40 ตารางที่ 13 ตารางแจกแจงความถี่และร้อยละของระดับการศึกษา กับพฤติกรรมการตรวจเต้านม ด้วยตนเองหลังได้รับความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ปัจจัย โทรติดตามผลหลังให้ความรู้ ไม่ได้ตรวจ ตรวจเอง/ปกติ Total การศึกษา ต ่ากว่า ป.6 4 8 12 ต ่ากว่า ม.3 4 3 7 ต ่ากว่า ม.6 0 3 3 ปวช. 2 1 3 ปริญญาตรีขึ้นไป 4 21 25 Total 14 36 50 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
41 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยนี้เป็ นการวิจัยรูปแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental research) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง เป็ นญาติผู้ป่ วยโรคมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อายุระหว่าง 30-70 ปี จ านวน 50 คน มาท า การทดลอง โดยให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ใช้สื่อดังต่อไปนี้ คือ แผ่นพับ โมเดลเต้านม และสื่อ วิดิทัศน์ เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทักษะและเจตคติของผู้เข้าร่วมวิจัย ก่อนและหลังได้รับความรู้ของกลุ่ม ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัดส่วน และร้อยละ ส าหรับการวิเคราะห์ลักษณะผู้เข้าร่วมวิจัยและใช้สถิติ paired T-Test , One Way ANOVA และ chisquare test ส าหรับการวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนแบบสอบถามก่อนและหลังให้ความรู้ รวมถึงการ แสดงวิธีการตรวจเต้านมที่ถูกต้องด้วยตนเองและการกลับไปตรวจเองที่บ้านหลังเข้าร่วมวิจัย 1 เดือน โดยก าหนดนัยส าคัญทางสถิติที่ p value = 0.05 5.1 สรุปผลการวิจัย ผลวิจัยพบว่า ระดับความรู้ ทักษะ และเจตคติ ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของมะเร็งเต้านม การรับรู้ประโยชน์ของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และการรับรู้ความสามารถตนเองในการตรวจ เต้านมด้วยตนเอง หลังให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ของญาติผู้ป่ วยมะเร็ง เต้านมที่มารับบริการในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพิ่มขึ้นทั้ง 3 ด้าน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ส่วนทักษะการคล าเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี หลังให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจ มะเร็งเต้านมด้วยตนเองของญาติผู้ป่ วยมะเร็งเต้านมที่มารับบริการในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) คิดเป็ นร้อยละ 100 ที่สามารถคล าเต้านมด้วย ตนเองได้อย่างถูกวิธีหลังได้รับความรู้ และพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง หลังได้รับ ความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองในช่วงระยะเวลา 1 เดือนแรกหลังเข้าร่วมงานวิจัย มีผู้เข้าร่วมวิจัยกลับไปตรวจเต้านมด้วยตนเอง 36 คน (ร้อยละ 72) และผลการตรวจเต้านมด้วย ตนเองไม่พบความผิดปกติทั้ง 36 คน (ร้อยละ 100) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
42 5.2 อภิปรายผล 5.2.1 ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมและการ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ความรู้ของกลุ่มตัวอย่างภายหลังได้รับความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วย ตนเอง มีคะแนนเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยกลุ่มตัวอย่างได้รับ ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม อาการ ปัจจัยเสี่ยง ความรุนแรงของโรคมะเร็งเต้านม ร่วมถึงวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี และชี้น าให้เห็นถึงความส าคัญของ โรคมะเร็งเต้านมเพื่อสร้างเจตคติที่ดีและเหมาะสม จากทีม ผู้วิจัยผ่านแผ่นพับความรู้ ที่น าเสนอข้อมูลที่ส าคัญของโรคมะเร็งเต้านม ในด้านต่างๆ และสื่อวิดิทัศน์ที่อธิบาย วิธีการตรวจเต้านม ซึ่ง เป็ นการเรียนรู้ที่เห็นภาพอย่างชัดเจน จึงท าให้กลุ่ม ตัวอย่าง สามารถจดจ า เข้าใจและมีความรู้เพิ่มขึ้น ผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาผล ของ โปรแกรมการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งและการ ตรวจเต้านมด้วยตนเองใน กลุ่มนักศึกษาหญิงที่ศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศอิหร่าน อียิปต์มาเลเซีย และ เอธิโอเปี ย ซึ่งพบว่าเมื่อได้รับโปรแกรม ส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยการ ให้ความ รู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมอย่างเป็ นระบบ มีขั้นตอน มีสื่อที่ชัดเจนท าให้กลุ่ม ตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับ มะเร็งเต้านมและการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพิ่มขึ้น และ มีคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติ (Abera, Mengistu, & Bendaso, 2017; Akhtari-Zavare, Juni, Said, Ismail, Latiff, & Eshkoor, 2016; El-Mohsen & ElMaksoud, 2015; Moodi, Mood, Sharifirad, Shahnazi, & Sharifzadeh, 2011) 5.2.2 ทักษะ และความสามารถในการตรวจ เต้านมด้วยตนเอง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ภายหลังได้รับความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนน ด้านทักษะ และความสามารถในการตรวจเต้านมด้วยตนเอง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05แสดงให้เห็นว่า การรับรู้เกิด จากการได้รับความรู้การดูวิดีทัศน์ ด้วยตนเอง ดูการสาธิตและทดลองตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยผู้วิจัย ช่วยอธิบายและ ชี้แนะเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ก าลังใจและชมเชยเมื่อสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ท าให้กลุ่ม ตัวอย่างเกิดความมันใจในการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ่เพิ่มขึ้น การให้แผ่นพับการตรวจ เต้านมด้วยตนเอง ช่วยให้กลุ่มตัวอย่างสามารถใช้ทบทวนเมื่อต้องการ จึงท าให้กลุ่ม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
43 ตัวอย่างรับรู้ความสามารถตนเองเพิ่ม มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่ผ่านมา (Abera, Mengistu, & Bendaso, 2017; AkhtariZavare, Juni, Said, Ismail, Latiff, & Eshkoor 2016; El-Mohsen & El-Maksoud, 2015; Moodi, Mood, Sharifirad, Shahnazi, & Sharifzadeh, 2011) 5.2.3 เจตคติ และความตระหนักด้านสุขภาพ ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ภายหลังได้รับความรู้ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนน ด้านเจตคติ และรับรู้ โอกาส เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 แสดงให้เห็นว่าภายหลังที่กลุ่ม ตัวอย่างได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ท าให้ กลุ่มตัวอย่างรับรู้ เสริ มสร้างเจตคติที่ดี และตระหนักถึงโอกาสเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น และรับรู้ประโยชน์ของ การตรวจเต้านมด้วยตนเองว่าเป็ น วิธีการที่สะดวก และสามารถคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้และสามารถ เข้ารับการรักษาได้อย่างทันถ่วงทีผลการศึกษาครั้งนี้สอดคล้องกับ การศึกษาของ El-Mohsen & El-Maksoud (2015) ศึกษาในกลุ่มนักศึกษาพยาบาล หญิงมหาวิทยาลัย ในประเทศอียิปต์ และการศึกษา ของ Akhtari-Zavare, Juni, Said, Ismail, Latiff, & Eshkoor (2016) ศึกษาในกลุ่มนักศึกษาหญิงระดับ อุดมศึกษา มหาวิทยาลัยในประเทศ มาเลเซีย ซึ่ งพบ ว่าเมื่อได้รับโปรแกรมส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วย ตนเอง โดยใช้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเป็ น กรอบแนวคิดของการวิจัย กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อ ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการรับรู้โอกาสเสี่ยง และการรับรู้ประโยชน์เพิ่มขึ้น 5.2.4 พฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ภายหลังได้รับความรู้ เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการตรวจเต้านม ด้วยตนเองเพิ่มขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมงานวิจัยได้กลับไปตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองถึง 36 คน (ร้อยละ 72) ซึ่งเป็ นผลมาจากกลุ่มตัวอย่างได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้า นม และการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และรับรู้โอกาสเสี่ยง ต่อการเกิดมะเร็งเต้านม รับรู้ ประโยชน์ของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง เกิดความมันใจในการตรวจเต้านม ่ ด้วย ตนเองร่ วมกับการได้รับแผ่นพับความรู้ แสดงวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
