The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงาน นายวีระศักดิ์ พาสุข

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tatar-meto, 2021-10-14 11:50:40

รายงาน นายวีระศักดิ์ พาสุข

รายงาน นายวีระศักดิ์ พาสุข

วรี ะศกั ด์ิ พาสุข

วรี ะศกั ด์ิ พาสุข



คำนำ
รายงานเลม่ นีจ้ ัดทำขนึ้ เพอื่ เปน็ ส่วนหน่ึงของวิชาประวัตกิ ารออกแบบมีจุดประสงค์เพ่ือให้ได้ศึกษาความรู้
เร่ืองประวัตคิ วามเป็นมาของ มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนี และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ใน
การศกึ ษา
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้เนื้องจากมีความสนใจหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น และ
นกั ศกึ ษาที่สนใจในเร่อื งนี้ หากถกู ผิดประการใดต้องขออภัยมานะท่ีน้ี

วรี ะศกั ดิ์ พาสขุ



สารบัญ หน้า

เรอื่ ง 1

บทนำ................................................................................. ................................................................................ 1
1
ประวตั ิ............................................................................................................................. .................................. 2
วัยเดก็ (ค.ศ. 1475 – ค.ศ. 1488)........................................................................................................ 3
การฝึกงาน (ค.ศ. 1488 – ค.ศ. 1492)................................................................................................. 4
โบโลญญา ฟลอเรนซ์ และโรม (ค.ศ. 1492 – ค.ศ. 1499)...................................................................
ฟลอเรนซ์ (ค.ศ. 1499 – ค.ศ. 1505)................................................................................................... 6

ผลงานเด่น............................................................................................................................. ............................ 7

บรรณานกุ รม............................................................................................................................. ........................



สารบัญภาพ หน้า

เร่อื ง 2
3
พระแมม่ ารีแห่งบันได ผลงานชิน้ แรกท่มี ีหลกั ฐานของมเี กลันเจโล...................................................................... 4
ปเิ อตะ ณ มหาวหิ ารนักบุญเปโตร....................................................................................................................... 5
รูปแกะสลักเดวดิ ที่เมืองฟลอเรนซ์......................................................................................................................
การพิพากษาคร้ังสดุ ท้าย :The Last Judgment................................................................................................

1

บทนำ

มีเกลันเจโล หรือที่มกั รู้จักกันในชื่อ ไมเคิลแองเจโล มีชื่อเต็มวา่ มีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี
ซีโมนี (อิตาลี: Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni; 6 มีนาคม ค.ศ. 1475 – 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1564)
เปน็ จิตรกร สถาปนกิ และประตมิ ากรชื่อดังในสมยั ฟื้นฟศู ิลปวทิ ยา (Renaissance)

มีเกลันเจโลเกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1475 ในเมืองกาเปรเซ เขาเติบโตที่เมืองฟลอเรนซ์ หลังจาก
ที่ไปอยู่ที่กรุงโรมเม่ืออายุ 21 ปี และใช้ชีวติ อยู่ท่ีน่ันถึง 5 ปี มีเกลันเจโลสรา้ งประติมากรรมรูปสลัก เดวิด ขณะมีอายุ 26
ปี จากหินอ่อนก้อนมหึมาที่ถูกทิ้งไว้กลางเมืองฟลอเรนซ์เป็นเวลาหลายปี จึงกลายเป็นที่ฮือฮาของชาวเมือง ด้วยเหตุผล
ที่ว่า ไม่มีใครกล้าพอที่จะแตะต้องมัน ความสำเร็จหลังจากงานชิ้นนี้ ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทัว่ อิตาลี มีเกลันเจโล
เดิมทีเป็นคนที่เกลียดเลโอนาร์โด ดา วินชี ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีอายุห่างกันถึง 23 ปี และไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก ในช่วงน้ี
(ค.ศ. 1497–1500) เขาก็ได้สร้างประติมากรรมหินอ่อนอีกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อว่า ปีเอตะ (Pietà) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในมหาวิหาร
นักบุญเปโตรที่กรุงโรม ตอนอายุได้ 30 ปี เขาได้ถูกเชิญให้กลับมาที่กรุงโรม เพื่อออกแบบหลุมฝังศพให้กับสมเด็จ
พระสันตะปาปาจูเลียสท่ี 2 ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 ปี หลังจากแก้หลายครั้งหลายครา จนมาสำเร็จใน ค.ศ. 1545 ต่อมา
ใน ค.ศ. 1546 เขาเป็นสถาปนิกคนสำคัญในการสร้างมหาวิหารนักบุญเปโตรที่กรุงโรม ที่มีความยิ่งใหญ่และงดงาม
เป็นอย่างมาก ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นโดม เขาใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ในกรุงโรม
ตลอด 30 ปี ช่วงนี้นั้นเองที่เขาเขียนภาพระดับโลกไว้มากมาย โดยเฉพาะภาพ คำพิพากษาครั้งสุดท้าย
(The Last Judgment) ซงึ่ เขาใชเ้ วลาในการเขียนภาพขนาดยักษน์ น้ี านถงึ 6 ปี

