มาตรฐานการเรยี นรู/ผลการเรียนรู
มาตรฐานการเรียนรู ค 2.2 เขาใจและวเิ คราะหรูปเรขาคณติ สมบตั ิของรปู เรขาคณิต ความสัมพันธ
ระหวางรูปเรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนําไปใช
ตัวชี้วดั ค2.2 ม1/2 เขา ใจและใชความรทู างเรขาคณติ ในการวเิ คราะห หาความสมั พนั ธระหวางรปู
เรขาคณิตสองมติ แิ ละรูปเรขา คณติ สามมติ ิ
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายลักษณะของรปู เรขาคณติ สามมิติ จากภาพทก่ี ําหนดให
2. สรา งรปู เรขาคณติ สองมติ โิ ดยใชก ารสรางพ้ืนฐานทางเรขาคณิตและ บอกข้ันตอนการสรางโดยไม
เนนการพิสูจน
3. อธบิ ายลกั ษณะของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ จากภาพท่ีกําหนดให
4.ระบุภาพสองมิติท่ีไดจากการมองดานหนา (front view) ดานขาง (side view)หรือดานบน (top
view) ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิที่กาํ หนด ให
5. อธิบายและวิเคราะหรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ
6. สรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสรางพื้นฐานทางเรขาคณิตและ บอกข้ันตอนการสรางโดยไม
เนนการพิสูจน
7.อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณติ สามมิติ จากภาพที่กําหนดให
8.วาดหรือประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบขึ้นจากลูกบาศก เมื่อกําหนดภาพสองมิติที่ไดจาก
การมองดา นหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view) ให
สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
รปู เรขาคณิตสามมติ มิ ีหนา ตัดเปนรูปเรขาคณิตสองมิติที่มลี กั ษณะแตกตางกัน โดยขึน้ อยูกับแนวในการ
ตัด2 แนว คือ แนวตั้งฉากกับพื้นราบ และแนวขนานกับพื้นราบ ซึ่งการสืบเสาะและสังเกต นํามาระบุภาพสอง
มิติท่ีไดจากการมองรูปเรขาคณิตสามมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบข้ึนจากลูกบาศก กําหนดมุมมอง
ภาพได 3 แบบ คือ มองดานหนา ดานขาง และดานบน รวมท้ังการเขียนรปู เรขาคณิตสองมิติเพื่อแสดงรูปเรขา
คณิตสามมิตทิ ป่ี ระกอบขึ้นจากลูกบาศก
สาระการเรียนรู
-รปู เรขาคณิตสองมิติและ สามมิติ
-หนา ตดั ของรูปเรขา คณิตสามมติ ิ
-ภาพที่ไดจากการมองดา นหนา ดานขา งดา นบน ของรปู เรขาคณติ สามมิติที่ประกอบขึ้นจากลกู บาศก
จดุ ประสงคการเรียนรู
ดานความรู (K)
-อธิบายลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณติ ได
-เขยี นรปู คลีข่ องรูปเรขาคณติ สามมิติได
-เขียนรูปเรขาคณติ สามมิติจากรปู คล่ไี ด
-เขียนหรืออธิบาย ลกั ษณะหนา ตดั ทเ่ี กิดจากการใชร ะนาบตัดรปู เรขาคณติ สามมิติได
-อธิบายลกั ษณะของภาพ สองมติ ทิ ี่ไดจ ากการมองทางดานหนา ดานขา ง หรอื ดา นบนของรูป
เรขาคณติ สามมิติได
-เขยี นภาพดา นหนา ดา นขา งและดานบนของสง่ิ ของทม่ี ีรูปทรงเรขาคณติ สามมิติได
ดา นทักษะกระบวนการ (P)
-การแกป ญ หา
-การส่ือสารสือ่ ความหมายและการนาํ เสนอ
-การใหเหตุผล
ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค (A)
-ความรับผิดชอบ
-การปฏบิ ตั ิงานรวมกบั ผูอน่ื
-การมเี จตคติทด่ี ตี อคณิตศาสตร
ดานสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
-ความสามารถในการสอ่ื สาร
-ความสามารถในการคิด
-ความสามารถในการแกปญหา
-ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
-ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
ชิ้นงานหรือภาระงาน
สรางใบงานเพื่อใหนักเรียนไดนําเสนอความรูรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติกับชีวิตประจําวันเพื่อ
แกปญหาที่พบจากการปฏิบัติงานจนสามารถสรางความคิดรวบยอด โดยแบงนักเรียนเปนกลุมกลุมละ 4-5 คน
โดยคละความสามารถแกปญหาท่ีพบจากการปฏิบัติงานจนสามารถสรางความคิดรวบยอด มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียน
ชิน้ งานที่ 1 เร่อื งการอธิบายลกั ษณะและสว นประกอบของรูปเรขาคณติ
ชิ้นงานที่ 2 เรอ่ื งการเขยี นรูปคลี่ของรปู เรขาคณติ สามมิติ
ชน้ิ งานท่ี 3 เรอื่ งการเขยี นรูปเรขาคณติ สามมิตจิ ากรปู คลี่
ชนื้ งานท่ี 4 เรื่องภาพหนา ตัดทเ่ี กดิ จากการใชระนาบตัดรปู เรขาคณิตสามมิติ
ช้ินงานที่ 6 ภาพสองมติ ิที่ไดจากการมองทางดา นหนา ดา นขาง หรอื ดานบนของรปู
เรขาคณิตสามมติ ิ
ช้นิ งานท่ี 7 ภาพดานหนา ดา นขา งและดา นบนของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
ชิน้ งานที่ 8 เขียนภาพดา นหนา ดา นขาง หรอื ดานบนของรูปเรขาคณิตสามมิติทีป่ ระกอบ ขน้ึ
จากลกู บาศก
ชนิ้ งานท่ี 9 วาด ประดิษฐรูปเรขาคณิตทปี่ ระกอบข้นึ จากลกู บาศก เม่อื กาํ หนดดานหนา
ดานขา ง และดา นบนให
กจิ กรรมการเรียนรู
แผนที่ 1 เร่ือง ภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ จาํ นวน 3 ชว่ั โมง
แผนท่ี 2 เรอื่ งภาพหนา ตดั ของรปู เรขาคณติ สามมิติ จํานวน 3 ชว่ั โมง
แผนที่ 3 เร่ืองภาพทีไ่ ดจ ากการมองดา นหนา ดาน ขาง และดานบนของรปู เรขาคณิตสามมิติ จํานวน
3 ช่ัวโมง
แผนท่ี 4 เรอ่ื งการวาดหรอื ประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมติ ิท่ีประกอบขึ้นจากลกู บาศกเม่ือกําหนดภาพ
สองมติ ิ ท่ไี ดจากการมองดาน หนา ดานขาง และดานบนให จาํ นวน 3 ช่วั โมง
เกณฑก ารประเมนิ
1.อัตราสว นการประเมนิ K:P:A เปน 7:2:1
2.ทดสอบกอนเรยี น ทดสอบหลงั เรียน ประเมินตามสภาพจริง
3.ประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใชก ิจกรรมการเรียนการสอนโดยงานเปนฐาน(WBL) คุณภาพระดบั
2 ผาน
3.1 การวางแผนการปฏบิ ตั ิงาน
-มีการวางแผนการปฏิบัติงานและระบุข้ันตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณ
ครบถวนมกี ารจดบนั ทกึ รายการทก่ี ําหนดและระบุไว
3.2.การปฏิบัติงาน
-ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความ
ละเอยี ดรอบคอบในการปฏิบัติงาน
3.3 คณุ ภาพของชิน้ งาน
-มชี ้ินงานปรากฏและชนิ้ งานมอี งคป ระกอบครบถวนสมบรู ณ ชน้ิ งานมอี ัตราสว นของความ
ยาวของแตล ะดานถูกตองเหมาะสม ชน้ิ งานมีความเปนระเบียบเรยี บรอยสวยงาม
4. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค คุณภาพระดบั 2 ผาน
5. ประเมนิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร คณุ ภาพระดับ 2 ผาน
6. ประเมินสมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น คุณภาพระดับ 2 ผาน
7. ประเมนิ ผลรวม (ดา นความรู+ทักษะกระบวนการ+คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค)
ระดับผลการเรยี น ความหมาย ชวงคะแนนรอยละ
4 ระดบั คุณภาพดเี ย่ยี ม 80 - 100
3 ระดับคุณภาพดี 70 - 74
2 ระดบั คุณภาพนา พอใจ 60 - 64
1 ระดับคุณภาพผานเกณฑขัน้ ตํ่า 50 - 54
0 ตา่ํ กวาเกณฑ 0- 49
สือ่ และวสั ดอุ ุปกรณการเรยี น
1 หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร ม.1 เลม2 เร่ืองความสัมพันธร ะหวางรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ
2 ใบความรู
ใบความรูที่ 1 เรื่องลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต
ใบความรูที่ 2 เร่ืองรูปคล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมิติ
ใบความรูที่ 3 เร่ืองภาพหนา ตัดของรูปเรขาคณติ สามมิติ
ใบความรูท่ี 4 เร่ืองภาพทไ่ี ดจากการมองมองดา นหนา (front view) ดานขา ง (side view)
