รายงาน
เร่ือง ภาษาถิ่นใต้
จดั ทำโดย
นาย อรรถวทิ ย์ ลาโพธ์ิ
นางสาว เกตศราภรณ์ ทานาม
นางสาว พิรสิ า เรอื งจรสั
นางสาว อุมากรณ์ บดุ ดคี ง
นางสาว ช่ืนศิริ ทมิ นมิ่
นางสาว เมวญิ า ศรอี นิ ทรค์ ำ
นางสาว สิริมาส ตน้ สาย
นางสาว ธัญพชิ ชา โคตรรพิมพ์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่5/1
เสนอ
คุณครู อำพล นาถมทอง
โรงเรียนบงึ โขงหลงวทิ ยาคม
สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษาบึงกาฬ
ปกี ารศกึ ษา 2565
รายงาน
เรอ่ื ง ภาษาถนิ่ ใต้
จัดทำโดย
นาย อรรถวทิ ย์ ลาโพธ์ิ
นางสาว เกตศราภรณ์ ทานาม
นางสาว พริ สิ า เรอื งจรัส
นางสาว อุมากรณ์ บุดดคี ง
นางสาว ชนื่ ศริ ิ ทมิ น่ิม
นางสาว เมวญิ า ศรีอนิ ทรค์ ำ
นางสาว สิริมาส ต้นสาย
นางสาว ธัญพิชชา โคตรพมิ พ์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/1
เสนอ
คณุ ครู อำพล นาถมทอง
โรงเรยี นบงึ โขงหลงวทิ ยาคม
สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศึกษาบงึ กาฬ
ปกี ารศึกษา 2565
คำนำ
รายงานฉบบั นี้เปน็ ส่วนหนึ่งของรายวชิ าภาษาไทย เรือ่ ง ภาษาถิ่นใต้ เพือ่ ใหไ้ ดศ้ กึ ษาความรู้เรือ่ งราว
ของภาษาถน่ิ ใต้ โดยไดศ้ ึกษาผา่ นแหลง่ ความรู้ตา่ งๆ อาทิเช่น ตำรา หนงั สอื เรยี นและแหล่งความรจู้ ากเว็บไซต์
ตา่ งๆ โดยรายงานเล่มน้ีมีเนอ้ื หาเกยี่ วกับ ความหมายของภาษาถน่ิ ประโยชน์ของภาษาถ่นิ และแนวทางการ
อนุรกั ษภ์ าษาถน่ิ
คณะผจู้ ดั ทำคาดหวงั เป็นอยู่สงู ย่งิ วา่ การจดั ทำรายงานฉบับนีจ้ ะมีข้อมลู ท่เี ปน็ ประโยชน์ตอ่ ผทู้ ส่ี นใจ
ศกึ ษา ภาษาถิน่ ใต้เปน็ อยา่ งดี
คณะผูจ้ ดั ทำ
สารบัญ
คำนำ...... หน้า
ก
ความหมายของภาษาถิ่น………………………….……………………………………………………..……………………………………1
ความสำคญั ของภาษาถ่ิน…………………................................................................................................................1
ความหมายของภาษาถ่นิ ใต้………………………………………………………...................................................................2
การแบง่ กล่มุ ภาษาถนิ่ ใต้…………………………………………………………………….........................................................3
สำเนียงย่อยภาษาใต้………………………………………………………………....................................................................4
ตัวอย่างคำศพั ท์ภาษาถ่ินใต้………………………………………………….………………………......................................... ..5
ประโยชนข์ องภาษาถน่ิ ………………………………………………………………………..……….............................................7
แนวทางการอนรุ กั ษ์ภาษาถ่นิ …………………………………………………………………….................................................7
บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………............................................... 9
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี หนา้
1 ตวั อยา่ งภาษาถนิ่ ใต้.......................................................................................................................... 3
………………………........
