เครื่องมือทางภูมิศาสตร์และ
พิ กัดทางภูมิศาตร์
โดย
ด.ช.กันตพั ฒน์ ผลแก้ว เลขที่ 1 ชั้น ม.3/2
ด.ช.จิรภัทร เรืองศรี เลขที่ 2 ชั้น ม.3/2
ด.ช.ชินภัทร เรืองศรี เลขที่ 3 ชั้น ม.3/2
ด.ช.ณัฐพงศ์ เหินหาว เลขที่ 4 ชั้น ม.3/2
ด.ช.นิติพล เนียมนวล เลขที่ 5 ชั้น ม.3/2
ด.ช.ปกป้อง หนูมิตร
ด.ช.ปริญญ์ นาคฤทธิ์
เลขที่ 6 ชั้น ม.3/2
ด.ช.พี รวัส สุวรรณมณี เลขที่ 7 ชั้น ม.3/2
ด.ช.ณพิ ชพงศ์ จันนุสิทธิ์ เลขที่ 8 ชั้น ม.3/2
ด.ช.ภูริณัฐ สกุลวงค์
ด.ช.สิรวิชศ์ ไกรเทพ เลขที่ 9 ชั้น ม.3/2
ด.ช.อติคุณ มลิเครือ เลขที่ 10 ชั้น ม.3/2
ด.ช.อังกูร บุญหนัก เลขที่ 11 ชั้น ม.3/2
เลขที่ 12 ชั้น ม.3/2
เลขที่ 13 ชั้น ม.3/2
เสนอ
ครูลภัสภาส์ หนูคง
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำมาเพื่ อเป็นส่วนนึงของวิชาสังคมศึกษา
และวัฒนธรรมชั้นมัธยมศีกษาปีที่ 3 เพื่ อให้ได้ศึกษาในเรื่อง
ภูมิศาสตร์แบะพิ กัดทางภูมิศาสตร์และได้ศึกษาอย่างเข้าใจ
เพื่ อใช้ประโยชน์ในการเรียน
พวกเราหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
หรือนักเรียน นักศึกษาที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อผิด
พลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
สารบัญ หน้า
4
เรื่อง 7
องค์ประกอบของแผนที่ 12
มาตราส่วนแผนที่ 14
สัญลักษณ์ 28
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์ 33
ชนิดของแผนที่ 36
ลองจิจูด 43
เครื่องมือที่เก็บรวบรวมข้อมูลทางภูมิศาสตร์ 45
ละติจูด 49
สีและความสูงในแผนที่
อ้างอิง
องค์ประกอบของ
แผนที่
องค์ประกอบของแผนที่
1. รูปร่างลักษณะแผ่นแผนที่ โดยต้องมีลักษณะสำคัญดังนี้
- ขอบกระดาษ (Paper Trim) ต้งอเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและ
เหมาะสมกับพื้นที่แผนที่นั้นๆ
- ขอบระวางแผนที่ (Sheet Line) เป็นเส้นกั้นรายละเอียด
ของภูมิประเทศในพื้นที่ที่ต้อง การ
แสดงมีตั้งแต่ 1-3 เส้นก็ได้
เพื่อแสดงราบเอียดความแตกต่างของแต่ละพื้นที่
- ขอบจำกัดแสดงรายละเอียด (Work Limit) แนวกำหนดไว้
เพื่อแสดงรายละเอียดเพิ่มเติม
- รายการขอบระวาง (Marginal Infomatio
2. องค์ประกอบภานนอกขอบระวางแผนที่
- มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale) เพื่อใหผู้ใช่ทราบ
มาตราส่วนในแผนที่กับพื้นที่จริง
- คำอธิบายสัญลักษณ(Legend) เป็นรายละเอียดที่แสดง
ลักษณ์ที่แสดงปรากฏในขอบระวาง
- คำอธบายศัพท์ (Glossary) คำอธิบายศัพท์ที่ปรากฏใน
ระวางให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
องค์ประกอบของแผนที่
3. องค์ประกอบภายในขอบระวางแผนที่
คือสิ่งต่างๆที่แสดง ไว้ในกรอบชึ่งล้อมรอบด้วยเส้นขอบระวาง
แผนที่ ตามปกติแล้วราย ละเอียดดังกล่าวจะสัมพันธ์กับองค์
ประกอบภายนอกขอบเส้นระวาง
มาตราส่วนแผนที่
มาตราส่วนแผนที่
หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างระยะทางใน
แผนที่กับระยะทางในภูมิประเทศจริง โดยกำหนดให้ระยะ
ทางในแผนที่เป็น1หน่วยเมื่อมาตราส่วน 1 : 50,000
หมายความว่า ถ้าวัดระยะในแผนที่ได้ 1 หน่วย ระยะใน
ภูมิประเทศจะเท่ากับ 50,000 หน่วย เช่น ถ้าในแผนที่
เท่ากับ1เซนติเมตรในภูมิประเทศจะเท่ากับ
50,000เซนติเมตรถ้าในแผนที่เท่ากับ2เซนติเมตรใน
ภูมิประเทศจะเท่ากับ 2X50,000เซนติเมตรหรือ100,000
เซนติเมตร หรือเท่ากับ 1 กิโลเมตร
มาตราส่วนแผนที่
มาตราส่วนที่ใช้งานทั่วไปจะมี 3 ชนิด คือ
1) มาตราส่วนเศษส่วน เช่น 1 : 50,000 1: 100,000
1 : 1,000,000 เป็นต้น
2) มาตราส่วนคำพูด เช่น 1 เซนติเมตรต่อ 1 กิโลเมตร 1 นิ้วต่อ 2 ไมล์
เป็นต้น
3) มาตราส่วน รูปภาพหรือมาตราส่วนเส้นบรรทัด มาตราส่วนชนิดนี้จะเป็น
เส้นตรงที่แบ่งส่วน ซึ่งจะมีตัวเลขบอกความยาวไว้
มาตราส่วนแผนที่
การคำนวณระยะทางจริง
1.การคำนวณหาระยะทางในแผนที่โดยใช้มาตราส่วน ทำได้โดยวิธีใด ใช้สูตร
