The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krusayan101, 2022-06-30 06:30:39

Up re skills

Up re skills

รายงานการฝกึ ประสบการณใ์ นสถานศึกษา
และแนวคิดการประยกุ ตใ์ ช้ในการขบั เคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษา

ประเด็นศึกษา การพัฒนาทกั ษะอาชพี Up Skills Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา

รายชอื่ สมาชิกในกลมุ่

นายกฤษนเดช ราษีทอง เลขที่ ๑๐/๑
นายทวกิ านต์ ผดงุ สนั ต์ เลขท่ี ๑๐/๒
นายชูศักดิ์ ขุ่ยขะ เลขที่ ๑๐/๓
นายเมอื งมนต์ เนตรหาญ เลขท่ี ๑๐/๔
นายวชิ ติ ธรรมฤทธ์ิ เลขที่ ๑๐/๕
นายสุระเดน่ คนุ ุ เลขที่ ๑๐/๖
นางรัชดาภรณ์ มะลซิ ้อน เลขที่ ๑๐/๗
นายปกรณ์ อนิ ศร เลขที่ ๑๐/๘
นายวสิ ิทธต์ิ พงศ์ แสงงาม เลขท่ี ๑๐/๙
นายสายนั ห์ ประโกสันตงั เลขที่ ๑๐/๑๐

โครงการการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่
ผู้อานวยการสถานศกึ ษา

สังกดั สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา



บทสรปุ ผ้บู ริหาร

ปจั จบุ ันการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีและพลวตั รของโลกยคุ ใหม่ สง่ ผลต่อการประกอบอาชพี ของสังคม ซึง่
ต้องเผชิญความท้าทายกับสถานการณ์New Normal ในการเรียนรพู้ ัฒนาทักษะอาชีพ เพ่ือดารงชีวิตสู่อนาคตจึงเปน็
ผลสาคญั ในการศึกษาการพัฒนาทักษะอาชพี Up Skills Re Skills สู่ Future skill แบบรบั รองการมีงานทาของ
สถานศึกษาอาชีวศึกษา มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาข้อมูลพ้ืนฐานเกี่ยวกับทักษะอาชีพในปัจจุบันของสถานศึกษา
อาชีวศึกษา Up skills Re skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมงี านทา เพือ่ ศึกษาแนวทางในการพัฒนาทักษะอาชีพ
Up skills Reskills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา ของสถานศึกษาอาชีวศึกษา และเพื่อเสนอแนะการ
ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชพี Up skills Reskills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา
ให้ผู้บริหารนาไปเป็นแนวทางการขับเคล่ือนการจัดการอาชีวศึกษาในสถานศึกษาพัฒนาผลผลิตให้มีสมถรรนะอาชีพ
อยา่ งมีคุณภาพ โดยใชก้ รอบแนวคดิ เรื่องระบบการมุ่งเนน้ คุณภาพการศึกษาที่ดีข้ึน ในส่วนทเ่ี ก่ยี วกบั การพฒั นากาลัง
แรงงานของธนาค ารโลก (The World Bank, SABER - System Approach for Better Education Results :
Workforce Development and Tool Analysis) โดยประยุกต์ใช้ เครื่องมือในการวางแผนธุรกจิ (Business Model
Canvas) จากการศกึ ษาพบว่า สถานศึกษามีกระบวนการจัดอาชีวศึกษาให้เกิดคุณภาพ ยกระดับคุณภาพการจัดการ
เรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนในบริบทเชิงพ้ืนท่ี การจัดการเรียนการสอนวิชาชีพเพ่ือความ
เสมอภาค การพัฒนาปรบั ปรงุ หลักสูตรของสถานศึกษา การสรา้ งความรว่ มมอื กับเครือข่ายพนั ธมิตรภาครฐั และเอกชน
ในการเรียนรู้ และฝึกอบรมพัฒนาทักษะอาชีพใหก้ ับนกั เรยี น นักศึกษา ประชาชน เกษตรกร ผู้ด้อยโอกาสผ้พู ิการ
และผู้วา่ งานใหน้ าความร้ทู ักษะอาชีพไปประกอบอาชพี ได้ โดยส่งเสริมการนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรอื ICT มา
ใช้เพ่ือการเรียนการสอนและการบริหารจัดการในสถานศึกษา มุ่งให้กลุ่มผู้เรียนหรอื ผู้ผ่านการฝึกอบรมทักษะอาชีพ มี
การ Up skills Reskills พัฒนาองค์ความรู้ทันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ และอาชีพใหม่
หรือ Future Job สามารถประกอบอาชีพได้จริง มีเหตุจูงใจหรือความท้าทายท่ีต้องดาเนินการจัดการเรียนการสอน
และฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Up skills, Re skills ให้สามารถประกอบอาชีพเสริมรายได้ และประกอบธุรกิจพร้อม
พัฒนาเป็นศูนย์การเรยี นร้ใู ห้กับประชาชนให้กันชุมชน สามารถเชื่อมโยงสมรรถนะอาชีพในการทางานสู่ระบบคุณวุฒิ
ทางการศึกษา

จากขอ้ มูลการศกึ ษาการพัฒนาทักษะอาชพี ในสถานศึกษา Up skills, Re skills สู่ Future skill แบบรับรอง
การมีงานทา คณะผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะในการยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาพัฒนาทักษะอาชีพต่อผู้อานวย
สถานศึกษามีดังนี้ สารวจความต้องการของผู้เรียน ผู้รับบริการในการพัฒนาทักษะอาชีพเพ่ือนาประกอบอาชีพ
มอบหมายครผู ูร้ บั ผดิ ชอบทักษะอาชพี Up Skills,Re Skills สู่ Future skillและพัฒนาองคค์ วามรทู้ กั ษะอาชีพให้กับครู
และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา ประสานเครือข่ายความร่วมมือพัฒนาหลักสูตร
วิชาชีพระยะส้ันสนองความต้องการของผู้เรียน หรือผู้เข้ารับการเข้ารับการฝึกอบรมในการนาไปประกอบอาชีพ จัดทา
รายละเอียดโครงสร้าง แผนงาน งาน/โครงการ จดั ฝกึ ทักษะอาชพี Up Skills,Re Skills สู่ Future skillรองรับการมงี าน
ทา ประเมินผล ติดตาม กากับนิเทศและแนะนาช่วยเหลือเพิ่มพูนองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ให้กับผู้ผ่านการพฒั นา
ทักษะอาชีพอย่างต่อเนื่อง สาหรับข้อเสนอแนะสถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษามีดังน้ี จัดทาแผนการพัฒนา
ทักษะอาชีพ Up skills, Re skills สู่ Future skillประชาสัมพันธ์ รับสมัครผู้เรียนผู้ฝึกอบรมตามสาขาวิชา จัดกิจกรรม
สง่ เสริมและพฒั นาผ้เู รียนผู้ให้มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ จดั ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนผู้ฝึกอบรม เพ่ือแก้ปัญหาและ
พัฒนาผู้เรียนให้มีโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหล่ือมล้า สร้างและพัฒนาความร่วมมอื กับสถาน



ประกอบการในการพัฒนาหลักสูตร การ Up Skills Re Skills สู่ Future skillให้เป็นไปตามความต้องการของสถาน
ประกอบการและตลาดแรงงาน Future Job และขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายต่อสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เพื่อมอบหมายภารกิจการยกระดับพัฒนาทักษะอาชพี คือกาหนดนโยบายการพฒั นาทักษะอาชพี Up Skills Re Skills
สFู่ uture skillตามความตอ้ งการของผูเ้ รียนและผู้รบั บริการ สถานประกอบการและตลาดอาชพี สนบั สนุนงบประมาณ
การพฒั นาทกั ษะอาชพี Up Skills, Re Skills ส่Fู uture skillส่งเสรมิ สนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ จัดสรรงบประมาณ จัดหาครุภัณฑ์ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ ที่สอดคล้องเทคโนโลยี
ใหม่ในการจัดการเรียนรู้ ฝึกอบรม พัฒนาทักษะอาชีพ และมีคณะกรรมการกากับนิเทศติดตามประเมินผลการ
ดาเนินงานอยา่ งเป็นระบบตอ่ เนื่อง



สารบญั

บทสรปุ ผูบ้ รหิ าร ก

สว่ นท่ี 1 สภาพปัจจุบนั และความท้าทาย ๑

๑. สภาพปัจจบุ นั และความท้าทาย ๑

2. วัตถุประสงค์ ๓

๓. ขอบเขต ๓

๔. ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะได้รับ ๓

๕. นยิ ามศัพท์ ๓

สว่ นท่ี 2 แนวคดิ องค์ความรู้ และกฎระเบยี บท่ีเกี่ยวข้อง ๕

๒.๑ ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐ ๕

๒.๒ ร่างกรอบแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 13 (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ๖

