82 สัดส่วนต่อประชำกร

ทั้งหมด

4 จ ำนวนประชำกรที่สำมำรถท ำงำนได้ 2562 ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ
อำยุ 10-14 ปี 3,928,346 คน

อำยุ 15-60 ปี 43,740,853 คน

อำยุ 61-70 ปี 6,255,973 คน
อำยุ 71-75 ปี 1,878,234 คน

5 อัตรำกำรเติบโตเฉลี่ยของ GDP 2562 ร้อยละ 1.00 ส ำนักงำนสภำ

ต่อปี พัฒนำกำรเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชำติ

6 อัตรำคิดลด (Discount rate) 2562 ร้อยละ 2.00 คิดจำกอัตรำเงินเฟ้อ

โดยเฉลี่ย เนื่องจำกเป็น

ผลต่อกำรเสื่อมค่ำ
ของรำยได้ของครัวเรือน

ที่มำ: ข้อมูลจำกหลำยแหล่งดังแสดงไว้ในรำยละเอียดของแหล่งข้อมูลในตำรำง

80


ขั้นที่ 2 ค ำนวณจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence)


แนวคิดของกำรค ำนวณจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence) ประยุกต์มำจำกหลักกำร

ค ำนวณค่ำผู้ใหญ่สมมูล (Adult equivalence) (อิศรำ, 2538) ประชำกรในแต่ละช่วงอำยุจะมีควำมสำมำรถ

ในกำรท ำงำนที่ไม่เท่ำกัน โดยผู้ที่มีอำยุระหว่ำง 15-60 ปี จะมีควำมสำมำรถในกำรท ำงำนมำกกว่ำผู้ที่มีอำยุช่วง
อื่น ๆ ดังนั้นหำกสมมติว่ำผู้ที่มีอำยุระหว่ำง 15-60 ปี มีควำมสำมำรถในกำรท ำงำนเท่ำกับ 1 เท่ำ แล้วสมมติให้

ผู้ที่มีอำยุในช่วงอื่น ๆ มีควำมสำมำรถในกำรท ำงำนลดหลั่นกันลงมำจะท ำให้ค ำนวณจ ำนวนแรงงำนเมื่อเทียบ

สัดส่วนต่อประสิทธิภำพแรงงำนในช่วงอำยุต่ำง ๆ หรือจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence) ได้ ดังนี้


ตารางที่ 2 กำรค ำนวณแรงงำนสมมูล (Labor equivalence)


ข้อทึ่ รำยกำร ปี พ.ศ. ตัวเลข แหล่งข้อมูล

1 จ ำนวนก ำลังแรงงำนรวม 2562 ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ
อำยุ 10-14 ปี 785,669 คน ร้อยละ 20 ของประชำกร

ที่สำมำรถท ำงำนได้ในอำยุนี้

อำยุ 15-60 ปี 33,920,000 คน ร้อยละ 77.55 ของประชำกร
ที่สำมำรถท ำงำนได้ในอำยุนี้

อำยุ 61-70 ปี 4,627,500 ร้อยละ 73.97 ของประชำกร

ที่สำมำรถท ำงำนได้ในอำยุนี้
อำยุ 71-75 ปี 563,470 ร้อยละ 30 ของประชำกร

ที่สำมำรถท ำงำนได้ในอำยุนี้

2 ดัชนีประสิทธิภำพแรงงำน 2562 ข้อสมมติในกำรศึกษำนี้

อำยุ 10-14 ปี 0.10 เท่ำ
อำยุ 15-60 ปี 1.00 เท่ำ

อำยุ 61-70 ปี 0.50 เท่ำ

อำยุ 71-75 ปี 0.15 เท่ำ
3 จ ำนวนแรงงำนสมมูล 2562 36,396,837 คน กำรค ำนวณ โดยน ำเอำดัชนี

(Labor equivalence) ประสิทธิภำพแรงงำนคูณกับ

จ ำนวนแรงงำนในแต่ละช่วงอำยุ
อำยุ 10-14 ปี 78,567 คน

อำยุ 15-60 ปี 33,920,000 คน

อำยุ 61-70 ปี 2,313,750 คน
อำยุ 71-75 ปี 84,520 คน

ที่มำ: จำกกำรค ำนวณ

The 1 National Conference on SROI 81
st

ขั้นที่ 3 ค ำนวณมูลค่ำของผลผลิตของแรงงำน 1 คน


เมื่อมีจ ำนวนแรงงำนสมมูลเท่ำกับ 36,396,837 คน ซึ่งสำมำรถสร้ำงมูลค่ำผลผลิตได้เท่ำกับ

16,898,086 ล้ำนบำท ในปี 2562 แสดงให้เห็นว่ำในปีดังกล่ำว แรงงำนจ ำนวน 1 คนสำมำรถสร้ำงผลผลิตได้

เท่ำกับ 464,273 บำทต่อปี





ขั้นที่ 4 ค ำนวณระยะเวลำท ำงำนที่เหลือของผู้ที่สำมำรถเป็นแรงงำน


ตารางที่ 3 กำรค ำนวณระยะเวลำท ำงำนที่เหลือของผู้ที่สำมำรถเป็นแรงงำน


ข้อทึ่ รำยกำร ปี พ.ศ. ตัวเลข แหล่งข้อมูล
1 อำยุขัยเฉลี่ยของคนไทย 2562 76.6 ปี ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ

อ้ำงอิงต่อจำก

สำรประชำกร
มหำวิทยำลัยมหิดล

(ฉบับเดือนมกรำคม)

2 ระยะเวลำท ำงำนตลอดอำยุขัย 2562 61 ปี ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ
โดยคิดระยะเวลำตั้งแต่

อำยุ 15 ปี ถึง 75 ปี

ในกรณีที่อำยุขัยเฉลี่ย
มำกกว่ำ 60 ปี

3 อำยุเฉลี่ยของประชำกรระหว่ำงอำยุ 2562 40.45 ปี ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ

10-75 ปี (ซึ่งนับว่ำสำมำรถท ำงำนได้)

4 ระยะเวลำท ำงำนที่เหลือของผู้ที่ 2562 34 ปี คิดระยะเวลำตั้งแต่อำยุ
สำมำรถเป็นแรงงำน (10-75 ปี) 40.45 ปี ถึง 75 ปี

แล้วปัดเศษลง เพื่อไม่ให้

Overestimated ในกำร
คิดลดเป็นมูลค่ำปัจจุบัน

ที่ต้องใช้มูลค่ำเต็มทั้งปี

ที่มำ: จำกกำรค ำนวณ

82


ขั้นที่ 5 ค ำนวณค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิต


เมื่อแรงงำนหนึ่งคนสำมำรถสร้ำงมูลค่ำผลผลิตได้เท่ำกับ 464,273 บำทต่อปี ในปี พ.ศ. 2562

และจะมีระยะเวลำท ำงำนที่เหลืออยู่อีก 34 ปีโดยเฉลี่ย จึงจะได้คิดมูลค่ำผลผลิตของแรงงำนไปเพิ่มอีก 34 ปี

ด้วยอัตรำกำรเติบโตเท่ำกับอัตรำกำรเติบโตของ GDP คือ ร้อยละ 1.00

จำกนั้นคิดลดมูลค่ำผลผลิตของแรงงำนในแต่ละปีให้เป็นมูลค่ำปัจจุบันด้วยอัตรำคิดลดร้อยละ 2.00

แล้วรวมมูลค่ำปัจจุบันของทุกปีตลอดระยะเวลำท ำงำนที่เหลือ สรุปได้เป็นค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับ

กำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิต เท่ำกับ 13,811,797 บำทต่อคน ส ำหรับตลอดเวลำทั้งชีวิตกำรท ำงำนที่เหลือ


ทั้งนี้ สำมำรถคิดมูลค่ำของเวลำได้ออกมำเป็นผลผลิตสืบเนื่อง (By-product) ด้วย โดยมูลค่ำของเวลำ

คิดจำกกำรสร้ำงมูลค่ำผลผลิต 13,811,797 บำทต่อคนต่อ 34 ปี หรือ 17,881,920 นำที (นับปีอธิกสุรทิน

ซึ่งจะเวียนมำบรรจบทุก 4 ปี ได้ 8 ครั้ง) จะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.7724 บำทต่อนำที




ขั้นที่ 6 ค ำนวณมูลค่ำของชีวิตของทั้งคนท ำงำนและไม่ท ำงำน


ในกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิตที่รำยงำนไว้ในขั้นที่ 5 จะคิดเฉพำะคนที่ท ำงำนเท่ำนั้น คือ คนจ ำนวน

เพียง 36,396,837 คน ไม่ได้คิดคนที่ไม่ได้ท ำงำน หมำยควำมว่ำ มูลค่ำของชีวิตของคนที่ไม่ได้ท ำงำนอีกจ ำนวน

ถึง 30,162,098 คน จะเท่ำกับ 0 บำทต่อคน ซึ่งไม่น่ำจะถูกต้องและน่ำจะขัดกับควำมรู้สึกของควำมเป็นมนุษย์

ดังนั้น ในกำรค ำนวณส่วนนี้จะได้น ำเอำคนที่ไม่ได้ท ำงำนเข้ำมำรวมกับจ ำนวนคนที่ท ำงำนแล้วคิดมูลค่ำของชีวิต

