หนังสือเล่มเล็ก
เรื่องเด็กแนว
จัดทำโดย
ด.ช.ชิษณุพศ์ สุขเกื้อ
เลขที่ ๖ ชั้น ม.๒/๙
ด.ช.รเณศ จันธำรงค์
เลขที่ ๑๓ ชั้น ม.๒/๙
สารบัญ
หน้า บทที ๑ :เมื่อความ “ความดัง”ไล่ล่าคุณ ชีวิตที่
“เลือก”แล้วของแบ๊งค์งามอรุณโชติ ๑-๓
บทที่ ๒ : “A beautiful mind” เข้าใจตัว
ตน...จารุพล สถิรพงษะสุทธิ ๔-๖
บทที่ ๓ :คนตรา “สิงห์” กลั่น-กรองกว่าจะ
เป็น...วรรณสิงห์ ประเสริฐ ๗
บทที่ ๔ :การเมืองเรื่องไม่น่าเบื่อ : เล่น msn กับแฟน
พันธุ์แท้การเมืองไทย ๘
บทที่ ๕ :อยู่กับสิ่งไม่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำ สิ่งนั้นให้ดี
ที่สุด”พิเชษฐ พิณทอง
บทที่ ๖ :The Letter คมศักดิ์ชุมปลั่ง
บทที่ ๗ :“บานไว้เพื่อสะสมความอุดมแห่งแผ่นดิน”
ดอกไม้ป่า...วิชุดา มารศรี
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษา
ไทย ท๒๒๑๐๑ เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในหนังสือ “เด็ก
แนว” เรื่องราวดีที่น่าทึ่งของ๗เด็ก ไทย ที่สามารถเป็นแรง
บัลดาลใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่วัยรุ่นได้ โดยผู้ จัดทำ
ต้องขอขอบคุณ คุณครูจุฬาลักษณ์ มาตรชมภู ผู้ให้ความรู้
และแนวทาง ศึกษา และเพื่อนๆที่ให้ความช่วยเหลือตลอดมา
ทั้งนี้ ผู้จัดทำ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำ เอกสาร
ฉบับนี้จะมีข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้ที่อ่าน หากมีความผิด
พลาดประการใด ผู้จัดทำ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
เด็กชายชิษณุพงศ์ สุขเกื้อ
เด็กชายรเณศ จันธำรงค์
ผู้จัดทำ
๑
บทที ๑ :เมื่อความ “ความดัง”ไล่ล่าคุณ
ชีวิตที่ “เลือก”แล้วของแบ๊งค์ งามอรุณโชติ
เด็กคนนึ่งเชื่ออย่างสนิทใจว่า ชีวิตคนเราอยู่ที่การ “เลือก”ของเราเอง
พลังวิเศษของมนุษย์คือ ไม่ว่าอะไรจะเกขึ้นรายังคง “เลือก”ได้
เมื่อสูญเสียคนที่เรารักที่สุด เรายังคง “เลือก”ได้
เมื่อไม่มีเพื่อนเลย เรายังคง “เลือก”ได้
เมื่อมุ่งทำ กิจกรรม เรายังคง “เลือกได้...
ก่อนดัง แบ๊งค์เรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนตั้งแต่ ม.๑- ม.๖
เขาเป็น เด็กธรรมดา เรียนเล่นไปวันๆ แทบไม่มีเกรด๔ โผล่มาให้เห็น
ยกเว้นวิชา ภาษาไทยและศิลปะ แต่ตอนนั้นเป็นช่วงที่เขามีเพื่อนเยอะมาก
แม่จากไปตั้งแต่เขาเรียนป.๖ เหตุการณ์ไม่คาดคิดครั้งนั้นเองที่เปลี่ยน
เขาจาก หน้ามือเป็นหลังมือ
พอขึ้นม.๒ เขาก็ขึ้นมาอยู่๒๐อันดับแรกของระดับชั้นอย่างสมภาคภูมิ
ขึ้นม.๓ เขาเลือกที่จะสมัครสมาชิกสภานักเรียน เขาได้รับแต่งตั้งเป็น
ประธาน คณะอนุกรรมการตรวจสอบ
ถ้าวันนั้นเขา “เลือก”ที่จะไม่เรียนหนังสือ ก็อาจเป็นเด็กเกเรไปเลยก็ได้
ถ้าวันนั้นเขา “เลือก”ที่จะไม่เรียนอย่างเดียว ในวันนั้นเขาอาจไม่มีเพื่อน
เลย ช่วงม.๓ เขาได้เริ่มต้นทำ กิจกรรมวิชาการนอกโรงเรียน เขาได้รับ
คัดเลือก และได้ไปเข้าค่ายนักวิจัยซิ่งไม่ได้สอนเพียงวิทยาศาสตร์เท่านั้น
แต่สอนให้เขา เริ่มเป็น “คนโดยสมบรูณ์”
๒
ทำ ไมดัง เขาได้ปอัดรายการต่าวๆทั้งรายการถึงลูกถึงคน,ทั้งเช้าวันนี้,เช้าวัน