44 และลิงค์ของวิดีทัศน์สอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ท าให้กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรม การตรวจเต้านมด้วยตนเองเพิ่มสูงขึ้น 5.2 ข้อจ ากัดในการวิจัย 5.2.1 การศึกษาครั้งนี้เป็ นการศึกษาในกลุ่มญาติของผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรีมีเกณฑ์คุณสมบัติในการคัดเข้าและคัดออกที่ก าหนดเฉพาะในการศึกษานี้ เท่านั้น การน าผลการศึกษาไปใช้ควรพิจารณาถึงปัจจัยด้านอื่นๆที่อาจแตกต่างกัน เช่น สถานที่ที่ผู้ป่ วยอยู่ ความชุกของโรคมะเร็งเต้านมในถิ่นนั้น 5.2.2 มีการเก็บข้อมูลจากประชากรเพียง 50 คน ซึ่ งอาจไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มประชากรผู้ป่ วย โรคมะเร็งเต้านมทั้งหมด 5.2.3 มีผู้เข้าร่วมการวิจัยบางส่วนที่ไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งอาจท าให้ผลการวิจัยคลาดเคลื่อนได้ 5.2.4 เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 ท าให้การเก็บข้อมูลอาจไม่สะดวกหรือมีข้อจ ากัดบางอย่าง เช่น เวลาในการท าแบบสอบถามอาจมีจ ากัด ผู้ป่ วยมีจ านวนลดลง สถานที่มีความแออัด ท าให้ก่อให้เกิดความเร่งรีบในการท าแบบสอบถามได้ 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ ผลการศึกษาพบว่าหลังได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม จากสื่อการสอน วิดิทัศน์ แผ่นพับความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและท าแบบประเมินความรู้ ทักษะ และเจตคติ กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมสูงกว่าก่อนเข้าร่วม โครงการวิจัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโปรแกรมมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมวิจัย มีการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมเพิ่มมากขึ้นดังนั้น สามารถน าโครงการนี้ไปใช้รณรงค์การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ได้ในญาติผู้ป่ วยโรคมะเร็ง เต้านมได้ เพื่อเพิ่มการได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
45 5.2.2 ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป แม้ว่าโปรแกรมส่งเสริ มการตรวจเต้านมด้วยตนเองจะมีประสิทธิผลเพิ่มพูน สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อคัดกรองมะเร็งได้แต่จากการโทรสอบถาม ผู้เข้าร่วม โครงการอาจคล าได้อย่างไม่ถูกต้องครบถ้วน จึงควรศึกษาวิธีการคล าที่ถูกต้องในกลุ่ม ตัวอย่างที่เข้าร่ วมการวิจัย เพื่อที่จะได้น าผลการวิจัย มาแปลผลได้อย่างถูกต้องมี ประสิทธิภาพและผู้เข้าร่วมการวิจัยมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
46 บรรณานุกรม บรรณานุกรมภาษาไทย กรมอนามัย. กระทรวงสาธารณสุข. 2555. ระบบการเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Surveillance System-BCSS). สืบค้นเมื่อ10กุมภาพันธ์ 2558, จาก http://www.hpc4.go.th/hpd/bcssv2/index_cancer.php?module=sign คณะกรรมการจัดท าแผนป้องกันป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ. แผนการป้องกันและควบคุม โรคมะเร็งแห่งชาติ พ.ศ. 2561-2565. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2560. ทรงคูณ ศรีดวงโชติ. 2552. ผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ของนักศึกษาหญิงระดับอุดมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา น ้าอ้อย ภักดีวงศ์, วารินทร์ บินโฮเซ็น, และ นวรัตน์ โกมลวิภาต. 2560. รายงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมการ ตรวจเต้านมด้วยตนเองและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ของนักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริ มการตรวจเต้านม ด้วยตนเอง. ปทุมธานี:มหาวิทยาลัยรังสิต. ภรณี เหล่าอิทธิ และ นภา ปริญญานิติกูล. มะเร็งเต้านม: ระบาดวิทยา การป้องกันและแนวทางการตรวจ คัดกรอง.วารสารจุฬาเวชศาสตร์. 2559;60(5):497-507. วรรณภา ปาณาราช, กนกพร หมู่พยัคฆ์, และ ปนัดดา ปริยทฤฆ. 2557. ผลของโปรแกรมการส่งเสริม สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรี วัยรุ่น. Journal of Nursing Science, 32(3): 52-63. วิรงรอง จรัญรักษ์. 2551. การพัฒนาศักยภาพแกนน าในการตรวจเต้านมด้วยตนเองในสตรี วัยรุ่น. สารนิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยรามค าแหง. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
