รายงานการวิจัย วิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน (249-601) เรื่อง พฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม 3E’s Behavior and Body mass index of Medical student in clinical year of Siam university โดย นาย ธนภูมิ เนตรหาร รหัสนักศึกษา 5906300029 นางสาว รดา สุนทรวิภาต รหัสนักศึกษา 5906300038 นางสาว ปรายฝน เศรษฐเสถียร รหัสนักศึกษา 5906300053 นาย นิติธร ไชยนาม รหัสนักศึกษา 5906300054 เสนอ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เฉลิม วราวิทย์ แพทย์หญิงสิริรัตน์ ลิมกุล นายแพทย์วิทยา ศิริชีพชัยยันต์ อาจารย์ยุพา สุทธิมนัส ประจําปี การศึกษา 2565 ศูนย์การแพทย์ศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
พฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม 3E’s Behavior and Body mass index of Medical student in clinical year of Siam university โดย นาย ธนภูมิ เนตรหาร รหัสนักศึกษา 5906300029 นางสาว รดา สุนทรวิภาต รหัสนักศึกษา 5906300038 นางสาว ปรายฝน เศรษฐเสถียร รหัสนักศึกษา 5906300053 นาย นิติธร ไชยนาม รหัสนักศึกษา 5906300054 ปี การศึกษา 2565 ศูนย์การแพทย์ศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ก หัวข้อ พฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ผ้ดําเนินการวิจัยู นาย ธนภูมิ เนตรหาร รหัสนักศึกษา 5906300029 นางสาว รดา สุนทรวิภาต รหัสนักศึกษา 5906300038 นางสาว ปรายฝน เศรษฐเสถียร รหัสนักศึกษา 5906300053 นาย นิติธร ไชยนาม รหัสนักศึกษา 5906300054 หน่วยงาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ปี พ.ศ. 2565 บทคัดย่อ ภาวะโภชนาการที่ไม่ดีถือเป็ นปัญหาสําคัญที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศเป็ นโรคที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ ซึ่งภาวะโภชนาการสามารถจําแนกได้ตามค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI วิจัย ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์พฤติกรรม 3 อ. ประกอบด้วยการรับประทานอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ (ทางด้านความเครี ยด) กับค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โดยเป็ นการวิจัยเชิงสํารวจแบบภาคตัดขวาง เชิงพรรณนา ในกลุ่มนักศึกษา แพทยศาสตร์ชั้นคลินิกทั้งหมด จํานวน 120 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามผ่านทาง Google form ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2564 จากงานวิจัยนี้พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างอย่างมีนัยสําคัญ (p-value < 0.05) ความสัมพันธ์ระหว่างค่า ดัชนีมวลกายกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างค่าดัชนีมวลกายกับพฤติกรรมการออกกําลัง กาย และความสัมพันธ์ระหว่างค่าดัชนีมวลกายกับอารมณ์ด้านความเครียดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญ (pศ value < 0.05) ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ข Research title 3E’s Behavior and Body mass index of Medical student in clinical year of Siam university Researcher Thanapoom Netharn 5906300029 Rada Soonthonviphat 5906300038 Praifon Sethsatian 5906300053 Nititorn Chainam 5906300054 Organizer Faculty of Medicine, Siam university Year B.E. 2565 Abstract Poor nutrition is a major problem that the World Health Organization (WHO) has declared as a disease that affects various aspects of health. Nutrition can classification by body mass index or BMI. This research aims to study between 3E’s Behavior (eating food, Physical activity, and mood) and BMI in Medical student clinical year of Siam university. This is a cross-sectional study survey research in a group of 120 clinical year medicine students. Data were collected using questionnaires via Google form during January 2021. From this study, there was a significant (p-value < 0.05) correlation between BMI and dietary behavior. Relationship between BMI and exercise behavior and the relationship between BMI and stress mood was significantly correlated (p-value < 0.05). ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ค คํานํา รายงานวิจัยเรื่ อง “พฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของพฤติกรรม 3 อ. กับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนี มวลกายของนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เพื่อให้ตระหนักถึงพฤติกรรมของตนและ นําไปเป็ นข้อมูลพื้นฐานสําหรับวางแผนพัฒนาสุขภาพให้ดียิ่ งขึ้น เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน ปัญหาของภาวะ โภชนาการที่ไม่ดีทั้งในด้านการมีภาวะโภชนาการเกินและขาด ส่งผลในระยะสั้น และระยะยาว และยังส่งผล กระทบมากขึ้นในช่วงหลายปี ที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยเล็งเห็นความสําคัญของปัญหาสุขภาพนี้ จึงจัดทํางานวิจัยนี้ขึ้น เพื่อเป็ นแนวทางในการวางแผนสุขภาพสืบเนื่องไป คณะผู้วิจัยหวังเป็ นอย่างยิ่ งว่ารายงานผลการวิจัยฉบับนี้จะเป็ นประโยชน์ต่อนักศึกษาชั้นคลินิก คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลับสยามตลอดจนบุคลากรโรงพยาบาลพระนั่ งเกล้า หากพบข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้วิจัยต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้วิจัย 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ง กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยฉบับนี้สําเร็จลงได้ด้วยดีเนื่องจากได้รับความกรุณาอย่างสูงจาก [ชื่ออาจารย์]อาจารย์ที่ปรึกษา งานวิจัย ที่กรุณาให้คําแนะนําปรึกษา ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่อย่างดียิ่ ง ผู้วิจัยตระหนักถึงความตั้ งใจจริงและความทุ่มเทของอาจารย์ และขอกราบขอบพระคุณเป็ นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณอาจารย์ศุกร์ใจวุฒิกิจโกศล ที่กรุณาเป็ นผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดผลและตรวจสอบความ เหมาะสมของเครื่องมือ รวมทั้ งเป็ นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ด้านเนื้อหา ให้คําแนะนําและตรวจสอบ คุณภาพของ เครื่องมือจนงานวิจัยนี้สมบูรณ์ ขอขอบคุณนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชั้นปี ที่ 4-6 ทุกท่านที่ให้ความ ร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม จนทําให้งานวิจัยนี้สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อนึ่ง คณะผู้วิจัยหวังว่า งานวิจัยฉบับนี้จะมีประโยชน์อยู่ไม่มากก็น้อย จึงขอมอบส่วนดีทั้งหมดนี้ ให้แก่ เหล่าคณาจารย์ที่ได้ประสิทธิประสาทวิชาจนทําให้ผลงานวิจัยเป็ นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และขอมอบความ กตัญ�ูกตเวทิตาคุณ แด่บิดา มารดา และผู้มีพระคุณท่าน สําหรับข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้น คณะผู้วิจัย ขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว และยินดีที่จะรับฟังคําแนะนําจากทุกท่านที่ได้เข้ามาศึกษา เพื่อเป็ นประโยชน์ใน การพัฒนางานวิจัยต่อไป คณะผู้วิจัย พ.ศ. 2565 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
จ สารบัญ เรื่อง บทคัดย่อ ภาษาไทย บทคัดย่อ ภาษาอังกฤษ คํานํา กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง บทที่ 1 บทนํา - ความเป็ นมาและความสําคัญของงานวิจัย - คําถามของงานวิจัย - วัตถุประสงค์ของงานวิจัย - สมมติฐานจากการวิจัย - ขอบเขตของการวิจัย - คํานิยามศัพท์เฉพาะ - ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง - ความหมายของพฤติกรรม 3 อ. - ความหมายของค่าดัชนีมวลกาย - ความหมายของภาวะโภชนาการ - งานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้ งภายในและภายนอกประเทศ - งานวิจัยภายในประเทศ - งานวิจัยภายนอกประเทศ หน้า ก ข ค ง จ ข 1 3 3 4 4 4 5 6 9 10 11 13 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ข - สรุปงานวิจัย - กรอบแนวคิดการวิจัย บทที่ 3วิธีการดําเนินการวิจัย - รูปแบบการวิจัย - ขั้ นตอนการดําเนินงาน - ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง - เครื่องมือการวิจัย - การเก็บรวบรวมข้อมูล - การวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ 4 วิเคราะห์ข้อมูล - แสดงข้อมูลทัวไป ่ - แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรม 3 อ. - ค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรม 3 อ. บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ - สรุปผลวิจัย - อภิปรายผล - ข้อเสนอแนะ ประวัติผู้ทําวิจัย บรรณานุกรม - บรรณานุกรม ภาษาไทย - บรรณานุกรม ภาษาอังกฤษ 15 17 18 18 18 19 19 20 21 22 23 28 32 32 33 33 34 36 37 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
ข สารบัญตาราง ชื่อตาราง ตาราง 1.1 ตารางแสดงชั้นปี การศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม ตาราง 1.2 ตารางแสดงค่าดัชนีมวลกายมาตรฐานของผู้ตอบ แบบสอบถาม ตาราง 2.1 พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ตาราง 2.2 พฤติกรรมการบริโภคอาหารตามเกณฑ์การแปลค่า คะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตาราง 2.3 พฤติกรรมการออกกําลังกาย ตาราง 2.4 พฤติกรรมการออกกําลังกายตามเกณฑ์การแปลค่า คะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตาราง 2.5 อารมณ์ทางด้านความเครียด ตาราง 2.6 อารมณ์ทางด้านความเครียดจําแนกตามการแปลค่า คะแนนตามแนวทางกําหนดช่วงคะแนนของ แบบสอบถามของกรมสุขภาพจิต ตาราง 3.1 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการ บริโภคอาหาร ตาราง 3.2 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการ ออกกําลังกาย ตาราง 3.3 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับอารมณ์ทางด้าน ความเครียด หน้า 22 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
