โครงงานวิทยาศาสตร เรื่อง การเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดแปง จัดทําโดย นางสาว กานตพิชชา นพฤทธิ์ เลขที่ 13 นางสาว ณิชา พุฒริ้ว เลขที่ 31 นางสาว ธนาพร แสงสุทธิ เลขที่ 32 มัธยมศึกษาปที่ 6/1 ครูที่ปรึกษา คุณครู ประริศตา วรรณชัย คุณครู ณิชมน อินสุข โครงงานฉบับนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชา ว30286 โครงงานวิทยาศาสตร โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2565
ก คํานํา โครงงานเลมนี้เปนสวนหนึ่งของวิชาการศึกษาคนควาและสรางองคความรู ( ว30286 ) ในระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6 โดยจัดทําขึ้นมีจุดประสงคเพื่อผลิตสีโปสเตอรในราคาประหยัดและเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของ แปงแตละชนิดที่นํามาใชทําสีโปสเตอรวาแปงชนิดใดที่นํามาใชทําใหสีโปสเตอรที่ทางคณะผูจัดทําทํานั้นมีคุณภาพ ใกลเคียงกับสีโปสเตอรที่วางขายในทองตลาด ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวาโครงงานเลมนี้จะเปนประโยชนตอผูอาน หรือผูที่มีความสนใจในเรื่องดังกลาว อยู หากโครงงานเลมนี้มีขอผิดพลาดประการใด ผูจัดทําตองขออภัยมา ณ ที่นี้และยินดีรับคําแนะนํา เพื่อที่จะนําไป ปรับปรุงแกไขในโอกาสตอไป คณะผูจัดทํา
ข บทคัดยอ ในปจจุบัน ศิลปะเปนศาสตรแขนงหนึ่งที่มีความนิยมมากเปนอันดับตน ๆ ในสังคม ซึ่งศิลปะมีหลากหลาย วัสดุอุปกรณใหเลือกสรรคเพื่อสรางสรรคผลงานขึ้นมา และหนึ่งในนั้นคือสีโปสเตอร สีโปสเตอรเปนสีนํ้าประเภท หนึ่งที่ผสมกาว มีคุณสมบัติทึบแสง เพราะมีสวนผสมของแปง เมื่อระบายสีโปสเตอรลงในผลงานแลวจะใชเวลาไม นานในการแหงตัวของสีที่เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปนของแข็ง ซึ่งในทองตลาดมักจะขายสีโปสเตอรเปนกลองที่ มีหลายหลากสีและจะมีราคาถูกกวาการซื้อแยกตางหากทีละสี เมื่อนําใชงานจริงยอมมีสีใดสีหนึ่งที่จะเหลือนอยกวา และจะมีบางสีที่อาจจะใชงานไมบอยครั้งจนถึงไมไดเปดใชงานเลย ซึ่งเปนการสิ้นเปลืองทรัพย โครงงานการเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดของแปง มีจุดประสงคเพื่อนําสีจาก ธรรมชาติมาใช และวัสดุที่ไมเปนอันตรายอยางเชนแปงชนิดตาง ๆ ที่สามารถนํามาทําอาหารได ซึ่งสีที่ไดมาจาก ธรรมชาติที่โดยทั่วไปนํามาใชทําสีผสมอาหารที่สามารถรับประทานได ไดแก ขมิ้น โดยนําขมิ้นมาผานกระบวนการ สกัด ซึ่งเปนกระบวนการแยก โดยใชแอลกอฮอลความเขมขน 95% เปนตัวทําละลายสารสีที่ตองการแยกโดยให ละลายออกมาในตัวทําละลาย จากนั้นนําสีโปสเตอรที่ไดมาทดสอบการโดยเปรียบเทียบจากขณะระบายทันทีมี 1 กรณี คือ ระบายยากหรือระบายงาย และเมื่อทิ้งไว 5 นาที , 10 นาที และ 15 นาที มี3 กรณี คือ ความทึบของสี ความสดของสี สัมผัสเรียบหรือสัมผัสขรุขระ เทียบกับผลิตภัณฑสีโปสเตอรทั่วไปในทองตลาด และใช International Commission on Illumination (CIE) ตรวจสอบคุณภาพของสีในการทดสอบ ผลการทดลอง พบวาอัตราสวนที่เหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอรไดดีที่สุดไดแก สีโปสเตอรที่ทําจาก แปงถั่วเขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10 : 10 : 10 กับ 10 : 10 : 20 สวนอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20 : 10 : 10 จากแปงขาวเหนียว แปงถั่วเขียว และแปงมันสําปะหลัง ไมสามารถใชงานได เนื่องจากจับตัวกันเปนกอน แข็ง ขอเสนอแนะที่ได ไดแก มีการเพิ่มชนิดแปงเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ , มีการเพิ่มชนิดของสีโปสเตอรที่ใชใน การเปรียบเทียบ , มีการเพิ่มอัตราสวนของสีโปสเตอรใหมากขึ้น ชื่อโครงงาน การเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดแปง ชื่อผูทําโครงงาน นางสาว กานตพิชชา นพฤทธิ์ เลขที่ 13 นางสาว ณิชา พุฒริ้ว เลขที่ 31 นางสาว ธนาพร แสงสุทธิ เลขที่ 32 ชื่อครูที่ปรึกษา คุณครู ประริศตา วรรณชัย คุณครู ณิชมน อินสุข สถานศึกษา โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ปการศึกษา 2565
