The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิวัฒนาการของกรุงรัตนโกสินทร์ รัชการที่ 7 - 8

ม.3.1



คำนำ

รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ท23102 ภาษาไทย6 โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านต่างๆของประเทศไทยในรัชสมัยของ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท
มหดิ ล พระอฐั มรามาธิบดินทร ตลอดจนพระราชประวัตแิ ละพระราชกรณียกจิ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นได้ฝึก
คน้ ควา้ ขอ้ มูลและศกึ ษาอย่างเขา้ ใจเพื่อเปน็ ประโยชน์ในการเรยี น

ท้งั น้ีทางคณะผ้จู ัดทำหวงั เปน็ อยา่ งย่ิงว่ารายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ท่ีได้มาศึกษา
เปน็ อยา่ งดี และทางคณะผจู้ ดั ทำขอขอบคณุ ผทู้ มี่ ีสว่ นชว่ ยให้รายงานเลม่ นสี้ ำเร็จมา ณ โอกาสนด้ี ว้ ย

คณะผจู้ ดั ทำ
23 ธนั วาคม 2563

สารบญั ข

คำนำ หน้า
สารบัญ ก
บทที่ 1 พัฒนาการของกรงุ รัตนโกสินทรใ์ นรชั กาลที่ 7 ข
1
พระราชประวัติ 1
ดา้ นการปกครอง 1
ดา้ นเศรษฐกิจ 8
ด้านการคมนาคม 9
ด้านการศกึ ษา 10
ดา้ นศาสนาและวัฒนธรรม 10
ด้านสือ่ สารมวลชน 10
ดา้ นสาธารณสขุ 11
ดา้ นสัมพันธไมตรกี บั ต่างประเทศ 13
ดา้ นสถาปัตยกรรม 13
บทที่ 2 พัฒนาการของกรุงรัตนโกสินทรใ์ นรชั กาลที่ 8 17
พระราชประวัติ 17
ด้านการปกครอง 20
ดา้ นเศรษฐกิจ 21
ดา้ นการคมนาคม 21
ดา้ นการศึกษา 22
ดา้ นสถาปตั ยกรรม 22

บรรณานุกรม ค

24



สารบญั ภาพ

หน้า
ภาพที่ 1 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาประชาธิปก
พระปกเกล้าเจา้ อย่หู วั .................................................................................................………….........… 1
ภาพที่ 2 พระราชหัตถเลขาพระราชทานรฐั ธรรมนญู ฉบับแรก……………………………………………………. 2
ภาพท่ี 3 การปฏริ ูปการปกครอง.......................................................................................................... 3
ภาพท่ี 4 คณะราษฎร………………………………………………………………………………….................……………. 4
ภาพท่ี 5 โรงพยาบาลพระปกเกลา้ …………………………….……………………..…....……………………………….. 9
ภาพท่ี 6 โรงเรียนพยาบาลพดงุ ครรภ์…….………………………………………………………………………….….. 10
ภาพท่ี 7 สภาการแพทย…์ ……………………………………………………………………………………………...……. 10
ภาพท่ี 8 พิพธิ ภณั ฑ์ ร.7 อาคารกรมโยธาธิการ พพิ ิธภณั ฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า………..…..… 11
ภาพท่ี 9 วังศุโขทัย……………………………………………………………………………………………….….……….... 12
ภาพท่ี 10 พระราชวังไกลกังวล…………………………………………………………………………………..……...… 13
ภาพท่ี 11 พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร……………..…… 14
ภาพท่ี 12 สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหดิ ลขึ้นครองราชย์เมือ่ พระชนมายุ18 พรรษา………...….… 16
ภาพท่ี 13 โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ…์ ………………………………………………………………………………....…. 19
ภาพท่ี 14 โรงมรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรง.ุ ........................................................................................ 20
ภาพที่ 15 ศาสตราจารย์ศิลป์ พรี ะศรี.............................................................................................. 20
ภาพที่ 16 พระบรมราชานสุ าวรยี ์พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช……………....…. 20

1

บทท่ี 1

พฒั นาการของกรงุ รตั นโกสินทรใ์ นรัชกาลท่ี 7

ภาพที่ 1 พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาประชาธปิ ก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

1. พระราชประวตั ิ

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาประชาธิปก พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หัว (8 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2436 – 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484) เป็นพระมหากษตั ริย์สยาม รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จ
พระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง เวลา 12.25 น. หรือตรงกับวันที่ 8
พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 เป็นพระราชโอรสพระองค์ท่ี 96 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อย่หู ัว เป็นพระองคท์ ี่ 14 ในสมเด็จพระศรพี ัชรนิ ทราบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ขนึ้ เสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษตั รยิ ์ เมื่อวนั ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 และทรงสละราชสมบัติ
เมื่อวันท่ี 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 รวมดำรงสิริราชสมบัติ 9 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม
พ.ศ. 2484 สริ พิ ระชนมพรรษา 47 พรรษา

2. ดา้ นการปกครอง

ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติใน พ.ศ.2468
แล้ว พระองค์กท็ รงต้ังพระทัยท่จี ะพฒั นาการเมืองและการปกครองไปสรู่ ะบอบประชาธปิ ไตยตาม
แบบอย่างของประเทศตะวนั ตกอย่างแท้จรงิ ดังเหตผุ ลสนับสนุนต่อไปน้ี คือ

2

1) ทรงแต่งตั้งอภิรัฐมนตรขี ึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เพื่อเป็นท่ีปรึกษาราชการ
แผ่นดนิ โดยมสี มาชิกประกอบดว้ ยพระบรมวงศานุวงศ์ 5 พระองค์

2) โปรดเกล้าฯ ให้อภิรัฐมนตรีร่างพระราชบัญญัติ เพื่อจัดตั้ง “สภากรรมการองคมนตรี” ซึ่งมี
ลักษณะเป็นสภาที่ปรึกษา (Advisory Body) แต่มีหน้าที่จำกัด กล่าวคือ “ให้คำปรึกษาหารือข้อ
ราชการซึ่งพระราชทานลงมาให้ศึกษา และที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ปรึกษาแล้วนำ
คำปรกึ ษาขึ้นถวายบงั คมทูล”

3) ทรงได้ตั้งเสนาบดีสภา เพื่อเตรียมฝึกให้มีการรับผิดชอบร่วมกันทั้งคณะให้เหมือน
คณะรฐั มนตรแี บบตะวนั ตก เชน่ เดียวกบั เสนาบดีในสมัยรชั กาลที่ 5

4) ทรงมอบหมายให้อภิรัฐมนตรีสภาดำเนินการวางรปู แบบการปกครองท้องถิ่นในรูปเทศบาล
และวางโครงการปรับปรงุ แก้ไขสุขาภบิ าลที่มอี ยู่ใหเ้ ปน็ เทศบาล เพราะถ้ามกี ารบริหารท้องถน่ิ เจริญขนึ้
ประชาชนรู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเองแลว้ ก็ย่อมจะพัฒนาไปสู่ระบบการเมอื งในระบบรัฐสภาได้
รวดเรว็ ขึ้น แตก่ ารปรับปรงุ ก็เป็นไปอย่างลา่ ชา้ ไม่ทนั การณ์ และไมท่ ันได้ประกาศใน พ.ร.บ. ก็เกดิ การ
เปลย่ี นแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 เสยี กอ่ น 5.พระองค์ทรงโปรดเกลา้ ฯ ให้พระยาศรีวศิ าลวาจา
นายเรมอนต์บี สตีเวนส์ คิด “ร่างพระราชธรรมนูญ” ขึ้นมาตามกระแสพระราชดำริ พ.ศ.2474 โดย
รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสาระสำคัญพอสรุปได้ ดังนี้ คือ ในช่วงอำนาจนิติบัญญัติแล้วนั้น จะให้มีการ
เลือกตั้งสมาชกิ รัฐสภา และมีสมาชกิ 2 ประเภท เลือกต้ังและแต่งต้ัง จะตอ้ งมีอายไุ ม่ต่ำกว่า 30 ปี มี
พื้นฐานความรู้อ่านออกเขียนได้ ส่วนอำนาจบริหารให้มาจากกษัตริย์ทรงเลือกนายกรัฐมนตรี ใน
ขณะเดยี วกันแนวทางพระราชดำริของรชั กาลที่ 7 ทจี่ ะเตรยี มกันรา่ งรฐั ธรรมนญู เพอ่ื พระราชทานต่อ
ประชาชนชาวไทยน้ัน ปรากฏว่าไดม้ ีเสียงคดั คา้ นจากอภิรัฐมนตรีสภา เพราะเกรงวา่ ประชาชนยงั ไม่มี
ความพร้อมการเตรยี มการพระราชทานรัฐธรรมนญู จงึ ต้องหยดุ ชะงักลง เป็นผลใหค้ ณะราษฎร ซ่งึ เป็น
ผู้นำการเปลยี่ นแปลงการปกครองไดใ้ นทส่ี ดุ เมอื่ วันที่ 24 มถิ นุ ายน พ.ศ.2475