บทที่1 บทนํา 1. ความสําคัญและที่มาของงานวิจัย ภาวะโภชนาการที่ไม่ดี ตามองค์การอนามัยโลกคือการที่ร่างกายมีภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม ทั้ งการ ได้รับสารอาหารที่มากเกินความต้องการของร่างกายหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิด ความผิดปกติของร่างกายดังนี้ ภาวะโภชนาการไม่ดีในด้านการได้รับสารอาหารที่มากเกินหรือความอ้วนถือเป็ นปัญหาสาธารณสุขที่ องค์การอนามัยโลกได้ ประกาศให้ความอ้วนเป็ นโรคชนิดหนึ่งที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยความอ้วนถือเป็ น ปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคทางระบบ กระดูกและกล้ามเนื้อ โรคมะเร็งบางชนิด ได้ง่ายกว่าคนทัวไปที่มีภาวะโภชนาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ มาตรฐานที่ ่ เป็ นเกณฑ์สากลในการจําแนกนํ้ าหนักของร่างกายว่า นํ้ าหนักน้อยหรือนํ้ าหนักมากเกิน คือค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คํานวณโดยการใช้ค่านํ้ าหนักเป็ นกิโลกรัมเป็ นตัวตั้ งแล้วหารด้วยส่วนสูงเป็ นเมตรสอง ครั้งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญประจําองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดมาตรฐานค่า BMI ที่เหมาะสมสําหรับชาวเอเชีย คือถ้ามีค่า BMI 18.5-22.9 ถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวกับนํ้าหนักตัวตํ่า BMI 23-27.5 ถือว่ามีความ เสี่ยงที่มากขึ้น BMI 27.5 ขึ้นไป ถือว่ามีความเสี่ยงสูงถ้าหากว่ามีความอ้วนตั้ งแต่อายุยังน้อย จะเพิ่ มความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคต่าง ๆ ได้ไว นอกจากส่งผลต่อด้านร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่อด้านการทํางานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง สาเหตุของการเกิดความอ้วนและภาวะโภชนาการเกินนั้นมักจะประกอบด้วยการบริโภคอาหารที่มาก เกินความจําเป็ น และการลดการใช้พลังงานของร่างกาย ซึ่ งพบได้ในหลายกลุ่มทั้งในกลุ่มที่เป็ นกลุ่มบุคคล ทํางานอยู่กับโต๊ะทํางาน ไม่มีการใช้พลังงานจากร่างกายมากนัก หรื อกลุ่มนักเรี ยนนักศึกษาที่นั่ งเรี ยนเป็ น เวลานาน จากผลสํารวจของ WHO ปี พ.ศ. 2559 พบว่าในกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี มีภาวะนํ้ าหนักเกินมากถึง 1.9 พันล้านคน คิดเป็ น 39% และมี 650 ล้านคนเป็ นโรคอ้วน คิดเป็ น 13% ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
2 ในประเทศไทย ปัญหาโรคอ้วนถือเป็ นปัญหาหลักเช่นกัน จากการสํารวจข้อมูลเมื่อปี พ.ศ.2559 ประเทศ ไทยมีอุบัติการณ์ประชากรที่มีนํ้ าหนักตัวมากที่สุดในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากมาเลเซีย และ จากการสํารวจข้อมูลสถานการณ์ดัชนีมวลกายของประชาชนวัยทํางานอายุ 18-59 ปี ประจําปี 2560, 2561 และปี 2562 ของกรมอนามัย แสดงให้เห็นว่าร้อยละของประชาชนวัยทํางาน ที่มีค่าดัชนีมวลกายปกติในภาพรวมของ ประเทศไทย ประจําเขตสุขภาพที่ 1-12 คิดเป็ นร้อยละ 49.41, 49.09, 48.29 แสดงให้เห็นว่าความชุกของ ประชาชนที่มีค่าดัชนีมวลกายปกติน้อยลงทุกปีและจากการสํารวจข้อมูลสถานการณ์ค่าดัชนีมวลกายในเขต จังหวัดนนทบุรีของประชาชนกลุ่มอายุ 18-21 ปี ประจําปี 2562 นั้น มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ผอม 23.3% มี ค่าดัชนีมวลกายปกติ 47.3% ค่าดัชนีมวลกายอยู่ในระดับเริ่มอ้วน 10.5% ค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์อ้วนระดับ 1 คิดเป็ น 12.1% และอยู่ในเกณฑ์อ้วนระดับ 2 คิดเป็ น 6.9% ภาวะโภชนาการไม่ดีในด้านการขาดสารอาหารประกอบไปด้วยหลายรูปแบบ รูปแบบแรกคือการมี นํ้ าหนักเมื่อเทียบกับส่วนสูงตํ่าหรือเรียกว่า Wasting มักจะบ่งบอกถึงการสูญเสียนํ้ าหนักรุนแรงและในเวลาไม่ นาน อาจเกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือมีการติดเชื้อในทางเดินอาหารเช่นอาการท้องเสีย อีก รูปแบบคือการมีส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุตํ่า หรือเรียกว่า Stunting เป็ นผลมาจากการขาดสารอาหารเป็ นเวลานาน หรือมีการขาดสารอาหารบ่อย มักมีความสัมพันธ์กับการมีเศรษฐานะที่ไม่ดี ซึ่งจากภาวะนี้มักทําให้ทารกมีปัญหา ทั้งด้านศักยภาพทางกายภาพและทางปัญญา และภาวะสุดท้ายคือการมีนํ้าหนักเมื่อเทียบกับอายุตํ่าหรือเรียกว่า Underweight เมื่ออ้างอิงจาก WHO พบว่ามีผู้ใหญ่ 462 ล้านคนมีภาวะ Underweight เด็ก 52 ล้านคนที่อายุตํ่ากว่า 5 ปี มีภาวะ Wasting 155 ล้านคนมีภาวะ Stunting โดยอัตราการเสียชีวิตในเด็กที่มีอายุตํ่ากว่า 5 ปี มีความ เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการทางด้านการขาดสารอาหารสูงถึง 45% และส่วนมากมักเกิดขึ้นในประเทศที่มี รายได้ตํ่าและปานกลาง ในงานวิจัยชิ้ นนี้เป็ นการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม 3อ. คือ การออกกําลังกาย การ บริโภคอาหารและ อารมณ์ในด้านความเครียด กับค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิกคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม โรงพยาบาลพระนั่ งเกล้าทั้งหมด จัดอยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 20-29 ปี หรือกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้น (Early adulthood) และเป็ นนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็ นกําลังและแรงงานสําคัญในการพัฒนาประเทศ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
3 ต่อไปในอนาคต จึงควรเป็ นแบบอย่างด้านพฤติกรรมสุขภาพที่ดีแก่สังคม รวมทั้ งการมีบทบาทที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พฤติกรรม 3 อ. ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนําไปสู่การป้องกันการเกิดภาวะโภชนาการไม่ดีคณะผู้วิจัยจึง สนใจศึกษาพฤติกรรม 3 อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม (ชั้นปีที่ 4-6) ซึ่งผลลัพธ์ของข้อมูลที่ได้จะนําไปสู่การวางแผนปรับแก้พฤติกรรม 3 อ.ของนักศึกษาให้ถูกต้อง เพื่อการเป็ นผู้ใหญ่วัยทํางานที่มีภาวะโภชนาการดีและมีสุขภาพที่ดีเป็ นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป 2. คําถามของงานวิจัย คําถามหลัก พฤติกรรมตามหลัก 3 อ. ประกอบด้วย อาหาร ออกกําลังกาย และอารมณ์ มีความสัมพันธ์และส่งผลต่อ ค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามอย่างไร คําถามรอง - นักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยามมีแนวทางการปฏิบัติตัวตามหลัก 3อ. อย่างไร บ้าง - ความชุกของภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามเป็ นอย่างไร 3. วัตถุประสงค์ของงานวิจัย วัตถุประสงค์หลัก เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของพฤติกรรม 3 อ. กับค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
4 วัตถุประสงค์รอง - เพื่อศึกษาพฤติกรรม 3อ. ประกอบด้วย การบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ของนักศึกษา ชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม - เพื่อสํารวจค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม 4. สมมติฐานการวิจัย พฤติกรรม 3 อ. ประกอบด้วย การบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ทางด้านความเครียดของ นักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม มีความสัมพันธ์กับค่าดัชนีมวลกาย 5. ขอบเขตการวิจัย เป็ นการศึกษาพฤติกรรม 3 อ. ในด้านการบริ โภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ทางด้าน ความเครียด กับค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ประจําปี การศึกษา 2563 ในช่วงเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564 6. คํานิยามศัพท์เฉพาะ 1. พฤติกรรม 3 อ. - การบริโภค หมายถึง การมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โดยให้ได้รับ สารอาหาร 6 ชนิด ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และนํ้าในปริ มาณที่ เหมาะสม โดยสามารถคํานวนได้จากปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับในแต่ละวัน ในผู้หญิงคือ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี่ และในผู้ชายคือ 1,800-2,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
