สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 5 วิชำ ฟิสิกส์
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ชดุ กจิ กรรมเสรมิ สมรรถนะกำรคดิ วเิ ครำะหต์ ำมตำมกระบวนกำรสบื เสำะหำควำมรู้
เรอ่ื ง สเปกตรมั ของคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้
รำยวชิ ำ ฟิสิกส์ กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์
สำหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ี่ 5
เสนอ
อำจำรยพ์ ัดชำ ดอกไม้
จัดทำโดย
นำยศภุ กติ ติ เรอื งศกั ดิ์
รหัส 6010111248008
สำขำวิชำ ฟสิ กิ ส์ ชนั้ ปที ี่ 4
ชดุ กิจกรรมเล่มน้ีเป็นส่วนหนง่ึ ของ
รำยวชิ ำ 1023107 กำรพฒั นำส่ือกำรเรียนรสู้ ำหรับกำรสอนฟสิ กิ ส์
ภำคเรียนท่ี 2 ปีกำรศกึ ษำ 2563
วิทยำลัยกำรฝกึ หัดครู มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏพระนคร
ก
คำ นำ
ชุดกิจกรรมเสริมสร้ำงสมรรถนะกำรคิดวิเครำะห์ตำมกระบวนกำร
สืบเสำะหำควำมรู้ เรื่อง สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำ สำหรับนักเรียนชช้ัน
มัธยมศึกษำปีที่ 5 ชุดน้ีจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นส่ือในกำรจัดกำรเรียนรู้ควบคู่
กบั แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้โดยจดั กระบวนกำรเรียนรู้แบบสบื เสำะหำควำมรู้
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดกระบวนกำรกำรคิดวิเครำะห์ โดยมีครูที่ปรึกษำ
แนะนำและคอยอำนวยควำมสะดวกตลอดจนติดตำมผลกำรศึกษำอย่ำง
ใกล้ชิดมีเน้ือหำสอดคล้องตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน
พุทธศกั รำช 2560
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำ ชุดกิจกรรมเสริมสมรรถนะกำรคิด
วิเครำะห์ตำมแนวสืบเสำะหำควำมรู้ (3Es) เรื่อง สเปกตรัมคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้ำ ชุดน้ีจะช่วยให้นักเรียนเข้ำใจเน้ือหำได้ง่ำยและชัดเจนมำกข้ึน
ส่งผลให้นักเรียนเกดิ สมรรถนะกำรคิดวิเครำะห์และสำมำรถนำควำมรู้ไปใช้
อย่ำงมีเหตผุ ลและดำเนนิ ชีวิตในสังคมอย่ำงมีควำมสขุ
นำยศภุ กิตติ เรืองศักด์ิ
ผจู้ ดั ทำ
สำรบัญ ข
เรื่อง หน้ำ
คำนำ ก
สำรบญั ข
คำชแ้ี จง ค
บทบำทของครู ง
บทบำทของนกั เรียน จ
กำรใชช้ ุดกจิ กรรม ฉ
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ช
สมรรถนะ ซ
แบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอื่ ง สเปกตรมั คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำ 1
ชดุ ทีก่ ิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง ใชห่ รือไม่ 3
ชุดทีก่ ิจกรรมที่ 2 เรอ่ื ง เสียงท่หี ำยไป 8
ชดุ ทก่ี ิจกรรมท่ี 3 เรื่อง ส่ิงตอ้ งหำ้ ม 13
ชดุ ทก่ี ิจกรรมที่ 4 เรอ่ื ง มีอยู่จรงิ หรอื เปล่ำ 18
ชุดที่กิจกรรมที่ 5 เรื่อง UV ตวั ฉกำจ 23
แบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง สเปกตรัมคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้ำ 28
แบบบันทกึ คะแนน 30
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เร่ือง สเปกตรัมคลื่น 31
แม่เหล็กไฟฟ้ำ
เฉลยชุดกจิ กรรม 33
บรรณำนุกรม 42
ค
คำชี้แจง
ชุดกิจกรรมเสริมสร้ำงสมรรถนะกำรคิดวิเครำะห์ตำมกระบวนกำร
สืบเสำะหำควำมรู้ (3Es) เร่ือง สเปกตรัมคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ำ สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5 ชุดน้ีจัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสมรรถนะกำรคิดวิเครำะห์
ให้แก่นักเรียน โดยใช้ควบคู่กับแผนกำรจัดกำรเรียนรู้แบบสืบเสำะหำควำมรู้
3 ข้ัน (3Es) เรื่องสเปกตรมั คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้ำ โดยนำเนอ้ื หำจำกหนังสือเรียน
รำยวิชำวิทยำศำสตร์ เอกสำรและส่ือออนไลน์ที่เกี่ยวข้องมำรวบรวมจัดทำ
เปน็ ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้
ชุดกิจกรรมเสริมสร้ำงสมรรถนะกำรคิดวิเครำะห์ตำมกระบวนกำร
สืบเสำะหำควำมรู้ เร่ือง สเปกตรัมคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ำ สำหรับ นักเรียน
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีที่ 5 ประกอบดว้ ย
ชุดทกี่ จิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง ใชห่ รอื ไม่
ชดุ ท่กี ิจกรรมท่ี 2 เรอื่ ง เสียงท่ีหำยไป
ชดุ ที่กิจกรรมที่ 3 เร่ือง ส่งิ ตอ้ งหำ้ ม
ชดุ ที่กจิ กรรมท่ี 4 เรอื่ ง อย่จู รงิ หรือเปล่ำ
ชุดที่กจิ กรรมที่ 5 เรอื่ ง UV ตัวฉกำจ
ง
บทบำทของครู
สิ่งท่ีครคู วรปฏิบตั ิก่อนใชช้ ดุ กิจกรรม ขณะทใ่ี ชช้ ุดกิจกรรม
และหลังกำรใช้ชดุ กิจกรรม
1. ครูควรศึกษำและทำควำมเข้ำใจวิธีกำรใช้วิทยำศำสตร์ ขั้นตอนกำรดำเนิน
กิจกรรมกำรใช้ อุปกรณ์รวมทั้งวิธีกำรวัดและประเมินผลของชุดกิจกรรม
วทิ ยำศำสตรใ์ ห้ชดั เจน
2. ครูควรเตรียมกำรจัดกิจกรรมล่วงหน้ำและเตรียมสถำนท่ีตลอดจนส่ือต่ำง ๆ
ให้พรอ้ ม
3. ครูควรข้ีแจงบทบำทของนักเรียน เวลำท่ีใช้ในกำรประกอบกิจกรรมแต่ละ
กิจกรรมและกำรใช้แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทรำบ
4. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือประเมินควำมรู้เดิมของนักเรียน
กอ่ นเริม่ เรยี นในแตล่ ะชุดกจิ กรรม
5. แจกชุดกิจกรรมวิทยำศำสตร์ ให้นกั เรยี นศกึ ษำและแนะนำวิธใี ช้ชุดกิจกรรมเพ่ือ
นกั เรียนจะไดป้ ฏบิ ัตไิ ดอ้ ย่ำงถกู ต้อง
6. ดำเนินกำรสอนตำมกิจกรรมกำรเรยี นร้ทู ่กี ำหนดไว้ในแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้
7. ในขณะท่ีนักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ครูควรให้กำรดูแลอย่ำงทั่วถึง และ
ให้คำแนะนำกรณีท่นี กั เรียนไม่เข้ำใจในกจิ กรรมต่ำง ๆ และต้องพยำยำมกระตุ้น
ใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรมด้วยตนเองมำกที่สดุ
8. หำกมีนักเรียนคนใดเรียนไม่ทัน ครูควรให้คำแนะนำหรืออำจมอบหมำยงำน
