The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผ้าไหมมัดหมี่ของดีเมืองชนบท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sujanjira.s, 2022-10-18 14:54:24

ผ้าไหมมัดหมี่ของดีเมืองชนบท

ผ้าไหมมัดหมี่ของดีเมืองชนบท

โครงงาน
ผ้าไหมมัดหม่ขี องดีเมืองชนบท

คณะผ้จู ัดทา
นางสาวชุติกาญจน์ มีนา 653450193-6 เลขที่ 14
นางสาวธดิ ารัตน์ ชาติชานาญ 653450198-6 เลขที่ 19
นางสาวสวรินทร์ ทองทิพย์ 653450202-1 เลขท่ี 23
นางสาวธรรญชนก มแี สวง 653450394-6 เลขท่ี 39
นางสาวศิรดา ดินชัยภมู ิ 653450399-6 เลขที่ 43
นางสาวสุจรรย์จิรา ศรีสิทธ์ิ 653450400-7 เลขที่ 44
นางสาวอาทติ ญา กองสีหา 653450402-3 เลขที่ 46
นางสาวกัญญาภัค คุณวฒั นาพร 653450550-8 เลขที่ 48

กล่มุ เรียนท่ี 3
สาขาบริหารธุรกจิ ระหว่างประเทศ คณะสหวิทยาการ

อาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์ จักรวาล กลบี บัว

โครงงานฉบบั นี้เป็ นส่วนหน่งึ ของรายวชิ า GE 141166 ภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ (Local Wisdom)
สถาบันการสอนวชิ าทั่วไป มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

โครงงาน
ผ้าไหมมัดหมขี่ องดีเมืองชนบท

คณะผ้จู ัดทา
นางสาวชุติกาญจน์ มีนา 653450193-6 เลขที่ 14
นางสาวธดิ ารัตน์ ชาตชิ านาญ 653450198-6 เลขท่ี 19
นางสาวสวรินทร์ ทองทิพย์ 653450202-1 เลขท่ี 23
นางสาวธรรญชนก มแี สวง 653450394-6 เลขท่ี 39
นางสาวศิรดา ดินชัยภมู ิ 653450399-6 เลขที่ 43
นางสาวสุจรรย์จิรา ศรีสิทธ์ิ 653450400-7 เลขท่ี 44
นางสาวอาทติ ญา กองสีหา 653450402-3 เลขที่ 46
นางสาวกัญญาภัค คุณวัฒนาพร 653450550-8 เลขท่ี 48

กล่มุ เรียนที่ 3
สาขาบริหารธรุ กจิ ระหว่างประเทศ คณะสหวิทยาการ

อาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์ จกั รวาล กลบี บัว

โครงงานฉบบั นเี้ ป็ นส่วนหน่งึ ของรายวิชา GE 141166 ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ (Local Wisdom)
สถาบันการสอนวิชาทวั่ ไป มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565



กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงงานเลม่ น้ี จะสาเร็จลงไมไ่ ดเ้ ลย ถา้ ขาดบคุ คลเหล่าน้ี คณะผจู้ ดั ทาโครงงานขอขอบพระคุณ อาจารย์
จกั รวาล กลบี บวั ที่กรุณาให้ความเมตตารับเป็นทีป่ รึกษาโครงงาน ดูแลใหค้ าแนะนาเสนอแนะ แนวทางและ
วิธีการทาโครงงาน ตรวจแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง และให้กาลงั ใจแก่คณะผจู้ ดั ทาโครงงานโดยตลอด อกี ท้งั ตอ้ ง
ขอขอบคณุ เพ่ือน ๆ ในกล่มุ ที่ให้ความร่วมมอื ชว่ ยเหลือเป็นอย่างดี และช่วยกนั คน้ หาขอ้ มลู ท่ี เก่ียวขอ้ งในการ
ทาโครงงานคร้งั น้ี ให้สาเร็จลุลว่ งไปไดด้ ว้ ยดี

ขา้ พเจา้ ใครขอขอบคณุ ผมู้ ีส่วนเกีย่ วขอ้ งทุกท่านและรวมถงึ บุคลากรท่านอ่ืน ๆ ทไ่ี มไ่ ดก้ ลา่ ว ทีไ่ ด้ ให้
คาแนะนาช่วยเหลอื ในการจดั ทาโครงงานคร้งั น้ีที่มสี ่วนให้ขอ้ มลู เป็นท่ีปรึกษาในการจดั ทาโครงงานฉบบั น้ีจน
สมบูรณ์ตลอดจนการดูแลใหค้ วามร่วมมือ เพ่อื ให้ขา้ พเจา้ เขา้ ใจและรูว้ ธิ ีปฏิบตั ิการใชช้ วี ิตในการทางานจริง
ขา้ พเจา้ ขอขอบพระคุณไว้ ณ ทน่ี ้ี

หวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่าภูมิปัญญาผา้ ไหมมดั หมขี่ องดีเมอื งชนบท สาขาการบริหารธุรกจิ ระหว่างประเทศ ใน
รายวิชาภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ท่จี ดั ทาข้ึนน้ีจะเป็นประโยชนแ์ กผ่ ูท้ ส่ี นใจไม่มากก็นอ้ ยทจ่ี ะนาไปศึกษาต่อในประเดน็
ทไี่ ดเ้ สนอแนะไวใ้ นโครงงานฉบบั น้ี หรือเป็นแนวทางในการดาเนินชีวิตทเ่ี ก่ียวขอ้ งให้บรรลผุ ลอย่างมี
ประสิทธิภาพ ต่อไป