5 - การออกกําลังกาย หมายถึง มีพฤติกรรมการออกกําลังกายที่เหมาะสมกับวัย อย่างสมํ่าเสมอสัปดาห์ละ 5 วันและในแต่ละวันออกกําลังกายต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที - อารมณ์ หมายถึง มีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่เหมาะสมปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และ สามารถแสดงบทบาท (สอดคล้องกับบทบาท) โดยเน้นในการจัดการกับความเครียด 2. ค่าดัชนีมวลกาย หมายถึงค่านํ้ าหนักหน่วยเป็ นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็ นเมตรสองครั้ง โดย สามารถเป็ นกลุ่มค่าดัชนีมวลกายได้เป็ น 5 กลุ่มคือ (1) ค่าดัชนีมวลกายตํ่ากว่า 18.5 คือมีนํ้ าหนักตํ่ากว่า เกณฑ์ (2) ค่าดัชนีมวลกายระหว่าง 18.5-22.9 คือ มีนํ้ าหนักปกติ (3) ค่าดัชนีมวลกายระหว่าง 23.0-24.9 คือมีภาวะอ้วนระดับ 1 (4) ค่าดัชนีมวลกายระหว่าง25.0-29.9 คือ มีภาวะอ้วนระดับ 2 (5) ค่าดัชนีมวล กายตั้ งแต่ 30 ขึ้นไป คือมีภาวะอ้วนระดับ 3 3. นักศึกษาชั้นคลินิก หมายถึง นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ประจําชั้นปี ที่ 4-6 7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ - เพื่อทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม 3 อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม - เพื่อให้นักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามตระหนักถึงค่าดัชนีมวลกายและพฤติกรรม 3 อ.ของตนเอง - เพื่อเป็ นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยชิ้ นนี้เป็ นการศึกษาเรื่ องพฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม คณะผู้วิจัยจึงได้สืบค้นข้อมูลทางวิชาการและทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจัย ประกอบด้วยเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 1. ความหมายของพฤติกรรม 3อ. 2. ความหมายของค่าดัชนีมวลกาย 3. ความหมายของภาวะโภชนาการ 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้ งภายในประเทศและภายนอกประเทศ 4.1 งานวิจัยภายในประเทศ 4.2 งานวิจัยภายนอกประเทศ 1. ความหมายของพฤติกรรม 3 อ. กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน (2562) ได้ออกหนังสือเรื่อง คู่มือ อสม. นักจัดการสุขภาพชุมชน” หลัก 3 อ. ประกอบไปด้วย 1. อ.1 อาหาร มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โดยให้ได้รับสารอาหาร 6 ชนิด ทั้ง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และนํ้ า ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย คือ ข้าว/แป้ง วันละ 8-12 ทัพพี ผักวันละ 4-6 ทัพพี นมวันละ 1-2 แก้ว ผลไม้วันละ 3-5 ส่วน เนื้อสัตว์วันละ 6-12 ช้อนทานข้าว นํ้ ามันนํ้ าตาลเกลือวันละน้อย ๆ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
7 - อาหารหมู่ที่ 1: เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถัวเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะให้สารอาหารโปรตีนเป็ นส่วนใหญ่ ่ รวมทั้ งวิตามินและแร่ธาตุ ทําให้ร่างกายเจริญเติบโต - อาหารหมู่ที่ 2: ข้าว แป้ง เผือก มัน และนํ้ าตาล ซึ่งให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรตเป็ นส่วนใหญ่ มีหน้าที่ หลักในการให้พลังงาน แต่ถ้ารับประทานอาหารพวกนี้ในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปไขมัน และสะสมในร่างกาย - อาหารหมู่ที่ 3: ผักต่าง ๆ เช่นผักบุ้ง คะน้า ตําลึง ถัวฝักยาว แตงกวา ฟักทอง่ - อาหารหมู่ที่ 4: ผลไม้ต่าง ๆ เช่นมะละกอ กล้วย ส้ม มะม่วง สับปะรด ฝรั่ ง ฯลฯ - อาหารหมู่ที่ 5: ไขมันต่าง ๆ ทั้ งจากพืชและสัตว์ ซึ่งให้สารอาหารไขมัน มีหน้าที่หลักในการให้พลังงาน และกรดไขมัน แต่ถ้ากินอาหารประเภทนี้มากเกินไปจะถูกสะสมในรูปไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย พฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมทําให้เกิดโรคอ้วนเป็ นภาวะที่ร่างกายมีการสะสม ของไขมันมากกว่าปกติมี 2 ประเภทคือ อ้วนลงพุง และอ้วนทัวตัว หรือบางคนเป็ นทั ่ ้ ง 2 ประเภทร่วมกัน จะ มีโรคแทรกซ้อนจากการที่มีนํ้ าหนักตัวมาก ได้แก่ โรคไขข้อ ปวดข้อ ข้อเสื่อม ปวดหลัง ระบบหายใจทํางาน ติดขัด เป็ นต้น เราสามารถวินิจฉัยโรคอ้วนทั้งตัวด้วยค่าดัชนีมวลกายและวินิจฉัยโรคอ้วนลงพุงด้วยการวัด เส้นรอบเอว ดังนี้ - ดัชนีมวลกายมาตรฐาน - เส้นรอบเอว คนอ้วนที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่ดี วินิจฉัยจาก ชาย ตั้ งแต่90 เซนติเมตร ขึ้นไป หญิง ตั้ งแต่ 80 เซนติเมตร ขึ้นไป 2. อ.2 ออกกําลังกาย มีพฤติกรรมการออกกําลังกายที่เหมาะสมกับวัย อย่างสมํ่าเสมอสัปดาห์ละ 5 วันและในแต่ละวัน ออกกําลังกายต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที การออกกําลังกายที่สมบูรณ์แบบ คือการออกกําลังกายแบบ แอโรบิก ได้แก่ว่ายนํ้ า วิ่ ง ปั่ นจักรยาน เดินเร็ว กระโดดเชือก แอโรบิก และโยคะ เป็ นต้น จะทําให้ปอด หัวใจ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
8 หลอดเลือดตลอดจนระบบไหลเวียนทัวร่างกายแข็งแรง ทนทาน และทําหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ในการ ่ ป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกําลังกายแต่ละครั้งควรปฏิบัติ 3 ขั้ นตอนคือ (1)การอบอุ่นร่างกาย (2)การ ออกกําลังกาย และ (3)การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ วิธีการทดสอบว่าออกกําลังกายเพียงพอในแต่ละครั้ง ทําได้ด้วยการวัดอัตราการเต้นของหัวใจโดย การจับชีพจรหลังออกกําลังกายเสร็จ หรืออาจดูง่ายๆ จากความเหนื่อยของตัวผู้ออกกําลังกาย เนื่องจากความ แตกต่าง ของสมรรถนะในแต่ละคน จึงไม่ได้กําหนดอัตราเต้นของหัวใจไว้ตายตัว แต่จะกําหนดไว้กว้าง ๆ ที่นิยมในปัจจุบันคือ ให้จับชีพจรหลังหยุดออกกําลังกายทันทีให้ อยู่ระหว่าง ร้อยละ 65 – 80 ของอัตราเต้น สูงสุดของหัวใจ (Maximum heart rate) โดยมีวิธีคิดดังนี้คือ 3. อ.3 อารมณ์ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่เหมาะสมปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข และสามารถแสดงบทบาท (สอดคล้องกับบทบาท) ในการเป็ นแกนนําอารมณ์ หรือความรู้สึก ความเป็ นไปแห่งจิตใจ ในขณะหรือ ช่วงเวลาหนึ่งๆ เป็ นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพมาก มักมีคําพูดที่กล่าวว่า “กายและจิตสัมพันธ์กัน” ถ้าอารมณ์ เสีย ขุ่นมัว ก็จะสนับสนุนการเกิดสุขภาพที่ทรุดโทรม แต่ถ้าอารมณ์ดี แจ่มใส ก็จะทําให้สุขภาพสมบูรณ์ เพื่อให้เสริมสร้างภาวะอารมณ์ที่ดี จึงจําเป็ นต้องมีการบริหารจิต ทั้ งทางด้านป้องกันและด้านส่งเสริมหลาย ระดับ ดังนี้ - การประกอบอาชีพโดยสุจริต กล่าววาจาโดยชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่ตกเป็ นทาสของเครื่องเสพติด มึนเมาให้โทษต่าง ๆ - ขยันขันแข็ง และความมีนํ้ าใจในการช่วยเหลือในกิจการงาน - ทํางานอย่างเป็ นสุข การทํางานด้วยความตั้ งใจเป็ นเรื่องสําคัญยิ่ งโดยหวังเกื้อกูลผู้อื่น ย่อมก่อให้เกิดความปี ติ ความภูมิใจและรู้สึกเป็ นสุข อัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ (Maximum heart rate) = 220 -อายุ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
9 - การออกกําลังกายจนเหงื่อออกพอสมควรเป็ นประจําทุกวัน ทําให้ระบบประสาทคลายความเครียด - อย่าวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ มากเกินไป ผู้ที่คิดหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องของตัวเองตลอดเวลา เช่น กลัวจะไม่รวย กลัวจะขาดทุน กลัวจะไม่สวย กลัวคนจะไม่รัก กลัวจะไม่มีชื่อเสียง กลัวคนนินทาว่าร้าย กลัวจะเป็ นโรคนั้น โรคนี้ ย่อมทําให้จิตใจไม่เป็ นสุขและเกิดความเจ็บไข้ได้ป่ วยขึ้นจริง ๆ - การฝึ กแผ่ความรัก หรือแผ่เมตตาเป็ นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ ง เมตตาเป็ นเครื่องบําบัดความโกรธและพยาบาทได้ เราต้องฝึ กเมตตาให้ขยายขอบเขตออกไปเรื่อย ๆ จะทําให้ใจของเราสงบ คลายความ หงุดหงิดและรําคาญ จิต ของเราขณะที่แผ่เมตตานั้นจะอยู่ในภาวะที่เป็ นกุศล เมื่อมีการพูดจาติดต่อกันกับผู้อื่นก็เป็ นไปด้วยดี - การสวดมนต์ภาวนา เป็ นการบริหารจิตอย่างสูง มนุษย์เรียนรู้ความทุกข์จากการที่จิตฝักใฝ่ อยู่แต่ในเรื่องของ ตนเอง จึงเกิดมีการสวดมนต์ขึ้นถ้าจิตใจจดจ่ออยู่ในคําสวดก็เป็ นการเอาจิตออกจากความจดจ่อในเรื่องของ ตัวเอง ทําให้จิตสงบที่เรียกว่า “สมาธิ” 2. ความหมายของค่าดัชนีมวลกาย 2.1 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2561) ได้ออกเอกสารเรื่ อง หุ่นดี สุขภาพดีง่าย ๆ แค่ใช้ 4 พฤติกรรม มีเนื้อหาคือ ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index: BMI) ของแต่ละคนจะมีค่าเท่ากับนํ้าหนัก ของคน ๆ นั้นหารด้วยส่วนสูงที่เป็ นเมตรสองครั้ง ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานของดัชนีมวลกายของคนเอเชีย แบ่งได้เป็ น 5 กลุ่มดังนี้ ค่าดัชนีมวลกายมาตรฐาน ภาวะนํ้ าหนักตัว น้อยกว่า 18.5 นํ้ าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์ 18.5 -22.9 ปกติ (สุขภาพดี) 23.0 -24.9 ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
10 ค่าดัชนีมวลกายมาตรฐาน ภาวะนํ้ าหนักตัว 25.0 -29.9 อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 ตั้ งแต่ 30 ขึ้นไป อ้วนมาก/ โรคอ้วนระดับ 3 3. ความหมายของภาวะโภชนาการ 3.1 โครงการสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน (2563) ได้ทําเอกสารเกี่ยวกับ“สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน” ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) หมายถึงโภชนาการที่เลว ซึ่ง อาจเกิดจากได้อาหารน้อยไป หรือมากไป ก็ได้ การศึกษา ในประเทศไทยพบว่า ชาวไทยในท้องถิ่ นชนบท และ ตามแหล่งเสื่อมโทรมในเมืองใหญ่ เป็ นโรคขาดสาร อาหาร ที่นับว่าเป็ นปัญหาสาธารณสุขระดับประเทศนั้น มีอยู่ 7 โรค คือ โรคขาดโปรตีน และแคลอรี่ โรคโลหิตจางจากการขาดเหล็ก โรคตาบอดจากการขาดวิตามินเอ โรคเหน็บชาจากการขาด วิตามินบี1 โรคปากนกกระจอก โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และโรคคอพอก จากการขาดไอโอดีน ในทาง ตรงกันข้ามประชาชนใน กรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ๆ เช่น นนทบุรีซึ่งอยู่ในปริมณฑลที่มีฐานะความ เป็ นอยู่ดี มักไม่สนใจเรื่องโภชนาการ และรับประทานอาหารมาก หรือมีโภชนาการที่ไม่เหมาะสมทําให้มี โอกาสเป็ นภาวะทุพโภชนาการประเภทโรคโภชนาการเกิน เช่น ไขมันสูงในเลือด และโรคอ้วน เป็ นต้น 3.2 เนตรดาว ตันตรานนท์(2558) ได้ทําวิจัยเรื่องความรู้ทางโภชนาการ ภาวะโภชนาการและภาวะสุขภาพ ของผู้สูงอายุในชุมชนบ้านต้นผึ้ง ตําบลสันทราย อําเภอสารถี จังหวัดเชียงใหม่” ภาวะโภชนาการ (Nutritional Status) หมายถึง สภาวะทางสุขภาพของบุคคลมีผลเนื่องมาจากการรับประทานอาหาร ประกอบ กับการย่อยอาหาร การดูดซึม และผลของการเผาผลาญสารอาหารในระดับเซลล์ ซีงสามารถอ้างอิงและบอก ได้ถึงสภาวะทางสุขภาพของบุคคลนั้น ๆ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
