เวลาผ่านไป ๑ ปี วันหน่ึงนางแพงสคี ิดถึงนางไคผู้เป็นมารดาจึงขอลาฤๅษีไปเย่ียมแม่ นางแพงสี
เดินทางไปบกุ ปุาฝุาดงไปค่าไหนนอนนั่นโดยมีเทพธิดามาอยู่เป็นเพื่อนจนไปถึงที่อยู่ของนางไคพักอยู่คืน
หน่ึง เช้าวันรุ่งขึ้นนางแพงสีได้ออกไปหาอาหารกับชายที่ฤๅษีชุบเป็นสามีใหม่ของแม่และเกิดหลงทาง
นางแพงสีเดินทางไปถึงต้นนิโครธท่ีลิงพระลามอาศัยอยู่ และได้เก็บผลนิโครธจากก่ิงที่ชี้ไปทางทิศ
ตะวันออกกนิ จึงกลายเปน็ ลิง ได้ขึ้นไปอยู่บนต้นนิโครธ พบลิงพระลามแล้วจึงอยู่กินกันจนนางต้ังครรภ์
และใหก้ าเนดิ ลูกลิงตวั ผ้ชู อื่ วา่ หนุ ละมาน เปน็ ลงิ ทม่ี อี ทิ ธฤิ ทธมิ์ าก
กาเนดิ ควายทรพี
กล่าวถึงควายทรพีที่จามนต์สรรพหลีกได้จากฤๅษีก็เช่ียวชาญในการรบหลบหลีกแต่ไม่สามารถ
เหาะได้ พาควายตัวเมียฝูงหน่ึงเที่ยวหากินไปตามท่ีต่างๆ เม่ือมีลูกตัวเมียจึงเลี้ยงไว้ ถ้าเป็นลูกตัวผู้ก็จะ
ฆ่าเพราะกลัวว่าโตข้ึนจะมาแย่งความเป็นใหญ่และแย่งฝูงควายตัวเมียแทนตน นางควายตัวหน่ึงซึ่งเป็น
ใหญ่สุดในฝูงควายตัวเมียต้ังท้องแล้วเห็นว่าควายทรพีกระทาชั่วช้าสาโหดมากและคิดจะฆ่าเสียจึงใช้
อุบายขอเรียนมนตส์ รรพหลีกจนจบ ครัน้ ทอ้ งแก่ได้แอบไปออกลูกในถ้าแห่งหนึ่งได้ให้กาเนิดลูกควายตัว
ผู้ให้ช่ือว่า ทรพี เม่ือลูกโตแล้วจึงเล่าเรื่องความชั่วร้ายของพ่อให้ลูกฟัง ทรพีตัวลูกโกรธมากที่พ่อฆ่า
พ่ีชายของตนหมด จึงคิดอยากจะฆ่าพ่อ นางทรพีจึงสอนมนต์สรรพหลีกให้ลูกชายตนแล้วให้ฝึกฝนให้
คล่องแคลว่ วอ่ งไวเหมอื นพอ่ โดยใหฝ้ กึ ขวิดหวาย ผลมะขามปอู ม และก้อนอาจมของตนก่อนตกถึงพ้ืนจน
คล่องแคล่ว แล้วใหค้ อยวดั รอยเทา่ พอ่ เมื่อรอยเท้าเทา่ กันแลว้ จึงไปท้าทรพีตัวพ่อต่อสู้ ในที่สุดก็สามารถ
๕๐
ฆ่าพ่อได้ แล้วมีใจกาเริบคิดว่าตนเองเก่งกล้าจึงไปท้าเทวดาที่อยู่ในที่ต่างๆ สู้รบแต่ไม่มีใครต่อสู้ด้วย
เพราะไม่อยากเกลือกกลั้วกบั ลูกทรพีฆ่าพอ่ จึงเดนิ ทางต่อไปจนถึงเมอื งกาสเี ทย่ี วอาละวาดอยูใ่ นเมอื ง
ท้าวสงั คบี และพลจี นั ปราบควายทรพี
ท้าวสังคีบและท้าวพะลีจันสองพ่ีน้องพร้อมด้วยนางกตตะราชมเหสีท้าวสังคีบซ่ึงกาลังท้องแก่
