The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-13 11:46:46

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากร

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากร
ดิน
ความสำคัญของทรัพยากรดิน
ดินหมายถึง เทหวัตถุธรรมชาติที่ปกคลุม ดินมีประโยชน์มากมายมหาศาลต่อ
ผิวโลก เกิดจากการแปรสภาพหรือสลาย
ตัวของหินแร่ธาตุ และอินทรีย์วัตถุผสม มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คือ
คลุกเคล้ากันตามธรรมชาติรวมกันเป็นชั้น 1. ใช้ในการเกษตรกรรม ดิน
บาง ๆ เมื่อมีน้ำและอากาศที่เหมาะสมก็จะ
ทำให้พืชเจริญเติบโตและยังชีพอยู่ได้ เป็นต้นกำเนิดของการเกษตรกรรม เป็น
แหล่งผลิตอาหารของมนุษย์ อาหารที่
เนื่องจากภาคตะวันตกส่วนใหญ่ มนุษย์เราบริโภคทุกวันนี้มาจากการเกษตร
เป็นเขตเทือกเขาสูง เพราะฉะนั้นวัตถุแม่ กรรมถึง 90 %
ดิน หรือแหล่งกำเนิดดินต้องเกิดจากการ
สลายตัวของหินที่เป็นกรด ดังนั้นดินจึงมี 2. ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ พืชและ
ความอุดมสมบูรณ์ ค่อนข้างต่ำ ดินชนิดนี้ หญ้าที่ขึ้นอยู่บนดินเป็นแหล่งอาหารสัตว์
เรียกว่า ดินเรดเยลโล-พอดโซลิก (Red- ตลอดจนเป็น แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์
yellow Podzolic Soils) ดินชนิดนี้ มีใน บางชนิด เช่น งู หนู แมลง นาก ฯลฯ
เขตภูเขาที่เป็นกรด ส่วนในเขตที่มีหินปูน
เช่น บริเวณเทือกเขาในเขตอำเภออุ้มผาง 3. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย พื้นดิน
จังหวัดตาก และบริเวณปลายเทือกเขา เป็นแหล่งที่ตั้งของเมือง บ้านเรือน ทำให้
ถนนธงชัยระหว่างแม่น้ำแควใหญ่กับแคว เกิดวัฒนธรรม และอารยธรรมของชุมชน
น้อยจะเป็นพวกเรด-บราวด์ เอิท (Red- ต่าง ๆ มากมาย
Brown earth) นอกจากนั้นยังมีดินที่เกิด
จากการสลายตัวของสารหรือ หินภูเขาไฟ 4. เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ถ้าน้ำ
เราเรียกว่า ดินภูเขาไฟ ได้แก่พื้นที่บริเวณ ซึ่งอยู่ในรูปของความชื้นในดินมีอยู่มาก ๆ
จังหวัดตาก เขตอำเภออุ้มผาง ที่ราบลุ่ม ก็จะกลายเป็นน้ำซึมอยู่ในดิน คือน้ำใต้ดิน
น้ำแควน้อย เขตอำเภอสังขละบุรี อำเภอ น้ำเหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมลงที่ต่ำ เช่น แม่น้ำ
ทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค และบริเวณ ลำคลอง ทำให้เรามีน้ำใช้ตลอดปี
แก่งกระจาน เป็นต้น
ประโยชน์ของดิน
ในด้านสมรรถนะของที่ดินในภาค ดินมีประโยชน์มากมายมหาศาลต่อ
ตะวันตกปรากฏว่าพื้นที่เหมาะสำหรับการ
ปลูกพืชไร่ มีประมาณ 25 % ของเนื้อที่ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คือ
ภาค ทำนา 5% ที่เหลือ 70 % ไม่เหมาะแก่ 1. ประโยชน์ต่อการเกษตรกรรม
การเพาะปลูก เพราะเป็น ที่ลาดชันมาก
หรือ มีดินเป็นทรายจัด เพราะดินเป็นต้นกำเนิดของการเกษตร
กรรมเป็นแหล่งผลิตอาหารของมนุษย์ ใน
ดินจะมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารรวมทั้ง
น้ำที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
อาหารที่คนเราบริโภคในทุกวันนี้มาจาก
การเกษตรกรรมถึง 90%

2. การเลี้ยงสัตว์ ดินเป็นแหล่ง
อาหารสัตว์ทั้งพวกพืชและหญ้าที่ขึ้นอยู่
ตลอดจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์
บางชนิด เช่น งู แมลง นาก ฯลฯ

3. เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แผ่นดิน
เป็นที่ตั้งของเมือง บ้านเรือน ทำให้เกิด
วัฒนธรรมและอารยธรรมของชุมชนต่าง
ๆ มากมาย

4. เป็นแหล่งเก็บกักน้ำ เนื้อดินจะมี
ส่วนประกอบสำคัญ ๆ คือ ส่วนที่เป็น
ของแข็ง ได้แก่ กรวด ทราย ตะกอน และ
ส่วนที่เป็นของเหลว คือ น้ำซึ่งอยู่ในรูป
ของความชื้นในดินซึ่งถ้ามีอยู่มาก ๆ ก็จะ
กลายเป็นน้ำซึมอยู่คือน้ำใต้ดิน น้ำเหล่านี้
จะค่อย ๆ ซึมลงที่ต่ำ เช่น แม่น้ำลำคลอง
ทำให้เรามีน้ำใช้ได้ตลอดปี

ชนิดของดิน

ดินเหนียว

เป็นดินที่เมื่อเปียกแล้วมี
ความยืดหยุ่น อาจปั้ นเป็น
ก้อนหรือคลึงเป็นเส้นยาวได้
เหนียวเหนอะหนะติดมือ
เป็นดินที่มีการระบายน้ำ
และอากาศไม่ดี
มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดี มีความสามารถ
ในการจับยึดและแลกเปลี่ยนธาตุอาหารพืชได้สูง
หรือค่อนข้างสูง เป็นดินที่มีก้อนเนื้อละเอียด
เพราะมีปริมาณอนุภาคดินเหนียวอยู่มาก
เหมาะที่จะใช้ทำนาปลูกข้าวเพราะเก็บน้ำได้นาน

ดินทราย สาเหตุของปัญหา
ความเสื่อมโทรมของดิน
เป็นดินที่มีการระบายน้ำ
และอากาศดีมาก
มีความสามารถในการ
อุ้มน้ำต่ำ มีความอุดม
สมบูรณ์ต่ำ

เพราะความสามารถในการจับยึดธาตุ   ดินส่วนใหญ่ถูกทำลายให้สูญเสียความอุดมสมบูรณ์หรือตัวเนื้อดิน
อาหารพืชมีน้อย พืชที่ชั้นบนดินทรายจึง ไป เนื่องจากการกระทำของมนุษย์และการสูญเสียตามธรรมชาติ
มักขาดทั้งอาหารและน้ำเป็นดินที่มีเนื้อ ทำให้เราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากดินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ดินทรายเพราะมีปริมาณอนุภาคทราย การสูญเสียความอุ ดมสมบู รณ์ของดิ นเกิดจาก 
มาก
1. การกัดเซาะดิน อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
ดินร่วน 1.1 การกัดเซาะโดยธรรมชาติ หมายถึง การกัดเซาะซึ่งเกิดขึ้น

เป็นดินที่มีเนื้อดินค่อนข้าง ตามธรรมชาติ โดยการกระทำของน้ำ ลม แรงดึงดูดของโลก และน้ำแข็ง
ละเอียดนุ่มมือ ยืดหยุ่นได้บ้าง เช่นการชะล้าง แผ่นดินเลื่อน การไหลของธาร น้ำ คลื่น เป็นต้น
มีการระบายน้ำได้ดีปานกลาง
จัดเป็นเนื้อดินที่เหมาะสม 1.2 การกัดเซาะที่มีตัวเร่ง หมายถึง การกัดเซาะที่มนุษย์หรือ
สำหรับการเพาะปลูกใน สัตว์เลี้ยงเข้ามาช่วยเร่งให้มีการพังทลายเพิ่มขึ้นจากธรรมชาติที่เกิดขึ้น
ธรรมชาติมักไม่ค่อยพบ แต่ เป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การตัดต้นไม้ทำลายป่า การทำการเพาะปลูก
จะพบดินที่มีเนื้อดินใกล้เคียง อย่างขาดหลักวิชา ทำให้ดินไม่มีสิ่งปกคลุม จึงทำให้น้ำ ลม ซึ่งเป็น
กันมากกว่าสีของดิน ตัวการ กัดเซาะที่สำคัญพัดพาอนุภาคดินสูญหายไป

สีของดินจะทำให้เราทราบถึงความอุดม 2. การเพาะปลูกและเตรียมดินอย่างไม่ถูกวิธี จะก่อให้เกิดความ
สมบูรณ์ปริมาณอินทรียวัตถุที่ปะปนอยู่และ เสียหายกับดินได้มาก เช่น การปลูกพืชบางชนิดจะทำให้ดินเสื่อมเร็ว
แปรสภาพเป็นฮิวมัสในดิน ทำให้สีของดิน การเผาป่าไม้หรือตอข้าวในนา จะทำให้ฮิวมัสในดินเสื่อม สลายเกิดผล
ต่างกันถ้ามีฮิวมัสน้อยสีจะจางลงมีความ เสียกับดินมาก
อุดมสมบูรณ์น้อย

ผลกระทบ แนวทางในการการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน
เนื่องจากพื้นที่เสื่อมโทรมของประเทศไทยในแต่ละภาคจะมี
จากความเสื่อมโทรมของดิน ลักษณะปัญหาแตกต่างกันไป สำหรับแนวทางในการแก้ไขความ
เสื่อมโทรมของทรัพยากรดินนั้นควรพิจารณาแนวทางแก้ไขเพื่อ
ผ ล ก ร ะ ท บ ด้ า น ก า ย ภ า พ ให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินและดินปัญหาต่างๆ
ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง ดิ น เ กิ ด จ า ก ก า ร จั ด ก า ร ที่ ดิ น ไ ม่ เ ห ม า ะ ส ม ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่
ข า ด ก า ร ป้ อ ง กั น ที่ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง ทำ ใ ห้ มี ก า ร ช ะ ล้ า ง พั ง ท ล า ย ข อ ง
ห น้ า ดิ น ที่ เ ป็ น ส่ ว น ที่ มี ค ว า ม อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ห ม ด ไ ป ห น้ า ดิ น ที่ ถู ก 1. แนวทางการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินด้านการ
ช ะ ล้ า ง จ ะ ต ก ล ง ไ ป เ ป็ น ต ะ ก อ น ต า ม แ ห ล่ ง น้ำ ต่ า ง ๆ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ใช้ประโยชน์ที่ดิน ควรมีการกำหนดเขตควบคุมและสงวนเพื่อ
ก า ร ตื้ น เ ขิ น ข อ ง แ ห ล่ ง น้ำ ทำ ใ ห้ รั ฐ ต้ อ ง เ สี ย ค่ า ใ ช้ จ่ า ย ใ น ก า ร ขุ ด รักษาความสมดุลทางธรรมชาติ กำหนดเขตพื้นที่เพื่อทำระบบ
ล อ ก ต ะ ก อ น ต า ม แ ห ล่ ง น้ำ เ ป็ น จำ น ว น ม า ก แ ล ะ มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ อนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกพืชให้เหมาะสมกับศักยภาพของดิน เผย
สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แพร่แนวทางการจัดการทรัพยากรดินที่เหมาะสมและถ่ายทอดให้
กับเกษตรกรนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
ด้ า น เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม ข อ ง ดิ น ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ โ ด ย ต ร ง ต่ อ ผ ล ผ ลิ ต 2. แนวทางการแก้ไขความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินด้าน
ท า ง ก า ร เ ก ษ ต ร แ ล ะ ก ร ะ ท บ ต่ อ เ ก ษ ต ร ก ร 3 4 ล้ า น ค น คุณสมบัติของดิน คือ ปรับปรุงบำรุงดินทั้งทางด้านกายภาพ
( ร้ อ ย ล ะ 6 0 ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ทั้ ง ป ร ะ เ ท ศ ) ซึ่ ง เ ป็ น ป ร ะ ช า ก ร ส่ ว น เคมี และชีวภาพให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยการ
ใ ห ญ่ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ จ ะ ไ ด้ รั บ ผ ล ผ ลิ ต ต่ำ เ ป็ น ส า เ ห ตุ ห นึ่ ง ที่ ทำ ใ ห้ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน
เ ก ษ ต ร ก ร มี ร า ย ไ ด้ ต่ำ ย า ก จ น ส่ ง ผ ล ร า ย ไ ด้ ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ตามความเหมาะสมเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ควบคุม
ที่ ทำ ก า ร เ ก ษ ต ร มี ร า ย ไ ด้ ต่ำ ก ว่ า ป ร ะ ช า ก ร น อ ก ก า ร เ ก ษ ต ร ถึ ง การใช้สารเคมีที่มีผลตกค้างและสะสมในดิน เลือกชนิดพืชที่เหมาะ
1 1 เ ท่ า สมกับสภาพพื้นที่ ปลูกพืชคลุมดินหรือใช้วัสดุคลุมดินร่วมกับการ
จัดระบบการให้น้ำ – ระบายน้ำ
ด้ า น สั ง ค ม
ก า ร ที่ เ ก ษ ต ร ก ร มี ร า ย ไ ด้ ต่ำ มี ท า ง เ ลื อ ก ใ น ก า ร ห า ร า ย ไ ด้ น้ อ ย แนวทางแก้ปัญหา
ก า ร บุ ก รุ ก พื้ น ที่ ป่ า ไ ม้ ข ย า ย พื้ น ที่ ทำ กิ น เ พื่ อ ใ ห้ มี ร า ย ไ ด้ เ พี ย ง พ อ
ห รื อ อ พ ย พ เ ข้ า เ มื อ ง ทิ้ ง ถิ่ น ฐ า น ม า ห า ง า น ทำ ใ น เ มื อ ง ซึ่ ง ทั้ ง 2 ความเสื่อมโทรมของดิน
ท า ง เ ลื อ ก นี้ ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ปั ญ ห า ต่ อ ป ร ะ เ ท ศ ช า ติ ทั้ ง สิ้ น

