The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wngwiphathn, 2022-03-19 23:13:34

อีบุ๊ค สุขะ

อีบุ๊ค สุขะ



คำนำ

คณะผ้จู ดั ทำได้จดั ทำหลกั สตุ รกลมุ่ กำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ ฉบบั นเี ้ป็น เป็นเอกสำร
ประกอบกำรเรียนกำรสอน ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื ้ ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551เพอ่ื เป็น
เปำ้ หมำยในกำรพฒั นำผ้เู รียน และกระบวนกำรจดั กำรเรียนรู้ เพ่อื เป็นกรอบทศิ ทำงในกำรจดั กำรเรียน
กำรสอนให้ตรงตำมมำตรฐำนในตวั ชวี ้ ดั และสำระกำรเรียนรู้ ของกล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพล
ศกึ ษำ โดยพจิ ำรณำตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พนื ้ ฐำน 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560 )

คณะผ้จู ดั ทำขอขอบคณุ ผู้ที่มีสว่ นร่วมในกำรพฒั นำและจดั ทำหลกั สตู รกลมุ่ สำระกลมุ่ สำระกำร
เรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ ฉบบั นจี ้ นสำเร็จลลุ ว่ งเป็นด้วยดี และหวงั เป็นอย่ำงย่ิงวำ่ จะเกิดประโยชน์
ตอ่ กำรจดั กำร เรียนรู้ให้กบั ผู้เรียนตอ่ ไป



สำรบัญ ก

คำนำ 1
สำรบญั 2
วสิ ยั ทศั น์ 3
จุดม่งุ หมำย 4
สมรรถนะของผ้เู รียน 5
คุณลกั ษระอนั พึงประสงค์ 6
ทำไมต้องเรียนสขุ ศกึ ษำและพละศึกษำ 7
เรียนรู้อะไรในสขุ ศกึ ษำและพละศกึ ษำ 8
สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ 12
คุณภำพผ้เู รียน 15
ตวั ชีว้ ดั 18
คำอธบิ ำยรำยวิชำและโครงสร้ำงรำยวิชำ 23
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ 24
กำรวดั และประเมนิ ผล 24
ภำคผนวก 25
26
-สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง 35
-ควำมสมั พนั ธ์ของกำรพฒั นำคณุ ภำพผ้เู รียนตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน
อภธิ ำนศพั ท์
อ้ำงอิง

1

วิสยั ทัศน์

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ จดั กำรศกึ ษำโดยเน้นกำรมีส่วนร่วม เพอ่ื มุ่งเน้นให้ผ้เู รียน มภี ำวะของมนุษย์ที่
สมบรู ณ์ทงั ้ ด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญำ รวมทงั ้ สมรรถภำพทำงกำย เพ่ือสขุ ภำพและกีฬำ มีเจตคติ และค่ำนิยมท่ี
เหมำะสมตอ่ กำรเข้ำร่วมกจิ กรรมทำงกำยและกฬี ำ มีนำ้ ใจนักกีฬำ

หลักกำร

1. พฒั นำควำมรู้ควำมสำมำรถทำงสุขศกึ ษำและพลศึกษำตำมศกั ยภำพของผ้เู รียน และสำมำรถนำไปเป็นเครื่องมอื ในกำร เรียนรู้สง่ิ ตำ่ งๆ
และเป็นพนื ้ ฐำนสำหรับกำรศกึ ษำตอ่

2. จดั ท ำหลกั สตู รกำรศกึ ษำท่ีมีโครงสร้ำงยดื หยุ่นทงั ้ ด้ำนสำระกำรเรียนรู้เวลำและกำรจดั กำรเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับควำมต้องกำรของ
ผ้เู รียน

3. จัดกจิ กรรมกระบวนกำรเรียนรู้อยำ่ งหลำกหลำยต่อเน่ือง ผ้เู รียนมีส่วนร่วมในกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้อย่ำงมีควำมสุข

4. จัดแผนกำรเรียนกำรสอนให้แก่ผ้เู รียน เพ่อื ให้ผ้เู รียนได้มีโอกำสเรียนรู้วิชำสขุ ศึกษำและพลศึกษำตำมควำมถนัดและควำมสนใจ

5. พฒั นำบคุ ลำกรของกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ให้มคี วำมรู้และทักษะตลอดจนน ำประสบกำรณม์ ำใช้ในกำรเรียนกำร
สอนท่เี น้นผ้เู รียนเป็นสำคญั โดยคำนงึ ถงึ กำรมีส่วนร่วม และควำมต้องกำรของผ้เู รียนเป็นหลกั

6. มกี ำรนิเทศและตดิ ตำมอยำ่ งเป็นระบบในด้ำนกำรเรียนกำรสอนสุขศกึ ษำและพลศึกษำ เพ่ือกำรพัฒนำ

7. จดั กำรเรียนกำรสอนโดยกำรสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม กำรมีนำ้ ใจนักกฬี ำในทกุ รำยวิชำอยำ่ งเป็นรูปธรรม จดั กิจกรรมวิชำกำรด้ำนสุข
ศกึ ษำและพลศึกษำให้นักเรียนได้เข้ำร่วมกจิ กรรมทำงกำยและกฬี ำ พัฒนำควำมเป็นเลิศด้ำนกฬี ำ และได้ปฏิบตั กิ ิจกรรมตำ่ งๆ ตำมควำม
ถนดั และควำมสนใจ

8. จดั กจิ กรรมน ำเสนอผลงำนนักเรียน – ครูในงำนนทิ รรศกำรทำงวชิ ำกำรภำยในโรงเรียน

9. สนบั สนนุ ส่งเสริมให้ครูผลติ ส่อื และนวตั กรรมประกอบกำรเรียนกำรสอนตำมเนอื ้ หำกำรเรียนรู้

10. จัดกจิ กรรมสง่ เสริม พัฒนำผ้เู รียนที่มีควำมสำมำรถ และชว่ ยเหลอื ผ้เู รียนทมี่ ีปัญหำด้ำนกำรเรียนสุขศึกษำและพลศกึ ษำ

11. มีกำรวดั ผลและประเมินผลตำมสภำพจริง ด้วยวิธีกำรทีห่ ลำกหลำยให้ครอบคลมุ ทงั ้ ทำงด้ำนควำมรู้ทกั ษะ/กระบวนกำร สมรรถนะสำคญั
ของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละสมรรถภำพทำงกำยท่ีสมั พนั ธ์กับสุขภำพ

2

จุดมุ่งหมำย

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศึกษำและพลศึกษำ มงุ่ พฒั นำผ้เู รียนให้เป็นคนดีมีปัญญำ มีควำมสขุ มีศกั ยภำพใน
กำรศกึ ษำตอ่ และประกอบอำชพี และผ้เู รียนมีคุณภำพตำมเกณฑข์ องคุณภำพผ้เู รียนกล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและ
พลศึกษำ เมื่อจบกำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน ดงั นี ้
1. มคี ุณภำพตำมเกณฑ์ของคุณภำพผ้เู รียนกล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศึกษำและพลศึกษำ
2. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมท่ีพึงประสงค์ เหน็ คุณค่ำของตนเอง มวี นิ ยั และปฏิบตั ติ นตำม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศำสนำ หรือศำสนำทต่ี นนบั ถือ ยึดหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. มีควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคดิ กำรแก้ปัญหำ กำรใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะชีวิต
4. มีสขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจติ ที่ดี มสี ขุ นิสยั และรกั กำรออกกำลงั กำย
5. มคี วำมรกั ชำติ มจี ิตสำนึกในควำมเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มน่ั ในวิถชี ีวิต และกำรปกครองตำม
ระบอบประชำธิปไตยอนั มีพระมหำกษัตริยท์ รงเป็นประมขุ
6. มีจติ สำนกึ ในกำรอนุรักษ์วฒั นธรรมและภมู ิปัญญำไทย กำรอนรุ ักษ์และพฒั นำสิ่งแวดล้อม
มีจิตสำธำรณะที่มงุ่ ท ำประโยชนแ์ ละสร้ำงสง่ิ ที่ดีงำมในสงั คม และอย่รู ่วมกนั ในสงั คมอย่ำงมีควำมสขุ

3

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศึกษำและพลศึกษำ มงุ่ พฒั นำผ้เู รียนตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พนื ้ ฐำน
ม่งุ เน้นพฒั นำผ้เู รียนให้มีคุณภำพตำมมำตรฐำนท่ีกำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประกำร ดงั นี ้

1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร เป็นควำมสำมำรถในกำรรบั และส่งสำร มวี ฒั นธรรมในกำรใช้ภำษำถ่ำยทอดควำมคิด
ควำม รู้ควำมเข้ำใจ ควำมรู้สึก และทศั นะของตนเองเพอ่ื แลกเปลยี่ นข้อมลู ข่ำวสำรและประสบกำรณ์อนั จะเป็นประโยชน์
ตอ่ กำพัฒนำตนเองและสงั คม รวมทงั้ กำรเจรจำต่อรองเพือ่ ขจดั และลดปัญหำควำมขัดแย้งต่ำงๆ กำรเลือกรบั หรือไมร่ ับ
ข้อมลู ข่ำวสำรด้วยหลกั เหตุผลและควำมถูกต้อง ตลอดจนกำรเลือกใช้วิธกี ำรสื่อสำรท่มี ีประสิทธิภำพโดยคำนึงถึง
ผลกระทบทม่ี ตี อ่ ตนเองและสงั คม

2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ เป็นควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์กำรคิดสงั เครำะห์กำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรคก์ ำรคิดอย่ำง
มวี ิจำรณญำณ และกำรคดิ เป็นระบบ เพอื่ นำไปส่กู ำรสร้ำงองคค์ วำมรู้หรือสำรสนเทศเพอ่ื กำรตดั สนิ ใจเกี่ยวกับตนเอง
และสงั คมได้อย่ำงเหมำะสม

3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ เป็นควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำและอปุ สรรคตำ่ งๆท่ีเผชญิ ได้อย่ำงถูกต้อง
เหมำะสมบนพืน้ ฐำนของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและข้อมลู สำรสนเทศ เข้ำใจควำมสมั พนั ธ์และกำรเปลีย่ นแปลงของ
เหตกุ ำรณ์ตำ่ งๆ ในสงั คม แสวงหำควำมรู้ประยุกต์ควำมรู้มำใช้ในกำรปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหำ และมกี ำรตดั สินใจที่มี
ประสทิ ธิภำพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขนึ ้ ต่อตนเอง สงั คมและสิง่ แวดล้อม

4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ติ เป็นควำมสำมำรถในกำรนำกระบวนกำรตำ่ งๆ ไปใช้ในกำรดำเนินชีวิตประจำวนั
กำรเรียนรู้ด้วยตนเอง กำรเรียนรู้อย่ำงต่อเนอื่ ง กำรทำงำน และกำรอยู่ร่วมกันในสงั คมด้วยกำรสร้ำงเสริมควำมสมั พนั ธ์
อนั ดีระหวำ่ งบคุ คล กำรจัดกำรปัญหำและควำมขดั แย้งตำ่ งๆอย่ำงเหมำะสม กำรปรับตวั ให้ทนั กับกำรเปลีย่ นแปลงของ
สงั คมและควำมขัดแย้งต่ำงๆ อยำ่ งเหมำะสม กำรปรบั ตวั ให้ทนั กับกำรเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภำพแวดล้อม และ
กำรรู้จกั หลีกเล่ียง
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ่นื
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีเป็นควำมสำมำรถในกำรเลือกและใช้เทคโนโลยดี ้ำนต่ำงๆ และมที กั ษะ
กระบวนกำรทำงเทคโนโลยเี พื่อกำรพฒั นำตนเองและสงั คมในด้ำนกำรเรีย รู้กำรสอื่ สำรกำรทำงำน กำรแก้ปัญหำอย่ำง
สร้ำงสรรค์ถูกต้องเหมำะสมและมีคณุ ธรรม

4

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

กลุม่ สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ มงุ่ พัฒนำผ้เู รียนให้มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เพ่ือให้สำมำรถอยู่ร่วมกับผ้อู ื่นใน
สงั คมได้อย่ำงมคี วำมสุข ในฐำนะเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั ้ พนื ้ ฐำน ดงั นี ้