๒.๓ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๗๙ ๗

๒.๔ นโยบายและจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ๘

๒.๕ แผนพัฒนาการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ๘

๒.๖ การพฒั นาทักษะอาชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future skill ๙

๒.๗ ทฤษฎี The World Bank, SABER - Systems Approach for Better Education Results ๙

๒.๘ ทฤษฎี Business Model Canvas (BMC : Canvas) ๑๐

๒.๙ กระบวนการบรหิ าร POSDCoRB ๑๒

๒.๑๐ ทฤษฎี SWOT Analysis ๑๓

๒.๑๑ กรอบคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษา ๑๓

๒.๑๒ งานวจิ ัย และกฎระเบยี บทเี่ กย่ี วขอ้ ง ๑๔

สว่ นท่ี 3 ผลการศึกษาเปรียบเทียบ (Journey Mapping) ๒๒

1. ขอ้ คน้ พบจากการสถานศึกษาที่เข้ารบั การฝึกประสบการณ์ ๒๒

1.1 สภาพก่อนดาเนินการของสถานศึกษาในประเด็นทีศ่ ึกษา ๒๒

1.2 เหตจุ ูงใจหรอื ความท้าทายทต่ี อ้ งดาเนนิ การ ๒๒

1.3 วเิ คราะหส์ ถานการณ์ที่สถานศึกษาดาเนนิ การ ๒๓

1.4 วเิ คราะห์กลไกในการบริหารจดั การในระบบและการจัดการการอาชวี ศึกษา ๒๙

2. บทเรยี นความสาเรจ็ ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ๓๔

ส่วนท่ี 4 รูปแบบการพัฒนาสถานศกึ ษา และแนวทางการขับเคลือ่ นสู่ความสาเรจ็ ในสถานศกึ ษาอาชีวศึกษา ๓๖

1. รูปแบบการพัฒนาสถานศกึ ษา (Model of College Development) การพัฒนาทักษะอาชพี ฯ ๓๖

2. แนวทางการขับเคลื่อนสคู่ วามสาเร็จในสถานศึกษาอาชีวศึกษา การพฒั นาทักษะอาชีพฯ ๓๗

ส่วนที่ 5 ขอ้ เสนอแนะการยกระดบั คุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา ๔๑

๑. ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๔๑

๒. สถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศกึ ษา ๔๑

๓. สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ๔๒

เอกสารอ้างอิง ๔๔

1

ส่วนท่ี 1
สภาพปจั จบุ นั และความท้าทาย

๑. สภาพปัจจบุ ันและความท้าทาย
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กาหนดใหร้ ฐั พงึ

จดั ใหม้ ียทุ ธศาสตร์ชาติเปน็ เปา้ หมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลกั ธรรมาภิบาลเพื่อใช้เปน็ กรอบในการจัดทา
แผนตา่ ง ๆ ให้สอดคลอ้ งและบรู ณาการกนั เพอื่ ให้เกิดเป็นพลงั ผลักดนั ร่วมกนั ไปสู่เป้าหมาย ซ่งึ จะตอ้ งนาไปสกู่ ารปฏิบัติ
เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ภายในชว่ งเวลาดังกล่าว เพอื่ ความสขุ ของคนไทยทุกคนศักยภาพและคุณภาพ
ของประชากรไทยทุกชว่ งวยั ยังคงเป็นปจั จยั ท้าทายสาคัญต่อการพัฒนาประเทศ แม้วา่ การเข้าถึงระบบบริการสาธารณะ
การศึกษา บริการสาธารณสุข โครงสร้างพ้ืนฐานต่างๆ และการคุ้มครองทางสังคมอื่นๆ ของคนไทยมีความครอบคลุม
เพ่ิมมากข้ึน แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพการให้บริการที่มีมาตรฐานแตกต่างกันระหว่างพื้นท่ี ซ่ึงเป็นหนึ่งในสาเหตุ
หลักท่ีทาให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้าในหลายมิติ ขณะที่ปัญหาด้านความยากจนยังคงเป็นประเด็นท้า
ทายในการยกระดับการพัฒนาประเทศให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้าอย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกันการวางกลยุทธ์ระยะยาวในการฟื้นฟูการใช้ และการรักษาทรัพยากรอย่างบูรณาการเพ่ือการพัฒนา
ประเทศ ตามประเดน็ ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ มเี ปา้ หมายการพฒั นา
ท่ีสาคัญ เพ่ือพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ
สติปัญญา มีพัฒนาการท่ีดีรอบดา้ น และมีสุขภาวะที่ดใี นทุกชว่ งวยั มีจติ สาธารณะ รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมและผู้อน่ื มธั ยัสถ์
อดออม โอบอ้อมอารี มีวินยั รกั ษาศลี ธรรม และเปน็ พลเมืองดขี องชาติ มหี ลกั คิดทถ่ี กู ตอ้ ง มีทกั ษะท่ีจาเป็นในศตวรรษ
ที่ ๒๑ มที กั ษะส่อื สารภาษาองั กฤษและภาษาที่ ๓ และอนุรักษภ์ าษาท้องถน่ิ มีนสิ ัยรกั การเรียนรูแ้ ละการพฒั นาตนเอง
อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยท่ีมีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอ่ืน ๆ
โดยมีสมั มาชพี ตามความถนดั ของตนเอง (ประกาศราชกิจจานเุ บกษายทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐)

การศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ
ของบคุ คลและกลุ่มบุคคลซึง่ มีจุดมุ่งหมายในชวี ิตท่ีแตกต่างกันโดยมีสาระสาคัญ ดังน้ี 1) การเรยี นรู้อาชพี แบบองค์รวม
ทีป่ ระชาชน ครกู ารศึกษานอกโรงเรียนและผู้มีส่วนเก่ียวข้องร่วมกนั จดั กิจกรรมการเรยี นรูเ้ พอื่ ฟืน้ ฟูเศรษฐกิจชุมชน 2)
การออกแบบการเรียนรู้อาชีพตามลกั ษณะของการจัดการศกึ ษา เพื่อพฒั นาอาชพี ในรูปแบบการฝกึ ทกั ษะอาชพี การเขา้
สอู่ าชพี การพฒั นาอาชพี และการพัฒนาอาชีพด้วยเทคโนโลยี 3) การเรยี นรจู้ ากการปฏิบัตจิ รงิ ทบ่ี ูรณาการกับวิถีชีวิต
โดยใช้กระบวนการคิดทาจาแก้ปัญหา และพัฒนา 4) การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ท่ีพัฒนาศักยภาพของบุคคล
และชุมชนทสี่ อดคล้องกบั วิถีชวี ิต โดยส่งเสรมิ การรวมกลุม่ อาชพี สร้างเครือข่ายอาชพี มีระบบการแลกเปล่ยี นเรียนรแู้ ละ
ประสบการณ์ทาอาชีพภายใต้วัฒนธรรมของชุมชนมีกลยุทธเ์ พอ่ื การแข่งขันของชุมชน เป็นชุมชนท่ีใช้เทคโนโลยีในการ
บริหารจัดการและพัฒนาอาชีพท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจในหลายภาคส่วนต้องหยุดชะงัก
ภาคธุรกิจจึงต้องทาความเขา้ ใจบริบทของโลกใหม่ พร้อมปรับตวั ให้ทันทว่ งที ทางออกหนึ่งที่สามารถช่วยใหอ้ งคก์ ร
ธุรกิจยืนหยัดในสถานการณ์นี้คือ “การพัฒนาและเพิม่ ศักยภาพของบุคลากรในองค์กร” เพื่อพลิกโฉมธุรกิจให้
สามารถเผชิญกับภาวะปกติใหม่ได้อย่างเท่าทันและมีประสิทธิภาพโดยกลยุทธ์สาคัญ 2 ประการท่ีจะช่วยเพ่ิมคุณค่า
ของพนักงานในองค์กร ได้แก่ “Up skills” และ “Re skills” ปฎิเสธไม่ไดเ้ ลยว่าในยคุ ของดจิ ิทัล เกือบทุกองค์กร
จะต้องมีการปรับตัวหรือปรับการทางานเพ่ือให้อยู่รอด และด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ทา

2

ให้องค์กรต้องมี Up skills และ Re skills เพื่อปรับเปลี่ยนการทางานและพัฒนาทักษะพนักงานเพื่อให้เกิดความรู้
ความสามารถที่เท่าทนั กบั อนาคตที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง The World Economic Forum ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะ
มีการโยกย้ายงาน หรืองานอย่างอ่ืนเข้ามาแทนที่ 75 ล้าน ตาแหน่งภายในปี 2565 ใน 20 ประเทศเศรษฐกิจหลัก
และในขณะเดียวกันคาดว่าจะมีการสร้างหรือเพิ่ม 133 ล้าน บทบาทหรือตาแหน่งใหม่ท่ีถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี
และดิจิทัล (https://www.weforum.org/events/)