และดานบน (top view) ของรปู เรขาคณิตสามมิติ
3. ใบกิจกรรม
ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรือ่ งลักษณะและสว นประกอบของรูป
ใบกิจกรรมที่ 2 เร่อื งรปู คลี่ของรูปเรขาคณติ สามมิติ
ใบกจิ กรรมท่ี 3 เร่อื งภาพหนา ตดั ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
ใบกจิ กรรมท่ี 4 เรือ่ งภาพท่ีไดจากการมองมองดา นหนา (front view) ดา นขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
ทม่ี า: หลักสตู รกลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา๓สรุ าษฎรธ านี ฉบับปรับปรงุ 2564
แผนการจัดการเรยี นรู
รายวชิ าคณติ ศาสตรพ ื้นฐาน1 รหัสวิชา ค21101 ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เรอ่ื ง จํานวนเตม็ (จาํ นวนตรรกยะ) จาํ นวน 18 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรู การปฐมนเิ ทศ จํานวน 1 ชั่วโมง
-----------------------------------------------------------------
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วดั
-
2. สาระสาํ คัญ
การมสี วนรวมในการวางแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนและการวัดผลประเมนิ ผล โดยเนนผูเ รียน
เปนสําคัญ จะสงผลใหเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ทําใหนักเรียน มีความสุขกับการเรียน ตลอดจนการ
วิเคราะหผ ูเรยี นรายบุคคล ทาํ ใหรพู นื้ ฐานของนักเรยี นแตล ะคนในความรเู น้ือหาจํานวนเต็ม ครสู ามารถนําไป
จัดเตรยี มการจัดการเรยี นการสอนใหเ ปน ไปตามวตั ถุจุดประสงคข องหลกั สูตรและตามความตองการของผูเรียน
ได
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
2.1 ดานความรู (K) นกั เรียนสามารถ
2.1.1 บอกลักษณะวชิ าคณิตศาสตรพนื้ ฐาน1 ค 21101
2.1.2 นํามาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวัด และหนวยการเรียนรูมากําหนดกิจกรรมที่สอดคลองกับ
ความตองการ
2.1.3 เสนอแนะวิธีวัดผลประเมินผลอยางหลากหลายตามสภาพจริงและสอดคลองกับความ
ตองการได ใหเ ปน ไปตามมาตรฐานของหลกั สูตร
2.2 ดา นกระบวนการ/ทกั ษะ (P)
-
2.3 ดานคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค (A) นักเรียนเขา รว มกจิ กรรม และแสดงความคิดเห็นทห่ี ลากหลาย
-
4. สาระการเรียนรู
4.1 ศกึ ษาลักษณะวชิ าคณติ ศาสตรพ ื้นฐาน รหัสวชิ า ค21101 ตามมาตรฐานของหลกั สูตร
4.2 จดั ทําหนวยการเรยี นรูมา และกําหนดกิจกรรมใหส อดคลอง
4.3 การวัดผลประเมินผลอยางหลากหลาย ใหเปนไปตามมาตรฐานของหลักสูตรและสอดคลองกับ
ความตวั ชวี้ ดั
4.4 วิเคราะหผเู รียนรายบคุ คล ความรูเน้อื หาจํานวนเตม็
5. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น (C)
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
6. ช้นิ งาน / ภาระงาน (หลักฐาน/รองรอยการเรยี นร)ู
ทดสอบกอนเรียน หนว ยท่ี 1 เรือ่ งจํานวนเต็ม(จํานวนตรรกยะ) 20 ขอ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : -
7.1 ทดสอบกอ นเรยี น หนวยที่ 1 เรื่องมิตสิ มั พันธร ะหวางรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ 20 ขอ
7.2 แจง จดุ ประสงคก ารเรียนร(ู จากขอ 3)
7.3 ศึกษาขอบขาย เน้ือหา การวัด และประเมินผล วิชาคณิตศาสตรพ้ืนฐาน 1 รหัสวิชา ค21101
หนว ยท1่ี เร่ืองจํานวนเต็ม
7.4 นักเรียน และครูรวมกันสรุป การจัดทํากําหนดการสอน การวัดและประเมินผล ใหเปนไปตาม
หลกั สตู รแกนกลางกําหนด
7.5 ครูแนะแนวการเรียน การสงเสริม การซอมเสริม การพัฒนาตนเอง และมอบหมายใหนักเรียน
อา นหนังสือในเน้ือหา เร่อื ง จํานวนเตม็ นาํ มาเรียนในชว่ั โมงตอ ไป
8. สือ่ และแหลงการเรียนรู
8.1 สอ่ื การเรียนรู
8.1.1 ใบความรู เรอื่ ง การศึกษาขอบขา ย เนื้อหา การวัดและประเมนิ ผล วิชาคณิตศาสตร
เพมิ่ เติม1 รหัสวิชา ค21201
8.1.2 หนงั สือเรยี นวิชาคณิตศาสตรพืน้ ฐาน รหัสวชิ า ค21201
8.2 แหลง การเรยี นรู
8.2.1 หอ งเรยี น
8.2.2 หอ งสมดุ
8.2.3 อินเทอรเนต
9. การวดั การประเมินผลการเรยี นรู
9.1 วธิ กี ารวัด
ทําแบบทดสอบกอ นเรียน หนว ยท่ี2 เร่อื ง มิติสมั พันธร ะหวา งรปู เรขาคณิตสองมติ ิและสามมติ ิ
9.2 เครอ่ื งมือการวดั
แบบทดสอบกอนเรยี น หนวยท่ี2 เรอ่ื ง มติ สิ มั พันธระหวางรปู เรขาคณติ สองมิติและสามมติ ิ
9.3 เกณฑการประเมิน
เกณฑผา นประเมินการทดสอบกอนเรียนเพ่ือวัดคุณภาพผูเรียน พิจารณาคะแนนรวม รอยละ
50 ข้นึ ไป
4 หมายถึง ดมี าก ไดคะแนนรวมคดิ เปนรอ ยละ 80-100
3 หมายถึง ดี ไดคะแนนรวมคดิ เปน รอ ยละ 60-79
2 หมายถงึ พอใช ไดค ะแนนรวมคดิ เปนรอ ยละ 50-59
1 หมายถงึ ควรแกไข ไดคะแนนรวมต่ํากวา รอยละ 50
10. แหลง ขอมลู เพิ่มเตมิ
10.1 หนงั สอื คณติ ศาสตร ม.ตนเรือ่ งภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ
10.2 เวบ็ ไซตท เ่ี ก่ียวกับภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti
11. ความคดิ เหน็ /ขอเสนอแนะของผูบังคับบญั ชาหรอื ผูท่ไี ดรบั มอบหมาย
ขาพเจา นางสาวชุติมา ทองชนะ ตาํ แหนง หวั หนา กลมุ งานวิชาการ
ไดท าํ การตรวจแผนการจดั การเรียนเรยี นรู กลมุ สาระการเรียนรู คณติ ศาสตร ราย
วิชา...................เสริมทักษะคณิตศาสตร. .. ............... รหัสวิชา........... ค21021.......... ช้ัน ม.1 ชอง
นางธารา ณ รังษี แลว มคี วามคดิ เหน็ วา
11.1 เปน แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี พอใช ควรปรบั ปรุง
ดมี าก ดี
11.2การใชสอื่ และวสั ดุอุปกรณการเรียน
เหมาะสมมากเหมาะสม ควรปรับปรุง
11.3การวดั และประเมินผลตามสภาพจริง
วิธีการวดั ผล
เหมาะสมมาก เหมาะสม ควรปรบั ปรงุ
เครอ่ื งมอื วดั
เหมาะสมมาก เหมาะสม ควรปรบั ปรงุ
11.4 ขอ เสนอแนะเพ่ิมเติม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ
( นางสาวชุตมิ า ทองชนะ )
ตาํ แหนง หวั หนา กลมุ งานวชิ าการ
วนั ที่ 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565
12. บนั ทกึ หลังการสอน
12.1 ผลทีเ่ กดิ กับผูเรียน
การประเมินดานความรู( K)กอนเรยี นพบวา
นักเรียนผา นการประเมิน
ดีมาก .....-...... คน คดิ เปนรอ ยละ………………..
ดี ............ คน คิดเปน รอยละ…………………
พอใช ............ คน คิดเปนรอ ยละ………………..
ควรแกไ ข........ คน คดิ เปน รอยละ....................
12.2 ปญ หาและอุปสรรค ในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
⬜ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู ไมเ หมาะสมกบั เวลา
⬜ มีนักเรียนทําใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท ันตามกําหนดเวลา
มนี กั เรียนที่ไมสนใจเรยี น
⬜ อน่ื ๆ
...............................................................................................................................................
12.3 ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไข
⬜ ควรนาํ แผนไปปรับปรงุ เรื่อง ..........................................................................
⬜ แนวทางแกไขนักเรียนที่ไมผ า นการประเมนิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..............................................................................................................................................................
