The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kulisara.su, 2022-12-28 06:37:08

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการคนพิการ

รายงาน

สิทธิประโยชน์
และสวัสดิการของคนพิการ

จัดทำโดย

นิสิต ป.บัณฑิต การศึกษาพิเศษและการดูแล รุ่น 3.2

S01



สารบญั

เนื้อหา หน้า

สิทธปิ ระโยชนแ์ ละสวัสดิการของคนพิการ..................................................................................................................1
ข้อมูลการจดทะเบยี นคนพิการ.....................................................................................................................................6
บตั รประจำตัวคนพกิ าร.................................................................................................................................................8
กองทนุ ส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร.....................................................................................................15
บริการผชู้ ว่ ยคนพกิ าร..................................................................................................................................................16
ล่ามภาษามือ................................................................................................................................................................19
เงินสงเคราะห์...............................................................................................................................................................22
การจา้ งงานคนพิการตามพระราชบัญญตั สิ ่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร พ.ศ. 2550 และท่แี กไ้ ข
เพม่ิ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ..................................................................................................................................24
การกูย้ ืมเงินเพื่อการประกอบอาชีพ...........................................................................................................................45
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพกิ ารทพี่ น้ื ทีส่ าธารณะตอ้ งมี..............................................................................51

1

สทิ ธปิ ระโยชน์และสวสั ดกิ ารของคนพกิ าร

ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 และอนบุ ัญญตั แิ หง่ พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมและ
พฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร พ.ศ. 2550 และพระราชบญั ญตั ิการจดั การศึกษาสำหรบั คนพกิ ารพ.ศ. 2551
คนพกิ ารไดร้ บั สิทธทิ ่สี ำคญั อย่างเป็นรปู ธรรม ซง่ึ ครอบคลมุ วถิ ชี วี ิตคนพิการ ตง้ั แต่ เกดิ จนตาย รวมอย่างน้อย

9 ประการ ไดแ้ ก่
1. เบ้ยี ความพิการ – คนพิการทกุ คนทม่ี ีสมุด/บตั รประจำตวั คนพกิ ารมีสทิ ธลิ งทะเบียนขอ รับ “เบี้ย

ความพิการ” คนละ 500 บาท/เดอื นได้ ซ่งึ แต่เดมิ เฉพาะคนพิการท่ีไมม่ รี ายได้เทา่ นั้น จงึ จะมสี ทิ ธไิ ด้รบั “เบย้ี
ยังฃีพ” เดือนละ 500 บาท นอกจากนนั้ คนพิการท่สี งู อายุ หรืออายุตง้ั แต่ 60 ปีขน้ึ ไปมีสทิ ธิไดร้ บั ทง้ั “เบ้ีย

ความพิการ” และ”เบย้ี ผสู้ งู อายุ” รวมเดอื นละ 1,000 บาท

2. บริการฟ้นื ฟสู มรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ แตเ่ ดมิ คนพิการไดร้ ับบริการทางการแพทย์
เพยี ง 13 รายการ ในปี 2553 น้ี คนพกิ ารไดร้ บั บริการจำนวนรวมเป็น 2 เท่า คือ รวม 26 รายการ ได้แก่

1) การตรวจวินิจฉยั การตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษด้วยวิธีอ่นื ๆ ตามชดุ สทิ ธิ
ประโยชน์

2) การแนะแนว การใหค้ ำปรึกษา และการจัดบริการเปน็ รายกรณี
3) การใหย้ า ผลิตภณั ฑ์ เวชภัณฑ์ และหตั ถการพเิ ศษอ่นื ๆ เพอ่ื การบำบดั ฟื้นฟู เช่นการฉีดยา

ลดเกร็ง การรกั ษาดว้ ยไฟฟา้ Hemoencephalography (HEG) เปน็ ตน้
4) การศัลยกรรม
5) การบริการพยาบาลเฉพาะทาง เชน่ พยาบาลจติ เวช เป็นตน้
6) กายภาพบำบัด
7) กิจกรรมบำบัด
8) 8)การแกไ้ ขการพูด (อรรถบำบัด)
9) พฤตกิ รรมบำบดั
10) จติ บำบดั
11) ดนตรบี ำบดั
12) พลบำบัด
13) ศลิ ปะบำบดั
14) การฟื้นฟูสมรรถภาพการไดย้ ิน
15) การพัฒนาทักษะในการสือ่ ความหมาย
16) การบรกิ ารส่งเสริมพฒั นาการหรือบรกิ ารชว่ ยเหลอื ระยะแรกเรม่ิ
17) การบรกิ ารทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เช่น นวดไทย ผงั เขม็ เป็นตน้

2

18) การพฒั นาทกั ษะทางสงั คม สังคมสงเคราะห์ และสงั คมบำบดั เช่น กล่มุ สนั ทนาการ เปน็ ตน้
19) การประเมิน และเตรยี มความพรอ้ มก่อนการฟนื้ ฟสู มรรถภาพดา้ นอาชพี หรือการประกอบ

อาชีพ
20) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการเห็น การสร้างความคุ้นเ คยกับสภาพแวดล้อมและการ

เคล่อื นไหว
21) การบรกิ ารข้อมลู ข่าวสารด้านสุขภาพผ่านสอ่ื ในรปู แบบท่ีเหมาะสมกบั ความพกิ าร ซึ่งคน

พิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้
22) การฝึกอบรมและการพฒั นาทักษะแก่คนพิการ ผู้ดแู ลคนพิการ และผูช้ ว่ ยคนพกิ าร
23) การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยครอบครัวและชุมชน การเยี่ยมบา้ น กิจกรรมการ

ใหบ้ ริการเชงิ รุก
24) การฝึกทักษะการเรยี นรขู้ ้ันพ้ืนฐาน เช่น การฝกึ ทักษะชีวติ การฝึกทักษะการดำรงชีวิต

สำหรบั คนพิการ การฝกึ ทักษะการใช้อปุ กรณ์เครอ่ื งชว่ ยความพิการ เปน็ ต้น
25) การบรกิ ารทันตกรรม เช่น การเคลอื บหลุมร่องฟนั เป็นตน้
26) การให้บรกิ ารเกยี่ วกบั กายอปุ กรณ์เทียม กายอุปกรณเ์ สรมิ เครอื่ งชว่ ยความพิการหรือสื่อ

ส่งเสรมิ พฒั นาการ

3. บริการจัดการศึกษา – คนพกิ ารทุกคนมีสิทธเิ รียนโดยไมเ่ สยี ค่าใช้จา่ ย ทง้ั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน 15
ปี รวมถงึ การศึกษาระดับอาชีวศกึ ษา ประกาศนยี บัตรช้นั สงู และระดับปริญญาตรี

4. บริการจ้างงานคนพิการ – ตามระเบียบใหม่ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเตรียมจะประกาศใช้
กำหนดให้สถานประกอบการของเอกชน และหน่วยงานของรัฐตอ้ งรับคนพิการเข้าทำงาน ในอตั ราสว่ นจำนวน
ลูกจา้ งทัง้ หมด คาดว่า นา่ จะเป็น 50 คน ต่อ คนพิการ 1 คน ทง้ั น้ี หากสถานประกอบการไม่รบั คนพกิ ารเข้า
ทำงานจะตอ้ งจา่ ยเงินสมทบเขา้ กองทนุ ส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพกิ าร หรือสนบั สนนุ การประกอบ
อาชพี อสิ ระใหค้ นพิการหรือผู้ดูแลคนพกิ าร ด้วยการใหส้ ัมปทาน จัดสถานท่ีจำหน่ายสนิ คา้ หรือบริการ จดั จ้าง
เหมาชว่ งงาน ฝึกงาน หรอื ใหก้ ารชว่ ยเหลอื คนพกิ ารหรือผูด้ แู ลคนพิการอยา่ งสมเหตุสมผล ส่วนหน่วยงาน
ราชการท่ไี มร่ ับคนพกิ ารเข้าทำงานไปต้องจา่ ยเงนิ เขา้ กองทนุ ฯ แตต่ อ้ งสนบั สนนุ การประกอบอาชีพอิสระให้คน
พิการหรือผู้ดแู ลคนพิการในลักษณะเดียวกัน

5. บรกิ ารสิ่งอำนวยความสะดวก – หนว่ ยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจะต้องจัดส่ิงอำนวยความสะดวก
ตามความเหมาะสม เพอื่ ให้คนพกิ ารสามารถเข้าถงึ และใชป้ ระโยชน์จากบริการ เชน่ บริการในการเดินท าง
บรกิ ารขนสง่ สาธารณะ บริการขอ้ มูลข่าวสาร และบรกิ ารใหส้ ัตวน์ ำทางเดินทางกบั คนพกิ าร เป็นต้น ทั้งนี้
ค่าใชจ้ า่ ยทส่ี ถานประกอบการจัดทำสิง่ อำนวยความสะดวกใหค้ นพิการสามารถนำไปลดหย่อนภาษเี งินได้

3

6. บริการเงินกู้ – คนพกิ ารหรอื ผู้ดูแลคนพกิ ารมีสทิ ธขิ อกู้เงนิ กองทุนสง่ เสริมและพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
คนพกิ ารเพอ่ื การประกอบอาชพี อิสระได้ โดยกู้เปน็ รายบคุ คล คนละ ไม่เกนิ 40,000 บาท หรอื ก้เู ป็นกลมุ่ เพ่อื
ชว่ ยกันประกอบอาชพี ไมม่ ดี อกเบีย้ แต่ตอ้ งผอ่ นส่งภายใน 5 ปี

7. บริการสวัสดิการสังคม – คนพกิ ารมสี ิทธิได้รับสวสั ดิการตามความเหมาะสมอย่างสมเหตสุ มผล เชน่
1) ผู้ชว่ ยคนพิการ (สำหรับคนพกิ ารระดบั รุนแรง) ซ่ึงผา่ นการฝกึ อบรมตามมาต รฐ านของ
กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์แลว้
2) คา่ ใช้จา่ ยสำหรับจดั ทำสิ่งอำนวยความสะดวกทีบ่ ้าน หรอื สถานที่พัก
3) สถานท่ีเล้ียงดูสำหรบั คนพิการไรท้ ี่พึง่ เป็นต้น

8. บริการลา่ มภาษามือ – คนหูหนวกมีสิทธิขอบริการลา่ มภาษามือได้ 5 กรณี ได้แก่
1) การใชบ้ ริการทางการแพทยแ์ ละการสาธารณสุข
2) การสมัครงานหรอื การตดิ ตอ่ ประสานงานด้านการประกอบอาชีพ
3) การร้องทุกข์ การกล่าวโทษ หรอื เปน็ พยานในชนั้ พนักงานสอบสวนหรือพนกั งานเจา้ หน้าที่
ตามกฎหมายอนื่
4) การเข้ารว่ มประชุม สัมมนา หรอื ฝกึ อบรม รวมทั้งเป็นผบู้ รรยายโดยหนว่ ยงานภาครัฐ หรอื
องคก์ รภาคเอกชนเปน็ ผู้จดั ซึ่งมีคนพิการทางการไดย้ ินเขา้ รว่ มด้วย และ
5) บรกิ ารอน่ื ใดตามทคี่ ณะอนกุ รรมการสง่ เสรมิ และพัฒนาลา่ มภาษามอื ประกาศกำหนด

9. การลดหยอ่ นภาษีเงินได้ - ผดู้ ูแลคนพกิ ารท่ีมรี ายได้ และตอ้ งเสยี ภาษีเงินได้ มีสิทธิ ได้รับการ
ลดหย่อนภาษีเงินไดค้ นละ 60,000 บาท เริ่มตงั้ แตร่ ายได้ของปี 2552

วธิ เี ตรียมรับบรกิ ารคนพกิ าร

คนพิการสามารถขอรบั บริการทั้ง 9 ประการ ท่ีกล่าวในตอนต้น ด้วยวธิ กี ารดงั ต่อไปนี้
1. วิธรี ับเบ้ยี ความพิการ มี 2 ขั้นตอนไดแ้ ก่

1.1. จดทะเบียนคนพิการ ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวดั ( พมจ.)หรอื
หน่วยงานที่ประกาศกำหนดเพอ่ื รบั สมุด/บัตรประจำตัวคนพกิ าร (เฉพาะคนพิการท่ียังไ ม่เคย จด
ทะเบยี นคนพกิ าร)

1.2. ลงทะเบียนรับเบี้ยความพิการ ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือสำนักงานเขต
กรงุ เทพมหานคร ซึ่งคนพกิ ารมชี อื่ อยใู่ นทะเบียนบา้ น ท้งั นี้ ถา้ ลงทะเบียนรบั เบยี้ ความพิการก่อนวนั ท่ี
30 มกราคม 2553 จะเร่มิ ไดร้ ับเบ้ยี ความพิการต้ังแตเ่ ดือนเมษายน 2553 ทุกคน

4

2. วิธรี บั บริการฟื้นฟสู มรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ – ขั้นแรกตอ้ งแจ้งรับบัตรทอง ท. 74 ของ
สำนักงานหลกั ประกนั สขุ ภาพ (สปสช.) ทสี่ ถานพยาบาลใกลบ้ า้ น และแสดงบตั รขอรับบรกิ ารรบั บริการ
ฟน้ื ฟูสมรรถภาพ หรอื การรักษาพยาบาลอาการเจบ็ ป่วยไดโ้ ดยไมเ่ สยี ค่าใช้จ่าย ณ สถานพยาบาลทีใ่ ดกไ็ ด้

3. วธิ รี บั บริการจัดการศกึ ษา – แจ้งรบั บรกิ ารเตรยี มความพรอ้ มเขา้ สู่ระบบการศกึ ษา หรอื การเขา้ เรียนใน
สถานศกึ ษาทศ่ี นู ย์การศึกษาพเิ ศษประจำจงั หวดั โรงเรียนใกล้บ้าน หรือสถานศกึ ษา หรือสำนกั งานเขต
พืน้ ทกี่ ารศึกษาของจังหวดั ต่างๆ หรือหน่วยงานทปี่ ระกาศกำหนด