11 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศ 4.1 งานวิจัยภายในประเทศ 4.1.1 คมสันต์ แรงจบ(2560) ได้ทําวิจัยเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.2 ส. ของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 พ.ศ. 2560 เป็ นการเก็บรวบรวมข้อมูลใน อสม.จํานวน 450 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ ของกองสุขศึกษา ผล การศึกษาที่พบว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พบพฤติกรรมเสี่ยงมาก ที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การ กินผักและผลไม้น้อยกว่าครึ่ งกิโลกรัมหรือ 5 กํามือต่อวัน รองลงมาคือ การเติมนํ้าปลา/เกลือ/นํ้าปลา พริก/ซีอิ๊ว/ซอสมะเขือเทศและซอสอื่น ๆ เพิ่ มในอาหารแต่ละมื้อ และการกินอาหารแต่ละมื้อที่เติม นํ้ าตาลเพิ่ ม คิดเป็ นร้อยละ 84.0, 83.3 และ 76.0 ตามลําดับ พฤติกรรมออกกําลังกาย พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่มีออกกําลังกายหรือเล่นกีฬา ร้อยละ 81.8 แต่ผู้ที่ออกกําลังกายส่วนใหญ่ปฏิบัติไม่ถึงเกณฑ์ เนื่องจากจํานวนวันและระยะเวลาไม่เพียงพอ พฤติกรรมด้านอารมณ์ พบว่ามีกลุ่มตัวอย่างที่ไม่สามารถ การจัดการความเครียดได้ จนทําให้นอนไม่หลับสูงถึงร้อยละ 31.1 และกินอาหารผิดปกติเนื่องจาก ความเครียดร้อยละ 29.6 4.1.2 อรพินท์ สีขาว และคณะ (2560) ได้ทําวิจัยเรื่องพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษา พยาบาลที่มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็ นการวิจัยเชิงสํารวจใน กลุ่มนักศึกษาพยาบาลที่มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐานในระดับต่าง ๆ เป็ นจํานวน 98 คน รวบรวมข้อมูล โดยแบบสอบถาม จากการศึกษาพบว่าเมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในด้านการรับรู้ ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้แรงสนับสนุน การรับรู้ความสามารถของตนเอง การประพฤติ พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพในด้านการควบคุมการรับประทานอาหาร การออกกําลังกาย และ ความเครียดพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญในแต่ละกลุ่มประชากร ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แตกต่างกัน ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
12 4.1.3 สุดารัตน์ วาเรศ(2556) ได้ทําการศึกษาเรื่องผลการออกกําลังกายด้วยการเดินที่มีผลต่อดัชนีมวล กายและเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีนํ้ าหนักเกินเกณฑ์การวิจัยครั้งนี้ เป็ นการศึกษาและเปรียบเทียบผลการออกกําลังกายด้วยการเดินที่มีต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ ไขมันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีนํ้าหนักเกินเกณฑ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็ น นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสายนํ้ าผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ ที่กําลังศึกษาอยู่ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2555 ผลการวิจัยหลังการฝึ กออกกําลังกายด้วยการเดิน 8 สัปดาห์ พบว่าค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกาย และเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักเรียนที่มีนํ้ าหนักเกินเกณฑ์ดีกว่าก่อนการฝึ กอย่างมีนัยสําคัญ 4.1.4 ตวงพร กตัญ�ุตานนท์(2556) ได้ทําวิจัยเรื่องภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน เป็ นการวิจัยเชิงสํารวจแบบภาคตัดขวางเพื่อสํารวจภาวะโภชนาการและ ศึกษาพฤติกรรม 3 อ. และปริมาณพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคอาหารต่อวันกับภาวะโภชนาการของ อสม.ประจําหมู่บ้านอําเภอหนึ่ งในจังหวัดฉะเชิงเทราจํานวน 310 คน กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่ม ตัวอย่างและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วัดค่าดัชนีมวลกาย และเส้นรอบเอว พบว่าความรู้ เกี่ยวกับพฤติกรรม 3อ. และพฤติกรรม 3อ. ไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกาย และตามเกณฑ์อ้วนลงพุง แต่ปริมาณพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคอาหารต่อวันมีความสัมพันธ์อย่างมี นัยสําคัญกับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกายและตามเกณฑ์อ้วนลงพุง และยังพบว่าพฤติกรรมการ เติมเครื่องปรุงรสในอาหาร การออกกําลังกายต่อเนื่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที และการนั่ งๆนอนๆดู โทรทัศน์ มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ กับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนี 4.1.5 ตวงพร กตัญ�ุตานนท์(2554) ได้ทําวิจัยเรื่องภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของนักศึกษา ชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็ นการวิจัยเชิงสํารวจแบบภาคตัดขวางเพื่อสํารวจและ ศึกษาความสัมพันธ์ของ ภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. กับภาวะโภชนาการของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปี การศึกษา 2552 จํานวน 350 คน พบว่าพฤติกรรมการบริโภค ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
13 อาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ กับภาวะโภชนาการ ตามค่าดัชนีมวลกายและตามเกณฑ์การอ้วนลงพุงของนักศึกษา ผลการศึกษาพฤติกรรมด้านการบริโภค อาหารรายข้อ พบว่าการหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการกิน อาหารในสัดส่วน 2 :1: 1 คือ ผัก 2 ส่วน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน มีความสัมพันธ์อย่างมี นัยสําคัญทางสถิติ กับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษา 4.2 งานวิจัยภายนอกประเทศ 4.2.1 Micheal Grasdalsmoen และคณะ (2562) ได้ทําวิจัยเรื่ อง Physical exercise and body mass index in young adult: a national survey of Norwegian university students เป็ นการวิจัยด้านจํานวนวันของการ ออกกําลังกายต่อสัปดาห์และดัชนีมวลกาย Body mass index (BMI) ของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย คือมหาวิทยาลัย Norwegian university ซึ่ งจัดอยู่ในช่วงอายุ 18-35 ปี พบว่าจากการศึกษาจํานวน นักศึกษาทั้งหมด มีแนวโน้มการออกกําลังกายที่ลดลง ในการศึกษาด้านความสัมพันธ์ระหว่างการ จํานวนการกําลังกายต่อสัปดาห์กับค่าดัชนีมวลกายแล้วพบว่ามีความสัมพันธ์กันแบบ dose-response ใน ทุกกลุ่มประชากร 4.2.2 Jui-Hua Huang และคณะ (2562) ได้ทําวิจัยเรื่อง Health-associated nutrition and exercise behaviors in relation to metabolic risk factors stratified by Body mass index เป็ นการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างสารอาหารกับพฤติกรรมการออกกําลังกาย Metabolic risk factors (MRF) โดยใช้ Body mass index (BMI)เป็ นตัววัด โดยเป็ นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม ในกลุ่ม ประชากรคือคนงานที่ประกอบอาชีพที่ไต้หวัน ผลการศึกษาพบว่าพฤติกรรมการออกกําลังกายมี ความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญกับค่า BMI และค่าเส้นรอบเอว ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
14 4.2.3 Kelley George และคณะ (2560) ได้วิจัยเรื่อง Exercise and BMI z-score in Overweight and Obese children and adolescents: A systematic review and network Meta-Analysis of randomized trials หรือก็ คือการทดสอบเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างการออกกําลังกายประเภทแอโรบิค การออกกําลังกาย แบบฝึ กกล้ามเนื้อ และการออกกําลังทั้งสองประเภท กับค่า Body mass index ในกลุ่มที่มีนํ้าหนักเกิน เกณฑ์และเด็กที่มีนํ้ าหนักเกิน จากผลการทดลองพบว่าค่า BMI ในกลุ่มทดลองการออกกําลังกายแบบ แอโรบิคและแบบผสมมีค่าลดลงอย่างมีนัยสําคัญ แต่การออกกําลังกายแบบฝึ กกล้ามเนื้ออย่างเดียว ไม่ได้ส่งผลให้ค่า BMI ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ 4.2.4 Clemens Drenowatz และคณะ (พ.ศ. 2559) ทําวิจัยเรื่ อง The prospective association between different types of exercise and body composition เป็ นการศึกษาผลกระทบของการออกกําลังกาย ประเภทต่าง ๆ ต่อการวัดไขมันในประเภทไขมันที่แตกต่างกัน โดยศึกษาจากจํานวนผู้ใหญ่ 348 คน จาก ผลการศึกษาพบว่าการออกกําลังกายสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของร่างกาย ในด้านการ เพิ่ มมวลกล้ามเนื้อ และลดมวลไขมัน ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่อ้วนและผู้ที่มีไขมันในร่างกายมากเกินไปอย่างมี นัยสําคัญ ซึ่งผู้ใหญ่ที่มีไขมันในร่างกายมากเกินความจําเป็ น จะได้รับประโยชน์จากการออกกําลังกาย แบบ Resistance exercise มากที่สุด 4.2.5 RL McCrea และคณะ (2554) ได้ทําวิจัยเรื่ องBody mass index and common mental disorders: exploring the shape of the association and its moderation by age, gender and education เป็ นการศึกษา ค่า BMI ต่อการเกิดอาการผิดปกติทางจิตทัวไป เช่นอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า จากการศึกษาพบว่า ่ ค่า BMI มีความสัมพันธ์กับอาการผิดปกติทางจิตทัวไปอย่างมีนัยสําคัญ โดยในกลุ่มผู้ที่มีค่า ่ BMI เกิน หรือมีโรคอ้วน พบว่าผู้หญิงจะมีอาการผิดปกติทางจิตทัวไปได้มากกว่าเพศชาย และพบว่าในกลุ่มอายุที่ ่ มากจะมีความสัมพันธ์กับอาการผิดปกติทางจิตทัวไปได้น้อยกว่ากลุ่มอายุที่น้อย ่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
