èĀÐùĀÜ×òéèúèśāÐòÿãāø
ëĈśČùöÖúāÓöāðòĈśČôÿïĈðăêŠÜÜāðāéòòâāÐāòèĀÐüŚāè
ต�ำ นานเทพเจ้าอียิปต์
ณัฐพล เดชขจร
ราคา 295 บาท
ตำนานเทพเจา อยี ปิ ต
ณฐั พล เดชขจร: เขยี น
พมิ พครง้ั ท่ี 1 2560
พิมพคร้งั ท่ี 2 2562
ราคา 295 บาท
ขอ มลู ทางบรรณานกุ รมของสำนักหอสมดุ แหงชาติ
National Library of Thailand Cataloging in Publication Data
ณัฐพล เดชขจร.
ตำนานเทพเจาอียิปต. -- พิมพครัง้ ที่ 2.-- กรงุ เทพฯ : ยิปซี กรปุ , 2562.
388 หนา.
1. เทพปกรณัมอยี ิปต. l. ชือ่ เร่ือง.
398.2
ISBN 978-616-301-684-3
c ขอความในหนังสอื เลมน้ี สงวนลิขสิทธต์ิ ามพระราชบญั ญตั ลิ ิขสทิ ธิ์ (ฉบบั เพ่ิมเตมิ ) พ.ศ. 2558
การคดั ลอกสว นใดๆ ในหนังสอื เลม น้ไี ปเผยแพรไ มวา ในรปู แบบใดตอ งไดรบั อนุญาตจากเจา ของลิขสทิ ธ์ิกอ น
ยกเวน เพอ่ื การอา งอิง การวิจารณ และประชาสมั พนั ธ
บรรณาธิการอำนวยการ : คธาวุฒิ เกนยุ
บรรณาธิการบรหิ าร : สรุ ชัย พิงชยั ภมู ิ
ผูช ว ยบรรณาธกิ ารบรหิ าร : วาสนา ชรู ัตน
บรรณาธกิ ารเลม : ประลองพล เพ้ียงบางยาง
กองบรรณาธกิ าร : คณิตา สตุ ราม พรรณิกา ครโสภา ดารียา ครโสภา
เลขากองบรรณาธิการ : อรทยั ดสี วัสด์ิ
พิสจู นอกั ษร : วนัชพร เขียวชอมุ สวภัทร เพ็ชรรตั น
รูปเลม : คีย รชิ เนสส
ออกแบบปก : Rabbithood Studio
ผอู ำนวยการฝายการตลาด : นชุ นนั ท ทกั ษณิ าบัณฑิต
ผจู ดั การฝา ยการตลาด : ชติ พล จันสด
ผูจดั การทั่วไป : เวชพงษ รตั นมาลี
จดั พมิ พโ ดย : บรษิ ัท ยิปซี กรุป จำกดั เลขที่ 37/145 รามคำแหง 98
แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
พิมพที่ โทร. 0 2728 0939 โทรสาร. 0 2728 0939 ตอ 108
จัดจำหนา ย www.gypsygroup.net
: บริษทั วิชน่ั พรเี พรส จำกัด โทร. 0 2147 3175
: บรษิ ัท ยิปซี กรปุ จำกัด โทร. 0 2728 0939
www.facebook.com/gypsygroup.co.ltd
LINE ID : @gypzy
สนใจสงั่ ซ้ือหนงั สอื จำนวนมากเพื่อสนบั สนนุ ทางการศกึ ษา สำนกั พมิ พลดราคาพิเศษ ติดตอ โทร. 0 2728 0939
เทพตเจำ�น้าอานียิปต์
Egyptian
Mythology
✜ ณัฐพล เดชขจร ✜
ค�ำนำ� ส�ำนกั พิมพ์
✜✜✜✜
ชาวไอยคุปต์ฝากรอยอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
เพียงแค่เศษซากโบราณสถานบางส่วนท่ีพวกเขารังสรรค์ไว้ก็ท�ำให้ผู้คน
ในยคุ ปจั จบุ นั ตอ้ งตนื่ ตะลงึ เมอื่ ไดพ้ บเหน็ และครนุ่ คดิ ตอ่ ไปวา่ ชาวอยี ปิ ต์
โบราณนั้นทรงภูมิปัญญามากเพียงใด จึงก่อเกิดสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้
ขนึ้ มาได ้ แตส่ งิ่ หนง่ึ ทม่ี น่ั ใจไดว้ า่ พวกเขาตอ้ งมอี ยอู่ ยา่ งเตม็ เปย่ี มแนน่ อน
กค็ ือศรัทธาอันแรงกลา้
แรงศรัทธาและความย�ำเกรงที่ชาวไอยคุปต์มีต่อเทพเจ้า ความ
เชอ่ื ทม่ี ตี อ่ โลกหลงั ความตาย ผลกั ดนั ใหพ้ วกเขาสรา้ งวหิ ารบชู าองคเ์ ทพ
ทน่ี บั ถอื รกั ษาศพผวู้ ายชนมไ์ วใ้ นสภาพของมมั ม ่ี เกบ็ สมบตั ไิ วใ้ หค้ นตาย
ไดใ้ ชใ้ นโลกหนา้ จารกึ เรอื่ งราวลงบนแผน่ หนิ วาดลวดลายประดบั สสุ าน
ให้งามวิจิตร รวมไปถึงการสร้างมหาพีระมิดขนาดมหึมาที่แม้แต่คน
สมัยใหมย่ งั ตอ้ งค้อมคารวะใหก้ บั พลังแห่งการสร้างสรรค์
ค�ำถามที่ตามมาคือ เทพเจ้าที่พวกเขาบูชานั้นเป็นเช่นไร ปวง
เทพแห่งอียิปต์โบราณเรืองฤทธ์ิเพียงใด จึงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตมนุษย์
มากมายถึงเพยี งน้ี
ณฐั พล เดชขจร ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นอยี ปิ ตว์ ทิ ยา ไดต้ อบคำ� ถามนี้
ไวด้ ว้ ยมมุ มองของนกั โบราณคดที ม่ี ไิ ดม้ งุ่ เนน้ เพยี งแคต่ ำ� นาน ความลกึ ลบั
และอภินิหารของเหล่าทวยเทพ แต่เป็นการค้นคว้าผ่านส่ิงท่ีหลงเหลือ
ทางประวตั ศิ าสตร ์ ทำ� ใหเ้ ราไดร้ เู้ หน็ ถงึ ทมี่ าทไี่ ปของความเชอื่ พฒั นาการ
ของอารยธรรมอยี ปิ ตโ์ บราณ และความเปลยี่ นแปลงแหง่ ศรทั ธาในแตล่ ะ
ยุคสมัย นอกเหนือไปจากการท�ำความรู้จักกับประวัติและพลังอ�ำนาจ
ของเทพเจา้ แต่ละองค ์
ตำ� นานเทพเจา้ อยี ปิ ต ์ จงึ นบั เปน็ ผลงานชน้ิ เอกทรี่ วบรวมขอ้ มลู
ไว้อย่างครบครันสมบูรณ์แบบ ซ่ึงยากจะหาอ่านได้จากหนังสือเล่มใด
ในภาคภาษาไทย
ขอเทพเจ้าอ�ำนวยพร
สำ� นักพมิ พย์ ปิ ซี
ค�ำน�ำผเู้ ขียน
“ศาสนา” เกดิ ข้นึ มาจาก
“ความกลวั ” และ “ความไม่เขา้ ใจในธรรมชาติ”
มนุษย์โลกตั้งแต่ยุคหาของป่า-ล่าสัตว์ มาจนถึงยุครุ่งอรุณแห่ง
อารยธรรม ล้วนแล้วแต่พยายามท่ีจะรังสรรค์เทพเจ้าขึ้นมาเป็นตัวแทน
ปรากฏการณ์และส่ิงต่างๆ ในธรรมชาติที่พวกเขาพบเห็นแต่ไม่สามารถ
อธบิ ายได ้ นกั โบราณคดคี น้ พบหลกั ฐานจากแหลง่ โบราณคดอี ายรุ าวหนงึ่
หมื่นปีช่ือว่า “โกเบคลี เทเป” (Göbekli Tepe) ทางตอนใต้ของประเทศ
ตุรกี เป็นโบราณสถานรูปวงกลมประดับไปด้วยเสาหินรูปทรงแปลกตา