NOMADIC  |  24

ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ น โ ย บ า ย ที่
เ กี่ ย ว ข้ อ ง ก บั ก า ร ใ ช้ ที่ ดิ น

พระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ.2551
จุดประสงค์หลักของพระราชบัญพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ในช่วง
ทศวรรษที่ผ่านมาปัญหาความเสื่อมโทรมของดินได้ทวีความ
รุนแรงยิ่งขึ้น ความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติลดลง
ดินมีการปนเปื้ อนสารเคมีและมีการขยายตัวของดินเค็ม ทั้งยัง
มีการนำพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินซึ่งเหมาะสมในการ
ทำเกษตรกรรมไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก รวมทั้ง
ได้มีการนำพื้นที่ลาดชันและพื้นที่สูง มาใช้ประโยชน์เพื่อ
การเกษตรโดยปราศจากระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ก่อให้เกิดการ
ชะล้างพังทลายของดินอย่างรุนแรงจนถึงขั้นดินถล่มตามพื้นที่
ต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งนอกจากสร้างความเสื่อมโทรมของดิน
แล้ว ยังทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและประชาชน
เพื่อป้องกันและแก้ไขความเสื่อมโทรมของดินซึ่งเป็นทรัพยากร
ที่มีค่าของประเทศให้ใช้ต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ น โ ย บ า ย ที่
เ กี่ ย ว ข้ อ ง ก บั ก า ร ใ ช้ ที่ ดิ น

พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
มาตรา ๔
“การผังเมือง” หมายความว่า การวาง จัดทำและดำเนินการให้
เป็นไปตามผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะในบริเวณเมืองและ
บริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท เพื่อสร้างหรือพัฒนาเมืองหรือ
ส่วนของเมืองขึ้นใหม่หรือแทนเมืองหรือส่วนของเมืองที่ได้รับ
ความเสียหาย เพื่อให้มีหรือทำให้ดียิ่งขึ้นซึ่งสุขลักษณะ ความ
สะดวกสบาย ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม การใช้ประโยชน์
ในทรัพย์สิน ความปลอดภัยของประชาชน และสวัสดิภาพของ
สังคม เพื่อส่งเสริมการเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม
เพื่อดำรงรักษาหรือบูรณะสถานที่และวัตถุที่มีประโยชน์หรือ
คุณค่าในทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ หรือ
โบราณคดี หรือเพื่อบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศ
ที่งดงาม หรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ

น า ง ส า ว ว ลิ น ด า แ ซ่ ห ลี เ ล ข ท ที่ 4 1

รั บ ผิ ด ช อ บ เ รื่ อ ง ท รั พ ย า ก ร ดิ น วั น ดิ น โ ล ก 5 ธั น ว า ค ม

“วันดินโลก” คือ วันที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ทั่วโลกเห็นความ
สำคัญของทรัพยากรดิน ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของ

ทุกปี ตามมติขององค์การสหประชาชาติ กำหนดให้ตรง
กับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวง รัชกาลที่
9 เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการ
ส่งเสริมและพั ฒนาที่ดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

ป ร ะ วั ติ

เมื่อปี พ.ศ. 2556 ระหว่างการประชุมคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและการเงิน
ของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสมัชชาที่ 68 ณ มหานครนิวยอร์ก
ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประชุมมีมติผลักดันการตั้ง "วันดินโลก" (World Soil
Day) โดยกำหนดให้ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ต่อมาวันที่ 16 เมษายน
พ.ศ. 2556 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ กรรมการ
บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลี
พระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil
Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม เนื่องจากในหลวง
รัชกาลที่ 9 ทรงมีโครงการในพระราชดำริมากมายที่เกี่ยวข้องกับการ
พัฒนาที่ดินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น โครงการหญ้าแฝก
โครงการแกล้งดิน โครงการแก้ดินเปรี้ยว เป็นต้น โดยทรงเป็นพระมหา
กษัตริย์พระองค์แรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติได้
ประกาศให้ใช้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลกครั้งแรกใน พ.ศ. 2557

กิ จ ก ร ร ม

นักวิทยาศาสตร์ด้านปฐพี วิทยาจากทั่วโลกจะจัดกิจกรรมประชุมเชิงวิชาการ
เพื่อหารือแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรดินร่วมกัน ส่วนหน่วย
งานต่างๆ ในประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชนมักจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้
ร่วมกับชุมชนต่างๆ โดยทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงานวันดินโลก
ปีนี้ ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA)
อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2563 โดยจะมุ่งเน้น
เรื่องการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย ชุมชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป นำ
ไปสู่การอนุรักษ์ดินอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ทรัพยากรน้ำ

มลพิษทางน้ำ






สาเหตุของมลพิษทางน้ำ

1.เกิดจากน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน เช่น น้ำที่ใช้ซักฟอกทำความสะอาดซึ่งส่วน
ใหญ่มีสารอินทรีย์ปะปนมากับน้ำทิ้งเหล่านั้นจนทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ

2. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหากโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำ
ทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายเพราะมีปริมาณมากและสารปนเปื้อนมีอัตราสูง

3.น้ำเสียที่เกิดจากธรรมชาติ อาจเกิดจากการเน่าเสียเมื่อน้ำอยู่ในสภาพนิ่งไม่มีการไหล
เวียนถ่ายเท

4.เกิดจากพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำยาปราบศัตรูพืชกัน
มากขึ้น จึงทำให้มีสารตกค้างอยู่ตามต้นพืชและพื้นผิวดิน เมื่อฝนตกและพัดพาเอาสาร
พิษที่ตกค้างลงสู่แม่น้ำลำคลองก็ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำขึ้นได้

ผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางน้ำ

1.กระทบต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ เช่นน้ำเสียที่เกิดจากสารพิษอาจทำให้ปลาและสิ่งมีชีวิต
ตายทันที ส่วนน้ำเสียที่เกิดจากออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง อาจทำลายพืชและสัตว์น้ำเล็กๆ
ที่เป็นอาหารของปลา ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หรือแหล่งอาหารของสัตว์น้ำลดลง

2.เป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค เช่น อหิวาตกโรค บิด และท้องเสีย
3.มีผลกระทบต่อการเพาะปลูก เพราะน้ำเสียที่มีความเป็นกรดและด่างไม่เหมาะสำหรับ

ทำการเกษตร
4.มีผลต่อกระทบต่อทัศนียภาพ เพราะความสวยงามของแหล่งน้ำสามารถใช้เป็นสถาน

ที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือจัดกิจกรรมทางน้ำเพื่อความบันเทิงได้
5.ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ เช่น มีกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าเสีย

แนวทางแก้ไขปัญหา

1. .ปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชนในการเรียนรู้และเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์น้ำ
2. สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำ
3.รณรงค์ให้หน่วยงาน องค์กรต่างๆมีการบำบัดและขจัดสารพิษก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ
4.รณรงค์ให้ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณขยะในครัวเรือน
5.ช่วยกันป้องกันน้ำเน่าเสีย ไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลหรือสารพิษลงในแหล่งน้ำ หรือท่อ

ระบายน้ำ

กฏหมาย/นโยบาย

ที่เกี่ยวข้องของไทย

กฏหมายตามพ.ร.บ.สิ
่งแวดล้อม 2535 มาตรา 70 กำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่ง

กำเนิดมลพิษ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.ก่อสร้าง ติดตั้ง หรือจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย หรือระบบกำจัดของเสีย ตามที่พนักงาน
ควบคุมมลพิษกำหนด
2.แจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษเพื่อตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบกำจัดของ
เสียที่มีอยู่ก่อนแล้ว หากเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษเห็นว่า ระบบดังกล่าวไม่สามารถบำบัด
น้ำเสียหรือกำจัดของเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานได้ ก็อาจกำหนดให้มีการปรับปรุงระบบ
3.ในเขตที่ทางการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมหรือระบบกำจัดของเสียรวมและเจ้าของที่
ยังมิได้มีหรือไม่ประสงค์จะมีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นของตนเอง มีหน้าที่ต้องจัดส่งน้ำเสียหรือ
ไปยังระบบรวมดังกล่าว โดยมีหน้าที่ต้องเสียค่าบริการตามกฏหมาย
4.ในท้องที่ที่ทางการมิได้จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม แต่มีผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย
ให้เจ้าของที่ไม่ได้มีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นของตนเอง จัดส่งน้ำเสียแก่ผู้รับจ้างให้บริการบำบัด
ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ
5.หากไม่มีผู้รับจ้างให้บริการในท้องที่ที่ทางการมิได้จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย เจ้าพนักงาน
ท้องถิ่นโดยคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ อาจกำหนดวิธีการชั่วคราวสำหรับ
บำบัดน้ำเสีย
6.เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งมีระบบบำบัดน้ำเสียป็นของตนเอง มีหน้าที่เก็บสถิติข้อมูล
ซึ่งแสดงผลการทำงานของระบบดังกล่าวในแต่ละวันและจัดทำบันทึกรายละเอียดเป็นหลัก-
ฐานไว้และจะต้องจัดทำรายงานสรุปผลการทำงานของระบบนั้นเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

นโยบายของไทย

กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษได้กำหนด
นโยบายลดและขจัดมลพิษทางน้ำมี4ประการดังนี้
1.เร่งรัดฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำสำคัญทั่วประเทศ
2.ลดและควบคุมมลพิษทางน้ำอันเนื่องมาจากกิจกรรมของชุมชน เกษตรกรรมและ
อุตสาหกรรม
3.ผู้ก่อมลพิษทางน้ำต้องมีส่วนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการมลพิษทางน้ำ
4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมลงทุนและจัดการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย

มาตรการที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ

มาเลเซียเป็นประเทศแรกที่นำมาตรการทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการจัดการมลพิษ
อุตสาหกรรม โดยการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานแปรรูปปาล์ม
น้ำมัน มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1978 จนถึงปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมการปล่อยน้ำเสียได้ถูกผนวกเป็น
ส่วนหนึ่ง ของค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยค่าธรรมเนียมในส่วน
แปรผันจะอยู่ ที่ 10 ริงกิตต่อตัน BOD และหากปล่อยเกินค่ามาตรฐาน โรงงานต้องจ่ายค่า
ธรรมเนียม 100 ริงกิต (840 บาท) ต่อตัน BOD และอาจเสี่ยงต่อการถูกระงับหรือเพิก
ถอนใบอนุญาต ประกอบกิจการผลการดำเนินมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ส่งผลให้มลพิษ
จากโรงงานปาล์ม น้ำมันลดลงอย่างมาก จนในปีค.ศ. 1989 ปริมาณมลพิษที่ปล่อยน้อย
กว่า 1% ของปริมาณที่ปล่อยในช่วงปีแรกที่เริ่มมาตรการ อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา
มาตรการเชิงควบคุมและสั่งการ ได้กลายเป็นมาตรการหลัก ส่วนหนึ่งมาจากอัตราค่า
ธรรมเนียมการปล่อยมลพิษมีค่าลดลง จากผลของอัตราเงินเฟ้อ กรณีของมาเลเซียชี้ให้
เห็นว่า แม้จะมีการใช้ มาตรการทางเศรษฐศาสตร์แต่ก็ต้องมีการติดตามตรวจสอบและ
บังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดควบคู่ไปด้วย

องค์กร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย

1.กรมทรัพยากรน้ำเป็นหน่วยงานภาครัฐสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม มีภารกิจการเสนอแนะในการจัดทำนโยบายและแผนและมาตรการที่
เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ บริหารจัดการพัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูรวมทั้งควบคุมดูแลกำกับ
ประสานติดตามประเมินผลและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำพัฒนาวิชาการกำหนด
มาตรฐานและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านทรัพยากรน้ำทั้งระดับภาพรวมและระดับลุ่มน้ำ
เพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำที่เป็นเอกภาพและยั่งยืนโดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ดังนี้
(1) เป็นหน่วยงานหลักในการเสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท และมาตรการในการ
บริหารจัดการ พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู การใช้ประโยชน์และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ
ทรัพยากรน้ำ รวมทั้งกำกับและประสานให้เกิดการนำไปสู่การปฏิบัติ
(2) กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการในการบริหารจัดการ พัฒนา อนุรักษ์
ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน
(3) ศึกษา วิจัย พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ
(4) ติดตามประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามนโยบาย แผนแม่บท แผน
ปฏิบัติการและมาตรการที่ได้กำหนดไว้ทั้งในระดับประเทศและระดับลุ่มน้ำ
(5) พัฒนาระบบฐานข้อมูล และเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
(6) กำหนดหรือเสนอแนะให้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ใน
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ
(7) ส่งเสริม เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ รวม
ทั้งรณรงค์ทำความเข้าใจกับองค์กรและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ตระหนักถึง
คุณค่าความสำคัญของทรัพยากรน้ำ

(8) ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศเกี่ยวกับ
ทรัพยากรน้ำ
(9) ส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ มาตรฐานและกฎเกณฑ์
เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแก่หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น
(10) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่
กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

2.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่13(ชลบุรี) มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้
1. จัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับภาค
2. เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วยวิชาการขั้นสูงเพื่อการประเมินความ
เสี่ยงเชิงพื้นที่และรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมภาค
3. ตรวจวัดและทดสอบตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อบ่งชี้คุณภาพสิ่งแวดล้อมและการอ้างอิงตาม
มาตรฐาน
4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับภาค
ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
5. ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกฎหมายที่
เกี่ยวข้องด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
6. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ
มอบหมาย

องค์กร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ( United Nations Environment
Programme หรือ UNEP)
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2515 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและประเมินแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อมในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ตลอดจนเสริมสร้างการ
จัดการสิ่งแวดล้อม อย่างชาญฉลาด ผ่านสถาบันและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
แลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ตัวอย่างข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำ

น้ำสระบัวแหลมสมิหลา เริ่มเน่า ปลาขาดออกซิเจน ลอยตาย 400 โล




เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 59 สภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่ จ.สงขลา ขณะนี้ ส่งผลให้น้ำในสระบัว
แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา ลดระดับลงและเกิดการเน่าเสีย ปลาในสระบัวลอย
ตายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลา ที่ดูแลบริเวณสระบัว ใช้สวิงตักปลาลอยตาย
ซึ่งมีจำนวนเกือบ 400 กิโลกรัม ขึ้นจากสระ นายสมชาย จันทรประทิน รองนายกเทศมนตรี
นครสงขลา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ปลาในสระบัวตายเป็นจำนวนมาก คาดว่าเกิดจากขาด
ออกซิเจนในน้ำและสภาพอากาศร้อนจัด น้ำในสระลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้น้ำใน
สระเน่าเสีย ประกอบกับมีท่อน้ำทิ้งจากคูเมืองรั่วไหลลงสู่สระบัว ทำให้น้ำในสระบัวที่เคยมีสี
เขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขุ่น และส่งผลให้ปลาเริ่มตายตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา จนถึง
วันนี้เป็นวันที่ 2 และมีปลาตายเพิ่มขึ้น

การขาดแคลนน้ำ

สาเหตุของการขาดแคลนน้ำ

1.การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในประเทศต่างๆ ทำให้ความต้องการน้ำเพิ่มมากขึ้น
2.ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อวัฏจักของน้ำ ทำให้แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเลสาบ และ
แม่น้ำแห้งขอด
3.การใช้น้ำอย่างไม่เหมาะสมหรือสิ้นเปลืองเกินไป ทั้งการอุปโภค บริโภค และการเกษตร
ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำใต้ดินลดลง
4.จากธรรมชาติ เช่นการเกิดอุทกภัย หรือภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง
5.ขาดการวางแผนการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์จากน้ำฝน
6.การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลก เช่น ระบบการหมุนเวียนหรือส่วนผสมของบรรยากาศ
เปลี่ยนแปลง สภาวะอากาศในฤดูร้อนที่ร้อนมากกว่าปกติ
7.การพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าส่งผล
ให้ความชื้นสัมพัทธ์ไม่เพียงพอ เนื่องจากขาดต้นไม้ซึมซับน้ำ และเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่า
ถือครองกรรมสิทธิ์ปลูกพืชไร่

ผลกระทบที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำ

1.เมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำอุปโภคจากปริมาณ
น้ำที่ไม่เพียงพอและมีสารปนเปื้อน
2.ผลิตผลทางการเกษตรลดลง ไม่เพียงพอต่อการบริโภค และการเลี้ยงปศุสัตว์
3.เกิดภาวะขาดน้ำ ขาดสารอาหาร และเพิ่มโอกาสเกิดโรคระบาด
4.ประชากรโลกขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาดตามหลักสุขาภิบาล ทำให้ประชากรบางส่วนเสีย
ชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากน้ำไม่สะอาด

บริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในภาค
เกษตรกรรม คือ บางแห่งของทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเขตอับ
ลมเทือกลมแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ บริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำตาม
ธรรมชาติ คือ ตอนกลางของทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกาแถบชายฝั่ง ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ประเทศเม็กซิโก และด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
ออสเตรเลีย

แนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ

1.วางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย แต่ให้ผลผลิตสูง
ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
2.สร้างและจัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำผิวดินที่ได้จากฝน เช่น อ่างเก็บน้ำรูปแบบต่างๆ เพื่อ
สำรองน้ำจืดไว้ใช้ในช่วงที่ฝนไม่ตก
3.จัดการและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้บริเวณต้นน้ำ เพื่อให้มีปริมาณฝนที่เป็นต้นทุนในปริมาณที่
เพียงพอต่อการใช้

นโยบาย
ที่เกี่ยวข้องของไทย

แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปี
ด้านที่ ๑ การจัดการน้ำ อุปโภค บริโภค
จัดหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ชุมชน ครบทุกหมู่บ้านหรือทุกครัวเรือน
ชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งการจัดหา แหล่ง
น้ำสำรองในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนแหล่งน้ำต้นทุน พัฒนาน้ำดื่มให้ได้มาตรฐาน ในราคา
ที่เหมาะสม และการประหยัดน้ำ โดยลดการใช้น้ำภาคครัวเรือน ภาคบริการ และ
ภาคราชการ
ด้านที่ ๒ การสร้าง ความมั่นคงของน้ำ ภาคการผลิต
พัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำและระบบส่งน้ำใหม่ให้เต็มศักยภาพ พร้อมทั้งการจัดหาน้ำ
ในพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพื่อขยายโอกาสจากศักยภาพโครงการขนาดเล็กและ ลดความ
เสี่ยงในพื้นที่ไม่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยง/ความเสียหายลง ร้อยละ ๕๐ รวมถึง การ
เพิ่มผลิตภาพและปรับโครงสร้างการใช้น้ำ โดยดำเนินการร่วมกับยุทธศาสตร์ชาติ
ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและด้านการสร้างโอกาสและความเสมอ
ภาค ทางสังคมเพื่อยกระดับผลิตภาพด้านน้ำทั้งระบบ

นโยบาย
ที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ




สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเล มีประชากรหนาแน่นที่สุดใน
ภูมิภาคแต่เคยประสบภาวะขาดแคนน้ำจืดจนถึงขั้นวิกฤตในค.ศ. 1971 รัฐบาลจึงมีมาตรการ
ทำทุกวิถีทางทั้งการเสาะหาแหล่งน้ำจืดที่หลากหลาย รวมทั้งมีการสำรองน้ำไว้เพื่อให้
ประเทศมีน้ำใช้อย่างยั่งยืนจนกระทั่งปัจจุบันสิงคโปร์มีแหล่งน้ำหลัก 4 แหล่งด้วยกันเรียก
ว่า“Four National Taps” คือ
1.Local Catchment Water:การกักเก็บน้ำจืดในประเทศ
2.Imported Water:นำน้ำเข้าจากมาเลเซีย (แต่สัญญาจะหมดลงในคศ. 2061)
3.NEWater: เทคโนโลยีการนำน้ำที่ใช้อุปโภค บริโภคแล้วมาใช้ซ้ำโดยผ่านกระบวนการทำให้
น้ำสะอาด ขนาดที่สามารถบริโภคได้ (ซึ่งรวมถึงการนำน้ำจากห้องสุขามาบำบัดให้เป็นน้ำที่
สามารถดื่มได้)
4.Desalinated Water: น้ำที่ได้จากการกำจัดเกลือออกจากน้ำทะเล

องค์กร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย

1.PTT Global Chemical หรือ PTTGC มีแผน
บริหารจัดการน้ำทั้งภายในและนอกองค์กรโดยมุ่ง
เน้นการดำเนินการตาม 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1) Water Saving เป็นการดำเนินการลดปริมาณ
การใช้น้ำตามหลักการ 3Rs
(Reduce,Reuse,Recycle) เพื่อใช้น้ำอย่างมี
ประสิทธิภาพสูงสุด
2) Water Innovation เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหา
ขาดแคลนน้ำดิบ และลดการใช้น้ำแหล่งเดียวกับ
ชุมชน โดยการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล
3) Water Stewardship เพื่อประเมินการใช้น้ำทั้ง
ทางตรงและทางอ้อมตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยจัด
ทำรอยเท้าน้ำ หรือ Water Footprint

2.กรมชลประทาน มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการให้ได้
มาซึ่งน้ำ เพื่อกักเก็บรักษา ควบคุม ส่ง ระบาย หรือ
แบ่งน้ำเพื่อการเกษตร การพลังงาน การสาธารณูปโภค
หรือการอุตาสาหกรรมและหมายรวมถึงการป้องกัน
ความเสียหายอันเกิดจากน้ำกับการคมนาคมทางน้ำ ซึ่ง
อยู่ในเขตชลประทาน

องค์กร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศ

สถาบันการจัดการน้ำนานาชาติ ( IWMI ) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรในต่างประเทศการ
บริหารจัดการน้ำองค์กรวิจัยภายใต้ CGIAR มีสำนักงานใหญ่ในกรุงโคลัมโบ, ศรีลังกาและ
สำนักงานทั่วทวีปแอฟริกาและเอเชีย การวิจัยที่สถาบันมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงวิธีการ
จัดการทรัพยากรน้ำและที่ดินโดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและการ
ลดความยากจนพร้อมทั้งปกป้องสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำ

เมืองโคราชแล้งหนัก แม้แต่บ่อบาดาลยังไม่มีน้ำให้สูบ



สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ยังคงรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะที่ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ของเทศบาลตำบลสุรนารี ได้นำรถบรรทุกน้ำขนาดความจุ 6,000 ลิตร จำนวน 3 คัน วิ่ง
แจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนในหมู่บ้านโกรกเดือนห้า หมู่ที่ 7 ต.สุรนารี อ.เมือง
จ.นครราชสีมาตลอดทุกวัน ภายหลังจากที่ประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว ประมาณ 280
หลังคาเรือน ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภคมานานกว่า 2 เดือน
แล้ว เนื่องจากสระน้ำของหมู่บ้าน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 11 ไร่ น้ำแห้งขอด จนไม่สามารถสูบ
น้ำขึ้นไปเก็บไว้ในถังเก็บน้ำสำหรับทำประปาหมู่บ้านได้ แม้ว่าจะมีการนำเงินกองทุน
หมู่บ้าน จำนวน 200,000 บาท จ้างรถแบคโฮมาทำการขุดสระน้ำแล้วก็ตาม แต่ปรากฏว่า
พบน้ำใต้เดินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นางสาวภัทรวดี เทอดวงศ์วรกุล ม.5/2 เลขที่24
ทำเรื่องทรัพยากรน้ำด้านมลพิษทางน้ำและการขาดแคลนน้ำ

อากาศ
ส า เ ห ตุ ผ ล ก ร ะ ท บ แ น ว ท า ง แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ฯ

กฎหมาย องค์กร ตัวอย่าง

นโยบาย มาตรการที่เกี่ยวข้อ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเหตุการณ์ต่างๆ

สาเหตุของมลพิ ษ
ทางอากาศ

1 การปล่อยควันเสียจาก
โรงงาน

2 การปล่อยควันเสียจาก
ยานพาหนะ

3 การเผาวัชพื ชหรือเศษ
วัสดุเพื่ อเตรียมพื้ นที่

สำหรับเกษตรกรรม

4 เกิดภัยธรรมชาติเช่น
ไฟป่าภูเขาไฟปะทุ

5 แหล่งหมักหมมของสิ่ง
ปฏิกูล

ผลกระทบจาก แนวทางการแก้ไข
มลพิ ษทาง ปัญหาการจัดการ
อากาศ คุณภาพทางอากาศ

มี ดั งนี้ 1)ติดตามตรวจสอบการระบายอากาศจาก
แหล่งกำเนิดต่างๆเช่นโรงงานอุตสาหกรรม
1)ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ โรงไฟฟ้าถ่านหินให้เป็นไปตามมาตรฐาน
และสัตว์ คุณภาพอากาศเสียตามที่กำหนด

2)ส่งผลกระทบต่อวิสัยทัศน์การมองเห็น 2)เฝ้าระวังคุณภาพอากาศด้วยการตรวจ
เส้นทางของผู้ขับขี่ยานพาหนะและอาจนำไป วัดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
สู่การเกิดอุบัติเหตุ
3)ควบคุมมลพิษทางอากาศ เช่น ลดการใช้
3)เมื่อปนเปื้ อนกับฝนหรือแหล่งน้ำผิวดิน รถยนต์ส่วนบุคคลลงด้วยการสร้างและ
ทำให้น้ำมีคุณภาพลดลงหรือเกิดฝนกรด พั ฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่
สะดวกและครอบคลุมให้บริการในทุกเส้น
ทาง

ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่ทำให้การใช้
รถยนต์ส่วนบุคคลลดลงซึ่งช่วยลดการ
ปล่อยแก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์

กฎหมาย/นโยบายและ องค์กรและหน่วยงานที่
มาตรการที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้อง

1)มาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมของโลก และสิ่งแวดล้อมในไทย

สหประชาชาติสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการ ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่
พัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับสังคมโดยมีมาตรการที่ มาตรการที่ ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ปัจจุบันคือปัญหาการลดลง
เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและ ของทรัพยากรธรรมชาติปัญหามลพิ ษทางสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมในระยะเวลา 15 ปี และปัญหาการทำลายระบบนิเวศรัฐบาลจึงตระหนักถึง
ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์กรเพื่ อ
เป้าหมายที่ 13 ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการ คุ้มครองให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น
หน่วยงานภาครัฐ
เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมี
อันตรายและภัยพิ บัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิยากาศ :อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสงวนอนุรักษ์และฟื้ นฟู
บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพพู มิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและแบ่งหน่วยงาน
โดยนโยบายยุทธศาสตร์และการวางแผนระดับชาติ ในสังกัดได้ ดังตัวอย่าง
พั ฒนาการศึกษาการสร้างความตระหนักรู้และขีดความ
สามารถของมนุษย์ในการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ -กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
อากาศการปรับตัวการลดผลกระทบและการเตือนภัยล่วง :มีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดย
หน้า มียุทธศาสตร์ที่สำคัญคือส่งเสริมการผลิตและการ
บริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสร้างวินัยในการ
2)มาตรการการป้องกันและ มาตรการการป้องกันและแก้ไข จัดการขยะ
ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย -กรมควบคุมมลพิ ษ
:มีบทบาทหน้าที่ในการจัดทำนโยบายและแผนการส่ง
ประเทศไทยได้มีประเทศไทยได้มีตราพระราชบัญญัติส่งเสริม เสริมและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านการ
และรักษาสิ่งแวดล้อมพ.ศ. 2535 และก่อตั้งสำนักงาน ควบคุมมลพิ ษกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้นมันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และควบคุมมลพิ ษจากแหล่งกำเนิด
ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
หน่วยงานภาคเอกชน เช่น
มาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้าน -มูลนิธิโลกสีเขียว
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีดังนี้ :ก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2534 เป็นมูลนิธิในพระอุปถัมภ์ของ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากระไรยานี้วัฒนาฯ มีมี
-ตั้งจัดตั้งกลุ่มชมรมสมาคมหรือองค์กรอิสระด้านสิ่ง วัตถุประสงค์เพื่ อส่งเสริมการอนุรักษ์
แวดล้อมเพื่ ออนุรักษ์ธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยการเผยแพร่
-ออกกฏหมายและข้อบังคับต่างๆที่จะนำมาใช้เพื่ อการ ข้อมูลข่าวสารในทั้งนอกและในประเทศสนับสนุนการ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาวิจัยร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหรือ
-กำหนดนโยบายและวางแนวทางของรัฐบาลใน กำหนด องค์กรการกุศลอื่นๆ
นโยบายและวางแนวทางของรัฐบาลในการอนุรักษ์ โครงการที่ โครงการที่สำคัญเช่นโครงการนักสืบสิ่ง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่ อเป็นหลักการให้ แวดล้อมเช่นนักสืบสายน้ำนักสืบชายหาดนักสืบสายลม
หน่อยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องยึดถือและนำไป โดยใช้วิธีการสังเกตสิ่งแวดล้อมต่างๆในพื้ นที่
ปฏิบัติโดยจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบเกี่ยวกับการ ธรรมชาติรอบตัวและสร้างเครือข่ายนักสืบสิ่งแวดล้อม
จัดการทรัพยากรธรรมชาติแต่ละชนิด ไปยังชุมชนต่างๆทั่วประเทศผลของโครงการพบว่า
-ให้การศึกษาแก่ประชาชนโดยสนับสนุนการศึกษาด้าน หลายท้องถิ่นยังสามารถบริหารจัดการและดูแลสิ่ง
อนุรักษ์ถ้าพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง แวดล้อมในท้องถิ่นได้อย่างสร้างสรรค์และมี
ประสิทธิภาพ

กฎหมาย/นโยบายและ องค์กรและหน่วยงานที่
มาตรการที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้อง

กฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง องค์กรระหว่างประเทศในการจัดการ
แวดล้อมของประเทศไทย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กฎหมายเกี่ยวกับการ กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการ องค์กรสิ่งแวดล้อมโลกมีบทบาทในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเริ่มมีขึ้นครั้งแรกในยุค ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น
ปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงพุ ทธศักราช 2503 กฎหมายเป็น
เครื่องมือในการควบคุมและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ -กรีนพี ซ(Greenpeace)
และสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยกฎหมายเกี่ยว :ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. 2514 ในประเทศแคนาดาสำหรับ
กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศง2543 เป็นองค์กรที่
ประเทศไทยที่สำคัญ เช่น ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสันติภาพด้วยการ
รณรงค์โดยใช้วิธีการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี กรีนพีซ
-พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่ง ได้เป็นที่รู้จักทั่วไปของการรณรงค์เพื่ อต่อสู้กับการ
ชาติพ.ศ. 2535 ทดลองนิวเคลียร์ในชั้นบรรยากาศและการล่าวาฬใน
:พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมร ทะเลเปิดปัจจุบันกรีนพี ซมีการรณรงค์ในเรื่อง
แห่งชาติเป็นการดำเนินการปรับองค์กรให้มีเอกภาพมีการ -การต่อต้านพื ชตัดต่อพั นธุกรรม
กำหนดนโยบายแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวด -การยุติยุคพลังงานนิวเคลียร์
ล้อมีการควบคุมมลพิ ษการกำจัดอำนาจในการบริหารและการ -การหยุดยั้งสารพิ ษ
จัดการด้านสิ่งแวดล้อมออกสู่จังหวัดและท้องถิ่นโดย -การการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพพู มิ
กำหนดสิทธิและหน้าที่ของประชาชนเลขประชาชนให้เข้ามามี อากาศ(ภาวะโลกร้อน)
ส่วนร่วม -การปกป้องพื้ นป่าดั้งเดิมของโลก
-พระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2535
:พระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2535 ใช้ควบคุมและกำกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(UNEP)
การดูแลการตั้งและการประกอบกิจการโรงงานให้เหมาะสม :ก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2515 มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและ
เพื่ อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเมินแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมใน
รวมถึงป้องกันความเสียหายเลื่อนตรายที่อาจจะเกิดแก่ ระดับชาติระดับภูมิภาคระดับโลกตลอดจนเสริมสร้าง
ประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด ผ่านสถาบัน
-กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการขยะของประเทศไทย และองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้
:ก็ ก็มาเกี่ยวการจัดการขยะเป็นกล้วยไม้การรักษาความ และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเพื่ อการพั ฒนาที่ยั่งยืน
สะอาดห้ามทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือขยะมูลฝอยไว้ในที่ห้ามในน้ำรวม
ถึงทะเลเป็นกฎหมายเพื่ อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นิวเดลีสั่งปิดโรงเรียน หวั่นมลพิ ษ
ทำอันตรายต่อสุขภาพเด็ก


ทางการกรุงนิวเดลีสั่งปิดโรงเรียนทุกแห่งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังสถานการณ์มลพิษในเมือง

หลวงยังย่ำแย่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

โรงเรียนทุกแห่งในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียต้องปิดทำการชั่วคราว 1 สัปดาห์ เริ่มมี
ผลตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อสุขภาพของเด็กๆ หลังจากปริมาณ
มลพิษในอากาศยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาสามารถวัดค่าฝุ่นละออง PM
2.5 สูงเกินกว่า 300 ซึ่งนับว่าสูงเกินกว่าระดับมาตรฐานตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก
ถึง 20 เท่า

โดยกรุงนิวเดลีเป็นเมืองที่มีมลพิษสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เนื่องจากมีการปล่อยมลพิษ
จากโรงงาน การปล่อยควันเสียจากรถยนต์ และการเผาเพื่อแผ้วถางพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผล
ให้เกิดควันพิ ษสีเทาคละคลุ้งในช่วงหน้าหนาวของทุกปี
นายอาร์วินด์ เกจริวาล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ระบุว่า ทางการได้สั่งห้ามกิจกรรมการก่อสร้าง
ตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ รวมเป็นเวลา 4 วัน เพื่อจะช่วยลดปริมาณฝุ่นควันลง ขณะที่สำนักงานต่างๆ
ของภาครัฐ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานจากที่บ้าน ขณะที่ขอความร่วมมือภาคเอกชนทำงานจากที่
บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดการเดินทางลง

ด้านคณะกรรมการควบคุมมลพิษส่วนกลาง ได้ประกาศเตือนประชาชนให้จำกัดการทำกิจกรรม
กลางแจ้ง และลดการออกนอกบ้าน รวมทั้งแนะนำให้รัฐบาลเตรียมมาตรการสำรองไว้เพื่อรับมือ
ในกรณีฉุกเฉิน โดยคาดว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่จะยังคงย่ำแย่ไปจนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน
เป็นอย่างน้อย เนื่องจากลมสงบและไม่มีการเคลื่อนที่มากนักในช่วงกลางคืน

ทั้งนี้มีรายงานว่า โรงพยาบาลหลายแห่งต้องรับคนไข้ที่มีภาวะหายใจลำบาก และโรคเกี่ยวกับ
ระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่คนไข้จะมีอาการหายใจ
ไม่ออกจนนอนไม่ได้.