เอกสำรให้ศกึ ษำเพิม่ เตมิ ในเวลำว่ำง
9. ให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน หลงั จำกท่ีเรยี นโดยใช้ชุดกิจกรเรียบร้อยใน
แต่ละชุด
10. ครูควรสรุปผลกำรใช้ชุดกิจกรรม สภำพปัญหำและข้อเสนอแนะ หลังจำกใช้
ชุดกจิ กรรมวิทยำศำสตรแ์ ต่ละครง้ั เพ่ือนำไปปรับปรงุ ในกำรใชค้ รั้งต่อไป
จ
บทบำทของนกั เรียน
1. ก่อนปฏบิ ตั กิ ิจกรรม นกั เรยี นต้องตงั้ ใจรบั ฟงั คำช้แี จงจำกครูด้วยควำมต้ังใจ
2. ขณะปฏิบัติกิจกรรมควรปฏิบัติตำมคำช้ีแจงข้ันตอนในกำรเรียนรู้ ด้วย
ชุดกิจกรรม หำกไม่เขำ้ ใจหรอื มีข้อสงสัยใหส้ อบถำมครู
3. นักเรียนต้องมีควำมรับผิดชอบควำมสำมัคคีและควำมซ่ือสัตย์ในกำรปฏิบัติ
กจิ กรรมทุกชดุ กจิ กรรม
ฉ
กำรใชช้ ดุ กิจกรรม
ชุดกจิ กรรมเสรมิ สร้ำงสมรรถนะกำรคดิ วิเครำะห์ตำมแนวสืบเสำะหำควำมรู้ (3Es)
เร่อื ง สเปกตรัมคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟำ้ สำหรบั นกั เรยี นชชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี 4
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์
เมอ่ื นกั เรยี นนำไปใช้ต้องปฏบิ ัตติ ำมคำแนะนำ ดงั น้ี
1. ศึกษำขั้นตอนในกำรใช้ชดุ กิจกรรมใหเ้ ขำ้ ใจ
2. ศึกษำมำตรฐำนกำรเรียนร้แู ละตวั ชว้ี ดั จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้ให้เข้ำใจ
3. ศกึ ษำและทำควำมเข้ำใจเน้อื หำควำมรู้ในชดุ กิจกรรมโดยมีครู เปน็ ผูใ้ ห้
คำแนะนำอธิบำยในแตล่ ะขน้ั ตอน ถำ้ ขนั้ ตอนใดนักเรยี นอำ่ นไม่เขำ้ ใจใหถ้ ำมครู
4. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
5. ใหน้ กั เรยี นทำชดุ กิจกรรม เพอ่ื วัดควำมรขู้ องนกั เรยี นระหวำ่ งเรยี นของ
แตล่ ะชุดกจิ กรรมจนครบท้งั 5 ชุดกิจกรรม ถ้ำนักเรียนมขี ้อสงสยั ใหถ้ ำมครทู นั ที
6. ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียนจำกกำรใชช้ ุดกิจกรรม
7. นักเรยี นทำแบบทดสอบเสร็จแลว้ ครูทำกำรตรวจและบันทึกคะแนนของ
นักเรียนแต่ละคนลงในแบบบันทกึ คะแนน
ช
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 2.3
เขำ้ ใจควำมหมำยของพลงั งำน กำรเปลย่ี นแปลงและกำรถำ่ ยโอน
พลังงำน ปฏสิ ัมพันธ์ระหวำ่ งสสำรและพลังงำน พลงั งำน
ในชวี ติ ประจำวนั ธรรมชำตขิ องคล่นื ปรำกฏกำรณท์ เ่ี ก่ียวข้องกบั
เสียง แสง และคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ รวมท้งั นำควำมร้ไู ปใช้ประโยชน์
ตวั ชว้ี ดั
ว 2.3 ม.5/11 สบื คน้ ขอ้ มลู และอธิบำยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟำ้ สว่ นประกอบคล่นื
แม่เหลก็ ไฟฟำ้ และหลักกำรทำงำนของอุปกรณบ์ ำงชนิดทอ่ี ำศัยคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้ำ
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
ด้ำนควำมรู้ : นกั เรียนเข้ำใจเนอื้ หำ เรื่อง สเปกตรมั คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟำ้ ได้
ดำ้ นสมรรถนะ : นักเรยี นมสี มรรถนะกำรคดิ วิเครำะห์ เกี่ยวกับเรื่อง สเปกตรัมคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ ได้
ด้ำนคณุ ลกั ษณะ : 1. นกั เรยี นมีวินยั ตรงตอ่ เวลำ
2. นกั เรียนใฝเ่ รยี นรู้ตง้ั ใจเรยี น
ซ
สมรรถนะ
สมรรถนะกำรคดิ วิเครำะห์ คอื ควำมสำมำรถในกำรทำควำมเข้ำใจในสถำนกำรณ์
ประเดน็ ปัญหำ โดยคดิ วเิ ครำะหอ์ อกเป็นส่วนย่อย ๆ เป็นรำยกำรหรือเปน็ ขัน้ ตอนและ
เห็นควำมสมั พันธข์ องสถำนกำรณ์ ประเด็น หรอื ปัญหำทีเ่ กดิ ขน้ึ โดยรู้ถงึ สำเหตุ และ
ผลกระทบของสถำนกำรณ์ ประเด็น หรือปัญหำท่ีอำจเกดิ ขึ้นได้ โดยมพี ฤติกรรมบง่ ช้ี
ดงั น้ี
1. แตกและแยกแยะปญั หำ แนวคดิ ประเด็น สถำนกำรณ์หลักกำร ทฤษฎี ฯลฯ
ออกเป็น ประเด็นย่อย ๆ
2. จดั ลำดบั ควำมสำคัญของประเด็นปัญหำแนวคดิ ประเดน็ สถำนกำรณ์ หลักกำร
ทฤษฎี ฯลฯ ได้
3. เขำ้ ใจและเชอื่ มโยงควำมสัมพันธเ์ บื้องตน้ ของปญั หำแนวคดิ ประเด็น
สถำนกำรณ์ หลักกำร ทฤษฎี ฯลฯ ได้
4. เขำ้ ใจและเชอ่ื มโยงควำมสมั พันธ์ทีซ่ บั ซ้อนของปัญหำแนวคิดประเด็น
สถำนกำรณ์หลักกำรทฤษฎี ฯลฯ ได้
5. ใชเ้ ทคนคิ และควำมร้เู ฉพำะดำ้ นในกำรคิดวเิ ครำะหป์ ัญหำในแง่มุมที่ลึกซ้ึงถึง
ปรชั ญำแนวคิดเบอ้ื งหลังของประเดน็ หรือทำงเลือกต่ำง ๆ ท่ซี ับซอ้ นเหลำ่ น้ัน
1
แบบทดสอบก่อนเรยี น
วชิ ำ วทิ ยำศำสตร์ เรื่อง สเปกตรัมคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้ำ ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5
คำชี้แจง :
1. แบบทดสอบนี้เป็นปรนยั เลือกตอบ จะนวน 10 ขอ้ 4 ตวั เลือก คะแนนเต็ม 10 คะแนน
2. ใหน้ กั เรียนท้าทุกข้อลงในกระดาษค้าตอบ โดยทา้ เครื่องหมาย (X) คา้ ตอบท่ถี กู ตอ้ งทสี่ ุดเพยี งค้าตอบ
เดยี วและเขียนลงในกระดาษค้าตอบท่ีกา้ หนดให้
3. ใช้เวลาในการสอบ 30 นาที
1. ข้อใดเป็นกำรเรียงลำดับคลืน่ 4. ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำตใิ นขอ้ ใดทไี่ ม่มี
แมเ่ หล็กไฟฟำ้ จำกควำมยำวคลืน่ นอ้ ยไปมำก ผลตอ่ กำรแผก่ ระจำยของคลืน่ วทิ ยุ
ท่ถี ูกตอ้ ง ก. การเปล่ยี นขนาดของจดุ ดับบนดวงอาทติ ย์
ก. รังสีเอกซอ์ ินฟราเรด ไมโครเวฟ ข. การเกิดแสงเหนือแสงใต้
ข. อนิ ฟราเรด ไมโครเวฟ รงั สเี อกซ์ ค. การเกดิ น้าขึ้นน้าลง
ค. รังสเี อกซไ์ มโครเวฟ อินฟราเรด ง. การเกดิ กลางวนั กลางคืน
ง. ไมโครเวฟ อินฟราเรด รังสีเอกซ์
2. มนุษยอ์ วกำศ 2 คนปฏบิ ัตกิ ำรภำรกจิ บน 5. เหตใุ ดคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟำ้ จึงจัดเป็นคล่ืน
พนื้ ผิวดวงจนั ทรส์ ื่อสำรกันด้วยวิธีใดสะดวก ตำมขวำง
ทสี่ ดุ ก. เพราะสนามแม่เหล็กมที ศิ ตัง้ ฉากกับ
ก. คล่นื เสียงธรรมดา สนามไฟฟ้า
ข. คลืน่ เสยี งอัลตราซาวด์ ข. เพราะสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้ามีทิศตรง
ค. คลื่นวิทยุ ข้ามกบั ทิศการเคล่อื นท่ีของคล่ืน