4. วธิ รี บั บรกิ ารจ้างงานคนพกิ าร – คนพกิ ารสามารถสมคั รทำงานทีส่ ถานประกอบการของเอกชน และ
หน่วยงานของรฐั ทปี่ ระกาศรับคนท่ัวไปหรือรับคนพกิ ารเขา้ ทำงาน รวมทงั้ ไปแจ้งรับบรกิ ารจัดหางานที่
ศูนยจ์ ดั หางาน ของกรมจดั หางาน กระทรวงแรงงานที่อยู่ใกลบ้ ้าน หรอื แจง้ องคก์ รดา้ นคนพิการท่ีบริการ
จดั หางานใหค้ นพกิ าร เช่น ศูนยจ์ ัดหางานคนพิการพระมหาไถ่ พทั ยา และมูลนิธิพัฒนาคนพกิ ารไทย เปน็
ต้น หรือสมคั รงานทีห่ น่วยงานซึง่ ประกาศกำหนด

5. วธิ ีรบั บริการสงิ่ อำนวยความสะดวก – เมื่อมีปญั หาหรอื อปุ สรรคในการดำเนนิ ชวี ติ เน่ืองจากไม่มีส่ิงอำนวย
ความสะดวกท่ีเหมาะสมในการรับบรกิ ารต่างๆ ตามสทิ ธิอย่างเทา่ เทยี มกับคนทว่ั ไป เช่น บรกิ ารในการ
เดินทาง บริการขนสง่ สาธารณะ บริการขอ้ มลู ขา่ วสาร และบริการให้สตั ว์นำทางเดนิ ทางกับคนพกิ าร เป็น
ตน้ ให้แจง้ หนว่ ยงานทงั้ ภาครัฐและเอกชนทร่ี ับผดิ ชอบ อบต. พมจ. สำนกั งานเขต หรือศนู ย์คมุ้ ครองสวัสดิ
ภาพชมุ ชน กรุงเทพมหานคร สภาคนพกิ ารทกุ ประเภทแหง่ ประเทศไทย และมลู นิธิพัฒนาคนพิการไทย
เปน็ ต้น หรือแจ้งหน่วยงานทป่ี ระกาศกำหนด เพ่ือเสนอแนะให้จัดทำส่ิงอำนวยความสะดวกท่เี หมาะสม ท่ี
ห้องนำ้ ทางลาด ท่จอดรถสำหรบั คนพิการ รถเมลช์ านตำ่ เอกสารอักษรเบรลล์ และล่ามภาษามอื เป็นตน้

6. วิธรี ับบริการเงินกู้ – แจ้งรบั บริการกู้เงินเพ่ือประกอบอาชีพที่ พมจ. ศูนยค์ มุ้ ครองสวัสดิภาพชุมช น
กรุงเทพมหานคร หรอื หน่วยงานทปี่ ระกาศกำหนด ทั้งนี้ จะตอ้ งเตรียมเสนอโครงการและเหตุผลว่า จะนำ
เงนิ ทกี่ ูไ้ ดไ้ ปทำอะไร

7. วิธรี ับบริการสวัสดิการสังคม – แจง้ รับบรกิ ารผู้ช่วยคนพกิ าร คา่ ใช้จ่ายสำหรับจัดทำส่งิ อำนวยความสะดวก
ทบี่ ้าน หรอื สถานทพ่ี กั หรือสถานทเี่ ลีย้ งดสู ำหรับคนพิการไรท้ ่พี ึ่งท่ี อบต. พมจ. สำนกั งานเขต ศูนย์
คมุ้ ครองสวสั ดภิ าพชมุ ชน กรุงเทพมหานคร หรอื หนว่ ยงานท่ีประกาศกำหนด

8. วิธรี ับบริการล่ามภาษามอื – แจง้ รับบริการล่ามภาษามอื ที่ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อบต. พมจ.
สำนกั งานเขต ศนู ย์ค้มุ ครองสวสั ดิภาพชุมชน กรุงเทพมหานคร หรือหนว่ ยงานท่ปี ระกาศกำหนด

9. วธิ รี ับบรกิ ารการลดหย่อนภาษเี งนิ ได้ - แจง้ หน่วยงานของกรมสรรพากรท่ไี ปเสียภาษีเงนิ ได้ หรอื หน่วยงาน
ท่ีประกาศกำหนด โดยท่ี ปี พ.ศ. 2553 ยงั เป็นเพยี ง “ปที องฝังเพชรเม็ดเลก็ ๆ” จะต้องใช้เวลา เพอ่ื พัฒนา
ไปสู่ “ปีทองฝงั เพชรเมด็ ใหญ่” ฉะนั้น การให้บริการหลายอยา่ งอาจอยใู่ นระหวา่ งรออนบุ ัญญัติป ระกาศ

5

บังคบั ใช้ เตรียมแผนงานใหบ้ รกิ าร เตรยี มจดั หนว่ ยงาน บคุ ลากร หรอื งบประมาณ หรอื เพิ่งเริม่ ใหบ้ ริการ
จึงยงั อาจมีความไม่พรอ้ ม ไม่สะดวก หรือมปี ระสทิ ธภิ าพ และคุณภาพไมเ่ ท่าทค่ี วร ฉะนน้ั คนพกิ าร ผดู้ ูแล
คนพกิ าร และผู้เก่ยี วขอ้ งจึงจำเปน็ ต้องทำความเขา้ ใจในประเด็นเหล่านี้ และติดตามความคบื หน้าอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม หากคนพกิ ารไมไ่ ดร้ ับความเป็นธรรม ถูกเลือกปฏิบตั ิ หรือมีปญั หาในการดำรงชวี ิตเป็น
อยา่ งยงิ่ ควรแจ้งอุปสรรคและปัญหาต่อหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง รวมถึงรอ้ งเรยี นตอ่ สำนกั งานพัฒนาสังคม
และความมน่ั คงของมนุษย์ประจำจังหวดั หรอื พมจ. แจง้ อบต. หรอื แจ้งกลมุ่ ชมรม สมาคม หรอื สภาคน
พกิ ารประจำจงั หวดั สภาคนพิการทกุ ประเภทแหง่ ประเทศไทย อนกุ รรมาธกิ ารดา้ นคนพิการ วฒุ ิ และ
มูลนธิ พิ ฒั นาคนพิการไทย เปน็ ต้น เพือ่ ดำเนินการตามกฎหมายใหค้ นพิการได้รบั บริการตามสิทธิ

6

ข้อมูลการจดทะเบียนคนพิการ

คนพิการที่ประสงค์จะจดทะเบียนคนพิการ เพื่อนำ “ สมุดประจำตวั คนพกิ าร ” ไปขอรับสิทธิ
ประโยชน์ตา่ งๆ ตาม พระราชบัญญัตฟิ ื้นฟสู มรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 ต้องดำเนนิ การ ดังน้ี

สถานทจ่ี ดทะเบยี น คนพิการต้องไปจดทะเบียนคนพิการทสี่ ถานทีต่ อ่ ไปน้ี

1) สำนักงานคณะกรรมการฟ้ืนฟสู มรรถภาพคนพกิ าร กรมประชาสงเคราะห์ ถนนกรุงเกษม
เขตป้อมปราบศัตรพู า่ ย กรุงเทพฯ โทรศพั ท์ (02)6282518-9

2) สำนกั งานประชาสงเคราะห์จงั หวดั ที่ศาลากลางจงั หวัด ซึ่งเป็นภูมิลำเนา หรือจังหวัดที่คน
พกิ ารอาศยั อยู่

เอกสารทใ่ี ชใ้ นการจดทะเบยี น เอกสารท่คี นพกิ ารตอ้ งนำไปย่นื ทส่ี ถานท่ีจดทะเบียน ได้แก่

1) เอกสารรับรองความพิการ - ขอได้จากสถานพยาบาลของรัฐ เช่น สถานอี นามัย โรงพยาบาล
ประจำอำเภอ โรงพยาบาลประจำจงั หวัด และโรงพยาบาลจติ เวช เปน็ ตน้

2) ตน้ ฉบับ และสำเนาบตั รประจำตวั ประชาชน หรอื บัตรประจำตวั ข้าราชการ หรือบตั ร
ประจำตวั ต่างดา้ ว หรือเอกสารอ่นื ทีร่ าชการออกให้ ในกรณีเปน็ เดก็ ท่ยี งั ไม่มีบัตรประจำตวั ให้ใช้ใบสตู บิ ตั ร
แทน

3) ต้นฉบบั และสำเนาทะเบยี นบา้ น 1 ใบ
4) รปู ถ่ายขนาด 1 นิว้ จำนวน 2 รปู
5) การจดทะเบยี นแทน - ถา้ คนพิการไม่สามารถไปจดทะเบยี นดว้ ยตนเอง ใหม้ อบผู้อ่นื ไปจด
ทะเบยี นแทน โดยผจู้ ดทะเบยี นแทน ตอ้ งนำเอกสารสำหรับต่อไปนี้ไปสถานทจ่ี ดทะเบยี น
6) เอกสารสำหรับจดทะเบียนของคนพกิ ารในข้อ 2 ท้งั หมด

เอกสารของผจู้ ดทะเบียนแทน ไดแ้ ก่

1) ต้นฉบับ และสำเนาบตั รประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตวั ข้า ราชการ หรือบตั ร
ประจำตวั ต่างด้าวหรือเอกสารอ่นื ท่ีราชการออกให้

2) ต้นฉบบั และสำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
3) ใบมอบอำนาจจากคนพกิ าร หรอื หนังสอื รับรองจากทางราชการ ซึ่งขอไดจ้ ากผู้ใหญ่บ้าน
กำนนั และนายอำเภอ เปน็ ต้น

7

4) คำสั่งศาลในกรณที ี่ศาลส่ังใหค้ นพิการเป็นคนเสมือนไรค้ วามสามารถ หรือไรค้ วามสามารถ
คำส่งั ศาลเรอ่ื งการจัดตัง้ ผู้ปกครองคนพกิ าร ในกรณที ค่ี นพิการไม่มบี ดิ ามารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจ
ปกครองคนพกิ าร

5) สมดุ ประจำตัวคนพกิ าร - คนพิการท่ีจดทะเบียนแลว้ จะไดร้ ับสมดุ ประจำตวั คนพิการ ซงึ่ ต้อง
นำไปแสดงเพอ่ื ขอรบั สทิ ธปิ ระโยชน์ตา่ งๆ อนง่ึ สมดุ ประจำตัวคนพกิ ารมอี ายุ 5 ปี เมอื่ หมดกำหนดตอ้ งไปจด
ทะเบยี นใหม่ ถา้ สมุดประจำตัวคนพิการสูญหาย ให้แจ้งความทส่ี ถานตี ำรวจ และนำใบแจ้งความไปขอยื่นจด
ทะเบียนใหม่

8

บัตรประจำตวั คนพกิ าร

บัตรประจำตวั คนพกิ าร กรมสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพิการ
พระราชบัญญัติสง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. 2550 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2)

พ.ศ. 2556 กำหนดใหค้ นพิการมสี ทิ ธไิ ด้รับสง่ิ อำนวยความสะดวกอนั เป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดกิ ารและ
ความช่วยเหลอื อนื่ จากรฐั เพื่อการฟนื้ ฟสู มรรถภาพ และพัฒนาตนเองได้เต็มศกั ยภาพ ใหม้ ีขดี ความสามารถที่
พร้อมในการปรบั ตวั อย่ใู นสังคมอย่างมีคุณค่า และมคี วามสุข

1. คุณสมบัตขิ องคนพิการทีย่ ืน่ คำขอ

1.1. เป็นบุคคลผูม้ ีสัญชาตไิ ทย
1.2. บคุ คลทย่ี ังไมไ่ ดแ้ จ้งเกิดหรือบุคคลท่ีไม่ปรากฏแน่ชดั วา่ สญั ชาติไทยตอ้ งดำเนนิ การตามขนั้ ตอนตาม

พระราชบัญญตั กิ ารทะเบยี นราษฎร์พ.ศ.2534 และทีแ่ ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) ก่อน

2. สถานทใ่ี หบ้ ริการออกบตั รประจำตวั คนพกิ าร

2.1. กรงุ เทพมหานคร
(1) ศูนยบ์ รกิ ารคนพกิ ารกรุงเทพมหานคร ณ กรมส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพิการ
(2) โรงพยาบาลสิรนิ ธร
(3) โรงพยาบาลผสู้ ูงอายุบางขนุ เทยี น
(4) สถาบนั ราชานุกลู
(5) โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
(6) โรงพยาบาลเมตตาประชารกั ษ์ (วดั ไรข่ งิ )
(7) ศูนยบ์ รกิ ารคนพกิ ารสายไหม เคหะเออื้ อาทรสายไหม
(8) สถาบันสุขภาพเดก็ แห่งชาติ มหาราชนิ ี (โรงพยาบาลเดก็ )

2.2. ศูนยบ์ รกิ ารคนพิการจงั หวัด

3. สถานท่ยี น่ื คำขอมบี ัตรประจำตวั คนพกิ าร

3.1. กรงุ เทพมหานคร
(1) ฝา่ ยสังคมสงเคราะหง์ านเวชศาสตร์ฟ้ืนฟู โรงพยาบาลศริ ิราช
(2) ฝา่ ยสงั คมสงเคราะห์ สถาบนั สขุ ภาพเด็กแหง่ ชาติ มหาราชนิ ี
(3) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

3.2. ตา่ งจังหวดั

9

(1) โรงพยาบาลประจำจงั หวดั /อำเภอ ท่มี ีศูนย์บรกิ ารแบบเบ็ดเสร็จในโรงพยาบาล
(2) องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
(3) หรอื หน่วยงานของรัฐอืน่ ตามท่ีผวู้ ่าราชการจงั หวดั ประกาศกำหนด