อีกครั้ง


เมื่อรวมคนที่ท ำงำน 36,396,837 คน เข้ำกับคนที่ไม่ได้ท ำงำน 30,162,098 คน จะได้เท่ำกับ
66,558,935 คน ซึ่งเท่ำกับจ ำนวนคนในประเทศไทยทั้งหมด


มูลค่ำปัจจุบันของผลผลิตที่ได้จำกกำรท ำงำน 1 คน เท่ำกับ 13,811,787 คน คูณด้วยคนที่ท ำงำน

36,396,837 คน รวมแล้วเท่ำกับ 502.71 ล้ำนล้ำนบำท เมื่อคิดจำกเวลำ 34 ปีที่เหลือในกำรท ำงำน

ของคนท ำงำนทุกคนในประเทศไทย จำกนั้นน ำมำหำรจ ำนวนประชำกรทั้งหมด ซึ่งรวมเอำทั้งคนที่ท ำงำน

และไม่ได้ท ำงำนเข้ำด้วยกัน คือ 66,558,935 คน จะได้เท่ำกับ 7,552,791 บำทต่อคน


นั่นคือไม่ว่ำจะเป็นคนท ำงำนหรือไม่ท ำงำนก็จะมีมูลค่ำชีวิตเท่ำกับ 7,552,791 บำทต่อคน ซึ่งจะคิด

มูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.4224 บำทต่อนำที

The 1 National Conference on SROI 83
st

ขั้นที่ 7 กำรเปลี่ยนแปลงอัตรำกำรคิดลด (Sensitivity analysis)


เมื่อใช้อัตรำคิดลดเท่ำกับร้อยละ 2 จะได้มูลค่ำของชีวิตของทั้งคนท ำงำนและไม่ท ำงำนรวมกันแล้ว

เท่ำกับ 7,552,791 บำทต่อคน ซึ่งจะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.4224 บำทต่อนำที


เมื่อเปลี่ยนแปลงอัตรำคิดลดเป็นร้อยละ 3 จะได้มูลค่ำของชีวิตของทั้งคนท ำงำนและไม่ท ำงำนรวมกัน

แล้วเท่ำกับ 6,492,510 บำทต่อคน ซึ่งจะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.3631 บำทต่อนำที


เมื่อเปลี่ยนแปลงอัตรำคิดลดเป็นร้อยละ 4 จะได้มูลค่ำของชีวิตของทั้งคนท ำงำนและไม่ท ำงำนรวมกัน
แล้วเท่ำกับ 5,641,683 บำทต่อคน ซึ่งจะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.3155 บำทต่อนำที





4. การอภิปรายผลการศึกษาและสรุปผลการศึกษา


กำรศึกษำนี้มุ่งค ำนวณมูลค่ำของชีวิตของคนไทยเพื่อใช้ประกอบกำรวิเครำะห์ควำมคุ้มค่ำ

จำกกำรลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนกำรวิเครำะห์ผลกระทบทำงเศรษฐกิจและสังคม

ของผลงำนวิจัย โดยใช้วิธีค ำนวณหำจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Labor equivalence) ของผู้ที่ท ำงำนได้ระหว่ำง

อำยุ 10-75 ปี ซึ่งนับรวมทั้งผู้ที่ถือสัญชำติไทยและไม่ถือสัญชำติไทย ประกอบกับกำรค ำนวณระยะเวลำชีวิต

ที่เหลือที่จะยังสำมำรถท ำงำนได้อย่ำงเต็มประสิทธิภำพจนถึงอำยุที่ยังพอท ำงำนได้คือ 75 ปี โดยมีผลผลิต

มวลรวมประชำชำติ (GDP) ในปี พ.ศ. 2562 เป็นฐำนในกำรค ำนวณ แล้วยังได้มูลค่ำของเวลำเป็นผลพลอยได้

จำกกำรค ำนวณอีกด้วย


ผลกำรศึกษำพบว่ำ เมื่อใช้อัตรำคิดลดเท่ำกับร้อยละ 2 จะได้มูลค่ำของชีวิตของทั้งคนที่ท ำงำน
และคนที่ไม่ท ำงำนรวมกันแล้วเท่ำกับ 7,552,791 บำทต่อคน ซึ่งจะคิดมูลค่ำของเวลำได้เท่ำกับ 0.4224 บำท

ต่อนำที หำกคิดเฉพำะมูลค่ำของคนที่ท ำงำนเท่ำนั้นจะได้เท่ำกับ 13,811,797 บำทต่อคน และมูลค่ำของเวลำ

เท่ำกับ 0.7724 บำทต่อนำที


ตัวเลขที่ได้จำกกำรศึกษำนี้มีค่ำมำกกว่ำผลกำรค ำนวณของ คมสัน (2562) ในโครงกำรระบบจ่ำเฉย

อัจฉริยะพร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ ซึ่งค ำนวณมูลค่ำของชีวิตได้เท่ำกับ 2.52 ล้ำนบำทต่อคน และค ำนวณ

มูลค่ำของเวลำได้เพียง 0.12 บำทต่อนำที ทั้งนี้เพรำะงำนของ คมสัน (2562) คิดเฉพำะมูลค่ำเพิ่มในส่วนของ

ค่ำจ้ำงเท่ำนั้นและใช้ข้อมูลจำกตำรำงปัจจัยกำรผลิต-ผลผลิตปี พ.ศ. 2553 เป็นฐำนในกำรค ำนวณ โดยสมมติ

กำรเติบโตของค่ำจ้ำงเท่ำกับร้อยละ 2.0 ต่อปี พร้อมกับกำรคิดตัวหำรจำกจ ำนวนประชำกรทุกคนไม่ได้นับ
เฉพำะผู้ที่ท ำงำนได้เท่ำนั้นและไม่ได้ค ำนวณจ ำนวนแรงงำนสมมูล (Adult equivalence) แต่กระนั้น

งำนดังกล่ำวก็คิดระยะเวลำในกำรมีชีวิตเหลืออยู่มำกถึง 40 ปี ซึ่งคิดจำกระยะเวลำกำรท ำงำนถึงอำยุ 65 ปี

84


และอำยุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตจำกอุบัติเหตุบนท้องถนนเท่ำกับ 25 ปี แต่ก็ท ำให้ได้ตัวเลขที่น้อยกว่ำในกำรศึกษำ

นี้ คือ มูลค่ำค่ำจ้ำงต่อประชำกรเท่ำกับ 63,000 บำทต่อคนต่อปีเท่ำนั้น เทียบกับผลกำรค ำนวณจำกกำรศึกษำ

นี้ที่พบว่ำ แรงงำนจ ำนวน 1 คน (เฉพำะคนที่ท ำงำน) สำมำรถสร้ำงผลผลิตได้เท่ำกับ 464,273 บำทต่อปี


อย่ำงไรก็ตำม ผลกำรศึกษำครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ำควำมพยำยำมที่จะก ำหนดค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับ
กำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิตและมูลค่ำของเวลำที่แน่นอนตำยตัวและกลำยเป็นตัวเลขมำตรฐำนส ำหรับวงกำร

วิจัยและกำรประเมินผลกระทบฯ ไม่น่ำจะเป็นเรื่องที่กระท ำได้ ทั้งนี้ด้วยเหตุผลอย่ำงน้อย 3 ประกำร ดังนี้


เหตุผลที่ 1 แนวคิดของกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิตมีหลำยทำง อำทิ กำรคิดมูลค่ำชีวิตในฐำนะที่เป็น

ปัจจัยกำรผลิต (Factor of production) กำรคิดมูลค่ำชีวิตในฐำนะที่เป็นกำรสะสมทุนมนุษย์ตั้งแต่ก ำเนิด

เรื่อยไปจนตลอดเวลำของทั้งชีวิต (Human capital) กำรคิดมูลค่ำชีวิตในฐำนะที่เป็นสินค้ำที่ซื้อขำย

แลกเปลี่ยนได้ (Commodity) และกำรคิดมูลค่ำชีวิตในฐำนะที่เป็นทรัพย์สิน (Asset) ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบท
(Context-based) ของเรื่องที่มนุษย์เข้ำไปเกี่ยวข้องและกลุ่มเป้ำหมำยทำงเศรษฐกิจ ดังนั้นกำรใช้แนวคิด

ที่ต่ำงกันย่อมท ำให้ค ำนวณมูลค่ำชีวิตได้ต่ำงกัน โดยกำรก ำหนดว่ำจะต้องใช้แนวคิดใดเป็นหลักในกำรค ำนวณ

มูลค่ำชีวิตอำจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้จะท ำได้หรืออำจจะท ำได้ยำกเพรำะกำรจะตัดสินว่ำควรจะใช้แนวคิดใด

จึงจะเหมำะสมและให้ผลครอบคลุมเรื่องที่กำรลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะเข้ำไปสร้ำง

ผลกระทบนั้นคงจะต้องผ่ำนกำรอภิปรำยทำงวิชำกำรที่เข้มข้นเป็นอย่ำงมำกจนกว่ำจะได้ข้อสรุปและก็อำจจะ