ความหมายภาษาถน่ิ
ภาษาถ่ิน (Dialect) เป็นภาษาที่ใชพ้ ดู ติดตอ่ สอ่ื สารตามทอ้ งถิน่ ต่างๆ สอื่ ความหมายเขา้ ใจกนั ใน
ท้องถิ่นนนั้ ๆ โดยไดม้ ีผู้ให้ความหมายดงั น้ี
ภาษาถิน่ หมายถงึ ภาษาทใ่ี ชอ้ ย่ใู นทอ้ งถนิ่ ใดท้องถน่ิ หน่งึ ของประเทศ ในประเทศไทย ซงึ่ ประกอบไป
ดว้ ยถิน่ ต่างๆ คือ ภาษาถิน่ ใต้ ภาษาถนิ่ กลาง และภาษาถนิ่ เหนอื และมีลกั ษณะบางอยา่ งผิดเพย้ี นไปจาก
ภาษากลางหรอื ภาษามาตรฐาน เช่นการออกเสียงและความหมาย (ศาสตราจารย์กาญจนา นาคสกุล:2525)
นอกจากนี้ภาษาถนิ่ เป็นภาษาทแ่ี สดงถึงความเป็นเอกลักษณข์ องความเป็นท้องถ่นิ นั้นๆซง่ึ มีลกั ษณะ
พเิ ศษที่สำคญั 2 ลกั ษณะดงั น้คี อื
1.ภาษาถ่ินเปน็ ภาษาท่ีใช้พดู ภาษาถน่ิ เปน็ ภาษาท่ีแสดงออกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นท้องถนิ่ นัน้ ๆ
ที่สอื่ สารกนั ภายในกล่มุ ชนและเปน็ ภาษาที่แตกต่างจากภาษามาตรฐาน
2.ภาษาถน่ิ จะสะท้อนวฒั นธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชน โดยมสี ่วนสําคญั ในการบันทกึ เรื่องราว
ต่างๆ อนั ไดแ้ ก่ วรรณกรรมท้องถ่นิ และยังส่งถึงอทิ ธิพลไปยงั ภาษาอน่ื ๆ และภาษามาตรฐาน และรบั อิทธพิ ลมา
จากภาษาอืน่ เชน่ เดียวกนั ทัง้ น้ีเนอื่ งจากกลุ่มชนต่างๆ มีปฏสิ มั พนั ธก์ ัน (สธุ าสนิ ี วิถีธรรมศักดิ์ :ภาษาไทยเพ่ือ
การอาชพี 1 , หน้า 1 กาญจนา คูวัฒนะศิริ:2528)
ศาสตราจารย์ กาญจนา นาคสกุล (2525) ภาษาถนิ่ หมายถงึ ภาษาทีใ่ ชก้ นั อยใู่ นท้องถิ่นใดทอ้ งถ่นิ
หนึ่งของประเทศในประเทศไทย ซึ่งประกอบไปดว้ ยถิ่นตา่ งๆ ภาษาถ่นิ ใต้ ภาษาถ่ินกลาง และภาษาถ่ินเหนือ
และมีบางอย่างลักษณ์ผิดเพ้ียนไปจากภาษากลางหรือภาษามาตรฐาน เช่น การออกเสยี งและความหมาย
สธุ าสินี วิถธี รรมศกั ด์ิ (2526 : 1) ภาษาถิน่ เปน็ ภาษาทแี่ สดงถึงความเปน็ ลกั ษณข์ องความเปน็ ทอ้ งถ่ิน
น้นั ๆ ภาษาถิน่ เป็นภาษาที่ใช้พูดและส่อื สารกันในภายในกลมุ่ ชน และเป็นภาษาทีแ่ ตกต่างจาก
ภาษามาตรฐาน
สรปุ ไดว้ ่า ภาษาถนิ่ คือ คาํ ที่ใชเ้ รยี กภาษาท่ีใช้พดู กันในหมผู่ ้คู นทีอ่ ยู่ในพน้ื ทท่ี างภูมิศาสตรต์ า่ งๆกนั
โดยยังคงมีลักษณะเฉพาะ ที่สำคญั ของภาษานัน้ เชน่ ภาษาไทย มภี าษาถิน่ หลายภาษา ได้แก่ ภาษาถ่ินอสี าน
ภาษาถน่ิ ใต้ ภาษาถน่ิ เหนอื และภาษาไทยกลาง หรือถิน่ กลาง เปน็ ต้น โดยทุกภาษาถ่นิ ยังคงใช้ศพั ท์ ไวยากรณ์
ท่สี อดคลอ้ งกัน แตม่ ักจะแตกตา่ งกนั ในเรอ่ื งของวรรณยกุ ต์เป็นตน้ หากพ้นื ท่ีของผู้ใชภ้ าษาถนิ่ นนั้ กว้าง กจ็ ะมี