ภาพท่ี 2 พระราชหตั ถเลขาพระราชทานรฐั ธรรมนูญฉบบั แรก

3

2.1 จดุ มุ่งหมายและอดุ มการณข์ องคณะราษฎร
คณะราษฎรผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองมีจุดมุ่งหมายที่จะดำเนินการ

เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบบการปกครองที่มี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ คณะราษฎรได้ถืออุดมการณ์ 6 ประการ คือ 1)
จะรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ
ของประเทศให้มน่ั คง 2) จะสรา้ งความปลอดภยั ในประเทศใหก้ ารประทุษรา้ ยตอ่ กันนอ้ ยลงใหม้ าก
3) จะบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจโดยรฐั บาลใหม่จะจัดหางานให้ทุกคนทำ จะ
วางโครงสร้างเศรษฐกจิ แหง่ ชาติไมป่ ล่อยใหร้ าษฎรวติ ก 4) จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอกัน 5) จะให้
ราษฎรมสี ทิ ธเิ สรภี าพ มีความเปน็ อสิ ระเมอื่ เสรีภาพนไ้ี ม่ขดั ตอ่ หลกั ประการดังกลา่ ว เปน็ ต้น 6) จะตอ้ ง
ให้การศกึ ษาเต็มทแ่ี กร่ าษฎร

2.2 สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475
1) ปฏิรูปการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การปฏิรูป

ดังกล่าวมีผลทำให้ผู้ได้รับการศึกษาแบบตะวันตกจากประเทศตะวันตก กลายเปน็ ผู้นำสมัยใหม่ รับ
แนวความคิดแบบประชาธิปไตยเปน็ การเปล่ียนแปลงความคิดจากระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชยใ์ ห้
เป็นระบอบประชาธิปไตย ทม่ี พี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ภายใตร้ ัฐธรรมนูญ

2) จิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ และอิทธิพลของสื่อมวลชนที่มีลักษณะก้าวหน้าในสมัยนนั้
ในช่วงก้าวหน้าการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คนร่นุ ใหม่มีแนวคิดประชาธิปไตยไดม้ ีความตื่นตัว และ
อยากเห็นการเปลย่ี นแปลงการปกครองให้เป็นระบอบประชาธปิ ไตย รวมทง้ั บรรดาสอ่ื มวลชนต่างๆ ก็
พากนั แสดงความเห็นและเสนอข้อเขียนสนับสนนุ ระบอบประชาธปิ ไตยอยา่ งแพร่หลาย

3) ฐานะการคลังของประเทศและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในรัชกาลท่ี 7 การคลังของ
ประเทศเริ่มตกต่ำในตอนปลายรชั กาลที่ 7 พยายามตัดทอนรายจ่ายทกุ ประเภทใหเ้ หลือเท่าที่จำเป็น
มีการปรับปรุงระบบภาษีให้รัดกุม เพื่อจะได้เก็บภาษีให้มากขึ้น และใช้วิธีการปลดข้าราชการออก
จำนวนมากเพื่อลดรายจ่ายให้น้อยลง ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจทั่วโลกก็กำลังตกต่ำจึงทำให้ส่งผล
กระทบต่อประเทศไทย ในรฐั บาลไมส่ ามารถแก้ไขปญั หาเศรษฐกจิ ใหบ้ รรลผุ ลได้ จึงกลายเปน็ สาเหตุ
สำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดการเปลย่ี นแปลงการปกครองไทย คณะราษฎรใน พ.ศ.2475

4

ภาพที่ 3 การปฏริ ปู การปกครอง
2.3 องค์ประกอบของคณะราษฎร

คณะราษฎรประกอบดว้ ยทหารบก ทหารเรอื พลเรือน รวมทง้ั สิ้นจำนวน 99 คน มี
พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้าคณะราษฎร และหลวงประดษิ ฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนม
ยงค์) เป็นผู้นำฝ่ายพลเรือน ฝ่ายทหารมีหน้าที่วางแผนใช้กำลังทหารยึดอำนาจ ส่วนฝ่ายพลเรือนมี
หน้าที่จัดร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมเอาไว้เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายให้รัชกาลที่ 7 ทรงลงพระปรมาภิไธย
รวมทั้งกำหนดลักษณะการบริหารต่างๆ ในรูปแบบการปกครองใหม่ ซึ่งจะนำมาใช้ภายหลังการ
เปลย่ี นแปลงการปกครองให้เป็นผลสำเรจ็

2.4 คณะบคุ คลในคณะราษฎร
บคุ คลสำคัญไดแ้ ก่ (1) พ.อ.พระยาพหลพลพยหุ เสนา หวั หนา้ คณะราษฎร

(2) พ.อ.พระยาทรงสรุ เดช (3) พ.อ.พระยาฤทธอิ ัคเนย์ (4) พ.ท.พระประศาสน์พิทยายทุ ธ
(5) พ.ต.หลวงพบิ ลู สงคราม (6) พ.ต.หลวงทัศนยั นิยมศึก (7) น.ต.หลวงสนิ ธุสงคราม
(8) น.ต.หลวงศุภชลาศยั (9) หลวงประดษิ ฐม์ นธู รรม (10) นายจรูญ สบื แสง (11) นายควง อภัยวงศ์
ฯลฯ เป็นต้น

5

ภาพที่ 4 คณะราษฎร

2.5 การดำเนนิ งานเพือ่ ยึดอำนาจการปกครอง
ในตอนเชา้ ตร่ขู องวนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 คณะราษฎรไดล้ งมอื ทำงานตามแผนการ

เพื่อยึดอำนาจรัฐบาลพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั กำลังสว่ นหน่งึ ภายใตบ้ ญั ชาของ
พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์ และกำลังทหารเรือซึ่งนำโดย น.ต.หลวงสินธุสงครามชัย ก็เคลื่อนกำลังพล
พร้อมดว้ ยอาวุธยทุ โธปกรณเ์ ข้ายดึ พระท่นี ั่งอนนั ตสมาคม เพอ่ื จดั ตง้ั เป็นกองรักษาการณแ์ ล้วส่งกำลัง
ส่วนหนง่ึ ไปเชญิ พระบรมวงศานุวงศบ์ างพระองค์ท่ีทรงมีอำนาจและคุมกำลังอยมู่ ากกั ไว้ให้ประทับอยู่
ภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อเป็นองค์ประกันของคณะราษฎร พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธ
ไดร้ ับมอบหมายให้เปน็ ผูน้ ำกำลงั ไปทูลเชญิ สมเดจ็ เจา้ ฟา้ กรมพระนครสวรรค์วรพนิ ิตมาประทับยงั พระ
ที่นั่งอนันตสมาคมเป็นผลสำเร็จ เมื่อแผนการยึดอำนาจของคณะราษฎรได้สำเร็จลงด้วยความ
เรียบรอ้ ย สมเด็จกรมพระนครสวรรคว์ รพนิ ติ ได้ทรงลงนามในประกาศท่คี ณะราษฎรได้นำมาถวายโดย
ทรงขอให้ทหาร ขา้ ราชการ และกบฏท้ังหลายจงชว่ ยกนั รักษาความสงบ อยา่ ให้เสียเลือดเสียเนือ้ ของ
คนไทยด้วยกัน โดยไม่ว่าเป็นแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวย่อมเป็นผลดีต่อคณะราษฎร และต่อ
ประเทศชาติ เพราะคณะราษฎรจะไดป้ ลอดภยั จากฝา่ ยตอ่ ตา้ น ขณะเดียวกนั ประเทศชาตจิ ะกลบั คนื สู่
ความสงบโดยเรว็ ด้วย ภายหลังจากนพี้ ระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ยังได้ทรงยืนยันรบั รองการ
ปฏบิ ตั คิ รั้งนม้ี ายังผรู้ กั ษาพระนครฝา่ ยทหาร คอื พ.อ.พระยาพหลพล
หยุหเสนาด้วย ภายหลังการยึดอำนาจและจับกุมบุคคลสำคัญฝ่ายรัฐบาลไว้ให้โดยเรียบร้อยแล้ว
คณะราษฎรไดต้ ั้งผ้รู ักษาการพระนครฝา่ ยทหารข้ึน 3 คน เป็นผ้บู ริหารราชการแผน่ ดิน ในขณะท่ยี งั ไม่
มีรัฐธรรมนญู ใช้เปน็ หลกั ในการบริหารประเทศ บุคคลดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา

6

พ.อ.พระยาทรงสรุ เดช พ.อ.พระยาฤทธิอัคเนย์ ทำให้อำนาจบริหารประเทศทง้ั หมดซ่ึงแต่เดิมขนึ้ อยกู่ บั
พระมหากษตั ริย์ ไดเ้ ปล่ียนมาอยู่ใตก้ ารควบคุมและการตัดสินใจของผ้รู กั ษาพระนครและคณะราษฎร
โดยสิ้นเชงิ หลักจากน้ัน คณะราษฎรได้มหี นังสือกราบบังคมทูลอญั เชิญพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้
เจ้าอยู่หวั กลับคืนสู่พระนครและทรงดำรงตำแหน่งฐานะเป็นพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนญู
ต่อไป โดยความเป็นจริงแลว้ ถ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงปฏิเสธและทรงใชพ้ ระ
ราชอำนาจทมี่ อี ยู่สงั่ การปราบปรามคณะราษฎรในข้อหากบฏกค็ งจะทรงทำได้ เพราะทหารในสว่ นหัว
เมืองที่ยังจงรักภกั ดีต่อพระองคย์ ังคงมอี ยู่ไม่น้อย แต่เน่ืองจากพระองคม์ พี ระราชดำรทิ จ่ี ะพระราชทาน
รัฐธรรมนญู ให้แก่ปวงชนชาวไทยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอภิรฐั มนตรีสภาทัดทานอยู่ พระองคจ์ ึงตอ้ งทรง
ระงับความตั้งพระทัยเอาไว้ก่อนเพ่ือรอให้ถึงโอกาสอันสมควร แต่เมื่อคณะราษฎรได้ชงิ ลงมือก่อการ
ปฏิวัตกิ อ่ นกส็ อดคลอ้ งกบั พระราชดำรขิ องพระองค์ พระองคจ์ งึ มิได้ทรงขัดขวางแตป่ ระการใด ในท่ีสดุ
การปฏิวัตขิ องคณะราษฎรได้ประสบความสำเร็จด้วยดี และคณะราษฎรได้รบั พระราชทานอภัยโทษ
จากพระราชกำหนดนิรโทษกรรมคร้ังน้ีโดยท่ัวกนั

2.6 การประกาศใช้รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รสยามและการจดั ต้งั รัฐบาลบริหารประเทศ
ภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯกลับคืนสู่พระนครแล้ว

คณะราษฎรได้นำ พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามช่ัวคราว ซึ่งนายปรีดี พนมยงค์ และ
คณะราษฎรบางคนได้ร่างเตรียมไว้ขน้ึ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัวเพ่ือทรง
ลงพระปรมาภิไธย และพระองค์ได้พระราชทานกลับคนื มาในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475 และได้
เปน็ สภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในประเทศไทย เมอ่ื 28 มิถุนายน พ.ศ.2475 รฐั ธรรมนญู ฉบบั ดังกล่าว
มีชือ่ วา่ “พ.ร.บ.ธรรมนญู การปกครองแผน่ ดินสยามช่ัวคราว”

2.6.1 สาระสำคญั ของรฐั ธรรมนญู ฉบับชั่วคราว
รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ว่า อำนาจสูงสุดในแผ่นดินประกอบด้วย

อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ซึ่งแต่เดิมเป็นของพระมหากษัตริย์ ได้
เปลี่ยนแปลงเป็นของประชาชน โดยตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญฉบับ
ชว่ั คราวไดร้ วมเอากฎหมายเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดแบ่งระยะเวลาเป็น 3 สมัย
คือ (1) นับตงั้ แตว่ นั ใช้รัฐธรรมนญู นเี้ ป็นต้นไปจนกวา่ จะถงึ เวลาทีส่ มาชกิ ในสมยั ท่ี 2 จะเขา้ รบั ตำแหนง่
ให้คณะราษฎรซึ่งมีผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารเป็นผู้ใช้อำนาจแทน จัดตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวข้ึน
จำนวน 70 นาย เป็นสมาชิกสภา (2) ภายในเวลา 6 เดือน หรือจนกว่าจะจัดประเทศเป็นปกติ
เรียบร้อย สมาชกิ ในสภาตอ้ งมบี ุคคล 2 ประเภท ทำกจิ กรรมรว่ มกนั คอื ประเภททห่ี น่งึ ได้แก่ ผแู้ ทน
ซึ่งราษฎรได้เลอื กขึ้นมาจังหวัดละ 1 นายต่อราษฎรจำนวนหน่ึงแสนคน ประเภทที่สอง ผู้เป็นสมาชิก

7

อยู่ในสมยั ที่ 1 ทจี่ ำนวนเท่ากับสมาชกิ ประเภทท่ี 1 ถ้าจำนวนเกินใหเ้ ลือกกันเองวา่ ผใู้ ดจะเปน็ สมาชิก
ต่อไป ถ้าจำนวนขาดให้ผู้ที่มีตัวอยู่เลือกบุคคลใดๆ เข้าแทนจนครบ (3) เมื่อจำนวนราษฎรท่ัว
ราชอาณาจักรได้สอบไล่
วชิ าปฐมศกึ ษาไดเ้ ปน็ จำนวนกว่าคร่ึงและอย่างชา้ ไม่เกนิ 10 ปี นับแต่วนั ใช้รัฐธรรมนูญ สมาชิกในสภา
ผู้แทนราษฎรจะเป็นผทู้ ่รี าษฎรไดเ้ ลอื กตง้ั ขนึ้ เองทัง้ สน้ิ สมาชิกประเภทท่ี 2 เป็นอนั ไม่มอี กี ต่อไป

2.6.2 อำนาจบรหิ ารตามรัฐธรรมนญู ฉบับชว่ั คราว
ทางด้านอำนาจบริหารนั้น ในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงตำแหน่งบริหารสำคญั ไว้

คือ ประธานคณะกรรมการคณะราษฎร คือ นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องเป็นบุคคลท่ีสามารถจะประสาน
ความเข้าใจระหว่างคณะราษฎรกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อความราบรื่นในการ
บริหารประเทศต่อไป ผลปรากฏ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) เป็นผู้ได้รับเสียง
สนับสนนุ จากสภาผูแ้ ทนราษฎรให้เปน็ ประธานคณะกรรมการคณะราษฎร (คณะรัฐมนตรี) ในรฐั บาล
พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีชุดแรกที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครอง
ชวั่ คราว พ.ศ.2475 มจี ำนวนทงั้ สิ้น 15 นาย เป็นผู้บริหารราชการแผน่ ดิน ภายหลงั ท่พี ระมหากษตั ริย์
ทรงลงพระปรมาภิไธยในรฐั ธรรมนูญฉบบั ช่ัวคราวแลว้ สภาผู้แทนก็ได้แตง่ ตง้ั อนกุ รรมการขึ้นชุดหนึ่ง
เพ่อื ร่างรฐั ธรรมนญู ฉบบั ถาวรเพ่ือใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศสบื ไป ในที่สดุ สภาผแู้ ทนราษฎร
ได้พจิ ารณาแกไ้ ขรา่ งรัฐธรรมนญู ครงั้ สดุ ท้ายในวันท่ี 16 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2475 และสภาผู้แทนได้ลง
มติรบั รองให้ใช้เมื่อวนั องั คารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยูห่ วั ไดม้ ี
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แตง่ ต้งั
พระยามโนปกรณ์นติ ธิ าดาเปน็ “นายกรฐั มนตรี” ต่อไป ทางดา้ นคณะราษฎรไดส้ ง่ บคุ คลระดับหัวหนา้
ฝ่ายทหารและพลเรือนเขา้ ร่วมรฐั บาล โดยมี พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นผู้คมุ เสียงข้างมากอยู่
ในคณะรฐั มนตรี ดังนน้ั รัฐบาลชุดนี้จงึ เรียกวา่ เปน็ “รฐั บาลของคณะราษฎร” ซง่ึ เป็นสมาคมการเมือง
เดยี วในขณะนัน้

2.6.3 สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบบั ถาวร
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นฉบับถาวรมีสาระสำคญั

พอสรุปได้ดังนี้ คือทางด้านนิติบัญญัติรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ในมาตรา 16 ให้มีสภาผู้แทนราษฎร
ประกอบดว้ ย สมาชิกราษฎรเป็นผเู้ ลอื กต้งั ข้นึ แต่มีบทเฉพาะกาลอยใู่ นตอนทา้ ยซ่งึ ถือได้วา่ เปน็ การกดี
ขวางการเจริญก้าวหนา้ ในระบอบประชาธิปไตยอย่างมาก กล่าวคือ ในมาตรา 65 ได้กำหนดเงื่อนไข
เอาไว้วา่ ถ้าราษฎรผู้มสี ทิ ธเิ สยี งเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรตามบทบญั ญตั ิแหง่ รัฐธรรมนูญนี้ ยัง
มีการศึกษาไมจ่ บศึกษาสามัญมากกว่าครึ่งหน่ึงของจำนวนทัง้ หมดและอย่างช้าต้องไมเ่ กินกวา่ 10 ปี