47 สถาบันมะเร็ งแห่ งชาติ. แนวทางการตรวจคัดกรองวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ งเต้านม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2560. ส านักงานนโยบายและยุทธศาสตร์. 2558. สถิติสาธารณสุข 2558. นนทบุรี: ผู้แต่ง.เอมอร ชินพัฒนะ วงศา,และ กนกวรรณ สุวรรณ ปฏิกรณ์. 2557. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ ประโยชน์การรับรู้อุปสรรคและการรับรู้ความสามารถกับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วย ตนเองของนักศึกษาพยาบาล. วารสารสาธารณสุข, 28(3): 14-26 บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ Abera, H., Mengistu, D., & Bendaso, A. 2017. Effectiveness of planned teaching intervention on knowledge and practice of breast self-examination among first year midwifery students. PLoS one, 12(9). Retrieved September 26, 2017, from https://www.ncbi.nlm.nih. gov/pubmed/28949972 Ahmed, A. B. 2010. Awareness and practice of breast cancer and breast-self examination among University students in Yemeni. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 11(1): 101-105. Akhtari-Zavare, M., Juni, M. H., Said, S. M., Ismail, I. Z., Latiff, L. A., & Eshkoor, S. A. 2016. Results of randomized control trial to increase breast health awareness among young females in Malaysia. BMC Public Health, 16(11): 7381. Doi: 10.1186/s12889-016-3414-1 Al-Naggar, R. A., Al-Naggar, D. H., Bobrysher, Y. V., Chen, R., & Assabri, A. 2011. Practice and barriers toward breast self-examination among young Malaysian Women. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 12(5): 1173-1178. Beyday, K. D., & Yürügen, B. 2010. The effect of breast self-examination (BSE) education given to midwifery students on their knowledge and attitudes. Asia Pacific Journal of Cancer Prevetion, 11(6): 1761-1764. Catsburg, C., Miller, A. B., & Rohan, T. E. 2014. Adherence to cancer prevention guidelines and risk of breast cancer. International Journal of Cancer, 135(10): 2444-2452. Didarloo, A., Nabilou, B., & Khalkhali, R. 2017. Psychosocial predictors of breast selfexamination behavior among female students: An application of the health belief model using logistic regression. BMC Public Health, 17(861): 1-8. Doi: 10.1186/s12889-017-4880-9 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
48 Dumalaon-Canaria, J. A., Hutchinsen, A. D., Prichard, I. & Wilson, C. 2014. What causes breast cancer? A systematic review of causal attributions among breast cancer survivors and how these campare to expert-endorsed risk factors. Cancer Causes Control, 25(7): 771-785. El-Mohsen, A. A., & El-Maksoud, M. M. A. 2015. Improve knowledge, beliefs and behavior of undergraduate female nursing students in Al-AlZhar University toward breast self-examination practice. Journal of Education and Practice, 6(8): 102-110. Greif, J. M. 2010. Mammographic screening for breast cancer: An invited review of the benefits and costs. The Breast, 19(4): 268-272. Haber, G., Nasar, U., Ahmed, N. U., & Pekovic, V. 2012. Family history of cancer and its association with breast cancer risk perception and repeat mammography. American Journal of Public Health, 102(12): 2322-2329. Isara, A. R., & Ojedokun, C. I. 2011. Knowledge of breast cancer and practice of breast self-examination among female senior secondary school students. Journal of Preventive Medicine and Hygiene, 52(4): 186-190. Kara, B., & Acikel, C. H. 2009. Health beliefs and breast self-examination in a sample of Turkish nursing students and their mothers. Journal of Clinical Nursing, 18(10): 1412-1421. Latif, R. 2014. Knowledge and attitudes of Saudi female students towards breast cancer: A cross sectional study. Journal of Taibah University Medical Sciences, 9(4): 328-334. Lavdaniti, M. 2015. Perceptions and health beliefs of Greek nursing students about breast self-examination: A descriptive study. Journal of Nursing Practice, 21(6): 882- 888. Doi: abs/ 10.1111/ ijn.12323 Moodi, M., Mood, M. B., Sharifirad, G. R., Shahnazi, H., & Sharifzadeh, G. 2011. Evaluation of breast self-examination program. Journal of Research in Medical Sciences, 16(3): 316-322. National Breast and Ovarian Cancer Centre (NBOCC). 