ภาษาถนิ่ ทหี่ ลากหลายและมภี าษาถน่ิ ย่อยลงไปอีกทัง้ นภ้ี าษาถ่นิ แต่ละถิ่นจะมเี อกลกั ษณท์ างภาษาของ
ตนอกี ด้วย
ความสำคัญของภาษาถ่ิน
ภาษามคี วามสำคัญตอ่ คนในชาติอย่างไรภาษาถิ่นกย็ งั มคี ุณค่าต่อคนในทอ้ งถน่ิ อย่างนน้ั ความสำคญั
ของภาษาถน่ิ สรุปไดด้ งั นี้
1. การถ่ายทอดภูมิปัญญาเปน็ การแสดงให้เหน็ ถงึ ภมู ปิ ัญญาของบรรพบรุ ษุ ในท้องถน่ิ นน้ั ซง่ึ แสดงออก
ทางด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ คตชิ วี ิต เป็นต้น แสดงใหเ้ ห็นถงึ อารยธรรมท่ีเจริญรงุ่ เรือง
2. สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ การดำรงชวี ติ ของคนในทอ้ งถ่ิน เช่นการประกอบพิธีกรรมต่าง ซึ่งเปน็ ประเพณี
ของอีสาน ในการบายศรสี ตู รขวัญ เชน่ การแตง่ งาน ข้นึ บ้านใหม่ สตู รขวญั ผู้ป่วยตลอดจนการแสดงความยนิ ดี
การต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองจะมกี ารสูตรขวัญข้าวด้วยถ้าเป็นถ่นิ ใตก้ ็จะเป็นคํากลอนภาษาใตถ้ ้าเป็นถน่ิ อีสาน
กเ็ ปน็ คาํ กลอนอีสานนับเปน็ จิตวิทยาชั้นสูงทป่ี ราชญโ์ บราณได้คิดคน้ ขึน้ ถือเป็นประเพณีสบื มา(หมอสูตรชาว
อสี านจะเรียกผเู้ ชย่ี วชาญในเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึงว่า“หมอบางคนมีใบลานอ่านประกอบเพอ่ื ใหเ้ กิดความขลังและใบ
ลานน้นั มกั จารเขียนดว้ ย “อกั ษรธรรม”
3. ใช้ในการอบรมสงั่ สอนให้คตเิ ตอื นใจให้แนวทางในการดำรงชวี ติ ให้มคี วามสุขอนั เป็นคาํ สอนทอ่ี งิ
หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาแทรกอยู่อย่างแยบยลมีการปลกู ฝงั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นยิ มผู้ทรี่ บั ฟงั จาก
ภาษาเหล่านี้ จึงไดร้ ับทงั้ ความบนั เทิงและความคดิ ท่ดี ีงามไปในขณะเดียวกัน
4. ภาษาใชถ้ า่ ยทอดประวตั ศิ าสตร์โดยใช้สอดแทรกในวรรณกรรมลงในวรรณกรรมท่ีกลา่ วถึงตํานาน
ต่างๆ อันเปน็ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรอ์ ยา่ งหนงึ่ ถ้าเปน็ ภาคใต้ เชน่ ตํานานหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
ตํานานครูแก (หนังตะลงุ ) ถา้ เป็นภาคอสี าน เชน่ ตํานานขุนบรม ตาํ นานอรุ ังคธาตุ (ประวัตพิ ระธาตพุ นม) เปน็
ตน้
5. ดา้ นศาสนา ภาษาเปน็ สื่อถ่ายทอดคาํ สอนและปรัชญาทางศาสนาทอี่ ยใู่ นรปู ของวรรณกรรม
ให้เผยแพร่สูป่ ระชาชนได้กว้างขวาง ทำให้ประชาชนมีหลักยึดเหนี่ยวจติ ใจ ไดข้ ้อคดิ ในการดำรงชีวติ เชน่ การ
เลา่ นทิ านชาดก การเทศน์มหาชาติ วรรณกรรมคําสอน เป็นตน้
