โครงสร้างรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์
หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ คาํ นาํ
วชิ า ED13307 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไดจ้ ดั ทาํ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยี ฉบบั นีB ซงEึ เป็นเอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นพิบลู อปุ ถมั ภ์ พทุ ธศกั ราช PQRS ตาม
สอ4ื เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนัB พืนB ฐาน พทุ ธศกั ราช PQQW เพEือเป็นเปา้ หมายในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น และ
สาํ หรับครูประถมศกึ ษา กระบวนการจดั การเรยี นรู้ เพEือเป็นกรอบและทิศทางในการจดั การเรยี นการสอน ใหต้ รงตามมาตรฐาน ตวั ชีวB ดั และ
สาระการเรยี นรู้ ของกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยพิจารณาตามหลกั สตู ร แกนกลางการศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ขนัB พืนB ฐาน PQQW (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช PQR]) หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นพิบลู อปุ ถมั ภ์ พทุ ธศกั ราช PQRS
หลักสูตรศกึ ษาศาสตรบ์ ณั ฑติ ซงEึ มีองคป์ ระกอบดงั นีB
คณะศกึ ษาศาสตร์ - วิสยั ทศั น์ หลกั การ จดุ หมาย
สาขาการการประถมศกึ ษา - สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
- คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มหาวทิ ยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
- คณุ ภาพผเู้ รยี น
- ตวั ชีวB ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- รายวิชาทEีเปิด
- คาํ อธิบายรายวิชาและโครงสรา้ งรายวิชาพืนB ฐาน
- คาํ อธิบายรายวิชาและโครงสรา้ งรายวิชาเพEิมเตมิ
- สEอื /แหลง่ เรยี นรู้
- การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
คณะผจู้ ดั ทาํ ขอขอบคณุ ผทู้ Eีมีสว่ นรว่ มในการพฒั นาและจดั ทาํ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ และ
เทคโนโลยีและเทคโนโลยี ฉบบั นีB จนสาํ เรจ็ ลลุ ว่ งเป็นอยา่ งดี และหวงั เป็นอยา่ งยEิงวา่ จะเกิดประโยชนต์ อ่ การ จดั การ
เรยี นรูใ้ หก้ บั ผเู้ รยี นตอ่ ไป
สารบญั หนา้ ตวั ชีวO ดั และสาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง หนา้
1 วทิ ยาศาสตรเ์ พNิมเตมิ 25
วสิ ยั ทศั น์ 1 คณุ ภาพผเู้ รยี น 59
หลกั การ 3 รายวิชาทNีเปิดสอน 63
จดุ หมาย 4 คาํ อธิบายรายวิชาและโครงสรา้ งรายวิชาพืนO ฐาน 64
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น 5 รูปแบบการสอน 65
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 สNือ/แหลง่ เรยี นรู้ 77
ทาํ ไมตอ้ งเรยี นวิทยาศาสตร์ 9 การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 81
เรยี นรูอ้ ะไรในวิทยาศาสตร์ 11 ภาคผนวก 82
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ 14 อภิธานศพั ท์ 84
ทกั ษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 19 98
คณุ ภาพผเู้ รยี น 21
รายวิชาเพNิมเตมิ
วสิ ัยทศั น์ ^. จดั การเรยี นการสอนโดยการสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในทกุ รายวิชา
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สง่ เสรมิ ผเู้ รยี นใหม้ ีการพฒั นา อยา่ งเป็นรูปธรรม จดั กิจกรรมวิชาการดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ให้
ทกั ษะกระบวนการ คดิ ขนัO สงู เพNือนาํ ไปสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ มีเจตคตทิ Nี นกั เรยี นกลา้ แสดงออก และไดป้ ฏิบตั กิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความ
เหมาะสมตอ่ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รูค้ ณุ คา่ ของ ภมู ิปัญญาไทย สนใจ
หลักการ `. จดั กิจกรรมนาํ เสนอผลงานนกั เรยี น – ครู ในงานนิทรรศการทางวิชาการ
W. พฒั นาความรู้ ความสามารถทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตามศกั ยภาพ ภายในโรงเรยี น
ของผเู้ รยี น และสามารถ นาํ ไปเป็นเครอNื งมือในการเรยี นรูส้ Nงิ ตา่ ง ๆ และเป็น a. สนบั สนนุ สง่ เสรมิ ใหค้ รู ผลติ สNอื และนวตั กรรมประกอบการเรยี นการสอน
พืนO ฐานสาํ หรบั การศกึ ษาตอ่ ตามเนือO หาการเรยี นรู้
Z. จดั กิจกรรมกระบวนการเรยี นรูอ้ ยา่ งหลากหลายตอ่ เนNือง ผเู้ รยี นมีสว่ นรว่ มใน b. จดั กิจกรรมสง่ เสรมิ พฒั นาผเู้ รยี นทNีมีความสามารถ และชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นทNีมี
การจดั กระบวนการ เรยี นรูอ้ ยา่ งมีความสขุ [. จดั แผนการเรยี นการสอนใหแ้ ก่ ปัญหาดา้ นการเรยี น วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ผเู้ รยี น เพNือใหผ้ เู้ รยี นไดม้ ีโอกาสเรยี นรูว้ ิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตาม Wc. วดั ผลและประเมินผลตามสภาพจรงิ ดว้ ยวิธีการทNีหลากหลายให้
ความถนดั และความสนใจ ครอบคลมุ ทงัO ทางดา้ นความรู้ ทกั ษะ/ กระบวนการ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
\. พฒั นาบคุ ลากรของกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ใหม้ ี และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ความรูแ้ ละทกั ษะตลอดจน นาํ ประสบการณม์ าใชใ้ นการเรยี นการสอนโดยเนน้
ผเู้ รยี นเป็นสาํ คญั 2
]. มีการนิเทศและตดิ ตามอยา่ งเป็นระบบในดา้ นการเรยี นการสอน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
1
จุดม่งหมาย สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ ป็นคนดี มี
ปัญญา มีความสขุ มีศกั ยภาพในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชีพ และผเู้ รยี นมี หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนัO พืนO ฐาน มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดสมรรถนะสาํ คญั ๕ ประการ