นี้,สี่ แยกข่าวไอทีวี,ระเบียงหลังบ้าน,ทีนทอร์คดราม่า และเคยปรากฏรูป
ปรากฏแง่ มุมความคิดเห็นของวัยรุ่นตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในประเทศไทย
ขึ้นม.๔ เคาเลือกที่จะออกไปทำ กิจกรรมภายนอกสถาบันระหว่างโรงเรียน เขา
ไม่ได้มองว่าตนเองต้องเก่งทุกอย่าง บางคนอาจมองว่าเขาเป็น คนที่รู้หลาย
เรื่องแต่ไม่ได้ลงลึกไรละเอียดสักเรื่องก็ได้ แต่เขามองว่านั้นคือทางที่
เขา”เลือก”แล้ว เพราะสามารถที่จะคุยกับทุกๆคนได้ในทุกๆเรื่องเค้าจึงเลือกที่
จะแสดงความสามารถของตนทุกด้าน ทุกแง่มุม
งานที่เขาให้แก่สภาระหว่างโรงเรียนส่วนมากจะเน้นเรื่องการศึกษา ชี้วัดไม่ ได้
หรอกว่า เด็กสายวิทย์เก่งเด็กสายศิลป์ไม่เก่ง ได้เกรด๓กว่าถ้าเขาต้องการ เรียน
สายศิลป์ก็ต้องให้เขาได้เรียนเพราะเขา”เลือก”ที่จะทำ กิจกรรมและแสดง ความ
ความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทำ ให้เขาเป็นที่รู้จักทั่วไป
ใครว่าผมอยากดัง ช่วงม.๕-๖ลือกกลับไปทำ กิจกรรมภายในโรงเรียน แต่กลับ
โด่งดังและเป็นที่รู้จักภายในโรงรียนยิ่งกว่าเดิมเค้าออกรายการและให้ สัมภาษณ์จำ
นวนมาก เสียงของเค้าอาจถือได้ว่าเป็นเสียงเด็กที่ดังที่สุดเมื่อแสดง ความคิดเห็น
แล้วผู้ใหญ่ผู้เกี่ยวข้องต้องฟังไม่ใช่เพราะเค้าดัง แต่เป็นเพราะความ คิดเห็นและ
มุมมองที่น่าสนใจ
๓
ดังแล้วยังไง เขา “เลือก”ที่จะสนับสนุนรุ่นน้อง ไม่ใช่ตัวเองต้องขึ้นไปอยู่ในแนว
หน้าทุกครั้งนี่คือสิ่งที่เขาเรียกเป็น “ปณิธาน”เขาเห็นว่ายิ่งโตมากขึ้น กลับยิ่ง
ต้อง ต้องพูดน้อยลง แต่“ต่ เด็กในวันนี้จะต้องได้พูดมากขึ้น”ในทุกวันนี้เค้า
เลือกที่จะ ปฏิเสธงาน แล้วฝากน้องให้ออกมามีบทบาทแทนเขาไม่เลือกปฏิบัติทุก
คนที่ ต้องการโอกาส เขาก็จะพาไป สิ่งที่เค้ายึดมั่นและพูดมาตลอด คือเสียง
ของ เยาวชนควรค่าแก่การรับฟัง เมื่อเราโตขึ้นต้องยอมรับว่าเด็กเดียงสากว่า
เราอยู่ แล้ว ก็ต้องดึงเด็กขึ้นมาพูดไม่ใช่เราพูด
แล้วเขาจะทำ อย่างไรต่อไป เขาทำ อย่างเต็มที่ สิ่งที่เราทำ เต็มที่เราจะ
สบายใจ ว่า มันไม่ใช่เรื่องfakeต่อสังคม ถ้าถามว่าจะทำ ยังไงต่อ เขาก็จะทำ
เหมือนเดิม เพราะนี่คือสิ่งที่เขา “เลือก”
สำ เร็จที่ยาวโยง และปลายโค้งควรคะนึง ฟ้าเคยกล่าวถึงจุดหมายปลายทางใน
ชีวิตไว้อย่างน่าสนใจซึ่งดูเหมือนจะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวเขาได้ดีรางวัล
ต่างๆที่ได้รับเป็นสิ่งยืนยันว่า เด็กหนุ่มอายุ ๑๘ ปีผู้ที่ประสบความสำ เร็จใน
ระดับ หนึ่งแล้ว
ในความเห็นของฟ้าสาเหตุหลักที่ประเทศไทยมีนักวิทยาสตร์น้อยเพราะยังขาด
การส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาสตร์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะวิทยาสตร์ที่เน้น
กระบวนการทางวิทยาสตร์เช่น การทดสอบทดลองซึ่งเป็นกระบวนการการเรียนรู้
ที่แท้จริงไม่ใช่จับนักเรียนนั่งอยู่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆมาติวให้ความรู้เพียง
อย่างเดียว
บทที่ ๒ :“A beautiful mind” ๔
เข้าใจตัวตน... จารุพล สถิรพงษะสุทธิ
