การเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ โดยใช้กิจกรรม นิทานส่งเสริมกระบวนการคิด นำ เสนอโดย ณรดา ทองรัตน์, ศุภรัตน์ ผาพรมมา, ขวัญใจ จริยาทัศน์กร Enhancing concentration of students in Kindergarten 1/2 at Laor Uthit Demonstration School by using story activities to promote thought processes.
คณะครุศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานครนายก Faculty of Education in Early Childhood Education. Suan Dusit University. Nakhon Nayok non-office education center
กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ศูนย์การศึกษานครนายก จังหวัดนครนายก จำ นวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - แผนการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริม กระบวนการคิด จำ นวน 8 แผน - แบบสังเกตพฤติกรรมการเสริมสร้าง สมาธิของนักเรียน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าคะแนนพัฒนาการ การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย ดังนี้ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิต ละอออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด และเพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด บทคัดย่อ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ : 1. ผลการวิเคราะห์การสังเกตพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ โดยใช้กิจกรรม นิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก อันดับแรก คือ ด้านการยับยั้ง ด้านกายืดหยุ่น ทางความคิด และด้านความจำ ตามลำ ดับ 2. ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม นิทานส่งเสริมกระบวนการคิด นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 มีคะแนนหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าคะแนนก่อนการจัดกิจกรรม 3. ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ที่ได้รับ การจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ภาพรวมของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 มีค่าดัชนีประสิทธิผลการเสริมสร้างสมาธิเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมนักเรียนมีคะแนนก่อนการจัดกิจกรรมและหลังการจัดกิจกรรมห่างกัน 249 คะแนน
บทนำ เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่มีความสำ คัญต่อการพัฒนาการด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ และร่างกาย โดยช่วงแรกเกิด ถึง 6 ปี เป็นช่วงที่มี ความสำ คัญต่อการพัฒนา และการจัดกิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาการ จึงให้ความสำ คัญต่อความสนใจของเด็กวัยนี้ เพราะถ้าจัดกิจกรรม ตรงตามความต้องการ และความสนใจของเด็กก็จะทำ ให้กิจกรรมประสบความสำ เร็จ และยังมีส่งผลต่อทางด้านอารมณ์อีกด้วย โดยจะแบ่ง การแสดงออกทางอารมณ์เป็น 5 ลักษณะ คือ สนใจ ประหลาดใจ สนุกสนาน พึงพอใจ โกรธ และกลัว โดยการแสดงออกจะชัดเจนมากขึ้น ตามลำ ดับ รวมถึงการควบคุมอารมณ์ การรอคอย การตอบสนอง และการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในสังคม โดยปัจจัยสำ คัญที่มีผลต่อทักษะ ต่างๆ คือ สมาธิ เนื่องจากการมีสมาธินั้นมีความจำ เป็นต่อการทำ กิจกรรมต่างๆ และช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กได้ การเล่านิทานเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิด เด็กจะได้รับการกระตุ้นให้มี ความคิดที่กว้างขวาง