ไม่ได้ข้อสรุปก็เป็นได้


เหตุผลที่ 2 รำยละเอียดของกำรค ำนวณมีหลำยแง่มุม แม้แต่ในกำรศึกษำครั้งนี้ก็จะเห็นว่ำ

หำกให้มูลค่ำชีวิตคิดจำกคนที่ท ำงำนเท่ำนั้นก็จะมีค่ำมำก แต่ก็แลกมำด้วยกำรที่ไม่มีมูลค่ำชีวิตเลยให้แก่คนที่
ไม่มีงำนท ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ำจะขัดกับหลักมนุษยธรรมหรือควำมเป็นมนุษย์ แต่หำกให้น ้ำหนักของทั้งคนท ำงำน

และคนที่ไม่ท ำงำนก็จะได้มูลค่ำชีวิตที่ลดลง แต่ก็อำจจะไม่สะท้อนมูลค่ำที่คนที่ท ำงำนสร้ำงขึ้นได้จริง ๆ ดังนั้น

ในควำมที่มีหลำยแง่มุมเหล่ำนี้สร้ำงควำมหลำกหลำยให้กับมูลค่ำที่ค ำนวณได้ กำรจะตัดสินว่ำมูลค่ำเท่ำใด

ที่ถูกต้องแน่นอนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพรำะว่ำขึ้นกับบริบทที่น ำไปวิเครำะห์มำกกว่ำที่จะสำมำรถก ำหนด

ค่ำที่แน่นอนเพียงค่ำเดียวส ำหรับทุกกรณีได้


เหตุผลที่ 3 ควำมอ่อนไหวของกำรก ำหนดสมมติฐำนที่ส ำคัญย่อมท ำให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงของมูลค่ำ

ชีวิตเพรำะแม้แต่เพียงกำรเลือกใช้อัตรำคิดลดที่แตกต่ำงไปเพียงเล็กน้อยก็ท ำให้ได้มูลค่ำชีวิตที่แตกต่ำงกันมำก

ซึ่งกำรจะก ำหนดให้ใช้อัตรำคิดลดเพียงค่ำเดียวที่เป็นมำตรฐำนก็อำจจะไม่ได้รับกำรยอมรับจำกนักวิชำกำร
โดยทั่วไป เพรำะกำรเลือกใช้อัตรำคิดลดย่อมขึ้นอยู่กับบริบท เช่น อัตรำเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยตำมสถำนกำรณ์

ที่เป็นอยู่ในขณะนั้นหรืออำจจะขึ้นอยู่กับต้นทุนของเงินทุนซึ่งย่อมผันแปรตำมอัตรำผลตอบแทนของสินทรัพย์

เสี่ยงประเภทอื่น ๆ ด้วย

st
The 1 National Conference on SROI 85

ดังนั้น กำรแสวงหำค่ำตัวแทนทำงกำรเงินส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำของชีวิตจะยังคงเป็นปริศนำ

ให้นักวิชำกำรได้หำทำงค้นคว้ำหำแนวทำงที่เหมำะสมต่อไป ซึ่งในที่สุดอำจจะพบว่ำทำงออกของกำรเลือกใช้

ตัวเลขนี้อำจจะอยู่ที่บริบทของสิ่งที่ประเมิน เช่น ในงำนของคมสัน (2562) อยู่ในบริบทของอุบัติเหตุ

บนท้องถนนซึ่งอำจจะเกิดขึ้นได้กับประชำกรทุกคน ท ำให้มูลค่ำชีวิตที่เลือกใช้อำจจะคิดทั้งจำกคนที่ท ำงำน

และไม่ท ำงำนเพรำะผลกระทบไม่ได้เกิดกับผู้ที่ท ำงำนเท่ำนั้น แต่หำกประเมินในบริบทของกำรสูญเสียชีวิต

แรงงำนที่มีทักษะสูงก็อำจจะเลือกใช้มูลค่ำชีวิตของผู้ที่ท ำงำนเท่ำนั้น เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว กำรประเมินมูลค่ำชีวิตของมนุษย์ขึ้นอยู่กับบริบทเป็นอย่ำงมำก ชีวิตมนุษย์ที่อยู่กัน

ในบริบทของเรื่องที่แตกต่ำงกัน มุ่งสร้ำงมูลค่ำทำงเศรษฐกิจจำกกลุ่มเป้ำหมำยที่ต่ำงกัน อยู่ในประเทศที่ต่ำงกัน

และเป็นคนในวัยที่ต่ำงกันย่อมค ำนวณมูลค่ำชีวิตได้ไม่เท่ำกัน กำรศึกษำครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะได้คิดกัน

อย่ำงจริงจังหำกมีควำมจ ำเป็นจริง ๆ ที่ส ำนักงำนคณะกรรมกำรส่งเสริมวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

จะต้องก ำหนดค่ำมำตรฐำนของมูลค่ำชีวิตขึ้นเพื่อประโยชน์ส ำหรับกำรอ้ำงอิงในกำรประเมินผลกระทบฯ

ของกำรลงทุนด้ำนวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต่อไป ซึ่งทำงออกก็คือน่ำจะต้องค ำนวณออกมำหลำยค่ำ

เพื่อใช้ในบริบทที่หลำกหลำยเท่ำที่จะสำมำรถคำดกำรณ์ได้ว่ำวิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจะสร้ำง

ผลกระทบในเรื่องใดและในขอบเขตกว้ำงขวำงเพียงใด




เอกสารอ้างอิง



คมสัน สุริยะ. 2562. กำรประเมินมูลค่ำผลลัพธ์และผลกระทบของโครงกำรวิจัยโดดเด่นที่ สกว. สนับสนุน

โครงกำรที่ 1: โครงกำรระบบจ่ำเฉยอัจฉริยะพร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ. กรุงเทพฯ: ฝ่ำยติดตำม
และประเมินผล ส ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัย (สกว.)


อิศรำ ศำนติศำสน์ . 2538. "กำรประมำณค่ำอุปสงค์ของผู้บริโภค ค่ำผู้ใหญ่สมมูล และกำรกระจำยรำยได้ใน

ประเทศไทย พ.ศ. 2531, 2533 และ 2535 : รำยงำนผลกำรวิจัย". กรุงเทพมหำนคร : จุฬำลงกรณ์

มหำวิทยำลัย.


Atikeler, K. et al. 2014. “Value of Life and Cost of Pre-Mature Deaths with The Perspective of

Productivity as Net Tax Revenue: A Comparison in Argentina, Brazil and Mexico,”

Value in Health 17: pp. A323–A686


Brousselle, Astrid, Tarik Benmarhnia and Lynda Benhadj. 2016. “What are the benefits and
risks of using return on investment to defend public health programs?,” Preventive

Medicine Reports 3: pp. 135–138

86


Dickert, Stephan et al. 2015. “Scope insensitivity: The limits of intuitive valuation of human

lives in public policy,” Journal of Applied Research in Memory and Cognition 4:

pp. 248–255


Ehrlich, Isaac. 2000. “Uncertain lifetime, life protection, and the value of life saving,” Journal
of Health Economics 19: pp. 341–367


Hájnik, Ambróz et al. 2021. “A statistical value of a human life in Slovakia,” Transportation

Research Procedia 55: pp. 284–290


Jakubczyk, Michal et al. 2018. “Choice Defines Value: A Predictive Modeling Competition in

Health Preference Research,” Value in Health 21: pp. 229–238


Kockaya, G., Yenilmez FB. and Tuna E. 2016. “Estimation Of Value of Life with A Model
Approach Depending on Net Present Value for Turkey,” Value in Health 19:

pp. A347–A766


Kuchyna, Pavel. 2015. “Problems Associated with Value of Life,” Procedia Economics and

Finance 25: pp. 378–385


Lee, Chris P., Glenn M. Chertow and Stefanos A. Zenios. 2009. “An Empiric Estimate of the

Value of Life: Updating the Renal Dialysis Cost-Effectiveness Standard,” Value in

Health 12: pp. 80–87


Patenaude, Bryan N. et al. 2019. “The Value of a Statistical Life-Year in Sub-Saharan Africa:
Evidence from a Large Population-Based Survey in Tanzania,” Value in Health

Regional Issues 19: pp. 151–156


Seposo, Xerxes et al. 2018. “Health impact assessment of PM2.5-related mitigation scenarios

using local risk coefficient estimates in 9 Japanese cities,” Environment International

120: pp. 525–534


Thomas, P.J. and G.J. Vaughan. 2015. “Pitfalls in the application of utility functions to the

valuation of human life,” Process Safety and Environmental Protection 98:

pp. 148–169

st
The 1 National Conference on SROI 87

Tichopad, A. and Zigmond J. 2013. “Vale of life: As perceived by physicians and the general

public,” Value in Health 16: pp. A477


Tuna, E. et al. 2014. “Value of Life and Cost of Pre-Mature Deaths with The Perspective of

Productivity as Net Tax Revenue: A Comparison in France, Germany, Italy, Spain,

United Kingdom,” Value in Health 17: pp. A323–A686


Tuna, E., Yenilmez FB. and Kockaya G. 2016. “Estimation Of Value of Life with A Model

Approach Depending on Net Present Value for France, Germany, Italy, Spain and
United Kingdom,” Value in Health 19: pp. A347–A766