คณุ ภาพตามเกณฑข์ องคณุ ภาพผเู้ รยี นกลมุ่ สาระ การเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละ ดงั นีO
เทคโนโลยี เมNือจบการศกึ ษาขนัO พืนO ฐาน ดงั นีO
1. มีคณุ ภาพตามเกณฑข์ องคณุ ภาพผเู้ รยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละ ๑. ความสามารถในการสอEื สาร เป็นความสามารถในการรบั และสง่ สาร มี
เทคโนโลยี วฒั นธรรมในการใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรูค้ วามเขา้ ใจ ความรูส้ กึ และทศั นะ
2. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมทNีพงึ ประสงค์ เหน็ คณุ คา่ ของตนเอง มีวินยั ของตนเองเพNือแลกเปลNียนขอ้ มลู ขา่ วสารและประสบการณอ์ นั จะเป็นประโยชนต์ อ่ การ
และปฏิบตั ติ นตาม หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทNีตนนบั ถือ ยดึ หลกั พฒั นาตนเองและสงั คม รวมทงัO การเจรจาตอ่ รองเพNือขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตา่ ง ๆ การเลอื กรบั หรอื ไมร่ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลกั เหตผุ ลและความถกู ตอ้ ง
3. มีความรู้ ความสามารถในการสNอื สาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธีการสNอื สาร ทNีมีประสทิ ธิภาพโดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบทNีมีตอ่
และมีทกั ษะชีวติ ตนเองและสงั คม
4. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตทNีดี มีสขุ นิสยั และรกั การออกกาํ ลงั กาย
5. มีความรกั ชาติ มีจิตสานกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มNนั ในวิถีชีวิต ๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์
และการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพNือ
6. มีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นา นาํ ไปสกู่ ารสรา้ งองคค์ วามรูห้ รอื สารสนเทศเพNือการตดั สนิ ใจเกNียวกบั ตนเองและสงั คม
สNงิ แวดลอ้ ม มีจิต สาธารณะทNีมงุ่ ทาํ ประโยชนแ์ ละสรา้ งสNงิ ทNีดีงามในสงั คม และอยู่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3รว่ มกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสขุ ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอปุ สรรค
ตา่ ง ๆ ทNีเผชิญไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมบนพืนO ฐานของหลกั เหตผุ ล คณุ ธรรมและ
ขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปลNยี นแปลงของเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ใน
สงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรูม้ าใชใ้ นการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการ
ตดั สนิ ใจทNีมีประสทิ ธิภาพโดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบทNีเกิดขนึO ตอ่ ตนเอง สงั คมและ
สNงิ แวดลอ้ ม 4
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ เป็นความสามารถในการนาํ 2. ซอEื สัตยส์ ุจริต หมายถงึ การประพฤตปิ ฏิบตั อิ ยา่ งเหมาะสม และตรงตอ่
กระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ น ความเป็นจรงิ ประพฤตปิ ฏิบติั อยา่ งตรงไปตรงมา ทงัO กาย วาจา ใจ ตอ่ ตนเองและ
การดาํ เนินชีวิตประจาํ วนั การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรูอ้ ยา่ งตอ่ เนNือง การ ผอู้ NืนรวมตลอดทงัO ตอ่ หนา้ ทNีการงานและคาํ มNนั สญั ญา ความประพฤตทิ Nี
ทาํ งาน และการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมดว้ ยการสรา้ งเสรมิ ความสมั พนั ธอ์ นั ดีระหวา่ ง ตรงไปตรงมาและจรงิ ใจในสNงิ ทNีถกู ทNีควร ถกู ตอ้ งตามทาํ นองคลองธรรมรวมไป ถงึ
บคุ คล การจดั การปัญหาและความขดั แยง้ ตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรบั ตวั ให้ การไมค่ ดิ คดทรยศ ไมค่ ดโกงและไมห่ ลอกลวงนอกจากนีแO ลว้ ความซNือสตั ยส์ จุ รติ
ทนั กบั การเปลNยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และการรูจ้ กั หลกี เลNยี ง ยงั รวมไปถงึ การ รกั ษาคาํ พดู หรอื คาํ มNนั สญั ญาและการปฏิบตั หิ นา้ ทNีการงานของ
พฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ Nีสง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ Nืน ตนเองดว้ ยความรบั ผิดชอบและดว้ ย ความซNือสตั ยไ์ มแ่ สวงหาผลประโยชนใ์ หแ้ ก่
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ ตนเองและพวกพอ้ งดว้ ยการใชอ้ าํ นาจหนา้ ทNีโดยมิชอบซงNึ ความซNือสตั ยส์ จุ รติ นีO
เทคโนโลยีดา้ นตา่ ง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพNือการพฒั นา จะดาํ เนินไปดว้ ยความตงัO ใจจรงิ เพNือทาํ หนา้ ทNีของตนเองใหส้ าํ เรจ็ ลลุ ว่ ง ดว้ ยความ
ตนเองและสงั คม ในดา้ นการเรยี นรู้ การสNอื สาร การทาํ งาน การแกป้ ัญหา ระมดั ระวงั และเกิดผลดีตอ่ ตนเองและสงั คม
อยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม 3. มวี นิ ัย หมายถงึ การควบคมุ ความประพฤตใิ หถ้ กู ตอ้ งและเหมาะสมกบั จรรยา
มารยาท ขอ้ บงั คบั ขอ้ ตกลง กฎหมายและศีลธรรมการรูจ้ กั ควบคมุ ตนเองให้
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คบั ระเบียบแบบแผน และขนบธรรมเนียม
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ี ประเพณีอนั ดีงามยอ่ มนาํ มาซงNึ ความสงบสขุ ในชีวิตของตน ความเป็นระเบียบ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เพNือใหส้ ามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ Nืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมี เรยี บรอ้ ยของสงั คมและประเทศชาติ
ความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ตามหลกั สตู ร แกนกลาง 4. ใฝ่ เรียนรู้ หมายถงึ การคน้ ควา้ หาความรูห้ รอื สNงิ ทNีเป็นประโยชน์ เพNือพฒั นา