1. รักชำติ ศำสน์กษัตริย์หมำยถงึ มคี วำมภำคภูมิใจในควำมเป็นไทย นิยมไทย ปฏิบตั ติ ำมคำสง่ั สอนของศำสนำเคำรพเทดิ ทนู ศำสนำ
แสดงควำมจงรกั ภกั ดเี ทดิ ทนู พระเกียรตแิ ละพระรำชกรณียกิจของพระมหำกษตั ริย์
2. ซ่ือสตั ย์สุจริต หมำยถึง กำรประพฤติปฏบิ ตั ิอยำ่ งเหมำะสม และตรงต่อควำมเป็นจริงประพฤตปิ ฏิบตั ิอยำ่ งตรงไปตรงมำ ทงั ้ กำย วำจำ ใจ
ตอ่ ตนเองและผ้อู น่ื รวมตลอดทัง้ ตอ่ หน้ำที่กำรงำนและคำมนั่ สญั ญำ ควำมประพฤติทตี่ รงไปตรงมำและจริงใจในสงิ่ ทถี่ ูกท่ีควร ถูกต้องตำม
ทำนองคลองธรรมรวมไปถึงกำรไมค่ ดิ คดทรยศ ไม่คดโกงและไมห่ ลอกลวงนอกจำกนแี ้ ล้วควำมซ่อื สตั ยส์ จุ ริตยังรวมไปถงึ กำรรักษำคำพดู หรือ
คำมัน่ สญั ญำและกำรปฏบิ ตั หิ น้ำท่กี ำรงำนของตนเองด้วยควำมรับผดิ ชอบและด้วยควำมซ่อื สตั ย์ไม่แสวงหำผลประโยชนใ์ ห้แก่ตนเองและ
พวกพ้องด้วยกำรใช้อำนำจหน้ำทโ่ี ดยมชิ อบซ่งึ ควำมซือ่ สตั ย์สุจริตนจี ้ ะดำเนินไปด้วยควำมตงั้ ใจจริงเพ่อื ทำหน้ำท่ขี องตนเองให้สำเร็จลลุ ่วง
ด้วยควำมระมดั ระวงั และเกิดผลดตี ่อตนเองและสงั คม
3. มวี ินยั หมำยถงึ กำรควบคุมควำมประพฤติให้ถูกต้องและเหมำะสมกับจรรยำมำรยำท ข้อบงั คบั ข้อตกลง กฎหมำยและศีลธรรมกำรรู้จัก
ควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏิบตั ิตำมข้อตกลง ข้อบงั คบั ระเบยี บแบบแผน และขนบธรรมเนยี มประเพณีอนั ดงี ำมยอ่ มนำมำซงึ่ ควำมสงบสขุ ใน
ชีวติ ของตนควำมเป็นระเบียบเรียบร้อยของสงั คมและประเทศชำติ
4. ใฝ่ เรียนรู้ หมำยถงึ กำรค้นคว้ำหำควำมรู้หรือส่ิงที่เป็นประโยชนเ์ พอ่ื พัฒนำตนเองอยเู่ สมอ
5. อย่อู ย่ำงพอเพยี ง หมำยถึง กำรมีควำมพอดีในกำรบริโภค ใช้ทรพั ยำกรและเวลำวำ่ งให้เป็นประโยชนค์ ำนึงถึงฐำนะและเศรษฐกจิ คดิ
ก่อนใช้จ่ำยตำมควำมเหมำะสมรู้จกั กำรเพิ่มพนู ทรัพย์ด้วยกำรเก็บและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ดแู ลรักษำบรู ณทรัพย์ของตนเอง มกี ำรเกบ็
ออมเงินไว้ตำมสมควร
6. ม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน หมำยถึง กำรศึกษำเรียนรู้เพอ่ื หำข้อเทจ็ จริง ซ่งึ อำจพฒั นำไปสคู่ วำมจริงในสงิ่ ที่ต้องกำรเรียนรู้หรือต้องกำรหำ
คำตอบเพ่อื นำคำตอบท่ไี ด้นนั ้ มำใช้ประโยชน์ในด้ำนต่ำงๆ เช่น กำรยกระดบั ควำมรู้กำรนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั หรือนำมำสรุปเป็น
ควำมจริงได้
7. รักควำมเป็ นไทย หมำยถงึ เข้ำใจ หวงแหนควำมเป็นไทยซ่งึ ถอื เป็นต้นทนุ ทำงสงั คมทำให้ทกุ ศำสนำสำมำรถอยู่ร่วมกันได้อยำ่ งสนั ตโิ ดย
ต้องมีกำรดำเนนิ ชีวิตโดยกำยสุจริต วจสี จุ ริต และมโนสจุ ริตเป็นคณุ ลกั ษณะทีเ่ ก่ียวข้องกบั กำรเข้ำสงั คมและกำรมีปฏสิ มั พันธ์กับผ้อู ่นื เช่น
ควำมมกี ิริยำมำรยำท กำรปรบั ตวั ควำมตรงต่อเวลำ ควำมสุภำพ กำรมสี มั มำคำรวะ กำรพูดจำไพเรำะ และออ่ นน้อมถ่อมตน
8. มีจิตสำธำรณะ หมำยถึง คุณลกั ษณะทำงจติ ใจของบุคคลเก่ยี วกับกำรมองเหน็ คณุ คำ่ หรือกำรให้คุณคำ่ แกก่ ำรมปี ฏสิ มั พันธ์ทำงสงั คม
และส่ิงต่ำงๆ ทเี่ ป็นสิง่ สำธำรณะทีไ่ ม่มีผู้ใดผู้ผ้หู นงึ่ เป็นเจ้ำของหรือเป็นสิ่งทค่ี นในสงั คมเป็นเจ้ำของร่วมกนั เป็นสิ่งทสี่ ำมำรถสงั เกตได้จำก
ควำมรู้สกึ นึกคิด หรือกำรกระทำทแ่ี สดงออกมำ ได้แก่กำรหลีกเลี่ยงกำรใช้หรือกำรกระทำที่จะทำให้เกิดควำมชำรุดเสยี หำยตอ่ ส่วนรวมทใี่ ช้
ประโยชน์ร่วมกนั ของกลมุ่ กำรถอื เป็นหน้ำทที่ ีจ่ ะมีส่วนร่วมในกำรดูแลรกั ษำของส่วนรวมในวสิ ยั ทต่ี นสำมำรถทำได้และกำรเคำรพสิทธิในกำร
ใช้ของสว่ นรวมท่เี ป็นประโยชน์ร่วมกนั ของกลุ่ม

5

ทำไมต้องเรียนสุขศกึ ษำและพละศึกษำ

สขุ ภำพ หรือ สขุ ภำวะ หมำยถงึ ภำวะของมนุษยท์ ่ีสมบรู ณ์ทงั้ ทำงกำย ทำงจิต ทำงสงั คม และทำงปัญญำหรือ
จิตวญิ ญำณ สขุ ภำพหรือสขุ ภำวะจงึ เป็นเรื่องสำคญั เพรำะเก่ียวโยงกับทุกมติ ขิ องชีวติ ซ่ึงทุกคนควรจะได้เรียนรู้เร่ือง
สขุ ภำพ เพอ่ื จะได้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจท่ีถกู ต้อง มเี จตคติคุณธรรมและคำ่ นยิ มทเี่ หมำะสมรวมทงั้ มีทักษะปฏิบตั ิด้ำน
สขุ ภำพจนเป็นกิจนสิ ยั อนั จะส่งผลให้สงั คมโดยรวมมีคุณภำพ

6

เรียนรู้อะไรในสขุ ศกึ ษำและพละศกึ ษำ

สขุ ศึกษำและพลศึกษำเป็นกำรศึกษำด้ำนสขุ ภำพที่มีเปำ้ หมำย เพ่ือกำรดำรงสขุ ภำพ กำรสร้ำงเสริมสขุ ภำพ
และกำรพฒั นำคณุ ภำพชวี ิตของบคุ คล ครอบครัว และชุมชนให้ยงั่ ยนื

สุขศกึ ษำ มงุ่ เน้นให้ผ้เู รียนพฒั นำพฤติกรรมด้ำนควำมรู้เจตคติคณุ ธรรม คำ่ นิยม และกำรปฏิบตั เิ ก่ียวกับ
สขุ ภำพควบคูไ่ ปด้วยกนั

พลศกึ ษำ ม่งุ เน้นให้ผ้เู รียนใช้กิจกรรมกำรเคลอื่ นไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกมและกฬี ำเป็นเครื่องมอื ใน
กำรพฒั นำโดยรวมทงั้ ด้ำนร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์สงั คม สตปิ ัญญำ รวมทงั้ สมรรถภำพเพือ่ สขุ ภำพและกีฬำ

สำระท่เี ป็นกรอบเนอื ้ หำหรือขอบข่ำยองคค์ วำมรู้ของกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ

ประกอบด้วย

• กำรเจริญเติบโตและพัฒนำกำรของมนุษย์ผ้เู รียนจะได้เรียนรู้เร่ืองธรรมชำติของกำรเจริญเตบิ โตและ
พฒั นำกำรของมนษุ ย์ ปัจจัยทีม่ ีผลต่อกำรเจริญเตบิ โต ควำมสมั พนั ธ์เชอ่ื มโยงในกำรทำงำนของระบบต่ำงๆ
ของร่ำงกำย รวมถงึ วิธีปฏิบตั ติ นเพอ่ื ให้เจริญเตบิ โตและมพี ฒั นำกำรทส่ี มวยั

• ชวี ิตและครอบครัว ผ้เู รียนจะได้เรียนรู้เรื่องคุณคำ่ ของตนเองและครอบครัว กำรปรบั ตวั ต่อกำรเปลย่ี นแปลง
ทำงร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ควำมรู้สึกทำงเพศ กำรสร้ำงและรักษำสมั พนั ธภำพกบั ผ้อู น่ื สขุ ปฏิบตั ทิ ำงเพศ และ
ทกั ษะในกำรดำเนนิ ชีวิต

• กำรเคล่ือนไหว กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกม กฬี ำไทย และกฬี ำสำกล ผ้เู รียนได้เรียนรู้เรื่องกำร
เคลอื่ นไหวในรูปแบบต่ำงๆ กำรเข้ำร่วมกจิ กรรมทำงกำยและกฬี ำ ทงั้ ประเภทบุคคล และประเภททีมอยำ่ ง
หลำกหลำยทงั้ ไทยและสำกล กำรปฏิบตั ิตำมกฎ กติกำ ระเบยี บ และข้อตกลงในกำรเข้ำร่วมกิจกรรมทำงกำย
และกฬี ำ และควำมมีนำ้ ใจนักกฬี ำ

• กำรสร้ำงเสริมสุขภำพ สมรรถภำพ และกำรป้องกันโรค ผ้เู รียนจะได้เรียนรู้เก่ยี วกบั หลกั และวิธีกำรเลอื ก
บริโภคอำหำร ผลิตภณั ฑ์และบริกำรสขุ ภำพ กำรสร้ำงเสริมสมรรถภำพเพอ่ื สขุ ภำพ และกำรปอ้ งกันโรคทงั้
โรคตดิ ตอ่ และโรคไม่ตดิ ตอ่

• ควำมปลอดภยั ในชีวติ ผ้เู รียนจะได้เรียนรู้เร่ืองกำรป้องกันตนเองจำกพฤติกรรมเสีย่ งต่ำงๆทงั้ ควำมเส่ียงต่อ
สขุ ภำพ อบุ ตั เิ หตคุ วำมรุนแรง อนั ตรำยจำกกำรใช้ยำและสำรเสพตดิ รวมถงึ แนวทำงในกำรสร้ำงเสริมควำม
ปลอดภยั ในชวี ติ

7

สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้

สำระท่1ี กำรเจริญเตบิ โตและพัฒนำกำรของมนุษย์
มำตรฐำน พ 1.1 เข้ำใจธรรมชำตขิ องกำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรของมนษุ ย์

สำระท่2ี ชีวิตและครอบครัว
มำตรฐำน พ 2.1 เข้ำใจและเหน็ คณุ ค่ำตนเอง ครอบครวั เพศศึกษำ และมีทกั ษะในกำรดำเนินชีวิต

สำระท่3ี กำรเคล่ือนไหว กำรออกก ำลงั กำย กำรเล่นเกม กฬี ำไทย และกีฬำสำกล
มำตรฐำน พ 3.1 เข้ำใจ มีทกั ษะในกำรเคล่อื นไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ เกม และกฬี ำ
มำตรฐำน พ 3.2 รักกำรออกกำลงั กำย กำรเลน่ เกม และกำรเลน่ กีฬำ ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่ำงสมำ่ เสมอ มีวนิ ยั

เคำรพสทิ ธกิ ฎ กติกำ มีนำ้ ใจนักกีฬำ มีจิตวญิ ญำณในกำรแขง่ ขนั และช่ืนชมในสนุ ทรียภำพของกำรกีฬำ
สำระท่4ี กำรสร้ำงเสริมสุขภำพ สมรรถภำพและกำรป้องกันโรค

มำตรฐำน พ 4.1 เหน็ คุณคำ่ และมีทกั ษะในกำรสร้ำงเสริมสขุ ภำพ กำรดำรงสขุ ภำพ กำรป้องกนั โรคและกำร
สร้ำงเสริมสมรรถภำพเพอ่ื สขุ ภำพ
สำระท่5ี ควำมปลอดภยั ในชวี ิต

มำตรฐำน พ 5.1 ปอ้ งกันและหลีกเลีย่ งปัจจัยเสยี่ ง พฤติกรรมเสย่ี งต่อสขุ ภำพ อบุ ตั เิ หตุกำรใช้ยำ
สำรเสพติด และควำมรุนแรง

8

คณุ ภำพผ้เู รียน

▪ รำยวิชำพนื้ ฐำน

จบชนั้ ประถมศกึ ษำปี ท่ี 3

• มคี วำมรู้และเข้ำใจในเร่ืองกำรเจริญเติบโตและพฒั นำกำรของมนุษย์ ปัจจยั ที่มผี ลตอ่ กำรเจริญเตบิ โตและ
พฒั นำกำร วิธีกำรสร้ำงสมั พนั ธภำพในครอบครัวและกล่มุ เพื่อน
• มสี ขุ นิสยั ท่ดี ใี นเร่ืองกำรกิน กำรพกั ผอ่ นนอนหลบั กำรรกั ษำควำมสะอำดอวยั วะทุกส่วนของร่ำงกำย กำรเล่น
และกำรออกกลงั กำย

• ป้องกนั ตนเองจำกพฤติกรรมที่อำจนำไปส่กู ำรใช้สำรเสพตดิ กำรลว่ งละเมดิ ทำงเพศและรู้จกั ปฏเิ สธใน
เรื่องที่ไมเ่ หมำะสม

• ควบคมุ กำรเคล่อื นไหวของตนเองได้ตำมพัฒนำกำรในแตล่ ะช่วงอำยุ มที กั ษะกำรเคลอื่ นไหวขนั้ พนื ้ ฐำน
และมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมทำงกำย กิจกรรมสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยเพ่อื สขุ ภำพ และเกม ได้อย่ำง
สนกุ สนำน และปลอดภยั