บุญเก่าแต่ก่อนมา เกิดเป็นฟ้าที่ภูมิใจ
“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำ ให้ผมมาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะบุญแก่ของผมโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่
ทำ ให้ผมได้เกิดเป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่”ไม่ฟ้าบอกว่าไม่ใช่พันธุกรรม ที่ทำ ให้เขา
เก่งวิทยาสตร์และคณิตศาสตร์ แต่เป็นเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวและแนวทางที่ได้ รับ
การปลูกฝังจากท่านทั้งสองตั้งแต่ฟ้ายังเด็ก”คุณพ่อคุณแม่พยายามหัดผมให้ใช่ ความ
คิดตลอด ให้คิดอย่างเป็นระบบให้รู้ว่าสิ่งนี้ถ้าทำ แล้วจะเกิดผลอย่างไรดีหรือ ไม่ดีถ้า
ไปเจอคนทะเลาะกันก็จะบอกให้ผมดูและให้คิดว่าถ้าผมเป็นคนใน เหตุการณ์จะแก้ไข
สถานการณ์อย่างไร หรือถ้าไปเจอแม่ดุลูกแล้วแม่ทำ อย่างนี้ผิด หรือเปล่า ท่านสอน
ให้ผมวิเคราะห์จากเหตุการณ์ณ์รอบตัว“ผมเป็นคนช่างสงสัยมา ตั้งแต่เด็ก ผมถามคำ
ถามเยอะมาก คุณพ่อคุณแม่จะพยายามตอบข้อสงสัยทุกข้อ ของผม และมีวิธีอธิบาย
ให้ผมเกิดความเข้าใจ”
“ตกเลข” สู่นำ ชัย
“สะดุดตาอยู่ที่ใบงานผลการเรียนใบหนึ่งมีตัวเลขกลมๆในช่องระดับผลการเรียน วิชา
คณิตศาสตร์ภาคเรียนที่สอง” สิ่งที่พริกเด็กที่ได้เกรดศูนย์ให้กลายเป็นเด็กที่เก่ง เลข
ที่สุดคนหนึ่งของประเทศวันนี้จำ ได้พอผมทั้งเกรดคณิตศาสตร์ได้ดีคุณพ่อคุณ แม่
ท่านดีใจมากผมเห็นท่านมีความสุขก็อยากให้ท่านมีความสุขแบบนี้ตลอดไป อยากเห็น
รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจบนใบหน้าของท่านตลอดไป ผมจึงเริ่มเป็น เด็กขยัน
บวชเรียนได้รู้ความจริง
ตั้งแต่อายุได้๙ขวบ ฟ้าก็ขอคุณพ่อคุณแม่ไปบวชที่วัดบวรนิเวศวิหารโดยได้บวช ต่อ
เนื่องทุกปิดเทอมในช่วงที่เรียนป.๓-ป.๕ รวมทั้งสิ้นสี่ครั้ง”ตอนนั้นได้พระเทพ วิสุทธิ
ญาณเป็นอาจารณ์ ท่านจะให้ฝึกเทศน์ ให้เขียนบทที่จะนำ ไปเทศน์เอง ให้ ฝึกตั้งแต่
อ่านเขียนกระทู้ธรรม วิเคราะห์ข้อมูลจากพระไตรปิฎกสรุปเป็นความ เข้าใจและพูดออก
ไปการฝึกเช่นนั้นช่วยให้วุฒิภาวะของผมพัฒนาแบบก้าว กระโดด
ก้าวหน้าและกว้างไกล เพราะ”ตั้งใจ” จึงเยี่ยมยิ่ง
ช่วงที่เรียนประถมศึกษาตอนปลายฟ้าทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนัก เพื่อเตรียม สอบ
เข้าต่อโรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน แล้วเขาก็ทำ สำ เร็จ ถ้าวัดจากระดับผล การ
เรียนตอนนั้นฟ้ายังไม่ใช่ที่หนึ่งของฉันและช่วงนี้เองที่ความสามารถด้าน คณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์ของเค้าเริ่มใช้แววเจิดจ้า ได้รับคัดเลือกเข้าร่วม โครงการพัฒนาอัจฉ
ริย-ภาพทางวิทยาสตร์สำ หรับเด็กและเยาวชน ฟ้าทำ โครง งานคณิตศาสตร์เรื่อง
“พื้นที่”และ “การประมาณพื้นที่โดยสมการถดถอย” ฟ้า ได้ประดิษฐ์เครื่องเครื่องวัด
พื้นที่ “Planimeter”ซิ่งสามารถนำ มาใช่วัดพื้นที่รูป ทรงที่ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิต
ได้และเป็นสิ่งที่วงการคณิตศาสตร์
๕