15 5. สรุปงานวิจัย จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการ พฤติกรรม 3 อ ประกอบด้วย อารมณ์ อาหาร และ การออกกําลังกาย ข้างต้นจํานวน 10 งานวิจัย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทั้งในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยม นักศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย บุคลากรทางสุขภาพ คืออสม. ตลอดจนบุคคลทัวไป โดยมีการใช้วิธีการเก็บข้อมูลทั ่ ้ ง การทํา แบบสอบถามออนไลน์และแบบแผ่นกระดาษ การจดบันทึกข้อมูล การวัดรอบเอว การชังนํ่ ้ าหนักและส่วนสูง ข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ที่เชื่อถือได้ หรือจากฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนําข้อมูลทั้งหมด ที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบข้อมูล ใช้สถิติ one-way ANOVA with or with out repeated และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา พบว่าภาวะโภชนการและพฤติกรรม 3อ ประกอบด้วย อารมณ์ อาหาร และการออกกําลังกาย มีความสัมพันธ์แบบมีนัยสําคัญกับค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่แตกต่างกัน หรือในทางกลับกันนั้น ค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายก็มีความสัมพันธ์แบบมีนัยสําคัญกับการเกิดความผิดปกติ ทางด้านอารมณ์ เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมเสี่ยงที่พบในงานวิจัยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม 3 อ. ทั้ งในด้าน อารมณ์ อาหาร และการออกกําลังกาย งานวิจัยที่เห็นด้วยว่าภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ประกอบด้วย อารมณ์ อาหาร และการออก กําลังกาย มีความสัมพันธ์แบบมีนัยสําคัญกับค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่แตกต่างกันได้แก่วิจัยเรื่อง Physical exercise and body mass index in young adult: a national survey of Norwegian university students โดย Micheal Grasdalsmoen และคณะ (2562), วิ จัย เรื่ อง Health-associated nutrition and exercise behaviors in relation to metabolic risk factors stratified by Body mass index โดย Jui-Hua Huang และคณะ (2562), วิจัยเรื่อง Exercise and BMI z-score in Overweight and Obese children and adolescents: A systematic review and network MetaAnalysis of randomized trials (ในกลุ่มทดลองการออกกําลังกายแบบแอโรบิคและแบบผสม) โดย Kelley George และคณะ (2560), วิจัยเรื่ อง The prospective association between different types of exercise and body composition โดย Clemens Drenowatz และคณะ (พ.ศ. 2559), วิจัยเรื่องผลการออกกําลังกายด้วยการเดินที่มีผล ต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีนํ้ าหนักเกินเกณฑ์ โดย สุดารัตน์ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
16 วาเรศ (2556), วิจัยเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ.2 ส. ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมู่บ้าน พื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 พ.ศ. 2560 โดย คมสันต์ แรงจบ(2560), วิจัยเรื่องBody mass index and common mental disorders: exploring the shape of the association and its moderation by age, gender and education โดย RL McCrea และคณะ (2554) วิจัยที่ไม่เห็นด้วยว่าภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ประกอบด้วย อารมณ์ อาหาร และการออก กําลังกาย มีความสัมพันธ์แบบมีนัยสําคัญกับค่า BMI หรือค่าดัชนีมวลกายที่แตกต่างกันได้แก่ วิจัยเรื่อง Exercise and BMI z-score in Overweight and Obese children and adolescents: A systematic review and network MetaAnalysis of randomized trials(ในกลุ่มทดลองการออกกําลังกายแบบฝึ กกล้ามเนื้ออย่างเดียว) โดย Kelley George และคณะ (2560), วิจัยเรื่องพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาพยาบาลที่มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดย อรพินท์ สีขาว และคณะ (2560), วิจัยเรื่องภาวะโภชนาการและ พฤติกรรม 3 อ. ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน โดยตวงพร กตัญ�ุตานนท์ (2556), วิจัยเรื่องภาวะ โภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติเป็ นการวิจัยเชิง สํารวจแบบภาคตัดขวางเพื่อสํารวจภาวะโภชนาการและศึกษาพฤติกรรม 3 อ. รวมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ของ พฤติกรรม 3 อ. กับภาวะโภชนาการของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปี การศึกษา 2552 โดย ตวงพร กตัญ�ุตานนท์ (2554) ดังนั้นคณะผู้จัดทําจึงเล็งเห็นว่า นักศึกษาแพทย์ ชั้นคลินิกที่ขึ้นปฏิบัติงานแล้ว เป็ นกลุ่มหนึ่งที่มีปัจจัย เสี่ยง ทั้งในด้านการรับประทานอาหารต่าง ๆ ที่ไม่ครบตามหลักโภชนาการ ภาวะอารมณ์ความเครี ยดอัน เนื่องมาจากการศึกษา และภาระหน้าที่ รวมไปถึงขาดการออกกําลังกายจากปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งจากงานวิจัยทั้ง 10 งานวิจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น พบทั้งความสัมพันธ์ที่มีนัยสําคัญและ ไม่มีนัยสําคัญระหว่าง ภาวะทุพโภชนาการ และพฤติกรรม 3 อ. ในกลุ่มตัวอย่างต่าง ๆ แต่ยังไม่มีการนํามาศึกษาในกลุ่มของนักศึกษาแพทย์ คณะผู้จัดทํา เล็งเห็นความสําคัญของข้อมูล จึงจัดทํางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาข้อมูลด้านภาวะทุพโภชนาการและ พฤติกรรม 3 อ.ในนักศึกษาแพทย์ โดยจัดทําในนักศึกษาแพทยศาสตร์ชั้นคลินิก ชั้นปี ที่ 4 5 และ 6 มหาวิทยาลัย สยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
17 6. กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม พฤติกรรม 3 อ. - การบริโภคอาหาร - การออกกําลังกาย - อารมณ์ในด้านความเครียด ภาวะโภชนาการของนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ตามค่าดัชนีมวลกาย 1. ภาวะนํ้ าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์ 2. ปกติ 3. ท้วม /โรคอ้วนระดับ 1 4. อ้วน /โรคอ้วนระดับ 2 5. อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
18 บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย 1. รูปแบบการวิจัย การวิจัยเชิงสํารวจแบบภาคตัดขวาง เชิงพรรณนา (cross-sectional descriptive study design) โดยการใช้ แบบสอบถาม ในช่วงเวลาเดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2564 2. ขั้นตอนการดําเนินงาน ขั้ นตอนการดําเนินการวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้จัดทําได้กําหนดขั้ นตอนการดําเนินการวิจัย 9ขั้ นตอน ดังนี้ 2.1 กําหนดหัวข้อการวิจัยที่สนใจและเขียนโครงร่างของงานวิจัย 2.2 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎี คือเรื่ องภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกาย และทฤษฎี เกี่ยวกับพฤติกรรม 3 อ. และค้นคว้างานวิจัยในอดีตที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา ในด้านความสัมพันธ์ของ พฤติกรรมต่าง ๆ คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการออกกําลังกาย และอารมณ์ กับค่าดัชนีมวล กาย 2.4 ตั้ งวัตถุประสงค์ และสมมติฐานของงานวิจัย 2.4 กําหนดกรอบแนวคิดของงานวิจัย 2.5 เขียนบทนํา ความสําคัญและที่มาของงานวิจัย คําภามของงานวิจัย วัตุประสงค์ สมมติฐาน ขอบเขตของ งานวิจัย คํานิยามศัพท์เฉพาะ ประกอบด้วย พฤติกรรม 3 อ.ค่าดัชนีมวลกาย นักศึกษาชั้นคลินิก และประโยชน์ที่ คาดว่าจะได้รับ 2.6 เขียนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยส่วนความหมายของพฤติกรรม 3 อ. ค่าดัชนีมวลกาย และภาวะโภชนาการและส่วนของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในด้านต่าง ๆ ทั้งภายในและนอกประเทศ คือ พฤติกรรม การออกกําลังกายต่อค่าดัชนีมวลกาย พฤติกรรม 3 อ. ต่อค่าดัชนีมวลกาย และภาวะสุขภาพจิตต่อค่าดัชนีมวลกาย 2.7 กําหนดรูปแบบการดําเนินการวิจัย กําหนดกลุ่มประชากร เลือกกลุ่มตัวอย่างที่จะทําการศึกษา สืบค้นหา แบบสอบถามจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้ สร้างแบบสอบถามโดยอ้างอิงจากแบบสอบถามที่ได้สืบค้นมา ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
19 หาค่าความตรงของแบบสอบถาม แก้ไขและปรับปรุ งในส่ วนที่อาจทําให้มีปั ญหา แล้วจึงทดลองใช้ แบบสอบถาม หาค่าความเที่ยงของแบบสอบถาม แล้วปรับปรุงข้อคําถาม 2.8 นําแบบสอบถามที่ได้มาใช้กับกลุ่มตัวอย่างจริง แล้วรวบรวมข้อมูลมาแปลผล และวิเคราะห์บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย 2.9 เขียนข้อเสนอแนะเพื่อเป็ นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยต่อไปในอนาคต 3. ประชากรและกล่มตัวอย่างุ ประชากรของการวิจัยนี้ ประกอบด้วยนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชั้นคลินิก (ปี 4-6) จํานวนทั้ งหมด 120 คน เนื่องจากประชากรที่อยู่ในกลุ่มที่ผู้วิจัยต้องการศึกษามีปริมาณน้อย ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชั้นคลินิก (ปี 4-6) ทั้ งหมด 4. เครื่องมือการวิจัย แบบสอบถาม โดยมีส่วนประกอบดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทัวไป ่ เกี่ยวกับงานวิจัยและใบยินยอมเข้าร่วมงานวิจัย ส่วนที่ 2 แบบกรอกข้อมูลเกี่ยวกับ นํ้ าหนัก และส่วนสูง ส่วนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรม 3 อ.ประกอบด้วยพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ทางด้านความเครียด ในช่วงเวลา 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประยุกต์ในส่วนของพฤติกรรมการบริโภค อาหารและการออกกําลังกายมาจากแบบประเมินพฤติกรรมการบริ โภคอาหารและออกกําลังกาย ของกรม อนามัย กระทรวงสาธารณสุข ลักษณะคําถามเป็ นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating scale) 3 ระดับ ประกอบด้วย ไม่เคยปฏิบัติเลย ปฏิบัติเป็ นครั้งคราว (1-4 วันต่อสัปดาห์)และปฏิบัติเป็ นประจํา (5-7 วันต่อสัปดาห์) ส่วนของ อารมณ์มาจากแบบประเมินความเครียด (ST5) ของกรมสุขภาพจิต ลักษณะคําถามเป็ นมาตราส่วนประเมินค่า (Rating scale) 4 ระดับ ประกอบด้วย แทบไม่มี เป็ นบางครั้ง บ่อยครั้ง และเป็ นประจํา เป็ นข้อความเชิงลบทั้ งหมด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