Wei, Chun Wang et al. 2021. “Economic evaluation for mass vaccination against COVID-19,”

Journal of the Formosan Medical Association 120: pp. S95–S105


Yenilmez, FB. et al. 2014. “Value of Life and Cost of Pre-Mature Deaths with The Perspective

of Productivity as Net Tax Revenue: A Comparison in USA, Canada, Japan and

Australia,” Value in Health 17: pp. A423


Yenilmez, FB., Tuna E. and Kockaya G. 2016. “Estimation of Value of Life with A Model

Approach Depending on Net Present Value for Au stria, Canada, Japan and USA,”
Value in Health 19: pp. A347–A766

88





ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนของโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์


กรณีศึกษาชุดโครงการ Thai Fruits – Functional Fruits และไม้ผลและ


ผลิตภัณฑ์จากผลไม้






ไชยยะ คงมณี * อรอนงค์ ลองพิชัย ปรัตถ พรหมมี และ เยำวเรศ เชำวนพูนผล
1
2
1
1


1 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและธุรกิจเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


2 ภาควิชาพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


*Corresponding author: [email protected]




บทคัดย่อ



บทควำมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคมของโครงกำรวิจัยในชุดโครงกำร

Thai Fruits – Functional Fruits และไม้ผลและผลิตภัณฑ์ผลไม้ โดยรวบรวมข้อมูลจำกกำรสัมภำษณ์
รำยบุคคลด้วยแบบสอบถำมเชิงโครงสร้ำงและสัมภำษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก จ ำนวน 12 โครงกำร

กำรวิเครำะห์ข้อมูลใช้กำรวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุน ผลกำรวิจัยพบว่ำ ผลประโยชน์สุทธิ

ในรูปของผลผลิตและผลลัพธ์มีมูลค่ำรวม 125,389,794 บำท ส ำนักงำนกองทุนส่งเสริมกำรวิจัย (สกว.)

ใช้งบประมำณกำรวิจัยรวม 11,883,370 บำท และมีผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนเท่ำกับ 10.55 นั่นคือ

เมื่อส ำนักงำนกองทุนสนับสนุนกำรวิจัยให้กำรสนับสนุนงบประมำณกำรวิจัยในโครงกำรวิจัยทำงวิทยำศำสตร์

1 บำท จะได้รับผลตอบแทนทำงสังคมกลับคืนมำ 10.55 บำท แสดงว่ำ กำรลงทุนมีควำมคุ้มค่ำ ข้อเสนอแนะ

เพื่อเพิ่มผลตอบแทนทำงสังคมที่สูงขึ้นมีดังนี้ (1) สนับสนุนโครงกำรวิจัยแบบต่อเนื่องรำยปีเพื่อเพิ่มโอกำส
กำรวิจัย กำรขยำยผลและต่อยอดตำมโซ่อุปทำน (2) พัฒนำระบบนิเวศวิจัยของหน่วยงำนต้นสังกัด

อย่ำงเป็นระบบ (3) สร้ำงแรงจูงใจให้นักวิจัยจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทำงปัญญำ (4) สนับสนุน

ทุนวิจัยในลักษณะกำรร่วมทุนระหว่ำงแหล่งทุนกับมหำวิทยำลัยส ำหรับงบด ำเนินงำนและส่งเสริม

กำรบูรณำกำรงำนวิจัยข้ำมสถำบัน (5) ส่งเสริมกำรประเมินโครงกำรวิจัยที่มีผลผลิตไม่แล้วเสร็จ

st
The 1 National Conference on SROI 89

ถ้ำมีควำมเป็นไปได้กำรวิจัย ควรสนับสนุนต่อเนื่องเพื่อเพิ่มโอกำสกำรเกิดผลลัพธ์และผลกระทบ ผลกำรวิจัย

ที่ได้คำดว่ำจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงำนสนับสนุนกำรวิจัยและสถำบันกำรศึกษำ ในกำรน ำไปใช้ประกอบ

กำรวำงแผนและก ำหนดนโยบำยสนับสนุนกำรวิจัยที่เหมำะสมต่อไป


ค าส าคัญ: กำรประเมินผลโครงกำร โครงกำรวิจัย ผลตอบแทนจำกกำรลงทุน ไม้ผลและผลิตภัณฑ์ผลไม้





ABSTRACT


This article analyzes Social Return on Investment (SROI) of scientific research projects
in the project package of Thai Fruits – Functional Fruits and Fruits and Fruit Products. The data

were collected using personal interviews with structured questionnaire and in– depth

interviews with the key informants of the 12 research projects. The data were analyzed using

SROI analysis. The results reveal the value of net benefit in terms of output and outcome

equals 125,389,794 THB while the Thailand Research Fund (TRF)’s research funding amounted

to 11,883,370 THB. As a result, the SROI is 10.55. This value implies that the TRF obtained

social return on investment of 10.55 THB for each their 1.0 THB research investment which is
worthwhile investments. Recommendations to ensure the improvement of the SROI as

follows: (1) support the multiyear research projects to increase research opportunities,

implementation and translation research along the supply chain. (2) systematically develop

the research ecosystem of the research institutions. (3) motivate the research’s incentives

to patent the patent/petty patent or intellectual property; (4) support co-funding between

the funding agency and the university for operating budget and promote the research

integration across institutions. (4) promote the evaluation of unfinished research projects.

If there is some research potential. The support should be continuing in order to increase

the likelihood of outcomes and impacts. These results are beneficial for the TRF, research
grant associations and educational institutions to formulate appropriate policy for further

research supports.


Keywords: Project Evaluation, Research Project, Social Return on Investment, Fruits and Fruits

Product

90


บทน า


ไม้ผลเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส ำคัญของประเทศและเป็นฐำนกำรผลิตที่ช่วยสร้ำงงำนทั้งในส่วน

ของเกษตรกร ผู้ด ำเนินกำรตลำดระดับต่ำง ๆ และผู้ประกอบกำรในอุตสำหกรรมแปรรูปในแต่ละภูมิภำค

ของประเทศไทยมีลักษณะภูมิประเทศและสภำพภูมิอำกำศที่แตกต่ำงกัน ท ำให้เกิดควำมหลำกหลำย

ในชนิดไม้ผลเมืองร้อนและมีกำรขยำยพื้นที่ปลูกอย่ำงต่อเนื่อง กล่ำวคือ ในปี 2554 ประเทศไทยมีพื้นที่ใช้

ประโยชน์ทำงกำรเกษตรทั้งหมด 149.2 ล้ำนไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้นจ ำนวน 34.90 ล้ำนไร่
และเพิ่มขึ้นเป็น 36.94 ล้ำนไร่ ในปี 2562 (ส ำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร, 2561) ประเภทของไม้ผล

ในประเทศไทยจ ำแนกตำมควำมส ำคัญทำงเศรษฐกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) ไม้ผลที่มีควำมส ำคัญทำงเศรษฐกิจ

และมีมูลค่ำกำรส่งออกสูง เช่น ทุเรียน ล ำไย สับปะรด มังคุด เงำะ ลิ้นจี่ มะม่วง และกล้วย เป็นต้น

มีตลำดส่งออกที่ส ำคัญ 10 อันดับแรก คือ จีน เวียดนำม ฮ่องกง สหรัฐอเมริกำ อินโดนีเซีย เกำหลีใต้ ญี่ปุ่น

มำเลเซีย ไต้หวัน และแคนำดำ ตำมล ำดับ 2) ไม้ผลที่มีศักยภำพทำงเศรษฐกิจในอนำคตหรือเป็นไม้ผลท้องถิ่น

หรือพื้นเมือง มีกำรบริโภคภำยในประเทศมำกกว่ำกำรส่งออก ได้แก่ กระท้อน ชมพู่ น้อยหน่ำ พุทรำ มะปรำง

ฝรั่ง และลองกอง เป็นต้น ท ำให้ประเทศไทยมีศักยภำพในกำรพัฒนำให้เป็นแหล่งผลิตและตลำดผลไม้
เมืองร้อนที่มีคุณภำพได้มำตรฐำนและเป็นที่ยอมรับในระดับสำกล


เมื่อพิจำรณำมูลค่ำกำรส่งออกผลไม้และผลิตภัณฑ์ ระหว่ำงปี 2557 – 2561 พบว่ำ มูลค่ำกำรส่งออก

ผลไม้สดเพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง กล่ำวคือ มูลค่ำกำรส่งออกผลไม้สดรวมทุกชนิดในปี 2557 มีมูลค่ำ 30,014.28

ล้ำนบำท ผลไม้สดที่มีมูลค่ำกำรส่งออกสูงที่สุด คือ ทุเรียน 12,435.70 ล้ำนบำท รองลงมำ ได้แก่ ล ำไย มังคุด

มะม่วง และกล้วย ตำมล ำดับ และในปี 2561 มูลค่ำกำรส่งออกผลไม้สดรวมทุกชนิดเพิ่มขึ้นเป็น 62,207.62

ล้ำนบำท ชนิดของผลไม้สดที่มีมูลค่ำกำรส่งออกสูง ได้แก่ ทุเรียน (30,186.97 ล้ำนบำท) ล ำไย (17,219.25