4. เอกสารหลกั ฐานประกอบการย่นื คำขอมบี ัตรประจำตัวคนพิการ

4.1. เอกสารหลกั ฐานของคนพิการ
(1) เอกสารประจาํ ตัวอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ดงั นี้
(ก) บัตรประจาํ ตัวประชาชน
(ข) บัตรประจาํ ตวั ข้าราชการ
(ค) สูติบัตรสาํ หรับบุคคลอายุต่ำกวา่ สิบหา้ ปี
(ง) หนงั สอื รบั รองการเกิดตามแบบที่กรมการปกครองกําหนด
(2) ทะเบียนบ้านของคนพิการ
กรณีที่คนพิการมีทะเบยี นบ้าน แต่ไม่มีบัตรประชาชน ต้องดำเนนิ การตามขั้นตอนตาม

พระราชบญั ญตั ิการทะเบยี นราษฎร์ พ.ศ.2534 และท่แี กไ้ ขเพิม่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2551 กอ่ น
(3) รูปถา่ ยคนพิการ ขนาด 1 นิ้ว ถา่ ยมาแล้วไม่เกนิ 6 เดือน จำนวน 2 รปู ในกรณีที่คนพิการไม่

ได้มาย่ืนคำขอด้วยตนเอง

10

(4) เอกสารรบั รองความพิการ ซึ่งรบั รองโดยผ้ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมของสถานพยาบาลของรฐั
หรอื สถานพยาบาลเอกชนทอี่ ธบิ ดปี ระกาศกาํ หนด

(5) สภาพความพิการเปน็ ท่เี ห็นได้โดยประจักษ์ ให้เจา้ หน้าท่ีผ้รู ับคำขอถ่ายสภาพความพิการไว้
เป็นหลกั ฐาน

4.2 เอกสารหลักฐานของผู้ดูแลคนพกิ าร (เปน็ ผูซ้ ่งี มชี ือ่ อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับคนพิการ หรือเป็น
ผู้ดแู ลคนพกิ ารซ่งี คนพิการอาศยั อยดู่ ้วยตามความเปน็ จริง)
(1) บตั รประชาชนของผูด้ ูแลคนพกิ าร
(2) ทะเบียนบ้านของผูด้ แู ลคนพกิ าร
กรณีคนพกิ ารมิได้มาแจง้ หรือไมส่ ามารถแจง้ ได้
(1) หนงั สอื รบั รองการเป็นผูด้ แู ลคนพกิ าร จำนวน 1 ฉบบั ผรู้ ับรอง: กาํ นนั ผ้ใู หญบ่ ้าน ข้าราชการ

พนักงานราชการ พนักงานรฐั วิสาหกิจ สมาชกิ สภาท้องถิ่น ประธานชมุ ชน ลกู จา้ งประจาํ (หน่วยงานราชการ,
รัฐวิสาหกิจ) โดยผู้รับรองต้องอาศยั อยหู่ รือปฏบิ ตั หิ น้าทใี่ นพืน้ ที่เดียวกบั ท่คี นพิการอาศยั อยใู่ นปัจจุบนั

(2) สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รบั รอง พร้อมรับรองสาํ เนา จำนวน 1 ฉบับ
- ขา้ ราชการบำนาญ ไมส่ ามารถรับรองหนงั สือน้ีได้
- การรบั รองจะสมบรู ณ์ เม่ือพยานลงนามครบถว้ น
- การรบั รองอนั เปน็ เท็จมคี วามผิดตามกฎหมายทงั้ ทางแพ่งและทางอาญา

4.3 บุคคลอื่นยื่นคำขอมีบัตรฯ แทนคนพิการ
(1) สำเนาบัตรประชาชนของบุคคลทด่ี ำเนินการแทน
(2) หนังสือมอบอำนาจ เปน็ หลักฐานวา่ ไดร้ บั มอบจากคนพกิ าร (พยานตอ้ งลงนามครบถว้ น)
- กรณคี นพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมอื นไร้ความสามารถ หรอื คนไร้ความสามารถ หรือมคี วาม

พกิ ารมากไม่สามารถดำเนนิ การเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พทิ ักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ดูแล ดำเนนิ การแทนได้
- เอกสารหลกั ฐานประกอบการยื่นคำขอมีบัตรประจำตวั คนพิการใหม่ เน่อื งจากบัตรเดิม

หมดอายุ ชำรุด สูญหาย มีการเปล่ยี นแปลงในสาระสำคัญเก่ยี วกบั คนพิการ อายคุ รบหกสบิ ปีบริบรู ณ์

5. เอกสารหลกั ฐานของคนพิการ

(1) บตั รประจำตัวคนพกิ ารใบเดมิ
(2) เอกสารประจาํ ตวั อยา่ งใดอยา่ งหนึง่ ดังนี้

(ก) บตั รประจาํ ตวั ประชาชน
(ข) สําเนาบัตรประจาํ ตัวข้าราชการ

11

(ค) สตู บิ ัตรสําหรับบุคคลอายตุ ำ่ กวา่ สิบหา้ ปี
(ง) หนังสือรบั รองการเกิดตามแบบทกี่ รมการปกครองกาํ หนด
(3) ทะเบยี นบ้านของคนพกิ าร
กรณีที่คนพกิ ารมีทะเบียนบา้ น แต่ไม่มบี ตั รประชาชน ต้องดำเนินการตามขัน้ ตอนตาม
พระราชบญั ญตั กิ ารทะเบียนราษฎร์ พ.ศ.2534 และทแี่ ก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 กอ่ น
(4) หนงั สอื สำคัญแสดงการเปล่ียนช่ือตวั หรอื ชอ่ื สกลุ
(5) รปู ถ่ายคนพกิ าร ขนาด 1 นิว้ ถ่ายมาแลว้ ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 รปู ในกรณีทค่ี นพิการไม่
ได้มาย่ืนคำขอด้วยตนเอง
(6) กรณมี ีความพกิ ารเพม่ิ หรอื เปล่ียนไปจากเดิม
- เอกสารรบั รองความพิการ ซ่ึงรับรองโดยผูป้ ระกอบวิชาชีพเวชกรรมของสถานพยาบาลของรัฐ หรือ
สถานพยาบาลเอกชนทอ่ี ธบิ ดปี ระกาศกําหนด
- สภาพความพกิ ารเป็นท่ีเหน็ ไดโ้ ดยประจกั ษ์ ให้เจา้ หนา้ ท่ีผ้รู ับคำขอถา่ ยสภาพความพิก ารไว้เป็น
หลกั ฐาน

6. เอกสารหลกั ฐานของผดู้ แู ลคนพกิ าร

ผู้ซ่ึงมชี อื่ อยู่ในทะเบียนบา้ นเดียวกนั กบั คนพกิ าร หรอื เป็นผูด้ ูแลคนพิการ ซี่งคนพิการอาศัยอยู่ด้วย
ตามความเปน็ จริง

(1) บตั รประชาชนของผู้ดแู ลคนพิการ
(2) ทะเบียนบ้านของผดู้ ูแลคนพกิ าร
กรณคี นพกิ ารมิได้มาแจง้ หรือไมส่ ามารถแจง้ ได้
(1) หนังสือรับรองการเป็นผ้ดู ูแลคนพกิ าร

- ผู้รับรอง: กํานนั ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ พนกั งานราชการ พนักงานรฐั วิสาหกจิ สมาชิกสภา
ทอ้ งถ่นิ ประธานชมุ ชน ลูกจา้ งประจํา (หนว่ ยงานราชการ, รฐั วิสาหกิจ) โดยผู้รบั รองตอ้ งอาศัยอยูห่ รอื ปฏิบตั ิ
หน้าท่ใี นพืน้ ทีเ่ ดยี วกับท่คี นพิการอาศยั อย่ใู นปจั จบุ ัน

(2) สำเนาบัตรประจำตวั ของผรู้ ับรอง พรอ้ มรบั รองสาํ เนา จำนวน 1 ฉบับ
* ข้าราชการบำนาญ ไม่สามารถรบั รองหนงั สอื นี้ได้
* การรับรองจะสมบรู ณ์ เมอื่ พยานลงนามครบถว้ น
* การรบั รองอันเปน็ เทจ็ มีความผดิ ตามกฎหมายท้ังทางแพ่งและทางอาญา

5.3 บุคคลอน่ื ยืน่ คำขอมบี ัตรฯแทนคนพกิ าร

12

(1) สำเนาบตั รประชาชนของบุคคลทีด่ ำเนินการแทน
(2) หนงั สือมอบอำนาจ เปน็ หลกั ฐานว่าได้รับมอบจากคนพกิ าร (พยานตอ้ งลงนามครบถ้วน*)
กรณคี นพิการเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรอื คนไร้ความสามารถ หรือมคี วามพิการถึงข้ันไม่
สามารถดำเนนิ การเองได้ ผปู้ กครอง ผพู้ ทิ กั ษ์ ผูอ้ นบุ าล หรอื ผูด้ ูแล ดำเนนิ การแทนได้
กรณคี นพกิ ารที่มบี ตั รประจำตวั คนพิการถงึ แกค่ วามตาย หรือได้รบั การแก้ไข ฟ้นื ฟู จนไม่มีสภาพความพิการ
หรือมคี วามประสงคย์ กเลกิ การมบี ัตรประจำตวั คนพกิ าร ให้ผูม้ บี ัตรประจำตวั คนพกิ ารหรือบุคคลท่ดี ำเนนิ การ
แทน แจง้ ตอ่ นายทะเบยี นเพ่อื จำหนา่ ยออกจากทะเบยี นบตั รประจำตัวคนพิการต่อไป
6.1 เอกสารหลกั ฐานประกอบการย่นื คำขอ กรณคี นพิการทม่ี บี ตั รประจำตัวคนพิการถงึ แกค่ วามตาย
(1) บัตรประจำตวั คนพิการ (ถา้ มี)
(2) บัตรประจำตัวประชาชนของคนพกิ าร
(3) ทะเบียนบา้ นของคนพิการ
(4) สำเนาใบมรณะบตั ร
6.2 เอกสารหลักฐานประกอบการยืน่ คำขอ กรณไี ด้รับการแก้ไขฟน้ื ฟจู นไม่มสี ภาพความพกิ าร หรือมคี วาม
ประสงค์ยกเลกิ การมบี ัตรประจำตวั คนพิการ
(1) บตั รประจำตัวคนพกิ าร
(2) บตั รประจำตัวประชาชนของคนพิการ
(3) ทะเบยี นบ้านของคนพิการ
(4) เอกสารรับรองความพกิ าร ซึ่งรบั รองโดยผ้ปู ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมของสถานพยาบาลของ รัฐ
หรอื สถานพยาบาลเอกชนทอี่ ธิบดปี ระกาศกาํ หนด
(5) ย่นื คำขอแทน ใช้สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชนหรือสำเนาทะเบยี นบ้านของผู้ดำเนินก ารแทน
และหนงั สือมอบอำนาจ (พยานตอ้ งลงนามครบถ้วน*)
กรณีคนพกิ ารเปน็ ผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรอื มีความพิการถึงข้ัน
ไม่สามารถดำเนนิ การเองได้ ผู้ปกครอง ผพู้ ิทกั ษ์ ผู้อนบุ าล หรอื ผู้ดแู ล ดำเนินการแทนได้
สิทธิการอทุ ธรณ์
1. กรณีคนพกิ ารไม่ไดร้ ับอนมุ ตั ใิ ห้มีบัตรประจำตวั คนพิการ อาจยนื่ อุทธรณเ์ ปน็ หนงั สือตอ่ นายทะเบียน
แห่งน้ัน ภายในสบิ หา้ วัน นบั แตว่ ันท่ีได้รบั คำสง่ั ดังกลา่ ว
2. ให้นายทะเบยี นพจิ ารณาคำอุทธรณ์ให้แลว้ เสร็จภายในหกสิบวันนับแตว่ นั ทไ่ี ด้รบั คำอทุ ธรณ์แล้ว ใหแ้ จง้
ผลการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมเหตุผลเป็นหนังสอื ต่อผู้อทุ ธรณ์ทราบภายในสิบหา้ วันนับแต่วันท่ีพิจารณ า
อทุ ธรณเ์ สรจ็ คำวนิ จิ ฉัยของนายทะเบียนใหเ้ ปน็ ที่สุด

13

สทิ ธปิ ระโยชน์และความคุ้มครองคนพิการ
คนพิการทีม่ บี ตั รประจำตวั คนพิการแลว้ สามารถยื่นคำขอใช้สิทธเิ ขา้ ถงึ และใชป้ ระโยช น์ได้จากสิ่ง

อำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวสั ดิการและความชว่ ยเหลอื อนื่ จากรฐั ตามมาตรา 20 แหง่
พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพกิ าร พ.ศ. 2550 หรือตามท่กี ฎหมายอนื่ กำหนด ได้แกก่ าร
คุ้มครองสิทธิคนพิการด้านบริการฟืน้ ฟูสมรรถภาพโดยกระบวนทางการแพทย์ ในเรื่องการบรกิ ารฟ้นื ฟู
สมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ และคา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาล ค่าอปุ กรณ์เครื่องชว่ ยความ
พิการ และสอื่ ส่งเสริมพฒั นาการเพอื่ ปรบั สภาพทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม พฤตกิ รรม สติปญั ญา การ
เรียนรู้ หรอื เสริมสร้างสมรรถภาพใหด้ ีขึ้น

การคุ้มครองสทิ ธคิ นพกิ ารทางการศึกษา ในเร่ืองการศึกษาตามกฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแห่งชาติ
หรอื แผนการศึกษาแหง่ ชาตติ ามความเหมาะสมในสถานศกึ ษาเฉพาะ หรือในสถานศึกษาท่ัวไป หรอื การศึกษา
ทางเลอื ก หรอื การศึกษานอกระบบ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกย่ี วกับส่ิงอำนวยความสะดวกส่อื บริการ
และความช่วยเหลอื อน่ื ใดทางการศกึ ษา สำหรบั คนพิการใหก้ ารสนบั สนุนตามความจำเป็นและเหมาะสมอย่าง
ทว่ั ถงึ

