คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนนึ่งของรายวิชาส33102 สังคมศึกษาผู้จัด
ทำได้ทำการศึกษาเรื่อง ประวัติศาสตร์สมัยกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาล
ที่1 - รัชกาลที่5 เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ รายงานเล่มนี้มีเนื้อหาซึ่งประกอบไปด้วยเหตุการณ์ที่สำคัญที่
ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ
ต่อปะเทศไทย
คณะผู้จัดทำ ขอขอบคุณ อาจารย์ ธเนศ ชะพินทร ที่ให้
แนวทางในการศึกษาหาความรู้ และข้อเสนอแนะ ผู้จัดทำหวังเป็น
อย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย
หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
4
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( รัชกาลที่ 1 ) 4
- ด้านการเมืองการปกครอง 5
- ด้านศิลปกรรม
5
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) 5
- ด้านการเมืองการปกครอง 5
- ด้านเศรษฐกิจ
6
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 3 ) 6
- ด้านการศึกษา 7
- ด้านการค้าระหว่างประเทศ 7
- ด้านการคมนาคม 8
- ด้านความมั่นคง 8
- ด้านศิลปกรรม 8
- ด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
9
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 4 ) 9
- ด้านกฏหมายและการศาล 10
- ด้านการเมืองการปกครอง 11
- ด้านเศรษฐกิจ 11
- ด้านการศึกษา 12
- ด้านศาสนา 12
- ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี 13
- ด้านศิลปกรรม
เริ่อง หน้า
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 5 ) 13
การปฏิรูปด้านการเมือง การปกครอง 13
- ด้านเศรษฐกิจ 14
- ด้านการต่างประเทศ 15
- ด้านสังคม 15
- ด้านการศึกษา 16
- ด้านวัฒนธรรม 18
พระบาทสมเด็จพระพทุธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
( รัชกาลที่ 1 )
พระบาทสมเด็จพระพทุธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
( รัชกาลที่ 1 )
มีพระกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1. ด้านการเมืองการปกครอง
1.1 ชำระกฎหมายตรา 3 ดวง เรียกว่า ประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 ตราสามดวง
ประกอบด้วย ตราราชสีห์ (ตรามหาดไทย) ตราคชสีห์ (ตรากลาโหม ) ตราบัวแก้ว
(กรมท่า) กฎหมายตรา 3 ดวง
1.2 โปรด
ให้ขุดคลองรอบกรุง
สร้างป้อมปราการและกำแพง
พระนคร โดยน่า อิฐจากกำแพง
อยุธยามาสร้าง รูปที่ 2 ป้อมพระเมรุ
ป้อมพระเมรุ ป้อมพระกาฬ
1.3 โปรตุเกส เป็นชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อ 2.1 ฟื้นฟูและแปลวรรณคดีเล่มสำคัญ
กับกรุงเทพโดยส่ง อันโตนิโอ เดอ วีเซน เข้า เช่นรามเกียรติ์ สามก๊ก ราชาธิราช
มาติดต่อกับราชสำนัก คนไทยเรียกกันว่า องตน
วีเสน
2. ด้านศิลปกรรม
รามเกียรติ์ สามก๊ก
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(รัชกาลที่ 2)
มีพระกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1.ด้านการเมืองการปกครอง
1.1 มีการตรากฎหมายห้ามสูบฝิ่นใน พ.ศ.2354
1.2 ความสัมพันธ์กับประเทศอังกฤษ โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา พม่า เวียดนา
มลายู กัมพูชา จีน
2. ด้านเศรษฐกิจ
2.1 เรียกเก็บภาษีอากรแบบใหม่เรียกการเดินสวนและการเดินนา ภาษีปากเรือ