ง. คล่ืนโซนาร์ ค. เพราะสนามแมเ่ หลก็ และสนามไฟฟ้ามที ิศต้ัง
ฉากกบั ทศิ การเคลอื่ นท่ีของคล่นื
3. คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ ท่นี ยิ มใช้ในรีโมท ง. เพราะสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟ้ามที ศิ
ควบคุมกำรทำงำนของเครอ่ื งโทรทัศน์คอื ข้อ เดียวกับทิศการเคลอ่ื นทขี่ องคล่ืน
ใด
ก. อินฟราเรด 6. กำรทเ่ี รำอยู่กลำงแดดนำน ๆ แล้วผิวหนงั
ข. ไมโครเวฟ ไหม้ เนอื่ งมำจำกผลของรงั สใี ด
ค. คล่นื วทิ ยุ ก. รงั สีอนิ ฟาเรด
ง. อัลตราไวโอเลต ข. รังสีอลั ตราไวโอเลต
ค. รงั สีเอกซ์
ง. รังสีแกมมา
2
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
วิชำ วทิ ยำศำสตร์ เร่ือง สเปกตรมั คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำ ช้ันมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5 (ต่อ)
7. ขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ งเก่ยี วกบั คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำ 9. ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติในขอ้ ใดท่ไี มม่ ี
ก. คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้าทุกชนิดมีอัตราเร็วใน ผลตอ่ กำรแผ่กระจำยของคลืน่ วทิ ยุ
สุญญากาศเท่ากัน ก. การเปล่ยี นขนาดของจดุ ดับบนดวงอาทติ ย์
ข. มคี ลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ บางชนิดตอ้ งอาศัย ข. การเกิดแสงเหนือแสงใต้
ตวั กลางในการเดินทาง ค. การเกดิ น้าข้นึ นา้ ลง
ค. เมอ่ื คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้ เดินทางในตวั กลางที่ ง. การเกิดกลางวนั กลางคืน
เปลี่ยนไป อตั ราเรว็ ของคล่ืนจะเปลย่ี นไป
ง. คลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ เปน็ คลน่ื ทม่ี ที ้งั สนามไฟฟ้า
และสนามแม่เหล็ก
8. คลน่ื วทิ ยุ FM ควำมถี่ 88 เมกะเฮริ ตซ์มี 10. เหตุใดคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำจงึ จัดเป็นคลืน่
ควำมยำวคล่นื เทำ่ ใด กำหนดใหค้ วำมเรว็ ของ ตำมขวำง
คลนื่ วิทยุเท่ำกับ เมตร/วินำที ก. เพราะสนามแมเ่ หลก็ มที ศิ ตงั้ ฉากกบั
ก. 3.0 เมตร สนามไฟฟ้า
ข. 3.4 เมตร ข. เพราะสนามแม่เหลก็ และสนามไฟฟา้ มที ิศตรง
ค. 6.0 เมตร ขา้ มกบั ทิศการเคลอ่ื นท่ีของคลน่ื
ง. 6.8 เมตร ค. เพราะสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟา้ มีทิศตั้ง
ฉากกบั ทศิ การเคล่ือนทีข่ องคลื่น
ง. เพราะสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟ้ามีทิศ
เดยี วกบั ทิศการเคลือ่ นท่ขี องคลน่ื
3
4
1. คลน่ื มลี กั ษณะเปน็ อยำ่ งไร
2. เพ่อื น ๆ รู้จักคลืน่ ชนิดใดบ้ำง
3. เพอ่ื น ๆ คดิ ว่ำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำเกีย่ วข้องกับชีวิตประจำวนั ของเรำอยำ่ งไร
4. คล่ืนชนดิ ใดบำ้ งท่เี ปน็ คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้
5
ใบความรู้ 1 สเปกตรัมคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
ส่วนประกอบของคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้
ประกอบดว้ ย สนามไฟฟา้ (Eറ) และ สนามแม่เหลก็ (Bറ) รวมกัน
โดยมที ิศตั้งฉากกนั และตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนท่ี
โดยที่สนามไฟฟา้ และ สนามแมเ่ หลก็ มีคา่ เปลยี่ นแปลงตลอดเวลา
สมบัตขิ องคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า
1. ไมต่ อ้ งใช้ตวั กลางในการเคล่ือนท่ี
2. อตั ราเรว็ ของคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าทุกชนิดในสญุ ญากาศ
เทา่ กับ 3x108m/s ซึง่ เท่ากบั อตั ราเรว็ ของแสง
3. เปน็ คลนื่ ตามขวาง
4. ถ่ายเทพลงั งานจากทห่ี น่งึ ไปอกี ที่หนึ่ง
5. ถกู ปล่อยออกมาและถูกดดู กลนื ไดโ้ ดยสสาร
6. ไมม่ ีประจุไฟฟา้
7. คลืน่ สามารถแทรกสอด สะทอ้ น หักเห และเล้ยี วเบนได้
สเปกตรมั (Spectrum) ของคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ จะประกอบดว้ ยคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าท่มี ีความถี่
และความยาวคลื่นแตกตา่ งกนั ซง่ึ ครอบคลมุ ตัง้ แต่ คลนื่ แสงท่ีตามองเห็น อัลตราไวโอเลต
อินฟราเรด คล่นื วทิ ยุ โทรทัศน์ ไมโครเวฟ รงั สีเอกซ์ รังสีแกมมา เปน็ ต้นดังนัน้ คลนื่
แมเ่ หล็กไฟฟ้า จึงมีประโยชน์มากในการส่อื สารและโทรคมนาคม และทางการแพทย์
6
คำช้ีแจง : ใหเ้ พอ่ื น ๆ จำแนกคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟำ้ โดยเติมเครอื่ งหมำย / หนำ้ ขอ้
ที่เป็นคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟำ้ และ X หน้ำขอ้ ท่ไี มใ่ ชค่ ลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟำ้ (7 คะแนน)
คลน่ื วทิ ยุ
คลนื่ โทรทัศน์
คล่ืนในเส้นเชือก
คล่นื น้ำ
คล่นื สนึ ำมิ
คล่ืนหัวใจ
คลน่ื ไมโครเวฟ
รงั สอี ลั ตรำ้ ไวโอเลต
รงั สีแกรมมำ
รงั สอี นิ ฟรำเรด
รงั สีเอกซ์
ผ ล ก ำ ร จำ แ น ก ค ล่ื น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
ผ ล ก ำ ร จำ แ น ก ท่ี ไ ม่ ใ ช่ ค ลื่ น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ค ลื่ น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
7
คำช้ีแจง : ใหเ้ พ่อื น ๆ วำดภำพสเปกตรัมของคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ (3 คะแนน)
เกณฑก์ ำรให้คะแนน ทำเครอื่ งหมำยใหถ้ ูกตอ้ งลง
ในคะแนนช่องที่ตนเองได้
ดมี ำก 8-10 คะเนน
ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรบั ปรงุ 0-5 คะเนน
8
9
สวัสดีจ๊ะ เราชือ่ บิ๊กเบ้มิ วนั นี้อากาศดจี งั
เรามาเปิดวทิ ยฟุ ังกันดีกวา่ จะเลือกคล่ืนไหนดนี ะ
เพื่อน ๆ ชว่ ยเราลือกหนอ่ ยสิ !! จะเป็น AM89 ของพม่ี ะยม
หรอื FM128.5 ลูกทุง่ เสยี งทองของพี่ร้าไห
ส่วนใหญเ่ ลือก AM89 ใชไ่ หม คงคิดถึงเสียงพี่มะยมกนั ละสิ
เริม่ เปิดกนั เลย
ซดู้ ๆๆๆๆๆๆ ท้าไมเสียงถงึ ไมช่ ัดเลยนะ?