ค กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้ประกอบดวยการดําเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแตการศึกษาหาขอมูล การทดลอง การ วิเคราะหผลการทดลอง การจัดทํารูปเลมโครงงาน จนกระทั่งโครงงานนี้สําเร็จลุลวง ไปไดดวยดี ตลอดระยะเวลา ดังกลาวคณะผูจัดทําโครงงานไดรับการสนับสนุน และความชวยเหลือ ตลอดจนคําแนะนําในดานตาง ๆ จากคุณครู ประริศตา วรรณชัย และคุณครูณิชมน อินสุข เปนอยางดี ซึ่งในทองตลาดมักจะขายสีโปสเตอรเปนกลองที่มี หลายหลากสีและจะมีราคาถูกกวาการซื้อแยกตางหากทีละสี เมื่อนําใชงานจริงยอมมีสีใดสีหนึ่งที่จะเหลือนอยกวา และจะมีบางสีที่อาจจะใชงานไมบอยครั้งจนถึงไมไดเปดใชงานเลย ซึ่งเปนการสิ้นเปลืองทรัพย ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยใหความชวยเหลือในการทําโครงงานในครั้งนี้อีกทั้งยังคอย ใหกําลังใจ สนับสนุนเรื่องตาง ๆ คณะผูจัดทําโครงงานเรื่อง การเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดของแปง ตระหนัก และซาบซึ้งในความกรุณา จากทุก ๆ ทานเปนอยางยิ่ง ณ โอกาสนี้ คณะผูจัดทําขอขอบคุณทุก ๆ ทานที่ไดใหความ รวมมือ ชวยเหลือในดานตาง ๆ เปนอยางดี จนกระทั่งโครงงานนี้ประสบความสําเร็จ คณะผูจัดทํา
ง สารบัญ เรื่อง หนา คํานํา ก บทคัดยอ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ บทที่ 1 บทนํา 1 1.1 ที่มาและความสําคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค 1 1.3 ขอบเขตของการศึกษา 1 1.4 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 2 1.5 สมมติฐาน 2 1.6 ตัวแปรที่ศึกษา 2 1.7 นิยามศัพทเฉพาะ 2 บทที่ 2 เอกสารอางอิงและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 3 2.1 เอกสารที่เกี่ยวของ 3 2.1.1 สถานะของสาร 3 2.1.2 การสกัดสี 4 2.1.3 คุณสมบัติของสีโปสเตอร 4 2.1.4 วัสดุธรรมชาติที่ใหสี 5 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวของ 6 บทที่ 3 วิธีการดําเนินการทดลอง 7 3.1 วัสดุอุปกรณ 7 3.2 ขั้นตอนการดําเนินงาน 7 3.2.1 ขั้นตอนการสกัดสี 7 3.2.2 ขั้นตอนการศึกษาอัตราสวน 8 3.3.3 ขั้นตอนการศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพของสีโปสเตอร 8 บทที่ 4 ผลการดําเนินงาน 9
จ เรื่อง หนา บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ 11 5.1 สรุปผล 11 5.2 อภิปรายผล 12 5.3 ขอเสนอแนะ 1 2 บรรณานุกรม 1 3 ภาคผนวก 15
ฉ สารบัญตาราง เรื่อง หนา ตารางบันทึกการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสี 9
ช สารบัญรูปภาพ เรื่อง หนา ภาพที่ 1 วัสดุอุปกรณที่ใชในการทดลอง 15 ภาพที่ 2 ขั้นตอนการตวงขมิ้น 50 กรัม 15 ภาพที่ 3 ขั้นตอนการตวงสีที่ไดจากการสกัด 10 มิลลิลิตร 15 ภาพที่ 4 ขั้นตอนการตวงแปง 10 กรัมและ 20 กรัม 15 ภาพที่ 5 ขั้นตอนการตวงกาว 10 กรัมและ 20 กรัม 15 ภาพที่ 6 ขั้นตอนการผสมตามอัตราสวนที่กําหนด 15