การเดินสวน เป็นการตั้งเจ้าพนักงานไปสำรวจพื้นเพาะปลูกราษฎร
การเดินนาเก็บหางข้าวแทนการเก็บภาษีอากร หางข้าวคือการเก็บข้าว
ไร่ละ 2 ถัง
2.2 แรงงานจีนเริ่มเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้น
เริ่มมีการ “ผูกข้อมือ” เพื่อเป็นการเก็บค่าธรรมเนียม
แรงงานชายชาวจีนแทนการเกณฑ์แรงงาน
2.3 การค้ากับต่างประเทศมีการค้าสำเภาหลวงสิ่งของที่เป็นส่วย เช่น ดีบุก
พริกไทย ครั่ง ขี้ผึ้ง ไม้หอมค้าขายกับประเทศ จีน มลายู ญวน กัมพูชา
2.4 กําไรจากการผูกขาดสิน เช่นรังนก ฝาง ดีบุก งาช้างพริกไทย เนื้อไม้
ตะกั่ว พลวง
2.5 ภาษีปากเรือ
2.6 ภาษีสินค้าขาเข้า เก็บจากสินค้าที่พ่อค้าต่างประเทศนำเข้ามา
จำหน่าย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าแพรจีน เครื่องแก้ว เครื่องลายคราม ใบชา อัตรา
การเก็บไม่แน่นอน ยืดหยุ่นตามความ เหมาะสม ภาษีสินค้าขาออก เก็บจาก
สินค้าที่ส่งออกในอัตราที่ต่างกันไปตามชนิดของสินค้า เช่น รังนกนางแอ่น
กับเขากวางอ่อน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(รัชกาลที่ 2)
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 3)
มีพระกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1. ด้านการศึกษา
1.1 ทรงทำนุบำรุงและสนับสนุนการศึกษาให้กรมหลวงวงศาธิ
ราชสนิท แต่งตำราเรียน คือ หนังสือจินดามณี และ จารึกลงใน
ศิลาตามศาลา รอบพุทธาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปั้นทิ้ง
ไว้ตามเขามอและเขียนไว้ตามฝาผนังต่างๆ มีทั้งอักษรศาสตร์
แพทยศาสตร์ พุทธศาสตร์ โบราณคดี
2.ด้านการค้าระหว่างประเทศ หนังสือจินดามณี
2.1 สนับสนุนการค้ากับชาวเอเชียและชาวยุโรป
โดยเฉพาะกับชาวจีน มีการแต่งสำเภาทั้งของราชการ
เจ้านาย
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และ พ่อค้าชาวจีนไปค้าขายยังเมืองจีน
และ ประเทศใกล้เคียงจนมีรายได้ในท้องพระคลังอย่างมาก
จนได้ รับฉายาจากพระราชบิดาว่า เจ้าสัว รวมถึงการเปิด
ค้าขายกับมหาอำนาจตะวันตกจนมีการลง
นามในสนธิสัญญาระหว่างกันคือ “สนธิสัญญาเบอร์นี” ได้
เปิดสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาและมีการทำสนธิสัญญาต่อ
กัน นับเป็นสนธิสัญญา ฉบับแรกที่สหรัฐอเมริกาทำกับ
ประเทศทางตะวันออก
2.2 สินค้าที่ส่งออกที่เด่นคือ น้ำตาลทราย กรมพระคลัง สนธิสัญญาเบอร์นี
สินค้า เข้าไปตรวจเลือกสินค้า
2.3 กิดระบบเจ้าภาษีนายอากร ให้สัมปทานเอกชนจัด
เก็บภาษีแทนรัฐ ส่วนใหญ่ชาวจีน เป็นผู้ทำหน้าที่นี้ สร้าง
รายได้มหาศาล แต่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เก็บภาษี
ในอัตราที่สูง
3.ด้านการคมนาคม
3.1 ในรัชสมัยของพระองค์ใช้ทางน้ำ
เป็นสำคัญ จึงโปรดฯให้มีการขุด คลอง
ขึ้น เช่น คลองบางขุนเทียน คลองบาง
ขนาก และ คลองหมาหอน
คลองบางขุนเทียน
4.ด้านความมั่นคง
4.1 พระองค์ได้ทรงป้องกันราชอาณาจักร ปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ เวียงจันทร์
ด้วยการส่งกองทัพไปสกัด ทัพของเจ้าอนุวงศ์
และขัดขวางไม่ให้เวียงจันทน์เข้าครอบครอง
หัวเมืองอีสานของสยาม นอกจากนี้ พระองค์
ทรงประสบความสําเร็จในการทำให้ สยาม
กับญวนยุติการสู้รบระหว่างกันเกี่ยวกับเรื่อง
เขมร โดยที่สยามไม่ได้เสียเปรียบญวนแต่
อย่างใด
5.ด้านศิลปกรรม