การคุม้ ครองสทิ ธิคนพกิ ารดา้ นการประกอบอาชพี และการมีงานทำ ในเร่ืองการฟ้นื ฟูสมรรถภาพด้ าน
อาชีพ การใหบ้ รกิ ารท่ีมีมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงาน มาตรการเพ่ือการมงี านทำ ตลอดจนได้รบั การส่งเสริม
ประกอบอาชีพอิสระ และบริการส่อื สิ่งอำนวยความสะดวกเทคโนโลยี หรือความชว่ ยเหลอื อื่นใด เพื่อการ
ทำงานและประกอบอาชพี ของคนพกิ าร

การคุ้มครองสิทธิคนพิการทางสงั คมและสวัสดิการสังคม เพ่ือให้การคุม้ ครองสิทธคิ นพกิ ารทางสังคม
และสวสั ดกิ ารสงั คมเปน็ ไปอย่างท่ัวถงึ เช่น การให้บรกิ ารล่ามภาษามอื การชว่ ยเหลือทางกฎหมาย การจัดใหม้ ี
ผู้ช่วยคนพิการ การปรบั สภาพแวดลอ้ มที่อยอู่ าศยั ใหแ้ กค่ นพกิ าร การชว่ ยเหลอื คนพกิ ารท่ไี ม่มีผู้ดูแล การ
สง่ เสรมิ สนับสนนุ ผ้ดู แู ลคนพกิ าร และการจัดสวัสดกิ ารเบยี้ ความพิการ

การจัดให้มสี ่ิงอำนวยความสะดวก ที่คนพิการเขา้ ถึงได้ เพ่ือคุ้มครองสทิ ธคิ นพิการมใี ห้สภาพแวดลอ้ ม
เป็นอุปสรรคตอ่ การเข้ามามสี ว่ นร่วมทางสังคมสำหรบั คนพกิ าร

การขจดั การเลือกปฏบิ ตั โิ ดยไมเ่ ปน็ ธรรมต่อคนพิการ ไดก้ ำหนดหา้ มหน่วยราชการ องค์กรเอกชนหรอื
บุคคลกระทำการทมี่ ีการเลอื กปฏิบตั ิ โดยไม่เป็นธรรมต่อคนพกิ ารในเรือ่ งที่เกี่ยวข้องกบั การกำหนด นโยบาย
กฎ ระเบยี บ มาตรการ โครงการ หรอื วิธีปฏบิ ตั ิของหน่วยงานของรับ องคก์ รเอกชน หรือบุคคลใดในลกั ษณะท่ี
เป็นการเลอื กปฏิบตั โิ ดยไมเ่ ป็นธรรมตอ่ คนพิการ และให้หมายความรวมถึงการกระทำหรืองดเวน้ การกระทำใด

14

ที่กระทบตอ่ คนพกิ ารแมจ้ ะไมม่ จี ุดมุง่ หมายเป็นการเลือกปฏบิ ตั ติ อ่ คนพกิ ารโดยตรง แตผ่ ลของการกระทำน้ัน
ทำให้คนพิการต้องเสียสิทธิประโยชน์ท่ีควรจะได้รับ เพราะเหตุผลแห่งความพิการด้วย ทั้งน้ี กฎหมาย
กำหนดให้คนพิการท่ีได้รบั หรอื จะได้รับความเสียหายจากการกระทำในลักษณะที่เปน็ การเลือกปฏิบัติไม่เป็น
ธรรมตอ่ คนพกิ ารสิทธริ ้องขอตอ่ คณะกรรมการสง่ เสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการแห่งชาติใหม้ คี ำสัง่ เพิก
ถอนการกระทำหรอื หา้ มมใิ ห้กระทำการนัน้ ได้

15

กองทุนส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ

ความเปน็ มาของกองทุน
กองทนุ ส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ จดั ตัง้ ขน้ึ ตามพระราชบัญญตั ิสง่ เส ริมและ พัฒนา
คณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร พ.ศ.2550 มาตรา 23 ให้จัดต้งั กองทนุ ขน้ึ กองทนุ หนง่ึ ใน สํานักงาน เรียกว่า “กองทุน
ส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร” เพอื่ เป็นทนุ สาํ หรับการใช้จ่ายเกยี่ วกบั การคุ้มค รองและพัฒนา
สมรรถภาพคนพกิ าร การศกึ ษาและการ ประกอบอาชีพของคนพกิ าร รวมทั้งการสง่ เสริมและการสนับสนนุ การ
ดําเนนิ งานของ องค์กรทีเ่ กีย่ วข้องกับคนพกิ าร โดยจัดสรรให้อย่างเปน็ ธรรมและทวั่ ถงึ
วสิ ัยทศั น์
"การบรหิ ารจัดการเงินทุนเพอ่ื ยกระดบั คุณภาพชีวติ และเสรมิ พลงั คนพกิ าร มงุ่ สง่ เสริมสังคมแหง่ ความเท่า
เทยี ม"
พนั ธกิจ
"สรา้ งการเขา้ ถงึ โอกาศทีเ่ ทา่ เทยี มผ่านนวฒั ตกรรม และความรว่ มมอื ของทุกภาคสว่ น ภายในหลักธรรมาธบิ าล
ดว้ ยใจบริการ โดยยดึ คนพกิ ารเป็นศูนย์กลาง"
รปู แบบการใหบ้ รกิ าร
1) การให้บรกิ ารกยู้ มื เงิน เป็นการบรกิ ารคนพิการ และผู้ดแู ลคนพิการ เพ่ือเป็นทนุ ประกอบอาชีพหรือ
ขยายกิจการ รายบคุ คลรายละไมเ่ กิน 60,000 บาท รายกลมุ่ กลมุ่ ละไม่เกิน 1 ลา้ นบาท ผอ่ นชำระภายใน
ระยะเวลาไมเ่ กิน 5 ปี โดยไมค่ ดิ ดอกเบย้ี ทัง้ นี้ หากมผี ู้ประสงคจ์ ะกู้ยมื เงนิ เกินกวา่ วงเงินท่กี ำหนด ให้มีการ
พจิ ารณาเปน็ ราย ๆ ไป โดยไม่เกนิ 120,000 บาท
2) การสนับสนุนโครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร เปน็ ตามระเบียบคณ ะก รรมก าร
สง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพกิ ารแหง่ ชาติ วา่ ด้วยการพิจารณาอนมุ ตั ิการจา่ ยเงินเพื่อการส่งเส ริมและ
พฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร และการจดั ทำรายงานสถานะการเงนิ และการบริหารกองทุนสง่ เสริมและพัฒนา
คุณภาพชีวติ คนพกิ าร พ.ศ. 2552
3) สง่ เสริมการจา้ งงานคนพกิ าร เพื่อเป็นการสง่ เสริมใหค้ นพกิ ารมงี านทำ มรี ายได้เพียงพอสำหรบั การ
ดำรงชพี ลดภาระของสังคม และพัฒนาใหค้ นพกิ ารมีคณุ ภาพชวี ติ ที่ดีข้นึ ตลอดจนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้
อยา่ งมศี ักดิ์ของความเป็นมนษุ ย์

16

บรกิ ารผชู้ ่วยคนพิการ

วิธกี ารยื่นคำขอใชบ้ รกิ ารผชู้ ว่ ยคนพิการ คนพกิ ารตอ้ งมคี ณุ สมบัติดังนี้

1) มบี ัตรประจำตวั คนพิการ
2) เป็นคนพิการที่มคี วามจำเป็นตอ้ งใช้ผชู้ ่วยคนพิการ เพอื่ ใหส้ ามารถปฏิบัติกิจวัต รที่สำคัญใ นก าร

ดำรงชวี ติ ได้
3) ไมไ่ ด้รับความชว่ ยเหลอื จากหน่วยงานของรฐั อ่นื หรือไดร้ ับแตไ่ มเ่ พียงพอ

หลกั ฐานท่ใี ชใ้ นการย่นื คำขอ

1) คนพิการที่ประสงคจ์ ะย่ืนคำขอมีผู้ช่วยคนพิการ จะต้องเตรียมหลักฐานดังต่อไปนี้ ไปแสดงต่อ
เจา้ หน้าที่ ณ หนว่ ยรับคำขอ หรือหน่วยบริการในพ้นื ท่ี

2) สำเนาบตั รประจำตัวประชาชน พร้อมเซ็นรบั รองสำเนาถูกต้อง
3) รูปถา่ ย 1 น้วิ หรือ 2 น้ิว จำนวน 2 ใบ
4) แบบคำขอมีผูช้ ว่ ยคนพิการ (แบบ ผช.1) จำนวน 1 ชุด (ดาวน์โหลดได้จากเอกสารประกอบด้านลา่ ง)

ในกรณที ี่คนพิการเปน็ ผเู้ ยาวห์ รือมีความพิการถงึ ข้นั ท่ีไมส่ ามารถยื่นคำขอดว้ ยตนเองได้ ใหผ้ ู้ดแู ลคน
พิการยน่ื คำขอแทนได้

สถานทยี่ น่ื คำขอใช้บรกิ ารผชู้ ว่ ยคนพิการ

กรงุ เทพมหานคร ยื่นต่อศนู ยบ์ รกิ ารคนพิการกรุงเทพมหานคร กรมสง่ เสริมและพฒั นาคณุ ภาพชีวิต
คนพิการ กระทรวงพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์

ตา่ งจงั หวัด ยน่ื ต่อสำนักงานพัฒนาสงั คมปละความมัน่ คงของมนุษย์จงั หวดั หรอื หนว่ ยบรกิ ารในพื้นท่ี
ทผ่ี ู้วา่ ราชการจงั หวดั ประกาศกำหนด

17

การรับคนพิการเข้าสถานคมุ้ ครอง

18

19

ล่ามภาษามอื

สทิ ธิประโยชน์
การให้บรกิ ารสำหรบั คนพิการทางการไดย้ นิ หรอื ส่อื ความหมายในดา้ นตา่ ง ๆ อาทิ

1) ดา้ นการแพทย์ หรอื สาธารณสุข
2) ดา้ นการประกอบอาชพี สมัครงาน หรือการติดตอ่ ประสานงาน
3) การรอ้ งทกุ ข์ การกล่าวโทษ หรอื เป็นพยานในชน้ั พนกั งานสอบสวน
4) งานทะเบยี น และบตั รประจำตวั ประชาชนหรอื บัตรแสดงตนอน่ื ๆ ซง่ึ มีคนพิการทางการได้ยินเขา้ รว่ ม

ดว้ ย
5) การเข้ารว่ มประชุม สัมมนา หรือการฝึกอบรม
6) การตดิ ตอ่ หน่วยงานภาครฐั หรอื รับบรกิ ารสาธารณะอ่ืน ๆ
เอกสารหลักฐาน
1) แบบขอรบั บรกิ ารล่ามภาษามือ (ลม.03)
2) บัตรประจำตวั คนพิการ
คณุ สมบัติ
1) คนพกิ ารทางการไดย้ นิ หรือสือ่ ความหมายทมี่ ีบตั รประจำตัวคนพิการ

หนว่ ยบรกิ ารลา่ มภาษามือขององค์กรด้านคนพกิ ารทีไ่ ดร้ ับรองมาตรฐาน
1) สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยบริการล่ามภาษามือในท้องที่ 76 จังหวัด
ทีอ่ ยู่: 1/8-9 ซอยออ่ นนชุ 64 แขวงออ่ นนชุ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250 โทรศัพท:์ 02-
012-7459, 02-012-7460 โทรสาร: 02-012-7461
2) กลุ่มสมาชกิ คนหหู นวกภาคเหนือ จังหวดั เชยี งใหม่ เป็นหนว่ ยบริการลา่ มภาษามือในพืน้ ที่ภาคเหนือ
จำนวน 17 จงั หวัด ได้แก่ เชยี งใหม่ ลำพูน ลำปาง อตุ รดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย แมฮ่ ่องสอน
นครสวรรค์ อทุ ัยธานี กำแพงเพชร ตาก สโุ ขทัย พิษณโุ ลก พิจติ ร และเพชรบรู ณ์ ที่อยู่:182/4 หมู่ที่
10 ซอยโชคทวี 2 ตำบลดอนแกว้ อำเภอแมร่ มิ จงั หวดั เชียงใหม่ 50180 โทรศพั ท:์ 053-218-455
3) กลุม่ สมาชกิ คนหูหนวกภาคกลาง เป็นหนว่ ยบริการล่ามภาษามือในพ้ืนที่ ภาคกลาง จำนวน 26
จงั หวัด ได้แก่ กรงุ เทพมหานคร กาญจนบุรี ชยั นาท สุพรรณบรุ ี ฉะเชิงเทรา จันทบรุ ี สมุทรสาคร
สมทุ รสงคราม ชลบรุ ี นนทบรุ ี นครปฐม พระนครศรอี ยุธยา ราชบรุ ี ระยอง สมทุ รปราการ นครนายก
สระบุรี สงิ ห์บรุ ี อ่างทอง ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ลพบรุ ี ปทมุ ธานี ปราจนี บุรี เพชรบรุ ี และสระแก้ว

