หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑
ตวั ชี้วดั
๑. เปรียบเทียบรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท (ศ ๒.๑ ม.๔-๖/๑)
๒. จาแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีท้งั ไทยและสากล (ศ ๒.๑ ม.๔-๖/๒)
ผงั สาระการเรียนรู้
วงป่ี พาทย์ วงดนตรีไทย วงออร์เคสตรา
วงเคร่ืองสาย วงดนตรีไทยและสากล วงโยธวาทิต
วงดนตรีสากล
วงมโหรี แตรวง
วงแจส๊
วงคอมโบ
วงสตริงคอมโบ
วงดนตรีไทย
ดนตรี คือ ระดบั เสียงข้ึนลงอยา่ งมีระเบียบ ที่เกิดจากอุปกรณ์การบรรเลงดว้ ยการ
ดีด สี ตี และเป่ า เรียกวา่ เคร่ืองดนตรี
มีรูปแบบหรือลกั ษณะของเคร่ืองดนตรีตามถิ่นกาเนิดของแต่ละชาติ แตล่ ะภาษา
๑. วงป่ี พาทย์
๑.๑ วงป่ี พาทย์เครื่องห้า
ใชบ้ รรเลงประกอบการแสดงโขน ละคร และ บทเพลงท่ีบรรเลงเป็นเพลงที่ใชป้ ระกอบการแสดงโขน
หนงั ใหญ่ ละคร และใชเ้ พลงหนา้ พาทยบ์ รรเลงประกอบกิริยาของ
ตวั ละครในเร่ือง
ฉิ่ง
ป่ี ใน
ฆอ้ งวงใหญ่ กลองทดั
ระนาดเอก
ตะโพน
๑.๒ วงป่ี พาทย์เครื่องคู่
ใชบ้ รรเลงประกอบการขบั ร้อง และบรรเลงในงานทว่ั ไป บทเพลงท่ีบรรเลงมีท้งั เพลงบรรเลงเป็นชุด และ
เพลงชนิดเด่ียว
ป่ี ใน ปี่ นอก ฉาบเลก็ ฉ่ิง กรับ โหม่ง
ฆอ้ งวงใหญ่ ฆอ้ งวงเลก็
ระนาดเอก ระนาดทุม้
ตะโพน กลองทดั
๑.๓ วงป่ี พาทย์เครื่องใหญ่
ใชบ้ รรเลงในงานทว่ั ไป ตามโอกาสต่าง ๆ บทเพลงที่บรรเลงจึงมีความหลากหลายตามโอกาสที่บรรเลง
เพลงที่บรรเลงมีท้งั เพลงบรรเลงเป็นชุด เพลงชนิดเด่ียว
ฉาบเลก็ ฉาบใหญ่ ปี่ ใน ปี่ นอก ตะโพน ฉ่ิง กรับ
ฆอ้ งวงใหญ่ ฆอ้ งวงเลก็ กลองทดั
โหม่ง
ระนาดเหลก็ ระนาดเอก ระนาดทุม้ ระนาดทุม้ เหลก็
๑.๔ วงป่ี พาทย์ดกึ ดาบรรพ์
ใชบ้ รรเลงประกอบการแสดงละครดึกดาบรรพ์ บทเพลงที่บรรเลงส่วนใหญ่ใชเ้ พลงสองช้นั เพ่ือ
หรือบรรเลงในงานที่จดั ในอาคาร ประกอบการร่ายรา
ซออู้ กรับพวง ฉ่ิง ตะโพน
กลองแขก
ขลุ่ยเพยี งออ ฆอ้ งหุ่ย
ฆอ้ งวงใหญ่
ขลุ่ยอู้ ระนาดทุม้ กลองตะโพน
ระนาดเอก
ระนาดทุม้ เหลก็
๑.๕ วงป่ี พาทย์นางหงส์
เคร่ืองดนตรีที่ใชใ้ นวงดนตรี ประกอบดว้ ยป่ี ชวา ๑ เลา กลองมลายู ๑ คู่ โดยตดั ป่ี ในออกและใชป้ ี่ ชวาแทน
ใชก้ ลองมลายแู ทนตะโพนและกลองทดั ระนาดเอก ระนาดทุม้ ฆอ้ งวงใหญ่ ฆอ้ งวงเลก็ กลองมลายู ฉ่ิง