ยอมรับกันอย่าง กว้างขวาง ขึ้นม.๔ ฟ้าเลือกสอบเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียม
อุดมศึกษาคราวนี้ คะแนนสอบเข้าเป็นอันดับ๑ ของโรงเรียน ในระดับชั้น
มัธยมศึกษาตอนปลายฟ้า ได้คะแนนเฉลี่ยสะสม๔.๐๐ทุกเทอม ในช่วงนี้เองที่เค้า
เริ่มผันตัวเป็นนักกิจกรรม ตัวยง เริ่มทำ กิจกรรมต่างๆเพื่อส่วนรวมมากขึ้นสังคม
ไทยสำ คัญ ก่อความฦนเจิดจรรโลง ปลายปี๒๕๔๖ ฟ้าเข้สอบแข่งขันเพื่อ รับ
พระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง เขาผ่านการประเมินให้เขารับพระราชทานทุน เล่า
เรียนหลวงด้วยคะแนนสูงสุดในที่ที่สุดโครงงาน”walking with
millipede”
สามารถคว้ารางวัล “The first award from sigma Xi,the
scientific research society” มาครองได้อย่างสมภาคภูมิชนะใจ
กรรมการด้วยว่านี่เป็น โครงงานที่บูรณาการความรู้ หลายสาขา มีความคิด
สร้างสรรค์ และสมการที่ได้ ยังช่วยในการออกแบบหุ่นยนต์ที่มี หลายสาขาได้อีก
ผมจากความสามารถคว้า รางวัลในระดับนานาชาติ ทำ ให้นานาประเทศประจักษ์ใน
ความสามารถของ กลุ่มนักเรียนไทย ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงด้านการศึกษาให้แก่
ประเทศ พวกเขา เป็นกลุ่มแรกที่ศึกษาสมการทางคณิตศาสตร์เรื่องการเดินทาง
ของกิ้งกือ นับได้ ว่าพวกเขาเริ่มต้นจากศูนย์ ปรากฏว่าในการสังเกตครั้งหนึ่ง
กิ้งกือที่จับมาได้นั้น ขาขาดไปข้างหนึ่งคงเหลือเป็นต่อให้เห็น ทั้งสามสังเกตว่าขาที่
ขาดยังคง เคลื่อนไหวไปพร้อมพร้อมกับขาที่สมบูรณ์ได้ กิ้งกือเดินไป ด้วยขาแต่ละ
ขาที่ หมุนเป็นวงกลมท็จะต้องเคลื่อนที่ตามตัวกิ้งกือไปพร้อมพร้อมกันทางคณิตสา
สตร์เรียกว่า ไซคลอยต์
สังเกตและทดลอง เกิดกิ้งกือลือเค้าโครง แม้จะไม่เคยได้เป็นตัวแทนประเทศไป
แข่งขันโอลิมปิกวิชาการ แต่ความสำ เร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่แพ้กันก็เป็นของฟ้าจนได้
เริ่มต้นจากนิสัยช่างสังเกต เขาและเพื่อนยังกลับมาเป็นส่วนที่เหลือว่าข้างหน้า นั้นมี
อะไรบ้าง พัฒนาไปถึงไหนแล้วเพื่อให้ทั้งประเทศพัฒนาก้าวขึ้นไปให้ทัน
๖
ส่วนที่ยาวโยง และปลายโค้งควรคะนึง ฟ้าเคยกล่าวถึงจุดหมายปลายทางใน
ชีวิตไว้ อย่างน่าสนใจ ซึ่งดูเหมือนจะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวเขาได้ดี
รางวัลต่างๆที่ ได้รับเป็นสิ่งยืนยันว่าเด็กหนุ่มอายุ ๑๘ปี ผู้นี้ประสบความสำ เร็จ
ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ฟ้ากลับเห็นว่ารางวัลเหล่านั้นหาใช่ความสำ เร็จสูงสุดของ
เขา “ผมคิดว่าความ สำ เร็จสูงสุดขอฃผมคือ ผมได้ค้นพบตังเองอยากทำ
สิ่งใด อยากเป็นเป็นสิ่งใด” ความสำ เร็จของฟ้าจึงเป็น “สำ เร็จยาวโยง”
คือไม่ใช่ความสำ เร็จที่เกิดขึ้นแล้วก็จบ ลง
๗
บทที่ ๓ : คนตรา “สิงห์” กลั่น-กรองกว่าจะเป็น… วรรณสิงห์ ประเสริฐ
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต ทำ ให้เราเปลี่ยนแปลงไปและกลายเป็น คนที่สมบูรณ์
ขึ้น”
ที่เกเรเพราะอยู่ห้องบ๊วยใช่ไหม…
ก็คงมีส่วนเรื่องสภาพแวดล้อมผมเป็นเด็กด้วย ไม่ได้คิดอะไร เห็นอะไรก็ ทำ ตามสนุก
ดี วันๆมีชีวิตฮาๆไปเรื่อยๆไม่ต้องคิดอะไรมาก
