กำหนดการแสดงผลงานทางดนตรไี ทย
คอนเสริ ต์ มิติรสเพลงไทย ครง้ั ที่ ๙ “โพสพ”
วันเสาร์ ที่ ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔
************************************************************
เวลา ๒๐.๐๐ น. ตัวแทนนักศึกษากล่าวรายงาน
เวลา ๒๐.๑๕ น. ประธานในพิธีรับฟัง กล่าวรายงานและกลา่ วเปิดงาน
การแสดงผลงานทางดนตรีไทย มิตริ สเพลงไทย ครงั้ ที่ ๙ “โพสพ”
การแสดงลำดับท่ี ๑
- เพลงโหมโรงประชุมเทวราช (วงปี่พาทย์เสภา)
การแสดงลำดับท่ี ๒
- เพลงพริ ุณสร่างฟา้ เถา
(วงปีพ่ าทยไ์ ม้นวมประสมวงเครื่องสายเครื่องเด่ียว)
การแสดงลำดบั ที่ ๓
- การบรรยายพิธีกรรมแหพ่ นมขา้ ว จังหวัดสงขลา
การแสดงลำดับท่ี ๔
- เพลงระบำฝัดขา้ ว (วงดนตรีอสี าน)
การแสดงลำดับท่ี ๕
- เพลงสำราญดนตรีกลอง (วงปี่พาทย์ไม้แข็ง)
หมายเหตุ : ๑. นำเสนอในรปู แบบ Online ผ่าน Facebook Fan Page
หลกั สตู รศลิ ปกรรมศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าดนตรไี ทย คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา
Link - https://www.facebook.com/ThaiMusicSKRU
๒. กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
การแสดงลำดับที่ ๑
“พระแมโ่ พสพ”
คนไทยเชื่อว่า ตน้ ขา้ วเป็นพชื ศักดสิ์ ิทธ์ิท่ีมีเทพค่อยปกปักรักษา แม่ข้าว ขวัญข้าวหรือพระแม่
โพสพ หากทำให้พระแม่โพสพไม่พอใจ จะก่อให้เกิดความอดอยากลำเค็ญ ทำนาไม่ได้ผลผลิต ชาวนา
ในสมัยก่อนนับถือพระแม่โพสพเป็นอย่างยิ่ง บนยุ้งข้าวทุกบ้านเรือนจะผูกขวัญพระแม่โพสพไว้กลาง
กองจัดถ้วยข้าวขวัญขึ้นบวงสรวงทุกครั้งที่รื้อข้าวจากกองลงมานวดหรือขาย ต้องอธิษฐานหรือระลึก
คุณและขอขมาพระแม่โพสพ ตำนานพระแม่โพสพนั้นเล่าสืบต่อกันมาหลายเรื่องและตำนานที่มี
เรื่องราวใกล้เคียงกันคือแม่โพสพหรือเทพีแห่งข้าวมีประกายทองเป็นพาหนะ วันหนึ่งที่เมืองไพศาลีที่
ประชมุ เทพยดามนุษย์ และสัตวท์ ้ังหลายปรึกษาหารือกันว่า ใครมบี ุญคณุ ต่อมนุษย์มากท่ีสุดท่ีประชุม
เหน็ พอ้ งต้องกันว่าผู้ท่ีมบี ุญคุณต่อมนษุ ย์มากท่ีสุดคือพระพุทธเจ้า พระแมโ่ พสพทน่ี ่งั ประชุมฟังอยู่ด้วย
ดังนั้นก็เสียใจว่าเลี้ยงดมู นษุ ย์อยู่ แต่มนุษย์ไมเ่ ห็นความดี จึงหนีไปอยู่ท่ีบนเขาคิชฌกูฏในป่าหิมพานต์
ทำให้เกิดความอดอยากขึ้นบนโลกมนุษย์ มนุษย์ได้ชวนกันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า
เพราะมนุษย์ไม่รู้คุณพระแม่โพสพ พระแม่โพสพเสียใจจึงหนีไป พระพุทธเจ้าจึงทรงช่วยมนุษย์โดยให้
พระมาตลุ ไี ปเชิญพระแม่โพสพกลับมา พระมาตลุ ตี ามไปถึงเขากระทบกนั ก็ไปไม่ได้ จงึ ใช้ให้ปลาสลาด
ไปตามต่อจนพบ ปลาสลาดไดอ้ ้อนวอนขอให้นางกลับคืนโลก นางตอบวา่ “อยู่ทีน่ ่เี ราสบาย เขาไม่รู้จัก
บุญคุณ แม่จะให้แต่เมล็ดข้าวไปดูแลฝงู คน เมื่อเก็บนึกถึงเรา เราจะไปปีละหน ตรวจดูผู้คน เก็บเกี่ยว
แลว้ ใหท้ ำขวัญ” นางไดม้ อบเมลด็ พนั ธุ์ข้าวให้ ๙ เมลด็ โดยสงั่ วา่ เมื่อมนษุ ย์ทำไร่ไถนาต่อข้าวตั้งท้องให้