2009. Breast cancer risks factors a review of the evidence. Retrieved August 21, 2014, from https://canceraustralia.gov.au/ Njiaju, U. O., & Olopade, O. L. 2012. Genetic determinants of breast cancer risk: A review of current literature and issues pertaining to clinical application. The Breast Journal, 18(5): 436-452. Norwood, S. L. 2000. Research strategies for advanced practice nurses. New Jersey: Prentice Hall Health. Rosenstock, I. M., Stretcher, V. L., & Becker, M. H. 1988. Social learning theory and the health belief model. Health Education Quarterly, 15(2): 175-183. Shin, K. R., Park, H. J., & Kim, M. 2012. Practice of breast self–examination and knowledge of breast cancer among female university students in Korea. Nursing and Health Sciences, 14(3): 292-297. Doi: 10.1111/j.1442 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
49 ภาคผนวก ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
50 ภาคผนวก ก เอกสารรับรองโครงการวิจัยหรือสารนิพนธ์ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
51 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
52 ภาคผนวก ข เอกสารค าชี้แจงงานวิจัย เอกสารค ายินยอมเข้าร่วมวิจัย และแบบสอบถามงานวิจัย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
53 ข้อมูลส าหรับผู้เข้าร่วมวิจัย งานวิจัยเรื่อง การให้ความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองแก่ญาติของ ผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ เรียน ท่านผู้เข้าร่วมงานวิจัย ท่านเป็ นผู้ที่ได้รับเชิญจากผู้วิจัยให้เข้าร่วมการศึกษาในงานวิจัยนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ระดับความรู้ ทักษะ และเจตคติ ก่อนและหลังการให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ของญาติผู้ป่ วยมะเร็งเต้านมที่มาใช้บริการในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ผลการศึกษาที่ได้นี้จะ น าไปใช้ ประโยชน์ในงานวิจัยหัวข้อ การให้ความรู้ ทักษะ และเจตคติเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง แก่ญาติของผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ ผู้วิจัยจะให้ท่านตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวกับตัวของท่านเอง ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลทั้งหมด 2 ส่วน แบ่งเป็ น ตอนที่ 1แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล จ านวน 6ข้อ ตอนที่ 2แบบแบบประเมินความรู้ ทักษะ และเจตคติ ส าหรับผู้เข้าร่วมวิจัยให้ความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม จ านวน 12ข้อ ผู้วิจัยขอรับรองว่าข้อมูลของท่านจะเป็ นความลับ แต่จะถูกเปิ ดเผยในภาพรวม หากมีข้อสงสัย สามารถ ติดต่อได้ที่ นศพ.ปริญ นรวรชินกิจ โทรศัพท์0636456651 นศพ.อรชิสา อิทธิชูโชติ โทรศัพท์0944842849 นศพ.วีระเทพ งามนุสนธิ์ กิจ โทรศัพท์0873017272 นศพ.ศุภาพิชญ์ เดชกุล โทรศัพท์ 0833228384 นักศึกษาแพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนังเกล้า มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งเป็ นผู้วิจัย ่ ขอขอบคุณในความร่วมมือของท่านมา ณ ที่นี้ คณะผู้วิจัย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
54 ใบยินยอมด้วยความสมัครใจ (แบบสัมภาษณ์ส าหรับบุคคลากรทางการแพทย์) วันที่ให้ค ายินยอม วันที่ .......... เดือน ............................. พ.ศ................. ก่อนที่จะลงนามในใบยินยอมให้ท าการวิจัยนี้ ข้าพเจ้าขอให้ความยินยอมของตนเองที่จะเข้าร่วมโครงการวิจัย เรื่อง การให้ความรู้ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองแก่ญาติของผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ นักวิจัย/ผู้เก็บข้อมูลวิจัยได้อธิบายต่อข้าพเจ้าเกี่ยวกับการวิจัยครั้งนี้แล้ว ถึงวัตถุประสงค์ของ การวิจัยวิธีการวิจัย รวมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัยอย่างละเอียด และข้าพเจ้ามีความเข้าใจดี แล้ว นักวิจัย/ผู้เก็บข้อมูลวิจัยรับรองว่าจะตอบค าถามต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าสงสัยด้วยความเต็มใจ ไม่ ปิ ดบังซ่อนเร้น จนข้าพเจ้าพอใจ ข้าพเจ้าเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้โดยสมัครใจและมีสิทธิที่จะบอกเลิกการเข้าร่วมในโครงการวิจัย นี้เมื่อใดก็ได้ โดยการบอกเลิกการเข้าร่วมการวิจัยนี้และจะไม่มีผลต่อการบริการในการดูแลรักษาของ ข้าพเจ้าแต่ประการ ใด ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความข้างต้นแล้ว มีความเข้าใจดีทุกประการ และได้ลงนามในใบยินยอมนี้ ด้วยความ เต็มใจ ลงนาม ................................................... ผู้ยินยอม (..................................................) วันที่ .........../................