รู้สึกสิ่งจะเน้นเรื่องค้นหาตัวเองมากมันเป็นอย่างไร…
การค้นหาตัวเองไม่ใช่เรื่องที่สบายถาเราไม่หยุดอยู่กับที่ หยุดคิดสักพัก ว่ามันเกิดอะไร
ขึ้นกับชีวิตเราบ้าง แล้วตัวตนเราทุกวันนี้เกิดขึ้นจากอะไร วงการบันเทิงให้อะไรบ้าง…
ทำ ให้มองเห็นอะไรมากขึ้น ไม่ได้มองเพียงด้านเดียว“ทุกสิ่งในโลกนี้มี ความระยำ อยู่
ในตัวเองเสมอ”ทั้งในบุคคลและทั้งในโลกเราต้องมองเห็นความ ระยำ ให้ได้ ก่อนจะ
เข้าไปเห็นจุดดี
เคล็ดลับการเรียนให้ได้ 4.00 คืออะไร…
ผมพยายามตั้งใจ อยู่ในห้องเรียนผมจะไม่คุย เคล็ดลับการเรียนก็คือเรียน หนัก ผม
พยายามเข้าให้ได้ทุกคาบถือว่าหลักการเรียนสำ คัญเหนือสิ่งอื่นใด
คำ ว่า ประสบความสำ เร็จในทัศนะของเสียงคืออะไร…
ไม่มี ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจริงๆผมว่าไม่มีคำ
ว่า “ประสบความสำ เร็จในชีวิต” เคย
รู้สึกว่าขาดอะไรไหม…
ขาดคนคอยแคร์มั้ง เพราะผมเป็นคนจริงจังอะไรก็งาน จนไม่ค่อยมีเวลา ไปยุ่งกับ
คนอื่ นเท่าไหร่
จุดยืน…
เอาเป็นคติที่ผมใช้ในชีวิตก็แล้วกัน คือยอมหักดีกว่ายอมงอ
ผมเป็นคนตรงไปตรงมาจนบางครั้งตรงเกินไปหรือเปล่าไม่รู้ อาจ
ทำ ให้บางคนเสียความรู้สึก
ถ้าค้นหาตัวเองเจอ จะไม่มีความสุขได้อย่างไร…
ส่วนตัวผมเชื่อว่าชีวิตเราไม่ได้เกิดมาเพื่อหาความสุข
อย่างเดียว คนเราอยากจะมีความสุขเป็นเรื่องปกติ
อะไรที่ควรทำ …
ทุกคนเกิดมาในโลกนี้มีสิ่งที่ควรทำ ทั้งนั้นและอยู่เพื่อทำ อะไร
บางอย่าง เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าคืออะไรเท่านั้นเอง
บทที่๔ : การเมืองเรื่องไม่น่าเบื่อ: ๘
เล่นmsnกับแฟนพันธุ์แท้การเมืองไทย
ทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์
เบื่อการเมือง say:
หวัดดี เป็นไงบ้างแฟนพันธ์แท้การเมืองไทย
ทศพล say:
สบายดี:>
เบื่อการเมือง say:
เบื่อการเมืองจัง วันๆมีแต่สาดโคลนกัน
ทศพล say:
การเมืองไม่ได้สกปรกหรอก จริงๆแล้วการเมืองเป็นเรื่องของการอุทิศตน คนที่เข้าไป
ทำ งานการเมืองต่างหากที่มีปัญหา ถ้าการเมืองดีคุณภาพชีวิตของคน ไทยดีขึ้นแน่นอน
เบื่อการเมือง say:
ก็นายเป็นสุดยอดแฟนพันธ์แท้การเมืองนี่น่าถึงพูดแบบนี้ทำ ไมอยู่ๆถึงไป ออกรายการ
แฟนพันธ์แท้ได้ล่ะ
ทศพล say:
ม.๕ขึ้น ม.๖ ได้ดูแฟนพันธ์แท้เรื่องการเมือง รู้สึกว่าเราก็ตอบได้เยอะ พอรู้ ว่าทาง
รายการเปิดรับสมัคร เพื่อนก็เป็นคนติดต่อหาเบอร์มาให้ก็ไปสมัครพร้อม กันกับเพื่อน
เบื่อการเมือง say:
เขาคัดเลือกกันอย่างไร
ทศพล say:
ให้เราตั้งคำ ถามเกี่ยวกับการเมือง แล้วก็นัดสัมภาษณ์
เบื่อการเมือง say:
เตรียมตัวไปแข่งเต็มที่เลยสิ
ทศพล say:
มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก เราอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งเลอ
เบื่อการเมือง say:
แล้วก็ได้เป็นแฟนพันธ์แท้ แล้วได้ไปออกรายการแฟนพันธ์แท้แถมเข้ารอบลึกอีก ทศพล
say:
ขอบใจนะ:> เราไม่รู้ว่าอะไรจะเข้ามา เราทำ ได้แต่เตรียมตัวให้ดีที่สุด
เบื่อการเมือง say: ๙
นายสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่