= MD(ระยะทางในแผนที่)
GD (ระยะทางจริงบนพื้นผิวโลก)
2.การคำนวณหาระยะทางในแผนที่โดยใช้มาตราส่วน
โจทย์ ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนมีความยาว 3.5 กิโลเมตร ถ้าจะทำแผนที่โดยใช้มาตราส่วน 1:
50,000 ความยาวของระยะทางในแผนที่จะเป็นเท่าใด
มาตราส่วนแผนที่ = MD
GD
แทนค่า 1 = 3.5
MD = 3.5
เปลี่ยนเป็น เซนติเมตร = 3.5×100,000 = 350,000
MD = 350,000
GD = 50,000
350,000 7 เซนติเมตร
50,000
ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียน =
มาตราส่วนแผนที่
3.การคำนวณหาระยะทางจริงในภูมิประเทศ
โจทย์ แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 มีถนนสายหนึ่งวัดความยาวในแผนที่ได้ 8
เซนติเมตร
จงหาว่าถนนสายนี้มีความยาวจริงเท่าใด
มาตราส่วนแผนที่ = MD GD
แทนค่า 1 =8
200,000 GD
GD = 8×200,000 = 1,600,000 เซนติเมตร
เปลี่ยนให้เป็นกิโลเมตร = 1,600,000 100,000
ถนนมีความยาวในภูมิปรเทศ= 16 กิโลเมตร
สัญลักษณ์
สัญลักษณ์
ในแผนที่จะปรากฏสัญลักษณ์ต่างๆ ที่อาจจะเป็นรูปทรง ลาย
เส้น หรือสีต่างๆ โดยมี คำอธิบายความหมาย เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจความ
หมายของสัญลักษณ์และอ่านความหมาย ใน แผนที่ได้ เช่นนอกจากนี้
ยังนิยมใช้สีระบายในแผนที่เพื่อแสดงสิ่งต่างๆ ดังนี้
สีแดง ใช้แทน ถนนและเส้นทางคมนาคม
สีเขียว ใช้แทน แสดงบริเวณพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ราบ
สีน้ำเงิน ใช้แทน แหล่งน้ำ ทางน้ำ และภาษาที่ใช้เขียนแหล่งน้ำ
สีน้ำตาล ใช้แทน ที่สูงและเทือกเขา
สีดำ ใช้แทน สถานที่ที่มนุษย์สร้าง
สีอื่นๆ แสดงรายละเอียดพิเศษโดยกำหนดไว้ในขอบระวางแผนที่
สื่อความรู้ทาง
ภูมิศาสตร์
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ คือ วัสดุ อุปกรณ์ ในรูปแบบ
ต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นสื่อเพื่อการศึกษาการสำรวจ การเก็บรวบรวม
การบันทึก การวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ สามารถจำแนกตามหน้าที่หลักของการใช้งาน
ได้ 2 ประเภท ดังนี้
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ประเภทที่ 1
สื่อให้ความรู้ทางภูมิศาสตร์
เครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นสื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์ สื่อความรู้
ทางภูมิศาสตร์ หมายถึงวัสดุ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีต่างๆ
ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ให้ความรู้สำหรับการศึกษาเรียนรู้ทาง ภูมิศาสตร์
อาจอยู่ในรูปของตัวหนังสือ รูปภาพ แผนภูมิ แบบจำลอง สื่อดิจิทัล
เสียง และภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ตัวอย่างเครื่องมือเหล่านี้ เช่น ตำรา
เรียนภูมิศาสตร์ เว็บไซต์ที่เผยแพร่ความรู้ทางภูมิศาสตร์ แผนที่ประเภท
ต่างๆ ลูกโลกจำลอง ภูมิประเทศจำลอง รูปถ่ายทางอากาศ ภาพถ่าย
ดาวเทียม เป็นต้น
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
แผนที่
เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่ง โดย
การย่อข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏบนพื้นโลกให้มีขนาดเล็กลงตาม
มาตราส่วน และแสดงข้อมูลดังกล่าวด้วยสัญลักษณ์ลงบนวัสดุต่าง
ๆ เช่น กระดาษ ผ้า แผ่นพลาสติก ฯลฯ ข้อมูลที่แสดงในแผนที่ มี 2
ลักษณะ คือ
1) ข้อมูลด้านกายภาพ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดย
ธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ภูเขา ชายฝั่ งทะเล เกาะ และป่าไม้
2) ข้อมูลด้านวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
เช่น ถนน เขื่อน ที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน สถานีอนามัย ฯลฯ