1 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ที่มาและความสําคัญ ในปจจุบัน ศิลปะเปนศาสตรแขนงหนึ่งที่มีความนิยมมากเปนอันดับตน ๆ ในสังคมไมวาจะในประเทศไทย เองหรือตางประเทศก็ตาม ศิลปะเปนทั้งงานอดิเรกที่ชวยใหผอนคลาย ใชในการบําบัด จนกระทั่งสามารถพัฒนาไป เปนอาชีพที่สามารถสรางรายไดเลี้ยงปากเลี้ยงทองได เชน จิตรกร สถาปนิก มัณฑนากร นักออกแบบนิเทศศิลป นัก ออกแบบผลิตภัณฑ เปนตน อาชีพที่กลาวมาขางตนลวนมีที่มาจากการชื่นชอบในตัวศาสตรวิชาทั้งสิ้น ซึ่งศิลปะมี หลากหลายวัสดุอุปกรณใหเลือกสรรคเพื่อสรางสรรคผลงานขึ้นมา และหนึ่งในนั้นคือสีโปสเตอร สีโปสเตอรเปนสีนํ้า ประเภทหนึ่งที่ผสมกาว มีคุณสมบัติทึบแสง เมื่อระบายทับเสนขอบจะสามารถกลบเสนไดมิดจนไมสามารถมองเห็น เสนขอบได เพราะมีสวนผสมของแปง เมื่อระบายสีโปสเตอรลงในผลงานแลวจะใชเวลาไมนานในการแหงตัวของสีที่ เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเปนของแข็ง เรียกวาการแข็งตัว โดยจะมีการคายพลังงานออกมา ทําใหอนุภาคมี พลังงานในการสั่นเล็กนอย อนุภาคจึงเรียงตัวแบบชิดกันมากขึ้น ซึ่งในทองตลาดมักจะขายสีโปสเตอรเปนกลองที่มี หลายหลากสีและจะมีราคาถูกกวาการซื้อแยกตางหากทีละสี เมื่อนําใชงานจริงยอมมีสีใดสีหนึ่งที่จะเหลือนอยกวา และจะมีบางสีที่อาจจะใชงานไมบอยครั้งจนถึงไมไดเปดใชงานเลย ซึ่งเปนการสิ้นเปลืองทรัพย ดังนั้น ทางคณะผูศึกษาจึงสนใจศึกษาการทําสีโปสเตอรที่นําสีจากธรรมชาติมาใชและวัสดุที่ไมเปน อันตรายอยางเชนแปงชนิดตาง ๆ ที่สามารถนํามาทําอาหารได ซึ่งสีที่ไดมาจากธรรมชาติที่โดยทั่วไปนํามาใชทําสี ผสมอาหารที่สามารถรับประทานได ไดแก ขมิ้น โดยนําขมิ้นมาผานกระบวนการสกัด ซึ่งเปนกระบวนการแยก โดย ใชแอลกอฮอลความเขมขน 95% เปนตัวทําละลายสารสีที่ตองการแยกโดยใหละลายออกมาในตัวทําละลาย วัสดุที่ ใชทั้งสิ้นนั้นลวนราคาไมสูงมากนักจึงสามารถประดิษฐขึ้นมาใชเองไดและนํามาเปรียบเทียบคุณภาพกับสีโปสเตอร ตามทองตลาด 1.2 วัตถุประสงค • เพื่อศึกษาวาแปงชนิดใดมีผลตอประสิทธิภาพในการนํามาทําสีโปสเตอร • เพื่อศึกษาวาอัตราสวนใดเหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอร • เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของสีโปสเตอรจากแปงและจากทองตลาด
2 1.3 ขอบเขตของการศึกษา ในการศึกษาโครงงานเรื่องเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดของแปงจะศึกษาเฉพาะ แปงมันสําปะหลัง แปงขาวเหนียวและแปงถั่วเขียวสีที่ใชในการทดลอง ไดแก สีเหลืองจากขมิ้น 1.4 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ • ทราบชนิดของแปงที่ทําใหสีโปสเตอรมีประสิทธิภาพ • ทราบอัตราสวนที่เหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอร • ทราบความแตกตางระหวางสีโปสเตอรตามทองตลาดกับสีโปสเตอรจากแปง 1.5 สมมติฐาน สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังมีคุณภาพใกลเคียงสีโปสเตอรในทองตลาดมากกวาสีโปสเตอรที่ทําจาก แปงขาวเหนียวและแปงถั่วเขียวตามลําดับ 1.6 ตัวแปรที่ศึกษา ตอนที่ 1 ตัวแปรตน ชนิดของแปง ตัวแปรตาม คุณภาพของสีโปสเตอร ตัวแปรควบคุม ปริมาณสีที่ไดจากการสกัด ตอนที่ 2 ตัวแปรตน อัตราสวนของสวนผสม ตัวแปรตาม คุณภาพของสีโปสเตอร ตัวแปรควบคุม ปริมาณสีที่ไดจากการสกัด 1.7 นิยามศัพทเฉพาะ • คุณภาพของสีโปสเตอร หมายถึง เปนสีทึบแสง มีเนื้อสีหยาบ • ความทึบของสี หมายถึง ความสามารถในการกลบเสนจนมิด