มีเกลันเจโล บูโอนาร์โรตี เสียชีวิตที่โรมเมื่อ ค.ศ. 1564 รวมอายุได้ 88 ปี ซึ่งมีคำกล่าวจากสมเด็จ
พระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ว่า "ทรงยินดีบั่นทอนชีวิตของท่านลง เพื่อแลกกับชีวิตของมิเกลันเจโลให้ยืนยาว
ออกไปอีก"

ประวตั ิ

วัยเด็ก (ค.ศ. 1475 – ค.ศ. 1488)
ในเมืองกาเปรเซท่ี ณ ปจั จุบัน เรียกกนั ว่า กาเปรเซมเี กลนั เจโล เป็นเมืองเลก็ ๆ ทตี่ ั้งอยใู่ น วัลติเบอริน่า

ใกล้กับเมืองอาเรสโซ แคว้นตอสคานา เขาเป็นบุตรของ ลูโดวิโค ดิ เลโอนาโด บัวนารอติ ซิโมนี กับ ฟรานเชสกา ดิ เนรี
แห่งมินิอาโตแห่งเซียนา ครอบครัวของเขาเคยเป็นพนักงานธนาคารขนาดเล็กในฟลอเรนซ์ แต่ธนาคารกลับไม่
ประสบความสำเร็จ พ่อของเขาจึงรับตำแหน่งราชการในเมืองกาเปรเซ ในขณะที่มีเกลันเกิด พ่อของเขาทำงาน
เป็นแมยิสเตร็ดและนายกเทศมนตรีของโกมูเนชิว ครอบครัวของเขาเชื่อว่าพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากเคาน์เตส
มาทิลดาแห่งคาโนสซาแห่งตอสคานาซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่มีเกลันเจโลเชื่อว่าเป็นเช่นน้ัน

2

การฝึกงาน (ค.ศ. 1488 – ค.ศ. 1492)
ขณะยังเป็นวัยรุ่น มีเกลันเจโลถูกส่งไป

ที่เมืองฟลอเรนซ์ เพื่อศึกษาไวยากรณ์ ภายใต้แนวคิด
มนุษยนิยมสมัยฟื้นฟูศลิ ปวิทยา ฟรันเชสโก ดา อูร์บีโน แต่เขา
ไม่แสดงความสนใจในการเรียน เลือกที่จะคัดลอกภาพวาด
จากโบสถ์ และหาเพอ่ื นของจิตรกรคนอื่น