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
รูปถ่ายทางอากาศ
เป็นรูปภาพแสดงภูมิประเทศที่ปรากฏบนพื้นผิวโลก ถ่าย
โดยใช้กล้องถ่ายรูปติดไว้กับเครื่องบิน การนำรูปถ่ายทางอากาศไป
ใช้ประโยชน์ทางด้านวิชาการและการพัฒนาความเจริญของบ้าน
เมือง ดังนี้
1) ทำให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงในลักษณะทาง
กายภาพของพื้นที่ต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบจากรูป
ถ่ายที่ถ่ายในระยะเวลาแตกต่างกัน เช่น การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน
การพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่น
2) การวางแผนพัฒนาการใช้ที่ดิน โดยนำรูปถ่ายทาง
อากาศไปใช้เพื่อจัดทำแผนที่และจำแนกประเภท
การใช้ที่ดินของประเทศ โดยกำหนดโซนหรือแบ่งพื้นที่เป็นเขต
อุตสาหกรรม เขตเกษตรกรรม และเขตชุมชนที่อยู่อาศัย
3) การอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ รูปถ่ายทางอากาศทำให้ทราบ
ถึงสภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในพื้นที่ ต่าง ๆ เพื่อกำหนด
แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาต่อไป
การศึกษาข้อมูลจากรูปถ่ายทางอากาศ ทำได้ 2 วิธี คือ
ศึกษาด้วยตาเปล่า และศึกษาด้วยกล้องสามมิติ เนื่องจากรูปถ่าย
ทางอากาศไม่มีคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น จึงควรศึกษาควบคู่กับแผนที่
ด้วยจะทำให้เข้าใจง่าย
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ภาพถ่ายจากดาวเทียม
1.ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery) ให้ประโยชน์อย่างมาก
ในการศึกษาข้อมูลเพื่อสำรวจแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ในปัจจุบัน
2. การทำงานรับภาพของดาวเทียม เรียกว่า กระบวนการรีโมทเซน
ซิง (Remote Sensing) โดย ดาวเทียมจะเก็บข้อมูลของวัตถุ
หรือพื้นที่เป้าหมายบนพื้นผิวโลก จากรังสีที่สะท้อนขึ้นไปจากผิว
โลกหรือจากอุณหภูมิของวัตถุนั้น ๆ บนพื้นผิวโลกจากนั้นดาวเทียม
จะส่งข้อมูลเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามายังสถานีภาคพื้นดิน ซึ่งจะบัน
ทึกเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขในแถบบันทึกข้อมูล เพื่อนำไปประมวลผล
โดยคอมพิวเตอร์ และนำเสนอเป็นแผ่นฟิล์ม
3. ภาพจากดาวเทียวให้ประโยชน์ในการศึกษาทางภูมิศาสตร์ คือ นำ
มาใช้จัดทำแผนที่แสดงภูมิประเทศของพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจะให้ราย
ละเอียดของตำแหน่งต่าง ๆ บนพื้นโลกชัดเจนยิ่งขึ้น
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
อินเทอร์เน็ต
1.อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือ ไซเบอร์สเปซ (Cyber Space)
คือ ระบบการสื่อสารด้วยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยง
ระหว่างผู้ใช้งานทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลข่าวสาร และความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างสะดวกและรวดเร็ว
จนทำให้โลกในปัจจุบันเข้าสู่ยุค “การสื่อสารไร้พรมแดน”
2.บริการในอินเทอร์เน็ต (World Wild Web : WWW) จะให้
บริการข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง หรือ
ภาพยนตร์ ข้อมูลเหล่านี้ เรียกว่า “เว็บเพ็จ” (Web Page) มี
การเชื่อมโยงถึงกันทั่วโลกคล้ายใยแมงมุม
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ลูกโลกจำลอง
เนื่องจากในสมัยโบราณ มนุษย์เชื่อว่าโลกมีสัณฐานแบน
จนกระทั่ง มีการสังเกตลักษณะต่างๆ เช่น เรือที่แล่น ออกจากฝั่ งใน
ระยะไกลๆ ออกไป เรือจะ ค่อยๆ จมลงตํ่ากว่าระดับนํ้าทะเล และ
หายไปจากเส้นขอบฟ้า กล่าวไว้ว่านัก เดินเรือชาวเยอรมัน ชื่อ มาร์
ติน เบไฮม์ (Martin Behaim) เป็นผู้สร้างลูกโลกขึ้น เป็นคนแรก