ล้ำนบำท) มังคุด (7,271.20 ล้ำนบำท) มะม่วง (2,017.05 ล้ำนบำท) และกล้วย (725.43 ล้ำนบำท) ตำมล ำดับ

(ส ำนักงำนเศรษฐกิจกำรเกษตร, 2561) ด้วยศักยภำพกำรผลิตและตลำดผลไม้เมืองร้อนที่ยอมรับในตลำดโลก
ตลอดจนกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรผลิต โดยเน้นกำรลดต้นทุนกำรผลิต กำรพัฒนำคุณภำพ กำรผลิตนอกฤดู

รวมทั้งกำรจัดกำรผลผลิตหลังกำรเก็บเกี่ยวเพื่อสร้ำงโอกำสทำงกำรตลำดและเพิ่มรำยได้จำกกำรผลิต

ซึ่งกำรเพิ่มมูลค่ำให้แก่ผลไม้ สำมำรถท ำได้โดยกำรแปรรูปและกำรยกระดับจำกสินค้ำวัตถุดิบเป็นสินค้ำที่มี

คุณสมบัติพิเศษ (Functional food) ด้วยกำรสนับสนุนกำรวิจัยและพัฒนำทำงวิทยำศำสตร์ สร้ำงนวัตกรรม

กำรแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ำสูง (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2558)

st
The 1 National Conference on SROI 91

ดังนั้น ส ำนักงำนสนับสนุนกำรวิจัยได้เห็นถึงควำมส ำคัญดังกล่ำว จึงสนับสนุนทุนวิจัยในชุดโครงกำร

Thai Fruits-Functional Fruits ครอบคลุมผลไม้ไทยหลำกหลำยชนิด เช่น มะม่วง ส้มโอ มะละกอ และกล้วย

เป็นต้น มีนักวิจัยจำกหลำกหลำยสถำบันเข้ำร่วมวิจัยจ ำนวนกว่ำ 100 คน โดยมีเป้ำหมำยเพื่อหำปริมำณ

สำรส ำคัญ เช่น flavonoid carotenoid enzymes phenolic acid และ prebiotic เป็นต้น และได้ศึกษำ

ฤทธิ์ทำงชีวภำพของผลไม้ไทย โดยองค์ควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำนี้แสดงให้เห็นคุณค่ำของผลไม้ไทย

เพื่อเผยแพร่และประชำสัมพันธ์คุณประโยชน์ของผลไม้ไทยในด้ำนเสริมสุขภำพ กำรสนับสนุนทุนวิจัย

ในชุดโครงกำรจัดเป็นกำรลงทุนกิจกรรมทำงเศรษฐกิจที่สร้ำงหรือก่อให้เกิดองค์ควำมรู้ อันจะส่งผลต่อ
กำรเปลี่ยนแปลงทำงเศรษฐกิจและสังคมหรือเสริมสร้ำงควำมเป็นอยู่ของคนในสังคมให้ดีขึ้น (Isvilanonda,

2010) ทั้งนี้ด้วยข้อจ ำกัดด้ำนงบประมำณ ท ำให้ประเทศไทยมีสัดส่วนค่ำใช้จ่ำยด้ำนกำรวิจัยและพัฒนำ

ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภำยในประเทศค่อนข้ำงต ่ำ โดยมีสัดส่วนระหว่ำงร้อยละ 0.21–1.11 ในช่วงปี พ.ศ. 2544

ถึง พ.ศ. 2562 (กระทรวงกำรอุดมศึกษำ วิทยำศำสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2563) จึงมีควำมจ ำเป็นที่จะต้องท ำ

กำรประเมินว่ำ โครงกำรวิจัยหรือชุดโครงกำรวิจัยที่นักวิจัยได้รับกำรสนับสนุนเงินทุนส ำหรับกำรท ำวิจัย

และด ำเนินกำรวิจัยเสร็จสิ้นไปแล้ว มีควำมคุ้มค่ำหรือไม่ต่อกลุ่มเป้ำหมำยใดและส่งผลกระทบต่อสังคมอย่ำงไร

คำดว่ำจะเป็นประโยชน์ต่อก ำหนดนโยบำยกำรสนับสนุนกำรวิจัยเพื่อให้กำรสนับสนุนเงินทุนวิจัยซึ่งมีอยู่จ ำกัด
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกำรพัฒนำเศรษฐกิจและสังคม



วัตถุประสงค์ของการวิจัย


บทควำมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนของชุดโครงกำร

Thai Fruits – Functional Fruits และไม้ผลและผลิตภัณฑ์จำกผลไม้ ซึ่งผลกำรวิจัยที่ได้จะเป็นประโยชน์

ต่อหน่วยงำนสนับสนุนทุนวิจัย หน่วยงำนวิจัย และสถำบันกำรศึกษำในกำรน ำไปใช้ประกอบกำรพิจำรณำ

สนับสนุนทุนวิจัยที่มีบริบทคล้ำยคลึงกัน


การทบทวนวรรณกรรม



งำนวิจัยมีควำมส ำคัญต่อกำรเติบโตทำงเศรษฐกิจ คุณภำพชีวิตที่ดีของประชำชนและควำมยั่งยืน

ของกำรพัฒนำ จึงเป็นเหตุผลที่ประเทศต่ำง ๆ ให้ควำมส ำคัญกับกำรลงทุนในงำนวิจัย ส ำหรับประเทศก ำลัง
พัฒนำที่ต้องเผชิญกับข้อจ ำกัดด้ำนงบประมำณ กำรสนับสนุนเงินทุนวิจัยจึงจ ำเป็นต้องมั่นใจว่ำเงินลงทุนผ่ำน

โครงกำรวิจัยหรือชุดโครงกำรวิจัยให้ผลตอบแทนทำงเศรษฐกิจและสังคมในระดับที่คุ้มค่ำ จึงเป็นที่มำ

ของค ำถำมว่ำ ท ำไมควรมีกำรประเมินผลตอบแทนจำกกำรลงทุนในงำนวิจัย

92


กำรประเมินผลกระทบของงำนวิจัยเป็นกำรวัดผลส ำเร็จของงำนวิจัย ซึ่งเริ่มด้วยกำรประเมินผลผลิต

(output) ตำมด้วยผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ของงำนวิจัยต่อกำรเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

และสังคม ในบทควำมนี้นิยำม ผลผลิต (output) ของงำนวิจัย คือ ผลผลิตที่เกิดขึ้นจำกโครงกำรวิจัย
ซึ่งถูกก ำหนดโดยวัตถุประสงค์ของงำนวิจัยนั้น ๆ เช่น องค์ควำมรู้ ข้อมูล กำรฝึกอบรม จ ำนวนนักวิจัย

ผลงำนตีพิมพ์ สิทธิบัตรและนวัตกรรม รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือทำงวิทยำศำสตร์ที่ผลิตขึ้น งำนวิจัยชิ้นหนึ่ง

อำจสร้ำงผลผลิตที่พร้อมน ำไปใช้ประโยชน์หรือผลผลิตที่กลำยเป็นปัจจัยน ำเข้ำสู่งำนวิจัยขั้นสูงต่อไป

ส ำหรับผลลัพธ์ (outcome) หมำยถึง กำรเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจำกกำรน ำผลผลิตที่ได้จำกงำนวิจัยไปใช้

ประโยชน์โดยผู้ใช้ ซึ่งอำจเป็นนักวิจัยเองหรือผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นผลผลิตสำมำรถกลำยเป็นผลลัพธ์ เช่น รำยได้

เพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง ประสิทธิภำพสูงขึ้นและกำรได้แนวนโยบำยกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์ ส่วนผลกระทบ

(impact) คือ ผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง (consequence) จำกงำนวิจัยที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเป้ำหมำย
หรือสำธำรณะ โดยก่อให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผลกระทบอำจจะเป็น

ผลเชิงบวกหรือเชิงลบก็ได้ ผลต่อเนื่องอำจจะแบ่งกว้ำง ๆ ออกเป็นผลต่อเนื่องทำงวิทยำศำสตร์

(scientific consequence) และทำงสังคม (society consequence) ผลต่อเนื่องทำงวิทยำศำสตร์

คือ ควำมก้ำวหน้ำทำงวิทยำศำสตร์ ทุนทำงปัญญำ และงำนวิจัยมีอิทธิพลต่อควำมก้ำวหน้ำวิทยำศำสตร์

ส่วนผลต่อเนื่องทำงสังคมนั้น งำนวิจัยจะต้องตอบค ำถำมว่ำอะไรคือประโยชน์ที่สังคมได้รับ เช่น สินค้ำที่ดี

บริกำรที่ดี คุณภำพชีวิต สวัสดิกำรที่ดี กำรจ้ำงงำนเพิ่มขึ้น กำรเพิ่มผลิตภำพ และกำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืน

(Walker, et al., 2008; ESF, 2012) กล่ำวคือ งำนวิจัยสร้ำงควำมก้ำวหน้ำหรือทุนควำมรู้ที่สำมำรถใช้สร้ำง

นวัตกรรมและนโยบำยที่ดีเพื่อผลประโยชน์ทำงเศรษฐกิจและสังคม (Salter & Martin, 2001) กระบวนกำร