คณะผจู้ ดั ทา

1 ตุลาคม 2565



บทคัดย่อ

การศึกษาโครงสรา้ งผา้ ทอจากภมู ปิ ัญญาทอ่ งถ่ินมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ เก็บโครงสร้างลายผา้ ไวโ้ ปรแกรม
ดจิ ิทลั และหนงั สือตารางโครงสร้างลายผา้ เพอ่ื ออกแบบสีในโครงสร้างลายผา้ เปรียบเทียบสีในลายผา้ เดยี วกัน
เป็นทางเลือกกบั ผบู้ ริโภคและเพอ่ื ถ่ายทอดองค์ความรู้การออกแบบสีและโครงสรา้ งผา้ ทออสี านจากภูมิปัญญา
ของทอ้ งถิ่นใชร้ ะเบยี บวธิ ีวจิ ยั เชิงคุณภาพโดยใชก้ ระบวนการส่ีมวนร่วมในการระดมแนวคิดดา้ นภมู ปิ ัญญา การ
ทอผา้ พ้ืนบา้ นการศึกษาคร้ังน้ีดาเนินการในจงั หวดั ขอนแก่น ผลการศึกษาพบว่าโครงสรา้ งผสมทอจากภมู ิปัญญา
ทอ้ งถิน่ มรี ูปแบบพ้ืนฐาน 3 ส่วน คือส่วนของเน้ือหา ส่วนของลายผา้ และการให้สีสันท่แี ตกต่างกัน วสั ดุและ
กระบวนการผลติ สามารถสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ และคณุ ภาพของการทอเส้นใยท่ีตา่ งกนั จะให้ผลิตภณั ฑผ์ า้ ที่แตกตา่ งกนั
ผา้ ทอมือเป็นงานฝีมอื แบบด้งั เดิมซ่ึงสะทอ้ นให้เหน็ ถึงตวั ตนทีเ่ ป็นมรดกและเห็นอตั ลกั ษณ์งานหัตกรรมผา้ ทอ
มอื จากภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ินไดช้ ดั เจน

สารบญั ค

กิตติกรรมประกาศ หน้า
บทคดั ย่อ ก
สารบญั ข
สารบญั ตาราง ค
บทท่ี 1 บทนา ง
1
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา
1.2 วตั ถุประสงคข์ องโครงการ 2
1.3 ขอบเขตของโครงการ 8
1.4 ประโยขนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ ับ 10
บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎพี ้ืนฐานทเ่ี กีย่ วข้อง 12
2.1 แนวคิดทีเ่ กยี่ วกบั การทอผา้ ไหม 13
2.2 งานวิจยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง 14
บทที่ 3 วธิ กี ารดาเนนิ งาน 15
บทท่ี 4 ผลการดาเนินโครงการ
บทท่ี 5 การอภิปรายผลการดาเนินโครงการ
ภาคผนวก
บรรณานุกรม

สารบญั ตาราง ง
หน้า
ตาราง
ตารางท่ี 1 ตารางแผนการดาเนินโครงการ

1

บทที่ 1

บทนา

1.1 ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา
ในปัจจบุ นั วฒั นธรรมไทยเริ่มหดหายค่านิยมต่างๆ เริ่มเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งมเี ทคโนโลยเี ขา้ มามีบทบาท

เฉพาะการแต่งายดว้ ยเส้ือผา้ ที่แตกต่างกนั จงึ ทาใหก้ ารแต่งกายในสมยั น้ีไม่เหมอื นการแต่งกายในสมยั ก่อน มี
การแต่งกายที่ทนั สมยั หรูหรา และมีมากย่งิ ข้ึนดว้ ยบทความขา้ งตน้ จงึ ทาให้ผูจ้ ดั ทาโครงงานเล่มน้ีไดค้ ดิ จะ
ทาโครงงานเล่มน้ีข้ึนมาโดยมจี ดุ ประสงคเ์ พือ่ ศึกษาความรู้ เพอ่ื ให้ผูค้ นในสงั คมไดน้ าความรู้เกี่ยวกบั ผา้ ไหม
มาพฒั นาเพ่อื ใหม้ ีรายไดเ้ สริม ซ่ึงโครงงาเลม่ น้ีมเี น้ือหาเกยี่ วกับประเพณี วฒั นธรรม ผูจ้ ดั ทาไดเ้ ลอื กหวั ขอ้ น้ี
ข้นึ มาเน่ืองจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและความฉลาดของบรรพบรุ ุษในอดีตแสดงให้เหน็ ถงึ วฒั นธรรมท่ีคนใน
สมยั กอ่ นน้ันไดส้ ร้างไวไ้ ด้

ดงั น้นั คณะผจู้ ดั ทาจงึ มีความคิดทจี่ ะศึกษาวิธีการทาผา้ ไหมมดั หม่ี ลวดลายกราฟิกบนผา้ ไหมมดั หม่ี
อาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน่ เพ่อื สืบสานวฒั นธรรมไทยเกี่ยวกบั ผา้ ไหมมดั หมี่น้นั มาศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่ือการ
อนุรกั ษ์
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน

1. เพอ่ื ศกึ ษาวธิ ีการทาผา้ ไหมมดั หม่ี

2. เพือ่ ศึกษาประโยชน์ของผา้ ไหมมดั หม่ี

3. เพื่อสืบสานวฒั นธรรมไทย

1.3 ขอบเขตของโครงงาน
จดั ทาโครงงานผา้ ไหมมดั หม่ขี องดเี มอื งชนบท ดว้ ย (แอปทใี่ ชท้ า)

1.4 ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ

1.ไดศ้ กึ ษาความรู้ความเขา้ ใจนี่เกย่ี วกบั ผา้ ไหมมดั หมี่มากข้นึ

2. ไดน้ าขอ้ มลู ไปเผยแพร่ใหก้ บั ผอู้ นื่ ได้

3. ไดน้ าความรู้ท่ศี กึ ษามาตอ่ ยอดเป็นอาชีพเสริม

2

บทท่ี 2

เอกสารและทฤษฎพี ้นื ฐานทเี่ กย่ี วข้อง

2.1 แนวคดิ เกี่ยวกับการทอผ้าไหม

2.1.1 แนวคดิ ความเป็ นมาในการทอผ้าไหม

ชาวชนบทขอนแก่นมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลกั ทกุ ครวั เรือนจะมีท่ีดนิ ทานา ทาไร่ ทา
สวน เล้ียงสัตว์ นอกจากอาชีพทานาแลว้ กม็ กี ารปลูกหม่อนเล้ียงไหม ปลูกฝ้าย เพ่ือนาเส้นไหมและฝ้ายมาทอ
เป็นผืนผา้ ในอดีตทผ่ี า่ นมา การทอผา้ ถือเป็นหนา้ ทสี่ าคญั ของผหู้ ญิงชาวอีสาน เพราะจะตอ้ งทอผา้ ถือเพอื่ ให้เป็น
เคร่ืองนุ่งห่มในชีวิตประจาวนั ผหู้ ญิงอสี านตอ้ งเรียนรูแ้ ละฝึกหัดการทอผา้ มาต้งั แตเ่ ดก็ จนกลายเป็นส่วนหน่ึง
ของวิถีชีวติ ดงั คาผญาที่สอนสตร่ีชาวอีสานวา่ “ทอหูกบเ่ ป็นแจ ทอแพรบเ่ ป็นฝาตน้ เล้ยี งหมอ่ นบ่ฮูโ้ ตลกุ โตนอน
อย่าฟ้าววอนเอาผวั ” การทอผา้ เพื่อใชใ้ นครอบครัวจงึ เป็นส่ิงสาคญั ที่ผหู้ ญิงอีสานจะตอ้ งเรียนรู้และฝึกหัด โดย
เริ่มจากผูเ้ ป็นแม่ไดถ้ า่ ยทอดความรูแ้ ละเทคนิควิธีการทอผา้ ให้ลกู หลาน สืบทอดกนั มาไม่ขาดสาย ผา้ ไหมทท่ี อ
ได้ นิยมสใมใส่ไปทาบญุ ทวี่ ดั หรือในงานพิธีและงานมงคลต่างๆ รวมท้งั เก็บไวเ้ ป็นมรดกให้ลูกหลาน

2.1.2 แนวคดิ เกีย่ วกับการอนรุ ักษ์การทอผ้าไหม

การอนุรักษก์ ารทอผา้ ไหมใหเ้ ป็นมรดกและยงั เป็นที่รู้จกั ในสังคมปัจจุบนั พบวา่

1. ควรมีการสนบั สนุนงบประมาณจากภาครัฐและเอกชนเพอ่ื ส่งเสริมกล่มุ ทอผา้ ไหมใหม้ คี วามยง่ั ยนื
และควรมีการสนบั สนุนอย่างตอ่ เนื่อง

2. ควรส่งเสริมการบนั ทึกลวดลายผา้ ไหม เพ่อื เป็นหลกั ฐานและถ่ายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

3. ควรมกี ารจดั สถานที่และหลกั สูตรในการศกึ ษาวธิ ีการทอผา้ ไหม เพอ่ื ให้บคุ คลทส่ี นใจไดเ้ ขา้ มาศึกษา
ในการทอผา้ ไหมเพ่อื เป็นอนุรกั ษ์การทอผา้ ไหมไว้

4. การสรา้ งมูลจูงใจให้สืบทอดผา้ ไหม เพือ่ ให้เกิดรายไดแ้ ละเป็นอาชีพทเี่ หมาะสมกบั ชาวบา้ น

5. การสืบทอดโดยลกู หลานหรือสมาชิกในครอบครัวโดยการปลูกฝงั และถา่ ยทอดการทอผา้ ไหม

3

2.1.3 แนวคิดเกย่ี วกบั วิธกี ารส่งสริมการสร้างรายได้ภายในชุมชน

เกิดจากการพฒั นาผลิตภณั ฑท์ เ่ี กดิ จากจากภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ให้เป็นอาชีพเสริม ทาใหช้ ุมชนน้นั เกิด
รายได้ โดยการเพม่ิ มูลคา่ ผา้ ไหมมดั หมขี่ องดีเมืองชนบท เพอื่ ส่งเสริมและสรา้ งความเจริญใหก้ บั ชุมชน สามารถ
ยกระดบั ความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดขี ้ึน โดยความร่วมมอื ของทางภาครฐั เอกชน และบคุ ลากรในชุมชนชนบท
คอื การจดั การทรพั ยากรทม่ี ีอย่ใู นทอ้ งถ่ินให้กลายเป็นสินคา้ คุณภาพ ใหม้ จี ุดเดน่ และจดุ ขาย จากนกั ท่องเที่ยวท่ี
เขา้ มาเท่ยี วในชมุ ชน

2.1.4 แนวคดิ เกย่ี วกบั การส่งเสริมการท่องเทีย่ วการทอผ้าไหม

1. การท่องเทีย่ วโดยชุมชนถอื เป็นอีกรูปแบบการท่องเท่ียวหน่ึงท่เี ป็นกลไกสนบั สนุนชมุ ชนใน
กระบวนการพฒั นาแบบมีส่วนร่วมดแู ลรักษาสิ่งแวดลอ้ มหรือธรรมชาตทิ ่ีเป็นแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว อนุรักษฟ์ ้ืนฟูสืบ
ทอดศิลป์ วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ินและร่วมรับประโยชนจ์ ากกจิ กรรมการทอ่ งเท่ียวท้งั ทางตรงและ
ทางออ้ มมีส่วนร่วมเกีย่ วกบั การกาหนดแนวทางเพื่อพฒั นาเศรษฐกิจของชมุ ชนแบบยงั่ ยืน และมีการพฒั นาการ
ท่องเท่ียวกบั ทอ้ งถิน่ เพ่อื ให้การพฒั นายกระดบั คุณภาพในการดาเนินงานในสถานท่ที ่องเที่ยวในชุมชนชนบทให้
มีศกั ยภาพเพิ่มข้นึ ท้งั ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม โดยมงุ่ เนน้ ใชท้ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งรู้คุณค่า มกี าร
บารุงรักษา เพ่อื จะไดม้ ที รพั ยากรคงอยกู่ บั ชมุ ชนอยา่ งยง่ั ยืน ซ่ึงผูร้ บั ผดิ ชอบในพฒั นาการทอ่ งเที่ยวจาเป็นตอ้ ง
ประสานงานกบั องคก์ รปกครองทอ้ งถ่ินและหน่วยงานราชการทเี่ กยี่ วขอ้ งในการส่งเสริมกจิ กรรมการท่องเทย่ี ว
แบบยง่ั ยืนในชุมชน หน่ึงตาบล หน่ึงผลติ ภณั ฑ์ เป็นแนวทางประการหน่ึงท่จี ะสรา้ งความเจริญแก่ชมุ ชนให้
สามารถยกระดบั ฐานะความเป็นอยู่ของคนในชมุ ชนให้ดีข้ึน โดยการผลิตหรือจดั การทรพั ยากรทม่ี ีอยูใ่ นทอ้ งถ่นิ
ให้กลายเป็นสินคา้ ทีม่ คี ณุ ภาพ มีจุดเด่นเป็นเอกลกั ษณ์ของตนเองที่สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมในทอ้ งถน่ิ และ
สามารถจาหน่ายในตลาดท้งั ภายในประเทศและตา่ งประเทศ

1.1 ชมุ ชนชนบทควรตระหนกั ถงึ การสืบสานและการอนุรักษป์ ระเพณีอนั งดงามโดยการปลูกฝงั และ
ถ่ายทอดภมู ิปัญญาสู่รุ่นลูกหลานรุ่นหลาน

1.2 ชมุ ชนชนบทควรตระหนกั ในการเป็นเจา้ ของทรพั ยากรท่ีมอี ยู่ในชมุ ชน กล่าวคือ ชมุ ชนเป็นเจา้ ของ
บริหารจดั การโดยชมุ ชนและชุมชนเป็นผรู้ ับผลประโยชน์

1.3 สานกั งานการท่องเท่ียวอาเภอชนบทจงั หวดั ขอนแก่นควรเขา้ ไปส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้
เรื่องการทอผา้ ไหม

4

1.4 สภาอุตสาหกรรมการทอ่ งเที่ยวอาเภอชนบทจงั หวดั ขอนแก่น และสมาคมธุรกิจท่องเท่ยี วอาเภอ
ชนบท จงั หวดั ขอนแก่น ควรสนบั สนุน และส่งเสริมโดยเฉพาะการประชาสัมพนั ธแ์ ละการขาย โดยการนา
เสน้ ทางทอ่ งเท่ียวของชมุ ชนชนบทไปนาเสนอขายใหแ้ กน่ กั ทอ่ งเท่ยี ว

2.1.5 วิธกี ารทาผ้าไหมมัดหมข่ี องดเี มอื งชนบท
อปุ กรณ์
- หูก
- ฟืม
- ไมค้ อกอกั
- อกั
- เหล่ง
- หมอ้ น่ึง
- ผา้ สาหรบั ปิ ดกระดง้
- พวงสาว
- ไมฟ้ ืน
- กระดง้
- เตา
- จ่อ
- ไมเ้ หยยี บ
- กา้ นสวย
- หลอดปั่นไหม

5

การเตรียมเส้นยืน
เสน้ ยืนหรือไหมยนื ไหมเส้นยืน ไหมเครือ เป็นเสน้ ดา้ ยชดุ หน่ึงทีข่ งึ ไวก้ บั ท่ีตามแนวต้งั โดยสอดผ่าน

ชอ่ งฟืมและตะกอท่โี ยงไวก้ บั ทแี่ ละไมเ้ หยยี บ
วิธกี ารเตรียมเส้นยนื

1. คกั เลือกเสน้ ไหมที่ค่อนขา้ งเรียบ เส้นแขง็ แรง เหนียว ขนาดเหมาะสม
2. นามาฟอกทาความสะอาด
3. ยอ้ มสีเส้นไหม
4. นาไหมที่ยอ้ มเสร็จแลว้ มากวกั
5. นาไหมที่กวกั แลว้ มาทาการคน้ เครือในหลกั เผอื
6. นาไหมที่คน้ เครือแลว้ มาทาการร้อยฟันหวี
7. นาไหมท่ีรอ้ ยฟันหวีเสร็จแลว้ มาขงึ บนกี่
8. ทาการเก็บตะกอและผกู โยงตะกอ
การฟอกไหม
การฟอกไหมหรือการด่องไหมเป็นการตม้ ฟอกไหมดบิ สีเหลืองทแี่ ข็งกระดา้ ง เพื่อลอกกาวไหมหรือนา
ลายของตวั หนอนไหมทพี่ ่นออกมาขณะพน่ ใยสร้างรงั ไหมออก เพื่อใหเ้ สน้ ไหมมีความสะอาดและสามารถดูด
ซับสีไดด้ ีในข้นั ตอนของการยอ้ มสีเพือ่ ให้ตดิ แน่น
การย้อมสีไหม (เส้นยนื )
การยอ้ มไหม เป็นการชุบสีหรืออาบสีลงบนเส้นไหม หลงั จากการฟอกทาความสะอาดไหมเรียบรอ้ ย
แลว้
วธิ กี ารย้อมสีไหม
1. นาเปลอื กมาห่นั เป็นชิน้ เล็กๆ

6

2. นาไปตม้ ในน้าท้ิงไว้ 1 คนื ในอตั รา พืช 1 กโิ ลกรัม 3 ลิตร กรองน้าสีท่ไี ดเ้ อาเฉพาะน้าสีทีไ่ ดจ้ าก
เปลือกพชื นาเสน้ ไหมท่ีฟอกกาวไหมออกหมดแลว้ 1 กิโลกรัม มาแช่ในน้าเยน็ 10-15 นาที

3. นามาตม้ ในสารละลายสารสม้ ในอตั ราส่วนของสารละลายสารส้ม 1 ขีด น้า 4 ลติ ร ตม้ ในอณุ หภมู ิ 60-
70 องศา กลบั เส้นไหมทกุ ๆ 3-5 นาที จนครบ 15 นาที แลว้ ยกไหมออกจากสารละลายสารส้มรอใหไ้ หมเยน็

4. นาไหมมาลา้ งให้สะอาด 2-3 คร้งั บิดใหห้ มาดแลว้ กระตกุ เส้นไหมให้เรียงกนั นาไหมทตี่ ม้ ใน
สารละลายสารส้มแลว้ มายอ้ มในน้าสีท่ีเตรียมไว้ 3 ลติ ร ทอ่ี ุณหภูมิห้องกลบั ไหมทกุ 3-5 นาที จนครบ 15 นาที
แลว้ จึงยกหมอ้ ข้นึ ต้งั ไฟ กลบั ไหมทุก 3-5 นาที ตม้ จนครบ 1ชวั่ โมง ยกไหมข้ึนรอใหเ้ ยน็ นาไหมไปลา้ งให้
สะอาดจนน้าใสแลว้ มากระตกุ ตากในที่ร่ม

วิธกี ารค้นเครือ

1. ผกู ปลายเสน้ ไหมที่โบกไหมกบั หลกั คน้ ลูก จากน้ันวนไปทางซ้ายผ่านหลกั คน้ ทุกหลกั ถงึ หลกั คน้ ลูก
สุดทา้ ย จึงนาเส้น ไหมไปพนั กบั หลกั คน้ พเิ ศษ ซ่ึงมหี ลกั เดยี วในเฝือ นบั จานวมความและจานวนหลบบริเวณขา
ใจ จนกระทงั่ ไดเ้ ส้นตามจานวนสมั พนั ธก์ บั ฟืมท่จี ะใชท้ อเม่อื ไดจ้ านวนตามที่ตอ้ งการ

2. ถอดกลมุ่ ไหมออกจากเฝือ แลว้ ตดั เส้นไหมให้ปลายเปิ ดทุกเส้น ตรงทค่ี ลอ้ งกบั หลกั คน้ ลูกแรก กลุ่ม
เสน้ ไหมที่ได้ เรียกวา่ ไส้ทุกเสน้ ตรงทค่ี ลอ้ งกบั หลกั คน้ ลูกแรก กลุม่ เส้นไหมทไี่ ด้ เรียกวา่ ไส้ ทุกหูก

วิธกี ารร้อยฟันหวี

1. วดั ความยาวจากจดุ ก่งึ กลางของฟันหวีไปหาริม 2 ขา้ ง รอ้ ยเสน้ ยืมเขา้ ช่องฟันหวตี ามความกลา้ งทตี่ อ้ ง
หา

2. เมอ่ื เสร็จแลว้ กน็ าไหมมาข้ึนท่ี

3. จากน้นั ทาจากเกบ็ ตะกอ การเตรียมเส้นพุ่ง

วธิ ีการเตรียมเส้นพ่งุ

1. คดั เลือกเสน้ ไหมที่ค่อนขา้ งเรียบ เสน้ แขง็ เหนียว ขนาดเหมาะสม

2. นามาฟอกทาความสะอาด

3. นาไหมท่ีฟอกเสน้ แลว้ มาทาการกวกั ไหมเพ่อื ทาให้เส้นไหมต่อกนั เป็นเส้นเดียวตลอด

7

4. นาไหมท่ีกวกั เสร็จแลว้ มาคน้ หม่ี
5. มดั หม่ี
6. ยอ้ มหม่ี
7. แกป้ อมดั หมี่
8. นาหมท่ี ย่ี อ้ มเสร็จแลว้ มาทาการกรอใส่หลอด
9. นาเชือกมาร้อนหลอดไดเ้ พือ่ ใส่กระสวยในข้นั ตอนการทออกี ต่อไป
วธิ ีการมัดหมี่
1. นาหมที ่ีคน้ หมแี่ ลว้ มายายลาในเพลงมดั หมี่
2. มดั หม่ีตามลายทตี่ อ้ งการ
3. ถอดไหมทีม่ ดั ลายเสร็จแลว้ ออกจากโฮงหม่ี
วธิ กี ารทอผ้าไหมมดั หมี่
คือการเอาเส้นใหมม่ ากกว่าสองเส้นมาขดั สลบั กนั ซ่ึงมวี ิธีการทอผา้ เป็นข้นั ๆดงั น้ี
1. เมื่อเตรียมไหมเส้นพุ่งและใส่หูกเรียบรอ้ ยเเลว้ นาเอาเสน้ หูกอนั ใหมส่ ืบต่อกบั ไส้หูกทีค่ า้ งอย่ใู นเขา
หูกและร่องฟันฟืมเดมิ กางกีห่ รือหูกใหเ้ รียบรอ้ ย
2. เอาหลอดไหมเขา้ ร่องกระสวย รอ้ งไหมจากหลอดผ่านรูหลอดท่ี 2,3 … ตามลาดบั หลอดท่รี ้อยไว้
บรรจเุ ขา้ กระสวยและทอตามลาดบั
3. คลอ้ งเชือกจากเขาหูกอนั หน่ึงเขา้ กบั ไมค้ นั เหยยี บขา้ งใดขา้ งหน่ึงและคลอ้ งเชือกเขาหูกทเ่ี หลอื อีกอนั
เขา้ กบั ไมค้ นั เหยยี บอีกอนั เมือ่ เหยียบไมค้ นั เหยียบขา้ งหน่ึง ไส้หูกกางออกเป็นช่องเน่ืองจากการดึงของเขาหูก
พงุ่ กระสวยผา่ นชอ่ งวา่ งน้ัน แลว้ ดึงฟืมกระทบเส้นฝา้ ยเขา้ เก็บ เหยยี บไมค้ นั เหยยี บอกี อนั พุ่งกระสวย ดงึ ฟืน
กระทบ เหยยี บไมค้ นั เหยียบ ทาสลบั กนั ไปเร่ือย ๆ จนไดผ้ ืนผา้ เกิดข้นึ ยากมากแลว้ จึงพนั ผืนผา้ ไวด้ ว้ ยไมก้ าพนั

8

2.2 วิจัยทเี่ กย่ี วข้อง

นิตยา ฉัตรเมืองปัก. (2555). การศึกษาวิเคราะหผ์ า้ ไหมมดั หมอี่ าเภอนาโพธ์ิ จงั หวดั บุรีรัมย.์ ปริญญา

นิพนธ์ กศม. (ศิลปศกึ ษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

คณะกรรมการควบคมุ : รองศาสตราจารย์ พฤทธ์ิ ศภุ เศรษฐศริ ิ, รองศาสตราจารยส์ มศิริอรุโณทยั .

การศึกษาคร้งั น้ีเป็นการศกึ ษาวิเคราะหผ์ า้ ไหมมดั หมอี่ าเภอนาโพธ์ิ จงั หวดั บรุ ีรัมย์ ในประเดน็
กระบวนการผลิต ลวดลาย การใชส้ ี และการถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ โดยพจิ ารณาเปรียบเทยี บขอ้ มูลจาก 2 แหลง่
ผลิต ประกอบดว้ ย กล่มุ ทอผา้ ศูนยห์ ัตถกรรมนาโพธ์ิ และกลุ่มทอผา้ ตมุ้ ทอง กลุม่ ตวั อยา่ งทใี่ ช้ ในการศกึ ษาคือ
ผา้ ไหมมดั หมจี่ ากท้งั 2 กลมุ่ กลมุ่ ละ 60 ผนื

กระบวนการผลิต ประกอบดว้ ยปัจจยั สาคญั 3 อย่างคอื การเตรียมเส้นไหม วสั ดแุ ละอุปกรณ์ และ
ข้นั ตอนในการทอ พบว่า ในปัจจุบนั ช่างไม่ตอ้ งทาเองในทุกข้นั ตอน จะแบ่งหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ ทาตามที่
ตนเองถนดั หรือทาหนา้ ท่ีอย่างใดอย่างหน่ึง การเตรียมเส้นไหม เส้นไหมท่ใี ชใ้ นการทอเป็นไหม สาเร็จรูปหาซ้ือ
ไดจ้ ากในชุมชน ไหมท่ีใชใ้ ชไ้ หมพนั ธุ์พ้นื บา้ น และไหมเปลือกนอก สาหรบั การยอ้ มสี นิยมยอ้ มดว้ ยสีเคมี วสั ดุ
และอปุ กรณ์ในการทอใชเ้ ทคโนโลยีพ้นื บา้ น ข้นั นตอนการทอมีท้งั หมด 6 ข้นั ตอน คอื การสาวไหม การฟอกสี
การเตรียมเสน้ พุ่ง (การมดั หม)ี่ และการยอ้ มไหม การเตรียมเส้นยืน การสืบ หูก และการทอ

การศกึ ษาลวดลายผา้ ไหมมดั หมีพ่ บวา่ ท้งั 2 กลุ่มทอผา้ มกี ารแบ่งลกั ษณะของลายออกเป็น 2 ลกั ษณะ
คอื ลายโบราณ และลายประยกุ ตจ์ ากการศึกษาลวดลายของกลุ่มทอผา้ ศนู ยห์ ัตถกรรม นาโพธ์ิ พบวา่ ลายโบราณ
ท่พี บมากสุด คือลายขอส่วนลายประยกุ ตท์ ีพ่ บมากทสี่ ุด คือลายหม่คี น่ั ขอ้ สาหรบั กลุ่มทอ ผา้ ตมุ้ ทอง ลายโบราณ
ท่ีพบมากท่ีสุดคอื ลายนกยูง ส่วนลายประยุกตท์ ่ีพบมากที่สุด คอื ลายเขาวงกต

การใชส้ ีผา้ ไหมมดั หม่ีของท้งั 2 กลมุ่ ทอผา้ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 ลกั ษณะ เช่นเดยี วกนั คือการใชส้ ี
ตามวรรณะ การใชส้ ีตามความกลมกลนื การใชส้ ีตดั กนั และการใชส้ ีเอกรงค์ จากผลการศกึ ษาทาใหพ้ บว่า การ
ใชส้ ีมีการใชส้ ีในวรรณะรอ้ นมากทส่ี ุด สีวรรณะรอ้ นที่นิยมใช้ เช่น สีแดง สีส้ม สีชมพู และ สีมว่ ง สีวรรณะเยน็
ทีใ่ ชม้ ากทีส่ ุด เช่น สีเขียว สีเหลือง สีน้าเงนิ และสีฟ้า

การถ่ายทอดองคค์ วามรู้เป็นการถ่ายทอดจากบรรพบรุ ุษสู่รุ่นหลาน เป็นการถ่ายทอดใน ระบบเครือญาติ
และจากรุ่นหน่ึงสู่อีกรุ่นหน่ึง เหมอื นกันท้งั 2 กล่มุ ทอผา้ วธิ ีการถ่ายทอดองค์ความรู้ คอื การสอนโดยผูน้ ากลุ่ม
การฝึกอบรมใหแ้ ก่สมาชิกในกลมุ่ การเป็นวทิ ยากรฝึกอบรมให้ความรูแ้ ก่กลมุ่ ทอผา้ อื่นๆ ท้งั ในและนอกพ้นื ที่

9

การเป็นศูนยก์ ลางของแหล่งเรียนรูใ้ นทอ้ งถ่ิน และใชเ้ ป็นแหล่งทอ่ งเทย่ี วทางวฒั นธรรมทศั นศึกษา ดู งาน การ
เยยี่ มชม หรือทาข่าวสาร มกี ารสาธิตให้คาแนะนา วธิ ีการทอผา้ ไหมมดั หม่ใี หแ้ กผ่ ทู้ ส่ี นใจ และการถ่ายทอดองค์
ความรู้โดยใชว้ ธิ ีการจดั การการเรียนรู้ ใหก้ บั นกั เรียน นิสิต และนกั ศกึ ษา ท้งั ในสถานศึกษาและที่ทาการกล่มุ

บทที่ 3 10
สปั ดาหท์ ่ี 4
วธิ ีการดาเนินโครงการ

วัตถุประสงค์มขี ้นั ตอนการดาเนินการทาโครงการ ดังนี้

3.1 พ้ืนท่เี ป้าหมาย

- ตาบลโนนพะยอม อาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน่

3.2 กล่มุ เป้าหมาย

- ประชากรกล่มุ ทอผา้ ไหมมดั หมต่ี าบลโนนพะยอม อาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแก่น

3.3 แผนการดาเนินงานและระยะเวลา

- วนั ที่ 11 กนั ยายน 2565 - วนั ที่ 11 ตุลาคม 2565

- แผนการดาเนินงาน

ท่ี กจิ กรรม สัปดาห์ท่ี 1 ระยะเวลาดาเนินการ
สัปดาหท์ ่ี 2 สปั ดาห์ที่ 3
1 ศกึ ษางานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง
2 เร่ิมเขียนโครงสร้างเรื่อง และ

รวบรวมความสาคญั ของปัญหา
3 ปรับปรุงแกไ้ ขเน้ือหา
4 สังเกตการและรวบรวมขอ้ มูลเน้ือหา
5 วเิ คราะห์ขอ้ มลู และจดั ทาเอกสาร
6 นาเสนอโครงงานตอ่ อาจารยร์ ายวิชา

3.4 วสั ดุ อปุ กรณ์/วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มูลและการวิเคราะหข์ อ้ มลู
3.4.1 เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ โทรศพั ทม์ ือถือท่เี ช่ือมต่ออินเทอร์เนต็

11

3.4.2 เวบ็ ไซตต์ า่ งๆทีส่ ืบคน้ ขอ้ มลู (Google) ตดิ ตอ่ ส่ือสาร (Facebook)
3.4.3 วิธีเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล

ศึกษาผ่านอินเทอร์เนต็ ส่ือหรือเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง ปรึกษาสอบถามขอ้ มลู จากชาวบา้ นท่ี
ทาผา้ ไหมมดั หมี่ อาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแก่น และปรึกษารวบรวมขอ้ มูลกนั ในกลมุ่