จัดพิธที ำขวญั เก่ียวขา้ วเสรจ็ ใหร้ ะลกึ ถึงพระแม่โพสพ พระแม่โพสพจะมาเยยี่ มและให้ทำขวัญข้าวโดยมี
ปลาสลาดเปน็ เครอ่ื งเซน่ สงั เวยในฐานะท่ีเปน็ ผบู้ อกที่ซ่อนแกพ่ ระมาตลุ ี พระมาตุลนี ำเมลด็ พันธ์ุข้าวมา
ถวายพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจงอธิบายให้มนุษย์ฟังและแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่มนุษย์พืชพันธุ์
ธญั ญาหารจึงกลบั มาอดุ มสมบรู ณ์อกี ครงั้ เมอ่ื ข้าวตั้งทอ้ งจึงจดั พิธที ำขวญั ขา้ วเชิญพระแมโ่ พสพมาเป็น
ประจำทุกปี
การแสดงวงปี่พาทย์เสภา เพลงโหมโรงประชุมเทวราช
ในการแสดงชดุ นม้ี ีการขบั บทเสภาบอกเล่าถึงตำนานพระแม่โพสพซง่ึ เปน็ เทพีของข้าว เป็นสิ่ง
ที่ชาวนาบูชาก่อนจะลงมือทำนาเป็นตำนานที่สืบต่อกันมา และกล่าวถึงความสำคัญของข้าวที่มีต่อ
คนไทย เพราะคนไทยนั้นมีข้าวเป็นอาหารหลัก อาชพี ชาวนาจงึ เปรียบเสมอื นกระดกู สนั หลงั ของชาติท่ี
ประคบั ประคองเลีย้ งดูคนทั้งชาติใหอ้ ่ิมท้อง และไดท้ ำประโยชน์ใหก้ ับชาติบ้านเมือง
จากน้นั รบั ด้วยเพลงโหมโรงประชุมเทวราช เปน็ บทเพลงในการประพนั ธ์ของ หลวง
ประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) แต่งขึ้น เมื่อพ.ศ.๒๔๖๕ โดยนำเพลงสาธุการและระบำสี่บทมา
ปรุงแต่งทำนองให้มีลักษณะองอาจสง่าผ่าเผย ผสานกับความอ่อนน้อมนุ่มนวล อีกทั้งชื่อเพลงยังส่ือ
ความหมายถึงเหล่าทวยเทพทั้งหลาย มาร่วมชุมนุมอำนวยอวยพรให้แก่พระแม่โพสพก่อนที่จะลง
มาปกปักรกั ษาขา้ วยงั โลกมนษุ ย์ ซง่ึ ในการแสดงชุดน้ีจะเป็นการบรรเลงด้วยวงป่ีพาทย์เสภา เน่ืองด้วย
ลักษณะของวงปี่พาทย์เสภาที่บรรเลงด้วยไม้แขง็ จึงทำให้เสียงที่ได้มีความหนักแน่น และรู้สึกถึงความ
ศักดิส์ ทิ ธิ์
บทขับเสภา พระแมโ่ พสพ
พระคณุ แม่แผแ่ มโ่ พสพไม่จบสนิ้ ท่ัวทอ้ งถิน่ สถานใดไปทั่วหล้า
เป็นขวญั ชัยช่ืนชนู ้อมบชู า เหลา่ ชาวนาคารวะสดดุ ี
พระคุณแม่ก่อเกิดกำเนดิ ขา้ ว เปน็ เรอ่ื งราวกลา่ วขานกาลวถิ ี
ทุกเมลด็ ขา้ วมคี ุณหนนุ ชวี ี โบราณมคี ำสอนสังวรใจ
ไม่กนิ ทง้ิ กินขว้างวางก้าวข้าม ไม่หยาบหยามเหยียบขา้ วสุกจะทุกขไ์ ข้
ใหร้ คู้ ณุ รู้ค่าวา่ ขา้ วไทย ใครจะใหญ่หรอื ไมใ่ หญ่ไม่สำคัญ
กินขา้ วสุกอย่าให้เสยี ข้าวสารเปล่า ร้คู ุณข้าวทุกคำจำให้มนั่
กนิ ขา้ วปลาอาหารมานานวัน นึกถึงท่านพนั ผกู ปลูกขา้ วมา
กระดูกสันหลงั ของชาติประกาศชดั กลับข้องขัดจนยากมากปัญหา
ปฏิรูปเร่งอำนวยชว่ ยชาวนา ให้ควรคา่ สงา่ งามความสมบรู ณ์
รายนามผู้บรรเลง
ขับรอ้ ง นายศราวฒุ ิ รักบางบรู ณ์ มหาวทิ ยาลยั ทักษณิ จงั หวัดสงขลา
ระนาดเอก นายวุฒศิ ักด์ิ ช่วยเหลอื โรงเรยี นนวมนิ ทราชูทศิ ทกั ษิณ จงั หวดั สงขลา
ระนาดทุม้ นายจริ ัฎฐ์ กาญจนวงศ์
ฆอ้ งวงใหญ่ นางสาววิลาสิณี รวยร่นื
ฆ้องวงเลก็ นายอัครพนธ์ เกิดแกว้
ปี่ใน นายปรญิ ญา คงกะโชติ
ฉง่ิ นายธีรภัทร ช่วยเหลอื
กลองสองหน้า นายพงศ์ศิริ สังขส์ ะอาด
