ใบความรู้
เรอื่ ง ประโยคซบั ซอ้ น
ประโยค คอื ถ้อยคาทมี่ เี นื้อความสมบรู ณ์ เช่น ดนิ สอหัก , ดินสอสแี ดงหกั , แมวกนิ ข้าวบูด
ประกอบดว้ ย
ภาคประธาน ภาคแสดง
(ประธาน /ขยายประธาน) (เริม่ ต้ังแต่กรยิ าเปน็ ต้นไป)
1. ดินสอ (ประธาน) หกั (กรยิ า)
2. ดินสอ (ประธาน) สีแดง (ขยายประธาน) หัก (กริยา)
3. แมว กิน (กรยิ า) ขา้ ว (กรรม) บูด (ขยายกรรม)
ประโยค แบง่ เปน็ 3 ชนิด คือ ประโยคความเดียว ประโยคความซ้อน ประโยคความรวม
การสือ่ ในชีวติ ประจาวันอาจใช้ประโยคหลายชนดิ หรอื ขยายความประโยคแต่ละชนิดเพื่อใหเ้ กดิ ความชดั เจน
ประโยคการขยายความนเ้ี รยี กว่า ประโยคซบั ซอ้ น
1. ประโยคความเดยี ว (ประโยคสามัญ) มีใจความเดียว
เช่น ฝนตก แมไ่ ปตลาด พ่อร้องเพลง พวกเราเดนิ ทางไปยุโรป
มีการขยายทีภ่ าคประธานหรอื ภาคแสดงจะกลายเปน็ ประโยคความเดียวท่ซี ับซ้อน
เช่น มา้ สขี าวกินหญ้า
ภาคประธาน = มา้ สีขาว
ขยายประธาน = สีขาว
ภาคแสดง = กนิ หญา้
แมข่ องเพ่ือนของน้องฉันซอ้ื บ้านหลงั ใหม่
ภาคประธาน = แม่ของเพ่ือนของน้อง
ขยายประธาน = ของเพอื่ นของน้อง
ภาคแสดง = ซื้อบา้ นหลงั ใหม่
พอ่ี ่านหนงั สือพิมพ์ก่อนไปโรงเรยี น
ภาคประธาน = พี่
ภาคแสดง = อา่ นหนงั สือพิมพ์ก่อนไปโรงเรยี น
บทขยายกรยิ า = หนังสอื พิมพ์กอ่ นไปโรงเรยี น
1 ภาษาไทย By Kru Poona
2.ประโยคความซอ้ น
มี 2 ประโยคที่ซ้อนกนั อยู่ในประโยค
1. ประโยคหลกั
2. ประโยคย่อย (อนุประโยค)
1) นามานปุ ระโยค
2) คุณานปุ ระโยค
3) วเิ ศษณานุประโยค
1) นามานปุ ระโยค ประโยคย่อยทาหนา้ ทเี่ สมือน นาม/นามวลี ในตาแหนง่ ประธาน/กรรม/สว่ นเติมเตม็
จะมีคาเชื่อมไดแ้ ก่ ท่ี , ทว่ี า่ , ว่า , ให้ , เป็น , แหง่ , คอื , ของ นาหนา้ เช่น
ทเ่ี ธอบอกฉนั น้ันเปน็ ความจรงิ
เธอบอกฉนั = ประโยคย่อย ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ ประธาน
**ถา้ สังเกต “ทเี่ ธอบอกฉันนั้น/เป็น/ความจรงิ ”
เขาปลกู ต้นไมเ้ ป็นงานอดเิ รก (เขาปลูกต้นไม/้ เป็น/งานอดเิ รก)
เขาปลกู ตน้ ไม้ = ประโยคย่อย ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ ประธาน
งานอดเิ รก = สว่ นเตมิ เตม็
ชาวนาไดย้ ินมาวา่ ปีนี้นา้ จะมาก (ชาวนาไดย้ ินมา/ว่า/ปีนี้น้าจะมาก)
ปีนี้น้าจะมาก = ประโยคย่อย ทาหน้าทเี่ ป็นส่วนเติมเต็ม
2) คุณานุประโยค ประโยคย่อยทาหนา้ ที่ขยาย นาม/สรรพนาม โดยมี ผู้ , ท่ี , ซง่ึ , อัน ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ ประธาน
ในประโยคยอ่ ย เชน่
นักเรยี นทอ่ี ่านหนังสอื เล่มน้สี อบติดทุกคน
นกั เรยี นสอบตดิ ทุกคน = ประโยคหลกั