และขอออกไปช่วยรบเพราะได้เรียนวิชามาเหมือนกับสามี ทั้งสามจึงพากันออกไปรุมต่อสู้กับทรพี นาง
กตตะราชพลาดท่าถกู ทรพขี วิดกระเด็นไปตกพ้ืนแล้วคลอดลูกฝาแฝดในสนามรบ ท้าวสังคีบได้จับรกลูก
ตนขว้างไปใส่ทรพีติดอยู่ปลายเขาขวาแล้วสะบัดอีกทีจึงหลุดและเวทย์มนต์ของทรพีก็เส่ือมไปส่วนหนึ่ง
ในสี่ส่วน ทั้งสองจึงช่วยกันนานางกตตะราชและโอรสทั้งสองกลับเข้าเมือง และตั้งช่ือคนพี่ชื่อว่า ท้าว
ชาตาพระยา คนน้องช่ือว่ากัลละหาพระยา แล้วจึงพากันไปรบกับทรพีอีกแต่ก็ไม่มีใครแพ้ชนะ ทรพีจึง
ชวนไปรบในถ้า ท้าวสังคีบส่ังให้ท้าวพะลีจันเฝูาปากถ้าและให้คอยสังเกตเลือดที่ไหลออกมา ถ้าเลือดท่ี
ไหลออกมาเป็นเลือดใสเป็นเลือดของตน ถ้าเป็นเลือดข้นเป็นเลือดของทรพี และถ้าเห็นเลือดใสไหล
ออกมาให้เอาหินปิดปากถ้าแล้วกลับไปครองเมืองแทน แล้วจึงเข้าไปต่อสู้กับทรพีในถ้า และในที่สุดสัง
คบี สามารถใช้ง้าวฟันคอทรพขี าดกระเด็น ทรพีสิ้นชีวิตทันที ขณะนั้นเกิดฝนตกพอดีทาให้น้าฝนผสมกับ
เลือดทรพีที่ข้นกลายเป็นเลือดใสไหลออกมา ท้าวพะลีจันเห็นแล้วคิดว่าเป็นเลือดสังคีบพี่ชายตนจึงเอา
หนิ ปดิ ปากถา้ แลว้ กลับไปเล่าเรอ่ื งทงั้ หมดให้นางกตตะราชฟัง และบอกจะครองเมืองแทนตามที่สังคีบส่ัง
ไว้ นางกตตะราชไมเ่ ชื่อจึงไปดูที่ปากถ้าได้ยินเสียงสังคีบร้องตะโกนอยู่ในถ้าออกมาไม่ได้ นึกว่าท้าวพะลี
๕๑
จันแกลง้ ใหต้ ายจะได้ครองเมอื งจงึ โกรธมากและหาทางออกอย่างไรก็ไม่ได้จึงเอาหัวทรพีขว้างใส่หินปาก
ถา้ จึงกระเด็นออกแล้วออกมากอดจูบนางกตตะราชแลว้ เหาะไปเมืองกาสี เห็นท้าวพะลีจันน่ังบนบัลลังก์
แทนตนจึงเอาดาบไล่ฟันท้าวพะลีจันๆ หลบทันจึงหนีออกจากเมืองมาถึงเกาะที่พระลักพระลามและ
ม้ามนีกาบอาศยั อยู่ โดยไปนงั่ รอ้ งไหอ้ ย่ตู น้ ห้วยนอ้ ยแห่งหนง่ึ น้าตาไหลไปตามห้วยและมีข้ีตาพอกจนเป็น
จอมปลวกพนู ขน้ึ จนถึงคอ
ขนุ ชวิ หาเนรมิตล้นิ เปน็ สะพาน
ขุนชิวหาอาสาเนรมิตลิ้นเป็นสะพานจากเมืองลังกาไปจนถึงฝ่ังที่กองทัพพระลามอยู่เพ่ือลวงให้
ไพร่พลพระลามข้ามมาแล้วก็จะพลิกลิ้นให้ไพร่พลเหล่านั้นตกลงในมหาสมุทร กองทัพพระลามยกพล
มาถึงสะพานท่ีขุนชวิ หาเนรมิตแล้วพี่น้องท้ังส่ีคือหุนละมาน ท้าวควันเท่าฟูา ท้าวชาตาพระยา และท้าว