• มีทกั ษะในกำรเลอื กบริโภคอำหำร ของเลน่ ของใช้ทม่ี ผี ลดีต่อสขุ ภำพ หลกี เลย่ี งและป้องกนั ตนเองจำก
อุบตั ิเหตุได้

• ปฏิบตั ติ นได้อยำ่ งถูกต้องเหมำะสมเม่ือมีปัญหำทำงอำรมณ์และปัญหำสขุ ภำพ

• ปฏบิ ตั ติ นตำมกฎ ระเบยี บข้อตกลงคำแนะนำ และขนั้ ตอนตำ่ งๆ และให้ควำมร่วมมือกับผ้อู น่ื ด้วย
ควำมเตม็ ใจจนงำนประสบควำมสำเร็จ

• ปฏิบตั ิตำมสทิ ธขิ องตนเองและเคำรพสทิ ธขิ องผ้อู ่นื ในกำรเล่นเป็นกล่มุ

จบชนั้ ประถมศกึ ษำปี ท่ี 6
• เข้ำใจควำมสมั พนั ธ์เชอ่ื มโยงในกำรทำงำนของระบบต่ำงๆ ของร่ำงกำย และรู้จักดูแลอวยั วะท่สี ำคญั ของ
ระบบนนั ้ ๆ
• เข้ำใจธรรมชำตกิ ำรเปล่ยี นแปลงทำงร่ำงกำย จติ ใจ อำรมณ์และสงั คม แรงขบั ทำงเพศของชำยหญิง เม่ือ
ย่ำงเข้ำส่วู ัยแรกรุ่นและวยั รุ่น สำมำรถปรับตวั และจัดกำรได้อย่ำงเหมำะสม
• เข้ำใจและเห็นคณุ ค่ำของกำรมีชีวิตและครอบครวั ทีอ่ บอนุ่ และเป็นสขุ
• ภมู ิใจและเห็นคณุ ค่ำในเพศของตน ปฏิบตั ิสขุ อนำมยั ทำงเพศได้ถกู ต้องเหมำะสม
• ป้องกันและหลีกเลย่ี งปัจจยั เสย่ี ง พฤตกิ รรมเสี่ยงต่อสขุ ภำพและกำรเกดิ โรค อุบตั ิเหตคุ วำมรุนแรงสำร
เสพตดิ และกำรล่วงละเมิดทำงเพศ

มีทกั ษะกำรเคลอ่ื นไหวพนื ้ ฐำนและกำรควบคมุ ตนเอง

9

• รู้หลกั กำรเคล่อื นไหวและสำมำรถเลือกเข้ำร่วมกิจกรรมทำงกำย เกม กำรละเล่นพืน้ เมอื ง กฬี ำไทยกฬี ำสำกลได้
อยำ่ งปลอดภยั และสนกุ สนำน มีนำ้ ใจนักกฬี ำ โดยปฏบิ ตั ิตำมกฎ กติกำ สทิ ธิและหน้ำทีข่ องตนเอง จนงำนสำเร็จลลุ ว่ ง
• วำงแผนและปฏิบตั กิ จิ กรรมทำงกำย กิจกรรมสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยเพือ่ สขุ ภำพได้ตำมควำม
เหมำะสมและควำมต้องกำรเป็นประจำ
• จดั กำรกับอำรมณ์ควำมเครียด และปัญหำสขุ ภำพได้อย่ำงเหมำะสม
• มที กั ษะในกำรแสวงหำควำมรู้ข้อมลู ขำ่ วสำรเพือ่ ใช้สร้ำงเสริมสขุ ภำพ

จบชนั้ มัธยมศึกษำปี ท่ี 3

• เข้ำใจและเหน็ ควำมสำคญั ของปัจจัยท่สี ่งผลกระทบต่อกำรเจริญเติบโตและพฒั นำกำรที่มีต่อสขุ ภำพและชวี ิต
ในช่วงวยั ต่ำง

• เข้ำใจ ยอมรบั และสำมำรถปรับตวั ตอ่ กำรเปลี่ยนแปลงทำงร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ควำมรู้สกึ ทำงเพศ ควำมเสมอ
ภำคทำงเพศ สร้ำงและรกั ษำสมั พนั ธภำพกับผ้อู ่ืน และตัดสนิ ใจแก้ปัญหำชวี ิตด้วยวิธีกำรทเ่ี หมำะสม

• เลอื กกินอำหำรทเ่ี หมำะสม ได้สดั ส่วน สง่ ผลดตี ่อกำรเจริญเติบโตและพฒั นำกำรตำมวัย
• มที กั ษะในกำรประเมินอิทธพิ ลของเพศ เพอ่ื น ครอบครวั ชุมชนและวฒั นธรรมท่ีมีต่อเจตคติค่ำนยิ มเกี่ยวกับสขุ ภำพ

และชีวติ และสำมำรถจดั กำรได้อยำ่ งเหมำะสม
• ปอ้ งกนั และหลีกเลีย่ งปัจจยั เสย่ี ง พฤตกิ รรมเส่ียงตอ่ สขุ ภำพและกำรเกดิ โรค อุบตั ิเหตกุ ำรใช้ยำสำรเสพตดิ และควำม

รุนแรง รู้จกั สร้ำงเสริมควำมปลอดภยั ให้แก่ตนเอง ครอบครวั และชุมชน
• เข้ำร่วมกจิ กรรมทำงกำย กิจกรรมกีฬำ กจิ กรรมนันทนำกำร กิจกรรมสร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยเพ่ือสขุ ภำพ โดยนำ

หลกั กำรของทกั ษะกลไกมำใช้ได้อย่ำงปลอดภยั สนกุ สนำน และปฏบิ ตั เิ ป็นประจำสม่ำเสมอตำมควำมถนัดและควำม
สนใจ
• แสดงควำมตระหนักในควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงพฤตกิ รรมสขุ ภำพ กำรป้องกนั โรค กำรด ำรงสขุ ภำพกำรจดั กำรกับอำรมณ์
และควำมเครียด กำรออกกำลงั กำยและกำรเล่นกีฬำกับกำรมีวิถีชีวิตที่มีสขุ ภำพดี
• สำนึกในคณุ ค่ำ ศกั ยภำพและควำมเป็นตวั ของตวั เอง

• ปฏบิ ตั ิตำมกฎ กติกำ หน้ำทีค่ วำมรบั ผิดชอบ เคำรพสทิ ธขิ องตนเองและผ้อู ่นื ให้ควำมร่วมมอื ในกำรแข่งขนั กีฬำและ
กำรทำงำนเป็นทีมอย่ำงเป็นระบบ ด้วยควำมม่งุ มนั่ และมีน้ ำใจนักกีฬำจนประสบควำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำยด้วย
ควำมช่นื ชม และสนุกสนำน

10
00

จบชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ท่ี 6
• สำมำรถดูแลสขุ ภำพ สร้ำงเสริมสขุ ภำพ ปอ้ งกันโรค หลกี เลีย่ งปัจจยั เสีย่ ง และพฤติกรรมเสีย่ งต่อสขุ ภำพ
อุบตั ิเหตุกำรใช้ยำ สำรเสพตดิ และควำมรุนแรงได้อยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพด้วยกำรวำงแผนอย่ำงเป็นระบบ
• แสดงออกถงึ ควำมรกั ควำมเออื ้ อำทร ควำมเข้ำใจในอิทธิพลของครอบครวั เพือ่ น สงั คม และวฒั นธรรมท่ีมตี อ่
พฤติกรรมทำงเพศ กำรดำเนนิ ชวี ิต และวิถชี ีวติ ที่มีสขุ ภำพดี
• ออกกำลงั กำย เล่นกฬี ำ เข้ำร่วมกจิ กรรมนันทนำกำร กิจกรรมสร้ำงเสริมสมรรถภำพ เพอ่ื สขุ ภำพโดยนำ
หลกั กำรของทกั ษะกลไกมำใช้ได้อยำ่ งถกู ต้อง สม่ำเสมอด้วยควำมชื่นชมและสนุกสนำน
• แสดงควำมรบั ผิดชอบ ให้ควำมร่วมมอื และปฏิบตั ิตำมกฎ กติกำ สทิ ธิหลกั ควำมปลอดภยั ในกำรเข้ำร่วม
กจิ กรรมทำงกำย และเล่นกีฬำจนประสบควำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำยของตนเองและทีม
• แสดงออกถงึ กำรมมี ำรยำทในกำรดูกำรเล่น และกำรแข่งขนั ด้วยควำมมนี ำ้ ใจนักกฬี ำและน ำไปปฏบิ ตั ใิ นทกุ
โอกำสจนเป็นบุคลกิ ภำพที่ดี
• วิเครำะห์และประเมินสขุ ภำพส่วนบคุ คลเพ่ือกำหนดกลวิธลี ดควำมเสีย่ ง สร้ำงเสริมสขุ ภำพ ดำรงสขุ ภำพ กำร
ปอ้ งกันโรค และกำรจดั กำรกับอำรมณ์และควำมเครียดได้ถูกต้องและเหมำะสม
• ใช้กระบวนกำรทำงประชำสงั คม สร้ำงเสริมให้ชุมชนเข้มแขง็ ปลอดภยั และมวี ิถชี วี ิตทีด่ ี

รำยวิชำเพิ่มเตมิ
จบชนั้ มัธยมศึกษำปี ท่ี 3
• อธิบำยประวตั คิ วำมเป็นมำ วิวฒั นำกำรและประโยชนข์ องกีฬำแต่ละชนดิ ได้
• มีทกั ษะในกำรเล่นและกำรเคลือ่ นไหวในกีฬำแตล่ ะชนิด
• รู้ขนั้ ตอนและสำมำรถปฏิบตั ิเมื่อเป็นฝ่ำยรุก และฝ่ำยรับได้อย่ำงถูกต้องและเหมำะสม
• รู้เข้ำใจ และปฏิบตั กิ ำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำยได้อย่ำงถกู ต้อง
• รู้เข้ำใจ และสำมำรถปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื สร้ำงเสริมสมรรถภำพทำงกำยทีส่ มั พนั ธ์กับทกั ษะในกฬี ำแตล่ ะชนิดได้
• อธบิ ำยกฎ กตกิ ำของกีฬำแต่ละชนิดได้
• รู้เข้ำใจ หลกั กำรจดั กำรแขง่ ขนั กฬี ำที่ถูกต้อง
• รู้เข้ำใจ และสำมำรถปฏิบตั ิตำมกติกำกำรแขง่ ขนั กีฬำ ทงั้ ในฐำนะผ้แู ขง่ ขนั ผ้ชู ม และผ้จู ดั กำรแขง่ ขนั ได้อย่ำง
ถูกต้อง
• รู้เข้ำใจ และสำมำรถปฏิบตั ิหน้ำท่ใี นฐำนะผ้ตู ดั สินกีฬำได้
จบชนั้ มัธยมศึกษำปี ท่ี 6
• รู้และเข้ำใจประวตั ิควำมเป็นมำ กฎ กตกิ ำ ววิ ฒั นำกำรและประโยชน์ของกีฬำแตล่ ะชนดิ
• มที กั ษะในกำรเป็นผ้นู ำกำรออกกำลงั กำยและกำรถ่ำยทอดควำมรู้ส่ผู ้อู ื่น

11

• มที กั ษะพนื ้ ฐำนชนดิ กีฬำไทย และกฬี ำสำกล
• มที กั ษะในกำรเคลือ่ นไหวในกำรเล่นกฬี ำ ออกกำลงั กำยและสำมำรถออกแบบกำรเคลอื่ นไหวได้อยำ่ ง
เหมำะสม
• มีวินยั ตรงตอ่ เวลำและมมี ำรยำทในกำรออกกำลงั กำยเพื่อสขุ ภำพเป็นอย่ำงดี
• ร่วมกจิ กรรมทำงกำยและเลน่ กฬี ำอยำ่ งมีควำมสขุ ช่นื ชมในคุณค่ำและควำมงำมของกำรกีฬำ
• มคี วำมรู้และควำมเข้ำใจเก่ียวกับ ควำมหมำย ขอบข่ำย ควำมเป็นมำของวิทยำศำสตร์กำรกีฬำ
• เห็นควำมสำคญั ในกำรนำควำมรู้ทำงวทิ ยำศำสตร์กำรกีฬำไปใช้ในกำรพฒั นำควำมสำมำรถทำง
• กฬี ำ บคุ ลิกภำพและสมรรถภำพทำงกำยที่จำเป็นในแต่ละชนิดกฬี ำได้
• เจตคตทิ ดี่ ีและเหมำะสมเก่ียวกบั กำรพฒั นำควำมสำมำรถทำงกฬี ำ บคุ ลกิ ภำพและสมรรถภำพทำงกำยท่ีจำ
• เป็นกบั กำรกีฬำต่อไป

12

ตวั ชวี้ ัดและสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง

สำระท่1ี กำรเจริญเตบิ โตและพัฒนำกำรของมนุษย์
มำตรฐำน พ 1.1 เข้ำใจธรรมชำติของกำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรของมนุษย์

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง

ป.1 1. อธบิ ำยลกั ษณะและหน้ำท่ีของอวยั วะ • ลกั ษณะและหน้ำทขี่ องอวยั วะภำยนอกท่มี ี

ภำยนอก กำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรไปตำมวัย

- ตำ หูคอ จมูก ผม มือ เท้ำ เล็บ ผวิ หนงั ฯลฯ

- อวยั วะในช่องปำก (ปำก ลนิ ้ ฟัน เหงือก)

2. อธิบำยวิธีดแู ลรกั ษำอวยั วะภำยนอก • กำรดแู ลรกั ษำอวยั วะภำยนอก
- ตำ หูคอ จมกู ปำก ลนิ ้ ฟัน ผม มอื เท้ำ เลบ็
ผวิ หนงั ฯลฯ
- อวยั วะในช่องปำก (ปำก ลนิ ้ ฟัน เหงอื ก)