การศกึ ษาขนัO พืนO ฐาน ดงั นีO ตนเองอยเู่ สมอ
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถงึ มีความภาคภมู ิใจในความเป็นไทย นิยม
ไทย ปฏิบตั ติ ามคาํ สNงั สอน ของศาสนาเคารพเทิดทนู ศาสนา แสดงความ 6
5 จงรกั ภกั ดี เทิดทนู พระเกียรตแิ ละพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตรยิ ์
5. อยู่อย่างพอเพยี ง หมายถงึ การมีความพอดีในการบรโิ ภค ใชท้ รพั ยากรและ ทาํ ไมถงึ เรียนวทิ ยาศาสตร์
เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ คาํ นงึ ถงึ ฐานะและเศรษฐกิจ คดิ ก่อนใชจ้ า่ ยตามความ
เหมาะสมรูจ้ กั การเพNิมพนู ทรพั ย์ ดว้ ยการเก็บ และนาํ ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนด์ แู ล การเรยี นการสอนวิทยาศาสตรม์ งุ่ เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นไดค้ น้ พบความรูด้ ว้ ยตนเองมาก
รกั ษาบรู ณทรพั ยข์ องตนเอง มีการเก็บออมเงินไวต้ ามสมควร ทNีสดุ เพNือใหไ้ ดท้ งัO กระบวนการและความรู้ จากวิธีการสงั เกต การสาํ รวจตรวจสอบ
6. มุ่งมEันในการทาํ งาน หมายถงึ การศกึ ษาเรยี นรูเ้ พNือหาขอ้ เทจ็ จรงิ ซงNึ อาจพฒั นา การทดลอง แลว้ นาํ ผลทNีไดม้ าจดั ระบบเป็น หลกั การ แนวคดิ และองคค์ วามรู้ การ
ไปสคู่ วามจรงิ ในสง่ ิทNี ตอ้ งการเรยี นรู้ หรอื ตอ้ งการหาคาํ ตอบเพNือนาํ คาํ ตอบทNีไดน้ นัO จดั การเรยี นการสอนวิทยาศาสตรจ์ งึ มีเปา้ หมายทNีสาํ คญั ดงั นีO
มาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ การ ยกระดบั ความรูก้ ารนาํ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจาํ วนั หรอื นาํ มาสรุปเป็นความจรงิ ได้ W. เพNือใหเ้ ขา้ ใจหลกั การ ทฤษฎี และกฎทNีเป็นพืนO ฐานในวิชาวิทยาศาสตร์
7. รักความเป็ นไทย หมายถงึ เขา้ ใจ หวงแหนความเป็นไทยซงNึ ถือเป็นตน้ ทนุ ทาง
สงั คมทาํ ใหท้ กุ ศาสนา สามารถอยรู่ ว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งสนั ตโิ ดยตอ้ งมีการดาํ เนินชีวิตโดย Z. เพNือใหเ้ ขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาตขิ องวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละขอ้ จาํ กดั ใน
กายสจุ รติ วจีสจุ รติ และมโนสจุ รติ เป็น คณุ ลกั ษณะทNีเกNียวขอ้ งกบั การเขา้ สงั คมและ การศกึ ษาวิชาวิทยาศาสตร์
การมีปฏิสมั พนั ธก์ บั ผอู้ Nืน เชน่ ความมีกิรยิ ามารยาท การ ปรบั ตวั ความตรงตอ่ เวลา
ความสภุ าพ การมีสมั มาคารวะ การพดู จาไพเราะ และออ่ นนอ้ มถ่อมตน [. เพNือใหม้ ีทกั ษะทNีสาํ คญั ในการศกึ ษาคน้ ควา้ และคดิ คน้ ทางเทคโนโลยี
8. มจี ติ สาธารณะ หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทางจิตใจของบคุ คลเกNียวกบั การมองเหน็
คณุ คา่ หรอื การให้ คณุ คา่ แก่การมีปฏิสมั พนั ธท์ างสงั คมและสNงิ ตา่ ง ๆ ทNีเป็นสNงิ \. เพNือใหต้ ระหนกั ถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวล
สาธารณะทNีไมม่ ีผใู้ ดผผู้ หู้ นงNึ เป็นเจา้ ของ หรอื เป็นสNงิ ทNีคนในสงั คมเป็นเจา้ ของ มนษุ ยแ์ ละสภาพแวดลอ้ ม ในเชิงทNีมีอิทธิพลและผลกระทบซงNึ กนั และกนั
รว่ มกนั เป็นสNงิ ทNีสามารถสงั เกตไดจ้ ากความรูส้ กึ นกึ คดิ หรอื การ กระทาํ ทNีแสดง
ออกมา ไดแ้ ก่ การหลกี เลNยี งการใชห้ รอื การกระทาํ ทNีจะทาํ ใหเ้ กิดความชาํ รุดเสยี หาย ]. เพNือนาํ ความรู้ ความเขา้ ใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใชใ้ หเ้ กิด
ตอ่ สว่ นรวมทNีใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั ของกลมุ่ การถือเป็นหนา้ ทNีทNีจะมีสว่ นรว่ มในการ ประโยชนต์ อ่ สงั คมและ การดาํ รงชีวิต
7สดว่แู นลรรวกั มษทาNีเขปอ็นงปสว่ระนโรยวชมนใร์ นว่ วมิสกยันั ทขNีตอนงกสลามมุ่ ารถทาํ ได้ และการเคารพสทิ ธิในการใชข้ อง ^. เพNือพฒั นากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
และการจดั การ ทกั ษะ ในการสNอื สาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
`. เพNือใหเ้ ป็นผทู้ Nีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใช้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์
8
เรียนรู้อะไรในวทิ ยาศาสตร์ ✧ เทคโนโลยี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรม์ งุ่ หวงั ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ทNีเนน้ การ - การออกแบบและเทคโนโลยี เรยี นรูเ้ กNียวกบั เทคโนโลยีเพNือการดาํ รงชีวิตใน
เชNือมโยงความรู้ กบั กระบวนการ มีทกั ษะสาํ คญั ในการคน้ ควา้ และสรา้ งองค์ สงั คมทNีมีการ เปลNยี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะทางดา้ น
ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการในการสบื เสาะหาความรู้ และแกป้ ัญหาทNีหลากหลาย วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตรแ์ ละศาสตรอ์ Nืน ๆ เพNือ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานอยา่ งมี
ใหผ้ เู้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการเรยี นรูท้ กุ ขนัO ตอน มีการทาํ กิจกรรมดว้ ยการลงมือปฏิบตั ิ ความคดิ สรา้ งสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยี
จรงิ อยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชนัO โดยกาํ หนดสาระสาํ คญั ดงั นีO อยา่ งเหมาะสมโดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สงั คม และสNงิ แวดลอ้ ม
✧ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ เรยี นรูเ้ กNียวกบั ชีวิตในสNงิ แวดลอ้ ม องคป์ ระกอบของ - วทิ ยาการคาํ นวณ เรยี นรูเ้ กNียวกบั การคดิ เชิงคาํ นวณ การคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหา
สNงิ มีชีวิต การดาํ รงชีวิต ของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ การดาํ รงชีวิตของพืช พนั ธกุ รรม ความ เป็นขนัO ตอนและ เป็นระบบ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูด้ า้ นวิทยาการคอมพิวเตอรแ์ ละ
หลากหลายทางชีวภาพและวิวฒั นาการของ สNงิ มีชีวิต เทคโนโลยีสารสนเทศและการสNอื สาร ในการ แกป้ ัญหาทNีพบในชีวิตจรงิ ไดอ้ ยา่ งมี
✧ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ เรยี นรูเ้ กNียวกบั ธรรมชาตขิ องสาร การเปลNยี นแปลง ประสทิ ธิภาพ
ของสาร การเคลNอื นทNี พลงั งาน และคลNนื
✧ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ เรยี นรูเ้ กNียวกบั องคป์ ระกอบของเอกภพ 10
ปฏิสมั พนั ธ์ ภายในระบบสรุ ยิ ะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลNยี นแปลงทาง
ธรณีวิทยา กระบวนการ เปลNียนแปลงลมฟา้ อากาศ และผลตอ่ สNงิ มีชีวิตและ
สNงิ แวดลอ้ ม
9
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระทีE 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
สาระทEี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร
มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมบตั ขิ อง สสารกบั โครงสรา้ งและแรงยดึ เหนNียว
สNงิ ไมม่ ีชีวิต กบั สNงิ มีชีวิต และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสNงิ มีชีวิตกบั สNงิ มีชีวิตตา่ ง ๆ ใน ระหวา่ งอนภุ าค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลNยี นแปลงสถานะของ
ระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน การเปลNยี นแปลงแทนทNีในระบบนิเวศ สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิด ปฏิกิรยิ าเคมี
ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบทNีมีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจาํ วนั ผลของ
สNงิ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปัญหา แรงทNีกระทาํ ตอ่ วตั ถุ ลกั ษณะ การเคลNอื นทNีแบบตา่ ง ๆ ของวตั ถรุ วมทงัO
สNงิ แวดลอ้ ม รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ขิ องสNงิ มีชีวิต หนว่ ยพืนO ฐานของสNงิ มีชีวิต การ มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลNยี นแปลง
ลาํ เลยี งสารเขา้ และออกจากเซลลค์ วามสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ทNีของ และการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสสารและพลงั งาน
ระบบตา่ ง ๆ ของสตั วแ์ ละมนษุ ยท์ Nีทาํ งานสมั พนั ธก์ นั ความสมั พนั ธข์ องโครงสรา้ ง พลงั งานในชีวิตประจาํ วนั ธรรมชาตขิ อง คลNนื ปรากฏการณท์ Nี เกNียวขอ้ ง
และหนา้ ทNี ของอวยั วะตา่ งๆ ของพืชทNีทาํ งานสมั พนั ธก์ นั รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใช้ กบั เสยี ง แสง และคลNนื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เขา้ ใจกระบวนการและความสาํ คญั ของการถ่ายทอดลกั ษณะ 12
ทางพนั ธกุ รรม สารพนั ธกุ รรม การเปลNยี นแปลงทางพนั ธกุ รรมทNีมีผลตอ่ สNงิ มีชีวิต
ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวฒั นาการของสNงิ มีชีวิต รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใช้
ประโยชน์
11
สาระทีE 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ ทกั ษะและกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และ
ววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซีดาวฤกษแ์ ละระบบสรุ ยิ ะ รวมทงัO ปฏิสมั พนั ธ์ การศกึ ษาทางวิทยาศาสตรค์ ือ การศกึ ษาเกNียวกบั ทกุ ๆ สNงิ ทNีอยรู่ อบ
ภายในระบบสรุ ยิ ะ ทNีสง่ ผลตอ่ สNงิ มีชีวิต และการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ ตวั อยา่ งมีระเบียบแบบแผน เพNือใหไ้ ดข้ อ้ สรุปและสามารถนาํ ความรูท้ Nีไดม้ า
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสมั พนั ธข์ องระบบโลก อธิบายปัญหาตา่ ง ๆ ซงNึ การจะตอบหรอื อธิบายปัญหาทNีสงสยั ได้ นนัO จาํ เป็นตอ้ ง
กระบวนการเปลNยี นแปลง ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบตั ภิ ยั มีทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการเปลNยี นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทงัO ผลตอ่
สNงิ มีชีวิตและสNงิ แวดลอ้ ม ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ (science process skill)
สาระทีE 4 เทคโนโลยี หมายถงึ ความสามารถ และความ ชาํ นาญในการคดิ เพNือคน้ หาความรู้ และ
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพNือการดาํ รงชีวิตใน การแกไ้ ขปัญหา โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาทิ การสงั เกต การวดั
สงั คมทNีมีการเปลNยี นแปลง อยา่ งรวดเรว็ ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะทางดา้ น การคาํ นวณ การจาํ แนก การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปสกบั เวลา การจดั
วทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตรแ์ ละ ศาสตรอ์ Nืน ๆ เพNือแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางานอยา่ ง กระทาํ และสNอื ความหมาย ขอ้ มลู การลงความคดิ เหน็ การพยากรณ์ การ
มีความคดิ สรา้ งสรรค์ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้ ตงัO สมมตฐิ าน การกาํ หนดนิยาม การกาํ หนดตวั แปร การทดลอง การวิเคราะห์
เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสม โดยคาํ นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สงั คม และ และแปรผลขอ้ มลู การสรุปผลขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ถกู ตอ้ ง และแมน่ ยาํ ทกั ษะ
สNงิ แวดลอ้ ม กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 13 ทกั ษะ แบง่ เป็น 2 ระดบั คือ
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคดิ เชิงคาํ นวณในการแกป้ ัญหาทNีพบใน