20

ทอี่ ยู่: 223 ถนนสาครธนากร ตำบลสนามจนั ทร์ อำเภอเมือง จงั หวัดนครปฐม 73000 โทรศพั ท์: 091-
7825-386
4) กลุ่มสมาชิกคนหหู นวกภาคใต้ จงั หวดั สงขลา เปน็ หนว่ ยบริการล่ามภาษามือในพืน้ ทภ่ี าคใต้ จำนวน
14 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สรุ าษฎรธ์ านี ระนอง ชุมพร สตูล ตรัง พัทลุง
ปตั ตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา
ท่ีอยู่: 133 ซอย 3 หมู่ 18 ถนนเพชรเกษม ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
โทรศพั ท์: 074-802-112 โทรสาร: 074-802-112
5) ชมรมคนหูหนวกจังหวัดกาญจนบรุ ี เป็นหน่วยบริการล่ามภาษามือในพื้นท่ีจังหวดั กาญจนบรุ ี
ทีอ่ ย:ู่ 2/2 หอ้ งแถววัดใต้ ถนนวสิ ุทธรังสี ตำบลบา้ นเหนือ อำเภอเมอื ง กาญจนบุรี 71000 โทรศัพท์:
087-167-8578
6) ชมรมคนหูหนวกจังหวัดนครพนม เป็นหน่วยบริการล่ามภาษามือในพื้นที่จังหวัดนครพนม
ที่อยู่: เลขที่ 3 อาคาร รพช.เดิม ถนนขา้ งเรือนจำ ตำบลในเมอื ง อำเภอเมอื ง จังหวัดนครพนม 48000
โทรศพั ท์: 042-513-900, 042-513-900
7) ชมรมคนหูหนวกจังหวัดพิษณุโลก เป็นหน่วยบริการล่ามภาษามือในพืน้ ที่จังหวัดพิษณุโลก
ที่อยู่: กองการประปา เทศบาลนครพษิ ณุโลก (ส่วนวัดโพธ์ิ) ถนนพษิ ณโุ ลก-เตง็ หนาม ตำบลหัวรอ
อำเภอเมือง จังหวดั พษิ ณโุ ลก 65000 โทรศัพท:์ 084-929-1618 (ลา่ มภาษามอื ), 096-987-7384
8) สมาคมสมาพันธ์เครือขา่ ยเด็กและสตรีหูหนวกไทย เปน็ หนว่ ยบรกิ ารลา่ มภาษามือแ ก่ค นพิก าร
ทางการได้ยนิ เฉพาะในพื้นท่ี 26 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เพชรบรุ ี ชัยนาท นครนายก
นครปฐมนนทบรุ ี ปทุมธานี ลพบรุ ี พระนครศรอี ยธุ ยา สมทุ รปราการ สมุทรสงคราม สมทุ รสาคร
สระบรุ ี สพุ รรณบรุ ี อ่างทอง ฉะเชงิ เทรา ชลบุรี ระยอง จนั ทบรุ ี ตราด พษิ ณุโลก พิจติ ร สุโขทัย
นครสวรรค์ อุทัยธานี และกำแพงเพชร
ทอ่ี ยู่: 98/6 บ้านกลางเมอื ง ซอยออ่ นนุช 17 แยก 16 ถนนสุขมุ วิท77 เขตสวนหลวง กรงุ เทพมหานคร
10250 โทรศพั ท์: 092-812-7322 โทรสาร 02-720-0640
9) ชมรมคนหูหนวกจังหวดั สุโขทยั เปน็ หน่วยบริการล่ามภาษามอื ในพื้นท่จี งั หวัดสุโขทยั
ที่อยู่: 119/1 หมทู่ ่ี 1 ตำบลปากแคว อำเภอเมอื งสโุ ขทัย จังหวดั สุโขทัย 64000 โทรศัพท:์ 055-010-
107
10) มูลนิธิสากลเพ่ือคนพิการ เป็นหนว่ ยบรกิ ารลา่ มภาษามอื ในพื้นท่ปี ริมณฑล ไดแ้ ก่ จังหวัดนครปฐม
นนทบรุ ี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมทุ รสาคร และกรุงเทพมหานคร

21

ที่อยู่: 27/5 ซอย อรุณอมรินทร์ 39 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงอรณุ อมรินทร์ เขตบางกอกนอ้ ย
กรงุ เทพมหานคร 10500 โทรศัพท์: 02-886-1188, 02-886-0955, 02-424-9230 โทรสาร: 02-886-
00956 ต่อ 113
11) ศนู ยบ์ รกิ ารคนหหู นวกจังหวดั สระบุรี เป็นหนว่ ยบริการล่ามภาษามือในพ้ืนท่สี ระบรุ ี
ที่อย:ู่ 12/13 ซอย 13 ถนนสุดบรรทดั ตำบลปากเพรียว อำเภอเมอื ง จังหวดั สระบุรี 18000 โทรศพั ท:์
083-099-1508

สถานทต่ี ิดต่อ

1) กรงุ เทพมหานคร ยืนต่อหนว่ ยบรกิ ารลา่ มภาษามือทใ่ี ห้บริการในพน้ื ที่กรุงเทพมหานคร มดี งั นี้
- กลมุ่ สมาชกิ คนหหู นวกภาคกลาง
- สมาคมคนหูหนวกแหง่ ประเทศไทย
- สมาคมสมาพนั ธเ์ ครอื ขา่ ยเด็กและสตรหี หู นวกไทย
- มูลนธิ สิ ากลเพื่อคนพิการ

2) สว่ นภมู ิภาค ยนื ตอ่ สำนักงานพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษยจ์ งั หวัด หรือศนู ยบ์ รกิ ารคนพกิ าร
ระดบั จังหวัดและหนว่ ยบริการล่ามภาษามอื ในพ้ืนที่

22

เงินสงเคราะห์

เงินอุดหนุนเงนิ สงเคราะหแ์ ละฟืน้ ฟสู มรรถภาพคนพกิ าร

สิทธิประโยชน์

1. ชว่ ยเหลอื คนพกิ าร ท่ปี ระสบปัญหาความเดือดรอ้ น อยู่ตามลำพัง ไมม่ ผี ู้ดแู ล อุปการะ
2. ชว่ ยเหลือครอบครวั คนพกิ ารท่ีประสบปญั หาความเดือดร้อน ขาดแคลน ขัดสน ส่งผลกระทบ ต่อการ

ดแู ลคนพิการ
3. ให้ความชว่ ยเหลอื เปน็ เงินหรอื ส่ิงของ เคร่อื งอุปโภค บริโภค ครง้ั ละไม่เกนิ 3,000 บาท/ครอบครัว

และปีละไม่เกนิ 3 ครงั้

เอกสารหลักฐาน

1. บัตรประจำตัวคนพกิ าร
2. สมุดบญั ชีธนาคาร

กระบวนการ / ขัน้ ตอน

1. สอบข้อเท็จจรงิ /ตรวจสอบคำรอ้ ง
2. ลงพน้ื ท่ีเยี่ยมบา้ นตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์
3. คณะกรรมการพจิ ารณาเงนิ สงเคราะหฯ์
4. เสนอ อพก. /พมจ. /หวั หนา้ หนว่ ยงาน พจิ ารณาอนมุ ัติให้ความช่วยเหลือ
5. มอบเงนิ สงเคราะหฯ์ ใหแ้ กค่ นพกิ ารและครอบครัว ผ่านทางบญั ชธี นาคาร

หมายเหตุ : ตามระเบียบกรมสง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ว่าด้วยเงินอุดหนุนเงนิ
สงเคราะห์ และพนื้ ฟสู รรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2558

สถานทตี่ ดิ ต่อ

1. กรุงเทพมหานคร ยื่นต่อศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการคนพิการ
กรงุ เทพมหานครสาขา4 แห่ง ไดแ้ ก่ สาขาสายไหม ลาดกระบัง มีนบุรี และสาขาอ้อมน้อย

2. สว่ นภมู ภิ าค ยนื่ ตอ่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย์จังหวดั หรอื ศูนยบ์ รกิ ารคนพกิ าร
ระดบั จังหวดั

23

24

การจา้ งงานคนพิการตามพระราชบัญญตั สิ ่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2556

พระราชบัญญัตสิ ่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร พ.ศ. 2550 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ 2)
พ.ศ. 2556 กำหนดใหน้ ายจา้ งหรอื เจา้ ของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิก ารเพื่อ
ประโยชน์ในการส่งเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ ใหค้ นพกิ ารไดม้ สี ่วนรว่ มในสังคม มีโอกาสในการ
เข้าถงึ การประกอบอาชพี ไดใ้ ช้ศักยภาพของตนเอง และสามารถพง่ึ พาตนเองได้ โดยมาตราท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการ
จ้างงานคนพกิ าร ได้แก่ มาตรา 33 34 35 36 37 38 และ 39 โดยมีรายละเอยี ดดังนี้

พระราชบญั ญตั ิสง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ พระราชกฤษฎกี า ออกตามความในประมวล

คนพกิ าร พ.ศ. 2550 รษั ฎากรว่าด้วยการยกเวน้ รัษฎากร

มาตรา 33 ใหส้ ถานประกอบการและหนว่ ยงานของรัฐรบั นายจ้างหรอื เจา้ ของสถานประกอบการสามารถนำ

คนพิการเข้าทำงาน คา่ ใชจ้ า่ ยในการจ้างคนพิการ (เงนิ เดอื น คา่ ล่วงเวลา

อตั ราส่วน 100:1 คอื ต้องจ้างคนพกิ าร 1 คนต่อลกู จ้าง/ ฯลฯ) มาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ

เจ้าหนา้ ที่ 100 คน เศษของลูกจา้ ง/เจ้าหน้าท่ี 50 คน ได้ 2 เทา่ [2]

ตอ้ งรบั คนพกิ ารเพิ่มอีก 1 คน [1]

มาตรา 34 หากสถานประกอบการไมไ่ ด้รับคนพกิ ารเข้า นายจ้างหรอื เจา้ ของสถานประกอบการสามารถนำ

ทำงานตามจำนวนทกี่ ำหนด ให้สง่ เงนิ เขา้ กองทุนส่งเสรมิ จำนวนเงินทสี่ ง่ เขา้ กองทุนฯ มาลงเปน็ รายจ่ายใน

และพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร จำนวนเทา่ กบั คา่ แรงขนั้ การคำนวณกำไรสทุ ธิไดเ้ ทา่ ที่จ่ายจริง

ตำ่ ครั้งล่าสดุ ในปกี ่อนส่งเงนิ เข้ากองทุนฯ x

365 (วนั ) x จำนวนคนพิการที่ไมร่ ับเขา้ ทำงาน

หากสถานประกอบการที่ต้องสง่ เงินเข้ากองทนุ ฯ แต่ไม่ได้

ส่ง สง่ เงนิ ลา่ ชา้ หรอื ส่งเงินไมค่ รบถ้วน ต้องเสียดอกเบี้ย

รอ้ ยละ 7.5 ตอ่ ปีของจำนวนเงินทีย่ งั ไม่ได้สง่ เข้ากองทุนฯ

มาตรา 35 ในกรณีที่หน่วยงานของรฐั ไมป่ ระสงค์จะรบั ตามคำส่ังกรมสรรพากรฯ [3] สถานประกอบการที่

คนพิการเขา้ ทำงานตามมาตรา 33 หรอื สถาน ดำเนินการตามมาตรา 35 มสี ทิ ธไิ ดร้ ับสิทธิทางภาษี

ประกอบการไมป่ ระสงค์จะรับคนพิการเขา้ ทำงานตาม ดงั น้ี

มาตรา 33 และไม่ประสงคจ์ ะส่งเงนิ เข้ากองทุนฯ ตาม -การให้สมั ปทาน และการจัดสถานทจี่ ำหนา่ ยสนิ คา้

มาตรา 34 หนว่ ยงานของรฐั หรือสถานประกอบการนนั้ หรือบรกิ าร ไม่มสี ิทธนิ ำมูลค่าการใหค้ นพกิ ารได้ใช้

อาจดำเนนิ การ สทิ ธิประโยชน์ในทรพั ยส์ นิ มาลงเป็นรายจ่ายในการ

ใหส้ ัมปทานจัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ คำนวณกำไรสุทธิ

จดั จา้ งเหมาชว่ งงานหรือจา้ งเหมาบริการด้วยวิธพี ิเศษ

25

พระราชบญั ญตั ิสง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพชวี ิต พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวล
คนพกิ าร พ.ศ. 2550 รัษฎากรว่าดว้ ยการยกเว้นรัษฎากร

ฝกึ งาน จดั ใหม้ อี ปุ กรณ์อำนวยความสะดวก -การจัดจา้ งเหมาช่วงหรอื จา้ งเหมาบรกิ ารด้วยวิธี
จัดใหม้ ีล่ามภาษามอื ให้ความชว่ ยเหลอื อ่ืนใดแก่คนพกิ าร พิเศษทีเ่ ป็นไปเพ่อื กิจการของตน หรือเปน็ ไปเพอ่ื
หรอื ผู้ดแู ลคนพกิ ารก็ได้ การกศุ ลสาธารณะหรอื เพ่ือการสาธารณ-ประโยชน์
โดยเป็นการจดั จา้ งเหมาชว่ งงานหรือจ้างเหมาบรกิ าร
ไปยังสถานทด่ี งั ต่อไปน้สี ามารถนำมาลงเป็นรายจ่าย
ในการคำนวณกำไรสทุ ธไิ ด้เท่าทีจ่ ่ายจริง
ก. สว่ นราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบบรหิ าร
ราชการแผ่นดนิ
ข. สภากาชาดไทย
ค. วัดวาอาราม
ง. สถานพยาบาลของทางราชการหรือองค์การของ
รัฐบาล
จ. สถานศึกษาของทางราชการหรือองค์การของ
รัฐบาล สถานศกึ ษาท่ตี ั้งขน้ึ ตามกฎหมายวา่ ด้วย
โรงเรยี นเอกชน และสถาบันอดุ มศึกษาเอกชนตาม
กฎหมายว่าดว้ ยสถาบันศกึ ษาเอกชน
ฉ. งค์การหรอื สถานสาธารณกศุ ลท่รี ัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกจิ จา
นุเบกษา
-การฝึกงาน และการจัดให้มลี ่ามภาษามอื สามารถ
นำมาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไรสทุ ธไิ ด้เทา่ ที่
จ่ายจรงิ
-การจัดใหม้ ีอุปกรณห์ รอื สงิ่ อำนวยความสะดวก
สามารถนำมาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไร
สุทธิได้ 2 เท่า [4]
-การใหค้ วามช่วยเหลอื อืน่ ใดแกค่ นพิการหรือผดู้ ูแล
คนพกิ าร เชน่ การซื้ออปุ กรณใ์ นการประกอบอาชีพ
ใหก้ ับคนพิการ สามารถนำมาลงเปน็ รายจ่ายในการ
คำนวณกำไรสทุ ธไิ ด้เทา่ ทจ่ี า่ ยจรงิ แต่ถา้ ใหเ้ งินคน
พกิ ารโดยไมม่ ีวตั ถปุ ระสงค์ในการสรา้ งงานใหก้ ับคน