การแก้ไขปัญหา การหาเหตุผล และผลที่จะตามมา การเล่านิทานยัง ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้เด็กมีความจดจ่อ และมีสมาธิในการคิด ในการเล่านิทานผู้เล่าจำ เป็น ต้องเข้าใจหลักการ และวิธีการเล่าที่สามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก จึงจะประสบความ สำ เร็จในการเล่า สุดท้าย ผู้วิจัยพบว่านักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ควรส่งเสริมเรื่องสมาธิเนื่องจากในบางครั้ง นักเรียนไม่สามารถตอบโต้ ไม่จอจ่อกับกิจกรรม และใช้เวลานานในการทบทวนเนื้อหาในนิทาน จากการสำ รวจเด็กนักเรียน 8 ใน 18 คน มีพฤติกรรมดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้จัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด โดยใช้นิทานและคำ ถาม หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิด และส่งเสริมสมาธิของนักเรียน จากหลักการและเหตุผลข้างต้นผู้วิจัยมีความสนใจนำ กิจกรรมดังกล่าวมาจัดให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โดยมีจุดประสงค์ที่จะเสริมสร้างสมาธิ ด้านการยับยั้ง ด้านความจำ และด้านการยืดหยุ่นทางความคิด ซึ่งจะทำ ให้เด็กนักเรียนมีสมาธิในการ ทำ กิจกรรมต่างๆ นำ ไปใช้ในชีวิตประจำ วันได้ และกิจกรรมยังช่วยพัฒนาด้านความคิดขั้นสูง จากการใช้ประสบการณ์เดิมหรือประสบการณ์ ใหม่ในการร่วมตอบคำ ถาม หรือร่วมทำ กิจกรรม
1. เพื่อศึกษาพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด วัตถุประสงค์ 2. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้น อนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่ง เสริมกระบวนการคิด
กรอบแนวคิด ตัวแปรต้น การจัดกิจกรรมนิทาน ส่งเสริมกระบวนการคิด ตัวแปรตาม การเสริมสร้างสมาธิ - ด้านการยับยั้ง - ด้านความจำ - ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด สมมติฐานการวิจัย เสริมสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัย หลังจากการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิสูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริม กระบวนการคิด
วิธีดำ เนินการวิจัย 01 กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มเป้า ป้ หมายในการวิจัยครั้งนี้คือ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 1/2 จำ นวน 18 คน โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ศูนย์การศึกษานครนายก จังหวัดนครนายก โดยการเลือกแบบเจาะจง 02 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย : 1. แผนการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด จำ นวน 8 แผน 2. แบบสังเกตพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมนิทาส่งเสริมกระบวนการคิด 03 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล : 1. จัดเตรียมแบบ ประเมินเพื่อใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูล 2. ดำ เนินการเก็บ รวบรวมข้อมูล ทำ การประเมินกลุ่มเป้าป้หมายก่อนการจัดกิจกรรม (Pretest) ด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิ ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ทำ การจัดกิจกรรมโดยใช้แผนการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด กับกลุ่มเป้าป้หมาย ซึ่งเป็นป็นักเรียน ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ศูนย์การศึกษานครนายก จำ นวน 8 ครั้ง ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทำ การประเมินกลุ่มเป้าป้หมายหลังการจัดกิจกรรม (Posttest) ด้วยแบบสังเกตเดียวกันกับก่อนทดลอง (Pretest) 3. จดบันทึกและบันทึก ภาพหลังจากการจัด กิจกรรม เพื่อสังเกต พฤติกรรมการเสริม สร้างสมาธิ ที่มีการ พัฒนามากขึ้นหรือ น้อยลง เป็นรายบุคคล