เมืองฟลอเรนซ์ในเวลานั้นเป็นศูนย์กลาง
ศิลปะและการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี โดยศิลปะ
ในเมืองนี้ได้รับการสนับสนุนจากซินญอรีอา(สภาเมือง)
สมาคมการค้า และเศรษฐีต่าง ๆ เช่น ตระกูลเมดีชี และ
พนักงานธนาคาร ในยุคเรอแนซ็องส์ หรือยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา
ไดเ้ กดิ การพฒั นาครั้งแรกในเมืองฟลอเรนซ์ ในชว่ งต้นศตวรรษ
ที่ 15 ฟีลิปโป บรูเนลเลสกี สถาปนิกชาวอิตาลี ได้ศึกษา
ซากของอาคารคลาสสิกในกรุงโรม และได้สร้างโบสถ์สองแห่ง
คือ ซาน ลอเรนโซ่ และ ซันโตสปีรีโต โลเรนโซ กีแบร์ตี
“พระแม่มารแี ห่งบันได ผลงานช้ินแรกท่ีมหี ลกั ฐานของมีเกลนั เจโล” นักประติมากร ได้ทำงานเป็นเวลาห้าสิบปีเพื่อสร้างประตูทอง
สัมฤทธิ์ของหอศีลจุ่มซันโจวันนี ซึ่งมีเกลันเจโลอธิบายว่า
เป็น "ประตูแห่งสวรรค์" ในช่องภายนอกของโบสถ์ออร์ซันมีเกเล มีแกลเลอรีผลงานของประติมากรที่มีชื่อเสียงที่สุด
ของฟลอเรนซ์ เช่น อันเดรอา เดล แวร์รอกกีโอ โดนาเตลโล [8] การตกแต่งภายในของโบสถ์เก่าแก่เต็มไปด้วยภาพ
เฟรสโก (ส่วนใหญ่ในยุคกลางตอนปลาย แต่ยังอยู่ในสไตล์เรอเนซองส์ตอนต้นด้วย) เริ่มด้วยจอตโต ดี บอนโดเน
แล้วตามด้วย มาซัชโช ในโบสถน์ ้อยบรันกชั ชี ซง่ึ ผลงานทั้งสองชิ้น มเี กลนั เจโลไดศ้ ึกษาและคัดลอกเป็นภาพวาด
ในช่วงวัยหนุ่ม คณะจิตรกรจากฟลอเรนซ์ไปยังวาติกัน เพื่อตกแต่งผนังโบสถ์น้อยซิสทีน ในคณะนั้นมี
โดเมนีโก กีร์ลันดาโย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพเฟรสโก การวาดภาพทิวทัศน์ ภาพเหมือนและภาพต่าง ๆ ที่มีห้องทำงานใหญ่
ที่สุดในฟลอเรนซ์ ในค.ศ. 1488 เมื่อเขาอายุ 13 ปี มีเกลันเจโลได้ฝึกงานกับโดเมนีโก กีร์ลันดาโย ในค.ศ. 1499
พ่อของเขาเกลี้ยกล่อมให้กีร์ลันดาโย จ่ายเงินให้กับมีเกลันเจโลในฐานะศิลปิน ซึ่งพบได้ยากมากในผู้ที่อายุ 14 ปี และ
ในปีเดียวกันนั้นเอง โลเรนโซ เด เมดีชี ผู้ปกครองโดยพฤตินัยของเมืองฟลอเรนซ์ ได้ขอลูกศิษย์ที่เก่งที่สุด 2 จาก
กรี ล์ ันดาโย กรี ์ลนั ดาโยจึงไดส้ ่งมเี กลันเจโลและฟรนั เชสโก กรานัชชี่ไป
ตั้งแต่ ค.ศ. 1490 ถึง ค.ศ. 1492 มีเกลันเจโลได้เข้าเรียนที่สถาบันของเพลโตในเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็น
สถาบันการศึกษาด้านมนษุ ยนิยมท่ีก่อต้ังโดยตระกูลเมดีชี ซึ่งทำให้การทำงานและมุมมองของเขาได้รับอิทธิพลจากหลาย
นักปรัชญาและนักเขียนส่วนใหญ่ที่มีความโดดเด่นทั้งมาร์ซีลีโอ ฟีชีโน, โจวันนี ปีโก เดลลา มีรันโดลา, โพลิเซียโน

3

ในช่วงเวลานี้เองที่มีเกลันเจโลได้แกะสลักรูปพระแม่มารีแห่งบันได (ค.ศ. 1490–1492) และการต่อสู้ของเซนทอร์
(ค.ศ. 1491–1492) โดยในช่วงหลังมีการอิงตามคำแนะนำของโพลิเซียโน ซึ่งเป็นงานตามการมอบหมายของโลเรนโซ
เด เมดีชี มีเกลนั เจโลได้ทำงานมาเป็นเวลาหนงึ่ กบั แบรโ์ ตลโด ดิ โจวนั นี เม่อื เขาอายุได้ 17 ปี ปิเอโตร ตอร์จิอานี ได้ตีเขา
ที่จมกู จนทำให้เขาจมูกเขาเสยี รูปไปอยา่ งเห็นได้ชัดในรปู ของเขา

โบโลญญา ฟลอเรนซ์ และโรม (ค.ศ. 1492 – ค.ศ. 1499)

โลเรนโซ เด เมดีชีได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1492 ทำให้ชีวิตของมีเกลันเจโลเกิดความ

ผลิกผัน เขาได้ออกจากคฤหาสน์ของตระกูลเมดีชี และกลับไปอยู่ท่ีบ้านของพ่อชองเขา และในเดือนถัดมาเขาได้แกะสลกั

ไม้เป็นผลงานไม้กางเขนเพื่อเป็นของขวัญให้กับโบสถ์ซานโต สปิริโตแห่งฟลอเรนซ์ ซึ่งอนุญาตให้เขาทำการศึกษา