ค้นหำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงกำรลงทุนวิจัยกับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำมำรถอธิบำยโดยกรอบแนวคิด
ควำมสัมพันธ์เชิงเส้น (linear process) ของผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ กล่ำวคือ ควำมรู้จำกงำนวิจัย

พื้นฐำนเปลี่ยนรูปไปสู่งำนวิจัยเชิงประยุกต์และสุดท้ำยน ำไปต่อยอดสู่นวัตกรรมทำงเทคนิคและสังคม

และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม (Walker, et al., 2008; ESF, 2012)


บทควำมนี้ใช้หลักกำรผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนในกำรวิเครำะห์ข้อมูล โดยประเมินมูลค่ำ

ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบทำงสังคมของโครงกำรวิจัยค ำนวณเป็นตัวเงินแล้วเปรียบเทียบกับมูลค่ำ

ของต้นทุนที่เป็นตัวเงินส ำหรับใช้ด ำเนินโครงกำรวิจัยเพื่อให้ทรำบว่ำ โครงกำรวิจัยนั้นก่อให้เกิดผลกระทบ

ทำงสังคมคิดเป็นมูลค่ำในรูปตัวเงินเท่ำไรต่อเงินลงทุน 1 บำท (Nicholls, et al., 2012; Achavanuntakul &

Yamla-or, 2014; Cordes, 2017) ซึ่งเป็นกำรประเมินแบบผสำนวิธีที่มีกระบวนกำรเพื่อท ำควำมเข้ำใจ
วัดมูลค่ำผลกระทบและรำยงำนคุณค่ำของโครงกำรวิจัยที่ก่อให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงทำงเศรษฐกิจ สังคม

และสิ่งแวดล้อม (Scholten, et al., 2006; Nicholls, et al., 2012; Banke, et al., 2015 Nicholls, 2017)

st
The 1 National Conference on SROI 93

กำรวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนเป็นเครื่องมือที่ใช้กันอย่ำงแพร่หลำย

เพื่อประเมินผลกระทบขององค์กร โครงกำรพัฒนำสังคม โครงกำรวิจัย และบริกำรสำธำรณะ เช่น โครงกำร

ด้ำนสำธำรณสุขและสุขภำพ กิจกำรเพื่อสังคม บริกำรสำธำรณะ งำนวิจัยและโครงกำรลงทุนของภำครัฐ

(Faivel, et al., 2012; Jones, 2012; Wilson & Frederick, 2013; King, 2014; Thai Health Promotion

Foundation 2014; Banke, et al., 2015; Benjasiri, 2015; Bertotti, et al., 2015; Ruiz- Courtney &

Powell, 2020; ไชยยะ คงมณี และคณะ, 2561) ซึ่งมีควำมแตกต่ำงของผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุน

ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงกำร ขนำดกำรลงทุน วัตถุประสงค์ ผลกำรด ำเนินโครงกำร จ ำนวนผู้รับผลประโยชน์
ระยะเวลำด ำเนินงำน และลักษณะผลกระทบที่เกิดขึ้น อย่ำงไรก็ตำม ในกำรเปรียบเทียบผลตอบแทนทำงสังคม

จำกกำรลงทุน ควรเป็นโครงกำร/องค์กรที่ท ำงำนเหมือนกันหรือในลักษณะเดียวกันหรือแก้ปัญหำเดียวกัน

รวมทั้งมีขอบเขตกำรท ำงำน ข้อจ ำกัด และบริบทที่คล้ำยคลึงกัน แต่ไม่ควรเปรียบเทียบโครงกำร/องค์กรที่มี

บริบทแตกต่ำงกัน (Faivel, et al., 2012; Achavanuntakul & Yamla-or, 2017)


วิธีการวิจัย


งำนวิจัยนี้คัดเลือกโครงกำรวิจัยเฉพำะเจำะจงภำยใต้ชุดโครงกำร Thai fruits-Functional Fruits

ที่ด ำเนินงำนวิจัยในช่วงปี 2556 – 2558 จ ำนวน 12 โครงกำร ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนวิจัยจ ำนวนเงิน
11,888,370 บำท แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. งำนวิจัยเพื่อกำรต่อยอดทำงวิทยำศำสตร์ จ ำนวน 10 โครงกำร

ได้รับงบประมำณจ ำนวน 7,826,370 บำท คิดเป็นร้อยละ 65.9 ของงบประมำณทั้งหมด และ 2. งำนวิจัย

เพื่อกำรต่อยอดเชิงพำณิชย์ จ ำนวน 2 โครงกำร ได้รับงบประมำณจ ำนวนเงิน 4,062,000 บำท คิดเป็นร้อยละ

34.1 ของงบประมำณทั้งหมด


รวบรวมข้อมูลใช้กำรสัมภำษณ์รำยบุคคลด้วยแบบสอบถำมเชิงโครงสร้ำงและสัมภำษณ์เชิงลึก

ผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ หัวหน้ำโครงกำรวิจัย นักวิจัยร่วมในโครงกำร ผู้ช่วยวิจัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

และรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจำกรำยงำนกำรวิจัย รำยงำนทำงกำรเงินและเอกสำรที่เกี่ยวข้อง วิเครำะห์ข้อมูลใช้

กำรวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนตำมขั้นตอนที่เสนอโดย Nicholls, et al. (2012)
และใช้กรอบมูลค่ำตลำดของผลผลิตและผลลัพธ์โครงกำรวิจัยทำงวิทยำศำสตร์ที่น ำเสนอโดย ไชยยะ คงมณี

และคณะ (2561) ซึ่งมีกำรปรับปรุงเพิ่มเติมโดยตรวจสอบควำมใช้ได้และเหมำะสมมูลค่ำตลำดผลผลิต

และผลลัพธ์จำกกำรทบทวนเอกสำรต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกับกำรสัมภำษณ์ผู้มีส่วนได้เสีย กำรก ำหนด

มูลค่ำตลำดภำยใต้หลักกำรพื้นฐำนของต้นทุนกำรผลิตทั้งหมดของผลผลิตแต่ละรำยกำรมำก ำหนดเป็นมูลค่ำ

ตลำดของผลผลิตนั้น ๆ หลังจำกนั้นใช้กำรปรึกษำหำรือกับผู้ทรงคุณวุฒิของโครงกำรเพื่อก ำหนดมูลค่ำ

ตลำดอย่ำงสมเหตุสมผล กำรวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสัมคมจำกกำรลงทุนประกอบด้วย 6 ขั้นตอน

(Nicholls, et al., 2012) ดังนี้

94


1. ก ำหนดขอบเขตของกำรประเมิน กำรประเมินครั้งนี้ก ำหนดระยะเวลำในกำรประเมิน

กำรน ำผลงำนวิจัยไปใช้ประโยชน์ไว้ 5 ปี หลังจำกโครงกำรวิจัยเสร็จสิ้น ส ำหรับขอบเขตกำรประเมินพิจำรณำ

จำกปัจจัยน ำเข้ำของโครงกำรวิจัย ได้แก่ งบประมำณสนับสนุนของ สกว. และงบประมำณสมทบ
จำกแหล่งอื่น ๆ (ถ้ำมี) วัตถุประสงค์ของโครงกำรวิจัย กิจกรรมระหว่ำงกำรวิจัย ปัจจัยส่วนบุคคลของนักวิจัย

ปัจจัยแวดล้อมในกำรท ำวิจัย ลักษณะโครงกำรและควำมส ำเร็จของโครงกำร ประกอบด้วย ผลผลิต ผลลัพธ์

และผลกระทบจำกที่เกิดขึ้นจำกกำรด ำเนินโครงกำรทั้งหมดเพื่อให้ได้ข้อมูลและค่ำสัดส่วนผลตอบแทน

ทำงสังคมจำกกำรลงทุนที่สำมำรถเป็นค่ำตัวแทนของผลตอบแทนโดยรวมทั้งหมดของกำรด ำเนินโครงกำรวิจัย


2. ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงกำรวิจัยโดยพิจำรณำจำกผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นและจัดท ำ

แผนที่ผลลัพธ์ มีขั้นตอนคือ (1) สร้ำงแผนที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงกำรวิจัย (2) ระบุกิจกรรม ผลผลิต

และผลลัพธ์ เพื่อสร้ำงแผนที่ผลลัพธ์ (3) สัมภำษณ์ข้อมูลเกี่ยวกับโครงกำรวิจัยหรือกิจกรรม (4) สัมภำษณ์

ข้อมูลเกี่ยวกับผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ (5) ระบุตัวชี้วัดส ำหรับวัดผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ
(6) ก ำหนดมูลค่ำของผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ


3. รวบรวมข้อมูลผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบและค่ำแทนทำงกำรเงินของผลผลิตและผลลัพธ์

โดยท ำกำรรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนมกรำคมถึงกรกฎำคม พ.ศ. 2561 และศึกษำจำกเอกสำรที่เกี่ยวข้อง

เพื่อวิเครำะห์อัตรำกำรเกิดผลลัพธ์ ก ำหนดค่ำตัวแทนทำงกำรเงินและแปลงผลลัพธ์ให้เป็นตัวเงิน