ที่มา :แชนแนลนิวส์เอเชีย

สาเหตุปัญหาทรัพยากรป่าไม้

1. การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ตัวการของปัญหานี้ คือ นายทุนพ่อค้าไม้
เจ้าของโรงเลื่อย เจ้าของโรงงานแปรรูปไม้ ผู้รับสัมปทานทำไม้และชาวบ้านทั่วไป ซึ่ง
ทำการตัดไม้เพื่อเอาประโยชน์จากเนื้อไม้ททั้งที่ถูกและไม่ถูกกฎหมาย ปริมาณป่าไม้ที่ถูก
ทำลายนี้นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอัตราการเพิ่มจำนวนประชากร ยิ่งมีประชากรเพิ่ม
ขึ้นเท่าใด ความต้องการใช้ไม้ก็เพิ่มมากขึ้น เช่น ใช้ไม้ ในการปลูกสร้างบ้านเรือน เครื่อง
มือเครื่องใช้ในการเกษตรกรรม เครื่องเรือนและถ่านในการหุงต้ม เป็นต้น

2. การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อเข้าครอบครองที่ดิน เมื่อประชากรเพิ่มสูงขึ้น
ความต้องการใช้พื้นดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินก็สูงขึ้น เป็นผลให้ราษฎร
เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ แผ้วถางป่า หรือเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย นอกจากนี้ยังมีนายทุน
ที่ดินที่จ้างวานให้ราษฎรเข้าไปทำลายป่าเพื่อจับจองที่ดินไว้ขายต่อไป

3. การส่งเสริมการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการส่งออกในพื้นที่ป่าที่
ไม่เหมาะสม เช่น มันสัมปะหลัง ปอ เป็นต้น โดยไม่ส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเต็ม
ประสิทธิภาพ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ป่าบางแห่งไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเกษตร

4. การกำหนดแนวเขตพื้นที่ป่ากระทำไม่ชัดเจน หรือไม่กระทำเลยในหลาย ๆ
พื้นที่ ทำให้ราษฎรเกิดความสับสนทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ทำให้เกิดการพิพาทใน
เรื่องที่ดินทำกินและที่ดินป่าไม้อยู่ตลอดเวลาและมักเกิดการร้องเรียนต่อต้านในเรื่อง
กรรมสิทธิ์ที่ดิน

5. การจัดสร้างสาธรณูปโภคของรัฐ เช่น เขื่อน อ่างเก็บน้ำ เส้นทางคมนาคม
การสร้างเขื่อนขวางลำน้ำ จะทำให้พื้นที่เก็บน้ำหน้าเขื่อนที่อุดมสมบูรณ์ถูกตัดโค่นมาใช้
ประโยชน์ ส่วนต้นไม้ขนาดเล็กหรือที่ทำการย้ายออกมาไม่ทันจะถูกน้ำท่วมยืนต้นตาย
เช่น การสร้างเขื่อนรัชประภา เพื่อกั้นคลองพระแสงอันเป็นสาขาของแม่น้ำพุมดวง-ตาปี
ทำให้น้ำท่วมบริเวณป่าดงดิบซึ่งมีพันธุ์ไม้หนาแน่นสัตว์นานาชนิดนับพื้นที่เป็นแสนไร่
ต่อมาจึงเกิดปัญหาน้ำเน่าไหลลงลำน้ำพุมดวง

6. ไฟไหม้ป่า มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง อากาศแห้งและร้อนจัด ทั้งโดย
ธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ที่อาจลักลอบเผาป่าหรือเผลอจุดไฟทิ้งไว้ โดย
เฉพาะในป่าผลัดใบ ไฟป่าเมื่อเกิดขึ้นจะทำทำให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าจำนวนมาก

7. การทำเหมืองแร่ แหล่งแร่ที่พบบริเวณที่มีป่าไม้ปกคลุมอยู่ มีความจำเป็นที่
จะต้องเปิดหน้าดินก่อน จึงทำให้ป่าไม้ที่ขึ้นปกคลุมถูกทำลายลง เส้นทางการขนย้ายแร่
ในบางครั้งต้องทำลายป่าไม้ลงจำนวนมาก เพื่อสร้างถนนหนทาง การระเบิดหน้าดินเพื่อ
ให้ได้มาซึ่งแร่ธาตุส่งผลถึงการทำลายป่า

สาเหตุที่ทำให้สัตว์ป่าสูญพั นธุ์

1. ถูกจำกัดที่อยู่อาศัย ข้อนี้เป็นสาเหตุที่ร้ายแรงมาก กองอนุรักษ์คุ้มครอง
สัตว์ป่าของไทยยอมรับว่าเป็นเหตุให้สัตว์ป่าต้องตายสาปสูญด้วยอัตราที่รวดเร็วน่า
ตกใจ สัตว์หลายชนิดต้องการที่อยู่อาศัยเฉพาะในระยะหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง
แทนที่ (Succession) ถ้าการเปลี่ยนแปลงแทนที่เลยไปถึงระยะที่เป็นป่าทึบแล้วสัตว์
กินหญ้าก็อยู่อาศัยที่นั้นไม่ได้

2. ชีวศักยภาพต่ำ สัตว์หลายชนิดโดยเฉพาะนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมี
ศักยภาพการขยายพันธุ์ต่ำ นกแคลฟอร์เนียคอนดอร์วางไข่ปีเว้นปีและออกไข่ครั้งละ 1
ฟองเท่านั้น ปัจจุบันมีนกชนิดนี้เหลืออยู่ประมาณ 40 ตัวในโลกซึ่งประมาณ 20 ตัว
เป็นตัวเมีย

3. ความต้องการอาหารเฉพาะ สัตว์บางชนิดกินอาหารเฉพาะบางอย่าง
เท่านั้นจะว่าเลือกกินก็ไม่ใช่ นกฟลอริดาเอเวอร์เกลดไค้ท์ กินหอยเพียงชนิดเดียว
เท่านั้น

4. การถูกกลืนทางพันธุกรรม สัตว์บางชนิดผสมพันธุ์กันได้แม้ว่าจะต่างชนิด
กัน ถ้าชนิดหนึ่งมีจำนวนมากและอีกชนิดหนึ่งมีจำนวนน้อย โอกาสที่ยีน ของพวก
น้อยจะไปรวมอยู่ในยีนพูลของพวกมากก็เป็นไปได้มาก ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้แก่ สุนัข
คอยโยท ซึ่งสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงโดยมนุษย์ได้ดี

5. การค้าสัตว์เลี้ยง ร้านค้าสัตว์เลี้ยงเป็นที่ดึงดูดใจของเด็กและผู้ใหญ่เกือบ
ทุกวัย จะเห็นได้จากส่วนหนึ่งของตลอดนัดวันสุดสัปดาห์ที่สวนจตุจักรซึ่งขายตั้งแต่
ปลากันไปจนถึงนกและลิงชนิดอื่น ๆ

6. การนำสัตว์จากประเทศอื่นเข้ามาเลี้ยง การนำสัตว์จากประเทศอื่นเข้ามา
โดยมุ่งผลประโยชน์ระยะสั้นอาจมีผลกระทบกับสัตว์พื้นเมืองในระยะยาว

7. การล่าสัตว์ คนเราล่าสัตว์ด้วยเหตุผลต่างกันไป ล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร
และเครื่องนุ่งห่มเพื่อป้องกันธัญพืชและสัตว์เลี้ยง

8. การใช้ยากำจัดศัตรูพืช สารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นใช้กำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่ม
ผลผลิตมักมีผล ตกค้างถ้าพิจารณาตามลูกโซ่อาหารความเข้มข้มของสารเคมีเหล่านี้
เพิ่มขึ้นตามลำดับลูกโซ่อาหารที่สูงขึ้น

9. พฤติกรรมสัตว์ที่เปลี่ยนยาก สัตว์หลายชนิดไม่เปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ทั้ง
ที่สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถปรับตัวให้อยู่ในระบบนิเวศที่มนุษย์
สร้างขึ้นเป็นเหตุให้สูญพันธุ์

ผลกระทบที่เกิดจากการที่
ป่าไม้ถูกทําลาย

คือความเสียหายของสิ่งเเวดล้อม เมื่อต้นไม้น้อยลง
อากาศบริสุทธ์ก็น้อยลงเช่นกัน สัตว์ป่าเเละพืชที่อาศัย
อยู่ในป่าก็ได้รับความเสียหายเเละเสี่ยงต่อการศูนย์
พันธ์

ไฟป่าที่ทําลายสารอาหารของต้นไม้ในดิน ทําให้การ
กระจ่ายเมล็ดพันธ์อยากขึ้นเเละการทําการเกษตรก็
อยากขึ้นเช่นกัน

เมื่อป่าไม้ลดน้อยลงการที่เคยมีป่าไม้ช่วยป้องกั้น
อุทกภัยก็ได้หายไปกับป่าไม้ เพราะเหตุนี้ที่ทําให้ช่วง
หลังๆอุทกภัยนั้นหนักขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะในปัจจุบัน
ไม่มีป่าไม้ช่วยเเบ่งเบ่าความเสียหาย ในสมัยก่อนเมื่อ
ฝนตกต้นไม้ในป่ายังคงช่วยดูดซับนํ้าไว้ได้ เเต่เมื่อ
ต้นไม้ถูกตัดไป เมื่อฝนตก ฝนก็ทําให้ดินถลมเเละอาจ
ก่อให้เกิดนํ้าป่าไหล่หลากได้ ผลกระทบก็คือนํ่าท่วมเเละ
ภัยธรรมชาติที่รุ่นเเรงขึ่นเรื่อยๆในปัจจุบัน

ผลกระทบที่เกิดจาก
จำนวนสัตว์ป่าลดลง

1. การสูญเสียระบบนิเวศวิทยา อัตราเพิ่มความเสี่ยง
ของการแพร่ระบาดไวรัสและเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน เเละ
แก๊งค์อาชกรรมที่เพิ่มขึ้น

2. การสูญเสียระบบนิเวศวิทยาส่งผลไปยังแหล่ง
ต้นน้ำลำธาร แหล่งอาหารและความแปรปรวนของ
สภาพอากาศ

3. ปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าเพิ่มอัตราความเสี่ยง
ของการแพร่ระบาดไวรัสและเชื้อโรคจากสัตว์สู่คน เช่น
การระบาดของโรคซาร์สและโรคไข้หวัดนก เป็นต้น

4. แก๊งค์อาชกรรมที่ได้กำไรมหาศาลจากการลักลอบ
ค้าสัตว์ป่า ในปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้ว่า อาชญากรรม
ด้านสัตว์ป่ามีส่วนเชื่อมโยงไปยังอาชญากรรมด้าน
อื่นๆด้วย อาทิ ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ เพราะ
ฉะนั้นหากกลุ่มคนเหล่านี้ยังได้ใจกับการประกอบอาชีพ
เหล่านี้เพื่อเงิน ทั้งป่าไม้เเละสัตว์ป่าก็จะอยู่ในอันตรา
ยเเละสุดท้ายผลกระทบก็จะตกมาอยู่ที่มนุษย์เช่น
เดียวกัน

เเนวทางการเเก้ไขปัญหา

1. การอนุรักษ์พื้นที่ เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้ 3. การควบคุมสิ่งทำลาย เช่น การเข้าไป
สัตว์ป่ามีปริมาณลดลง คือ ถิ่นที่ อยู่อาศัย แย่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือการนำสัตว์
รวมทั้งแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่ถูกบุกรุก ต่างถิ่นมาเลี้ยง อาจก่อให้เกิดผลกระ
ทำลายลง การถูกจำกัดในพื้นที่แคบๆ หรือ ทบต่อสัตว์ป่าได้ ทั้งในเรื่องโรคระบาด
การเปลี่ยนแปลงสภาพที่อยู่อาศัย นับว่า และการล่ากัดกินสัตว์พื้นเมือง
เป็นปัจจัยที่ทำให้ปริมาณสัตว์ป่าลดจำนวน
ลง การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าทั้งทาง 4. การเพิ่มปริมาณสัตว์ป่าให้มากขึ้น
ตรง และทางอ้อมก็คือ การประกาศพื้นที่ อาจทำได้หลายวิธี เช่น การเพาะเลี้ยง
คุ้มครอง เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษา ใน พื้นที่ธรรมชาติ การผสมเทียมซึ่ง
พันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งศูนย์เพาะเลี้ยง
เป็นต้น และขยายพันธุ์สัตว์ป่าขึ้นหลายแห่ง

2. จำกัดการล่า การลดจำนวนลงของ
สัตว์ป่า หรือสูญพันธ์ ปัจจัยหนึ่งมาจาก
การล่าสัตว์ของมนุษย์ จึงต้องออก
กฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่าบางชนิดที่เหลือ
น้อย ห้ามล่าในพื้นที่บางแห่ง ห้ามล่าใน
บางฤดูที่ผสมพันธุ์ เป็นต้น

กฎหมายคุ้มครองป่าไม้เเละสัตว์ป่า

– พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ – ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
– พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. เรื่อง ตั้งด่านตรวจสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและ
๒๕๔๖​ คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพระ
– พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.
๒๕๕๗ ๒๕๕๗
– พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ *** – พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
ใหม่ – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉะบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๑
– กฏกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔
พ.ศ. ๒๕๔๖ – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓
– กฎกระทรวงกําหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒
– กฎกระทรวงกําหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ – พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ ***
– กฎกระทรวงกําหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ใหม่
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ – พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗
– กฏกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่า – พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
ชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๕๒๒
– กฎกระทรวงกําหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่า – พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.
ชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒๕๒๘
– กฎกระทรวงกําหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่า – พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
ชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๕๙
– พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ – พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ *** ใหม่
พ.ศ. ๒๕๕๗ – พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔
– พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ – พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติม “พระราชบัญญัติ
– อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืช อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔” พ.ศ. ๒๕๓๒
ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ – พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ *** ใหม่
– พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ – ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
– พระราชบัญญัติการรักษาช้างป่า ร.ศ.๑๑๙ เรื่อง ปิดเกาะยูงเพื่ออนุรักษ์ปะการังและทรัพยากรทาง
– ประกาศแก้ไขข้อบังคับสำหรับการป้องกันผู้ร้ายลักช้างทางหัว ทะเล
เมืองลาวเฉียงและเมืองที่ติดต่อกับเมืองพม่า ร.ศ. ๑๑๖ – ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
– ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการนําช้างมา เรื่อง ห้ามกระทําการใด ๆ อันเป็นการรบกวน
หารายได้ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือทําอันตรายกับสัตว์ต่างๆทุก
– พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ ร.ศ. ๑๑๐ ชนิดในอุทยานแห่งชาติ
– พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ ร.ศ. ๑๑๙ – พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
– พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พุทธศักราช ๒๔๘๒ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘
– พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ – พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
– ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑
ข้อกําหนดว่าด้วยการเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๕๘ – พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
– ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง แห่งชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒
ยกเลิกระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช “ว่าด้วย – พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การส่งคืนสัตว์ป่ากลับประเทศถิ่นกําเนิด พ.ศ. ๒๕๕๐” พ.ศ. แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕
๒๕๕๘ – พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
– ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการ แห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
ส่งคืนสัตว์ป่ากลับประเทศถิ่นกําเนิด พ.ศ. ๒๕๕๐
– ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง
กําหนดชนิดสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทําจากซาก
ของสัตว์ป่าที่ห้าม นําเข้าหรือส่งออก ลงวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.
๒๕๖๐

องค์กรหรือหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์
ป่าไม้และสัตว์ป่า

– กรมอุทยาน ฯ กรมป่าไม้
– กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ ง
– กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (พอช.)
– สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ
– กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (อังกฤษ: World
Wide Fund for Nature - WWF)
– มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (The
Wild Animal Rescue Foundation of
Thailand)
– มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่ง
ประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมป์
– มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
– มูลนิธิเพื่อนช้าง
– สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่ง
ประเทศไทย

ข่าวเกี่ยวกับป่าไม้
เเละสัตว์ป่า

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามความก้าวหน้าการเตรียมจัด
ทำระบบการบริหารจัดการสัตว์ป่าเพื่อการครอบครอง เพาะพันธุ์ และค้า
ร่วมกับนางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมผู้
เชี่ยวชาญ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้กับประชาชนผู้มี
สัตว์ป่า ไว้ในครอบครอง โดยระยะแรก จะเน้นไปที่สัตว์ป่าควบคุม ซึ่งตน
ได้เน้นย้ำ ให้การจัดทำระบบการลงทะเบียนดังกล่าวต้องสามารถเข้า
ถึงได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้
อย่างแท้จริง รวมทั้งต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่และเผย
แพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนและถูกต้องให้กับ
ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำงานร่วมกับตำรวจ
สภ.ปิล๊อก ทองผาภูมิ นำกลุ่มนายพรานที่ลักลอบล่าเสือโคร่งในเขต
อุทยานแห่งชาติมาลงโทษ บุคลากรของกรมนี้ยังมีงานอื่นปรากฏให้
สาธารณชนเห็นเป็นรูปธรรมอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าการจับกุมพวก
ลักลอบจับนกสัตว์ป่าคุ้มครอง การจับกุมพวกล่าและชำแหละกวางริม
แอ่งเก็บน้ำในศูนย์ฝึกอบรมเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี หรือการ
ดูแลช้างป่าและสัตว์ป่าอื่ นๆ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(ทส.) เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
ว่า ได้กำชับ กรมอุทยานฯ ให้เร่งออกกฎหมายลำดับรอง ประกอบ
พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 เพื่อให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องนำไปใช้ดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไปได้โดยเร็ว พร้อม
ย้ำ การอนุรักษ์และการพัฒนาต้องสมดุล พี่น้องประชาชนต้องไม่
เดือดร้อน ทั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการ
การอนุรักษ์สัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
เพื่อใช้จัดทำแผนอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมถึงเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ
พื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า ให้สอดคล้องตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครอง
สัตว์ป่า พ.ศ.2562 ตลอดจนเห็นชอบกฎหมายลำดับรองประกอบ
พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ได้แก่ ร่างกฎ
กระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมีการ
กำหนดบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 1,305 รายการ แยกเป็น 2
บัญชี คือ บัญชี 1 สัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำนวน 1,216
รายการ และบัญชี 2 สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นสัตว์น้ำ จำนวน 89
รายการ รวมทั้งปรับปรุงชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ ในลำดับชั้นสกุล
และลำดับชั้นชนิด ในบัญชี 1 จำนวน 418 รายการ และบัญชี 2
จำนวน 29 รายการ

พเนจร | 24

นางสาววิภาฎา คงแก้วพันธสิน ม.5/2 เลขที่39

ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ



ความหลากหลายทางชีวภาพคืออะไร NWaOtounnrdeaelrosfWotofhreltdh7!e



เมื่อเราพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เราจะกล่าวถึงสิ่งมี สำหรับสิ่งมีชีวิตพวกมันสามารถอาศัยอยู่ในระบบนิเวศ
ชีวิตหลากหลายชนิดที่มีอยู่บนโลกใบนี้. นั่นคือในระบบนิเวศ ประเภทใดก็ได้ที่อยู่ระหว่างทุ่งหญ้าป่าดงดิบระบบนิเวศที่
ตัวอย่างเช่นมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากมายที่อาศัยอยู่ จำนวนสิ่งมี แตกต่างกันของน้ำจืดและน้ำเค็ม ความสำคัญของความ
ชีวิตทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราเรียกว่าความหลากหลายทางชีวภาพ หลากหลายทางชีวภาพอยู่ที่คุณค่าที่แท้จริง และแม้ว่า
โดยไม่คำนึงถึงจำนวนบุคคล ระบบนิเวศสามารถมีความหลาก หลายคนจะไม่รู้ ความหลากหลายทางชีวภาพนำเสนอ
บริการและสินค้าจำนวนมากแก่มนุษย์ซึ่งมีความสำคัญต่อ
หลายทางชีวภาพสูงขึ้นหรือต่ำลงได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของสิ่งมี การอยู่รอดในบรรดาสินค้าและบริการเหล่านี้เราพบอาหาร
ชีวิตหากเราไม่ได้อ้างถึงจำนวนบุคคลที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศ น้ำวัตถุดิบและอื่น ๆ

ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดเราจะบอกว่ามันเป็นความอุดมสมบูรณ์
ของมัน

การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ



พืชและสัตว์เป็นสิ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของโลก มนุษย์
ก่อให้เกิด การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั่วโลกที่ก่อให้
เกิดปัญหาที่แท้จริงสำหรับโลกใบนี้ เราคิดว่าสิ่งเดียวที่สำคัญคือ

เมืองและอาคารเมื่อเราสูญเสียสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
ทั้งหมดของเรา

ต่อไปนี้เราจะอธิบายว่าการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพคือ
อะไรและสาเหตุหลักและผลที่ตามมาบนโลกของเรา




สาเหตุของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไป มนุษย์กำลังทำลายแหล่ง

ทรัพยากรธรรมชาติจนหมดสิ้นและทิ้งร่องรอยของมลภาวะไว้มากมาย
มลพิษทุกชนิดที่ก่อให้เกิดการฟื้ นฟูระบบนิเวศที่แย่ลงและสร้างความเสีย
ปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทาง
ชีวภาพนั้นร้ายแรงมากในสภาพแวดล้อม หายให้กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่ขึ้นอยู่กับมัน
ทางธรรมชาติ มันถูกผลิตมากขึ้นอย่างก้าว การสูญเสียและความเสื่อมโทรมของแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติเพื่อ
กระโดด คาดว่าประมาณ 36% ของสิ่งมีชีวิต ให้สิ่งมีชีวิตมีชีวิตอยู่ได้พวกเขาต้องการที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ด้วยการ
ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายจากการสูญพันธุ์ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินไปเช่นเดียวกับที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้
ต้องคำนึงว่าการลดลงของความหลาก
หลายทางชีวภาพเกิดขึ้นในอัตราที่เร็วกว่า แหล่งที่อยู่อาศัยจึงกระจัดกระจายเสื่อมโทรมและไม่มีเงื่อนไขที่จำเป็น
ในสภาพแวดล้อมทางน้ำ สำหรับการพัฒนาสิ่งมีชีวิต

สาเหตุหลักที่สิ่งมีชีวิตยอมจำนนต่อมนุษย์ มลพิษ. เนื่องจากสาเหตุข้างต้นมีการปนเปื้ อนของน้ำดินและอากาศ
คือ มลพิษนี้ลดคุณภาพชีวิตและระบบนิเวศทำให้เกิดความเสียหาย

การแนะนำสายพันธุ์ที่รุกราน สิ่งมีชีวิตที่รุกรานมีลักษณะพิเศษคือสามารถ
อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่ได้เป็นของพวกมัน นี่เป็น
เพราะความจริงที่ว่าสัตว์นักล่าตามธรรมชาติมีน้อยหรือไม่มีอยู่จริงหรือ

สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของพวก
มันโดยสิ้นเชิง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบเชิงลบ ผลรวมของ
สาเหตุทั้งหมดข้างต้นเป็นสาเหตุและเพิ่มผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เอื้อให้สาเหตุข้างต้น

เกิดขึ้นพร้อมกับความรุนแรงและความถี่ที่มากขึ้น

ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ



จากสาเหตุทั้งหมดที่เราได้วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ถึงเวลาแล้วที่จะเห็นผลที่ตามมาของความหลาก NWaOtounnrdeaelrosfWotofhreltdh7!e
หลายทางชีวภาพ สิ่งที่ยากสำหรับผู้คนที่จะนึกถึงคือความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ

และผลที่ตามมาจากการหายไป ผลที่ตามมาโดยทั่วไปค่อนข้างร้ายแรงและมีผลกระทบต่อระบบ
นิเวศ





Reef

Australia การสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สาเหตุ
หลักมาจากการเสียสมดุลของระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันเป็นสิ่ง
เชื่อมโยงบางอย่างในห่วงโซ่อาหารที่ทำงานอย่างสมดุล หากความสมดุลนั้น
เสียไปเพราะสายพันธุ์ขาดหายไปสายพันธุ์ที่เหลือก็จะได้รับผลกระทบในทาง

ลบเช่นกัน ราวกับว่ามันเป็นปริศนา หากชิ้นส่วนขาดหายไปส่วนที่เหลือของ
ปริศนาจะไม่สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้

ผลของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่ทราบกันดีสำหรับคนจำนวนมากใน
ปัจจุบันปัญหาที่เราประสบ ผึ้ง. ผึ้งมีความ
สำคัญอย่างยิ่งต่อพันธุ์พืชเนื่องจากเป็น
แมลงผสมเกสร แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่
แมลงผสมเกสรเพียงชนิดเดียวที่มีอยู่ มี
ความสำคัญมากในระบบนิเวศทั้งหมด

ใ น ท า ง ก ลั บ กั น ยั ง มี ค ว า ม ไ ม่ ส ม ดุ ล ใ น ห่ ว ง โ ซ่ ก า ร สู ญ พั น ธุ์ ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต ไ ม่ มี ท า ง แ ก้ ไ ด้ ด้ ว ย
อ า ห า ร ที่ ทำ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ป ร า ก ฏ ตั ว ข อ ง ศั ต รู พื ช ที่ เ ห ตุ นี้ ค ว า ม อ ยู่ ร อ ด ข อ ง ม นุ ษ ย์ จึ ง ถู ก คุ ก ค า ม
จ า ก ก า ร ห า ย ตั ว ไ ป ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต เ ห ล่ า นี้ สิ่ ง นี้
แ ต ก ต่ า ง กั น สิ่ ง นี้ เ กิ ด ขึ้ น เ มื่ อ นั ก ล่ า ข อ ง สิ่ ง มี เ ป็ น อั น ต ร า ย ต่ อ สุ ข ภ า พ ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง เ ร า
ชี วิ ต บ า ง ช นิ ด ล ด จำ น ว น ล ง ห รื อ ห า ย ไ ป แ ล ะ เ นื่ อ ง จ า ก ส า ร เ ภ สั ช วิ ท ย า ห ล า ย ช นิ ด มี แ ห ล่ ง
ช นิ ด ข อ ง เ ห ยื่ อ ส า ม า ร ถ เ ติ บ โ ต ไ ด้ โ ด ย ไ ม่ ต้ อ ง มี กำ เ นิ ด ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ ทั้ ง จ า ก สั ต ว์ แ ล ะ พื ช เ มื่ อ
ก า ร ค ว บ คุ ม ป ร ะ เ ภ ท ใ ด ๆ ศั ต รู พื ช เ ห ล่ า นี้ สู ญ เ สี ย ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ พั น ธุ์ พื ช ที่
ส า ม า ร ถ ทำ ใ ห้ เ กิ ด ก า ร ทำ ล า ย พื้ น ที่ พื ช ข น า ด ไ ม่ รู้ จั ก จึ ง ถู ก กำ จั ด ทำ ใ ห้ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ห า วิ ธี รั ก ษ า
ใ ห ญ่ แ ล ะ ผ ล ที่ ต า ม ม า ข อ ง ศั ต รู พื ช เ ห ล่ า นี้ อ า จ โ ร ค ต่ า ง ๆ ที่ เ ร า ไ ม่ ส า ม า ร ถ รั ก ษ า ไ ด้ ใ น ปั จ จุ บั น
ดิ น ม า ก พ อ ๆ กั บ น้ำ แ ล ะ อ า ก า ศ ก็ ขึ้ น อ ยู่ กั บ
ร้ า ย แ ร ง ม า ก ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ ข อ ง โ ล ก ด้ ว ย พื ช
พ ร ร ณ มี บ ท บ า ท พื้ น ฐ า น ใ น อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง
ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ เ ห ล่ า นี้ ด้ ว ย เ ห ตุ นี้ จึ ง ส า ม า ร ถ
ดู ด ซั บ C O 2 แ ล ะ ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง ค ว า ม ร้ อ น ที่ กั ก
เ ก็ บ โ ด ย ก๊ า ซ เ รื อ น ก ร ะ จ ก ส า ม า ร ถ กำ จั ด ไ ด้ .

เเนวทางการป้องกัน

การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต จำเป็นต้องมีการจัดสรรและเลือกใช้อย่างเป็นระบบที่
เหมาะสม เนื่องจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถสูญเสียหรือหมดไปจากแหล่งที่อยู่
อาศัยในระบบนิเวศได้ หากมีการบุกรุกหรือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศนั้นอย่างไม่เหมาะสม เช่น ตัดไม้ทำลายป่า การ
ล่าสัตว์ป่าหรือการเก็บพืชพรรณในป่าออกมามากเกินควร การปล่อยสารพิษลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นต้น

การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพจึงควรมีการดูแลเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable
development) คือ ไม่เกิดการสูญเสียทรัพยากรชีวภาพอย่างสูญเปล่า และไม่ก่อให้เกิดการสูญสิ้นของชนิดหรือสายพันธุ์
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศนั้น ซึ่งแนวทางการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพนั้น สามารถปฏิบัติได้ดังนี้

1. ปลูกฝังให้คนไม่แพร่พันธุ์สิ่งมีชีวิตต่างถิ่นสู่ระบบนิเวศตามธรรมชาติ วิธีการเเก้ปัญหา
2. ปลูกฝังให้คนไม่ทิ้งขยะพลาสติกและขยะต่าง ๆ สู่ระบบนิเวศตาม
ธรรมชาติ วิธีการแก้ไขปัญหาการสูญเสียความหลาก
3. ปลูกฝังให้คนไม่ลักลอบเผาป่า ตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์
4. เฝ้าระวังไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหลุดออกสู่ระบบนิเวศ หลายทางชีวภาพ
ตามธรรมชาติ 1. กำจัดสิ่งมีชีวิตพันธุ์ต่างถิ่นด้วยวิธีการ
ที่ทำให้เกิดประโยชน์ เช่น การเก็บผักตบ
บทความด้านบนเป็นเพียงตัวอย่างสาเหตุของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ชวามาทำเครื่องจักสาน การจับปลาซัก
วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในปี 2562 เกอร์และหอยเชอรี่มาทำอาหาร เป็นต้น
เท่านั้น ในอนาคตอาจจะมีสาเหตุของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ วิธีการ 2. เพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นที่ใกล้จะสูญ
ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่มากมายหลากหลายยิ่ง พันธุ์คืนสู่ธรรมชาติ เช่น เนื้อทรายเคย
ขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพต้องอาศัยความร่วมมือ เป็นสัตว์ป่าสงวนแต่เนื่องจากสามารถ
จากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนหรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไป
เพาะขยายพันธุ์คืนสู่ธรรมชาติได้ค่อนข้าง
มากจึงถูกถอดชื่อออกจากการเป็นสัตว์ป่า

สงวนในเวลาต่อมา
3. ฟื้นฟูผืนป่าที่ถูกทำลายโดยฝีมือมนุษย์
และเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ

กฏหมายที่เกี่ยวข้องในไทย

1.กฎหมาย นโยบาย มาตรการ​

กฎหมาย ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ได้รับการคุ้มครองดูแลจาก
กฎหมายหลากหลายฉบับที่สำคัญมากได้แก่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 56 ระบุถึงสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับ
รัฐและชุมชนในการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลาย
ทางชีวภาพ มาตรา 79 กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวน
บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล

พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ได้กำหนดให้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่จะได้มีการคุ้มครอง
ควบคุม ดูแลระบบนิเวศและถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (habitat) ของพืชและสัตว์ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามเก็บหา นำไม้หรือ
ทรัพยากรธรรมชาติอื่นออกไป ห้ามนำสัตว์ออกไปหรือทำอันตรายแก่สัตว์ ห้ามเก็บหา นำออกกล้วยไม้ ห้ามเก็บหรือทำอันตรายดอกไม้ ใบไม้
หรือผลไม้ ห้ามดำเนินกิจกรรมเพื่อหาผลประโยชน์

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ห้ามมิให้บุคคลใดทำไม้ เก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เว้นไว้แต่ได้รับอนุญาตจาก
พนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้น หากเห็นสมควรกำหนดป่าอื่นใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อรักษาสภาพป่าไม้ ของป่า หรือทรัพยากรธรรมชาติ
อื่น สามารถกระทำได้โดยออกกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537 ตลอดจนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง
กำหนดพืช ศัตรูพืช หรือพาหะจากแห่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม กำหนดให้พืชที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีชีวภาพ
เป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งการนำเข้า หรือนำผ่านต้องได้รับอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร และอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะเพื่อการทดลองหรือวิจัย

พระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์สัตว์ พ.ศ. 2509 กำหนดให้มีการป้องกันและควบคุมสัตว์สงวนพันธุ์เพื่อใช้ทำพันธุ์ ห้ามตอน ห้ามฆ่า หรือส่งสัตว์
สงวนพันธุ์ออกนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต

พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและนำเข้าในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ควบคุมการนำเข้าและส่งออก โดยพระราชกฤษฎีกา
ควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2518 และประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องการส่งสินค้าออกไป
นอกราชอาณาจักร 11 ฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 เป็นต้นมา ได้กำหนดรายชื่อสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า ปลาทะเลสวยงาม 400 ชนิด สัตว์น้ำอื่น ๆ 258
รายการ เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำออกนอกประเทศไทย โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตตามกำหนดในกฎกระทรวง

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 ได้มีการ
ประกาศกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อที่จะคุ้มครองถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ตลอดจนมีการประกาศกำหนดชนิดสัตว์ป่าสงวน ซึ่งเป็น
สัตว์ป่าหายาก จำนวน 15 ชนิด (เดิม 9 ชนิด) รวมทั้งมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติให้ทันสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสอดคล้องกับ
อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
สิ่งแวดล้อม มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติอันโดดเด่นพิเศษเฉพาะ หรืออันอาจถูกทำลายได้ง่าย เป็น
เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องมีการจัดการโดยเฉพาะ และมีการคุ้มครองตามที่เหมาะสมแก่สภาพของพื้นที่

พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ให้ความคุ้มครองแก่พันธุ์พืชใหม่ พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น และพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป และ
พันธุ์พืชป่า โดยกำหนดให้มีการขออนุญาตและทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ ในกรณีที่เก็บ จัดหา หรือรวบรวมพันธุ์พืชนั้นหรือส่วนใดของ
พันธุ์พืชไปใช้เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ ศึกษา ทดลอง และวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า

สำ นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม

นโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้
ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

มาตรา 6 ของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ได้กำหนดให้ภาคีจัดทำนโยบายและกลยุทธ์ระดับชาติ เพื่ออนุรักษ์
และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำนโยบายและมาตรการระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ด้วยเห็นว่า
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกรอบและทิศทางการดำเนินงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวมของประเทศ แม้ว่าใน
ขณะนั้นประเทศไทยจะยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

นโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ได้มีการจัดทำและใช้เป็นก
รอบการดำเนินงานระดับชาติ (ระยะเวลา 5 ปี) แล้ว จำนวน 3 ฉบับ โดยฉบับที่ 1 และที่ 2 นั้น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่ง
ชาติ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พิจารณาดำเนินการ ซึ่งได้มีการแต่งตั้ง
คณะทำงานขึ้น เพื่อยกร่างและจัดทำนโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่าง
ยั่งยืน โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม เดิม)
ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการฯ และคณะทำงาน
สำหรับการจัดทำนโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ฉบับที่ 3
เป็นการดำเนินการภายใต้คณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (กอช.) ที่ตั้งขึ้นตาม
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม เป็นฝ่ายเลขานุการ การจัดทำนโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์ฯ ทั้งสามฉบับดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อ
กำหนดให้มีนโยบายระดับชาติ ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมในทุกประเด็น ตลอดจน
สอดคล้องกับมาตรา 6 ของอนุสัญญาฯ และการคุ้มครองทรัพยากรชีวภาพของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเสริม
สร้างบทบาทของหน่วยงานนั้นๆ

นโยบาย มาตรการ และแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ได้ผ่านการพิจารณา ตรวจ
สอบ และกลั่นกรองอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งการจัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ หน่วยงานต่างๆ ทั้ง
ภาครัฐและภาคเอกชน สื่อมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ตลอดจนการ
เวียนเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอคณะอนุกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลาย
ทางชีวภาพ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ/คณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ
และคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามลำดับ

กฎหมายทที่เากีง่ยชีววขภ้อางพกใันบอคาวเาซีมยหนลากหลาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ
เเละหน่วยงาน
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
กรมป่าไม้
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559
กรมป่าไม้
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484
กรมป่าไม้
พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562
กรมป่าไม้
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ ง พ.ศ. 2558
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ ง
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558
กรมประมง
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518

กรมวิชาการเกษตร

พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

กรมวิชาการเกษตร

พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542
กรมวิชาการเกษตร

พระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์สัตว์ พ.ศ. 2509

กรมปศุสัตว์

(ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์พื้นเมือง พ.ศ. ….

กรมปศุสัตว์

พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

(ร่าง) พระราชบัญญัติสิทธิบัตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

กรมทรัพย์สินทางปัญญา

พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤษศาสตร์ พ.ศ. 2535

องค์การสวนพฤษศาสตร์

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนสัตว์ พ.ศ. 2497

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พ.ศ. 2538

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ

การดำเนินงานที่สำคัญภายใต้ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
และความหลากหลายทางชีวภาพของอาเซียน

1. คณะทำงานอาเซียนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Working Group on Nature Conservation and
Biodiversity: AWGNCB) เป็นเวทีหารือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อประสานความร่วมมือและผลักดันกิจกรรมคุ้มครอง อนุรักษ์ จัดการ และ
แก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติในภูมิภาคอาเซียน และส่งเสริมบทบาทของภูมิภาคอาเซียนด้านการอนุรักษ์และการ
จัดการธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพในเวทีความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

2. ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Centre for Biodiversity: ACB): ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นชอบจัดตั้งขึ้น
ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 เพื่อให้สนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างยั่งยืน โดย ACB มีหน้าที่สนับสนุน สร้าง
เครือข่าย อบรม วิจัย และจัดการฐานข้อมูลด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาคอาเซียน
การบริหาร ACB จะดำเนินการโดยประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ในรูปแบบกรรมการ (Governing Board of The ASEAN Centre for
Biodiversity: GB ACB)

3. อุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Parks: AHP): ดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยพื้นที่อุทยานมรดกที่สงวนไว้ (Declaration
on Heritage Parks and Reserves) พ.ศ. 2527 เพื่อประกาศพื้นที่คุ้มครอง 11 แห่งเป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยปฏิญญาดังกล่าวได้รับการ
รื้อฟื้ นขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2546 ใช้ชื่อว่า ปฏิญญาอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Declaration on Heritage Parks) โดยมีศูนย์อาเซียนว่าด้วย
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นฝ่ายเลขานุการของโครงการอุทยานมรดกอาเซียน (AHP Programme)

4. รายงานสถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียน (ASEAN Biodiversity Outlook: ABO): เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก
อาเซียน ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพความหลากหลายทาง
ชีวภาพของภูมิภาคอาเซียนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านนโยบายของประเทศสมาชิกอาเซียน และเผยแพร่ในเวทีความตกลงระหว่างประเทศ
ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินงานแล้ว 2 ฉบับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายงานฉบับที่ 3

5. เครือข่ายความร่วมมือ:
5.1 ความร่วมมืออาเซียน-สหภาพยุโรป
5.2 ความร่วมมืออาเซียน-สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
5.3 ความร่วมมืออาเซียน-อินเดีย
5.4 ความร่วมมืออาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี

6. ปฏิญญา/แถลงการณ์ร่วม (Declarations/Joint Statements): ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกับประชาคมโลก
ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ

ข่ า ว ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ

วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ ล ด ล ง ทั่ ว โ ล ก

เมื่อเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและการให้
บริการของระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem
Services-IPBES) ได้วิเคราะห์ว่าการทำเกษตรกรรมที่ไม่ยั่งยืน หรือการทำเหมือง การทำโรงงาน รวมถึงการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นกำลังผลักดันให้โลกของเราพังทลายลง โดยนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์

นั่นเป็นเพราะการเสื่อมโทรมของผืนดินส่งผลกระทบต่อ
ประชากรโลกและพื้นที่หลายส่วนทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นการผลิต
อาหาร คุณภาพของน้ำ ที่สำคัญคือเมื่อดินเสื่อมโทรมก็จะทำให้
ผู้คนเกิดการอพยพ เพราะไม่สามารถทำประโยชน์จากพื้นดิน
เหล่านั้นได้ ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่ง
สหประชาชาติ เผยว่า 95% ของอาหารที่มนุษย์บริโภคนั้นเป็น
ผลผลิตที่มาจากพื้นดินทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม นักวิจัยจาก
IPBES สรุปว่า ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงในทุก
ภูมิภาคและเตือนว่าความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์กำลังตกอยู่ใน
ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ

มีการคาดการณ์ว่าประชากรทั่วโลกมีจำนวนกว่า 9,000 ล้านคนในปี 2593 ซึ่งจะทำให้เกิดการ
แข่งขันด้านทรัพยากรที่ดินและแหล่งน้ำอย่างมาก หากมนุษย์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่มาจาก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยแล้วเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารทั้ง
ปัจจุบันและในอนาคต.ช

นางสาวศมนพรรณ สารสำเร็จ ม.5/2 เลขที่23

ท รั พ ย า ก ร แ ร่ แ ล ะ พ ลั ง ง า น

ส า เ ห ตุ ข อ ง ปั ญ ห า ค ว า ม เ สื่ อ ม โ ท ร ม
1 . จำ น ว น ป ร ะ ช า ก ร โ ล ก ที่ เ พิ่ ม ขึ้ น
ทำ ใ ห้ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร พ ลั ง ง า น สู ง ขึ้ น
2 . บ ริ เ ว ณ ที่ ทำ เ ห มื อ ง แ ร่ ทำ ใ ห้
ส ภ า พ ดิ น ไ ม่ อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ส ก ป ร ก
พื้ น ที่ ข รุ ข ร ะ มี ห ลุ ม บ่ อ ม า ก ม า ย จึ ง
ถู ก ป ล่ อ ย ทิ้ ง ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ไ ม่ เ ต็ ม ที่
3 . จ า ก อุ ต ส า ห ก ร ร ม ขุ ด เ จ า ะ แ ล ะ
ผ ลิ ต น้ำ มั น ปิ โ ต ร เ ลี ย ม ป ะ ป น อ อ ก สู่
อ า ก า ศ ห รื อ ป น เ ปื้ อ น อ ยู่ ใ น พื้ น ดิ น
แ ห ล่ ง น้ำ แ ล ะ น้ำ ใ ต้ ดิ น ทำ ใ ห่้ เ กิ ด
ส า ร พิ ษ จำ พ ว ก ป ร อ ท โ ร เ มี ย ม
แ ค ด เ มี ย ม

ผลกระทบจากสถานการณ์การ
เปลี่ยนแปลงทรัพยากรแร่และพลังงาน

1. การปนเปื้อนจากการทำเหมืองแร่ ทำให้สภาพดินไม่อุดมสมบูรณ์
สกปรก พื้นที่ขรุขระมีหลุมบ่อมากมายจึงถูกปล่อยทิ้งใช้ประโยชน์ไม่
เต็มที่
2.การใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดการปล่อย
สารมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม
3. ทำให่้เกิดสารพิษจำพวกปรอท โรเมียม แคดเมียม ปนออกสู่
อากาศหรือปนเปื้อนอยู่ในพื้นดิน แหล่งน้ำ และน้ำใต้ดิน

นางสาวภัทรวดี เทอดวงศ์วรกุล ม.5/2 เลขที่24
ทำเรื่องทรัพยากรแร่และพลังงาน ในประเด็นสาเหตุและผลกระทบ

เเนวทางการเเก้ไขปัญหา การอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ธาตุ
1.กำหนดแผนการใช้ทรัพยากรแร่เพื่อให้การบริหารทรัพยากรแร่เป็นไป
อย่างต่อเนื่อง
2. วางแผนการนำแร่มาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ
3.ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรแร่ให้มากที่สุดและครบวงจร รวมทั้งให้รัฐ
เข้ามามีบทบาทในการควบคุมกลไกการผลิต




แนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็น
ปัญหาของทุกคนในสังคม เพราะจะมีผลกระทบต่อทุกคนที่อยู่รวมกัน ทั้ง
เรื่องมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ หรือขยะมูลฝอย โดยมีแนวทางการแก้ไข




1) ขุดแร่มาใช้เมื่อมีโอกาสเหมาะสม
2) หาวิธีใช้แร่ให้มีประสิทธิภาพและได้ผลคุ้มค่ามากที่สุด
3) ใช้แร่อย่างประหยัด
4) ใช้วัสดุหรือสิ่งอื่นแทนสิ่งที่จะต้องทำจากแร่ธาตุ 5) นำ
ทรัพยากรแร่กลับมาใช้ใหม่ เช่น นำเศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม เอา
มาหลอมใช้ใหม่ เป็นต้น




Register Now

นางสาวศมนพรรณ สารสำเร็จ ม.5/2 เลขที่23



1)พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กับทรัพยากรแร่และ

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา พลังงาน
คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
เป็นการ ดำเนินการปรับองค์กรให้มี 2)พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560
เอกภาพ มีการกำหนดนโยบาย แผนการ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 เป็นการ
ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
การควบคุมมลพิษ การกระจายอำนาจกา นำหลักการในพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2510
รบริหาร และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และพระราชบัญญัติพิ กัดอัตราค่าภาคหลวง
ออกสู่จังหวัดและ แวดล้อม เช่น ท้องถิ่น แร่ พ.ศ. 2509 มาบัญญัติไว้ในกฎหมาย
กำหนดสิทธิและหน้าที่ของประชาชนและ ฉบับเดียว ประกาศ ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวัน
เอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสิ่ง ที่ 2 มีนาคม 2560 และให้ใช้มีผลใช้บังคับ
แวดล้อม โดยกฎหมายได้ระบุสิทธิและ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับถัด
หน้าที่ของประชาชนในการช่วยรักษา ดูแล จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ใช้
และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิทธิที่ บังคับเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560) สรุป
จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง สาระสำคัญ ของกฎหมายได้ ดังนี้ 1.
แวดล้อม โดยรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ส่งเสริม กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการกำหนดบริหาร
ให้ ประชาชนได้รับข้อมูลนั้น ๆ อย่างต่อ จัดการแร่ (มาตรา 7) เพื่อให้การบริหาร
เนื่อง จัดการแร่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
และประชาชนอย่างยั่งยืนรัฐมีหน้าที่ต้อง
คำนึงถึงดุลยภาพในการพั ฒนาเศรษฐกิจ
สังคม และผลกระทบต่อคุณภาพสิ่ง
แวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอย่าง
รอบด้าน รวมทั้งการจัดสรรผลประโยชน์
ระหว่างรัฐ ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น
ในพื้ นที่ทำเหมืองและพื้ นที่ใกล้เคียงที่ได้รับ
ผลกระทบอย่างเป็นธรรม




Click to View FlipBook Version