3 บทที่ 2 เอกสารอางอิงและงานวิจัยที่เกี่ยวของ ในการจัดทําโครงงานเรื่อง การเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดของแปงคณะ ผูจัดทําไดศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของมาเปนแนวทางในการศึกษา ดังตอไปนี้ 2.1 เอกสารที่เกี่ยวของ 2.1.1 สถานะของสาร 2.1.2 การสกัดสี 2.1.3 คุณสมบัติของสีโปสเตอร 2.1.4 วัสดุธรรมชาติที่ใหสี 2.1.5 คุณสมบัติของแปง 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวของ 2.1 เอกสารที่เกี่ยวของ 2.1.1 สถานะของสาร สารโดยทั่วไปในธรรมชาติ มี 3 สถานะ ดังนี้ 1. ของแข็ง อนุภาคจะอยูชิดกัน อนุภาคไมสามารถเคลื่อนที่ได ทําใหแรงยึดเหนี่ยว อนุภาคสูงกวาในสถานะอื่นของสารชนิดเดียวกัน มีรูปรางและปริมาตรที่คงที่แนนอน ไมขึ้นกับภาชนะที่บรรจุ ตัวอยางของสารที่มีสถานะเปนของแข็ง เชน เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง เงิน เปนตน 2. ของเหลว อนุภาคอยูหางกันเล็กนอย ทําใหอนุภาคสามารถเคลื่อนที่ไดรูปราง ไมแนนอน เปลี่ยนตามภาชนะที่บรรจุ แตปริมาตรไมขึ้นกับภาชนะ ตัวอยางของสารที่มีสถานะเปนของเหลว เชน นํ้า แอลกอฮอล โบรมีน เปนตน 3. แกส อนุภาคจะอยูหางกัน แรงยึดเหนี่ยวมีคานอย ทําใหเคลื่อนที่ไดมากมีปริมาตรและ รูปรางตามภาชนะที่บรรจุ ตัวอยางของสารที่มีสถานะเปนแกส เชน แกสออกซิเจน แกสไฮโดรเจน แกสคารบอนไดออกไซด แกสไนโตรเจน เปนตน
4 2.1.2 การสกัดสี กรรมวิธีการสกัดสีหรือการผลิตสี ทําได 2 วิธี คือ 1. การสกัดดวยวิธีที่เรียกวา การยอมรอน หรือการสกัดสีดวยความรอน คือ การนําสวน ของพันธุพืชไมหมักหรือแชนํ้าทิ้งไวกอนนําไปตม ความรอนเปนตัวเรงปฏิกิริยาใหนํ้าสีที่อยูในพืชพันธุนั้น ๆ ออกมา พืชพันธุไมที่สามารถสกัดนํ้าสีดวยวิธีการยอมรอน เชน แกนขนุน ขมิ้นชัน เปลือกเพกา เปลือกประดู ดอกคําฝอย ดอกอัญชัน ใบสบูดํา เปนตน 2. การสกัดสีดวยวิธีที่เรียกวาการยอมเย็น คือ การนําสวนของพืชพันธุไมหมักหรือแชนํ้า ทิ้งไวและใหแสงแดดเปนตัวเรงปฏิกิริยาใหนํ้าสีที่อยูในสวนของพืชนั้น ๆ ออกมา พืชพันธุไมที่สามารถสกัดนํ้าสีดวย วิธีการยอมเย็น เชน ครั่ง คราม ฮอม และมะเกลือ เปนตน 2.1.3 คุณสมบัติของสีโปสเตอร สีโปสเตอร เปนสีชนิดสีฝุน (Tempera) ที่ผสมกาวนํ้าบรรจุเสร็จเปนขวด การใชงานเหมือน กับ สีนํ้า คือใชนํ้าเปนตัวผสมใหเจือจาง สีโปสเตอรเปนสีทึบแสง มีเนื้อสีขน สามารถระบายใหมี เนื้อเรียบไดและผสม สีขาวใหมีนํ้าหนักออนลงไดเหมือนกับสีนํ้ามันหรือสีอะครีลิคสามารถระบายสีทับกันได มักใชในการวาด ภาพ ภาพประกอบเรื่องในงานออกแบบตาง ๆ ไดสะดวก ในขวดสีโปสเตอรมีสวนผสมของกลีเซอรีนจะทําใหแหง เร็ว สีโปสเตอร (Poster Color) เปนสีนํ้าชนิดหนึ่งเนื่องจากมีนํ้าเปนสวนผสม นิยมบรรจุขวด มีเนื้อสี ขนคอนขางหยาบ และมีคุณสมบัติทึบแสง เพราะเติมแปงหรือเนื้อสีขาวลงไป เรียกวา “สีแปง” การเขียนภาพดวยสีโปสเตอรเปนงานจิตกรรมที่เปนกระบวนการสืบเนื่องจากการวาดภาพแรเงา เชนเดียวกับการเขียนดวยสีนํ้า คือเปลี่ยนจากการใชดินสอระบายนํ้าหนักลงบนรูปราง รูปทรงที่วาด มาเปนการใชสี โปสเตอรแทน สีโปสเตอรเปนสีที่มีลักษณะขุนทึบ เนื้อสีมีลักษณะคลายแปง ซึ่งแตกตางจากลักษณะของสีนํ้าที่ โปรงใสไมมีเนื้อสี สีโปสเตอรเหมือนกันกับสีนํ้าตรงที่เมื่อจะใชในการระบายภาพวาดจะตองผสมนํ้ากอน การเขียนสีโปสเตอร สามารถระบายดวยพูกันซํ้าๆ ที่เดิมได ซึ่งแตกตางจากสีนํ้า ถาระบายถูไปมา ดวยพูกันซํ้าหลายๆ ครั้งจะทําใหสีชํ้า สกปรก กระดาษเปนขุยดูไมใสสวย สําหรับสีโปสเตอร นอกจากการใชพูกัน เกลี่ยสีซํ้าที่ไดแลว ยังนิยมผสมกับสีขาวเมื่อตองการใหสีออนลงมากนอยเพียงใดก็ขึ้นอยูกับปริมาณสีขาวที่ผสมลง ไป และเมื่อตองการใหความจัดของสีหมนลงหรือเมื่อตองการใหสีนั้นมืดเขมขึ้น ก็ใหผสมดวยสีดําตามปริมาณมาก นอยตามที่ตองการ