ลงชื่อ ครูผสู อน
(นางธารา ณ รงั ษี)
วันที่.…./……../………
ใบความรู แผนการจดั การเรียนรู การปฐมนเิ ทศ
หนว ยการเรียนรูท่ี 1 เรื่อง จาํ นวนเต็ม (จาํ นวนตรรกยะ)
รายวิชาคณิตศาสตรพ ้ืนฐาน1 รหสั วชิ า ค21101 ชนั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1
ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรียนรูแ กนกลาง กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค 2.2 เขาใจและวิเคราะหรูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธระหวางรูป
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาํ ไปใช
ชัน้ ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู กนกลาง
ม.1 1. เขาใจและใชความรูทางเรขาคณิตในการ 1. หนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ
วิเคราะห หาความสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิต 2. ภาพท่ีไดจากการมองดานหนา (front view)
สองมิติและรูปเรขา คณติ สามมิติ ดานขาง (side view) และดานบน (top view)
ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบข้ึนจาก
ลูกบาศก
รหัสวชิ า ค21201 คําอธิบายรายวิชา
รายวิชา คณิตศาสตรเพ่มิ เติม 1 ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
เวลา 2ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง/ภาค จํานวน 1.0 หนวยกิต
..............................................................................................................................................................................
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคํานวณ ทักษะการคิดวิเคราะห ฝกการใหเหตุผลในการแกปญหา ฝกการ
เรยี นรจู ากการปฏบิ ัตจิ รงิ คนควา วิพากษ สังเคราะห เขียนสรปุ รายงาน และสรา งนวตั กรรมในสาระท่ี เก่ยี วกบั
การสรางทางเรขาคณติ ประกอบดว ย การสรางเกยี่ วกับสว นของเสน ตรง การสรางเก่ยี วกับมุม การ
สรางเก่ียวกับเสนต้ังฉาก การสรางรูปเรขาคณิตสองมิติ การสรางมุมท่ีมีขนาดตางๆ การสรางเสนขนาน
โดยใชวงเวียนหรือสันตรงรวมทั้งใชโปรแกรมThe Geometer’s Sketchpad และการนําความรูเกี่ยวกับ
การสรางขัน้ พื้นฐานทางเรขาคณติ ไปใชในชีวิตจริง
มิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติประกอบดวยรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
หนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติและภาพที่ไดจากการมองดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และ
ดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ปี ระกอบขึ้นจากลกู บาศก
โดยจัดประสบการณการเรียนรูหรือสรางสถานการณใหผูเรียนไดใชความรู ทักษะและกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร และเทคโนโลยีในการแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ใหเหตุผล
ประกอบการตัดสินใจ วิพากษและสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและสัญลักษณทางคณิตศาสตร
ในการสื่อสาร การส่ือความหมายและการนําเสนอไดอยางถูกตองและชัดเจน เช่ือมโยงความรูตาง ๆ
ในคณิตศาสตร และนําความรู หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่น ๆ และ
มีความคิดริเริม่ สรางสรรค
เพ่ือใหผูเรียนเกิดความรู ความเขาใจ ความคิด สรางทักษะชีวิต ทํางานอยางเปนระบบระเบียบ
มีความรับผิดชอบ รักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตยสุจริต ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทํางาน
รักความ เปนไทย มีจิตสาธารณะ มีวิจารณญาณ มีความเช่ือม่ันในตนเอง พรอมทั้งตระหนักและเห็นคุณคา
และมีเจตคติ ที่ดตี อคณิตศาสตร
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายลักษณะของรูปเรขาคณติ สามมิติ จากภาพท่กี าํ หนดให
2. สรา งรปู เรขาคณิตสองมติ ิโดยใชการสรางพื้นฐานทางเรขาคณติ และ บอกข้ันตอนการสรางโดยไม
เนนการพสิ ูจน
3. อธบิ ายลกั ษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติ จากภาพที่กําหนดให
4.ระบุภาพสองมิติท่ีไดจากการมองดานหนา (front view) ดานขาง (side view)หรือดานบน (top
view) ของรปู เรขาคณติ สามมติ ทิ ่กี ําหนด ให
5. อธิบายและวิเคราะหร ปู เรขาคณิตสองมิติและสามมติ ิ
6.อธิบายลกั ษณะของรปู เรขาคณิตสามมิติ จากภาพทก่ี าํ หนดให
7.วาดหรือประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบขึ้นจากลูกบาศก เมื่อกําหนดภาพสองมิติท่ีไดจาก
การมองดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view) ให
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรียนรู
มาตรฐานการเรยี นรูและตวั ชว้ี ดั
รหัสวิชา ค21101 รายวชาคณิตศาสตรพ ้นื ฐาน1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท1่ี ภาคเรยี นท่ี 1
รวมเวลา 60 ชวั่ โมงง จาํ นวน 1.5 หนวยกติ
สาระท่ี 1 จาํ นวนและพชี คณติ
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบจํานวน การดาํ เนินการของ
จํานวน ผลท่เี กิดข้ึนจาการดําเนนิ การ สมบตั ิขงิ การดาํ เนินการ แลนําไปใช
ตวั ช้ีวดั ม1.1 .เขาใจจาํ นวนตรรกยะ และความสัมพนั ธข องจํานวนตรรกยะและใชสมบตั ขิ องจาํ นวน
ตรรกยะในการแกปญ หาคณติ ศาสตรแ ละปญหาในชวี ิตจรงิ
โครงสรางรายวิชา คณติ ศาสตรเพมิ่ เติม 1 รหัสวชิ า ค21201
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 2 คาบ/ ชว่ั โมง จาํ นวน 1.0 หนวยกิต
ลําดบั เวลา คะแนน
ท่ี เรียน 7:2:1
ชือ่ หนวยการเรียนรู/ผลการเรยี นรู สาระการเรยี นรู (คาบ/ KPA
42 12 6
1 การสรา งทางเรขาคณติ ชวั่ โมง)
•การสรางเก่ียวกับสวนของ 28 28 8 4
-ใชความรทู างเรขาคณิตและเครื่องมือเชน เสนตรง การสรางเก่ียวกับ
วงเวียนและสันตรงรวมทั้งโปรแกรมThe มุม การสรางเกีย่ วกับเสน
Geometer s Sketchpad หรอื โปรแกรม ต้ังฉาก
เรขาคณิตพลวัต อ่ืน ๆ เพ่ือสรางรูปเรขา •การสรางรูปเรขาคณิตสอง
คณิต ตลอดจนนําความรูเกี่ยวกับการ มติ ิ การสรางมมุ ท่ีมีขนาด
สรางไปประยุกตใชในการแก ปญหาใน ตางๆ
ชวี ติ จริง •การสรางเสนขนานโดย
ใชว งเวียนหรือสันตรงรวม
ทั้งใชโปรแกรมThe
Geometer’s Sketchpad
•การนําความรูเกี่ยวกับการ
สรางข้ันพ้ืนฐานทางเรขา
คณติ ไปใชในชวี ิตจริง
2 ความสมั พันธระหวางรูปเรขาคณิต • รปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละ 12
สองมติ ิและสามมติ ิ สามมติ ิ
-เขาใจและใชความรูทางเรขาคณิตในการ • หนาตดั ของรูปเรขา คณิต
วิเคราะห หาความสัมพันธระหวางรูป สามมติ ิ
เรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสาม • ภาพท่ีไดจากการมอง
มิติ ดานหนา ดานขาง ดานบน
ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
ที่ประกอบข้นึ จากลูกบาศก
รวม 40 70 20 10
แบบทดสอบกอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรโู ดยใชง านเปน ฐาน
เรื่องมิติสัมพนั ธร ะหวางรูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมิติ
กลมุ สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร วิชาคณติ ศาสตรเ พมิ่ เติม 1 รหสั วิชา ค21201
คาํ ชีแ้ จง แบบทดสอบมีจํานวน 20 ขอ เวลาทีใ่ ชท าํ แบบทดสอบ 20 นาที
คาํ ส่งั 1. ขอ สอบแตละขอ ใหนักเรยี นเลือกคาํ ตอบที่ถูกท่สี ุดเพยี งคาํ ตอบเดียว โดยเขียนเคร่ืองหมาย
(×) ลงบนในชองที่ตรงกับตวั เลือก ก, ข, ค หรอื ง ลงในกระดาษคําตอบ
2. ถาตอ งการเปล่ยี นตัวเลอื กใหนกั เรียนขีดทบั เคร่ืองหมายในชอ งกากบาทเดิม (×)แลว ทํา
เครอ่ื งหมาย
(×) ลงในชองที่ตรงกับตัวเลือกใหม
แบบทดสอบกอ นการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชงานเปน ฐาน
เร่อื งมิติสัมพันธร ะหวา งรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ
กลมุ สาระการเรียนรูค ณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตรเ พม่ิ เตมิ 1 รหสั วิชา ค21201
ตวั อยางการตอบ
ขอที่ ก ข ค ง
1×
2
กรณตี องการเปลีย่ นคําตอบ
ขอ ที่ ก ข ค ง
1 ××
2
1. จากภาพของรปู เรขาคณิตท่กี ําหนดใหต อ ไปน้ี ขอความใดเปน จรงิ
ก. มฐี านเปนรูปวงรี
ข. หนา ทกุ หนาเปน รปู สามเหล่ยี ม
ค. มยี อดแหลมที่ไมอยูบนระนาบเดยี วกัน
ง. สามารถลากเสน ตอระหวางจุดยอดและจุดใดๆที่เปนสวนของเสนตรงได สองเสน เทานน้ั
2. ขอ ใดไมเ ปนรูปคลีข่ องภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติท่กี ําหนด
ก. ข.
ค. ง.
