1
โครงงานสงิ่ ประดษิ ฐ์ และนวตั กรรม
ประจาปกี ารศึกษา 2557
เร่อื ง เครื่องแยกกรีเซอร์ลนี ออกจากนามันพืชที่ใช้แลว้
จัดทาโดย
นายคมสันต์ ซางซื่อมลู
วทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ายพั และบริหารธุรกิจ
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาเอกชน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2
บทคดั ยอ่
เนอื่ งจากคณะผจู้ ดั ทาไดเ้ ล็งเหน็ ปญั หาในด้านพลังงานเพราะมคี วามขาดแคลน ดังนั้นคณะผู้จัดทา
จงึ ไดส้ ร้างเครือ่ งแยกกรเี ซอรล์ ีนออกจากนา้ มันพชื ท่ีใชแ้ ลว้ เพื่อนาไปใช้งานอยา่ งอื่นต่อไป
โดยจุดประสงค์ของคณะผู้จัดทาได้สร้างเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนออกจากน้ามันพืชที่ ใช้แล้วโดยได้
ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระบวนการแยกกรีเซอร์ลีนและหลักการทาความเย็นมาประกอบการทา
โครงการโดยได้ทาการออกแบบโครงสรา้ งและจดั หาอปุ กรณ์มาดาเนนิ การสรา้ งตามแบบท่ีกาหนดไว้
จากการทดลองโดยการเปิดเครื่องแยกกรีเซอรล์ นี ออกจากนา้ มันพชื ท่ีใช้แล้ว เมื่อมอเตอร์ใบพัดได้
ทางานพรอ้ มกันกบั คอมเพลสเซอร์ทาความเย็นไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่ามีกรีเซอร์ลีนไปเกาะตาม
ขอบด้านข้างของ หม้อสแตนเลสท่ีมีความเย็นเน่ืองมาจากการทาความเย็นของคอมเพลสเซอร์โดย
รอบตัวหม้อสแตนเลสและตรงส่วนกลางหม้อเราก็จะได้น้ามันท่ีแยกออกจากกรี เซอร์ลีนเรียบร้อยแล้ว
ดังน้ันเราจึง สรุปได้ว่าเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนออกจากน้ามันพืชท่ีใช้แล้วนั้นสามารถทางานได้ตาม
วตั ถุประสงคท์ ี่ไดต้ ัง้ ไว้
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบพระคุณบิดามารดาที่ให้การอบรมสั่งสอนสนับสนุนการเรียนและส่งเสริมให้โครงการนี้
ประสบผลสาเรจ็ ในการทาโครงการคร้ังนี้
อน่ึง การจัดทาโครงการเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนได้สาเร็จในครั้งน้ี เนื่องจากได้รับการสอนพร้อม
คาแนะนาจาก อาจารยว์ ุฒพิ งษ์ ยอดใสย์ ซึ่งและอาจารย์ในแผนกช่างยนต์ เป็นอาจารย์ท่ีปรึกษา ซึ่งได้
สนับสนุนให้คาแนะนาดว้ ยดีเสมอมา จงึ ทาใหโ้ ครงการนี้สาเรจ็ ได้ดว้ ยดี ขอขอบคุณอีกคร้ังสาหรับเพื่อนๆ
ทไ่ี ดใ้ ห้กาลังใจและคาแนะนาทดี่ เี สมอมา
ผ้จู ดั ทาโครงการ
ลงชือ่ ......................................
(นายคมสนั ต์ ซางซือ่ มลู )
สารบัญ 3
เรือ่ ง 2
หนา้ 2
บทคัดย่อ 3
กติ ติกรรมประกาศ 5
สารบัญ 6
สารบัญตาราง
สารบญั รปู ภาพ 7
1. บทท่ี 1 บทนา
9
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา 10
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ 11
1.3 ขอบเขตของโครงการ 12
1.4 ประโยชน์และคุณค่าท่ใี ช้ในการประดิษฐ์คิดค้น 13
1.5 แผนการดาเนินงาน 14
1.6 สถานท่ีทาโครงงาน 15
1.7 งบประมาณ 16
2. บทที่ 2 ทฤษฎีท่ีเกยี่ วข้อง 17
2.1 ทฤษฎีการแยกกรเี ซอร์ลีน 18
2.2 ทฤษฎมี อเตอร์กระแสตรง
2.3 ทฤษฎีงานโลหะ 19
2.4 ทฤษฎีการเขียนแบบ 19
2.5 ทฤษฎเี ก่ยี วกับสแตนเลส 20
2.6 ทฤษฎกี ารทาความเย็น 21
2.7 ทฤษฎีเกีย่ วกบั ท่ออลูมิเนยี ม
2.8 ทฤษฎีงานเชอ่ื มไฟฟ้า
2.9 ทฤษฎกี ารทาสดี ว้ ยสเปรย์
3. บทที่ 3 ขนั้ ตอนการทาชิ้นงานโครงการ
3.1 เขยี นแบบ ออกแบบ
3.2 จดั หาวสั ดอุ ุปกรณ์
3.3 การประดิษฐช์ ้ินงาน
3.4 การเกบ็ รายละเอยี ด
สารบัญ(ตอ่ ) 4
4. บทท่ี 4 การทดลอง 22
4.1 การทดลองโดยใชน้ ้ามนั พชื จากการทอดหมู 22
4.2 การทดลองโดยใชน้ ้ามันพชื จากการทอดปลา 23
4.3 ผลการทดลอง
24
5. บทที่ 5 สรปุ ผลการดาเนินงานและข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผลตามวตั ถุประสงค์ 29
5.2 สรุปขัน้ ตอนการนาทฤษฎมี าศึกษา 29
5.3 สรุปขนั้ ตอนการดาเนินการทาโครงการ 31
5.4 ขอ้ เสนอแนะ 31
บรรณานุกรม
ประวัติผู้เขยี น หนา้
2
สารบญั ตาราง 3
15
เรอ่ื ง 17
ตารางที่ 1.1 แผนการดาเนินงาน 18
ตารางที่ 1.2 ราคาวสั ดุอุปกรณ์
ตารางท่ี 1.3 วัสดุอุปกรณ์
ตารางท่ี 4.1 การทดลองโดยใช้นา้ มันพืชจากการทอดหมู
ตารางท่ี 4.2 การทดลองโดยใชน้ า้ มันพชื จากการทอดปลา
สารบญั รปู ภาพ 5
เรื่อง หน้า
รปู ท่ี 2.1 แสดงการแยกโดยใช้สารละลายไฮดรอกไซดผ์ สมกบั นา้ มันพชื 10
รปู ท่ี 2.2 แสดงมอเตอร์ปดั น้าฝนรถยนต์ 11
รปู ที่ 2.3 เหล็กกลอ่ งจัตุรัส 11
รูปที่ 2.4 แสดงการเขยี นแบบภาพฉาย 12
รปู ท่ี 2.5 แสดงการเขยี นแบบภาพสามมิติ 13
รปู ท่ี 2.6 แสดงการเขยี นแบบภาพสเกตซ์ 13
รปู ท่ี 2.7 แสดงการเขียนแบบภาพตดั 14
รูปท่ี 2.8 แสดงการเขยี นแบบภาพชว่ ย 15
รูปที่ 2.9 แสดงถึงสแตนเลส 16
รูปที่ 2.10 แสดงถงึ คอมเพรสเซอรต์ เู้ ย็น 17
รูปท่ี 2.11 แสดงถึงท่อทองแดงขด 17
รปู ท่ี 2.12 แสดงการเช่อื มโลหะดว้ ยไฟฟ้า 18
รปู ท่ี 2.13 แสดงการทาสดี ว้ ยสเปรย์ 18
รปู ท่ี 3.1 แบบเครอ่ื งแยกกรีเซอร์ลนี 20
รปู ที่ 3.2 การประดษิ ฐช์ น้ิ งาน 20
รปู ท่ี 3.3 การเจียรอยต่อต่างๆ 21
รูปที่ 3.4 การเกบ็ รายละเอียดช้ินงาน 24
รปู ท่ี 5.1 เคร่อื งแยกกรเี ซอร์ลีน 25
รูปที่ 5.2 แสดงนา้ มนั พืชที่ไดแ้ ยกกรเี ซอรล์ ีนออก 25
รูปที่ 5.3 แสดงไขของกรีเซอร์ลนี 25