26

พระราชบัญญัตสิ ง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิต พระราชกฤษฎกี า ออกตามความในประมวล

คนพกิ าร พ.ศ. 2550 รษั ฎากรว่าด้วยการยกเวน้ รัษฎากร

พิการ กรณนี ้ไี มม่ สี ิทธินำมาลงเป็นรายจา่ ยในการ

คำนวณกำไรสทุ ธิ

มาตรา 36 เลขาธิการสำนกั งานสง่ เสรมิ และพัฒนา

คุณภาพชวี ิตคนพกิ ารมอี ำนาจออกคำสงั่ เป็นหนงั สือให้

อายัดทรพั ยส์ ินของสถานประกอบการซึง่ ไม่ส่งเงนิ ท่ี

จะต้องสง่ ตามมาตรา 34

มาตรา 37 เอกชนซ่งึ ไดจ้ ัดให้มีอุปกรณ์ สิง่ อาํ นวยความ การจัดให้มอี ปุ กรณห์ รือสงิ่ อำนวยความสะดวก

สะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะบรกิ าร สามารถนำมาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไร

ขนส่ง หรอื บริการสาธารณะอ่นื ใหค้ นพกิ ารสามารถ สทุ ธไิ ด้ 2 เทา่ [5]

เขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชนไ์ ด้ มสี ทิ ธิไดร้ บั การลดหยอ่ นภาษี

หรอื ยกเว้นภาษเี ป็นรอ้ ยละของจำนวนเงินค่าใช้จา่ ยตามที่

กฎหมายกำหนด

มาตรา 38 สถานประกอบการท่ีจา้ งคนพกิ ารเขา้ ทำงาน นายจ้างหรอื เจา้ ของสถานประกอบการสามารถนำ

มากกว่าร้อยละ 60 ของลูกจา้ ง โดยมรี ะยะเวลาจา้ งเกิน ค่าใช้จ่ายในการจา้ งคนพิการ (เงนิ เดือน คา่ ล่วงเวลา

กวา่ 180 วนั ในปภี าษใี ดมสี ทิ ธิได้รับยกเว้นภาษีเงนิ ไดใ้ นปี ฯลฯ) มาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ

ภาษนี ้นั ได้ 3 เท่า [6]

27

พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ พระราชกฤษฎกี า ออกตามความในประมวล
คนพกิ าร พ.ศ. 2550 รัษฎากรวา่ ด้วยการยกเว้นรษั ฎากร

มาตรา 39 ให้สำนักงานส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ
คนพกิ ารมีอำนาจประกาศโฆษณาขอ้ มลู การปฏบิ ตั ิหรือไม่
ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 ตอ่
สาธารณะอยา่ งน้อยปลี ะหนงึ่ ครั้ง
ในกรณีทรี่ ฐั หรอื หน่วยงานของรฐั จะพิจารณาใหส้ มั ปทาน
การสง่ เสริมการลงทนุ การประกาศเกียรติคุณ สนิ เชื่อ
รางวลั เครอื่ งราช-อิสรยิ าภรณ์ หรือสทิ ธิประโยชน์อ่ืนใด
แกส่ ถานประกอบการ ให้นําข้อมลู ทีไ่ ด้ประกาศโฆษณา
ข้อมลู การปฏบิ ัติหรอื ไม่ปฏบิ ตั ติ าม
มาตรา 33, 34 และ 35 มาประกอบด้วย
ปจั จุบนั สำนักงานส่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คน
พกิ ารแหง่ ชาติ (พก.) ไดม้ ีการพจิ ารณารางวัล “องคก์ รท่ี
สนบั สนนุ งานด้านคนพิการ ประจำป”ี ไดแ้ ก่
1) องค์กรท่สี ่งเสริมการมงี านทำของคนพกิ ารตาม
มาตรา 33, 35
2) องค์กรท่สี นบั สนุนคนพกิ ารในดา้ นตา่ ง ๆ
นอกเหนือจากการดำเนนิ การตามมาตรา 35
3) องค์กรสื่อมวลชนท่ีสนับสนนุ งานดา้ นคนพิการ

มาตรา 33 การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการและหนว่ ยงานของรัฐ

การคำนวณอตั ราสว่ นการจ้างงานคนพกิ าร

มาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานรัฐรับคนพกิ ารเข้าทำงาน
ตามลักษณะงานในอตั ราสว่ นทีเ่ หมาะสมกับผูป้ ฏิบตั ิงานในสถานประกอบการหรอื หนว่ ยงานของรัฐ ซึง่ ตาม
กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการท่ีนายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการและหนว่ ยงานของรัฐ จะต้อง
รบั เข้าทำงาน และจำนวนเงินทีน่ ายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําสง่ เข้ากองทุนส่ง เสริมและ
พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการ พ.ศ. 2554 และฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2560 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐและสถ าน
ประกอบการต้องมอี ตั ราสว่ นลูกจา้ ง 100 คนตอ่ คนพกิ าร 1 คน เศษของลูกจา้ ง 50 คน ตอ้ งรบั คนพกิ ารเพ่ิม
อีก 1 คน เช่น สถานประกอบการมีลูกจ้าง 500 คน จะต้องจ้างคนพิการ 5 คน สถานประกอบการมี
ลกู จา้ ง 549 คน จะตอ้ งจา้ งคนพิการ 5 คน สถานประกอบการมลี กู จ้าง 550 คน จะตอ้ งจ้างคนพกิ าร 6 คน

28

การนบั จำนวนลูกจา้ งให้นบั ทุกวันท่ี 1 ตุลาคมของแตล่ ะปี และกรณสี ถานประกอบการมหี นว่ ยงานหรอื สาขา
ในจังหวดั ตา่ ง ๆ ใหน้ บั รวมลูกจา้ งทมี่ ีความสมั พนั ธ์เปน็ นายจ้างและลูกจา้ งในองคก์ รนั้นทุกสาขา และนำมา
คำนวณตามอัตราสว่ น 100:1

การตดิ ต่อ: นายจา้ งหรอื เจา้ ของสถานประกอบการสามารถแจง้ ความต้องการหาลูกจ้างค นพิก ารท่ี
สำนักงานจัดหางาน เพ่อื ให้สำนกั งานจดั หางานอำนวยความสะดวกในการจบั คคู่ นพกิ ารและตำแหน่งงานว่าง
ได้

หน่วยงานหรือสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางาน
กรุงเทพมหานครเขตพน้ื ท่ี 1-10 รายละเอยี ดสถานทต่ี ้งั และเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานกทม/

หน่วยงานหรือสถานประกอบการในจังหวัดอื่นให้แ จ้ง ณ สำนักงานจัดหางานจังห วัด
รายละเอยี ดสถานทตี่ ัง้ และเบอร์ติดตอ่ https://www.mol.go.th/งานจังหวดั /

หมายเหตุ: คนพิการท่รี ับเขา้ ทำงานตามมาตรา 33 ต้องมบี ัตรประจำตัวคนพกิ าร เนอื่ งจากต้องใช้
สำเนาบัตรประจำตัวคนพกิ ารประกอบการรายงานผลการจ้างงานแก่กรมการจัดหางาน

สิทธิทางภาษตี ามมาตรา 33
ตามมาตรา 3 ของพระราชกฤษฎกี า ออกตามความในประมวลรษั ฎากร วา่ ด้วยการยกเวน้ รัษฎากร

ฉบบั ที่ 499 พ.ศ. 2553 ใหย้ กเวน้ ภาษเี งินไดต้ ามส่วน 2 และสว่ น 3 หมวด 3 ในลกั ษณะ 2 แห่งประมวล
รษั ฎากร ให้แกน่ ายจ้างหรอื เจา้ ของสถานประกอบการซ่งึ รบั คนพิการทม่ี บี ัตรประจำตัวคนพกิ ารตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ ารเข้าทำงานสำหรับเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละหน่ึงร้อยของ
รายจ่ายท่ีไดจ้ ่ายเป็นคา่ ใชจ้ ่ายในการจ้างคนพกิ ารดังกล่าว กลา่ วคอื นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบก าร
สามารถนำคา่ ใช้จา่ ยในการจ้างคนพกิ าร (เงนิ เดอื น คา่ ล่วงเวลา โบนสั ค่ารักษาพยาบาล เงนิ ประกันสังคม
ฯลฯ) มาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไรสทุ ธิได้ 2 เทา่ เช่น สถานประกอบการจ้างคนพกิ าร 1 คน เดือน
ละ 15,000 บาท สถานประกอบมรี ายจ่ายในการคนพกิ าร 15,000 x 12 = 180,000 บาทต่อปี สามารถลง
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า เป็นเงิน 360,000 บาท สถานประกอบการประหยัดภาษี
เพ่มิ ขึน้ (360,000 – 180,000) x 20% = 36,000 บาท

29

มาตรา 34 การสง่ เงนิ เข้ากองทนุ ส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพกิ ารในกรณีไม่สามารถ
จ้างคนพิการได้ตามมาตรา 33

มาตรา 34 กำหนดให้นายจา้ งหรอื เจ้าของสถานประกอบการที่ไม่ได้รับคนพิการเข้าท ำง านต าม
จำนวนทก่ี ำหนดไว้ในมาตรา 33 หรอื ไมด่ ำเนินการตามมาตรา 35 ใหส้ ่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒ นา
คณุ ภาพชีวิตคนพิการ

การส่งเงนิ เข้าและขอรับเงนิ คนื จากกองทนุ ฯ: การสง่ เงนิ เขา้ กองทนุ ฯ คำนวณจาก อัตราต่ำสดุ ของค่าแรงขน้ั ตำ่
ที่ใชบ้ ังคับครงั้ หลงั สดุ ในปีกอ่ นปีท่ีมหี นา้ ทส่ี ง่ เงินเข้ากองทุนฯ คูณด้วย 365 (วัน) และคูณดว้ ยจำนวนคนพิการ
ท่ไี มไ่ ดร้ บั เข้าทำงาน

ในกรณีที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือ
ดำเนินการตามมาตรา 35 แต่ไมค่ รบตามเงอื่ นไขท่ีกำหนดไว้ ให้ส่งเงนิ เข้ากองทนุ ฯ ตามจำนวนวันที่ไ ม่ได้
ปฏิบตั ใิ ห้ครบตามเงือ่ นไขท่ีกำหนดไว้ เวน้ แตไ่ ดด้ ำเนินการตามเง่ือนไขท่ีกฎหมายกำหนดภายใ น 45 วัน
นบั ตง้ั แต่วันทีไ่ ม่ไดป้ ฏิบัตติ ามเงือ่ นไขน้นั

การส่งเงนิ เขา้ กองทุนฯ ให้ส่งเป็นเงนิ สด เชค็ ขีดคร่อมหรอื ธนาณัติสง่ั จ่ายกองทุนส่งเสรมิ และพัฒนา
คณุ ภาพชวี ิตคนพิการ โดยสง่ ต่อกรมสง่ เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร หรือสำนักงานพฒั นาสงั คมและ
ความมั่นคงของมนุษย์จงั หวัดท่ีสถานประกอบการตัง้ อยู่ หรอื สง่ ทางระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ตามทก่ี รมสง่ เสริมและ
พฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพิการกำหนด ภายในวนั ที่ 31 มนี าคมของแต่ละปี

หากนายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการท่ีต้องสง่ เงนิ เขา้ กองทนุ ฯ แตไ่ ม่ไดส้ ง่ สง่ เงนิ ล่าช้า หรือส่ง
เงนิ ไม่ครบถว้ น ต้องเสยี ดอกเบ้ียร้อยละ 7.5 ต่อปขี องจำนวนเงนิ ทย่ี ังไมไ่ ด้สง่ เข้ากองทนุ ฯ

ในกรณที ี่นายจ้างหรือเจา้ ของกิจการได้รบั คนพิการเขา้ ทำงานตามอัตราส่วนท่กี ฎหมายกำหนดหรือ
ดำเนินการตามมาตรา 35 ภายหลังจาก 31 มนี าคมของแต่ละปี ใหย้ ืน่ คำขอต่อกองทนุ ฯ เพื่อขอรบั เงินทีไ่ ด้ส่ง
เขา้ กองทุนฯ ไปไดต้ ามจำนวนค่าจา้ งท่ีได้จา่ ยไปจรงิ (แต่ไม่เกนิ จำนวนเงินเฉลีย่ ทเี่ ป็นรายวนั ที่ได้ส่งเขา้ กองทุน
ฯ) คูณดว้ ยจำนวนวนั ที่ไดจ้ า้ งจรงิ และคณู ดว้ ยจำนวนคนพกิ ารทไ่ี ด้จ้างจรงิ

สทิ ธทิ างภาษีตามมาตรา 34
นายจ้างหรอื เจา้ ของสถานประกอบการสามารถนำจำนวนเงินทีส่ ง่ เขา้ กองทนุ ฯ มาลงเป็นรายจา่ ยใน

การคำนวณกำไรสุทธไิ ดเ้ ทา่ ทจี่ ่ายจริง เนือ่ งจากจำนวนเงินที่ส่งเขา้ กองทุนฯ ถือเป็นรายจ่ายตามบทบัญญัติแหง่
กฎหมาย แตต่ อ้ งมีหลกั ฐานเปน็ ใบเสรจ็ รับเงนิ ทีอ่ อกโดยกองทนุ ฯ ประกอบดว้ ย