ฉาบเลก็ นางสาวกนกวรรณ บุญราศรี โรงเรียนวรนารเี ฉลิม จงั หวัดสงขลา
กรับ เด็กชายภูริวชั ร์ วชั รนิธิพงศ์ โรงเรียนนวมินทราชูทศิ ทกั ษิณ จงั หวัดสงขลา
การแสดงลำดับที่ ๒
“การเพาะปลกู ขา้ ว”
ประเทศไทยมีพื้นทีก่ ารปลกู ข้าวประมาณ ๖๔ ล้านไร่ ซึ่งในแต่ละภูมิภาค แต่ละพื้นที่ก็มีการ
ปลูกข้าวที่ไม่เท่ากัน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่การปลูกข้าวมากที่สุด รองลงมาได้แก่
ภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ ตามลำดับ ในปัจจุบันมีการแบ่งวิธีการปลูกข้าวอยู่ ๔ วิธี คือ
การปลกู ขา้ วนาดำ การปลกู ขา้ วนาหว่าน การปลกู ขา้ วนาไร่ และการปลกู ขา้ วนาข้ันบนั ได ซ่ึงการปลูก
ข้าวในแต่ละวิธกี ็จะข้ึนอยู่กับลักษณะของพื้นท่ีน้ัน ๆ เช่น ในพื้นที่ราบลุ่มก็จะมีการปลกู ข้าวแบบขา้ ว
นาหว่านหรือข้าวนาดำ ส่วนในพื้นที่สูง หรือบนดอยก็จะปลูกข้าวแบบข้าวไร่หรือข้าวนาขั้นบันได
เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนในการเพาะปลูกข้าวนั้น มีตั้งแต่ การเตรียมดิน เตรียมต้นกล้าหรือเมล็ดพันธุข์ ้าว
ในการปลูก การดแู ลรักษา รวมไปถึงการเก็บเก่ยี ว
การแสดงวงปพี่ าทย์ไมน้ วมผสมเครอื่ งสายเคร่อื งเด่ียว เพลงพริ ณุ สร่างฟ้า สามชัน้ ออกการละเล่น
เตน้ กำรำเคยี ว
เพลงพริ ุณสร่างฟา้ สามชน้ั เปน็ ผลงานการประพันธข์ องครูพุ่ม บาปยุ ะวาทย์เป็นผ้แู ต่งทํานอง
เทยี่ วตน้ แล้วให้นายบญุ ยงค์ เกตคุ ง ทำทางเทย่ี วกลับ แลว้ ประดษิ ฐข์ ้นึ เปน็ เพลงเถา ในส่วนของเต้นกำ
รำเคียว เป็นเพลงพื้นเมืองของชาวบ้านจังหวัดนครสวรรค์ นิยมเล่นตามท้องนาในฤดูกาลลงแขก
เกี่ยวข้าว ร้องเล่นกันเพื่อความรื่นเริงสนุกสนาน ผ่อนคลายจากความเหน็ดเหน่ือย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔
ศิลปินของกรมศลิ ปากรได้ไปฝึกหดั การเล่นเต้นกำรำเคยี ว จากชาวบา้ นตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหคีรี
จงั หวดั นครสวรรค์ ต่อมากรมศิลปากรได้ปรบั ปรุงการเลน่ เพ่อื ให้เหมาะสมกบั การนำออกแสดงในงาน
บันเทิง โดยให้นายมนตรี ตราโมท ผเู้ ชยี่ วชาญนาฏดุรยิ างคไ์ ทยกรมศิลปากร และศิลปินแหง่ ชาติ แต่ง
ทำนองเพลงประกอบการแสดงตอนต้น ก่อนร้องบทโต้ตอบและตอนจบบทร้อง ผู้แสดงทั้งชายและ
หญิงมอื ขวาถอื เคียว มือซ้ายกำรวงข้าว ทำท่าตามกระบวนเพลง รอ้ งเย้าหยอกเกยี้ วพาราสีกนั บทร้อง
มอี ยู่ ๑๑ บท คือ บทมา ไป เดนิ รำ ร่อน บนิ ยกั ย่อง ย่าง แถ ถอง และเพลงในกระบวนน้ผี ู้เล่น อาจ
ด้นกลอนพลิกแพลงบทร้องสลับรับกันด้วยความสนุกสนาน บางครั้งในการแสดงอาจตัดบทร้องบาง
บทเพ่อื ความกระชบั ใชว้ งป่พี าทย์บรรเลงเพลงนำและตอนจบ
ในการแสดงชุดน้ีได้นำเพลงพิรุณสร่างฟ้า สามชั้น และเต้นกำรำเคียว มาบรรเลง เนื่องด้วย
เพลงพริ ุณสรา่ งฟา้ นน้ั เปน็ เพลงท่ีมชี ่ือทห่ี มายถึง ฟ้าทส่ี รา่ งฝน ซ่งึ เปรยี บไดว้ ่าในการเพาะปลูกข้าวนั้น
ในนาจะต้องมีน้ำที่มาพอในการเพาะปลูก โดยมีการประพันธ์เนื้อร้องขึ้นมาใหม่เพื่อจะสื่อถึงข้าว