5.1 วรรณกรรม พระองค์โปรดเกล้าฯ
ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตจารึกวรรณคดีที่
สำคัญๆ และวิชาแพทย์แผนโบราณลงบน
แผ่นศิลาแล้วติดไว้ตามศาลาบริเวณวัด
พระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อให้
ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้
5.2 เกิดศิลปะพระราชนิยม เป็นแบบไทย
ผสมจีน เช่น วัดราชโอรสาราม วัด
ยานนาวา เป็นต้น
วัดยานนาวา
6.ด้านการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
6.1 พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธ
ศาสนา และได้ทรงสร้างพระพุทธรูป เช่น
พระประธานในอุโบสถวัดสุทัศน์ วัดเฉลิม
พระเกียรติ วัดปรินายกและวัดนางนอง ทรง
สร้าง วัดใหม่ขึ้น 3 วัด คือ วัดบวรนิเวศ
วิหาร วัดเทพธิดารามและวัดราชนัดดาราม
ทรงบูรณ
วัดศรีรัตนศาสดาราม
6.2 เกิดการตั้งธรรมยุติกนิกาย โดยภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ เป็นฝ่าย
วิปัสสนาธุระ ตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โดย พระวชิร
ญาณเถระ และเมื่อถึงรัชกาลที่5 ทรงมีพระบรมราชโองการให้ประกาศใช้
พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ขึ้นเป็น ครั้งแรกใน
ประเทศไทย พระราชบัญญัติฉบับนี้ชื่อว่า “พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
รศ.๑๒๑”
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 3)
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 4)
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 4)
มีพระกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1.ด้านกฎหมายและการศาล
1.1 ตรากฎหมายขึ้น เพื่อให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาพบ้านเมือง
เช่น กฎหมายเกี่ยวกับมรดก สินสมรส ฯลฯ ทำให้เกิดการจัดตั้งโรงเรียน
สอนวิชากฎหมายตรา กฎหมายขึ้นตามแบบอารยประเทศ ฉบับใหม่ และทัน
สมัยที่สุด คือ กฎหมาย ลักษณะอาญา จัดตั้งกระทรวงยุติธรรมขึ้น
1.2 โปรดให้จัดตั้งโรงพิมพ์หลวง
ขึ้นในพระบรมหาราชวัง
“โรงอักษรพิมพการ” เพื่อใช้พิมพ์
ประกาศและกฎหมายต่างๆ เป็น
หนังสือของทางราชการ เรียกว่า ราช
กิจจานุเบกษา
1.3 การปรับปรุงระบบการศาล ทรง โรงอักษรพิมพการ
เปลี่ยนแปลงประเพณีบางอย่างเกี่ยวกับ
ระบบการ ศาล ได้แก่ ทรงยกเลิกการ
พิจารณาคดีแบบจารีตนครบาล เริ่มมีการ
จัดตั้ง ศาลกงสุลเป็นครั้งแรก
2.ด้านการเมืองการปกครอง
2.1 ทรงใช้ ประกาศ เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบและผดุงความ
เป็นธรรมของ บ้านเมือง
2.2 ให้ราษฎรมีโอกาสได้ถวายฎีการ้องทุกข์โดยพระองค์จะเสด็จออก
มารับฎีการ้องทุกข์ด้วยพระองค์เองทุกวัน โกณ ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์
เดือนละ 4 ครั้ง และ โปรดเกล้าฯ ให้ตุลาการ ชำระความให้เสร็จ โดยเร็ว
ทำให้ราษฎรได้รับความยุติธรรมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
2.3 ทรงประกาศให้เจ้านายและข้าราชการทำการเลือกตั้งตำแหน่ง
พระมหาราช ครูปุโรหิตาจารย์ และตำแหน่งพระมหาราชครูมหิธร อันเป็น
ตำแหน่งที่ว่างลง แทนที่พระองค์ จะทรงแต่งตั้งด้วยพระราชอำนาจของ
พระองค์เอง
2.4 ทรงริเริ่มการจัดกองทหารแบบตะวันตก
3.ค้านเศรษฐกิจ 3.1 ทำสนธิสัญญาเบาริงแล้วการค้าของไทย
เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก ทำให้มีการปรับปรุงด้าน
เศรษฐกิจ ทรงเปลี่ยนการใช้เงินพดด้วง มาเป็น
เงินเหรียญ และขุดคลอง ตัดถนนเพิ่มขึ้นหลาย
สาย
3.2 เกิดระบบเงินตราได้มีการจัดตั้งโรง
กษาปณ์สิทธิการ และ มีการใช้เหรียญกษาปณ์
สนธิสัญญาเบาริง
เหรียญกษาปณ์
โรงกระสาปนะสิทธิการ
4.ค้านการศึกษา โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
4.1 ตั้งโรงเรียนชายที่ตำบลสำเหร่ ปัจจุบัน คือ โรงเรียน
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ส่วนโรงเรียนสตรีแห่งแรกในไทย คือ
โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง (ปัจจุบัน คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยา)
4.2 มีการวางรากฐานการศึกษาในราชสำนัก ทรงว่าจ้างแหม่มแอ
นนา เลียวโนเวสน์มา ถวายพระอักษรแด่พระราชโอรส พระราชธิดา
รวมทั้งข้าราชสำนักฝ่ายใน
5.ด้านศาสนา
5.1 ได้ทรงทำนุบำรุง และบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นอย่างมากทรงสร้างและ
บูรณะ ปฏิสังขรณ์ วัด ปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุ ทรงส่งสมณทูตไปลังกา
ทรงกวดขันความประพฤติ ของภิกษุ สามเณร ให้อยู่ในพระธรรมวินัย ตลอดจน
ได้ทรงนำพิธีทางพุทธศาสนาเข้ามา เกี่ยวข้องในการพระราชพิธีต่าง ๆ
6.ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี
6.1 ประกาศให้ข้าราชการสวมเสื้อเวลาเข้าเฝ้า
6.2 ทรงให้เสรีภาพประชาชน ในการนับถือ
ศาสนาและประกอบอาชีพ ข้าราชการสวมเสื้อเวลาเข้าเฝ้า
6.3 เริ่มจัดทำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ชาว
ต่างชาติยืนเข้าเฝ้าได้ และริเริ่มพระราชพิธี
ฉัตรมงคล
6.4 ทรงเปลี่ยนแปลงพระราชพิธีการถือน้ำ
พระพิพัฒน์สัตยา โดยร่วมกับขุนนาง
ข้าราชการ
และทรงปฏิญาณนความซื่อสัตย์ต่อ
ข้าราชการทั้งปวงนับว่าพระองค์ทรงมีความ
คิดที่ทันสมัยมาก
พระราชพิธีฉัตรมงคล
7.ด้านศิลปกรรม
7.1 มีการก่อสร้างแบบตะวันตก เช่น พระราชวังสราญรมย์ พระนครคีรีที่
เพชรบุรี ด้านจิตรกรรม ได้แก่ ภาพเขียนฝาผนังในพระอุโบสถ และวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหาร จิตรกรเอก ในสมัยนี้ ได้แก่ ขรัวอินโข่ง
ภาพจิตรกรรมฝาผนังขรัวอินโข่ง วังสราญรมย์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 5)
มีพระกรณียกิจที่สำคัญ ดังนี้
1.การปฏิรูปด้านการเมือง การปกครอง
1.1 เกิดการปฏิรูปการปกครองครั้งใหญ่ พ.ศ.2435 มี
จุดประสงค์คือ รวมอำนาจเข้าสู่ ส่วนกลาง สร้าง
เอกภาพให้สยาม
1.2 ยกเลิกจตุสดมภ์ โดยตั้งกระทรวงกรมแทน
1.3 ยกเลิกระบบหัวเมืองและประเทศราช ตั้งมณฑล มณฑลเทศาภิบาล
เทศาภิบาล เป็นการปกครอง ส่วนภูมิภาค
1.4 ตั้งสภา 2 สภา คือ สภาที่ปรึกษา
ราชการแผ่นดิน และสภาที่ปรึกษาส่วน
พระองค์
1.5 ยกเลิกตำแหน่งวังหน้า และสถาปนา
สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรก คือ เจ้า
ฟ้า มหาวชิรุณหิศ
1.6 มีการเสนอแนวคิดเรื่องประชาธิปไตย
เช่น เทียนวรรณ ก.ศ.ร.กุหลาบ
หนังสือพิมพ์ตุลยวิภาคพจนกิจ
เสนอแนวคิดเรื่องประชาธิปไตย
สุขาภิบาลท่าฉลอม
2.ค้านเศรษฐกิจ
2.1 ตั้งหอรัษฎากรพิพัฒน์ เก็บรวบรวมภาษี
ยกเลิกระบบในเมือง 4
2.2 เริ่มมีการทำงบแผ่นดินเป็นครั้งแรก
หอรัษฎากรพิพัฒน์
2.3 พิมพ์ธนบัตรและการจัดตั้งธนาคารของ