ฉาบเลก็ ระนาดเอกเหลก็ ระนาดทุม้ เหลก็ โหม่งและปี่ ชวา
ใชบ้ รรเลงในงานศพ
บรรเลงเพลงนางหงส์
๑.๖ วงปี่ พาทย์มอญ
ใชบ้ รรเลงในงานมงคลและงานศพ
บทเพลงท่ีบรรเลงเป็นเพลงท่ีมีจงั หวะชา้ ทานองเยอื กเยน็ ฟังแลว้ โหยหวน เป็นเพลงเศร้า
บางคร้ังบรรเลงเพลงทวั่ ไปที่มีจงั หวะและทานองท่ีหนกั แน่น แสดงความสง่างาม หรือความ
สนุกสนานร่าเริง
เครื่องดนตรีที่ใชบ้ รรเลงใน ตะโพนมอญ
วงป่ี พาทยม์ อญเคร่ืองหา้
เปิ งมางคอก
ระนาดเอก ป่ี มอญ ฆอ้ งโหม่ง
ฉิ่ง ฆอ้ งวงใหญ่
เครื่องดนตรีท่ีใชบ้ รรเลงใน
วงป่ี พาทยม์ อญเคร่ืองคู่
ฉาบใหญ่ ฉาบเลก็ ฉ่ิง กรับ
ตะโพนมอญ
ปี่ มอญ
ระนาดเอก ระนาดทุม้
ฆอ้ งโหม่ง
เปิ งมางคอก
ฆอ้ งมอญวงใหญ่ ฆอ้ งมอญวงเลก็
เครื่องดนตรีที่ใชบ้ รรเลงใน
วงปี่ พาทยม์ อญเคร่ืองใหญ่
ฉาบใหญ่ กรับ ฉ่ิง ฉาบเลก็ ตะโพนมอญ
ระนาดเอกเหลก็ ระนาดเอก ระนาดทุม้ ระนาดทุม้ เหลก็
ป่ี มอญ ฆอ้ งโหม่ง
เปิ งมางคอก
ฆอ้ งมอญวงใหญ่ ฆอ้ งมอญวงเลก็
๑.๗ วงปี่ พาทย์ชาตรี ฉ่ิง
ใชบ้ รรเลงประกอบการแสดงหนงั ตะลุง และโนราชาตรี กลองชาตรี
บทเพลงที่บรรเลงใชป้ ระกอบการแสดงโนราชาตรี
โทนชาตรี
ปี่ นอก
กรับ
ฆอ้ งคู่
การแบ่งหนา้ ที่เคร่ืองดนตรีในวงปี่ พาทย์
ปี่ ชวา
ฆอ้ งวงเลก็ ป่ี ใน
ฆอ้ งวงใหญ่ ป่ี นอก
ป่ี มอญ
ระนาดทุม้ เหลก็ ฆอ้ งหุ่ย
ระนาดเอกเหลก็ ขลุ่ยเพียงออ
ขลุ่ยอู้
ระนาดทุม้ เครื่องดนตรี
ระนาดเอก ประเภทดาเนิน
ทานอง
ตะโพน(ไทย) กลองตะโพน
กรับเสภา กลองทดั
กรับพวง กลองมลายู
กรับ กลองแขก
ฆอ้ งคู่ ตะโพนมอญ
โหม่ง เปิ งมางคอก
ฉาบใหญ่ เคร่ืองดนตรีที่ กลองชาตรี
ฉาบเลก็ ใชก้ ากบั จงั หวะ โทนชาตรี
ฆอ้ งหุ่ย
ฉิ่ง
๒. วงเคร่ืองสาย
๒.๑ วงเคร่ืองสายเครื่องเดย่ี วและวงเครื่องสายเครื่องคู่
ใชบ้ รรเลงในงานมงคล งานพระราชพิธี และพิธีตา่ ง ๆ
บทเพลงท่ีบรรเลงเป็นเพลงร้องรับหรือเพลงบรรเลงทวั่ ไป
ฉาบเลก็ รามะนา
ฉิ่ง
วงเคร่ืองสาย ขลุ่ยเพยี งออ
เครื่องเดย่ี ว โทน
ซอดว้ ง จะเข้ ซออู้
วงเคร่ืองสาย ๒.๑ วงเคร่ืองสายเครื่องเดย่ี วและวงเคร่ืองสายเครื่องคู่
เครื่องคู่
ซอดว้ ง โทน รามะนา กรับ ซออู้
ฉ่ิง ฉาบเลก็
ขลุ่ยหลีบ จะเข้ โหม่ง ขลุ่ยเพียงออ