สำระท่ี2 ชวี ติ และครอบครัว

มำตรฐำน พ 2.1 เข้ำใจและเหน็ คณุ ค่ำตนเอง ครอบครวั เพศศึกษำ และมีทกั ษะในกำรดำเนนิ ชวี ติ

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง
ป.1 1. ระบสุ มำชกิ ในครอบครัวและควำมรกั ควำม
• สมำชกิ ในครอบครัว
ผูกพนั ของสมำชกิ ทมี่ ีต่อกนั • ควำมรกั ควำมผูกพนั ของสมำชิกใน

2. บอกสิ่งทชี่ น่ื ชอบ และภำคภูมใิ จในตนเอง ครอบครัว
สิ่งทชี่ ื่นชอบและควำมภำคภมู ใิ จในตนเอง
3. บอกลกั ษณะควำมแตกต่ำงระหว่ำงเพศ (จุดเดน่ จุดด้อยของตนเอง)
ชำย และเพศหญงิ
• ลกั ษณะควำมแตกต่ำง
ของเพศชำย เพศหญิง
- ร่ำงกำย
- อำรมณ์
- ลกั ษณะนสิ ยั

13

สำระท่3ี กำรเคล่ือนไหว กำรออกก ำลงั กำย กำรเล่นเกม กฬี ำไทย และกฬี ำสำกล
มำตรฐำน พ 3.1 เข้ำใจ มที กั ษะในกำรเคล่อื นไหว กิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ เกม และกีฬำ

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง
ป.1 1. เคลือ่ นไหวร่ำงกำยขณะอยกู่ ับที่ เคลอ่ื นท่ี o ธรรมชำตขิ องกำรเคลอ่ื นไหว
ร่ำงกำยใน
และใช้อปุ กรณ์ประกอบ ชีวิตประจำวนั
- แบบอยกู่ ับท่ี เชน่ น่ัง ยนื ก้มเงย เอียง ซ้ำย
2. เล่นเกมเบด็ เตลด็ และเข้ำร่วมกิจกรรมทำง ขวำ เคลอื่ นไหวข้อมือ ข้อเท้ำ แขน ขำ
กำยท่ใี ช้กำรเคลื่อนไหวตำมธรรมชำติ - แบบเคล่ือนที่ เช่น เดนิ วิ่ง กระโดด กลงิ ้ ตวั
- แบบใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น จบั โยน เตะ
เคำะ
กจิ กรรมทำงกำยที่ใช้ในกำรเคลอื่ นไหวตำม
ธรรมชำติ
- กำรเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

สำระท่3ี กำรเคล่ือนไหว กำรออกำกำย กำรเล่นเกม กีฬำไทย และกฬี ำสำกล

มำตรฐำน พ 3.2 รกั กำรออกกำลงั กำย กำรเล่นเกม และกำรเล่นกีฬำ ปฏิบตั ิเป็นประจำอย่ำงสมำ่ เสมอ มีวนิ ยั เคำรพ
สทิ ธกิ ฎ กติกำ มนี ำ้ ใจนกั กีฬำ มีจิตวิญญำณในกำรแขง่ ขนั และช่นื ชมในสนุ ทรียภำพของกำรกฬี ำ

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง
ป.1 1. ออกก ำลงั กำย และเลน่ เกม ตำมคำแนะนำ กำรออกกำลงั กำย และกำรเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

อย่ำงสนุกสนำน กฎ กตกิ ำ ข้อตกลงในกำรเล่นเกมเบด็ เตลด็
2. ปฏบิ ตั ิตนตำมกฎ กตกิ ำ ข้อตกลงในกำร
เลน่ เกมตำมคำแนะนำ

14

สำระท่4ี กำรสร้ำงเสริมสขุ ภำพ สมรรถภำพและกำรป้องกนั โรค

มำตรฐำน พ 4.1 เห็นคณุ ค่ำและมีทักษะในกำรสร้ำงเสริมสขุ ภำพ กำรดำรงสขุ ภำพ กำรปอ้ งกนั โรคและกำรสร้ำงเสริม
สมรรถภำพเพอื่ สขุ ภำพ

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง

ป.1 1. ปฏิบตั ิตนตำมหลกั สขุ บญั ญตั ิแหง่ ชำติ • กำรปฏิบตั ิตนตำมหลกั สขุ บญั ญัติแห่งชำต

ตำม

คำแนะนำ

2. บอกอำกำรเจบ็ ป่ วยท่เี กดิ ขนึ ้ กับตนเอง • ลกั ษณะอำกำรเจบ็ ป่วยที่เกิดขนึ ้ กับตนเอง

- ปวดศีรษะ

- ตวั ร้อน

- มีน้ ำมกู

- ปวดท้อง

- ผืน่ คนั (หนังศีรษะ ผิวหนงั )

- ฟกช้ำ ฯลฯ

3. ปฏิบตั ติ นตำมคำแนะนำเมื่อมอี ำกำร • วิธปี ฏบิ ตั ิตนเมื่อมอี ำกำรเจ็บป่วยท่ีเกิดขนึ ้ กับ

เจ็บป่ วย ตนเอง

สำระท่5ี ควำมปลอดภยั ในชวี ิต

มำตรฐำน พ 5.1 ป้องกนั และหลีกเลย่ี งปัจจยั เสย่ี ง พฤติกรรมเส่ียงต่อสขุ ภำพ อุบตั ิเหตุกำรใช้ยำสำรเสพติด และควำม
รุนแรง

ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สำระกำรรียรู้แกนกลำง

ป.1 1. ระบสุ งิ่ ทท่ี ำให้เกิดอนั ตรำยท่บี ้ำน โรงเรียน • สิ่งทที่ ำให้เกิดอนั ตรำยภำยในบ้ำนและ โรงเรียน

และกำรปอ้ งกัน • กำรป้องกันอนั ตรำยภำยในบ้ำนและโรงเรียนน

2. บอกสำเหตแุ ละกำรป้องกันอนั ตรำยที่เกดิ • อนั ตรำยจำกกำรเล่น

จำกกำรเล่น - สำเหตทุ ่ที ำให้เกดิ อนั ตรำยจำกกำรเลน่

- กำรปอ้ งกันอนั ตรำยจำกกำรเล่น

3. แสดงคำพูดหรือทำ่ ทำงขอควำมช่วยเหลอื • กำรขอควำมชว่ ยเหลือเมอ่ื เกิดเหตรุ ้ำยที่บ้ำน และ

จำกผ้อู ื่นเมอ่ื เกิดเหตรุ ้ำยทบ่ี ้ำนและโรงเรียน โรงเรียน

- บุคคลทค่ี วรขอควำมช่วยเหลือ

- คำพูดและท่ำทำงกำรขอควำมชว่ ยเหลอื

15

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศกึ ษำและพลศึกษำ รำยวิชำ
พนื้ ฐำน

พ 11101 สุขศึกษำและพลศกึ ษำ ชนั้ ประถมศึกษำ
ปี ท่ี 1

เวลำเรียน 40 ช่วั โมง (1 ช่วั โมง/สปั ดำห์) จำนวน 1.0
หน่วยกิ

ศกึ ษำธรรมชำตแิ ละกำรเจริญเตบิ โต กำรพฒั นำกำรทำงร่ำงกำย จติ ใจ อทิ ธพิ ลครอบครวั และสง่ิ แวดล้อมที่มผี ล
ต่อสขุ ภำพชีวติ จุดดีจดุ ด้อย ควำมสนใจ ควำมสำมำรถของตนเอง ควำมแตกต่ำงกำรปฏบิ ตั ติ นให้เหมำะกบั เพศวยั ของ
ตนเอง กำรเลอื กรบั ประทำนอำหำร ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภำพ กำรดแู ล กำรปอ้ งกนั รกั ษำควำมสะอำดของร่ำงกำย และอวยั วะ
ภำยนอก ปฏิบตั ติ นตำมสขุ บญั ญัตแิ ห่งชำตพิ ฤติกรรมสขุ ภำพควำมเป็นอยู่หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนำไปสู่ ควำมเสีย่ ง ดแู ล
ปอ้ งกนั รกั ษำกำรบำดเจบ็ กำรเจบ็ ป่วยทำงร่ำงกำยจิตใจ ปัญหำทำงอำรมณ์กำรผอ่ นคลำยควำมเครียด กำรพกั ผอ่ น
นันทนำกำร กำรพฒั นำสมรรถภำพ กำรมบี ุคลิกท่ีดี

เหน็ ควำมสำคญั ของกำรมีสขุ ภำพกำย สขุ ภำพจิตที่ดกี ำรเคล่ือนไหวท่ำพืน้ ฐำนท่ีถกู ต้องเป็นธรรมชำตกิ ำรเลน่
เกม กำรเลน่ พนื ้ เมือง กีฬำไทย กีฬำสำกลประเภทบคุ คลและประเภททีมอย่ำงสนกุ สนำน ปลอดภยั เคำรพกฎ กติกำ
ระเบียบวนิ ยั กำรเคำรพสทิ ธใิ นกำรเล่น ให้ควำมร่วมมือปฏิบตั ิกิจกรรมจนสำเร็จตำมที่ได้รบั มอบหมำย มีคณุ ธรรม
จริยธรรม มนี ำ้ ใจเป็นนกั กีฬำ ยึดมน่ั ในหลกั เศรษฐกิจพอเพียง

มีทกั ษะกำรสร้ำงสขุ นสิ ยั ที่ดใี นกำรดำรงชีวติ มสี ขุ ภำพกำยสขุ ภำพจิตทด่ี ีปฏิบตั ิตนเพือ่ สขุ ภำพจติ ดปี รบั ตวั ให้
เข้ำกบั สง่ิ แวดล้อมในชุมชนและครอบครัว เพอื่ สง่ เสริมสร้ำงสมั พนั ธภำพทดี่ ีตอ่ สขุ ภำพกำรเคลื่อนไหวร่ำงกำยในลกั ษณะ
ต่ำงๆ กิจกรรมทำงกำย กำรเลน่ เกม กีฬำไทยพืน้ บ้ำน กีฬำสำกล กำรพฒั นำสมรรถภำพทำงกำย กำรพกั ผอ่ น นันทนำกำร
กำรผ่อนคลำยควำมเครียด หลีกเล่ียงควำมเสยี่ งจำกอุบตั ิเหตุกำรใช้ยำ สำรเสพติด มลพษิ และกำรละเมิดทำงเพศ

มำตรฐำน/ตวั ชวี้ ัด
พ 1.1 ป.1/1, ป.1/2
พ 2.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
พ 3.1 ป.1/1, ป.1/2
พ 3.2 ป.1/1, ป.1/2
พ 4.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
พ 5.1 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3
รวม 15 ตวั ชวี้ ัด

16

โครงสร้ำงรำยวชิ ำ

รหสั วิชำ พ 11101 รำยวิชำ สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพล
ศึกษำ จำนวน 1.0 หน่วย

ชนั้ ประถมศกึ ษำปี ท่ี1 เวลำ 40 ช่วั โมง

กิตสัดส่วนคะแนน ระหว่ำงปี กำรศึกษำ : ปลำยปี = 80 : 20

ท่ี ช่อื หน่วย มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ นำ้ หนกั
กำร กำรเรียนรู้/ (ช่วั โมง คะแนน
เรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั (100)
)

1 ร่ำงกำย พ 1.1 อวยั วะภำยนอกต่ำงมคี วำมสำคญั ต่อร่ำงกำยของ 6 10
6 10
ของเรำ ป.1/1, คนเรำ ดงั นนั ้ เรำควรดแู ลรักษอวยั วะภำยนอกให้ทำงำน
8 10
ป.1/2 ได้ตำมปกตแิ ละอยใู่ นสภำพทด่ี ี
- 10
2 ครอบครวั พ 2.1 ครอบครัวเป็นสถำบนั หลกั ในกำรสร้ำงควำมรัก 8 10

ดีชวี ีมีสขุ ป.1/1, ควำมอบอ่นุ ผูกพนั กนั ดงั นนั ้ ควรสร้ำงครอบครัวให้มี

ป.1/2, ควำมสขุ รักใคร่กนั ถ้ำมีปัญหำอะไรกค็ วรรีบหำทำง

ป.1/3 แก้ไขเพอื่ ให้สมำชิกในบ้ำนมีควำมสขุ และควรมีควำม

เข้ำใจถงึ สถำนะควำมแตกตำ่ งของเพศชำยและเพศหญงิ

3 สนุกกบั พ 3.1 ป. มนษุ ย์เรำมีกำรเคลอ่ื นไหวอยู่ ตลอดเวลำกำร

กำร 1/1, ป.1/2 เคลอ่ื นไหวจึงมีควำมจำเป็น สำหรบั ชีวิตมนษุ ย์ในกำร
เคล่ือนไ
หว พ 3.2 ป. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ต่ำงๆ เป็นทกั ษะทีต่ ้องมกี ำรพฒั นำ
1/1, ป.1/2 ในช่วง วยั เด็กและจะเป็นพืน้ ฐำนสำหรบั ประกอบ
กจิ กรรม กจิ กรรมต่ำงๆ กำรเล่นเกมเบด็ เตล็ดและ กำรเคล่อื นไหว
เกม กิจกรรมทำงกำยตำม ธรรมชำติ
หรรษำ

สอบกลำง

ปี

4 กำรเลน่ พ 3.1 ป. มนษุ ยเ์ รำมีกำรเคล่อื นไหวอยู่ ตลอด เวลำกำร

เกม 1/1, ป.1/2 เคลื่อนไหวจึงมีควำม จำเป็นสำหรับชวี ติ มนษุ ยใ์ นกำร

พ 3.2 ป. ปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมต่ำงๆ เป็นทกั ษะที่ต้องมกี ำร พฒั นำ