5 การฝกเขียนสีโปสเตอรในเบื้องตนก็เชนเดียวกับการฝกเขียนสีนํ้า มักนิยมเขียนจากหุนนิ่งเพื่อให เกิดชํานาญมีทักษะรูจักสังเกตเห็นลักษณะของสีและคนพบเทคนิคการระบายสีดวยตนเอง จากนั้นจึงใชเทคนิคการ เขียนสีโปสเตอรมาเขียนภาพสื่อความคิด จินตนาการเปนเรื่องราวหรือเหตุการณตาง ๆ ไดตามความตองการ 2.1.4 วัสดุธรรมชาติที่ใหสี เปนสีที่ไดจากแหลงในธรรมชาติ ไดแก พืช สัตวและแรธาตุ สีชนิดนี้เกิดขึ้นมาโดย กระบวนการ ตามธรรมชาติ ซึ่งเชื่อกันวาไมกอใหเกิดภาวะมลพิษใด ๆ เมื่อนําไปใชยอม นํ้าทิ้งที่ไดก็ประกอบดวยสารธรรมชาติที่ สลายตัวไดงายและสารที่เกิดจากการสลายตัวยังมีความเปนพิษตอหรือไมมีความเปนพิษตอสภาวะแวดลอม มี ความเปนพิษตอผิวหนังหรือสุขภาพของผูใชงาน ขอดอยที่สําคัญของสีธรรมชาติ ไดแก ปริมาณของตัวสีในวัสดุใหสี มีนอยสงผลให ยอมสีไดไมเขม เมื่อยอมสิ่งทอไปแลวสีซีดงาย โดยเฉพาะเมื่อโดนแสง การยอมกลับมาใหเปนสี เดิม ทําไดยากและในกรณีที่แหลงตามธรรมชาติที่ใหสีหมดไปทําใหขาดแคลนวัสดุใหสี ในประเทศไทย สวนใหญแหลงของสีจากธรรมชาติที่มีการนํามาใชประโยชนมากที่สุดคือ พืช สวน ตาง ๆ ของพืชที่ใหสี ไดแก เปลือก ราก ลําตน เปลือกตน แกนไม ใบ ดอก ผล และเมล็ด สีจากสัตวเปนสีที่ไดจาก แมลง เชน ครั่ง เปนแหลงของกลุมที่ใหสีแดงซึ่งขับออกมา จากตัวแมลง Lacciferalacca นิยมใชยอมไหมและขน สัตวและใชเปนสีผสมอาหาร สีจาก จุลินทรีย พบมากในรา ยีสต และแบคทีเรีย ความรูและขอมูลเกี่ยวกับการใชสี ยอมธรรมชาติที่ ไดจากพืชและสัตวไดถูกบันทึกไวในเอกสารตาง ๆ รวมทั้งถายทอดดวยปากเปลาสืบมาจนถึง ปจจุบันเชน บันทึกของพิพิธภัณฑแหงชาติเกี่ยวกับสีที่ใชยอมผา นอกจากการใชพืชชนิดเดียวมาสกัดเอาสียอมแลว ยังมีการนําพืชหลายชนิดมาผสมกัน เพื่อใหเกิด เฉดสีเพิ่มขึ้น เชน แกนแกแลกับตนครามใหสีเขียว ใบแคสดกับขมิ้นผงใหสีตองออน ผลหมากสุกกับแกนแกแลใหสี กากีแกมเหลือง ใบสมปอยกับขมิ้นใหสีเขียว เปนตน รงควัตถุหรือสารสีที่ไดจากสิ่งมีชีวิตจะพบอยูในเซลลหรือภายนอกเซลลของสิ่งมีชีวิต รงควัตถุที่ พบในพืชโดยทั่วไปจะเปนสารในกลุมเบตาเมลานิน แอนทราควิโนนและแนพทราควิโนน รงควัตถุที่พบไดในพืชบาง สกุล เชน คาโรทีนอยด แซนโธฟลล และฟลาโวนอยด สวนแอนทราควิโนนเปนสารสีที่พืชจะสังเคราะหในบาง สภาวะเทานั้น เชน ในผลไมสุก เปนตน
6 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวของ ณัฐชา เกิดวัน และคณะ ( 2557 : บทคัดยอ ) ไดทําการวิจัยเรื่อง สีโปสเตอรเพื่องานศิลปะ โดยมี วัตถุประสงคเพื่อศึกษาชนิดของแปงที่เหมาะสมในการทําสีโปสเตอรเพื่องานศิลปะ หาอัตราสวนที่เหมาะสมของ ดินสอพองในการทําสีโปสเตอรเพื่องานศิลปะและเปรียบเทียบราคาสีโปสเตอรเพื่องานศิลปะกับสีโปสเตอรที่วาง จําหนายอยูทั่วไป สรุปผลการทดลองของโครงงานนี้คือสีโปสเตอรมีคุณภาพดีใกลเคียงกับทองตลาดสามารถ นํามาใชงานแทนไดจริง มีตนทุนในการผลิตตํ่า ทําใหลดรายจายในการซื้อสีโปสเตอรได
7 บทที่ 3 วิธีดําเนินการทดลอง การดําเนินโครงงานเรื่อง การเปรียบเทียบคุณภาพสีโปสเตอรจากอัตราสวนและชนิดของแปง มี จุดมุงหมายของการศึกษาคนควาเพื่อศึกษาอัตราสวนของแปงที่ดีที่สุดเมื่อนํามาทําสีโปสเตอร มีรายละเอียดวิธีการ ดําเนินการทดลอง ดังนี้ 3.1 วัสดุอุปกรณ 1. แปงมันสําปะหลัง 40 กรัม 2. แปงขาวเหนียว 40 กรัม 3. แปงถั่วเขียว 40 กรัม 4. ขมิ้น 100 กรัม 5. กระปุก 9 อัน 6. เอทิลแอลกอฮอล 95% 100 มิลลิลิตร 7. ผาขาวบาง 1 ผืน 8. บีกเกอร 9. แทงแกวคนสาร 10. กระบอกตวง 11. กาวลาเท็กซ ยี่หอ TOA 32 ออนซ 3.2 ขั้นตอนการดําเนินงาน 3.2.1 ขั้นตอนการสกัดสี 1. นําขมิ้น 100 กรัม มาสับใหเปนชิ้นเล็ก ๆ 2. นําขมิ้นที่สับแลวใสลงไปในเอทิลแอลกอฮอล 95% ปริมาตร 100 มิลลิลิตรที่ได เตรียมไว 3. ทิ้งไวเปนเวลา 2 สัปดาห