พวกเขาตคี วามวา่ นคี่ อื “วหิ าร” ทเ่ี กา่ แกท่ ส่ี ดุ ในโลก และนน่ั แสดงใหเ้ หน็
วา่ ศาสนากบั มนษุ ยชาตอิ ยคู่ กู่ นั มายาวนานตงั้ แตก่ อ่ นอารยธรรมแรกเรมิ่
ที่สุดของโลกโบราณอย่างอาณาจักรไอยคุปต์ หรือเมโสโปเตเมียจะถือ
ก�ำเนดิ ขนึ้ มาเสยี อีก
แต่ด้วยว่า “ศาสนา” และเทพเจ้าคือมโนคติพ้ืนฐานที่หย่ังราก
ลึกลงไปในสารบบความคิดของมนุษยชาติทั่วโลก การสร้างเทพเจ้าข้ึน
มาเพ่ือเป็นตัวแทนของพลังทางธรรมชาติจึงเป็นสิ่งท่ีพบเห็นได้ท่ัวไปใน
หลากหลายอารยธรรมโบราณ รวมท้ังชาวไอยคุปต์ที่รุ่งเรืองอยู่ใน
ประเทศอียิปต์ต้ังแต่เม่ือประมาณ 5,000 ปีมาแล้วด้วยเช่นกัน สิ่งท่ีน่า
ทึ่งของชาวไอยคุปต์ก็คือพวกเขานับถือเทพเจ้ามากมายถึงกว่า 1,500
องค!์ ถา้ นบั แคเ่ ทพเจา้ เดน่ ๆ กไ็ มต่ ำ่� กวา่ หนง่ึ รอ้ ยองคแ์ ลว้ เทพเจา้ แตล่ ะ
องคก์ จ็ ะมคี วามเกย่ี วขอ้ งกบั ธรรมชาตติ ง้ั แตท่ อ้ งนภา ผนื ดนิ สายนำ้� และ
อากาศ ไปจนถงึ เทพเจา้ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั มโนคตใิ นเรอ่ื งของความตายและ
การฟื้นคืนชีพ ซึ่งถือเป็นความเช่ือท่ีชาวไอยคุปต์ทุกยุคทุกสมัยยึดถือ
ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง น่ันจึงท�ำให้ในปัจจุบัน
หลกั ฐานทยี่ งั คงหลงเหลอื อยใู่ นอารยธรรมอยี ปิ ตโ์ บราณลว้ นเตม็ ไปดว้ ย
สสุ านของเหลา่ ฟาโรห ์ รวมทงั้ วหิ ารขนาดยกั ษท์ ช่ี าวไอยคปุ ตเ์ ชอื่ วา่ เปน็
สถานทีพ่ ำ� นกั อันเป็นนริ ันดรข์ องเหล่าเทพเจา้ ทพ่ี วกเขานบั ถือ
ถึงแม้ว่าหนังสือ “ต�ำนานเทพเจ้าอียิปต์” เล่มนี้จะไม่สามารถ
พาผู้อ่านทุกท่านไปท�ำความรู้จักกับเทพเจ้าของชาวไอยคุปต์ได้ครบ
ทง้ั 1,500 องค ์ แตก่ ถ็ อื ไดว้ ่าน่ีเปน็ หนงั สือที่ผู้เขยี นไดค้ ัดสรรเทพเจา้ ชั้น
แนวหนา้ มาใหผ้ อู้ า่ นไดท้ ำ� ความรจู้ กั กนั อยา่ งสมบรู ณท์ สี่ ดุ เทา่ ทเ่ี คยมมี า
ผู้เขียนต้ังใจน�ำเสนอเน้ือหาด้วยการจัดหมวดหมู่เทพเจ้าตามรูปร่าง
ลักษณะ ต้ังแต่มานุษยรูปนิยมหรือเทพเจ้าที่มีรูปร่างเสมือนมนุษย์ทุก
ประการ ไปจนถงึ เทพเจา้ ในรปู ของสตั วรปู นยิ ม กค็ อื เทพเจา้ ทอ่ี ยใู่ นรา่ ง
ของสตั วห์ รอื บา้ งกอ็ ยใู่ นรา่ งกายของมนษุ ยท์ วา่ มเี ศยี รเปน็ สตั วน์ านาชนดิ
นอกจากนน้ั ยงั มเี ทพเจา้ กลมุ่ พสิ ดารทอี่ าจไมค่ อ่ ยเปน็ ทร่ี จู้ กั กนั สกั เทา่ ใด
นกั มาน�ำเสนอปดิ ทา้ ยรายการเอาไว้ด้วย
ผู้เขียนอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกมาจากหนังสือและต�ำราต่างประเทศ
ท่ีเขียนโดยนักอียิปต์วิทยาที่มีชื่อเสียงดังท่ีได้แสดงเอาไว้แล้วใน
บรรณานกุ รมทา้ ยเลม่ เพอ่ื ใหผ้ อู้ า่ นทสี่ นใจสามารถไปคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ ได้
ผู้เขียนหวังว่าหนังสือเล่มน้ีจะท�ำให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจเทพเจ้าของชาว
อยี ปิ ตโ์ บราณไดล้ กึ ซง้ึ ยง่ิ ขน้ึ ตลอดจนสามารถชว่ ยจดุ ประกายใหผ้ ทู้ สี่ นใจ
ไดน้ �ำไปศกึ ษาและค้นควา้ ในระดับสงู ต่อไป
ณฐั พล เดชขจร
5 มิถนุ ายน พ.ศ. 2560
สารบญั
12 ❘ บทนำ� : เปิดต�ำนานเทพเจา้ แหง่ อยี ิปตโ์ บราณ
18 ❘ เทพเจ้าไอยคุปต์กลุม่ มานุษยรปู นิยม
มานษุ ยรูปนยิ มเพศชาย
♦ อตมุ จอมเทพผู้สร้างโลก...21
♦ โอซิริส ราชันแห่งโลกหลังความตาย...28
♦ อมุน จอมราชันแหง่ ปวงเทพ...38
♦ พทาห์ นายช่างใหญ่แห่งไอยคุปต์...52
♦ มิน จอมเทพผู้ปลุกพลังทางเพศ...64
♦ กมุ ารเทพ...76
มานษุ ยรูปนิยมเพศหญงิ
♦ ไอซิส จอมเวทหญิง...89
♦ ฮาเธอร์ สวุ รรณเทพี...98
♦ นตู เทพีผกู้ ลืนกินดวงสรุ ยิ า...112
♦ มาอัต เทพีผ้รู กั ษาระเบียบแห่งจกั รวาล...125
♦ นีธ เทพียอดนกั รบแหง่ ไอยคุปต์...138
♦ เซเชท อาลักษณ์หญงิ ...148
162 ❘ เทพเจ้าไอยคุปต์กลมุ่ สัตวรูปนิยม
♦ เทพเจา้ หมาใน...164
♦ เซธ เทพเจา้ ที่แข็งแกรง่ ทส่ี ดุ ในปฐพ.ี ..178
♦ สงิ หเทพและสงิ หเทพ.ี ..190
♦ เทพเจา้ เศียรแกะ...212
♦ วัวศักดส์ิ ทิ ธิ์แห่งไอยคปุ ต์...226
♦ เทพวิหค...238
♦ เทพและเทพีอสรพษิ ...261
♦ เทพสะเทินน�้ำสะเทินบก...272
♦ เทพแมลงแหง่ ไอยคุปต.์ ..285
298 ❘ เทพพสิ ดารและกลมุ่ เทพเจา้
♦ สุริยันและจนั ทรเทพ...300
♦ เทพเจา้ ตา่ งถิน่ ในดินแดนไอยคปุ ต์...315
♦ เทพเจ้าคนแคระ...339
♦ ยกขบวนก๊วนเทพ...350
380 ❘ บทสรุป : เทพเจา้ ไอยคุปตจ์ ากอดีตถงึ ปัจจบุ ัน
388 ❘ บรรณานุกรม
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
บทนำ�
12
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
Egyptian
Mythology
เปิดตำ�นาน
เทพเจา้ แห่ง
อียปิ ต์โบราณ
13
Egyptian Mythology
♦ เทพเจ้าเคปรสิ ร้างปฐมบทของวันใหม่ดว้ ยการดนั ดวงสรุ ิยาขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามอรุณรงุ่ ♦
หนึ่งในปริศนาส�ำคัญที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์ของโลก
ปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้นค�ำถามเกี่ยวกับ “ปฐมบท” ของทุกส่ิงทุกอย่างที่
อยใู่ นหว้ งจกั รวาลและเอกภพอนั กวา้ งใหญท่ พ่ี วกเราอาศยั อยเู่ ปน็ แน่ เรา
มาจากไหน เราถือก�ำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ซ่ึงดูเหมือนจะเป็นค�ำถามท่ี
ง่ายท่ีสุด ทว่ากลับตอบได้ยากมากท่ีสุดเช่นกัน ในปัจจุบันเรามีแนวคิด
และทฤษฎีเกี่ยวกับก�ำเนิดจักรวาลออกมามากมาย รวมทั้งการค้นพบ
14
Egyptian Mythology
บทน�ำ : เปิดต�ำนานเทพเจ้าแห่งอียิปต์โบราณ
ใหมๆ่ แตท่ ัง้ หมดทงั้ มวลกล็ ้วนแลว้ แต่น่าปวดหัวเสียน่ีกระไร
จะวา่ ไปแลว้ ข้อสงสยั เรื่องจดุ กำ� เนดิ ของโลกและจกั รวาลนน้ั ไม่
ไดเ้ พง่ิ มมี าในยคุ ของเรา แตถ่ า้ ลองมองยอ้ นกลบั ไปในอารยธรรมโบราณ
ตา่ งๆ กจ็ ะพบเหน็ ตำ� นานทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การสรา้ งโลกไดม้ ากมาย และใน
ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงปฐมบทในการสร้างโลกของชาวอียิปต์โบราณแห่ง
ล่มุ แม่น้ำ� ไนลซ์ ่งึ รุ่งเรืองอยตู่ ัง้ แตเ่ มือ่ ประมาณ 5,000 กว่าปีก่อน
โลกของชาวอยี ปิ ตโ์ บราณนน้ั เกยี่ วพนั กบั เทพเจา้ มากมายนบั พนั
องค์ แน่นอนว่าค�ำถามของพวกเขาอาจจะแตกต่างไปจากพวกเราบ้าง
เพราะเราอยู่ในโลกของวิทยาศาสตร์ซึ่งอธิบายหลายส่ิงหลายอย่างได้
ดว้ ยเหตแุ ละผล โดยมาจากการทดลองและค�ำนวณอนั แสนซับซอ้ น ถงึ
แม้ว่าบางสิ่งบางอย่างเราจะไม่สามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า เช่น
อนุภาคขนาดเล็กๆ อย่างโปรตอนหรืออิเล็กตรอน แต่กระน้ันเราก็
สามารถพิสูจน์การมีตัวตนจริงของมันได้ด้วยตัวเลขและสมการคณิต-
ศาสตร์ หากแตเ่ มอ่ื มองชาวไอยคปุ ตแ์ ลว้ ความเชอื่ ของพวกเขานนั้ ยงั ไม่
ได้เป็นวิทยาศาสตร์มากมายเท่าพวกเรา ถึงแม้ว่าเขาจะมีศาสตร์ในการ
ทำ� มมั มอี่ นั แสนนา่ ทงึ่ ทำ� ใหศ้ พไมเ่ นา่ เปอ่ื ยไดอ้ ยา่ งนา่ อศั จรรยใ์ จ แตน่ น่ั
กไ็ มไ่ ดห้ มายความวา่ พวกเขามคี วามรใู้ นเชงิ วทิ ยาศาสตรเ์ ตม็ เปย่ี ม เพราะ
ในดา้ นของการแพทย์ ชาวไอยคปุ ตก์ เ็ พยี งแคท่ ราบวา่ จะรกั ษาอาการเจบ็
ปว่ ยตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งไร โดยใชป้ ระสบการณข์ องแพทยร์ นุ่ กอ่ นทบี่ นั ทกึ เอา
ไว้ แตพ่ วกเขาไมอ่ าจอธบิ ายไดเ้ ลยวา่ เพราะเหตใุ ดวธิ ดี งั กลา่ วจงึ สามารถ
รักษาโรคน้ันๆ ให้หายได้
ดงั นัน้ คำ� ถามของชาวไอยคปุ ตก์ ค็ อื โลกของพวกเขาเกิดขน้ึ มา
ไดอ้ ย่างไร เทพเจ้าถือก�ำเนิดขึน้ มาได้อย่างไร ถือกำ� เนิดขึ้นมาตอนไหน
และสรรพชวี ติ ตา่ งๆ นนั้ ปรากฏขน้ึ มาไดด้ ว้ ยวธิ ใี ด ซงึ่ แนน่ อนวา่ พวกเขา
15
Egyptian Mythology
บทน�ำ : เปิดต�ำนานเทพเจ้าแห่งอียิปต์โบราณ
ไมไ่ ดม้ คี วามสามารถทางวทิ ยาศาสตรท์ ลี่ กึ ซง้ึ เทา่ พวกเรา ดงั นนั้ คำ� ตอบ
ทช่ี าวไอยคปุ ตค์ น้ หาจงึ ปรากฏออกมาในรปู แบบของ “ตำ� นาน” การสรา้ ง
โลกต่างๆ ท่เี ราคุ้นหกู นั นัน่ เอง
ต�ำนานการสร้างโลกของชาวอียิปต์โบราณที่เราเคยอ่านกันมา
นัน้ แทท้ ่จี รงิ แล้วก็ไม่ไดม้ ีเพียงแคต่ ำ� นานเดยี ว และทสี่ ำ� คญั ก็คือต�ำนาน
ของพวกเขานน้ั ไมไ่ ดป้ ะตดิ ปะตอ่ ชดั เจนเปน็ เรอื่ งเดยี ว แตม่ นั มาจากการ
รวบรวมและเรียบเรียงใหม่ของนักอียิปต์วิทยาจากหลากหลายแหล่ง
ข้อมูล ทั้งศิลปะ บทสวด และงานเขยี นโบราณต่างๆ โดยชาวไอยคปุ ต์
เองและนกั ประวตั ศิ าสตรท์ บ่ี นั ทกึ เอาไวใ้ นภายหลงั เชน่ ทรี่ จู้ กั กนั ดอี ยา่ ง
เฮโรโดตสั (Herodotus) ผู้เป็นบดิ าแห่งประวตั ิศาสตร์
ดว้ ยวา่ แตล่ ะนครมตี ำ� นานการสรา้ งโลกทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป นน่ั
จึงไม่แปลกท่ีบางคร้ังเราจะได้ยินว่าจุดเริ่มต้นของไอยคุปต์น้ันอยู่ที่การ
แตกออกของไขห่ า่ นใบยกั ษ์ แลว้ พลนั ปรากฏเทพเจา้ องคแ์ รกขน้ึ มา กอ่ น
ที่จะมีเทพเจ้าองค์อื่นๆ และมนุษย์ตามออกมาอีกเป็นพรวน แต่บ้างก็
บอกว่าผู้ท่ีสร้างมนุษย์ข้ึนมานั้นคือ เทพเจ้าคนุม (Khnum) แห่งเกาะ
เอเลเฟนทนี (Elephantine) ทางตอนใต้ โดยใชจ้ านหมนุ (Potter’s Wheel)
ของชา่ งปน้ั หมอ้ ในการรงั สรรคม์ นษุ ยข์ นึ้ มา แตช่ าวนครเมมฟสิ (Memphis)
อาจจะแย้งขึน้ มาว่า เทพพทาห์ (Ptah) ซง่ึ เปน็ เทพอปุ ถมั ภ์ของเมมฟิส
ต่างหากที่เป็นผู้สร้างสรรพส่ิงต่างๆ ขึ้นมาด้วยการเอื้อนเอ่ยวาจาของ
พระองค์ แต่ต�ำนานของเมืองเฮอร์โมโพลิส (Hermopolis) ก็ได้เสนอ
ไปอีกทางหนงึ่ เพราะพวกเขาเล่าว่าโลกใบน้ีเร่ิมต้นขนึ้ พร้อมกบั เทพเจา้
แปดองค์ หรอื “โป๊ยเซยี นแห่งไอยคปุ ต”์ อันประกอบไปด้วยเทพเจ้าสี่คู่
ชาย-หญิง โดยท่บี ุรษุ เทพมเี ศยี รเป็นกบและสตรเี ทพมเี ศียรเปน็ อสรพิษ
ตา่ งหากเลา่ !