ในพ.ศ. 2035 การสร้างลูกโลกทําให้มนุษย์มีความรู้และความเข้าใจ
เกี่ยวกับสัณฐานของโลกมากขึ้ น
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ประเภทที่ 2
สื่อเก็บรวบรวมความรู้ทางภูมิศาสตร์
เครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นสื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
ทางภูมิศาสตร์ สื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางภูมิศาสตร์
หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำ
หน้าที่เพื่อสำรวจ ตรวจวัด บันทึก เก็บรวบรวม และ
วิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ตัวอย่างเครื่องมือเหล่านี้
เช่น สมุดจดบันทึก เข็มทิศ เทปวัดระยะทาง กล้อง
สามมิติ (Stereoscope) เทอร์โมมิเตอร์
(Thermometer) ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก
หรือจีพีเอส (Global Positioning System :
GPS) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือจีไอเอส
(Geographic Information System : GIS)
ข้อมูลจากการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing :
RS) เป็นต้น
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
เข็มทิศ
เข็มทิศ คือเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ สำหรับใช้หาทิศทาง
มีเข็มแม่เหล็กที่แกว่งไกวได้อิสระในแนวนอนทอดตัวในแนวเหนือ-
ใต้ ตามแรงดึงดูดของแม่เหล็กโลก และที่หน้าปัดมีส่วนแบ่ง
สำหรับหาทิศทางโดยรอบ เข็มทิศจึงมีปลายชี้ไปทางทิศเหนือ
เสมอ
(อักษร N หรือ น) เมื่อทราบทิศเหนือแล้วก็ย่อมหาทิศอื่นได้โดย
หันหน้าไปทางทิศเหนือ ด้านขวามือเป็นทิศตะวันออก ด้านซ้ายมือ
เป็นทิศตะวันตก ด้านหลังเป็นทิศใต้ การบอกทิศทางในแผนที่
โดยทั่วไป คือการบอกเป็นทิศที่สำคัญ 4 ทิศ คือทิศเหนือ ทิศใต้
ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก หรืออาจจะบอกละเอียดเป็น 8,16
หรือ 32 ทิศก็ได้
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก GPS
ระบบการหาตำแหน่งทั่วโลก หรือ GPS (Global
Positioning System) คือระบบการนำทางด้วยดาวเทียมซึ่ง
ประกอบด้วยดาวเทียมอย่างน้อย 24 ดวง GPS สามารถปฏิบัติ
การได้ในทุกสภาพอากาศ ทุกที่ในโลก ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน
และไม่มีค่าลงทะเบียนหรือค่าธรรมเนียมในการตั้งค่า กระทรวง
กลาโหมสหรัฐ (USDOD) แต่เดิมปล่อยดาวเทียมให้โคจรสำหรับ
การปฏิบัติงานทางทหาร แต่ในทศวรรษ 1980 เป็นต้นมาก็เริ่ม
กำหนดให้พลเรือนสามารถเข้าถึงการใช้งานดาวเทียมได้
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
เทอร์โมมิเตอร์
เทอร์โมมิเตอร์คือเครื่องมือที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิ
หรือระดับอุณหภูมิโดยใช้หลักการต่างๆ สามารถวัดอุณหภูมิ
ของของแข็ง ของเหลวหรือก๊าซได้ ซึ่งมีส่วนประกอบด้วยองค์
ประกอบหลัก 2 ส่วน ได้แก่ เซ็นเซอร์อุณหภูมิและหน่วยแสดง
ผลซึ่งแปลปริมาณทางกายภาพเป็นตัวเลขสำหรับผู้ใช้งานอ่าน
ค่าอุณหภูมิ
ประเภทของเทอร์โมมิเตอร์
1) เทอร์มอมิเตอร์แบบโพรบ (Probe type
thermometer)
2) เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิอินฟราเรด
(Infrared Thermometer)
3) เทอร์มอมิเตอร์แบบเทอร์โมคับเปิล
4) เครื่องบันทึกข้อมูลอุณหภูมิ Data Logger
5) ฉลากบ่งชี้อุณหภูมิ
6) เทอร์โมสแกนหรือกล้องถ่ายภาพความร้อน
7) เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิ-ความชื้นอากาศ
สื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ Geographic
Information System : GIS คือกระบวนการทำงานเกี่ยว
กับข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่ใช้กำหนด
ข้อมูลและสารสนเทศ ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิง
พื้นที่ เช่น ที่อยู่ บ้านเลขที่ สัมพันธ์กับตำแหน่งในแผนที่