กายวภิ าคของศพจากโรงพยาบาลของโบสถ์ ซึง่ ถอื เป็นการศึกษากายวภิ าคคร้งั แรกของมีเกลันเจโลทใี่ ช้การผ่าศพ

ในช่วงระหวา่ ง ค.ศ. 1492 ถงึ ค.ศ. 1493

เขาได้ซื้อหินอ่อนมาเพื่อแกะสลักรูปปั้นเฮอร์คิวลีสที่มีขนาดใหญ่

กว่าตัวจริงซึ่งถูกส่งไปยังฝรั่งเศสและต่อมาก็หายไปในช่วง

คริสต์ศตวรรษที่ 18 ในวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1494 หลังจาก

มีหิมะตกอย่างหนัก ทายาทของโลเรนโซ เด เมดีชี ได้ว่าจ้าง

ให้มีเกลันรูปปั้นหิมะ และมีเกลันเจโลเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์

ของเมดีชีอีกครงั้

ในปีเดียวกันนั้นเอง ตระกูลเมดีชีถูกขับไล่ออก

จากเมืองฟลอเรนซ์จากการขึ้นมามีอำนาจของจีโรลาโม ซาโวนา

โรลา เขาได้ย้ายออกจากเมืองก่อนที่จะสิ้นสุดของการ

เปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปอยู่ท่ีเวนิส ก่อนที่จะย้ายต่อไป “ปเิ อตะ ณ มหาวิหารนักบญุ เปโตร”
ยังโบโลญญา ในโบโลญญาเขาได้รับมอบหมายให้แกะหุ่นเล็ก ๆ

หลายตวั สำหรับวิหารนักบญุ โดมินิกเสรจ็ สมบูรณใ์ นโบสถ์ทีอ่ ุทิศใหก้ ับนกั บุญองค์นั้น ในเวลาน้ันเองศึกษาภาพนูนต่ำนูนสูง

ที่แกะสลักโดยจาโคโป เดลลา เควอร์เซียรอบประตูหลักของมหาวิหารเซนต์เปโตรเนียสรวมทั้งภาพของ The Creation

of Eve ซึ่งต่อมาเป็นองค์ประกอบที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนเพดานของโบสถ์น้อยซิสทีน เนื่องจากในปลาย ค.ศ. 1495

สถานการณ์ทางการเมืองในฟลอเรนซ์เริ่มสงบลง เนื่องจากพระเจ้าชารล์ ท่ี 8 แห่งฝรั่งเศสได้รับความพ่ายแพ้ มีเกลันเจโล

จงึ กลบั ไปยังฟลอเรนซแ์ ต่ไม่ไดร้ ับงานใด ๆ จากทางราชการภายใต้การนำของซาโวนาโรลา และเขาได้กลบั ไปทำงานให้กับ

ตระกูลเมดีชี ในช่วงครึ่งปีที่เขาอยู่ในฟลอเรนซ์ เขาได้ทำรูปปั้นเล็ก ๆ 2 ชิ้น ได้แก่ นักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมาในวัยเด็ก

และ กามเทพนอนหลับ ตามท่ีอัสกานีโอ คอนดิวีเคยเขียนไว้ว่า โลเรนโซ ดิ ปิแอร์ฟรานเชสโก เด เมดีชี ซึ่งมีเกลันเจโล

ได้แกะสลักนักบุญยอห์นผู้ให้บัพติศมา ได้บอกมีเกลันเจโลว่า"ให้แก้ไขจนเหมือนถูกฝัง" ทำให้มีเกลันเจโลสามารถ"

ส่งมนั ไปยงั กรุงโรม ... สง่ ต่อมนั เป็นงานโบราณ ... และขายไดด้ ีกวา่ มาก" แตท่ ้งั โลเรนโซและมีเกลนั เจโลถกู พ่อค้าคนกลาง