30

มาตรา 35 การให้สมั ปทาน สถานทจ่ี ำหน่ายสนิ คา้ จา้ งเหมา ฝกึ งาน หรือให้ความช่วยเหลือ
อื่นใดแกค่ นพิการหรือผดู้ แู ลคนพิการ

ในกรณที ห่ี นว่ ยงานของรฐั ไมห่ รอื นายจา้ งหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่ประสงคจ์ ะรับคนพกิ ารเข้า
ทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะสง่ เงนิ เขา้ กองทุนฯ ตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือ
เจ้าของสถานประกอบการสามารถดำเนินการสนบั สนุนการประกอบอาชีพของคนพกิ ารหรือผู้ดูแลค น พิการ
ตามมาตรา 35 ไดโ้ ดยการใหส้ มั ปทาน จดั สถานท่จี ำหน่ายสนิ ค้าหรอื บรกิ าร จดั จา้ งเหมาชว่ งงานด้วยวธิ ีพิเศษ
ฝึกงาน หรือใหก้ ารชว่ ยเหลืออน่ื ใดแก่คนพิการหรอื ผ้ดู แู ลคนพิการ โดยให้แจง้ การให้สทิ ธิและดำเนินการใหค้ น
พกิ ารหรอื ผ้ดู แู ลคนพิการเข้ารบั สทิ ธิภายในวันท่ี 31 ธนั วาคมของทุกปี โดยการแจ้งใหส้ ิทธติ ามขา้ งต้น ให้
หนว่ ยงานของรัฐและสถานประกอบการแจ้ง ณ ท้องทีท่ ีเ่ ป็นทต่ี ัง้ ของหนว่ ยงานหรอื สถานประกอบการ ดงั นี้

หน่วยงานหรือสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางาน
กรงุ เทพมหานครเขตพื้นท่ี 1-10 รายละเอียดสถานทต่ี ้ังและเบอรต์ ดิ ต่อ https://www.mol.go.th/งานกทม/

หนว่ ยงานหรอื สถานประกอบการในจังหวดั อื่นใหแ้ จง้ ณ สำนกั งานจดั หางานจังหวัด รายละเอียด
สถานทีต่ ้งั และเบอรต์ ิดต่อ https://www.mol.go.th/งานจงั หวัด/

แบบแจ้งขอใชส้ ิทธิตามมาตรา 35



31

32

การดำเนินการตามมาตรา 35
การให้สัมปทาน หมายถึง การให้สิทธคิ นพิการ/ผูด้ ูแลคนพิการใช้ประโยชนจ์ ากอาคาร สถานท่ี หรอื

ทรัพย์สินในการประกอบอาชีพ เชน่ ให้คนพกิ าร/ผดู้ แู ลคนพกิ ารใช้พ้นื ท่ใี นการทำเกษตรจำนวน 2 ไร่ เพ่ือปลกู
ผกั และใหเ้ ป็นผหู้ าประโยชนจ์ ากการขายผกั ตลอดระยะเวลาการให้สัมปทาน เปน็ ต้น

แบบคำขอการให้สมั ปทาน

33

การจดั สถานท่ีจำหน่ายสินคา้ หรือบรกิ าร หมายถึง การจัดสถานทที่ ง้ั ภายในหรือภาย นอกองค์กร
เพ่อื ใหค้ นพกิ าร/ผู้ดูแลคนพิการไดใ้ ช้ประโยชนใ์ นการประกอบอาชพี เช่น ให้พื้นทบี่ รเิ วณโรงอาหารเพ่อื ให้คน
พิการ/ผู้ดูแลคนพกิ ารขายอาหารจำนวน 1 รา้ น และผลประโยชน์และเงินรายได้จากการขายอาหารให้ตกเป็น
ของคนพิการ เป็นตน้

แบบคำขอการจัดสถานทจ่ี ำหนา่ ยสินคา้ หรอื บริการ

34

การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจา้ งเหมาบริการ หมายถงึ การจ้างเหมาช่วงงานหรือการจา้ งเหมา
บรกิ ารจากคนพิการ/ผู้ดแู ลคนพกิ ารโดยตรง เชน่ หน่วยงานทำสัญญาจา้ งเหมากบั คนพกิ าร/ผ้ดู ูแลคนพกิ ารใน
การทำป้ายไวนลิ จำนวน 100 แผ่น ในระยะเวลา 2 เดือน ในราคา 20,000 บาท เปน็ ตน้

แบบคำขอการจดั จ้างเหมาช่วงงานหรือจา้ งเหมาบริการ

35

การฝึกงาน หมายถงึ การเพิม่ พนู ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ หรือการถา่ ยทอดวิทย าก ารห รือ
เทคโนโลยีท่ีสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เชน่ หน่วยงานฝกึ งานหลักสตู รซ่อมเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ให้แก่คนพกิ าร/
ผดู้ แู ลคนพิการ จำนวน 30 คน โดยหนว่ ยงานเป็นผู้จดั หาทีพ่ ัก วัสดุ อปุ กรณ์ วทิ ยากร เอกสาร ค่าพาหนะ
และค่าเบ้ียเล้ยี ง ตลอดการเขา้ ฝกึ งานใหแ้ ก่คนพกิ าร/ผดู้ ูแลคนพกิ าร รวมระยะเวลาการฝกึ งานทง้ั สนิ้ 6 เดอื น
โดยหลกั สูตรต้องไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากกรมพัฒนาฝมี อื แรงงานหรอื ผู้วา่ ราชการจังหวัด เป็นต้น

แบบคำขอความเหน็ ชอบหลกั สตู รการฝกึ งานใหแ้ ก่คนพกิ ารตามมาตรา 35

36

37

แบบคำขอการฝึกงาน

38

การจัดใหม้ อี ปุ กรณ์อำนวยความสะดวก หมายถึง การจดั ให้มขี น้ึ ใหมห่ รอื ปรบั ปรงุ ส่งิ ปลูกสรา้ ง หรือ
ส่ิงอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ โดยดำเนนิ การในสถานทห่ี น่วยงานของรัฐ นายจา้ งหรือสถานประกอบการ
ซง่ึ รบั คนพิการเขา้ ทำงาน เช่น หนว่ ยงานจัดให้มที างลาด ท่ีจอดรถ ลฟิ ท์เคานเ์ ตอรส์ ำหรับบริการค นพิการ
ทางการเคลื่อนไหว เปน็ ต้น

39

แบบคำขอการจดั ให้มีอุปกรณ์หรือสงิ่ อำนวยความสะดวก

การจดั ใหม้ ีล่ามภาษามือ หมายถึง การจดั ให้มีล่ามภาษามือในหนว่ ยงานทีม่ ีคนพิก ารทางได้ยิน
ปฏบิ ัตงิ านอยู่ เช่น หนว่ ยงานทีม่ คี นพิการทางการไดย้ ินไดจ้ า้ งบุคคลซึง่ จดแจ้งเป็นลา่ มภาษามอื ตอ่ กรมสง่ เสริม

40

และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพกิ ารเพ่ืออำนวยความสะดวกในการสื่อสาร โดยหน่วยงานเป็นผูจ้ า่ ยค่าตอบแทนให้
ล่ามภาษามอื เปน็ ต้น
แบบคำขอการจัดใหม้ บี ริการลา่ มภาษามือ

การให้ความช่วยเหลอื อ่ืนใด หมายถึง การให้การสนับสนุนด้านการเงิน วสั ดุ อปุ กรณ์ ครุภัณฑ์
เครอ่ื งมือ หรือทรพั ยส์ นิ อืน่ รวมท้ังการซ้อื สนิ ค้าจากคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการโดยตรง เช่น หนว่ ยงานสนับสนนุ

41

จกั รเยบ็ ผา้ ให้คนพิการ/ผูด้ แู ลคนพกิ าร พรอ้ มอุปกรณใ์ นการเย็บผา้ (ด้าย เขม็ ฯลฯ) เพอ่ื ให้นำไปประกอบ
อาชพี เยบ็ ผา้ เป็นตน้

หมายเหตุ: คนพิการท่ีเขา้ ใชส้ ทิ ธติ ามมาตรา 35 ตอ้ งมบี ัตรประจำตัวคน เนือ่ งจากตอ้ งใชส้ ำเนาบัตร
ประจำตวั คนพกิ ารประกอบการรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 35 แก่กรมการจดั หางาน

สิทธทิ างภาษตี ามมาตรา 35

หากนายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการไมป่ ระสงค์จะจ้างงานคนพกิ ารตามมาตรา 33 และไม่
ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 นายจา้ งหรอื เจ้าของสถานประกอบการท่ีดำเนินก ารต าม
มาตรา 35 จะไดร้ ับสทิ ธิทางภาษีดังนี้

การให้สัมปทาน นายจา้ งหรือเจา้ ของสถานประกอบการไมม่ สี ิทธินำมูลค่าการให้คนพิการได้ใช้
ประโยชนใ์ นทรพั ย์สินมาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ เนือ่ งจากไม่ใช่กรณีการจา่ ยค่าใชจ้ า่ ยใด ๆ

การจดั สถานท่ีจำหน่ายสนิ ค้าหรือบริการ นายจา้ งหรือเจา้ ของสถานประกอบการไม่มีสทิ ธินำมูลค่า
การให้คนพกิ ารไดใ้ ช้ประโยชนใ์ นอสังหารมิ ทรพั ยข์ องตนมาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ เนอื่ งจาก
ไมใ่ ช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใด ๆ

การจดั จา้ งเหมาช่วงหรือจ้างเหมาบรกิ ารด้วยวธิ ีพเิ ศษทเ่ี ปน็ ไปเพื่อกิจการของตน หรอื เป็นไปเพ่ือการ
กศุ ลสาธารณะหรือเพือ่ การสาธารณประโยชน์ โดยเปน็ การจัดจ้างเหมาชว่ งงานหรือจา้ งเหมาบริการไปยัง
สถานทดี่ ังต่อไปนี้

1. ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ
2. สภากาชาดไทย
3. วัดวาอาราม
4. สถานพยาบาลของทางราชการหรอื องคก์ ารของรฐั บาล
5. สถานศกึ ษาของทางราชการหรอื องคก์ ารของรฐั บาล สถานศึกษาท่ีตงั้ ขน้ึ ตามกฎหมายว่าด้ว
6. โรงเรยี นเอกชนและสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายวา่ ด้วยสถาบนั ศกึ ษาเอกชน
7. องค์การหรอื สถานสาธารณกศุ ลที่รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงการคลงั ประกาศกำหนดในราช

กจิ จานุเบกษา
นายจา้ งหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายตามจำนวนท่ีได้จ่ายไปมาลงเปน็ รายจา่ ยใน
การคำนวณกำไรสุทธิ

การฝึกงาน นายจา้ งหรอื เจา้ ของสถานประกอบการมสี ทิ ธนิ ำค่าใชจ้ ่ายตามจำนวนทไ่ี ด้จ่ายไปมาลง
เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

42

การจดั ใหม้ ีลา่ มภาษามอื นายจา้ งหรือเจา้ ของสถานประกอบการมีสิทธินำคา่ ใช้จ่ายตามจำนวนท่ีได้
จา่ ยไปมาลงเปน็ รายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ

การจัดใหม้ อี ุปกรณ์หรอื สิ่งอำนวยความสะดวก นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบก ารมีสิทธินำ
คา่ ใชจ้ ่ายมาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไรสุทธไิ ด้ 2 เท่า

การให้ความช่วยเหลืออน่ื ใดแก่คนพกิ ารหรือผดู้ ูแลคนพกิ าร เชน่ การซ้ืออปุ กรณ์ในการประกอบ
อาชีพให้กับคนพกิ ารหรือผ้ดู แู ลคนพิการ นายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการมีสทิ ธินำค่าใชจ้ ่ายตามจำนวน
ท่ไี ดจ้ ่ายไปมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิ แตถ่ ้านายจา้ งหรอื เจา้ ของสถานประกอบการให้เงินคน
พิการหรอื ผดู้ ูแลคนพกิ ารโดยไม่มีวัตถปุ ระสงค์ในการสรา้ งงานใหก้ บั คนพิการ กรณนี น้ี ายจ้างหรอื เจ้าของสถาน
ประกอบการไมม่ ีสิทธินำคา่ ใชจ้ า่ ยมาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไรสุทธิ

มาตรา 36 การอายดั ทรพั ย์สินของนายจ้างหรือเจา้ ของสถานประกอบการซงึ่ ไมส่ ่งเงนิ ท่จี ะตอ้ ง
สง่ ตามมาตรา 34

ในมาตรา 36 แหง่ พระราชบญั ญตั ิส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. 2550 และทแ่ี กไ้ ข
เพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2556 กำหนดใหเ้ ลขาธิการสำนกั งานส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชีวิตค นพิก ารมี
อำนาจออกคำสงั่ เปน็ หนงั สือให้อายดั ทรัพย์สินของนายจา้ งหรือเจ้าของสถานประกอบการซึง่ ไม่สง่ เงนิ ทจี่ ะตอ้ ง
ส่งตามมาตรา 34

มาตรา 37 การจัดให้มอี ุปกรณ์ สงิ่ อำนวยความสะดวกหรือบรกิ ารในอาคาร สถานที่
ยานพาหนะบริการขนส่ง หรอื บรกิ ารสาธารณะอนื่ แกค่ นพิการ

นายจา้ งหรอื สถานประกอบการซงึ่ มกี ารดำเนินการตามมาตรา 37 คอื การจดั ใหม้ ีอุปกรณ์ ส่งิ อาํ นวย
ความสะดวก หรอื บริการในอาคาร สถานท่ี ยานพาหนะบริการขนสง่ หรือบรกิ ารสาธารณะอื่น ให้คนพิการ
สามารถเข้าถึงและใชป้ ระโยชนไ์ ด้ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั การลดหย่อนภาษี หรอื ยกเว้นภาษีเปน็ ร้อยละของจำนวนเงิน
คา่ ใชจ้ า่ ยตามท่กี ฎหมายกำหนด