ชีวิตจรงิ อยา่ งเป็น ขนัO ตอนและเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการ 14
สNือสารในการเรยี นรู้ การทาํ งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รูเ้ ทา่
13ทนั และมีจรยิ ธรรม
1. ระดบั ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ นัO พืนO ฐาน 8 ทกั ษะ เป็น ทกั ษะทEี ^ การหาความสัมพนั ธร์ ะหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา
ทกั ษะเพNือการแสวงหา ความรูท้ Nวั ไป ประกอบดว้ ย (Using space/Time relationships) สเปสของวตั ถุ หมายถงึ ทNีวา่ งทNี
วตั ถนุ นัO ครองอยู่ ซงNึ อาจมีรูปรา่ งเหมือนกนั หรอื แตกตา่ งกบั วตั ถุ นนัO โดยทNวั ไป
ทกั ษะทีE 1 การสังเกต (Observing) หมายถงึ การใชป้ ระสาทสมั ผสั ของ แบง่ เป็น [ มิติ คือ ความกวา้ ง ความยาว และความสงู ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปส
รา่ งกายอยา่ งใดอยา่ งหนงNึ หรอื หลายอยา่ ง ไดแ้ ก่ หู ตา จมกู ลนิO กายสมั ผสั เขา้ กบั สเปสของ วตั ถุ ไดแ้ ก่ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง [ มิติ กบั Z มิติ ความสมั พนั ธ์
สมั ผสั กบั วตั ถหุ รอื เหตกุ ารณเ์ พNือใหท้ ราบ และรบั รูข้ อ้ มลู รายละเอียดของสNงิ ระหวา่ งตาํ แหนง่ ทNีอยขู่ องวตั ถหุ นงNึ กบั วตั ถหุ นงNึ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปสของวตั ถุ
เหลา่ นนัO โดยปราศจากความคดิ เหน็ สว่ นตน ขอ้ มลู เหลา่ นีจO ะประกอบดว้ ย กบั เวลา ไดแ้ ก่ ความสมั พนั ธข์ องการเปลNยี นแปลงตาํ แหนง่ ของวตั ถกุ บั ชว่ งเวลา
ขอ้ มลู เชิง คณุ ภาพ เชิงปรมิ าณ หรอื ความสมั พนั ธข์ องสเปสของวตั ถทุ NีเปลNยี นไปกบั ชว่ งเวลา
ทกั ษะทEี 2 การวัด (Measuring) หมายถงึ การใชเ้ ครอNื งมือสาํ หรบั การวดั ทกั ษะทEี _ การจดั กระทาํ และสอEื ความหมายข้อมูล (Communication)
ขอ้ มลู ในเชิงปรมิ าณของสNงิ ตา◌่ง ๆ เพNือใหไ้ ดข้ อ้ มลู เป็นตวั เลขในหนว่ ยการวดั ทNี หมายถงึ การนาํ ขอ้ มลู ทNีได้ จากการสงั เกต และการวดั มาจดั กระทาํ ใหม้ ี
ถกู ตอ้ ง แมน่ ยาํ ได้ ทงัO นีO การใชเ้ ครอNื งมือจาํ เป็นตอ้ งเลอื กใช้ ใหเ้ หมาะสมกบั สNงิ ทNี ความหมาย โดยการหาความถNี การเรยี งลาํ ดบั การจดั กลมุ่ การ คาํ นวณคา่ เพNือให้
ตอ้ งการวดั รวมถงึ เขา้ ใจวิธีการวดั และแสดงขนัO ตอนการวดั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ผอู้ Nืนเขา้ ใจความหมายไดด้ ีขนึO ผา่ นการเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภมู ิ วงจร
ทกั ษะทEี 3 การคาํ นวณ (Using numbers) หมายถงึ การนบั จาํ นวน เขียนหรอื บรรยาย เป็นตน้
ของวตั ถุ และการนาํ ตวั เลขทNีได้ จากนบั และตวั เลขจากการวดั มาคาํ นวณดว้ ย ทกั ษะทEี ` การลงความเหน็ จากข้อมูล (Inferring) หมายถงึ การเพNิมความ
สตู รคณิตศาสตร์ เชน่ การบวก การลบ การคณู การหาร เป็นตน้ โดยการเกิด คดิ เหน็ ของตนตอ่ ขอ้ มลทู Nี ไดจ้ ากการสงั เกตอยา่ งมีเหตผุ ลจากพืนO ฐานความรูห้ รอื
ทกั ษะการคาํ นวณจะแสดงออกจากการนบั ทNีถกู ตอ้ ง สว่ นการคาํ นวณจะ ประสบการณท์ Nีมี
แสดงออกจากการเลือก สตู รคณิตศาสตร์ การแสดงวธิ ีคาํ นวณ และการคาํ นวณ ทกั ษะทEี a การพยากรณ์ (Predicting) หมายถงึ การทาํ นายหรอื การ
ทNีถกู ตอ้ ง แมน่ ยาํ คาดคะเนคาํ ตอบ โดยอาศยั ขอ้ มลู ทNีไดจ้ ากการสงั เกตหรอื การทาํ ซาOํ ผา่ น
ทกั ษะทีE ] การจาํ แนกประเภท (Classifying) หมายถงึ การเรยี งลาํ ดบั
กระบวนการแปรความหายของขอ้ มลู จากสมั พนั ธภ์ ายใตค้ วามรูท้ างวิทยาศาสตร1์ 6
1แค5ลวาะมกาสรมั แพบนั ง่ ธกใ์ลดมุ่ ๆวอตั ยถา่หุ งรใอื ดรอายยา่ ลงะหเนองNึียดขอ้ มลู ดว้ ยเกณฑค์ วามแตกตา่ งหรอื
2. ระดบั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ นัO บรู ณาการ ] ทกั ษะ ทกั ษะทีE dg การทดลอง (Experimenting) หมายถงึ กระบวนการ
เป็นทกั ษะกระบวนการขนัO สงู ทNี มีความซบั ซอ้ นมากขนึO เพNือแสวงหาความรู้ ปฏิบตั ิ และทาํ ซาOํ ในขนัO ตอนเพNือหา คาํ ตอบจากสมมตฐิ าน แบง่ เป็น [
โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ นัO พืนO ฐาน เป็นพืนO ฐาน ในการ ขนัO ตอน คือ
พฒั นา ประกอบดว้ ย 1. การออกแบบการทดลอง หมายถงึ การวางแผนการทดลองก่อนการ
ทกั ษะทEี b การตงัc สมมตฐิ าน (Formulating hypotheses) ทดลองจรงิ ๆ เพNือกาํ หนดวิธีการ และขนัO ตอนการทดลองทNีสามารถ
หมายถงึ การตงัO คาํ ถามหรอื คดิ คาํ ตอบ ลว่ งหนา้ ก่อนการทดลองเพNือ ดาํ เนินการไดจ้ รงิ รวมถงึ วิธีการแกไ้ ขปัญหาอปุ สรรคทNีอาจเกิดขนึO ขณะทาํ
อธิบายหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตา่ ง ๆ วา่ มีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งไร การทดลองเพNือใหก้ ารทดลองสามารถดาํ เนินการใหส้ าํ เรจ็ ลลุ ว่ งดว้ ยดี
โดย สมมติฐานสรา้ งขนึO จะอาศยั การสงั เกต ความรู้ และประสบการณ์ 2. การปฏิบตั กิ ารทดลอง หมายถงึ การปฏิบตั กิ ารทดลองจรงิ
ภายใตห้ ลกั การ กฎ หรอื ทฤษฎีทNีสามารถ อธิบายคาํ ตอบได้ 3. การบนั ทกึ ผลการทดลอง หมายถงึ การจดบนั ทกึ ขอ้ มลู ทNีไดจ้ ากการ
ทกั ษะทEี de การกาํ หนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Defining ทดลองซงNึ อาจเป็นผลจากการ สงั เกต การวดั และอNืน ๆ
operationally) หมายถงึ การกาํ หนด และ อธิบายความหมาย และ ทกั ษะทีE 13 การตคี วามหมายข้อมูล และการลงข้อมูล
ขอบเขตของคาํ ตา่ ง ๆ ทNีเกNียวขอ้ งกบั การศกึ ษาหรอื การทดลองเพNือใหเ้ กิด (Interpreting data and conclusion) หมายถงึ การแปร
ความเขา้ ใจ ตรงกนั ระหวา่ งบคุ คล ความหมายหรอื การบรรยายลกั ษณะและสมบตั ขิ องขอ้ มลู ทNีมีอยู่ การ
ทกั ษะทEี dd การกาํ หนด และควบคุมตวั แปร (Identifying and ตีความหมายขอ้ มลู ใน บางครงัO อาจตอ้ งใชท้ กั ษะอNืน ๆ เชน่ ทกั ษะการสงั เกต