8

นับตั้งแต่วันใช้ พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475 สภาผู้แทนราษฎร
ประกอบดว้ ยสมาชิก 2 ประเภท มจี ำนวนเทา่ กนั คอื สมาชิกประเภทท่ี 1 ได้แก่ ผู้ทรี่ าษฎรเลือกต้งั ขน้ึ
ตามเง่ือนไขในบทบัญญตั มิ าตรา 16 และ 17 ส่วนสมาชิกประเภทท่ี 2 ไดแ้ ก่ ผูซ้ ึ่งพระมหากษตั รยิ ์ทรง
ต้งั ขนึ้ ตาม พ.ร.บ.วา่ ดว้ ยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ในระหวา่ งทีใ่ ชบ้ ทบัญญตั เิ ฉพาะกาลใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475 ทางฝ่ายบริหารนั้น พระมหากษัตริย์ทรงต้ัง
คณะรัฐมนตรีขน้ึ คณะหนึง่ ประกอบดว้ ย นายกรัฐมนตรีหน่ึงนาย และรฐั มนตรีอีกอยา่ งน้อย 14 นาย
อยา่ งมาก 24 นาย และในการตั้งนายกรัฐมนตรี คือ ประธานสภาผ้แู ทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนอง
พระบรมราชโองการ นอกจากนั้นจะเลือกจากผู้ที่เห็นว่ามีความรู้ความชำนาญพิเศษ แม้มิได้เป็น
สมาชิกผูแ้ ทนราษฎรก็ได้ แตต่ อ้ งเป็นผทู้ ี่อาจดำรงตำแหน่งการเมืองได้

3. ดา้ นเศรษฐกิจ

ในสมัยรัชกาลท่ี 7 ประเทศไทยกำลังประสบภาวะทรุดโทรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทางด้าน
เศรษฐกิจ รัฐบาลได้ ตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปอย่างมากมาย ในปี พ.ศ. 2469
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตัดทอนรายจ่ายในราชสำนัก เพื่อเป็นตัวอย่าง แก่
หน่วยงานราชการตา่ ง ๆ มีการลดจำนวนข้าราชการ ในกระทรวงต่าง ๆ ให้น้อยลง พระองคย์ นิ ยอม
ลดรายได้ท่ีจะถวายให้กับพระคลังข้างที่ นอกจากนี้พระองค์ทรง มีพระราชปรารภ ให้คนไทยหางาน
อย่างอื่นทำนอกจากการยึดอาชีพรับราชการ ถึงเวลาที่คนไทยต้องหันไปประกอบอาชีพทางการค้า
และการอตุ สาหกรรมให้มากขน้ึ แตใ่ นขณะนน้ั ภาวะเศรษฐกจิ โลกเรมิ่ ตกต่ำลงอยา่ งมาก สง่ ผลกระทบ
ถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้ทรุดหนักลงไปอีก ประชาชนต่างเดือดร้อนอย่างมาก “เกิด
ภาวะขา้ วยากหมากแพง” รัชกาลท่ี 7 ได้ใช้มาตรการตัดทอนรายจา่ ยอย่างเขม้ งวดท่ีสดุ ตลอดจนปลด
ข้าราชการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนมาก จัดการยุบมณฑลตา่ ง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ประกาศยบุ
จงั หวดั งดจ่ายเบ้ียเล้ียงข้าราชการในเดือนกันยายน 2474 รฐั บาลประกาศงดใช้มาตรฐานทองคำ และ
กำหนดค่าเงินตามปอนด์สเตอร์ลิง เพื่อปรับงบประมาณประจำปีให้เข้าสู่ดุลยภาพ ออก
พระราชบัญญัตกิ ารเก็บภาษอี ากรใหม่ ในเดอื นพฤษภาคม 2475 รัฐบาลไดข้ ายทองคำทนุ สำรองของ
ประเทศที่มีอยู่ท้ังหมด 17 พฤษภาคม 2475 รัฐบาลประกาศเพิ่มภาษรี าษฎร โดยเฉพาะข้าราชการ
เรียกภาษีเงินเดือน ประชากรในประเทศตกงานมากขึ้น กิจการค้าเกือบทั้งหมดตกเป็นของ
ชาวต่างชาติ เหตุการณ์ทั้งหมดจึงนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเป็นแบบ
ประชาธปิ ไตย

9

4. ดา้ นการคมนาคม

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้มีการควบคุมบรรดา
กิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อ การดำเนินชีวิตของราษฎรทั่วไปให้อยู่ในความ
ควบคุมดูแลของหน่วยงานตา่ งๆและให้มีการพฒั นาใหเ้ จรญิ ก้าวหนา้ ดังนี้

4.1 กจิ การรถไฟ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขยายเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือต่อไปจนสดุ

เส้นทางถงึ จังหวัดอบุ ลราชธานีอกี ทางหน่ึง และกร มการรถไฟหลวงยังได้เรมิ่ นำรถจักรดีเซลไฟฟ้ามา
ลากจูงกระบวนรถไฟสายใต้ ชว่ ยประหยดั ค่าใชจ้ า่ ย และลดระยะเวลาเดินทางด้วย

4.2 การสร้างสะพาน
โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเชื่อมทางรถไฟฝั่งตะวันตกและฝ่ัง

ตะวันออก ของแม่น้ำเจา้ พระยามเี สน้ ทางหลวงใหย้ วดยานทกุ ชนิดรวมทั้งทางเดนิ ของราษฎรสญั จรไป
มาถึงกันได้ ซง่ึ เร่มิ ดำเนนิ การมาแตร่ ัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อย่หู ัวได้
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯใหด้ ำเนนิ การตอ่ ตามพระราชดำริจนลลุ ว่ ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปดิ
และ พระราชทานนามสะพานเป็นที่ระลึกและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจา้ อยหู่ วั ว่า สะพานพระราม ๖ นอกจากน้ี ในโอกาสสมโภชพระนครครบ ๑๕๐ ปี มพี ระราชดำริให้
สร้างถาวรวัตถุสถานเป็นพระปฐมบรมราชานุสรณ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างสะพานข้าม
แม่น้ำเจ้าพระยาอีกแห่งหนึ่งเป็นสะพานที่ทันสมัย เปิดปิดให้เรือขนาดใหญ่ผ่านเข้า-ออก เข้ามาใน
พระนครช้ันในได้ พระราชทานนามวา่ สะพานพระพทุ ธยอดฟ้า

4.3 การสรา้ งถนน
ถนนที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า

เจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยถนนในพระนคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรไปมา เพราะพาหนะ
ประเภทต่างๆมีปริมาณมากขึ้นนอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างถนนพระนครไปเชื่อมกับปริมณฑล
ใกล้เคียง คือ ธนบุรี นนทบุรี และสมุทรปราการ ส่วนทางหลวงทั่วราชอาณาจักรกรมทางหลวงได้
ดำเนนิ การสร้างทางหลวงแผ่นดนิ กระจาย ไปยงั ภาคตา่ งๆเช่นกัน

10

5. ด้านการศึกษา

ทรงส่งเสริมการศึกษาของชาติทั้งส่วนรวมและส่วนพระองค์ โปรดให้สร้างหอพระสมุด
สำหรับพระนคร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าศึกษาได้อย่างเสรี ทรงตั้งราชบัณฑิตยสภา เพื่อมี
หน้าทบ่ี รหิ ารและเผยแพรว่ ชิ าการดา้ นวรรณคดี โบราณคดี และศิลปกรรม ในด้านวรรณกรรม โปรด
ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมใน พ.ศ. 2475 และได้ตั้ง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยทหารบก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และยังมีโรงเรียน
ข้าราชการพลเรอื นหรือจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั ในปัจจบุ ัน ในเวลาเดียวกันท่านยังให้ทุนการศกึ ษา
วทิ ยาศาสตรเ์ พ่อื ไปศึกษาตอ่ ตา่ งประเทศ หลงั จากนน้ั ช่วงกลางปี ทา่ มกลางสถานการณ์ของประเทศ
ในช่วงเวลานั้น การศึกษาคาทอลิกได้ขยายการจัดการทั้งในเมืองหลวงและในต่างจังหวัด เพราะ
จำนวนคาทอลิกเพิ่มขึ้น และชาวไทยตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษามากขึน้ ด้วย ช่วงปี2432
ได้พระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวทิ ยาลยั ซ่ึงเป็นโรงเรยี นรฐั แห่งแรกของเชียงใหม่

6. ดา้ นศาสนาและวัฒนธรรม

ในด้านศิลปวัฒนธรรมของชาตินั้น พระองค์ทรงสถาปนาราชบัณฑิตย์สภาขึ้น (เดิมคือ
กรรมการหอพระสมดุ สำหรบั พระนคร) เพื่อจัดการหอพระสมุดสำหรับพระนครและสอบสวนพจิ ารณา
วิชาอักษรศาสตร์ เพื่อจัดการพิพิธภัณฑสถานตรวจรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุ และเพ่ือ
จัดการบำรุงรักษาวิชาช่าง[47] ผลงานของราชบัณฑิตสภาเป็นผลดีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริม
ศลิ ปวฒั นธรรมของชาติเปน็ อยา่ งมาก เช่น การตรวจสอบตน้ ฉบับเอกสารโบราณออกตีพิมพ์เผยแพร่
มีการส่งเสริมสร้างสรรค์วรรณกรรมรุ่นใหม่ด้วยการประกวดเรียบเรยี งบทประพันธท์ ัง้ ร้อยแก้วและ
รอ้ ยกรอง

7. ดา้ นสื่อสารมวลชน

วิทยกุ ระจายเสียงถอื กำเนดิ ในประเทศไทยครง้ แรกในปี พ.ศ. 2470-2472
โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินซึ่งริเริ่มการ
ทดลองส่งวิทยุกระจายเสียงครั้งแรกในประเทศไทย โดยตั้งชื่อว่า "สถานีวิทยุกรุงเทพที่พญาไท"
เนื่องจากส่งกระจายเสียงจากพระราชวังพญาไทและยังทรงมอบหมายให้กรมไปรษณีย์โทรเลข โดย
กองช่างวทิ ยุ ดำเนินการทดลองสง่ วิทยกุ ระจายเสียง เปน็ การคู่ขนานกับสถานีส่วนพระองค์ โดยผู้ฟัง
นิยมเรียกว่า “สถานีวิทยุศาลาแดง” เนื่องจากสถานีส่งกระจายเสยี ง ตั้งอยู่ในบริเวณย่านที่เรียกวา่

11

ศาลาแดง และตอ่ มาสถานีวิทยุกรุงเทพฯ ทพี่ ญาไท เปิดกระจายเสยี งอยา่ งเป็นทางการ เร่ิมด้วยการ
ถ่ายทอดเสียงสด กระแสพระราชดำรัส เนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ในพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี 7 เมอื่ วนั พุธท่ี 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 จาก
พระที่น่ังอมรินทรวนิ ิจฉยั มไหยสูรยพมิ าน ในพระบรมมหาราชวงั กรงุ เทพมหานคร

8. ด้านสาธารณสขุ
8.1 โรงพยาบาลพระปกเกลา้
โรงพยาบาลพระปกเกล้า เดิมชื่อ โรงพยาบาลจันทบุรี คณะรัฐมนตรีมมี ติให้เปลี่ยนชอ่ื

เป็นโรงพยาบาลพระปกเกล้าเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ วั เม่อื วันท่ี 11 กันยายน พ.ศ. 2496 นอกจากนี้ ยงั มกี ารสรา้ งพระบรมราชานสุ าว
รยี พ์ ระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัวและตึกต่างๆ เช่น อาคารประชาธิปก

ภาพท่ี 5 โรงพยาบาลพระปกเกล้า
8.2 จัดต้ังโรงเรียนพยาบาลพดงุ ครรภ์

ปจั จบุ ัน คือ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกลา้ จนั ทบรุ ี และสมเดจ็ พระนางเจา้ รำไพพรรณี
พระบรมราชนิ ี ยังไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยจ์ ัดตง้ั "ทุนประชาธปิ ก" (ตอ่ มาเปลี่ยนเป็น
มลู นิธิประชาธิปก-รำไพพรรณ)ี เพ่อื สนบั สนุนกจิ การของโรงพยาบาลพระปกเกล้า, วทิ ยาลยั พยาบาล
พระปกเกลา้ จันทบรุ ี และมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั รำไพพรรณี

12

ภาพท่ี 6 โรงเรยี นพยาบาลพดุงครรภ์
8.3 สภาการแพทย์

แพทยสภาถือกำเนิดขึ้นจากพระราชบัญญัตวิ ิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา ลงวันท่ี 8 ตุลาคม 2511 แม้ว่าต่อมา พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 จะถกู
ยกเลิกไปโดย พระราชบญั ญตั วิ ิชาชพี เวชกรรม พ.ศ. 2525 กต็ าม ในมาตรา 45 ของ พระราชบัญญัติ
วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2511 ให้คงเป็นแพทยสภาตามพระราชบัญญัติวิชาชพี เวชกรรม พ.ศ. 2525 ซง่ึ
ใช้บงั คับอยใู่ นปัจจุบัน

ภาพที่ 7 สภาการแพทย์

13

9. ด้านสมั พันธไมตรีกบั ตา่ งประเทศ

9.1 สนธสิ ญั ญาฝรั่งเศส
สนธิสญั ญากบั ฝร่งั เศสเก่ยี วกับดนิ แดนในลุม่ แม่นำ้ โขง เรียกว่า สนธสิ ญั ญาอินโดจีน พ.ศ.

2469 โดยกำหนดให้ มีเขตปลอดทหาร 25 กิโลเมตร
ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำโขงแทนที่จะมีเฉพาะฝั่งสยามแตเ่ พียงฝ่ายเดียว ในสมัยของประธานาธิบดเี อมลี
ฟรงั ซัวส์ ลูเบต์ (Émile François Loubet)

9.2 สนธสิ ญั ญาเยอรมัน
สัญญาใหม่ ๆ กบั ประเทศเยอรมนหี ลังสถาปนาความสมั พันธข์ นั้ ปกติ เมอื่ พ.ศ. 2471

9.3 พฒั นาความสมั พนั ธ์ทางการทูต
ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว รัชกาลท่ี 7 ไดเ้ สดจ็ ประพาสชวา โดย

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีได้โดยเสด็จด้วย ทรงทอดพระเนตรสระเก็บกักน้ำจากแม่น้ำจิปาดัก
และระบบระบายน้ำทใี่ ช้หมุนเครื่องจกั รผลิตพลังงานไฟฟ้า ท่ีเมอื งแดนชอล์ก

10. ด้านสถาปัตยกรรม

10.1 พพิ ิธภณั ฑ์ ร.7 อาคารกรมโยธาธิการ
พพิ ธิ ภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว (ร.7) เป็นพพิ ิธภัณฑ์ในความดแู ลของ

สถาบันพระปกเกล้า ต้ังท่ี อาคารกรมโยธาธกิ ารเดมิ บรเิ วณทางแยกผ่านฟ้าลลี าศ เขตป้อมปราบศตั รู
พา่ ย กทม. อาคารหลังนเ้ี ปน็ อาคารสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6-7 ซง่ึ สถาบันพระปกเกลา้ ได้บูรณะ
เพ่ือจดั ทำเป็นพิพิธภณั ฑเ์ พือ่ รวบรวมขา้ วของเครอื่ งใช้สว่ นพระองค์ ของพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้า
เจ้าอยหู่ วั และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จัดแสดงภาพถา่ ย เอกสาร และพระราช
ประวัตขิ องพระองค์ อาคารหลังนเี้ ริม่ กอ่ สร้างขนึ้ ใน พ.ศ. 2449 ในปลายรชั กาลท่ี 5 ใช้เวลาก่อสร้าง
ทงั้ สิ้น 6 ปี และเปิดใหเ้ ช่าเป็นท่ตี ้งั “หา้ งยอนแซมสนั ” ดำเนนิ ธรุ กิจขายผ้าฝรง่ั และตัดชดุ สทู สากลทมี่ ี
ช่อื เสยี งในสมัยรัชกาลท่ี 6 ต่อมาเมือ่ ห้างยอนแซมสันเลกิ กิจการ อาคารหลังนจี้ งึ เปลยี่ นเปน็ “ห้างสธุ า
ดิลก” ขายเครื่องก่อสร้างและเครื่องสุขภัณฑ์ต่างๆ จนกระทั่ง พ.ศ. 2476 กรมโยธาเทศบาลจึงเช่า
อาคารใช้เป็นที่ทำการของกรม จนกระทงั่ กรมนี้เปลยี่ นช่อื เปน็ กรมโยธาธิการดังในปจั จบุ ัน

14

ภาพที่ 8 พิพธิ ภณั ฑ์ ร.7 อาคารกรมโยธาธกิ าร พิพธิ ภณั ฑ์พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้
10.2 วงั ศโุ ขทยั

วังศุโขทัย ตั้งอยู่มุมถนนขาวและถนนสามเสน เป็นวังที่ประทับของพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวเม่อื ครงั้ ทรงดำรงพระอิสรยิ ยศเปน็ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจา้ ฟ้าประชาธปิ กศกั ดเิ ดชน์ กรมขุนสุโขทยั ธรรมราชา ในครงั้ นนั้ สมเดจ็ พระศรพี ชั รินทราบรมราชินี
นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังศุโขทัยพระราชทานเป็น
ของขวญั ในการอภิเษกสมรสของกรมขุนสุโขทัยธรรมราชากบั หม่อมเจ้ารำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ เม่ือปี
พ.ศ. 2461 โดยไดร้ บั พระราชทานนามวังจากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัววา่ "วงั ศโุ ขไทย"

ภาพที่ 9 วงั ศโุ ขทัย
10.3 สถาปตั ยกรรมแบบนีโอคลาสสิก

ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร คือ
ชุมชนท่าเตียน เปน็ เมอื งท่าเก่าแกท่ ่เี คยคกึ คักมาตงั้ แต่อดตี กระท่ังไดม้ กี ารกอ่ สรา้ งอาคารแบบตกึ แถว
ล้อมรอบตลาด ซึ่งเป็นการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ และเพื่อการรักษารูปแบบของอาคารดั้งเดิมตาม
สถาปตั ยกรรมแบบยโุ รป นโี อ-คลาสสิก (Neo-Classic) สำนกั งานทรัพย์สนิ สว่ นพระมหากษัตรยิ ์ จึงได้

15

ทำโครงการปรับปรุงฟื้นฟูกลุ่มอาคารอนุรักษ์ บริเวณตลาดท่าเตียนในปี 2556 จำนวน 55 คูหา
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นอาคารเครื่องก่อ สูง 2 ชั้น ตอนบนกรุแผงไม้โปร่งระบายอากาศ
หลังคามุงกระเบื้องว่าว เหนือขอบหน้าต่างเป็นช่องไม้ฉลุ บริเวณช่องทางเข้าสู่ตลาด ทำเป็นรูปโค้ง
เกือกม้า และมีเสากลมไม่เซาะร่อง รองรบั วงโคง้ โดยหนึ่งในผู้เชา่ ที่จำหน่ายอาหารทะเลแห้งบริเวณ
ตลาดท่าเตยี นมานานกวา่ 30 ปี คอื รา้ นตง้ั เจริญลาภ ซงึ่ ถอื เปน็ ของฝากข้นึ ช่อื เม่อื มาเยอื นย่านเกา่ แก่
แห่งน้ี ทงั้ ความงดงามของสถาปัตยกรรม และความคึกคกั ของชมุ ชนท่าเตียนในความทรงจำไมเ่ คยจาง
หาย ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ที่นักเดินทางทั้งชาวไทยและ
ตา่ งชาติตอ้ งไม่พลาดมาเยอื น

10.4 ศูนยข์ อ้ มลู พระปกเกล้าศึกษา
ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษา เป็นห้องสมุดเฉพาะทีร่ วบรวมหนังสือ เอกสาร สื่อโสต

ทัศน์ ไมโครฟิล์มเอกสารกระทรวงต่างๆ สำเนาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้
เจ้าอยูห่ ัว, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชนิ ี และภาพถา่ ยรว่ มรัชสมัย สำเนาภาพยนตร์
ส่วนพระองค์เรื่อง แหวนวิเศษ, พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก, พระราชพิธีโล้ชิงช้า, พระราชพธิ ีฉลอง
พระนคร 150 ปี นอกจากนี้ ยังให้บริการเอกสารราชการชั้นต้นในรัชสมัยจากประเทศต่างๆ เช่น
ประเทศองั กฤษ สหรัฐอเมรกิ า เนเธอรแ์ ลนด์ เยอรมนี ญ่ีปนุ่ และฝรั่งเศส

10.5 สรา้ งพระราชวังไกลกงั วล
วงั ไกลกงั วลสร้างข้นึ ตามรับส่งั ของพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั โดยทรง

พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ ให้สร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2469 เพ่ือ
พระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจา้ รำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยมหี ม่อมเจา้ อิทธิเทพสรรค์ กฤดากร
ผอู้ ำนวยการศิลปากรสถานในขณะนั้นเปน็ สถาปนกิ ผูอ้ อกแบบและควบคมุ การกอ่ สร้าง เพ่อื ใช้งานใน
การแปรพระราชฐานมาพักในจังหวัดริมทะเล
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า "สวนไกลกังวล" ทรงเอา
แบบอย่างชื่อมาจากพระราชวังซ็องซซู ใี นประเทศเยอรมนซี งึ่ มีความหมายเดียวกัน ทรงสมโภชขึน้ ตรง
วังเมื่อ พ.ศ. 2472 เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวงั
ดังนนั้ จงึ ยงั คงเรยี กวา่ วังไกลกงั วล

16

ภาพท่ี 10 พระราชวงั ไกลกงั วล

10.6 อนสุ าวรีย์ ร.7
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒสิ ภา ที่มี พล.อ.สงิ ห์ศกึ สิงห์ไพร รอง

ประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายเนาวรัตน์ พงษ์
ไพบูลย์ สมาชิกส.ว. ลุกขึ้นหารือเรื่อง การประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 บริเวณ
อาคารรัฐสภา ว่า ทราบข่าวว่า จะมีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปพระบาทสมเดจ็
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 องค์ใหม่ มาประดิษฐานที่หน้าอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งจะขยาย
ขนาดองค์ใหมใ่ ห้ใหญข่ ้นึ 4 เทา่ จากอนสุ าวรยี ์พระองค์เดิม ท่ีประดษิ ฐานอยหู่ น้ารัฐสภาเกา่ นนั้ มีเท่า
ครึ่งของพระองค์จรงิ ซ่ึงดูงามสง่าสมศักดิ์ของรฐั สภาสถาน ตนและเพื่อนๆศิลปนิ ไม่เห็นด้วยกับการ
สร้างพระบรมราชานสุ าวรีย์ ร.7 พระองค์ใหมท่ ข่ี ยายสดั ส่วนใหใ้ หญ่ข้นึ ถงึ 4 เทา่ และเห็นพอ้ งต้องกนั
ว่า สมควรอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระองค์เดิมที่เป็นองค์ปฐมต้นแบบมาประดิษฐานหน้า
อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ด้วยเหตผุ ล 3 ประการ

17

บทท่ี 2

พัฒนาการของกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลท่ี 8

ภาพท่ี 11 พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล พระอัฐมรามาธิบดนิ ทร

1. พระราชประวตั ิ

ขณะทรงพระเยาว์พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ทรงเป็นพระราชโอรส
ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ กับ หม่อมสังวาลย์
มหิดล ณ อยุธยา เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 20
กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดลแบร์ก สาธารณรัฐไวมาร์ (ปัจจุบนั คือประเทศเยอรมนี) ขณะท่ี
สมเด็จพระราชบิดาทรงศึกษาการแพทย์ที่ประเทศเยอรมัน โดยได้รับพระราชทานพระนามจาก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล หลังจากน้ัน
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัวทรงสถาปนาข้ึนเปน็ พระวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ อานันทมหิดล
พระองค์ทรงมีสมเด็จพระเชษฐภคินี 1 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทร์ และ สมเด็จพระอนุชา 1 พระองค์ คอื พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช เม่อื ทรงพระเยาว์ได้ตามเสดจ็ สมเด็จพระราชบิดาและสมเดจ็ พระราชชนนีไปยัง
ประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ประเทศฝร่งั เศส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และสหรฐั อเมริกา ซ่งึ สมเด็จพระราช
บดิ าทรงเข้าศึกษาวชิ าแพทย์ ณ มหาวิทยาลยั ฮาวาร์ด สหรฐั อเมริกา ในระหว่างปี พ.ศ. 2469 - 2471
แล้วจึงเสด็จกลับประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อพระชนมายุได้ 3 พรรษา ประทับ ณ วังสระปทุม ใน
ระหว่างนั้นสมเด็จพระราชบดิ าทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ ดังนั้น พระองค์จึงอยู่ในความดแู ล

18

ของสมเด็จพระราชชนนีเพียงพระองค์เดียว พระองค์ทรงเริ่มการศึกษาช้ันต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี
และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ (ท.ศ.2329 ป.) หลังจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการ
ปกครองใน พ.ศ. 2475 นั้น สมเด็จพระราชชนนีได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจาก
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั ในการทจ่ี ะทรงนำพระโอรส และพระธิดาไปประทับที่เมืองโล
ซาน ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ โดยพระองคไ์ ดเ้ ข้าศกึ ษาต่อที่โรงเรยี นมีเรมองต์ ต่อมาย้ายไปศกึ ษาที่
โรงเรียนนูแวลเดอลา ซูวิสโรมองต์ และ ทรงศึกษาภาษาไทย ณ ที่ประทับ โดยมีพระอาจารย์ตาม
เสดจ็ ไปจากกรุงเทพ

1.1 การขน้ึ ทรงราชย์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเมื่อยังทรงพระเยาว์วันที่ 2 มีนาคม

พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ และมิได้ทรงสมมติเจ้านาย
พระองค์ใดพระองคห์ น่งึ เปน็ รัชทายาท ดังนน้ั คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
จึงไดอ้ ญั เชิญเสด็จพระวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าอานันมหิดลซ่งึ เป็นเจา้ นายเช้ือพระบรมวงศ์พระองค์ท่ี
1 ในลำดับพระราชสันตตวิ งศแ์ ห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 ขึ้นทรง
ราชยส์ ืบพระราชสนั ตตวิ งศต์ ่อไป ต้ังแต่วนั ท่ี 2 มนี าคม พ.ศ. 2477 โดยได้รับการเฉลมิ พระนามเมื่อ
วันท่ี 25 มนี าคม พ.ศ. 2477 วา่ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวอานันทมหดิ ล ในขณะนั้นพระองคม์ ีพระชนมายุ
8 พรรษา และยงั คงประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จงึ ตอ้ งมผี สู้ ำเรจ็ ราชการแทนพระองคเ์ พอ่ื
บริหารราชการแผน่ ดินแทนจนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวตั ร
จาตรุ นต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จา้ อาทติ ย์ทพิ อาภา และ เจ้าพระยายมราช (ป้นั สขุ มุ ) เมอ่ื วนั ท่ี
12 สิงหาคม พ.ศ. 2478 พระเจา้ วรวงศ์เธอ กรมหมืน่ อนวุ ัตรจาตุรนต์ส้ินพระชนม์ สภาผู้แทนราษฎร
จึงได้แต่งตั้งให้นายพลเอก เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน) เป็นผู้สำเร็จราชการแทน
พระองค์และเมือ่ เจา้ พระยายมราช (ป้นั สขุ มุ ) ถงึ แก่อสญั ญกรรม จงึ มกี ารแตง่ ตั้งให้นายปรดี ี
พนมยงค์ เปน็ ผ้สู ำเร็จราชการแทนพระองค์แทน หลังจากนนั้ เมือ่ เจ้าพระยาพชิ เยนทรโยธิน
(อุม่ อินทรโยธิน) ถึงแกอ่ สญั ญกรรม รวมท้งั พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ อาทติ ย์ทิพอาภาได้กราบ
ถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง นายปรีดี พนมยงค์ จึงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
เพียงผ้เู ดยี ว จนกว่าสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั จะเสดจ็ กลับสู่พระนคร

19

ภาพท่ี 12 สมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวอานนั ทมหดิ ลขนึ้ ครองราชยเ์ มื่อพระชนมายุ 8 พรรษา

1.2 สวรรคต
พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลดูบทความหลักที่: การ

สวรรคตของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดลสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั อานนั ทมหิดลทรง
ตั้งพระทยั จะทรงศึกษาปริญญาเอก สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั โลซาน ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
จนเรียบร้อยแล้วจึงจะเสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวรและทรงเข้ารับการบรมราชาภิเษกใน
ภายหลัง แต่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อนดว้ ยพระแสงปืนในวันท่ี 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เวลา
ประมาณ 9 นาฬิกา ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง ก่อน
กำหนดการเสดจ็ พระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอรแ์ ลนด์เพียง 4 วัน ในชั้นต้นทาง
ราชการได้มีการแถลงขา่ วสาเหตุการสววรคตว่าเปน็ อุบัติเหตุจากพระแสงปืนลัน่ แต่การสอบสวนใน
ภายหลังกลับพบสาเหตุว่าเปน็ การลอบปลงพระชนม์ หลังจากสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั อานนั ทมหดิ ลเสดจ็
สวรรคต ได้อัญเชิญพระบรมศพมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวงั
และจัดให้มพี ระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพในระหว่างวนั ท่ี 28-29 มนี าคม พ.ศ. 2493 ณ พระ
เมรมุ าศ ทอ้ งสนามหลวง วันรงุ่ ขึ้นพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ภมู ิพลอดุลยเดชเสดจ็ พระราชดำเนิน
เก็บพระบรมอัฐิ และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานที่บุษบงเหนือพระแท่นแว่นฟ้าทอง
ภายในพระท่นี ัง่ ดุสิตมหาปราสาท มุขตะวันตก และจัดใหม้ กี ารพระราชกุศลพระบรมอฐั ิข้นึ หลังจาก
นัน้ ได้อญั เชิญพระโกศพระบรมอัฐขิ ึ้นประดษิ ฐาน ณ พระวมิ านชัน้ บน พระทน่ี ัง่ จักรมี หาปราสาท
ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินอัญเชิญ
พระผอบพระบรมราชสรรี างคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวอานันทมหิดล ไปยงั วดั สุทัศน์เทพวรา

20

ราม และอญั เชญิ พระบรมราชสรริ างคารบรรจลุ งในหบี พรอ้ มทั้งเคลอื่ นหีบพระบรมราชสรีรางคารเขา้
สู่พระพทุ ธบลั ลงั ก์ พระศรศี ากยมนุ ี พระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุทศั น์เทพวราราม

1.3 การเฉลิมพระปรมาภิไธย
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล ไม่ได้ทรงประกอบการพระ

ราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกตามโบราณราชประเพณี ดงั นั้น เพ่ือเปน็ การเฉลมิ พระบรมขัติยราชอิสสริยยศ
รวมทั้ง ยังได้ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑบ์ างองค์ เช่น นพปฎลเศวตฉัตร ซึ่งใชใ้ นการกางกั้นพระบรม
ศพและพระบรมอัฐิ จึงได้มีการประกาศเฉลิมพระปรมาภไิ ธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั อานนั ทมหิดลขึน้
เปน็ "พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล อดุลยเดชวมิ ล รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยา
มินทราธิราช" โดยประกาศเม่ือวนั ท่ี 11 สิงหาคม พ.ศ. 2489 หลังจากน้นั เมอ่ื วันท่ี 8 มิถนุ ายน พ.ศ.
2539 ในวโรกาสพระราชพิธีฉลองทรงครองสริ ิราชสมบตั ิครบ 50 ปี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ภูมิ
พลอดุลยเดช ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ฉลมิ พระปรมาภไิ ธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา
อานันทมหิดล เป็นพระปรมาภิไธยอันวิเศษตามแบบแผนโบราณราชประเพณีว่า “พระบาทสมเดจ็
พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล อดลุ ยเดชวมิ ลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนดั ดา มหิตลานเรศ
วรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดม จักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรม
อกุ ฤษฎนบิ ณุ อดุลยกฤษฎาภินหิ ารรงั สฤษฎ์ สสุ าธติ บูรพาธิการ ไพศาลเกียรตคิ ุณอดลุ ยพิเศษ สรรพ
เทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนก
นิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบตั ิ นพปฎลเศวตฉตั ราดฉิ ตั ร สรรพรฐั ทศทศิ
วิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาว
ไศรย พทุ ธาทไิ ตรรัตน สรณารักษว์ ิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามนิ ทราธิ
ราชบรมนาถบพิตร" นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขานพระปรมาภิไธยอยา่ งมธั ยมว่า
"พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล สกลไพศาล มหารษั ฎธบิ ดี พระอฐั มรามาธบิ ดินทร
สยามมินทราธิราช บรมนาถบพติ ร" และอยา่ งสังเขปว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท
มหดิ ล พระอัฐมรามาธบิ ดนิ ทร"

2. ด้านการปกครอง

พระองค์ไดเ้ สดจ็ พระราชดำเนินไปในพระราชพธิ ีพระราชทานรฐั ธรรมนญู ฉบับใหมใ่ นวนั ที่
9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 และเปดิ ประชุมสภาผู้แทนในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2489 นอกจากนี้ ยัง
เสด็จพระราชดำเนนิ ทรงเยยี่ มราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ และทรงเยีย่ มชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นคร้ังแรก
ณ สำเพง็ พระนคร พร้อมด้วย สมเดจ็ พระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟา้ ภมู พิ ลอดุลยเดช เมื่อวันท่ี 3 มิถุนายน

21

พ.ศ. 2489 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนจนเกือบเกดิ
สงครามกลางเมอื ง เม่อื พระองคท์ รงทราบเรอื่ ง มพี ระราชดำริวา่ หากปลอ่ ยความข่นุ ขอ้ งบาดหมางไว้
เช่นนี้ จะเป็นผลร้ายตลอดไป จึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จพระราชดำเนินสำเพ็ง ซึ่งใช้ระยะเวลา
ประมาณ 4 ชั่วโมง และพระองคท์ รงพระราชดำเนนิ ดว้ ยพระบาทเป็นระยะประมาณ 3 กิโลเมตร การ
เสด็จพระราชดำเนินสำเพ็งในคร้ังนจ้ี ึงเป็นการประสานรอยร้าวทีเ่ กดิ ขึ้นใหห้ มดไป

3. ด้านเศรษฐกจิ

การเสรมิ สรา้ งเศรษฐกิจ ในสมยั จอมพลแปลก พบิ ูลสงคราม ไดน้ ำระบบทุนนยิ มเข้ามาใช้
เพื่อให้ไทยเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและหลุดพ้นจากระบบศักดินาที่มีมาแต่เดิม โดยได้รบั
แนวความคิดจากหลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเปน็ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมท่ีมีการควบคุมและสั่งการ
โดย จอมพลแปลก พบิ ูลสงคราม จดั ในรูปแบบของ การสหกรณ์ หรอื ระบบทนุ นยิ มที่รฐั บาลเขา้ ร่วม
ทนุ หรอื แบบรัฐวิสาหกิจ โดยสนับสนุนใหค้ นไทยประกอบอาชีพตา่ ง ๆ จดั การอบรมวชิ าการค้าให้แก่
คนไทย ชกั ชวนใหร้ าษฎรทำสวนครัว เลีย้ งสตั ว์และสนบั สนุนอตุ สาหกรรมพืน้ เมืองทกุ ชนิด ใหค้ นไทย
เกดิ ความตื่นตัว สนใจในสนิ ค้าไทย จากคำขวญั ทีว่ ่า “ไทยทำไทยใช้ไทยเจรญิ ” ออกพระราชบัญญัติ
จัดหางานให้แกผ่ ู้ไร้อาชพี ผู้ที่ไม่มีอาชีพ ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานท้องที่ ตามภูมิลำเนา มีการ
จัดตั้งสำนักงาน หางานให้ประชาชนทำเพื่อแก้ปัญหาคนว่างงาน เริ่มใช้กฎหมายเข้มงวดกับ
ชาวตา่ งชาตโิ ดยเฉพาะชาวจีน เช่น ควบคุมการอพยพเขา้ เมอื งไทยของชาวจนี จบั กุมสมาคมลับของ
ชาวจีน ปิดโรงเรียนและหนงั สอื พิมพ์ของชาวจีน เก็บภาษพี วกพ่อค้าชาวจีนเพ่มิ ขึน้ พยายามสนบั สนนุ
ให้คนไทยเขา้ ดำเนินธรุ กิจแทนชาวตา่ งชาติ หรือรัฐบาลเข้าดำเนนิ กจิ การเอง หรือใหค้ นไทยรว่ มลงทุน
เกิน รอ้ ยละ 70 ของกิจการ

4. ดา้ นคมนาคม

มีการสร้างทา่ เรือกรุงเทพ คลองเตย สำเร็จเฟสแรกในพ.ศ. 2485 ต่อมาเปิดเดินรถดว่ น
สายขอนแก่น (กรงุ เทพ - นครราชสมี า - ขอนแกน่ ) เม่ือ 3 สงิ หาคม พ.ศ. 2482 จากนั้นเปดิ ทางรถไฟ
คู่จาก คลองรังสิต ถึงบางปะอิน เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 และเปิดทางรถไฟต่อขยายจาก
ขอนแกน่ ไปอุดรธานี ในวันท่ี 24 มิถุนายน 2484 เปิดทางรถไฟคู่ ไปถึงบ้านภาชี ในวันที่ 24 มิถุนายน
2484

22

5. ดา้ นการศึกษา
มกี ารจัดต้งั โรงเรียนแพทยแ์ ห่งที่ 2 ขน้ึ ท่ีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซงึ่ ในปัจจบุ นั คือ คณะ

แพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
และมีการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งแสนบาทสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น 1
หลงั หอประชมุ 1 หลงั พรอ้ มบา้ นพกั ครูอีก 20 หลังใหโ้ รงเรียนอยุธยาวทิ ยาลัย
ต่อมาในพ.ศ.2486 มีการจัดตั้งตง้ั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ โดยรวมโรงเรยี นป่าไม,้ โรงเรยี นประมง
และโรงเรยี นเกษตรกรรมที่บางเขนและแม่โจ้เข้าด้วยกนั และมีการจัดตัง้ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน ต่อมาได้จัดตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งปัจจุบันคือ
มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากรขึ้นอีกแห่งหนง่ึ โดยมศี าสตราจารย์ศลิ ป์ พีระศรี เปน็ อธกิ ารบดีคนแรก

ภาพที่ 13 โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์

6. ด้านสถาปตั ยกรรม
เริ่มมีอิทธิพลของทางตะวันตกเข้ามา มีการสรา้ งพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเดจ็

พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปูชนียบุคคลของคณะจิตรกรรม
ประตมิ ากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เปน็ ผดู้ ำเนินการด้านการปน้ั และหล่อดว้ ยสัมฤทธิ์ และมกี าร
สร้างศาลาเฉลิมกรุง หรือชือ่ อย่างเปน็ ทางการวา่ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลมิ กรงุ หรือเรียกส้ันๆว่า
เฉลิมกรงุ เป็นโรงมหรสพหลวง ซ่งึ ไดช้ อื่ วา่ เป็นโรงมหรสพแหง่ แรกในเอเชียท่ีตดิ ตง้ั เครื่องปรับอากาศ
การ มีการเปิดฉายภาพยนตรค์ รั้งแรกในปพี .ศ. 2476 และต่อมาในพ.ศ.2482 มีการสร้างอนุสาวรีย์
ประชาธปิ ไตย เปน็ อนสุ าวรยี ท์ ่ีต้ังอยกู่ ึง่ กลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกบั ถนนดินสอ แขวง

23

บวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึน้ เปน็ ทร่ี ะลกึ ถงึ เหตกุ ารณ์เปลย่ี นแปลงการปกครอง
จากระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชย์เปน็ ระบอบประชาธิปไตยในสมัยจอมพลแปลก พบิ ลู สงครามดำรง
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากนั้นในพ.ศ. 2484 ก็มีการสร้างอนุสาวรยี ์ชยั สมรภมู ิเพือ่ เทิดทูนวีรกรรม
ของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกบั ฝรัง่ เศสเรื่องการปรับปรุง
พรมแดนไทยกบั อนิ โดจนี ฝรั่งเศส

ภาพที่ 14 โรงมรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรงุ ภาพท่ี 15 ศาสตราจารย์ศลิ ป์ พีระศรี

ภาพที่ 16 พระบรมราชานสุ าวรีย์พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

24

บรรณานุกรม

กระทรวงสาธารณสขุ . (2560). ยุคกำเนดิ กระทรวงสาธารณสุข. สบื ค้นเมือ่ 15 ธนั วาคม 2563.
จาก https://www.moph.go.th/index.php/contact

แคมปสั สตาร์. (2560). พิพธิ ภณั ฑ์ร.7. สบื ค้นเมอ่ื 15 ธันวาคม 2563. จาก
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/89839.html

จารวุ รรณ จันทรน์ พคุณ. (ไม่ระบุป)ี . พระราชกรณยี กจิ . สืบคน้ เมอ่ื 15 ธันวาคม 2563. จาก
https://sites.google.com/site/prawatirachkalthi7/phra-rach-krniykic

เชญิ นภา มาบางครู. (2560). รัชกาลท่ี 8. สืบค้นเมอ่ื 15 ธนั วาคม 2563. จาก
https://sites.google.com/site/biographyofkingbysung/rachkal-thi-8

ภทั รพงค์ สุภาวงค์ . (2560). ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ. สบื คน้ เมอ่ื 15 ธนั วาคม 2563.
จาก http://1ab.in/CaA

ไม่ระบุนาม. (2551). การเมืองการปกครองสมัยรชั กาลที่ 7. สืบคน้ เม่อื 15 ธนั วาคม 2563. จาก
http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/pol/113.htm

เยาวเรศ สอนสุข. (2560). ประวัติรัชกาลท่ี 8. สบื คน้ เมือ่ 15 ธันวาคม 2563. จาก
https://sites.google.com/site/meenyaowaret/prawati-rachkal-thi8

รตั นโกสนิ ทรบ์ ล็อก. (2559). รัชกาลท่ี 7 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั . สบื คน้ เมอ่ื
15 ธนั วาคม 2563. จาก https://rattanakosinblog.wordpress.com/2016/09/12

โรงเรยี นเสลภมู ิพทิ ยาคม. (2557). เศรษฐกิจสมยั ร.8. สบื ค้นเม่ือ 15 ธนั วาคม 2563.
จาก https://sites.google.com/site/centerchanvit/smay-krung-ratnkosinthr/

วิชยั เทียนถาวร. (2561). การปรับปรงุ การเมืองการปกครอง ในรัชกาลท่ี 7 (ยคุ เปลยี่ นแปลง)
พ.ศ.2468-2475. สืบคน้ เมือ่ 15 ธนั วาคม 2563. จาก
https://www.matichon.co.th/article/news_1010233

25

สภาการศกึ ษาคาทอลกิ แหง่ ประเทศไทย. (2558). สมยั รชั กาลท่ี 7 ถงึ รชั กาลปัจจบุ นั . สืบคน้ เม่อื
15 ธันวาคม 2563. จาก http://www.catholic-education.or.th/home/index.php/

ห้องสมดุ มสธ. (2559). พระราชประวตั ิพระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั . สบื ค้นเมอ่ื
15 ธนั วาคม 2563. จาก https://library.stou.ac.th/odi/rama-7/history.html

Pinsipang. (2560). อิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกในสมยั รัชกาลที่ 8. สบื ค้นเม่อื
15 ธนั วาคม 2563. จาก https://pinsipang.wordpress.com/2017/02/14

Viewwwwww. (2563). พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว. สบื คน้ เมือ่ 15 ธนั วาคม 2563.
จาก https://bit.ly/3nJ0R84


Click to View FlipBook Version