โดยเฉพาะ ตัง้ แตพ่ ระแม่โพสพ กรรมวิธปี ลูกข้าว พิธีกรรม รวมไปถงึ การเก็บเกย่ี วข้าว ลักษณะในการ
บรรเลงเพลงน้จี ะเป็นการบรรเลงรบั ร้อง และออกเต้นกำรำเคียว โดยมีการแสดงรำเต้นกำรำเคยี ว การ
ร้องบท ๔ บท ได้แก่บทมา ไป เดิน และบทรำ พร้อมทั้งใช้วงปี่พาทย์ไม้นวมผสมเครื่องสายเครื่อง
เด่ียวบรรเลงเพลงนำและตอนจบ
บทขบั ร้อง เพลงพริ ุณสรา่ งฟา้ เถา
สามชัน้ เปน็ เรอื่ งราวกลา่ วขานกาลวถิ ี
พระคุณแมก่ ่อเกิดกำเนดิ ข้าว โบราณมีคำสอนสังวรใจ
ในแดนดินทงุ่ นาทกุ สถาน
ทุกเมล็ดข้าวมีบญุ หนุนชีวี ฤดกู าลไถ่หว่านงานจึงมี
เม่อื ฝนพรำจากฟา้ มาสู่ถนิ่
หวา่ นขา้ วเปลือกปลูกไว้เปน็ ต้นกล้า
พร้อมดินดำน้ำช่มุ ตามเหตุการณ์ เลย้ี งตน้ กล้าใหเ้ ติบใหญใ่ ช้ปักดำ
สองชน้ั
ในดวงจติ ปราบปลื้มทุกฉนำ
เสรจ็ จากไถกพ็ ร้อมทำเทือก สุขเลศิ ล้ำถำ้ พระโคเสีย่ งทายดี
รอฝนหลง่ั ยังพน้ื พสุธา
ชัน้ เดียว
เมอื่ ถึงวันมงคลแหง่ ชีวิต
แรกนาขวัญหวา่ นข้าวประจำ
เนอื้ เพลงเต้นกำรำเคียว
เพลงมา
ชาย มากันเถดิ นางเอย เอย๋ รา แม่มา มารมึ า แมม่ า มาเถิดนะแม่มา มารึมา แม่มา
มาเถิดแมน่ ชุ น้อง พจี่ ะเป็นฆอ้ ง ใหน้ ้องเปน็ ปี่ ต้อยตะริดต๊ดิ ตอด น้ำแหง้ น้ำหยอดท่ีตรงลน้ิ ปี่
มาเถิด นะ แมม่ า มารมึ า แม่มา มาเต้นกำย่ำหญ้า กันในนานีเ้ อย
ลูกคู่ เอ่อ เอย นเ้ี อย มาเตน้ กำย่ำหญ้า กนั ในนาน้ีเอย
หญงิ มากนั เถดิ นายเอย เอ๋ยรา พอ่ มา มารึมา พอ่ มา ฝนกระจายปลายนา
แลว้ น้องจะมาอยา่ งไรเอย
ลูกคู่ เอ่อ เอย อย่างไรเอย ฝนกระจายปลายนา แลว้ นอ้ งจะมาอย่างไรเอย
เพลงไป
ชาย ไปกันเถดิ นางเอย เอย๋ รา แม่ไป ไปรึไป แม่ไป ไปชมนกกันที่ในป่า
ไปชมพฤกษากนั ในไพร (ซำ้ ) ไปชมชะนผี ไี พร เล่นท่ีในดงเอย
ลูกคู่ เอ่อ เอย ดงเอย ไปชมชะนผี ีไพร เล่นทใ่ี นดงเอย
หญิง ไปกนั เถิดนายเอย เอ๋ยรา พอ่ ไป ไปรึไป พ่อไป น้องเดินขยกิ จิกไหล่
ตามก้นพี่ชายไปเอย
ลูกคู่ เออ่ เอย ไปเอย น้องเดินขยิกจิกไหล่ ตามก้นพี่ชายไปเอย
เพลงเดิน
ชาย เดนิ กนั เถดิ นางเอย เอย๋ รา แมเ่ ดนิ เดนิ รึเดนิ แมเ่ ดิน ยา่ งเท้าขนึ้ โคก
เสยี งโพระดกมนั เกริน่ (ซำ้ ) จะชวนน้องไปท้องเนิน ชมเลน่ ใหเ้ พลนิ ใจเอย
ลูกคู่ เอ่อ เอย ใจเอย จะชวนน้องไปทอ้ งเนนิ ชมเล่นใหเ้ พลินใจเอย
หญงิ เดินกันเถิดนายเอย เอย๋ รา พอ่ เดนิ เดินรเึ ดิน พอ่ เดิน หนทางกร็ กระหกระเหนิ
แล้วน้องจะเดินอยา่ งไรเอย
ลูกคู่ เอ่อ เอย อยา่ งไรเอย หนทางกร็ กระหกระเหนิ แล้วน้องจะเดนิ อยา่ งไรเอย
เพลงรำ
ชาย รำกนั เถิดนางเอย เอ๋ยรา แมร่ ำ รำรึรำ แม่รำ ใสเ่ สอื้ ดี แม่ห่มแตส่ ดี อกคำ
น้อยหรอื แน่ แมช่ า่ งรำ แม่เช้ือระบำเกา่ เอย
ลกู คู่ เอ่อ เอย เก่าเอย น้อยหรอื แน่ แม่ช่างรำ แมเ่ ชื้อระบำเกา่ เอย
หญิง รำกนั เถิดนายเอย เอย๋ รา พ่อรำ รำรึรำ พ่อรำ มหาหงส์ลงตำ่ ต่างคนต่างรำกนั เอย
ลกู คู่ เอ่อ เอย กนั เอย มหาหงสล์ งต่ำ ตา่ งคนตา่ งรำกนั เอย
รายนามผูบ้ รรเลง