6. การประกอบอาชีพ บุคคลทม่ี ีความรู้ในภาษาทอ้ งถ่นิ ประเภทตาํ ราต่างๆ เชน่ ตาํ รายา ตารา
พยากรณ์บทสวดในพธิ ีกรรมต่างๆสามารถยึดเป็นอาชพี มรี ายไดน้ อกจากนีก้ ารใชภ้ าษาทีม่ อี ยู่ในวรรณกรรมบาง
ประเภท ยงั ใหค้ วามรูhในบางเรอ่ื ง เช่น ความร้เู ศรษฐศาสตร์เก่ียวกับการเกบ็ ออม การใช้จ่าย การหารายได้
การค้าขาย กฎหมาย การปกครอง การเกษตร เปน็ ต้น
7. การศกึ ษา ภาษาถิน่ อยใู่ นวรรณกรรมหลายประเภทเป็นส่อื ใหก้ ารศึกษาแก่ชาวบา้ นแทบทกุ
แขนง ท่เี ห็นไดช้ ดั ท่สี ดุ ไดแ้ ก่ ตาํ ราต่างๆ แมว้ รรณกรรมคําสอน วรรณกรรมศาสนา วรรณกรรมนทิ าน ก็จะ
แทรกความรตู้ ่างๆ ใหผ้ ูอ้ า่ น ผฟู้ ัง ได้ศึกษาหาความรู้ไปพร้อมๆกนั กับความบนั เทิง เชน่ ความรูเ้ กยี่ วกบั สมาคม
การทำมาหาเลย้ี งชพี วรรณกรรมประเภทคาํ ทาย (ปรศิ นาคําทาย) จะให้ความรบู้ นั เทงิ เสรมิ ปัญญาไดด้ ี
ความหมายของภาษาถ่ินใต้
ภาษาไทยถ่นิ ใต้ (Southern Thai Language) นยิ ามตามพจานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน
พ.ศ. 2544 (2556 : 869) คอื ภาษาเฉพาะของทอ้ งถนิ่ ที่ใช้ในภาคใต้ของประเทศไทย มรี ูปลกั ษณะ
เฉพาะตัว ทัง้ ถ้อยคําและสําเนียง อาจจะกล่าวตามสารานกุ รมวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันทกั ษณิ คดศี ึกษา
พ.ศ.2529 หมายถงึ ภาษาย่อยของภาษาไทยทีใ่ ช้แตกต่างกัน ไปตามทอ้ งถนิ่ ตา่ งๆ ในภาคใตข้ อง
ประเทศไทย ซึ่งจะกล่าวโดยสรุปพอเปน็ สังเขปดงั นี้
ภาษาไทยถนิ่ ใตแ้ ตเ่ ดมิ มาจะหมายถึงภาษาไทยถิ่นใตท้ ่ใี ชพ้ ดู กันใน 14 จังหวดั ภาคใต้ ไดแ้ ก่
ชุมพร สุราษฎรธ์ านี กระบี่ ระนอง พงั งา ภเู กต็ ตรงั พัทลุง นครศรธี รรมราช สงขลา สตลู ยะลา ปัตตานี
และนราธิวาส ตอ่ มาผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ของนักภาษาศาสตร์บางคน พบว่า พืน้ ท่ีที่เก่ียวข้องกบั
ภาษาไทยถิ่นใต้นั้นยังกว้างขวางเกินกว่าทก่ี ล่าวมาแล้ว กล่าวคือ ทางภาคใตต้ อนเหนอื ครอบคลุมไปถึง
พ้นื ท่รี ะหวา่ งบ้านน้ำตก ตำบลหว้ ยยาง อำเภอทบั สะแก กบั บ้านกรดู ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน
จังหวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ บรเิ วณดังกลา่ วนเี้ ป็นแนวแบง่ เขตระหวา่ งภาษาถ่ินกลางกับภาษาไทยถนิ่ ใต้
(วรรณพร ทองมาก : 2526) สว่ นทางภาคใตต้ อนใตก้ ารใช้ภาไทยถิ่นใต้ครอบคลุมไปจนถึงภาษาไทยถิ่น
ตา่ งๆ ทีม่ ผี พู้ ดู กนั อยู่ในประเทศมาเลเซยี โดยเฉพาะในรฐั กลันตัน รฐั ไทรบรุ ี และรฐั ปะลิส บางสว่ นซ่ึง