controlling variables) หมายถงึ การบง่ ชีO และกาํ หนดลกั ษณะ ทกั ษะการคาํ นวณ
ตวั แปรใด ๆใหเ้ ป็นเป็นตวั แปรอิสระหรอื ตวั แปรตน้ และตวั แปรใด ๆใหเ้ ป็น
ตวั แปรตาม และตวั แปรใด ใหเ้ ป็นตวั แปรควบคมุ 16
17
คุณภาพผู้เรียน จบชันc ประถมศกึ ษาปี ทEี 6
❖ เขา้ ใจโครงสรา้ ง ลกั ษณะเฉพาะการปรบั ตวั ของสNงิ มีชีวิต รวมทงัO ความสมั พนั ธ์
• รายวิชาพืนO ฐาน ของ สNงิ มีชีวติ ใน แหลง่ ทNีอยู่ การทาํ หนา้ ทNีของสว่ นตา่ ง ๆ ของพืช และการทาํ งานของ
จบชันc ประถมศกึ ษาปี ทีE 3 ระบบยอ่ ยอาหาร ของมนษุ ย์
❖ เขา้ ใจลกั ษณะทNวั ไปของสNงิ มีชีวิตและการดาํ รงชีวิตของสNงิ มีชีวิตรอบตวั ❖ เขา้ ใจสมบตั แิ ละการจาํ แนกกลมุ่ ของวสั ดุ สถานะและการเปลNยี นสถานะของ
❖ เขา้ ใจลกั ษณะทNีปรากฏ ชนิดและสมบตั บิ างประการของวสั ดทุ Nีใชท้ าํ วตั ถุ สสาร การละลาย การเปลNยี นแปลงทางเคมี การเปลNยี นแปลงทNีผนั กลบั ไดแ้ ละผนั
และการเปลNยี นแปลง ของวสั ดรุ อบตวั กลบั ไมไ่ ด้ และการแยกสาร อยา่ งงา่ ย
❖ เขา้ ใจการดงึ การผลกั แรงแมเ่ หลก็ และผลของแรงทNีมีตอ่ การเปลNยี นแปลง ❖ เขา้ ใจลกั ษณะของแรงโนม้ ถ่วงของโลก แรงลพั ธ์ แรงเสยี ดทาน แรงไฟฟา้ และ
การเคลNอื นทNีของวตั ถุ พลงั งานไฟฟา้ และการผลติ ไฟฟา้ การเกิดเสยี ง แสงและ ผลของแรงตา่ ง ๆ ผลทNีเกิดจากแรงกระทาํ ตอ่ วตั ถุ ความดนั หลกั การทNีมีตอ่ วตั ถุ
การมองเหน็ วงจรไฟฟา้ อยา่ งงา่ ย ปรากฏการณเ์ บือO งตน้ ของ เสยี ง และแสง
❖ เขา้ ใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และดาว ปรากฏการณก์ ารขนึO ❖ เขา้ ใจปรากฏการณก์ ารขนึO และตก รวมถงึ การเปลNยี นแปลงรูปรา่ งปรากฏของ
และตก ของดวง อาทิตย์ การเกิดกลางวนั กลางคืน การกาํ หนดทิศ ลกั ษณะของ ดวงจนั ทร์ องคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความ
หิน การจาํ แนกชนิดดนิ และการใชป้ ระโยชน์ ลกั ษณะและความสาํ คญั ของ แตกตา่ งของ ดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์ การ ขนึO และตกของกลมุ่ ดาวฤกษ์ การใชแ้ ผน
อากาศ การเกิดลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม ทNีดาว การเกิดอปุ ราคา พฒั นาการและประโยชนข์ องเทคโนโลยีอวกาศ
❖ ตงัO คาํ ถามหรอื กาํ หนดปัญหาเกNียวกบั สNงิ ทNีจะเรยี นรูต้ ามทNีกาํ หนดใหห้ รอื ❖ เขา้ ใจลกั ษณะของแหลง่ นาOํ วฏั จกั รนาOํ กระบวนการเกิดเมฆ หมอก นาOํ คา้ ง
ตามความสนใจ สงั เกต สาํ รวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครอNื งมืออยา่ งงา่ ย รวบรวม นาOํ คา้ งแข็ง หยาดนาOํ ฟา้ กระบวนการเกิดหิน วฏั จกั รหิน การใชป้ ระโยชนห์ ินและแร่
ขอ้ มลู บนั ทกึ และอธิบายผลการสาํ รวจ ตรวจสอบดว้ ยการ เขียนหรอื วาดภาพ การเกิด ซากดกึ ดาํ บรรพ์ การเกิดลมบก ลม ทะเล มรสมุ ลกั ษณะและผลกระทบของ
และสNือสารสNงิ ทNีเรยี นรูด้ ว้ ยการเลา่ เรอNื ง หรอื ดว้ ยการแสดง ทา่ ทางเพNือใหผ้ อู้ Nืน
ภยั ธรรมชาติ ธรณีพิบตั ภิ ยั การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์ เรอื นกระจก 20
1เ9ขา้ ใจ
• รายวชิ าเพม@ิ เตมิ สาระเคมี
สาระชวี วทิ ยา 1.เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ขิ อง
ธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ิของ สาร แก๊สและสมบตั ิของแก๊ส ประเภท
1. เขา้ ใจธรรมชาตขิ องสNงิ มีชีวิต การศกึ ษาชีววิทยาและวิธีการทาง และสมบตั ิของสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทงัO การนาํ ความรู้
วทิ ยาศาสตร์ สาร ทNีเป็น องคป์ ระกอบของสNงิ มีชีวติ ปฏิกิรยิ าเคมีในเซลลข์ อง ไปใชป้ ระโยชน์
สNงิ มีชีวิต กลอ้ งจลุ ทรรศน์ โครงสรา้ งและ หนา้ ทNีของเซลล์ การลาํ เลยี งสารเขา้ 2. เขา้ ใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธใ์ นปฏิกิรยิ า
และออกจากเซลล์ การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดบั เซลล์ เคมี อตั ราการเกิด ปฏิกิรยิ าเคมี สมดลุ ในปฏิกิรยิ าเคมี สมบตั แิ ละ
2. เขา้ ใจการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ปฏิกิรยิ าของกรด-เบส ปฏิกิรยิ ารดี อกซแ์ ละเซลลเ์ คมี ไฟฟา้ รวมทงัO การ
สมบตั ิ และหนา้ ทNีของสาร พนั ธกุ รรม การเกิดมิวเทชนั เทคโนโลยีทางดีเอน็ เอ นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
หลกั ฐานขอ้ มลู และแนวคดิ เกNียวกบั วิวฒั นาการของ สNงิ มีชีวิต ภาวะสมดลุ ของ 3. เขา้ ใจหลกั การทาํ ปฏิบตั กิ ารเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หนว่ ยวดั และ
ฮารด์ ี-ไวนเ์ บริ ก์ การเกิดสปีชีสใ์ หม่ ความหลากหลาย ทางชีวภาพ กาํ เนิดของ การเปลNยี นหนว่ ย การคาํ นวณ ปรมิ าณของสาร ความเขม้ ขน้ ของ
สNงิ มีชีวิต ความหลากหลายของสNงิ มีชีวิต และอนกุ รมวิธาน รวมทงัO นาํ ความรู้ สารละลาย รวมทงัO การบรู ณาการความรูแ้ ละทกั ษะ ในการอธิบาย
ไปใชป้ ระโยชน์ ปรากฏการณใ์ นชีวิตประจาํ วนั และการแกป้ ัญหาทางเคมี
3. เขา้ ใจสว่ นประกอบของพืช การแลกเปลNยี นแก๊สและคายนาOํ ของพืช การ
ลาํ เลยี งของพืช การ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง การสบื พนั ธขุ์ องพืชดอกและการ 22
เจรญิ เตบิ โต และการตอบสนอง ของพืช รวมทงัO นาํ ความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์
4. เขา้ ใจการยอ่ ยอาหารของสตั วแ์ ละมนษุ ย์ การหายใจและการแลกเปลNยี น
แก๊ส การลาํ เลียงสารและ การหมนุ เวียนเลือด ภมู ิคมุ้ กนั ของรา่ งกาย การ
ขบั ถ่าย การรบั รูแ้ ละการตอบสนอง การเคลNอื นทNี การสบื พนั ธุ์ และการ
21เนจาํ รคญิ วเาตมบิ รโูไ้ ตปใฮชอป้ รรโ์ มะโนยกชบั นก์ ารรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรม ของสตั ว์ รวมทงัO
สาระฟิ สกิ ส์ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