ขบั ร้อง นางสาวเกวลิน บัวนอ้ ย มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ จงั หวัดสงขลา
นายธนกร ศรีสมโภชน์ โรงเรียนนวมินทราชูทศิ ทักษิณ จงั หวัดสงขลา
ระนาดเอก นายพงศ์ศริ ิ สงั ขส์ ะอาด วิทยาลัยนาฏศลิ ปนครศรีธรรมราช
ระนาดทุ้ม นายจริ ัฎฐ์ กาญจนวงศ์
ฆ้องวงใหญ่ นางสาวพจณิชา บญุ ศรี โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทกั ษิณ จังหวดั สงขลา
ฆอ้ งวงเล็ก นายศกั รรตั น์ วงศ์สแี กว้
ซอด้วง นางสาววิลาสณิ ี รวยร่ืน
ซออู้ นางสาวจารุเนตร นวลสุวรรณ
จะเข้ นายนธิ ศิ เตชะโต
ขลยุ่ เพียงออ นายปริญญา คงกะโชติ
ฉิ่ง นายธรี ภัทร ช่วยเหลอื
ตะโพน นายอคั รพนธ์ เกิดแก้ว
กลองแขก นายวฒุ ศิ กั ดิ์ ชว่ ยเหลือ
นายอธิชยั วงวอน
กลองตุ๊ก นายอัครพนธ์ เกดิ แก้ว
ฉาบเลก็ นายอภชิ าติ วัฒนะ
ฉาบใหญ่ นายวฒุ ิศกั ด์ิ ชว่ ยเหลอื
กรับ เดก็ ชายภรู วิ ชั ร์ วัชรนธิ พิ งศ์
รายนามผู้แสดง
นายพิรเดช วิเชียรรตั น์
นายธนกร สวุ รรณชาตรี
นายธีรนนั ท์ ถ่ินจะนะ
นางสาววไิ ลลกั ษณ์ สุขสวัสดิ์
นางสาวสดุ าอปั สร เซง่ ฮวด
นางสาวมะลินี สขุ แปะฮ้าว
การแสดงลำดับท่ี ๓
“การบรรยายพิธีกรรมแห่พนมขา้ ว”
การทำพนมข้าวเปน็ วัฒนธรรมความเช่ือของชาวใต้ จะทำในชว่ งเก็บเกยี่ วขา้ ว เมอ่ื ชาวนาเก็บ
ข้าวเรียบรอ้ ยแลว้ กจ็ ะเอาข้าวใหม่หรือข้าวเรียงที่ได้นี้ไปทำบุญที่วัด เพราะในสมัยก่อนวัดจะมียุ้งข้าว
เพื่อเก็บข้าวไว้สำหรับงานวัดต่าง ๆ คำว่าพนมในที่นี้แปลความหมายว่าเป็นภูเขา ในการทำพนมข้าว
จึงต้องทำให้มีรูปร่างเสมือนภูเขา มีทั้งพนมใหญ่และพนมเล็ก พนมใหญ่แทนเขาพระสุเมรุ พนมเล็ก
หรอื พนมทนู แทนเขาสตั บรภิ ัณฑ์ และเขาไกรลาส
ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำพนมข้าวคือ ข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าที่เป็น
ข้าวพื้นเมอื งในทอ้ งที่ทีม่ ีการทำพิธีนี้ การทำพนมใหญ่ตอ้ งใช้โครงสร้างเพื่อให้เป็นรปู ภูเขา จะใช้ไม้ไผ่
และเถาวัลย์หรือเชอื กมัดเพ่อื ทำเปน็ โครง และมกี ารคาดคนั หามซึง่ ทำดว้ ยไม้ไผ่ ส่วนพนมเล็กจะมีการ
ดับข้าวใส่ในกระเฌอให้เป็นจอม ไม่ว่าจะเป็นกระเฌอธรรมดา กระเฌอสี่มุม กระเฌอไพร ขึ้นอยู่กับ
แตล่ ะท้องถิ่น
วิธีในการแห่พนมข้าวจะจัดอยู่หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ จัดอยู่ในช่วงกลางเดือน
เมษายน จะจัดขบวนแบบคนใต้ โดยจะมีเครื่องดนตรีนำหน้าขบวน มีพนมใหญ่และพนมเล็กเรียงกัน
ตามลำดบั ซงึ่ จะเร่ิมแหจ่ ากสถานทที่ ำพนมข้าว ไม่ว่าจะเปน็ ที่บ้าน ศาลาเอนกประสงค์ และตามท้อง
นาเพอื่ มาทำบญุ ทวี่ ดั
ดนตรีทีใ่ ช้ในการแห่พนมขา้ ว ได้แกว่ งป่ีพาทย์เคร่ืองห้า ไดแ้ ก่ ทบั กลอง โหม่ง ฉิ่ง ป่ี ที่ถือได้
ว่าเป็นเคร่ืองดนตรขี องสวรรค์ ที่ชาวใต้นับถอื มาบรรเลงเพื่อให้การแห่พนมข้าวมคี วามสนุกครึกครื้น
โดยจะมเี พลงท่ีใช้ในการบรรเลงไดแ้ ก่ เพลงขึน้ เคร่ือง เพลงเดนิ เพลงนาดชา้ เพลงนาดเร็ว ตลอดทาง