8 3.2.2 ขั้นตอนการศึกษาอัตราสวน 1. ตวงสวนผสมตาง ๆ ลงในภาชนะ ในอัตราสวนของ แปง : สีที่ไดจากการสกัด : กาว เปน 10 : 10 : 10 , 20 : 10 : 10 และ 10 : 10 : 20 2. คนสวนผสมทั้งหมดใหเปนเนื้อเดียวกัน 3. เมื่อทําเสร็จแลวนํามาบรรจุใสภาชนะที่มีฝาปดสนิท 4. ทําซํ้าขอ 1-3 โดยเปลี่ยนชนิดของแปง 3.2.3 ขั้นตอนการศึกษาและเปรียบเทียบคุณภาพของสีโปสเตอร 1. ขณะระบายทันที สังเกตความระบายยากหรือระบายงาย 2. หลังจากระบายสี ทิ้งไว 5 นาที 10 นาที และ 15 นาทีสังเกตความทึบของสี ความสด ของสี สัมผัสเรียบหรือสัมผัสขรุขระ
9 บทที่ 4 ผลการดําเนินงาน จากการดําเนินโครงงาน เรื่อง สีโปสเตอรตลับจากแปง มีการทดสอบ ประสิทธิภาพของสีโปสเตอรจากแปง โดยนําสีโปสเตอรที่ไดมาทดสอบการให โดยเปรียบเทียบจากขณะระบายทันทีมี 1 กรณี คือ ระบายยากหรือระบาย งาย และเมื่อทิ้งไว 5 นาที , 10 นาที และ 15 นาที มี3 กรณี คือ ความทึบของสี ความสดของสี สัมผัสเรียบหรือ สัมผัสขรุขระ ผลิตภัณฑสีโปสเตอรทั่วไปในทองตลาด และใชรูปวัดความสดของสีในการทดสอบ ไดผลดังนี้ ตารางบันทึกการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสี อัตราสวน แปง 10 : 10 : 10 10 : 10 : 20 20 : 10 : 10 ขาวเหนียว • ระบายทันที ระบายยาก • ทิ้งไว 5 นาที สี เขม ผิวสัมผัส ขรุขระ • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบายทันที ระบายงาย • ทิ้งไว 5 นาที สี ออน ผิวสัมผัส ขรุขระ • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบายทันทีใชระบาย ไมได จับตัวกันเปน กอนแข็ง • ทิ้งไว 5 นาที สีออน ที่สุด ผิวสัมผัสขรุขระ ที่สุด สําปะหลัง • ระบายทันที ระบายงาย • ทิ้งไว 5 นาที สี ออน ผิวสัมผัส เรียบ • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบาย ทันทีระบายงาย • ทิ้งไว 5 นาที สี ออน ผิวสัมผัส เรียบ • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบายทันที ระบาย ยาก • ทิ้งไว 5 นาที สีออน ผิวสัมผัสเรียบ • ทิ้งไว 10 นาที ไมมี การเปลี่ยนแปลง
10 • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไมมี การเปลี่ยนแปลง แปงถั่วเขียว • ระบายทันที ระบายงาย • ทิ้งไว 5 นาที สี เขมที่สุด ผิวสัมผัส เรียบที่สุด • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบายทันที ระบายงายที่สุด • ทิ้งไว 5 นาที สี ออน ผิวสัมผัส เรียบ • ทิ้งไว 10 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไม มีการเปลี่ยนแปลง • ระบายทันทีใชระบาย ไมได จับตัวกันเปน กอน • ทิ้งไว 5 นาที สีเขม ผิวสัมผัสขรุขระ • ทิ้งไว 10 นาที ไมมี การเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไมมี การเปลี่ยนแปลง สีโปสเตอร ยี่หอ SAKURA • ระบายทันที เกลี่ยงาย สีทึบ • ทิ้งไว 5 นาที สีคงเดิม ไมเปนขุย สัมผัสเรียบ • ทิ้งไว 10 นาที ไมมีการเปลี่ยนแปลง • ทิ้งไว 15 นาที ไมมีการเปลี่ยนแปลง