ซึ่งการ Up skills เป็นการเสรมิ และพัฒนาทักษะของพนักงานจากงานเดิม เพื่อเพิม่ ความสามารถในการ
ทางาน และสว่ นใหญเ่ ป็นการนาเทคโนโลยหี รอื ดิจิทัลมาปรบั ใชใ้ ห้เขา้ กบั การทางาน เช่น เรยี นรู้เทคโนโลยเี พิ่มเตมิ เม่ือ
บริษทั น้ันนาเทคโนโลยเี ขา้ มาใช้เพอ่ื ปรบั เปลีย่ นกระบวนการทางานใหม่ การ Reskills เปน็ การสร้างทกั ษะใหม่ที่
แตกตา่ งไปจากงานเดมิ ท่ที าอยู่ เปน็ การเรียนรู้ทกั ษะใหม่ๆ เพื่อนาไปใช้กบั บรบิ ทอ่นื ของตาแหนง่ งาน และเพื่อให้
สามารถตอบโจทย์กับการทางานในยุคที่เทคโนโลยแี ละดิจิทัลท่ีเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา โดยการรองรบั การทางานที่
เปล่ยี นไป (หมดยุคกระดาษอย่างชดั เจน) การเพ่ิมคณุ ค่าในพนกั งานและองค์กร การตอบโจทย์ในอนาคต (บริษัท ดมี ี
เตอร์ ไอซีที จากดั ๒๕๖๕) การเตรยี มความพรอ้ มสู่ทักษะแห่งอนาคต (Future skills) ทอ่ี พั เดตระบบปฏบิ ัตกิ ารตัวเอง
แบบเรง่ ดว่ น เพ่ือให้เทา่ ทนั การเปลยี่ นแปลงอยา่ งฉับพลัน (Disruption) ซ่ึงการเปลยี่ นแปลงต่างๆ สง่ ผลให้โครงสรา้ ง
อตุ สาหกรรม และรปู แบบการดาเนินธรุ กจิ เปล่ียนไปอย่างมนี ยั สาคัญในการพัฒนากาลังคนในโลกอนาคต (สอวช. ๒๐๒๒)

เพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกับการเปล่ียนแปลงดังกลา่ ว ทักษะการเรยี นรสู้ าหรับประชากรในอนาคตควรประกอบ
ด้วยองคป์ ระกอบหลัก 3 ประการ คือ 1) ทักษะการเรียนรแู้ ละความคดิ สรา้ งสรรค์ 2) ความรเู้ ชงิ เทคนิคด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศการสอ่ื สารและดจิ ิทัล และ 3) ทักษะชวี ติ และอาชพี (Ngourungsi, K.el al., 2017) และเพ่อื การเตรยี ม
ความพร้อมให้เข้าสู่ตลาดแรงงาน จึงเปน็ แนวทางใหม่ทีห่ ลายประเทศให้ความสาคัญสาหรับเตรียมแรงงานใหพ้ ร้อมต่อ
ตลาดแรงงานในอนาคตโดยแนวทางนีจ้ ะทาให้ตวั เลือกการอาชพี ในอนาคตของแตล่ ะบุคคล และการศึกษามีความชดั เจน
ตง้ั แตย่ ังเป็นเยาวชนหรือแมแ้ ตผ่ ู้ท่ีกาลังมองหาอาชพี ใหม่ และตอ้ งการการฝึกอบรมท่เี ฉพาะเจาะจงภายใตแ้ นวคดิ การ
เรียนรู้ตลอดชวี ติ (lifelong learning) (https://kukr.lib.ku.ac.th/)

แนวโนม้ การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยซี งึ่ ส่งสัญญาณชัดเจนมากขึน้ ทุกวนั สง่ ผลกระทบต่อแรงงาน คนทางาน
หรือแม้แต่องค์กร ท่ีจะต้องปรับตัว เตรียมพร้อม ให้ทนั เวลา เพ่อื ให้สามารถอย่รู อดไดใ้ นอนาคต แนวคิดการเรียนรู้ตลอด
ชวี ติ เพ่ือพฒั นาทักษะของชา่ งอุตสาหกรรมอาชวี ศึกษาไทย ในยุคสถานการณ์ผันพวน(Disruption Social)กลไกการ
พฒั นาทกั ษะและสมรรถนะ ทั้ง New Skills Re skills และ Up skills ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา เพื่อ
รองรบั การเปลยี่ นแปลงอันเนือ่ งจากการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตจะมุ่งเนน้ การขับเคลอ่ื นดวยเทคโนโลยีและ
นวัตกรรม ช่างอุตสาหกรรมอาชีวศกึ ษาไทย จงึ จาเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
สามารถก้าวทนั ตอ่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง และทางานร่วมกบั ระบบอัตโนมัติต่างๆได้อย่างยงั่ ยนื (การพัฒนาความร่วม
มอื กับภาคประกอบการในการจัดการอาชวี ศกึ ษาเชิงรุกประเภทวชิ าอุตสาหกรรม : 1-2)

เพือ่ เป็นการศึกษาพัฒนาอาชีพ Up skills Re skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมีงาน ในการวางแผนผลติ
กาลงั คนให้มคี ุณภาพตามมาตรฐานอาชีพ และหรือมาตรฐานสากล มีทักษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะการคดิ
วิเคราะห์และแกป้ ัญหา ทกั ษะทางภาษาและการส่อื สาร ทักษะดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ และทกั ษะการทางานรว่ มกับ
ผอู้ ่ืนเพือ่ เพ่มิ ขดี ความสามารถในการแข่งขันสามารถสนองตอบความตอ้ งการกาลงั คนตลอดจนความตอ้ งการของผู้เรียน
เองทีจ่ ะนาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ตรงตามสาขาที่เรียน รวมทง้ั เปดิ โอกาสให้ศึกษาต่อในระดับท่สี ูงขึน้ ได้ เพอื่
ความก้าวหน้าตามเส้นทางอาชีพตอ่ ไป ในอนาคต

3

2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพ่ือศึกษาขอ้ มลู พื้นฐานเก่ียวกับทกั ษะอาชีพในปัจจุบนั ในการ Up skills Re skills สู่ Future skill

แบบรับรอง
๒.๒ เพอื่ ศกึ ษาแนวทางในการพัฒนาทักษะอาชพี Up skills Re skills สู่ Future skill แบบรบั รอง

การมีงานทา
๒.๓ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะในการกาหนดเชิงนโยบายด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ Up skills Re skills สู่

Future skill แบบรบั รองการมีงานทาต่อสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

๓. ขอบเขต
๓.๑ ขอบเขตด้านพน้ื ท่ี
๓.๑.๑ วิทยาลยั สารพดั ชา่ งอดุ รธานี จังหวดั อุดรธานี
๓.๑.๒ วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยศี รสี ะเกษ จงั หวัดศรีสะเกษ
๓.๒ ขอบเขตดา้ นเนือ้ หา
๓.๒.๑ สภาพปัญหาและความท้าทายตามทฤษฎี Systems Approach for Better Education Results (SABER)
๓.๒.๒ แนวคิด องค์ความรู้ และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับท่ีเกี่ยวกับการจัดการศึกษากฎระเบียบท่ี

เก่ยี วขอ้ ง
๓.๒.๓ วิเคราะหก์ ลไกในการบริหารจัดการอาชีวศึกษา โดยใชท้ ฤษฎี Business Model Canvas (BMC : Canvas)
๓.๒.๔ จัดหารูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความสาเร็จในสถานศึกษาขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่
๓.๒.๕ การพัฒนาทักษะอาชพี Up Skills Re Skills สู่ Future skill
๓.๒.๖ คน้ หาบทเรียนความสาเรจ็ ในการบรหิ ารจัดการศกึ ษาตามกระบวนการบรหิ าร POSDCoRB

๓.๓ ขอบเขตดา้ นเวลา
ระหว่างวันที่ ๑๓ มถิ ุนายน ๒๕๖๕ ถึง วันท่ี ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๖๕

๔. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
๔.1 ทราบขอ้ มลู พืน้ ฐานเกยี่ วกับการพัฒนาทักษะอาชีพ Up skills Reskills สู่ Future skill ในปัจจุบันของ

สถานศึกษาอาชีวศึกษา
๔.๒ ไดแ้ นวทางในการพฒั นาทกั ษะอาชพี Up skills Reskills สู่ Future skill แบบรบั รองการมงี านทา ของ

สถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
๔.๓ ไดข้ ้อเสนอแนะในการกาหนดเชิงนโยบายด้านการพฒั นาทกั ษะอาชีพ Up skills Reskills สู่ Future

skill แบบรบั รองการมีงานทา ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

4

๕. นิยามศพั ท์
การพัฒนาทักษะอาชีพ หมายถึง กระบวนการพัฒนาความสามารถในการเรียนรเู้ พ่ือสร้างทักษะการทางาน

การพัฒนา ความเชือ่ คา่ นยิ ม ความถนัดความสนใจ ของโลกอาชีพ
Up Skills หมายถึง การพฒั นาตวั เองในการยกระดับทักษะทเ่ี รามีอย่ใู หด้ ีขนึ้ กว่าเดมิ หรือใหม้ ีความเช่ยี วชาญ

ชานาญที่สูงข้นึ กวา่ เดมิ
Re Skills หมายถึง การเปล่ียนทักษะหรอื การเรยี นร้ใู นเร่ืองท่ไี มเ่ กยี่ วขอ้ งกบั สายงานเดิมในการพัฒนา

ความรู้หรอื อาชพี ใหมท่ ่ีเกิดข้ึนกับตวั เอง
Future skill หมายถึง ทักษะแห่งอนาคต ซึ่งเป็นทักษะท่ีคาดการณ์ว่าจะมีความสาคัญอย่างมากสาหรับโลก

ในอนาคตที่เทคโนโลยีจะเข้ามามบี ทบาทในการดาเนินชีวติ อย่างเตม็ รูปแบบ
ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนมัธยมศึกษา นักเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) นักศึกษาหลักสูตร

ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชนั้ สงู (ปวส.) และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยบี ัณฑติ (ทลบ.)
ผู้รับบริการ หมายถึง ประชาชนผู้สนใจ บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสท่ีเข้ารับการ

ฝึกอบรม
สถานศกึ ษา หมายถึง โรงเรยี น วิทยาลยั หรอื หนว่ ยงานของรัฐและเอกชนท่จี ัดการเรยี นการสอน
กรอบคณุ วุฒิวชิ าชพี หมายถึง เกณฑ์มาตรฐานคณุ วุฒอิ าชวี ศึกษาแตล่ ะระดับ

5

ส่วนที่ 2
แนวคดิ องคค์ วามรู้ และกฏระเบยี บทีเ่ กยี่ วข้อง

๑. แนวคดิ องค์ความรู้ และกฏระเบยี บทเ่ี กีย่ วข้อง
ในการจดั การศกึ ษาของประเทศจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย

พ.ศ. ๒๕๖๐ และยุทธศาสตร์ชาติ โดยคานึงถึงสถานการณก์ ารเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากร การเปลย่ี นแปลง
ทางเทคโนโลยี และพลวตั รของโลกยคุ ใหม่ ทส่ี ง่ ผลตอ่ วถิ ชี วี ิตของประชากรในทุกชว่ งวยั ที่จะตอ้ งเผชิญความท้าทายกับ
วิถีชวี ติ ใหม่ จึงจาเปน็ ตอ้ งปรบั เปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนรู้และรปู แบบการเรยี นการสอน โดยมีเป้าหมายท่ีผ้เู รียน
เปน็ ศนู ย์กลางของการเรยี นรกู้ ารมสี ่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ ผ้เู รยี นไดร้ บั การพฒั นาไปส่ศู ักยภาพสูงสุดของแตล่ ะบุคคล
เป็นผู้มีความรู้ มีทักษะและใฝ่เรียนรู้ (Learning Skills) สามารถเช่ือมโยงนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง มีทักษะ
ชีวิต (Life Skills) ในโลกยุคใหม่ให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ (Active Citizen) มีความ
รับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ไปสู่การเรียนรู้ที่พัฒนาสมรรถนะผู้เรียน
(Competency-based Learning) เป็นสาคัญ ตามยุคที่โลกมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจากัด จึงได้
ทาการศึกษาวเิ คราะห์ สังเคราะห์ เกย่ี วกบั สาระสาคัญ ดงั น้ี

๑.๑ ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐
๑.๒ รา่ งกรอบแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 13 (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐)
๑.๓ แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๗๙
๑.๔ นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565
๑.๕ แผนพฒั นาการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560-257๙
๑.๖ ทฤษฎี The World Bank, SABER - Systems Approach for Better Education Results
๑.๗ ทฤษฎี Business Model Canvas (BMC : Canvas)
๑.๘ กระบวนการบรหิ าร POSDCoRB
๑.๙ ทฤษฎี SWOT Analysis
๑.๑๐ กรอบคณุ วุฒิอาชวี ศึกษา
๑.๑๑ งานวจิ ัย และกฎระเบียบทเ่ี ก่ียวข้อง

๑.๑ ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐)
ยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เป็นยทุ ธศาสตรช์ าตฉิ บับแรกของประเทศไทยตาม

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ซง่ึ จะต้องนาไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิเพอ่ื ให้ประเทศไทยบรรลวุ ิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความ
ม่ันคง มั่งค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพ่ือความสุขของ
คนไทยทุกคน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คอื “ประเทศชาตมิ ัน่ คง ประชาชนมคี วามสุข เศรษฐกจิ พฒั นาอย่าง
ต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยงั่ ยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมติ ิ พัฒนา
คนในทุกมิตแิ ละในทกุ ช่วงวัยใหเ้ ปน็ คนดี เก่ง และมีคณุ ภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม สรา้ งการเตบิ โต
บนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ
พัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสาคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชว่ งวัย
ให้เป็นคนดี เก่ง และมคี ุณภาพ โดยคนไทยมคี วามพรอ้ มทัง้ กาย ใจ สติปญั ญา มพี ฒั นาการท่ดี รี อบด้าน และมสี ขุ ภาวะ

6

ท่ดี ีในทุกชว่ งวยั มีจติ สาธารณะ รบั ผิดชอบต่อสงั คมและผอู้ ื่น มัธยสั ถ์ อดออม โอบออ้ มอารี มีวนิ ยั รกั ษาศีลธรรม และ
เป็นพลเมืองดขี องชาติ มีหลักคิดทถ่ี กู ต้อง มีทักษะที่จาเปน็ ในศตวรรษท่ี ๒๑ มีทกั ษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓
และอนุรักษภ์ าษาทอ้ งถิ่น มีนิสัยรักการเรยี นรู้และการพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เนือ่ งตลอดชีวติ สู่การเปน็ คนไทยทมี่ ีทักษะ
สงู เปน็ นวัตกร นักคดิ ผ้ปู ระกอบการ เกษตรกรยคุ ใหมแ่ ละอน่ื ๆ (ยุทธศาสตร์ชาติ : 6-8)