/............. ลงนาม ........................................... ผู้เก็บข้อมูล/ผู้วิจัย (..................................................) ต าแหน่ง ..................................... วันที่ .........../................/............. ลงนาม ................................................... พยาน (..................................................) วันที่ .........../................/............. ลงนาม ................................................... พยาน (..................................................) วันที่ .........../................/............. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
55 ตัวอย่างแบบประเมินความรู้ ทักษะ และเจตคติ ส าหรับผู้เข้าร่วมวิจัยให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม • เบอร์ติดต่อ……………………………………………………………………………….. • อายุ 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปี ขึ้นไป • เพศ ชาย หญิง • การศึกษา ต ่ากว่าป.6 ต ่ากว่าม.3 ต ่ากว่าม.6 ปวช. ปริญญาตรีขึ้นไป • จ านวนบุตร...................... • ความสัมพันธ์กับผู้ป่ วยมะเร็งเต้านม........................... ด้านความรู้ 1. มะเร็งเต้านมพบมากในช่วงอายุ 20-25 ปี o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 2. มะเร็งเต้านมพบในเฉพาะผู้หญิง o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 3. อาการของโรคมะเร็งเต้านม นอกจากคล าพบก้อนที่เต้านมแล้ว ยังมีอาการปวดเต้านม แขนบวม หัวนมบุ๋มลง และมีสารคัดหลังจากหัวนมเป็ นเลือด ่ o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
56 4. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเป็ นมะเร็งเต้านม o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ ด้านทักษะ 5. การตรวจเต้านมด้วยตนเองให้ใช้มือข้างเดียวกับเต้านมข้างที่ตรวจ o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 6. การตรวจเต้านมโดยการคล าในแนวรูปลิ่ม จะเริ่มคล าจากส่วนบนของเต้านมตามแนวก้นหอยไป จนถึงฐานนม บริเวณรอบรักแร้ o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 7. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง สามารถท าได้ท่านอน โดยนอนราบ มือ 1 ข้างวางข้างล าตัว และใช้อีก มือนึงคล าทัวเต้านมและรักแร้ ่ o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 8. การตรวจด้วยวิธี mammography เป็ นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจมะเร็งเต้านมในระยะแรก o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
57 ด้านเจตคติ 9. การมีประวัติคนในครอบครัวเป็ นโรคมะเร็งเต้านม เป็ นปัจจัยเสี่ยงที่ส าคัญในการเกิดโรคมะเร็งเต้า นม o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 10. โรคมะเร็งเต้านมเป็ นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้ป่ วยหญิงไทย o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 11. โรคมะเร็งเต้านม เป็ นโรคที่สามารถท าให้เสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม สามารถรักษาให้หายขาดได้ o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ 12. ผู้หญิงอายุ 40 ปี ขึ้นไป ควรตรวจ mammography ทุก 2 ปี o ใช่ o ไม่ใช่ o ไม่แน่ใจ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
58 ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