1/1, ป.1/2 ในชว่ งวยั เด็กและจะเป็นพนื ้ ฐำน สำหรับประกอบ

กิจกรรมต่ำงๆ กำรเล่น เกมเบ็ดเตลด็ และกำรเคลือ่ นไหว

กจิ กรรม ทำงกำยตำมธรรมชำติ

17

5 กำรสร้ำง พ 4.1 ป. ร่ำงกำยทีแ่ ขง็ แรงสมบูรณ์ยอ่ ม สำมำรถ 7 15
5
เสริม 1/1, ป.1/2 ป้องกนั โรคได้ดงั นนั ้ เรำต้องกำร ออกก ำลงั กำยเป็น 40 15

สขุ ภำพ , ป.1/3 ประจำ มีกำรสร้ำงเสริม สขุ ภำพ เพอื่ สขุ ภำพจะดำรง 20
100
ตนอยใู่ น สงั คมได้รู้วิธปี อ้ งกันโรคตำ่ งๆ ซึ่งเป็น

สงิ่ จำเป็นในกำรดำรงชีวิต

6 ควำม พ 5.1 ป. กำรทค่ี นเรำรู้จกั วิธีกำรป้องกนั และ หลกี เลยี่ ง

ปลอดภยั 1/1, ป. ปัจจยั เสี่ยงตอ่ สขุ ภำพตนเอง ถอื เป็นเรื่องสำคญั มำก

ในชีวิต 1/1, ป.1/3 ควรศกึ ษำให้ ละเอียดรวมทงั้ สถำนที่ท่คี ้นุ เคยมำกใน

ชวี ิต ประจำวนั คือที่บ้ำนและโรงเรียนควร ให้ควำม

ระมดั ระวงั เรื่องอบุ ตั ิเหตทุ ี่เป็น อนั ตรำยสงู มำก

สอบ

ปลำยปี

รวมตลอดปี

กำรศึกษำ

18

แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ีพฒั นาโดยใช้นวัตกรรม คอนสตรัคตวิ ิสต์

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 1

หน่วย 1 ร่างกายของเรา จานวน 6 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง เส้นผมละหนังศีรษะ เวลา 1 ช่ัวโมง

1.มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั (พ1.1 ป.1/1 ป.1/2)

มาตรฐาน พ 1.1 เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาของการมนุษณ์
ตวั ชีวัด 1. . อธบิ ำยลกั ษณะและหน้ำทข่ี องอวยั วะภำยนอก(พ 1.1 ป. 1/1)

2. อธบิ ำยวิธีดูแลรกั ษำอวยั วะภำยนอก (พ 1.1 ป. 1/2)

2.สาระสาคญั
เส้นผม เป็นอวยวั ะทปี่ กคลมุ ศรี ษะ ชว่ ยป้องกนัควำมร้อนไม่ให้ถกู หนงั ศรี ษะ สว่ นหนังศรี ษะเป็นสว่ นที่ ช่วย

ปอ้ งกันอนั ตรำยให้กับหนงั ศรี ษะกำรดแู ลรกั ษำควำมสะอำดของเส้นผมและหนังศรี ษะทถ่ี ูกต้องเหมำะสม เป็นสง่ิ ทที่ ุกคน
ต้อง

3.จุดประสงค์การเรียนรู้ (K/P/Aคณุ ลกั ษณะตามศตวรรษที่21)
1. อธบิ ำยลกั ษณะ หน้ำที่ควำมสำคญั และวิธีกำรดูแลรักษำเส้นผมและหนังศีรษะอย่ำงถูกต้องได้(K)
2. ตระหนกั ถงึ ควำมสำคญั ของหน้ำทีแ่ ละวิธีกำรดแู ลรักษำเส้นผมและหนงั ศรี ษะ (A)
3.แสดงทกั ษะในกำรดแู ลรกั ษำเสน้ผมและหนังศรี ษะอย่ำงถกู ต้องงได้(P)

4.สาระการเรยี นรู้
เส้นผมและหนงั ศรี ษะ: ลกั ษณะควำมสำคญั และกำรดูแลรักษำเส้นผมและหนงั ศรี ษะ

19

5.กระบวนการจดั การเรียนรู้ คอนสตรัคติวิสต์
ขนั้ ท่ี 1: ขนั้ นำเข้ำสู่บทเรียน
3. ครูนำนกั เรียนร้องเพลงและแสดงทำ่ ทำงประกอบเพลงสบำยตวั โดยครูสำธิตกำรร้องเพลงและกำรแสดง ท่ำทำง
ประกอบเพลงให้นกั เรียนดู1รอบ และให้นกั เรียนปฏิบตั ติ ำมพร้อมกัน ซ่งึ ขนั้ ตอนนเี ้ป็นกิจกรรมสร้ำง ควำมพร้อมก่อนกำร
เรียนรู้ของนักเรียน

เพลงสบำยตวั
อำบนำ้ แล้วสบำยตัว
สบำยหวั หนหู มน่ั สระผม
ตดั เล็บที่มนั แหลมคม
ปำกหอมน่ำชมเพรำะหนแู ปรงฟัน
หมำยเหตคุ รูสำมำรถเลอื กทำนองเพลงได้หลำกหลำยตำมควำมถนัดและควำมเหมำะสม
ขนั้ ท่ี 2 สอน
2. ครูแสดงภำพเด็ก ชำยหรือเด็กหญงิ ท่ีกำลงั อำบนำ้ สระผมให้นกั เรียนดแู ล้วระดมควำมคิดเพ่อื ให้ นกั เรียน ร่วมกันตอบ
คำถำมในประเด็น ต่ำง ๆ ดงั นี ้
– ในภำพนักเรียนเหน็ ใครกำลงั อะไร (เด็กชำยหรือเด็กหญิงกำลงั อำบนำ้ สระผม)
– นักเรียนเคยปฏิบตั ิเหมือนคนในภำพหรือไม(่ เคย)
– นกั เรียนคิดว่ำกำรกระทำดงั กล่ำวมีประโยชนห์ รือไม่อยำ่ งไร (มปี ระโยชน์ ช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะ สะอำด)
(ครูอำจใช้คำถำมเพม่ิ เตมิ อนื่ ๆ ที่เหมำะสมกับสภำพกำรจดกั ำรเรียนกำรสอนได้)
3. นักเรียนอ่ำนเนือ้ หำควำมรู้เรื่อง เส้นผมและหนงั ศรี ษะ ในหนงั สือเรียน รำยวชิ ำพืน้ ฐำน สขุ ศกึ ษำและ พลศึกษำ ป. 1
ตำมครูร่วมกัน
ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ สรุปนักเรียนร่วมกนั สรปหลกั กำรและกระบวนกำรแก้ปัญหำ
1.ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปเนือ้ หำทนี่ ักเรียนอ่ำน ในประเด็น หน้ำทแ่ี ละควำมสำคญั ของเส้นผมและหนัง ศีรษะวธิ กี ำร
ดแู ลรกั ษำเส้นผมและหนังศีรษะ

20

ขนั้ ท่ี 4: ฝึ กฝนทักษะและกำรนำไปใช้
• นกั เรียนจบั คกู่ บั เพื่อนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม สงั เกตลกั ษณะของผวิ หนังและเส้นผม จำกใบกิจกรรมที่ครูแจกให้ หรือในแบบ
ฝึกทกั ษะรำยวิชำพืน้ ฐำน สขุ ศึกษำและพลศึกษำ ป. 1 โดยครูคอยให้คำแนะนำและดแู ล กำรปฏบิ ตั ิกิจกรรม
• ให้นกั เรียนอำบนำ้ และสระผมเมื่อกลบั ถงึ บ้ำน แล้วให้ผู้ ปกครองช่วยตรวจสอบควำมสะอำด
ขนั้ ท่ี 5: ขนั้ ประเมินผล
1.ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปลกัษณะควำมสำคญั และวธิ ีกำรดูแลรักษำเสน้ผมและหนังศีรษะ
2. ครูนำนกั เรียนพูดคยุ เก่ียวกบั กำรนำหลกั เศรษฐกิจพอเพียงมำใช้ในกำรอนุรกั ษ์ทรัพยำกรนำ้ กำรใช้สบู่และ แชมพู
อยำ่ งคุ้มค่ำ เพื่อกำรดแู ลรักษำผวหิ นัง เส้นผมและหนังศีรษะให้มีสขุ ภำพดี
3. มอบหมำยให้นักเรียนปฏิบตั ิกิจกรรม สมั ภำษณ์ขอควำมรู้จำกคณุณพ่อคณุ แม่ในแบบฝึกทกั ษะ รำยวิชำ พืน้ ฐำน สขุ
ศกึ ษำและพลศึกษำ ป. 1 มำลว่ งหน้ำแล้วนำมำรำยงำนผลในกำรเรียนครัง้ ตอ่ ไป โดยครูนำ นกั เรียนอ่ำนรำยละเอียดท่ี
เกีย่ วข้องกับกจิ กรรมก่อน
4. มอบหมำยให้นกั เรียนเตรียมอุปกรณ์สำหรบั กำรล้ำงมอื มำล่วงหน้ำในกำรเรียนครัง้ ต่อไป

6.สื่อ/อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้

1. แผนภูมิ เพลงสบำยตวั
2. ภำพแสดงเดก็ ชำยหรือเด็กหญิงท่กี ำลงั ทก่ี ำลงั อำบนำ้ สระผม
3. ใบกิจกรรมเร่ือง สงั เกตลกั ษณะของผวิ หนงั และเส้นผม
4. สอ่ื เรียน PowerPoint

21

7.การวัดและการประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
• ซกัถำมควำมรู้เก่ียวก
สิ่งทจ่ี ะตอ้ งวดั บลั กษั ณะ หน้ำที่ •แบบประเมินผลกำร •ผ่ำนเกณฑ์เฉลย่ี 2ขนึ ้ ไป
1. อธิบำยลกั ษณะ หน้ำท่ี ควำมสำคญั และวิธกี ำร
ควำมสำคญั และวิธกี ำร ดแู ลรักษำเส้นผมและ นำเสนอข้อมลู / กำร
ดแู ลรกั ษำเส้นผมและหนัง หนังศรี ษะ
ศรี ษะอย่ำงถกู ต้องได้(K) • ตรวจผลกำรปฏิบตั ิ อภิปรำย/กำรเขียนแผน
กจิ กรรม สงั เกต ลกั ษณะ
ของผิวหนังและเส้นผม ท่ีควำมคดิ •ร้อยละ80ขนึ ้ ไป

• รูปแบบของ

กิจกรรมตำมท่รี ะบุ

ใน ใบกิจกรรม/

แบบฝึกทกั ษะ

รำยวิชำ พืน้ ฐำน

สขุ ศกึ ษำและพล

ศึกษำ ป. 1

2. ตระหนักถึงควำมสำคญั • สงั เกตจำกพฤติกรรม •แบบประเมนิ คณุ ธรรม •ผ่ำนเกณฑ์เฉลยี่ 2 ขนึ ้ ไป
ของหน้ำที่และวิธกี ำรดแู ล กำรแสดงออก ของ
รกั ษำเส้นผมและหนงั ศีรษะ นักเรียน จริยธรรม คำ่ นยิ ม และ
(A)
คณุ ลกษั ณะอนั พงึ

ประสงค์

• สงั เกตจำกพฤติกรรม •แบบประเมินทกั ษะ/ ผ่ำน นเกณฑ์เฉลย่ี 2ขนึ ้ ไป
กำรแสดงออก ของ กระบวนกำร*
3.แสดงทกั ษะในกำรดูแล นกั เรียน
รกั ษำเสน้ผมและหนังศรี ษะ
อยำ่ งถูกต้องงได้(P)

22

บันทกึ ผลหลงั สอน*
ผลการจดั การเรียนการสอน
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
.....................
ปัญหาและอุปสรรค
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………

ลงช่ือ......................................................ผูส้ อน
(..........................................................)

วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

23

กำรวดั และประเมินผล
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ

1. อตั รำสว่ นคะแนน (ระดบั ประถมศึกษำ)คะแนนระหว่ำงปีกำรศกึ ษำ: สอบปลำยปีกำรศึกษำ = 80: 20

รำยกำรวดั คะแนน
ระหว่ำงภำค (80)
มีกำรวัดและประเมนิ ผลดงั นี ้
1.คะแนนระหว่ำงปี กำรศกึ ษำ 70

1.1กำรวดั โดยใช้แบบทดสอบ 10
1.2 วดั ทกั ษะ/กระบวนกำร/สมรรถนะ (เลอื กวดั ตำมแผนกำรจัดกำรเรียนรู้)
(20)
1.2.1 ภำระงำนทม่ี อบหมำย
กำรทำใบงำน/แบบฝึกหดั /แบบฝึกทกั ษะ 100
กำรศกึ ษำค้ำคว้ำทำงสขุ ศกึ ษำและพละศึกษำ
กำรร่วมกิจกรรมกำรเรียนรู้

1.2.2แฟม้ สะสมงำนสขุ ศึกษำและพละศกึ ษำ
1.2.3กำรเข้ำร่วมกจิ กรรมทำงพละศึกษำ และกำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำย
1.2.4สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1.3 วดั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

-รักชาติศาสน์กษตั ริย์

-ซื่อสตั ยส์ ุจริต
-มีวนิ ยั
-ใฝ่ เรียนรู้
-อยอู่ ย่างพอเพียง
-มงุ่ มนั่ ในการทางาน
-รักความเป็ นไทย
-มจี ติ สาธารณะ

2. คะแนนสอบกลางปี การศึกษา
มกี ารวดั และประเมนิ โดยใชแ้ บบทดสอบ

คะแนนสอบปลำยภำคปี กำรศกึ ษำ
มกี ำรวัดและประเมนิ ผลโดยกำรใช้แบบทดสอบ

รวมทงั้ ภำคเรียน

24

ภำคผนวก

สำระกำรเรียนรู้

สำระกำรเรียนรู้ประกอบด้วย องคค์ วำมรู้ทกั ษะหรือกระบวนกำรเรียนรู้และ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ซึง่ กำหนดให้ผ้เู รียนทกุ คนในระดบั กำรศกึ ษำขนั้ พนื ้ ฐำน
จำเป็นต้องเรียนรู้ดงั นี ้

องค์ความรู้ทกั ษะสาคัญและคณุ ลกั ษณะในหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

สุขศึกษาและพลศึกษาเป็ นการศึกษาด้านสุขภาพที่
มเี ป้าหมายเพ่อื การดารงสุขภาพการสร้างเสริม
สุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบคุ คล

ครอบครัวและชุมชนให้ยั่งยืน

25

ควำมสัมพนั ธ์ของกำรพัฒนำคุณภำพผ้เู รียนตำมหลักสูตรแกนกลำง
กำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน

วิสยั ทศั น์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุง่ พฒั นาผูเ้ รียนทุกคน ซ่ึงเป็นกาลงั ของชาติให้เป็นมนุษยท์ ี่มีความสมดุลท้งั ดา้ นร่างกายความรู้ คณุ ธรรม มี

จิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมน่ั ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข มีความรู้และ

ทกั ษะพ้นื ฐาน รวมท้งั เจตคติ ท่ีจาเป็นตอ่ การศึกษา การประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั บนพื้นฐานความเชอ่ื ว่า ทุก
คนสามารถเรียนรูแ้ ละพฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ

จุดมุง่ หมาย

1. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมทพี่ ึงประสงค์ เห็นคณุ คา่ ของตนเอง มวี นิ ยั และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมของศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื

ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. มีความรูอ้ นั เป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหาการแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต

3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี มสี ุขนิสยั รักการออกกาลงั กาย

4. มีความรักชาติ มีจติ สานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกยดึ มนั่ ในวิถีชวี ติ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มี

พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ

5.มีจติ สานึกในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทยการอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มมีจติ สาธารณะทม่ี ุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งทด่ี งี าม

ในสังคมและอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสุข คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. รักชาตศิ าสน์กษตั ริย์
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน 2. ซื่อสัตยส์ ุจริต
1.ความสามารถในการส่ือสาร

2.ความสามารถในการคดิ 3. มวี นิ ยั

3.ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4.ใฝ่ เรียนรู้
4.ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ 5.อยอู่ ย่างพอเพียง
5.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6.มุง่ มน่ั ในการทางาน
7.รักความเป็ นไทย

8. มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้วี ดั 8 กลุ่มสาระ
1. ภาษาไทย 2 คณิตศาสตร์ 3. วทิ ยาศาสตร์ 4.สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม 5. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 6. ศิลปะ 7.การงานอาชพี และ
เทคโนโลยี 8. ภาษาตา่ งประเทศ

คุณภาพของผ้เู รียนระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน

26

อภิธำนศัพท์

กลไกของร่ำงกำยท่ใี ช้ในกำรเคล่ือนไหว (Body Mechanism)

กระบวนกำรตำมธรรมชำตใิ นกำรเคล่ือนไหวส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำยตำมลกั ษณะโครงสร้ำง หน้ำท่ี และ กำร
ทำงำนร่วมกันของข้อต่อ กล้ำมเนอื ้ กระดูกและระบบประสำทที่เก่ียวข้องภำยใต้ขอบข่ำย เงือ่ นไข หลกั กำร และปัจจยั
ด้ำนชีวกลศำสตร์ทีม่ ีผลตอ่ กำรเคลอ่ื นไหว เช่น ควำมมนั่ คง (Stability) ระบบคำน (Leverage) กำรเคลอื่ น
(Motion) และแรง (Force)

กำรเคล่ือนไหวเฉพำะอย่ำง (Specialized Movement)

กำรผสมผสำนกันระหว่ำงทกั ษะย่อยของทกั ษะกำรเคล่ือนไหวพืน้ ฐำนตำ่ งๆ กำรออกกลำงกำย กำรเลน่ เกม
และกำรเลน่ กีฬำต่ำงๆ ซง่ึ มีควำมจำเป็นสำหรับกิจกรรมทำงกำย เชน่ กำรขว้ำงลกู ซอฟท์บอล ต้องอำศยั กำรผสมผสำน
ของทกั ษะกำรสไลด(์ กำรเคลือ่ นไหวแบบเคลอ่ื นท)ี่ กำรขว้ำง (กำรเคล่ือนไหวแบบ ประกอบอปุ กรณ์) กำรบิดตวั (กำร
เคลื่อนไหวแบบไม่เคลอื่ นท่)ี ทกั ษะท่ที ำบำงอย่ำงยง่ิ มีควำมซบั ซ้อนและ ต้องใช้กำรผสมผสำนของทกั ษะกำรเคล่อื นไหว
พืน้ ฐำนหลำยๆ ทกั ษะรวมกนั

กำรเคล่ือนไหวในชีวติ ประจ ำวนั (Daily Movement)

รูปแบบหรือทกั ษะกำรเคลือ่ นไหวร่ำงกำยในอิริยำบถตำ่ งๆ ทบี่ คุ คลทวั่ ไปใช้ในกำรด ำเนินชีวิต ไม่ว่ำเพื่อกำร
ประกอบกิจวตั รประจำวนั กำรทำงำน กำรเดนิ ทำงหรือกิจกรรมอ่นื ๆ เช่น กำรยนื ก้ม นงั่ เดิน วง่ิ โหนรถเมลย์ กของหนกั
ปีนป่ำย กระโดดลงจำกทส่ี งู ฯลฯ

กำรเคล่ือนไหวพนื้ ฐำน (Fundamental Movements)

ทกั ษะกำรเคลื่อนไหวร่ำงกำยท่ีจำเป็นสำหรับชีวิตและกำรดำเนินชีวติ ของมนุษย์ ในกำรปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมต่ำงๆได้
อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ เป็นทกั ษะท่ีมีกำรพฒั นำในชว่ งวัยเด็ก และจะเป็นพนื ้ ฐำนสำหรับกำร ประกอบกิจกรรมต่ำงๆ เมื่อ
เจริญวยั สงู ขนึ ้ ตลอดจนเป็นพนื ้ ฐำนของกำร มคี วำมสำมำรถในกำรเคล่ือนไหว โดยเฉพำะอยำ่ งย่ิงในกำรเลน่ กีฬำ กำร
ออกกำลงั กำย และกำรประกอบกิจกรรมนันทนำกำร กำรเคล่อื นไหว พืน้ ฐำน สำมำรถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. กำรเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ี (Locomotor Movement) หมำยถึง ทกั ษะกำรเคลื่อนไหว ทใี่ ช้ใน
กำรเคลอื่ นร่ำงกำยจำกทีห่ นงึ่ ไปยงั อกี ทห่ี นึง่ ได้แก่ กำรเดนิ กำรว่ิง กำรกระโดด สลบั เท้ำ กำรกระโจน กำรสไลด์และกำร
วงิ่ ควบม้ำ ฯลฯ หรือกำรเคลือ่ นทีใ่ นแนวดิ่ง เชน่ กำรกระโดด ทักษะกำร เคล่ือนไหวเหลำ่ นเี ้ป็นพืน้ ฐำนของกำรทำงำน
ประสำนสมั พนั ธ์ทำงกลไกแบบไมซ่ บั ซ้อน และเป็นกำร เคลือ่ นไหวร่ำงกำยทใี่ ช้กล้ำมเนอื ้ มัดใหญ่

27

2. กำรเคลื่อนไหวแบบอยกู่ ับท่ี (Nonlocomotor Movement) หมำยถึง ทกั ษะกำรเคล่ือนไหวท่ี ปฏบิ ตั ิโดย
ร่ำงกำยไม่มีกำรเคลอ่ื นทขี่ องร่ำงกำย ตวั อย่ำงเช่น กำรก้ม กำรเหยียด กำรผลกั และดนั กำรบดิ ตวั กำรโยกตวั กำรไกวตวั
และกำรทรงตวั เป็นต้น

3. กำรเคลื่อนไหวแบบประกอบอปุ กรณ์ (Manipulative Movement) เป็นทกั ษะกำรเคลอื่ นไหวที่
มี กำรบงั คบั หรือควบคุมวัตถซุ ึ่งสว่ นใหญจ่ ะเกย่ี วข้องกบั กำรใช้มอื และเท้ำ แตส่ ่วนอนื่ ๆ ของร่ำงกำยกส็ ำมำรถ ใช้ได้เชน่
กำรขว้ำง กำรตีกำรเตะ กำรรบั เป็นต้น

กำรจดั กำรกับอำรมณ์และควำมเครียด (Emotion and Stress Management)
วิธคี วบคุมอำรมณ์ควำมเครียดและควำมคบั ข้องใจ ท่ไี มเ่ ป็นอนั ตรำยต่อตนเองและผ้อู ื่น แล้วลงมือ ปฏิบตั ิ

อยำ่ งเหมำะสม เช่น ท ำสมำธเิ ล่นกฬี ำ กำรร่วมกิจกรรม นันทนำกำร กำรคลำยกล้ำมเนอื ้ (muscle relaxation)

กำรช่วยฟื้นคนื ชพี (Cardiopulmonary Resuscitation = CPR)
กำรช่วยชีวติ เบอื ้ งต้นก่อนส่งต่อให้แพทย์ในกรณีผ้ปู ่วยหวั ใจหยุดเต้น โดยกำรนวดหวั ใจและผำยปอด ไป

พร้อมๆ กนั

กำรดูแลเบอื้ งต้น (First Care)
กำรให้กำรดแู ลสขุ ภำพผ้ปู ่วยในระยะพกั ฟืน้ และ/หรือกำรปฐมพยำบำล

กำรพฒั นำท่ยี ่งั ยืน (Sustainable Development)
กำรพฒั นำที่เป็นองค์รวมของควำมเป็นมนุษย์ตำมแนวทำงของพระธรรมปิฏก (ประยุทธ์ปยุตโต) เป็นกำร

พฒั นำท่เี ป็นบรู ณำกำร คือ ทเกิดเป็นองค์รวมหมำยควำมวำ่ องค์ประกอบทงั้ หลำยทีเ่ ก่ียวข้อง จะต้องประสำนกนั ครบ
ทงั้ ร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์สงั คม และจติ วิญญำณ และมีดุลยภำพ สอดคล้องกบั กฎเกณฑข์ องธรรมชำติ

กำรละเล่นพนื้ เมือง (Folk Plays)
กิจกรรมเลน่ ดงั้ เดิมของคนในชมุ ชนแตล่ ะท้องถนิ่ ซง่ึ เป็นส่วนหนง่ึ ของกำรด ำเนินชวี ิตหรือวิถีชีวิต เพ่อื เป็น

กำรผอ่ นคลำยอำรมณ์ควำมเครียด และสร้ำงเสริมให้มีก ำลงั กำยแข็งแรง สตปิ ัญญำดจี ติ ใจเบิกบำน สนกุ สนำน อนั
ก่อให้เกดิ ควำมสมั พนั ธ์ที่ดตี ่อกนั และเป็นสว่ นหนงึ่ ของวฒั นธรรม เช่น กิจกรรมกำรเล่นของ ชุมชนท้องถิ่น วิง่ เปีย้ ว ชัก
เย่อ ข่มี ้ำส่งเมือง ตจี บั มอญซ่อนผ้ำ รีๆข้ำวสำร วงิ่ กระสอบ สะบ้ำ กระบ่กี ระบอง มวยไทย ตะกร้อวง ตะกร้อลอดบว่ ง

28

กจิ กรรมเข้ำจังหวะ (Rhythmic Activities)

กำรแสดงออกของร่ำงกำย โดยกำรเคลื่อนไหวสว่ นตำ่ ง ๆ ของร่ำงกำยให้เข้ำกับอตั รำควำม ช้ำ – เร็ว ของตวั
โน้ต

กิจกรรมนนั ทนำกำร (Recreation Activities)

กจิ กรรมทบี่ ุคคลได้เลือกทำหรือเข้ำร่วมด้วยควำมสมคั รใจในเวลำว่ำง และผลที่ได้รับเป็นควำมพึง พอใจ ไม่
เป็นภยั ตอ่ สงั คม

กจิ กรรมรับนำ้ หนักตนเอง (Weight Bearing Activities)

กิจกรรมกำรออกกลงั กำยท่มี ีกำรเคลอื่ นไหวบนพืน้ เช่น กำรเดิน กำรว่ิง กำรกระโดดเชือก ยมิ นำสติก กำร
เต้นรำหรือกำรเต้นแอโรบกิ โดยกล้ำมเนอื ้ สว่ นทรี่ บั นำ้ หนักต้องออกแรงกระทำกับนำ้ หนกั ของ ตนเองในขณะปฏบิ ตั ิ
กิจกรรม

กฬี ำไทย (Thai Sports)

กีฬำทมี่ พี นื ้ ฐำนเช่ือมโยงกับวิถชี ีวิตและวฒั นธรรมของท้องถ่นิ และสงั คมไทย เชน่ กระบก่ี ระบอง มวยไทย
ตะกร้ อ

กฬี ำสำกล (International Sports)

กฬี ำที่เป็นท่ียอมรับจำกมวลสมำชิกขององคก์ รกีฬำระดบั นำนำชำติให้เป็นชนดิ กฬี ำที่บรรจุอยใู่ น เกมกำร
แข่งขนั เชน่ ฟุตบอล วอลเลยบ์ อล เทนนิส แบดมินตนั