ในสามรัฐดงั กลา่ วนี้ยงั มีผใู้ ชภ้ าษาไทยถิน่ ใต้เปน็ จำนวนมาก สำหรบั ขอ้ เขยี นน้จี ะไม่กลา่ วในรายละเอียด
ของภาษาไทยถ่ินใตใ้ นเร่อื งลกั ษณะทางเสยี ง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ โครงการของคํา การสร้างคํา
หมวดคํา การเรยี งลำดบั คาํ และความหมาย การจะพูดถงึ เฉพาะการแบ่งกลุ่มภาษาไทยถนิ่ ใตโ้ ดยสงั เขป
การแบ่งกลุ่มภาษาถน่ิ ใต้
การแบ่งกลมุ่ ภาษาไทยถนิ่ ใต้อย่างละเอยี ดน้ันยงั ไมอ่ าจกาํ หนดให้แน่นอนตายตัวได้ จนกว่าจะ
ไดม้ กี ารศกึ ษาคนคว้าวิจัยภาษาถ่นิ ยอ่ ยในภาษาถ่ินใต้กันอยา่ งละเอียดครอบคลมุ ทกุ เขตพน้ื ทแี ตอ่ ยา่ ไรก็ตาม
โดยอาศยั ผลการศึกษาค้นคว้าวิจัยเทา่ ทมี่ ีอยใู่ นขณะนี้ เราอาจแบง่ กลมุ่ ภาษาไทยถน่ิ ใต้อย่างกว้างๆ
และครอบคลมุ เขตพน้ื ทท่ี ีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ภาษาไทยถิ่นนไ้ี ด้เป็น 3 กลมุ่ ท่สี ำคัญ (สารานกุ รมวัฒนธรรม
ภาคใต้,2529 : 2624 – 2525) คอื
1. กลุ่มภาคใตต้ อนเหนอื และเขตพน้ื ทีฝ่ ั่งทะเลตะวันตก ได้แก่ ภาษาไทยทพี่ ูดกันในจังหวดั
ต่อไปนี้ คือ ประจวบครี ีขันธ์ (ตอนลา่ ง) ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พงั งา และภูเก็ต
2. กลุ่มภาคใต้ตอนกลาง และเขตพืน้ ท่ีฝางทะเลตะวนั ออก ไดแ้ ก่ ภาษาไทยถน่ิ ตา่ งๆ ทพี่ ูดกันใน
จงั หวดั ตอ่ ไปน้ี คอื กระบ่ี ตรัง พทั ลุง นครศรธี รรมราชและสงขลาบางอำเภอ (ระโนด สทงิ พระ กระแส
สินธ์ุ)
3. กลมุ่ ภาคใตต้ อนลา่ ง – มาเลเซีย ไดแ้ ก่ ภาษาไทยถิ่นต่างๆ ทีพ่ ูดกนั ในเขตพน้ื ที่ 5 จงั หวัด
ชายแดนภาคใต้ คอื สงขลา บางสว่ น (ยกเวน้ ระโนด สทิงพระ กระแสสนิ ธ์ุ) สตลู ยะลา ปัตตานี และ
นราธิวาส ตลอดไปจนถึงภาษาไทยถิ่นตา่ งๆ ทีพ่ ูดกนั ในประเทศมาเลเซีย ภาษาไทยถิ่นใต้ แบง่ ออกเปน็
2 กลุ่มยอ่ ย
3.1 กลุม่ 5 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ไทรบุรแี ละปะลิส
3.2 กลมุ่ ตากใบ – กลันตัน
สำเนียงยอ่ ยภาษาถิ่นใต้ แยกได้ 3 กลมุ่ ใหญ่ๆ ดังน้ี
สําเนยี งภาษาไทยถิน่ ใตต้ ะวนั ออก
ภาษาไทยถิ่นใตต้ ะวันออก ได้แกภ่ าษาไทยถิ่นใตท้ พี่ ูดกนั มาฝ่ง๎ ตะวนั ออกของภาคใตบ้ รเิ วณจงั หวัดนคร
ศรธี รรมราช พทั ลุง สงขลา ปัตตานี (อำเภอโคกโพธ์ิ อำเภอแม่ลาน อำเภอหนองจิก และอำเภอเมือง) ตรัง
สตูล(และในรัฐปะลสิ หมบู่ ้านควนขนุนบ้านตาน้ำ,ในรัฐเคดาหบ้านทางควายบ้านบาล่ง)ภาษาไทยถิน่ ใตท้ ี่ใชใ้ น
กล่มุ น้ีจะมลี ักษณะของภาษาท่คี ล้ายคลึงกนั (ตรังและสตูลแม้จะตั้งอยู่ทะเลฝ่ังตะวันตกแต่สาํ เนียงถือเป็นกล่มุ