4

โกงมูลค่าที่แท้จริงของชิ้นงานโดยไม่รู้ตัว พระคาร์ดินัลราฟฟาเอล รีอารีโอผู้ที่โลเรนโซขายรูปปั้นนั้นให้ พบว่าเป็นการ
หลอกลวง แต่ประทับใจในคุณภาพของประติมากรรมมากจนเชิญศิลปินมาที่กรุงโรม ความสำเร็จที่ปรากฎในการขาย
ประติมากรรมของเขาในต่างประเทศรวมถึงสถานการณ์อนุรักษ์นิยมในฟลอเรนซ์นี้เองที่อาจกระตุ้นให้มีเกลันเจโล
ยอมรับคำเชิญของพระคาร์ดินัลครั้งน้ี มีเกลันเจโลได้เดินทางมาถึงโรมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1496 และในวันที่
4 กรกฎาคม ปีเดียวกันนั้นเองเขาเริ่มงานที่ได้รับการว่าจ้างจากพระคาร์ดินัลราฟฟาเอล รีอารีโอคือรูปปั้นขนาด
เท่าของจริงของเทพเจ้าไวน์โรมัน แบคัส แต่เมื่อเสร็จงานพระคาร์ดินัลก็ได้ปฏิเสธงานชิ้นนั้น และต่อมาก็เข้าไปในที่เก็บ
รวบรวมของนายธนาคารจาโคโป กลั ลี สำหรบั สวนของเขา

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1497 เอกอัครราชทูตฝร่ังเศสประจำสันตะสำนัก พระคาร์ดนิ ลั ฌ็อง เดอ บิล
เฮเรส-ลากราอูลาส ได้มอบหมายให้เขาแกะสลักปิเอตะ ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แสดงพระแม่มารีย์กำลังโศกเศร้าบนพระศพ
ของพระเยซู เรื่อง ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายเรื่องการตรึงกางเขนในพระคัมภีร์ไบเบิล แต่เป็นประติมากรรม
ทั่วไปทางศาสนาของยุโรปเหนือในยุคกลางและคงจะคุ้นเคยกับพระคาร์ดินัลมาก สัญญาตกลงกันในเดือนสิงหาคม
ของปีถัดไป โดยมีเกลันเจโล อายุ 24 ปีในขณะที่สร้างเสร็จ ในไม่ช้าก็ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในงานประติมากรรม
ชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ของโลก "การเปิดเผยศักยภาพและพลังของศิลปะประติมากรรม" ความคิดเห็นของคนในสมัยนั้นสรุป
โดย จอร์โจ วาซารีว่า "เป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างแน่นอนที่ก้อนหินที่ไม่มีรูปร่างสามารถถูกลดขนาดจนสมบูรณ์แบบ
ท่ีธรรมชาติแทบจะไม่สามารถสรา้ งขึ้นในเนอื้ หนงั ได้" ปัจจุบนั ตงั้ อยู่ในมหาวิหารนกั บุญเปโตร

ฟลอเรนซ์ (ค.ศ. 1499 – ค.ศ. 1505) “รปู แกะสลกั เดวดิ ทเ่ี มอื งฟลอเรนซ์”
มีเกลันเจโลกลับมายังฟลอเรนซ์ในปี 1499 ซึ่งเป็นช่วง

ที่สาธารณรัฐฟลอเรนซ์กำลังเปลี่ยนแปลงหลังจากการล่มสลายของผู้นำ
จีโรลาโม ซาโวนาโรลา นักบวชผู้ต่อต้านยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ซึ่งถูกประหาร
ชีวิตในปีค.ศ. 1498 และการมีอำนาจปิเอโร โซเดรินี ทางสมาคมขนสัตว์
ได้ขอให้มีเกลันเจโลทำงานที่ยังไม่เสร็จซึ่ง แอโกสทิโน ดิ ดุชโช เริ่มต้นข้ึน
เมื่อ 40 ปีก่อนโดย เป็นรูปปั้นขนาดมหึมาจากหินอ่อนคาราร่า ที่วาดภาพ
เดวิดว่าเป็นสัญลกั ษณ์ของเสรีภาพในฟลอเรนซ์ที่จะนำมาวางไว้บนหน้าจว่ั
ของอาสนวิหารฟลอเรนซ์ มเี กลนั เจโลตอบตกลงและได้ทำงานท่ีโด่งดังที่สุด
ของเขา นั่นคือรูปปั้นของเดวิดในปีค.ศ. 1504 ผลงานชิ้นเอกนี้
ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเขาในฐานะประติมากรที่มีทักษะทางเทคนิค
ที่ไม่ธรรมดาและความแข็งแกร่งของจินตนาการเชิงสัญลักษณ์ โดยคณะ
ที่ปรึกษาของเขาอนั ได้แก่ ซันโดร บอตตีเชลลี , เลโอนาร์โด ดา วินชี , ฟีลิป
ปีโน ลิปปี , ปีเอโตร เปรูจีโน , โลเรนโซ ดิ เครดี , อันโตนิโอ ดา ซัง
กัลโล , จูลิอาโน ดา ซานกาลโล , อันเดรอา เดลลา รอบเบีย , โกซีโม รอส