เกณฑ์สมรรถภำพทำงกำย (Physical Fitness Reference)

คำ่ มำตรฐำนท่ไี ด้กำหนดขนึ ้ (จำกกำรศึกษำวิจยั และกระบวนกำรสถิติ) เพ่ือเป็นดชั นีสำหรบั ประเมนิ
เปรียบเทยี บวำ่ บคุ คลทไ่ี ด้รบั คะแนน หรือค่ำตวั เลข (เวลำ จำนวน ครัง้ นำ้ หนกั ฯลฯ) จำกกำรทดสอบ สมรรถภำพทำง
กำยแตล่ ะรำยกำรทดสอบนนั ้ มีสมรรถภำพทำงกำยตำมองคป์ ระกอบดงั กล่ำวอยใู่ นระดบั คณุ ภำพใด โดยทว่ั ไปแล้ว
นิยมจดั ท ำเกณฑใ์ น ๒ ลกั ษณะ คอื

1. เกณฑ์ปกติ (Norm Reference) เป็นเกณฑ์ที่จดั ท ำจำกกำรศึกษำกลมุ่ ประชำกร ทจี่ ำแนกตำม
กล่มุ เพศและวยั เป็นหลกั ส่วนใหญ่แล้วจะจัดท ำในลกั ษณะของเปอร์เซน็ ไทล์

2. เกณฑม์ ำตรฐำน (Criterion Reference) เป็นระดบั คะแนนหรือคำ่ มำตรฐำนทกี่ ำหนดไว้ล่วงหน้ำ
สำหรับแต่ละรำยกำรทดสอบเพ่ือเป็นเกณฑ์กำรตดั สินวำ่ บุคคลทรี่ ับกำรทดสอบมีสมรรถภำพหรือ ควำมสำมำรถผ่ำน
ตำมเกณฑ์ท่ไี ด้กำหนดไว้หรือไม่ มไิ ด้เป็นกำรเปรียบเทียบกบั บุคคลอื่นๆ

29

ควำมคิดรวบยอดเก่ยี วกบั กำรเคล่ือนไหว (Movement Concepts)

ควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงขนำด จงั หวะ เวลำ พืน้ ทแี่ ละทศิ ทำงในกำรเคลื่อนไหวร่ำงกำย ควำมเข้ำใจถึงควำม
เกี่ยวข้องเช่ือมโยง และควำมพอเหมำะพอดีระหว่ำงขนำดของแรงท่ีใช้ในกำร เคล่อื นไหวร่ำงกำยหรือวตั ถุด้วยห้วงเวลำ
จงั หวะและทิศทำงทเ่ี หมำะสมภำยใต้ข้อจำกัดของพืน้ ท่ีที่มอี ยู่ และ สำมำรถแปรควำมเข้ำใจดงั กล่ำวทงั้ หมดไปสกู่ ำร
ปฏบิ ตั ิกำรเคล่อื นไหวในกำรเล่นหรือแขง่ ขนั กฬี ำ

ควำมเส่ียงต่อสขุ ภำพ (Health Risk)

กำรประพฤติปฏบิ ตั ทิ ่อี ำจนำไปสกู่ ำรเกิดอนั ตรำยตอ่ ชีวิตและสขุ ภำพของตนเองและผ้อู น่ื เช่น กำรขบั รถเร็ว
กำรกนิ อำหำรสกุ ๆ ดิบๆ ควำมส ำส่อนทำงเพศ กำรมนี ้ ำหนกั ตวั เกิน กำรขำด กำรออกกำลงั กำย กำรสบู บหุ ร่ี กำรด่ืมสรุ ำ
กำรใช้ยำและสำรเสพตดิ

ค่ำนิยมทำงสงั คม (Health Value)

คณุ สมบตั ิของสิ่งใดก็ตำม ซึง่ ทำให้ส่งิ นนั ้ เป็นประโยชน์น่ำสนใจ สง่ิ ท่ีบคุ คลยึดถือในกำรตัดสินใจและ
กำหนดกำรกระทำของตนเองเก่ียวกับพฤติกรรมสขุ ภำพ

คุณภำพชีวติ (Quality of Life) ควำมรบั รู้หรือเข้ำใจของปัจเจกบุคคลท่มี ีต่อสถำนภำพชีวิตของตนเองภำยใต้
บริบทของระบบ วฒั นธรรมและคำ่ นยิ มที่เขำใช้ชวี ติ อยู่ และมีควำมเช่ือมโยงกบั จุดม่งุ หมำย ควำมคำดหวงั มำตรฐำน
รวมทงั้ ควำมกงั วลสนใจทีเ่ ขำมตี ่อส่ิงตำ่ งๆ คณุ ภำพชีวติ เป็นมโนคติทม่ี ีขอบเขตกว้ำงขวำง ครอบคลมุ เร่ืองต่ำงๆ ท่ี
สลบั ซบั ซ้อน ได้แก่ สขุ ภำพทำงกำย สภำวะทำงจิต ระดบั ควำมเป็นตวั ของตวั เอง ควำมสมั พนั ธ์ตำ่ งๆ ทำงสงั คม ควำมเชื่อ
ส่วนบคุ คล และสมั พนั ธภำพท่ีดตี อ่ ส่งิ แวดล้อม

ิติ วญิ ญำณในกำรแข่งขัน (Competitive Spiritual)

ควำมม่งุ มนั่ กำรท่มุ เทก ำลงั กำย กำลงั ใจ ควำมรู้ควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั และร่วมมืออย่ำงสนั ติ เต็ม
ควำมสำมำรถ เพอ่ื ให้ได้มำซึ่งผลที่ตนเองต้องกำร

ทกั ษะชวี ติ (Life Skills)

เป็นคุณลกั ษณะหรือควำมสำมำรถเชงิ สงั คมจิตวทิ ยำ (Psychosocial Competence) และเป็น
ควำมสำมำรถทำงสติปัญญำ ที่ทุกคนจเป็นต้องใช้ในกำรเผชญิ สถำนกำรณ์ต่ำงๆ ทีเ่ กิดขนึ ้ ในชวี ิตประจำวนั ได้ อยำ่ งมี
ประสิทธิภำพ สำมำรถพฒั นำขนึ ้ ได้ด้วยกำรฝึกและกระทำซำ้ ๆ ให้เกิดควำมคล่องแคล่ว เคยชินจนเป็น ลกั ษณะนิสยั
ประกอบด้วยทกั ษะตำ่ งๆ ดงั นคี ้ ือ กำรรู้จกั ตนเอง เข้ำใจตนเองและเห็นคุณค่ำของตนเอง กำรรู้จกั คิดอย่ำงมวี ิจำรณญำณ
และคดิ สร้ำงสรรคก์ ำรรู้จกั คิดตดั สนิ ใจและแก้ปัญหำ กำรรู้จกั แสวงหำและใช้ ข้อมลู ควำมรู้กำรส่อื สำรและกำรสร้ำง
สมั พนั ธภำพกับ

30

ผ้อู น่ื กำรจดั กำรกับอำรมณ์และควำมเครียด กำรปรบั ตวั ทำ่ มกลำงกำรเปลี่ยนแปลง กำรตงั้ เปำ้ หมำย กำรวำงแผนและ
ดำเนนิ กำรตำมแผน ควำมเหน็ ใจผ้อู ่นื ควำมรบั ผิดชอบตอ่ สงั คมและซำบซงึ ้ ในสิ่งท่ดี งี ำมรอบตวั

ธงโภชนำกำร (Nutrition Flag)

เป็นเครื่องมอื ทชี่ ่วยอธบิ ำยและทำควำมเข้ำใจโภชนบญั ญัติ9 ประกำร เพื่อนไปสกู่ ำรปฏิบตั ิโดย กหำนดเป็น
ภำพ “ธงปลำยแหลม” แสดงกลมุ่ อำหำรและสดั ส่วนกำรกนิ อำหำรในแต่ละกลมุ่ มำกน้อยตำมพนื ้ ท่ี สงั เกตได้ชัดเจนว่ำ
ฐำนใหญ่ด้ำนบนเน้นให้กนิ มำกและปลำยธงข้ำงล่ำงบอกให้กนิ น้อยๆ เท่ำท่จี ำเป็นโดยมีฐำน มำจำกข้อปฏิบตั ิกำรบริโภค
อำหำรเพ่ือสขุ ภำพท่ีดขี องคนไทย หรือ โภชนบญั ญตั ิ9 ประกำร คือ

1. กนิ อำหำรครบ 5 หมแู่ ตล่ ะหมใู่ ห้หลำกหลำยและหมนั่ ดแู ลนำ้ หนักตวั
2. กนิ ข้ำวเป็นอำหำรหลกั สลบั กบั อำหำรประเภทแปง้ เป็นบำงมอื ้
3. กนิ พชื ผกั ให้มำกและกินผลไม้เป็นประจำ
4. กนิ ปลำ เนอื ้ สตั วไ์ มต่ ิดมนั ไข่และถัว่ เมล็ดแห้งเป็นประจำ
5. ด่มื นมให้เหมำะสมตำมวัย
6. กนิ อำหำรท่ีมีไขมนั แตพ่ อควร
7. หลกี เล่ยี งกำรกินอำหำรรสหวำนจดั และเค็มจดั
8. กนิ อำหำรที่สะอำด ปรำศจำกกำรปนเปือ้ น
9. งดหรือลดเครื่องดืม่ ท่ีมแี อลกอฮอล์

นำ้ ใจนกั กีฬำ (Spirit)
เป็นคณุ ธรรมประจำใจของกำรเล่นร่วมกัน อยู่ร่วมกนั และมชี ีวติ อยู่ร่วมกนั ในสงั คมได้อย่ำงปกตสิ ขุ และมี

ประสทิ ธภิ ำพ พฤติกรรมทีแ่ สดงถึงควำมมนี ำ้ ใจนักกฬี ำ เชน่ กำรมีวินัย เคำรพกฎกติกำ รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภยั
บริกำรสุขภำพ (Health Service)

บริกำรทำงกำรแพทย์และสำธำรณสขุ ทงั้ ของรฐั และเอกชนประชำสงั คม (Civil Society)เครือขำ่ ย กล่มุ
ชมรม สมำคม มลู นิธิสถำบนั องค์กร หรือชุมชนทีม่ กี ิจกรรม กำรเคล่ือนไหวทำงสงั คม เพื่อประโยชนร์ ่วมกันของกลมุ่
ผลิตภัณฑ์สุขภำพ (Health Products)

ยำ เครื่องส ำอำง อำหำรสำเร็จรูป เครื่องปรุงรสอำหำร อำหำรเสริม วิตำมิน
พฤตกิ รรมเบ่ยี งเบนทำงเพศ (Sex Abuse)

กำรประพฤติปฏิบตั ิใดๆ ที่ไม่เป็นไปตำมธรรมชำติทำงเพศตนเอง เช่น มีจิตใจรกั ชอบในเพศเดยี วกันกำรแตง่ ตวั
หรือแสดงกริ ิยำเป็นเพศตรงข้ำม

31

พฤตกิ รรมสขุ ภำพ (Health Behaviour)
กำรปฏิบตั หิ รือกจิ กรรมใดๆ ในด้ำนกำรป้องกัน กำรสร้ำงเสริม กำรรักษำและกำรฟืน้ ฟสู ขุ ภำพ อนั มผี ลต่อสภำวะ

ทำงสขุ ภำพของบุคคล
พฤติกรรมเส่ียง (Risk Behaviour)

รูปแบบจำเพำะของพฤตกิ รรม ซ่ึงได้รบั กำรพสิ จู นแ์ ล้วว่ำ มีควำมสมั พันธ์กับกำรเพิ่มโอกำส ที่จะป่วยจำกโรคบำง
ชนดิ หรือกำรเสื่อมสขุ ภำพมำกขนึ ้
พลังปัญญำ (Empowerment)

กระบวนกำรสร้ำงเสริมศกั ยภำพแกบ่ คุ คลและชุมชนให้เป็นผ้สู นใจใฝ่รู้และมีอำนำจในกำรคดิ กำรตดั สินใจ กำร
แก้ปัญหำด้วยชุมชนเองได้เป็นสว่ นใหญ่ นอกจำกนนั ้ บคุ คลและชมุ ชน ยงั สำมำรถควบคุมสภำพแวดล้อมท่ีมีผลกระทบต่อ
ปัญหำสขุ ภำพให้อยู่ในสภำพทเ่ี ออื ้ ตอ่ กำรสร้ำงเสริมและพฒั นำสขุ ภำพ
ภำวะทุพโภชนำกำร (Malnutrition)

กำรขำดสำรอำหำรท่ีจำเป็นตอ่ กำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรของเด็ก ท ำให้มีผลกระทบต่อสขุ ภำพ
ภำวะผ้นู ำ (Leadership)

กำรมคี ณุ ลกั ษณะในกำรเป็นหวั หน้ำ สำมำรถชกั ชวนและชนี ้ ำสมำชิกในกล่มุ ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบตั ิงำนให้สำเร็จ
ลลุ ว่ งไปด้วยดี
ภมู ปิ ัญญำไทย (Thai Wisdom)

สตปิ ัญญำ องคค์ วำมรู้และค่ำนยิ มทน่ี ำมำใช้ในกำรด ำเนนิ ชวี ติ ได้อย่ำงเหมำะสม เป็นมรดกทำงวฒั นธรรมท่ีเกิด
จำกกำรสงั่ สมประสบกำรณ์ควำมรู้แขนงตำ่ งๆ ของบรรพชนไทยนบั แต่อดตี สอดคล้องกับวิถีชวี ิต ภูมปิ ัญญำไทย จึงมี
ควำมสำคญั ตอ่ กำรพฒั นำชีวติ ควำมเป็นอยู่ของคนไทย ทัง้ ด้ำนเศรษฐกจิ สงั คมลกั ษณะของภมู ปิ ัญญำไทย มอี งคป์ ระกอบ
ตอ่ ไปนี ้