11 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และขอเสนอแนะ จากผลการทดลองประสิทธิภาพของสีโปสเตอรตลับจากแปง ในการดําเนินโครงงาน เรื่อง การเปรียบเทียบ คุณภาพสีโดยเปรียบเทียบจาก 9 กรณี คือ แปงมันสําปะหลัง ในอัตราสวน 10 : 10 : 10 , 20 : 10 : 10 และ 10 : 10 : 20 ,แปงขาวเหนียว ในอัตราสวน 10 : 10 : 10 , 20 : 10 : 10 และ 10 : 10 : 20 , แปงถั่วเขียว ในอัตราสวน 10 : 10 : 10 , 20 : 10 : 10 และ 10 : 10 : 20 เพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพในการระบายและเปรียบเทียบความสด ของสีโดยใช International Commission on Illumination (CIE) ในการทดสอบ สามารถสรุป อภิปรายผล และ มีขอเสนอแนะดังตอไปนี้ 5.1 สรุปผล 5.1.1 เพื่อศึกษาวาแปงชนิดใดมีผลตอประสิทธิภาพในการนํามาทําสีโปสเตอร จากการทดลองพบวาสีโปสเตอรที่ระบายจากงายที่สุดไปยากที่สุด ไดแก สีโปสเตอรจากแปงถั่ว เขียวในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงขาว เหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปง มันสําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจาก แปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10 และสีโปสเตอร จากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรที่มีความทึบสีจากมากที่สุดไปนอยที่สุด ไดแก สีโปสเตอรที่มีความสดของสีใกลเคียงกับสีโปสเตอรยี่หอ SAKURA เรียงจากมากไปนอย ไดแก สีโปสเตอรจากแปง ถั่วเขียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงถั่ว เขียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงขาว เหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปง มันสําปะหลังในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 20 และสีโปสเตอร จากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรที่มีเนื้อสัมผัสใกลเคียงกับสีโปสเตอรยี่หอ SAKURA เรียง จากมากไปนอย ไดแก สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวใน อัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงมัน สําปะหลังในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวน 20 : 10 : 10 สีโปสเตอรจาก แปงขาวเหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 20 สีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 10 : 10 : 10 สีโปสเตอรจาก แปงถั่วเขียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10 และสีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน 20 : 10 : 10
12 5.1.2 เพื่อศึกษาวาอัตราสวนใดเหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอร จากการทดลองพบวา อัตราสวนที่เหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอรไดแก สีโปสเตอรที่ทําจาก แปงมันสําปะหลังในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10:10:10 กับ 10:10:20 และสีโปสเตอรที่ทําจากแปงถั่วเขียวใน อัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10:10:10 กับ 10:10:20 สวนอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20:10:10 จากแปงขาว เหนียว แปงถั่วเขียว และแปงมันสําปะหลัง ไมสามารถใชงานได เนื่องจากจับตัวกันเปนกอนแข็ง 5.1.3 เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของสีโปสเตอรจากแปงและจากทองตลาด จากการทดลองพบวา สีโปสเตอรที่ทําจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10 : 10 : 10 โดยภาพรวมมีคุณภาพใกลเคียงกับสีโปสเตอรในทองตลาดยี้หอ SAKURA มากที่สุด และ สีโปสเตอรที่ทําจาก แปงขาวเหนียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20 : 10 : 10 โดยภาพรวมมีคุณภาพใกลเคียงกับสีโปสเตอรใน ทองตลาดยี้หอ SAKURA