ไทย (ธนาคารแห่งแรกของไทยคือแบงก์
สยามกัมมาจล)
2.4 มีการใช้ระบบมาตรฐานทองคำ
แบงค์สยามกัมมาจล
3.ด้านการต่างประเทศ
3.1 เสด็จเยือ
นยุโรป 2 ครั้งคือ พ.ศ.2440
และ 2450 เพื่อยกฐานะสยามในเวทีโลก
3.2 ทรงจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศมา แบงค์สยามกัมมาจล
ช่วยราชการ เช่นที่ปรึกษาด้านการ
ต่างประเทศ การร่างกฎหมายงานวิศวกรรม
เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2
4.ด้านสังคม
4.1 ยกเลิกไพร่และทาส เกิดแรงงานเสรี ทรงต้องการลดอำนาจขุนนางเพราะท่าน
คุมไพร่ ไม่ได้ และเห็นว่าไพร่ไม่ทันสมัย อีกทั้งแรงงานจีนเข้ามา ขั้นตอนแรก คือ
การฟื้นฟูกรมทหารหน้า ขั้นตอนสุดท้าย คือ ออก พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร ร.ศ. 124
4.2 เลิกทาส ทาสรุ่นแรกที่เป็นอิสระ คือ ทาสที่เกิดในปีที่รัชกาลที่ 5 ขึ้นครอง
ราชย์ ออก พ.ร.บ.พิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท จ.ศ.1236 ขั้นตอนสุดท้ายคือ การ
ออก พ.ร.บ. ทาส ร.ศ.124
4.3 ปรับประเทศให้ทันสมัย มีสาธารณูปโภค ไปรษณีย์ ไฟฟ้า ประปา
รถไฟ โทรเลข โรงพยาบาล
รถไฟฟ้า โทรเลข
5.ด้านการศึกษา
5.1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
เรียบเรียงแบบเรียนหลวงขึ้น 1 เล่ม เพื่อใช้เป็นบทหลักสูตรวิชา ได้มีการจัด
ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อฝึกคนให้เข้ารับราชการ ได้จัด
ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับสอนภาษาอังกฤษ
5.2 พ.ศ. 2423 จัดตั้งโรงเรียน
สุนันทาลัยในพระบรมมหาราชวังเป็นโรงเรียนสตรี
โรงเรียนข้าราชการพลเรือน
5.3 พ.ศ. 2424 ปรับปรุงโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบให้เป็นโรงเรียน
นายทหาร มหาดเล็ก ต่อมาได้กลายเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน
สุขาภิบาลท่าฉลอม
5.4 พ.ศ. 2427 กำหนดหลักสูตร นับเป็นปีแรกที่จัดให้มีการสอบไล่
วิชาสามัญ และมีการกำหนดหลักสูตรชั้นประโยคสอง ซึ่ง เป็น
หลักสูตรที่เกี่ยวกับวิชาสามัญศึกษา หมายถึง ความรู้ต่าง ๆ ที่ต้องการ
ใช้สำหรับเสมียนใน ราชการพลเรือนตามกระทรวงต่าง จัดตั้งโรงเรียน
หลวงสำหรับราษฎรขึ้นตามวัดใน กรุงเทพแห่งแรก คือ โรงเรียน
มหรรณพาราม
โรงเรียนมหรรณพาราม
5.5 พ.ศ. 2430 ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งกรมศึกษาธิการ โดนโอนโรงเรียน
ที่สังกัดกรม ทหารมหาดเล็กมาทั้งหมด ให้กรมหมื่นดำรงราชานุภาพเป็น
ผู้บัญชาการอีกตำแหน่งหนึ่ง
5.6 พ.ศ. 2432 รวมกรม
ศึกษาธิการเข้าไปอยู่ในบังคับบัญชา
ของกรมธรรมการตั้งโรงเรียนแพทย์ ขึ้น
เรียกว่า โรงเรียนแพทยากร ตั้งอยู่
ที่ริมแม่น้ำหน้าโรงพยาบาลศิริราชใช้
เป็นที่สอนวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน
โรงเรียนแพทยากร
5.7 พ.ศ. 2435 ประกาศตั้งกระทรวงธรรมการ มีเจ้าพระยาภาสกรวงศ์
(พร บุนนาค) เป็น เสนาบดี มีหน้าที่ในการจัดการศึกษา การพยาบาล
พิพิธภัณฑ์และศาสนา จัดตั้งโรงเรียนมูล ศึกษาขึ้นในวัดทั่วไปทั้งใน
กรุงเทพมหานครและหัวเมือง โดยประสงค์จะขยายการศึกษา เล่าเรียนหนังสือ
ไทยให้แพร่หลายเป็นแบบแผนยิ่งขึ้น และตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเป็นแห่งแรก