ตำแหน่ง เส้นรุ้ง เส้นแวง ข้อมูลและแผนที่ใน GIS เป็นระบบ
ข้อมูลสารสนเทศที่อยู่ในรูปของตารางข้อมูล และฐานข้อมูลที่
มีส่วนสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ซึ่งรูป
แบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหลาย จะ
สามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS และทำให้สื่อความหมายใน
เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับเวลาได้ เช่น การแพร่
ขยายของโรคระบาด การเคลื่อนย้าย ถิ่นฐาน การบุกรุก
ทำลาย การเปลี่ยนแปลงของการใช้พื้นที่ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้
เมื่อปรากฏบนแผนที่ทำให้สามารถแปลและสื่อความหมาย
ใช้งานได้ง่าย
ชนิดของแผนที่
ชนิดของแผนที่
ชนิดของแผนที่
การแบ่งประเภทของแผนที่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่คือ
1. แผนที่แบบแบนราบ (Planime
tric Map)
ได้แก่ แผนที่ถึงแสดงรายละเอียดทั่วไปของพื้นผิวพิภพในทางราบแต่ไม่
แสดงความสูง ต่ำของภูมิประเทศ ให้ประโยขน์ในทางด้านการแสดง
ตำแหน่งและการหาระยะทางในทางราบ
2. แผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map)
ได้แก่ แผนที่ชึ่งแสดงรา
ยละเอียดทั่วไปรวมทั้งลักษณะสูงต่ำของ
ภูมิประเทศ ชึ่งอาจเป็น แผนที่ที่มีมาตราส่วนใหญ่และปานกลางแต่เสีย
เวลาและแรงงานในการจัดทำมาก
ชนิดของแผนที่
3. แผนที่ภาพถ่าย (Photo Map)
เป็นแผนที่ ที่ทำจากภาพถ่ายทางอากาศ ชึ่งอาจได้เป็นสีหรือภาพขาวดำ
ก็ได้ แล้วนำมา จัดในลักษณะของโมเซค (Mosaic) ชึ่งมีโครงสร้างพิกัด
ศัพท์ทางภูมิศาสตร์ และราย ละเอียดประจำของระวาง แผนที่มีประโยขน์
มาก สามารถจัดทำได้อย่ารวดเร็วแต่มีความ ยากในการอ่าน ผู้อ่านต้องมี
ความรู้ในการใช้แผนที่ทางอากาศมาก่อน
ชนิดของแผนที่
แบ่งตามรายละเอียดที่ปรากฏให้เห็นบนแผนที่ เช่น
1. แผนที่ลายเส้น (Line Map) รายละเอียดที่ปรากฏเป็นลายเส้นตรง
หรือเส้นโค้ง อื่นๆ
2. แผนที่แบบผสม (Annotated Maps) ผสมระหว่างภาพถ่ายกับ
ลายเส้นเน้นถนน
แบ่งตามขนาดมาตราส่วน แยกเป็น 2 อย่างคือ
1. แบ่งในทางภูมิศาสตร์
2. แบ่งในกิจการทหาร
ชนิดของแผนที่
แบ่งตามลักษณะการใช้งาน แยกเป็น 12 อย่าง
1. แผนที่ทั่วไป General Map เป็นรากฐานในการทำแผนที่ อื่นๆ
2. แผนที่โฉนดที่ดิน (Cadastral Map) แสดงระยะขอบเขตที่ดิน
3. แผนที่ผังเมือง (City Map , Ciyt Plan) แสดงอาคารบ้านพัก
และตัวเมือง
4. แผนที่ทางหลวง (Highway Map) แสดงถนนสายสำคัญ
5. แผนที่เศรษฐกิจ (Economic Map) แสดงเขตอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม อื่นๆ
6. แผนที่สถิติ (Statistical Map) แสดงราการทางสถิติต่างๆ
7. แผนที่การใช้ที่ดิน (Land-use Map) นิยมใข้สีแสดงความแตก
ต่าง
8. แผนที่รัฐกิจ (Political Map) แสดงเขตปกครองและพรมแดน
9. แผนที่ประวัติศาสตร์ (Historical Map) แสดงอาณาเขตสมัย
ต่างๆ ชาติพันธุ์
10. แผนที่เพื่อนิเทศ (illustortion Map) เพื่อโฆษณา และ
นิทรรศการต่างๆ
11. แผนที่เฉพาะเรื่อง (Topical Map)แสดงเรื่องต่างๆ
12. แผนที่ทรวดทรง (Relief Map) แสดงรูปร่างผิวพื้นพิภพ สูงต่ำ
อย่างไร
ลองจิจูด
ลองจิจูด
ทีรฆันดร หรือ ลองจิจูด (อังกฤษ: longitude) หรือเดิมเรียกว่า
เส้นแวง แทนด้วยอักษรกรีก λ เป็นพิกัดที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้น
โลก โดยวัดไปทางตะวันออกหรือตะวันตกจากเส้นสมมติในแนว
เหนือ-ใต้ที่เรียกว่าเส้นเมริเดียนแรก พิกัดที่ใช้คู่กัน คือ ละติจูด
ลองจิจูดมีหน่วยเป็นองศา นับจาก 0 องศาที่เส้นเมริเดียนแรกไป
ทางตะวันออก +180 องศา และไปทางตะวันตก −180 องศา
ลองจิจูดต่างจากละติจูด ตรงที่ละติจูดมีเส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นอ้างอิง
