The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กัลยารัตน์ แพงวงศ์ ม.5/1 เลขที่ 10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by p.daojj1979, 2022-07-26 05:26:39

พุทธศาสนา

กัลยารัตน์ แพงวงศ์ ม.5/1 เลขที่ 10

รายงานหนังสือ:

พุ ทธศาสนา

นางสาวกัลยารัตน์ แพงวงศ์
เลขที่ 10 ม.5/1

ส า ร บั ญ



01

ประวัติ
0
2

หลักธรรม

03

วันสำคัญ

04

บุคคลสำคัญ

เกี่ยวกับ

ป ร ะ วั ติ

ประสูติ พระประยูรญาติได้พร้อมใจกันถวาย
พระพุ ทธเจ้า พระนามเดิมว่า พระนามว่า “สิทธัตถะ” มีความหมายว่า
“ ผู้มีความสำเร็จสมประสงค์ทุกสิ่งทุก
“ สิทธัตถะ “ เป็นพระราชโอรสของ อย่างที่ตนตั้งใจจะทำ” ส่วนพราหมณ์
พระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหา เหล่านั้นคัดเลือกกันเองเฉพาะผู้ที่ทรง
มายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้น วิทยาคุณประเสริฐกว่าพราหมณ์
สักกะ พระองค์ทรงถือกำเนิดในศาก ทั้งหมดได้ ๘ คน เพื่อทำนายพระราช
ยวงค์ สกุลโคตมะ พระองค์ประสูติ กุมาร พราหมณ์ ๗ คนแรก ต่างก็
ในวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ทำนายไว้ ๒ ประการ คือ “ ถ้าพระราช
( เดือนวิสาขะ ) ปีจอ ก่อน กุมารเสด็จอยู่ครองเรือนก็จักเป็น
พุ ทธศักราช ๘๐ ปี ณ สวนลุมพินี พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม หรือถ้า
วัน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิตจักเป็น
แคว้นสักกะ กับกรุงเทวทหะ แคว้น พระอรหันตสัมมาสัมพุ ทธเจ้าผู้ไม่มี
โกลิยะ กิเลสในโลก” ส่วนโกณฑัญญะ
( ปัจจุบันคือตำบลรุมมินเด ประเทศ พราหมณ์ ผู้มีอายุน้อยกว่าทุกคน ได้
เนปาล ) ทำนายเพียงอย่างเดียวว่า พระราช
กุมารจักเสด็จออกจากพระราชวัง
การขนานพระนาม และทรงเจริญ ผนวชเป็นบรรพชิต แล้วตรัสรู้เป็นพระ
พระชนม์ อรหันตสัมมาสัมพุ ทธเจ้าผู้ไม่มีกิเลสใน
โลก “
พระราชกุมารได้รับการทำนาย เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ ๗ วัน
จากอสิตฤาษีหรือกาฬเทวิลดาบส พระราชมารดาก็เสด็จสวรรคต ( การ
มหาฤาษีผู้บำเพ็ ญฌานอยู่ในป่า เสด็จสวรรคตดังกล่าวเป็นประเพณี
หิมพานต์ซึ่งเป็นที่ทรงเคารพนับถือ ของผู้ที่เป็นพระมารดาของพระพุ ทธเจ้า
ของพระเจ้าสุทโธทนะว่า “ พระราช ) พระเจ้าสุทโธทนะทรงมอบหมายให้
กุมารนี้เป็นอัจฉริยมนุษย์ มีลักษณะ พระนางมหาปชาบดีโคตมีซึ่งเป็นพระ
มหาบุรุษครบถ้วน บุคคลที่มีลักษณะ กนิษฐาของพระนางสิริมหามายา เป็นผู้
ดังนี้ จักต้องเสด็จออกจาก ถวายอภิบาลเลี้ยงดู เมื่อพระสิทธัตถะ
พระราชวังผนวชเป็นบรรพชิตแล้ว ทรงพระเจริญมีพระชนมายุได้ ๘
ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุ ทธ พรรษา ได้ทรงศึกษาในสำนักอาจารย์วิ
เจ้าผู้ไม่มีกิเลสในโลกเป็นแน่ “ ศวามิตร ซึ่งมีเกียรติคุณแพร่ขจรไป
ไกลไปยังแคว้นต่างๆ เพราะเปิดสอน
หลังจากประสูติได้ ๕ วัน พระ ศิลปวิทยาถึง ๑๘ สาขา เจ้าชายสิทธัต
เจ้าสุทโธทนะโปรดให้ประชุมพระ ถะทรงศึกษาศิลปวิทยาเหล่านี้ได้อย่าง
ประยูรญาติ และเชิญพราหมณ์ ผู้ ว่องไว และเชี่ยวชาญจนหมดความ
เรียนจบไตรเพท จำนวน ๑๐๘ คน สามารถของพระอาจารย์
เพื่ อมาทำนายพระลักษณะของพระ
ราชกุมาร PN