สทิ ธิทางภาษีตามมาตรา 37
นายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการซ่ึงจัดให้มอี ุปกรณ์ สิง่ อาํ นวยความสะดวก หรือบริการใน

อาคาร สถานท่ี ยานพาหนะบรกิ ารขนส่ง หรอื บรกิ ารสาธารณะอ่ืน ให้คนพิการสามารถเขา้ ถงึ และใช้ประโยชน์
ได้มสี ิทธนิ ำคา่ ใชจ้ ่ายมาลงเปน็ รายจา่ ยในการคำนวณกำไรสุทธไิ ด้ 2 เทา่

43

มาตรา 38 การจ้างคนพิการเขา้ ทำงานมากกวา่ รอ้ ยละ 60 ของลูกจ้างในสถานประกอบการ

หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจ้างคนพิการเข้าทำงานมากกวา่ รอ้ ยละ 60 ในสถาน
ประกอบการ โดยมรี ะยะเวลาการจา้ งเกนิ กว่า 180 วนั ในปภี าษใี ด นายจ้างหรอื เจ้าของสถานประกอบการน้ัน
มีสทิ ธไิ ดร้ บั ยกเว้นภาษีเงินไดใ้ นปภี าษีน้นั ตามที่กฎหมายกำหนด

หมายเหตุ: คนพิการทีร่ ับเขา้ ทำงานตามมาตรา 38 ตอ้ งมีบตั รประจำตัวคนพกิ าร เนอื่ งจากต้องใช้
สำเนาบัตรประจำตวั คนพกิ ารประกอบการรายงานผลการจ้างงานแก่กรมการจัดหางาน

สทิ ธทิ างภาษีตามมาตรา 38
นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำค่าใชจ้ า่ ยในการจ้างคนพิการ (เงินเดอื น คา่

ล่วงเวลา โบนัส ค่ารักษาพยาบาล เงินประกนั สงั คม ฯลฯ) มาลงเปน็ รายจ่ายใ นการคำนวณกำไรสุทธิ
ได้ 3 เทา่ เชน่ ในปีภาษี (1 มกราคม ถึง 31 ธนั วาคม) สถานประกอบการมีลกู จา้ งทั้งหมด 100 คน เปน็ ลูกจ้าง
คนพิการที่มีบัตรประจำตวั คนพิการจำนวน 61 คน โดยลกู จ้างคนพิการมีระยะเวลาการจ้างงานเกิน 180 วันใน
ปนี ัน้ สถานประกอบการจะสามารถนำค่าใชจ้ า่ ยในการจา้ งคนพกิ ารมาลงเป็นรายจา่ ยในการคำนวณกำไรสุทธิ
ได้ดังนี้

สถานประกอบการจา้ งคนพิการ 1 คน เดอื นละ 15,000 บาท
สถานประกอบมีรายจ่ายในการคนพกิ าร 15,000 x 12 = 180,000 บาทต่อปี
สามารถลงรายจ่ายในการคำนวณกำไรสทุ ธิได้ 3 เทา่ เปน็ เงนิ 540,000 บาท
สถานประกอบการประหยัดภาษีเพมิ่ ขึ้น (540,000 – 180,000) x 20% = 72,000 บาท

มาตรา 39 การประกาศโฆษณาข้อมูลการปฏบิ ัตหิ รอื ไมป่ ฏบิ ตั ิตามมาตรา 33 มาตรา 34 และ
มาตรา 35 ต่อสาธารณะ

ในพระราชบัญญตั ิสง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร พ.ศ. 2550 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2556 มาตรา 39 ใหส้ ำนักงานส่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพกิ ารมอี ำนาจประกาศโฆษณาขอ้ มูล
การปฏบิ ัตหิ รอื ไม่ปฏบิ ตั ติ ามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 ตอ่ สาธารณะได้อย่างน้อยปลี ะ 1 ครั้ง
นอกจากน้ัน ในกรณีทร่ี ัฐหรอื หน่วยงานของรฐั จะพิจารณาให้สมั ปทาน การสง่ เสริมการลงทุน การประกาศ
เกียรตคิ ณุ สนิ เชื่อ รางวลั เครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ์ หรือสิทธปิ ระโยชนอ์ ืน่ ใด แกน่ ายจ้างหรือสถานประกอบการ
ใด ให้นําข้อมลู ที่ได้ประกาศฯ มาประกอบการพจิ ารณาด้วย

ในปัจจบุ ัน สำนักงานสง่ เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการแห่งชาติ (พก.) ได้มีการพจิ ารณารางวัล
“องคก์ รท่ีสนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี” เพ่อื ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการในภาค รัฐแล ะเอ กชน

44

สนบั สนุนการมงี านทำของคนพกิ าร และเชิดชูเกียรติใหแ้ กห่ นว่ ยงานท่ีสนับสนุนและส่งเสรมิ งานด้านคนพิการ
โดยแบง่ รางวัลออกเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่

1. องค์กรท่สี ่งเสรมิ การมงี านทำของคนพิการตามมาตรา 33, 35
2. องค์กรทส่ี นับสนนุ คนพิการในดา้ นต่าง ๆ นอกเหนือจากการดำเนนิ การตามมาตรา 35
3. องค์กรสื่อมวลชนที่สนบั สนุนงานดา้ นคนพิการ

45

การกยู้ ืมเงินเพ่ือการประกอบอาชพี

กองทุนส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ ารเปน็ กองทุนหมนุ เวียน ทมี่ าของเงนิ ประกอบดว้ ย เงนิ
อุดหนุนจากรัฐบาล เงนิ สมทบจากสถานประกอบการ เงินบริจาค ดอกเบี้ยจากเงนิ กองทุนโดยเปดิ ให้บริการ
ก้ยู มื เงนิ เพื่อประกอบอาชพี สำหรับคนพกิ ารและผูด้ แู ลคนพกิ าร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

คุณสมบตั ิของผูก้ ยู้ ืมและผคู้ ำ้ ประกนั

1) คุณสมบตั ิของผูก้ ู้ยมื รายบุคคล

กรณีคนพกิ ารเป็นผกู้ ้ยู มื

1. มบี ัตรประจาํ ตวั คนพกิ าร
2. มคี วามจาํ เปน็ ในการขอรบั การสนบั สนนุ เงินก้ยู ืมเพ่อื ประกอบอาชพี ในท้องที่ทยี่ ่ืนคําขอ
3. มคี วามสามารถในการประกอบอาชีพในเร่ืองที่ขอรบั การสนับสนุน
4. บรรลนุ ิตภิ าวะ เว้นแต่คณะอนกุ รรมการบรหิ ารกองทุนจะเห็นเปน็ อย่างอื่น
5. มภี มู ิลำเนาตามทะเบยี นบ้านหรอื มีถน่ิ ท่อี ยู่ถาวรในท้องทีท่ ่ยี น่ื คำขอกไู้ ม่นอ้ ยกว่าเกา้ สบิ วนั
6. ไม่มีประวัติเสยี หายในการกเู งินจากกองทุน เว้นแต่ไดด้ ำเนนิ การแกไ้ ขมาแล้วไมน่ อ้ ยกว่าหนึง่ ปี หรือ

เป็นกรณีคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนจะเห็นเปน็ อยา่ งอื่น
7. กรณีมหี น้ีสนิ อยกู่ ับกองทนุ ต้องได้ชาํ ระหน้ีมาแลว้ ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินกยู้ ืมท้งั หมดและ

เมื่อไดก้ ารอนุมตั ิแลว้ ต้องชาํ ระหน้สี นิ ทมี่ ีอยู่เดิมทัง้ หมด
8. มคี วามสามารถชำระคืนเงนิ กยู้ ืม โดยมบี ุคคลค้ำประกนั การกู้ยมื ดงั นี้

8.1. บุคคลธรรมดาที่นา่ เชอ่ื ถอื ได้
8.2. องคก์ รตามประเภทความพิการหรอื องค์กรของคนพิการทเี่ ปน็ นิตบิ คุ คล และมีวตั ถปุ ระสงค์

เพื่อการค้ำประกนั ใหก้ บั สมาชกิ เปน็ ผู้คำ้ ประกนั

กรณผี ดู้ ูแลคนพกิ ารเปน็ ผู้กู้ยืม

1. มีความจําเปน็ ในการขอรับการสนับสนุนเงนิ กยู้ ืมเพ่ือประกอบอาชพี ในทอ้ งทีท่ ยี่ น่ื คาํ ขอ
2. มีความสามารถในการประกอบอาชพี ในเร่อื งทขี่ อรบั การสนบั สนุน
3. บรรลุนิติภาวะ เว้นแต่คณะอนกุ รรมการบริหารกองทุนจะเห็นเป็นอย่างอนื่
4. มภี มู ลิ ำเนาตามทะเบยี นบ้านหรอื มีถ่ินท่อี ย่ถู าวรในทอ้ งทท่ี ่ียืน่ คำขอกไู้ ม่นอ้ ยกวา่ เกา้ สิบวนั
5. ไม่มปี ระวตั ิเสียหายในการกูเงินจากกองทุน เว้นแต่ได้ดำเนนิ การแก้ไขมาแลว้ ไม่น้อยกวา่ หนง่ึ ปี หรือ

เป็นกรณคี ณะอนุกรรมการบริหารกองทนุ จะเห็นเป็นอย่างอื่น
6. กรณมี ีหนี้สนิ อยกู่ บั กองทนุ ตอ้ งไดช้ ําระหนมี้ าแล้วไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 60 ของวงเงนิ ก้ยู ืมท้งั หมดและ

เมื่อได้การอนุมัติแล้วตอ้ งชาํ ระหน้ีสนิ ทีม่ อี ยูเ่ ดิมท้ังหมด

46

7. มคี วามสามารถชำระคนื เงินกูย้ ืม โดยมีบคุ คลค้ำประกนั การกูย้ ืม ดังนี้
– บคุ คลธรรมดาทีน่ า่ เช่อื ถอื ได้
– องค์กรตามประเภทความพกิ ารหรือองคก์ รของคนพกิ ารทเี่ ป็นนติ บิ ุคคล และมวี ตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ การ

คำ้ ประกนั ให้กบั สมาชกิ เป็นผู้ค้ำประกัน
8. ไมเ่ ป็นบุคคลล้มละลาย
9. ได้รบั การรบั รองเปน็ หนงั สือจากผู้แทนองคก์ รด้านคนพกิ าร กาํ นัน ผูใ้ หญ่บ้าน ผ้บู ริหารองค์กร

ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ท่ีผู้นั้นมีภมู ิลำเนา ขา้ ราชการระดบั 3 หรอื เทยี บเท่าข้ึนไป หรอื มีหลกั ฐานเช่ือ
ไดว้ า่ เป็นผอู้ ุปการะเลย้ี งดูคนพกิ ารทม่ี ีบตั รประจาํ ตวั คนพกิ ารซ่ึงมิไดม้ ีหนส้ี นิ จากกองทนุ

2) คณุ สมบตั ิของผูก้ ู้ยืมรายกลุ่ม

1. เปน็ กลุ่มคนพกิ ารหรอื ผดู้ ูแลคนพกิ ารท่ีรวมตวั กันโดยมผี ลประโยชน์และวัตถปุ ระสง ค์ร่ว มกันเพื่อ
ชว่ ยเหลือหรือสนบั สนนุ กนั นหรอื ทำกิจกรรมอันชอบดว้ ยกฎหมายและศลี ธรรมร่วมกนั ตอ้ งมสี มาชิก
กล่มุ ไมน่ ้อยกว่าสองคน ซึง่ สมาชิกสามารถเปน็ ผ้คู ้ำประกันใหก้ นั และกันได้

2. มหี ลักฐานจากสถาบันการเงินเก่ยี วกบั การออมเงินของกลุ่มอย่างสม่ำเสมอมาแล้วไม่น้อยกว่าสาม
เดอื น

3. สมาชิกในกลุ่มต้องผ่านการฝกึ อบรมอาชีพอย่างใดอย่างหนึง่ โดยมหี นังสอื รับรองจากหน่วยงานหรือ
องคก์ รทจ่ี ดั ฝกึ อบรม และตอ้ งเป็นอาชพี เดยี วกนั หรือแบบเดยี วกันกับอาชีพทก่ี ู้ยมื เงินไปลงทุน

4. ได้รบั การรับรองเปน็ หนังสือรบั รองจากองคก์ รด้านคนพิการทเ่ี ปน็ นิตบิ ุคคลหรอื หน่วยงาน ภาครฐั ว่า
เป็นกลมุ่ ทม่ี กี ารรวมกลุ่มกนั จริง

5. มแี ผนงานหรือโครงการของกลมุ่ ทจี่ ะดำเนินการตอ่ ไปอยา่ งชัดเจน
6. กล่มุ คนพกิ ารหรอื ผดู้ แู ลคนพกิ ารทีร่ วมตัวกันตอ้ งมีคำว่า “กล่มุ ” ประกอบชอ่ื
7. กลุ่มคนพกิ ารหรอื ผู้ดแู ลคนพิการท่รี วมตัวกันต้องมสี ถานทท่ี ำการท่ีแน่นอน

3) คุณสมบัตขิ องผคู้ ำ้ ประกนั
1. มคี วามสามารถในการทำนติ ิกรรม
2. มีภูมิลำเนาเปน็ หลกั แหล่งมัน่ คงมอี าชพี และมีรายไดม้ น่ั คง และมีชอื่ ในทะเบยี นบา้ นในท้องที่ท่ยี นื่ ขอ
กไู้ มน่ อ้ ยกว่า 6 เดือน
3. ตอ้ งเป็นบคุ คลท่ไี ม่มปี ระวตั กิ ารคา้ งชำระหน้ีเงนิ กองทุนติดตอ่ กนั 2 งวด
4. ตอ้ งไม่เป็นสามหี รอื ภรรยาของผกู้ ู้ตามกฎหมาย


Click to View FlipBook Version