W. เขา้ ใจธรรมชาตทิ างฟิสกิ ส์ ปรมิ าณและกระบวนการวดั การเคลNอื นทNีแนว 1. เขา้ ใจกระบวนการเปลNยี นแปลงภายในโลก ธรณีพิบตั ภิ ยั และผล
ตรงแรงและกฎการ เคลNอื นทNีของนิวตนั กฎความโนม้ ถ่วงสากล แรงเสยี ดทาน ตอ่ สNงิ มีชีวิต และสNงิ แวดลอ้ ม รวมทงัO การศกึ ษาลาํ ดบั ชนัO หิน
สมดลุ กลของวตั ถุ งานและกฎการอนรุ กั ษพ์ ลงั งานกล โมเมนตมั และกฎการ ทรพั ยากรธรณี แผนทNี และการนาํ ไปใชป้ ระโยชน์
อนรุ กั ษโ์ มเมนตมั การเคลNอื นทNีแนวโคง้ รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ 2. เขา้ ใจสมดลุ พลงั งานของโลก การหมนุ เวียนของอากาศบนโลก
Z. เขา้ ใจการเคลNอื นทNีแบบฮารม์ อนิกสอ์ ยา่ งงา่ ย ธรรมชาตขิ องคลNนื เสยี งและ การหมนุ เวียนของนาOํ ในมหาสมทุ ร การเกิดเมฆ การเปลNยี นแปลง
การไดย้ ิน ปรากฏการณ์ ทNีเกNียวขอ้ งกบั เสยี ง แสงและการเหน็ ปรากฏการณท์ Nี ภมู ิอากาศโลกและผลตอ่ สNงิ มีชีวิตและสNงิ แวดลอ้ ม รวมทงัO การ
เกNียวขอ้ งกบั แสง รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ พยากรณอ์ ากาศ
[. เขา้ ใจแรงไฟฟา้ และกฎของคลู อมบ์ สนามไฟฟา้ ศกั ยไ์ ฟฟา้ ความจไุ ฟฟา้ 3. เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวฒั นาการ
กระแสไฟฟา้ และกฎ ของโอหม์ วงจรไฟฟา้ กระแสตรง พลงั งานไฟฟา้ และ ของเอกภพ กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสรุ ยิ ะ ความสมั พนั ธข์ อง
กาํ ลงั ไฟฟา้ การเปลNยี นพลงั งานทดแทน เป็นพลงั งานไฟฟา้ สนามแมเ่ หลก็ ดาราศาสตรก์ บั มนษุ ยจ์ ากการศกึ ษาตาํ แหนง่ ดาวบนทรงกลมฟา้
แรงแมเ่ หลก็ ทNีกระทาํ กบั ประจไุ ฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ การเหนNียวนาํ และปฏิสมั พนั ธ์ ภายในระบบสรุ ยิ ะ รวมทงัO การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี
แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และกฎ ของฟาราเดย์ ไฟฟา้ กระแสสลบั คลNนื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ อวกาศ ในการดาํ รงชีวิต
และการสNอื สาร รวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
\. เขา้ ใจความสมั พนั ธข์ องความรอ้ นกบั การเปลNยี นอณุ หภมู ิและสถานะของ 24
สสาร สภาพยืดหยนุ่ ของ วสั ดแุ ละมอดลุ สั ของยงั ความดนั ในของไหล แรง
พยงุ และหลกั ของอารค์ มิ ีดีส ความตงึ ผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหล
23อดุ มคติ
ตวั ชวีM ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง 26
สาระทEี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
สNงิ ไมม่ ีชีวิตกบั สNงิ มีชีวิตและความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสNงิ มีชีวิตกบั สNงิ มีชีวิตตา่ ง ๆ ใน
ระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลงั งาน การเปลNยี นแปลงแทนทNีในระบบนิเวศ
ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบทNีมีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สNงิ แวดลอ้ ม แนวทางในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละการแกไ้ ขปัญหา
สNงิ แวดลอ้ มรวมทงัO นาํ ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
25
27 28
29 30
31 32
33 34
35 36
37 38
39 40
41 42
43 44
45 46
47 48
49 50
51 55
53 54
55 54
57 56
วทิ ยาศาสตรเ์ พมิ@ เตมิ สาระเคมี
สาระชีววิทยา
!. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ขิ องธาตุ
!. เขา้ ใจธรรมชาตขิ องสงิ3 มชี วี ติ การศกึ ษาชวี วทิ ยาและวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ พนั ธะเคมี และสมบตั ขิ องสาร แก๊สและสมบตั ขิ องแก๊ส ประเภทและสมบตั ิ
สาร ทเ3ี ป็น องคป์ ระกอบของสง3ิ มชี วี ติ ปฏกิ ริ ยิ าเคมใี นเซลลข์ องสงิ3 มชี วี ติ กลอ้ ง ของสารประกอบอนิ ทรยี แ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทงั\ การนําความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
จลุ ทรรศน์ โครงสรา้ งและ หน้าทข3ี องเซลล์ J. เขา้ ใจการเขยี นและการดลุ สมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธใ์ นปฏกิ ริ ยิ าเคมี
J. เขา้ ใจการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม การถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมดลุ ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี สมบตั แิ ละปฏกิ ริ ยิ าของ
สมบตั ิ และหน้าทข3ี องสาร พนั ธกุ รรม การเกดิ มวิ เทชนั เทคโนโลยที างดเี อน็ เอ กรด-เบส ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซแ์ ละเซลลเ์ คมี ไฟฟ้า รวมทงั\ การนํา ความรไู้ ปใช้
หลกั ฐานขอ้ มลู และแนวคดิ เกย3ี วกบั ววิ ฒั นาการของ สงิ3 มชี วี ติ ภาวะสมดลุ ของ ประโยชน์
ฮารด์ -ี ไวน์เบริ ก์ การเกดิ สปีชสี ใ์ หม่ X. เขา้ ใจหลกั การทาํ ปฏบิ ตั กิ ารเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หน่วยวดั และการ
X. เขา้ ใจสว่ นประกอบของพชื การแลกเปลย3ี นแก๊สและคายน\ําของพชื การ เปลย3ี นหน่วย การคาํ นวณ ปรมิ าณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
ลาํ เลยี ง ของพชื การ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง การสบื พนั ธขุ์ องพชื ดอกและการ รวมทงั\ การบรู ณาการความรแู้ ละทกั ษะ ในการอธบิ าย ปรากฏการณ์ใน
เจรญิ เตบิ โต และการตอบสนอง ของพชื รวมทงั\ นํา ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ชวี ติ ประจาํ วนั และการแกป้ ัญหาทางเคมี
^. เขา้ ใจการยอ่ ยอาหารของสตั วแ์ ละมนุษย์ การหายใจและการแลกเปลย3ี นแก๊ส
การลาํ เลยี งสารและ การหมนุ เวยี นเลอื ด ภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกาย การขบั ถ่าย การ 60
รบั รแู้ ละการตอบสนอง การเคลอ3ื นท3ี การสบื พนั ธุ์ และการเจรญิ เตบิ โต