ทอี่ า่ นหนังสือเลม่ นี้ = ประโยคย่อย ทาหน้าท่ขี ยายนาม นักเรยี น
ท่ี = ทาหนา้ ทีเ่ ปน็ ประธานในประโยคย่อย ประธานในที่นีค้ ือ “นกั เรียน”
เธอได้รบั รางวัลซ่ึงทกุ คนอยากได้
เธอไดร้ ับรางวัล = ประโยคหลกั
ซง่ึ ทุกคนอยากได้ = ประโยคย่อย ทาหนา้ ที่ขยายนาม รางวลั
ซง่ึ = ทาหนา้ ทีเ่ ปน็ ประธานในประโยคยอ่ ย = รางวัล
วชิ าภาษาไทยทคี่ รปู นู าสอนสนกุ มาก
วชิ าภาษาไทยสนกุ มาก = ประโยคหลัก
ทค่ี รูปูนาสอน = ประโยคย่อย ทาหนา้ ทีข่ ยายนาม วิชาภาษาไทย
ที่ = ทาหน้าท่เี ปน็ ประธานในประโยคยอ่ ย = วิชาภาษาไทย
*** เจอ ผู้ , ท่ี , ซง่ึ , อัน จะเจอประโยคย่อย
2 ภาษาไทย By Kru Poona
3) วเิ ศษณานุประโยค ประโยคยอ่ ยทาหนา้ ที่อย่าง คาวเิ ศษณว์ ลี ขยาย กริยาวลี เช่น
นาข้าวเสียหายเพราะฝนตกหนัก บอกสถานที่ = บ่น ล่าง ใต้
นาข้าวเสียหาย = ประโยคหลกั บอกเวลา = สาย บ่าย
ฝนตกหนกั = ประโยคยอ่ ย ทาหน้าท่ีขยายกริยา(เสียหาย) บอกจานวน = มาก น้อย
เขามาถึงงานเมื่อทุกคนกลบั หมดแลว้
เขามาถึงงาน = ประโยคหลัก
ทกุ คนกลบั หมดแล้ว ประโยคยอ่ ย ทาหนา้ ที่ขยายกรยิ า(มาถงึ )
***สังเกต เมื่อ , เพราะ , จน , เพอ่ื
ประโยคความซ้อนที่ซับซ้อน ประโยคความซ้อนที่มปี ระโยคย่อยเปน็ ประโยคความเดยี วทซ่ี ับซอ้ น
ประโยคซ้อนหรือประโยคความรวมกไ็ ด้
1. ประโยคความซอ้ นที่มีส่วนย่อยเป็นประโยคความเดียวที่ซับซ้อน เช่น
นักเรยี นกาลังเข้าแถวอยกู่ ลางสนามท่เี พิง่ สร้างเสรจ็ เรียบร้อยเมอ่ื สปั ดาห์ท่ีแลว้
ประโยคความเดยี วท่ีซบั ซอ้ น นกั เรยี นกาลังเข้าแถวอยู่กลางสนาม = ประโยคหลกั คุณานุประโยค
ท(ี่ สนาม)เพิ่งสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อสปั ดาห์ทแี่ ลว้ = ประโยคย่อย
2. ประโยคความซ้อนท่ีมีส่วนย่อยเป็นประโยคความรวม เช่น
เขาเห็นรถที่กาลงั วิ่งและเรอื กาลงั แล่น
เขาเหน็ รถ = ประโยคหลกั
ประโยคความรวม ที่(รถ)กาลงั วิ่งและเรือกาลงั แลน่ = ประโยคย่อย
รถกาลังวิ่ง ประโยคความเดียว
เรือกาลงั แล่น
3. ประโยคความซอ้ นท่ีมีส่วนย่อยเปน็ ประโยคความซ้อน เช่น
พอ่ แม่ทางานหนักเพ่ือให้ลูกมีอนาคตสดใสอนั จะนาความปราบปล้มื มาสู่ครอบครวั
พอ่ แม่ทางานหนกั เพอื่ ให้ลกู มีอนาคตสดใส อนั (ลกู ) จะนาความปราบปล้มื มาสคู่ รอบครวั
คุณานปุ ระโยค
ประโยคความซ้อน 1 = พ่อแม่ทางานหนักเพื่อใหล้ กู มอี นาคตสดใส (วิเศษณานุประโยค)
พอ่ แมท่ างานหนัก = ประโยคหลัก
ลูกมอี นาคตสดใส = ประโยคยอ่ ย ทาหนา้ ท่ีขยายกรยิ า(ทางาน)
ประโยคความซ้อน 2 = ลกู มีอนาคตสดใสอนั จะนาความปราบปลื้มมาสู่ครอบครวั (คุณานุประโยค)
ลูกมีอนาคตสดใส = ประโยคหลกั
อนั (ลูก)จะนาความปราบปลื้มมาสู่ครอบครวั = ประโยคยอ่ ย
3 ภาษาไทย By Kru Poona
และ และก็ แต่ จงึ หรอื
3.ประโยคความรวม พอ...ก็ กวา่ ...ก็ เพราะ...จึง เปน็ ต้น
ประโยคความเดียวตงั้ แต่ 2 ประโยคข้ึนไปมารวมกัน โดยมี สันธาน เปน็ ตัวเชอ่ื ม
มีกรยิ ามากกว่า 1 ตวั
บางครั้งอาจละสันธานในการเชอื่ มประโยค
มี 4 ประเภท
ประโยคความรวมแบบคล้อยตามกนั = พ่ีจะไปเทีย่ วทะเลและน้องกจ็ ะไปดว้ ย
ประโยคความรวมแบบขัดแย้งกัน = แดงชอบร้องเพลงแต่ดาชอบเตน้ รา
ประโยคความรวมแบบเหตุผล = คณุ พ่อไม่สบายบอ่ ย ๆ พวกเราจงึ ต้องพาไปหาหมอ
ประโยคความรวมแบบเลอื กอยา่ งใดอย่างหน่ึง = คณุ จะไปเรยี นต่อโทปีน้ีหรอื ปีหน้า
ประโยคความรวมที่ซับซ้อน ประโยคความรวมที่มีส่วนย่อยเปน็ ประโยคความรวมหรือส่วนย่อยเป็น
ประโยคความซ้อน
1. ประโยคความรวมที่ซับซ้อน ทีม่ ี ส่วนย่อยเปน็ ประโยคความรวมด้วยกัน
1) ลุงและป้ากินขา้ วแตล่ ูกและหลานดโู ทรทัศน์
ประโยคความรวม = ลงุ และป้ากนิ ขา้ ว
ลุงกินขา้ ว ประโยคความเดียว
ป้ากินข้าว
คาเชื่อม = แต่
ประโยคความรวม = ลูกและหลานดโู ทรทศั น์
ลกู ดโู ทรทัศน์ ประโยคความเดียว
หลานดูโทรทัศน์
2) พอ่ จะให้น้องเรยี นหนงั สอื และเลน่ กฬี าด้วยหรอื จะใหน้ ้องเรียนหนงั สอื แตไ่ ม่เลน่ กีฬา
ประโยคความรวม = พ่อจะใหน้ อ้ งเรยี นหนงั สือและเลน่ กีฬาดว้ ย
พอ่ จะใหน้ ้องเรียนหนงั สือ ประโยคความเดยี ว
พ่อให้น้องเลน่ กีฬา
คาเชอ่ื ม = หรอื
ประโยคความรวม = พอ่ จะใหน้ ้องเรยี นหนงั สอื แตไ่ ม่เลน่ กีฬา
พอ่ จะใหน้ ้องเรียนหนังสอื ประโยคความเดยี ว
พอ่ ไมใ่ หน้ ้องเลน่ กีฬา
3) เธอเปน็ คนซื่อสัตย์ทัง้ ยงั ทางานบ้านดอี ีกดว้ ยเพราะฉะนั้นลูกและสามจี ึงมีความสุข
ประโยคความรวม = เธอเป็นคนซ่อื สัตย์ทั้งยงั ทางานบ้านดีอกี ด้วย
เธอเปน็ คนซื่อสัตย์ ประโยคความเดียว
เธอทางานบา้ นดี
คาเชอ่ื ม = เพราะฉะนนั้ ...จึง
ประโยคความรวม = ลกู และสามีมีความสขุ
ลูกมีความสุข ประโยคความเดยี ว
สามีมคี วามสขุ
4 ภาษาไทย By Kru Poona
2. ประโยความรวมทซี่ ับซ้อน ท่ีมี ส่วนยอ่ ยเปน็ ประโยคความซ้อน
1) ประวีณาซง่ึ เป็นนักเรียนไดร้ ับรางวัลเยาวชนดีเดน่ ส่วนสุนิสาซ่ึงเป็นประธานนักเรยี นได้รับ
รางวัลคนดีศรีภมู ิ
ประโยคความซ้อน (คุณานปุ ระโยค = ประโยคยอ่ ยทาหน้าทขี่ ยายนาม)
ประวีณาซง่ึ เปน็ นักเรียนได้รับรางวลั เยาวชนดเี ด่น (คุณานุประโยค)
ประวณี าไดร้ ับรางวัลเยาวชนดีเด่น (ประโยคหลกั )
ประวณี าเปน็ นกั เรียน (ประโยคย่อย)
***(“ซง่ึ ”ทาหนา้ ท่ีแทนคานามในประโยคย่อย=ประวีณา)
คาเชอ่ื ม = สว่ น
ประโยคความซ้อน (คุณานุประโยค)
สุนิสาซง่ึ เปน็ ประธานนกั เรยี นไดร้ ับรางวัลคนดศี รภี ูมิ
สุนิสาได้รบั รางวัลคนดศี รภี ูมิ (ประโยคหลัก)
สุนสิ าเป็นประธานนกั เรยี น (ประโยคย่อย)
***(“ซง่ึ ”ทาหนา้ ที่แทนคานามในประโยคย่อย=สุนสิ า)
2) เดก็ ๆ ชอบให้คุณตาเล่านทิ าน แต่คณุ ยายชอบใหเ้ ดก็ ๆ อ่านหนงั สอื
ประโยคความซ้อน (วเิ ศษณานุประโยค = ประโยคยอ่ ยทาหนา้ ที่ขยายกรยิ า)
เด็ก ๆ ชอบให้คุณตาเล่านทิ าน
เดก็ ๆ ชอบ (ประโยคหลกั )
คณุ ตาเลา่ นิทาน (ประโยคย่อย)
***(ให้ = ทาหนา้ ที่เป็นคาเชือ่ ม)
คาเช่อื ม = แต่
ประโยคความซ้อน (วเิ ศษณานปุ ระโยค = ประโยคยอ่ ยทาหน้าทข่ี ยายกรยิ า)
คุณยายชอบให้เดก็ ๆ อา่ นหนังสอื
คุณยายชอบ (ประโยคหลกั )
เด็ก ๆ อ่านหนงั สือ (ประโยคย่อย)
***(ให้ = ทาหน้าทเ่ี ปน็ คาเช่อื ม)
3) เขาแขง่ ขนั วิง่ 100 เมตร ไดร้ ับรางวลั ชนะเลิศส่วนเธอแข่งขันว่ายนา้ กไ็ ดร้ ับรางวลั
เหรยี ญทอง
ประโยคความซ้อน = เขาแข่งขันวงิ่ 100 เมตร ได้รบั รางวัลชนะเลศิ
เขาไดร้ ับรางวลั ชนะเลศิ (ประโยคหลัก) วเิ ศษณานปุ ระโยค
เขาแข่งขันวิ่ง 100 เมตร (ประโยคยอ่ ย)
คาเชอ่ื ม = สว่ น…ก็
ประโยคความซ้อน = เธอแข่งขนั ว่ายนา้ ก็ไดร้ ับรางวัลเหรยี ญทอง
เธอไดร้ บั รางวัลเหรียญทอง (ประโยคหลกั ) วเิ ศษณานปุ ระโยค
เธอแขง่ ขันวา่ ยนา้ (ประโยคย่อย)
5 ภาษาไทย By Kru Poona
4) เธออว้ นจนเดนิ ไมไ่ หวเพราะฉะนนั้ เธอจงึ ควรลดนา้ หนักเพราะอาจมีปญั หาสขุ ภาพ
ประโยคความซ้อน = เธออว้ นจนเดินไม่ไหว
เธออ้วน (ประโยคหลัก) วิเศษณานปุ ระโยค
เธอเดินไม่ไหว (ประโยคย่อย)
คาเชือ่ ม = เพราะฉะนั้น...จึง
ประโยคความซ้อน = เธอควรลดนา้ หนกั เพราะอาจมปี ญั หาสุขภาพ
เธอควรลดนา้ หนกั (ประโยคหลัก) วิเศษณานปุ ระโยค
เธออาจมปี ัญหาสุขภาพ (ประโยคยอ่ ย)
3. ประโยความรวมทซี่ ับซ้อน ท่ีมี ส่วนย่อยเป็นประโยคซับซ้อน
1) สว่ นย่อยเป็นประโยคความเดียวรวมกับความประโยคความรวม เช่น
จา๋ ไปทะเลแต่พ่อจะไปเชียงใหม่และแมก่ จ็ ะไปด้วย
ประโยคความเดียว = จา๋ ไปทะเล
คาเชื่อม = แต่
ประโยคความรวม = พอ่ จะไปเชียงใหม่และแมก่ จ็ ะไปด้วย
พอ่ จะไปเชยี งใหม่
แม่จะไปเชียงใหม่
2) สว่ นย่อยเป็นประโยคความเดียวรวมกบั ประโยคความซ้อน เช่น
ทโ่ี รงเรียนบางมูลนากมดี นตรีในวนั อาทิตย์ ดงั นนั้ เม่ือเขามเี วลาวา่ งเขามักพาลกู ไปฟงั ดนตรี
ประโยคความเดียว = ทโ่ี รงเรียนบางมูลนากมดี นตรีในวนั อาทิตย์
คาเชอ่ื ม = ดงั นัน้
ประโยคความซ้อน = เมือ่ เขามเี วลาว่างเขามักพาลกู ไปฟงั ดนตรี
เขามักพาลูกไปฟังดนตรี (ประโยคหลัก) วเิ ศษณานปุ ระโยค
เขามีเวลาว่าง (ประโยคย่อย)
6 ภาษาไทย By Kru Poona
ทบทวนชวนคิด...
ประโยคต่อไปน้เี ป็นประโยคชนดิ ใด ให้นกั เรยี นชว่ ยกันให้เหตุผลพร้อมแยกประโยคออกมาให้ชดั เจน
1. พ่อไปทางานสว่ นแม่ไปทาผม
2. นา้ หวานตงั้ ใจเรยี นมาก
3. ทีค่ ุณน้าพูดไมเ่ ป็นความจริง
4. ตาลรอเพื่อนจนกระทงั้ โรงเรียนเลิก
5. ดอกไมท้ ี่อยใู่ นแจกันสวยมากจรงิ ๆ
6. ปาลติ าเป็นนกั เรยี นที่นา่ รักที่สุดในหอ้ ง
7. พอฟา้ ร้องสกั พกั ฝนหา่ ใหญ่ก็ตกลงมา
8. เจา้ หญิงแหง่ วงการบันเทงิ ผูน้ ่าสงสารเสยี ชีวิตแลว้
9. คนทไ่ี ม่ใชแ่ ฟนทาแทนทกุ เรื่องไม่ได้
10. วชิ ยั เป็นนักเรยี นพดู มาก
11. เขามาถึงบา้ นเมื่อฉันหลบั สนิท
12. เพราะเธอปากจัดจึงไม่มใี ครอยากคบค้าสมาคมดว้ ย
13. ฉันเห็นโอปอกนิ ไอศกรมี ทห่ี า้ งสรรพสนิ ค้าเม่ือวานน้ีตอนเย็น ๆ
14. “ลลิ ิตตะเลงพ่าย” มคี ุณค่าทางดา้ นวรรณศลิ ปห์ ลายประการ
15. นงลักษณ์ซึ่งเปน็ ผจู้ ดั การบริษัทได้รบั รางวลั สตรีดเี ด่น
16. เสอื้ ที่ดาวสวมอยสู่ วยมาก
17. ลกั ษณ์ไม่ชอบใหใ้ ครมาว่าครูของเธอ
18. คุณพ่อทางานหามรุง่ หามคา่ เพ่ืออนาคตของครอบครวั
19. สุพจนน์ อนตัวสัน่ เพราะกลวั เสียงฟ้ารอ้ ง
20. คณุ แม่ทางานหนักจนลม้ ปว่ ย
21. หลาน ๆ ฟงั คณุ ตาเล่านิทานแต่คุณยายฟังเพลงลกู ทุง่ ทางวิทยุ
22. แจ๋วเป็นคนดี ฉะนน้ั เพ่ือน ๆ และพ่ี ๆ จงึ รักเธอ
23. เขามาหาเธอแต่เธอไม่อยู่ดังน้ันเขาจึงรอเธอจนกระท่งั เธอกลับมา
24. เด็ก ๆ หวั เราะขณะฟงั เขาเล่าเร่อื งตลกทพี่ วกเขาไมเ่ คยฟงั มากอ่ น
25. การอ่านมไิ ด้เปน็ เครื่องมือในการแสวงหาความรูเ้ ท่านน้ั แต่ ยงั เปน็ เครื่องมือสบื ทอดทางวัฒนธรรมของคนรนุ่ ต่อ ๆ
ไปอีกด้วย
26. ดุจดาวรับประทานอาหารรสจัดแต่ฉันชอบรับประทานผลไม้รสเปรย้ี วดังนน้ั ดุจดาวจึงปวดทอ้ งบ่อย ๆ แตฉ่ ัน
ทอ้ งเสียเป็นประจา
27. แดงจะเลือกประชาธปิ ไตยทีน่ ักการเมืองทจุ ริตคอรร์ ัปช่ันหรอื เลอื กเผดจ็ การทผ่ี ้นู ามคี ณุ ธรรมประจาใจ
7 ภาษาไทย By Kru Poona