กัลละหาพระยาจึงพาไพร่พลไต่ตามสะพานไป แล้วขุนชิวหาจึงพลิกลิ้นไพร่พลเหล่านั้นจึงตกลงใน
มหาสมทุ ร พี่นอ้ งทั้งสจี่ งึ เนรมิตฝาุ มอื ใหญร่ บั เอาไพร่พลขึ้นมาได้ทง้ั หมดแล้วหุนละมานก็เห็นสะพานเป็น
ปกติเหมือนเดิมจึงสงสัย ส่ีพ่ีน้องจึงแปลงเป็นแมลงวันเขียวบินไปตามสะพานถึงฝ่ังเมืองลังกาเห็นขุน
ชิวหานั่งอา้ ปากแลบล้ินพาดเป็นสะพาน ท้งั ส่ีพ่ีน้องจึงพร้อมกันถีบจนโคนลิ้นขาด แล้วขุนชิวหาก็จับเอา
มาตอ่ ใหม่ หนุ ละมานจึงถบี ซา้ จนโคนล้นิ ขาดอีกแลว้ ให้ท้าวควันเท่าฟูาจับเอาลิ้นที่ขาดเหาะไปโยนลงใน
มหาสมทุ ร ขุนชวิ หาเอาลน้ิ มาต่อไมไ่ ดจ้ ึงสนิ้ ใจตาย
๕๒
ท้าวพกิ พี ทา้ วอนิ ทะชแี ละทา้ วเชตตะราชขออยูก่ บั พระลักพระลาม
ส่ีพี่น้องเดินไปตามริมมหาสมุทรฝั่งตะวันตกได้พบท้าวพิกพี ท้าวอินทะชีและท้าวเชตตะราชมี
ตัวจมอยู่ในแผน่ ดนิ เหลอื เพียงคอ จึงได้ไต่ถามเร่ืองราว เม่ือทราบเรื่องแล้วจึงดึงขึ้นมาแล้วพาไปหาพระ
ลามและท้าวท้ังสามทูลเร่ืองราวทั้งหมดให้พระลามทราบพร้อมทั้งขอติดตามพระลามไปเมืองลังกาด้วย
แล้วพระลามจึงส่งั ให้หนุ ละมานและน้องท้งั สามไปหาที่นา้ ต้นื ตามแผนทใี่ นคัมภรี ์นน้ั
ทา้ วหุลละมานและพ่ีน้องท้งั ๓ จองถนนและไดล้ ูกสาวพญานาคท้งั ๔ เปน็ ภรรยา
พี่น้องทั้งส่ีพบท่ีน้าต้ืนตามแผนท่ีแล้วกลับมาบอกพระลามและคิดว่าการเดินลุยน้าไปใน
ระยะทางท่ีไกลจะทาให้ไพร่พลเม่ือยล้าจึงอาสาไปสร้างสะพานโดยไปถอนไม้ยางปักเป็นเข่ือนแล้วขน
เอาหินมาถมไปจนถึงเมืองลังกา ๓ วันจึงแล้วเสร็จ ขณะน้ันลูกสาวพญานาคท้ัง ๔ คือ นางมัจฉา นาง
จาปาดอกแก้ว นางผ่านแผ้วดอกคา และนางคาตันอุ่นหล้าขึ้นมาเล่นน้า เห็นสะพานหินขวางทางจึงให้
บรวิ ารพังหินเปิดช่องประมาณโยชน์หนึง่ พน่ี อ้ งท้ังส่ีกลับมาเหน็ ก็นาหนิ มาซ่อมแซม บริวารนางนาคก็พัง
๕๓
อีกเช่นนี้หลายคร้ัง พ่ีน้องทั้งสี่ประหลาดใจจึงพากันดาน้าลงไปดูจึงเห็นเหตุการณ์ท้ังหมดแล้วเข้าไปต่อ
ว่าแต่ในท่ีสุดทั้งส่ีคู่ก็พูดจาเกี้ยวพากันและสมสู่อยู่กินกัน ต่อมานางทั้งสี่ตั้งครรภ์ให้กาเนิดลูกชาย ลูกนาง
มจั ฉากับหุนละมานชือ่ ท้าววลุยี ลูกนางจาปาดอกแก้วกับท้าวควันเท่าฟูาชื่อ อัคคีทะนา ลูกนางผ่านแผ้ว
ดอกคากับท้าวชาตาพระยาช่ือท้าวคาภาแก่กล้า ลูกนางคาตันอุ่นหล้ากับท้าวกัลละหาพระยาช่ือท้าว
ยอดฟาู ครองสวรรค์ตา่ งบอกชอื่ พ่อใหล้ ูกจาไวท้ ุกคน
พระลักพระลามยกทัพขา้ มสะพานถึงเมืองลังกา
เมื่อพ่ีน้องท้ังส่ีซ่อมสะพานหินเรียบร้อยแล้ว พระลามจึงจัดทัพเป็น ๖ ขบวนเคลื่อนไปบน
สะพาน โดยขบวนที่ ๑ สี่พี่น้องมีหุนละมานเป็นหัวหน้า ขบวนที่ ๒ แปดกุมารแห่งเมืองจันทบุรีศรีสัตต
นาค มีท้าวองคตเป็นหัวหน้า ขบวนท่ี ๓ พระลักกับท้าวพะลีจัน ขบวนที่ ๔ ท้าวพิกพี ท้าวอินทะชีและ
ท้าวเชตตะกุมาร ขบวนท่ี ๕ นางแพงสี นางกตตะราชและม้ามนีกาบ ขบวนที่ ๖ พระลามกับพญาครุฑ
เดินทางไปสามเดอื นจงึ ถึงเมอื งลังกาแล้วตั้งทัพหา่ งจากเมืองลังกาด้านทิศตะวันตกพนั วา แล้วหุนละมาน
จึงเนรมิตศาลาที่พักสามหลัง โดยหลังแรกให้พระลาม พระลัก ท้าวพะลีจันและพญาครุฑพักหลังที่ ๒
กุมารท้ัง ๑๒ คน หลังท่ี ๓ ท้าวพิกพี ท้าวอินทะชี และท้าวเชตตะกุมาร แล้วเนรมิตรั้วกาแพงล้อมรอบ
พรอ้ มทง้ั หอรบทพ่ี ักของเหล่าไพร่พลโยธาทั้ง ๙ อกั โขเภณี
๕๔
พระลามไดน้ างสีดาคนื และแต่งตง้ั ท้าวพิกพแี ละนางจันทาครองเมืองลังกา
เม่ือปราบพระยาราพพะนาสวนได้แล้ว พระลามจึงยกทัพเข้าเมืองลังกา นางจันทาจัดขบวน
ตอ้ นรับพรอ้ มท้ังนานางสดี าไปถวาย และเชิญพระลามครองเมืองลังกาแต่พระลามปฏิเสธและได้อภิเษก
ทา้ วพิกพีกับนางจนั ทาครองเมืองลงั กา ท้าวอินทะชีเป็นอุปราช แล้วมอบบาเหน็จแก่แม่ทัพนายกองไพร่
พลโยธาและอยู่กันอย่างมีความสขุ จนลืมความเหนด็ เหนอื่ ยในการสงครามคร้ังนี้
พระลามยกทพั กลบั เมอื งอนิ ทปตั ถะนคร
พระลามและเหล่าแม่ทัพนายกองเสนาอามาตย์พักอยู่ในเมืองลังกาได้ ๓ เดือนแล้วจึงยกทัพ
กลบั ทางเดิม เมอ่ื เดินทางมาถงึ เมืองอนิ ทปัตถะนคร พะลีจันขอนาไพร่พลกลับเมืองกาสี พระลามให้นาง
กตตะราช ท้าวควันเท่าฟูา ท้าวชาตาพระยาและท้าวกัลละหาพระยาช่วยปกครองเมืองกาสี และพญา
ครฑุ ก็ลากลับเมือง
พระลามรับนางสดี า พระบตุ ร และฮูบเขา้ เมอื ง
ต่อมาพระบุตรถามถึงบิดา นางสีดาเล่าให้ฟังแล้วรับปากจะพาไปหา จึงไปลาฤๅษีแล้วทั้งสาม
คนก็เดินทางไปทางอากาศมาจนถึงเขตเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาค นางสีดาเนรมิตเป็นหญิงมีรูปโฉม
สวยงามกวา่ เดิมเพอ่ื ไมใ่ ห้ใครจาได้ ไปขออาศัยอยกู่ บั บา้ นคนขายแตง เจา้ ของบ้านนั้นมีลูกสาว ๒ คนช่ือ
นางบัวสีและนางคามี วันหนึ่งสองพ่ีน้องหาบแตงไปขายตลาดในเมือง สามแม่ลูกตามไปด้วยไปนั่งขาย
๕๕
แตงท่ีตลาด วันนั้นท้าวหุนละมานให้ลูกบ่าวบริวารมาเก็บภาษีตามตลาดไปถึงร้านขายแตงเรียกเก็บลูก
หนึ่ง แตพ่ ระบุตรไม่ยอมเพราะเป็นของท่ีลงทุนมาขาย ให้เปล่าๆ ไม่ได้ เม่ืออยากได้ก็ให้ไปเอาเงินท่ีท้าว
หุนละมานมาซื้อเอง ลูกบ่าวบริวารท้าวหุนละมานได้ฟังดังน้ันจึงกลับไปบอกท้าวหุนละมานๆ รีบปราด
เข้าไปหาร้านขายแตงจะหยิบเอาลูกหนึ่งให้ได้แต่พระบุตรไม่ยอมจึงเกิดการโต้เถียงกันถึงข้ึนต่อสู้กัน
ทา้ วหนุ ละมานถูกปืนศรปลิวไปตกท่ีปราสาทพระลาม ทั้งสามจึงอุ้มเอานางบัวสีกับนางคามีกลับไปส่งท่ี
บ้านแล้วกลับมานั่งริมถนนรอดูว่าใครจะมาตามหาตน จึงเห็นพระลักพระลามข่ีม้ามนีกาบมา แล้วเกิด
การต่อสู้กันทั้งกับพระลักพระลามและม้ามนีกาบแต่ไม่มีใครแพ้ชนะต่างเหน็ดเหน่ือยอ่อนกาลังลง พระ
ลามจงึ ถามสองกุมารวา่ มาจากท่ีใดเป็นลูกเตา้ เหลา่ ใคร แลว้ นางสดี าจึงตอบแทนว่าเป็นลูกตนและตนช่ือ
สดี ามเหสขี องพระลาม พระลามดีใจมากจึงเข้าไปอุ้มจูบชมโอรสทั้งสองและสานึกผิด จึงอ้อนวอนนางสี
ดาให้กลับเข้าไปอยู่ในเมืองตามเดิม เมื่อพระลามให้คามั่นสัญญาแล้วนางสีดาจึงยินยอมไปอยู่ด้วย พระ
ลามจึงพานางสีดาและโอรสทั้งสองเข้าเมืองและปกครองบ้านเมืองโดยทศพิธราชธรรม แล้วพระลามจึง
ได้อภิเษกให้ท้าวพระบุตรเป็นเจ้าเมืองจันทบุรีศรีสัตตนาคและให้ท้าวพระฮูบเป็นอุปราช ต่อมาพระ
ลาม พระลกั กับท้ังมเหสีทง้ั หลายก็สิ้นอายขุ ัยในปีเดยี วกนั แล้วจงึ ได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดงึ ส์
ฮปู แตม้ วดั เลไลย์ บ้านหนองพอก ตาบลดงบงั อาเภอนาดนู จังหวัดมหาสารคาม
ถ่ายโดย : ณรงค์ศักด์ิ ราวะรินทร์ ; วันที่ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๑, เวลา ๑๒:๑๗:๕๖ น.
๕๖