1. คติควำมเชอื่ ควำมคิด หลักกำรท่ีเป็นพนื ้ ฐำนขององคค์ วำมรู้ที่เกดิ จำกสงั่ สมถ่ำยทอดกนั มำ
2. ศิลปะ วฒั นธรรม และขนบธรรมเนยี มประเพณี
3. กำรประกอบอำชีพในแต่ละท้องถ่นิ ที่ได้รบั กำรพฒั นำให้เหมำะสมกับสมยั
4. แนวคดิ หลกั ปฏิบตั ิและเทคโนโลยสี มยั ใหมท่ ่นี ำมำใช้ในชุมชน ซง่ึ เป็นอทิ ธพิ ลของควำมก้ำวหน้ำทำง
วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยีตัวอย่ำงภมู ปิ ัญญำไทยท่ีเก่ียวข้องกับสขุ ภำพ เชน่ กำรแพทยแ์ ผนไทย สมนุ ไพร อำหำรไทยยำ
ไทย ฯลฯ
แรงขบั ทำงเพศ (Sex Drive)
แรงขบั ที่เกดิ จำกสญั ชำตญำณทำงเพศ
ล่วงละเมิดทำงเพศ (Sexual Abuse)
กำรใช้คำพูด กำรจบั จบู ลบู คล ำ และ/หรือร่วมเพศ โดยไมไ่ ด้รบั กำรยนิ ยอมจำกฝ่ ำยตรงข้ำมโดยเฉพำะกับผ้เู ยำว

32

สติ (Conscious)
ควำมรู้สึกตวั อยู่เสมอในกำรรบั รู้สง่ิ ต่ำง ๆ กำรให้หลกั กำรและเหตุผลในกำรปอ้ งกนั ยบั ยงั้ ชงั่ ใจ และ

ควบคมุ ตนเองเพื่อไม่ให้คดิ ผดิ ทำง ไมห่ ลงลืม ไมเ่ ครียด ไมผ่ ดิ พลำด ก่อให้เกดิ พฤตกิ รรมท่ีถูกต้องดงี ำม
สมรรถภำพกลไก (Motor Fitness) หรือสมรรถภำพเชิงทักษะปฏิบตั ิ (Skill - Related
PhysicalFitness)

ควำมสำมำรถของร่ำงกำยที่ช่วยให้บคุ คลสำมำรถประกอบกิจกรรมทำงกำย โดยเฉพำะอย่ำงยง่ิ กำรเลน่ กีฬำได้ดี
มอี งคป์ ระกอบ 6 ด้ำน ดงั นี ้

1. ควำมคล่อง (Agility) หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรเปลี่ยนทิศทำงกำรเคลือ่ นทไี่ ด้อย่ำงรวดเร็วและสำมำรถ
ควบคมุ ได้

2. กำรทรงตวั (Balance) หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรรกั ษำดลุ ของร่ำงกำยเอำไว้ได้ทงั้ ในขณะอยู่กบั ทแี่ ละ
เคล่ือนที่

3. กำรประสำนสมั พนั ธ์ (Co – ordination) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรเคลื่อนไหวได้อย่ำงรำบร่ืน
กลมกลืน และมีประสทิ ธภิ ำพ ซึ่งเป็นกำรท ำงำนประสำนสอดคล้องกันระหวำ่ งตำ-มอื -เท้ำ

4. พลงั กล้ำมเนอื ้ (Power) หมำยถงึ ควำมสำมำรถของกล้ำมเนอื ้ สว่ นหนงึ่ สว่ นใดหรือหลำยๆ ส่วนของร่ำงกำย
ในกำรหดตวั เพือ่ ทำงำนด้วยควำมเร็วสงู แรงหรืองำนทไ่ี ด้เป็นผลรวมของควำมแขง็ แรงและควำมเร็วที่ใช้ในช่วงระยะเวลำ
นนั ้ ๆ เช่น กำรยืนอยกู่ บั ที่กระโดด กำรทมุ่ นำ้ หนกั เป็นต้น

5. เวลำปฏกิ ิริยำตอบสนอง (Reaction time) หมำยถึง ระยะเวลำที่ร่ำงกำยใช้ในกำรตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้ำ
ตำ่ งๆ เช่น แสง เสยี ง สมั ผสั

6. ควำมเร็ว (Speed) หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรเคลอื่ นทจี่ ำกที่หนึง่ ไปยงั อีกหน่งึ ได้อยำ่ งรวดเร็ว
สมรรถภำพทำงกำย (Physical Fitness)

ควำมสำมำรถของระบบต่ำงๆ ของร่ำงกำย ในกำรทำงำนอยำ่ งมีประสิทธภิ ำพและประสทิ ธิผล บุคคลทมี่ ี
สมรรถภำพทำงกำยดนี นั ้ จะสำมำรถประกอบกจิ กรรมในชวี ิตประจ ำวนั ได้อยำ่ งกระฉบั กระเฉง โดยไมเ่ หนอื่ ยล้ำจนเกินไป
และยงั มีพลงั งำนสำรองมำกพอ สำหรับกิจกรรมนนั ทนำกำรหรือกรณีฉุกเฉิน ในปัจจบุ นั นกั วิชำชีพด้ำนสขุ ศึกษำและพล
ศกึ ษำได้เห็นพ้องต้องกันว่ำ สมรรถภำพทำงกำยสำมำรถจดั กลมุ่ ได้เป็นสมรรถภำพทำงกำยเพ่ือสขุ ภำพ (Health –
Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภำพกลไก (Motor Fitness)สมรรถภำพเชิงทกั ษะปฏบิ ตั ิ(Skill

– Related Physical Fitness)
สมรรถภำพทำงกำยเพ่อื สขุ ภำพ (Health – Related Physical Fitness)

ควำมสำมำรถของระบบต่ำงๆ ในร่ำงกำยประกอบด้วย ควำมสำมำรถเชงิ สรีรวทิ ยำด้ำนต่ำงๆ ที่ช่วยปอ้ งกันบคุ คล
จำกโรคทมี่ ีสำเหตุจำกภำวะกำรขำดกำรออกกลำงกำย นับเป็นปัจจบุ ันหรือตวั บ่งชสี ้ ำคญั ของกำรมีสขุ ภำพดคี วำมสำมำรถ
หรือสมรรถนะเหลำ่ นสี ้ ำมำรถปรบั ปรุงพฒั นำและคงสภำพได้โดยกำรออกก ำลงั กำยอย่ำงสม่ำเสมอ สมรรถภำพทำงกำย
เพ่ือสขุ ภำพมีองค์ประกอบดงั น

33

1. องค์ประกอบของร่ำงกำย (Body Composition) ตำมปกติแล้วในร่ำงกำยมนุษย์ประกอบด้วยกล้ำมเนอื ้
กระดกู ไขมนั และส่วนอ่นื ๆ แตใ่ นส่วนของสมรรถภำพทำงกำยนนั ้ หมำยถึง สดั ส่วนปริมำณไขมนั ในร่ำงกำยกบั มวล
ร่ำงกำยทีป่ รำศจำกไขมนั โดยกำรวดั ออกมำเป็นเปอร์เซ็นตไ์ ขมนั (% fat) ด้วยเครื่อง

2. ควำมทนทำนของระบบไหลเวียนโลหิต (Cardiorespiratory Endurance) หมำยถึง
สมรรถนะเชงิ ปฏบิ ตั ิของระบบไหลเวยี นโลหติ (หวั ใจ หลอดเลือด) และระบบหำยใจในกำรล ำเลียงออกซิเจนไปยงั เซลล์
กล้ำมเนอื ้ ท ำให้ร่ำงกำยสำมำรถยนื หยดั ที่จะทำงำนหรือออกก ำลงั กำยทใี่ ช้กล้ำมเนอื ้ มัดใหญเ่ ป็นระยะเวลำ
ยำวนำนได้

3. ควำมอ่อนตัวหรือควำมยดื หย่นุ (Flexibility) หมำยถงึ พิสยั ของกำรเคลอื่ นไหวสงู สดุ เทำ่ ที่จะทำได้
ของข้อต่อหรือกล่มุ ข้อตอ่

4. ควำมทนทำนหรือควำมอดทนของกล้ำมเนอื้ (Muscular Endurance) หมำยถึง
ควำมสำมำรถของกล้ำมเนอื ้ มดั ใดมัดหนงึ่ หรือกลมุ่ กล้ำมเนอื ้ ในกำรหดตวั ซำ้ ๆ เพื่อต้ำนแรงหรือควำมสำมำรถในกำรคง
สภำพกำรหดตวั ครัง้ เดียวได้เป็นระยะเวลำยำวนำน

5. ควำมแข็งแรงของกล้ำมเนอื้ (Muscular Strength) หมำยถึง ปริมำณสงู สดุ ของแรง ท่ีกล้ำมเนอื ้
มดั ใดมดั หนง่ึ หรือกล่มุ กล้ำมเนอื ้ สำมำรถออกแรงต้ำนทำนได้ในชว่ งกำรหดตวั 1 ครัง้ สขุ บญั ญตั ิแห่งชำติ(National
Health Disciplines)ข้อกำหนดทเี่ ด็กและเยำวชน ตลอดจนประชำชนท่ัวไป พงึ ปฏบิ ตั อิ ยำ่ งสมำ่ เสมอ จนเป็นสขุ
นสิ ยั เพอื่ ให้มสี ขุ ภำพดีทงั้ ร่ำงกำย จิตใจ และสงั คม ซงึ่ กหำนดไว้10 ประกำร ดงั นี ้
1. ดูแลรกั ษำร่ำงกำยและของใช้ให้สะอำด
2. รกั ษำฟันให้แขง็ แรงและแปรงฟันทุกวนั อย่ำงถกู ต้อง
3. ล้ำงมอื ให้สะอำดก่อนกินอำหำรและหลงั กำรขบั ถ่ำย
4. กนิ อำหำรสกุ สะอำด ปรำศจำกสำรอนั ตรำย และหลกี เลี่ยงอำหำรรสจดั สฉี ูดฉำด
5. งดบุหร่ีสรุ ำ สำรเสพตดิ กำรพนัน และกำรสำสอ่ นทำงเพศ
6. สร้ำงควำมสมั พนั ธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
7. ป้องกันอบุ ตั ิภยั ด้วยกำรไม่ประมำท
8. ออกกำลงั กำยสมำ่ เสมอและตรวจสขุ ภำพประจำปี
9. ทำจติ ใจให้ร่ำเริงแจม่ ใสอยู่เสมอ
10. มีสำนกึ ตอ่ ส่วนรวม ร่วมสร้ำงสรรค์สงั คม
สขุ ภำพ (Health)
สขุ ภำวะ (Well – Being หรือ Wellness) ทส่ี มบรู ณ์และเชื่อมโยงกนั เป็นองค์รวมอย่ำงสมดุลทงั้ มติ ิ
ทำงจิตวญิ ญำณ (มโนธรรม) ทำงสงั คม ทำงกำย และทำงจิต ซง่ึ มไิ ด้หมำยถงึ เฉพำะควำมไมพ่ ิกำรและควำมไม่
มีโรคเท่ำนนั ้

34

สุนทรียภำพของกำรเคล่ือนไหว (Movement Aesthetic)
ศิลปะและควำมงดงำมของท่วงท่ำในกำรเคลือ่ นไหวร่ำงกำยในอิริยำบถตำ่ งๆ ซึ่งเป็นผลมำจำก

ควำมคดิ สร้ำงสรรคใ์ นกำรออกแบบท่ำทำงกำรเคลื่อนไหวและกำรฝึกฝนจนเกิดควำมชำนำญ สำมำรถแสดง
ออกมำเป็นควำมกลมกลืนและตอ่ เนอื่ ง
แอโรบิก (Aerobic)

กระบวนกำรสร้ำงพลงั งำนแบบต้องใช้อำกำศ ซ่ึงในที่นหี ้ มำยถึง ออกซิเจน (Aerobic - energe
delivery) ในกำรสร้ำงพลงั งำนของกล้ำมเนอื ้ เพอื่ ทำงำนหรือเคลื่อนไหวนนั ้ กล้ำมเนือ้ จะมีวิธีกำร 3 แบบที่จะ
ได้พลงั งำนมำ

แบบท่ี 1 เป็นกำรใช้พลงั งำนท่มี ีสำรองอยใู่ นกล้ำมเนอื ้ ซึง่ จะใช้ได้ในเวลำไมเ่ กนิ 3 วินำที
แบบท่ี 2 กำรสงั เครำะหพ์ ลงั งำนโดยไม่ใช้ออกซเิ จน (Anaerobic energy delivery) ซง่ึ ใช้ได้ไม่เกนิ
10 วินำที
แบบที่ 3 กำรสงั เครำะห์สำรพลงั งำน โดยใช้ออกซิเจน ซึง่ จะใช้พลงั งำนได้ระยะเวลำนำน

35

อ้ำงองิ

หลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 ฉบบั ปรับปรุง 2560
เอกสำรประกอบหลกั สตู รโรงเรียนพบิ ลู อุปถัมภ์ พุทธศักรำช 2563

36

คณะผ้จู ัดทำ

นำงสำว ศิรินนั ท์ วงวิพัฒน์ 6394110001
นำงสำว หทัยรัตน์ บญุ ประเสริฐ 6394110003
นำย พชระ โยธำวงค์ 6394110009
นำงสำว ศศภิ ัตษำ จำปำ 6394110011


Click to View FlipBook Version