20 เกณฑ์ในการจัดระดับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกําลังกาย แบ่งเป็ น 4 ระดับ ตามเกณฑ์การ แปลค่าคะแนนตามแนวช่วงกําหนดช่วงคะแนนของแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารและออกกําลัง กาย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็ นระดับพฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก พฤติกรรมด้านสุขภาพดี พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง และควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น เกณฑ์ในการจัดระดับอารมณ์ในด้าน ความเครียด แบ่งเป็ น 4 ระดับ ตามเกณฑ์การแปลค่าคะแนนตามแนวทางกําหนดช่วงคะแนนของแบบสอบถาม ของกรมสุขภาพจิต เป็ นระดับเครียดน้อย เครียดปานกลาง เครียดมาก และเครียดมากที่สุด ค่าดัชนีมวลกายวัดจากนํ้ าหนักและส่วนสูง คํานวณโดยใช้นํ้ าหนักเป็ นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็ น เมตรยกกําลังสอง การจัดระดับภาวะโภชนาการตามค่าดัชนีมวลกายแบ่งตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ดังนี้ ค่าดัชนีมวลกายมาตรฐาน ภาวะนํ้ าหนักตัว น้อยกว่า 18.5 นํ้ าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์ 18.5 -22.9 ปกติ(สุขภาพดี) 23.0 -24.9 ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 25.0 -29.99 อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 ตั้ งแต่ 30 ขึ้นไป อ้วนมาก/ โรคอ้วนระดับ 3 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล ดําเนินการเก็บข้อมูลในช่วงเดือนมกราคม วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 โดยคณะผู้วิจัย จะทําการประสานงานกับตัวแทนนักศึกษาแต่ละชั้นปี ประจําชั้นปี ที่ 4-6 และเก็บรวมรวมข้อมูลจากการทํา แบบสอบถามแบบไม่ระบุตัวตนผู้ทําผ่านการใช้Google form เพียงครั้งเดียว ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
21 6. การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จํานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กับพฤติกรรม 3 อ. ซึ่ง ประกอบไปด้วย การบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย อารมณ์ทางด้านความเครียด และค่าดัชนีมวลกาย ใช้สถิติ เชิงวิเคราะห์ได้แก่สถิติไค-สแควร์ (Chi-square) กับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม 3 อ. ประกอบไปด้วย การ บริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ด้านความเครียด โดยการหาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม ทางด้านอาหารกับค่าดัชนีมวลกาย พฤติกรรมการออกกําลังกายกับค่าดัชนีมวลกาย และอารมณ์กับค่าดัชนีมวล กายของนักศึกษาชั้ นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
22 บทที่ 4 วิเคราะห์ข้อมูล ส่วนที่ 1 แสดงข้อมูลทั่วไป ตาราง 1.1 ตารางแสดงชั้นปีการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม ชั้ นปี จํานวนคน ร้อยละ ปี 4 41 35.96 ปี 5 43 37.71 ปี 6 30 26.31 รวม 114 100 สรุปตารางที่ 1.1 พบว่าผู้ทําแบบสอบถามส่วนมากอยู่ในชั้นปี การศึกษาที่ 5 จํานวน 43 คน คิดเป็ น ร้อยละ37.71รองลงมาคือชั้นปี ที่ 4 จํานวน 41คน คิดเป็ นร้อยละ 35.96และชั้นปี ที่ 6 จํานวน 30คน คิดเป็ นร้อย ละ 26.31 ตาราง 1.2 ตารางแสดงค่าดัชนีมวลกายมาตรฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม ค่าดัชนีมวลกายมาตรฐาน จํานวนคน ร้อยละ น้อยกว่า 18.5 3 2.63 18.5 -22.9 67 58.77 23.0 -24.9 26 22.81 25.0 -29.99 11 9.65 ตั้ งแต่ 30 ขึ้นไป 7 6.14 รวม 114 100 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
23 สรุปตารางที่ 1.2จากผลการศึกษาพบว่าในจํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถาม พบว่ามีค่าดัชนีมวลกายอยู่ใน เกณฑ์ปกติ (สุขภาพดี) มากที่สุดคือจํานวน 67 คนคิดเป็ นร้อยละ 58.77 รองลงมาคือกลุ่มท้วม / โรคอ้วนระดับ 1, กลุ่มอ้วน / โรคอ้วนระดับ 2, อ้วนมาก/ โรคอ้วนระดับ 3และกลุ่มนํ้ าหนักตํ่ากว่าเกณฑ์ โดยได้จํานวน 26 (ร้อย ละ 22.81), 11 (ร้อยละ 9.65), 7 (ร้อยละ 6.14), 3 (ร้อยละ 9.65) ตามลําดับ ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรม 3 อ. ตาราง 2.1 พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการบริโภคอาหาร 5-7วันต่อสัปดาห์ (0คะแนน) 1-4วันต่อสัปดาห์ (3 คะแนน) ไม่เคยเลย (5 คะแนน) รวม จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ 1. กินอาหารครบห้าหมู่ 47 41.23 50 43.86 17 14.91 114 2. กินอาหารเช้าเป็ นมื้อหลัก 36 31.58 51 44.74 27 23.68 114 3. กินผักผลไม้วันละ 4-5 ส่วน (หนึ่ง ส่วนเท่ากับ 6-8 คํา) 13 11.40 52 45.61 49 42.98 114 4. กินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 47 41.22 52 45.11 15 13.16 114 5. กินอาหารมื้อเย็นห่างจากเวลานอน ไม่น้อยกว่า 4 ชัวโมง่ 46 40.35 39 34.21 29 25.44 114 6. กินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ลวก อบ ยํา หรือหมก 39 34.21 75 65.79 0 0 114 7. หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง 46 40.35 56 49.12 12 10.53 114 8. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม ของหวาน ขนม ที่มีแป้งและนํ้ าตาลมากหรือมีรสหวาน 46 40.35 58 50.87 10 8.77 114 9. กินอาหารรสจืด 28 24.56 71 62.28 15 13.16 114 10. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 89 78.67 21 18.42 4 3.51 114 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
24 สรุปตารางที่ 2.1จากผลการศึกษาพบว่าในจํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภค อาหารพบว่าในด้านการกินอาหารครบห้าหมู่มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 43.86 ใน ด้านการกินอาหารเช้าเป็ นมื้อหลัก มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 44.74 ในด้านการกิน ผักผลไม้วันละ 4-5 ส่วน (หนึ่งส่วนเท่ากับ 6-8 คํา) มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 45.61 ในด้านการกินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 45.61 ในด้านกินอาหาร มื้อเย็นห่างจากเวลานอนไม่น้อยกว่า 4 ชัวโมง มีการปฏิบัติ ่ 5-7วันต่อสัปดาห์มากที่สุด คิดเป็ นร้อยละ 40.35 ใน ด้านการกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ลวก อบ ยํา หรือหมกมีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 65.79 ในด้านการหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 49.12 ในด้าน การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม ของหวาน ขนมที่มีแป้งและนํ้ าตาลมากหรือมีรสหวาน มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์ มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 66.12 ในด้านการกินอาหารรสจืดหวาน มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ น ร้อยละ 62.28 ในด้านการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีการปฏิบัติ 5-7วันต่อสัปดาห์มากที่สุด คิดเป็ นร้อย ละ 78.67 ตาราง 2.2 พฤติกรรมการบริโภคอาหารตามเกณฑ์การแปลค่าคะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พฤติกรรมการบริโภคอาหาร จํานวนคน ร้อยละ พฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (0 คะแนน) 2 1.75 พฤติกรรมด้านสุขภาพดี (1-15คะแนน) 36 31.58 พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (16-30คะแนน) 57 50 ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น (>30 คะแนน) 19 16.67 รวม (x̄= 21.52) 114 100 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
25 สรุปตารางที่ 2.2 จากผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารเมื่อนํามาเทียบตามเกณฑ์การ แปลค่าคะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแล้วนํามาแบ่งเป็ นกลุ่มเป็ นพฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก พฤติกรรมด้านสุขภาพดี พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น ในจํานวนผู้ที่ตอบ แบบสอบถามพบว่าจัดอยู่ในกลุ่มพฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (16-30คะแนน) มากที่สุด คือจํานวน 57คน คิดเป็ นร้อยละ 50รองลงมาคือ พฤติกรรมด้านสุขภาพดี (1-15 คะแนน) ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น (>30 คะแนน) พฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (0 คะแนน)คิดเป็ นร้อยละ 31.58, 16.67 และ 1.75 ตามลําดับ ตาราง 2.3 พฤติกรรมการออกกําลังกาย พฤติกรรมการออกกําลังกาย 5-7วันต่อสัปดาห์ (1 คะแนน) 1-4วันต่อสัปดาห์ (3 คะแนน) ไม่เคยเลย (5 คะแนน) รวม จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ 1. ออกกําลังกายวันละ 30 นาที 13 11.41 60 52.63 41 35.96 114 2. ออกกําลังกายจนรู้สึกเหนื่อยพอควร 26 22.81 69 60.52 19 16.67 114 3. ออกกําลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรืออย่างน้อย 3-5 วันต่อ สัปดาห์ 13 11.40 64 56.14 37 32.46 114 4. เริ่มออกกําลังกายจากเบา แล้วค่อย เพิ่ มความหนักของการออกกําลังกาย และมีการคลายกล้ามเนื้อหรือ COOL DOWN 50 43.86 49 42.98 15 13.16 114 5. ท่านเลือกประเภทของการออกกําลัง กายให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ และ วัยของท่าน 53 46.49 46 40.35 15 13.16 114 *ข้อ 3 ใช้คําถามเป็ น ทําเป็ นประจํา บางครั้ง ไม่เคยเลย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