16
Egyptian Mythology
บทน�ำ : เปิดต�ำนานเทพเจ้าแห่งอียิปต์โบราณ
สรปุ แลว้ ใครกนั แนท่ เ่ี ปน็ ผสู้ รา้ งสรรคต์ วั จรงิ แลว้ ใครกนั คอื ผแู้ อบ
อ้าง ค�ำตอบก็คอื ไม่มใี ครแอบอา้ งท้ังนน้ั ทกุ ต�ำนานเป็นของแท้ เพราะ
อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นว่าแต่ละเมืองก็มีเร่ืองเล่าของตัวเอง และมันก็
ไม่ได้สอดคล้องซึ่งกันและกันเลย ดังนั้น ก็อย่าไปเสียเวลาสับสนกับ
ตำ� นานมากมายของชาวไอยคุปตเ์ ลย
แต่ต�ำนานการสร้างโลกที่โดดเด่นท่ีสุดของชาวไอยคุปต์คือ
ต�ำนานของนครเฮลิโอโพลิส (Heliopolis) ต�ำนานนี้เป็นพงศาวดารท่ี
สาวกไอยคปุ ตไ์ ด้ยินบ่อยที่สุด เพราะเก่ียวขอ้ งกับเทพเจ้าเกา้ พระองคท์ ่ี
เราคุ้นเคยกนั ดีทส่ี ุด เชน่ เทพเจา้ อตุม จอมเทพผู้สรา้ งโลก, ชู เทพเจา้
แห่งอากาศ, เทฟนุต เทพตี วั แทนแห่งความช้ืน, เกบ เทพเจ้าแหง่ ผนื ดิน,
นูต เทพีแห่งท้องนภา และตามมาด้วยอีกสี่เทพเจ้าที่เช่ือว่าต้องคุ้นหู
แฟนๆ อียิปตโ์ บราณเป็นแนแ่ ท้อย่าง โอซริ สิ , ไอซิส, เซธ และเนฟทิส
รวมเปน็ เกา้ จอมเทพผสู้ รา้ งโลกตามตำ� นานของเมอื งเฮลโิ อโพลสิ นน่ั เอง
ดังน้ัน จึงขอเปิดต�ำนานเทพเจ้าแห่งอียิปต์โบราณด้วยการไป
ทำ� ความรูจ้ กั กบั เทพเจ้า ‘อตมุ ’ ปฐมเทพผรู้ งั สรรค์โลกใบนี้ขน้ึ มา ✜
17
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
18
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
Egyptian
Mythology
เทพเจ้า
ไอยคุปต์
กล่มุ มานษุ ยรูปนิยม
19
Egyptian Mythology
มานษุ ยรูปนิยม
เพศชาย
✜ อตุม ✜
จอมเทพผูส้ ร้างโลก
♦ เทพเจา้ อตุม ♦
ถ้าว่ากันตามต�ำนานของเฮลิโอโพลิสแล้ว จุดเร่ิมต้นของ
อียิปต์โบราณอยู่ท่ีผืนน�้ำอันกว้างใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน
กับแม่น้�ำไนล์ได้เป็นอย่างดี ผืนน�้ำแห่งน้ีมีชื่อเรียกว่านุน (Nun) เป็น
ผืนน้ำ� แห่งความอลหมา่ นซง่ึ มอี ยู่ต้ังแต่ก่อนทจี่ ะสรา้ งโลกแลว้ ลกึ เขา้ ไป
ในผืนน�้ำแห่งน้ีมีไข่ห่านใบใหญ่ซ่ึงจะเป็นต้นก�ำเนิดที่แท้จริงของเทพเจ้า
เมื่อเปลือกไข่แตกออก แผ่นดินผืนแรกก็ปรากฏข้ึนมาบนผืนน�้ำแห่ง
21
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
นนุ และบนผนื ดนิ นน้ั เทพเจา้ องคแ์ รกของโลกไอยคปุ ตก์ ย็ นื เดน่ เปน็ สงา่
อย ู่ พระองค์คือ อตุม (Atum)
อตุมประทับอยู่องค์เดียว กลัวจะเหงาก็เลยสร้างเทพเจ้าขึ้นมา
อีกสองพระองค์ซึ่งก็คือ เทพชู (Shu) และเทพีเทฟนุต (Tefnut) ด้วยวิธี
การอันเป็นปริศนา บ้างก็ว่าพระองค์จามฮัดเช้ยออกมาเป็นเทพเจ้าทั้ง
สอง แต่บ้างก็บอกว่าพระองค์ใช้วิธี “ช่วยตัวเอง” ต่างหากเล่า ก็ว่ากัน
ไป สรุปว่าเทพอตุมสร้างชูและเทฟนุตขึ้นมาจาก “ของเหลว” บางอย่าง
ในรา่ งกายของพระองค์ก็แลว้ กนั
♦ ตามตำ� นานกล่าววา่ งยู ูเรอัสบนหนา้ ผากของฟาโรห์
คอื ดวงตาของเทพอตุมท่อี อกไปช่วยสองเทพ ♦
22
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
พอมีลูกชายและลูกสาวมาเพิ่ม เทพอตุมก็ไม่เหงาและมีความ
สุขเป็นอันมากอยู่บนเกาะแห่งน้ัน ทว่าไม่มีใครที่มีความสุขอยู่ได้ตลอด
เวลา คร้ังหน่ึงลูกท้ังสองของเทพอตุมได้ตกลงไปในผืนน�้ำแห่งเทพนุน
เทพอตมุ ตกใจมากจงึ ไดค้ วกั ลกู ตาของพระองคอ์ อกมาเพอื่ สง่ มนั ออกไป
ตามหาผู้โชคร้ายทั้งสอง เคราะห์ดีท่ีพระเนตรของเทพอตุมนั้นสามารถ
นำ� พาลกู ทง้ั สองกลบั มาหาพระองคไ์ ดอ้ กี ครง้ั หนง่ึ นนั่ ทำ� ใหเ้ ทพอตมุ ปลม้ื
ปตี มิ ากจนตอ้ งรอ้ งไหอ้ อกมา และนำ้� ตาของเทพเจา้ อตมุ ในครง้ั นน้ั กเ็ ปน็
ตัวแทนถงึ การสร้างมนษุ ยชาติทง้ั ชายและหญิงข้ึนมานัน่ เอง
ถึงแม้ว่าเทพอตุมจะมีความสุขที่ได้ลูกทั้งสองคืนมา แต่ผู้ที่ต้อง
โศกเศรา้ กลบั เปน็ ดวงตาทถ่ี กู ใชไ้ ปปฏบิ ตั หิ นา้ ท ่ี เพราะเมอ่ื มนั ทำ� ภารกจิ
ได้ส�ำเร็จ ก็กลับมาเห็นว่าเทพอตุมได้เนรมิตดวงตาคู่ใหม่ข้ึนมาแทนเสีย
แล้ว แต่เทพอตุมก็ทราบดีว่าดวงตาเดิมของพระองค์จะต้องไม่พอใจ
อย่างมากแน่นอน จึงได้ใช้เวทมนตร์เปล่ียนดวงตาน้ันให้เป็นงูเห่า ก่อน
ท่ีจะน�ำมาประดับเอาไว้บนหน้าผากของพระองค์ เป็นต้นก�ำเนิดของงู
ยเู รอสั (Uraeus) ทปี่ รากฏบนหนา้ ผากและเครอื่ งประดบั ของเหลา่ ฟาโรห์
พระองค์ต่างๆ
หลงั จากนน้ั มาเทพเจา้ ชแู ละเทพเี ทฟนตุ กไ็ ดใ้ หก้ ำ� เนดิ เทพเจา้ อกี
สองพระองค์ตามมาก็คือ เทพเจ้าเกบ (Geb) และเทพีนูต (Nut) ในตอน
แรกเม่ือเกบและนูตแตง่ งานกนั กไ็ ดใ้ หก้ ำ� เนิดลูกๆ กล่มุ แรกออกมาก็คือ
บรรดาดวงดาวต่างๆ แต่เทพีนูตคงจะหิวหรืออย่างไรไม่ทราบ จึงได้กิน
ลูกตัวเอง (ก็ดวงดาวทั้งหลายนั่นแหละ) เข้าไปเสียอย่างน้ัน สร้างความ
โกรธเคืองให้กับเทพเกบมาก เทพีนูตอยากจะหนีจากเทพเกบจึงได้
โค้งตัวเองขึ้นไปอยู่ข้างบน ขณะท่ีเทพเกบนอนเอกเขนกอยู่ด้านล่าง
ปลายนิ้วมือและน้ิวเท้าของเทพีนูตค้�ำยันอยู่ที่ขอบฟ้าท้ังสอง กลายมา
23
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