ทศพล say:
ตั้งแต่ประถมนั่นแหละ ไม่เคยเบื่อ เราเป็นเด็กคนเดียวในบ้าน ฟังผู้ใหญ่คุยกัน
มา ตั้งแต่เด็ก แถมชอบดูข่าวตั้งแต่เด็ก
เบื่อการเมือง say:
แล้วกิจกรรมที่เด็กคนอื่นๆทำ กัน เช่น เกม การ์ตูน ?
ทศพล say:
เราชอบดูสารคดี อ่านหนังสือ ความรู้รอบตัว
เบื่อการเมือง say:
นายเคยเรียนเซนคาเบลียร์มาก่อนใช่ไหม
ทศพล say:
ป.๑-ม.๓ เลย
เบื่อการเมือง say:
เรียนดีตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า
ทศพล say:
ก็ได้รางวัลเรียนดีนะ เอ…แต่ว่านายมาสนใจเรื่องอะไรของเรา
เบื่อการเมือง say:
อ้าว น่าสนใจออก นายไม่ใช่เด็กธรรมดาๆที่เรารู้จักเลยรู้ไหมว่าแต่ว่างอยู่หรือ
เปล่า ทศพล say:
เขินจังเลยนี่ นายชม:> แต่ก็ว่างแหละ
๑o
บทที่ ๕ : อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำ สิ่งนั้นให้ดีที่สุด พิเชษร พิณทอง
“วัยรุ่นที่ขายตัวเพราะไม่มีโอกาสดีๆ อย่างพวกเราไม่มีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่มีการ
ศึกษา”
“เรามีโอกาสดีกว่าคนเหล่านั้น เรามีหน้าที่ต้องช่วยกันดูแล”
จินตนาการคือ ภาพลวงตา…
แม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน แต่พวกเขาก็เลี้ยงดูกันด้วยความรัก “ความ กลัว
คือสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นเอง”
การทำ ความดี คือมีความสุข…
ความยากจนไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำ ความดี
วิกฤต คือ โอกาส…
เมื่อเราได้ผ่านปัญหาที่หนักที่สุดไปแล้ว ปัญหาที่ถึงโถมเข้ามาในครั้งต่อๆ มา ล้วน
เป็นเรื่องเล็ก อุปสรรคทำ ให้เราแข็งแกร่งขึ้น
ผู้ให้ความรัก คือผู้เป็นที่รัก
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ตาให้ความรักแก่ผมเสมอมา ผมเลยตัดสินใจบวชหน้าไฟ เพื่อ
อุทิศส่วนกุศลให้ตา ผู้เป็นที่เคารพรัก
ศัตรู คือยากำ ลัง…
ชีวิตในโรงเรียนของผม มีทุกรสชาติ ทั้งสุข ทุกข์ รอยยิ้ม คราบน้ำ ตามีมิตรและ
ผู้ที่ไม่ใช่มิตร
ราชภัฏ คือคนของพระราชา…
ก่อนสำ เร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยได้มอบรางวัล “คนดีศรีจันทร์เกษม” ให้แก่
ผม ในฐานะที่ทำ คุณประโยชน์ เป็นนักศึกษาที่มีน้ำ ใจ ทำ ให้คณะและ สถาบัน
มีชื่อเสียง
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือหลักคำ ไทย…
เด็กทุกคนต้องพึ่งตัวเองได้ ยืนบนลำ แข้งของตัวเองได้ก่อน แล้วพูดให้เขาเห็น
ว่า สถาบันทั้งสาม “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ทำ ให้ประเทศไทยอยู่จนทุกวันนี้ การ
ลงมือทำ คือของจริง…
วันนี้ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอให้ได้รับใช้ใต้เบือพระยุคลบาทก็
เพียงพอแล้ว
“อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำ สิ่งนั้นให้ดีที่สุด”
บทที่ ๖ The Letter คมศักดิ์ชุมปลั่ง ๑๑
คมศักดิ์อาจไม่คำ พร้าพ่อและแม่ แต่กำ เนิดก็จริง แต่เขาไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย
ตลอดชีวิตเพราะแม่ทิ้งเขาไว้กับย่าตั้งแต่ อายุ ๓ เดือนพออายุ ๑๗ เขาก็ทราบข่าว