ห ลั ก ธ ร ร ม

1. "อิทธิบาทสี่" 3. "อริยสัจสี่" 5. "ระบบกรรม"
ศึกษาเพื่ อบ่มเพาะคุณธรรมแห่ง อริยสัจสี่นี้เป็นหัวใจของพระพุ ทธ กรรมนิยาม เป็นหนึ่งในกฏธรรมชาติห้า
ความสำเร็จ ไม่สับสนระหว่างฉันทะ ศาสนา เป็นความจริงของชีวิต เป็นสิ่ง อย่าง ที่พระพุ ทธเจ้าทรงเลือกมาสั่ง
กับตัณหา คือความรักที่จะลงมือ ที่พระพุ ทธเจ้าค้นพบและทำให้พระองค์ สอนชาวโลก ระบบกรรมเป็นระบบที่
ทำและความอยากมี อยากได้ หลุดพ้น ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค คือ ยุติธรรมเสมอ ไร้ช่องโหว่ ถ้าเราศึกษา
อยากเป็น ผู้เข้าใจอิทธิบาทสี่จะ อะไร ชาวพุ ทธทั้งหลาย ไม่ควรสงสัย จนเข้าใจ เราจะสามารถตอบคำถามของ
ประเมิณตนเองได้ว่า สิ่งที่ตน คลุมเครือ หรือไม่แน่ใจ แต่ควรจะมี ชีวิตได้อีกหลายอย่าง ระบบกรรมนี้ ไม่
กำลังทำอยู่จะพบกับความสำเร็จ ความเข้าใจ แตกฉาน สามารถตอบ ได้ระบุไว้เพียง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ได้หรือไม่ เป็นหลักธรรมที่หา คำถามและแนะนำได้ หากมีผู้สงสัย แม้ หากแต่ยังมีรายละเอียดที่ซับซ้อน
ค้นคว้าได้ทั่วไป ไม่รู้จักสิ่งนี้ คุณกำลังไม่รู้จัก มากมาย ซึ่งถ้าไม่ศึกษา ก็ไม่มีวันเข้าใจ
2. "ศีลห้า" พระพุ ทธเจ้าของตนเอง หลักธรรมข้อนี้ ได้จากการคิด วิเคราะห์ด้วยตนเอง
ศีลห้านี้เป็นหลักธรรมที่เราได้ยินกัน สามารถศึกษาค้นคว้าได้ทั่วไป เพราะต้องใช้ปัญญาระดับพระพุ ทธเจ้า
บ่อยที่สุด แต่ความจริงแล้ว เป็นเรื่อง เท่านั้น จึงสามารถแยกย่อย ตีแผ่ออก
ละเอียดอ่อน มีแง่มุมที่น่าสนใจ 4. "ขันธ์ห้า" มาได้ แนะนำให้ศึกษาโครงสร้างของ
มากมาย โดยเฉพาะศีลในข้อวาจา งด หลักธรรมที่ว่าด้วยเรื่องขันธ์ห้านี้ กรรม เพราะจะสามารถวิเคราะห์ได้ด้วย
เว้นการพู ดเท็จ ซึ่งในสังคมปัจจุบัน อาจดูไกลตัวสำหรับคนทั่วไป แต่ที่ ตนเอง ไม่ต้องไปถามใครต่อใครอีกว่า
ทำผิดกันมาก จนกลายเป็นเรื่อง จริงแล้ว ขันธ์ห้าคือสิ่งที่ทุกคน ทำไมเราเกิดมาเป็นแบบนี้ ทำไมต้องพบ
ธรรมดา ในพระสูตรหนึ่งพระพุ ทธเจ้า ต้องศึกษาเล่าเรียน เพราะขันธ์ห้านี้ กันคนนี้ ทำไมมีแต่เรื่องแบบนี้ และจะ
เคยตรัสว่า ผู้ใดก็ตามที่โกหกจนเป็น เอง ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราสำคัญ แก้ไขชีวิตได้อย่างไรให้ดีขึ้น ครุกรรมคือ
นิสัย หรือบิดเบือนความจริงจนเป็น มั่นหมายว่ามีตัวกูของกู อะไร อาสันนกรรมคืออะไร อาจิณกรรม
นิสัย ทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่กระพริบ พระพุ ทธเจ้าเคยตรัสว่า มนุษย์ทั้ง คืออะไร กตัตตากรรมคืออะไร เหล่านี้
ตา บุคคลผู้นั้นย่อมมีอันตรายเพราะมี หลายไม่เคยตื่นขึ้นเลย มนุษย์ล้วน คือสิ่งที่ชาวพุ ทธคนสนใจศึกษาเล่าเรียน
โอกาสสูงที่จะต้องตกอบายภูมิ ดังนั้น ใช้ชีวิตอยู่ในการหลับไหล ก็เพราะ
ศีลห้าจึงเป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ ไม่รู้เรื่องขันธ์ห้า ตราบที่ยังไม่เคย
จะทำให้ชีวิตของตน และสังคมสงบได้ ศึกษาเรื่องขันธ์ห้า อย่าพู ดเด็ด
คุณธรรมนี้สามารถศึกษาค้นคว้าได้ ขาดว่าท่านรู้จักชีวิตของท่านดีแล้ว
ทั่วไป