เดยี วกัน พทั ลุง สงขลา นครศรีธรรมราช คอื ออกเสียงตวั สะกด ก. ไดช้ ัดเจน
สาํ เนยี งภาษาไทยใต้ถ่นิ ตะวันตก
ภาษาไทยถนิ่ ใตฝ้ ่ังตะวนั ออก ได้แกภ่ าษาไทยถ่ินใต้ที่พดู กนั อยบู่ ริเวณพ้ืนท่ีจังหวดั กระบี่ พังงา
ภเู ก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี และชมุ พร ภาษาไทยถ่ินใตท้ พ่ี ุดกนั อยบู่ ริเวณพนื้ ที่จงั หวดั เหลา่ น้ีจะมีลกั ษณะเดน่ ที่
คลา้ ยคลึงกัน เชน่ ออกเสียงคาํ วา่ แตก เป็น แตะ ดอกไม้ สามแยก เปน็ สามแยะ ฯลฯ(สําเนยี งนครศรธี รรม
ราชกลมุ่ ฉวางพิปูนทุ่งใหญ่ซึง่ อยูท่ างตะวันตกของเขาหลวงกอ็ ยใู่ นกลุ่มนีส้ ่วนจังหวดั ชุมพรและจงั หวดั สรุ าษฎร์
ธานีแมจ้ ะตั้งอยู่ฝ่งั ทะเลตะวนั ออกแตส่ ําเนียงภาษาถอื เป็นกลุ่มเดยี วกบั จังหวดั พงั งาภเู กต็ คือออกเสียงตัวสะกด
ไก่ ไม่ได้
สําเนียงภาษาไทยถ่นิ ใต้สําเนียงเจ๊ะเห
ภาษาไทยถิ่นใต้สําเนยี งเจะ๊ เห ได้แกภ่ าษาไทยถิ่นใต้ที่พดู อยู่บรเิ วณพนื้ ทจี่ ังหวัดนราธวิ าส จังหวัด
ปตั ตานี และอำเภอยะหริง่ อำเภอปานาและอำเภอสายบุรที ้ังในเขตรฐั กลันตนั ของมาเลเซีย ในหม่บู ้านทพี่ ดู
ภาษาไทยจะใชภ้ าษาไทยถนิ่ ใตส้ าํ เนยี งเจะ๊ เหในเขตจงั หวดั นราธิวาสเนือ่ งจากมคี นในจังหวัดอ่ืนๆมาอาศัยหรือ
ทำงานในจังหวัดนราธิวาสจงึ นําภาษาไทยถ่นิ ใต้ของแต่ละจังหวดั มาพูดกันในจงั หวัดนราธิวาส
สว่ นใหญจ่ ะเป็นคนไทยถ่ินใต้จากจังหวดั พัทลุง สงขลา นครศรธี รรมราช คนนราธิวาสจึงมภี าษาไทย 2 สําเนยี ง
คอื ภาษาไทยถานใต้สาํ เนยี งเจ๊ะเหและสําเนียงภาไทยถ่ินใต้ตะวนั ออกภาษาไทยถนิ่ ใต้สําเนยี งเจ๊ะเหมกั พดู กัน
อยใู่ นกลุ่มเครือญาติ หรือตามชนบทของนราธวิ าส แตใ่ นเมอื งจะพดู สําเนียงภาษาไทยถิน่ ใต้ตะวันออก
(วกิ พเี ดยี สารุกรมเสรี,masterorg.wu.ac.th)
สรุปไดว้ า่ การแบง่ กลุ่มภาษาไทยถิ่นและสาํ เนียงถ่ินใต้ ท่ีมารถเห็นได้ชดั คือการแบ่งกลมุ่ ท่อี งิ หลักภมู ิ
ศาสตร์โดยการแบง่ ตั้งแตภ่ าคใตต้ อนบนตอนกลางและตอนลา่ งและอาจครอบคลุมไปถงึ ชายแดน
ประเทศมาเลเซยี บางพน้ื ท่ดี ้วย
ตวั อย่างภาษาถน่ิ ใต้
คำ ความหมาย คำ ความหมาย
ข้ีหก โกหก เชียวชาว ไม่ค่อยสบาย
รถถีบ หึงสา
รถจักรยาน อิจฉา
แหลง สับปลบั พดู จาโกหกกลบั ไป
พดู
แลหวัน ไซร์ กลบั มา
พนั หรือหล้าว มองหรือดูตะวัน คมุ วัน ทำไม
เปน็ ยงั ไงอีก จนทุกวนั น้ี
เวด - นา มาจาก เวทนา แคงควน
เอยี งหรอื ไมต่ รง
เซน นา่ สงสารดไู มไ่ ด้ ในโย
หวบิ เอียงหรือไมต่ รง ไมร่ ู้หวนั ปัจจุบนั