เปล่ยี นไปหาพ่รี า้ ไหทคี่ ลนื่ FM128.5 กันเถอะ วา้ วววว พ่ีร้าไห
เสียงใสเหมอื นเดิมเลย
เอ!้ เพื่อนๆ สงสยั กนั ไหมว่ำทำไมเรำเปดิ คลืน่ AM เสยี งถงึ ขำด ๆ
หำย ๆ แต่คลนื่ FM กลบั ไดย้ ินเสียงชดั เรำมำศึกษำกันเถอะ
10
ใบความรู้ 2
คลนื่ วทิ ยุ มีความถอี่ ยใู่ นช่วง104 -109เฮริ ตซ์ (Hz)
มคี วามยาวคลน่ื 100 เมตร (m)
มีความยาวคลื่นมากทส่ี ุด และ ความถีต่ ้า่ ที่สดุ
คลื่นวทิ ยุเอเอ็ม (A.M.) หรือ คล่ืนฟา้ แอมพลิจดู (A) เปล่ยี น
- มคี วามถต่ี า้่ มาก ไม่ทะลบุ รรยากาศชั้นไอโอโนสเฟยี ร์
- สามารถส่งคลืน่ ไปไดไ้ กลมาก (สามารถสะท้อนในชน้ั บรรยากาศได้)
- แตถ่ กู รบกวนจากคลืน่ เหลก็ ไฟฟา้ จากแหลง่ กา้ เนิดอื่น เชน่ ฟ้าผ่าไดง้ า่ ย
- น้ามาใช้ในการสอ่ื สารระหวา่ งประเทศ เรยี กวา่ คลน่ื ส้ัน (หรือชอรท์ เวฟ)
คลื่นวทิ ยเุ อฟเอม็ (F.M.) หรอื คลื่นดนิ ความถี่ (f) เปลย่ี น
- มคี วามถี่สูงกว่าคลื่นเอเอม็ จงึ มีอ้านาจทะลุทะลวงสงู
- ทะลุบรรยากาศชน้ั ไอโอโนสเฟยี ร์
- ไม่สามารถสะท้อนในชนั้ บรรยากาศ แต่ถูกรบกวนยากเพราะมีความถส่ี งู
- สง่ ไปไดไ้ ม่ไกลเม่อื เทียบกบั คลืน่ เอเอม็ ใช้ในการส่อื สารนอกโลก (นกั บนิ อวกาศ)
11
วตั ถุประสงค์ : เพอ่ื จำแนกประเภทของคล่นื วทิ ยไุ ด้
คำชี้แจง : เพอื่ น ๆ รู้แล้วใช่ไหมว่ำ AM กับ FM ตำ่ งกันอยำ่ งไร เรำมำช่วยกันทบทวน
ควำมรูใ้ นกิจกรรมท่ี 2 กนั ดีกวำ่ ใหเ้ พอ่ื น ๆ / ในช่องท่ีเป็นคำตอบทถี่ กู ต้องที่สดุ
มำเร่ิมกันเลย ! (5 คะแนน)
สถำนกำรณ์ ประเภทคล่นื วทิ ยทุ เ่ี หมำะสม
การส่อื สารระหวา่ ง AM FM
ประเทศ
การส่อื สารนอกโลก
สอ่ื สารไกล ๆ ได้ดีกว่า
คล่นื ถูกรบกวนได้ง่าย(เสยี ง
ถกู รบกวนได้งา่ ย)
ใหค้ วามถเ่ี ปลย่ี นตาม
สญั ญาณเสียง
สะทอ้ นชัน้ ไอโอโนสเฟียร์
สอื่ สารไกลไดน้ อ้ ยกว่า(ใช้
สถานียอ่ ยเปน็ ระยะ ๆ )
คลน่ื ถูกรบกวนยาก(เสียง
ชดั กวา่ )
12
บันทกึ ผลกำรจำแนกของประเภทคลื่นวิทยุ (5 คะแนน)
จำแนกสถำนกำรณ์ของคลื่นวิทยุประเภท AM
จำแนกสถำนกำรณ์ของคล่ืนวิทยุประเภท FM
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ส ถ ำ น ก ำ ร ณ์ ข อ ง ค ลื่ น วิ ท ยุ
เกณฑก์ ำรให้คะแนน ทำเครื่องหมำยให้ถูกตอ้ งลง
ในคะแนนช่องที่ตนเองได้
ดีมำก 8-10 คะเนน
ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรบั ปรงุ 0-5 คะเนน
13
14
เพอื่ น ๆ เคยสงสยั ไหมครบั ว่ำเรำสำมำรถ
นำภำชนะแบบไหนเขำ้ ไมโครเวฟไดบ้ ้ำง
15
ใบความรู้ 3 คลื่นไมโครเวฟ
มีความถ่ีอยู่ในช่วง 109 - 1012 เฮิรตซ์ (Hz)
มีความยาวคลื่น 10−3เมตร (m)
คณุ สมบัติของคลน่ื ไมโครเวฟ
- การสะท้อนกลับ (Reflection) คล่ืนไมโครเวฟเม่ือว่ิงกระทบกับวัสดุที่เป็นโลหะหรือ
ส่วนท่ีมีองค์ประกอบของโลหะ คลื่นจะไม่สามารถวิ่งทะลุผ่านโลหะได้ และจะสะท้อน
กลับท้ังหมด
- การส่งผ่าน (Tranmission)คล่ืนไมโครเวฟเมื่อว่ิงกระทบกับวัสดุท่ีไม่ใช่โลหะ ได้แก่
แก้ว พลาสติก กระดาษ เซรามิก และไม้ เป็นต้น คลื่นจะสามารถทะลุผ่านได้
- การดูดซับ (Adsorption) คล่ืนไมโครเวฟเม่ือวิ่งกระทบกับวัสดุท่ีมีนา้ หรือความชื้น
ภายใน คลื่นจะเกิดบางส่วนจะถูกดูดซับเอาไว้ ทา้ ให้โมเลกุลของนา้ ดูดซับพลังงานคลื่น
และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเอาไว้จนเกิดความร้อนตามมา รวมถึงการเคล่ือนท่ี
ของโมเลกุลนา้ ซึ่งท้าให้เกิดความร้อนเช่นกัน
การคน้ พบ คล่ืนไมโครเวฟ
ในปี ค.ศ.1940 ของสองนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ คือ จอห์น แรนดอลล์ และ
เอช เอ บู๊ตได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ท่ีเรียกกันว่า "แม็กนีตรอน" ใช้ผลิตพลังงานไมโครเวฟ
ซึ่งเป็นการแผ่รังสีคล่ืนส้ันรูปแบบหน่ึง โดยจุดประสงค์คร้ังแรกคือ ใช้ในการปรับปรุง
ระบบเรดาร์ท่ีใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
16
วัตถปุ ระสงค์ : เพอ่ื จำแนกคณุ สมบัตขิ องคล่ืนไมโครเวฟ
คำชแ้ี จง : เพ่อื น ๆ รแู้ ล้วใช่ไหมวำ่ เรำสำมำรถนำวัสดุใดบ้ำงเข้ำไมโครเวฟได้
เรำมำชว่ ยกนั ทบทวนควำมรใู้ นกจิ กรรมที่ 3 กนั ดีกว่ำ ให้เพอ่ื น ๆ / ในช่องท่ี
เปน็ คำตอบที่ถกู ต้องทีส่ ดุ มำเรมิ่ กันเลย ! (5 คะแนน)
วัสดุ สมบัติของคลน่ื ไมโครเวฟ
แกว้ กำรสะท้อน กำรสง่ ผ่ำน กำรดูดซับ
พลาสติก
เซรามกิ
กระดาษ
ไม้
น้า
กระดาษฟรอย
โลหะ
17
บนั ทกึ ผลกำรจำแนกวัสดุจำกสมบัติ
ของคลื่นไมโครเวฟ (5 คะแนน)
จำ แ น ก วั ส ดุ ท่ี ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้
จำ แ น ก วั ส ดุ ท่ี ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ต ำ ม ส ม บั ติ ข อ ง ค ลื่ น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ทำเครือ่ งหมำยให้ถูกตอ้ งลง
ในคะแนนชอ่ งทตี่ นเองได้
ดมี ำก 8-10 คะเนน
ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรบั ปรุง 0-5 คะเนน
18
19
เรำอยำกออกไปดสู ัตว์ตอนกลำงคนื จงั แต่ไม่ ใชก้ ลอ้ งอินฟรำเรดสิ
รจู้ ะมองเห็นสตั วบ์ ้ำงไหม มืดมำกเลย
กลอ้ งอินฟรำเรดคอื อะไร เรำไม่เคยไดย้ ินเลย แล้วจะทำใหเ้ รำ ไดส้ ิ งั้นเดี๋ยวเรำพำไปศกึ ษำเก่ยี วกับรังสอี ินฟรำเรด
มองเหน็ สัตวต์ อนกลำงคืนจรงิ หรอ ไปกัน !!