วิเคราะห์พฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้ กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน วิเคราะห์การเปรียบเทียบพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ โดยการใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและหลังการจัด กิจกรรม โดยใช้ค่าคะแนนพัฒนาการ วิธีดำ เนินการวิจัย 04 การวิเคราะห์ข้อมูล :
พฤติกรรมการเสริม สร้างสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่ง เสริมกระบวนการคิด ก่อนการจัดกิจกรรม หลังการจัดกิจกรรม X S.D. ระดับ X S.D. ระดับ 1. ทักษะด้านการยับยั้ง 1.80 0.78 พอใช้ 2.61 0.50 ดีมาก 2. ทักษะด้านความจำ 1.89 0.69 พอใช้ 2.52 0.50 ดีมาก 3. ทักษะด้านการยืดหยุ่น ทางความคิด 1.53 0.52 น้อย 2.60 0.46 ดีมาก โดยรวม 1.74 0.66 พอใช้ 2.58 0.49 ดีมาก ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม พบว่า นักเรียนชั้้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังการ จัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด สูงกว่าก่อนการจักิจกรรม โดย หลังการจัดกิจกรรม นักเรียนชั้้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิ ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนชั้น อนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและหลัง การจัดกิจกรรม ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (̅=2.58, SD.= 0.49) ด้านการยับยั้ง ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด ด้านความจำ หลังการจัดกิจกรรม ภาพรวมอยู่ในระดับพอใช้ (̅=1.53, SD.= 0.52) ด้านความจำ ด้านการยับยั้ง ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด ก่อนการจัดกิจกรรม
ด้านการยับยั้ง ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและ หลังการจัดกิจกรรม ด้านความจำ พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังจาก การทำ กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (̅=2.61, SD.= 0.50) เด็กสามารถตั้งใจฟังฟันิทานโดยไม่พูดแทรก เด็กมีการคิดก่อนพูดแสดงความคิดเห็น เด็กสามารถอดทนรอให้ครูพูดจบก่อน หลังการจัดกิจกรรม เด็กสามารถจดจ่ออยู่กับนิทานโดยไม่วอกแวก เด็กสามารถนั่งฟังฟันิทานอยู่กับที่ได้โดยไม่ลุกไปที่อื่น ภาพรวมอยู่ในระดับพอใช้ (̅=1.80, SD.= 0.78) เด็กมีการคิดก่อนพูดแสดงความคิดเห็น เด็กสามารถตั้งใจฟังฟันิทานโดยไม่พูดแทรก เด็กสามารถนั่งฟังฟันิทานอยู่กับที่ได้โดยไม่ลุกไปที่อื่น ก่อนการจัดกิจกรรม เด็กสามารถอดทนรอให้ครูพูดจบก่อน เด็กสามารถจดจ่ออยู่กับนิทานโดยไม่วอกแวก ด้านการยับยั้ง ก่อนการจัด กิจกรรม หลังการจัด กิจกรรม X S.D. ระดับ X S.D. ระดับ 1. เด็กสามารถตั้งใจฟังฟันิทานโดยไม่ พูดแทรก 1.89 0.81 พอใช้ 2.89 0.31 ดีมาก 2. เด็กสามารถจดจ่ออยู่กับนิทาน โดยไม่วอกแวก 1.61 0.76 น้อย 2.56 0.50 ดีมาก 3. เด็กสามารถนั่งฟังฟันิทานอยู่กับที่ ได้โดยไม่ลุกไปที่อื่น 1.89 0.87 พอใช้ 2.33 0.75 พอใช้ 4. เด็กสามารถอดทนรอให้ครูพูดจบ ก่อน 1.72 0.80 พอใช้ 2.67 0.49 ดีมาก 5. เด็กมีการคิดก่อนพูดแสดงความ คิดเห็น 1.89 0.66 พอใช้ 2.67 0.47 ดีมาก โดยรวม 1.80 0.78 พอใช้ 2.61 0.50 ดีมาก