26 สรุปตารางที่ 2.3 จากผลการศึกษา จํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามพฤติกรรมการออกกําลังกายพบว่า ใน การการออกกําลังกายวันละ 30 นาทีมีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ 52.63 ในด้านการ ออกกําลังกายจนรู้สึกเหนื่อยพอควรมีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์มากที่สุด คิดเป็ นร้อยละ 60.52 ในด้านการ ออกกําลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรืออย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ มีการปฏิบัติ 1-4 วันต่อสัปดาห์ มากที่สุด คิดเป็ นร้อยละ 56.14 ในด้านการเริ่มออกกําลังกายจากเบา แล้วค่อยเพิ่ มความหนักของการออกกําลัง กาย และมีการคลายกล้ามเนื้อหรือ cool down มีการปฏิบัติ 5-7 วันต่อสัปดาห์มากที่สุด คิดเป็ นร้อยละ 43.86 ใน ด้านการเลือกประเภทของการออกกําลังกายให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ และวัย มีการปฏิบัติ 5-7 วันต่อสัปดาห์ มากที่สุด คิดเป็ นร้อยละ 46.49 ตาราง 2.4 พฤติกรรมการออกกําลังกายตามเกณฑ์การแปลค่าคะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พฤติกรรมการออกกําลังกาย จํานวนคน ร้อยละ พฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (5-9 คะแนน) 25 21.93 พฤติกรรมด้านสุขภาพดี (10-14 คะแนน) 27 23.68 พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (15-19คะแนน) 45 39.47 ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น (20-25คะแนน) 17 14.91 รวม (x̄= 14.34) 114 100 สรุปตารางที่ 2.4 จากผลการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการออกกําลังกายเทียบตามเกณฑ์การแปลค่า คะแนนของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขแล้วนํามาแบ่งเป็ นพฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (5-9 คะแนน) พฤติกรรมด้านสุขภาพดี (10-14 คะแนน) พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (15-19 คะแนน) ควรปรับเปลี่ยน ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
27 พฤติกรรมให้ดีขึ้น (20-25 คะแนน) พบว่าในจํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามถูกจัดอยู่ในกลุ่ม พฤติกรรมด้าน สุขภาพปานกลาง มากที่สุด คือจํานวน 49 คน คิดเป็ นร้อยละ 39.45 รองลงมาคือ พฤติกรรมด้านสุขภาพดี พฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น คิดเป็ นร้อยละ 23.68, 21.93 และ 14.91 ตามลําดับ ตาราง 2.5 อารมณ์ทางด้านความเครียด อารมณ์ทางด้าน ความเครียด แทบไม่มี เป็ นบางครั้ง บ่อยครั้ง เป็ นประจํา รวม จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ จํานวน ร้อยละ 1. มีปัญหาด้านการ นอน นอนไม่หลับ หรือนอนมาก 48 42.11 48 42.11 15 13.16 3 2.63 114 2. มีสมาธิน้อยลง 21 18.42 28 24.56 48 42.10 17 19.92 114 3. หงุดหงิด/ กระวนกระวาย/ 30 26.32 45 39.47 39 34.21 0 0 114 4. รู้สึกเบื่อ เซ็ง 23 20.17 58 50.88 31 27.20 2 1.75 114 5. ไม่อยากพบปะ ผู้คน 10 8.78 21 18.42 41 35.96 42 36.84 114 สรุปตารางที่ 2.5 จากผลการศึกษาพบว่าในจํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับอารมณ์ทางด้าน ความเครียดพบว่า มีปัญหาด้านการนอน นอนไม่หลับ หรือนอนมาก มากที่สุดคิดเป็ น ร้อยละ42.11 คือเป็ น บางครั้ง และ แทบไม่มี การมีสมาธิน้อยลงมากที่สุดคิดเป็ น ร้อยละ 42.10 คือบ่อยครั้ง มีหงุดหงิด/กระวนกระวาย มากที่สุดคิดเป็ น ร้อยละ39.47 คือเป็ นบางครั้ง มีรู้สึกเบื่อ เซ็ง มากที่สุดคิดเป็ น ร้อยละ 50.88 คือ เป็ นบางครั้ง มี ไม่อยากพบปะผู้คน มากที่สุดคิดเป็ นร้อยละ36.84 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
28 ตาราง 2.6 อารมณ์ทางด้านความเครียดจําแนกตามการแปลค่าคะแนนตามแนวทางกําหนดช่วงคะแนนของ แบบสอบถามของกรมสุขภาพจิต อารมณ์ทางด้านความเครียด จํานวนคน ร้อยละ เครียดน้อย (0-4 คะแนน) 11 9.65 เครียดปานกลาง (5-7 คะแนน) 32 28.07 เครียดมาก (8-9 คะแนน) 30 26.32 เครียดมากที่สุด (10-15 คะแนน) 41 35.96 รวม (x̄= 8.31) 114 100 สรุปตารางที่ 2.6จากผลการศึกษา จํานวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับ อารมณ์ทางด้านความเครียด จําแนกตามการแปลค่าคะแนนตามแนวทางกําหนดช่วงคะแนนของแบบสอบถามของกรมสุขภาพจิต พบว่ามี ระดับความเครียดมากที่สุด มากที่สุด เป็ นจํานวน 41 คน คิดเป็ นร้อยละ 35.96 รองลงมาคือ เครียดปานกลาง, เครียดมาก, และเครียดน้อย โดยได้จํานวน 32 (ร้อยละ 28.07) , 30 (ร้อยละ 26.32), 11 (ร้อยละ 9.65) ตามลําดับ ส่วนที่ 3 ค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรม 3 อ. หมายเหตุ กําหนดให้ BMI 1 คือค่าดัชนีมวลกายน้อยกว่า 18.5, 2 คือค่าดัชนีมวลกาย 18.5 - 22.9, 3 คือค่า ดัชนีมวลกาย23.0 - 24.9, 4 คือค่าดัชนีมวลกาย25.0 - 29.99, 5 คือค่าดัชนีมวลกายตั้ งแต่ 30 ขึ้นไป กําหนดให้ค่า Exercise 1 คือพฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (5-9 คะแนน), 2คือพฤติกรรมด้าน สุขภาพดี (10-14 คะแนน), 3 คือพฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (15-19 คะแนน), 4คือควรปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ดีขึ้น (20-25 คะแนน) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
29 กําหนดค่า Psychi 1 คือพฤติกรรมด้านสุขภาพดีมาก (5-9 คะแนน), 2 คือ พฤติกรรมด้านสุขภาพ ดี (10-14 คะแนน), 3 คือ พฤติกรรมด้านสุขภาพปานกลาง (15-19 คะแนน), 4 คือควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ ดีขึ้น (20-25 คะแนน) ตาราง 3.1 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร สรุปตารางที่ 3.1 เทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พบว่ามีความสัมพันธ์อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
30 ตาราง 3.2 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการออกกําลังกาย สรุปตารางที่ 3.2 เทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับพฤติกรรมการออกกําลังกาย พบว่ามีความสัมพันธ์อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
31 ตาราง 3.3 ตารางเทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับอารมณ์ทางด้านความเครียด สรุปตารางที่ 3.3 เทียบค่าดัชนีมวลกายเทียบกับอารมณ์ทางด้านความเครียด พบว่ามีความสัมพันธ์อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
32 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้มีรู ปแบบการวิจัยเป็ นเชิงสํารวจแบบภาคตัดขวาง เชิงพรรณนา (cross-sectional descriptive study design) ซึ่งทําการศึกษาเกี่ยวกับ พฤติกรรม 3อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ในช่วงเวลาเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์และพฤติกรรม 3อ. ประกอบด้วย การบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ เปรียบเทียบ กับค่าดัชนีมวลกายโดยการใช้แบบสอบถาม โดยการศึกษาในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมการวิจัย คือ นักศึกษาชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ประจําปี การศึกษา 2563 ในช่วงเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564จํานวน 114 คน แบ่งออกเป็ นนักศึกษา แบ่งออกเป็ นนักศึกษาแพทย์ ชั้นปี ที่ 4จํานวน 41คน นักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 5จํานวน 40คน และนักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 6จํานวน 30คน การวิจัยครั้งนี้เป็ นการเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถาม google form โดยไม่ระบุตัวตนเพียงครั้งเดียว โดย เก็บข้อมูลทัวไป ่ , ข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับนํ้ าหนักและส่วนสูง, และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ความเครียดในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประยุกต์ในส่วนของพฤติกรรมการบริโภคอาหารและ การออกกําลังกายมาจากแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารและออกกําลังกาย ของกรมอนามัย กระทรวง สาธารณสุข และส่วนของอารมณ์มาจากแบบประเมินความเครียด (ST5) ของกรมสุขภาพจิต จากนั้นบันทึก ข้อมูลที่ได้ ลงในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลสําเร็จรูป ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล และ นํามาวิเคราะห์ทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไป ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูล ่ พฤติกรรม ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย สําหรับการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม 3อ. และชะนีมวลกายโดยใช้ สถิติแบบ Chi-Square Test โดยกําหนดค่านัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 หลังจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด สามารถ สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย และ ข้อเสนอแนะในการวิจัยได้ดังนี้ สรุปผลการวิจัย จากการศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารและดัชนีมวลกาย พบว่ามี ความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญ (p-value < 0.05) ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการออกกําลังกายและดัชนีมวล กาย พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญ (p-value < 0.05) และความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์ด้านความเครียด และดัชนีมวลกาย พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสําคัญ ( p-value < 0.05) เช่นกัน ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