จะเข้
๒.๒ วงเคร่ืองสายผสม
ใชบ้ รรเลงเพ่ือความบนั เทิงในแนวที่แตกต่างจาก บทเพลงที่บรรเลงใชเ้ ช่นเดียวกบั วงเครื่องสาย
วงเครื่องสาย หรือวงปี่ พาทย์
ฉิ่ง ฉาบเลก็ กรับ ซออู้
ซอดว้ ง โหม่ง
ขิม ขลุ่ยเพยี งออ
ขลุ่ยหลีบ โทน รามะนา จะเข้
จะเข้
๒.๓ วงเคร่ืองสายป่ี ชวา
บรรเลงประกอบการแสดง และในพธิ ีมงคลทว่ั ไป บทเพลงที่บรรเลงดว้ ยวงเคร่ืองสายปี่ ชวาจะมีความรวดเร็ว รุกเร้า
กวา่ วงเครื่องสายชนิดอ่ืน วงเคร่ืองสายป่ี ชวามีกระบวนการ
โหมโรงเป็ นแบบเฉพาะ
วงเครื่องสาย ขลุ่ยหลีบ กลองแขก ซออู้
ปี่ ชวาเครื่องเลก็ ฉ่ิง
ซอดว้ ง ป่ี ชวา
ฉาบเลก็ จะเข้
การแบ่งหนา้ ที่เคร่ืองดนตรีในวงเครื่องสาย
ปี่ ชวา จะเข้ ซอดว้ ง
ขลุ่ยอู้ ซออู้
เคร่ืองดนตรี
ประเภทดาเนิน
ทานอง
ขลุ่ยหลีบ ขลุ่ย
เพียงออ
โทนและ
รามะนา
กลองแขก เครื่องดนตรีท่ี ฉ่ิง
โหม่ง ใชก้ ากบั ฉาบ
จงั หวะ
กรับ
๓. วงมโหรี
ใชบ้ รรเลงในงานมงคลเป็นสาคญั ไม่นิยมใชใ้ นงานศพ
บทเพลงที่บรรเลง ใชเ้ ป็นเคร่ืองขบั กลอ่ มพระมหากษตั ริย์ และพระบรมวงศานุวงศใ์ นพระราชวงั
บทเพลงท่ีบรรเลง เช่น โหมโรงมโหรี ตน้ เพลงฉ่ิง
๓.๑ วงมโหรีเคร่ืองเดยี่ ว
ฉ่ิง ฆอ้ งวงใหญ่มโหรี โทนมโหรี
ขลุ่ยเพยี งออ
ซอดว้ ง ระนาดเอกมโหรี ซอสามสาย รามะนามโหรี
จะเข้
ซออู้
๓.๒ วงมโหรีเครื่องคู่
ฉ่ิง กรับพวง โทนมโหรี
ฆอ้ งวงเลก็ มโหรี รามะนา
ฉาบเลก็ ซออู้
ซอดว้ ง
ขลุ่ยเพียงออ ฆอ้ งวงใหญม่ โหรี
โหม่ง
ระนาดเอกมโหรี ระนาดทุม้ มโหรี ขลุ่ยหลีบ
จะเข้ ซอสามสายหลิบ จะเข้
ซอสามสาย
๓.๓ วงมโหรีเคร่ืองใหญ่
ฉาบเลก็ กรับพวง ขลุ่ยเพียงออ ฉิ่ง โทนมโหรี รามะนา
ขลุ่ยหลีบ ฆอ้ งวงใหญม่ โหรี ฆอ้ งวงเลก็ มโหรี ซออู้
ขลุ่ยอู้
ซอดว้ ง ระนาดเอกมโหรี โหม่ง ระนาดทุม้ เหลก็ มโหรี
ระนาดเอกเหลก็ มโหรี ระนาดทุม้ มโหรี
จะเข้ ซอสามสาย ซอสามสายหลิบ จะเข้
วงดนตรีสากล
เป็นวงดนตรีของชาติตะวนั ตก ประกอบดว้ ยเคร่ืองดนตรีสากลประเภทตา่ ง ๆ
นามาผสมเป็นวงดนตรีสากลโดยการนาเคร่ืองดนตรีประเภทต่าง ๆ มาบรรเลงร่วมกนั
๑. วงออร์เคสตรา (Orchestra)
บรรเลงเพลงประเภทซิมโฟนี (Symphony) ซ่ึงเป็นบทเพลงท่ีมีการพฒั นาจนสมบูรณ์ท่ีสุด รวมถึง
การบรรเลง การร้องท่ีมีความยาวมากกวา่ ๑ ท่อนเพลง จนมากที่สุดคือ ๔ ท่อนเพลง