๑.๒ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป็นแผนพัฒนาฯ ฉบบั

แรกทีเ่ ร่มิ ตน้ กระบวนการยกรา่ งกรอบแผนภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติและจะมีผลในการใช้เปน็ กรอบเพือ่ กาหนดแผนแมบ่ ท
ภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ และแผนปฏิบตั กิ ารในช่วง 5 ปี ตามยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยการกาหนดทิศทางการพฒั นา
ประเทศในระยะของแผนพฒั นาฯ ได้น้อมนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเปน็ หลกั นาทางในการขับเคลอ่ื นและวาง
แผนการพฒั นาประเทศ ไปสู่การบรรลเุ ปา้ หมายในมิติตา่ ง ๆ ที่ส่งผลตอ่ ภาพรวมของประเทศ ทั้งท่เี ก่ียวขอ้ งกับ
เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนษุ ย์ สง่ิ แวดลอ้ ม การพัฒนาท่ยี ั่งยนื วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวตั กรรม ตลอดจนการ
พัฒนาเชิงพ้ืนที่ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศแนวทางสง่ เสรมิ การพฒั นาทนุ มนษุ ยข์ องประเทศ โดย
พฒั นากาลังคนใหม้ ีสมรรถนะสงู สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคูก่ ับการสร้างความตระหนักในการ
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีจริยธรรม มีวจิ ารณญาณและเทา่ ทัน โดยมุ่งให้ความสาคญั กบั การยกระดับคนไทยให้มี
ความรู้ ทักษะและคุณลกั ษณะที่จาเป็นในโลกยุคใหม่ สอดคล้องกบั ความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนสอดรับกับ
ทศิ ทางการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะทกั ษะทเ่ี ก่ยี วข้องกับเทคโนโลยรี ะดับสูง อาจนาไปส่กู ารขาดแคลนแรงงานทกั ษะ
ในขณะทแ่ี รงงานระดับล่าง ซึ่งสว่ นใหญ่ไม่ไดร้ บั การพัฒนาและสร้างทักษะท่ีเหมาะสมอย่างเพยี งพอจะถกู ทดแทนด้วย
หุ่นยนต์ และจักรกลมากขึ้น หมุดหมายที่ 12 ไทยมกี าลงั คนสมรรถนะสูง มุง่ เรียนรอู้ ยา่ งตอ่ เนือ่ ง ตอบโจทยก์ าร
พฒั นาแห่งอนาคตจึงตอ้ งเรง่ ขยายผลและตอ่ ยอดประเดน็ การพฒั นาเพื่อนาไปสกู่ ารพลกิ โฉมกาลังคนสมรรถนะสูงทมี่ ี
ภาวะผนู้ าสงู สามารถสรา้ งการเปลยี่ นแปลงและเพ่ิมขีดความสามารถของประเทศ เพอ่ื สรา้ งการเติบโตของความคิด
และการพัฒนาตนเองใหท้ าส่งิ ใหม่ ๆ การอาชวี ศกึ ษาและอดุ มศกึ ษา พบวา่ การผลิตกาลังคนสมรรถนะยงั ไมส่ อดคลอ้ ง
กับความต้องการของตลาดงาน ถงึ แมว้ ่าการอาชวี ศึกษาได้พฒั นารปู แบบการจดั การเรยี นการสอนเพือ่ ดงึ ดดู คนเก่งเขา้
มาเรียน อาทิ อาชีวศกึ ษาฐานวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี แต่ยังมีขอ้ จากัดในการเรยี นตอ่ ในระดับ ปวส. อีกทั้งค่าจ้างท่ีจ่าย
ตามคุณวุฒิการศึกษายังไมส่ ามารถดงึ ดดู ให้มีผเู้ รียนเพม่ิ ขนึ้ ได้ สง่ ผลให้เกดิ ภาวการณ์ถดถอยของการเรียนรู้ทม่ี แี นวโน้ม
การเกิดขน้ึ ซา้ อย่างหลีกเลีย่ งไมไ่ ด้ วยั แรงงาน เผชญิ ความทา้ ทายจากการขาดกาลังคนท้งั ในเชงิ ปริมาณและคุณภาพ
โดยเฉพาะความสามารถในการทางานพฒั นาวัยแรงงานให้มีสมรรถนะที่จาเป็นเพือ่ การประกอบอาชพี และเชือ่ มโยงกบั
โลกของการทางานในอนาคต โดยส่งเสริมและกระจายโอกาสในการพฒั นาสมรรถนะใหก้ ับแรงงานทกุ กลุ่ม ทง้ั การ
เพิ่มพูนและพฒั นาทกั ษะความรู้ใหม่ เพอ่ื ให้มีทกั ษะตรงกับงานและอาชพี ทีเ่ ปล่ยี นแปลงไป และการพัฒนาทกั ษะเดิม
เพ่ือเพมิ่ ขดี ความสามารถในการทางาน โดยให้สถาบนั การศึกษารว่ มกบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ภาคเอกชน ภาค
ประชาสังคม และหน่วยงานพฒั นาของรัฐ วางแผนสารวจข้อมูลและจัดทาหลักสูตรระยะส้ัน เพ่ือพฒั นาทักษะพื้นฐาน
และทกั ษะทจี่ าเปน็ โดยมกี ารปรับกฎ ระเบียบให้มคี วามยืดหย่นุ เพ่ือสนบั สนุนการดาเนนิ การในรปู แบบทห่ี ลากหลาย
ได้ โดยเฉพาะทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั เทคโนโลยแี ละรูปแบบการทางานในอนาคต และประชาชนควรได้รบั เครดิตในทักษะ
อนาคต เพอื่ ใช้พฒั นาทักษะในหลกั สตู รทีไ่ ด้รับการรบั รองและสนบั สนนุ จากภาครัฐ การพฒั นาแพลตฟอร์มทีเ่ ช่อื มโยง
การเรยี นรู้ การพัฒนาทักษะ และการเขา้ สเู่ ส้นทางอาชพี เขา้ ดว้ ยกันอยา่ งเบด็ เสร็จ และมีหนว่ ยงานรับผดิ ชอบที่ชัดเจน
เพอ่ื ให้เกดิ ความสะดวกแกผ่ ู้ท่ีตอ้ งการพัฒนาทักษะสามารถต่อยอดสู่การทางานตอ่ ไป นอกจากการนาเทคโนโลยีและ

7

นวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลติ แล้ว การพัฒนาแรงงานเป็นปจั จัยสาคัญอยา่ งยิ่งท่ีต้องดาเนนิ การควบคู่กันในการ
เพิม่ ผลิตภาพแรงงาน โดยประกอบด้วยการเตรียมความรู้และ ทกั ษะทตี่ อบโจทย์ความต้องการ ท้ังในด้านพื้นฐานและ
ดา้ นเฉพาะเจาะจงท่ีจาเป็นตามสาขาวิชา ใหแ้ ก่ ประชากรวัยศึกษาก่อนเข้าสูต่ ลาดแรงงาน และการพฒั นาประชากรวยั
แรงงานท่ีอยใู่ นตลาดแรงงานแลว้ ด้วยการเพ่มิ ทกั ษะ (Up-skilling) และเสรมิ ทกั ษะใหม่ (Re-skilling) อย่างต่อเนื่อง
เพื่อยกระดับมาตรฐาน แรงงานและสนับสนุนให้สามารถทางานในตลาดไดน้ านทส่ี ุด (https://www.nesdc.go.th)

๑.๓ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๗๙
ตามยุทธศาสตรท์ ี่ ๒ การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวัตกรรรม เพ่อื สร้างขดี ความสามารถ

ในการแข่งขันของประเทศ มีเป้าหมายให้กาลังคนมีทักษะที่สาคัญจาเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของ
ตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีตัวช้ีวัดที่สาคัญ เช่น มีฐานข้อมูลความต้องการกาลังคน
(Demand) จาแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้นเม่ือเทียบกับผู้เรียนสามัญ
ศึกษา และสัดส่วนผู้เรียนวิทยาศาสตรส์ ุขภาพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงข้ึนเมื่อเทียบกบั ผู้เรียนสังคมศาสตรก์ าลัง
แรงงานในสาขาอาชีพตา่ ง ๆ ท่ไี ดร้ บั การยกระดับคณุ วฒุ ิวชิ าชีพเพิม่ ข้นึ (แผนการศึกษาแหง่ ชาติ : 100-103)

การจดั การศึกษาของไทยจาเป็นตอ้ งกาหนดเปา้ หมายการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ วางแผนพัฒนาและ
เตรียมกาลังคนท่จี ะเขา้ สู่ตลาดงานเม่อื สาเรจ็ การศึกษาในระดับต่าง ๆ ปรับหลกั สูตรและวิธีการเรยี นการสอนท่ีมีความ
ยืดหยุ่น หลากหลาย เพ่ือพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ ความรู้ความสามารถ
และสมรรถนะท่พี รอ้ มรบั การเปล่ียนแปลงและการแขง่ ขันอยา่ งเสรีแบบไร้พรมแดนในยุคเศรษฐกิจและสงั คม ๔.๐ การ
จัดการศึกษาจะต้องให้ความสาคัญกับการพัฒนาผู้เรียนและกาลังแรงงานที่มีทักษะและคุณลักษณะที่พร้อมเพื่อ
ตอบสนองต่อความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ มากกว่าจัดการศึกษาตามความพร้อมของสถานศึกษา และต้องมีการ
วิเคราะห์ความต้องการกาลังคนเพื่อวางเป้าหมายการจัดการศึกษาท้ังเพ่ือการผลิตกาลังคนเข้าสู่ตลาดงานและการ
พัฒนากาลังคนเพื่อยกระดับคุณภาพกาลังแรงงานให้สูงข้ึน เป้าหมายด้านการศึกษา คือ เป้าหมายท่ี ๔ สร้าง
หลกั ประกนั ว่าทกุ คนมกี ารศึกษาท่ีมคี ุณภาพอย่างครอบคลุมและเทา่ เทยี ม และสนบั สนนุ โอกาสในการเรียนรูต้ ลอดชีวิต
แผนการศึกษาแห่งชาติจึงต้องพัฒนาคุณภาพและประสิทธภิ าพการจดั การศึกษาของประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันว่า
เดก็ ปฐมวยั ทกุ คนจะไดร้ ับการเตรียมความพรอ้ มกอ่ นเข้าเรยี นประถมศกึ ษา ทุกคนสาเร็จการศกึ ษาระดับประถมศึกษา
และมัธยมศึกษาทีม่ ีคุณภาพและมีผลลัพธ์ทางการเรียนท่ีมปี ระสิทธิผล ทุกคนสามารถเขา้ ถงึ การศกึ ษาระดบั อาชีวศึกษา
และอุดมศึกษาด้วยค่าใช้จ่ายท่ีเหมาะสมและมีคุณภาพ กาลังแรงงานมีทักษะที่จาเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและ
อาชีพสาหรับการจา้ งงาน การมีงานท่ดี แี ละการเป็นผ้ปู ระกอบการ กลมุ่ ผ้พู กิ ารและด้อยโอกาสเข้าถงึ การศึกษาและการ
ฝกึ อาชพี ทุกระดับอยา่ งเท่าเทยี ม มีการเพ่มิ จานวนครทู ่ีมคี ุณภาพ เพอื่ การศึกษาสาหรบั การพัฒนาอย่างยงั่ ยนื และการมี
วิถีชีวิตท่ีย่ังยืน เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspirations) แผนการศึกษาแห่งชาติได้กาหนดเป้าหมายของการ
พัฒนาการศึกษาในระยะ ๒๐ ปปี ระชากรทกุ คนเขา้ ถงึ การศกึ ษาทีม่ คี ุณภาพและมาตรฐานอยา่ งท่ัวถงึ (Access) ทีอ่ ย่ใู น
กาลังแรงงานได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะที่ตอบสนองความตอ้ งการของตลาดงานและ
การพัฒนาประเทศเพ่ือพฒั นาความรู้ความสามารถและทกั ษะเพอ่ื การทางานหรอื การมีชีวิตหลงั วยั ทางานอย่างมีคุณค่า
และเป็นสุข ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและบริบทท่ีเปล่ียนแปลง
(Relevancy) ซ่ึงในระบบการศึกษาทม่ี ีคณุ ภาพและมาตรฐาน สนองตอบและก้าวทนั การเปลย่ี นแปลงของโลกศตวรรษ
ท่ี ๒๑ สามารถพัฒนาทักษะ คุณลักษณะและสมรรถนะในการทางานของกาลังคนในประเทศให้สอดคล้องกับความ
ต้องการของตลาดงาน สังคม และประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปีและยุทธศาสตร์ประเทศไทย ๔.๐ ที่จะ