นอยที่สุด 5.2 อภิปรายผล จากผลการทดลอง สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10 : 10 : 20 ระบายงายที่สุด สี โปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20 : 10 : 10 ระบายยากที่สุด สีโปสเตอรจากแปงถั่ว เขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10 : 10 : 10 สีเขมมากที่สุด สีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวน แปง : สี : กาว เปน 20 : 10 : 10 สีออนที่สุด สีโปสเตอรจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10 : 10 : 10 มีผิวสัมผัสเรียบที่สุด สีโปสเตอรจากแปงขาวเหนียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20 : 10 : 10 มี ผิวสัมผัสขรุขระที่สุด อัตราสวนที่เหมาะสมในการนํามาทําสีโปสเตอร ไดแก สีโปสเตอรที่ทําจากแปงมันสําปะหลังในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10:10:10 กับ 10:10:20 และสีโปสเตอรที่ทําจากแปงถั่วเขียวในอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 10:10:10 กับ 10:10:20 สวนอัตราสวนแปง : สี : กาว เปน 20:10:10 จากแปงขาวและแปงถั่วเขียว ไมสามารถใชงานได เนื่องจากจับตัวกันเปนกอนแข็ง 5.3 ขอเสนอแนะ 5.3.1 มีการเพิ่มชนิดเเปงเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ 5.3.2 มีการเพิ่มชนิดของสีโปสเตอรที่ใชในการเปรียบเทียบ 5.3.3 มีการเพิ่มอัตราสวนของสีโปสเตอรใหมากขึ้น
13 บรรณานุกรม ณปภัช พิมพดี. (2560). สถานะของสาร. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.scimath.org. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). ผศ.พร.พิมพเพ็ญ พรเฉลิมพงศและคณะ. (ม.ป.ป.). Extraction/การสกัด. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.foodnetworksolution.com. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. (2562). วัสดุธรรมชาติ ที่ใหสีตาง ๆ . [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.seub.or.th. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). รวิศ ทัศคร. (2564). วิทยาศาสตรของแปง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.nstda.or.th. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). สถาบันสอนศิลปะ ฮิต แกลเลอเรีย. (ม.ป.ป.). เทคนิคการใชสีโปสเตอร. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.hitgalleria.com. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). monkeytan. (2562). เคล็ดลับ!! การทําสีผสมอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://food.mthai.com. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). myhome. (2564). สีผสมอาหารจากธรรมชาติ แบบไทย ๆ ใหสีสวยไดไมงอสีสังเคราะห. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.baanlaesuan.com. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565). Paulie. (2557). เคล็ดลับสรางสีสันใหอาหารจากธรรมชาติ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://cooking.kapook.com. (สืบคนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565).
ภาคผนวก
15 ภาพที่ 1 วัสดุอุปกรณที่ใชในการทดลอง ภาพที่ 2 ขั้นตอนการตวงขมิ้น 50 กรัม ภาพที่ 3 ขั้นตอนการตวงสีที่ไดจากการสกัด 10 มิลลิลิตร ภาพที่ 4 ขั้นตอนการตวงแปง 10 กรัมและ 20 กรัม ภาพที่ 5 ขั้นตอนการตวงกาว 10 กรัมและ 20 กรัม ภาพที่ 6 ขั้นตอนการผสมตามอัตราสวนที่กําหนด