ที่ าบลโรงเลี้ยงเด็ก ต่อมาย้ายไปอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส
5.8 พ.ศ. 2459 จัดตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5.9 ปฏิรูปการศึกษาเพื่อผลิตคนรับราชการ
ให้ทุนเล่าเรียนหลวง (คิงสกอลาชิปส์) ตั้ง
โรงเรียน เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบ
6.ด้านวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6.1 การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทรงผม
ให้ชายไทยในราชสำนัก เลิกไว้ผมทรงมหาดไทยเปลี่ยน
เป็นไว้ผมตัดยาวทั้งศีรษะอย่างฝรั่ง ผู้หญิงโปรดให้เลิกไว้
ผมปีก ให้ไว้ผมยาว ทรงดอกกระทุ่ม
6.2 ให้ชายไทยในราชสานักนุ่งผ้าม่วงสีต่างๆสวมเสื้อ
ราชปะแตน สวมหมวกอย่างยุโรป
6.3 ให้ข้าราชการทุกกรมกองแต่งเครื่องแบบ นุ่งกางเกง
อย่างทหารในยุโรปแทนโจงกระเบน
ทรงผมดอกกระทุ่ม
6.4 สตรีไทยนิยมสวมเสื่อของอังกฤษ คือ เสื้อคอตั้งแขนยาว ต้นแขนพองคล้าย
ขาหมูแฮม
เสื้อคอตั้งแขนยาว
ต้นแขนพองคล้ายขาหมูแฮม
6.5 การเปลี่ยนแปลงประเพณีการให้ยกเลิก นุ่งกางเกงอย่างทหาร
ประเพณีการหมอบคลานในเวลาเข้าเฝ้า ในยุโรปแทนโจงกระเบน
แต่ให้ใช้วิธีถวายคำนับแทนและให้นั่งเก้าอี้
ไม่ต้องนั่งกับพื้น
6.6 ยกเลิกการไต่สวนแบบจารีตนครบาล
6.7 อนุญาตให้ชาวต่างประเทศนั่งร่วมโต๊ะเสวยได้ในช่วงวันเฉลิม
พระชนมพรรษา
6.5 การเปลี่ยนแปลงประเพณีการให้ยกเลิก
ประเพณีการหมอบคลานในเวลาเข้าเฝ้า
แต่ให้ใช้วิธีถวายคำนับแทนและให้นั่งเก้าอี้
ไม่ต้องนั่งกับพื้น
6.6 ยกเลิกการไต่สวนแบบจารีตนครบาล
6.7 อนุญาตให้ชาวต่างประเทศนั่งร่วมโต๊ะเสวยได้ในช่วงวันเฉลิม
พระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 5)
บรรณานุกรม
1. https://sites.google.com/a/srisawat.ac.th/prawatisa
str-thiy/home/smay-ratnkosinthr-txn-tn
2.พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่สำคัญของรัชกาลที่ 5.
ค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน , 2565
2. ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ที่สำคัญของรัชกาลที่ 1- 9
แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/konozuba1123/ .
ค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน , 2565
3.สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น - ประวัติศาสตร์ไทย แหล่งที่มา :
https://sites.google.com/a/srisawat.ac.th/prawatisastr-
thiy/home/smay-ratnkosinthr-txn-tn .
ค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน , 2565
นายสิทธิพล นัยเกตุ นางสาวญาตาวี ดอกเบญจมาศ นางสาวดวงอนงค์ เดชอาจ
เลขที่ 4 ชั้น ม.6/7 เลขที่ 13 ชั้น ม.6/7 เลขที่ 17 ชั้น ม.6/7
“หูกระจงควรปลูก
“ไม่ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด “นกที่บินไม่ได้
ให้ห่างจากตัวบ้าน” ไม่ใช่นกที่ไม่พยายาม
เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีอะไรทำ” แต่เป็ นนกเพนกวิน”
นางสาวนภัสนัน ดีเสมอ นางสาวนวินดา ศรีเผือก นางสาวสาวิตรี เกียรติมนตรี
เลขที่ 18 ชั้น ม.6/7 เลขที่ 19 ชั้น ม.6/7 เลขที่ 21 ชั้น ม.6/7
“ไม่ต้องกร
ีดตาให้คม “พี่วาดปกเอ
งแหละอืม
เพราะเขามองนม วาดผช.ไม่หล่อ “ชีวิตคนมันสั้น
ไม่มีแรงทำงานจ้า” แต่คันช่วยเกาหลังให้หน่อย”
ไม่ได้มองตา”