ว่าแม่เสียชีวิตแล้วด้วยโรคร้ายแรงส่วนพ่อนั้นเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดพอพ้น โทษ
ออกมาก็มีภรรยาใหม่และมีลูกกับภรรยาใหม่อีก๒ คน
จากพื้นฐานตรงนี้ถ้าเขามัวแต่คิดว่าตัวเองโชตร้ายและทดท้อกับชะตาชีวิตเขา คงไม่
ประสบความสำ เร็จและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาเด็ก วัยรุ่นยุค
นี้
สภาพแวดล้อมในชุมชนตรอกถ่าน ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการซึ่งเป็น ที่
อยู่อาศัยของครอบครัวเขามีสภาพเสื่อมโทรมเป็นชุมชนแออัดที่อยู่ในแหล่งน้ำ เสียใน
ชุมชนมียาเสพติดแพร่ในระดับซื้อง่ายขายคล่อง
ถึงจะโชคร้ายที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ แต่ก็นับว่าเขายังโชคดีที่ย่าเป็นเสาหลัก เลี้ยงดู
อบรมเขามาตั้งแต่เกิดเขายังต้องช่วยย่าทำ งานหาเลี้ยงครอบครัว แต่ยังเล็ก วัยเรียน
ของคมศักดิ์…
เขาจบประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาล ๕ และสอบเข้าเรียนชั้นมัธยม ศึกษาได้ที่
อโื่รนงเเขรีายกนรสะตตือรีรสือมุรท้นรใปนรกาากราทรำซึ่งกเิปจ็นกโรรรงมเเรีขยานมีซคึ่
งวมาีมชื่อสเาสมียารงถแมละาอกยกู็่ใกเลล้บย้าเรนิ่มพคิจมาศรักณดิ์าเตหั็วนเคอนง
ว่าเราล่ะจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้หรือเขาพัฒนาตนเองทุกวัน ตอนนั้นมีการประกวดอะไรตั้ง
มากมายคมศักดิ์ทำ กิจกรรมมากมายพี่เองซึ่งเป็น นักกิจกรรมก็ยังสู้ไม่ได้ถ้าพี่ยก
เอาการทำ กิจกรรมรางวัลและความสำ เร็จต่างๆของ เขามาบรรยายทั้งหมดก็คงกิน
พื้นที่หลายหน้า
โอกาสมาถึงแล้ว...
เขาฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะจะได้เปิด โลกทัศน์ให้กว้าง
ศึกษาเอาความเจริญก้าวหน้าของต่างชาติมาพัฒนา ประเทศไทยและจะได้มีหน้าที่การ
งานดีๆไว้เลี้ยงดูครอบครัวต่อไปได้เขาจึง คอยติดตามข้อมูลข่าวสาร เรื่องทุนการ
ศึกษาต่างๆอยู่เสมอจนทราบข่าวเรื่อง ทุนหนึ่งอำ เภอซึ่งเป็นนโยบายของ ฯพณฯ
นายกรัฐมนตรีเขาจึงสมัครเข้ารับการ คัดเลือกและก็ได้เป็นนักเรียนทุนหนึ่งอำ เภอของ
อำ เภอเมืองสมุทรปราการ เขาถือว่านี่คือโอกาสทองของชีวิตและได้ตัดสินใจเลือกไป
วิชาการ
จัดการทรัพยากรบุคคล ณ ประเทศญี่ปุ่นเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศเอเชีย ด้วยกันผมได้
เห็นว่าระบบการทํางานการวางแผนงานของเขามี
ประสิทธิภาพสูงมาก
๑๒
บทที่ ๗:“ บานไว้เพื่อสะสมความอุดมแห่งแผ่นดิน” ดอกไม้ป่า ... วิชุดา
มารศรี
ใต้ผืนดินของเบลโนนสูงตำ บลนาม่วงตำ บลหนองไผ่และตำ บลห้วยสามพาดมี
แร่โพแทสกว่า ๓๐๐ ล้านตันซ่อนตัวอยู่มาเนิ่นนานรัฐบาลและ บริษัท เอกชนมอง
เห็นประโยชน์ของการขุดเอาแร่ขึ้นมาใช้จึงต้องการเปิดพื้นที่บริเวณนี้เพื่อทำ เหทื
อง แร่
โพแทส
ผู้ที่ท่าเรื่องหนัก ๆ และดูน่าเบื่ออย่างเรื่องเหมืองแร่โพแทสกลายมาเป็นที่ สนใจ
ของเด็กรุ่นใหม่และผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนในชุมชนไม่ชาผู้ใหญ่ตัวโตคน ไหน แต่
เป็นเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านโนนสมบูรณ์ สายลม
....