ตามธรรมชาติ ลองจิจูดจึงต้องกำหนดเส้นสมมติขึ้นมาหนึ่งเส้น
สำหรับอ้างอิง ใน ค.ศ. 1884 การประชุมเมอริเดียนนานาชาติ
(International Meridian Conference) จึงได้กำหนดให้เส้น
เวลาที่ผ่านหอดูดาวหลวงกรีนิช เป็นเส้นเมริเดียนปฐม และเป็น
ลองจิจูด 0 องศา
ลองจิจูด
การคำนวณเวลา
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
หมายถึง วัสดุอุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทําหน้าที่เพื่อสํารวจเก็บ
รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ระบบกําหนดตําแหน่งบ
นพื้นโลก(GLOBAL POSITIONING SYSTEM:GPS)
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(GEOGRAPHIC INFORMATION
SYSTEM:GIS )
การรับรู้จากระยะไกล(REMOTE SENSING: RS)
เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
เข็มทิศ(Compass)
คือเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ สำหรับใช้หาทิศทางมีเข็มแม่เหล็กที่
แกว่งไกวได้อิสระในแนวนอนทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ตามแรงดึงดูดของ
แม่เหล็กโลกและที่หน้าปัดมีส่วนแบ่งสำหรับหาทิศทางโดยรอบ เข็มทิศจึง
มีปลายชี้ไปทาง ทิศเหนือเสมอ(อักษร N หรือ น)เมื่อทราบทิศเหนือแล้วก็
ย่อมหาทิศอื่นได้โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือด้านขวามือเป็นทิศตะวันออก
ด้านซ้ายมือเป็นทิศตะวันตก ด้านหลังเป็นทิศใต้ การบอกทิศทางในแผนที่
โดยทั่วไป คือการบอกเป็นทิศที่สำคัญ 4 ทิศ คือทิศเหนือทิศใต้ทิศตะวัน
ออกและทิศตะวันตกหรืออาจจะบอกละเอียดเป็น8,16หรือ32 ทิศก็ได้
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
บารอมิเตอร์ (barometer)
เป็นเครื่องมือตรวจวัด ความดันบรรยากาศ สำหรับวัดค่า
ความกดดันที่เกิดจากแรงดันของอากาศ โดยใช้ของเหลวหรือวัสดุ
แข็งที่สัมผัสโดยตรงกับอากาศ การเปลี่ยนแปลงความกดดัน
สามารถนำไปพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในช่วงเวลาสั้น
ๆ การวัดความกดดันอากาศหลายจุดนำมาประมวลผลภายใน การ
วิเคราะห์อากาศพื้นผิว (SURFACE WEATHER ANALYSIS)
เพื่อช่วยค้นหา ร่องความกดอากาศ (SURFACE TROUGHS),
ระบบความกดอากาศสูง (HIGH PRESSURE SYSTEMS) และ
เส้นความกดอากาศเท่า (FRONTAL BOUNDARIES) ค้นพบ
หลักการและประดิษฐ์โดย เอวานเจลิสตา โตร์ริเชลลี
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
เครื่องมือวัดระยะทางในแผนที่ (map
measurer)
เครื่องมือวัดระยะทางในแผนที่ (MAP MEASURER) เป็น
เครื่องมือที่เหมาะสำหรับวัดระยะทางคดเคี้ยวไปมา และทำให้ค่าความ
คาดเคลื่อนน้อย ลักษณะของเครื่องมือประกอบด้วยลูกกลิ้งที่ปลาย
ติดกับล้อที่เป็นหน้าปัดแสดงระยะทาง บนหน้าปัดมีเข็มเล็กๆคล้าย
เข็มนาฬิกา เข็มจัวิ่งไปตามระยะที่ลูกกลิ้งหมุนไปมีด้ามสำหรับจับ
วิธีใช้ ใช้นิ้วหมุนลูกกลิ้งด้านหน้าให้เข็มบอกระยะทางเลื่อนไปที่ค่า
ศูนย์วางเครื่องมือที่จุดเริ่มต้นวัดระยะทาง โดยถือให้ด้ามเอียง 45
องศากับแผนที่ และหันหน้าปัดเข้าหาตัวกลิ้งลูกกลิ้งไปตามเส้นทางที่
ต้องการวัดจนถึงจุดสุดท้ายแล้วจึงอ่านค่าจากหน้าปัด
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
กล้องสามมิติ (Stereoscope)
กล้องสามมิติ(STEREOSCOPE)เป็นเครื่องมือสำหรับมองภาพสามมิติกล่าว
คือสามารถมองความสูง-ต่ำของภูมิประเทศในลักษณะสามมิต ประกอบด้วย
เลนส์2อันซึ่งสามารถปรับให้เท่ากับระยะห่างของสายตาผู้มองได้ในการมองจะ
ต้องวางภาพให้อยู่ในแนวเดียวกันและต้องเป็นภาพที่ทำการถ่ายต่อเนื่องกันซึ่ง
แต่ละภาพจะมีรายขอบที่ทับกันหรือซ้อนกันโดยพื้นที่ของภาพในแนวนอนให้
ชายขอบของภาพมีพื้นที่ทับซ้อนกันประมาณร้อยละ60และในแนวตั้งร้อย
ละ20กล้องสามมิติที่นิยมใช้กันมี2ชนิดคือกล้องสามมิติแบบพก
พา(POKETSTEREOSCOPE)สามารถนำติดตัวไปใช้ได้ง่ายแต่ดูภาพได้