3. ถาใชระนาบตัดทรงกระบอกในทศิ ทางตา งๆ (ตามแนวเสนประ) รปู ของหนาตัดในขอใดไมส ามารถเกดิ
ขึ้นได
ก. รปู วงรี ข. รปู วงกลม
ค. รปู สีเ่ หลย่ี ม ง. รปู สามเหลี่ยม
4. ถาใชร ะนาบตดั รูปพรี ะมดิ ในแนวตา งๆกัน ขอ ใดไมเปนรปู หนา ตดั ของรปู พีระมิด
ก. ข.
ง.
ค
.
5. ขอใดเปน ภาพดานบนของรปู เรขาคณิตสามมิติตามกาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.
6. ขอ ใดเปนภาพดา นหนาของรปู สามมติ ทิ ี่กาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.
7. ภาพดานบนของรูปเรขาคณิตสามมิติตรงกับภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
8. ภาพดา นหนาของรูปเรขาคณิตสามมิติที่กําหยดใหต รงกับภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
9. ภาพดา นหนาของรูปเรขาคณิตทก่ี าํ หนดใหคือภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
10. ภาพดา นขางของรูปเรขาคณติ สามมิตทิ ี่กาํ หนดตรงกบั ภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
11. ภาพดา นขา งของรปู เรขาคณติ สามมิตทิ ี่กําหนดใหเปน ภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
12. ขอใดเปนภาพดา นหนา ดา นขาง และดานบนของรปู เรขาคณติ สามมติ ิท่กี ําหนดให
ก. ข.
ค. ง.
13. ขอ ใดเปนภาพดานหนาของรูปเรขาคณิตสามมติ ิท่ปี ระกอบขน้ึ จากลูกบาศกที่กําหนด
ก. ข.
ค. ง.
14. ขอ ใดเปนภาพดา นบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิทปี่ ระกอบข้ึนจากลกู บาศกตามกําหนด
ก. ข.
ค. ง.
15. จากภาพรูปเรขาคณิตที่กําหนดให ถานําลูกบาศกมาเรียงกันตามภาพโดยใชก าวทาติดกันแลว ทาสี
เฉพาะภายนอกทกุ หนา รวมดานฐานดว ย มีลูกบาศกท้งั หมดจํานวนเทา ใดที่ไมถูกทาสีเลย
ก. 1 ลกู ข. 2 ลูก
ค. 3 ลกู ง. 4 ลูก
16. ภาพดานหนา ดา นบนและดานขา ง(ตามลําดับ)ตามกาํ หนด เปน ภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ิในขอใด
ก. ข.
ค ง.
17. ภาพดานหนา ดา นขาง ดานบน(ตามลาํ ดบั )ท่ีกาํ หนด เปนภาพรูปเรขาคณติ สามมิติในขอ ใด
ก. ข.
คง
18. ภาพดา นหนา ดา นบนและดา นขา ง(ตามลาํ ดบั )ตามกําหนด เปนภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
19. ภาพดา นหนา ดานขาง และดานบน(ตามลาํ ดบั )ตามกําหนดเปน ภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
20. ภาพดา นหนา ดานขาง และดา นบน(ตามลําดับ)ตามกําหนดเปน ภาพของรูปเรขาคณติ สามมิตใิ นขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
เฉลยแบบทดสอบกอนการจัดการเรยี นรเู รื่องความสัมพนธระหวา งรปู เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
คําตอบ ค ข ง ค ก ข ค ง ข ก
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
คําตอบ ง ก ข ค ก ก ข ง ก ค
แผนการจดั การเรยี นรู
กลุมสาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร
รายวชิ าคณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ 1 รหสั วิชา ค21201 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนท่ี1
หนวยการเรียนรทู ี่ 2 เรื่องมิตสิ มั พันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ จาํ นวน 12 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 1 เรื่องภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ จํานวน 3 ชว่ั โมง
-------------------------------------------------------------
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ค 2.2 อธบิ ายและวิเคราะหรูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมติ ิ
ผลการเรียนรู อธิบายลกั ษณะของรปู เรขาคณิตสามมติ จิ ากภาพทีก่ าํ หนดให
2. สาระสาํ คัญ
รูปเรขาคณติ เปนรปู ทปี่ ระกอบดวย จุด เสน ตรง เสน โคง ระนาบ ฯลฯ อยางนอยหน่ึงอยางตัวอยาง
ของรปู เรขาคณติ สามมิติ หรือ ทรงสามมติ ิ เชน ทรงกระบอก ทรงส่เี หล่ียมมมุ ฉาก กรวย พรี ะมิด ทรงกลม
การเขียนภาพของสิ่งตาง ๆ ที่มีลักษณะเปนรูปเรขาคณิตสามมิติซ่ึงเปนรูปที่มีสวนกวาง สวนยาว
และสวนสูงบนกระดาษจะตองเขียนใหเห็นวามีสวนหนาหรือสวนลึก อาจใชการแรเงา หรือเขียนเสนประชวย
หรือเขียนรูปในลักษณะเอียงใหเห็นมุมมองดานหลังของสิ่งนั้น ทั้งน้ีเพื่อ ชวยใหผูมองภาพบนกระดาษเกิด
ความรูสึกวา รูปน้ันเปนภาพของสิ่งที่มีลักษณะเปนรูปเรขาคณิต สามมิติชนิดใดในการเขียนภาพของรูป
เรขาคณิตสามมิติอาจใชกระดาษตารางจุดเหมือนกระดานตะปู (geoboard) หรือกระดาษจุดไอโซเมตริก
(isometric dot paper) ชวยในการเขียนภาพนั้น ๆเรานิยมเขียนภาพของรูปเรขาคณิตสามมิตบิ นกระดาษจดุ
ไอโซเมตรกิ ภาพของรูป เรขาคณิตสามมติ ิทีเ่ ขียนอยใู นลักษณะน้ีเรียกวา ภาพแบบไอโซเมตรกิ
รูปคลี่ของรูปเรขาคณติ คือ แบบท่แี สดงลกั ษณะพื้นท่ผี ิวทั้งหมดของรูปเรขาคณติ สามมติ ใิ นการเขียน
รปู คล่ีจะใชเสนทึบหนาเปน เสน รอบรปู หรอื เสนขอบและใชเ สนทึบบางแทน สว นทีเ่ ปน รอยพบั เพื่อความสะดวก
ในการประกอบรูปคลี่ใหเปนรูปเรขาคณิตสามมิติ การสรางแบบรูปคล่ีจึง อาจสรางสวนท่ีทากาวหรือสวนท่ีจะ
ใชซ อนทับและเย็บติดกนั เพิ่มเติม
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
3.1 ดา นความรู (K) นักเรียนสามารถ
3.1.1 อธบิ ายลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณิตได
3.1.2 เขียนรปู คล่ีของรูปเรขาคณิตสามมิติได
3.1.3 เขยี นรปู เรขาคณติ สามมิติจากรูปคลี่ได
3.2 ดา นกระบวนการ/ทกั ษะ (P) นกั เรียนแสดงการเกิดทักษะ
3.2.1 การแกป ญหา
3.2.2 การสือ่ สารสอ่ื ความหมายและการนําเสนอ
3.2.3 การใหเหตผุ ล
3.3 ดานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค (A) นกั เรยี นแสดงการเกดิ คุณลักษณะ
3.3.1 ความรบั ผดิ ชอบ
3.3.2 การปฏิบตั ิงานรว มกับผูอื่น
3.3.3 การมีเจตคติท่ดี ตี อคณิตศาสตร
2. สาระการเรยี นรู (เน้อื หา)
ภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ ประกอบดวย
1. ลักษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณติ
2. รปู คลข่ี องรูปเรขาคณิต
3. รูปเรขาคณติ สามมติ ิจากรูปคลภี่ าพของรปู เรขาคณติ สามมิติ
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น (C)
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกปญหา
6.ช้นิ งาน / ภาระงาน (หลักฐาน/รองรอยการเรยี นร)ู
6.1 ชิน้ งานท่ี 1 เร่ืองการอธิบายลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต
6.2 ชิน้ งานที่ 2 เรอ่ื งการเขียนรปู คล่ขี องรูปเรขาคณติ สามมิติ
6.3 ชิน้ งานที่ 3 เร่อื งการเขยี นรปู เรขาคณิตสามมติ ิจากรปู คล่ี
7. กิจกรรมการเรยี นรู
ชวั่ โมงที่ 1
ลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต
ข้ันที่1 ทําความเขาใจในการปฏบิ ัตงิ าน (Conceptualization)
7.1 ครตู ง้ั คาํ ถามนาํ ใหนักเรียนรว มอภิปรายในประเดน็ ทเี่ กี่ยวของกับความรูจากงานภาคสนามท่ีพบ
เห็นในชีวิตประจําวันหรือจากการลงมือปฏิบัติจากสถานท่ีทํางานจริง เพ่ือใหนักเรียนเห็นประโยชนของการ