20
ใบความรู้ 4 รงั สีอินฟราเรด
มีความถี่อยู่ในช่วง 1011 - 1014 เฮิรตซ์ (Hz)
มีความยาวคลื่น 10-4 - 10-6 เมตร (m)
แหล่งกำเนดิ รังสีอนิ ฟรำเรด
- ดวงอาทิตย์
รังสีอินฟราเรดที่แผ่จากดวงอาทิตย์มาถึงโลกจะมีความยาวคลื่นในช่วง 0.75-100 μm
โดยมีบางส่วนถูกสะท้อนออกนอกโลก บางส่วนท่ีทะลุผ่านเข้าช้ันบรรยากาศจะถูกดูดกลืน
(absorption) และกระเจิงออก (scattering)
- วัตถุท่ีมีความร้อน
วัตถุบนโลกทุกชนิดท่ีมีอุณหภูมิในช่วง -200 ถึง 4,000 ºC จะสามารถปล่อยรังสี
อินฟราเรดได้
ชว่ งของรังสีอนิ ฟรำเรด
- รังสีอินฟราเรดย่านใกล้ ความร้อนผ่านเข้าในเนื้อวัสดุได้ลึก และรวดเร็ว นิยมนา้ ไปใช้ในอุตสาหกรรม
อาหาร เช่น การอบแห้งผลิตภัณฑ์
- รังสีอินฟราเรดย่านกลาง สามารถให้ความร้อนได้ปานกลาง และผ่านเข้าไปในเน้ือวัสดุได้ลึกปานกลาง
- รังสีอินฟราเรดย่านไกล ให้ความร้อนต่อหน่วยพ้ืนท่ีได้ต้า่ ความร้อนผ่านเข้าไปในเน้ือวัสดุได้ไม่ลึก
เหมาะส้าหรับใช้งานประเภทที่ต้องการความร้อนตา่้ และจา้ กัดบริเวณพื้นผิว
เรยี กวา่ ชื่อว่า รังสคี วามรอ้ นจากดวอาทติ ย์ หรือ รังสีใต้แดง
เพราะมักพบในวัตถทุ ่ีมคี วามรอ้ น
21
จุดประสงค์ : เพื่อหาการมีอยู่ของรังสี
วอนิัสฟดรุ าเรด
1. กล่องกระดาษ 1 กล่อง
2. ปริซึม 1 อนั
3. เทอร์โมมิเตอร์ 4 อนั
4. คตั เตอร์ 1 อัน
วธิ ีกำรทดลอง
1. ตดั กลอ่ งกระดาษให้ได้พอดกี ับปรซิ ึม
2. นา้ ปรซิ ึมติดที่บริเวณกล่องท่ีตัด แลว้ เอยี งใหป้ รซิ มึ รับแดดจนกระทั่งเห็นการกระจายของแสง
3. น้าเทอรโ์ มมเิ ตอรว์ างที่ต้าแหนง่ 3 ต้าแหน่ง คือ ต้าแหนง่ ทเ่ี ปน็ สมี ว่ ง ตา้ แหนง่ ท่ีเป็นสีแดง
ต้าแหนง่ ใต้สแี ดงเล็กนอ้ ย และต้าแหนง่ ภายในกลอ่ งตา้ แหนง่
4. หลงั จากนั้นทง้ิ กลอ่ งไว้ซักครู่ สังเกตอุณหภมู ทิ ี่วดั ได้จากเทอรโ์ มมิเตอร์ สังเกต และบนั ทึกผล
12 3
22
ตำรำงบนั ทกึ ผลกำรทดลอง (3 คะเนน)
ตำแหน่ง อณุ หภมู ทิ ่อี ่ำนได้ (องศำเซลเซียส)
สมี ่วง
สแี ดง
ตา้ แหนง่ ใตส้ แี ดงเล็กน้อย
ภายในกลอ่ ง
ท้ั ง 4 ตำ แ ห น่ ง อุ ณ ห ภู มิ ท่ี วั ด ไ ด้ แ ต กต่ำ ง กั น ห รื อ ไ ม่ อ ย่ ำ ง ไ ร ( 1 ค ะ แ น น )
อ ภิ ป ร ำ ย ผ ล กำ ร ท ด ล อ ง ( 4 ค ะ แ น น )
ก ำ ร นำ รั ง สี อิ น ฟ ร ำ เ ร ด ไ ป ใ ช้ ป ร ะ โ ยชน์ ( 2 ค ะ แ น น )
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ทำเคร่อื งหมำยให้ถกู ต้องลง
ในคะแนนชอ่ งทต่ี นเองได้
ดีมำก 8-10 คะเนน
ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรับปรงุ 0-5 คะเนน
23
24
โอย๊ ย รอ้ นจงั เลย เป็นเพรำะอะไรกันนะ
รูไ้ หมว่ำพระอำทติ ย์มีคล่ืนรังสยี วู ีทสี่ อ่ งมำยงั โลกของเรำ
มอี ยู่ 2 ประเภทที่ทำรำ้ ยผวิ ของเรำ ได้แก่
UVA ฉนั เองแหละรงั สยี ูวีเอ ควำมร้ำยกำจของฉันผเู้ ปน็ รงั สี
ยวู ีเอนะหรอน่ำกลัวมำกเลยหละ่ เพรำะฉนั สำมำรถทลุเขำ้
ไปในหนังแทไ้ ด้ถึง 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึง่ จะทำลำยเส้น
ใยคอลลำเจน และอิลำสตินใตผ้ ิวหนงั โดยตรง ทำให้ผวิ
หย่อนคลอ้ ย แหง้ กร้ำน มีร้วิ ลอย และดแู กก่ ว่ำวยั มนษุ ยค์ น
ไหนโดนฉนั เข้ำไปรับลองดแู กก่ ่อนวยั แนน่ อน
UVB โถ่ อยำ่ โม้ไป เพรำะฉันคอื รงั สียูวบี ที ่ีมคี วำมรำ้ ย
อยู่ไมน่ ้อยเหมอื นกันนะ รงั สยี ูวบี แี บบฉันนแี่ หละสำมำรถ
ทำลำยผวิ หนงั ชนั้ บน และทลุลงไปผวิ ชัน้ แท้ไดเ้ ลย
ประมำณ 10 เปอร์เซ็นต์ เชียวหละ ซ่ึงทำให้เกิดผิวไหม้ที่
เรยี กว่ำแดดเผำไงหละผิวจงึ คลำ้ เสียและอำจทำใหเ้ กิด
มะเร็งผิวหนังไดด้ ว้ ยนำ่ กลัวใชไ่ หมหละ ฮำฮำฮำ่
25
ใบความรู้ 5 รังสีอัลตร้าไวเลต
มคี วามถี่อยใู่ นช่วง 1014 - 1017 เฮิรตซ์ (Hz)
มคี วามยาวคลื่น 100 - 400 นาโนเมตร (nm)
รงั สอี ลั ตราไวโอเลต หรือรังสเี หนอื มว่ ง เปน็ รงั สีคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ท่เี กดิ จาก
การแผ่ของดวงอาทิตย์ ซงึ่ ตาของมนษุ ย์ไมส่ ามารถมองเห็นได้ มคี ุณสมบัติไม่แตกตวั
รังสอี ัลตราไวโอเลต เปน็ ช่วงรงั สีท่ีอยรู่ ะหว่างชนิดรังสีทแ่ี ตกตวั ได้ และแตกตัว
ไมไ่ ด้ ประกอบด้วย 3 ชนิดความยาวคลืน่ คือ UVA UVB UVC
ชนดิ ของรังสียวู ี
- UVC : ช่วงความยาวคลน่ื 100 - 280 นาโนเมตร เปน็ คลืน่ รังสีท่อี นั ตรายแต่ไม่สามารถผา่ นเขา้ สู่
พืน้ ผวิ โลกได้ อนั เนอื่ งมาจากถกู ชัน้ โอโซนดดู ซับเอาไว้
- UVB : ช่วงความยาวคล่นื 280 – 315 นาโนเมตร เปน็ รังสยี วู ที ม่ี ีคลน่ื ความยาวสน้ั แต่พลังงานสูง มีอยู่
5% ในแสงแดด สามารถทะลุผ่านช้ันโอโซนมาได้แต่ก็ผ่านมาได้ไมท่ ั้งหมด โดยสง่ ผลกระทบทเ่ี หน็ ไดช้ ัดเจน คือ
การเปลย่ี นสผี วิ ทชี่ ัดเจนเมอื่ สัมผสั กับแดดโดยตรง เกดิ การหลุดลอกของชน้ั ผวิ หนังก้าพร้า
- UVA : อยูใ่ นช่วงความยาวคล่ืน 315-400 นาโนเมตร มมี ากถงึ กว่า 90 % ในแสงแดด สง่ ผลกระทบตอ่