ทั้งนี้ ได้เจำะจงท ำกำรประเมินเฉพำะมูลค่ำทำงกำรเงินของผลลัพธ์ที่ส่งผลอย่ำงชัดเจนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เท่ำนั้น


4. วิเครำะห์ปัจจัยสนับสนุน (attribution) อัตรำกำรสูญเปล่ำ (deadweight) อัตรำทดแทน
(displacement) และประมำณค่ำผลลัพธ์กำรวิเครำะห์ปัจจัยสนับสนุนจำกองค์กรอื่น พิจำรณำจำกสัดส่วน

งบประมำณกำรวิจัยที่สนับสนุนโดย สกว. และผู้สนับสนุนวิจัยร่วม (ถ้ำมี) โดยก ำหนดเป็นค่ำร้อยละส ำหรับ

อัตรำกำรสูญเปล่ำหรือผลลัพธ์ส่วนเกินเป็นกำรวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหำกไม่มีโครงกำรวิจัยนี้ ส ำหรับอัตรำ

ทดแทนเป็นผลลัพธ์เชิงบวกของผู้มีส่วนได้เสียถูกชดเชยด้วยผลลัพธ์เชิงลบส ำหรับผู้มีส่วนได้เสียรำยอื่น

ข้อมูลในส่วนนี้ได้จำกกำรสัมภำษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักของโครงกำรวิจัย รวมทั้งกำรศึกษำเอกสำรที่เกี่ยวข้อง

และกำรปรึกษำกับผู้ทรงคุณวุฒิของโครงกำรวิจัย


5. ค ำนวณผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนและจ ำแนกผลประโยชน์ตำมผู้มีส่วนได้เสีย

โดยผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนแสดงเป็นค่ำอัตรำส่วนผลประโยชน์ทั้งหมดที่ได้รับจำกโครงกำรวิจัย
ลบมูลค่ำผลประโยชน์ที่โครงกำรไม่ได้ก่อ หำรด้วยงบประมำณกำรวิจัยที่ได้รับจำก สกว. เกณฑ์กำรประเมิน

คือ หำกค่ำที่ค ำนวณได้มำกกว่ำ 1 แสดงว่ำ กำรลงทุนในกำรวิจัยมีควำมคุ้มค่ำ

The 1 National Conference on SROI 95
st

6. สรุปผลกำรประเมินเป็นกำรสรุปผลตอบแทนทำงสังคมจำกกำรลงทุนที่ค ำนวณได้ในภำพรวม

และน ำเสนอทำงเลือกมำตรกำรหรือแนวทำงพัฒนำเพื่อส่งเสริมกำรประเมินควำมคุ้มค่ำในกำรลงทุนของ สกว.


ส ำหรับกำรประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบตำมกรอบกำรวิเครำะห์ผลตอบแทนทำงสังคม

จำกกำรลงทุนเป็นกำรประเมินค่ำผลส ำเร็จของโครงกำรเพื่อวัดควำมคุ้มค่ำเป็นตัวเงิน (เชิงปริมำณ) และคุณค่ำ

ที่ไม่เป็นตัวเงิน (เชิงคุณภำพ) กำรก ำหนดค่ำผลส ำเร็จของโครงกำร 3 ส่วน ดังนี้


1. กำรประเมินมูลค่ำผลผลิตของโครงกำรวิจัยได้จำกกำรทบทวนเอกสำรที่เกี่ยวข้อง สัมภำษณ์

ผู้ให้ข้อมูลหลักและสังเกตหน้ำงำนในโครงกำร โดยก ำหนดให้มูลค่ำผลผลิตทุกรำยกำรของโครงกำรที่มีหลักฐำน
เชิงประจักษ์ (ตำรำงที่ 1)


2. กำรประเมินมูลค่ำผลลัพธ์ (outcome) ทุกรำยกำรของโครงกำรจำกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่น ำผลผลิต

ไปใช้ตำมกรอบเวลำในกำรวิเครำะห์ คือ 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับหลักกำรลงทุนของภำคเอกชนและกำรคงอยู่ของ

องค์ควำมรู้ เทคโนโลยี และทักษะ ควำมเชี่ยวชำญของบุคคล ซึ่งเป็นกำรประเมินผลลัพธ์จำกผู้มีส่วนได้

ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงกำรวิจัยเท่ำนั้น ส่วนอัตรำคิดลดก ำหนดให้เท่ำกับร้อยละ 1.25 ส ำหรับ

เงินเดือนของบัณฑิตและร้อยละ 6.25 ส ำหรับผลประโยชน์สุทธิของบริษัทเอกชน (ถ้ำมี) ส ำหรับผลประโยชน์

ที่เกิดขึ้นคิดเฉพำะผลประโยชน์ส่วนเพิ่มสุทธิ (net incremental benefits) เท่ำนั้น ผลลัพธ์ทำงกำรเงิน

ที่เกิดขึ้นจำกโครงกำรวิจัยจะถูกถ่วงน ้ำหนัก (weighted) ด้วยสัดส่วนเงินทุนวิจัยจำก สกว. (attribution)
และโอกำสหรือร้อยละของผลผลิตที่จะเกิดขึ้นหำกไม่มีโครงกำรวิจัยนี้ (deadweight) (ซึ่งตัวถ่วงน ้ำหนักกรณีนี้

จะเท่ำกับ 1 ลบร้อยละของ deadweight)





ตารางที่ 1 มูลค่ำตลำดของผลผลิตที่ได้รับจำกโครงกำรวิจัย


รูปแบบผลผลิต มูลค่ำตลำด (บำท) เอกสำรอ้ำงอิง


สิ่งประดิษฐ์ (ผลิตภัณฑ์/ 200,000 กำรสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ของส ำนักงำน
เครื่องมือ/วิธีกำร/เทคนิค คณะกรรมกำรวิจัยแห่งชำติ (วช.) มีข้อก ำหนดว่ำต้องได้สิ่งประดิษฐ์

ห้องปฏิบัติกำร) 1 ชิ้น จำกกำรได้รับทุนสนับสนุนไม่เกิน 200,000 บำท 1

บทควำมวิจัยตีพิมพ์ 200,000 กำรสนับสนุนกำรวิจัยของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ และ สกอ.

ในวำรสำรทำงวิชำกำร ในกำรรับทุนวิจัย 200,000 บำท มีข้อก ำหนดว่ำจะต้องได้ผลงำน
2
ของไทย ตีพิมพ์ในวำรสำรวิชำกำรระดับชำติ/อนุสิทธิบัตรอย่ำงน้อย 1 ชิ้น

96


รูปแบบผลผลิต มูลค่ำตลำด (บำท) เอกสำรอ้ำงอิง


บทควำมวิจัยตีพิมพ์ 400,000 กำรสนับสนุนกำรวิจัยของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ และ สกอ.
ในวำรสำรทำงวิชำกำร ในกำรรับทุนวิจัย 400,000 บำท มีข้อก ำหนดว่ำจะต้องได้ผลงำน
4
นำนำชำติ ตีพิมพ์ในวำรสำรวิชำกำรระดับนำนำชำติ/สิทธิบัตรอย่ำงน้อย 1 ชิ้น 2

ส ำหรับกำรค ำนวณมูลค่ำผลผลิตส ำหรับผลงำนตีพิมพ์จะถ่วงน ้ำหนัก

ด้วยระดับคุณภำพผลงำน ตั้งแต่ 0.25–1.00 ตำมแหล่งตีพิมพ์
โดยบทควำมที่ตีพิมพ์ในวำรสำรฐำน ISI ให้มูลค่ำเพิ่มแบ่งตำม

Ranking โดยก ำหนดให้ Q1 : 800,000 บำท Q2 : 700,000 บำท
Q3 : 600,000 บำท และ Q4 : 500,000 บำท


บทควำมวิจัยตีพิมพ์ 40,000 กำรสนับสนุนกำรวิจัยของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ (มอ.)
ใน Proceedings และ สกอ. ในกำรรับทุนวิจัย 40,000 บำท มีข้อก ำหนดว่ำจะต้องได้

2
บทควำมวิจัยตีพิมพ์ใน Proceedings
บัณฑิตศึกษำ เภสัชกร ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ ส ำรวจเงินเดือนส่วนเพิ่มโดยเฉลี่ยจำกระดับ

ระดับปริญญำตรี เงินเดือนปกติที่สถำนประกอบกำรก ำหนดในกำรรับพนักงำน
5,353
เข้ำท ำงำน จ ำแนกตำมวุฒิกำรศึกษำและต ำแหน่ง ทั่วรำชอำณำจักร
บำท/เดือน ข้อมูลกำรส ำรวจค่ำตอบแทนภำคเอกชน พ.ศ. 2556 กระทรวง

วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร และสัมภำษณ์เชิงลึก
ผู้มีส่วนได้เสียก ำหนดให้มีเงินเดือนส่วนเพิ่มร้อยละ 20 ของเงินเดือน
2,878
ปกติ 1
บำท/เดือน