ด้านการยับยั้ง ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและ หลังการจัดกิจกรรม ด้านความจำ พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังจาก การทำ กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (̅=2.25, SD.= 0.50) เด็กสามารถตอบคำ ถามในประเด็นที่ครูกำ หนดได้ดี เด็กสามารถจดจำ เรื่องราวหรือเหตุการณ์ในนิทานได้ เด็กสามารถพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในนิทานได้ หลังการจัดกิจกรรม เด็กสามารถจดจำ เนื้อหาในนิทานและสามารถนำ ไปเล่าได้ เด็กสามารถจำ สิ่งที่ครูสอนและนำ มาปรับใช้ในชีวิตประจำ วันได้ ภาพรวมอยู่ในระดับพอใช้ (̅=1.89, SD.= 0.69) เด็กสามารถจดจำ เรื่องราวหรือเหตุการณ์ในนิทานได้ เด็กสามารถพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในนิทานได้ เด็กสามารถตอบคำ ถามในประเด็นที่ครูกำ หนดได้ดี ก่อนการจัดกิจกรรม เด็กสามารถจดจำ เนื้อหาในนิทานและสามารถนำ ไปเล่าได้ เด็กสามารถจำ สิ่งที่ครูสอนและนำ มาปรับใช้ในชีวิตประจำ วันได้ ด้านความจำ ก่อนการจัด กิจกรรม หลังการจัด กิจกรรม X S.D. ระดับ X S.D. ระดับ 1. เด็กสามารถจดจำ เรื่องราวหรือ เหตุการณ์ในนิทานได้ 2.39 0.76 ดีมาก 2.67 0.47 ดีมาก 2. เด็กสามารถพูดแสดงความคิด เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในนิทานได้ 2.0 0 0.75 พอใช้ 2.67 0.58 ดีมาก 3. เด็กสามารถจดจำ เนื้อหาใน นิทานและสามารถนำ ไปเล่าได้ 1.61 0.76 น้อย 2.39 0.68 ดีมาก 4. เด็กสามารถจำ สิ่งที่ครูสอนและ นำ มาปรับใช้ในชีวิตประจำ วันได้ 1.50 0.50 น้อย 2.06 0.04 พอใช้ 5. เด็กสามารถตอบคำ ถามใน ประเด็นที่ครูกำ หนดได้ดี 1.94 0.10 พอใช้ 2.83 0.37 ดีมาก โดยรวม 1.89 0.69 พอใช้ 2.52 0.50 ดีมาก
ด้านความยืดยุ่นทางความคิด ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานพฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียน ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ โดยใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและ หลังการจัดกิจกรรม ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังจาก การทำ กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (̅=2.60, SD.= 0.46) เด็กให้ความสนใจในการทำ กิจกรรม เด็กสามารถตอบคำ ถามได้นอกเหนือจากที่ครูกำ หนด เด็กสามารถตอบคำ ถามได้แปลกใหม่ หลังการจัดกิจกรรม เด็กสามารถตอบคำ ถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ เด็กสามารถคิดและตอบคำ ถามได้อย่างรวดเร็ว ภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (̅=1.53, SD.= 0.52) เด็กให้ความสนใจในการทำ กิจกรรม เด็กสามารถคิดและตอบคำ ถามได้อย่างรวดเร็ว เด็กสามารถตอบคำ ถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ก่อนการจัดกิจกรรม เด็กสามารถตอบคำ ถามได้แปลกใหม่ เด็กสามารถตอบคำ ถามได้นอกเหนือจากที่ครูกำ หนด ดานการยืดหยุ่นทางความคิด ก่อนการจัด กิจกรรม หลังการจัด กิจกรรม X S.D. ระดับ X S.D. ระดับ 1. เด็กสามารถตอบคำ ถามได้ แปลกใหม่ 1.22 0.42 น้อย 2.67 0.58 ดีมาก 2. เด็กสามารถตอบคำ ถามได้นอก เหนือจากที่ครูกำ หนด 1.22 0.42 น้อย 2.78 0.42 ดีมาก 3. เด็กให้ความสนใจในการทำ กิจกรรม 2.39 0.49 ดีมาก 2.94 0.23 ดีมาก 4. เด็กสามารถตอบคำ ถามเกี่ยว กับการแก้ปัญปัหาต่างๆ ได้ 1.39 0.59 น้อย 2.50 0.50 พอใช้ 5. เด็กสามารถคิดและตอบคำ ถาม ได้อย่างรวดเร็ว 1.44 0.68 น้อย 2.11 0.57 ดีมาก โดยรวม 1.53 0.52 น้อย 2.60 0.46 ดีมาก