อีโหว้ง หลบ,หลอ๊ บ ไมร่ ูเ้ รอื่ ง
เรนิ โมโห หวังเหวดิ กลับ
ขวยใจ ใชเ้ รียกคนโง่ จงั หงั เปน็ ห่วง
หิด,หิดหยุ้ แตว่ า แรกแต่วา มากมาย
ต่อเช้า ต่อโพรก บ้าน ตอ่ รือ เม่ือวานน้ี
ตอ่ เรอื ง กังวล ขาดหนุ้ วันมะรืน
ทงั้ เพ เลก็ น้อย นดิ หนอ่ ย ได้แรงอก ไมเ่ ต็มบาท
ขบ พรุง่ นี้ สะใจ ถูกใจ
หาม้าย วนั ถัดไปของวนั มะรืน ดน้ ดุร้าย
ทำถา้ ว ทงั้ หมด ทงั้ ส้ิน โหม หมู่ พวก กล่มุ
เหล็กขูด กดั ตอใด เมอ่ื ไหร่
เหลก็ โคน ไมม่ ี ขพ้ี รา้
ยุง่ เร่ืองของคนอนื่ เหลิด ฟกั
กระต่ายขดู มะพร้าว ทำตัวกรา่ ง ทำเป็นเกง่
ตะปู
ง่าว โง่ ลกู แตง แตงโม
ผอ้ พอ่ ชมพู่ ฝรัง่
หนุน ขนนุ หมุดหร่งั ละมดุ
มะ๊ แม่ คง ขา้ วโพด
ลอกอ มะละกอ หวัก ทัพพี
ลูกพร้าว มะพรา้ ว ข้องใจ คิดถงึ
ประโยชนข์ องภาษาถิน่
ประโยชนข์ องการศึกษาภาษาไทยถ่ินนน้ั มี 5 ประการสำคญั (เรอื งเดช ป๎นเขื่อนขัติย์:
ภาษาศาสตรภ์ าษาไทย : 2543) คือ
1. เกิดการเขา้ ใจในเร่ืองของภาษาว่า ภาษาไทยในโลกน้ีนอกจากจะมหี ลายตระกูลแล้วในตระกลู หน่ึงๆ
ยงั มีภาษาย่อยอีกหลายภาษา
2. เขา้ ใจความเป็นมาของภาษาและซาบซง้ึ ในวฒั นธรรรมในการใช้ภาษาแลกะเหน็ ความสำคัญของ
ภาษาไทยถิ่นนนั้ ๆๆ
3. เข้าใจในเรอ่ื งกลายเสียงและความหมายของคาํ ในภาษาไทยถ่ินหน่ึง อาจเหน็ การใชค้ าํ บาง
คําบางถ่นิ ฟังแลว้ อาจถอื ว่าเปน็ คาํ หยาบ แตค่ วามหมายไมใ่ ชอ่ ย่างท่ีเขา้ ใจ
4. เป็นแนวทางในการเรียนรู้วิธกี าร และวเิ คราะห์ภาษาในระบบตา่ งๆ เช่นเสียงพยัญชนะ เสียง
สระ เสยี งวรรณยุกต์ และอื่นๆ
5. เปน็ ประโยชน์ในการสอนภาษาแก่นักเรียนทพี่ ดู ภาษาถน่ิ และแก้ไขปัญหาเดก็ นักเรยี นที่ออก
เสยี งภาษาไทยมาตรฐานไมช่ ดั พร้อมนาํ ความรไู้ ปแก้ปัญหาในการเรยี นการสอนภาษาไทยแก่เดก็ นกั เรียนและ
ผู้สนใจท่ัวไป
สรุปไดว้ า่ ไมว่ ่าการศกึ ษาภาษาใดๆ กแ็ ล้วแต่ ล้วนมปี ระโยชน์ทั้งส้นิ เพราะไม่วา่ จะเป็นภาษาหลักหรอื
ภาษาถ่นิ กม็ คี วามสำคญั ท่คี วรค่าแกก่ ารศึกษาทัง้ นน้ั เพราะจะทำให้สามารถเขา้ ใจถึงท่ีมารจู้ ักวิเคราะหค์ วาม
หมาย และเปน็ ประโยชนก์ บั ผทู้ ม่ี ปี ัญหาเร่ืองการใช้ภาษาถนิ่ ด้วย
แนวทางการอนรุ กั ษภ์ าษาถนิ่ ใต้
แนวทางการอนุรกั ษภ์ าษาถ่ิน มีแนวทางทีพ่ อจะแยกได้ 8 แนว ดังน้ี
1. การค้นคว้าวิจัย การศกึ ษาและเกบ็ รวบรวมข้อมลู ภาษาของทอ้ งถ่ิน จังหวดั ภมู ภิ าค และ
ประเทศโดยมงุ่ ศึกษาใหร้ ู้ความเป็นมาในอดตี และสภาพการณ์ในปัจจุบัน
2.การฟ้ืนฟูโดยการนําภาษาถิ่นที่กําลงั จะสูญหายหรือสูญหายไปแลว้ มาทำให้มคี ุณคา่ และมคี วาม