ผิวหนังของมนษุ ย์ โดยจะท้าลายคอลลาเจนใต้ชนั้ ผวิ กอ่ ให้เกิดรอยเหี่ยวย่น จุดด่างด้า
- VUV หรือ อลั ตราไวโอเลตสุญญากาศน้ัน ถูกดดู กลนื โดยสารทุกชนดิ จึงสง่ ผ่านได้เฉพาะในสญู ญากาศ
การหาค่า SPF
SPF ใน ผลติ ภัณฑ์ครีมกันแดดไมม่ ากกน็ อ้ ย SPF คอื คา้ ย่อจาก SUN PROTECTION
FACTOR เป็นค่าทใ่ี ชบ้ อกว่าเราจะสามารถยืนกลางแดดโดยทาสารกันแดดนนั้ ๆ โดยผวิ หนังไม่
ถกู เผาไหม้ ไดน้ านเท่าใด เปรียบเทียบกับผวิ ที่ไม่ได้ใชส้ ารกันแดด โดยค่าทว่ี ัด จะเปน็ การวดั
เฉพาะการปกปอ้ ง UVB เทา่ นัน้
ตวั อยา่ ง ค่าการปอ้ งกนั แสงแดด ถา้ เคยตากแดดแล้วผวิ ไหมแ้ ดง ในเวลา 15 นาที หาก
ทายากันแดดที่มี SPF= 6 ผิวจะไหมใ้ นเวลาเป็น 6 เทา่ คอื 90 นาที (6x15=90)
26
คำช้แี จง : ให้เพื่อน ๆ เตมิ ชนิดของรังสียูวลี งในชอ่ งว่างให้ถกู ตอ้ ง (5 คะแนน)
UVA UVB UVC VUV
สามารถทลุเข้าไปในหนังแทไ้ ด้ถงึ 20 ถึง 30 เปอรเ์ ซน็ ต์
สามารรถทา้ ลายดีเอ็นเอ (DNA) และเกิดมะเร็งผิวหนังได้
สามารถใชฆ้ า่ เช้อื โรค
สามารถทา้ ลายผิวหนังชน้ั บน และทลุลงไปผิวชนั้ แทป้ ระมาณ 10 เปอรเ์ ซน็ ต์
สง่ ผ่านได้เฉพาะในสญู ญากาศ
27
มำช่วยน้อง ๆ ทง้ั 3 คนเลอื กครมี กันแดดทีม่ ีคำ่ SPF ใหเ้ หมำะสมกบั ตัวน้อง ๆ
ด้วยนะ (5 คะแนน)
น้องแตงโม ตากแดดแลว้ ผิวไหม้แดงในระยะเวลา 20 นาที
นอ้ งแตงกวา ตากแดดแล้วผิวไหม้แดงในระยะเวลา 15 นาที
น้องแตงไทย ตากแดดแลว้ ผิวไหม้แดงในระยะเวลา 5 นาที
น้ อ ง แ ต ง กว ำ ต้ อ ง กำ ร ไ ป เ ท่ี ยว ท ะ เ ล เป็ น เ ว ล ำ 2 ช่ั ว โ ม ง
น้ อ ง แ ต ง กว ำ ต้ อ ง กำ ร ไ ป เ ที่ ยว ท ะ เ ล เป็ น เ ว ล ำ 3 ชั่ ว โ ม ง
น้ อ ง แ ต ง โ ม กว ำ ต้อ ง กำ ร ไ ป เ ท่ี ยว ท ะ เ ล เ ป็ น เ ว ล ำ 5 ชั่ ว โ ม ง
น้ อ ง แ ต ง กว ำ ต้ อ ง กำ ร ไ ป เ ที่ ยว ท ะ เ ล เป็ น เ ว ล ำ 4 ชั่ ว โ ม ง
น้ อ ง แ ต ง ไ ท ยกว ำ ต้อ งก ำ ร ไ ป เ ที่ ยว ท ะ เ ล เ ป็ น เว ล ำ 6 ช่ั ว โ ม ง
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน ทำเครอื่ งหมำยใหถ้ กู ตอ้ งลง
ในคะแนนช่องที่ตนเองได้
ดีมำก 8-10 คะเนน
ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรับปรงุ 0-5 คะเนน
28
แบบทดสอบหลงั เรียน
วิชำวิทยำศำสตร์ เรื่อง สเปกตรัมคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ ชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ 5
คำชแ้ี จง :
1. แบบทดสอบนี้เป็นปรนยั เลือกตอบ จะนวน 10 ข้อ 4 ตัวเลอื ก คะแนนเต็ม 10 คะแนน
2. ให้นกั เรยี นทา้ ทกุ ขอ้ ลงในกระดาษค้าตอบ โดยทา้ เครอื่ งหมาย (X) คา้ ตอบทถี่ กู ต้องทีส่ ุดเพยี งค้าตอบ
เดยี วและเขยี นลงในกระดาษคา้ ตอบทีก่ ้าหนดให้
3. ใช้เวลาในการสอบ 30 นาที
1. มนุษยอ์ วกำศ 2 คนปฏบิ ตั ิกำรภำรกจิ บน 4. กำรทเ่ี รำอย่กู ลำงแดดนำน ๆ แลว้ ผิวหนงั
พ้ืนผิวดวงจนั ทรส์ อื่ สำรกันดว้ ยวิธใี ดสะดวก ไหม้ เนื่องมำจำกผลของรังสใี ด
ท่สี ุด ก. รงั สอี ินฟาเรด
ก. คล่ืนเสียงธรรมดา ข. รังสีอัลตราไวโอเลต
ข. คลื่นเสียงอลั ตราซาวด์ ค. รังสีเอกซ์
ค. คลน่ื วิทยุ ง. รงั สแี กมมา
ง. คล่นื โซนาร์
5. คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ำที่นิยมใชใ้ นรีโมท
2. ข้อใดเปน็ กำรเรยี งลำดับคล่ืน ควบคุมกำรทำงำนของเครื่องโทรทัศนค์ อื ขอ้
แม่เหล็กไฟฟำ้ จำกควำมยำวคล่ืนน้อยไปมำก ใด
ท่ถี ูกตอ้ ง ก. อินฟราเรด
ก. รังสีเอกซอ์ นิ ฟราเรด ไมโครเวฟ ข. ไมโครเวฟ
ข. อนิ ฟราเรด ไมโครเวฟ รังสเี อกซ์ ค. คลน่ื วิทยุ
ค. รงั สีเอกซไ์ มโครเวฟ อนิ ฟราเรด ง. อลั ตราไวโอเลต
ง. ไมโครเวฟ อินฟราเรด รงั สีเอกซ์
3. เหตใุ ดคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟำ้ จงึ จัดเป็นคลนื่ 6. ปรำกฏกำรณท์ ำงธรรมชำตใิ นข้อใดท่ไี มม่ ี
ตำมขวำง ผลต่อกำรแผ่กระจำยของคลื่นวทิ ยุ
ก. เพราะสนามแม่เหล็กมีทศิ ต้ังฉากกบั ก. การเปลย่ี นขนาดของจุดดบั บนดวงอาทิตย์
สนามไฟฟ้า ข. การเกิดแสงเหนอื แสงใต้
ข. เพราะสนามแมเ่ หลก็ และสนามไฟฟา้ มีทิศตรง ค. การเกดิ นา้ ข้ึนน้าลง
ขา้ มกับทศิ การเคลื่อนทีข่ องคลนื่ ง. การเกดิ กลางวนั กลางคืน
ค. เพราะสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้ามีทศิ ต้ัง
ฉากกับทิศการเคลอื่ นทข่ี องคลืน่
ง. เพราะสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟา้ มที ศิ
เดียวกับทศิ การเคลอ่ื นทีข่ องคลน่ื
29
แบบทดสอบหลังเรยี น
วิชำวิทยำศำสตร์ เร่อื ง สเปกตรมั คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5 (ต่อ)
7. เหตใุ ดคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้ำจึงจัดเป็นคลน่ื 9. คล่นื วทิ ยุ FM ควำมถี่ 88 เมกะเฮิรตซม์ ี
ตำมขวำง ควำมยำวคลืน่ เท่ำใด กำหนดให้ควำมเรว็ ของ
ก. เพราะสนามแม่เหล็กมที ศิ ตัง้ ฉากกบั คลืน่ วิทยเุ ทำ่ กบั เมตร/วนิ ำที
สนามไฟฟ้า ก. 3.0 เมตร