ใชป้ ระกอบการแสดงอุปรากรหรือละครโอเปรา (Opera)
เครื่องดนตรีกลุ่มเครื่องสาย เครื่องดนตรีกลุ่มเคร่ืองเป่ าลมไม้
• ไวโอลิน • ปิ กโกโล
• วิโอลา • ฟลูต
• เชลโล • โอโบ
• ดบั เบิลเบส • อิงลิชฮอร์น
• คลาริเน็ต
• บาสซูน
• เบสคลาริเน็ต
• คอนทราบาสซูน
เครื่องดนตรี เคร่ืองดนตรีกลุม่ เครื่องตี
กลุม่ เครื่องเป่ าลมทองเหลือง หรือเคร่ืองประกอบจงั หวะ
• ทรัมเป็ต • กลองใหญ่
• ทรอมโบน • ฉาบ
• เฟรนชฮ์ อร์น • ไทรแองเกิล
• ทูบา • กรับสเปนหรือแคสทาเน็ตส์
• รามะนาหรือแทมบูรีน
• เบล
• ก๊อง
• กลองทิมพะนี
• ไซโลโฟน
๒. วงโยธวาทิต (Military band)
บรรเลงเพือ่ ถวายพระเกียรติยศแด่พระมหากษตั ริยแ์ ละพระบรมวงศานุวงศ์ บรรเลงเพ่อื ประกอบการ
สวนสนามของทหาร และการเดินแถว บรรเลงเพอ่ื นาขบวนพาเหรด จดั บรรเลงเพอ่ื การประกวดแขง่ ขนั
ในระดบั ประเทศ และต่างประเทศ
บทเพลงที่บรรเลงเป็นเพลงจงั หวะมาร์ชต่าง ๆ ท่ีใหค้ วามรู้สึกคึกคกั ต่ืนเตน้ เร้าใจ
เคร่ืองเป่ าลมไม้
flute ฟลูต
Piccolo ปิ คโคโล
แซกโซโฟน
saxophone
แคลริเน็ต
เคร่ืองเป่ าลมทองเหลือง
ทรัมเป็ ต Trumpet
คอร์เนต Cornet
ฮอร์น Horn
ทรอมโบน Trombone
ยูโฟเนียม
Euphonium
ทูบา
Tuba
เคร่ืองตหี รือเคร่ืองกระทบ
กลองสแนร์ Snare Drum
กลองใหญ่
Bass Drum
ฉาบ
๓. แตรวง (Brass band)
ใชบ้ รรเลงกลางแจง้ เช่น สวนสาธารณะ สนามแขง่ ขนั กีฬา หรือในขบวนแห่ต่าง ๆ
บทเพลงท่ีใชบ้ รรเลงสามารถบรรเลงไดท้ ุกบทเพลงท้งั เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง
ใหค้ วามรู้สึกสนุกสนานคร้ืนเครง
๔. วงแจ๊ส (Jazz band)
ใชบ้ รรเลงในโอกาสต่าง ๆ ในการร้อง หรือประกอบการเตน้ รา เพือ่ สร้างความสนุกสนาน
บทเพลงท่ีใชบ้ รรเลงเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ ใหค้ วามรู้สึกสนุกสนาน หรือโศกเศร้าได้
๕. วงคอมโบ (Combo band)
ใชบ้ รรเลงในงานทุกประเภท เพือ่ ความสนุกสนาน เฉลิมฉลอง ประกอบการลีลาศหรือเตน้ รา
บรรเลงในหอ้ งอาหารหรือสถานเริงรมยต์ ่าง ๆ
บทเพลงที่ใชบ้ รรเลงในวงดนตรี เพลงทุกประเภท ไดแ้ ก่ เพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง เพลงสากล
และเพลงภาษาตา่ ง ๆ