เป็นจุดเร่ิมต้นของท้องฟ้า (เทพีนูต) และแผ่นดิน (เทพเกบ) โดยมีเทพชู
ผเู้ ปน็ พอ่ คอยแยกทงั้ คอู่ อกจากกนั ไมใ่ หก้ ลบั มาทะเลาะกนั อกี ซงึ่ เทพชู
ก็คอื อากาศทีอ่ ยู่ระหว่างผืนดินกบั ท้องฟา้ น่นั เอง
ต�ำนานการสร้างโลกของชาวไอยคุปต์ในเฮลิโอโพลิสน้ีสะท้อน
ให้เห็นถึงความเชื่อท่ีผูกโยงกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างชัดเจน
ถ้าเทียบกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แล้ว ค�ำว่าก�ำเนิดโลกหรือจักรวาลน้ัน
ก็คือก�ำเนิดเอกภพอันกว้างใหญ่จริงๆ ท�ำให้เราทราบว่าจุดก�ำเนิดท่ีแท้
จริงของสรรพส่ิงทั้งหมดในเอกภพน้ีมาจากการระเบิดคร้ังใหญ่ หรือ
บิกแบง (Big Bang) ซึ่งท�ำให้ได้อนุภาคหลากหลายชนิดว่ิงออกมาให้มั่ว
ไปหมด ผสมผสานกันเป็นชีวิตและส่ิงต่างๆ แต่ต�ำนานของชาวอียิปต์
โบราณไม่ได้ย้อนไปหาจักรวาล เพราะ “โลก” ของพวกเขาก็คือดินแดน
อียิปต์โบราณเท่าน้ัน ตามธรรมชาติแล้วแม่น้�ำไนล์จะไหลเอ่อท่วมทุกปี
ในช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคม (เม่ือเทียบกับระบบปฏิทินของ
เรา) และนนั่ คอื สญั ญาณการขน้ึ ปใี หมข่ องพวกเขา นำ�้ ทว่ มในครงั้ นนั้ กนิ
ระยะเวลายาวนานประมาณ 4 เดอื นกอ่ นทจ่ี ะลดระดบั ลงไป หลงเหลอื
ไวเ้ พยี งตะกอนดนิ สดี ำ� ทอี่ ดุ มไปดว้ ยแรธ่ าต ุ เหมาะแกก่ ารเพาะปลกู เปน็
อยา่ งมาก นำ� มาสชู่ อ่ื เรยี กดนิ แดนอยี ปิ ตโ์ บราณในสมยั กอ่ นวา่ “เคเมต”
(Kemet) ซง่ึ แปลว่า แผ่นดนิ สีด�ำ นัน่ เองครบั
ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์เมื่อระดับน้�ำลดลงดูสิ เกาะแก่ง
ต่างๆ หรือผืนแผ่นดินท่ีเคยจมอยู่ใต้น�้ำก็จะค่อยๆ เปิดเผยตัวมันเอง
ออกมา เหมอื นกบั โผลข่ น้ึ มาเองจากอำ� นาจวเิ ศษบางอยา่ ง นน่ั จงึ ทำ� ให้
ชาวไอยคปุ ตจ์ บั เอาปรากฏการณต์ รงนมี้ าโยงเขา้ กบั ตำ� นานการสรา้ งโลก
ของพวกเขา และก็เปน็ เรื่องราวดงั ทไ่ี ด้เกรนิ่ กล่าวไปตง้ั แต่ต้นนัน่ ละ
24
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
นอกจากนั้นแล้วการไหลท่วมของระดับน�้ำในเดือนกรกฎาคม
เชน่ นปี้ รากฏเปน็ วงรอบซำ้� ๆ ทกุ ป ี สะทอ้ นใหช้ าวอยี ปิ ตโ์ บราณตระหนกั
ถงึ การเกิดใหม่ และน�ำไปสูก่ ารท�ำมัมมี่เพอื่ รอการฟืน้ คนื ชีพอีกดว้ ย
♦ เทพีนตู ปรากฏพระองคด์ ้วยร่างกายเหยยี ดยาวด้านในของโลงศพ (โลงซา้ ย)
ส่อื ความหมายถึงการฟ้ืนคนื ชพี ♦
25
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
แล้วพระเอกของเราซ่ึงก็คือเทพอตุมน้ันมีความโดดเด่นเช่นไร
อีกบ้าง ถ้าว่ากันตามต�ำนานของเฮลิโอโพลิสแล้ว พระองค์คือหนึ่งใน
สุริยเทพ อีกท้ังยังมีความเก่ียวข้องกับสุริยเทพรา (Ra) ซึ่งเป็นเทพเจ้า
หลักประจ�ำนครเฮลิโอโพลิสอีกด้วย บ้างก็มีการผสมเป็นเทพอตุม-รา
(Atum-Ra) เช่นกัน
ถ้าว่ากันตามต�ำนานแล้ว รานั้นเป็นสุริยเทพในยามเท่ียง ส่วน
อตุมคือสุริยเทพยามเย็น นั่นจึงโยงเทพเจ้าอตุมเข้ากับความตายและ
โลกหลังความตาย ในเมื่อมีสุริยเทพท้ังเท่ียงและเย็นแล้ว ก็ต้องมี
สุริยเทพยามเช้าด้วย ซ่ึงก็คือเทพเคปริ (Khepri) ในร่างของด้วงสการับ
(Scarab)
บ่อยคร้ังที่เทพเจ้าอตุมมักถูกผูกโยงให้เป็นตัวแทนของกษัตริย์
แหง่ อยี ปิ ตโ์ บราณ ดงั ทเ่ี ราจะพบเหน็ ภาพพระองคใ์ นรา่ งบรุ ษุ สวมมงกฎุ
เทพเจา้ อตุม (ขวา)
ปรากฏพระองค์ในร่างบุรุษ
สวมมงกุฎสองแผน่ ดนิ
พรอ้ มเคราปลอมปลายโคง้
26
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
คู่แห่งสองแผ่นดินตามแบบฉบับของฟาโรห์ แต่เมื่อสังเกตท่ีเคราของ
พระองค์แล้วจะพบว่าเป็นเคราแบบปลายโค้งเชิดข้ึนเล็กน้อย ซ่ึง
หมายความว่าพระองคอ์ ย่ใู นฐานะของเทพเจา้ หาใชม่ นุษยไ์ ม่
ส่วนลูกๆ ของอตุมซ่ึงก็คือชูและเทฟนุตน้ัน นับได้ว่ามีความ
เก่ียวข้องกับสิ่งที่สัมผัสไม่ได้เสียมากกว่า น่ันคือเทพชูเป็นตัวแทนของ
อากาศ สว่ นเทพเี ทฟนตุ นน้ั เปน็ ตวั แทนของความชมุ่ ชน้ื ในขณะทเี่ ทพชู
ได้รับการแสดงออกด้วยภาพของบุรุษ บ่อยคร้ังพบในท่าทางของการชู
แขนขึ้นเพ่ือแยกสองพี่น้องจอมทะเลาะออกจากกัน แต่เทพีเทฟนุตนั้น
ได้รับการแสดงออกในหลากหลายรูปร่าง ทั้งสตรีและสิงโตตัวเมีย และ
ด้วยว่าเทฟนุตเป็นธิดาแห่งสุริยเทพอตุม นางจึงมีความเก่ียวข้องกับ
เทพีมาอตั (Maat) ซง่ึ เปน็ เทพแี ห่งระเบียบและความยตุ ิธรรมด้วย
ส่วนเทพเกบและเทพีนูต หรืออีกหน่ึงรุ่นทายาทแห่งเทพอตุม
นนั้ กม็ คี วามโดดเดน่ ไมแ่ พก้ นั เทพเกบมกั อยใู่ นรา่ งมนษุ ยแ์ ละปรากฏกาย
นอนเอกเขนกส่ือความหมายถึงผืนดิน แต่บางคร้ังก็อยู่ในร่างของห่าน
และกระต่ายป่า ส่วนเทพีนูตก็อยู่ในร่างของสตรีเหยียดร่างกายออก
ไปเพ่ือส่ือความหมายถึงท้องฟ้า นับได้ว่าเทพีนูตมีบทบาทท่ีน่าสนใจ
ที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าองค์สุริยเทพจะต้องประทับเรือเดินทางผ่าน
รา่ งกายของนาง ในยามเชา้ นางจะกลนื กนิ ดวงดาวทงั้ หมดเขา้ ไปเหมอื น
ท่ีปรากฏในต�ำนาน แต่นางก็จะให้ก�ำเนิดดวงดาวเหล่าน้ันข้ึนมาใหม่ใน