ข. เพราะสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้ามีทศิ ตรง ข. 3.4 เมตร
ข้ามกับทิศการเคล่ือนทขี่ องคลื่น ค. 6.0 เมตร
ค. เพราะสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟา้ มที ศิ ต้งั ง. 6.8 เมตร
ฉากกบั ทศิ การเคล่อื นที่ของคลนื่
ง. เพราะสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟ้ามที ศิ
เดยี วกับทิศการเคล่อื นท่ีของคล่นื
8. ปรำกฏกำรณท์ ำงธรรมชำตใิ นข้อใดท่ไี ม่ 10. ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ งเกีย่ วกับคลนื่
มีผลตอ่ กำรแผ่กระจำยของคล่นื วิทยุ แม่เหล็กไฟฟำ้
ก. การเปลยี่ นขนาดของจุดดบั บนดวงอาทติ ย์ ก. คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ทุกชนดิ มอี ัตราเรว็ ใน
ข. การเกิดแสงเหนอื แสงใต้ สญุ ญากาศเท่ากัน
ค. การเกดิ น้าข้ึนน้าลง ข. มีคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าบางชนิดตอ้ งอาศยั
ง. การเกดิ กลางวนั กลางคืน ตัวกลางในการเดนิ ทาง
ค. เมื่อคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าเดนิ ทางในตวั กลางที่
เปล่ียนไป อัตราเรว็ ของคลื่นจะเปลย่ี นไป
ง. คล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ เป็นคล่นื ทีม่ ที ้งั สนามไฟฟา้
และสนามแมเ่ หล็ก
30
แบบบนั ทกึ คะแนน
แบบบนั ทกึ คะแนนชดุ กิจกรรมเสรมิ สร้ำงสมรรถนะกำรคิดวเิ ครำะห์
ตำมแนวสืบเสำะหำควำมรู้ (3Es) เรอ่ื ง สเปกตรัมคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้
สำหรบั นักเรยี นชชน้ั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 5
ชื่อ- ชุดกิจกรรม คะแนน คะแนน
สกุล
เลขท่ี แบบทดสอบ แบบทดสอบ
กอ่ นเรยี น หลังเรยี น
รวม
31
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น-
หลังเรียนชดุ กิจกรรม
32
เฉลยแบบทดสอบ
เฉลยกอ่ นเรยี น
1. ข 6. ข
2. ก 7. ก
3. ง 8. ข
4. ค 9. ก
5. ค 10. ค
เฉลยหลงั เรียน
1. ก 6. ค
2. ข 7. ค
3. ค 8. ก
4. ข 9. ข
5. ง 10. ก
33
คำช้ีแจง : ใหเ้ พ่อื น ๆ จำแนกคลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟำ้ โดยเตมิ เคร่ืองหมำย / หน้ำข้อ
ที่เป็นคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้ำ และ X หน้ำขอ้ ที่ไม่ใชค่ ลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ (7 คะแนน)
คล่นื วิทยุ /
คลืน่ โทรทัศน์ /
คลื่นในเสน้ เชอื ก x
x
คล่ืนนำ้ x
คลื่นสนึ ำมิ x
คลื่นหัวใจ /
คลื่นไมโครเวฟ /
รังสอี ลั ตรำ้ ไวโอเลต /
รงั สีแกรมมำ /
รงั สีอินฟรำเรด /
รังสเี อกซ์
ผ ล ก ำ ร จำ แ น ก ค ล่ื น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
ค ลื่ น วิ ท ยุ ค ล่ื น โ ท ร ทั ศ น์ ค ล่ื น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ รั ง สี อั ล ต ร้ ำ ไ ว โ อ เ ล ต รั ง สี แ ก ร ม
ม ำ รั ง สี อิ น ฟ ร ำ เ ร ด รั ง สี เ อ ก ซ์
ผ ล ก ำ ร จำ แ น ก ที่ ไ ม่ ใ ช่ ค ล่ื น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
ค ลื่ น ใ น เ ส้ น เ ชื อ ก ค ลื่ น น้ำ ค ลื่ น สึ น ำ มิ ค ล่ื น หั ว ใ จ
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ค ล่ื น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ
ค ลื่ น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ ต้ อ ง ป ร ะ ก อ บ ไ ป ด้ ว ย ส น ำ ม ไ ฟ ฟ้ ำ แ ล ะ ส น ำ ม แ ม่ เ ห ล็ ก
ไ ด้ แ ก่ ค ล่ื น วิ ท ยุ ค ลื่ น โ ท ร ทั ศ น์ ค ล่ื น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ รั ง สี อั ล ต ร้ ำ ไ ว โ อ เ ล ต รั ง สี แ ก ร ม
ม ำ รั ง สี อิ น ฟ ร ำ เ ร ด รั ง สี เ อ ก ซ์ ส่ ว น ค ล่ื น ท่ี ไ ม่ ใ ช่ ค ล่ื น แ ม่ เ ห ล็ ก ไ ฟ ฟ้ ำ คื อ ค ลื่ น ใ น
เ ส้ น เ ชื อ ก ค ล่ื น นำ้ ค ลื่ น สึ น ำ มิ ค ล่ื น หั ว ใ จ
34
คำช้ีแจง : ให้เพือ่ น ๆ วำดภำพสเปกตรัมของคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟำ้ (3 คะแนน)
ตำมดลุ พินิจน์ของผสู้ อน
เกณฑก์ ำรให้คะแนน ทำเครือ่ งหมำยให้ถกู ต้องลง
ในคะแนนชอ่ งท่ีตนเองได้
ดมี ำก 8-10 คะเนน
ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรับปรุง 0-5 คะเนน
35
วตั ถปุ ระสงค์ : เพื่อจำแนกประเภทของคลน่ื วิทยไุ ด้
คำชี้แจง : เพือ่ น ๆ รู้แลว้ ใช่ไหมวำ่ AM กับ FM ต่ำงกันอย่ำงไร เรำมำช่วยกนั ทบทวน
ควำมรใู้ นกจิ กรรมท่ี 2 กันดีกว่ำ ให้เพอื่ น ๆ / ในช่องทเี่ ปน็ คำตอบทถ่ี กู ต้องทส่ี ุด
มำเริ่มกนั เลย ! (5 คะแนน)
สถำนกำรณ์ ประเภทคลื่นวทิ ยทุ เ่ี หมำะสม
การส่ือสารระหวา่ ง AM FM
ประเทศ
/
การสอ่ื สารนอกโลก
/
สือ่ สารไกล ๆ ได้ดกี วา่ /
/
คลนื่ ถกู รบกวนได้ง่าย(เสียง
ถูกรบกวนได้ง่าย) /
ให้ความถเ่ี ปลีย่ นตาม /
สญั ญาณเสยี ง /
สะทอ้ นชั้นไอโอโนสเฟียร์ /
ส่อื สารไกลไดน้ ้อยกวา่ (ใช้
สถานีย่อยเป็นระยะ ๆ )
คลนื่ ถกู รบกวนยาก(เสยี ง