8

นาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศท่ีพัฒนาแล้ว ด้วยการศึกษาท่ีสร้างความ
มั่นคงในชีวิตของประชาชนสังคม และประเทศชาติและการสร้างเสริมการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (แผนการ
ศึกษาแห่งชาติ : 12-15)

๑.๔ นโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง นโยบายและจุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจาปี

งบประมาณ พ.ศ. 2565 ด้านท่ี คือ 4 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
กระทรวงศึกษาธกิ ารตระหนักถึงความสาคัญยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย์
โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต การสร้างภาพแวดล้อมที่
เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริม
ศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์การศึกษาเพื่อทักษะอาชีพและการมีงานทาพฒั นา 3 ทักษะหลัก ได้แก่ โลกทัศน์
อาชพี การเสริมทกั ษะใหม่ (Up Skills) และการเพม่ิ ทกั ษะใหม่ที่จาเปน็ (Re-Skills) ใหแ้ กก่ ล่มุ เป้าหมาย ประกอบด้วย
(1) ผอู้ ยู่ในระบบการศึกษา (การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน และอาชวี ศกึ ษา) (2) ผอู้ ยู่นอกระบบการศกึ ษา (3) วยั แรงงาน และ
(4) ผู้สูงอายุ เพ่ือใหม้ ีทกั ษะและสมรรถนะสอดคลอ้ งกับการเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ จากเทคโนโลยีดิจิทัลและอาชพี ท่เี กิดข้ึน
ใหม่ (Digital Disruption) โดยเน้นเพ่มิ บทบาทของ กศน.ในการ Re-Skills ด้านอาชวี ศึกษากับสานักงานคณะกรรมการ
การอาชีวศึกษา การสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้น Re-Skills, Up Skills และ New Skills การฝึกอบรม
วิชาชีพระยะส้ัน รวมทั้งผลิตกาลังแรงงานที่มคี ุณภาพตามความเป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษาและตามบรบิ ทของพน้ื ท่ี
เพอ่ื ตอบโจทยก์ ารพัฒนาประเทศและสถานประกอบการ (http://www.reo2.moe.go.th)

๑.๕ แผนพฒั นาการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560-257๙
การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวชิ าชพี ตอ้ งเปน็ การจดั การศกึ ษาในดา้ นวชิ าชีพสอดคลอ้ งกับ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพ่อื ผลิตและพัฒนากาลงั คนในด้านวิชาชพี ระดับฝมี อื ระดบั เทคนคิ และระดบั
เทคโนโลยี รวมท้ังเป็นการยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงข้ึนเพื่อใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของตลาดแรงงานโดย
นาความรู้ในทางทฤษฎีอันเป็นสากลและภูมิปัญญาไทยมาพฒั นาผู้รับการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในทางปฏิบัติ
และมีสมรรถนะจนสามารถนาไปประกอบอาชีพในลักษณะผู้ปฏิบัติหรือประกอบอาชีพอิสระ ภารกิจของการจัดการ
อาชีวศึกษาการฝึกอบรมวิชาชีพ เป็นการเพ่ิมพูนความรู้และการฝึกทักษะอาชีพ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การผลิตและพัฒนา
กาลังคนดา้ นการอาชีวศกึ ษาเพอ่ื สรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่อื ผลติ และ
พัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ ๒. เพ่ือ
ยกระดับคุณวุฒิการศึกษาและวิชาชีพของผู้เรียนอาชีวศึกษา 3. เพ่ือพัฒนาทักษะฝีมือความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศ
เฉพาะทาง 4. เพ่ือพัฒนางานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู ด้านอาชีวศึกษา
(http://www.lampangvc.ac.th)

9

๑.6 ทฤษฎี The World Bank, SABER - Systems Approach for Better Education Results
แนวคิดเชิงระบบในการยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษาของธนาคารโลก (The World Bank, SABER -

Systems Approach for Better Education Results : Workforce Development, Framework and Tool
Analysis) การผลติ และพัฒนากาลังคนให้มีทกั ษะทเ่ี กี่ยวข้องกบั งานถือเป็นความท้าทาย อยา่ งตอ่ เนอ่ื งทั่วโลก ใน
ประเทศกาลังพัฒนาและเศรษฐกิจเกดิ ใหม่ จะพบปญั หาอปุ สงค์และอุปทานด้านทกั ษะไมต่ รงกนั (Mismatch) ระหว่าง
ภาคการผลิตและภาคผู้ใช้กาลงั คน เปน็ ประเดน็ ปญั หาท่ีส่งผลตอ่ ผลติ ภาพอย่างต่อเนื่อง ผสู้ าเร็จการศกึ ษาจานวนมาก
ไม่สามารถหางานทสี่ อดคล้องกับทไี่ ด้ศึกษา ในขณะทนี่ ายจา้ งพบปัญหาในการจดั หากาลงั คนที่มสี มรรถนะตามความ
ตอ้ งการ ทั้งในดา้ นทกั ษะทีจ่ าเปน็ ในงานและทกั ษะอาชพี ซึง่ ถอื วา่ จาเป็นสาหรับผลิตภาพทางธรุ กจิ ของเศรษฐกจิ โลกใน
ปจั จุบันในวงกวา้ ง สง่ ผลต่อขีดความสามารถท้ัง ในระดบั ภาคประกอบการ ระบบเศรษฐกิจโดยรวม และประเทศ เปน็
อุปสรรคตอ่ ความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ และการลดความยากจน การผลิตและพฒั นากาลงั คนให้มคี ณุ ภาพและ
สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของภาคประกอบการ จึงเปน็ ความทา้ ทายจากประเดน็ ดงั กลา่ ว ข้างต้น ธนาคารโลกได้
พัฒนาเคร่อื งมือวิเคราะห์เพ่ือใชใ้ นการพัฒนานโยบาย โดยกาหนดกรอบการวเิ คราะหแ์ ละการออกแบบเครื่องมอื เชิง
ปฏบิ ัติทีเ่ รยี กว่า Systems Approach for Better Education Results (SABER) สาหรับการประเมนิ ระบบการผลิต
และพัฒนากาลังคน (WfD) ดังรปู ที่ ๑ เพ่ือใช้ในการพฒั นากลยุทธ์ จดุ เน้นของ SABER-WfD คอื ความคิดเชงิ ระบบท่ี
เตรียมกาลงั คนให้พร้อมตอบสนองความต้องการทักษะในตลาดแรงงานมงุ่ เนน้ ความชัดเจนในมิติการทางานสามมิติ
(Dimension) ประกอบดว้ ย 1) กรอบนโยบาย (Strategic Framework) หมายถงึ ความสอดคล้องระหวา่ งการพฒั นา
กาลงั คนกับเป้าหมายระดบั ชาติ ของประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คม ทิศทางการดาเนินการพฒั นากาลงั คนท่ี
มุ่งสู่ การพัฒนาเศรษฐกิจ ผลติ ภาพ และหน่วยงานทเี่ กย่ี วข้อง 2) การบรหิ ารจัดการ (System Oversight) หมายถึง
การบรหิ ารจดั การ และมาตรฐานตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง รวมทงั้ การกากับ ดูแล ของผ้มู ีส่วนไดส้ ่วนเสยี หลกั และ 3) การ
จดั การเรยี นรู้ (Service Delivery) หมายถงึ การดาเนนิ การของสถานศึกษาและการฝึกอบรมทีจ่ ะส่งมอบบรกิ าร
เพอ่ื ให้ได้ผลผลิตต่อ คณุ ภาพผู้เรียน และผลลพั ธ์ท่ีสง่ ต่อไปยังภาคประกอบการและประเทศโดยรวมตามเป้าหมาย ของ
การอาชีวศึกษา โดยมีรายละเอียดยอ่ ยของมิตหิ รือทศิ ทาง (Dimension) ไดแ้ ก่ 1) เปา้ หมายเชงิ นโยบาย (Policy
Goal) 2) การขบั เคลอ่ื นนโยบาย (Policy Action) และ 3) ประเดน็ สาคัญในทางปฏบิ ัติ (Topic)