คนที่ คะแนนก่อน คะแนนหลัง คะแนนความ แตกต่าง คะแนน พัฒนาการ(%) ระดับพัฒนาการ 1 19 34 15 57.69 พัฒนาการระดับสูง 2 21 35 14 58.33 พัฒนาการระดับสูง 3 21 34 13 54.17 พัฒนาการระดับสูง 4 21 36 15 62.50 พัฒนาการระดับสูง 5 27 41 14 77.78 พัฒนาการระดับสูงมาก 6 18 37 19 70.37 พัฒนาการระดับสูง 7 36 43 27 93.10 พัฒนาการระดับสูงมาก 8 32 43 11 84.62 พัฒนาการระดับสูงมาก 9 17 30 13 46.43 พัฒนาการระดับกลาง 10 31 41 10 71.43 พัฒนาการระดับสูง 11 27 38 11 61.11 พัฒนาการระดับสูง 12 37 44 7 87.50 พัฒนาการระดับสูงมาก 13 26 40 14 73.68 พัฒนาการระดับสูง 14 22 41 19 82.60 พัฒนาการระดับสูงมาก 15 26 40 14 73.68 พัฒนาการระดับสูง 16 24 40 16 76.19 พัฒนาการระดับสูงมาก 17 33 41 8 66.67 พัฒนาการระดับสูง 18 29 38 9 56.25 พัฒนาการระดับสูง คะแนนรวม 447 696 249 68.60 พัฒนาการระดับสูง ค่าเฉลี่ย 24.83 38.67 13.83 69.67 ค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน 5.67 3.73 4.67 12.76 447 คะแนน 696 คะแนน ตารางที่ 6 ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมการเสริมสร้างสมาธิของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ โดยการใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ก่อนและ หลังการจัดกิจกรรม ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับ ชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่ง เสริมกระบวนการคิด พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ จำ นวน 18 คน ที่ได้รับการจัดกิจกรรมโดยการใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริม กระบวนการคิดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมาจำ นวน 8 กิจกรรม คะแนนก่อนการจัดกิจกรรม คะแนนหลังการจัดกิจกรรม (คะแนนรวม 810 คะแนน) เมื่อเปรียบเทียบการเสริมสร้างสมาธิของเด็กนักเรียนชั้น อนุบาล 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม โดยการใช้กิจกรรมนิทาน ส่งเสริมกระบวนการคิด พบว่า คะแนนหลังจากการทำ กิจกรรมสูงกว่า ก่อนการจัดกิจกรรม
กราฟแสดงคะแนนพัฒนาการ การสัมพันธ์ก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
ช่วงคะแนน พัฒนาการ สัมพันธ์ ระดับพัฒนาการ นักเรียน ร้อยละ 75.01-100.00 พัฒนาการระดับสูงมาก 6 33.33 50.01-75.00 พัฒนาการระดับสูง 11 61.11 25.01-50.00 พัฒนาการระดับกลาง 1 5.56 00.00-25.00 พัฒนาการระดับต้น 0 0 ตารางที่ 7 จำ นวนและร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนพัฒนาการหลังจากการการได้รับการเสริม สร้างสมาธิ โดยการใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ แต่ละระดับพัฒนาการ คะแนนพัฒนาการหลังจากการการได้รับการเสริมสร้างสมาธิ โดยการใช้กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นักเรียนจำ นวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 พัฒนาการระดับสูงมาก นักเรียนจำ นวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 61.11 พัฒนาการระดับสูง นักเรียนจำ นวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 พัฒนาการระดับกลาง