บริเวณแคบๆส่วนอีกชนิดหนึ่งคือกล้องสามมิติแบบ
กระจกเงา(MIRRORATEREOSCOPE)โดยใช้กระจกเงาสะท้อนภาพทำให้
เห็นได้เป็นบริเวณกว้างกว่ากล้องสามมิติแบบพกพา
วิธีใช้ วางภาพถ่ายคู่ที่มีหมายเลขเรียงลำดับกันลงบนพื้นราบ โดยให้ราย
ละเอียดส่วนที่ของภาพที่ซ้อนทับกันให้อยู่ในแนวเดียวกัน แผ่นภาพอยู่ห่างกัน
ประมาณ 6 เซนติเมตร วางกล้อมสามมิติลงบนภาพถ่ายเลื่อนแผ่นภาพที่ซ้อน
ทับด้านบนไปทางขวาหรือทางซ้ายเพื่อให้รายละเอียดที่ต้องการอยู่ในระยะ
สายตา จนกระทั่งมองเห็นภาพเป็นสามมิติตามที่ต้องการ
เครื่องมือที่เก็บรวบรวม
ข้อมูลทางภูมิศาสตร
เครื่องมือวัดพื้นที่ (Planimeter)
เครื่องมือวัดพื้นที่เป็นอุปกรณ์สำหรับหาพื้นที่ของรูปบนพื้นที่ระนาบ ซึ่งมีเส้น
รอบรูปเป็นเส้นตรงหรือเส้นโค้งส่วนประกอบของเครื่องมือได้แก่
1) เลนส์ขยาย (TRACER LENS) ซึ่งมีจุดสีแดงหรือดำ (บางชนิดใช้เข็ม
แหลมแทนจุด) อยู่ตรงกลางเลนส์ เพื่อใช้เป็นจุดสังเกตขณะลากจุดหรือเข็มผ่าน
เส้นขอบพื้นที่ที่ต้องการหา
2) แขนของเลนส์ขยาย (TRACER ARM) เป็นแขนที่สามารถปรับความสั้น-
ยาวได้ตามมาตราส่วนของแผนที่ที่ใช้
3) ก้อนถ่วงน้ำหนัก (ANCHOR) เป็นก้อนน้ำหนักเพื่อถ่วงไม่ให้จุดที่วางเกิด
การเคลื่อนที่
4) แขนที่ต่อจากจุดศูนย์กลางของก้อนถ่วงน้ำหนัก (ANCHOR ARM)
5) ล้อและมาตราวัดพื้นที่ (ROLLER) เป็นส่วนที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือถอย
หลังได้ในขณะที่แขนของเลนส์ขยายกางออกหรือหุบเข้าในขณะที่ลากจุดหรือเข็ม
ของเลนส์ขยายลากผ่านเขตพื้นที่ที่ต้องการหา
วิธีใช้ วางก้อนถ่วงน้ำหนักไว้ในตำแหน่งนอกรูปพื้นที่ที่จะหา โดยให้สามารถ
ลากจุดหรือเข็มที่เลนส์ขยายผ่านเขตพื้นที่(เส้นรอบรูป)ที่ต้องการวัดพื้นที่ได้
สะดวก เมื่อจุดหรือเข็มเคลื่อนที่ไป แขนของเลนส์ขยายจะหุบเข้าหรือกางออกส่ง
ผลให้ล้อและมาตรวัดพื้นที่เคลื่อนที่ซึ่งมาตรวัดพื้นที่จะแสดงค่ามาตรฐานของ
พื้นที่ที่วัดได้ และเมื่อจุดหรือเข็มถูกลากมาบรรจบในจุดเริ่มต้นมาตรวัดพื้นที่จะ
คำนวณระยะที่ผ่านออกมาเป็นค่าพื้นที่และแสดงค่าที่วัดได้บนหน้าปัด
ละติจูด
ละติจูด
หมายถึง เส้นรอยตัดระหว่างผิวโลกกับพื้นราบที่ตั้งได้ฉากกับแกน
ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ โดยรอยตัดจะเป็นวงกลมที่ขนานกับ
เส้นศูนย์สูตร ค่าละติจูดเริ่มนับ 0 จากเส้นศูนย์สูตรไปทางเหนือ หรือใต้,
เดิมใช้ว่า เส้นรุ้ง เป็นเส้นไว้บอกภูมิอากาศ
สีและความสูงในแผนที่
สี
หน้าที่ของมัน:
แสดงเพื่อจำแนกประเภทของลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น แม่น้ำ ป่า
ถนนทางหลวง เมือง ภูเขา เป็นต้น
ในแผนที่สีมาตรฐานในแผนที่มี
5 สี คือ:
1) สีดำ ใช้แทนสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น วัด โรงเรียน หมู่บ้าน และ
ใช้แทนเส้นกริดและเลขกำกับเส้นกริด
2) สีแดง ใช้แทนถนนและรายละเอียดพิเศษอื่นๆ
3) สีน้ำเงิน ใช้แทนบริเวณที่เป็นน้ำ เช่น ทะเล มหาสมุทร
4) สีน้ำตาล ใช้แทนความสูง เช่น เส้นชั้นความสูง เลขกำกับชั้นความสูง
5) สีเขียว ใช้แทนพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตรสีอื่นๆ
นอกจากนี้ ใช้แทนรายละเอียดต่างๆ บางอย่าง ซึ่งจะอธิบายไว้ในคำ
อธิบายสัญลักษณ์
ความแตกต่างของลักษณะภูมิประเทศ
พื้นดิน: 1. สีเขียว แสดงพื้นที่ราบต่ำ
2.สีเหลือง แสดงเนินเขาหรือที่สูง
3.สีเหลืองแก่ แสดงภูเขาสูง
4. สีน้ำตาล แสดงภูเขาสูงมาก
5. สีขาว แสดงภูเขาที่มีหิมะปกคลุม
พื้นน้ำ: 1. สีฟ้าอ่อน แสดงไหล่ทวีป หรือเขตทะเลตื้น
2. สีฟ้าแก่ แสดงทะเลลึก
3. สีน้ำเงิน แสดงทะเลหรือมหาสมุทรลึก
4. สีน้ำเงินแก่ แสดงน่านน้ำที่มีความลึกมาก
สีที่ใช้จำแนกในแผนที่ผังเมือง
1.เขตสีเหลือง หมายถึง ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