รูปที่ ๑ โครงสร้างและองคป์ ระกอบของเครอื่ งมือเชงิ ปฏบิ ัติ Systems Approach for Better Education
Results (SABER) สาหรับการประเมินระบบการผลิตและพัฒนากาลงั คน (WfD)

ทม่ี า : ประยกุ ต์จาก The World Bank https://saber.world bank.org

10

๑.7 ทฤษฎี Business Model Canvas (BMC : Canvas)
การประยุกต์ใช้เคร่ืองมือที่ช่วยในการวางแผนธุรกิจ (Business Model Canvas : BMC) ดังรูปท่ี ๒

ในการจัดการศึกษาเคร่ืองมือท่ีช่วยในการวางแผนธุรกิจ ( Business Model Canvas : BMC) (Alexander
Osterwalder, 2017) สาหรับองคก์ รที่ต้องการวางแผนอย่างเปน็ ระบบ มอี งค์ประกอบสาคญั 9 ดา้ น ได้แก่ 1) ลูกค้า
(Customer Segments : CS) 2) ผู้ซื้อสินค้า หรือบริการ 3) คุณค่า (Value Propositions : VP) จุดขายของสินค้า
หรือบริการน้ันช่องทาง (Channels : CH) วิธีในการสื่อสารไปถึงลูกค้า 4) ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer
Relationships : CR) วิธีในการรักษาลูกค้าเดิม 5) กระแสรายได้ (Revenue Streams : RS) รายได้ของธุรกิจน้ี 6)
ทรพั ยากรหลัก (Key Resources : KR) สิ่งที่ต้องมีในการดาเนินธุรกิจ 7) กิจกรรมหลัก (Key Activities : KA) กจิ กรรม
ที่ต้องทาเพื่อให้โมเดลธุรกิจอยู่ได้ 8) พันธมิตรหลัก (Key Partners : KP) ส่วนท่ีเกี่ยวข้องทั้งการช่วยป้อนวัตถุดิบและ
การช่วยขาย และ 9) โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure : CS) ต้นทุนทั้งหมดของธุรกิจ ซ่ึงจะช่วยให้เห็นภาพ
(Visualizing) ไดอ้ ย่างครบถว้ นทุกมุม ชว่ ยในการกาหนดยุทธศาสตร์ กลยทุ ธ์ ประเมินความสาเร็จของแผนงาน

รปู ที่ ๒ องค์ประกอบเครือ่ งมอื ทช่ี ว่ ยในการวางแผนธุรกิจ (Business Model Canvas : BMC)
ท่ีมา : https://www.wongnai.com/pos/articles/business - model - canvas

การประยุกต์ใช้ BMC ในด้านการศกึ ษา จะช่วยให้สถานศึกษาประสบความสาเรจ็ ในการจัดการเรียน
การสอนทสี่ อดคลอ้ งกับยุคสมัย โดยมีการปรบั องคป์ ระกอบ BMC เขา้ กบั การจัดการศกึ ษา จานวน 9 องคป์ ระกอบ ดังนี้
1) พันธมิตรหลกั (Key Partners) การจดั การเรยี นการสอนในยคุ ปจั จุบัน การมหี นุ้ ส่วนหรือเครอื ข่ายพนั ธมติ รเปน็
ส่งิ จาเป็นและสาคญั เน่ืองจากจะช่วยให้สามารถ แบ่งปนั ทรพั ยากร และกระจายความเสยี่ งทอี่ าจเกิดขน้ึ 2) กิจกรรม
หลัก (Key Activities) จากการวเิ คราะห์และระบุกิจกรรมหลกั เพือ่ ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน โดยการนานวตั กรรม
การจดั การเรียนการสอน และ นวตั กรรมส่งเสริมการเรียนรู้รปู แบบต่างๆ มาใช้ 3) ทรัพยากรหลกั (Key Resources)
เปน็ ปจั จัยนาเข้าทจี่ าเปน็ ตอ้ งใช้ใน การจัดการเรียนการสอน ได้แก่ เงนิ บคุ ลากร อปุ กรณ์และเคร่อื งมือ เทคโนโลยี และ
สถานท่ี ตอ้ งใช้ เปน็ ต้น ในการจดั การทรัพยากรในการเรียนการสอนตอ้ งสอดคลอ้ งกับวิธกี ารเรยี น การสอน และ
กิจกรรมการเรยี นการสอน 4) คา่ นยิ มการเรียนการสอนท่ีจะทาใหเ้ กดิ ขนึ้ (Instructional Value Proposition)