ด้านการยับยั้ง อภิปรายผล 1. ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด พบว่า ในภาพรวมนักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด สูงกว่าก่อนการ จัดกิจกรรม (̅=̅2.58) เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ คือ เสริมสร้างสมาธิของเด็กปฐมวัยหลังจากการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด หลังการจัดกิจกรรม(̅=2.61) ก่อนการจัดกิจกรรม(̅=1.80) ด้านความจำ หลังการจัดกิจกรรม(̅=2.52) ก่อนการจัดกิจกรรม(̅=1.89) ด้านการยืดหยุ่นทางความคิด หลังการจัดกิจกรรม(̅=2.60) ก่อนการจัดกิจกรรม(̅=1.53) สอดคล้องกับงานวิจัยของ 1. นภัสวรรณ สิงหพล (2565) พบว่า หลังการเรียนโดยการใช้กิจกรรมการเล่านิทานนักเรียนมีพฤติกรรมความกล้าแสดงออก มีความสนุก เพลิดเพลิน ทำ ให้กล้าพูด กล้าทำ มากขึ้น 2. สุพพัต สกุลดี (2561) พบว่า จากการเล่านิทานนักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่อยู่ในระดับดีขึ้นร้อยละ 92.86 3. โอม สุขสมยศ (2560) พบว่า การเล่านิทานเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น ด้านสติปัญญา อารมณ์ ภาษา สังคม บุคลิกภาพ และความคิดสร้างสรรค์ ผู้ฟังฟัมีการตอบสนองในการฟังฟันิทาน อยากเป็นผู้เล่าให้ผู้อื่นฟังฟัและสามารถบอกเรื่องราวในนิทานได้ สามารถบอกให้ผู้อื่นเข้าใจในเรื่องราวที่ตนเองเล่า และมีจินตนาการฟังฟันิทานที่ผู้อื่นเล่าให้ฟังฟั
อภิปรายผล (ต่อ) สุนิสา โสภาอุทก (2560) พบว่า สมาธิ ว่าเป็นการจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานพอที่ จะคิดหรือทำ ในสิ่งต่างๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้จนกว่าจะประสบผลสำ เร็จ 2. ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด สูงกว่าก่อนการจัด กิจกรรม โดยหลังการจัดกิจกรรม นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 ได้รับการเสริมสร้างสมาธิ ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งสอดคล้องกับงาน วิจัยของ พระณรงค์ คุณธาโร (สีสุวัน). (2564) ได้สรุปว่า สมาธิทำ ให้เกิดความสงบและมีความสุขทางใจ ไม่ฟุ้งฟุ้ซ่าน สามารถ คิดไตร่ตรอง แยกแยะปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายจะพบว่า สมาธิเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากต่อผู้ฝึกปฏิบัติทุกคน คือ ถ้าเด็กมีสมาธิก็จะเรียนเก่งมีความจำ ดีและคิดเก่ง ถ้าการทำ งานมีสมาธิ ก็จะทำ ให้ทำ การงานได้ดี
ณิชพัณณ์ ดิลกวงวัฒน์ (2560) พบว่า การฝึกสมาธิให้กับเด็กปฐมวัย จะเป็น ป็ จุดเริ่มต้นของการใช้ สมาธิจดจ่อในการศึกษา หรือเรียนรู้เรื่องที่สนใจ การฝึกวินัย และความเป็น ป็ ระเบียบ บางครั้งของเล่นที่ดียังช่วยส่งเสริมสมาธิให้กับเด็กได้ด้วย และการเปิดปิเพลงหรือการทำ ศิลปะ จะช่วยให้ จิตใจสงบ มีสมาธิ มีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า และฝึกทักษะด้านการฟังฟัและความคิดสร้างสรรค์ได้ดี มากขึ้น และการประดิษฐ์ต่างๆ ฟังฟันิทาน จะได้ฝึกการใช้ประสาทสัมผัส ทั้งประสาททางหูในการฟังฟัและ ปากในการพูดตาม นอกจากนี้อาจตั้งคำ ถามให้ลูกตอบเป็น ป็ ระยะ เพื่อฝึกทักษะการคิดและทำ ให้ลูกตั้งใจ ฟังฟัมากขึ้น อภิปรายผล (ต่อ) 3.การวิเคราะห์การเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 มีคะแนนหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด มากกว่าคะแนนก่อนการจัดกิจกรรมนิทาน ส่งเสริมกระบวนการคิด ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ณิชพัณณ์ ดิลกวงวัฒน์ (2560) พบว่า การฝึกสมาธิให้กับเด็ก ปฐมวัย จะเป็น ป็ จุดเริ่มต้นของการใช้สมาธิจดจ่อในการศึกษา หรือเรียนรู้เรื่องที่สนใจ การฝึกวินัย และความเป็น ป็ ระเบียบ บางครั้งของเล่นที่ดียังช่วยส่งเสริมสมาธิให้กับเด็กได้ด้วย และการเปิดปิ เพลงหรือการทำ ศิลปะ จะช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ มีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า และฝึกทักษะ ด้านการฟังฟัและความคิดสร้างสรรค์ได้ดีมากขึ้น และการประดิษฐ์ต่างๆ ฟังฟันิทาน จะได้ฝึกการ ใช้ประสาทสัมผัส ทั้งประสาททางหูในการฟังฟัและปากในการพูดตาม นอกจากนี้อาจตั้งคำ ถามให้ ลูกตอบเป็น ป็ ระยะ เพื่อฝึกทักษะการคิดและทำ ให้ลูกตั้งใจฟังฟัมากขึ้น