รปู ท่ี 5.4 แสดงการส่งมอบสงิ่ ประดิษฐ์ 25
รปู ท่ี 5.5 แสดงการแยกกนรเซอร์ลีนด้วยสารเคมี 26
รูปที่ 5.6 มอเตอรป์ ัดน้าฝน 26
รูปที่ 5.7 แสดงโครงสรา้ ง 26
รปู ที่ 5.8 การเขียนแบบช้นิ งาน 27
รปู ท่ี 5.9 แสดงหม้อสแตนเลส 27
รปู ท่ี 5.10 คอมเพรสเซอร์ตู้เยน็ 27
รปู ท่ี 5.11 ท่อทองแดง 28
รปู ท่ี 5.12 การเชือ่ มไฟฟา้ 28
รูปที่ 5.13 การพ่นสี 29
6
บทท่ี 1
บทนา
1.1 ความเป็นมาและสาระสาคญั ของปัญหา
เน่ืองจากประเทศไทยมีการนาพลังงานทางเลือกมาใช้ในประเทศโดยเฉพาะไบโอดีเซลซึ่งเป็น
วัตถุดิบท่ีมีการนามาใช้ประโยชน์อย่างมาก แต่ยังขาดแคลนเร่ืองวัตถุดิบที่นามาใช้ในการทาไบโอดีเซล
ซ่ึงก่อนที่จะได้ไบโอดีเซลมานั้นจะต้องมีการแยกกรีเซอร์ลีนออกมาให้หมดถึงจะสามารถนาไปผลิตไบโอ
ดเี ซลได้ โดยในปจั จุบนั มีการแยกกรีเซอรล์ นี อยูห่ นึง่ วิธี คอื การแยกกรีเซอร์ลนี ด้วยวิธีการใชส้ ารละลายไฮ
ดรอกไซด์ ซึ่งเปน็ วธิ ีที่ดีแต่มีค่าใช้จา่ ยทส่ี ูงและหาซ้ือตามท้องตลาดท่วั ไปได้ยาก
ดังนน้ั ทางคณะผู้จดั ทาไดเ้ ล็งเหน็ ปญั หาของการแยกกรเี ซอร์ลนี จงึ คิดคน้ เคร่ืองแยกกรีเซอร์ลีนโดย
ที่ไมใ่ ชส้ ารละลายไฮดรอกไซด์ แต่ใชค้ วามเยน็ ในการแยกกรีเซอร์ลีนแทน เพ่ือลดค่าใช้จ่ายในการแยกกรี
เซอรล์ นี ทีจ่ ะนาไปผลติ ไบโอดเี ซลต่อไป
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ
1.2.1 เพอื่ สร้างเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนออกจากนา้ มันปาลม์ ทใ่ี ช้แลว้
1.2.2 เพ่ือแยกกรีเซอร์รนี ออกจากนา้ มนั พืชที่ใช้แล้ว
1.2.3 เพือ่ มอบให้ คุณธดิ าพร ซางซอ่ื มลู 153/64 ต.หนองจ๊อม อ.สนั ทราย จ.เชียงใหม่ 50210
1.3 ขอบเขตของโครงการ
1.3.1 นา้ มนั ปาล์มที่ผ่านการใชโ้ ดยการทอดเทา่ นั้น
1.3.2 เคร่อื งทาความเยน็ เป็นคอมเพลสเซอร์ตู้เย็น
1.4 ประโยชนแ์ ละคุณค่าที่ใช้ในการประดษิ ฐ์คิดคน้
1.4.1 ส่งเสริมการนาวสั ดุเหลอื ใชม้ ารีไซค์เคลิ ใหม่
1.4.2 ไดว้ ัตถุดบิ ท่ีสามารถนาไปใช้พัฒนาไบโอดเี ซล
1.4.3 ได้ความรูจ้ ากการวางแผนโครงงาน
1.4.4 ไดร้ ู้หลักการทาความเยน็
1.4.5 ได้รู้กระบวนการแยกไขมัน
1.4.6 ได้รูห้ ลักการเช่อื มโลหะ
1.4.7 ได้รหู้ ลักการพ่นสี
1.4.8 ส่งเสริมการทางานเป็นทีม
1.4.9 สามารถนาไปใช้เปน็ การค้าได้
1.4.10 ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย
1.4.11 ไดฝ้ ึกฝนการกล้าแสดงออก
1.4.12 ได้ฝกึ ฝนการต้ังคาถามและการแกป้ ัญหา
1.4.13 ได้ฝกึ ฝนทักษะการใช้คอมพวิ เตอร์
1.4.14 ได้รบั ความรู้จากการสบื คน้ ขอ้ มลู จากเทคโนโลยีสารสนเทศ
7
1.4.15 สามารถนาไปต่อยอดนวัฒกรรมอื่นได้
1.5 แผนการดาเนนิ งาน
ตาราง 1.1 แผนการดาเนินงาน
การดาเนินงาน พฤศจกิ ายน ระยะเวลาปฏิบัตงิ าน มกราคม
2557 2558
ธนั วาคม
2557
123412341234
1.ศึกษาระบบงานเคร่ืองแยกกรี
เซอรล์ นี
2.จดั ทาแบบสารวจในการ
ดาเนนิ งาน
3.สารวจข้อมูลพ้ืนฐานของการ
แยกกรีเซอรล์ นี
4.ทาการจดั ทาและพัฒนา ท้งั
ชิน้ งานและเอกสาร ของงาน
5.บันทกึ ข้อมลู ของเครอื่ งแยกกรี
เซอร์ลีนทง้ั หมด
6. จกั ทาเอกสารประกอบ
โครงการ
7.สรุปผลการดาเนินงาน
1.6 สถานที่ทาโครงงาน
1.6.1 กมท่ี 4ถ.เชียงใหมแ่ ม่โจ้262หมู่6ต.หนองจ๊อม อ.สนั ทราย จ.เชียงใหม่50210
1.6.2 153/64 ต.หนองจ๊อม อ.สนั ทราย จ.เชียงใหม่ 50210
8
1.7 งบประมาณ จานวน ราคา/บาท
ตาราง 1.2 ราคาวัสดอุ ุปกรณ์ 1 เครือ่ ง 600.00
รายการ 1เสน้ 200.00
1ใบ 350.00
1. คอมแอรต์ ้เู ย็น 110 - 120 v 1ตวั 150.00
2. ท่อทองแดง 2'' 1ถัง 150.00
3. หม้อสแตนเลส 22 cm 1แผน่ 150.00
4. มอเตอร์ปัดน้าฝน 12v (Dc) 1 แผ่น 120.00
5. นา้ ยาคอมแอรต์ ู้เย็น 1 ตู้ 100.00
6. แผ่นไมอ้ ดั 4 ตารางเมตร 1 ตัว 50.00
7. แผน่ กันความรอ้ น 1 ชิน้ 30.00
8. ตู้ไฟ 220 v (Ac) 1,900.00
9. เบรกเกอร์
10. ใบพัดกวน 4" 6 น้ิว
รวม
งบประมาณทั้งหมด 1,900.00 บาท
9
บทท2่ี
ทฤษฎที ่ีเกย่ี วข้อง
ทฤษฎที ่เี กย่ี วข้อง
ในบทน้จี ะกลา่ วถงึ ทฤษฎีต่างๆ ที่นามาใช้ในการคิดค้น เพ่ือสร้างส่ิงประดิษฐ์เคร่ืองแยก
กรีเซอร์ลีนออกจากน้ามันพืชโดยมีหลักการทางาน ดังนี้ เมื่อเร่ิมเปิดสวิตช์การทางานระบบทา
ความเย็นโดยคอมเพรสเซอร์ก็เร่ิมทางานพร้อมกันกับมอเตอร์ที่หมุนใบพัด และทาการหมุนโดย
หม้อ และน้ามันโดนความเย็นจะเกิดการเกาะตัวของกรีเซอร์ลีน ณ บริเวณรอบๆผนังของหม้อ
และตรงส่วนกลางของหม้อที่ไม่โดนความเย็นจะมีสภาพเป็นน้ามันพืช หลังจากน้ันจึงทาการนา
น้ามันท่ีแยกกรีเซอร์ลีนออกมาส่วนกรีเซอร์ลีนท่ีเกาะติดอยู่กับขอบของหม้อจะถูกล้างทาความ
สะอาดไปยังด้านล่างของเคร่ือง โดยทางคณะผู้จัดทาได้นาหลักการและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้องมา
ทาการศึกษา ดังนี้
1. ทฤษฎีการแยกกรเี ซอร์ลนี
2. ทฤษฎมี อเตอร์กระแสตรง
3. ทฤษฎงี านโลหะ
4. ทฤษฎกี ารเขยี นแบบ
5. ทฤษฎีเก่ียวกบั สแตนเลส
6. ทฤษฎีการทาความเย็น
7. ทฤษฎเี กี่ยวกบั ทอ่ ทองแดง
8. ทฤษฎีงานเชอ่ื มไฟฟา้
9. ทฤษฎกี ารทาสีดว้ ยสเปรย์
2.1ทฤษฎีการแยกกรเี ซอรล์ นี
โครงการช้ินนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อแยกกรีเซอร์ลีนออกจากน้ามันพืชท่ีใช้แล้ว โดย
การศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแยกกรีเซอร์ลีนเพ่ือนามาประกอบการทาโครงการได้
แบ่งออกเปน็ 2 หัวขอ้ หลกั ดังต่อไปน้ี
2.1.1 การแยกด้วยสารเคมีเป็นการนาเอาสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ใช้ผสมกับนา
มันพืชจะเกดิ ปฏกิ ริ ิยาทางเคมเี พอ่ื ใช้เพื่อแยกกรีเซอร์ลีนออกจจากน้ามันพชื ทใี่ ชแ้ ล้ว
10
รูปท่ี 2.1 แสดงการแยกโดยใชส้ ารละลายโซเดียมไฮดรอกไซดผ์ สมกับนา้ มันพืช
2.1.2 การแยกด้วยความเย็นเป็นการแยกกรีเซอร์ลีนโดยใช้ความเย็นในการทาให้น้ามัน
พืชแยกกรีเซอร์ลีนออกมาเป็นการแยกที่คิดค้นขึ้นมาใหม่โดยใช้หลักการทาความเย็นทาให้กรี
เซอร์ลนี แข็งตัวจากการโดนความเยน็
2.2 ทฤษฎีมอเตอร์กระแสตรง
ทางคณะผจู้ ัดทาไดน้ ามอเตอร์กระแสตรงมาใช้ในการหมุนใบพัดเพื่อใช้ในการกวนน้ามัน
พืช และได้ศึกษาทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง ดังต่อไปน้ี มอเตอร์คือเครื่องกลไฟฟ้าท่ีทาหน้าที่เปล่ียน
พลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลในรูปของการหมุนเคล่ือนท่ี นาไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์
ไฟฟา้ เครอ่ื งมือไฟฟา้ และเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้ามากมาย ประมาณ 80-90%
แม่เหล็ก (Magnet) ได้ช่ือว่าเป็นหินนาทาง (Leading Stone) มีความสามารถดูดเหล็ก
ได้ เม่ือนามาห้อยแขวนด้วยเชอื ก แทง่ แม่เหล็กสามารถหมุนได้อย่งอิสระ แต่จะช้ีไปในทิศทางเดิม
ตลอดเวลา โดยช้ีไปในแนวสนามแม่เหล็กโลก ตามขั้วสนามแม่เหล็กที่มี 2 ข้ัวคือ ข้ัวเหนือ
(North Pole) หรือข้ัว N และข้ัวใต้ (South Pole) หรือ ขั้ว S เกิดข้ึนท่ีปลายแต่ละด้านของแท่ง
แม่เหล็ก ลักษณะแท่งแม่เหล็กชี้ไปในทิศสนามแม่เหล็กโลกข้ัวแม่เหล็กแต่ละขั้วมีสนามแม่เหล็ก
(Magnetic Field) เกิดข้ึน ความเข้มของสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นมาที่ปลายข้ัวทั้ง
สอง สนามแม่เหล็กแผ่ออกรอบข้ัวแม่เหล็ก ว่ิงเคลื่อนท่ีประสานกันระหว่างขั้วแม่เหล็กทั้ง
สอง การเคลื่อนท่ีของสนามแม่เหล็กจะเคลื่อนท่ีจากขั้วเหนือ (N) ไปหาข้ัวใต้ (S) เสมอการ
เคล่อื นทดี่ ังกล่าวทาให้เกิดเสน้ แรงแม่เหล็ก (Magnetic Line of Force) ขึ้นมา รอบแท่งแม่เหล็ก
เส้นแรงแม่เหล็กและสนามแมเ่ หล็ก
11
รปู ที่ 2.2 แสดงมอเตอร์ปัดน้าฝนรถยนต์
2.3 ทฤษฎงี านโลหะ
ทางคณะผู้จัดทาได้นาเหล็กมาขึ้นโครงเป็นโครงหลักเพื่อใช้ทาเคร่ืองแยกกรีเซอร์ลีน
และได้ศึกษาทฤษฎที ่เี ก่ียวข้อง ดงั ต่อไปน้ี
2.3.1 เหล็กกล่อง (Steel Tube) หรือ เหล็กแป๊บ จัดอยู่ในประเภท เหล็ก
รูปพรรณ เหล็กที่มีรูปร่างแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อการใช้งาน โดยมีจุดประสงค์หลักคือการ
เพ่ิมคุณสมบัติของหน้าตัด เพ่ือรับแรงต้านทานการเสียรูปขณะใช้งานได้ดีข้ึน ใช้เป็นเหล็กใน
โครงสร้างหลักหรือโครงสรา้ งอน่ื ๆ เช่น โครงหลงั คาเหล็ก คานเหลก็
2.3.2 เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน หรือเหล็กแป๊บแบน (Rectangular Steel
Tube) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวงแบบสี่เหล่ียมผืนผ้า มีความยาว 6,000
มิลลิเมตร/เสน้ เหล็กแป๊บแบน มีลักษณะเป็นท่อสี่เหล่ียมผืนผ้า ผิวเรียบไม่หยาบ ขนาด
ความยาวต้องวัดได้หน่วยมิลลิเมตรผิดพลาดไม่เกิน 2% ขนาดต้องเท่ากันทุกเส้น เหล็ก
กล่องสี่เหลี่ยมแบน เหมาะสาหรับงานก่อสร้างสร้างท่ัวไปที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง
เช่น เสา,น่ังร้าน,ประตู เป็นต้น สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในงานท่ัวไป ทดแทนการใช้ไม้
คอนกรตี และเหล็กรปู พรรณชนดิ อน่ื ๆ น้าหนักเบา และมีคุณสมบตั ิทแ่ี ขง็ แรงทนทาน
รูปที่ 2.3 แสดงโลหะ
12
2.4 ทฤษฎีการเขยี นแบบ
ทางคณะผู้จัดทาได้ออกแบบและเขียนแบบโครงสร้างของเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนโดยใช้
วิธีการเขยี นแบบเบือ้ งต้น และได้ศกึ ษาทฤษฎที ีเ่ กยี่ วข้อง ดังต่อไปน้ี
2.4.1 ภาพฉาย (ORTHOGRAPHIC DRAWING)
ในงานช่างอุตสาหกรรมจะนาแบบงานไปเป็นแบบที่ใช้สาหรับสร้างช้ินส่วน
เคร่ืองจักรกลหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะต้องเป็นแบบท่ีเขียนได้ง่าย มีรายละเอียดของแบบงานครบถ้วน
สมบูรณ์ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถนาไปปฏิบัติตามแบบได้อย่างถูกต้อง แบบงานท่ีนิยมจะเขียน
เปน็ แบบภาพฉาย เพราะสามารถแสดงรายละเอียดตา่ งๆ เชน่ รูปร่าง ผิวงาน และกาหนดขนาดท่ชี ัดเจน
รปู ที่ 2.4 แสดงการเขยี นแบบภาพฉาย
2.4.2 ภาพสามมิติ (PICTORIAL VIEW)
การเขียนแบบงานบางคร้ังนอกจากเขียนแบบเป็นภาพฉายแล้ว อาจต้องเขียน
ภาพช้ินงานเป็นสามมิติด้วยเพราะภาพสามมิติสามารถแสดงให้เห็นพ้ืนผิวของช้ินงานได้ครบทั้งสามมิติใน
ภาพเดียวกัน คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง ซึ่งมีลักษณะรูปร่างใกล้เคียงกับงานจริงทาให้เข้าใจ
ในแบบงานง่ายข้ึน
13
รูปที่ 2.5 แสดงการเขยี นแบบภาพสามมติ ิ
2.4.3 การเขยี นภาพสเกตซ์
การสเกตซ์ภาพเป็นการเขียนภาพโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือเขียนแบบ เพียงแต่ใช้