ยามค�่ำคืน ทุกเย็นนางจะกลืนกินสุริยเทพ และให้ก�ำเนิดพระองค์ขึ้นมา
ใหมใ่ นยามเชา้ เชน่ กนั ดว้ ยวา่ เทพนี ตู เกยี่ วขอ้ งกบั การถอื กำ� เนดิ ใหมแ่ ละ
การฟื้นคืนชีพ น่ันจึงไม่แปลกที่เราจะพบภาพของนางปรากฏอยู่ด้านใน
ของโลงศพ เพอื่ สอ่ื ความหมายวา่ ผวู้ ายชนมจ์ ะไดฟ้ น้ื ขน้ึ มาอกี ครงั้ ในโลก
หน้าอกี ดว้ ย ✜
27
Egyptian Mythology
✜ โอซริ สิ ✜
ราชันแหง่ โลกหลังความตาย
♦ เทพเจ้าโอซริ ิส ♦
ในตอนทแี่ ลว้ ไดเ้ ลา่ ถงึ ตำ� นานจอมเทพในเจเนอเรชน่ั แรกสดุ
ของนครเฮลิโอโพลิส โดยเร่ิมต้นที่เทพเจ้าอตุมผู้ใช้ “ของเหลว” จาก
รา่ งกายของพระองคใ์ นการรงั สรรคโ์ อรสและธดิ าขน้ึ มาซง่ึ กค็ อื เทพชแู ละ
เทพีเทฟนูต หลังจากน้ันไม่นานทั้งคู่ก็ได้ให้ก�ำเนิดเทพเจ้าออกมาอีกคู่
หนึ่งคือเทพเกบและเทพนี ตู ตอนนี้เราจะมาวา่ กันตอ่ ทเี่ ทพเจ้าในรุ่นถัด
ไปซงึ่ ถอื วา่ เปน็ เทพเจา้ ทสี่ ำ� คญั ทสี่ ดุ องคห์ นงึ่ ในอยี ปิ ตโ์ บราณเลยกว็ า่ ได้
28
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
นน่ั กค็ อื เทพเจา้ โอซริ สิ (Osiris)
ถ้าจะกล่าวถึงต�ำนานการถือก�ำเนิดของเทพเจ้าองค์นี้ คงต้อง
ขอนอกเรอ่ื งออกไปกล่าวถงึ สิง่ ทคี่ ุ้นเคยกนั ในชีวิตประจ�ำวนั ของเราเป็น
อย่างดีสักหนอ่ ยกอ่ น น่ันกค็ อื “ปฏทิ ิน” เชอื่ กนั ไหมวา่ ปฏทิ ินทพ่ี วกเรา
ใชก้ นั อยทู่ กุ วนั นที้ ว่ี า่ หนง่ึ ปมี ี 365 วนั นนั้ มนั มมี าตง้ั แตส่ มยั ไอยคปุ ตแ์ ลว้
ละ เพียงแคพ่ วกเขาไมไ่ ดม้ กี ารเพิม่ 1 วันเข้าไปทกุ ๆ 4 ปีแบบเรา เพราะ
ชาวไอยคปุ ต์เขาไม่ทราบหรอกวา่ จริงๆ แล้วหนง่ึ ปีมนั ต้องมี 365.25 วัน
ตา่ งหาก นั่นทำ� ให้ปฏิทินของพวกเขาชา้ ลงไป 1 วนั ทกุ ๆ 4 ปีนั่นเอง
แลว้ ปฏทิ นิ ของชาวไอยคปุ ตไ์ ปเกยี่ วกบั ตำ� นานการถอื กำ� เนดิ ของ
เทพโอซริ สิ ไดอ้ ย่างไร ก็ด้วยว่าชาวไอยคุปตเ์ ขาทราบวา่ หน่งึ ปีมี 365 วนั
แต่กลับแจกแจงออกเป็น 12 เดือน เดือนละ 30 วันเสยี น่ี เมอ่ื ลองบวก
ลบคณู หารดูแล้ว มันได้แค่ 360 วนั ชดั ๆ แลว้ อีก 5 วนั มันไปอย่ทู ีไ่ หน
กันล่ะ คำ� ถามนต้ี อ้ งตอบด้วยตำ� นาน
เชอ่ื วา่ แฟนไอยคปุ ตห์ ลายทา่ นนา่ จะเคยไดย้ นิ เรอ่ื งทกี่ ำ� ลงั จะเลา่
น้ีมาบ้างแล้ว ครั้นจะข้ามไปเลยก็เกรงว่าแฟนๆ ที่เพ่ิงเริ่มศึกษาอียิปต์
โบราณหลายๆ ทา่ นจะงนุ งง จงึ ขอเลา่ ไวแ้ บบพอหอมปากหอมคอกแ็ ลว้
กนั
เร่ืองของเร่ืองเร่ิมต้นข้ึนเมื่อสุริยเทพราได้สาปให้เทพีนูตไม่
สามารถตง้ั ครรภไ์ ด้ ไม่วา่ จะวันใดวนั หนงึ่ ในหนึง่ ปี น่นั แปลวา่ ตลอดทง้ั
360 วนั ใน 12 เดอื นนน้ั เทพนี ตู มอิ าจใหก้ ำ� เนดิ บตุ รหรอื ธดิ าเพอื่ สบื สกลุ
ได้เลย เร่ืองก็ร้อนไปถึงเทพธอธ (Thoth) ซ่ึงเป็นเทพเจ้าแห่งสรรพวิชา
ความรู้ ตอ้ งไปตอ่ กรเลน่ เกมกระดานทเี่ รยี กวา่ เซเนต (Senet) กบั เทพเจา้
คอนซู (Khonsu) ซง่ึ เปน็ เทพเจา้ แหง่ ดวงจนั ทร์ โดยมเี ดมิ พนั เปน็ แสงสวา่ ง
แนน่ อนวา่ เทพคอนซเู มอ่ื ตอ่ กรกบั นกั ปราชญอ์ ยา่ งเทพธอธมหี รอื จะชนะ
29
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
เม่ือปราชัยไปยับเยินแล้วจึงต้องมอบแสงจันทร์มาให้ตามข้อตกลง ซ่ึง
แสงที่ได้มานี้สว่างมากพอท่ีจะสร้างวันได้อีก 5 วัน ท�ำให้หน่ึงปีมีครบ
365 วนั พอดดี ว้ ยเหตุนี้
หา้ วนั สดุ ท้ายของปฏิทนิ ซงึ่ ไม่ได้อยใู่ นค�ำสาปของเทพราจงึ เป็น
วันท่ีเทพีนูตสามารถตั้งครรภ์และคลอดบุตร-ธิดาออกมาได้ โดยตาม
ต�ำนานกล่าวว่า วันแรกเป็นวันเกิดของเทพโอซิริส พระเอกของเราใน
♦ เทพเจา้ โอซิริส ปรากฏพระองคด์ ้วยผวิ สีเขยี ว
สอ่ื ความหมายถึงความอุดมสมบรู ณ์ของผนื แผ่นดนิ ♦
30
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
ตอนนี้ วนั ทส่ี องคอื วนั เกดิ ของเทพฮอรสั (Horus) วนั ทส่ี ามคอื วนั เกดิ ของ
เทพเซธ (Seth) วันทสี่ ่ีคือวนั เกดิ ของเทพไี อซิส (Isis) ส่วนวนั สดุ ท้ายคอื
วนั เกดิ ของเทพเี นฟทสิ (Nephthys) และนกี่ ค็ อื ตำ� นานทมี่ าอธบิ ายวา่ เหลา่
เทพเจ้าในเจเนอเรชั่นถัดไปน้ันถือก�ำเนิดขึ้นมาในดินแดนไอยคุปต์ได้
เยย่ี งไรกนั
ได้ทราบกันไปแล้วถึงต�ำนานที่ชาวอียิปต์โบราณ “สร้าง” ขึ้น
เพอ่ื ตอบคำ� ถามถงึ การมอี ยขู่ องเทพเจา้ องคต์ า่ งๆ แลว้ ถา้ มองในมมุ ของ
ประวตั ศิ าสตรบ์ ้างล่ะ เรารู้จักพระองค์ดีแค่ไหนกัน
เทพเจ้าโอซิริสคือพ่ีคนโตในเหล่าบรรดาเทพเจ้าที่ถือก�ำเนิดขึ้น
มาในห้าวันพิเศษ ชาวไอยคุปต์ในยุคแรกเร่ิมบูชาพระองค์ในฐานะของ
เทพเจา้ แหง่ ความอดุ มสมบรู ณแ์ ละเกษตรกรรม ซงึ่ ไดร้ บั การบชู ากนั อยา่ ง
แพร่หลายในทางตอนเหนือของประเทศอียิปต์ แต่เม่ือกาลเวลาด�ำเนิน
มาถงึ ราวชว่ งตน้ ราชอาณาจกั รเกา่ (Old Kingdom) หรอื ประมาณ 2,700
ปกี อ่ นคริสตกาล ที่ชาวไอยคุปตเ์ ร่มิ รงั สรรคพ์ รี ะมิดองคม์ หมึ า โอซิรสิ ก็
เริ่มมีบทบาทเพ่ิมเติมเช่ือมโยงกับฟาโรห์ผู้วายชนม์ ท�ำให้โอซิริสกลาย