บัณฑิตศึกษำ เภสัชกร ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติส ำรวจเงินเดือนส่วนเพิ่มโดยเฉลี่ยจำกระดับ
ระดับปริญญำโท เงินเดือนปกติที่สถำนประกอบกำรก ำหนดในกำรรับพนักงำน
10,481
เข้ำท ำงำน จ ำแนกตำมวุฒิกำรศึกษำ และต ำแหน่ง ทั่วรำชอำณำจักร
บำท/เดือน
ข้อมูลกำรส ำรวจค่ำตอบแทนภำคเอกชน พ.ศ. 2556 กระทรวง
วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร และสัมภำษณ์เชิงลึก


5,882 ผู้มีส่วนได้เสียก ำหนดให้มีเงินเดือนส่วนเพิ่มร้อยละ 20 ของเงินเดือน
ปกติ 3
บำท/เดือน


บัณฑิตศึกษำ เภสัชกร ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติส ำรวจเงินเดือนส่วนเพิ่มโดยเฉลี่ยจำกระดับ
ระดับปริญญำเอก เงินเดือนปกติที่สถำนประกอบกำรก ำหนดในกำรรับพนักงำนเข้ำ
10,481
ท ำงำน จ ำแนกตำมวุฒิกำรศึกษำ และต ำแหน่ง ทั่วรำชอำณำจักร
บำท/เดือน ข้อมูลกำรส ำรวจค่ำตอบแทนภำคเอกชน พ.ศ. 2556 กระทรวง

The 1 National Conference on SROI 97
st

รูปแบบผลผลิต มูลค่ำตลำด (บำท) เอกสำรอ้ำงอิง


วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร และสัมภำษณ์เชิงลึก
ผู้มีส่วนได้เสียก ำหนดให้มีเงินเดือนส่วนเพิ่มร้อยละ 20 ของเงินเดือน
5,882
3
ปกติ
บำท/เดือน


ควำมลับทำงกำรค้ำ 400,000 เทียบเท่ำกับสิทธิบัตร กำรสนับสนุนกำรวิจัย
ของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ในกำรรับทุนวิจัย 400,000 บำท

มีข้อก ำหนดจะต้องได้ผลงำนตีพิมพ์ในวำรสำรวิชำกำรระดับ
นำนำชำติหรือสิทธิบัตรอย่ำงน้อย 1 ชิ้น


ต้นแบบระดับ 200,000 เทียบเท่ำกับอนุสิทธิบัตร กำรสนับสนุนกำรวิจัย
ห้องปฏิบัติกำร ของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ในกำรรับทุนวิจัย 200,000 บำท

มีข้อก ำหนดจะต้องได้ผลงำนตีพิมพ์ในวำรสำรวิชำกำรระดับชำติ
หรืออนุสิทธิบัตรอย่ำงน้อย 1 ชิ้น


ต้นแบบระดับพำณิชย์ 400,000 เทียบเท่ำกับสิทธิบัตร กำรสนับสนุนกำรวิจัย

ของมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ในกำรรับทุนวิจัย 400,000 บำท
มีข้อก ำหนดจะต้องได้ผลงำนตีพิมพ์ในวำรสำรวิชำกำรระดับ
นำนำชำติหรือสิทธิบัตรอย่ำงน้อย 1 ชิ้น


ต้นแบบระดับภำคสนำม 300,000 ในกำรทดลองระดับภำคสนำมเป็นกำรทดลองขั้นสูงหรือมีกำรขยำย

ผลกว่ำระดับปฏิบัติกำร แต่ยังไม่มีกำรขยำยผลสู่ระดับเชิงพำณิชย์
จึงก ำหนดให้มูลค่ำตลำดอยู่ระหว่ำงต้นแบบระดับห้องปฏิบัติกำร

กับต้นแบบระดับพำณิชย์

หนังสือ 400,000 เทียบเท่ำกับบทควำมวิจัยตีพิมพ์ในวำรสำรทำงวิชำกำรนำนำชำติ


คู่มือ/หนังสือ 1 บท 40,000 เทียบเท่ำกับบทควำมวิจัยตีพิมพ์ใน Proceedings


โครงกำรวิจัยใหม่ที่ต่อยอด มูลค่ำเท่ำกับ ต้องเป็นโครงกำรต่อเนื่องที่ใช้ผลผลิตและผลลัพธ์จำกโครงกำรวิจัย
งบประมำณของ เดิมไม่น้อยกว่ำร้อยละ 80 เพื่อด ำเนินงำนวิจัย

โครงกำรวิจัยใหม่

รำยงำนวิจัยฉบับสมบูรณ์ ร้อยละ 10 หำกโครงกำรวิจัยไม่ส่งรำยงำนฉบับสมบูรณ์หรือมีเหตุให้ต้องยุติ

ของทุนวิจัย โครงกำร เพรำะท ำวิจัยไม่เสร็จหรือคุณภำพงำนวิจัยใช้ไม่ได้
โครงกำรวิจัยนั้นจะไม่ได้เงินงวดสุดท้ำย ซึ่งมักสูงกว่ำร้อยละ 10

98


1
หมำยเหตุ : ประกำศส ำนักงำนคณะกรรมกำรวิจัยแห่งชำติ (วช.) เรื่อง กำรรับข้อเสนอโครงกำรเพื่อขอรับทุนกิจกรรม
ส่งเสริมและสนับสนุนกำรวิจัยภำยใต้โครงกำรควำมร่วมมือเพิ่มมูลค่ำสิ่งประดิษฐ์สู่กำรใช้ประโยชน์
(co-funding) ประจ ำปี 2559

กำรสนับสนุนทุนวิจัยเงินรำยได้ปีงบประมำณ 2559 ส ำนักวิจัยและพัฒนำมหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์
2
3 กำรส ำรวจค่ำตอบแทนภำคเอกชน พ.ศ. 2556 ส ำนักงำนสถิติแห่งชำติ กระทรวงเทคโนโลยีสำรสนเทศและ


กำรสื่อสำรและกำรสัมภำษณ์เชิงลึก
4 ในกำรค ำนวณมูลค่ำผลผลิตส ำหรับผลงำนตีพิมพ์ จะถ่วงน ้ำหนักด้วยระดับคุณภำพผลงำน ตั้งแต่ 0.25 – 1

ตำมแหล่งตีพิมพ์




3. กำรประเมินผลกระทบซึ่งเป็นกำรน ำผลผลิตไปใช้โดยบุคคลที่สำมจะรำยงำนเป็นผลกระทบ

(impact) ที่เกิดจำกโครงกำรวิจัยในลักษณะคุณค่ำหรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นจำกผลผลิตของโครงกำรวิจัย

แต่ไม่ตำมไปตีมูลค่ำ เพรำะอำจจะเกิดโอกำสให้ผลกำรประเมินสูงเกินจริง (over claim) กำรตีค่ำผลกระทบ

ดังกล่ำวยังรวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นกับนักวิจัยและบัณฑิตที่ร่วมโครงกำรวิจัยในฐำนะผู้ช่วยวิจัยด้วย

แต่จะระบุผลกระทบในเชิงคุณภำพเท่ำนั้น


ผลการวิจัยและการอภิปราย


ชุดโครงกำรวิจัยได้รับงบสนับสนุนวิจัยเป็นจ ำนวนเงิน 11,888,370 บำท โครงกำรที่ 1 – 11
ได้รับงบประมำณรวม 8,924,370 บำท งบประมำณที่โครงกำรย่อยได้รับอยู่ระหว่ำง 488,400 บำท

ถึง 1,098,000 บำท ทั้งนี้มี 3 โครงกำรที่ได้รับทุนประมำณ 1 ล้ำนบำท ส ำหรับโครงกำรศูนย์วิจัยและพัฒนำ

มะละกอบริโภคสดจังหวัดมหำสำรคำมและกลุ่มอีสำนตอนกลำง ได้รับทุน 2,694,000 บำท ส ำหรับระยะเวลำ

3 ปี จำก สกว. และในระหว่ำง 3 ปีที่ด ำเนินงำน ได้รับกำรสนับสนุนจำกมหำวิทยำลัยต้นสังกัด จำก สวทช.

และจำก อบต. รวมเป็นเงิน 1,300,000 บำท ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เสริมกำรขยำยผลลัพธ์ให้แก่โครงกำร


หัวหน้ำโครงกำรผู้รับทุนใน 12 โครงกำรมีควำมเชี่ยวชำญในสำขำสรีรวิทยำ (ร้อยละ 50) สำขำอำหำร

และโภชนำกำร (ร้อยละ 33) สำขำเภสัชวิทยำ (ร้อยละ 17) ในขณะที่รับทุนวิจัยครึ่งหนึ่งของหัวหน้ำโครงกำร

ด ำรงต ำแหน่งผู้ช่วยศำสตรำจำรย์และร้อยละ 25 ครองต ำแหน่งรองศำสตรำจำรย์ ที่เหลือครองต ำแหน่ง
อำจำรย์และนักวิจัย ต่อมำในระหว่ำงประเมินผลงำน พบว่ำ หัวหน้ำโครงกำรได้ครองต ำแหน่งสูงขึ้น 4 รำย

(หรือ 1 ใน 3) คือ เปลี่ยนจำกอำจำรย์เป็นผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ 1 รำย จำกผู้ช่วยศำสตรำจำรย์

เป็นรองศำสตรำจำรย์ 2 รำยและนักวิจัยเปลี่ยนเป็นนักวิจัยช ำนำญกำร 1 รำย


Click to View FlipBook Version