ทํางาน ครูสรปุ ประเด็นสาํ คัญท่นี กั เรยี นยงั ไมไ ดกลาวถงึ ดงั นี้
•นกั เรยี นไดประโยชนอ ะไรจากงานภาคสนามท่ีพบเห็นในชีวติ ประจําวันและการทาํ งาน
- ไดเรยี นรกู ารทาํ งานรวมกับผอู ื่น วฒั นธรรมขององคกรที่ทาํ งานเรา
- ไดป ระสบการณจ ริงจากการทาํ งานจากการฝกงาน
- ไดเ รียนรูส ิ่งใหมๆ จากการฝกงาน
- เขาใจหลกั การทาํ งานมากขนึ้
- ฝกใหนักเรยี นรจู ักสงั เกตส่ิงตางๆ รอบตวั
- ทักษะที่ไดร ับ มาจากความสามารถท่ไี ดลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ
7.2 แจงจุดประสงคก ารเรยี นรใู หน กั เรยี นทราบวา เม่ือนกั เรยี นเรยี นจบในชั่วโมงนีแ้ ลวนักเรยี นสามารถ
[ 1. อธิบายลกั ษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณิตได
2. เขยี นรูปคลี่ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิได
3. เขยี นรปู เรขาคณติ สามมิติจากรปู คล่ีได]
7.3 ระบงุ านท่ีมอบหมายใหนักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามที่พบเห็นในชวี ิตประจําวัน หรอื จาก
การทํางานของตน เรื่องการอธิบายลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต [รูปเรขาคณิต เปนรูปที่ประกอบ
ดวยจุด เสนตรง สวนโคงตาง ๆ และถาอยูในระนาบเดียวกัน เราก็เรียกวารปู ระนาบ แตถาหากเปนรูปทรงทม่ี ี
ความหนา ความลึก ความสงู เรากเ็ รียกวา รูปสามมติ ิ หากเราหยบิ ภาชนะตา ง ๆ ที่อยูร อบตวั เราข้นึ มาจะพบวา
ประกอบดวย รูปทรงเรขาคณิต หลากหลายรวมกัน]
7.4 แจงเกณฑก ารประเมนิ การทํางาน
7.4.1 การวางแผนการปฏบิ ตั งิ าน
มีการวางแผนการปฏิบัติงานและระบุข้ันตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณ
ครบถว นมกี ารจดบันทกึ รายการท่กี ําหนดและระบุไว
7.4.2 การปฏบิ ตั งิ าน
ปฏิบัติงานตามขั้นตอนท่ีวางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความ
ละเอียดรอบคอบในการปฏิบตั งิ าน
3. คุณภาพของชน้ิ งาน
มีช้ินงานปรากฏและช้ินงานมีองคประกอบครบถวนสมบูรณ ช้ินงานมีอัตราสวนของ
ความยาวของแตละดานถกู ตอ งเหมาะสม ชิ้นงานมคี วามเปน ระเบยี บเรียบรอยสวยงาม
ข้นั ท่ี 2 ข้ันการฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
7.5 นักเรียนแบงเปน กลุม กลุมละ 4 คน โดยคละความสามารถ แตล ะกลุมเลือกประธาน รองประธาน
และเลขานกุ าร
7.6 ตัวแทนกลมุ รับเอกสาร ใบความรูท1่ี เร่ืองลกั ษณะและสว นประกอบของรูปเรขาคณิต ใหนกั เรียน
รวมกันศึกษาเนื้อหาและตัวอยางเกี่ยวกับลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิต
สามมิติ โดยใหนักเรียนแลกเปล่ียนเรียนรูและชวยกันอธิบายภายในกลุมของตนเอง พรอมกับการซักถาม
ประกอบการอธบิ ายของครูจนนักเรียนเขาใจอยา งชัดเจน
7.7 ครูนําตัวอยางภาพรูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีนักเรียนพบเห็นใน
ชีวติ ประจําวันมาใหนักเรยี นดู
7.8 นักเรียนแตละกลุมชวยกันวิเคราะหรูปที่ไดรับ แลวจําแนกออกเปนสองกลุมใหญๆ คือกลุมรูป
เรขาคณิตสองมิติและกลุมรูปเรขาคณิตสามมิติ แลวชวยกันสรปุ วิธีการจําแนกรปู เรขาคณิตเหลานั้น พรอมกับ
เขียนรูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีจําแนกแลวลงในกระดาษที่ครูแจกให โดยศึกษาวิธีการ
เขียนรูปเรขาคณิตจากการศกึ ษาใบความรทู ่ี 1
7.9 นักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายและชวยกันสรุปภายในกลุมในหัวขอ ลักษณะและสวนประกอบ
ของรปู เรขาคณิต
7.10 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตาม ใบกิจกรรมที่ 1 เร่ืองลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต
ขอ 1. ใหนักเรียนแบงงานกันรับผิดชอบงานโดยนกั เรียนสลับบทบาทหนาที่กัน ไปจนกวาจะทํางานเสร็จในแต
ละขอ
คนท่ี 1 อา นคําส่งั โจทยในการดําเนินงาน
คนที่ 2 คิดวธิ ีการหาคําตอบ
คนที่ 3 จดบันทึกขอมูล ขน้ั ตอนรายละเอยี ดในการดําเนินงาน
คนท่ี 4 ตรวจสอบความถูกตองของคําตอบ
ขนั้ ที่ 3 การให้ผลสะท้อนกลบั (Reflection)
7.11 สง ตวั แทนแตล ะกลมุ ออกมารายงานนาํ เสนอผลงานและรายงานผลการปฏิบตั ิงานของตน
7.12 นกั เรียนรวมกันสรุปลักษณะที่แตกตางกันระหวา ง รปู เรขาคณิตสองมติ ิและรูปเรขาคณติ สามมิติ
หลังจากจัดกจิ กรรมการเรยี นรู และครใู หนกั เรยี นไดซักถามขอสงสัยจนเขา ใจเปนอยา งดี
7.13 นัดหมายใหนักเรียนแตละคนประดิษฐช้ินงานรูปเรขาคณิตสามมิติจากกระดาษแข็ง เชน กลอง
ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลองทรงกระบอก กลองปริซึมฐานหกเหลี่ยม เปนตน คนละ 1 กลอง เพื่อใชในชั่วโมง
ตอไปตามตวั อยางทีค่ รนู ํามา
ชัว่ โมงท่ี 2
รปู คลขี่ องรูปเรขาคณติ สามมิติ
ข้นั กอ นปฏิบตั งิ าน
7.14 ครูทบทวนลักษณะและสว นประกอบของรูปเรขาคณิตและนําผังความคิด “รูปเรขาคณิตสามมิติ”
โดยใหนกั เรียนชว ยกนั สรปุ ลกั ษณะรปู ทรงตา งๆ
ผงั ความคดิ “รปู เรขาคณติ สามมติ ิ”
รปู
รูปทรง
รปู ทรงกลม
“รูปเรขาคณิตสามมติ ”ิ
รปู พรี ะมิด รูปปรซิ ึม
รปู กรวยกลม
7.15 ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวาเมื่อนักเรียนเรียนจบในชั่วโมงน้ีแลวนักเรียน
สามารถ
[เขยี นรปู คล่ขี องรูปเรขาคณิตสามมติ ิได]
7.16 ระบุงานที่มอบหมายใหนักเรียนศกึ ษาความรจู ากภาคสนามทพ่ี บเห็นในชวี ติ ประจาํ วนั หรอื จาก
การทาํ งานของตน เรื่องการเขยี นรูปคลขี่ องรูปเรขาคณติ สามมิติ จากอนิ เทอรเนต็ เวบ็ ไซค
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti
7.17 นักเรียนศึกษาวิธีการเขียนรูปเรขาคณิตจาก ใบความรทู ่ี 1.2 เร่อื งรูปคล่ขี องรูปเรขาคณิตสาม
มิติ
7.18 ครูสุมเลือกนักเรียนเพ่ือเปนตัวแทนนักเรียนจํานวน 4 - 5 คน โดยพิจารณาจากนักเรียนท่ีนํากลอง
เปลาที่ครูมอบหมายใหเตรียมมาคนละ 1 ใบ และในจํานวนนั้นใหนํากลองมีลักษณะแตกตางกัน ออกมาหนา
ชน้ั เรียน
7.19 นักเรียนทีเ่ ปน ตวั แทนและครูรว มกันสาธติ การหารูปคล่ีของกลอง โดยการใชม ีดตดั กลองตาม
แนวสนั บางแนวเพอ่ื ใหเ กิดรูปคล่ี
7.20 นักเรียนท่ีเปนตัวแทนรวมกันสาธิตการวาดรูปคลี่ของกลองในขอ 7.17 และ ขอ7.18 นักเรียน
ที่เปน ตวั แทนนํากลองใน ขอ7.17 กลับเขาท่ีนั่งของตน
7.21 นักเรียนแตละคนใชมีดตัดกลองตามแนวสันบางแนว เพ่ือใหเกิดรูปคล่ีและเขียนรูปคล่ีของ
กลองที่ตนนํามา
7.22 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมที่ 2 เรื่องรูปคลข่ี องรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
7.23 สุมตัวแทนนักเรียนออกมานําเสนอผลงานและรายงานผลการปฏิบัติงานของตน ข้ันหลัง
ปฏบิ ัติงาน
7.24 นักเรียนรวมกันสรุปความรูเร่ืองรูปคล่ีของรูปเรขาคณิตสามมิติ หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู
ครูนัดหมายใหนกั เรียนแตล ะคนนํากลองเปลามาคนละ 1 ใบ โดยให มีลักษณะหลากหลายแตกตางกนั และให
ใชมดี ตดั กลอ งตามแนวสนั บางแนวเพอ่ื ใหเกดิ รูปคลี่ เพื่อใชใ นชว่ั โมงตอไป
ชัว่ โมงท่ี 3
รปู เรขาคณติ สามมิติจากรปู คลี่
ขั้นกอ นปฏิบตั ิงาน
7.25 ครทู บทวนเรอื่ งรูปคล่ีของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