2.เขตสีส้ม หมายถึง ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
3.เขตสีแดง หมายถึง ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
4.เขตสีม่วง หมายถึง ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
5.เขตสีม่วงอ่อน หมายถึง ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
6.เขตสีเขียว หมายถึง ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
7.เขตสีเขียวอ่อน หมายถึง ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษา
คุณภาพสิ่งแวดล้อม
8.เขตสีเขียวมะกอก หมายถึง ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
9.เขตสีเทาอ่อน หมายถึง ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
10.เขตสีน้ำเงิน หมายถึง ที่ดินประเภทสถาบันราชการสาธารณูปโภคและ
สาธารณูปการ
11.เขตสีน้ำตาลอ่อน หมายถึง ที่ดินประเภทอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลป
วัฒนธรรมไทย
ความสูง
ความสูงของภูมิประเทศ เส้นชั้นความสูงที่ปรากฏในแผนที่
ภูมิประเทศมีความหมายดังนี้
1) เส้นความสูงที่มีรูปร่างคล้ายวงกลม แสดงว่าลักษณะภูมิประเทสจริงที่
ปรากฏในแผนที่นั้นเป็นเนินเขาหรือภูเขารูปกรวย
2) เมื่อไม่มีเส้นชั้นความสูงปรากฏในวงกลมหรือสี่เหลี่ยมด้านใน
ของแผนที่ ภูมิประเทศ แสดงว่าลักษณะภูมิประเทศจริงที่ปรากฏในแผนที่นั้น
เป็นที่ราบสูง
3) เมื่อเส้นชั้นความสูงที่ปรากฏในแผนที่ภูมิประเทศแสดงไว้ชิด
กันมากในบริเวณใด แสดงว่าลักษณะภูมิประเทศจริงที่ปรากฏในแผนที่
ภูมิประเทศของบริเวณนั้นเป็น หน้าผา
ความลาดเทของภูมิประเทศ
ช่องว่างที่ปรากฏระหว่างเส้นชั้นความสูงในแผนที่ สามารถบอกได้ว่า
ภูมิประเทศนั้นมีความชัน ลาดเท หรือราบเรียบ กล่าวคือ
ถ้า แผนที่แสดงเส้นชั้นความสูงแต่ละเส้นอยู่ชิดกันมาก แสดงว่า
ภูมิประเทศจริงของพื้นที่นั้นมีความลาดชัน ถ้าแผนที่นั้นแสดงเส้นชั้นความสูง
แต่ละเส้นห่างกัน แสดงว่าภูมิประเทศจริงของพื้นที่นั้นมีลักษณะราบเรียบ
ถ้าแผนที่แสดงเส้นชั้นความสูงห่างกันมาก แสดงว่าภูมิประเทศจริงของ
พื้นที่นั้นเป็นที่ต่ำมีระดับใกล้เคียงกัน ซึ่งมักปรากฏในบริเวณใกล้ชายฝั่ งทะเล
อ้างอิง
1.https://www.sw2.ac.th/images/user/root/exgeo32102/geo1.pdf
2.https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/13334/025652
3.https://www.pangpond.com/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8
%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%
AD%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%
A1%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%
A3
4.https://julaluk081.wordpress.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A
3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7
%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%
E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E
0%B9%88/
5.https://www.sw2.ac.th/images/user/root/exgeo32102/geo1.pdf
6.https://space-
dist.mod.go.th/PDF/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%
B8%97%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%
B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%
B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B
8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3.aspx
7.https://www.neonics.co.th
8.gisthaihttp://www.gisthai.org
9.https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%
B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8
10.https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%
B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B9%E0%B8%94