ค้าใช้ชีวิตเหมือนเด็กชนบททั่วไปแต่เช้ามืดช่วยแม่หุงหาอาหารจัดการธุระ ส่วนตัว
แล้วไปโรงเรียนตกเย็นเลิกเรียนรีบกลับมากวาดบ้านแล้วจึงออกไปพาวัว ควายที่
เลี้ยงไว้กลางทุ่งกลับเข้าออกที่บ้านไม่ร่ำ รวย แต่ครอบครัวบารศรีก็มีอยู่ มีกินไม่
เดือดร้อน
หมู่บ้านโนนสมบูรณ์อยู่ห่างจากตัวเมือง ๓๐ กิโลเมตรมีสมาชิกราว ๆ ๒๐๐
หลังคาเรือนเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ในระแวกใกล้เคียงมีอาชีพทำ นาเช่นเดียวกับ บ้าน
ของเธอ
แสงแดด…
ย้อนกลับไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว บริษัท เอเชียแปซิฟิกโพแทสคอร์อเรชั่นจํากัดเริ่ม
ออกประชาสัมพันธ์โครงการเหมืองแร่โพแทสในพื้นที่โดยแจกใบปลิวและว่าจ้าง ให้
นักจัดรายการวิทยุชื่อดังของจังหวัดมาช่วย เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทำ
เหมืองแร่ให้ชาวบ้านทราบ
ทุ่งนากว้างขวางสุดลูกหูลูกตา…
ทุ่งนากว้างขวางสุดลูกหูลูกตา…
๑๓
ชาวบ้านส่วนหนึ่งยังคงเชื่อข้อมูลที่ บริษัท ฯ ประชาสัมพันธ์ว่าแหล่งแร่อยู่ ลึก
ลงไปใต้ผิวดินหลายร้อยเมตรการขุดเจาะใต้ดินไม่น่าจะมีผลกระทบทางสิ่ง
แวดล้อม
ด้วยความเชื่อว่าทุกอย่างย่อมมีทั้งประโยชน์แบะโทษเมื่อได้ฟังคําบรรยายของ
นักวิชาการและเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนหลายคนเริ่มมีความเห็นเปลี่ยนไป
ชนิดหน้ามือเป็นหลังมีอ
มิตรไมตรี ...
ในยุคที่ผู้ทำ ความดีถูกตั้งคำ ถามถึงความบริสุทธิ์ใจและผู้ทำ ความชั่วถูกมอง
ว่า เป็นเรื่องธรรมดาเธอเองก็เคยสงสัยเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนที่เข้ามาใน
หมู่บ้านของเธอคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเอ็นจีโอเข้ามา ยุยงส่งเสริมให้ชาวบ้านลุกขึ้น
ประท้วงคัดค้าน
โครงการต่างๆ แต่ความเคลื่อนไหวเรื่องเหมืองแร่โพแทสแห่งนี้เกิดจากชาวบ้าน
ล้วนๆโดยการน่าของพ่อประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ชีวิตที่ไม่
เหมือนเดิม ...
มาถึงตอนนี้เกือบ ๒ ปีแล้วที่เธอเข้าร่วมการต่อสู้คัดค้านเหมืองแร่เธอต้องทํา
งานหนักขึ้นไม่ใช่ แต่เรียนหนังสือและทำ งานบ้านเท่านั้น แต่ต้องไปจัดรายการ
วิทยุ ทุกวัน
ใช่ว่าทุกคนที่เธอไปพูดให้ฟังจะเห็นด้วยและในหมู่บ้านใกล้ เคียงบาง แห่งก็ไม่มีใคร
สนใจเรื่องนี้เลย แต่เธอไม่เคยย่อท้อเธอรู้ว่ากำ ลังทําในสิ่งที่ถูกต้อง ทุกๆวันหลัง
จากจัดรายการวิทยุเสร็จเธอจะกลับบ้านอ่านหนังสือเตรียมสอบจนถึง ห้าทุ่มครึ่ง
แล้วจึงเข้านอนเธอทำ เช่นนี้จนเป็นกิจวัตรมาเป็นเวลา ๑ ปีแล้ว ชาวบ้านช่วยกัน
คนละไม้คนละมือลงแขกคน ....
จนในที่สุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สรุปสาระสำ คัญของ
ข้อบกพร่องออกมาทั้งสิ้น ๒๖ ข้อ