7.26 ครูแจง จุดประสงคก ารเรยี นรูใ หน ักเรียนทราบเมอื่ นกั เรียนเรียนจบในชั่วโมงนี้แลว
[นกั เรียนสามารถเขยี นรูปเรขาคณติ สามมติ จิ ากรปู คลีไ่ ด]
7.27 ระบุงานที่มอบหมายใหนักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามท่ีพบเห็นในชีวิตประจําวัน หรือ
จากการทํางานของตน เรอื่ งการเขียนรปู เรขาคณติ สามมติ จิ ากรปู คล่ี
7.28 นกั เรยี นแตล ะคนเขียนรูปเรขาคณิตสามมติ ิจากกลองที่ครูมอบหมายใหเตรียมมาจํานวน กลอ ง
ละ 1 รปู
7.29 แตละคนนํากลองเปลาไปแลกกับกลองเปลาของนักเรียนคนอ่ืน นักเรียนแตละคนเขียนรูปคลี
ของกลอ ง นักเรียนแตละคนเขยี นรูปเรขาคณติ สามมติ จิ ากรปู คล่ี
7.30 นักเรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามใบกจิ กรรมที่ 2 เรื่องลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณิต
7.31 ครสู ุมตัวแทนนักเรยี นออกมานําเสนอผลงานและรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเอง จํานวน
3-4 คน
ข้นั หลงั ปฏบิ ัตงิ าน
7.32 นักเรยี นรวมกันสรุปความรูเรอื่ งการเขยี นรูปเรขาคณิตสามมิติจากรปู คล่ี
7.33 นักเรียนแตละคนทําแบบทดสอบหลังการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู เรื่อง ภาพของรูป
เรขาคณิตสามมิติ ตามกําหนดเวลา 10 นาที หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู ครูนัดหมายใหนักเรียนแตละคน
นําสิง่ ของท่สี ามารถตัดดว ยมีดได เชน ผัก ผลไม ขนมปงปอนด ฯลฯ มาคนละ 1 ชิ้น เพอ่ื ใชในชว่ั โมงตอไป
8. ส่ือและวสั ดุอุปกรณการเรียน
8.1 หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร ม.1 เลม2 เรือ่ งความสัมพนั ธระหวา งรูปเรขาคณิตสองมิติและ
สามมติ ิ
8.2 ใบความรทู ี่ 1 เรอื่ งลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณติ
8.3 ใบความรทู ่ี 2 เรือ่ งรูปคลี่ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
8.4 ใบกจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื งลักษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณติ
8.5 ใบกิจกรรมที่ 2 เรอ่ื งรูปคล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมิติ
9. การวดั การประเมนิ ผลการเรียนรู
9.1 วิธีการวัด
9.1.1 ตรวจแบบทดสอบกอนเรียน หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1
9.1.2 ตรวจใบกิจกรรมที่ 1, 2
9.1.3 ความสามารถการปฏบิ ัติงาน
- การวางแผนการปฏบิ ตั งิ าน
- การปฏิบตั งิ าน
- คณุ ภาพช้นิ งาน
9.1.4 เกณฑการประเมนิ ช้นิ งาน
- การอธบิ ายลักษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณติ
- การเขยี นรูปคลขี่ องรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
- การเขยี นรปู เรขาคณติ สามมติ ิจากรปู คลี่
9.1.5 สงั เกตคุณลักษณะ
- ความรับผิดชอบ
- การปฏิบตั ิงานรวมกับผูอ ่ืน
- การมเี จตคติท่ีดีตอ คณติ ศาสตร
9.1.6 สังเกตทักษะ
- การแกปญ หา
- การส่อื สารส่ือความหมายและการนําเสนอ
- การใหเหตผุ ล
9.1.7 สังเกตสมรรถนะ
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการแกปญหา
9.2 เคร่อื งมอื การวดั
9.2.1 แบบทดสอบกอ นเรียน หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1
9.2.2 แบบประเมินความสามารถในการปฏิบตั งิ าน
9.2.3 แบบประเมินชน้ิ งาน
9.2.4 แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
9.2.5 แบบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร
9.2.6 แบบประเมินสมรรถนะสําคญั
9.3 เกณฑก ารประเมนิ
9.3.1 (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
9.3.2 ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ
9.3.3 ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ
9.3.4 ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา นเกณฑ
9.3.5 ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ
9.3.6 ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ
10. แหลง ขอ มูลเพิ่มเตมิ
10.1 หนังสอื คณิตศาสตร ม.ตนเร่อื งภาพของรูปเรขาคณติ สามมิติ
10.2 เว็บไซตทเี่ ก่ยี วกับภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti
11. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของผูบ ังคบั บญั ชาหรือผูที่ไดร บั มอบหมาย
ขา พเจา นางสาวชุตมิ า ทองชนะ ตําแหนง หัวหนา กลมุ งานวิชาการ
ไดท าํ การตรวจแผนการจดั การเรยี นเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรู คณิตศาสตร ราย
วิชา...................เสริมทักษะคณิตศาสตร. .. ............... รหสั วชิ า........... ค21021.......... ช้นั ม.1 ชอง
นางธารา ณ รงั ษี แลวมคี วามคิดเหน็ วา
11.1 เปน แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ พอใช ควรปรบั ปรุง
ดมี าก ดี
11.2การใชส่ือและวสั ดอุ ปุ กรณก ารเรยี น
เหมาะสมมากเหมาะสม ควรปรับปรงุ
11.3การวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ
วธิ กี ารวัดผล
เหมาะสมมาก เหมาะสม ควรปรับปรงุ
เครือ่ งมอื วัด
เหมาะสมมาก เหมาะสม ควรปรบั ปรงุ
11.4 ขอ เสนอแนะเพิ่มเติม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื
( นางสาวชตุ มิ า ทองชนะ )
ตาํ แหนง หัวหนากลุมงานวชิ าการ
วนั ที่ 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565
บันทกึ หลังสอน
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 เรอ่ื งภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ รายวิชาคณิตศาสตรเพิม่ เติม 2 รหัสวชิ า
ค21201 วิชาคณิตศาสตรเ พิ่มเติม 2 รหสั วิชา ค21201 ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนท่ี1
1. ผลท่เี กิดกับผูเรยี น
1.1 การประเมนิ ดา นความร(ู K)หลังการเรยี นพบวา
นักเรียนผา นการประเมนิ
จาํ นวน …38……คน คิดเปน รอ ยละ........92.68...…...….
นักเรยี นไมผา นเกณฑข้นั ตา่ํ ที่กําหนดไว
จาํ นวน …3……คน คิดเปนรอยละ........7.31...…...….
1.2 การประเมินดานทักษะกระบวนการ(P)พบวา
นกั เรยี นผา นการประเมนิ
จาํ นวน …30……คน คิดเปนรอยละ.........72.17..…...….
นกั เรียนไมผ า นเกณฑขัน้ ตํ่าที่กาํ หนดไว
จาํ นวน …11……คน คิดเปนรอ ยละ.........52.38..…...….
1.3 การประเมนิ ดานคุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค(A)พบวา
นกั เรียนผา นการประเมนิ
จํานวน …41……คน คดิ เปน รอ ยละ..........100.…...….
นักเรียนไมผ า นเกณฑขน้ั ตาํ่ ที่กาํ หนดไว
จํานวน …-……คน คิดเปนรอ ยละ..........-.…...….
2. ปญหาและอปุ สรรค ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมการจดั การเรียนรู ไมเหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรียนทาํ ใบงาน/ใบกิจกรรมไมทันตามกาํ หนดเวลา
มีนกั เรียนท่ีไมส นใจเรียน
อ่นื ๆ ...............................................................................................................................................