สำคัญต่อการดำเนนิ ชีวติ ในท้องถ่ินโดยเฉพะ้ืนฐานทางจริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยม
3. การอนุรกั ษโ์ ดยปลกู จติ สาํ นึกใหค้ นในทอ้ งถิ่น ตระหนกั ถงึ คณุ คา่ แกน่ สาระและความสำคัญ
ของภาษาถ่ิน ส่งเสริมสนับสนนุ การจดั กิจกรรมท่ีเกีย่ วกับการใชภ้ าษาถิ่น เพ่อื สรา้ งจิตสาํ นกึ ของความ
เป็นคนทอ้ งถิ่นนัน้ ๆที่จะต้องรว่ มกนั อนุรกั ษภ์ าษาท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถน่ิ รวมทงั้ สนับสนุนใหม้ หี ้องสมดุ
พพิ ธิ ภัณฑ์ ชุมชนขน้ึ เพอื่ แสดงสภาพชีวิตและความเป็นมา อนั จะสร้างความรูแ้ ละความภมู ิใจ
ในท้องถิ่น
4. การพฒั นาริเรม่ิ สรา้ งสรรคแ์ ละปรับภาษาถ่นิ ใหเ้ หมาะสมกบั ยุคสมัยและเกดิ ประโยชนใ์ นการ
ดำเนินชวี ติ ประจำวนั วันโดยใชภ้ าษาถน่ิ เปน็ พน้ื ฐานในการรวมกลมุ่ การพฒั นาอาชีพ โดยใช้ความรู้ทางด้าน
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยมี าช่วยเพมิ่ ประโยชน์
5. การถ่ายทอดโดยการนาํ ภาษาถิน่ ทไ่ี ดร้ วบรวมวเิ คราะห์วจิ ัยแล้ว ไปถ่ายทอดให้คนในสงั คม
ไดร้ บั รู้ เกิดความเขา้ ใจตระหนักในคุณคา่ คุณประโยชนโ์ ดยผา่ นสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา
และการจดั กิจกรรมทางด้านวฒั นธรรมต่างๆ
6. สง่ เสรมิ กิจกรรมโดยการส่งเสรมิ และสนับสนุนใหเ้ กิดเครือข่ายการเสพสารของชมุ ชน เพอ่ื จัด
กิจกรรมทางด้านการใช้ภาษาถนิ่ อย่างต่อเน่อื ง
7. การเผยแพรแ่ ลกเปลย่ี นโดยการสง่ เสรมิ และสนบั สนุนใหเ้ กิดการเผยแพรแ่ ลกเปล่ียนทางดา้ น
ภาษาถิน่ อย่างกว้างขวางดว้ ยสื่อและวิธีการต่างๆรวมทั้งประเทศอ่นื ๆทัว่ โลก
8.การเสรมิ สรา้ งปราชญ์ท้องถน่ิ โดยการส่งเสรมิ และสนบั สนุนการพฒั นาศักยภาพของชาวบา้ น
ผูถ้ ่ายทอดทางภาษา ให้มโี อกาสแสดงศกั ยภาพด้านภาษาถิน่ ความรู้ความสามารถอย่างเตม็ ท่ี มกี ารยก
ยอ่ ง ประกาศเกียรติคุณในลกั ษณะตา่ งๆอยา่ งสม่ำเสมอ (orange.exteen.c)
บรรณานกุ รม
นันทิยา สร้างชา้ ง. (2563). ลกั ษณะภาษาถนิ่ ใต้. สืบค้น 24 ธันวาคม 2565,
จาก https://pubhtml5.com/ercs/qnuf/basic/
สุคนธรัตน์ สวสั ดิกูล. (2561). การเปรยี บภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาไทยถิน่ ใต้. สืบคน้ 24 ธันวาคม 2565,
จาก http://www.9waree.com/water-filters.html
อารลี ักษณ์ เพชรซ้อน. (2564). ภาษาถิ่นใต้. สืบคน้ 24 ธันวาคม 2565,
จาก https://anyflip.com/kbjyl/ksyz/basic