1 . วั น วิ ส า ข บู ช า





วันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หากปีใดตรงกับปีอธิกมาส
ก็จะเลื่อนเป้นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 พระพุ ทธเจ้าทรงประสูติ ณ
สวนลุมพินีวัน ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน6 ทรงพระนามว่า เจ้าชายสิทธัต
ถะ พราหมณ์ทั้งหลายต่างทำนายพระลักษณะของเจ้าชายสิทธัตถะไว้
ว่า ถ้าเป็นฆราวาสจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิและถ้าทรงออกผบวชจะ
เป็นศาสดาเอกของโลก

2 . อ า ส า ฬ ห บู ช า

คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พระองค์ทรงตระหนักถึงธรรมะที่ทรงตรัสรู้
ว่ายากที่ผู้อื่นจะรู้ตาม พระพุ ทธเจ้าทรงพิจารณาแบ่งมนุษย์ ออกเป็น
4 ประเภท พวกแรกเป็นผู้ที่มีปัญญาสูงฉลาดเมื่อได้ฟังธรรม อันลึก
ซึ้งก็สามารถเข้าใจได้ทันทีเปรียบดั่งดอกบัวที่ปริ่มน้ำ เมื่อได้รับแสดง

จากดวงอาทิตย์ ก็จะบานทันที

3 . วั น ม า ฆ บู ช า

วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งวันมาฆบูชานี้ เราทราบกันว่า เป็นวัน
ที่พระภิกษุ ๑๒๕๐ รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุ

อัศจรรย์พร้อมกัน ๔ ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาตการประชุม
พร้อมกันด้วย องค์ ๔ และในวันนี้ พระพุ ทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิ
อุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเราถือกันว่า เป็นหัวใจของ
พระพุ ทธศาสนา

วั น สำ คั ญ

PN

บุ ค ค ล สำ คั ญ พ ร ะ ธ ร ร ม โ ก ศ า จ า ร ย์

พระธรรมโกศาจารย์ นามเดิม เงื่อม พานิช
ฉายา อินทปญฺโญหรือรู้จักในนาม พุ ทธทาส
ภิกขุ (27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 — 8
กรกฎาคม พ.ศ. 2536) เป็นชาวอำเภอไชยา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2449
เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด
จากนั้นได้เขาได้มาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่
กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3
ประโยค แต่แล้วท่านพุ ทธทาสภิกขุก็พบว่า
สังคมพระพุ ทธศาสนาแบบที่เป็นอยู่ในขณะนั้น
แปดเปื้ อนเบือนบิดไปมาก และไม่อาจทำให้เข้า
ถึงหัวใจของศาสนาพุ ทธได้เลย ท่านจึงตัดสิน
ใจหันหลังกลับมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่ง
เป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านอีกครั้ง พร้อม
ปวารณาตนเองเป็น พุ ทธทาส เนื่องจาก
ต้องการถวายตัวรับใช้พระพุ ทธศาสนาให้ถึงที่
สุด

ท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ

ท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ เป็นชาวศรีลังกา
และเป็นชาวพุ ทธที่ศรัทธาในพระพุ ทธศาสนา
อย่างมากมาย ก่อนบวชท่านได้ฟังสถานการณ์
พุ ทธสถานจาก เซอร์เอ็ดวิน อาร์โนลด์ แล้ว
ท่านได้ตัดสินใจบวชเป็นนักบวช (ยังไม่บวชเป็น
พระ) เดินทางมาอินเดีย ท่านพัฒนาป่าอิสิปตนะ
มฤคทายวันให้เป็นพุ ทธสถาน ซึ่งเดิมมีการ
สร้างพระวิหารอยู่แล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ต่อ
มารัฐบาลของอินเดีย ได้จัดสรรที่ดินให้ท่าน 20
เอเคอร์ (ประมาณ 50 ไร่) และท่านก็ได้พัฒนา
ให้เป็นสวนที่มีคุณค่าพร้อมกับการก่อสร้าง
วิหารเริ่มขึ้นใหม่

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง
1. การมุ่งมั่นทำงานเพื่อพระพุ ทธศาสนาและ

มนุษยชาติ จากประวัติจะเห็นได้ว่า ท่านอนาคาริก ธรรมปา
ละ เป็นผู้ที่เริ่มต้นที่สำคัญในประวัติศาสตร์พระพุ ทธศาสนา
ยุคใหม่ และท่านได้พยามยามทำงานเพื่อนำพระพุ ทธศาสนา
มาสู่อินเดียจนสำเร็จ รวมตลอดถึงเป็นผู้ร่วมเรียกร้องให้
พุ ทธคยา ได้กลับมาอยู่ในความดูแลของชาวพุ ทธจนเป็น
เป็นผลสำเร็จ

PN


Click to View FlipBook Version