ในการแห่ เมอ่ื ไปถึงวดั จะบรรเลงเพลงเชดิ ชา้ เชดิ เร็ว และลงเครอ่ื ง หรอื จะใช้เพลงอื่นก็ได้ไม่ถือว่าผิด
แต่คนในสมยั โบราณไมร่ จู้ กั จงั หวะอ่นื ๆ จึงยดึ เอาเพลงเหลา่ นมี้ าเปน็ พื้นฐานในการจัดขบวนแหต่ ่าง ๆ
เพื่อท่ีจะสอื่ ใหเ้ ห็นวา่ เป็นคนใต้
รายนามผบู้ รรยาย
นายอรุณ แก้วสัตยา
รายนามผบู้ รรเลง
ปี่ใต้ นายธนกร ศรีสมโภชน์
ทับ นายอรณุ แกว้ สัตยา
กลองตุ๊ก นายศักรรัตน์ วงศ์สแี กว้
โหมง่ -ฉิง่ นายวุฒิศกั ดิ์ ชว่ ยเหลอื
การแสดงลำดบั ที่ ๔
“การสขี ้าว”
“การสีข้าวเปลือก”เปน็ การสีข้าวให้เมล็ดของข้าวหลุดออกจากเปลอื ก เพื่อนำเมล็ดข้าวหรอื
เมล็ดข้าวสารไปหุงต้มเป็นอาหารต่อไป ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทยและคนเอเชีย ข้าวที่จะนำมา
หุงจะต้องเป็นเมล็ดข้าวที่ขัดสีจนขาวปราศจากเปลือกแล้ว ซึ่งเรียกว่า “ข้าวสาร” แต่ก่อนการที่จะ
ได้มาซึ่งข้าวสารนั้น ต้องเอาข้าวเปลือกมาใส่ในครกไม้แล้วใช้สากตำหลาย ๆ ครั้งจนเปลือกหลุด
ออกไป การตำข้าวมักจะใช้คนตำถึง ๒ คน เรียกกันว่า “ข้าวซ้อมมือ” หลังจากตำครั้งแรกพอเปลือก
หลุดออกแล้ว จะต้องนำข้าวไปผัดด้วยกระด้งเพื่อให้เปลือกหลุดออกเหลือแต่เมล็ดข้าวสาร ต้องทำ
เชน่ นั้น ๒-๓ ครง้ั จึงนำไปรับประทานได้
การแสดงวงดนตรอี ีสาน เพลงระบำฝดั ข้าว
กรรมวิธีการสีข้าว (นวดข้าว ตากข้าว ฝัดข้าว ร่อนข้าว สีข้าว) โดยกรรมวิธีดังกล่าวจะแสดง
ผ่านการฟ้อนรำ ในชุดระบำฝัดข้าวเป็นการเรียบเรียงเพลงขึ้นมาใหม่ โดยใช้เครื่องดนตรีอีสาน การ
แสดงชุดนี้จะเน้นถึงความสนุกสนานของการสิ้นสุดฤดูกาลการปลูกข้าวในปีนั้น ๆ การแสดงจะ
แบง่ เปน็ ๓ ช่วงโดยมีรายละเอียดดังน้ี
ช่วงที่ ๑ เป็นการบรรเลงเปิดวงเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเครื่องดนตรีและ
ผ้แู สดงโดยใช้เพลงลายโปงลาง
ช่วงท่ี ๒ เป็นการบรรเลงประกอบการรำที่สะท้อนให้เห็นถึงกรรมวิธีการสีข้าว โดย
ใช้เพลงเรว็ ประกอบการรำ
ช่วงที่ ๓ เป็นการบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีอีสาน เพื่อแสดงถึงความสามารถของ
ผู้บรรเลง ซึ่งมีการเริ่มบรรเลงเดี่ยวจากแคน ซอ โปงลาง และจบด้วยพิณ ตามลำดับ โดยใช้เพลง
เต้ยโขง
รายนามผบู้ รรเลง
โปงลาง นายอธชิ ยั วงวอน วทิ ยาลยั นาฏศิลปนครศรีธรรมราช
พณิ ไฟฟ้า นายศกั รรัตน์ วงศ์สีแกว้ โรงเรียนนวมนิ ทราชูทิศ ทกั ษิณ จังหวัดสงขลา
พณิ เบสไฟฟ้า นายอัครพนธ์ เกดิ แก้ว
แคน นายจิรัฎฐ์ กาญจนวงศ์
ซอ นายนิธศิ เตชะโต
ฉ่ิง เด็กชายภูริวัชร์ วัชรนิธิพงศ์
กลองตุ้ม นายอภิชาติ วัฒนะ
กลองหาง นายพงศ์ศิริ สงั ข์สะอาด
นายพริ เดช รายนามผู้แสดง
นายธนกร
นายธีรนนั ท์ วเิ ชียรรัตน์
นางสาววิไลลักษณ์ สุวรรณชาตรี
นางสาวสุดาอัปสร ถน่ิ จะนะ
นางสาวมะลินี สขุ สวสั ด์ิ
เซง่ ฮวด
สขุ แปะฮ้าว
การแสดงลำดับท่ี ๕
“สิน้ สดุ ฤดูกาลทำนา”
หลังฤดูเก็บเกี่ยว ชาวนาทุกภูมิภาคจะจัดพิธีเฉลิมฉลองขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการ
เฉลิมฉลองผลผลิตที่ได้ และเพื่อนำไปแก้บนและขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยบนมาก่อน ที่ได้คุ้มครอง
ปกปักรักษาคน สัตว์ และพืชพรรณธัญญาหารให้ได้ผลผลิตดีตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา และเพื่อที่จะบน
บานขอให้ปีต่อไปนั้น ได้ข้าวอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม หากมีการกระทำใด ๆ ที่เป็นการล่วงเกินท้ัง
ทางกาย ทางวาจา และทางใจ จะโดยเจตนาหรือไม่กต็ าม ก็ขออโหสกิ รรมในโอกาสเดยี วกันนี้ บางครั้ง
จะมีการนิมนต์พระสงฆบ์ ำเพ็ญบญุ หรอื ไม่ก็ไปร่วมกนั ทำบุญในวดั แลว้ อุทิศส่วนบญุ สว่ นกศุ ลไปใหเ้ ทพ
เจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการเฉลิงฉลองสิ้นสุดการทำนาเสร็จ เพื่อให้แสดงถึงการความ
สามคั คีกัน การช่วยเหลือกันของชาวนา ท่มี าช่วยกันทำนา
การแสดงวงปี่พาทยไ์ ม้แขง็ เพลงชดุ สำราญดนตรกี ลอง
โดยใช้เพลงสำราญดนตรกี ลองประกอบไปดว้ ยเพลงพมา่ กลองยาว เถา ตะลงุ ราษฎร์ เพลงชุด
ดอ้ มค่าย (ม้าโขยก มา้ ว่ิง) และแสนคำนงึ สองช้ันออกชนั้ เดยี ว เรียบเรียงโดยครูมนตรี ตราโมท ซึ่งการ
ใช้เพลงนี้แสดงให้เห็นถึงความสนุกสนาน รื่นเริง ของชาวนาหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ในช่วง
ทา้ ยของเพลงแสนคำนึงมีการบรรเลงเดีย่ วรอบวงทกุ เครอ่ื งดนตรี
รายนามผบู้ รรเลง
ระนาดเอก นายธีรภัทร ชว่ ยเหลอื โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทกั ษิณ จงั หวดั สงขลา
ระนาดท้มุ
ฆ้องวงใหญ่ นายอธิชัย วงวอน วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช
ฆ้องวงเล็ก
ป่ใี น นางสาววลิ าสิณี รวยรืน่
ฉ่ิง
กลองแขก นางสาวเกวลนิ บัวน้อย
กลองยาว นายปรญิ ญา คงกะโชติ มหาวิทยาลัยทกั ษิณ จังหวดั สงขลา
นายธนกร ศรีสมโภชน์
นายวุฒิศกั ดิ์ ช่วยเหลอื
นายอคั รพนธ์ เกิดแกว้
นายพงศ์ศิริ สงั ข์สะอาด
เด็กชายภรู วิ ัชร์ วชั รนิธิพงศ์ โรงเรยี นนวมินทราชูทศิ ทกั ษิณ จังหวดั สงขลา
นายภณ นิธิวัฒนพงศ์
กลองชาตรี นายศกั รรตั น์ วงศส์ ีแก้ว
โทนชาตรี นายพงศ์ศริ ิ สงั ข์สะอาด
ตะโพนมอญ นายจริ ัฎฐ์ กาญจนวงศ์
เปิงมางคอก นายศกั รรัตน์ วงศ์สีแก้ว
กลองแต๊ก นางสาวพรี ดา รพิพรรณ
กลองใหญ่ นางสาวจารเุ นตร นวลสุวรรณ
ฉาบเลก็ นายนธิ ิศ เตชะโต
ฉาบใหญ่ นายอภิชาติ วัฒนะ
กรบั นางสาวพจณิชา บญุ ศรี
โหมง่
นกั ศกึ ษาดำเนินโครงการนำเสนอผลงานทางดนตรไี ทย
คอนเสิรต์ มติ ริ สเพลงไทย คร้งั ที่ ๙
“โพสพ”
ชื่อ - สกลุ พงศ์ศิริ สังข์สะอาด
เครอ่ื งมอื เอก ฆอ้ งวงใหญ่
เบอร์ ๐๙ - ๘๐๘๗ - ๒๐๓๐
อีเมล [email protected]
Facebook Pongsiri Sangsaard
ชอ่ื - สกลุ เกวลิน บวั น้อย
เครอ่ื งมือเอก ฆอ้ งวงเลก็
เบอร์ ๐๙ - ๘๙๓๙ - ๙๐๑๐
อีเมล [email protected]
Facebook เกวลนิ บวั นอ้ ย
ชอื่ - สกลุ จารุเนตร นวลสวุ รรณ
เครื่องมอื เอก ซออู้
เบอร์ ๐๖ - ๕๓๗๑ - ๕๗๓๐
อีเมล [email protected]
Facebook Ann Jarunet