33 อภิปรายผล จากการศึกษานี้พบว่า พฤติกรรม 3อ. ประกอบด้วย การบริโภคอาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ เปรียบเทียบกับค่าดัชนีมวลกายโดยการใช้แบบสอบถาม มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสําคัญทั้ง 3 ด้าน ซึ่ ง สอดคล้องกับงานวิจัยอื่น ได้แก่ การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ.2 ส. ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจําหมู่บ้าน (คมสันต์ แรงจบ, 2560), ผลการออกกําลังกายด้วยการเดินที่มีผลต่อดัชนีมวลกาย(สุดารัตน์ วาเรศ ,2556), ภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (ตวงพร กตัญ�ุตานนท์ ,2556), Physical exercise and body mass index in young adult: a national survey of Norwegian university students (Micheal Grasdalsmoen และคณะ ,2562), Health-associated nutrition and exercise behaviors in relation to metabolic risk factors stratified by Body mass index (Jui-Hua Huang และคณะ ,2562), เรื่อง The prospective association between different types of exercise and body composition (Clemens Drenowatz , 2559) , Body mass index and common mental disorders: exploring the shape of the association and its moderation by age, gender and education (RL McCrea และคณะ ,2554) ดังนั้นจึงควรมีการหาแนวทางมีการหาแนวทางที่จะทําให้นักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก มีการบริโภค อาหาร การออกกําลังกาย และอารมณ์ที่ดีขึ้นเพื่อลดค่าชะนีมวลกาย น้อย และสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคเรื้อรังและโรคต่าง ๆ ได้ นอกจากส่งผลต่อด้านร่ างกายแล้ว ยังส่งผลต่อด้านการทํางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ข้อเสนอแนะ 1. ควรศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อดัชนีมวลกายมากขึ้น เนื่องจากอาจมีปัจจัยอื่นที่มีผลต่อดัชนีมวลกาย จะทํา ให้มีแนวทางการศึกษาวิจัยเพิ่ มมากขึ้น 2. ไม่ควรใช้วิธีเก็บข้อมูลแบบออนไลน์เนื่องจากทําให้เก็บข้อมูลให้ครบตามจํานวนคนได้ยาก 3. ควรมีการเก็บข้อมูลงานวิจัยจากงานประจํา (R to R Routine to research) มากขึ้นเพื่อให้ทราบสํา ฤทธิ์ ผลของพฤติกรรม 3 อ. และค่าดัชนีมวลกายของนักศึกษาชั้นคลินิก ซึ่งเป็ นงานวิจัยที่สามารถ ทําควบคู่ไปได้และนําผลการวิจัยมาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตนักศึกษาได้ 4. ควรมีการพัฒนาความรู้ทักษะภาษาต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากมีวิจัยที่เป็ นภาษาต่างประเทศ 5. คําถามในแบบสอบถามไม่ควรมีข้อมูลมากเกินไปทําให้ผู้ตอบแบบสอบถามไม่ให้ความสนใจได้ 6. คําถามในแบบสอบถามไม่ควรใช้คําศัพท์ที่เข้าใจยากเกินไปทําให้ผู้ตอบแบบสอบถามไม่เข้าใจและ ตอบโดยเข้าใจไม่ถูกต้องได้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
34 ประวัติผ้ทําการวิจัยู คณะผ้วิจัยคนที่ 1ู 1. ชื่อ – สกุล นาย ธนภูมิ เนตรหาญ Mr Thanapoom Netharn 2. วัน เดือน ปี เกิด 26 เมษายน 2541 3. ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 89/135 หมู่ 1 ถนน สายไหม เขตสายไหม 55 จังหวัด กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10220 นักศึกษาแพทย์ชั้ นปี ที่ 5 โทรศัพท์087 – 5060273 โทรสาร - E-mail address : [email protected] 4. ประวัติการศึกษา ระดับอนุบาล1 – 3 : โรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดับประถมศึกษาปี ที่ 1 – 6 : โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 1 – 6 : โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา 5. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ - คณะผ้วิจัยคนที่ ู 2 1 ชื่อ – สกุล นางสาว รดา สุนทรวิภาต Miss Rada Soonthonviphat 2 วัน เดือน ปี เกิด 20 พฤษภาคม 2541 3 ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 144/7 ถนน ประเวศนคร ตําบล/แขวง ธานี อําเภอ/เขต เมือง จังหวัด สุโขทัย รหัสไปรษณีย์ 64000นักศึกษาแพทย์ชั้ นปี ที่ 5 โทรศัพท์ 083 – 4124555 โทรสาร – E-mail address : [email protected] 4 ประวัติการศึกษา ระดับอนุบาล1 – 3 : โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย ระดับประถมศึกษาปี ที่ 1 – 6 : โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 1 – 6 : โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร 5 ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ - ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
35 คณะผ้วิจัยคนที่ ู 3 1. ชื่อ – สกุล นางสาว ปรายฝน เศรษฐเสถียร Miss Praifon Sethsatian 2. วัน เดือน ปี เกิด 31 สิงหาคม 2540 3. ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 43/1 ถนน สุทธิสารวินิจฉัย ตําบล/แขวง ดินแดง อําเภอ/เขต ดินแดง จังหวัด กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10400 นักศึกษาแพทย์ชั้ นปี ที่ 5โทรศัพท์ 084-712-3204 โทรสาร - E-mail address : [email protected] 4. ประวัติการศึกษา ระดับอนุบาล 1-3 : โรงเรียนอนุบาลปานตา ระดับประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนแย้มสอาด ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา 5. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ - คณะผ้วิจัยคนที่ ู 4 1 ชื่อ – สกุล นายนิติธร ไชยนาม Mr. Nititorn Chainam 2. วัน เดือน ปี เกิด : วันที่ 26 พฤษภาคม 2541 3. ที่อยู่ปัจจุบัน: เลขที่ 33/3 หมู่ 6 ถนน - ตําบล/แขวง ศรีมหาโพธิ อําเภอ/เขต ศรีมหาโพธิ จังหวัด ปราจีนบุรี รหัสไปรษณีย์ 25140 นักศึกษาแพทย์ชั้ นปี ที่ 5 โทรศัพท์ 089-6419451 โทรสาร - E-mail address: [email protected] 4. ประวัติการศึกษา ระดับอนุบาลปี ที่ 1-3 : โรงเรียนมารีวิทยา ปราจีนบุรี ระดับประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนมารีวิทยา ปราจีนบุรี ระดับมัธยมศึกษา 1-6 : โรงเรียนปราจิณราษฏรอํารุง 5. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ: - ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
36 บรรณานุกรม ตวงพร กตัญ�ุตานนท์ (2554). ภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัย หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา : http://journal.hcu.ac.th/pdffile/JN1428/.pdf ตวงพร กตัญ�ุตานนท์ (2556). ภาวะโภชนาการและพฤติกรรม 3 อ. ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจําหมู่บ้าน. (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา : http://journal.hcu.ac.th/pdffile/jn1733/.pdf สุดารัตน์ วาเรศ (2556) ผลการออกกําลังกายด้วยการเดินที่มีผลต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมัน ของนักเรี ยนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีนํ้าหนักเกินเกณฑ์(12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา http://ir.swu.ac.th/jspui/handle อรพินท์ สีขาว และคณะ (2560) พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาพยาบาลที่มีดัชนีมวลกาย เกิ นมาตรฐา น มหาวิทยาลัยหัวเฉี ย วเฉลิ มพ ระ เกี ย รติ(12 มกราคม 2563) [ออนไลน์ ] แหล่งที่ ม า file:///C:/Users/User/Downloads/academichcu,+Journal+editor.pdf คมสันต์ แรงจบ(2560) การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.2 ส. ของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจําหมู่บ้าน พื้ นที่เขตสุขภาพที่ 8 (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มาhttp://do8.hss.moph.go.th/do8.pdf ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
37 Reference Micheal Grasdalsmoen และคณะ (2562) เรื่อง Physical exercise and body mass index in young adult: a national survey of Norwegian university students ( 12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่ งที่มา https://www.researchgate.net/scientific-contributions/Michael-Grasdalsmoen Jui-Hua Huang และคณะ (2562) Health-associated nutrition and exercise behaviors in relation to metabolic risk factors stratified by Body mass index ( 12 มกราคม 2563) [อ อน ไ ล น์] แห ล่ งที่ มา https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30857328/ Kelley George และคณะ (2560) Exercise and BMI z-score in Overweight and Obese children and adolescents: A systematic review and network Meta-Analysis of randomized trials (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27792271/ Clemens Drenowatz และคณะ (พ.ศ. 2559) The prospective association between different types of exercise and body composition (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4643425/ RL McCrea และคณะ (2554) Body mass index and common mental disorders: exploring the shape of the association and its moderation by age, gender and education (12 มกราคม 2563) [ออนไลน์] แหล่งที่มา https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21427699/ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม