เรื่อง การปลกู ดอกดาวเรอื ง
นาเสนอ
เด็กหญิงรตั นาวดี รอดทองออ่ น
ชั้น ม.3
ครูทป่ี รึกษา นายอุเทน สมบตั ศิ รี
รายงานน้ีเป็นส่วนประกอบวชิ าการสื่อสารและการนาเสนอ(is2)
โรงเรยี นหนั หว้ ยทรายพิทยาคม อาเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาเขต31
ภาคเรยี นท่ี1ปีการศกึ ษา2563
เรื่อง การปลกู ดอกดาวเรอื ง
นาเสนอ
เด็กหญิงรตั นาวดี รอดทองออ่ น
ช้ัน ม.3
ครทู ีป่ รึกษา นายอุเทน สมบัตศิ รี
รายงานน้ีเป็นส่วนประกอบวชิ าการส่อื สารและการนาเสนอ(is2)
โรงเรยี นหนั หว้ ยทรายพิทยาคม อาเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาเขต31
ภาคเรียนท่ี1ปีการศกึ ษา2563
บทคัดย่อ
โครงงานเร่ืองคดั แยกดอกดาวเรืองนมี้ จี ดุ ประสงค์ เพอ่ื สร้างสรรค์ผลงานในด้าน
เทคโนโลยที ี่สามารถ
นามาประยกุ ต์ใชก้ ับสวนดาวเรอื งด้านการคัดแยกดอกดาวเรืองให้มีคุณภาพมากยง่ิ ข้ึน อกี ท้งั เพิม่
ความ
สะดวกสบายในการบรหิ ารจัดการของเกษตรกรเจ้าของสวนดอกดาวเรอื ง ในเร่ืองการ
ประหยัดเวลาและ
ค่าใชจ้ า่ ยในการจ้างบุคลากรตา่ ง ๆ โดยการนาเทคโนโลยเี ข้ามาช่วยมาควบคมุ ระบบการคดั แยก
ดอกดาวเรือง
คณะผ้จู ัดทาจงึ ตัดสินใจประดษิ ฐ์เคร่ืองคดั แยกดอกดาวเรอื งนี้ขนึ้ มา เพ่ือช่วยเกษตรกรเจา้ ของสวน
ดาวเรืองในการคดั แยกดอกดาวเรืองให้มีคุณภาพ และเพอ่ื ให้ผู้สนใจสามารถสามารถศึกษารูปแบบ
การทางานของระบบที่
สรา้ งขนึ้ อย่างชัดเจนผลการดาเนนิ งานพบว่า จากการทดสอบระบบการทางาน อปุ กรณด์ ้าน
อิเลก็ ทรอนิกส์สามารถทาได้
ตามเป้าหมายที่วางไวแ้ ต่อปุ กรณ์ด้านกลไกยงั ไมส่ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์
คำนำ
1.1 ท่ีมาและความสาคัญของโครงงาน
ดอกดาวเรืองถือเปน็ พืชเศรษฐกิจในชุมชน คนส่วนใหญ่มกั นามาใชป้ ระโยชน์ ทั้งการนาไปทาพวงมาลยั
บายศรี และนาไปตกแต่งสถานท่ี เหน็ ไดจ้ ากวนั คล้ายวันพระราชสมภพของในหลวงรชั กาลท่ี 9 และมีการ
เพาะปลูกกันอย่างแพรห่ ลาย อกี ท้ังทางบ้านของคณะผู้จัดทา ได้มีการทาธรุ กจิ ค้าขายดอกดาวเรืองจึงพบเหน็
ปัญหาไดเ้ ป็นอยา่ งดี คือ กระบวนการในการเก็บและคัดแยกดอกดาวเรืองนน้ั ต้องใชเ้ วลานานและแรงงานมาก
หากจ้างแรงงานก็ต้องจ่ายค่าจ้างเพ่ิมเติม ทาให้ไม่คุ้มกบั ต้นทุน ประกอบกับลักษณะการเก็บดว้ ยมอื คนน้นั
ใหด้ อกไม้ชาง่าย และบางครัง้ มกี ารคดั แยกขนาดของดอกที่ไมแ่ ม่นยา
ทางคณะผ้จู ัดทาจึงไดต้ ระหนักถงึ ปัญหาและความสาคญั จึงมคี วามคิดทจี่ ะนาเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไข
ปัญหาโดยจัดทาเป็นเครื่องคัดแยกดอกดาวเรอื งท่ีสามารถเลอื กคดั แยกขนาดของดอกดาวเรืองท่เี ราต้องการ
ซ่ึงจะช่วยอานวยความสะดวกในเร่อื งของเวลา แรงงาน และคุณภาพของผลผลิต
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน
1.2.1. เพ่อื ชว่ ยลดระยะเวลาและแรงงาน ในการคัดแยกดอกดาวเรือง
1.2.2. เพ่ือชว่ ยเกษตรกรเจา้ ของสวนดาวเรอื งในการคัดแยกดอกดาวเรืองให้มีคุณภาพ
1.2.3. เพ่ือออกแบบและสรา้ งเครื่องคดั แยกดอกดาวเรืองให้สามารถใชง้ านได้จรงิ
1.3 ประโยชนท์ ่ีได้รับ
1.3.1. ช่วยลดระยะเวลาและแรงงาน ในการคัดแยกดอกดาวเรอื งของเกษตรกร
1.3.2. ชว่ ยเพมิ่ คณุ ภาพในการคัดแยกดอกดาวเรอื ง
1.3.3. เครื่องคัดแยกดอกดาวเรอื งให้สามารถใช้งานได้จรงิ
สำรบญั
เรอื่ ง หนา้
ชนิดดาวเรอื ง
การขยายพนั ธดุ์ าวเรือง
การปลูกดาวเรือง
โรคและแมลงที่สาคัญต่อดาวเรือง
แมลงศตั รสู าคัญของดาวเรือง
การดูแลรกั ษาดอกดาวเรือง
ชนิดดำวเรอื ง
ดาวเรอื งทปี่ ลูกกันอย่โู ดยทวั่ ไปแบง่ เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. ดาวเรอื งอเมริกนั เปน็ ดาวเรอื งทมี่ ีถิ่นกาเนดิ อยู่ทางตะวันตกเฉยี งใต้ของทวปี อเมริกา ลาต้นสงู ตง้ั แต่ 10-40
น้วิ ดอกสีเหลือง ส้ม ทอง และขาว กลบี ดอกซ้อนกันแน่น ดอกมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 นิ้ว ดาวเรืองชนิดนี้
มหี ลายพนั ธ์ุ ได้แก่
พนั ธุ์เตี้ย สูงประมาณ 10-14 น้วิ ได้แก่ พันธุ์ ปาปายา่ (papaya (pineaple) (Pumpkin) เปน็ ต้น
พันธุส์ งู ปานกลาง สูงประมาณ 14-16 น้ิว ได้แก่ (Apollo) (Ziking) (Moonshot) เป็นตน้
พันธุส์ ูง สงู ประมาณ 16-36 นว้ิ ได้แก่ พันธดุ์ บั เบิล อีเกิล ดับบลนู ซอฟเวอร์เรน เปน็ ต้น
2. ดาวเรืองฝร่งั เศส (French Marigolds) ดาวเรอื งฝรงั่ เศสเปน็ ดาวเรืองต้นเลก็ ตน้ เปน็ พุ่มเต้ีย ๆ สูงประมาณ
6-12 นว้ิ ดอกสเี หลอื ง สม้ ทอง นา้ ตาลอมแดง และสแี ดง ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 นว้ิ นยิ มปลกู ประดบั
ในแปลงมากกว่าปลูกเพ่อื ตัดดอก เน่ืองจากมีก้านดอกสัน้ นอกจากน้ยี งั เปน็ ดาวเรืองที่สามารถลดปรมิ าณ
ไสเ้ ดือนฝอยทีท่ าให้เกดิ อาการรากปมในรากพชื ได้ ตัวอย่างดาวเรืองฝรงั่ เศส ได้แก่
พนั ธุ์ดอกชัน้ เดยี ว ดอกมีขนาด 1.5-2 นวิ้ พันธ์ดุ อกซ้อน ดอกมีขนาดตงั้ แต่ 1.5-3 นว้ิ
3. ดาวเรอื งพันธลุ์ กู ผสม (Mule Mariglds หรือ Afro American Marigolds) เปน็ ดาวเรอื งลกู ผสมระหว่าง
ดาวเรอื งอเมริกันและดาวเรอื งฝรัง่ เศส โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พือ่ นาลักษณะความแข็งแรง ดอกใหญ่ และมีกลบี
ซอ้ นมากของดาวเรืองอเมรกิ ัน รวมเข้ากบั ลักษณะตน้ เตย้ี ทรงพมุ่ กะทดั รดั ของดาวเรอื งฝร่ังเศส ดาวเรอื ง
ลกู ผสมให้ดอกเร็วมาก คือเพียง 5 สปั ดาหห์ ลงั จากเพาะเมล็ดดอกมีขนาด 2-3 นว้ิ ดอกดกและอยูก่ ับต้นไดด้ ี
ดาวเรอื งชนิดนีม้ ีข้อเสียก็คือเมลด็ จะลบี ไมส่ ามารถนามาเพาะให้เป็นต้นใหม่ไดจ้ งึ เรียกว่า ดาวเรอื งล่อ
เชน่ เดียวกบั การผสมม้ากบั ลา มีลกู ออกมาเรยี กวา่ ลอ่ ซง่ึ เป็นหมัน จึงทาให้เมลด็ มรี าคาแพงมาก และการปลูก
กำรขยำยพันธ์ุดำวเรือง
ทาไดโ้ ดยการใชเ้ มลด็ และการปกั ชา แต่วธิ ีทีน่ ิยมทาคือ การใช้เมลด็ เพราะไดจ้ านวนมากกว่า โดยนาเมล็ด
ดาวเรอื งมาเพาะในกระบะเพาะ ซ่ึงมีวัสดเุ พาะ คอื มะพร้าว ทราย ข้ีเถา้ แกลบ ปยุ๋ คอก ในอัตราส่วน 1:1:1:1
หรอื แปลงเพาะทีม่ ีดินร่วนซยุ ค่อนข้างละเอยี ด คราดดนิ ให้ผิวดนิ เรยี บสม่าเสมอ ทาร่องบนกระบะเพาะหรือ
แปลงเพาะใหล้ ึกประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร กว้าง 1 เซนติเมตร แต่ละรอ่ งห่างกัน 5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลง
ร่องห่างกนั 1-2 น้วิ แลว้ กลบแตล่ ะรอ่ งด้วยวัสดเุ พาะ หรือดินละเอยี ดเพยี งบางๆ รดนา้ ดว้ ยฝักบวั ฝอยใหช้ ุ่ม
แล้วคลมุ กระบะเพาะดว้ ยกระดาษหนังสอื พมิ พ์ หรอื คลุมแปลงเพาะด้วยฟางหรือหญ้าแหง้ ควรรดนา้ วันละ 2
ครงั้ เช้า-เย็น เพ่อื รักษาความช้นื เมล็ดดาวเรอื งจะงอกภายใน 3-5 วนั เปน็ ตน้ กล้า
กำรปลูกดำวเรือง
1. ไถเตรยี มดนิ หว่านปุ๋ยคอกหรอื ป๋ยุ หมักลงไป ประมาณ 1 ตนั /ไร่ ยกร่องแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร รดนา้
แปลงไวล้ ่วงหนา้ 1 วัน
2. ขุดหลมุ กว้าง 15 เซนตเิ มตร แปลงละ 3 แถว ระยะระหวา่ งแถว 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างตน้ 30
เซนตเิ มตร ใส่ปุย๋ ทรบิ เบ้ิลซปุ เปอร์ฟอสเฟส หรือสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ชอ้ นชา รองกน้ หลมุ แล้วเกลีย่
ดินข้างหลุมมากลบปยุ๋ เล็กน้อย เพอ่ื ป้องกันไม่ใหร้ ากดาวเรืองสมั ผัสปุ๋ยโดยตรง
3. นาต้นกล้าท่มี ีอายุ 7-10 วัน ( นับจากวนั เพาะเมลด็ ) โดยแยกตน้ กลา้ ใหม้ วี สั ดเุ พาะ หรอื ดินหุ้มตดิ รากมา
ดว้ ย เพอื่ ป้องกนั รากกระทบกระเทือน นามาปลกู ในแตล่ ะหลมุ ท่เี ตรียมไว้ รดนา้ ใหช้ ่มุ
4. หลังจากนนั้ ต้องรดนา้ เช้า-เยน็ ประมาณ 7 วัน ซ่งึ ตน้ กล้า จะต้ังตวั ไดด้ ี แลว้ จงึ รดนา้ เพยี งวนั ละ 1 ครัง้ ใน
ตอนเชา้ ในชว่ งที่ดอกดาวเรอื งเรมิ่ บานไม่ควรรดนา้ ใหโ้ ดนดอก เพ่อื ป้องกันดอกเปน็ โรค
5. เมื่อดาวเรอื งอายุ 15 และ 25 วัน ควรใส่ป๋ยุ 15-15-15 ในอัตรา 1 ช้อน : ต้น เมือ่ อายุ 35 และ 45 วัน ใส่
ปุ๋ยสูตร 12-24-12 ในอตั ราเดียวกนั โดยวธิ ฝี งั ลงในดินตื้นๆ ประมาณ ? น้วิ หา่ งโคนตน้ 6 นิ้ว แล้วรดน้าให้
ช่มุ ทกุ คร้ังที่ใสป่ ๋ยุ
6. ชว่ งดาวเรืองอายุ 21-25 วัน ซ่ึงเป็นระยะที่ต้นมีใบจริงขนาดใหญ่ ประมาณ 4 คู่ และส่วนยอดมีใบเล็กๆ 1-
2 คู่ จะต้องปลิดยอดทิง้ เพอ่ื ใหแ้ ตกกง่ิ ขา้ ง โดยใชม้ ือซ้ายจับคู่ใบบนสุดทีจ่ ะเหลอื ไว้ แล้วใช้มอื ขวาดึงสว่ นยอด
ลงทางดา้ นข้างจนหลุดออกมา หลงั จากนั้น 5-7 วันตาข้างจะเรม่ิ แตกและเจริญเป็นกิง่ ใหม่ ซง่ึ จะติดตุ่มดอกทั้ง
ที่ตายอดปลายกงิ่ และตาข้าง
7. หลงั จากปลูก 40-45 วันในแตล่ ะกง่ิ เมื่อดอกยอดมขี นาดเท่าเมล็ดข้าวโพดดอกข้างมีขนาดเทา่ เมลด็ ถ่ัว
เขยี ว ต้องรีบปลดิ ดอกข้างออกใหห้ มดภายใน 2-3 วัน คงเหลือดอกยอดไว้ดอกเดยี ว เพื่อให้ดอกมีขนาดใหญ่
8. หลังจากนน้ั ประมาณ 20 วัน ( อายุ 60-65 วนั ) ก็ตัดดอกไปจาหน่ายได้ ซึ่งจะได้ประมาณ 10-12 ดอก/
ตน้
โรคและแมลงที่สำคญั ต่อดำวเรือง
1. โรคเห่ยี ว เปน็ โรคท่เี กดิ จากเช้อื ราไฟ (Phytoptora) มกั เกิดกบั ดาวเรืองท่ดี อกกาลังเริ่มทยอยบาน
ระยะแรกมีอาการคล้ายกบั ดาวเรืองขาดน้า กล่าวคอื อาการเห่ยี วจะแสดงในตอนกลางวันสว่ นกลางคืนอาการ
จะปกติ หลงั จากนั้นประมาณ 3 -4 วัน ดาวเรอื งก็จะเหย่ี วทั้งด้นและตายไปในทส่ี ุด
การป้องกันกาจดั ใชส้ ารเคมีป้องกันและกาจัดเชอ้ื รา เชน่ แมนโคเซ็ป ฉดี พ่นสลบั กับคาร์เบนดาซมิ
ประมาณสัปดาห์ละคร้ัง และถา้ พบมากต้นทเ่ี ปน็ โรคและตายในแปลงต้องรีบกาจดั ทิ้ง
2. โรคราแปง้ เกิดจากเชอ้ื ราชนิดหน่งึ ลักษณะอาการ คือจะเหน็ สปอรข์ องเช้ือราเป็นฝ่นุ สีขาว ๆ ตามใบของ
ดาวเรอื ง ทาให้ใบหยกิ การเจรญิ เตบิ โตชะงกั ถา้ เปน็ มากอาจทาใหต้ น้ ตายในที่สุด
การปอ้ งกันกาจัด โดยการพน่ ด้วยสารเคมีป้องกนั กาจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซป็ ไดแทน-เอม็ 45 ประมาณ
สปั ดาหล์ ะคร้ัง
3. โรคดอกไหม้ เกิดเช้ือราเข้าทาลายดอกดาวเรือง ทาใหด้ อกเปน็ สนี า้ ตาลจนไม่สามารถเกบ็ เกีย่ วได้
การปอ้ งกนั กาจัด ควรฉีดพ่นดว้ ยสารเคมีแมนโคเซป็ หรือดาโคนิล โดยฉดี พ่นใหท้ ่วั ท้ังแปลง
4. เพลี้ยไฟ เขา้ ทาลายโดยดูดกนิ น้าเลย้ี งจากยอดออ่ นและใบอ่อน จะเหน็ มีรอยขีดตามใบหรอื กลีบเลี้ยงของ
ดอก เพลย้ี ไฟจะระบาดมากในชา่ งฤดูร้อน
การปอ้ งกนั กาจดั ใชส้ ารเทมมิค เอ จี (Temic A.G.) ฝังรอบ ๆ โคนต้น โดยฝังใหห้ า่ งโคนตน้ ประมาณ 1 ฝา่
มือ หรอื ฉีดพน่ ดว้ ยสารโตกุไธออนสปั ดาหล์ ะคร้งั
5. หนอนกระทูห้ อม เปน็ หนอนของผีเส้อื กลางคนื จะเขา้ ทาลายในขณะท่ดี อกดาวเรืองเริ่มบานหนอนจะกดั
กินดอกดาวเรอื ง ทาใหด้ อกแหว่งเสียหาย
การป้องกันกาจัด ฉีดพน่ ด้วยสารเคมกี าจัดแมลง เช่น แลนเนท, แคสเคต หรอื ใช้เช้อื ไวรสั ทาลายแมลงพวก
เอ็น.พี.วี (NPV) ฉดี พ่นในแปลงทีม่ หี นอนกระทู้หอมระบาด
แมลงศัตรสู ำคัญของดำวเรอื ง
เพลยี้ ไฟ เพล้ียไฟจะเข้าทาลายและดดู กนิ นา้ เลี้ยงที่ยอดอ่อน ทาให้ใบหงิกงอแลว้ หอ่ ขนึ้ ไม่ แตกใบใหม่ จะเหน็
มรี อยขีดตามใบหรือกลบี เล้ยี งของดอก จะพบเหน็ มากในตอนกลางวนั ตวั เรียวเลก็ สนี า้ ตาล ส่วนมากพบใต้ใบ
ใช้สารเคมีพ่นกาจัดเพลยี้ ไฟทุกๆ 5-7 วนั หากระบาดมากทุกๆ 2-3 วัน โดยมากในช่วงหลงั ฝนตก ที่มีความชื้น
สูง และอากาศร้อนอบอ้าว ควรฉีดพน่ ในชว่ งสาย และชว่ งบา่ ย หลีกเล่ียงการฉดี พน่ ยาในชว่ งทมี่ อี ากาศร้อนจดั
เพราะตวั ยาบางชนดิ จะทาให้ใบไหมไ้ ด้ (มรี ะบาดในชว่ งหลงั เด็ดยอด)
หนอนชอนใบ
ทาลายใบออ่ นตวั หนอนทฟ่ี ักจากไขไ่ ชชอนเป็นทางยาวหรอื สร้างอโุ มงค์กัดกินและขับถา่ ยอยภู่ ายในใบท่ี
ถกู ทาลายจะแสดงลักษณะแคระแกรน บดิ เบย้ี ว
หนอนชอนใบดาวเรือง
มสี ารเคมหี ลายชนดิ ท่ใี ชส้ าหรับป้องกนั กาจัดหนอนชอนใบ แตช่ ่วงเวลาพน่ สารเคมสี าหรบั กาจัดหนอนชอน
ใบจะต้องกระทาในชว่ ง 6 โมงถึง 9 โมงเช้าเทา่ นั้น หากเกษตรกรพน่ ในชว่ งเวลาอื่นๆ สารเคมจี ะไม่มีผลในการ
ทาลาย (ระบาดในช่วงที่ยา้ ยปลูกใหม่ๆ ก่อนเด็ดยอด)
หนอนกัดใบ และหนอนผเี ส้อื
หนอนกระท้หู อม หนอนจะกัดกินดอกจนกลีบดอกรว่ งเสียหาย เขา้ ทาลายในขณะทดี อกเรม่ิ บาน หนอนเหล่าน้ี
เป็นตัวออ่ นของผเี สื้อกลางคืน ดงั นนั้ นสิ ยั การออกหากนิ จะเป็นชว่ งเวลากลางคนื การใชส้ ารเคมีชนดิ ถูกตวั ตาย
จะมปี ระสิทธภิ าพสงู ท่สี ุด ชว่ งเวลาที่เหมาะสมมี 2 เวลาคือ ใกลช้ ว่ งเช้าประมาณตี 2 หรอื ทกุ ๆเช้าช่วง 6 โมง
ถึง 7 โมง เช้า หรือ 1 ท่มุ ถึง 3 ทมุ่ จะเหมาะสมกว่า หนอนกดั ใบ และหนอนผเี ส้ือจะมีการขยายพน้ื ทห่ี า กนิ
จากจดุ ศูนย์กลาง และเคลื่อนย้ายไปตามท่ีอน่ื ๆ ทม่ี ีอาหาร(ใบ ลาตน้ ดอก) ดงั นั้นเรา อาจพ่นเป็นจุด หรอื พ่น
รอบๆพืน้ ทีเ่ สียหาย และมีการตรวจสอบทุกระยะ หากการทาลาย ยงั มอี ยจู่ าเปน็ ต้องฉีดซ้าอีกครงั้ หน่งึ (ระบาด
ในช่วงตุ่มดอก)
ไรแดง
ไรแดง ไรแดงพบมากในชว่ งฤดรู ้อน อากาศร้อนจดั พบมากในส่วนใต้ ใบ และจะ ลามไป ท้งั แปลง ไรแดงมี
รูปรา่ งคล้ายกับแมงมุม ขนาดเลก็ มาก สแี ดงชอบอยู่กันเปน็ กลมุ่ หากมปี ริมาณมากจะสร้างเส้นใยคลา้ ยใยแมง
มุม คลุมท้ังตน้ ใบพืชทโ่ี ดยทาลายจะแสดงอาการเป็นจุดดา่ งๆ สีเหลอื ง แล้วทาให้ใบหงิกงอหอ่ ลงช่วงเวลาการ
พ่นสารเคมีในชว่ ง สายและชว่ งบา่ ย จะมปี ระสิทธิภาพมากทส่ี ุด (มักระบาดในช่วงหลงั เด็ดยอด)
กำรดแู ลรกั ษำดอกดำวเรอื ง
1. หลงั จากย้ายปลูกลงแปลงครบ 10 วนั หรอื สงั เกตจากดาวเรืองมใี บจริงจานวน 3 คู่ ให้เดด็ ยอดดาวเรืองออก
เพ่อื ให้เกิดการแตกของก่ิงขา้ งของดาวเรือง โดยวิธีการเด็ดยอดคือ ใชน้ วิ้ ชแ้ี ละนิ้วโปง้ จับตรงโคนของยอด
ดาวเรอื ง ยอดบนสุด แล้วเดด็ ยอดออกพยายามเด็ดยอดให้ชิดโคนยอดและให้ยอดหลดุ อย่าใหเ้ กดิ บาดแผลจาก
การเด็ดยอด (การเดด็ ยอดดาวเรืองควรเด็ดยอดในชว่ งเชา้ เนื่องจากดาวเรอื งจะอวบนา้ อยู่ และหลังจากเดด็
ยอดควรพน่ ยาปอ้ งกันกาจัดเชือ้ รากลุม่ ไดเทน)
2. หลังจากเดด็ ยอดแลว้ ให้ใสป่ ุย๋ สตู ร 15-0-0 อตั รา 2 กรมั (1 ชอ้ นชา) ตอ่ ต้น โดยหวา่ นปยุ๋ รอบโคนต้นห่าง
จากโคนต้นประมาณ 20 ซม. (หน่งึ ฝามอื ) พร้อมกับพนู โคนและกาจดั วัชพชื (ในช่วงนหี้ ากเป็นฤดฝู นใหเ้ ร่ิมทา
คา้ งสาหรับป้องกนั ตน้ ดาวเรืองลม้ เพราะหากทาค้างดาวเรืองเกนิ ไปจากช่วงน้ีไปรากของดาวเรอื งจะ
เจริญเติบโตมาก จะทาใหใ้ นการทาไม้หลักปกั คา้ งดาวเรอื ง โดนใส่รากดาวเรอื ง
3. หลังจากยา้ ยปลกู 35-40 วัน (เร่ิมเห็นตมุ่ ดอก) ให้ใส่ปุ๋ยสตู ร 15-0-0 อัตรา 2 กรัม (1 ช้อนชา)ต่อต้น
ร่วมกับปุ๋ยสูตร 0-0-60 อตั รา 1 กรมั (ครึ่งช้อนชาตอ่ ตน้ ) โดยหว่านปุ๋ยรอบโคนตน้ ห่างจากโคนตน้ ประมาณ 20
ซม. (หนึ่งฝามือ) พร้อมกบั พูนโคนและกาจัดวัชพชื ในกรณีท่ีตอ้ งใช้ปยุ๋ สองสตู รรวมกันให้ผสมก่อนแล้วค่อยใส่
ลงในแปลง
เชน่ ผสมปุ๋ย 15-0-0 อัตรา 1,000 กรัม (1 กิโลกรมั ) รวมกบั ปุย๋ สูตร 0-0-16 อัตรา 500 กรมั (ครง่ึ กิโลกรัม)
สามารถนาไปใช้กับต้นดาวเรืองได้ทง้ั หมด 500 ต้น ต้นละ 3 กรมั
ในกรณที ่ีไม่สามารถหาปุ๋ยสูตร 15-0-0 หรือ 0-0-60 ไดใ้ หใ้ ช้ปยุ๋ สตู ร 15-15-15 หรอื 16-16-16 แทนโดยใช้
ในอตั รา 3 กรัม (คร่ึงช้อนโต๊ะ) ต่อต้นท้ังสองระยะ หลงั การใหป้ ุ๋ยจะต้องให้น้าตามทุกครง้ั เสมอ
4. การพน่ ปยุ๋ ทางใบและอาหารเสริม ช่วงหลังจากย้ายปลกู 35-40 วนั (ช่วงเป็นตุ่มดอก) ใหเ้ ร่มิ พ่นอาหาร
เสรมิ พวก แคลเซียม – โบรอน และอาหารเสริมตา่ งๆ ยกเว้นธาตุอาหารเสริมกลุ่มที่เป็นธาตเุ หล็ก (Fe) โดยพ่น
ทกุ ๆ 3-4 วันก่อนทต่ี ุ่มดอกจะเร่ิมเห็นสีดอก ช่วงหลงั จากย้ายปลกู แล้วประมาณ 70-75 วัน (เกบ็ ดอกแลว้
ประมาณ 3-4 มดี ) ใหพ้ น่ ปุ๋ยทางใบสูตร 2:2:3 (N:P:K) เชน่ ป๋ยุ ทางใบสตู ร 20:20:30 โดยพ่นทกุ 5-7 วัน
ประมาณ 2-3 ครั้ง หลงั จากพ่นครัง้ แรก
5. การใหน้ า้ ดาวเรือง ดาวเรืองเป็นพชื ที่ชอบการใหน้ า้ ในลักษณะใหน้ ้อยๆ แต่บ่อยๆ ครั้งหรือชอบช้นื แต่ไม่
ชอบแฉะและน้าท่วมขงั
หลงั จากเพาะเมลด็ ดอกดาวเรืองแลว้ ให้เรารักษาความช้นื โดยการพน่ นา้ และนาไปในท่ีพรางแสง เมอื่ อายุได้
4–5 วนั ควรนาออกแดดจดั เพอื่ ป้องกันตน้ กล้าดาวเรืองยืดเขา้ หาแสง
เมอ้ื ตน้ กลา้ แข็งแรง เราควรปล่อย ใหผ้ วิ วสั ดุปลกู แหง้ บา้ ง จะทาใหต้ น้ กลา้ ดาวเรืองแขง็ แรงกวา่ การใหน้ ้า
ตลอดเวลา
ในระยะน้ยี ังไม่ต้องให้ป๋ยุ เน่อื งจากต้นกล้าดาวเรืองยังมีอาหารสะสมอยู่
ข้อสอบเรือ่ งดำวเรอื ง
1. ดอกไม้ชดุ ใดเป็นไมต้ ดั ดอกทัง้ หมด
ก. คำร์เนชั่น บำนชืน่
ข. หน้ำวัว พทุ ธรักษำ
ค. กุหลำบ เบญจมำศ
ง. ซอ่ นกลนิ่ ฝรง่ั ผกำกรอง
2. “คำวำ่ ศัตรูพืช” หมำยถึงอะไร
ก. แมลง นก หนู วชั พืช
ข. เช้ือรำ แบคทีเรีย หนอน แมลง
ค. เชื้อจลุ นิ ทรยี ์ สัตว์ แมลง วชั พชื
ง. หญ้ำ สัตวต์ ่ำงๆ ตั๊กแตน เพล้ีย
3. วธิ ีกำรใดเป็นวธิ กี ำรใหน้ ำ้ แกพ่ ืชจำกดำ้ นลำ่ ง
ก. กำรปลกู ใกล้รอ่ งน้ำ
ข. กำรใหน้ ้ำแบบช่องส่งนำ้
ค. กำรใหน้ ำ้ ระบบน้ำหยดถึงรำก
ง. กำรวำงกระถำงบนทรำยให้นำ้ ซึมจำกด้ำนลำ่ ง
4. ไม้ดอกชนดิ ใดบำ้ งทตี่ ้องกำรกำรตดั แต่งจึงจะมดี อก
ก. กหุ ลำบ เฟื่องฟ้ำ
ข. ชวนชม ลีลำวดี
ค. มะลิ โป๊ยเซียน
ง. ดำวเรือง ดำวกระจำย
5. ข้อใดไมใ่ ช่ปจั จัยสำคัญในกำรปลูกพืชใหเ้ จรญิ งอกงำม
ก. ดนิ นำ้ ปุ๋ย
ข. อณุ หภมู ิ อำกำศ
ค. สถำนท่ี แหล่งปลูก วิธีกำรปลูก
ง. แสงสว่ำง ธำตุอำหำร กำรป้องกนั ศัตรูพชื
6. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั กำรคดั เลอื กพนั ธพุ์ ืช
ก. เลือกพันธ์ทุ ่ีทนต่อศัตรพู ชื
ข. เลอื กพนั ธทุ์ ่ีตรงกบั ควำมตอ้ งกำรของตลำด
ค. เลอื กพันธท์ุ ี่ให้ผลผลิตสูง
ง. เลอื กพนั ธท์ุ ่ีต้องกำรกำรดูแลรกั ษำมำกเป็นพเิ ศษ
7. กำรขยำยพนั ธโ์ุ ดยวธิ ใี ด ไม่ต้องใชต้ น้ ต่อ
ก. กำรตอน
ข. กำรต่อกง่ิ
ค. กำรติดตำ
ง. กำรทำบกงิ่
8. หลักสำคญั ในกำรตดิ ตำ ต่อก่ิง และทำบก่ิง คือข้อใด
ก. มีขนำดเทำ่ กนั
ข. เป็นพชื ตระกูลเดียวกนั
ค. เปน็ พืชพันธดุ์ ี
ง.มอี ำยุใกล้เคยี งกัน
9. พชื ในข้อใด ควรขยำยพันธโุ์ ดยกำรปกั ชำ
ก. กุหลำบ
ข. ต้นหอม
ค. สะระแหน่
ง. ชบำ
10. ไม้ดอกชนดิ ใด ที่ขยำยพันธุ์โดยกำรตอนกง่ิ
ก. ดำวเรอื ง
ข. หน้ำวัว
ค. กุหลำบ
ง. ทำนตะวนั