4.ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบพัฒนาการการเสริมสร้างสมาธิของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละออุทิศ จำ นวน 18 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิดที่ผู้วิจัยจัดทำ ขึ้น จำ นวน 8 กิจกรรม เมื่อเปรียบเทียบการเสริมสร้างสมาธิของเด็กนักเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรม พัฒนาการในระดับสูงมาก อภิปรายผล (ต่อ) ซึ่งผลการวิเคราะห์สอดคล้องกับงานวิจัยของ มณีรัตน์ ภูทะวัง (2560) พบว่า ผลหลังการเรียนของเด็กที่ใช้กิจกรรมด้าน ศิลปะช่วยฝึกสมาธิของเด็กได้สูงถึงร้อยละ 80 โดยกิจกรรมจะมีภาพประกอบที่น่าสนใจ ภาษาที่เข้าใจง่าย ส่งผลให้เด็กมีความพร้อม และมีทักษะด้านความคิด จากการวิเคราะห์แผนที่นำ มาเพื่อพัฒนาสำ หรับการสอนให้เด็กที่จะช่วยสามารถสร้างสมาธิสำ หรับเด็กปฐมวัย สนใจที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน จำ นวน 6 คน (̅= 33.33) พัฒนาการในระดับสูง จำ นวน 11 คน (̅= 61.11) พัฒนาการในระดับกลาง จำ นวน 11 คน (̅= 5.56)
ข้อเสนอแนะในการนำ ผล การวิจัยไปใช้ ข้อเสนอแนะในการวิจัย ครั้งต่อไป 1. การนำ แผนการจัดกิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการคิด ครูจะต้องศึกษาให้เข้าใจ และปรับกิจกรรมให้สอดคลองกับหน่วย การจัดการเรียนรู้และบริบทของโรงเรียน 2. ควรให้ผู้ปกครองนำ กิจกรรมนิทานส่งเสริมกระบวนการ คิดไปใช้กับเด็กได้นอกเหนือจากที่ครูสอนในห้องเรียน เพื่อให้เด็ก เกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ 3. การนำ เข้าสู่บทเรียนหรือกิจกรรมเป็น ป็ การสร้างความสนใจ ให้เด็กเกิดความสนใจอยากเรียนรู้และจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ครู จัดขึ้น 4. การขยายประสบการณ์เป็น ป็ การนำ เหตุการณ์ในนิทานไป เชื่อโยงกับความรู้เดิม อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในนิทานหรือ เหตุการณ์อื่นๆ ทำ ให้เด็กเกิดความรู้ที่กว่าขึ้น 5. ครูควรให้ความสำ คัญในการกระตุ้นเตือนให้นักเรียนเกิด การเรียนรู้ การเสริมแรงด้วยของรางวัล หรือคำ ชมเชย ให้ความ สนใจกับนักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึงและเข้าใจพฤติกรรมที่เด็กได้ แสดงออก 1. ควรมีการศึกษาและพัฒนากิจกรรมสำ หรับใช้ในกิจกรรม นิทานส่งเสริมกระบวนการคิดเพื่อเสริมสร้างสมาธิให้กับเด็ก ปฐมวัย 2. กิจกรรมต่อยอดที่หลากหลาย เพื่อไปพัฒนาทักษะด้าน ต่างๆ ของเด็กปฐมวัยให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กให้ครบทุกด้าน เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญปัญา
รายการอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560. สืบค้นจากhttps://bit.ly/3NB6Lpq กระทรวงศึกษาธิการ. (2560) คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 สำ หรับเด็กอายุ 3-6 ปี.ปี สืบค้นจาก https://bit.ly/3zNpit4 เกตน์นิภา ฮาดคันทุง. (2561). การพัฒนาการจัดประสบการณ์โดยการเล่านิทานด้วยเทคนิคที่ หลากหลายเพื่อส่งเสริมทักษะทางด้าน การฟังฟัและการพูดสำ หรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็น ป็ ภาษาแม่. สืบค้นจาก http://www.edu.nu.ac.th/news/download/2019 นิภา ดิษฐสุวรรณ. (2562). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานสองภาษาร่วมกับสื่อประสมที่มีต่อความสามารถในการฟังฟัและพูดภาษาไทย ของเด็กปฐมวัยที่ใช้ภาษามลายูเป็น ป็ ภาษาแม่ สืบค้นจาก http://ir.tsu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/121/1/Nipa%2000208866.pdf โอม สุขสมยศ. (2560). การพัฒนาช่วงความสนใจและสมาธิของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ปี ที่1 โดยใช้กิจกรรมการเล่น สืบค้นจาก file:///C:/Users/DELL/Downloads/Fulltex1928 วีรยา คา เรืองฤทธิ์. (2564). การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการคิดเชิงบริหารสำ หรับเด็กปฐมวัยที่มี อาการสมาธิสั้นและซนอยู่ไม่นิ่งโดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง สืบค้นจาก http://ir-ithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/12345 สมัย สุภาพ. (2560). วิจัยเรื่อง การส่งเสริมทักษะทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัยโดยใช้หนังสือนิทาน สืบค้นจาก http://www.nongkhae-ssk.go.th/
รายการอ้างอิง สุพพัต สกุลดี. (2560). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนอนุบาล1 โดยผ่านการเล่านิทาน สืบค้นจาก https://grad.dpu.ac.th/ พระณรงค์ คุณธาโร (สีสุวัน). (2564). ศึกษาแนวทางการนำ สมาธิไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ปี ที่ ๔-๖ โรงเรียนดงสวรรค์วิทยา ตำ บลดงสวรรค์อำ เภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำ ภู สืบค้นจาก https://e-thesis.mcu.ac.th/ นภัสวรรณ สิงหพล. (2565). การส่งเสริมพฤติกรรมความกล้าแสดงออกผ่านการเล่านิทานของเด็ก ระดับชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนแจ้งวิทยา สืบค้นจาก https://edu.skru.ac.th/file/reserch มณัรัตน์ ภูทะวัง. (2560). การพัฒนาการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อฝึกสมาธิเด็กปฐมวัย สืบค้นจาก http://fulltext.rmu.ac.th/ ฉันทิดา สนิทนราทร เวชมงคลกร. (2561). การพัฒนาโปรแกรมการเล่นบำ บัดเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัยที่ มีภาวะสมาธิสั้นในโรงเรียนเขตกรุงเทพมหานคร สืบค้นจาก http://bsris.swu.ac.th/ ศรัญญา พิมเสน. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยการเล่านิทานแบบเล่าไปวาดไป ระดับชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านคลองนา มิตรภาพที่201. สืบค้นจาก http://www.ska2.go.th/ ณิชพัณณ์ ดิลกวงวัฒน์. (2560). เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ. [เว็บบล็อก]. สืบค้นจาก https://www.parentsone.com/teach-your-child-to-focus/ วรัญญา ไวบรรเทา. (2563). การจัดการเรียนรู้โดยใช้นิทานเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำ ศัพท์ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1 สืบค้นจาก https://rsuir-library.rsu.ac.th/bitstream/123456789/532/1/Waranya
นางสาวณรดา ทองรัตน์ นักศึกษาหลักสูตรศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตร 4 ปี) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก 18 ซอย 12 ถนนกาญจนวณิช อำ เภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา [email protected] ผู้เขียน