มาเป็นกษัตรยิ แ์ หง่ โลกหลงั ความตายไปในชว่ งนีด้ ว้ ย
ถ้าว่ากันตามความเช่ือในสมัยราชอาณาจักรเก่าแล้ว วิญญาณ
ที่มีพลังอ�ำนาจแข็งแกร่งพอท่ีจะเดินทางออกจากสุสานเพ่ือไปใช้ชีวิต
อย่างสุขสบายในโลกหน้าได้ก็มีเพียงแค่วิญญาณขององค์ฟาโรห์เท่าน้ัน
สว่ นวญิ ญาณของชาวบา้ นธรรมดาหรอื สามญั ชนทว่ั ไปจะถอื วา่ มพี ลงั ไม่
พอและจะวนเวยี นอยตู่ อ่ ไปไมส่ ามารถออกไปภายนอกสสุ านได้ นน่ั ทำ� ให้
ความเชอ่ื ของการเชอ่ื มโยงโอซริ สิ เขา้ กบั ราชนั แหง่ โลกหลงั ความตาย และ
การโยงเทพเจ้าฮอรัสเข้ากับฟาโรห์ท่ียังมีพระชนม์ชีพจึงเร่ิมต้นขึ้นในยุค
นีด้ ว้ ยเชน่ กนั
31
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
แตก่ เ็ ปน็ เรอ่ื งทนี่ า่ ยนิ ดเี มอื่ สทิ ธพิ เิ ศษของพลงั อำ� นาจในการทะลุ
ทะลวงสสุ านออกไปยงั โลกหน้าน้ันเปดิ ใหก้ ับสามญั ชนในชว่ งปลายของ
ราชอาณาจักรเก่าด้วยเช่นกัน ขอเพียงแค่ศพได้รับการท�ำมัมม่ีอย่างถูก
ต้อง พวกเขาก็จะได้ไปใช้ชีวิตหลังความตายอย่างแน่นอน การเปลี่ยน
แปลงครั้งส�ำคัญน้ีท�ำให้เทพเจ้าโอซิริสไม่ได้มีบทบาทแค่กับเฉพาะองค์
ฟาโรห์อีกต่อไป น่ันจึงท�ำให้พระองค์เป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วอียิปต์
โบราณ
♦ ภาพต�ำนานการชุบชีวิตและทำ� มัมมเี่ ทพโอซิรสิ โดยเทพีไอซิส ปรากฏบนผนังวิหารท่เี กาะฟิเล ♦
32
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
และแนน่ อนวา่ โอซริ สิ คอื เทพเจา้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั โลกหลงั ความตาย
และการฟื้นคืนชีพในโลกหน้า ชาวไอยคุปต์จึงจ�ำเป็นต้องมีค�ำอธิบาย
ท่ีแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเช่ือมโยงนด้ี ้วย ซ่งึ มนั ก็ปรากฏออกมาในตำ� นาน
ของพวกเขานั่นเอง เช่ือว่าหลายๆ ท่านก็อาจจะเคยได้ยินต�ำนานเรื่อง
วางแผนลอบปลงพระชนม์โอซิรสิ กนั มาบา้ งแล้ว ที่เลา่ ว่าเทพเจา้ โอซิริส
น้ันถูกน้องชายขี้อิจฉานามว่าเซธวางแผนลอบปลงพระชนม์ด้วยการ
รงั สรรคโ์ ลงศพอันงามงด ท่ีจงใจวัดขนาดใหพ้ อดีกับร่างของพช่ี าย เม่อื
หลอกล่อให้โอซิริสมานอนในโลงได้ส�ำเร็จ เทพเซธก็จัดการปิดโลงแน่น
หนา แลว้ กน็ ำ� โลงไปทง้ิ ในแมน่ ำ�้ ไนลใ์ หไ้ หลหายลบั ไปไกลจากสายตา สว่ น
เทพเซธก็ขน้ึ นง่ั บลั ลังก์กษตั ริยแ์ ทนพี่ชายของตวั เองสบายอรุ ากนั ไป
แน่นอนว่าเทพีไอซิสซึ่งเป็นมเหสีสุดที่รักของโอซิริสก็ต้องออก
ไปตามหาโลงศพของสวามี สุดท้ายก็เจอจนได้ ด้วยว่ามันไปติดรากไม้
อยู่ท่ีเมืองไบบลอส (Byblos) ในประเทศเลบานอนโน่น ไอซิสได้ใช้
เวทมนตร์อันแก่กล้าของนางในการชุบชีวิตเทพเจ้าโอซิริสให้ฟื้นคืนชีพ
ขึ้นมาในโลกหน้า กลายมาเป็นราชันแห่งโลกหลังความตาย ส่วนเทพ
ฮอรสั ซง่ึ วา่ กนั วา่ เพง่ิ ประสตู หิ ลงั จากเทพโอซริ สิ ฟน้ื คนื ชพี กไ็ ดร้ บั ตำ� แหนง่
ฟาโรห์ไปแทน
ด�ำเนินเรื่องมาถึงตรงน้ีเช่ือว่าหลายๆ ท่านอาจจะเร่ิมสงสัย
ท�ำไมต�ำนานการประสูติของฮอรัสถึงมีปรากฏทั้งในต�ำนานเร่ืองห้าวัน
ทา้ ยปวี า่ เปน็ โอรสของเทพนี ตู และนมี่ าปรากฏวา่ เปน็ โอรสของไอซสิ อกี
จริงๆ แล้วต�ำนานของชาวไอยคุปต์มันชวนงุนงงเช่นน้ีแหละ และไม่
สามารถอธิบายใหส้ มเหตุสมผลไดเ้ ลย แต่กระนนั้ บางตำ� นานกพ็ ยายาม
อธบิ ายวา่ เทพฮอรสั ทป่ี รากฏในเรอ่ื งหา้ วนั ทา้ ยปนี น้ั เปน็ เทพเจา้ ฮอรสั ใน
ร่างของฮาร์มาคสิ (Harmakis) ซงึ่ กค็ อื สฟิงซ์ (Sphinx) ต่างหาก กว็ ่ากัน
33
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
ไป สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ของต�ำนานการลอบปลงพระชนม์โอซิริสน้ันก็
สะท้อนออกมาในรูปของความเชื่อที่ว่า โอซิริสคือราชันหลังความตาย
และฮอรสั คอื ตวั แทนขององคฟ์ าโรห ์ สว่ นตำ� นานการแกง่ แยง่ ชงิ ดชี งิ เดน่
ของสองพนี่ อ้ งกส็ อื่ ใหเ้ หน็ ถงึ มโนคตใิ นเรอื่ งของความอดุ มสมบรู ณใ์ นรา่ ง
ของโอซริ สิ กบั ความอลหมา่ นของพายใุ นทะเลทรายซ่งึ ก็คอื เซธนนั่ เอง
♦ ต�ำนานการเกิดของเทพฮอรัสจากวหิ ารอไบดอส
แสดงภาพโอซริ สิ ประทับนอนและไอซิสในรา่ งของนกบินลงมามสี ัมพันธ์ด้วย ♦
จรงิ ๆ แลว้ เรอ่ื งราวยงั มเี ลา่ ตอ่ ไปอกี วา่ เมอื่ เทพเจา้ เซธทราบเรอื่ ง
กม็ าตามจับพช่ี ายของตนเองไปอีกคร้ังหนึ่ง หั่นออกเปน็ 14 ชิน้ (บ้างก็
วา่ 16 ชน้ิ ) และนำ� ชน้ิ สว่ นไปทงิ้ ตามเมอื งตา่ งๆ เดอื ดรอ้ นไอซสิ ตอ้ งตาม
ไปชว่ ยเหลอื อกี ครงั้ ตามตำ� นานเลา่ วา่ นางสามารถเกบ็ ชนิ้ สว่ นของสวามี
34
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
ได้เกือบครบ จะขาดกเ็ พียงแค่ “อวยั วะเพศ” เทา่ น้ันทถ่ี ูกปลาในแมน่ ำ�้
ไนล์ (Oxyrhynchus) งาบไปเรยี บร้อยแลว้ ท�ำให้นกั ประวตั ศิ าสตรก์ ล่าว
ว่าทช่ี าวไอยคปุ ตไ์ ม่นยิ มกนิ ปลาในแมน่ �ำ้ ไนลก์ ด็ ้วยสาเหตุน้ี
ดงั นน้ั หนงึ่ สงิ่ ทเี่ ราอาจจะกลา่ วไดก้ ค็ อื ถา้ วา่ กนั ตามตำ� นานแลว้