3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไข
ควรนําแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง สอ่ื สองมิตสิ ามมิตหิ ลากหลายและเพ่ิมปรมิ าณสือ่ สองมิตแิ ละสามมิติ
แนวทางแกไขนักเรยี นทไี่ มผ านการประเมิน
นักเรียนทไ่ี มผานการประเมนิ เน่ืองจากนักเรียนไมสนใจเรยี นซึง่ เน้ือหานักเรยี นสวนใหญผ านไดเ รียนมาแลว
บางสว นครูผสู อนใชว ธิ ีการปรบั กจิ กรรมนาสนใจโดยใหน ักเรยี นใชมอื ถือคน หาภาพในโทรศัพทมือถือแขง ขนั กัน
และนํามาปรบั กจิ กรรมการเรียนการสอนในแผนการจดั การเรยี นรู
ลงชอ่ื ครูผูสอน
(นางธารา ณ รงั ษี)
วนั ที่ 23 พฤษภาคม 2565
ใบความรทู ี่ 1 เร่ืองลกั ษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณิต
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 1 เร่อื ง ภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ หนว ยการเรียนรูท ี่ 2 มิตสิ มั พนั ธระหวา งรปู
เรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ คณิตศาสตรเ พิม่ เตมิ 1 รหัสวิชา ค21201 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
รปู เรขาคณติ เปนรูปท่ีประกอบดวยจดุ เสน ตรง เสนโคง ระนาบ ฯลฯ อยางนอยหนึ่งอยา ง
ตัวอยางของรูปเรขาคณติ สองมิติ เชน รปู สามเหลีย่ ม รูปสเ่ี หล่ยี ม รูปวงกลม เปน ตน
รูปสามเหลีย่ ม รูปสีเ่ หลี่ยม รปู วงกลม
ตัวอยา งของรูปเรขาคณติ สามมิติ หรือทรงสามมติ ิ เชน ทรงกระบอก ทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก กรวย พีระมิด
ทรงกลม เปนตน
ทรงกระบอก ทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉาก กรวย พรี ะมดิ ทรงกลม
การเขยี นภาพของสงิ่ ตาง ๆ ท่ีมลี ักษณะเปน รปู เรขาคณติ สามมิตซิ ึ่งเปน รปู ทมี่ สี ว นกวาง สวนยาวและ
สว นสงู บนกระดาษจะตองเขยี นใหเ ห็นวา มีสว นหนาหรือสว นลึก อาจใชก ารแรเงา หรอื เขียนเสนประชว ย หรอื
เขียนรูปในลกั ษณะเอยี งใหเห็นมุมมองดานหลงั ของสิ่งนัน้ ท้งั น้เี พ่ือ ชวยใหผ มู องภาพบนกระดาษเกิดความรสู ึก
วา รูปน้นั เปน ภาพของส่ิงท่ีมีลักษณะเปนรปู เรขาคณิต สามมติ ิชนิดใด เชน
กลอ งท่ีมีลักษณะเปนทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉาก ซง่ึ มดี านบนเปนรูปสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ขอบ ดานบนเปน สว น
ของเสนตรงมุมทุกมุมที่เกิดจากขอบปกและขอบสนั เปน มุมท่มี ขี นาดเทา กับ 90 องศา
เนอื่ งจากกลอ งมลี ักษณะเปนรปู สามมิติ มีความกวา ง ความยาวและความสูง เมอื่ เขียนรูป โครงสรางของกลอง
ใบนบ้ี นกระดาษจะไดดังน้ี
จากการสงั เกตพบวา มุมของกลอ งเปนมมุ ฉากทุกมุมแตจากรูปเมือ่ เขยี นเพอื่ ใหม องเหน็ มุม ของ
กลองเปนมมุ ฉากทุกมุมจะตองเขียนไมใหเ ปน มุมฉาก
ขอบของกลอ งที่มองเห็นจากดา นหนา จะเขียนแทนดวยเสน ทบึ สวนขอบทม่ี องไมเ ห็นจาก ดา นหนา
จะเขียนแทนดว ยเสน ประ
แกวนา ทรงกระบอกท่มี ีปากแกว และกน แกว เปนวงกลมหรือสเ่ี หลยี่ มจตั รุ สั ดงั รูป
เมือ่ เขยี นภาพของแกวน้ําจะตองเขียนปากแกว และกนแกว ใหเ ปนวงรีหรอื สเ่ี หลยี่ มดา น ขนาน ใช
การแรเงาหรือเสน ประชว ยใหมองภาพเปน สามมิติ
ตเู กบ็ ของที่มีลักษณะเปน ทรงสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ฐาน ดานบน ดานหนา ดานขา งและดา นหลงั เปน รูปส่ีเหล่ยี มมุม
ฉาก ดังรปู
เม่ือเขียนภาพของตูใบนีค้ วรเขยี นฐาน ดานบนและดา นขา ง ใหเ ปนรปู สี่เหลย่ี มดานขนาน และใช
เสน ประแสดงสวนที่ถูกบัง ดัง รปู
การเขียนภาพของรปู เรขาคณิตามมติ ิ
การเขียนภาพของรูปเรขาคณิตสามมิตอิ ยางงา ยอาจใชขัน้ ตอนดงั ตวั อยางตอไปนี้
1.การเขียนภาพของทรงกระบอก
ขั้นที่ 1 ข้นั ที่ 2 ขัน้ ที่ 3
ข้นั ที่ 1 เขียนวงรีแทนหนา ตัดทเ่ี ปน วงกลม
ขั้นท่ี 2 เขียนสว นของเสน ตรงสองเสน แสดงสว นสูงโดยเขียนเชอื่ มตอ กบั จุดยอดท้งั สองของวงรีดงั รูป
ข้ันท่ี 3 เขียนวงรีท่ีมีขนาดเทากับวงรีที่ใชในขั้นที่ 1 แทนวงกลมซึ่งเปนฐานของ ทรงกระบอกและ
เขยี นเสน ประแทนเสนทึบตรงสว นทีถ่ กู บัง
2. การเขยี นภาพของปริซึม
ขน้ั ที่ 1 วันที่ 2 ขั้นที่ 3
ขน้ั ที่ 1 เขียนรูปหลายเหล่ยี มตามชนิดของปริซมึ เชนรปู หา เหล่ยี มสําหรับปรซิ ึมฐานหา เหลยี่ ม
ขั้นท่ี 2 เขียนสว นของเสน ตรงจากจดุ ยอดทุกจดุ ท่ไี ดในขัน้ ที่ 1 ลงดานลางในแนวดง่ิ ใหทุก เสนมี
ความยาวเทา กนั เพื่อแสดงสวนสูง
ขนั้ ท่ี 3 เขยี นเชอ่ื มตอกบั จุดปลายของสวนของเสน ตรงทุกจุดทไี่ ดในขนั้ ที่ 2 จะไดรปู หลาย เหลย่ี มท่ี
เปน ฐานของปรซิ ึม แลวเขียนเสนประแทนเสน ทึบตรงสว นท่ีถูกบัง
3. การเขียนภาพของทรงสเี่ หล่ยี มมุมฉาก
ขัน้ ที่ 1 ขัน้ ที่ 2 ขั้นที่ 3 ขน้ั ท่ี 4
ขัน้ ท่ี 1 เขียนรูปสเ่ี หล่ียมมมุ ฉาก 1 รปู
ข้นั ท่ี 2 เขยี นรปู สเ่ี หลยี่ มมุมฉากใหม ีขนาดเทา กนั กบั รปู ส่เี หลีย่ มมมุ ฉากในขน้ั ที่ 1 อีก 1 รปู ใหอ ยใู น
ตาํ แหนง ท่ขี นานกันและเหลอื่ มกันประมาณ 30 องศา ดังรูป
ข้นั ท่ี 3 เขียนเชื่อมตอกบั จุดปลายของจุดยอดที่สมนยั กนั มุมของรูปสเ่ี หลยี่ มมุมฉากท้งั สอง
ขน้ั ท่ี 4 เขียนเสน ประแทนเสนทบึ ตรงสว นท่ีถูกบัง
4. การเขยี นภาพของกรวย
ข้ันท่ี 1 ขั้นที่ 2 ข้ันท่ี 3 ขนั้ ที่ 4
ขนั้ ท่ี 1 เขยี นรปู วงรี 1 รูป
ขน้ั ท่ี 2 เขียนจุดอยเู หนือวงรใี หมีระยะหา งตามความสงู ของกรวยจํานวน 1 จดุ ดังรปู
ขน้ั ท่ี 3 เขียนเชือ่ มตอกันระหวา งจดุ ยอดท้ังสองจุดของวงรใี นข้ันท่ี 1 กบั จุดในขนั้ ท่ี 2 ขั้นท่ี 4 เขยี น
เสนประแทนเสนทึบตรงสวนท่ีถกู บงั
5. การเขยี นภาพของทรงกลม
ขนั้ ที่ 1 ข้นั ท่ี 2
ขัน้ ท่ี 1 เขียนรปู วงกลม 1 รูป
ข้นั ท่ี 2 เขียนรปู วงรใี หอยูกึง่ กลางภายในรูปวงกลมในขั้นที่ 1 ใหจ ุดยอดทั้งสองจดุ ของรูป วงรีอยูบน
เสน รอบวงของวงกลม และเขียนเสน ประแทนเสน ทึบตรงสวนทถี่ ูกบังดังรูป
6. การเขยี นภาพของพรี ะมดิ
ข้ันที่ 1 ขนั้ ท่ี 2 ขนั้ ที่ 3 ขนั้ ท่ี 4
ขั้นที่ 1 เขียนรูปหลายเหลีย่ ม 1 รูปตามลกั ษณะของฐานของระมิดพีระมดิ เชน รูปหกเหลี่ยม
สําหรับพรี ะมดิ ฐานหกเหลีย่ ม เปน ตน
ขนั้ ที่ 2 เขยี นจดุ อยเู หนือรปู หลายเหลยี่ ม ในขน้ั ที่ 1 ใหมรี ะยะหางตามความสงู ของพรี ะมิด จาํ นวน
1 จุด ดังรูป
ขนั้ ท่ี 3 เขียนเช่ือมตอกันระหวางจุดยอดทุกจดุ ของรปู หลายเหลี่ยมในข้ันที่ 1 กบั จดุ ในขั้น ท่ี 2
ข้นั ที่ 4 เขียนเสนประแทนเสนทึบตรงสว นท่ีถกู บัง
ในการเขียนภาพของรปู เรขาคณติ สามมติ ิอาจใชก ระดาษตารางจุดเหมอื นกระดานตะปู (geoboard)
หรือกระดาษจุดไอโซเมตรกิ (isometric dot paper) ชวยในการเขียนภาพน้นั ๆ
กระดาษตารางจุด กระดาษจุด ไอโซเมตริก
เรานิยมเขยี นภาพของรปู เรขาคณิตสองมติ ิบนกระดาษตารางจดุ ดังตัวอยาง ตอไปน้ี
ภาพแบบไอโซเมตริก (isometric sketch) ภาพบนกระดาษตารางจุด
เรานยิ มเขยี นภาพของรูปเรขาคณติ สามมิติบนกระดาษจุดไอโซเมตริก ภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
ทเ่ี ขียนอยูในลกั ษณะน้เี รยี กวา ภาพแบบไอโซเมตริก (isometric sketch)
การเขียนภาพแบบไอโซเมตริกบนกระดาษจดุ ไอโซเมตริกจะเขยี นสวนของเสนตรงท่เี ปน ดานกวา ง
ดานยาว ตามแนวของจดุ ซึ่งเอียงทาํ มุม 30 องศากับแนวนอนและเขยี นสว นของเสน ตรงท่ี เปนสว นสงู ตามแนว
ของจุดในแนวตง้ั ดงั ตัวอยาง
ใบความรทู ่ี 2 เร่ืองรูปคล่ีของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 1เรอ่ื งภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติ หนวยการเรียนรทู ่ี 2 มิตสิ มั พนั ธร ะหวางรูป
เรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ วชิ าคณติ ศาสตรเพ่มิ เติม 1 รหสั วชิ า ค21201 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
รปู คลขี่ องรปู เรขาคณติ คือ แบบท่ีแสดงลกั ษณะพนื้ ท่ผี ิวทั้งหมดของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