ดินสอเขียนบนกระดาษด้วยมือ ผู้เขียนส่วนมากจะเขียนเป็นภาพสเกตซ์ก่อน เพ่ือนามาพิจารณาหา
ข้อบกพร่องและรายละเอียดต่างๆ แล้วจึงนาภาพนั้นไปเขียนแบบให้ถูกต้อง โดยใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์
ในการเขยี นแบบ
รปู ท่ี 2.6 แสดงการเขยี นแบบภาพสเกตซ์
14
2.4.4 การเขียนแบบภาพตดั
ในการเขยี นแบบภาพตัด บางครั้งจะพบกับงานท่ีมีลักษณะซับซอ้ นอยู่มาก ไม่
สามารถอา่ นภาพและเขยี นแบบได้ โดยเฉพาะภาพทม่ี ีเสน้ ประจานวนมาก ดังน้ันเพ่ือให้การมองภาพ
ภายในไดอ้ ยา่ งชัดเจนและทาความเข้าใจกบั แบบงานได้งา่ ยยง่ิ ขนึ้ จงึ เขียนภาพที่สามารถแสดงรายละเอยี ด
ภายในได้อย่างชดั เจนและทาความเข้าใจกับแบบงานได้ง่ายยงิ่ ขึ้น จึงเขยี นภาพท่ีสามารถแสดงรายละเอียด
ภายในไดอ้ ย่างชดั เจน
รูปที่ 2.7 แสดงการเขียนแบบภาพตัด
2.4.5 การเขยี นภาพช่วย
ในการเขยี นแบบทัว่ ไปของชนิ้ งาน บางช้ินพ้ืนผิวอาจจะไดฉ้ าก บางช้นิ อาจจะ
อยู่ในแนวระนาบ และบางช้นิ อาจจะเอยี งทาทุม ดังนนั้ เพื่อใหก้ ารเขยี นแบบเข้าใจง่ายยง่ิ ข้ึนและให้ได้
ขนาดตามความเปน็ จริง ผ้เู ขยี นควรนาหลักการเขยี นแบบภาพชว่ ย มาใช้ในการเขยี นแบบ ซ่ึงวธิ กี ารเขยี น
จะใช้วธิ ีการหาขนาดจริงของพื้นผวิ เรยี บ สามารถกระทาได้โดยมองให้สายตาตง้ั ฉากกบั ผิวเอยี งนน้ั
15
รปู ที่ 2.8 แสดงการเขยี นแบบภาพช่วย
2.5 ทฤษฎีเกยี่ วกบั สแตนเลส
ทางคณะผจู้ ดั ทาได้ทาการนาเอาหมอ้ แสแตนเลสมาใช้เป็นท่บี รรจุน้ามันท่ีจะนาไปใช้แยก
กรเี ซอรล์ นี และไดศ้ ึกษาทฤษฎที ่เี กีย่ วข้อง ดงั ต่อไปน้ี เหล็กกล้าไรส้ นิม หรือ สเตนเลส (Stainless steel)
น้ัน ในทางโลหกรรมถือว่าเป็นโลหะผสมเหล็ก ที่มีโครเมียมอย่างน้อยที่สุด 10.5% เน่ืองจากโลหะผสม
ดงั กลา่ วไม่เป็นสนมิ ทีม่ ีสาเหตจุ ากการทาปฏกิ ริ ิยากนั ระหวา่ ง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียมในเนื้อสเตน
เลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ทาหน้าที่ปกป้องการเกิดความเสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเลสได้เป็น
อย่างดี ปกป้องการกัดกร่อน และไม่ชารุดหรือสึกกร่อนง่ายอย่างโลหะทั่วไป สาหรับในสหรัฐอเมริกาและ
ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบิน นิยมเรียกโลหะน้ีว่า corrosion resistant
steel เมอื่ ไมไ่ ด้ระบุชัดว่าเป็นโลหะผสมชนิดใด และคุณภาพระดับใด แต่ในท้องตลาดเราสามารถพบเห็น
สเตนเลสเกรด 18-8 มากท่ีสุด ซึ่งเป็นการระบุถึง ธาตุที่เจือลงในในเนื้อเหล็กคือ โครเมียมและนิ
เกิล ตามลาดับ สแตนเลสประเภทนี้จัดเป็น Commercial Grade คือมีใช้ทั่วไปหาซ้ือได้ง่าย มักใช้ทา
เครื่องใช้ทวั่ ไป ซึ่งเราสามารถจาแนกประเภทของสเตนเลสได้จากเลขรหัสที่กาหนดขึ้นตามมาตรฐาน AISI
เชน่ 304 304L 316 316L เปน็ ต้น ซ่งึ ส่วนผสมจะเป็นตัวกาหนดเกรดของสเตนเลส ซึ่งมีความต้องการใน
การใช้งานทแี่ ตกต่างกนั ออกไป สเตนเลสกับการเกดิ สนิม ปกติ Stainless steel จะไมเ่ ป็นสนิมเพราะท่ีผิว
ของมันจะมีฟิล์มโครเมียมออกไซด์ บางๆเคลือบผิวอยู่อันเนื่องมาจากการทาปฏิกิริยากันระหว่าง Cr ใน
Stainless steel กับ ออกซิเจนในอากาศ การทาให้ Stainless steel เป็นสนิมคือการถูกทาลายฟิล์ม
โครเมียมออกไซด์ ที่เคลือบผิวออกไปในสภาวะที่ Stainless steel สามารถเกิดสนิมได้ ก่อนที่ฟิล์ม
โครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเช่น ถ้าสเตนเลสถูกทาให้เกิดรอยขีดข่วน แล้วบริเวณรอยน้ัน มี
ความชื้น ซึ่งสามารถทาให้เกิดปฏิกิริยากับธาตุเหล็กก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมา ก็จะเป็น
สาเหตใุ ห้เกดิ สนมิ ขึน้ ได้
16
รูปที่ 2.9 แสดงถงึ สแตนเลส
2.6 ทฤษฎีการทาความเย็น
ทางคณะผู้จัดทาได้นาเอาคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นมาใช้ในการทาความเย็นให้แก่หม้อ สแตร
เลส และได้ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปน้ี ระบบทาความเย็นส่วนมากใช้ในการปรับอากาศเพื่อ
ควบคุมอุณหภูมิความช้ืน การไหลเวียนคุณภาพ และความสะอาดของอากาศ รวมถึงการควบคุมเสียง
รบกวน เพื่อใหเ้ กดิ ความสบายและเป็นผลดตี ่อสขุ ภาพของผู้ที่ต้องทางานในพ้ืนท่ีน้ันๆ นอกจากนี้ระบบทา
ความเย็นยังเข้ามามีความสาคัญในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งที่
ตอ้ งการความเยน็ สาหรับเกบ็ รักษาอาหาร ให้มีความสดเปน็ เวลานานการทางานของระบบทาความเย็นจะ
ใชพ้ ลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก จากการสารวจพบว่า ระบบปรับอากาศท่ีใช้ในอาคารขนาดใหญ่ จะใช้พลังงาน
ไฟฟ้ามากกว่าคร่ึงหนึ่งของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เช่น โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น และในส่วนของ
ภาคอุตสาหกรรมน้ัน ก็มีการใช้ระบบทาความเย็นในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่นกันการจะสร้างระบบทา
ความเย็นได้นั้นต้องอาศัยหลักการ 2 อย่าง คือ การเดือดกลายเป็นไอของของเหลว และการถ่ายเทความ
รอ้ นออกจากไอของของเหลว ซง่ึ ของเหลวท่รี ับความร้อนแล้วเดือดกลายเป็นไอ และถ่ายเทความร้อนออก
จากไอให้กลายเป็นของเหลว ของเหลวกลุ่มนี้เรียกว่าสารทาความเย็น (Refrigerant) สารทาความเย็นได้
ถูกพัฒนาข้นึ มาเปน็ ลาดบั ในปจั จบุ นั มหี ลายชนิดให้เลอื กใชต้ ามความเหมาะสม
2.6.1 วัฏจักรของระบบทาความเยน็
ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายได้แก่ ระบบการทาความเย็นแบบกดดันไอหรือแบบ
อัดไอ (Vapor Compression Refrigeration Unit) และระบบการทาความเย็นแบบดูดซึม (Absorption
Refrigeration Unit) ในท่ีน้ีจะกล่าวถึงระบบการทาความเย็นแบบกดดันไอหรือแบบอัดไอ (Vapor
Compression Refrigeration Unit)
ระบบการอัดไอโดยท่ัวไปใช่หลักการอัดไอสารทาความเย็นให้มีอุณหภูมิและ
ความดันสูง กอ่ นถ่ายโอนความรอ้ นออก เพอื่ ให้เกิดการกล่ันตัวแล้วลดความดันให้สารทาความเย็นเปลี่ยน
สถานะอีกครั้งแล้วใช้คอมเพรสเซอร์อัดเพ่ือป้อนงานให้กับระบบสาหรับกระบวนการและการนาไปใช้งาน
กับระบบเครื่องปรับอากาศ โดยการนาสารทาความเย็นอุณหภูมิต่าไปรับความร้อนออกมาจากพ้ืนท่ีที่
17
ต้องการทาความเย็น สารทาความเย็นท่ีใช่กันมาก ได้แก่ อากาศ, น้า, แอมโมเนีย, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์,
คารบ์ อนไดออกไซด์ และเมทลิ คอลไรด์
รูปที่ 2.10 แสดงถึงคอมเพรสเซอร์ต้เู ยน็
2.7 ทฤษฎเี กย่ี วกับทอ่ อลมู เิ นียม
ทางคณะผู้จัดทาได้นาเอาท่อทองแดงขดมาทาการพันรอบหม้อเพ่ือทาความเย็นให้แก่
หมอ้ และได้ศกึ ษาทฤษฎีทเี่ ก่ียวข้อง ดังต่อไปน้ี การถลุงทองแดงจากแร่ ข้ันแรกคือการแยกแร่ท่ีต้องการ
ออกจากส่งิ เจอื ปนหรือ กากแร่ อาจใช้วธิ กี ารลอยตัว โดยนาแร่ท่ีบดละเอียดแล้วผสมเข้ากับน้า น้ามันและ
สารซกั ล้างในถังผสม จากนั้นกวนและผ่านอากาศเข้าไปในของเหลวที่อยู่ในถังผสมตลอดเวลา เพ่ือทาให้มี
ฟองเกิดข้ึน ซึ่งเป็นผลให้ฟองอากาศ และน้ามันไปเกาะอยู่กับอนุภาคของแร่และลอยตัวอยู่ด้านบน ส่วน
กากแร่จะจมลงอยู่ด้านล่าง เม่ือตักฟองท่ีลอยอยู่ด้านบนออกและทาให้แห้ง จะได้ผลแร่ท่ีมีปริมาณ
ทองแดงเพิ่มข้ึนประมาณร้อยละ 15 โดยมวล ขั้นต่อไปน้าแร่มาเผาในอากาศ เรียกกระบวนการนี้ว่า การ
ยา่ งแร่ ไอร์ออน(II)ซัลเฟตบางสว่ นจะถกู ออกซิไดส์เปน็ ไอร์ออน(II)ออกไซด์
รปู ท่ี 2.11 แสดงถงึ ท่อทองแดงขด
18
2.8 ทฤษฎงี านเชื่อมไฟฟา้
ทางคณะผู้จัดทาได้นาเอาหลักการเช่ือมโลหะมาทาเป็นโรงสร้างของเคร่ืองแยกกรีเซอร์
ลีน และได้ศกึ ษาทฤษฎที เ่ี ก่ียวข้อง ดงั ตอ่ ไปนี้ งามเชื่อมไฟฟ้านิยมใช้กันมากในงานเช่ือมโลหะ ซึ่งจะใช้
ความร้อนท่ีเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างปลายอิเลคโตรดกับช้ินงานในการหลอมเหลวโลหะ โดยท่ี
วงจรไฟฟ้าประกอบด้วย แหล่งจ่ายไฟ, สายไฟ, ตัวจับอิเลคโตร, จุดต่อกับชิ้นงาน, ช้ินงานและอิเลค
โตร โดยที่ปลายของสายไฟด้านหนึ่งต่อกับช้ินงาน อีกด้านหน่ึงต่อกับหัวต่ออิเลคโตรด ในการที่มีการ
เชื่อมเกิดข้ึนจะมีความร้อนเกิดข้ึนท่ีปลายของอิเลคโตรดและผิวของชิ้นงาน ซ่ึงโลหะเม็ดเล็กๆ ท่ีปลาย
ของอเิ ลคโตรด จะหลอมเหลว และไหลไปยังบอ่ หลอมโลหะที่หลอมเหลวในชน้ิ งาน ซึง่ อุณหภูมิที่สูงที่สุด
ของการเชื่อมดงั กลา่ วมคี า่ ประมาณ 5000 องศาเซลเซยี ส
รปู ที่ 2.12 แสดงการเชื่อมโลหะดว้ ยไฟฟ้า
2.9 ทฤษฎกี ารทาสดี ้วยสเปรย์
ทางคณะผู้จดั ทาได้ทาการนาเอาหลกั การทาสีมาใชใ้ นการสรา้ งเครื่องแยกกรีเซอร์ลีนเพื่อ
ทาให้โครงการมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และได้ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังน้ีAIRLESS SPRAY เป็น
กระบวนการทาให้สีแตกเป็นละอองขนาดเล็ก atomizationโดยไม่ใช้ แรงของอากาศอัดความ
ดนั (compressed air) หมายความว่าสีที่แตกออกเปน็ ละอองนั้นจะไม่มีเม็ดอากาศปนอยู่ แต่จะเป็นเนื้อสี
ล้วนๆ โดยสีจะถูกสูบด้วยความดันสูงผ่านสายพ่นไปยังปืนพ่น airless ท่ีมีรูเปิดขนาดเล็ก สีจะถูกดันออก
ผา่ นรูเปิดน้นั ทีเ่ รียกว่า spray tip ซงึ่ อยดู่ า้ นหน้า วาลว์ และจะถกู ขนาดของรูเปดิ ดงั กลา่ วบังคับให้สีถูกพ่น
ออกมาเป็นละออง โดยท่ัวไปการแตกยอ่ ยสลายของสารพน่ ชนิดใดกต็ ามจะถูกเรยี กวา่ atomization
รปู ท่ี 2.13 แสดงการทาสีด้วยสเปรย์
19
บทท3ี่
ขันตอนการทาชินงานโครงงาน
การประดิษฐ์เครือ่ งแยกรเี ซอร์ลนี ออกจากนา้ มันพชื ท่ีใชแ้ ลว้ ทางคณะผจู้ ดั ทาไดแ้ บ่งขั้นตอนใน
การทาช้ินงานออกเปน็ 4 ข้ันตอนดังน้ี
1. เขยี นแบบ ออกแบบ
2. จัดหาวัสดอุ ุปกรณ์
3. ทาการประดิษฐช์ นิ้ งาน
4. เกบ็ รายละเอียด
3.1 เขียนแบบ ออกแบบ
โครงการชิ้นนไี้ ด้ออกแบบและเขียนแบบ เครื่องแยกกรีเซอรล์ นี โดยคานึงถงึ องศาการกวน
น้ามนั และความกวา้ งขอเคร่ืองแยกกรเี ซอร์ลีน
รูปท่ี 3.1 แบบเครอื่ งแยกกรีเซอรล์ ีน
3.2 จัดหาวัสดุอปุ กรณ์
การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ได้ไปสอบถามราคาอุปกรณ์ของแต่ละที่เพ่ือสืบหาร้านจาหน่ายอุปกรณ์
และงานโลหะมรี าคาถกู เพอื่ ประหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย เม่อื ทราบท่จี าหนา่ ยอุปกรณ์ จึงเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ท่ีจะ
นามาทาเครอื่ งแยกกรีเซอร์ลนี ให้ครบตามกาหนด ดงั ตารางท่ี 3.1
20
ตารางท่ี 3.1 ราคาวัสดอุ ปุ กรณ์ จานวน ราคา/บาท
รายการ 1 ตวั 600.00
1เสน้ 200.00
1. คอมแอร์ตู้เย็น 110 - 120 v 1ใบ 350.00
2. ท่อทองแดง 2'' 1ตวั 150.00
3. หม้อสแตนเลส 22 cm 1ถงั 150.00
4. มอเตอร์ปัดน้าฝน 12v (Dc) 1แผ่น 150.00
5. นา้ ยาคอมแอรต์ ู้เย็น 1 แผน่ 120.00
6. แผ่นไม้อดั 4 ตารางเมตร 1 ตู้ 100.00
7. แผน่ กันความร้อน 1 ตวั 50.00
8. ต้ไู ฟ 220 v (Ac) 1 ชน้ิ 30.00
9. เบรกเกอร์ 1,900.00
10. ใบพัดกวน 4" 6 นวิ้
รวม
3.3 การประดษิ ฐ์ชนิ งาน
นาแบบทไี่ ดน้ ้ันไปทางานท่ีได้เตรยี มไวต้ ามขนาดท่ีเขียนไว้ โดยมีวธิ กี ารทาตาม รูปท่ี 3.2 และ
รูปที่ 3.3
รูปที่ 3.2 การประดิษฐช์ น้ิ งาน
21
รปู ที่ 3.3 การเจยี รอยต่อต่างๆ
3.4 การเก็บรายละเอียด
การทางานทกุ อยา่ งต้องมีการเกบ็ รายละเอียดต่างๆ การทาเครื่องแยกกรเี ซอรล์ ีนกต็ ้องมกี รเกบ็
รายละเอยี ดต่างๆ เชน่ การเจียหรือขดั ช้นิ งาน การทาสปี กปิดรอยเชื่อม เพื่อให้ดสู วยงาม ตามรปู ที่
3.4
รูปที่ 3.4 การเกบ็ รายละเอียดชน้ิ งาน คือการพน่ สี
22
บทท่ี 4
การทดลอง
เคร่อื งแยกกรีเซอรล์ ีนออกจากน้ามนั พืชที่ใช้แลว้ มีจดุ ประสงค์ เพ่ือแยกกรีเซอร์ลนี ออกจากก
น้ามนั พืชท่ีใช้แล้ว ดังน้ันจงึ ไดอ้ อกแบบการทดลอง 2 การทดลอง ดงั นี้
1. การทดลองโดยใชน้ ้ามนั พืชจากการทอดเนื้อหมู
2. การทดลองโดยใช้น้ามันพืชจากการทอดปลา
3. ผลการทดลอง
4.1 การทดลองโดยใช้นามันพชื จากการทอดหมู
โดยนาน้ามันทอดหมูมาจากร้านค้าจานวน 5 ร้าน โดยเน้นในเรื่องของการแยกน้ามันพืชท่ีใช้
แล้วเก็บไว้ในอปุ กรณ์ หรือภาชนะทมี่ กี ารปิดมดิ ชิดไมม่ ีสิ่งปนเปอื้ น หรอื สิ่งปฏิกูลมาปนอยู่ในน้ามัน เช่น
นา้ หรอื ของเหลวอน่ื ๆ ทไี่ มใ่ ชน้ า้ มันพชื โดยผลการทดลอง แสดงไวต้ ารางที่ 4.1
ตารางที่ 4.1 การทดลองโดยใชน้ ามนั พชื จากการทอดหมู
ขวดท่ี เวลากวน อณุ หภมู ิ ผล
(ลิตร)
(0.3ลิตร) (นาท)ี (เซลเซียส) 0.1
0.2
1 30 7 0.2
0.1
2 30 7 0.1
0.7
3 30 7
4 30 7
5 30 7
รวม
4.2 การทดลองโดยใชน้ ามันพชื จากการทอดปลา
โดยนาน้ามันจากการทอดปลามาจากร้านค้าจานวน 5 ร้านโดยเน้นในเรื่องของการแยกน้ามัน
พืชท่ใี ช้แลว้ เกบ็ ไวใ้ นอกุ รณ์ หรือภาชนะทมี่ ีการปดิ มดิ ชิดไม่มีสิ่งปนเปื้อน หรือส่ิงปติกรมาปนอยู่ในน้ามัน
เช่น นา้ หรอื ของเหลวอ่นื ๆ ทไ่ี มใ่ ช้นา้ มนั พชื โดยผลการทดลอง แสดงไวต้ ารางท่ี 4.2
ตารางที่ 4.2การทดลองโดยใชน้ ้ามันพชื จากการทอดปลา
ขวดที่ เวลากวน อุณหภมู ิ ผล
(ลติ ร)
(0.3 ลติ ร) (นาท)ี (เซลเซยี ส) 0.2
0.1
1 30 6 0.2
0.2
2 30 6 0.2
3 30 6
4 30 6
5 30 6
23
4.3 ผลการทดลอง
1. การแยกน้ามนั พืชจากการทอดหมูออกจากกรเี ซอร์ลนี ได้นา้ มนั นอ้ ยกวา่ คือ 0.7 ลิตร
2. การแยกน้ามนั พืชจากการทอดปลาออกจากกรเี ซอรล์ นี ได้นา้ มนั มากกว่าคือ 0.9 ลติ ร
24
บทท่ี 5
สรุปผลการดาเนินงานและขอ้ เสนอแนะ
สรุปผลการทดลอง
โครงการชิ้นน้ีได้แยกการสรุปผลออกเปน็ 4 ส่วนใหญๆ่ ดงั น้ี
1. สรปุ ผลตามวัตถปุ ระสงค์
2. สรปุ ข้ันตอนการนาทฤษฎีมาศึกษา
3. สรุปข้นั ตอนการดาเนินการทาโครงการ
4. สรปุ ผลการทดลอง
5.1สรุปผลตามวัตถปุ ระสงค์
เคร่ืองแยกกรเี ซอรล์ ีนมวี ัตถุประสงค์ในการประดษิ ฐช์ น้ิ งาน ทั้งหมด 2 ขอ้
5.1.1 เพ่อื สร้างเครื่องแยกกรีเซอรล์ ีน
5.1.2 เพ่อื แยกน้ามันออกจากกรีเซอรล์ ีน
5.1.3 เพื่อมอบให้ อู่เจริญศรีออโต้ 153/64 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
50210
5.1.1เพอ่ื สร้างเครอื่ งแยกกรเี ซอร์ลีน
จากการท่ีทางคณะผู้จัดทาได้คิดริเริ่มดาเนินการสร้างเคร่ืองแยกกรีเซอร์ลีน สรุปได้ว่า
สามารถสรา้ ง
เคร่ืองแยกกรเี ซอรล์ ีนได้จรงิ ตามรปู ภาพที่ 5.1
รูปท่ี 5.1 เครือ่ งแยกกรเี ซอร์ลนี
5.1.2 เพื่อแยกนามันออกจากกรีเซอร์ลีน
25
จากการใช้ความเย็นและเครื่องคนเพ่ือแยกภาชนะ สรุปไดว้ ่า เครือ่ งแยกกรเี ซอรล์ ีนสามารถแยก
น้ามันออกจากกรเี ซอร์ลนี ไดจ้ ริง ตามรูปภาพท่ี 5.2 และ 5.3
รูปท่ี 5.2 แสดงน้ามันพืชทไี่ ดแ้ ยกกรีเซอรล์ นี ออก
รปู ที่ 5.3 แสดงไขของกรเี ซอร์ลีน
5.1.3 เพ่ือสง่ มอบให้อู่เจริญศรีออโต้
ทางผ้จู ดั ทาได้ทาการสง่ มอบส่ิงประดษิ ฐ์ เคร่ืองแยกกรีเซอรล์ นี ใหก้ บั ทาง คุณธดิ าพร ซางซ่ือ
มลู ในวนั ท่ี 30 มกราคม 2558 แสดงในรูปท่ี 5.4
รปู ท่ี 5.4 แสดงการสง่ มอบสงิ่ ประดิษฐ์
5.2 สรุปขันตอนการนาทฤษฎมี าศึกษา
26
5.2.1ทฤษฎีการแยกกรเี ซอรล์ ีน ได้นามาศึกษากอ่ นมาทาโครงงานจริง
รูปท่ี 5.5 แสดงการแยกกรเี ซอรล์ ีนด้วยสารเคมี
5.2.2 ทฤษฎีมอเตอรก์ ระแสตรง โครงการชิน้ นไ้ี ดน้ ามอเตอรม์ าขบั หมุนใบกวน ดังน้นั จึง
สรปุ ไดว้ ่าโครงการช้นิ นี้ไดน้ ามอเตอร์มาใชง้ านจริง
รปู ท่ี 5.6 มอเตอรป์ ัดน้าฝน
5.2.3ทฤษฎีงานโลหะโครงการชนิ นีโครงสรา้ ง โดยสว่ นใหญ่ทามาจากเหลก็ ดงั นั้น จึงสรปุ ได้
วา่ โครงงานชิ้นนี้ไดน้ าเหล็กมาใชง้ านจริง
รปู ที่ 5.7 แสดงโครงสร้าง
5.2.4 ทฤษฎกี ารเขียนแบบ โครงการชิน้ นี้ จาเป็นต้องมีการเขียนแบบในการออกแบบโครงการ
ดงั นน้ั จงึ สรปุ ได้ว่า ได้นาเอาทฤษฎกี ารเขียนแบบมาใชง้ านจรงิ
27
รปู ที่ 5.8 การเขยี นแบบช้ินงาน
5.2.5ทฤษฎเี กีย่ วกบั สแตนเลส โครงการชน้ิ นี้ มกี ารนาเอาหม้อสแตนเลสมาเปน็ ภาชนะ ดงั นน้ั
จงึ สรุปไดว้ า่ โครงการช้นิ น้ีได้นาเอาทฤษฎเี กีย่ วกับสแตนเลสมาใช้จรงิ
รปู ท่ี 5.9 แสดงหม้อสแตนเลส
5.2.6ทฤษฎกี ารทาความเยน็ โครงการช้ินน้ี มกี ารนาเอาคอมเพรสเซอรต์ ้เู ยน็ มาทาการแยกไข
ดงั นนั้ จงึ สรปุ ไดว้ า่ ได้นาเอาทฤษฎีการทาความเยน็ มาใช้จริง
รูปท่ี 5.10 คอมเพลสเซอร์ตูเ้ ย็น
28
5.2.7ทฤษฎเี กยี่ วกับท่ออลมู ิเนียม โครงการช้ินน้ี มกี ารนาเอาท่อทองแดงมาทาการพันรอบ
หมอ้ สแตนเลสเพ่ือทาความเย็น ดงั นัน้ จงึ สรุปได้วา่ ได้นาเอาทฤษฎจี ากทอ่ อลูมิเนยี มมาใชจ้ ริง
รูปท่ี 5.11 ท่อทองแดง
5.2.8 ทฤษฎงี านเช่ือมไฟฟ้า โครงการช้นิ นี้ มกี ารใช้การเชอ่ื มไฟฟ้ามาเชอ่ื มโครงสรา้ งของ
เคร่อื งแยกกรเี ซอรล์ ีน ดงั น้ัน จึงสรุปไดว้ ่า ได้นาทฤษฎงี านเช่อื มไฟฟ้ามาใช้จรงิ
รูปที่ 5.12 การเช่ือมไฟฟ้า
29
5.2.9 ทฤษฎกี ารทาสดี ้วยสเปรย์ โครงการชิน้ น้ี มีการใช้สสี เปรยม์ าพน่ เพ่ือเกบ็ รายละเอียด
โครงการเคร่ืองแยกกรีเซอรล์ ีน ดงั น้ัน จงึ สรุปได้วา่ ไดน้ าเอาทฤษฎกี ารทาสีดว้ ยสเปรย์มาใช้จริง
รปู ที่ 5.13 การพน่ สี
5.3 สรปุ ขันตอนการดาเนนิ การทาโครงการ
จากแผนการดาเนินการจนถึงขน้ั ตอนการผลิตทางคณะผจู้ ดั ทาได้ดาเนนิ การตามแผนและสร้าง
ช้ินงานไดต้ ามแบบที่กาหนดไว้ ดงั นน้ั จงึ สรปุ ได้ว่ากระบวนการดาเนนิ การเปน็ ไปตามเปา้ หมายที่กาหนด
5.3.1 สรุปผลการทดลอง ทางคณะผจู้ ดั ทาไดท้ าการทดลอง ในการทอดหมูและทอดปลา ซง่ึ นามาสรุป
ได้เปน็ หัวข้อใหญ่ ดงั น้ี
1. จากน้ามันพืชที่ทอดหมู 5 ขวด(0.3 ลิตร)ที่อุณหภูมิ 7 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 30
นาที ไดป้ รมิ าณน้ามนั จานวน 0.7 ลติ ร
2. จากน้ามันพืชที่ทอดปลา 5 ขวด(0.3 ลิตร)ท่ีอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 45
นาที ได้ปริมาณน้ามัน 0.9 ลิตร
5.4 ข้อเสนอแนะ
จากการที่คณะผูจ้ ัดทาได้ดาเนินการสร้างเคร่ืองแยกกรเี ซอร์ลนี ไดพ้ บทั้งปัญหาและอปุ สรรค
ข้อดีและข้อเสีย จงึ นามาเปน็ ข้อเสนอแนะแก่ผูท้ ่ีสนใจดังหัวขอ้ ต่อไปน้ี
5.4.1 การจดั หาวัสดุอปุ กรณ์ ทางคณะผจู้ ัดทามีข้อเสนอแนะดงั นี้ คือ
1. ควรจะสอบถามสถานท่ีตง้ั ร้านคา้ ให้แน่นอน เพราะจะช่วยลดค่านา้ มนั
30
2. ควรจะรวบรวมรายการซ้อื ของเพ่ือไปซ้ือคร้งั เดียว
3. วัสดุไหนท่สี ามารถนามาใชใ้ หม่ไดก้ ็ควรนามาใช้ เพ่ือประหยดั งบประมาณ
5.4.2 การเลือกเพอ่ื นรว่ มงาน ทางคณะผู้จดั ทามีขอ้ เสนอแนะดังนี้ คือ
1. ควรเลือกเพื่อนร่วมงานท่ีมีเวลาว่างในการมาทาโครงการ
2. ควรเลอื กเพื่อนร่วมงานที่ขยนั
3. ควรเลือกเพื่อนร่วมงานที่ไม่เอาเปรยี บ
4. ควรเลือกเพ่ือนร่วมงานที่สามารถช่วยในเรอื่ งงบประมาณรายจ่ายได้
5.4.3 การเลือกสถานทใ่ี นการปฏบิ ัติงาน ทางคณะผจู้ ดั ทามขี ้อเสนอแนะดังน้ี คือ
1. ควรเลือกสถานท่ีที่มอี ุปกรณค์ รบครัน เช่นสถานศึกษาทีศ่ กึ ษาอยู่
2. ควรเลอื กสถานท่ที ่ีไม่ไกลจากเคหะสถานมากนัก เพอ่ื ความปลอดภยั แกต่ นเอง
3. สถานที่ควรเป็นที่ที่ไวใ้ จได้ไม่เส่ียงอนั ตรายในรปู แบบต่างๆ
5.4.4 การศึกษาและวางแผนกอ่ นทาโครงการ ทางคณะผูจ้ ัดทามีข้อเสนอแนะดงั น้ี
1. ควรศึกษาข้อมูลการทาโครงการก่อนทจ่ี ะเรมิ่ ปฏิบัติงานจรงิ
2. ควรปรึกษาที่ปรึกษาก่อนเร่ิมทาโครงการ
31
บรรณานุกรม
ฉวีวรรณ รมยานนท์ . (2541). เขียนแบบเทคนิค1. กรงุ เทพมหานคร : ซเี อด็ ยูเคชั่น
ประภาส เกตุไทย . (2545). งานเชอ่ื มโลหะ1. กรงุ เทพมหานคร : สกายบุ๊กส์
ประสานพงษ์ หาเรอื นชีพ . (2541). งานไฟฟา้ รถยนต์. กรงุ เทพมหานคร : ซเี อ็ดยเู คช่นั
สวัสดิ์ บญุ เถ่ือน . (2540). งานปรบั อากาศรถยนต.์ กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยเู คช่นั
Web site : http://keytometals.com/page.aspx?ID=SteelProperties&LN=TH ทฤษฎีงานโลหะ
(สบื คน้ เม่ือวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557)
Web site : http://km.sukhothaitc.ac.th/files/10101910105625_1010200002455.pdf ทฤษฎี
งานเช่อื มไฟฟา้ (สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 15 พฤศจิกายน 2557)
Web site : http://teacher.skw.ac.th/sommai/drawing1.html ทฤษฎเี ขยี นแบบ (สบื คน้ เมื่อวนั ที่
15 พฤศจกิ ายน 2557)
Web site : http://www.gundamsite7.com/forums/index.php?showtopic=3565 ทฤษฎีการทา
สดี ้วยสเปรย์ (สบื ค้นเมอื่ วนั ท่ี 16 พฤศจกิ ายน 2557)
Web site : http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Chem%28M.S.%29/Natamon_D.pdf ทฤษฎกี าร
แยกกรเี ซอรล์ ีน (สืบค้นเมอ่ื วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557)
Web site : http://202.129.59.73/tn/motor10-52/motor1.htm ทฤษฎีมอเตอร์กระแสตรง (สืบคน้
เมือ่ วนั ท่ี 17 พฤศจกิ ายน 2557)
Web site : http://rms.technictrang.ac.th/files/1920300058471_13071914145534.pdf ทฤษฎี
เกย่ี วกบั สแตนเลส (สบื คน้ เม่อื วันท่ี 18 พฤศจิกายน 2557)
Web site :
http://www2.dede.go.th/bhrd/old/web_display/websemple/Industrial%28PDF%29/Bay29
%20Refrigeration.pdf ทฤษฎกี ารทาความเยน็ (สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 18 พฤศจิกายน 2557)
Web site : http://www.material.chula.ac.th/RADIO44/DECEMBER/radio12-2.htm ทฤษฎี
เกีย่ วกับท่อทองแดง (สืบคน้ เม่อื วันที่ 19 พฤศจิกายน 2557)
32
ภาคผนวก
33
รูปภาพ การเชื่อมช้นิ งาน
รปู ภาพ การเจาะรเู พ่ือใส่มอเตอร์ปัดน้าฝน
34
รปู ภาพ การลบรอยชน้ิ งาน
รูปภาพ การประกอบมอเตอรป์ ดั นา้ ฝน
35
รปู ภาพ การใสแ่ ผ่นไม้อัด
รปู ภาพ การประกอบใบพัด
36
รปู ภาพ การนาเสนอโครงการ
รปู ภาพ การนาเสนอ
37
เครือ่ งมอื ในการทดลอง
จดุ แขง็ ตัว (solidifying point) คอื อุณหภมู ิทที่ าให้น้ามันเร่ิมแข็งตวั กลายเปน็ ของแข็ง ซึ่ง
อุณหภมู ินมี้ ักตา่ กว่าจุดหลอมเหลว 2-3°C โดยมชี ว่ งการแขง็ ตัวเป็นชว่ งกว้างเช่นเดียวกับจดุ หลอมเหลว
ดงั นน้ั อณุ หภูมิที่จะทาใหน้ ้ามันถ่ัวเหลอื งเกดิ ไขไดต้ ้องตา่ กวา่ -8°C สาหรับนา้ มันปาล์มทีไ่ ด้จากเมลด็
ปาลม์ (palm kernel oil) อณุ หภมู ทิ ี่ทาใหเ้ กดิ ไขต้องตา่ กวา่ 24°C และอุณหภูมทิ ่ที าให้น้ามันปาลม์ เกดิ
ไขต้องต่ากว่า 27°C
ตารางท่ี 1 การทดลองโดยใช้อุณหภมู ิเป็นเกณฑ์ การทดลอง ในเวลา 5 นาที
อุณหภูมิท่ี ปริมาณนามันปาล์ม ปรมิ าณนามนั ปาลม์ และกรีเซอรีน
oC (ลติ ร)
20oC 2 นามันปาล์ม (ลติ ร) กรีเซอรีน (ลติ ร)
15oC 2
10oC 2
5oC 2
0oC 2
-5oC 2
จากตารางการทดลองท่ี 1 เพ่ือหาค่าอุณหภูมิท่ีนา้ มันปาลม์ จบั ตวั เป็นไขมากทีส่ ดุ
ตารางที่ 2 การทดลองโดยใช้เวลาเป็นเกณฑ์ การทดลอง ในอุณหภูมิทีน่ ามันปาลม์ จับตวั เปน็ ไขมาก
ท่ีสุด
เวลา ปรมิ าณนามนั ปาล์ม ปริมาณนามนั ปาล์ม และกรเี ซอรีน
(นาท)ี (ลิตร) นามนั ปาล์ม (ลิตร) กรีเซอรีน (ลติ ร)
52
15 2
25 2
35 2
45 2
60 2
จากตารางการทดลองที่ 2 เพื่อหาเวลาทนี่ า้ มนั ปาล์มจับตวั เป็นไขและแยกตัวจากนา้ มันปาลม์
38
นาย คมสันต์ ซางซ่ือมลู รูปภาพของ
คณุ
รายละเอียดสว่ นตัว : 7/1 หมู่ 7 ต.ป่าซาง อ.แมจ่ ัน จ.เชียงราย 57110
ทอ่ี ยู่ : 084-3028857
เบอร์โทรศพั ท์ : khomsan,[email protected]
อีเมล์ : 05/04/2528
วนั เกิด : ไทย
สัญชาติ : พทุ ธ
ศาสนา
สว่ นสูง : 171 ซม.
นา้ หนกั : 65 กโิ ลกรัม
สถานภาพการสมรส : สมรส
การศึกษา
ระดับปรญิ ญาตรี : คณะครุศาสตร์เคร่ืองกล สาขา วศิ วกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ตาก
ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสูง: คณะเครื่องกล สาขา เทคนิคยานยนต์ วทิ ยาลัยเทคนิคเชยี งราย
ระดบั มธั ยมปลาย : โรงเรยี นแมจ่ ันวิทยาคม เกรดเฉลี่ย
ประสบการณ์
21/11/2551 – ปัจจบุ นั อาจารย์ ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยพี ายพั และบรหิ ารธุรกิจ
- ทาแผนการสอนและสอนรายวชิ า งานเครอ่ื งลา่ ง และงานส่งกาลังรถยนต์
รายวชิ างานเคร่อื งยนตด์ ีเซล
- ติดตามและวางแผนการเรียนใหน้ ักศึกษาในทปี่ รึกษา
- งานวชิ าการแผนกช่างยนต์ งานซอ่ มบารุงภายในแผนก ซ่อมบารุงรักษาระบบ
ปมั๊ น้าและซ่อมบารงุ รถโรงเรียน
11/05/2551 – 11/11/2551 หัวหนา้ งานและการขนส่ง ท่ี คงิ ส์มาเบลิ แอนด์แกรนด์นติ
- รับเรอ่ื ง มอบหมายงาน ตรวจเชค็ ซอ่ ม เคร่ืองขัดหนิ เคร่ืองตัดหนิ แกรนด์นิต
- สรุปพฤตกิ รรมการใช้รถขนส่งของคนขบั รถ โดย กล่องดา (GPS)
การฝกึ อบรม 39
2557 ไดฝ้ ึกอบรมเรอื่ ง ครูมืออาชีพ กับ อาชีพครู ที่ วิทยาลยั เทคโนโลยี
พายพั และบรหิ ารธุรกิจ
2555 ไดฝ้ ึกอบรมเรือ่ ง อบรมโครงการThinking&Living Positive ที่
วทิ ยาลยั เทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกจิ
2555 ได้ฝึกอบรมเรอ่ื ง อบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครู
โรงเรยี นเอกชน ท่ี วิทยาลัยเทคโนโลยหี มูบ่ ้านครูภาคเหนอื
2554 ได้ฝกึ อบรมเรื่อง อบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารการทาชดุ การเรียนรู้ ท่ี วิทยาลัย
เทคโนโลยีพายพั และบริหารธุรกจิ
2554 ไดฝ้ กึ อบรมเรื่อง อบรมการจัด Class maanaggement ที่ วทิ ยาลยั
เทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ
2554 ได้ฝึกอบรมเรื่อง การอบรมเรอื่ งหลกั สูตรฐานสมรรถนะ กลมุ่ ท่ี 1 ที่
โรงแรมเชยี งใหมภ่ ูคา
2554 ไดฝ้ ึกอบรมเรอ่ื ง การอบรมเรอ่ื งงานวจิ ัยในช้ันเรยี น ท่ี วทิ ยาลยั
เทคโนโลยีพายพั และบรหิ ารธุรกิจ
2554 ไดฝ้ กึ อบรมเร่ือง การอบรมเรอ่ื งการประกนั คุณภาพภายใน
สถานศกึ ษา ท่ี วทิ ยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ
2554 ได้ฝึกอบรมเรอ่ื ง การพัฒนาคณุ ภาพเทคนิคการสอนและการผลติ สอื่
นวตั กรรมครูโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ท่ี โรงแรมเชียงใหม่ภคู า
2554 ไดฝ้ ึกอบรมเรอ่ื ง ฝึกอบรมความรวู้ ิชาชพี ครตู ามมาตรฐานวชิ าชีพ
มาตรฐานท่ี 9 ที่ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
2553 ไดฝ้ ึกอบรมเร่ือง ฝึกอบรมความร้วู ิชาชีพครตู ามมาตรฐานวชิ าชีพ
มาตรฐานที่ 7 ท่ี มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
2550 ได้ฝกึ อบรมเรอื่ ง ฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู ท่ี มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก
2548 ได้ฝึกอบรมเรอ่ื ง ฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ชา่ งยนต์ ที่ อู่ ช.การช่าง