ชอ่ื - สกลุ วุฒศิ กั ด์ิ ชว่ ยเหลอื
เครื่องมือเอก ระนาดเอก
เบอร์ ๐๖ - ๕๐๕๖ – ๖๖๔๓
อเี มล [email protected]
Facebook Wuttisak Chuailuea
ชอื่ - สกลุ พจณิชา บุญศรี
เครื่องมอื เอก ฆอ้ งวงใหญ่
เบอร์ ๐๙ – ๘๐๑๔ - ๘๐๓๔
อเี มล [email protected]
Facebook Pojjanicha Bunsri
ช่อื - สกุล อคั รพนธ์ เกดิ แกว้
เคร่อื งมอื เอก ฆ้องวงใหญ่
เบอร์ ๐๙ - ๓๖๐๑ - ๘๑๔๗
อเี มล [email protected]
Facebook Akkarapont Kerdkeaw
ชอ่ื - สกุล ศักรรตั น์ วงศส์ แี กว้
เครอ่ื งมือเอก ฆอ้ งวงใหญ่
เบอร์ ๐๙ - ๔๕๙๑ - ๒๘๗๓
อีเมล [email protected]
Facebook Sakralat Vongseekeao
ชื่อ - สกุล พรี ดา รพิพรรณ
เครอ่ื งมือเอก ขมิ สาย
เบอร์ ๐๖ - ๓๐๘๐ - ๙๘๙๖
อีเมล [email protected]
Facebook Peerada Rapipun
ชื่อ - สกลุ ธนกร ศรสี มโภชน์
เครื่องมือเอก ป่ใี น
เบอร์ ๐๘ - ๐๔๑๗ - ๔๐๒๑
อีเมล [email protected]
Facebook Thanakorn Srisompot
ชื่อ - สกลุ อภิชาติ วัฒนะ
เคร่ืองมือเอก ระนาดทุ้ม
เบอร์ ๐๖ - ๓๐๘๐ - ๓๓๕๑
อเี มล [email protected]
Facebook Mon
ช่ือ - สกลุ นิธิศ เตชะโต
เครือ่ งมือเอก จะเข้
เบอร์ ๐๙ - ๕๐๑๕ - ๔๗๔๒
อเี มล [email protected]
Facebook กา ฟิลด์.
ขอขอบพระคุณ
ผูส้ นบั สนุนโครงการนำเสนอผลงานทางดนตรีไทย
คอนเสริ ต์ มิตริ สเพลงไทย ครั้งที่ ๙ “ โพสพ ”
อธกิ ารบดมี หาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา
คณบดคี ณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏสงขลา
สำนกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สงขลา
สำนักงานคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสงขลา
สาขาวิชาดนตรีไทย คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สงขลา
สาขาวิชานาฏศิลปแ์ ละการแสดง คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา
งานประชาสัมพนั ธ์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา
สาขาดรุ ิยางคศาสตร์ไทย คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ
วทิ ยาลยั นาฏศลิ ปนครศรธี รรมราช
โรงเรียนหาวชิราวุธ จงั หวัดสงขลา
โรงเรียนนวมินทราชทู ศิ ทกั ษิณ จงั หวัดสงขลา
โรงเรยี นวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
โรงเรยี นแจง้ วทิ ยา
โรงเรียนวดั ท่งุ หวงั ใน
ห้างหุน้ ส่วนจำกดั กญุ แจซอล
พระครูสมุหศ์ ภุ ชัย สภุ ธมฺโม เจา้ อาวาสวดั แช่มอทุ ศิ
อาจารย์โอภาส อสิ โม
ผู้ช่วยศาตราจารย์กี จนั ทศร
อาจารยบ์ รรเทงิ สิทธิแพทย์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ไชยวุธ โกศล
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชั วชิ มสุ ิการุณ
อาจารยส์ ุณิสา ศิรริ กั ษ์
อาจารย์ ดร.สกลพฒั น์ โคตรตนั ติ
อาจารย์จิรศกั ดิ์ เรอื งสวัสดิ์
อาจารยป์ ิยเทพ ไชยวารี
อาจารยท์ นงศกั ดิ์ รัตนพนั ธ์
นายอรุณ แกว้ สตั ยา
ครปู ระเสรฐิ เพชรฤทธิ์
นายศราวฒุ ิ รกั บางบูรณ์
นายจกั รพงษ์ ชมุ แดง
นายวรากร จันนวน