5

เซลลี , ดาวีเด กีร์ลันดาโย , ปีเอโร ดี โกซีโม , อันเดรอา ซานโซวิโน และเพื่อนรักของเขาอย่าง ฟรันเชสโก กรานัชชี่

ได้รับการเรียกตัวเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดวาง ท้ายที่สุดคือที่ ปิแอซซา เดลลา ซินญอรีอา บริเวณหน้า ปาลาซโซ

เวคคิโอ ปัจจุบันตั้งอยู่ใน Academia ในขณะที่รูปปั้นที่อยู่ในจัตุรัสเป็นแบบจำลอง ในช่วงเวลาเดียวกันของการจัดวาง

เดวิด สันนิษฐานว่ามีเกลันเจโลอาจมีส่วนร่วมในการสร้างประติมากรรมรูปหน้าของเขา ด้านหน้าของ ปาลาซโซ เวคคิโอ

ที่รู้จักกันในชื่อ Importuno di Michelangelo โดยภาพนั้นมีความคล้ายคลึงอย่างมากกับรูปของเขาที่วาดโดยศิลปิน

ในตน้ ศตวรรษที่ 16 ซง่ึ ปัจจุบันเก็บรักษาไวใ้ นพิพธิ ภณั ฑล์ ูฟวร์

หลังจากรูปปั้นของเดวิดของเขาเสร็จสิ้นแล้ว เข้าก็ได้รับงานใหม่ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1504 เลโอนาร์โด

ดา วินชี ได้รับมอบหมายให้วาดภาพ ยุทธการอันเกียริ ในห้องประชุมสภาของปาลาซโซ เวคคิโอ ซึ่งแสดงภาพการต่อสู้

ระหว่างฟลอเรนซ์และมิลานในปี ค.ศ. 1440 จากนั้นมีเกลันเจโล

ได้รับมอบหมายให้วาดภาพยุทธการคาสซินา โดยภาพวาดทั้งสอง

มีความแตกต่างกันมาก ภาพของเลโอนาร์โดจะเป็นภาพทหารต่อสู้บน

หลังม้า ขณะที่ภาพของมีเกลันเจโลมีทหารถูกซุ่มโจมตีขณะอาบน้ำ

ในแม่น้ำ ทั้งสองงานไม่มีงานใดเสร็จสมบูรณ์และทั้งสองก็สูญหายไป

เมอ่ื ห้องนีไ้ ดร้ บั การตกแต่งใหม่ แต่สำเนายงั คงอยู่ซึ่งผลงานของเลโอนาร์

โดถูกคัดลอกโดยรือเบินส์ และผลงานของมีเกลันเจโลโดยบาสเตียโน

ดา ซังกลั โล โดยทั้งสองช้นิ ได้รับความชื่นชมอยา่ งมาก

หลายเดือนหลังจากที่มีเกลันเกิด ครอบครัวของเขา

ได้ย้ายกลับไปอยู่ในฟลอเรนซ์ เขาได้รับการเลี้ยงดูที่นั้น และหลังจาก

ที่แม่ของเขาเสียชีวิตใน ค.ศ. 1481 (เมื่อเขาอายุได้ 6 ขวบ) เขาได้ไป

อาศัยอยู่กับพี่เล้ียงและสามีของเธอซึ่งเป็นคนตัดหินใน เมืองเซตติญาโน การพิพากษาคร้ังสดุ ทา้ ย :The Last Judgment

เมืองที่พ่อของเขาเปน็ เจ้าของเหมือนหินอ่อนและฟาร์มเลก็ ๆ

6

“ปเี อตา้ ” “เดวดิ ”
ถกู สร้างขน้ึ ในปี ค.ศ 1498-1499 ถกู สร้างขน้ึ ในปี ค.ศ 1501-1504

“การสรา้ งอดัม” “การตดั สินคร้งั สุดท้าย”
ถกู สรา้ งขน้ึ ในปี ค.ศ 1508-1512 ถูกสร้างขน้ึ ในปี ค.ศ 1534-1541

7

บรรณานกุ รม

• Clément, Charles (1892). Michelangelo. Harvard University, Digitized June 25, 2007: S. Low,
Marston, Searle, & Rivington, ltd.: London.

• Condivi, Ascanio; Alice Sedgewick (1553). The Life of Michelangelo. Pennsylvania State
University Press. ISBN 0-271-01853-4.




Click to View FlipBook Version