12

บทท่ี 4

ผลการดาเนินโครงการ

ผลการดาเนินโครงการ

จากการศกึ ษาความเป็นมาของผา้ ไหมมดั หมี่ของดีเมอื งชนบท จงั หวดั ขอนแก่น ผจู้ ดั ทาไดค้ น้ ควา้ หา
ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ความเป็นมาของผา้ ไหม ของจงั หวดั ขอนแกน่ เพือ่ เป็นแหลง่ สืบคน้ แห่งใหม่ สาหรับผทู้ ตี่ อ้ งการ
ทราบขอ้ มลู องคค์ วามรู้พ้นื ฐาน ความรู้รอบตวั ซ่ึงผทู้ ่ีไดอ้ า่ นไดศ้ กึ ษาอาจจะนาไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ประจาวนั ได้

ผลทไ่ี ด้รับจากการดาเนินโครงงาน
1. ผศู้ ึกษามคี วามรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั ผา้ ไหมมดั หมม่ี ากข้นึ
2. สามารถนาขอ้ มลู ไปเผยปพร่ใหก้ บั คนทไ่ี ม่รู้
3. สามารถนาความรู้ทศ่ี ึกษามาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม
4.นามาตดั เยบ็ เป็นผา้ นุ่งห่มสาหรบั สวมใส่ในงานสาคญั เชน่ งานบุญ งานบวช งานแต่ง และงานมงคล

ต่างๆ

13

บทที่ 5

การอภิปรายผลการดาเนนิ โครงงาน

การสรุปผล

การศกึ ษาผา้ ไหมหม่ี อาเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน่

คณะผจู้ ดั ทาไดท้ าการศึกษาความเป็นมาที่มลี กั ษณะเช่ือมโยง เน้ือหา และอา้ งองิ ซ่ึงทาให้ไดท้ าการศึกษา
มีภาพประกอบเน้ือหา สามารถนาไปใชส้ าหรบั ศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเตมิ ไดส้ าหรบั ผูท้ ่ีสนใจและผูท้ ี่ไม่รู้ผจู้ ดั ทาได้
เร่ิมดาเนินงานตามข้นั ตอนการดาเนินงานทเ่ี สนอ แลว้ ผา้ มดั หมีเ่ ป็นการทอผา้ อยา่ งหน่ึงท่มี กี ารสร้างลวดลาย
ก่อนท่ีจะ ทาการยอ้ มสี การทาลวดลายผา้ มดั หมี่เป็นการเอาเชือกมามดั ดา้ ยหรือมดั เสน้ ไหมตามลวดลายทีไ่ ด้
ออกแบบไว้ การมดั และยอ้ มลายจะมกี ารทาท้งั เสน้ ทางแนว

จากน้นั ไดน้ าเสนอเผยแพร่ผลงานโดยการนาเสนอหน้าช้นั เรียน โดยท่ีอาจารยแ์ ละเพื่อนๆไดเ้ ห็นเน้ือหา
และรูปแบบของการนพเสนอทหี่ ลากหลาย เพ่ือทาให้เกดิ การเรียนรู้เกยี่ วกบั ผา้ ไหมมดั หมีเ่ พอื่ นาไปถา่ ยทอดต่อ
คนทยี่ งั ไม่รู้

ข้อเสนอแนะ

ในการศกึ ษาผา้ ไหมมดั หมที่ ค่ี ณะผูจ้ ดั ทาไดศ้ ึกษาข้ึนน้ีสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในการสนบั สนุนการ
เรียน การสอนของการศกึ ษาไดเ้ ป็นอย่างดี สามารถนาไปพฒั นาไดใ้ นอนาคตและสามารถนาไปเผยแพร่แกค่ น
รุ่นหลงั ที่อาจหลงลืมหรือไมร่ ูจ้ กั ผา้ ไหมมดั หมีไ่ ด้

14

ภาคผนวก

สืบคน้ ขอ้ มลู บทที่ 2 ปรึกษาหาขอ้ มูล

สรุปผลดาเนินโครงการ

15

บรรณานกุ รม

นายอนาวนิ โมแ้ กว้ . (2558). โครงงานผ้าไหมมัดหม่ี.

เขา้ ถึงไดจ้ าก https://sites.google.com/site/anawin37/khorng-ngan-pha-him-mad-hmi-1
(วนั ทส่ี ืบคน้ 26 กนั ยายน 2565)

นิตยา ฉัตรเมืองปัก. (2555). การศึกษาวเิ คราะห์ผ้าไหมมัดหมี่อาเภอนาโพธ์ิ จังหวดั บรุ ีรัมย์.

เขา้ ถึงไดจ้ าก https://ir.swu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/3764/2/Nitaya_C.pdf (วนั ทส่ี ืบคน้ 26
กนั ยายน 2565)

โรงเรียนหว้ ยแถลงพิทยาคม. (2559). วธิ กี ารทาผ้าไหมมดั หม่ี.

เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://sites.google.com/site/kusilaphahim/system/app/pages/recentChanges (วนั ท่ี
สืบคน้ 29 กนั ยายน 2565)

ศนู ยว์ ิทยพฒั นา มธส. อดุ รธานี. (2560). โครงการทานบุ ารุงศิลปวัฒนธรรม และภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ .

เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.stou.ac.th/Offices/rdec/udon/main/ศิลปวฒั นธรรม/โครงการสืบสานงาน
ผา้ 60.pdf (วนั ที่สืบคน้ 30 กนั ยายน 2565)


Click to View FlipBook Version