ฮอรโ์ มนกบั การรกั ษาดลุ ยภาพ
_. เขา้ ใจแนวคดิ เกย3ี วกบั ระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลงั งานและการ
หมนุ เวยี น สารในระบบ นิเวศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลย3ี นแปลง
แทนทข3ี องสงิ3 มชี วี ติ ในระบบนิเวศ ประชากรและรปู แบบ การเพมิ3 ของประชากร
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง3ิ แวดลอ้ ม
59
สาระฟิ สิกส์ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
!. เขา้ ใจธรรมชาตทิ างฟิสกิ ส์ ปรมิ าณและกระบวนการวดั การเคลอ3ื นทแ3ี นว !. เขา้ ใจกระบวนการเปลย3ี นแปลงภายในโลก ธรณพี บิ ตั ภิ ยั และผลต่อ
ตรง แรงและกฎการเคลอ3ื นทข3ี องนิวตนั กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสยี ดทาน สง3ิ มชี วี ติ และสง3ิ แวดลอ้ ม รวมทงั\ การศกึ ษาลาํ ดบั ชนั\ หนิ ทรพั ยากรธรณี
สมดลุ กลของวตั ถุ งานและกฎการ อนุรกั ษพ์ ลงั งานกล โมเมนตมั และกฎการ แผนท3ี และการนําไปใชป้ ระโยชน์
J. เขา้ ใจสมดลุ พลงั งานของโลก การหมนุ เวยี นของอากาศบนโลก การ
อนุรกั ษโ์ มเมนตมั การเคลอ3ื นทแ3ี นวโคง้ รวมทงั\ นําความรไู้ ปใช้ ประโยชน์ หมนุ เวยี นของน\ํา ในมหาสมทุ ร การเกดิ เมฆ การเปลย3ี นแปลงภมู อิ ากาศโลก
J. เขา้ ใจการเคลอ3ื นทแ3ี บบฮารม์ อนิกสอ์ ยา่ งงา่ ย ธรรมชาตขิ องคลน3ื เสยี งและ และผลต่อสง3ิ มชี วี ติ และสง3ิ แวดลอ้ ม รวมทงั\ การพยากรณ์อากาศ
การไดย้ นิ ปรากฏการณ์ ทเ3ี กย3ี วขอ้ งกบั เสยี ง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ท3ี X. เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอก
ภพ กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และ ระบบสรุ ยิ ะ ความสมั พนั ธข์ องดาราศาสตรก์ บั
เกย3ี วขอ้ งกบั แสง รวมทงั\ นําความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ มนุษยจ์ ากการศกึ ษาตาํ แหน่ง ดาวบนทรงกลมฟ้าและปฏสิ มั พนั ธ์ ภายใน
X. เขา้ ใจแรงไฟฟ้าและกฎของคลู อมบ์ สนามไฟฟ้า ศกั ยไ์ ฟฟ้า ความจไุ ฟฟ้า ระบบสรุ ยิ ะ รวมทงั\ การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ ในการดาํ รงชวี ติ
กระแสไฟฟ้า และกฎ ของโอหม์ วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลงั งานไฟฟ้าและ
กาํ ลงั ไฟฟ้า การเปลย3ี นพลงั งานทดแทน เป็นพลงั งานไฟฟ้า สนามแมเ่ หลก็ 62
แรงแมเ่ หลก็ ทก3ี ระทาํ กบั ประจไุ ฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า การเหน3ียวนํา
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าและกฎ
^. เขา้ ใจความสมั พนั ธข์ องความรอ้ นกบั การเปลย3ี นอุณหภมู แิ ละสถานะของ
สสาร สภาพยดื หยนุ่ ของ วสั ดแุ ละมอดลุ สั ของยงั ความดนั ในของไหล แรงพยงุ
และหลกั ของอารค์ มิ ดี สี ความตงึ ผวิ และแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดม
คติ และสมการแบรน์ ูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎจี ลน์ ของแก๊สอุดมคตแิ ละพลงั งาน
ใน ระบบ ทฤษฎอี ะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอเิ ลก็ ทรกิ ทวภิ าวะ ของ
คลน3ื และอนุภาค
61
คุณภาพผู้เรียน (วทิ ยาศาสตรเ์ พมิ4 เตมิ ) รายวชิ าทเีE ปิ ดสอน
ผเู้ รยี นทNีเรยี นครบทกุ ผลการเรยี นรู้ มีคณุ ภาพดงั นีO รายวชิ าพนืc ฐานและเพมิE เตมิ
❖ เขา้ ใจวิธีการทางวิทยาศาสตรใ์ นการคน้ หาคาํ ตอบเกNียวกบั สNงิ มีชีวิต สารทNี กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เป็น องคป์ ระกอบ ของสNงิ มีชีวิต และปฏิกิรยิ าเคมีภายในเซลล์ การใชก้ ลอ้ ง
จลุ ทรรศน์ โครงสรา้ ง และหนา้ ทNีของเซลล์ รายวชิ าพนืc ฐาน ระดบั ชันc ประถมศกึ ษา ป. 1 - ป. 6
❖ เขา้ ใจหลกั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของสNงิ มีชีวิต การถ่ายทอดยีน
บนออโตโซมและ โครโมโซมเพศ โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบทางเคมีของดีเอน็ เอ ว 11101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
การจาํ ลองดีเอน็ เอ กระบวนการสงั เคราะห์ โปรตีน การเกิดมวิ เทชนั ในสNงิ มีชีวิต ว 12101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
หลกั การและการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี ว 13101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
❖ เขา้ ใจโครงสรา้ งและสว่ นประกอบของพืชทงัO ราก ลาํ ตน้ และใบ การ ว 14101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
แลกเปลNียนแก๊ส การคายนาOํ การลาํ เลยี งนาOํ และธาตอุ าหาร การลาํ เลยี งอาหาร ว 15101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช กระบวนการสรา้ งเซลล์ สืบพนั ธแุ์ ละการปฏิสนธิ ว 16101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จาํ นวน 80 ชNวั โมง
ของพืชดอก การเกิดผลและเมลด็ บทบาทของสาร
❖ เขา้ ใจกลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของสNงิ มีชีวิต โครงสรา้ ง หนา้ ทNี และ 64
กระบวนการ ตา่ ง ๆ ของ สตั วแ์ ละมนษุ ย์ ไดแ้ ก่ การยอ่ ยอาหาร การแลกเปลNยี น
แก๊ส การเคลNอื นทNี การกาํ จดั ของเสยี ออกจากรา่ งกาย ของสNงิ มีชีวติ ระบบ
หมนุ เวียนเลอื ด
❖ เขา้ ใจกระบวนการถ่ายทอดพลงั งานและการหมนุ เวียนสารในระบบนิเวศ
ความหลากหลาย ของไบโอม การเปลNยี นแปลงแทนทNีแบบตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ
การเปลNยี นแปลง จาํ นวนประชากรมนษุ ยใ์ น ระดบั ทอ้ งถNิน ระดบั ประเทศ และ
63ระดบั โลก
คาํ อธิบายรายวชิ าและโครงสร้างรายวชิ าพนืM ฐาน 66
65
67 68
69 70
71 72
73 74
75 76
รูปแบบการสอนทเ@ี น้นผู้เรียนเป็ นสาํ คัญ 78
77
79 80
81 82
ภาพผนวก
ตวั อยา่ งโครงสร้างหน่วยการจดั การเรียนรู้
83 84
ตวั อย่างแผนการจดั การเรียนรู้ 86
85
87 88
89 90
91 92
93 94