59 การตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา การวิเคราะห์ความตรงเชิงเนื้อหา (Content validity) ของแบบประเมินความรู้ ทักษะ และเจตคติ ส าหรับ ผู้เข้าร่วมวิจัยให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ค่าความสอดคล้องภายใน (Index of item objective congruence, IOC) ค่า IOC = ผลรวมของคะแนนรายข้อ / จ านวนผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีสูตรการค านวณดังนี้ IOC = R/N เมื่อ IOC คือ ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์กับแบบสัมภาษณ์ R คือผลรวมของคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N คือ จ านวนผู้เชี่ยวชาญ ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อค าถามวัดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อค าถามวัดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ให้คะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อค าถามวัดได้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วน าผลคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญมาค านวณหาค่า IOC ตามสูตร เกณฑ์: 1. ข้อค าถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่0.50-1.00 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 2. ข้อค าถามที่มีค่า IOC ต ่ากว่า 0.50 ต้องปรับปรุง ยังใช้ไม่ได้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
60 ข้อที่ ระดับความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 +1 2 0 0 0 0 3 +1 +1 +1 +1 4 0 0 0 0 5 +1 +1 +1 +1 6 +1 +1 +1 +1 7 +1 +1 +1 +1 8 +1 +1 +1 +1 9 +1 +1 +1 +1 10 +1 +1 +1 +1 11 +1 +1 +1 +1 12 +1 +1 +1 +1 รวม 10 10 10 10 ตารางที่ 14 Index of item objective congruence (IOC) รายนามผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย 1. นายแพทย์สุริยะ ปิ ยผดุงกิจ 2. นายแพทย์พงศกร สุขเกษม 3. แพทย์หญิงรัชนียังไพโรจน์ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
61 ภาคผนวก ง แผ่นพับความรู้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
62 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
63 ประวัติผ้วิจัยู 1. ชื่อ- สกุล: นางสาวศุภาพิชญ์ เดชกุล ชื่อ- สกุล(อังกฤษ) : Miss Supapich Dechkul วัน เดือน ปี เกิด : 21 มิถุนายน พ.ศ.2540 ต าแหน่งปัจจุบัน : นักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่อยู่ปัจจุบัน : เลขที่ 178/498 หมู่บ้านเวิล์ดคลับแลนด์ หมู่ที่ 7 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 50230 โทรศัพท์ : 083-3228384 E-mail address : [email protected] ประวัติการศึกษา - ระดับชั้นอนุบาล 1-3 : โรงเรียนอนุบาลวารีเชียงใหม่ - ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนวารีเชียงใหม่ - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ: ไม่มี 2. ชื่อ- สกุล: นายวีระเทพ งามนุสนธิ์ กิจ ชื่อ- สกุล(อังกฤษ) : Mr. veeratape Ngamnusonkit วัน เดือน ปี เกิด : 17 เมษายน พ.ศ.2540 ต าแหน่งปัจจุบัน : นักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่อยู่ปัจจุบัน : เลขที่ 305/14 หมู่4 หมู่บ้านสันทรายคันทีวิว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210 โทรศัพท์ : 087-3017272 E-mail address : [email protected] ประวัติการศึกษา - ระดับชั้นอนุบาล 1-3 : โรงเรียนดรุณนิมิตร เชียงใหม่ - ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เชียงใหม่ - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ: ไม่มี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม
64 3. ชื่อ- สกุล: นางสาวอรชิสา อิทธิชูโชติ ชื่อ- สกุล(อังกฤษ) : Miss Onshisa itichuchote วัน เดือน ปี เกิด : 21 มีนาคม พ.ศ.2539 ต าแหน่งปัจจุบัน : นักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่อยู่ปัจจุบัน : เลขที่ 688/35 คอนโดวิชแอดสยาม ซ.พญานาค ถ.พญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. 10400 โทรศัพท์ : 094-4842849 E-mail address : [email protected] ประวัติการศึกษา - ระดับชั้นอนุบาล 1-3 : โรงเรียนวุฒิสารศึกษา - ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ร่มเกล้า - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ: ไม่มี 4. ชื่อ- สกุล: นายปริญ นรวรชินกิจ ชื่อ- สกุล(อังกฤษ) : Mr. Prince nolvonchinakit วัน เดือน ปี เกิด : 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2538 ต าแหน่งปัจจุบัน : นักศึกษาแพทย์ชั้นปี ที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ที่อยู่ปัจจุบัน : เลขที่ 99/238 Q house Avenue ถ.นครอินทร์ ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทรศัพท์ : 063-6456651 E-mail address : [email protected] ประวัติการศึกษา - ระดับชั้นอนุบาล 1-3 : โรงเรียนแสงโสม - ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 : โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ: ไม่มี ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม