The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:54:40

รส. 23-35 รวมเล่ม

รส. 23-35 รวมเล่ม

ต้นฉบับเอกสารแปล

ว่าดว้ ย

การฝกึ ต่อสดู้ ้วยปนื พก
( รส.๒๓ – ๓๕ )

ค่ายธนะรัชต์ อําเภอปราณบุรี จังหวดั ประจวบครี ขี นั ธ์

คาํ นาํ

คมู่ อื ราชการสนามเล่มนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาซง่ึ เปน็ คําอธิบายและคําชแ้ี จงในเรื่องการ

ทํางานของเครอ่ื งกลไกปนื พก และการฝึกยงิ ปืนพกแบบ เอ็ม.๙ ขนาด ๙ มม. (M9, 9-MM) ปืนพกแบบ
เอ็ม.๑๙๑๑ เอ.๑ (M1911 A1) ขนาด .๔๕ น้วิ และปนื พกแบบลูกโม่ขนาด .๓๘ นิว้ ซึง่ จะแสดงถงึ
มาตรฐานการจัดชนั้ คณุ วุฒิในการยงิ ปนื พกของกองทัพบกในปจั จุบนั เอกสารนใ้ี ชเ้ ป็นแนวทางของผฝู้ กึ

ในการจดั ทําและพัฒนาแผนงานการฝกึ แผนและบทเรยี น ซ่งึ สนองตอบวัตถุประสงค์ของแผนงานการ

ฝึกพลแมน่ ปืนของกองทัพบก ในอันที่จะพฒั นาประสทิ ธิภาพของกําลังพลในการต่อสดู้ ว้ ยอาวธุ ปนื
ทหารจะได้พฒั นาระดับของความเช่อื ม่ัน ความรู้ และทกั ษะ จากการดําเนินการตามคําแนะนําใน

เอกสารเลม่ น้ี

หากผ้ใู ชค้ มู่ อื ราชการสนามเล่มนี้ ได้พบข้อความตอนใดท่ียังขาดความสมบูรณ์ หรอื ยงั ไม่
ถกู ต้องและต้องการแกไ้ ขเพม่ิ เติม ขอได้กรณุ าสง่ ข้อมลู รายละเอียดอนั ประกอบดว้ ย ข้อความ หมายเลข

บรรทดั หมายเลขหน้าและบท มายัง กองวิทยาการ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรชั ต์ อําเภอปราณบรุ ี

จังหวัดประจวบคีรีขนั ธ์ ๗๗๑๖๐
ในคู่มอื ราชการสนามเล่มน้ี หากมิได้ระบไุ ว้เปน็ การเฉพาะแล้ว ขอ้ ความท่ีกล่าวถงึ ทหาร

และบคุ คล ใหห้ มายรวมถงึ ทงั้ ชายและหญงิ

สารบาญ

คาํ นํา ปืนพกท่มี ใี ชใ้ นกองทพั บก หนา้
บทที่ ๑ ๑ - ๑ ปืนพก กง่ึ อตั โนมัติ ขนาด ๙ มม. แบบ เอ็ม.๙ (9-MM, M9)
๑ - ๒ ปนื พก กึ่งอตั โนมัติ ขนาดกวา้ งปากลํากล้อง .๔๕ นิ้ว ๑
บทท่ี ๒ ๑
แบบ เอม็ .๑๙๑๑ (M1911) และ เอ็ม.๑๙๑๑ เอ.๑ (M1911 A1) ๒
๑ - ๓ ปนื พกแบบลูกโม่ (รีวอลเวอร)์ ขนาด .๓๘ นว้ิ
การฝึกยงิ ปนื พก ๔
ตอนที่ ๑ หลกั พน้ื ฐานของการยงิ ปืน ๗
๒ - ๑ ขัน้ ของการฝกึ ๗
๒ - ๒ หลกั พ้นื ฐาน ๗
๒ - ๓ การจับปนื ๗
๒ - ๔ การเลง็ ๗
๒ - ๕ การควบคุมการหายใจ ๑๑
๒ - ๖ การเหนี่ยวไก ๑๒
๒ - ๗ การยิงเปา้ หมาย ๑๓
๒ - ๘ ทา่ ยงิ ๑๕
ตอนที่ ๒ การยงิ ปนื พกต่อสู้ ๑๕
๒ - ๙ เทคนคิ ของการยงิ ๒๑
๒ - ๑๐ การยงิ เปา้ หมาย ๒๑
๒ - ๑๑ การสา่ ยปนื ๒๒
๒ - ๑๒ เทคนคิ การบรรจกุ ระสุนในการยิงต่อสู้ ๒๒
๒ - ๑๓ การยิงในสภาพทัศนวสิ ัยไมด่ ี ๒๘
๒ - ๑๔ การยงิ ปืนในสถานการณ์ที่มกี ารใช้อาวุธ นิวเคลยี ร์ ชวี ะ เคมี ๓๐
๓๑
(นชค.)
ตอนที่ ๓ เคร่อื งช่วยฝึกและเครอ่ื งชว่ ยในการสอน ๓๑
๒ - ๑๕ การสอน ๓๑
๒ - ๑๖ วิธกี ารใช้กระสุนจรงิ ปนกับกระสุนปลอม ๓๒
๒ - ๑๗ การรายงานตําบลล่นั ไก ๓๒
๒ - ๑๘ การฝึกยงิ โดยใช้ดนิ สอแทนลกู กระสุน ๓๒
๒ - ๑๙ การฝกึ ยงิ ชา้ ๓๔
๒ - ๒๐ ปืนอดั ลม ขนาดกวา้ งปากลาํ กลอ้ ง .๑๗๗ นว้ิ ๓๕
๒ - ๒๑ เครอื่ งช่วยฝึก เปา้ สาํ หรับการฝกึ ยงิ เร็ว ๓๕

ผนวก ก ๒ - ๒๒ หลกั สูตรการฝกึ ยิงปืนในสนาม หนา้
ผนวก ข ตอนที่ ๔ มาตรการรักษาความปลอดภัย ๔๐
ผนวก ค ๒ - ๒๓ เรอ่ื งทจ่ี าํ เปน็ และสําคัญ ๔๑
ผนวก ง ๒ - ๒๔ กอ่ นทาํ การยงิ ๔๑
๒ - ๒๕ ในระหวา่ งทําการยงิ ๔๑
๒ - ๒๖ ภายหลังจากการยิง ๔๒
๒ - ๒๗ การฝกึ โดยครูฝกึ และการยงิ บนั ทกึ ผล เพ่ือจดั ชนั้ คณุ วุฒิ ๔๒
หลักสูตรการยิงปนื พกทาํ นองรบ เพอ่ื จดั ชน้ั คุณวุฒิ ๔๒
ก – ๑ รายละเอียดของหลักสูตร ๔๔
ก – ๒ การยงิ หลักสูตรการยงิ ปพ.ทาํ นองรบ เพ่ือจดั ช้นั คณุ วุฒิ ๔๔
ก – ๓ การยิง ๔๕
ก – ๔ การยงิ แก้ตวั ๔๖
ก – ๕ กฎข้อบังคบั ๔๙
ก – ๖ บัตรบันทึกคะแนน ๔๙
ก – ๗ เป้าหุ่น ๕๐
ก – ๘ เคร่ืองชว่ ยฝกึ การยิงเรว็ ๕๒
หลักสตู รการยงิ ปืนพกสํารอง เพื่อจดั ชนั้ คณุ วฒุ ิ ๕๒
ข – ๑ ระเบียบและข้นั ตอนการฝึก ๕๓
ข – ๒ การยิง ๕๓
ข – ๓ การยิงแกต้ ัว ๕๔
ข – ๔ การบันทกึ คะแนน ๕๗
หลักสูตรการยงิ ปนื ลกู โม่ เพื่อจัดชนั้ คณุ วุฒิ ๕๗
ค – ๑ รายละเอยี ดของหลักสตู ร ๖๐
ค – ๒ การยิงตามหลักสูตร ๖๐
ค – ๓ การทําการยงิ ๖๑
ค – ๔ การยิงแกต้ ัว ๖๒
ค – ๕ กฎข้อบังคบั ๖๖
ค – ๖ บัตรบนั ทกึ คะแนน ๖๖
ค – ๗ เป้าหุ่น ๖๗
ค – ๘ เคร่ืองชว่ ยฝกึ การยงิ เร็ว ๖๘
หลกั สูตรการยิงปืนลูกโม่สาํ รอง เพื่อจดั ชัน้ คุณวฒุ ิ ๖๘
ง – ๑ ระเบยี บและขัน้ ตอนการฝึก ๖๙
ง – ๒ การยงิ ตามหลกั สตู ร ๖๙
ง – ๓ การยงิ แกต้ ัว ๗๐
๗๓

ง – ๔ การบนั ทึกคะแนน หน้า
ผนวก จ ตารางกาํ หนดการฝึก ๗๓
๗๖
ผนวก ฉ แบบฟอร์มทห่ี นว่ ยสามารถจัดทําขน้ึ ใช้เอง
๘๐

-๑-

บทที ๑

ปื นพกทีมใี ชใ้ นกองทพั บก

๑ - ๑ ปื นพก กึงอตั โนมตั ิ ขนาด ๙ มม. แบบ เอม็ .๙ (9-MM, 9M)

ปืนพก แบบ เอม็ .๙ (M9) เป็นปืนพกกงึ อัตโนมตั ิขนาด ๙ มม. บรรจุกระสุนดว้ ยซองกระสุน

ทาํ งานดว้ ยแรงสะทอ้ นถอยหลงั สามารถบรรจุกระสุนขนาด ๙ มม. ไวใ้ นรงั เพลงิ แลว้ ลดนกปืนลง

จากนันใชก้ ารยงิ แบบสองจงั หวะ (ดงั เบลิ แอค๊ ชนั ) ได้ ซองกระสนุ มคี วามจุ ๑๕ นดั

ก. ขอ้ มูลยทุ โธปกรณ์

กวา้ งปากลาํ กลอ้ ง ๙ มม. นาโต้

ระบบการทาํ งาน แรงสะทอ้ นถอยหลงั กงึ อตั โนมตั ิ

ระบบขดั กลอน การเคลอื นทขี องตวั ลอ็ คและปลดลอ็ ค

ความยาว ๒๑๗ มม. (๘.๕๔ นิว)

ความหนา ๓๘ มม. (๑.๕ นิว)

ความสงู ๑๔๐ มม. (๕.๕๑ นิว)

นําหนักพรอ้ มซองกระสนุ เปลา่ ๙๖๐ กรมั (๒.๑ ปอนด์)

นําหนกั พรอ้ มซองกระสุนและกระสุน ๑๕ นดั ๑,๑๔๕ กรมั (๒.๖ ปอนด์)

ความยาวของลํากลอ้ ง ๑๒๕ มม. (๔.๙๒ นิว)

เกลยี ว เวยี นขวา ๖ เกลียว (๑ รอบเกลยี วยาว

๒๕๐ มม. หรอื ประมาณ ๑๐ นิว)

ความเรว็ ของลกู กระสนุ ณ ปากลาํ กลอ้ ง ๓๗๕ เมตร ตอ่ วนิ าที

(๑,๒๓๐.๓ ฟตุ ต่อวนิ าที)

พลงั งาน ณ ปากลาํ กลอ้ ง ๕๖๙.๕ นวิ ตนั เมตร (๔๓๐ ฟตุ ปอนด์)

ระยะยงิ ไกลสดุ ๑,๘๐๐ เมตร (๑,๙๖๒.๒ หลา)

ระยะยงิ หวงั ผลไกลสดุ ๕๐ เมตร (๕๔.๗ หลา)

ศนู ยห์ น้า แบบใบมดี ตายตวั เป็นสว่ นเดยี วกบั ลํากลอ้ ง

ศนู ยห์ ลงั ศนู ยบ์ าก ประกอบเขา้ กบั เลอื นปืน

รศั มศี นู ย์ ๑๕๘ มม. (๖.๒๒ นิว)

เครอื งนริ ภยั คนั ลดนกปืน/หา้ มไก แผ่นปิดกนั เขม็

นกปืน (สามารถลดนกครงึ หนงึ ได้) แทงชนวน
เพอื ป้องกนั อบุ ตั ิเหตุปืนลนั

อตั รากระสุนทนี ําตดิ ตวั ไป ๔๕ นัด

แรงเหนียวไก การยงิ จงั หวะเดียว : ๕.๕๐ ปอนด์

การยงิ สองจงั หวะ : ๑๒.๓๓ ปอนด์

หมายเหตุ : สาํ หรบั รายละเอยี ดเพมิ เตมิ เกียวกบั ขอ้ มูลทางเทคนคิ ของปืนพก แบบ เอม็ .๙ (M9)

ใหศ้ กึ ษาไดจ้ าก คท.๙–๑๐๐๕–๓๑๗–๓๑๐ (TM 9-1005-317-310)

-๒-

คาํ เตือน

ตําแหน่งของการลดนกครงึ หนึงนันจะชว่ ยหยดุ นกปืนและป้องกนั การเกดิ อุบตั เิ หตปุ ืนลนั

กรณีเกดิ การพลาดพลงั ในขณะขนึ นกปืนดว้ ยการใชน้ ิวมอื การลดนกครงึ หนึงนีไมถ่ ือเป็นตาํ แหน่ง

นริ ภยั เนืองจากปืนจะสามารถทาํ การยงิ ไดจ้ ากตาํ แหน่งของการลดนกครงึ หนึงนี หากไกปืนถกู

เหนยี ว

ข. การทาํ งานของปื น

ปืนพก แบบ เอม็ .๙ (M9) มรี ะบบแรงสะทอ้ นถอยหลงั สนั โดยใชก้ ารเคลอื นตวั ของตวั

ลอ็ คและปลดลอ็ คแรงดนั ทเี กดิ จากการเผาไหมแ้ ละขยายตวั ของแก๊สจากกระสนุ ปืนจะส่งแรง

สะทอ้ นถอยหลงั ไปยงั เลอื นปืนและชุดลํากลอ้ งปืน ภายหลงั จากการเคลอื นทีมาขา้ งหลงั ในระยะสนั

เหลยี มขดั กลอนจะปลดออกจากเลอื นปืน ลาํ กลอ้ งปืนจะหยดุ ตวั ทโี ครงปืน แต่เลอื นปืนจะยงั คง

เคลอื นตวั ต่อมาทางดา้ นหลงั แลว้ เลอื นปืนจะรงั ปลอกกระสุนและคดั ปลอกกระสนุ ออกมา จากนันก็
จะขนึ นกปืน และอดั ตวั แหนบรบั แรงถอย เมอื เลอื นปืนเคลอื นตวั กลบั ไปขา้ งหนา้ กจ็ ะป้อนกระสนุ

จากซองกระสนุ เขา้ ไปในรงั เพลงิ และเมอื ยงิ กระสนุ นดั สุดทา้ ยและคดั ปลอกกระสุนออกมาแลว้

เลอื นปืนและชุดลํากลอ้ งปืนจะเปิดออกคา้ งไว้

๑ - ๒ ปื นพกกงึ อตั โนมตั ิ ขนาดกว้างปากลาํ กล้อง .๔๕ นิว แบบ เอม็ .๑๙๑๑ (M1911)

และ เอม็ .๑๙๑๑ เอ.๑ (M1911 A1)

ปืนพก แบบ เอม็ .๑๙๑๑ (M1911) และ เอม็ .๑๙๑๑ เอ.๑ (M1911 A1) เป็นปืนพก

กงึ อตั โนมตั ขิ นาดกวา้ งปากลาํ กลอ้ ง .๔๕ นิว ทํางานดว้ ยแรงสะทอ้ นถอยหลงั ป้อนกระสนุ ดว้ ย

ซองกระสนุ ยงิ แบบจงั หวะเดยี ว ซองกระสุนมคี วามจุ ๗ นัด

ก. ข้อมลู ยทุ โธปกรณ์

กวา้ งปากลาํ กลอ้ ง ๐.๔๕ นิว

ระบบการทํางาน แรงสะทอ้ นถอยหลงั กงึ อัตโนมตั ิ

ความยาว ๘ ๕/๘ นิว

นําหนักพรอ้ มซองกระสุนเปลา่ ๒.๔ ปอนด์

นําหนกั พรอ้ มซองกระสนุ บรรจุเตม็ ๓ ปอนด์

ความยาวของลาํ กลอ้ ง ๕.๐๓ นิว

เกลยี ว เวยี นซา้ ย ๖ เกลยี ว (๑ รอบเกลียว ยาว ๑๖ นิว)

ความเรว็ ของลูกกระสุน ณ ปากลํากลอ้ ง ๘๓๐ ฟุต ตอ่ วนิ าที

พลงั งาน ณ ปากลํากลอ้ ง ๑๗,๐๐๐ ปอนด์ ตอ่ ตารางนิว

ระยะยงิ ไกลสดุ ๑,๕๐๐ เมตร

ระยะยงิ หวงั ผลไกลสุด ๕๐ เมตร

ศนู ยห์ น้า แบบใบมดี เป็นส่วนหนงึ ของเลอื นปืน

ศูนยห์ ลงั เป็นศูนยบ์ าก ประกอบเขา้ เลอื นปืน

รศั มศี ูนย์ ๖.๔๘๑ นิว

เครอื งนริ ภยั หา้ มไก หา้ มไกชว่ ย การขนึ นกครงึ เดยี ว

อตั รากระสุนทนี ําตดิ ตวั ไป ๒๑ นัด

แรงเหนียวไก ๕ ถงึ ๖ ๑/๒ ปอนด์

-๓-

ข. การทาํ งานของปื น

๑) แต่ละครงั ทลี ูกกระสนุ ถูกยงิ ไปนัน สว่ นตา่ งๆ ภายในของปืนจะทํางานเป็นระบบ

ตามทกี าํ หนดและออกแบบไว้ ซงึ เราเรยี กว่า ระบบการทาํ งานเป็นวงรอบ หรอื วงรอบของการ

ทํางาน
๒) วงรอบของการทาํ งานของอาวุธปืน ถกู แบง่ ออกเป็น ๘ ขนั ดงั นี : การป้อนกระสุน

การเขา้ สูร่ งั เพลงิ การขดั กลอน การยงิ การปลดกลอน การรงั ปลอกกระสุน การคดั ปลอกกระสุน

และการขนึ นก ขนั ตอนดงั กล่าวนีถกู จดั เรียงตามลาํ ดบั ของการทาํ งานทีเกดิ ขนึ แตอ่ ย่างไรกต็ าม

ขนั ตอนมากกว่าหนึงขนั ตอนอาจเกดิ ขนึ ในเวลาเดยี วกนั

๓) ซองกระสุนทบี รรจกุ ระสนุ เตม็ จะถูกใสเ่ ขา้ กบั ตวั ปืน เมอื เลอื นปืนถูกดงึ มาขา้ งหลงั จน

สุดจะทําใหป้ ืนขนึ นก (นกปืนงา้ ง) แหนบรบั แรงถอยอดั ตวั เหลก็ รองกระสุนของซองกระสุนจะดนั

กระสนุ นดั บนขนึ ไปในทางผ่านของเลือน ครนั ปล่อยเลอื นแหนบรบั แรงถอยจะบงั คบั เลอื นวงิ ไป

ขา้ งหนา้ พากระสนุ นดั แรกเขา้ ส่รู งั เพลงิ ขณะทีเลอื นวงิ กลบั ไปขา้ งหนา้ จะกระแทกกบั

ส่วนทา้ ยลํากลอ้ งปืน จงึ พาใหล้ าํ กลอ้ งเคลอื นทไี ปขา้ งหนา้ ดว้ ย ดงั นันทา้ ยลาํ กลอ้ งจะกระดกขนึ

ตรงห่วงขอ้ ต่อลาํ กลอ้ งปืน โดยมปี ลายลํากลอ้ งปืนเป็นจุดศูนยก์ ลาง เมอื เลอื นปืนและลํากลอ้ งปืน

วงิ กลบั ไปถงึ ทเี ดิมกจ็ ะถกู ยดึ ตดิ กนั แน่นสนิท (ขดั กลอน) โดยมีสนั บนของลํากลอ้ งเขา้ ไปขดั ตวั อยู่

ทรี อ่ งอนั ในของเลอื น และการเลอื นไปขา้ งหน้านีจะหยดุ โดยการขดั กลอนของสนั บนลาํ กลอ้ งและ

ร่องอนั ในของเลอื นปืน ขณะนีปืนกพ็ รอ้ มทจี ะทาํ การยงิ

๔) เมอื เหนียวไกมา กระเดอื งนกปืนจะหลดุ จากนกปืน นกปืนจะตที า้ ยเขม็ แทงชนวนทํา

ใหเ้ ขม็ แทงชนวนไปแทงชนวนทา้ ยปลอกกระสุน แรงดนั ของแก๊สส่วนทไี ปขา้ งหน้าจะดนั ลกู กระสนุ

วงิ ออกไปจากลํากลอ้ งปืน สว่ นแรงดนั ของแก๊สทีมาขา้ งหลงั จะดนั เลอื นปืนและลาํ กลอ้ งถอยหลงั มา

พรอ้ มกนั ในระยะสนั ๆ ซงึ จดุ นีเองจะทําใหแ้ กส๊ ดนั ลูกกระสนุ ออกไปขา้ งหน้า ก่อนทลี ํากลอ้ งปืนและ

เลอื นปืนจะแยกออกจากกนั (ถอดกลอน)

๕) เมอื ลํากลอ้ งปืนถอดกลอนออกจากเลอื นปืน ลํากลอ้ งปืนจะหยดุ อยกู่ บั ทแี ละเลอื นปืน

จะยงั คงถอยต่อไปดว้ ยนําหนกั ของตวั มนั เองและความเรว็ ทเี หลอื ทําใหเ้ กิดการรงั ปลอกกระสุน

และคดั ปลอกกระสนุ ออกจากตวั ปืน และในระหว่างการเคลอื นทถี อยหลงั นีเอง เหลก็ รองกระสนุ จะ

ดนั กระสนุ นดั ตอ่ ไปขนึ มา แหนบรบั แรงถอยอดั ตวั นกปืนงา้ งออก

๖) เมอื เลอื นปืนถอยหลงั มาจนสุดแลว้ แหนบรบั แรงถอยจะขยายตวั ออก ดนั ใหเ้ ลอื นปืน

เคลอื นทกี ลบั ไปขา้ งหน้า กระสนุ จะถูกพาเขา้ รงั เพลงิ เลอื นปืนและลาํ กลอ้ งปืนจะเขา้ ขดั กลอนกนั

อกี ปืนจะพรอ้ มทาํ การยงิ อกี ครงั วงรอบการทาํ งานเชน่ เดยี วกนั นีจะยงั คงเป็นไปอยา่ งตอ่ เนอื ง

จนกว่าจะหมดกระสุน

๗) เมอื กระสนุ นัดสุดทา้ ยถกู ยงิ ออกไปแลว้ เหลก็ รองกระสุนซงึ ถกู แหนบส่งกระสุนผลกั

ใหค้ นื ตวั ขนึ มา จะผลกั สลกั ลํากลอ้ งปืนใหก้ ระดกตวั ขนึ ไปขดั อยใู่ นร่องดา้ นซา้ ยของเลอื นปืน จงึ ทาํ

ใหเ้ ลอื นปืนถกู ยดึ คา้ งอยทู่ างดา้ นหลงั เป็นการแสดงใหผ้ ูย้ งิ ทราบว่าซองกระสนุ ไม่มกี ระสนุ อยแู่ ลว้

และยงั ช่วยใหส้ ามารถบรรจุกระสนุ ซองใหม่ไดร้ วดเรว็ ขนึ

หมายเหตุ : สําหรบั รายละเอยี ดเพมิ เตมิ ทางเทคนิคของปืนพกขนาด .๔๕ นิว ใหค้ น้ ควา้ ไดจ้ าก

จาก คท.๙–๑๐๐๕–๒๑๑–๑๒ (TM 9-1005-211-12)

-๔-

๑ - ๓ ปื นพกแบบลูกโม่ (รีวอลเวอร์) ขนาด .๓๘ นิว

ปืนพกแบบลูกโม่ขนาด .๓๘ นิว ทใี ชใ้ นราชการกองทพั บกมแี บบพนื ฐานอยู่ ๖ แบบ

ดว้ ยกนั คอื ขนาดความยาวลํากลอ้ ง ๒ นิว ๑ แบบ ซงึ ผลติ โดยบรษิ ัทสมิทแอนด์เวสสนั และ

ขนาดความยาวลาํ กลอ้ ง ๔ นิวอกี ๕ แบบ ซงึ ๓ แบบในจาํ นวนนีผลติ โดยบรษิ ัท รูเกอร์ และอกี ๒

แบบ ผลติ โดยบรษิ ทั สมทิ แอนด์ เวสสนั ปืนพกแบบลูกโม่ขนาดความยาวลํากลอ้ ง ๒ นิว นัน เป็น

ปืนแบบหลกั ทใี ชก้ นั ในหน่วยทหารสืบสวนคดอี าชญากรรมในกองทพั และหน่วยทีต่อตา้ นข่าวกรอง

ส่วนปืนพกแบบลกู โมข่ นาดความยาวลาํ กลอ้ ง ๔ นิวนัน เป็นแบบทใี ชก้ นั ในบรรดานักบนิ และ

ทหารสารวตั ร

ก. ขอ้ มูลยุทโธปกรณ์

สมิท แอนด์ เวสสนั (SMITH AND WESSON)

กวา้ งปากลาํ กลอ้ ง ๐.๓๘ นิว

ระบบการทาํ งาน รงั เพลงิ หมนุ ได้

ความยาวของตวั ปืน : ลาํ กลอ้ ง ๒ นิว ๗ ๑/๔ นิว

ลํากลอ้ ง ๔ นิว ๙ ๑/๔ นิว

นําหนกั : ลาํ กลอ้ ง ๒ นิว ๒๖.๕ ออนซ์

ลํากลอ้ ง ๔ นิว ๓๐.๕ ออนซ์

ความยาวของลาํ กลอ้ ง ๒ นิว/ ๔ นิว

ความเรว็ ของลกู กระสนุ ณ ปากลาํ กลอ้ ง ๙๕๐ ฟตุ / วนิ าที

พลงั งาน ณ ปากลาํ กลอ้ ง ๑๖,๐๐๐ ปอนด์/ ตารางนิว

ระยะยงิ ไกลสุด : ลํากลอ้ ง ๒ นิว ๘๖๘ เมตร

ลาํ กลอ้ ง ๔ นิว ๙๙๒ เมตร

ระยะยงิ หวงั ผลไกลสุด ๔๕ เมตร (ลํากลอ้ ง ๒ นิว)

ศูนยห์ นา้ ๖๐ เมตร (ลาํ กลอ้ ง ๔ นิว)
แบบตายตวั ขนาด ๑/๘ นิว รอ่ งฟนั เลอื ยลาดลง

ศูนยห์ ลงั เป็นศูนยบ์ าก

เครอื งนิรภยั ไม่มอี ปุ กรณ์นริ ภยั

อตั รากระสนุ ทนี ําตดิ ตวั ไป ๑๘ นัด

-๕-

รเู กอร์ (RUGER) ๐.๓๘ นิว
รงั เพลงิ หมุนได้
กวา้ งปากลาํ กลอ้ ง ๙ ๑/๔ นิว
ระบบการทาํ งาน ๓๓ ออนซ์
ความยาวของตวั ปืน ๔ นิว
นําหนัก ๙๕๐ ฟุต/ วนิ าที
ความยาวของลํากลอ้ ง ๑๖,๐๐๐ ปอนด์/ ตารางนิว
ความเรว็ ของลูกกระสุน ณ ปากลํากลอ้ ง ๙๙๒ เมตร
พลงั งาน ณ ปากลํากลอ้ ง ๖๐ เมตร
ระยะยงิ ไกลสุด ศูนยใ์ บมดี ตายตวั
ระยะยงิ หวงั ผลไกลสุด ศนู ยแ์ บบเซาะรอ่ ง ตายตวั
ศนู ยห์ น้า ไม่มอี ปุ กรณ์นริ ภัย
ศนู ยห์ ลงั ๑๘ นัด
เครอื งนิรภยั
อตั รากระสุนทนี ําตดิ ตวั ไป

ข. การทาํ งานของเครอื งกลไก

๑) เมอื ทําการยงิ แบบจงั หวะเดยี ว นกปืนจะถกู งา้ งมาขา้ งหลงั ดว้ ยนิวหวั แมม่ อื และ
กระเดอื งนกปืนจะขดั เขา้ กบั ร่องบากของนกปืน

ก) สมทิ แอนด์ เวสสนั : เมอื เหนียวไกจะทาํ ใหก้ ระเดอื งนกปืนลดตวั ตาํ ลง นกปืน
จะฟาดไปขา้ งหน้า

ข) รูเกอร์ : การเหนยี วไกจะยกตัวทรานสเฟอรบ์ าร์เขา้ มาอยใู่ นตําแหน่งทําการยงิ
คอื อยรู่ ะหว่างนกปืนและเขม็ แทงชนวน ซงึ ทาํ ใหน้ กปืนสามารถกระแทกเขม็ แทงชนวนได้

๒) เมอื ทาํ การยงิ แบบสองจงั หวะ การเหนียวไกจะทําใหน้ กปืนถกู งา้ งมาขา้ งหลงั สัมผสั
เขา้ กบั กระเดอื งนกปืน นกปืนจะยกตวั สูงขนึ อยใู่ นตําแหน่งขนึ นกเกอื บเต็มที การออกแรง
เหนียวไกตอ่ มาอกี จะทําใหก้ ระเดอื งนกปืนผละออกจากไกปืน นกปืนจะฟาดไปขา้ งหน้า

ก) สมทิ แอนด์ เวสสนั : เมอื ไกถกู เหนียว แหนบกระเดอื งนกปืนจะเป็นอสิ ระและ
ปลอ่ ยนกปืนใหฟ้ าดไปขา้ งหน้า กระแทกเขม็ แทงชนวนไปเจาะจานทา้ ยปลอกกระสนุ

ข) รเู กอร์ : เมอื ไกถูกเหนียวและดงึ มาขา้ งหลงั ทรานสเฟอร์บารจ์ ะส่งผ่านแรงจาก
ตวั ของมนั ไปยงั เขม็ แทงชนวน กระแทกเขม็ แทงชนวนไปเจาะจานทา้ ยปลอกกระสุน หากไมม่ กี าร
เหนยี วไกมาขา้ งหลงั นกปืนกจ็ ะยงั คงวางตวั อยกู่ บั โครงปืนและทรานสเฟอรบ์ ารก์ จ็ ะยงั คงอยตู่ าํ
กว่าเขม็ แทงชนวน

๓) กลอนหยดุ ลูกโม่ (สมทิ แอนด์ เวสสนั ) หรอื กลอนบงั คบั ลูกโม่ (รเู กอร์) จะเป็นตวั
ป้องกนั มใิ หล้ กู โมห่ มุนตวั ไปจนเกนิ กว่า ๑/๖ ของความยาวเสน้ รอบวง แต่ละครงั ทมี กี ารขนึ นกปืน
กลอนหยดุ ลูกโม่/ กลอนบงั คบั ลูกโม่ จะถอนตวั ออกจากลูกโมใ่ นระหวา่ งทไี กกําลงั เคลอื นที เหลก็

-๖-

คดั ปลอก (สมทิ แอนด์ เวสสนั ) หรอื กา้ นคดั ปลอก (รูเกอร์) จะเป็นแกนหมนุ และตวั เปิดชอ่ งลูกโม่
ทางดา้ นทบี รรจุกระสุนเพอื ปล่อยปลอกกระสนุ ออกมาจากลูกโม่ ไกปืนจะเลอื นตวั หลุดออกจาก
กลอนบงั คบั / หยดุ ลกู โม่ในขณะทไี กเคลอื นตวั ต่อมาทางดา้ นหลงั กลอนบงั คบั / หยดุ ลูกโม่จะเขา้
สมั ผสั กบั รอยบากรอยต่อไป
หมายเหตุ : ๑. ในการยงิ ปืนลูกโม่รูเกอร์นัน ไกจะตอ้ งถกู เหนียวมาทางดา้ นหลงั จนสดุ

จนกระทงั นกปืนฟาดไปขา้ งหน้า ถา้ หากมกี ารปล่อยไกก่อนทนี กปืนจะฟาดตว้
จะทาํ ใหป้ ืนไมล่ นั กระสนุ สว่ นการยงิ ปืนลูกโมส่ มทิ แอนด์ เวสสนั นัน จะทาํ การ
ยงิ ไดก้ ต็ ่อเมอื ไกถูกเหนียวมาขา้ งหลงั จนสุดเทา่ นัน
๒. สําหรบั รายละเอยี ดทางเทคนคิ เพมิ เตมิ ของปืนพกแบบลูกโม่ขนาดกว้างปาก
ลํากลอ้ ง .๓๘ นิวนัน ใหค้ น้ ควา้ ไดจ้ าก คท.๙–๑๐๐๕–๒๒๖–๑๔
(TM 9-1005-226-14) และ คท.๙–๑๐๐๕–๒๐๕–๑๔ & พ.ี -๑
(TM 9-1005-205-14 & P-1)

-๗-

บทที ๒

การฝึ กยิงปื นพก

ตอนที ๑
หลกั พนื ฐานของการยิงปื น
๒ - ๑ ขนั ของการฝึก
การฝึกยงิ ปืนพกแบ่งออกเป็น ๒ ขนั : ขนั การฝึกเพอื เตรยี มการและขนั การฝึกยงิ ดว้ ย
กระสนุ จรงิ ในสนามยงิ ปืน ซงึ แตล่ ะขนั นันอาจถูกแบง่ ออกเป็นขนั ตอนการสอนยอ่ ยๆ ไดอ้ กี การ
ฝึกจะเป็นไปตามขนั และความกา้ วหนา้ ของผูร้ บั การฝึก สาํ หรบั การฝึกยงิ ปืนพกในทาํ นองรบควร
จะเรมิ ตน้ ได้ภายหลงั จากทผี ูร้ บั การฝึกสามารถปฏบิ ตั ใิ นหลกั ขนั พนื ฐานได้เป็นอยา่ งดแี ลว้ เทา่ นัน
๒ - ๒ หลกั พนื ฐาน
การใชป้ ืนพกทงั แบบกงึ อตั โนมตั แิ ละแบบลูกโม่ จะเป็นการยงิ ขา้ ศกึ ในระยะประชดิ ตวั ดว้ ย
ความรวดเรว็ และแมน่ ยาํ เป็นหลกั ใหญ่ การยงิ ไดอ้ ยา่ งแม่นยาํ นันเป็นผลลพั ธ์ทเี กดิ จากความรู้
ความเขา้ ใจ และการนําหลกั การยงิ ปืนมาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง หลกั การต่างๆ เหล่านันไดแ้ ก่
การจบั ปืน
การเลง็
การควบคุมการหายใจ
การเหนียวไก
การยงิ เป้าหมาย
ทา่ ยงิ
๒ - ๓ การจบั ปื น
อาวธุ ปืนจะตอ้ งเป็นเสมอื นส่วนหนึงของแขนและมอื ทยี นื ออกไป เปรยี บไดก้ บั การชนี ิวไปยงั
เป้าหมาย การจบั ปืนจะตอ้ งกระชบั เป็นแบบเดยี วกนั การจบั ปืนทถี กู ตอ้ งเป็นหนงึ ในหลกั พนื ฐาน
สาํ คญั ของการยงิ เรว็
ก. การจบั ปืนมอื เดยี ว ใชม้ อื ขา้ งทไี มถ่ นัดถอื ปืนไว้ สว่ นมือขา้ งทีถนดั นันใหจ้ ดั นิวหวั แม่มอื
และนิวชที าํ เป็นรูปตวั วี V (ดูรปู ที ๒-๑) แลว้ นําเอาปืนวางลงไปในรูปตวั วี (V) นันโดยจดั ใหแ้ นว
ศูนยห์ นา้ และศูนยห์ ลงั เป็นแนวเสน้ ตรงเดียวกบั แขนขา้ งทถี นัด จากนันใหร้ วบนิวมอื อกี สามนิวที
เหลอื ประคองดา้ มปืนไว้ กระชบั นิวมอื ทงั สามเขา้ มาทางดา้ นหลงั เทา่ ๆ กนั สาํ หรบั นิวหวั แม่มอื นัน
ใหพ้ กั ไวท้ ดี า้ นขา้ งของปืน โดยปราศจากการใชแ้ รงกด ลองทดลองจบั ปืนใหแ้ น่นขนึ จนกระทงั รูส้ กึ
วา่ มอื เรมิ มอี าการสนั แลว้ คลายมอื เลก็ นอ้ ยจนอาการสนั นันหยดุ ณ จดุ นีเองใหท้ หารจดจําไวว้ ่า
เป็นการจบั ปืนแบบกระชบั ดว้ ยแรงทเี หมาะสมถูกตอ้ งพอเพยี ง วางนิวทใี ชเ้ หนียวไกลงบนไกปืน
โดยใชช้ ่วงระหวา่ งปลายนิวและขอ้ นิวทสี องสมั ผสั หน้าไกปืน เพอื ใหส้ ามารถเหนียวมาขา้ งหลงั ได้
นิวทใี ชเ้ หนียวไกจะตอ้ งทาํ งานเป็นอสิ ระจากนิวอนื ๆ ทเี หลอื
หมายเหตุ : หากนิวใดนิวหนงึ ในจํานวนทงั สามนิวคลายการกระชบั ลง กจ็ าํ เป็นจะตอ้ งจดั
การจบั ถอื ปืนใหม่

-๘-

รปู ที ๒ - ๑ การจบั ปื นมอื เดียว
ข. การจบั ปืนสองมอื การจบั ปืนสองมอื นีทาํ ใหผ้ ูย้ งิ รกั ษาการกระชบั ของมอื ขา้ งทใี ชย้ งิ และ
ยงั จดั ใหม้ กี ารรองรบั ไดด้ ีทสี ดุ ขณะทําการยงิ มือขา้ งทไี ม่ถนดั นันจะกลายเป็นเครอื งกลไกสาํ หรบั
การรองรบั มอื ขา้ งทถี นัด ดว้ ยการรวบนิวของมอื ขา้ งทไี มถ่ นดั นันประคองไวร้ อบมอื ขา้ งทถี นัด การ
จบั ปืนสองมอื นีถอื เป็นท่าทเี หมาะสมทสี ุดสาํ หรบั การยงิ ปืนพกแบบกงึ อตั โนมัตแิ ละปืนพกแบบ
ลกู โม่ทุกชนดิ

คาํ เตือน
หากนิวหวั แมม่ อื ของมือขา้ งทไี มถ่ นัดนัน วางอยดู่ า้ นหลงั ของอาวุธปืนแลว้ แรงสะทอ้ นถอย
หลงั ของปืนและการเคลอื นทมี าขา้ งหลงั ของเลอื นปืนจะทําใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ ได้

๑) การจบั ปืนแบบกําหมดั จบั อาวุธปืนตามขนั ตอนทไี ดอ้ ธบิ ายแลว้ ขา้ งตน้ ใชน้ ิวมอื ของ
มอื ขา้ งทไี ม่ถนดั ประคองรอบนิวมอื ของมอื ขา้ งทีถนดั ใหแ้ น่นพอสมควร ใหม้ นั ใจวา่ นิวชขี องมอื ขา้ ง
ทไี ม่ถนดั อยใู่ นระหว่างนิวกลางของมอื ขา้ งทถี นัดและโกร่งไก วางนิวหวั แม่มอื ขา้ งทไี มถ่ นัดไปใน
แนวเดยี วคู่ไปกบั นิวหวั แม่มอื ขา้ งทถี นัด (ดรู ปู ที ๒-๒)
หมายเหตุ : ขนึ อยกู่ บั ขนาดนิวมอื ของผู้ทาํ การยงิ อาจเลอื กวางนิวชขี า้ งทไี ม่ถนัดไวท้ ตี รงดา้ น

หน้าของโกร่งไกปืนพกแบบ เอม็ .๙ (M9)ได้ ทงั นีเนอื งจากโกรง่ ไกของปืนนไี ดถ้ กู
ออกแบบใหด้ า้ นหน้ามรี อยโคง้ เว้าสาํ หรบั การวางนิวมอื

-๙-

รปู ที ๒ - ๒ การจบั ปื นแบบกาํ หมดั
๒) การจบั ปืนแบบรองรบั ดว้ ยอุง้ มอื การจบั ลกั ษณะนีเรยี กกนั โดยทวั ไปวา่ การจบั แบบ
ถว้ ยและจานรองถว้ ย ให้จบั ปืนดว้ ยมอื ขา้ งทถี นดั ตามขนั ตอนทไี ดอ้ ธบิ ายแลว้ ขา้ งตน้ ใชม้ อื ขา้ งที
ไม่ถนดั วางใตม้ อื ขา้ งทถี นัด แลว้ รวบนิวมอื ประคองหลงั มอื ขา้ งทถี นดั วางหวั นิวแม่มอื ขา้ งทไี ม่
ถนดั ไวบ้ นนิวกลางของมอื ขา้ งทถี นัด (ดูรูปที ๒-๓)

รปู ที ๒ - ๓ การจบั ปื นแบบรองรบั ดว้ ยอุ้งมอื

- ๑๐ -

๓) การจบั ปืนแบบสอดประสานมอื ใชก้ ารปฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกบั การจบั แบบกาํ หมดั มสี ่วน
ทแี ตกต่างทเี ดียวกค็ อื ใชน้ ิวหวั แม่มอื ขา้ งทไี มถ่ นัดไขวท้ บั บนนิวหวั แม่มอื ขา้ งทถี นดั (ดรู ปู ที ๒-๔)

รปู ที ๒ - ๔ การจบั ปื นแบบสอดประสานมือ

ค. การออกแรงยดึ ตรงึ เฉพาะที ผู้ยงิ ยกแขนขนึ มาในทา่ ยงิ และออกแรงยดึ ตรงึ ใหเ้ กดิ ความ

มนั คง การปฏบิ ตั ลิ กั ษณะนีรูจ้ กั กนั ในชอื ของวิธกี าร ดัน-ดงึ เพอื ดํารงรกั ษาความมเี สถียรภาพ

หรอื ความนิงของอาวุธปืน ซงึ จะเกดิ ขนั ได้เมือผูย้ งิ ออกแรงดนั ไปขา้ งหน้าดว้ ยมอื ขา้ งทถี นดั และ

ออกแรงดงึ มาขา้ งหลงั ดว้ ยมอื ขา้ งทไี มถ่ นดั และดว้ ยแรงทเี ท่ากนั ทงั สองทศิ ทางนีจะเปรยี บเสมอื น

การยดึ ตรงึ แต่จะตอ้ งระวงั มใิ หม้ ากเกนิ ไปจนผูย้ งิ เกดิ อาการสนั ขนึ การออกแรงยดึ ตรงึ เฉพาะทนี ี

จะทําใหป้ ืนมอี าการค่อนขา้ งนงิ ในช่วงการเลง็ และลนั ไก และยงั ชว่ ยลดอาการกระดกขนึ ของลํา

กลอ้ งปืนจากแรงสะทอ้ นถอยหลงั ขณะกระสุนลนั แขนขา้ งทใี ชร้ องรบั จะงอดว้ ยการดงึ ขอ้ ศอกลง

ลา่ ง สําหรบั แขนขา้ งทถี นดั นันจะเหยยี ดตงึ ดว้ ยอาการลอ็ คขอ้ ศอกและขอ้ มอื ผูย้ งิ จะตอ้ งทําการ

ทดลองจนคน้ พบจํานวนปรมิ าณของแรงยดึ ตรงึ ทเี หมาะสมและถกู ตอ้ ง

หมายเหตุ : มอื ขา้ งทีถนดั ควรจะออกแรงเช่นเดยี วกนั กบั มอื ขา้ งทไี ม่ถนัด มิฉะนันจะเกดิ
ผลลพั ธท์ ําใหพ้ ลาดเป้า

ง. ทา่ เลง็ ปืนตามธรรมชาติ ผูย้ งิ ควรจะตอ้ งตรวจสอบการจบั ปืนสําหรบั ทจี ะใชก้ บั ท่าเลง็ ปืน
ตามธรรมชาติ ผูย้ งิ จะจบั ปืนและทําการเลง็ ไปยงั เป้าในสนามยงิ ปืน ในขณะทรี กั ษาท่ายงิ และการ

จบั ปืนอยนู่ ันใหผ้ ูย้ งิ หลบั ตาทงั สองขา้ งประมาณ ๓ ถงึ ๕ วนิ าที แลว้ ลมื ตาทงั สองขา้ งขนึ เพอื

ตรวจสอบภาพการเลง็ ทถี ูกตอ้ งว่ายงั คงเดมิ อยหู่ รอื ไม่ ถา้ จุดเลง็ มกี ารเคลอื นหรอื เปลียนไป ผูย้ งิ

จะตอ้ งปรบั ทา่ ยนื หรอื ทา่ ยงิ เพอื ชดเชยหรอื แกไ้ ข แตถ่ า้ ภาพการจดั ศูนยม์ กี ารเคลอื นหรอื

เปลยี นไป ผูย้ งิ จะต้องปรบั เปลยี นการจบั ปืนเพอื ชดเชยหรอื แกไ้ ขโดยนําปืนออกจากมอื แลว้ จดั ท่า

การจบั ปืนใหม่อกี ครงั ใหผ้ ู้ยงิ ทําตามขนั ตอนดงั กลา่ วนีซําจนกระทงั ภาพการจดั ศนู ยแ์ ละจุดเลง็

- ๑๑ -

เป็นเช่นเดมิ หรอื มคี วามใกลเ้ คียงของเดมิ มากทสี ดุ เมอื ลมื ตาขนึ ตรวจสอบ การปฏบิ ตั ใิ นลกั ษณะ
เช่นนีจะทาํ ใหผ้ ูย้ งิ พจิ ารณาคน้ หาและใชท้ า่ เลง็ ปืนตามธรรมชาตขิ องตนเองได้ หากไดร้ บั การ
ฝึกฝนมาอยา่ งพอเพยี ง ท่ายงิ นีจะเป็นท่าทมี คี วามสบายและไมฝ่ ืนในขณะทที ําการจบั ถอื ปืนและ
ทําการยงิ อาวุธปืนนัน
๒ - ๔ การเลง็

ก. การเลง็ คอื การจดั ภาพศูนย์พอดแี ละการจดั การศูนยพ์ อดกี บั เป้าหมาย (ดรู ูปที ๒-๕)
การจดั ภาพศนู ย์พอดี คอื การจดั ศนู ยห์ นา้ ใหอ้ ยใู่ นกงึ กลางของรอ่ งบากของศูนยห์ ลงั โดยใหย้ อด
ศูนยห์ นา้ อยใู่ นระดบั เดยี วกบั ยอดความสูงของศนู ยห์ ลงั และอยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกบั เสน้ สายตา
การจดั ภาพศูนย์พอดที ถี ูกตอ้ ง ผู้ยงิ จะตอ้ งจดั ศนู ยห์ นา้ ใหอ้ ยภู่ ายในกงึ กลางของศูนยห์ ลงั และ
จะตอ้ งยกหรอื ลดยอดศูนยห์ น้าใหอ้ ยใู่ นระดบั เดยี วกนั กบั ระดบั ความสูงของยอดศูนย์หลงั

ข. การจดั ศนู ย์พอดกี บั เป้าหมาย คอื การวางตาํ แหน่งของศูนยพ์ อดใี หส้ มั พนั ธ์กบั เป้าหมาย
ในสายตาการมองของผู้ยงิ ขณะทที ําการเลง็ อาวธุ ปืนนัน (ดรู ปู ที ๒-๕) ภาพการเลง็ เป้าหมายที
ถูกตอ้ งจะประกอบดว้ ย การจดั ศนู ยพ์ อดที ถี ูกตอ้ งโดยใหศ้ นู ยห์ น้าอยูท่ กี งึ กลางของมวลรวมของ
เป้าหมาย นยั น์ตาสามารถเพง่ มองวตั ถุไดเ้ พยี งระยะหนงึ ระยะใดเท่านันในเวลาเดยี ว ดงั นันจดุ
เพง่ มองสุดทา้ ยของนยั น์ตาจงึ จําเป็นตอ้ งอยทู่ ศี นู ย์หน้าเสมอ เมอื ศูนย์หน้าถูกมองเหน็ อยา่ งชดั เจน
ศนู ยห์ ลงั และเป้าหมายจะกลายเป็นภาพเลอื นหรอื คอ่ นขา้ งเลอื นราง การดาํ รงรกั ษาภาพศนู ยพ์ อดี
ไวจ้ ะกระทาํ ไดโ้ ดยการเพง่ มองทศี ูนยห์ นา้ เทา่ นัน ลกู กระสนุ ทถี ูกยงิ ออกไปจะถกู เป้าหมายแมว้ า่
ศูนยพ์ อดนี ันอาจจะไม่ไดอ้ ยทู่ กี งึ กลางเป้าหมายจรงิ ๆ แตย่ งั คงอยู่ภายในสว่ นหนงึ ของเป้าหมาย
นัน ดงั นันการจดั ภาพศนู ย์พอดจี งึ มคี วามสําคญั มากกวา่ การจดั ภาพการเลง็ กบั เป้าหมาย ทงั นี
เนอื งจากเป็นไปไมไ่ ดท้ ผี ูย้ งิ จะสามารถจดั การทุกสงิ ทกุ อยา่ งดว้ ยการมองภาพทกุ ระยะใหไ้ ดช้ ดั เจน
เทา่ กนั หมดในขณะเดยี วกนั ผูย้ งิ จะตอ้ งใชก้ ารเหนยี วไกและดํารงรกั ษาภาพการจดั ศนู ยพ์ อดไี วใ้ น
ขณะทอี าวุธปืนกาํ ลงั มอี าการเคลอื นไหวเขา้ และออกจากจุดกงึ กลางหรอื ศนู ยก์ ลางของเป้าหมาย
ลกั ษณะการเคลอื นไหวตามธรรมชาตนิ ีเราจะเรียกวา่ การอยใู่ นพนื ทขี องอาการไหว ผู้ยงั จะตอ้ งใช้
ความพยายามสูงสุดในการควบคุมและจํากดั พนื ทขี องอาการไหวนีดว้ ยการควบคมุ การหายใจที
ถูกตอ้ ง การเหนียวไก ท่ายงิ และการจบั ถอื ปืน

ค. การจดั ภาพศูนยพ์ อดี มคี วามสําคญั อยา่ งยงิ ตอ่ ความแม่นยาํ ทงั นีเนืองจากรศั มศี นู ย์
หรอื ระยะระหว่างศนู ยห์ น้าและศนู ยห์ ลงั ของปืนพกแบบกงึ อตั โนมตั แิ ละปืนพกแบบลูกโม่นันมรี ะยะ
สนั ตวั อยา่ งเชน่ หากเกดิ ความคลาดเคลอื นขนึ ๑/๑๐ นิว ในการจดั ศนู ยห์ น้าใหอ้ ยใู่ นกงึ กลางของ
ศนู ยห์ ลงั นัน ลูกกระสุนปืนทยี งิ ออกไปจะพลาดออกจากจุดเลง็ ไปประมาณ ๑๕ นิว ในการยงิ ใน
สนามระยะ ๒๕ เมตร ความคลาดเคลอื น ๑/๑๐ นิว ของการจดั ศนู ยพ์ อดีจะทบทวคี ณู ขนึ ทุกครงั ใน
ระยะทไี กลออกไป และในระยะ ๒๕ เมตร จะทบทวขี นึ จนถงึ ๑๕๐ เท่า

- ๑๒ -

การจดั ภาพศนู ย์พอดี ภาพการเล็งเป้าหมายทถี ูกต้อง

รปู ที ๒ - ๕ การจดั ภาพศนู ย์พอดี และภาพการเล็งเป้ าหมาย

ง. การเพง่ มองทศี นู ยห์ นา้ ขณะเดยี วกบั ทใี ชก้ ารเหนยี วไกอยา่ งถกู ตอ้ งจะช่วยใหผ้ ูย้ งิ
สามารถตอ่ ตา้ นการเกดิ อาการกระตุกไก และคาดการณ์ถงึ จงั หวะทปี ืนจะลนั กระสุนได้ การเหนียว
ไกอยา่ งถกู วธิ แี ละการจดั ภาพศนู ยพ์ อดีทถี ูกตอ้ งนันจาํ เป็นตอ้ งใชก้ ารฝึกฝน ผูฝ้ ึกควรจะตอ้ งใช้
สถานีการฝึกตา่ งๆ ใหม้ คี วามเกยี วเนอื งสอดคลอ้ ง และจดั สนามยงิ ปืนเพอื เพมิ ความชํานาญใน
ทกั ษะของพลแม่นปืน
๒ - ๕ การควบคมุ การหายใจ

ผูย้ งิ จะตอ้ งเรยี นรูว้ ธิ กี ารกลนั ลมหายใจไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ในชว่ งจงั หวะใดกต็ ามของวงรอบ
การหายใจ หากตอ้ งการใหไ้ ดม้ าซงึ ความแมน่ ยาํ ในการใชอ้ าวุธทงั ในสนามฝึกและในการต่อสู้
การปฏบิ ตั นิ ีจะตอ้ งเกดิ ขนึ ในขณะเดยี วกบั การเลง็ และการเหนียวไก ถงึ แมว้ ่าการปฏบิ ตั ติ าม
ขนั ตอนนีจะคอ่ นขา้ งง่ายไมซ่ บั ซอ้ น แตก่ จ็ ําเป็นตอ้ งใชก้ ารอธบิ าย การสาธติ และการกํากบั ดูแล
การฝึกฝน การกลนั ลมหายใจทถี กู วิธนี ัน ผู้ยงิ จะสูดลมหายใจเขา้ ผอ่ นลมหายใจออก จากนัน
หายใจเขา้ ปกตแิ ลว้ ผอ่ นออกมาเลก็ นอ้ ยจนกระทงั รูส้ กึ สบาย กลนั และทําการยงิ นบั วา่ เป็นเรอื ง
ยากทเี ดยี วทจี ะดํารงรกั ษาท่ายงิ ทีมนั คงโดยใหศ้ ูนย์หนา้ อยนู่ งิ ณ จุดเลง็ ทแี น่นอนในขณะทผี ูย้ งิ ยงั
หายใจปกติอยู่ ดงั นันผูย้ งิ จงึ ควรจะไดร้ บั การสอนใหห้ ายใจเขา้ และออกในจงั หวะปกติ แลว้ กลนั ลม
หายใจในช่วงขณะทชี พี จรเตน้ เป็นปกตธิ รรมดา (ดูรูปที ๒-๖) การยงิ จะตอ้ งเกิดขนึ กอ่ นทีผูย้ งิ จะ
รูส้ กึ อดึ อดั หรอื ไม่สบายตวั จากการกลนั ลมหายใจ

- ๑๓ -

เขา้ ออก เขา้ ออก เหนยี วไก เขา้ ออก เขา้

ชพี จรเตน้ ปกติ กลนั หายใจ ยงิ

รปู ที ๒ - ๖ การควบคมุ การหายใจ การยิงเป้ าหมายเดียว

เมอื เกดิ เป้าหมายหลายเป้าปรากฏขนึ ผู้ยงิ จะตอ้ งเรียนรูถ้ งึ การกลนั ลมหายใจในช่วงหนงึ
ชว่ งใดกไ็ ดข้ องวงรอบการหายใจ (ดรู ูปที ๒-๗) การฝึกควบคมุ ลมหายใจจะตอ้ งปฏบิ ตั ใิ นระหวา่ ง
การฝึกยงิ แหง้ จนกระทงั กลายเป็นส่วนหนึงตามธรรมชาตขิ องขนั ตอนการยงิ

เหนียวไก

เหนียวไก กลัน เขา้
เขา้ ออก
เขา้ ออก เขา้ กลัน
เป้าปรากฏ ยงิ เป้าปรากฏ ยงิ

รปู ที ๒ - ๗ การควบคุมการหายใจ การยิงเป้ าหมายทีเกิดขึนตามเวลา
หรอื เป้ าหมายหลายเป้ า

๒ - ๖ การเหนียวไก
ก. การเหนียวไกทีไม่ถูกวธิ นี ันกอ่ ใหเ้ กดิ ความผดิ พลาดไดม้ ากกวา่ ขนั ตอนใดๆ ของหลกั การ

พลแม่นปืน การยงิ ทีไมแ่ ม่นยาํ เกดิ จากการเลง็ ทถี ูกรบกวนกอ่ นทลี ูกกระสนุ จะวงิ พน้ จากลาํ
กลอ้ งปืนออกไป ซงึ สงิ นีเป็นผลลพั ธ์จากการทผี ู้ยงิ กระตกุ ไกปืนหรอื การสะดุง้ ของผู้ยงิ การ

- ๑๔ -

เหนียวนําของนิวทคี ลาดเคลอื นไม่ตรงศนู ยก์ ลางของแรงเหนียวทีไกปืนจะทาํ ใหเ้ กดิ การเคลอื นไหว
และรบกวนการจดั ศูนยพ์ อดี อาการสะดุง้ นันเป็นอากปั กริ ยิ าทเี ป็นอตั โนมตั ิของบุคคล เกดิ จากการ
ออกแรงตา้ นเมอื คาดว่าปืนจะสง่ แรงสะทอ้ นถอยหลงั ออกมา สว่ นการกระตุกไกนันเป็นความ
พยายามทจี ะลนั ไกใหไ้ ด้ภายในจงั หวะเวลาหนึงทศี ูนยอ์ ยแู่ นวเดียวกบั เป้า
หมายเหตุ : อ่านดูปญั หาเกียวกบั การยงิ เป้าหมาย ในหวั ขอ้ ๒-๗

ข. การเหนียวไกเป็นการเคลอื นไหวอยา่ งอสิ ระของนิวทใี ชเ้ หนียว ดว้ ยการเพมิ แรงกดทไี ก
ปืนในทศิ ทางตรงมาขา้ งหลงั โดยทไี ม่ส่งผลรบกวนต่อการจดั ศูนยพ์ อดจี นกระทงั ปืนลนั กระสุน
ออกไป ในตอนเรมิ ตน้ จะใชก้ ารเหนียวนําในขนั ตน้ แลว้ ส่งแรงกดบบี อยา่ งสมําเสมอและตอ่ เนอื ง
จนกระทงั นกปืนฟาดไปขา้ งหน้า หากไกไดถ้ ูกเหนียวอยา่ งถูกวิธแี ลว้ ผู้ยงิ จะไม่รูอ้ ยา่ งแน่นอนวา่
นกปืนจะฟาดไปขา้ งหนา้ เมอื ใด ซงึ ผูย้ งิ จะไมก่ ระทาํ ตนให้เกดิ อาการสะดุง้ หรอื ฝืนสู้ปืน อนั เป็นผล
ใหเ้ กดิ การยงิ ทไี ม่แมน่ ยาํ นักยงิ ปืนทยี งั ไม่มคี วามชํานาญพอจะตอ้ งไดร้ บั การฝึกหดั เพอื เอาชนะ
อาการออกแรงเพอื ตา้ นแรงสะทอ้ นถอยหลงั ของปืน การนําหลกั พนื ฐานมาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งจะชว่ ย
ลดขอ้ ผดิ พลาดนีลงได้

ค. การใชว้ ธิ กี ารเหนยี วไกทถี กู ตอ้ งนัน นิวทใี ชเ้ หนียวไกควรจะสมั ผัสหนา้ ไกโดยใชส้ ่วนที
อยรู่ ะหว่างปลายนิวกบั ขอ้ นิวขอ้ ทสี อง (โดยปราศจากการใชน้ ิวนันสมั ผสั กบั ส่วนใดของปืนอกี เลย)
การทจี ะใชส้ ่วนใดของนิวระหว่างบรเิ วณดงั กลา่ วใหแ้ น่นอนลงไปนัน ขนึ อยกู่ บั ความยาวของนิวที
ใชเ้ หนียวไกของแต่ละบคุ คล หากแรงเหนียวไกจากนิวของผู้ยงิ กดชดิ ทางดา้ นขวาของไกหรอื ของ
ปืนแลว้ ตําบลทกี ระสุนถกู เป้าจะคอ่ นไปทางซา้ ย ทงั นีสบื เนืองมาจากลกั ษณะการทเี ป็นจดุ หมุน
ของนิวมอื เมอื ส่วนของนิวมอื ทางดา้ นขวากระชบั ตดิ ปืนมากเกนิ ไปในขณะจบั ปืน ก็จะก่อใหเ้ กดิ
อาการหมุนหรอื เหวยี งไปทางซา้ ย จากแรงกดทกี ระทําให้เกดิ แรงหมนุ เหวยี งออกทางซา้ ย (แต่ถา้
หากเป็นผู้ยงิ ทใี ชม้ อื ซา้ ย แรงหมนุ เหวยี งกจ็ ะออกทางขวา) ผูย้ งิ จะต้องไม่ส่งแรงเหนียวไกค่อน
ออกทางซา้ ยหรือขวา หากแต่จะตอ้ งเพมิ แรงเหนียวจากนิวใหต้ รงมาทางดา้ นหลงั จรงิ ๆ และนิวที
ใชเ้ หนยี วไกเทา่ นันทจี ะเป็นตวั ส่งแรงนี การฝึกยงิ แหง้ จะชว่ ยปรบั ปรุงขดี ความสามารถของผู้ยงิ ใน
อนั ทจี ะเหยี วไกโดยใชน้ ิวเคลอื นมาทางดา้ นหลงั ได้ตรงจรงิ ๆ โดยไม่ก่อให้เกดิ อาการขยุม้ หรอื เพมิ
แรงในการจบั ปืนมากขนึ กว่าเดิม

๑) ผูท้ ยี งิ แม่นจะพยายามประคองศูนยป์ ืนใหอ้ ยใู่ กลบ้ รเิ วณศูนยก์ ลางของเป้าหมาย
เทา่ ทจี ะทาํ ได้เท่านันและใชแ้ รงเหนียวไกอยา่ งต่อเนอื งไปจนกวา่ ปืนจะลนั

๒) ผูท้ ยี งิ ไม่แม่น มกั จะพยายาม “ จบั เป้ าหมาย ” แตเ่ พยี งอยา่ งเดยี วในขณะทศี นู ย์
พอดนี ันเคลอื นผา่ นไปมาบนเป้าหมาย และพยายามยงิ ใหไ้ ดใ้ นโอกาสทศี นู ยพ์ อดอี ยตู่ รงศนู ยก์ ลาง
ของเป้าหมาย ซงึ เป็นชว่ งเวลาทสี นั มากๆ การกระทําเชน่ นีเรยี กว่า “ การดกั ยิง ” ซงึ เป็นผลให้

เกดิ การกระตุกไก
ง. การเลง็ ตามเป็นความพยายามอยา่ งต่อเนืองของผู้ยงิ ในอนั ทจี ะดํารงรกั ษาศนู ยพ์ อดไี ว้

ทงั กอ่ น ระหวา่ ง และหลงั จากทกี ระสนุ ลนั ออกไปแลว้ ผู้ยงิ จะตอ้ งใชน้ ิวเหนียวมาขา้ งหลงั ต่ออกี
แมว้ า่ กระสนุ จะลนั ออกจากปืนไปแลว้ กต็ าม การปล่อยนิวทีเหนียวไกเรว็ เกนิ ไปหลงั จากกระสุนลนั
จะกอ่ ใหเ้ กดิ การไมส่ ามารถควบคมุ การยงิ ได้ ซงึ ทาํ ใหก้ ระสุนพลาดเป้า

- ๑๕ -

หมายเหตุ : แรงเหนียวไกสาํ หรบั ปืนพกแบบ เอม็ .๙ (M9) เมอื ใชก้ ารยงิ แบบซงิ เกลิ แอ๊คชนั นัน
จะใชป้ ระมาณ ๕–๕๐ ปอนด์ เมอื ใชก้ ารยงิ แบบดบั เบลิ แอค๊ ชนั นันจะใชป้ ระมาณ
๑๒.๓๓ ปอนด์ ผู้ยงิ จะตอ้ งตระหนักอยเู่ สมอว่ากาํ ลงั ใชก้ ารยงิ ในแบบใด ทงั นี
ยงั จะตอ้ งใชก้ ารฝึกในเรอื งการเหนียวไกในแตล่ ะแบบเพอื ใหเ้ กดิ ความชาํ นาญ
ทงั การยงิ แบบซงิ เกลิ และดบั เบลิ แอค๊ ชนั

๒ - ๗ การยิงเป้ าหมาย
การยงิ เป้าหมายเดยี ว ผูย้ งิ จะใชว้ ธิ กี ารตามทไี ดอ้ ธบิ ายไวใ้ นหวั ขอ้ ๒-๖ แตถ่ า้ หากเกดิ

เป้าหมายขนึ หลายๆ เป้าหมาย ผูย้ งิ จะตอ้ งเลอื กยงิ เป้าหมายทอี ยใู่ กลท้ สี ดุ และน่าจะเป็นอนั ตราย
มากทสี ุดก่อน และควรจะต้องทําการยงิ ๒ นดั ซอ้ น ซงึ การยงิ แบบนีเรียกกนั ทวั ไปว่าการยงิ
ดบั เบลิ แท๊ป จากนันผูย้ งิ จะวาดปืนไปยงั เป้าหมายต่อไป จดั แนวศูนยป์ ืนใหอ้ ยกู่ งึ กลางของ
เป้าหมาย เพง่ ทยี อดศนู ยห์ นา้ เหนียวไก และยงิ โดยผู้ยงิ ตอ้ งมนั ใจว่าขอ้ ศอกของแขนขา้ งทถี นดั
และขอ้ มอื ทใี ชจ้ บั ปืนนันอยใู่ นทา่ ลอ็ คตลอดเวลาขณะทําการยงิ ทุกครงั หากผูย้ งิ ยงิ พลาดเป้าหมาย
แรก แตย่ งิ ถูกเป้าหมายทสี องกใ็ หว้ าดปืนกลบั มายงั เป้าหมายแรกอกี แลว้ ทาํ การยงิ ซํา ปญั หาที
เกดิ ขนึ ขณะทําการยงิ เป้าหมายมดี งั นี

ก. การคาดการณ์ตอ่ แรงสะทอ้ นถอยหลงั เมอื ทหารไดเ้ รมิ เรยี นรูแ้ ละฝึกยงิ ปืน บางคนอาจ
เรมิ มที ศั นคติทเี กนิ เลยต่อแรงสะทอ้ นถอยหลงั ของปืน การคาดการณ์ลว่ งหนา้ นีจะทําใหท้ หารเกรง็
กลา้ มเนือในระหวา่ งหรอื ก่อนทนี กปืนจะสบั เลก็ น้อย ทหารอาจออกแรงต่อตา้ นแรงสะทอ้ นถอย
หลงั โดยการกดปืนลงขา้ งล่าง ทงั นีเป็นโดยสญั ชาตญาณทเี กดิ ขนึ เมือปืนลนั กระสนุ ออกไป ในกรณี
นีจะทาํ ใหแ้ นวศนู ยค์ ลาดเคลอื นและกระสุนจะพลาดเป้า วธิ กี ารทดี ที จี ะช่วยตรวจสอบวา่ ผู้ยงิ ออก
แรงตอ่ ตา้ นแรงสะทอ้ นถอยหลงั หรอื ไมน่ ัน กค็ อื การใชก้ ระสนุ จรงิ บรรจสุ ลบั กบั กระสุนหดั บรรจุ (ดู
รายละเอียดในหวั ขอ้ ๒–๑๖)

ข. การกระตกุ ไก การกระตุกไกเกดิ ขนึ เมอื ทหารเหน็ ว่าตนจดั ภาพการเลง็ ไดพ้ อดกี บั กลาง
เป้าหมาย และรบี ฉวยโอกาสนันลนั ไกกอ่ นทภี าพการเลง็ นันจะเคลอื นที ซงึ อาการทวี ่านีจะ
กอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาโดยเฉพาะอยา่ งยงิ เมอื ทหารกําลงั เรยี นรูว้ ธิ กี ารยงิ โดยใชก้ ารจดั ศูนยแ์ บบฉับพลนั
(ดรู ายละเอยี ดในหวั ขอ้ ๒-๙)

ค. การใชส้ นั มอื การใชส้ นั มอื เกิดขนึ จากการทผี ู้ยงิ ออกแรงจากกลา้ มเนือสว่ นในของอุง้ มอื ที
อยตู่ ดิ กบั ขอ้ มอื โดยตงั ใจจะตา้ นมใิ หเ้ กดิ การกระตกุ ไก ผูย้ งิ ทมี ปี ญั หาเรอื งการกระตกุ ไกมกั จะ
พยายามแกไ้ ขอาการผดิ พลาดด้วยการกระชบั อุง้ มอื ซงึ ก่อใหเ้ กดิ การใชส้ นั มอื ขณะลนั ไก การใช้
สนั มอื จะทาํ ใหล้ ูกกระสุนทลี นั ออกไปนันกระทบสงู กว่าเป้าหมายทเี ลง็ คอ่ นไปทางมอื ขา้ งทใี ชจ้ บั
ปืน การแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดนีผู้ยงิ จะตอ้ งเรียนรูแ้ ละใชว้ ธิ กี ารเหนียวไกทถี กู ตอ้ ง
๒ - ๘ ทา่ ยิง

การยงิ เพอื จดั ชนั คณุ วฒุ นิ ันจะใชท้ ่ายนื ยงิ ท่านังคุกเขา่ ยงิ และท่ายนื ยอ่ ตวั ยงิ สาํ หรบั ทา่ ยงิ
ทงั หมดทีจะอธบิ ายตอ่ ไปนี ทหารจะตอ้ งไดร้ บั การฝึกจนกลายเป็นท่าและการเคลอื นไหวตาม
ธรรมชาติ ในระหว่างการยงิ เพอื จดั ชนั คุณวฒุ แิ ละการยงิ ต่อสู้ ถงึ แมว้ า่ ทา่ ยงิ ต่างๆ เหล่านีจะดู
เหมอื นเป็นธรรมชาตอิ ยแู่ ลว้ กต็ าม แตก่ ย็ งั มคี วามจําเป็นตอ้ งจดั ดาํ เนินการฝึกเพอื ใหเ้ กิดความ

- ๑๖ -
มนั ใจวา่ ทหารจะสามารถปฏบิ ตั ทิ า่ ยงิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและรวดเรว็ เป็นความเคยชนิ โดยไม่ตอ้ งตงั
สตหิ รอื ปรบั ความรู้สกึ ใหม่ การยงิ ต่อสูด้ ว้ ยปืนพกนันจําเป็นตอ้ งประยกุ ต์ใชห้ ลกั พนื ฐานอยา่ ง
รวดเรว็ ตอ่ เป้าหมายอนั ตรายในระยะใกลใ้ นสภาวะทกี ดดนั การใชท้ า่ ยงิ ทถี ูกตอ้ งเพอื ใหเ้ กิดความ
มนั คงในการเลง็ นันเป็นสงิ สาํ คญั ยงิ ตอ่ การมชี วี ติ อยรู่ อด

ก. ท่าเตรยี มพรอ้ มใชป้ ืนพกท่านีทหารจะถอื ปืนดว้ ยมอื ขา้ งเดยี ว โดยใหแ้ ขนท่อนบนอยตู่ ดิ
กบั ลําตวั และท่อนแขนทาํ มุมประมาณ ๔๕ องศากบั ลาํ ตวั ใชป้ ืนชตี รงไปยงั ศูนยก์ ลางของ
เป้าหมาย ในขณะทกี าํ ลงั เคลอื นทตี รงออกไปขา้ งหนา้ (ดูรูปที ๒-๘)

รปู ที ๒ - ๘ ท่าเตรียมพรอ้ มใช้ปื นพก
ข. ทา่ ยนื โดยไม่มเี ครอื งรองรบั ทหารจะยนื หนั หนา้ เขา้ หาเป้า (ดรู ปู ที ๒-๙) แยกขาทงั สอง
ขา้ งออก ใหป้ ลายเท้าห่างกนั พอสบาย ระยะห่างประมาณชว่ งไหล่ เหยยี ดแขนขา้ งทีมอื ถอื ปืน
ออกไป แลว้ ทําท่าจบั ปืนดว้ ยสองมอื ขอ้ มอื และขอ้ ศอกขา้ งทถี นดั นันจะลอ็ คและชตี รงไปยงั
ศูนยก์ ลางของเป้าหมาย ยดื ลําตวั ใหต้ งั ตรงและใหไ้ หลท่ งั สองอยลู่ ําแนวสะโพกออกไปขา้ งหน้า
เลก็ นอ้ ย

- ๑๗ -

รปู ที ๒ - ๙ ทา่ ยนื ยิงโดยไม่มีเครอื งรองรบั
หมายเหตุ : ในระหว่างการต่อสูน้ ัน มกั จะไมม่ ีเวลาพอทที หารจะจดั ทา่ ยงิ ทเี ป็นท่าเลง็ ปืนตาม

ธรรมชาตไิ ด้ การยงิ โดยใชท้ า่ ยงิ ประกอบทกี ําบงั นัน ทหารอาจจําเป็นตอ้ งปรบั ท่า
ยงิ ใหเ้ หมาะสมกบั ทกี าํ บงั ทใี ชอ้ ยู่
ค. ท่านังคกุ เขา่ ยงิ ในทา่ นังคุกเขา่ ยงิ นีจะใชห้ วั เขา่ ขา้ งเดยี วกบั มอื ทใี ชย้ งิ นันวางสมั ผสั อยู่
กบั พนื เพยี งขา้ งเดยี วเท่านัน (ดูรปู ที ๒–๑๐) สาํ หรบั เทา้ จะใชร้ องรบั นําหนกั อยใู่ ตส้ ะโพกโดยวาง
เทา้ ในแนวดงิ นําหนักตวั ของทหารจะทงิ ลงบนสน้ เท้าและปลายเทา้ วางแขนขา้ งทไี ม่ถนดั ลงบน
เขา่ โดยใชส้ ่วนทีอยูเ่ หนือขอ้ ศอกสัมผสั กบั เขา่ โดยไม่ไดใ้ ชเ้ ป็นเครอื งรองรบั หลกั สาํ หรบั นําหนัก
ตวั ใชก้ ารจบั ปืนดว้ ยสองมอื ในท่ายงิ เหยยี ดแขนขา้ งทใี ชย้ งิ ออกไป แลว้ ลอ็ คขอ้ ศอกและขอ้ มอื
เพอื ใหม้ นั ใจว่าสามารถควบคมุ การยงิ อาวุธได้

- ๑๘ -

รปู ที ๒ - ๑๐ ทา่ นังคุกเขา่ ยิง
ง. ทา่ ยนื ยอ่ ตวั ยงิ ทหารจะใชท้ า่ ยนื ยอ่ ตวั ยงิ ตอ่ เป้าหมายทเี กดิ ขนึ อยา่ งจโู่ จมในระยะประชดิ
ใกลต้ วั (ดูรูปที ๒–๑๑) จดั ลําตวั ใหโ้ นม้ ไปขา้ งหน้าเลก็ น้อย (ทา่ ยนื การด์ ของนกั มวย) ดว้ ยหวั เขา่
งอเลก็ นอ้ ย เพอื ใหแ้ นวลาํ ตวั อยลู่ ําหนา้ แนวสะโพก ทงั นีจะทําให้สามารถจดั แนวปืนใหก้ ลบั เขา้ ที
หลงั จากเกดิ แรงสะทอ้ นถอยหลงั วางเทา้ ทงั สองใหอ้ ยใู่ นท่าตามธรรมชาตเิ พอื ใหส้ ามารถกา้ วไป
ขา้ งหน้าไดอ้ ยา่ งสะดวกรวดเรว็ เหยยี ดแขนไปขา้ งหนา้ ใหป้ ืนชตี รงไปยงั เป้าหมาย แลว้ ลอ็ ค
ขอ้ ศอกและขอ้ มอื ทใี ชท้ าํ การยงิ เป็นเรอื งสาํ คญั และจาํ เป็นมากทเี ดยี วทจี ะตอ้ งฝึกท่านีอยา่ ง
สมําเสมอ ทงั นีเนืองจากทหารจะยอ่ ตวั ลงดว้ ยสญั ชาตญาณในระหวา่ งสถานการณ์ตงึ เครยี ด เชน่
ขณะทําการตอ่ สู้ และนอกจากนียงั เป็นท่าทที หารสามารถเปลียนทศิ ทางการยงิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ กว่า
ท่าอนื ๆ (รูปที ๒–๑๑ )

- ๑๙ -
รปู ที ๒ - ๑๑ ทา่ ยืนยอ่ ตวั ยิง
จ. ท่านอนยงิ ทหารจะนอนราบไปกบั พนื หนั หน้าตรงไปยงั เป้าหมาย (ดูรูปที ๒–๑๒)
เหยยี ดแขนออกไปขา้ งหน้าโดยลอ็ คแขนขา้ งทใี ชท้ าํ การยงิ แต่หากจะตอ้ งทําการยงิ เป้าหมายทอี ยู่
สูงกอ็ าจคลายลอ็ คแขนออกไดเ้ ลก็ นอ้ ย วางดา้ มปืนลงบนพนื เพอื ใหส้ ามารถทาํ การเลง็ และยงิ ทลี ะ
นดั ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยาํ ใชม้ อื ขา้ งทไี ม่ถนดั รองรบั มอื ขา้ งทใี ชท้ าํ การยงิ โดยใชฝ้ ่ามอื และนิวมอื ประคอง
ไวโ้ ดยรอบ มองตรงไปขา้ งหน้า ลดศรี ษะใหต้ ําลงอยใู่ นระหว่างแขนใหม้ ากทสี ุดเท่าทจี ะทําได้ และ
ใหอ้ ยดู่ า้ นหลงั ของอาวุธปืน

รปู ที ๒ - ๑๒ ท่านอนยิง
ฉ. ทา่ ยนื ยงิ โดยมเี ครอื งรองรบั ทหารจะใชท้ กี ําบงั ทมี ีอยู่เป็นเครอื งรองรบั ตวั อยา่ งเช่น
ตน้ ไม้ หรอื กาํ แพงทที หารยนื อยดู่ า้ นหลงั (ดูรปู ที ๒–๑๓) ทหารจะยนื อยดู่ า้ นหลงั ทกี าํ บงั โดยให้
สว่ นขา้ งของร่างกายทีมปี ืนอยนู่ ัน วางแนวเป็นเสน้ ตรงเดยี วกบั แนวขอบของทกี าํ บงั วางสนั หมดั
ขา้ งทไี ม่ไดใ้ ชท้ าํ การยงิ ใหอ้ ยใู่ นระดบั สายตา และพงิ ชดิ กบั ขอบดา้ นในของทกี ําบงั ลอ็ คขอ้ ศอก
และขอ้ มอื ขา้ งทใี ชท้ าํ การยงิ เคลอื นปลายเทา้ ดา้ นตรงขา้ มกบั มอื เหนียวไกตรงออกไปขา้ งหน้า
จนกระทงั ปลายหวั รองเทา้ สัมผสั ขอบล่างของทกี ําบงั

- ๒๐ -

สนั หมดั ชดิ ขอบ

รปู ที ๒ - ๑๓ ทา่ ยืนยิงโดยมีเครอื งรองรบั
ช. ทา่ นังคกุ เขา่ ยงิ โดยมีเครอื งรองรบั ทหารจะใชท้ กี าํ บงั ทมี อี ยเู่ ป็นเครอื งรองรบั
ตวั อยา่ งเชน่ ใชก้ ําแพงเตียๆ กอ้ นหนิ หรอื ยานพาหนะ (ดูรูปที ๒–๑๔) วางเขา่ ทางดา้ นของ
รา่ งกายทมี ปี ืนอยลู่ งบนพนื ดนิ ชนั เขา่ อกี ขา้ งหนงึ ขนึ และวางเทา้ (ดา้ นของรา่ งกายทไี ม่ใชท้ ําการ
ยงิ ) ราบลงกบั พนื ปลายเทา้ ชตี รงไปยงั เป้าหมาย วางแขนแนบตดิ กบั ทกี ําบงั ลอ็ คขอ้ ศอกและ
ขอ้ มอื ทใี ชท้ าํ การยงิ แลว้ ใชม้ อื ขา้ งทไี มถ่ นดั นันประคองรอบมอื ทที าํ การยงิ สาํ หรบั ขอ้ ศอกของ
แขนขา้ งทไี มถ่ นัดใหว้ างลงบนหวั เขา่ ขา้ งทชี นั ขนึ มานัน

- ๒๑ -

ตอนที ๒
การยิงปื นพกต่อสู้

ภายหลงั จากทีทหารไดเ้ รมิ มคี วามชํานาญในหลกั พนื ฐานของการยงิ ปืนแลว้ กค็ วรทจี ะกา้ ว

ตอ่ ไปในเทคนคิ ขนั สงู เกยี วกบั การยงิ ปืนพกต่อสู้ วตั ถุประสงคห์ ลกั ในการใชป้ ืนพกแบบ

กงึ อตั โนมตั หิ รอื ปืนพกแบบลูกโม่กค็ ือ การยงิ ขา้ ศกึ ในระยะประชดิ ดว้ ยความรวดเรว็ และแม่นยาํ

ในการเผชญิ หนา้ กบั ขา้ ศกึ ศตั รนู ัน การยงิ ไดร้ วดเรว็ กวา่ อยา่ งเดียวไม่พอเพยี งทจี ะทําใหเ้ ราไดร้ บั

ชยั ชนะ หากแต่จะตอ้ งยงิ ไดร้ วดเรว็ กวา่ ขา้ ศกึ และแมน่ ยาํ ทกุ นัด ทหารควรจะตอ้ งใชก้ ารเลง็ ผ่าน

ศนู ยป์ ืนเมอื ยงิ ต่อสูก้ บั ขา้ ศกึ จะมขี อ้ ยกเวน้ อยกู่ รณีเดยี วกค็ อื ในโอกาสทขี า้ ศกึ อยใู่ กลต้ วั มากเพยี ง

ระยะช่วงแขนเทา่ นัน

๒ - ๙ เทคนิคของการยิง

ก. การประสานระหวา่ งมอื และตา

๑) การประสานกนั ระหวา่ งมอื และตานันไมใ่ ชส่ ญั ชาตญาณตามธรรมชาตทิ จี ะมอี ยใู่ นตวั
ทหารทุกคน แต่เป็นรทปู กั ทษี ะ๒ท-สี ๑าม๔าทรถา่ เนรังียคนุกรูแ้เขล่าะฝยึิกงโฝดนยใหมเี้เกคดิรขอื นึงรไดอด้งรว้ บยั การใชก้ ารจดั ภาพการเลง็

แบบฉับพลนั (ดรู ายละเอยี ดในขอ้ ข ต่อไป) ยงิ ทหารไดฝ้ ึกการยกปืนขนึ ในระดบั สายตาและจดั

ภาพการเลง็ แบบฉบั พลนั บอ่ ยครงั เท่าใด ความสมั พนั ธต์ ามธรรมชาตริ ะหว่างตวั ทหาร ศูนยป์ ืน
และเป้าหมายกจ็ ะยงิ เกดิ ขนึ ไดม้ ากเท่านัน เมอื ยงิ ฝึกมากขนึ ไปอกี กอ็ าจถงึ ขนั ทที หารสามารถยก
ปืนขนึ ในจดุ ทยี งิ ถกู เป้าหมายไดอ้ ยา่ งแม่นยาํ แมใ้ นความมดื ทหารทกุ คนตอ้ งตระหนักในขดี

ความสามารถขอ้ นีและเรยี นรูฝ้ ึกฝนวธิ กี ารใชอ้ ยา่ งดที สี ุด ทหารทเี รียนรูแ้ ละฝึกฝนไดช้ า้ หรอื

ลําบากกจ็ ะตอ้ งไดร้ บั การกาํ กบั ดูแลเอาใจใส่อยา่ งใกลช้ ดิ จากครูฝึกเป็นพเิ ศษ ทุกคนยอ่ มมขี ดี
ความสามารถในการชนี ิวมอื ไปยงั เป้าหมายใดๆ และเนืองจากการชนี ิวชไี ปยงั เป้าหมายและการ
เหยยี ดแขนขา้ งทีมมี อื ถอื ปืนชตี รงไปยงั เป้าหมายนันมคี วามคลา้ ยคลงึ กนั มาก การผสมผสาน

ระหวา่ งสองอยา่ งจงึ เป็นเรอื งธรรมชาติ ครูฝึกจงึ ตอ้ งทําใหท้ หารตระหนักในความสําคญั ของขดี

ความสามารถประการนี และสอนใหท้ หารรูจ้ กั นํามาใชเ้ พอื ยงิ ใหถ้ ูกขา้ ศกึ และประสบความสําเรจ็

ในการตอ่ สู้
๒) นัยน์ตาจะเพง่ มองไปทีจดุ ศูนยก์ ลางของเป้าหมายใดๆ ทมี องเหน็ อยา่ งเป็นสญั ชาต-
ญาณ เมอื มองเหน็ ศนู ยก์ ลางทีเป้าหมายแลว้ ผูย้ งิ กจ็ ะนําภาพศูนยพ์ อดไี ปวางทกี งึ กลางของ
ภาพรวมของเป้าหมาย แล้วเพง่ มองทศี ูนย์หน้า จากนันจงึ เหนียวไกอยา่ งถูกวธิ ี การยงิ ถูกจดุ ตาย

หรอื จดุ บาดเจบ็ สาหสั ส่วนมากเกดิ ขนึ จากการดํารงรกั ษาการเลง็ ทกี งึ กลางของภาพรวมของ
เป้าหมาย นยั น์ตาจะตอ้ งยงั คงจบั อยทู่ บี างส่วนของเป้าหมายตลอดเวลาทีทาํ การยงิ

๓) เมอื ทหารชนี ิวไปยงั วตั ถุใดกต็ าม ทหารจะชไี ปตามทศิ ทางทนี ัยน์ตาของตนเพง่ มอง

อยู่ สมองจะสง่ สญั ญาณเพอื ใหแ้ ขนและมอื หยดุ การเคลอื นไหวเมอื นิวมือชถี งึ จุดทถี ูกตอ้ ง เมอื

นัยน์ตาเคลอื นไปมองวตั ถุอนื หรอื สงิ ของอนื นิว มอื และแขนกจ็ ะเคลอื นยา้ ยไปทวี ตั ถุหรอื สงิ ของ

นันดว้ ย สญั ชาตญาณและขดี ความสามารถตามธรรมชาตนิ ีเอง ทที หารสามารถนํามาใชเ้ พอื ใหย้ งิ

เป้าหมายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และแมน่ ยาํ ซงึ เราเรยี กสญั ชาตญาณนีว่า มอื ประสานตา

- ๒๒ -

ข. การจดั ภาพการเลง็ แบบฉบั พลนั ตามปกตทิ วั ไปเมอื ตอ้ งทาํ การยงิ ขา้ ศกึ ในระยะตอ่ สูด้ ้วย
ปืนพก ผูย้ งิ จะมเี วลาเพยี งเลก็ น้อยเทา่ นันทจี ะทําใหเ้ กดิ ความมนั ใจว่าภาพการเลง็ ถกู ตอ้ ง วธิ กี าร
สงั หารฉับพลนั (หรอื การใชแ้ นวเลง็ ตามธรรมชาติ) จะไม่ทาํ ใหม้ นั ใจวา่ ยงิ ถูกไดใ้ นนดั แรกเสมอไป
การผสมผสานกนั อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมระหวา่ งการจัดภาพการเลง็ ทถี ูกตอ้ งกบั วธิ กี ารสงั หาร
ฉบั พลนั นันเรียกวา่ การจดั ภาพการเลง็ แบบฉับพลนั โดยทีทหารจะยกปืนขนึ ในระดบั สายตา แลว้
เปลยี นการเพง่ มองจากเป้าหมายหรอื ขา้ ศกึ มายงั ศูนยห์ นา้ ทงั นีจะตอ้ งมนั ใจว่าศูนยห์ นา้ และศนู ย์
หลงั อยใู่ นแนวเสน้ ตรงทถี กู ต้องทงั ซา้ ยและขวา แตไ่ ม่จําเป็นตอ้ งตรวจในแนวดงิ แรงเหนียวไกจะ
ถกู ใชใ้ นขณะทผี ูย้ งิ มองเหน็ ศนู ยห์ น้าและนกปืนจะสบั ไปขา้ งหน้าในทนั ทีทผี ูย้ งิ สามารถจดั ภาพการ
เลง็ แบบฉบั พลนั ได้ วธิ กี ารนีจาํ เป็นตอ้ งใชก้ ารฝึกแบบคอ่ ยเป็นคอ่ ยไป และค่อยๆ เพมิ ความเรว็ ขนึ
เมอื เรมิ คุน้ เคยและมคี วามชาํ นาญ

ค. การยงิ แบบชเี ป้าเร่งดว่ น วธิ กี ารนีใชส้ าํ หรบั ยงิ ตอ่ สูก้ บั ขา้ ศกึ ในระยะใกลก้ วา่ ๕ หลาลง
มาและยงั เหมาะทีจะนําไปใชใ้ นการยงิ เป้าหมายเวลากลางคนื อาวุธปืนจะถกู ถอื ดว้ ยสองมอื แลว้
นําเขา้ มาใกลก้ บั ตวั ทหารจนกระทงั ถงึ ระดบั ปลายคาง และยนื กลบั ไปขา้ งหนา้ จนแขนทงั สองขา้ ง
เหยยี ดตรง แขนและรา่ งกายจะทาํ มุมเป็นรปู สามเหลียม ซงึ สามารถใชเ้ ป็นหน่วยของการเลง็ ได้
ในขณะทยี นื ปืนกลบั ไปขา้ งหน้า ผูย้ งิ อาจใชจ้ นิ ตนาการวา่ มกี ลอ่ งอยรู่ ะหวา่ งตนเองกบั ขา้ ศกึ และผู้
ยงิ กําลงั ยนื ปืนเขา้ ไปในกล่องนันไกจะถกู เหนียวอยา่ งสมําเสมอมาขา้ งหลงั ในขณะทีขอ้ ศอกเหยยี ด
ตรง

ง. การยงิ แบบจดั ศนู ย์ฉบั พลนั วธิ กี ารนีจะใชส้ ําหรบั ยงิ ตอ่ สูก้ บั ขา้ ศกึ ในระยะ ๕ ถงึ ๑๐ หลา
และจะใชต้ อ่ เมอื ไมม่ เี วลาเพยี งพอทจี ะจดั ภาพศูนยก์ ารเลง็ ทสี มบูรณ์แบบได้ ท่ายงิ คงเป็นแบบ
เดยี วกนั กบั ทา่ ยงิ แบบชีเป้าเรง่ ดว่ น การจดั ศูนยพ์ อดีจะจดั ในแนวซา้ ยขวาเพอื ประหยดั เวลา แตจ่ ะ
ไมจ่ ดั ในแนวดงิ ผูย้ งิ จะตอ้ งพจิ ารณาเสมอในการฝึกว่าภาพการเลง็ เป็นรูปลกั ษณะเชน่ ใด และ
ศูนยห์ นา้ จะตอ้ งชไี ปทใี ด เพอื ใหส้ ามารถยงิ ถูกขา้ ศกึ บรเิ วณหนา้ อกได้
๒ - ๑๐ การยิงเป้ าหมาย

ในการต่อสูร้ ะยะประชดิ เรามกั จะไม่มเี วลาพอทจี ะใชห้ ลกั พนื ฐานของการยงิ ปืนไดค้ รบทกุ
ขอ้ เมอื ทหารทาํ การยงิ ไปทีขา้ ศกึ หลายครงั ทเี ดียวทไี มอ่ าจรไู้ ดว้ า่ กระสนุ นดั แรกถกู เป้าหมาย
หรอื ไม่ ดงั นันจงึ จาํ เป็นตอ้ งยงิ กระสนุ ออกไปสองนัดต่อเป้าหมาย การยงิ ลกั ษณะนีเราเรยี กว่า การ
ยงิ สองนดั ซอ้ นหรอื ดบั เบลิ แท๊ป หากขา้ ศกึ ยงั คงเคลอื นทีเขา้ โจมตตี อ่ มา กใ็ หท้ หารทําการยงิ อกี
สองนัดเขา้ ไปทบี รเิ วณกระดกู เชงิ กรานเพอื ทําลายการคําจนุ ของโครงสรา้ งร่างกาย ทาํ ใหข้ า้ ศกึ ลม้
ลง
๒ - ๑๑ การสา่ ยปื น

ก. การส่ายปืน ๓๖๐ องศา ในการต่อสูร้ ะยะประชดิ ขา้ ศกึ อาจเขา้ โจมตไี ดจ้ ากทกุ ทศิ ทาง
รอบดา้ น ทหารอาจไม่มีเวลาพอทจี ะเปลียนท่าการยงิ เพอื เผชญิ ตอ่ สถานการณ์ทเี กดิ ขนึ ใหมไ่ ด้
วตั ถปุ ระสงค์ของการยนื ยอ่ ตวั ยงิ หรอื นังคกุ เขา่ ยงิ สา่ ยปืน ๓๖๐ องศา กเ็ พอื ใหส้ ามารถยงิ ใน
ทศิ ทางใดกไ็ ด้ โดยทไี ม่ตอ้ งใชก้ ารขยบั เทา้ ผูย้ งิ จะยงั คงอยใู่ นท่ายนื ยอ่ ตวั โดยทเี ท้าทงั สองอยใู่ น

- ๒๓ -
ลกั ษณะเกอื บจะขนานกนั คําแนะนําตอ่ ไปนีจะเป็นคาํ แนะนําสาํ หรบั ผู้ยงิ ทถี นดั มอื ขวา การจบั ถอื
ปืนดว้ ยสองมอื จะเป็นการจบั ถอื ปืนทใี ชต้ ลอดทุกทศิ ทางการยงิ ยกเวน้ การยงิ ในทศิ ทางหลงั ขวา
การหมนุ ตวั จะเป็นไปตามธรรมชาติของการยนื ทรงตวั บนเท้าทงั สอง

๑) การส่ายปืนทศิ ทางหลงั ซา้ ย (ดูรูปที ๒–๑๕) : ร่างกายท่อนบนจะหมุนไปทางซา้ ย
อาวธุ ปืนชไี ปทางหลงั ซา้ ย โดยทขี อ้ ศอกของทงั สองแขนงอ ขอ้ ศอกซา้ ยจะงอมากกว่าขอ้ ศอกขวา
ตามธรรมชาติ

รปู ที ๒ - ๑๕ การสา่ ยปื นไปทางหลงั ซ้าย
๒) การสา่ ยปืนทางซา้ ย (ดรู ูปที ๒–๑๖) : ร่างกายทอ่ นบนจะหมุนกลบั มาทางขวา และ
แขนขวาทใี ชย้ งิ ปืนจะเหยยี ดออก แขนซา้ ยจะงอเลก็ น้อย

- ๒๔ -
รปู ที ๒ - ๑๖ การส่ายปื นทางซา้ ย
๓) การส่ายปืนกลบั มาตรงหนา้ (ดรู ปู ที ๒–๑๗) : ร่างกายทอ่ นบนจะหมนุ กลบั มา
ตรงหน้า ในขณะทแี ขนซา้ ยเหยยี ดออก แขนทงั สองขา้ งจะเหยยี ดออกไปขา้ งหนา้

รปู ที ๒ - ๑๗ การส่ายปื นมาตรงหน้า
๔) การสา่ ยปืนทางขวา (ดรู ูปที ๒–๑๘) : ร่างกายทอ่ นบนจะหมุนไปทางขวาโดยที
ขอ้ ศอกทงั สองขา้ งจะงอ ขอ้ ศอกขวาจะงอมากกวา่ ขอ้ ศอกซา้ ยตามธรรมชาติ

- ๒๕ -
รปู ที ๒ - ๑๘ การส่ายปื นทางขวา
๕) การส่ายปืนทศิ ทางหลงั ขวา (ดูรปู ที ๒–๑๙) รา่ งกายทอ่ นบนจะหมนุ ต่อไปทางขวา
จนกระทงั ถงึ จุดจุดหนึงซงึ ไม่สามารถหมุนต่อไปไดอ้ ย่างสบายตวั ในทา่ นีทหารจะไม่สามารถใชม้ อื
ซา้ ยประคองปืนหรอื จบั ปืนในลกั ษณะกาํ หมดั ได้ จงึ ตอ้ งปล่อยมอื ซา้ ยออกจากการจบั ปืน และ
ทหารจะทําการยงิ ไปทางหลงั ขวาโดยใชม้ อื ขวาเพยี งมอื เดียว

รปู ที ๒ - ๑๙ การสา่ ยปื นทิศทางหลงั ขวา
ข. ทา่ นังคุกเขา่ ส่ายปืน ๓๖๐ องศา คาํ แนะนําตอ่ ไปนใี ชส้ ําหรบั ผูย้ งิ ทีถนดั มอื ขวา การจบั
ถอื ปืนจะใชก้ ารจบั ถอื แบบสองมอื ตลอดเวลา ท่านังคุกเขา่ จะไมใ่ ชเ้ ครอื งหนุนรองหรอื เครอื งรองรบั
และเทา้ หลงั จะตอ้ งอยใู่ นตาํ แหน่งทางซา้ ยของเทา้ หน้า

๑) การส่ายปืนทางซา้ ย (ดรู ปู ที ๒–๒๐) : ร่างกายทอ่ นบนหมนุ ไปอยใู่ นตําแหน่งที
สบายทางซา้ ย ปืนจะถูกเลง็ ไปทางซา้ ย ขอ้ ศอกทงั สองงอโดยทีขอ้ ศอกซา้ ยจะงอตามธรรมชาติ
มากกวา่ ขอ้ ศอกขวา

รปู ที ๒ - ๒๐ การส่ายปื นทางซา้ ย ท่านังคุกเขา่

- ๒๖ -
๒) การส่ายปืนกลบั มาตรงหนา้ (ดูรปู ที ๒–๒๑) : ร่างกายท่อนบนจะหมุนกลบั มา
ตรงหน้า ซงึ เป็นทา่ นังคกุ เขา่ ยงิ แบบมาตรฐานโดยไมใ่ ชเ้ ครอื งรองรบั แขนขวาทใี ชย้ งิ จะเหยยี ด
ตรงและขอ้ ศอกซา้ ยจะงอเลก็ นอ้ ย

รปู ที ๒ - ๒๑ การส่ายปื นกลบั มาตรงหน้า ท่านังคกุ เข่า
๓) การสา่ ยปืนทางขวา (ดรู ปู ที ๒-๒๒) : รา่ งกายทอ่ นบนหมนุ ไปทางขวาโดยทแี ขนทงั
สองขา้ งเหยยี ดออกไป

- ๒๗ -
รปู ที ๒ - ๒๒ การสา่ ยปื นทางขวา ทา่ นังคกุ เขา่
๔) การสา่ ยปืนไปขา้ งหลงั (ดูรปู ที ๒–๒๓) : ร่างกายทอ่ นบนจะยงั คงหมุนต่อไป
ทางขวา ในขณะทีเขา่ ซา้ ยจะหมุนไปทางขวาและกลบั วางลงบนพนื เขา่ ขวาจะยกขนึ จากพนื และ
กลายเป็นเขา่ หน้า แขนขวาเหยยี ดตรง แขนซา้ ยงอ ทศิ ทางของการนังคุกเขา่ จะกลบั เป็นตรงกนั
ขา้ ม

รปู ที ๒ - ๒๓ การส่ายปื นไปข้างหลงั ท่านังคุกเข่า
๕) การส่ายปืนกลบั ไปทางขวาใหม่ (ดูรูปที ๒–๒๔) รา่ งกายท่อนบนจะหมนุ ตอ่ ไป
ทางขวา ขอ้ ศอกทงั สองจะเหยยี ดตรงจนกระทงั ถงึ จดุ หนงึ ซงึ ไม่สามารถเหยยี ดไดอ้ ยา่ งสบายอกี
ตอ่ ไป มอื ซา้ ยจะตอ้ งถกู ปล่อยออกจากการจบั ถอื ปืนแบบกาํ หมดั และผูย้ งิ จะตอ้ งทาํ การยงิ ดว้ ย
การจบั ถอื ปืนมอื เดยี ว

- ๒๘ -

รปู ที ๒ - ๒๔ การส่ายปื นกลบั ไปทางขวาใหม่ ทา่ นังคกุ เข่า

ค. วธิ กี ารฝึก วธิ กี ารฝึกแบบนีสามารถนําไปใชฝ้ ึกสอนไดใ้ นทุกทโี ดยไม่ตอ้ งใชอ้ าวธุ ปืน
หากแตใ่ หท้ หารใชม้ อื เปลา่ ทงั สอง สมมุตวิ า่ จบั ถอื ปืนแบบสองมอื และจะตอ้ งฝึกใหท้ หารมี
ความคุน้ เคยกบั การยงิ ในทศิ ทางทงั หา้ ทศิ ทางนัน
๒ - ๑๒ เทคนิคการบรรจกุ ระสุนในการยิงตอ่ สู้

การบรรจุกระสนุ ใหมเ่ ป็นปญั หาทีถูกมองขา้ มเป็นเวลานานหลายปี จนกระทงั ไดถ้ ูกคน้
พบวา่ มที หารจํานวนไมน่ ้อยถูกขา้ ศกึ สงั หารเนอื งจาก ทําซองกระสุนตกหลน่ มอื สนั ขณะใสซ่ อง
กระสนุ ใส่ซองกระสุนกลบั ขา้ งหนา้ ไปขา้ งหลงั และใส่ซองกระสนุ เปลา่ กลบั เขา้ ไปในตวั ปืนอกี
สภาวะความเครยี ดและกดดนั อนั เกดิ จากสถานการณ์ทีเป็นภัยตอ่ ชวี ติ ทําใหท้ หารกระทาํ ในสงิ ที
ไมน่ ่าจะกระทําในสภาวะปกติ การฝึกซําแลว้ ซําเล่าอยา่ งต่อเนืองสมําเสมอเป็นสงิ ทจี าํ เป็นเพอื ทจี ะ
ลดขอ้ ผดิ พลาดดงั กลา่ วแลว้
หมายเหตุ : ขนั ตอนการปฏบิ ตั เิ หล่านีควรทจี ะนําไปใชเ้ ฉพาะในการตอ่ สู้เทา่ นัน มคิ วรนําไปใช้

ในการฝึกยงิ ปืนในสนาม
ขนั ที ๑ : ใชว้ ธิ กี ารนําพาซองกระสุนไปดว้ ยการใสใ่ นกระเป๋าใส่ซองกระสุนเสมอ

ซองกระสนุ ทงั หมดทุกซองจะตอ้ งควาํ ดา้ นบนลงโดยใหห้ วั กระสนุ
หนั ตรงไปทางกงึ กลางของร่างกาย
ขนั ที ๒ : จะตอ้ งรูล้ ว่ งหน้าวา่ เมอื ใดจะตอ้ งบรรจุกระสนุ ใหม่ หากเป็นไปไดจ้ ะตอ้ ง
นับจาํ นวนกระสนุ ทยี งิ ออกไป แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามมกั จะเกดิ การหลงลมื
ในการนับขนึ ไดใ้ นขณะตอ่ สใู้ นระยะประชดิ ในกรณนี ีใหท้ หารสงั เกต
ถงึ ความแตกต่างของแรงสะทอ้ นถอยหลงั ของปืนพกในเมอื กระสนุ นดั
สุดทา้ ยถูกยงิ ออกไป ทหารอาจใชว้ ธิ ีการเปลยี นซองกระสนุ ใหม่ในขณะ
ทยี งั เหลอื กระสนุ อยอู่ กี ๒ นดั ทตี วั ปืนกไ็ ด้ นันคอื ๑ นัดอยใู่ นซอง
กระสุน และอกี ๑ นัดอยใู่ นรงั เพลงิ วธิ นี ีจะชว่ ยป้องกนั ไมใ่ หท้ หารตอ้ ง
เพลียงพลําต่อขา้ ศกึ เนืองจากบรรจกุ ระสนุ ใส่ปืนทวี ่างเปลา่ ไมท่ นั ในชว่ ง
เวลาวกิ ฤต การบรรจกุ ระสุนใหม่ในขณะทียงั มกี ระสนุ อยใู่ นรงั เพลงิ นันมี
ความรวมเรว็ กว่า ทงั นีเนอื งจากไม่เสยี เวลาในการปลอ่ ยใหเ้ ลอื นปืนวงิ
กลบั ไปขา้ งหน้า
ขนั ที ๓ : ออกแรงจบั ซองกระสุนใหแ้ น่นซงึ จะชว่ ยป้องกนั ไม่ใหซ้ องกระสนุ รว่ งหลน่
หรอื เกดิ ความยากลําบากในการใสซ่ องกระสุนเขา้ กบั ตวั ปืน ประกนั ความ
มนั ใจเสมอวา่ สนั หมดั จะหนั ตรงเขา้ หาร่างกายใหม้ ากทสี ุดเทา่ ทจี ะทาํ ได้
ในขณะจบั ถอื ซองกระสนุ วางนิวชใี หอ้ ย่ตู ําแหน่งทสี งู ดา้ นหน้าของซอง
กระสุนในขณะทดี งึ ออกจากกระเป๋า ใชน้ ิวชบี งั คบั ทศิ ทางซองกระสุนใน
การบรรจเุ ขา้ ไปในช่องใส่ซองกระสนุ
ขนั ที ๔ : จะตอ้ งรูจ้ กั เลอื กใชว้ ธิ บี รรจกุ ระสุนใหเ้ หมาะกบั สถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี

- ๒๙ -

ซงึ มอี ยู่ ๓ ระบบในการบรรจกุ ระสุนใหม่ : การบรรจเุ รว็ , การบรรจทุ าง
ยทุ ธวธิ ี และการบรรจดุ ้วยมอื เดียว

การบรรจเุ รว็ จะใชเ้ มอื อยใู่ นสถานการณ์ฉุกเฉินซงึ มีอนั ตรายคกุ คาม
ทนั ทที นั ใด และจาํ เป็นตอ้ งบรรจุกระสุนใหเ้ สร็จอยา่ งเรง่ ด่วนรวดเรว็
การบรรจทุ างยทุ ธวิธี จะใชเ้ มอื มีเวลาในการปฏบิ ตั มิ ากกวา่ และมี
ความจาํ เป็นทจี ะตอ้ งเกบ็ รกั ษาซองกระสนุ ทถี ูกเปลยี นนันไว้ เนืองจาก
ยงั มลี กู กระสุนอยใู่ นซองกระสนุ นัน หรอื ยงั มคี วามจาํ เป็นทจี ะตอ้ งนํามา
ใชง้ านอกี
การบรรจดุ ้วยมอื เดียว จะใชเ้ มอื ทหารมอี าการบาดเจบ็ ทแี ขนขา้ งหนึง
ก. การบรรจุเรว็
ใชม้ อื จบั คลาํ ไปทซี องกระสนุ ทอี ยใู่ นกระเป๋าใสซ่ องกระสุน เพอื ใหม้ นั ใจว่ายงั มซี อง
กระสุนอยอู่ กี
ดงึ ซองกระสุนออกมาจากกระเป๋าในขณะเดยี วกบั ทปี ลดซองกระสุนออกจากตวั ปืน
โดยปล่อยใหซ้ องกระสุนหลน่ ลงบนพนื
สอดใส่ซองกระสุนซองใหม่เขา้ ไป ใชน้ ิวชเี ป็นตวั บงั คบั ทศิ ทางในการใสซ่ องกระสนุ
เขา้ ไปในชอ่ งใสซ่ องกระสนุ
ปล่อยเลอื นปืนไปขา้ งหนา้ หากจําเป็น
เกบ็ ซองกระสุนทตี กลงบนพนื หากมเี วลาพอทจี ะทําได้ ใส่ไวใ้ นกระเป๋าเสอื หรอื
กางเกง มใิ ชใ่ ส่กลบั เขา้ ไปในกระเป๋าใส่ซองกระสุนอกี เพราะจะทาํ ใหเ้ กิดการปะปนกนั กบั ซอง
กระสุนทมี กี ระสุนบรรจอุ ยู่
ข. การบรรจุทางยุทธวิธี
ใชม้ อื จบั คลาํ ไปทซี องกระสุนทอี ยใู่ นกระเป๋าใสซ่ องกระสุน เพอื ใหม้ นั ใจว่ายงั มซี อง
กระสุนเหลอื อยใู่ นกระเป๋าใส่ซองกระสนุ
ดงึ ซองกระสุนออกมาจากกระเป๋าใส่ซองกระสนุ
ปลดซองกระสุนออกจากปืนโดยใชม้ อื ขา้ งทไี มไ่ ดใ้ ชเ้ หนียวไกนันรองรบั ไว้ ซงึ เป็นมอื
ขา้ งเดยี วกนั กบั ทถี อื ซองกระสุนทจี ะใชเ้ ปลยี น
สอดใส่ซองกระสุนซองใหมเ่ ขา้ ไป โดยใชน้ ิวชเี ป็นตวั บงั คบั ทศิ ทางในการใสซ่ อง
กระสนุ เขา้ ไปในช่องใส่ซองกระสนุ
ปล่อยเลอื นปืนไปขา้ งหน้า หากจําเป็น
นําซองกระสุนทใี ชแ้ ลว้ ใสล่ งไปในกระเป๋าเสอื หรอื กระเป๋ากางเกง อยา่ ใหป้ ะปนกบั
ซองกระสนุ ทมี กี ระสุนบรรจอุ ยู่
ค. การบรรจุดว้ ยมอื เดยี ว
๑) การบรรจุดว้ ยมอื ขวา
ใชน้ ิวหวั แม่มอื กดทปี ุ่มปลดซองกระสนุ
ใชน้ ิวหวั แมม่ อื ผลกั หา้ มไกขนึ มา หากเลอื นปืนไม่ไดค้ า้ งอยขู่ า้ งหลงั

- ๓๐ -
นําปืนใสก่ ลบั ลงไปในซองปืน

หมายเหตุ : หากไมส่ ามารถนําปืนใสก่ ลบั ลงไปในซองปืนได้ กใ็ หใ้ ชต้ น้ ขาทงั สองขา้ งหนีบตวั ปืน
เอาไว้
สอดใสซ่ องกระสุนซองใหม่เขา้ ไปกบั ตวั ปืน
ดงึ ปืนออกมาจากซองปืน
ปลดหา้ มไกปืนดว้ ยนิวหวั แมม่ อื หากเลอื นปืนอยูข่ า้ งหน้า หรอื ปล่อยเลอื นปืน

กลบั ไปขา้ งหนา้ หากเลือนปืนคา้ งอยู่ขา้ งหลงั
๒) การบรรจุดว้ ยมอื ซา้ ย
ใชน้ ิวกลางกดทปี ุ่มปลดซองกระสุน
ใชน้ ิวหวั แมม่ อื ผลกั หา้ มไกขนึ มา หากเลอื นปืนไมไ่ ดค้ า้ งอย่ขู า้ งหลงั เมอื ใชป้ ืนพก

ขนาด .๔๕ นิว ทหารจะตอ้ งใชห้ วั แมม่ อื ซา้ ยเลอื นมาอยทู่ างดา้ นซา้ ยของปืน
นําปืนใสก่ ลบั ลงไปในซองปืน

หมายเหตุ : หากไม่สามารถนําปืนใสก่ ลบั ลงไปในซองปืนได้ กใ็ หใ้ ชต้ น้ ขาทงั สองหนีบตวั ปืน
เอาไว้
สอดใสซ่ องกระสนุ ซองใหม่เขา้ ไปกับตวั ปืน
ดงึ ปืนออกมาจากซองปืน
ปลดหา้ มไกดว้ ยนิวหวั แม่มอื หากเลือนปืนอยู่ขา้ งหน้า หรอื ปลอ่ ยเลอื นปืนกลบั

ไปขา้ งหนา้ หากเลอื นปืนคา้ งอยู่ขา้ งหลงั
๒ - ๑๓ การยิงในสภาพทศั นวิสยั ไม่ดี

การยงิ อาวุธชนดิ ใดกต็ ามในสภาพทศั นวสิ ัยไมด่ นี ันเป็นสงิ ทียากลาํ บาก ทงั นีเนืองจากเงา
และความมดื จะทําใหท้ หารเหน็ สรรพสงิ ไมช่ ดั เจนและเกดิ ความผดิ พลาด สงิ นีเป็นความจรงิ อยา่ ง
มากทสี ุดในชว่ งระหวา่ ง ก่อนสนิ แสงทางทหาร และกอ่ นเริมแสงทางทหาร (ครงึ ชวั โมงกอ่ นคํามดื
และครงึ ชวั โมงก่อนรงุ่ สาง) ถงึ แมว้ ่าปืนพกจะเป็นอาวุธในระยะสนั แตช่ ว่ งเวลาแห่งความมดื และ
ทศั นวสิ ยั ทไี มด่ กี ย็ งั สามารถลดประสทิ ธผิ ลในการใชอ้ าวุธปืนพกลงไดอ้ ยา่ งมาก เพอื แกไ้ ขและ
ชดเชยขอ้ จาํ กดั นี ทหารจะตอ้ งใชก้ ฎ ๓ ประการของการมองเหน็ ในเวลากลางคนื

ก. การปรบั สายตาใหเ้ ขา้ กบั ความมดื กรรมวิธนี ีจะชว่ ยปรบั นัยน์ตาใหส้ ามารถมองเหน็ ได้
ในสภาพการณ์ทที ศั นวสิ ยั ไม่ดี โดยปกตทิ วั ไปนยั น์ตาจะใชเ้ วลาประมาณ ๓๐ นาที ในการทจี ะ
ปรบั ใหเ้ ขา้ กบั ความมดื ไดป้ ระมาณรอ้ ยละ ๙๘ ในพนื ทที มี คี วามมดื สนิท

ข. การมองนอกศนู ยก์ ลางของการมองเหน็ เมอื มองไปยงั วตั ถใุ ดวตั ถุหนึงในเวลาทมี แี สง
สวา่ ง ทหารจะใชก้ ารมองตรงไปทวี ัตถนุ ัน แต่อยา่ งไรกต็ ามในเวลากลางคนื ทหารจะมองเหน็ วตั ถุ
นันเพยี งแค่เวลาสองสามวนิ าทเี ท่านัน การมองใหเ้ หน็ วตั ถใุ นความมดื ทหารจะตอ้ งเพง่ มองใน
ขณะทใี ชก้ ารมองเป็นมุมประมาณ ๖ องศา ถงึ ๑๐ องศา ออกไปจากวตั ถุนัน

ค. การคน้ หา วธิ กี ารนีเป็นการมองอยา่ งเป็นชว่ งสนั ๆ กลบั ไปกลบั มา ไมเ่ ป็นรูปแบบ โดย
ใชก้ ารเคลอื นไหวของนัยน์ตาของทหารเคลอื นมองไปรอบๆ เป้าหมายหรอื พนื ทเี ป้าหมายทกุ ๆ ๔

- ๓๑ -
ถงึ ๑๐ วนิ าที เมอื มกี ารใชแ้ สงส่องสว่าง ผูย้ งิ กจ็ ะใชเ้ ทคนคิ การยงิ ปืนในเวลากลางคนื ทําการยงิ ต่อ
เป้าหมาย ทงั นีเนืองจากดูเหมอื นว่าเป้าหมายอาจจะเลอื นไดโ้ ดยปราศจากการเคลอื นไหว

หมายเหตุ : สําหรบั รายละเอยี ดเพมิ เตมิ ในเรอื งกฎ ๓ ประการของการมองเหน็ ในเวลากลางคนื

ใหด้ ูใน รส.๒๑–๗๕ (FM 21-75)

๒ - ๑๔ การยิงปื นในสถานการณ์ทีมีการใช้อาวธุ นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี (นชค.)

เมอื ทําการยงิ ในสถานการณ์ทมี กี ารใชอ้ าวธุ นิวเคลียร์ ชวี ะ เคมี (นชค.)ไมว่ า่ จะยงิ ปืนพก
ผู้ยงิ ควรจะตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั นยั น์ตาหาก
แบบกงึ อตั โนมตั หิ รอื ปืนพกแบบลกู โม่กต็ าม
สามารถทําได้ การยงิ เมอื สวมชดุ อปุ กรณ์ป้องกนั ระดบั ๑ จนถงึ ระดบั ๓ มกั จะไมเ่ ป็นปญั หา
สาํ หรบั ผูย้ งิ มากนกั ซงึ ตา่ งกบั การยงิ ปลย. เมอื ผู้ยงิ สวมหน้ากากป้องกนั การยงิ ปพ.ใน

สถานการณ์นีภาพการจดั ศนู ยแ์ ละการเลง็ ของผูย้ งิ อาจใชต้ ามแบบเมอื สวมหนา้ กากหรอื ไม่สวม
หนา้ กากกไ็ ด้ การสวมชดุ อปุ กรณ์ป้องกนั ระดบั ๔ เป็นการป้องกนั ระดบั เดยี วเทา่ นันซงึ อาจสรา้ ง
ปญั หาใหก้ บั ผูย้ งิ เนอื งจากตอ้ งสวมถงุ มอื ดว้ ย ถุงมอื อาจทําใหผ้ ูย้ งิ ต้องปรบั จดั การถอื ปืน เพอื ให้

การถอื ปืนเป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ งและสง่ ผลไปถงึ การเหนียวไกทถี ูกตอ้ งอกี ดว้ ย ทหารทใี ชป้ ืนพก
จะตอ้ งไดร้ บั การฝึกยงิ เมอื สวมชุดอปุ กรณ์ป้องกนั ระดบั ๔ จนกระทงั มคี วามชํานาญในการยงิ ใน

สถานการณ์ดงั กล่าวนี

ตอนที ๓
เครอื งช่วยฝึกและเครอื งช่วยในการสอน

๒ - ๑๕ การสอน

ก. ตลอดระยะเวลาของการฝึกยงิ ปืนพกนัน จะตอ้ งนําเอาวธิ กี ารฝึกสอนแบบครูฝึกกบั
นักเรยี นมาใช้ ความสามารถและความชาํ นาญของทหารนีขนึ อยกู่ บั วา่ ครูฝึกจะทาํ หน้าทีของตนได้
ดเี พยี งใด ครฝู ึกจะช่วยเหลอื ผูย้ งิ โดยการแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด ประกนั ความมนั ใจวา่ ผู้ยงิ จดั ท่ายงิ ได้
ถูกตอ้ งเหมาะสม และจะตอ้ งมนั ใจวา่ ไดต้ รวจตราระบบการรกั ษาความปลอดภัยในสนามยงิ ปืน
อยา่ งถถี ว้ นแลว้ มาตรฐานในการเลอื กครฝู ึกนันเป็นความรบั ผดิ ชอบของผูบ้ งั คบั บญั ชา ครฝู ึกนัน
จะตอ้ งมปี ระสบการณ์ในการยงิ ปืนพกมากกว่าและมลี กั ษณะเหนอื กว่าทหารทเี ขา้ รบั การฝึกยงิ

ข. หน้าทขี องครฝู ึกในระหว่างการฝึกยงิ และการยงิ บนั ทกึ ผลจะมดี งั นี
๑) ตรวจดูวา่
ก) อาวุธปืนสะอาดอยใู่ นสภาพพรอ้ มใชง้ าน
ข) กระสนุ สะอาด
ค) ซองกระสุนสะอาดและมสี ภาพพรอ้ มใชง้ าน
๒) สงั เกตการณ์ดผู ูย้ งิ เพอื ตรวจดวู ่า
ก) ใชท้ ่ายงิ และจดั ท่ายงิ ได้ถกู ตอ้ งหรอื ไม่
ข) บรรจกุ ระสนุ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเมอื ไดร้ บั คําสงั เท่านัน
ค) การเหนียวไกขนั เหนียวนําเป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ ง

- ๓๒ -

ง) เหนียวไกไดอ้ ยา่ งถกู วิธี (ดูหวั ขอ้ ๒–๗)
จ) รายงานตําบลลนั ไกทุกครงั ทยี งิ กระสนุ ออกไป (ยกเวน้ ในการยงิ เรง่ ด่วนและ

การยงิ เรว็ )
ฉ) กลนั ลมหายใจไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (ดหู วั ขอ้ ๒-๕)
ช) ลดปืนลงและผ่อนคลายกลา้ มเนือแขนในเมอื ไม่สามารถลนั ไกได้

ภายใน ๕ ถงึ ๖ วนิ าที หรอื ไม่
๓) แนะนําใหผ้ ูย้ งิ หายใจเขา้ ลกึ ๆ หลายๆ ครงั เพอื ผอ่ นคลายจากความเครยี ด
๒ - ๑๖ วิธีการใช้กระสุนจริงปนกบั กระสุนปลอม

ในวธิ กี ารนี ครูฝึกจะเป็นผูบ้ รรจุกระสนุ เขา้ รบั เพลงิ ใหผ้ ูย้ งิ ครูฝึกอาจส่งปืนทบี รรจุกระสุน
หรอื ปืนทงี า้ งนก แตไ่ ม่มกี ระสุนใหก้ บั ผูย้ งิ กไ็ ด้ โดยทผี ู้ยงิ ไมร่ ูล้ ว่ งหนา้ เมอื ผู้ยงิ ลนั ไกปืนทไี ม่มี
กระสนุ ครูฝึกจะสงั เกตเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนว่า ผู้ยงิ มอี าการสะดุง้ หรอื ออกแรงตา้ นก่อนล่วงหน้าที
ปืนจะลนั ไกหรอื ไม่ หากผูย้ งิ มอี าการดงั กลา่ วกจ็ ะกดปืนลงขา้ งลา่ งในขณะทนี กปืนสบั การใชว้ ธิ ี
กระสุนจรงิ ปนกบั กระสนุ ปลอมนีซํากนั หลายๆ ครงั จะช่วยขจดั อาการพะวงแรงสะทอ้ นถอยหลงั
และการออกแรงตา้ นทมี อี ยกู่ บั ผูย้ งิ ออกไปได้
๒ - ๑๗ การรายงานตาํ บลลนั ไก

การรายงานตําบลลนั ไกกค็ อื การระบวุ ่าลกู กระสนุ จะถูกบรเิ วณใดของเป้า ซงึ เป็นการ
ประเมนิ จากภาพการเลง็ ณ เวลาทปี ืนลนั กระสุนออกไป ตวั อยา่ งเช่น : “ สงู ” “ คอ่ นขา้ งตาํ ”
“ ค่อนไปทางซ้าย ” “ คอ่ นมาทางขวา ” หรอื “ กึงกลางเป้ า ” หากผูย้ งิ ไม่สามารถรายงาน

ตาํ บลลนั ไกไดอ้ ย่างถูกตอ้ งในการยงิ ปืนในสนามนันกค็ อื ผูย้ งิ นันไมไ่ ด้เพง่ สมาธทิ กี ารจดั ศูนยพ์ อดี
และต่อมากค็ อื ไม่รูว้ ่าภาพการเลง็ เป็นอยา่ งไรในขณะทลี นั ไกปืน วธิ กี ารอกี วธิ ีหนึงในการรายงาน
ตําบลลนั ไกกค็ อื การใชร้ ะบบนาฬกิ า ตวั อยา่ งเช่น : กระสนุ ถูกเป้าทวี งคะแนน ๓ ทศิ ทาง ๘
นาฬกิ า กระสนุ ถกู เป้าทวี งคะแนน ๔ ทศิ ทาง ๓ นาฬกิ า วธิ กี ารทสี ามกค็ อื การจดั หาเป้าแบบ
เดยี วกบั ทที ําการยงิ มอบไวก้ บั ผู้ยงิ (วางไวข้ า้ งๆ ตวั ของผูย้ งิ ณ ทแี นวยงิ ) เมอื ทําการยงิ ไปนัด
หนงึ แลว้ ใหผ้ ูย้ งิ ใชน้ ิวแตะลงไปทเี ป้า ตรงจดุ ทคี าดคดิ ว่ากระสนุ น่าจะถูกเป้านัน วธิ กี ารนีจะ
ป้องกนั มใิ หผ้ ูย้ งิ ใชก้ ารตรวจเป้าดว้ ยสายตาจากแนวยงิ แลว้ นํามารายงานเป็นตําบลลนั ไก เพราะผู้
ยงิ ตอ้ งใชน้ ิวแตะลงไปทเี ป้าในทนั ทที ลี นั กระสนุ ออกไป หากผู้ยงิ ไม่สามารถรายงานตําบลลนั ไกได้
อยา่ งถูกตอ้ ง นันกเ็ ป็นสงิ ทบี ง่ ชวี ่าผูย้ งิ นันไม่ไดเ้ พง่ สมาธทิ กี ารจดั ศนู ยพ์ อดแี ละการเหนียวไกที
ถูกตอ้ ง จงึ ทําใหไ้ มร่ ูว้ ่าภาพการเลง็ เป็นอยา่ งไรในขณะทลี นั ไกปืน
๒ - ๑๘ การฝึกยิงโดยใช้ดินสอแทนลกู กระสุน

การฝึกยงิ โดยใชด้ นิ สอแทนลูกกระสุนนี (ดรู ูปที ๒–๒๕) จะใชไ้ ดเ้ ฉพาะกบั ปืนพก แบบ
เอม็ .๑๙๑๑ เอ.๑ (M1911 A1) ขนาด .๔๕ นิว ซงึ มสี ภาพดแี ละไมไ่ ดบ้ รรจุกระสุนเท่านัน การฝึก

ดว้ ยวธิ นี ีจะใชไ้ มไ่ ดก้ บั ปืนพก แบบ เอม็ .๙ (M9) แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามครูฝึกอาจใหท้ หารใชว้ ธิ กี ารยงิ
แหง้ กบั ปืนพก แบบ เอม็ .๙ (M9) ได้ โดยครฝู ึกจะมองจากดา้ นหลงั ของผูย้ งิ เพอื สงั เกตดวู า่ ปาก
กระบอกปืน (ดทู ศี นู ยห์ นา้ ) ลดตําลงหรอื กระดกสูงขนึ ในขณะทนี กปืนสบั ไปขา้ งหน้า การฝึกยงิ
โดยใชด้ นิ สอแทนลูกกระสนุ นีเป็นการยงิ ดนิ สอหรอื ปากกาไมช้ ไี ปยงั เป้าขนาดยอ่ ส่วน ซงึ เป็นการ
ฝึกรวมหลายๆ แบบฝึกเขา้ ดว้ ยกนั เชน่ ทา่ ยงิ การจบั ถอื ปืน การจดั ศูนยแ์ ละภาพการเลง็ การ

- ๓๓ -

ควบคมุ การหายใจ และการเหนียวไก โดยรวมไวใ้ นสถานีการฝึกสถานีเดยี ว ในขณะเดยี วกนั ก็
สามารถประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิของผู้ยงิ ได้ โดยไมม่ ีผลกระทบจากแรงสะทอ้ นถอยหลงั ของปืน งาน
การฝึกนีถูกออกแบบขนึ เพอื ใชฝ้ ึกสอนและแกไ้ ขพฒั นานิสัยการยงิ ปืนของทหาร ซงึ สามารถฝึกได้

๒ / ๓ ของความยาวดนิ สอ ๑ / ๒ นิวฟุตหา่ งจากยางลบ

ทงั ในตวั อาคารและในสนามฝึก เป็นการฝึกตามอดุ มคตใิ นกรณที มี ขี อ้ จํากดั เกยี วกบั สนามยงิ ปืน
หรอื ลมฟ้าอากาศไมอ่ ํานวย

รปู ที ๒ - ๒๕ การฝึกยิงโดยใช้ดินสอแทนลกู กระสุน

ก. ยทุ โธปกรณ์
๑) ปากกาไมช้ ีหรอื ดนิ สอดาํ ๑ แทง่ ตอ่ ผูร้ บั การฝึก ๒ คน ดนิ สอดงั กลา่ วนีควรจะมี

ความยาวอย่างนอ้ ย ๖ นิว และพนั หรอื หุม้ ดว้ ยเทปกาวหรอื เทปใสไว้ ๒ จดุ โดยให้มขี นาด
เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางพอดกี บั ความกวา้ งของปากลาํ กลอ้ งปืน ดงั แสดงในรปู

๒) เป้ารปู ตาววั ขนาดยอ่ ส่วน ๑ แผ่น ต่อผูร้ บั การฝึก ๒ คน เป้าดงั กลา่ วนีอาจทําขนึ
โดยใชว้ ธิ ถี ่ายเอกสาร วาดขนึ หรอื ใชก้ ารพมิ พโ์ ดยใชย้ างลบปลายดนิ สอและผา้ หมกึ พมิ พร์ ูปตาววั
ไม่ควรจะมขี นาดใหญ่กวา่ ๑/๘ นิว และแต่ละรูปควรอยหู่ ่างกนั อยา่ งน้อย ๑ นิว

ข. การดาํ เนินการฝึก ครูฝึกจะอธบิ ายและสาธติ รายละเอยี ดการปฏบิ ตั ใิ หท้ หารดกู ่อนทจี ะให้
ทหารเรมิ ฝึก ผูย้ งิ ควรจะเรมิ ตน้ ฝึกดว้ ยวธิ กี ารจบั ปืนดว้ ยสองมอื และคอ่ ยเปลยี นเป็นการใชว้ ธิ จี บั
ปืนดว้ ยมอื เดยี วเมอื เรมิ มคี วามคุน้ เคยและมที กั ษะเพมิ ขนึ แลว้

๑) ผูย้ งิ ยนื หนั หน้าเขา้ หาเป้าและจดั ท่ายงิ ทถี กู ตอ้ งเหมาะสม ตําแหน่งทยี นื นันจะตอ้ ง
อยใู่ กลก้ บั เป้าในระยะทผี ู้ยงิ เหยยี ดแขนออกไปแลว้ ทําการเลง็ ไปทเี ป้ายอ่ สว่ นนัน ปลายดนิ สอทยี นื

- ๓๔ -
ออกมาจากลํากลอ้ งปืนจะอยู่หา่ งจากแผ่นเป้าประมาณ ๑ นิว แผน่ เป้านันควรจะตดิ อยบู่ นเป้าหนุ่
หรอื ขาตงั เป้าลกั ษณะใดกไ็ ด้ ซงึ มคี วามสงู ในระดบั ไหลข่ องผู้ยงิ

๒) ผูย้ งิ นําดนิ สอทไี ดจ้ ดั เตรยี มไวส้ อดใส่เขา้ ไปในลํากลอ้ งปืนจากทางปากกระบอกปืน

โดยใชป้ ลายทมี ยี างลบใสน่ ําเขา้ ไปก่อนและขนึ นกปืน จากนันใหจ้ บั ปืนอยา่ งถกู ตอ้ งในท่าพรอ้ มยงิ
เหยยี ดแขนขา้ งทใี ชม้ อื จบั ปืนออกไป เลง็ ปืนไปทีเป้ารูปตาววั ขนาดยอ่ ส่วน เหนียวไกใหน้ กปืนสบั

ไปขา้ งหน้า นกปืนจะตที า้ ยเขม็ แทงชนวน ทําใหเ้ ขม็ แทงชนวนกระแทกเขา้ กบั ยางลบปลายดนิ สอ
ดนิ สอจะพงุ่ ตวั ออกมาจากลาํ กลอ้ งปืนแลว้ กระทบกบั เป้า ณ จุดทตี ํากว่าวงดาํ ประมาณ ๑/๒ นิว

(หากผูย้ งิ ไดจ้ ดั ศูนยพ์ อดแี ละภาพการเลง็ รวมทงั ใชว้ ธิ กี ารเหนยี วไกทถี ูกต้อง)

๓) ผูย้ งิ จะทําการฝึกหดั ตามแบบฝึกหดั นีต่อไป จนกระทงั ไดก้ ลุ่มของรอยดนิ สอกระทบ
เป้าใตว้ งดํานัน มาตรฐานของการฝึกนีกค็ อื ผูย้ งิ จะตอ้ งทํากลุ่มรอยดนิ สอไดใ้ นขนาด

เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ ๑/๘ นิว เท่ากบั วงดาํ ขนาดยอ่ ในบรเิ วณทอี ยตู่ าํ กวา่ วงดาํ นันประมาณ

๑/๒ นิว ตรงลงมาทางดา้ นล่าง ดว้ ยการฝึกฝนในลกั ษณะนีผูย้ งิ จํานวนมากทเี ดียวสามารถทํารอย
ดนิ สอกระทบเป้าไดเ้ ป็นจดุ เดยี วกนั จากการยงิ หลายครงั นันแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผู้ยงิ ไดป้ ฏบิ ัตติ าม

หลกั การยงิ ปืนไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งในแตล่ ะครงั

๒ - ๑๙ การฝึกยิงช้า

ก. การฝึกนีเป็นการฝึกยงิ แหง้ ซงึ ถอื เป็นการฝึกทีมคี วามสาํ คญั มากทสี ุดแบบหนึง

สําหรบั นกั ยงิ ปืนทงั มอื อาชพี และมอื สมคั รเล่น ครูฝึกควรจะตอ้ งมนั ใจว่าทหารไดร้ บั การฝึกใน

ขนั ตอนนีมากทสี ดุ เท่าทจี ะทาํ ได้ การดําเนินการฝึกยงิ ชา้ นันใหผ้ ูย้ งิ ทาํ ทา่ ยนื ยงิ ปืนชตี รงไปยงั
เป้าหมาย ทงั นีควรใหเ้ ริมจากท่าจบั ปืนดว้ ยสองมอื กอ่ น แลว้ พฒั นาเป็นการจับปืนดว้ ยมอื เดียวเมอื

มที กั ษะเพมิ ขนึ ผูย้ งิ หายใจในจงั หวะปกตแิ ละผ่อนลมหายใจบางส่วนออกมา แลว้ กลนั ลมหายใจ
สว่ นทเี หลอื ไวใ้ นปอดไมใ่ ห้ผา่ นลาํ คอออกมา จากนันกจ็ ะปรบั ตวั ใหผ้ ่อนคลายเลง็ ไปทเี ป้า จดั ศูนย์

พอดแี ละจดั ภาพการเลง็ เหนียวไกขนั ตน้ และเหนียวต่อมาขา้ งหลงั ดว้ ยการเพมิ นําหนักอยา่ งค่อย

เป็นค่อยไปสมําเสมอจนกระทงั นกปืนสบั ไปขา้ งหน้า เสมือนหนงึ เป็นการยงิ ดว้ ยกระสนุ จรงิ

ข. หากผูย้ งิ ไม่สามารถลนั ไกใหน้ กปืนสบั ไปขา้ งหนา้ ไดภ้ ายในเวลา ๕ หรอื ๖ วนิ าที กค็ วร

ทจี ะกลบั มาอยใู่ นทา่ เตรยี มพรอ้ มแล้วพกั แขนและมอื จากนันกใ็ หเ้ รมิ ขนั ตอนการปฏบิ ตั แิ บบเดมิ

อกี ครงั ลําดบั ขนั การปฏบิ ตั ซิ งึ ประกอบกนั เป็นกระบวนการนีสามารถนํามารวมกนั โดยเขยี นเป็น

อกั ษรยอ่ ในภาษาไทย ห ก ผ ล ต น ซงึ เป็นรหสั ทผี ูย้ งิ จะตอ้ งระลกึ ถงึ ทุกครงั ทที ําการยงิ ปืน

ห หายใจเขา้ หายใจเขา้ แบบปกติ ผ่อนลมหายใจบางส่วนออกมา แล้ว

ก กลนั หายใจ กลนั ลมหายใจส่วนทเี หลอื ไวใ้ นปอด

ผ ผ่อนคลาย ผอ่ นคลายกลา้ มเนือส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย

ล เลง็ เลง็ จดุ ศนู ยพ์ อดแี ละจดั ภาพการเลง็ กบั เป้าหมาย แลว้ เพง่

สมาธไิ ปทยี อดศูนยห์ น้า

ต แตะหนา้ ไก แตะหน้าไกใหไ้ ดค้ วามรู้สกึ และเหนียวไกขนั ตน้

น เหนยี วไก เหนียวไกมาขา้ งหลงั ดว้ ยการเพมิ นําหนกั อยา่ งค่อยเป็นค่อยไป

สมําเสมอ โดยไม่ส่งผลรบกวนไปถงึ การจดั ศูนยพ์ อดี

- ๓๕ -
จนกระทงั นกปืนสบั ไปขา้ งหนา้

ค. ครูฝึกจะตอ้ งสงั เกตไปทศี ูนยห์ นา้ ของปืนทผี ู้ยงิ จบั ถอื อยนู่ ัน เพอื ตรวจใหพ้ บการ

เคลอื นไหวทีผดิ ปกตใิ นระหวา่ งการเหนียวไก การเพมิ แรงหรอื นําหนกั การเหนียวไกอยา่ งถกู ตอ้ ง

จะทําใหน้ กปืนสบั ไปขา้ งหน้า โดยทศี ูนยห์ นา้ ไม่มอี าการเคลอื นไหวอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั แตก่ ารเคลอื น

ขยบั ไปมาเลก็ น้อยเป็นสงิ ทยี อมรบั ได้ ผูย้ งิ ควรจะตอ้ งรายงานตําบลลนั ไกโดยใชท้ ศิ ทางการ

เคลอื นทขี องศนู ยห์ น้า (สูง ตาํ ซา้ ย หรอื ขวา)

๒ - ๒๐ ปื นอดั ลม ขนาดกว้างปากลาํ กล้อง .๑๗๗ นิว

ปืนอดั ลมนใี ชเ้ ป็นเครอื งช่วยฝึกสําหรบั วธิ กี ารฝึกยงิ เรว็ โดยเพมิ ความมนั ใจในขดี

ความสามารถและเพอื เพมิ โอกาสในการฝึกยงิ ใหม้ ากยงิ ขนึ การจดั สรา้ งสนามยงิ ปืนอดั ลมนี

สามารถจดั สรา้ งไดแ้ ทบทกุ แห่ง โดยใชแ้ รงงานและอุปกรณ์คอ่ นขา้ งน้อยมาก ซงึ เป็นอดุ มคติ

สาํ หรบั หน่วยกาํ ลงั สาํ รองและกองหนุนของกองทพั บก หากดําเนนิ การฝึกในสนามยงิ ปืนแบบ

มาตรฐานแลว้ กส็ ามารถใชก้ ารยงิ กระสุนจรงิ ของปืนแบบกงึ อตั โนมตั แิ ละปืนพกแบบลกู โมค่ วบคู่

ไปกบั การยงิ ปืนอดั ลมขนาด .๑๗๗ นิวได้ จากการทมี แี รงสะทอ้ นถอยหลงั น้อยและมเี สียงไมด่ งั

มาก ทหารจงึ สามารถพจิ ารณาเป็นการใชห้ ลกั การขนั พนื ฐานไดอ้ ยา่ งเตม็ ที ซงึ จะชว่ ยสรา้ งความ
มนั ใจในหลกั การมากยงิ ขนึ เนืองจากทหารสามารถยงิ ถูกเป้าหมายไดอ้ ยา่ งแมน่ ยาํ เรว็ ขนึ การใช้

ปืนอดั ลมนีจะตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั เท่าเทยี มกบั การใชอ้ าวุธปืนทัวไป ครูฝึกจะตอ้ งอธิบายให้
ทหารทกุ คนฟงั ถงึ มาตรการรกั ษาความปลอดภยั และรายละเอยี ดวธิ กี ารใชท้ ุกขนั ตอน

๒ - ๒๑ เครอื งช่วยฝึกเป้ าสาํ หรบั การฝึกยิงเรว็

เป้าสําหรบั การฝึกยงิ เรว็ นีเป็นเครอื งช่วยฝึกทใี ชส้ ําหรบั การฝึกยงิ ดว้ ยปืนอดั ลมขนาด .

๑๗๗ นิว

- ๓๖ -
รปู ที ๒ - ๒๖ เครอื งช่วยฝึกเป้ าสาํ หรบั การฝึกยิงเรว็

ขนั ที ๑ จากระยะ ๑๐ ฟุต ใหท้ าํ การยงิ ดว้ ยกระสนุ ๕ นดั ไปยงั เป้าห่นุ นังขนาดยอ่
ภายหลงั การยงิ แตล่ ะนัด ครูฝึกและผูย้ งิ จะถกแถลงและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง

ขนั ที ๒ จากระยะ ๑๕ ฟุต ใหท้ าํ การยงิ ดว้ ยกระสุน ๕ นดั ไปยงั เป้าห่นุ นังขนาดยอ่
โดยมีขนั ตอนการปฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกบั ในขนั ที ๑

- ๓๗ -
รปู ที ๒ - ๒๗ มิติของเป้ าสาํ หรบั การฝึกยิงเรว็

ขนั ที ๓ จากระยะ ๒๐ ฟตุ ใหท้ าํ การยงิ ดว้ ยกระสนุ ๕ นดั ไปยงั เป้าหนุ่ นังขนาดยอ่
โดยมีขนั ตอนการปฏบิ ตั ิเชน่ เดยี วกบั ในขนั ที ๑

ขนั ที ๔ จากระยะ ๑๕ ฟุต ใหท้ าํ การยงิ ดว้ ยกระสุน ๖ นัดไปยงั เป้าห่นุ นังขนาดยอ่
๒ เป้าคูก่ นั

๑) การฝึกตามแบบฝึกนีคงดาํ เนินการเชน่ เดยี วกบั แบบฝึกแรกๆ ยกเวน้ ผู้ยงิ จะไดร้ บั คํา
ชแี จงใหย้ งิ ไปทเี ป้าหมายต่างๆ กระจายกนั เป้าสําหรบั การฝึกยงิ เรว็ นันจะถกู ตดิ ตงั ใหอ้ ยคู่ งทแี ละ
จะไม่ลม้ ลงเมอื ถูกกระสุนจากการยงิ

๒) ผูย้ งิ จะเรมิ ตน้ ดว้ ยการยงิ เป้าห่นุ นังยอ่ สว่ นสําหรบั ระยะ ๒๐ ฟตุ ซงึ อยทู่ างขวาสดุ ก่อน
(ดูรูปที ๒–๒๘) จากนันใหส้ ่ายปืนหรอื วาดปืนเพอื ทําการยงิ เป้าหมายแบบเดยี วกนั ซงึ อยูท่ างซา้ ย
สุด แลว้ ใหส้ ่ายปืนกลบั ไปยงิ เป้าแรกอกี ครงั กระบวนการหรอื ขนั ตอนการฝึกนีจะถูกนํามาใชเ้ พอื
สอนใหผ้ ูย้ งิ ใชส้ ญั ญาณในการยอ้ นกลบั ไปยงิ เป้าแรกอกี ครงั หากผู้ยงิ ทําการยงิ ตอ่ เป้าแรกพลาด
ดว้ ยกระสนุ นัดแรก

- ๓๘ -

รปู ที ๒ - ๒๘ รปู เป้ าหุ่นนังขนาดยอ่ สว่ นซงึ ใช้เป็นเป้ าสาํ หรบั การฝึกยิงเรว็
รปู ที ๒ - ๒๘ เป้ ารปู หุ่นนังขนาดย่อส่วนใช้สาํ หรบั การฝึ กยิงเรว็ (ต่อ)

- ๓๙ -

รปู ที ๒ - ๒๘ เป้ ารปู หุ่นนังขนาดยอ่ สว่ นใช้สาํ หรบั การฝึ กยิงเรว็ (ตอ่ )
๓) ผูย้ งิ จะทําการฝึกตามแบบฝึกนีสองครงั โดยใชก้ ระสนุ ครงั ละ ๓ นัด และก่อนทจี ะทาํ
การยงิ ครงั ทสี อง ครูฝึกและผูย้ งิ ควรจะทําการถกแถลงถงึ ขอ้ ผดิ พลาดทเี กดิ ขนึ ในระหวา่ งการฝึกยงิ
ครงั แรก
ขนั ที ๕ ทาํ การยงิ ๗ นดั จากระยะ ๒๐, ๑๕ และ ๑๐ ฟุต ไปทีเป้ารปู หุ่นนังขนาดยอ่ ส่วน
๑) ผูย้ งิ จะเรมิ ตน้ การปฏบิ ตั ติ ามแบบฝึกนี ทรี ะยะ ๓๐ ฟุต หา่ งจากแนวเป้า ครูฝึกจะ
ออกคาํ สงั ให้ เคลือนที ผูย้ งิ เรมิ กา้ วเดนิ ดว้ ยจงั หวะปกตพิ รอ้ มกบั ถอื อาวุธปืนไวใ้ นมอื ในทา่ พรอ้ ม
ใชอ้ าวุธเมอื ไดร้ บั คําสงั ให้ ยิง (ครฝู ึกจะออกคําสงั เมอื ผู้ยงิ ถงึ ระยะ ๒๐ ฟตุ จากเป้า) ผูย้ งิ จะทาํ ทา่
ยนื ยอ่ ตวั ยงิ และยงิ ตอ่ เป้าหมายในระยะ ๒๐ ฟตุ โดยเรมิ ยงิ เป้าทางขวาสดุ กอ่ น แลว้ ใหส้ ่ายปืนไป
ทางซา้ ย เพอื ทําการยงิ เป้าแบบเดียวกนั ซงึ อยทู่ างซา้ ยสดุ เมอื ยงิ เป้าทางซา้ ยสดุ แลว้ ใหส้ ่ายปืน
กลบั มาทางขวาซงึ เป็นเป้าแรก หากเป้าแรกยงั คงตงั อยใู่ หท้ าํ การยงิ ซํา จากนันใหท้ ําทา่ ยนื ยงิ แลว้
จดั ปืนใหก้ ลบั ไปอยใู่ นท่าเตรยี มพรอ้ ม หลงั จากเสร็จสนิ การฝึกในแตล่ ะแบบฝึกแลว้ ครฝู ึกจะแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่องในขณะทผี ู้ยงิ กลบั ไปอยใู่ นท่ายนื ยงิ

- ๔๐ -

๒) เมอื ครูฝึกออกคําสงั เคลือนที ผูย้ งิ จะเรมิ กา้ วเดนิ ดว้ ยจงั หวะปกติเช่นกนั เมอื ไดร้ บั
คาํ สงั ให้ ยิง (ครูฝึกจะออกคาํ สงั เมอื ผูย้ งิ ถงึ ระยะ ๑๕ ฟุตจากเป้า) ผูย้ งิ จะทําทา่ ยนื ยอ่ ตวั ยงิ และยงิ
ตอ่ เป้าหมายในระยะ ๑๕ ฟุต ลาํ ดบั ขนั ตอนของการกระจายการยงิ คงเป็นเชน่ เดยี วกบั ในขอ้ ๑)

๓) ในระหวา่ งการฝึก ผูย้ งิ จะเคลอื นทไี ปขา้ งหนา้ ตามคําสงั จนกระทงั เคลอื นทไี ปถงึ
ระยะ ๑๐ ฟุตจากเป้า เมือไดร้ บั คําสงั ให้ ยิง ผูย้ งิ จะทําการยงิ ตอ่ เป้าหมายในระยะ ๑๐ ฟตุ ตรง
กลางของเป้าสําหรบั การฝึกยงิ เรว็
๒ - ๒๒ หลกั สูตรการฝึกยิงปื นในสนาม

การฝึกยงิ ในสนามยงิ ปืนจะดําเนนิ การภายหลงั ทผี ู้ยงิ ไดผ้ า่ นการฝึกในขนั เบอื งตน้ ไดผ้ ล
เป็นทนี ่าพอใจ หลกั สูตรการฝึกยงิ ปืนในสนาม ไดแ้ ก่

ก. การฝึกอาวุธศกึ ษาคอื การฝึกในสนามยงิ ปืนโดยใชก้ ารแนะนําและชว่ ยเหลอื จากครฝู ึก
๑) กาํ ลงั พลทงั หมดทไี ดร้ บั อนุมตั ใิ หท้ าํ การยงิ ปืนพกแบบกงึ อัตโนมตั หิ รอื ปืนพกแบบ

ลกู โม่ จะไดร้ บั การสอนในขนั เตรยี มการ ๑๒ ชวั โมง ซงึ จะประกอบดว้ ย

การถอดและการประกอบอาวธุ (ไมใ่ ชส้ าํ หรบั ปืนพกแบบลูกโม่)

การบรรจุ การยงิ การเลกิ บรรจุ และการแกไ้ ขเหตตุ ดิ ขดั ทนั ที

การเตรยี มการสําหรบั พลแม่นปืน
การดูแลรกั ษาและการทาํ ความสะอาดอาวุธ
๒) ตารางยงิ สําหรบั การฝึกยงิ โดยครูฝึกนันจะมรี ายละเอยี ดอธบิ ายอยใู่ นหลกั สตู รการ
ยงิ ปืนพกทํานองรบเพอื จดั ชนั คุณวุฒใิ นผนวก ก และในหลกั สตู รการยงิ ปืนลูกโมเ่ พอื จดั ชนั คณุ วฒุ ิ
ในผนวก ค ในระหว่างการฝึกยงิ โดยครูฝึก ทงั หลกั สูตรการยงิ ปืนพกและปืนลูกโม่จะอยูภ่ ายใตก้ าร
กํากบั ดูแลของครูฝึก
หมายเหตุ : หลกั สตู รการยงิ ปืนลูกโม่เพอื จดั ชนั คณุ วฒุ ิจะดําเนนิ การยงิ ในสนามยงิ ปืนแบบเดยี ว
กนั กบั หลกั สูตรการยงิ ปืนพกทาํ นองรบเพอื จดั ชนั คณุ วฒุ ิ สาํ หรบั รูปภาพแสดง
สนามยงิ ปืนพกทํานองรบเพอื จดั ชนั คณุ วฒุ ใิ หด้ ูจาก รส.๒๕–๗ (FM 25-7)
ข. หลกั สูตรการยงิ ปืนพกทาํ นองรบเพอื จดั ชนั คณุ วุฒนิ ันจะเน้นหลกั พนื ฐานของการยงิ เรว็
ซงึ เป็นการทดสอบขนั สุดทา้ ยในเรอื งความชาํ นาญของทหาร รวมทงั พนื ฐานในดา้ นการจดั ชนั
คุณวฒุ กิ ารยงิ ปืนของทหารดว้ ย ภายหลงั ทที หารไดผ้ ่านการฝึกอาวธุ ศกึ ษาและการใชอ้ าวุธปืนใน
สนามยงิ ปืนจากครูฝึกแลว้ ก็จะทําการยงิ ในหลกั สตู รการยงิ ปืนพกทาํ นองรบเพอื จดั ชนั คณุ วฒุ ิ ราย
ระเอยี ดของตารางยงิ มาตรฐาน และ การดําเนินการฝึกยงิ จะอยใู่ นผนวก ก
หมายเหตุ : หลกั สตู รการยงิ ปืนพกสํารองเพอื จดั ชนั คุณวุฒิ หรอื หลกั สูตรการยงิ ปืนลูกโม่
สาํ รองเพอื จดั ชนั คุณวุฒนิ ัน สามารถใชเ้ พอื ฝึกดาํ รงสภาพ/ จดั ชนั คุณวฒุ ไิ ด้
หากหลกั สตู รหลกั ไม่สามารถนํามาใชไ้ ด้ เนอื งจากขอ้ จํากดั บางประการ
(ดรู ายละเอยี ดในผนวก ข และผนวก ค)
ค. หลกั สูตรการยงิ ปืนพกเพอื จดั ชนั คุณวฒุ ขิ องทหารสารวตั ร จดั เป็นหลกั สูตรการฝึกหนึง
สาํ หรบั การฝึกใชอ้ าวธุ ปืนของทหารสารวตั รหรอื ตาํ รวจ ดรู ายละเอียดใน รส.๑๙–๑๐ (FM 19-10)

- ๔๑ -

ตอนที ๔
มาตรการรกั ษาความปลอดภยั
มาตรการรกั ษาความปลอดภยั เป็นสงิ หนงึ ทจี ะตอ้ งสงั เกตและกวดขนั ตลอดการฝึกยงิ ปืน
รายการขา่ งล่างนีเป็นขอ้ พงึ ระวงั สําหรบั แตล่ ะขนั ตอนของการฝึก แต่ไมไ่ ด้มงุ่ หมายทีจะใชแ้ ทน
ระเบยี บของกองทพั บก หรอื กฎของสนามยงิ ปืนในแตล่ ะทอ้ งถนิ มาตรการรกั ษาความปลอดภัยใน
สนามยงิ ปืนจะมคี วามสําคญั และจําเป็นตอ้ งปรบั เปลยี นไปตามหลกั สตู รการยงิ ปืนแตล่ ะหลกั สูตร
และเป็นอํานาจหนา้ ทขี องผูอ้ ํานวยการควบคุมการยงิ ทจี ะตอ้ งนํากฎของสนามยงิ ปืนทอ้ งถนิ มา
พจิ ารณาศกึ ษาเพอื ดาํ เนนิ การจดั ทํามาตรการรกั ษาความปลอดภยั
๒ - ๒๓ เรอื งทีจาํ เป็ นและเรอื งสาํ คญั
ก. ธงแดง สําหรบั แสดงสญั ญาณใหร้ ูว้ า่ กําลงั มกี ารยงิ ปืนในสนามในทุกครงั ทมี กี ารยงิ ปืน
ข. จะตอ้ งถอื อาวุธอยา่ งระมดั ระวงั และจะตอ้ งไมห่ นั ปากกระบอกปืนไปยงั ผใู้ ดโดยเดด็ ขาด
ยกเวน้ ขา้ ศกึ ในสนามรบเทา่ นัน
ค. จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ อ่ อาวุธปืนเสมอื นหนึงวา่ ปืนนันไดบ้ รรจุกระสนุ แลว้ จนกว่าจะไดม้ กี าร
ตรวจอย่างละเอยี ดถถี ว้ นแลว้ วา่ ไม่มกี ระสุนบรรจุอยู่
ง. เขตจํากดั การยงิ จะแสดงไวด้ ว้ ยเสาหลกั ทาสี แดง – ขาว สลบั กนั ในทที ผี ูย้ งิ ทกุ คน
จะตอ้ งมองเหน็ ไดช้ ดั เจน
จ. จะตอ้ งไมน่ ําสงิ กดี ขวางแปลกปลอมอุดปากกระบอกปืนทจี ะใชท้ ําการยงิ
ฉ. อาวธุ ปืนจะตอ้ งถกู เกบ็ รกั ษารวมไวใ้ นพนื ทที ปี ลอดภยั และมกี ารดูแลระวงั รกั ษาอย่าง
ใกลช้ ดิ
ช. ไมอ่ นุญาตใหส้ ูบบุหรใี นสนามยงิ ปืนโดยเฉพาะบริเวณใกลก้ บั กระสนุ วตั ถรุ ะเบดิ หรอื
วตั ถไุ วไฟ
๒ - ๒๔ กอ่ นทาํ การยิง
ก. เครอื งปิดกนั ถนนและเครอื งกดี ขวางจะตอ้ งถูกวางปิดเสน้ ทาง และมียามเฝ้าดแู ล
ข. อาวธุ ปืนทกุ กระบอกจะตอ้ งไดร้ บั การตรวจ เพอื ใหม้ นั ใจวา่ ไมม่ กี ระสุนบรรจุหลงเหลอื
อยหู่ รอื มสี งิ กดี ขวางแปลกปลอมอยใู่ นลาํ กลอ้ ง และเลอื นปืนถกู แขวนเปิดรงั เพลงิ ไว้
ค. ผูท้ ําการยงิ ทกุ คนจะไดร้ บั การชแี จงถงึ เขตจํากดั การยงิ ของสนามและช่องยงิ ผูย้ งิ ทกุ
คนจะตอ้ งยงิ เฉพาะภายในเขตจํากดั ของสนามเทา่ นัน
ง. ผูท้ ําการยงิ ทกุ คนจะไดร้ บั การชแี จงและสอนวธิ กี ารบรรจกุ ระสุนและนํากระสนุ ออกจาก
รงั เพลงิ หรอื การเลกิ บรรจุ และอปุ กรณ์นริ ภยั ของอาวุธปืน
จ.กําลงั พลทงั หมดจะไดร้ บั การชแี จงถงึ มาตรการรกั ษาความปลอดภยั ของการยงิ และของ
สนามยงิ ปืน ทมี รี ะบไุ วใ้ หป้ ฏบิ ตั ใิ นหลกั สูตรการฝึกยงิ ปืน
ฉ. ตอ้ งไมม่ ผี ใู้ ดเคลอื นทอี อกไปอยหู่ นา้ แนวยงิ โดยไม่ไดร้ บั อนุญาตจากผูค้ วบคมุ
หอบงั คบั การยงิ นายทหารรกั ษาความปลอดภยั หรอื นายทหารอํานวยการยงิ

- ๔๒ -

ช. อาวธุ ปืนจะถูกบรรจุกระสุนและปลดหา้ มไก เมอื ไดร้ บั คําสงั จากผูค้ วบคมุ หอบงั คบั การ
ยงิ เท่านัน ยกเวน้ กรณที อี ยใู่ นระหวา่ งการปฏบิ ตั ิตามขนั ตอนการฝึกยงิ ทจี ําเป็นตอ้ งมกี ารเปลยี น
ซองกระสุนโดยอตั โนมตั เิ ท่านัน

ซ. อาวุธปืนจะตอ้ งไม่ถูกหยบิ จบั ขนึ มาหรอื ถอื ไปมา นอกจากจะไดร้ บั คําสงั จากผูค้ วบคมุ
หอบงั คบั การยงิ เทา่ นัน

ด. ผูย้ งิ จะตอ้ งชลี ํากลอ้ งปืนตรงเขา้ ไปยงั แนวเป้า เมอื ทาํ การบรรจุกระสุน เตรียมพรอ้ มที
จะยงิ หรอื ทาํ การยงิ
๒ - ๒๕ ในระหวา่ งทาํ การยิง

ก. ผูย้ งิ จะไม่เคลอื นตวั ออกจากจุดยงิ จนกวา่ อาวุธปืนจะไดร้ บั การตรวจว่าไม่มกี ระสุน
บรรจอุ ยู่ โดยเจ้าหน้าทรี กั ษาความปลอดภยั สนามเป็นผูต้ รวจ และอาวุธปืนถูกวางอยใู่ นทที ี
กาํ หนดไวเ้ พอื การรกั ษาความปลอดภยั มีขอ้ ยกเวน้ ในกรณที ตี อ้ งเคลอื นทปี ระกอบการยงิ

ข. ในระหวา่ งทําการฝึกยงิ ตามตารางที ๕ ของหลกั สูตรการฝึกยงิ ปืนพกทํานองรบ เพอื
จดั ชนั คุณวุฒิ ผูย้ งิ จะอยบู่ นแนวยงิ โดยมผี ูย้ งิ คนอนื อยูท่ างขวาหรอื ซา้ ย

ค. ผูย้ งิ จะตอ้ งระมดั ระวงั ทจี ะทําการยงิ ตามทศิ ทางในชอ่ งยงิ ของตนเท่านัน และจะตอ้ งไม่
หนั ปากลํากลอ้ งปืนไปยงั ช่องยงิ อนื โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ในขนั ตอนของการเคลอื นทปี ระกอบการยงิ

ง. ผูย้ งิ จะต้องปฏบิ ตั ติ ่อปืนอดั ลมเชน่ เดยี วกบั ทปี ฏบิ ตั ติ อ่ อาวธุ บรรจกุ ระสนุ ทวั ไป
กล่าวคอื จะตอ้ งใชม้ าตรการรกั ษาความปลอดภยั เชน่ เดียวกบั อาวุธปืนทวั ไปนันเอง

จ. กําลงั พลทงั หมดทรี ว่ มอยใู่ นการฝึกยงิ ปืนดว้ ยกระสุนจรงิ จะตอ้ งสวมหมวกเหลก็
ฉ. อาวธุ ปืนจะตอ้ งถกู จบั ถอื ในท่าทยี กปากลาํ กลอ้ งชขี นึ ดา้ นบน ยกเวน้ ในขณะทเี ตรียม
ทําการยงิ ซงึ จะตอ้ งถอื ปืนในท่าเตรียมพรอ้ ม ปากลํากลอ้ งชเี ขา้ ไปทางแนวเป้า
๒ - ๒๖ ภายหลงั จากการยิง
ก. เจา้ หนา้ ทรี กั ษาความปลอดภยั จะทําการตรวจอาวุธทุกกระบอกเพอื ให้มนั ใจวา่ ไม่มี
กระสนุ หลงเหลอื บรรจอุ ยู่ และจะต้องดาํ เนินการตรวจสอบดว้ ยว่ามปี ลอกกระสนุ หรอื กระสนุ ทยี งั
มไิ ดท้ าํ การยงิ อยใู่ นครอบครองของทหารหรอื ไม่
ข. เมอื แน่ใจว่าอาวุธไมม่ ีกระสนุ แลว้ ใหท้ หารดงึ เลอื นปืนมาขา้ งหลงั แลว้ คา้ งเลอื นปืนไวใ้ น
ตาํ แหน่งเปิดรงั เพลงิ เพอื แสดงความปลอดภัย และสําหรบั ปืนลกู โมใ่ หป้ ลดลกู โมอ่ อกทางขา้ งแลว้
เปิดไวเ้ พอื แสดงความปลอดภยั
๒ - ๒๗ การฝึกโดยครฝู ึก และการยิงบนั ทกึ ผลเพอื จดั ชันคุณวุฒิ
ในระหว่างขนั ตอนของการยงิ เหล่านี เจา้ หน้าทรี กั ษาความปลอดภยั จะตอ้ งมนั ใจว่า
ก. ผูย้ งิ มคี วามเขา้ ใจในหลกั สูตรและการปฏบิ ตั กิ ารยงิ
ข. ผูย้ งิ มกี ระสนุ ตามทกี าํ หนด และมคี วามเขา้ ใจในคําสงั การบรรจุและการเลกิ บรรจุ
ค. ผูย้ งิ ไดย้ นิ และสนองตอบคําสงั ทกุ คําสงั จากผูค้ วบคุมหอบงั คบั การยงิ
ง. มกี ารปฏบิ ตั ติ ่ออาวุธปืนอยา่ งปลอดภยั ในขณะทผี ูย้ งิ คนอนื ๆ เคลอื นทลี งไปจากแนวยงิ
ตรงไปยงั แนวเป้า
จ. ปากลาํ กลอ้ งปืนชตี รงไปยงั แนวเป้าเสมอ
ฉ. ผูย้ งิ ทําการยงิ เฉพาะในเขตกําหนดเพอื จํากดั การยงิ ของตนเท่านัน

- ๔๓ -

ช. มกี ารตรวจอาวุธเพอื ความปลอดภยั ภายหลงั ขนั ตอนแต่ละขนั ของการยงิ และผูค้ วบคุม
หอบงั คบั การยงิ ไดร้ บั ทราบถงึ ผลการตรวจทุกครงั

ซ. การเกดิ เหตตุ ดิ ขดั หรอื ไมส่ ามารถทําการยงิ อนั มไิ ดเ้ กดิ จากความผดิ ของผู้ยงิ จะตอ้ งถกู
รายงานใหท้ ราบโดยทนั ที คาํ สงั จากหอบงั คบั การยงิ จากสงั การใหต้ รวจความปลอดภัยของอาวุธ
ปืน และจะดาํ เนนิ การใหผ้ ู้ยงิ ไดท้ าํ การยงิ ต่อไปตามแบบฝึก
หมายเหตุ : สาํ หรบั มาตรฐานการฝึกและมาตรฐานการจดั ชนั คุณวุฒใิ หด้ ูรายละเอยี ดใน

ผนวก ก จนถงึ ผนวก จ
หมายเหตุ : การแกไ้ ขเหตตุ ดิ ขดั ทนั ทีเป็นการปฏบิ ตั อิ ยา่ งรวดเรว็ ในทนั ทโี ดยผูใ้ ชอ้ าวธุ นัน

กระทําเพอื แกไ้ ขเหตตุ ดิ ขดั กระบวนการในการใชก้ ารแกไ้ ขเหตตุ ดิ ขดั ทนั ทจี ะ
ตอ้ งเป็นสญั ชาตญาณของผใู้ ช้ โดยทไี มต่ อ้ งใชค้ วามพยายามในการคน้ หาสาเหตุ
ของการตดิ ขดั และเป็นสงิ สาํ คญั มากทเี ดียวทผี ูใ้ ชจ้ ะตอ้ งสามารถแกไ้ ขเหตุตดิ ขดั
ทนั ทไี ดโ้ ดยสญั ชาตญิ าณ
๑. เมอื เลอื นปืนอยู่ขา้ งหน้าเตม็ ทแี ละอาวธุ ปืนไมส่ ามารถทําการยงิ ใหผ้ ูย้ งิ ปฏบิ ัตดิ งั นี
ก. เหนยี วไกอกี ครงั
ข. หากปืนยงั ไม่สามารถทําการยงิ ได้ ใหต้ รวจดูวา่ ซองกระสุนถกู ใสอ่ ยใู่ นช่องเตม็ ทีหรอื ไม่
แลว้ ดงึ เลอื นปืนมาขา้ งหลงั และปล่อยกลบั ไปขา้ งหน้า
ค. เหนียวไกปืน
ง. หากปืนยงั ไมส่ ามารถทําการยงิ ได้ ใหป้ ลดซองกระสุนออกมาและดงึ เลอื นปืนมาขา้ งหลงั
เพอื คดั เอากระสนุ ทอี ยใู่ นรงั เพลงิ ออกมา แลว้ ใสซ่ องกระสุนซองใหม่เขา้ ไป ดงึ เลอื นปืนมาขา้ งหลงั
และปลอ่ ยกลบั เพอื บรรจกุ ระสุนนดั ใหม่เขา้ ไป
จ. เหนียวไกปืน
ฉ. หากปืนยงั ไมส่ ามารถทาํ การยงิ ได้ ใหเ้ ปลยี นเอากระสนุ นดั ใหม่บรรจเุ ขา้ ไป
๒. เมอื เลอื นปืนไม่ไดอ้ ยขู่ า้ งหน้าเตม็ ที ใหป้ ล่อยนิวออกจากไกปืน และใชม้ อื อกี ขา้ งหนงึ พยายาม
ผลกั หรอื กระแทกใหเ้ ลอื นปืนเคลอื นไปขา้ งหนา้ หากเลอื นปืนไม่เคลอื นทไี ปขา้ งหนา้ ใหป้ ฏบิ ัตดิ งั นี
ก. หา้ มไกปืน
ข. ปลดซองกระสุนออกมา
ค. จบั เลอื นปืนและดงึ มาขา้ งหลงั แขวนเลอื นปืนคา้ งไวข้ า้ งหลงั ดว้ ยสลกั ยดึ เลอื นปืน
ง. ตรวจดูภายในรงั เพลงิ และนําเอาสงิ แปลกปลอมหรอื สงิ กดี ขวางออกมา
จ. ใสซ่ องกระสุนซงึ บรรจุกระสุนอยเู่ ขา้ ไปในตวั ปืน
ฉ. ปลอ่ ยเลอื นปืนไปขา้ งหนา้
ช. ปลดหา้ มไกแลว้ ทําการยงิ
หากอาวธุ ปืนไมส่ ามารถทาํ การยงิ ได้ ภายหลงั จากการแกไ้ ขเหตุตดิ ขดั ทนั ที กจ็ ําเป็นตอ้ งใช้
การตรวจอยา่ งละเอยี ด เพอื คน้ หาสาเหตุของการตดิ ขดั ของอาวุธปืน

- ๔๔ -

ผนวก ก

หลกั สูตรการยิงปื นพกทาํ นองรบเพือจดั ชนั คณุ วฒุ ิ

ก – ๑ รายละเอียดของหลกั สูตร

ก. หลกั สตู รการยงิ ปืนพกทํานองรบเพอื จดั ชนั คณุ วุฒนิ ีอาจใชไ้ ดท้ งั กบั การยงิ ปืนพกแบบ

กงึ อตั โนมตั แิ ละปืนพกแบบลูกโม่ (สําหรบั การใชก้ บั ปืนพกแบบลูกโม่ใหด้ ูรายละเอยี ดใน ผนวก ค)
ในหลกั สตู รดงั กล่าวนี ทหารจะตอ้ งทําการยงิ เป้าเดยี วและเป้าคู่ ในระยะต่างๆ กนั โดยใชห้ ลกั

พนื ฐานของการยงิ เรว็ หากหลกั สูตรการยงิ ปืนพกทํานองรบนี ไมส่ ามารถนํามาใชไ้ ดก้ อ็ าจ

จําเป็นตอ้ งดํารงความตอ่ เนืองในการฝึกและจดั ชนั คุณวฒุ โิ ดยใชห้ ลกั สูตรการยงิ ปืนพกสาํ รอง หรอื

หลกั สูตรการยงิ ปืนลกู โม่สํารองแทน

หมายเหตุ : สําหรบั ภาพของหลกั สตู รการยงิ ปืนพกทํานองรบเพอื จดั ชนั คณุ วุฒนิ ันใหด้ ูราย

ละเอยี ดใน รส.๒๕–๗ (FM 25-7)

ข. สําหรบั ตารางการยงิ แต่ละตารางของหลกั สูตรการยงิ ปพ.ทาํ นองรบเพอื จดั ชนั คุณวฒุ นิ ี
ผูย้ งิ จะตอ้ งมกี ระสุนสํารองเพอื ทําการยงิ ตอ่ เป้าทตี นยงิ พลาดไป ในระหวา่ งหลกั สตู รการฝึกเป้า
จํานวน ๓๐ เป้าจะปรากฏตอ่ ผูย้ งิ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามผูย้ งิ จะไดร้ บั จา่ ยกระสนุ คนละ ๔๐ นดั สาํ หรบั
ทาํ การยงิ ต่อเป้าทงั หมดดงั กลา่ ว ทหารทสี ามารถทําการยงิ ซําดว้ ยกระสนุ สาํ รองตอ่ เป้าทียงิ พลาด
ไป ภายในเวลาทีเป้าหุ่นยงั ปรากฏอยนู่ ัน ถอื ไดว้ ่าเป็นผูท้ มี ีทกั ษะและความสามารถในการใชอ้ าวุธ
ปืนพกในระดบั ทเี ท่าเทยี มกบั ผู้ทสี ามารถยงิ ถกู เป้านัน ไดด้ ว้ ยกระสุนนัดเดยี วเช่นกนั ผูย้ งิ จะไมถ่ กู

พจิ ารณาตดั คะแนนไมว่ ่าจะใชห้ รอื ไม่ใชก้ ระสนุ สาํ รองกต็ าม และกระสนุ ทเี หลอื จากการยงิ กจ็ ะถูก

ส่งคนื ใหก้ บั เจา้ หน้าทปี ระจําสนาม เมอื ยงิ จบในแตล่ ะตารางการยงิ และจะไม่ถูกนําไปใชใ้ นการยงิ

ในตารางการยงิ ตอ่ ไป

ค. ผูย้ งิ จะตอ้ งเปลยี นซองกระสุน ๒ ครงั เมอื ทําการยงิ ตามหลกั สูตรการยงิ ปพ.ทาํ นองรบนี
เพอื เป็นการรกั ษาความปลอดภัย ผูย้ งิ จะใชซ้ องกระสนุ ทมี กี ระสุน ๑ นัดบรรจุเขา้ ไปก่อน เมอื เป้า
ปรากฏขนึ ตรงหน้า กจ็ ะทําการยงิ ตอ่ เป้านัน หลงั จากนันอกี ๘ วนิ าทตี ่อมาเป้าต่อไปกจ็ ะปรากฏ

ขนึ ในช่วงเวลา ๘ วนิ าทนี ัน ผู้ยงิ จะตอ้ งบรรจุกระสุนจากซองใหม่เขา้ ไปและเตรียมพรอ้ มทจี ะทํา
การยงิ ตอ่ เป้าทจี ะปรากฏต่อไป จะไม่มกี ารออกคาํ สงั จากเจา้ หนา้ ทปี ระจําสนามหรอื ครฝู ึกสาํ หรบั

การเปลยี นซองกระสุน หากผูย้ งิ ไมส่ ามารถบรรจกุ ระสุนโดยการเปลยี นซองกระสุนไดท้ นั ตามเวลา
ทจี ะตอ้ งยงิ เป้าหมายต่อไปไดก้ จ็ ะถูกบนั ทกึ วา่ “ พลาด ” แบบฝึกนีจะใชฝ้ ึกใหท้ หารสามารถ

เปลยี นซองกระสนุ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และปลอดภยั ด้วยสญั ชาตญาณภายใตส้ ภาวะทมี คี วามกดดนั

หมายเหตุ : เมอื ใช้ ปพ.แบบ เอม็ .๙ (M9) ผูย้ งิ จะทาํ การยงิ นัดแรกดว้ ยวิธกี ารยงิ

แบบดบั เบลิ แอค็ ชนั ในทุกตารางยงิ
ง. ระยะทเี ป้า จะปรากฏต่อผูย้ งิ นันจะไม่เกนิ กว่า ๓๑ เมตรจากตวั ผู้ยงิ เวลาการปรากฏของ
เป้านัน จะเป็นดงั นี

๑) ตารางการยงิ ที ๑, ๒ และ ๓
ก) เป้าเดยี ว
ข) เป้าหลายเป้า ๓ วนิ าที

๕ วนิ าที

๒) ตารางการยงิ ที ๔ และ ๕

- ๔๕ -

ก) เป้าเดยี ว ๒ วนิ าที
ข) เป้าหลายเป้า
๔ วนิ าที

ก – ๒ การยิงตามหลกั สูตรการยิง ปพ.ทาํ นองรบเพือจดั ชันคณุ วุฒิ

หมายเหตุ : ลําดบั การปรากฏของเป้า จะถูกจดั โดยผูค้ วบคมุ หอบงั คบั การยงิ ซงึ จะเป็น
เชน่ เดยี วกนั หมดทกุ ช่องยงิ ทงั นีกเ็ พอื ป้องกนั มใิ หผ้ ูย้ งิ แตล่ ะช่องยงิ มกี ารเคลอื นทลี ําหนา้ ซงึ กนั
และกนั ลาํ ดบั การปรากฏของเป้า จะมรี ะยะหา่ งจากตวั ผู้ยงิ แตกตา่ งกนั โดยเริมตงั แต่ระยะ ๓๑
เมตรเป็นระยะไกลสดุ และระยะใกลส้ ุดจะเป็นเป้าคู่ในระยะไมใ่ กลก้ ว่า ๗ เมตร

ก. ตารางการจดั ชนั คณุ วุฒจิ ะเป็นดงั นี

หมายเหตุ : ผูค้ วบคุมหอบงั คบั การยงิ จะควบคุมการบรรจกุ ระสุนของ ปพ.ลูกโม่ ทุกครงั
๑) ตารางที ๑ : ใชซ้ องกระสุน ๑ ซอง บรรจกุ ระสุน ๗ นัด เป้าจะปรากฏ ๕ ครงั ผูย้ งิ
อยใู่ นทา่ ยนื ทแี นวยงิ พรอ้ มถอื ปพ. ในท่าเตรยี มพรอ้ ม เป้าเดยี วเท่านันจะปรากฏต่อผูย้ งิ ลําดบั
การปรากฏของเป้าจะถกู จดั โดยผูค้ วบคมุ หอบงั คบั การยงิ

๒) ตารางที ๒ : ใชซ้ องกระสุน ๑ ซอง บรรจุกระสุน ๑ นดั และซองกระสุนอกี ๑ ซอง
บรรจุกระสุน ๗ นดั เป้าจะปรากฏ ๖ ครงั ผู้ยงิ จะอยใู่ นท่ายนื เตรยี มพรอ้ มทแี นวยงิ
เชน่ เดยี วกับตารางที ๑ เป้าทปี รากฏจะประกอบดว้ ย เป้าเดียว ๔ เป้า และเป้าคจู่ ํานวน ๑ คู่
ก) ผูย้ งิ จะบรรจกุ ระสนุ ๑ นดั จากซองกระสุนแรกเขา้ ไปในปืน….เป้าหนุ่ ๑ เป้าจะ

ปรากฏต่อผูย้ งิ

ข) หลกั จากทที าํ การยงิ ไปแลว้ ผู้ยงิ จะตอ้ งรบี เปลียนซองกระสุนทนั ที จากนัน ๓
วนิ าทตี ่อมาเป้าตวั ตอ่ ไปจะปรากฏขนึ และหากไม่ทําการยงิ เป้าหุ่นนันกจ็ ะลดตําลง
ค) จากนันอกี ๘ วนิ าที เป้าหุ่นตอ่ ไปก็จะปรากฏขนึ และผู้ยงิ กจ็ ะตอ้ งทําการยงิ ใหไ้ ด้

ภายในเวลาทกี าํ หนด มิฉะนันจะถกู บนั ทกึ ว่ายงิ ผดิ หรอื พลาด
๓) ตารางที ๓ : ผูย้ งิ บรรจุกระสุน ๑ ซอง ๗ นดั เป้าจะปรากฏ ๕ ครงั ….ผูย้ งิ จะทําการ

ยงิ และเคลอื นทตี ่อไปยงั จดุ ยงิ อนื ทกี าํ หนดไว้ ผู้ยงิ เรมิ ตน้ ทแี นวยงิ ดว้ ยทา่ ยนื เตรยี มพรอ้ ม
เชน่ เดยี วกบั ตารางที ๑ และ ๒ เป้าเดยี ว ๓ เป้า และเป้าค่จู ํานวน ๑ คู่ จะปรากฏตอ่ ผูย้ งิ โดยมี
ลาํ ดบั ดงั นี เป้าเดยี ว เป้าคู่ เป้าคู่ เป้าเดยี วและเป้าคู่
๔) ตารางที ๔ : ผูย้ งิ บรรจุกระสนุ ๑ ซอง ๕ นดั เป้าหุ่นจะปรากฏ ๔ ครงั ผู้ยงิ เรมิ ตน้
ณ จดุ เดมิ บนแนวยงิ ดว้ ยทา่ ยนื เตรยี มพรอ้ มเชน่ เดยี วกบั ตารางทผี า่ นมา เป้าเดียวจะปรากฏ ๒
ครงั และเป้าคูจ่ ํานวน ๑ คู่ จะปรากฏต่อผู้ยงิ ๑ ครงั

๕) ตารางที ๕ : ใชก้ ระสนุ ๓ ซอง ซองที ๑ บรรจุ ๑ นัด ซองที ๒ บรรจุ ๗ นดั และซอง
ที ๓ บรรจุ ๕ นดั เป้าจะปรากฏ ๑๐ ครงั ผูย้ งิ จะเรมิ ตน้ ณ จดุ ทีอยหู่ ลงั แนวยงิ ออกมา ๑๐ เมตร

ตรงกงึ กลางของชอ่ งทางเคลอื นที

ก) ผูย้ งิ บรรจุกระสนุ ๑ นัด จากซองแรกเขา้ ไปในรงั เพลงิ และนําซองกระสุนทบี รรจุ ๗
นดั ใส่ไวใ้ นกระเป๋าใส่ซองกระสุนซงึ อยใู่ กลก้ บั มอื ขา้ งทถี นดั มากทสี ุด และนําซองกระสนุ ทบี รรจุ ๕
นดั ใส่ไวใ้ นกระเป๋าใสซ่ องกระสนุ ทอี ยไู่ กลมอื ขา้ งทถี นัด
ข) เมอื ผูย้ งิ เคลอื นทเี ขา้ ไปถงึ แนวยงิ เป้าเดียวจะปรากฏเป็นเวลา ๒ วนิ าที และจะลด

ตาํ ลง ผูย้ งิ มีเวลา ๘ วนิ าทที จี ะเปลียนซองกระสุน ซงึ จะตอ้ งนําซองกระสุนทบี รรจุ ๗ นัดมาใช้


Click to View FlipBook Version