โอซิริสคือมัมมี่ร่างแรกของอียิปต์โบราณซ่ึงได้รับเวทมนตร์แห่งการฟื้น
คืนชพี ในโลกหนา้ จากเทพไี อซสิ ผูเ้ ปน็ มเหสี แต่ถา้ หันมามองในโลกของ
ความเปน็ จรงิ แล้ว นักอยี ิปต์วทิ ยายงั ไม่อาจสรุปได้ชดั เจนแต่อย่างใดว่า
แท้ที่จริงแล้วต�ำนานของการท�ำมัมม่ีของเทพโอซิริสกับกรรมวิธีการท�ำ
มัมม่ีของกษัตริย์จริงๆ โดยนักบวชน้ันอะไรมาก่อนกันแน่ แต่ถ้าว่ากัน
ตามแนวคดิ ทนี่ กั อยี ปิ ตว์ ทิ ยาผเู้ ชย่ี วชาญหลายทา่ นใหข้ อ้ เสนอแลว้ กค็ ง
ต้องบอกว่ากรรมวิธีการท�ำมัมมี่น้ันเกิดก่อน แล้วชาวไอยคุปต์ค่อยหา
ต�ำนานมาอธิบายอกี ทอดหนึ่ง ซ่งึ กป็ รากฏออกมาเปน็ เร่อื งราวดังที่เลา่
ไปขา้ งตน้ นัน่ เอง
แต่เบ้ืองลึกเบ้ืองหลังของต�ำนานท่ีเล่าไปก็มีความน่าสนใจแฝง
อยเู่ ช่นกัน จริงๆ แลว้ ส่งิ หน่ึงทนี่ ่ารเู้ กีย่ วกบั ตำ� นานทเ่ี ล่าไปท้งั หมดกค็ ือ
เรอื่ งราวเหลา่ นน้ั ไมเ่ คยมี “ฉบบั สมบรู ณ”์ ปรากฏใหเ้ หน็ ในอยี ปิ ตโ์ บราณ
ยคุ ก่อนราชวงศป์ โตเลมี (Ptolemy) เลย นน่ั แปลว่าเนอื้ หาด้านบนไมไ่ ด้
เปน็ ตำ� นานอยี ปิ ตโ์ บราณแทๆ้ แตม่ าจากเรอ่ื งเลา่ ของนกั ปรชั ญาเมธชี าว
กรีกโบราณโดยเฉพาะพลูทาร์ค (Plutarch) ที่รวบรวมและเรียบเรียง
ต�ำนานเทพเจ้าโอซิริสและเทพีไอซิสเป็นเร่ืองราวฉบับสมบูรณ์ ซึ่งก็
แน่นอนว่าเราไม่มีทางทราบได้เลยว่าจุดใดบ้างที่ชาวกรีกเสริมเติมแต่ง
และดัดแปลงเข้าไปเพื่อให้เข้าใจเร่ืองราวดั้งเดิมได้ง่ายดายขึ้นในมุมของ
นักอ่านชาวกรีกและโรมัน นนั่ จึงดเู หมือนว่าเราถูก “กงึ่ บังคบั ” ให้อ้างอิง
ตามเอกสารของนักประวัติศาสตร์ต่างชาติเหล่านี้ ซ่ึงพวกเขาอาจ
35
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
ดัดแปลงเรื่องราวจนเพี้ยนไปเยอะแล้วก็เป็นได้ หนึ่งในประเด็นเพ้ียนที่
จบั ไดช้ ดั เจนทสี่ ดุ กค็ อื เรอื่ งอวยั วะเพศของโอซริ สิ ทถ่ี กู ปลาแมน่ ำ้� ไนลง์ าบ
ไปนนั่ ละ พลทู ารค์ กลา่ ววา่ ชาวอยี ปิ ตโ์ บราณไมก่ นิ ปลากด็ ว้ ยสาเหตนุ ้ี แต่
แท้ท่ีจริงแล้วจากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าปลาในแม่น้�ำไนล์หลาก
หลายสายพนั ธุน์ ัน้ เป็นแหลง่ โปรตนี ช้ันดขี องชาวอียิปต์โบราณเลยละ มี
การบรโิ ภคกนั อยา่ งแพรห่ ลายทง้ั คนรวยคนจน เรยี กวา่ พลทู ารค์ หนา้ แตก
ยบั เยนิ แตน่ น่ั กท็ ำ� ใหเ้ ราเหน็ วา่ การตคี วามเอกสารโบราณของปรชั ญาเมธี
และนักประวัติศาสตร์สมัยโบราณก็จ�ำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างรอบด้าน
ดว้ ย เพราะบางทพี วกเขากอ็ าจเขยี นดว้ ยความเขา้ ใจของตวั เอง หรอื บา้ ง
กไ็ ดฟ้ งั ตอ่ ๆ กนั มา ซง่ึ มนั กไ็ มไ่ ดต้ รงกบั สง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ ในสมยั โบราณแต่
อย่างใด
มาว่ากันถึงเร่ืองวิหารบูชาเทพเจ้าโอซิริสกันบ้างดีกว่า หลักๆ
แล้วนครท่ีบูชาพระองค์มีอยู่สองแห่ง ที่แรกคือนครบูซิริส (Busiris) ใน
♦ ภาพต�ำนานการเกิดของเทพฮอรัสยังคงปรากฏใหเ้ ห็นในวิหารยุคหลงั อย่างเชน่ ทน่ี ครเดนเดรา ♦
36
Egyptian Mythology
เ ท พ เ จ ้ า ไ อ ย คุ ป ต ์ ก ลุ ่ ม ม า นุ ษ ย รู ป นิ ย ม
แถบสามเหลย่ี มปากแม่นำ�้ ไนล์ แต่ไม่ค่อยหลงเหลืออะไรใหศ้ กึ ษาเท่าไร
แล้ว อีกหนึ่งนครท่ีถือว่าน่าสนใจกว่าเพราะยังเหลือหลักฐานให้ดู
มากมายก็คือนครอไบดอส (Abydos) ในอียปิ ตบ์ น (Upper Egypt)
อไบดอสคอื ทีต่ ้งั สสุ านของฟาโรห์มาตั้งแตย่ ุคราชวงศ์ท่ี 1 ซ่งึ ก็
มาโดดเด่นอีกคร้ังในช่วงราชวงศ์ท่ี 12 ที่มีการบูรณะสุสานของฟาโรห์
ดเจอร์ (Djer) ในราชวงศท์ ่ี 1 ขน้ึ ใหมใ่ หเ้ ปน็ อนสุ าวรยี แ์ หง่ โอซริ สิ นอกจาก
นั้นฟาโรห์เซนุสเรตท่ี 1 (Senusret I) ยังได้ท�ำการก่อสร้างวิหารแห่ง
โอซริ ิสขึน้ ที่อไบดอสดว้ ย ท�ำให้นครแห่งนี้กลายเป็นศนู ย์กลางการแสวง
บุญของชาวอียิปต์โบราณมานับแตน่ ั้น อไบดอสโดง่ ดังและฮติ สุดๆ ถึง
ขั้นว่าชาวไอยคุปต์ท่ีไม่มีโอกาสเดินทางมายังนครแห่งนี้ด้วยตัวเองก็จะ
มกี ารใสเ่ รอื จำ� ลองขนาดเลก็ เอาไวใ้ นสสุ านสองลำ� เพอ่ื ลอ่ งลงใตแ้ ละลอ่ ง
ขึ้นเหนือ เป็นความเช่ือว่าพวกเขาจะได้ใช้เดินทางมายังอไบดอสได้ใน
โลกหลงั ความตายนั่นเอง
อกี หนง่ึ วหิ ารทย่ี งิ่ ใหญท่ ส่ี ดุ ของเทพโอซริ สิ ในอไบดอสกค็ อื วหิ าร
ทส่ี รา้ งโดยฟาโรห์เซติที่ 1 (Sety I) ในสมยั ราชวงศท์ ี่ 19 ภายในวหิ ารมี
ห้องบูชาถึงเจ็ดห้อง แน่นอนว่าห้องบูชาหลักเป็นของเทพโอซิริส นอก
จากนน้ั กม็ ีห้องบชู าของไอซสิ , ฮอรัส, อมนุ -รา (Amun-Ra), รา-ฮอรคั ตี
(Ra-Horakhty), พทาห์ (Ptah) และสุดทา้ ยก็คือองคฟ์ าโรห์เซตทิ ี่ 1 ใน
ฐานะเทพเจา้ หนงึ่ ในภาพสำ� คญั ดา้ นในวหิ ารกค็ อื ภาพการถอื กำ� เนดิ ของ
ฮอรัส ที่แสดงด้วยภาพของเทพโอซิริสประทับนอนโดยท่ีมีเทพีไอซิสใน
รา่ งของนกบินลงมามีสมั พันธ์ด้วย ซ่งึ ภาพนยี้ งั คงปรากฏใหเ้ หน็ ในวหิ าร
ยุคปโตเลมีอย่างเช่นในวิหารแห่งเทพีฮาเธอร์ (Hathor) ที่เดนเดรา
(Dendera) เช่นกนั ✜
37
Egyptian Mythology