ในการเขยี นรูปคลืจ่ ะใชเ สนทึบหนาเปน เสนรอบรปู หรือเสน ขอบและใชเสนทบึ บางแทน สวนท่ีเปน
รอยพบั ดังรูป
ตวั อยาง รปู ปรซิ ึมและรูปคลี่ของรปู ปรซิ ึม
รปู ปริซึมฐานสามเหลีย่ ม รปู คลี่ของรปู ปริซมึ ฐานสามเหล่ียม
เพอื่ ความสะดวกในการประกอบรปู คลี่ใหเ ปน รปู เรขาคณิตสามมติ ิ การสรางแบบรปู คล่ีจึง อาจสรา ง
สวนทท่ี ากาวหรือสว นทจี่ ะใชซอนทบั และเยบ็ ตดิ กนั เพ่ิมเติม ดังรูป
รูปคลข่ี องรูปปริซมึ ฐานสามเหลย่ี ม รูปคล่ีของรูปปริซมึ ฐานสามเหลย่ี มท่มี ีสวนท่ที ากาว
หรือสวนทจี่ ะใชซอ นทบั และเย็บตดิ กนั
ใบกจิ กรรมท่ี 1.1 เร่ืองลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 1 เรื่องภาพของรูปเรขาคณติ สามมิติ หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 มิตสิ ัมพนั ธระหวางรูป
เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ วิชาคณิตศาสตรเ พิ่มเติม1 รหัสวิชา ค21201 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
จุดประสงค อธิบายลกั ษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณติ ได
คาํ สั่ง
1. ใหน ักเรยี นแบงกลุม ๆละ 4 คน
2. ใหนักเรียนแบง งานกันรับผิดชอบสลับบทบาทหนาท่ีกันดังนี้
คนท่ี 1 อานคําสั่งโจทยในการดาํ เนนิ งาน
คนท่ี 2 คิดวธิ ีการหาคาํ ตอบ
คนที่ 3 จดบันทึกขอมลู ข้ันตอนรายละเอยี ดในการดําเนนิ งาน
คนที่ 4 ตรวจสอบความถกู ตองของคําตอบ
ชอื่ ..................................นามสกุล...................................................เลขที่................
ชอื่ ..................................นามสกลุ ...................................................เลขที่................
ชอื่ ..................................นามสกุล...................................................เลขท่ี................
ชอ่ื ..................................นามสกุล...................................................เลขท่.ี ...............
1.1 จากรูปเรขาคณิตท่ีกําหนดให จงบอกวา เปน รปู เรขาคณิตสองมิติหรอื สามมติ ิ พรอมระบุชอื่ ของรูป
เรขาคณติ รูปนัน้
1.1 เปนรปู ................................ช่ือรปู ...................................................
1.2 เปนรูป................................ชอื่ รูป.....................................................
1.3 เปน รูป................................ชอ่ื รูป..................................................
1.4 เปน รูป................................ชอ่ื รูป..................................................
1.5 เปน รูป................................ชื่อรปู ..................................................
1.6 เปนรูป................................ช่ือรูป..................................................
ใบกิจกรรมท่ี 2 เร่ืองลกั ษณะและสวนประกอบของรปู เรขาคณิต
แผนการจดั การเรียนรูที่ 1 เรอ่ื งภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติ หนว ยการเรียนรูที่ 2 มิตสิ ัมพนั ธร ะหวา งรูป
เรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ วิชาคณติ ศาสตรเพิ่มเติม1 รหัสวิชา ค21201 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
จดุ ประสงค 1. เขียนรูปคล่ีของรปู เรขาคณติ สามมติ ิได
2. เขียนรปู เรขาคณติ สามมิติจากรปู คล่ไี ด
คาํ สัง่
ใหน ักเรยี นแบง กลุมๆละ 4 คน รว มกันแสดงการหาคําตอบ
ชือ่ ..................................นามสกุล...................................................เลขที.่ ...............
ชอ่ื ..................................นามสกลุ ...................................................เลขที่................
ชอื่ ..................................นามสกลุ ...................................................เลขท.ี่ ...............
ชอื่ ..................................นามสกุล...................................................เลขท่.ี ...............
1. จงเขียนรปู คล่ีของรูปเรขาคณิตสามมติ ิในแตละขอตอไปนี้ (ไมต องแสดงสว นที่ทากาว)
1.1
1.2
1.3
1.4
1.5
2. จงบอกชนดิ และเขยี นรูปเรขาคณติ สามมิติท่มี ีรูปคลดี่ งั ตอไปน้ี
2.1
2.2
2.3
2.4
2.5
3. จงออกแบบรูปคลที่ ส่ี ามารถประกอบเปนทรงสี่เหล่ียมมุมฉากทมี่ ีความจุอยา งนอย 180 ลกู บาศกเมตร
โดยใหเขยี นแสดงความยาวของดานแตละดานบนรูปคล่ีดว ย
4. จงสรางกลอ งทรงส่ีเหล่ยี มมมุ ฉากดวยกระดาษแขง็ โดยใชรูปคลท่ี ส่ี รางขน้ึ ในขอ 3.
แบบทดสอบกอนเรยี น เรื่องภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติ
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 1 เร่ืองภาพของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ หนวยการเรียนรูท่ี 2 มิตสิ มั พันธร ะหวา งรูป
เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ วชิ าคณิตศาสตรเพ่ิมเตมิ 1 รหสั วิชา ค21201 ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
คาํ ช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับนมี้ ที ้งั หมด 7 ขอ
2. ใหนกั เรียนทําเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในกระดาษคําตอบ
1. รูปในขอ ใดไมเ ปนรูปเรขาคณิต ข. จุด
ก. เสนตรง ง. รูปวงรี
ค. รปู แรเงา ข.
.
2. ภาพในขอใดเปนภาพของรปู เรขาคณิตสองมิติ
ก.
ค. ง.
3. ภาพในขอใดเปน ภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติ ข.
ก.
ค. ง.
แบบทดสอบกอนเรียน วิชาคณิตศาสตรเพม่ิ เตมิ 1 รหสั วิชา ค21201 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
4. ขอใดเปนรูปคล่ีของภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ิตามกาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.
5. ขอ ใดไมเ ปนรปู คล่ีของภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติตามกาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.
แบบทดสอบกอนเรยี น วชิ าคณติ ศาสตรเพิ่มเติม1 รหัสวิชา ค21201 ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
6. รปู ที่กาํ หนดใหเปน รูปคลี่ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
7. รปู ทก่ี ําหนดใหเ ปนรูปคลี่ของรูปเรขาคณติ สามมิติในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียน เรอื่ ง ภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
1. ก 2. ง 3. ก 4. ค 5. ง 6. ข 7. ก
แบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่องภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 1 เรอื่ งภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 มิตสิ ัมพนั ธร ะหวางรปู
เรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ วชิ าคณติ ศาสตรเพม่ิ เตมิ 1 รหัสวชิ า ค21201 ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
คาํ ช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับน้มี ที ง้ั หมด 7 ขอ
2. ใหนกั เรยี นทําเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในกระดาษคําตอบ
1. ภาพในขอ ใดเปนภาพของรปู เรขาคณิตสองมิติ
ก. ข.
ค. ง.
2. ภาพในขอ ใดเปน ภาพของรูปเรขาคณิตสามมิติ ข.
ก.
ค. ง.
3. รปู ในขอ ใดไมเปน รูปเรขาคณิต ข. จุด
ง. รปู วงรี
ก. เสน ตรง
ค. รปู แรเงา
แบบทดสอบหลังเรียน วชิ าคณติ ศาสตรเพ่ิมเติม1 รหัสวิชา ค21201 ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
4. รูปทกี่ ําหนดใหเ ปน รูปคล่ีของรูปเรขาคณิตสามมิติในขอ ใด
ก. ข.
ค.
5. ขอใดไมเ ปน รปู คลีข่ องภาพของรปู เรขาคณติ สามมิติตามกาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.