ชดั กว่า)
36
บันทึกผลกำรจำแนกของประเภทคล่นื วทิ ยุ (5 คะแนน)
จำแนกสถำนกำรณ์ของคลื่นวิทยุประเภท AM
ก ำ ร สื่ อ ส ำ ร ร ะ ห ว่ ำ ง ป ร ะ เ ท ศ ส่ื อ ส ำ ร ไ ก ล ๆ ไ ด้ ดี ก ว่ ำ ค ล่ื น ถู ก ร บ ก ว น ไ ด้
ง่ ำ ย ( เ สี ย ง ถู ก ร บ ก ว น ไ ด้ ง่ ำ ย ) ส ะ ท้ อ น ชั้ น ไ อ โ อ โ น ส เ ฟี ย ร์
จำแนกสถำนกำรณ์ของคล่ืนวิทยุประเภท FM
ก ำ ร ส่ื อ ส ำ ร น อ ก โ ล ก ใ ห้ ค ว ำ ม ถ่ี เ ป ล่ี ย น ต ำ ม สั ญ ญ ำ ณ เ สี ย ง สื่ อ ส ำ ร ไ ก ล ไ ด้
น้ อ ย ก ว่ ำ ( ใ ช้ ส ถ ำ นี ย่ อ ย เ ป็ น ร ะ ย ะ ๆ ) ค ล่ื น ถู ก ร บ ก ว น ย ำ ก ( เ สี ย ง ชั ด ก ว่ ำ )
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ส ถ ำ น ก ำ ร ณ์ ข อ ง ค ลื่ น วิ ท ยุ
ตำมดลุ พินิจนข์ องผสู้ อน
เกณฑก์ ำรให้คะแนน ทำเครือ่ งหมำยให้ถูกตอ้ งลง
ในคะแนนชอ่ งท่ตี นเองได้
ดมี ำก 8-10 คะเนน
ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรับปรุง 0-5 คะเนน
37
วัตถุประสงค์ : เพื่อจำแนกคุณสมบัตขิ องคลน่ื ไมโครเวฟ
คำช้แี จง : เพอื่ น ๆ รูแ้ ล้วใชไ่ หมว่ำเรำสำมำรถนำวัสดุใดบำ้ งเข้ำไมโครเวฟได้
เรำมำช่วยกนั ทบทวนควำมรู้ในกจิ กรรมท่ี 2 กันดีกว่ำ ใหเ้ พื่อน ๆ / ในชอ่ งท่ี
เป็นคำตอบท่ถี ูกตอ้ งท่ีสุด มำเรมิ่ กนั เลย ! (5 คะแนน)
วัสดุ สมบตั ิของคลนื่ ไมโครเวฟ
แก้ว กำรสะทอ้ น กำรส่งผ่ำน กำรดูดซับ
พลาสติก /
เซรามิก /
กระดาษ /
/
ไม้ /
น้า /
กระดาษฟรอย
/
โลหะ /
38
บันทกึ ผลกำรจำแนกวัสดุจำกสมบัติ
ของคล่ืนไมโครเวฟ (5 คะแนน)
จำ แ น ก วั ส ดุ ที่ ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้
แ ก้ ว พ ล ำ ส ติ ก เ ซ ร ำ มิ ก ก ร ะ ด ำ ษ ไ ม้ นำ้
จำ แ น ก วั ส ดุ ท่ี ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้
กระดำษฟรอย โลหะ
อ ภิ ป ร ำ ย ก ำ ร จำ แ น ก ต ำ ม ส ม บั ติ ข อ ง ค ลื่ น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ
วั ส ดุ ท่ี ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้ คื อ แ ก้ ว พ ล ำ ส ติ ก เ ซ ร ำ มิ ก
ก ร ะ ด ำ ษ ไ ม้ น้ำ เ น่ื อ ง จ ำ ก ค ลื่ น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ส ำ ม ำ ร ถ ส่ ง ผ่ ำ น แ ล ะ ดู ด ซั บ ไ ด้ วั ส ดุ
ท่ี ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ นำ เ ข้ ำ ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ด้ คื อ โ ล ห ะ แ ล ะ ก ร ะ ด ำ ษ ฟ ร อ ย เ นื่ อ ง จ ำ ก
ค ลื่ น ไ ม โ ค ร เ ว ฟ ไ ม่ ส ำ ม ำ ผ่ ำ น ท ลุ ผ่ ำ น ไ ด้ จึ ง เ กิ ด ก ำ ร ส ะ ท้ อ น ซ่ึ ง เ ป็ น อั น ต ร ำ ย
เกณฑก์ ำรให้คะแนน ทำเครือ่ งหมำยใหถ้ ูกตอ้ งลง
ในคะแนนชอ่ งที่ตนเองได้
ดีมำก 8-10 คะเนน
ดีมำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรบั ปรุง 0-5 คะเนน
39
ตำรำงบันทึกผลกำรทดลอง (3 คะเนน)
ตำแหน่ง อุณหภูมทิ ่อี ่ำนได้ (องศำเซลเซียส)
สีมว่ ง 36
สีแดง 36
ต้าแหน่งใต้สแี ดงเลก็ น้อย 39
ภายในกล่อง 31
ทั้ ง 4 ตำ แ ห น่ ง อุ ณ ห ภู มิ ที่ วั ด ไ ด้ แ ต กต่ำ ง กั น ห รื อ ไ ม่ ( 1 ค ะ แ น น )
ต่ ำ ง กั น จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ ำ บ ริ เ ว ณ ใ ต้ตำ แ ห น่ ง สี แ ด ง อุ ณ ห ภ มิ จ ะ สู งที่ สุ ด
อ ภิ ป ร ำ ย ผ ล กำ ร ท ด ล อ ง ( 4 ค ะ แ น น )
อุ ณ ห ภู มิ ที่ แ ตก ต่ ำ ง กั น เ ห ล่ ำ น้ี จ ะ ทำ ใ ห้ เ ร ำ พบ ว่ ำ กำ ร มี อ ยู่ข อ ง รั งสี
อิ น ฟ ร ำ เ ร ด ซ่ึ ง อ ยู่ ใ น ตำ แ ห น่ ง ใ ต้สี แ ด ง เ ล็ ก น้ อ ยเ ป็ น รั ง สี ค ว ำ ม ร้ อ น เ ร ำ จ ะ
ส ำ ม ำ ร ถ วั ด แ ล ะ พ บ ว่ ำ ณ ตำ แ ห น่ ง ดั ง ก ล่ ำ ว มี อุ ณ ห ภู มิ สู ง กว่ ำ ตำ แ ห น่ ง อ่ื น ๆ
ก ำ ร นำ รั ง สี อิ น ฟ ร ำ เ ร ด ไ ป ใ ช้ ป ร ะ โ ยชน์ ( 2 ค ะ แ น น )
ก ำ ร วิ เ ค ร ำ ะ ห์ ท ำ ง ค ว ำ ม ร้ อ น ก ำ ร ติ ด ตั้ ง ก ล้ อ ง ตร ว จ จั บ ค ว ำ ม ร้ อ น เ พ่ื อ
ต ร ว จ จั บ ค น ไ ข้ ก ล้ อ ง ต ร ว จ จั บ ค ว ำ ม ร้ อ น
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ทำเครอื่ งหมำยให้ถูกต้องลง
ในคะแนนชอ่ งทตี่ นเองได้
ดีมำก 8-10 คะเนน
ดีมำก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
ดี 7 คะเนน
พอใช้ 6 คะแนน
ปรับปรงุ 0-5 คะเนน
40
คำช้ีแจง : ให้นักเพอื่ น ๆ เตมิ ชนิดของรังสยี ูวลี งในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง (5 คะแนน)
UVA UVB UVC VUV
สามารถทลเุ ข้าไปในหนังแทไ้ ดถ้ ึง 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ UVA
สามารรถท้าลายดีเอ็นเอ (DNA) และเกิดมะเร็งผิวหนังได้ UVB
สามารถใช้ฆา่ เชอ้ื โรค UVC
สามารถทา้ ลายผิวหนงั ชัน้ บน และทลลุ งไปผิวชนั้ แทป้ ระมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ UVB
สง่ ผา่ นไดเ้ ฉพาะในสญู ญากาศ VUV