11

สถานศกึ ษาจะสง่ มอบคา่ นยิ มหรอื คณุ คา่ ใหผ้ ูเ้ รียน เมอื่ ผ้เู รยี นไดเ้ รียนจาก สถานศกึ ษาจะไดร้ บั ผลแตกตา่ งจากการเรยี น
ในสถานศกึ ษาอ่ืน และผลการเรยี น (Learning outcome) ตรงกบั เป้าหมายที่ผู้สอนและผ้เู รียนตอ้ งการ คุณค่าของการ
จดั การเรียนการสอน เป็นองค์ประกอบที่สาคัญที่ผู้เรียนจะตดั สนิ ใจเข้าเรยี น 5) ความสมั พนั ธ์ระหว่างผู้เรยี น (Learner
Relationships) การที่สถานศึกษา ระบุแนวทางของการปฏบิ ัตแิ ละสรา้ งความสมั พันธก์ ับผเู้ รยี น ซึ่งแตกตา่ งกนั ออกไป
ในแต่ละหลักสูตรไป จนถึงการใชผ้ ู้สอนหรอื ผู้บริหารหลกั สตู รในการบริหารความสมั พนั ธก์ บั ผู้เรียน เป็นเร่ือง
ละเอียดออ่ นและต้องให้ความสาคัญอยา่ งมาก เปรียบเสมือนการบริหารการจัดการ ลกู ค้าสัมพนั ธ์ของธรุ กิจ (Customer
Relationship Management : CRM) เน่อื งจาก เมือ่ เรยี นจบจากสถานศกึ ษาแลว้ หากผู้เรยี นเกดิ ความพงึ พอใจในการ
เรยี นการสอนก็จะ ส่อื สารเผยแพร่ท่ีเรียกว่า Viral Marketing นอกจากทก่ี ล่าวมา สถานศกึ ษาควรมกี ารสรา้ งกลยุทธ์
ดา้ นการสื่อสารการตลาดไปยังกลมุ่ เป้าหมายหรือผ้เู รียน เพอ่ื ให้เกดิ การรบั ร้แู ละจดจา สถานศกึ ษาเปรยี บเสมือนตรา
สินคา้ หรือแบรนด์ เพ่อื สร้างการรับรู้ตราสินคา้ 6) การจัดกล่มุ ผเู้ รียน (Learner Segments) การกาหนดกลุ่มผู้เรยี นที่
ตอ้ งการเข้าถงึ การระบกุ ลุ่มผ้เู รียนหรือกลมุ่ เป้าหมายที่ตอ้ งการเป็นหวั ใจสาคญั ของการจดั การเรยี นการสอน ทง้ั นกี้ าร
จัดการเรียนการสอนตอ้ งจัดใหเ้ หมาะสมและสอดคล้องกับกลมุ่ เป้าหมาย ของผเู้ รียนสว่ นใหญ่ ทั้งในปัจจยั ด้านอายุ เพศ
ฐานะ อาชพี ความรู้ และประสบการณ์ 7) ช่องทางการจัดการเรยี นการสอน (Instructional Channels) ช่องทาง ทใี่ ช้
ในการจดั การเรยี นการสอนและการสอื่ สารกบั ผูเ้ รียน ชอ่ งทางอาจมหี ลายรปู แบบขนึ้ อยู่กับกลมุ่ เปา้ หมายผู้เรยี น การ
จดั การเรียนการสอนท่ดี ีควรมีทงั้ ชอ่ งทางหลกั และช่องทางเลอื กเพ่ือให้อานวยความสะดวกแก่ผเู้ รยี น 8) โครงสร้าง
ตน้ ทนุ (Costs Structure) : ทรพั ยากรและงบประมาณท้งั หมด ทีต่ ้องใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน รวมถงึ ตน้ ทุน
ท้งั หมดที่จะเกิดข้ึนในการจดั การเรยี น การสอน 9) โครงสรา้ งรายได้ (Revenue Structure) แหล่งรายได้ซงึ่ เปน็ ปัจจัย
สาคญั ท่ีจาเปน็ ตอ้ งวเิ คราะหแ์ ผนการดาเนินงานเพ่อื สรา้ งรายได้ให้สถานศกึ ษา เพอ่ื ให้สถานศึกษาสามารถสง่ มอบ
คุณค่าให้แก่ผู้เรียน และจะส่อื สารคุณค่าของการจดั การเรยี นการสอนของสถานศึกษาใหก้ ลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจ
เข้ามาเรียน สาหรับการจดั อาชีวศึกษาสามารถประยกุ ต์ใช้ BMC ในการจัดระบบการเรยี นรู้ โดยผสมผสานแนวคดิ
เพิม่ เตมิ ประกอบดว้ ย พนั ธมติ รหลกั (Key Partners) กจิ กรรมหลกั (Key Activities) ทรพั ยากรหลัก (Key Resources)
คา่ นิยมการเรยี นการสอนทจี่ ะทาให้เกดิ ขึ้น (Instructional Value Proposition) โดยเพิม่ เตมิ กลไกการขบั เคลอื่ น (Key
Drivers) และผลลพั ธ์หลกั (Key Results) ประโยชน์ของเคร่อื งมอื ท่ชี ว่ ยในการวางแผนธุรกจิ ตอ่ การจดั การเรียนการ
สอนโดยใช้ BMC จะชว่ ยให้สถานศกึ ษาไดร้ ับประโยชน์ ดังน้ี 1) ช่วยให้สถานศกึ ษาเขา้ ใจภาพรวมในแผนการจดั การ
เรยี นการสอน และแนวทางในการดาเนินการจดั การเรียนการสอน 2) ชว่ ยให้สถานศึกษาสามารถวเิ คราะห์ข้อมลู และ
สภาพแวดลอ้ มภายในได้อย่างรอบด้านครอบคลุมขอ้ มูล และปจั จัยท่สี าคญั ในการวิเคราะห์ 3) ชว่ ยให้สถานศกึ ษา
กาหนดเปา้ หมายได้ชัดเจนมากข้ึน เปรยี บเสมอื นการช้นี าใหส้ ถานศึกษาจัดการเรียนการสอนใหต้ รงเปา้ หมาย 4) ช่วยให้
สถานศึกษาสง่ มอบคุณค่า ความรู้ ทกั ษะ และประสบการณใ์ หผ้ ู้เรยี นไดต้ รงเปา้ หมายและถกู วิธกี ารตามที่กาหนดไว้ใน
แผนการจัดการเรียนการสอน 5) ช่วยในการบริหารจดั การและควบคมุ ทรัพยากรและงบประมาณท่ีจาเปน็ ตอ้ งใช้ในการ
ดาเนนิ การจดั การเรียนการสอน

๑.8 กระบวนการบริหาร POSDCoRB
แนวคดิ กระบวนการบริหาร ซง่ึ เปน็ ที่รู้จักกันดีช่ือวา่ “POSDCoRB” ภาระหนา้ ท่ที ่สี าคัญของนกั

บริหาร 7 ประการ คอื
1. Planning การวางแผน เปน็ การวางเคา้ โครงกิจกรรมซึ่งเปน็ การเตรียมการก่อนลงมือปฏิบัติ

เพือ่ ให้การดาเนินการสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไวอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ

12

2. Organizing การจัดองคก์ าร เปน็ การกาหนดโครงสร้างขององค์การ โดยพิจารณาให้เหมาะสม
กับงาน เชน่ การแบ่งงาน (Division of Work) เปน็ กรม กอง หรอื แผนก โดยอาศยั ปริมาณงาน คุณภาพงาน หรอื จดั
ตามลักษณะเฉพาะของงาน (Specialization)

3. Staffing การจัดบคุ ลากรปฏบิ ัตงิ านเป็น เรอ่ื งทเ่ี กีย่ วกับการบรหิ ารทรัพยากรมนษุ ย์ใน
องค์การนน่ั เอง ทงั้ นเ้ี พ่อื ให้บุคลากรมาปฏิบัติงานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและสอดคล้องกับการจดั แบง่ หน่วยงานทกี่ าหนดไว้

4. Directing การอานวยการเป็นภาระกจิ ในการใชศ้ ลิ ปะในการบรหิ ารงาน เช่น ภาวะผูน้ า
(Leadership) มนุษยสัมพันธ์ (Human Relations) การจูงใจ (Motivation) และการตัดสนิ ใจใจ (Decision
making) เปน็ ต้น

5. Coordinating การประสานงานเป็นการประสานใหส้ ว่ นตา่ ง ๆ ของกระบวนการทางานมี
ความต่อเน่อื งกนั เพ่ือใหก้ ารดาเนนิ งานเปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย และราบร่ืน

6. Reporting การรายงานเปน็ กระบวนการและเทคนคิ ของการแจง้ ให้ผบู้ งั คบั บัญชาตามชนั้ ได้
ทราบถึงผลการปฏบิ ัติงาน โดยทีีม่ ีความสมั พนั ธ์กบั การตดิ ต่อสอื่ สาร (Communication) ในองค์การอยดู่ ว้ ย

7. Budgeting การงบประมาณเป็นภารกจิ ท่เี กยี่ วกับการวางแผนการทาบัญชีการควบคุมเกีย่ วกับ
การเงนิ และการคลังการนาไปใชป้ ระโยชน์ 1) หลักสกาลาร์ หรือสายการบังคบั บญั ชา 2) หลกั เอกภาพในการบงั คับ
บญั ชา 3) หลักช่วงการบังคบั บัญชา 4) หลักการเน้นที่จดุ สาคัญ 5) หลกั การจัดแบ่งแผนกงาน 6) หลกั การเก่ยี วกับ
หนว่ ยงานหลักและหน่วยอานวยการ 7) หลักการเกย่ี วกับศูนย์กาไร (https://www.gotoknow.org)

๑.9 ทฤษฎี SWOT Analysis
แนวคิดของ SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหา

จุดแข็งจุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งท่ีอาจเป็นปัญหาสาคัญในการดาเนนิ งานสู่สภาพท่ีต้องการในอนาคต SWOT เป็นตัวยอ่
ของขอ้ ความท่มี ีความหมายดังนี้ Strengths หมายถึง จดุ แข็งหรือขอ้ ไดเ้ ปรียบ Weaknesses หมายถงึ จุดอ่อนหรือข้อ
เสียเปรียบ Opportunities หมายถึง โอกาสท่ีจะดาเนินการได้ Threats หมายถึงอุปสรรค ข้อจากัด หรือปัจจัยที่
คุกคามการดาเนินงานขององค์การ ดังรปู ท่ี ๓

รปู ท่ี ๓ การวิเคราะห์ SWOT Analysis
ท่มี า : https://adaddictth.com/knowledge/Basic-Marketing-SWOT-Analysis ๒๑

13

๑.๑0 กรอบคณุ วุฒิอาชีวศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562
กระทรวงศึกษาธิการกาหนดเกณฑม์ าตรฐานคุณวฒุ อิ าชีวศกึ ษาแต่ละระดับ สาหรับใชเ้ ป็นแนวทางใน

การพัฒนาหลักสูตร หรือปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะตาม กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐานอาชีพ หรือตามความ
ต้องการของภาคประกอบการ และตลาดแรงงาน การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาคุณภาพการจัด การ
อาชวี ศึกษา และเพื่อประโยชนต์ ่อการรับรองหลักสูตรและคุณวฒุ ิการศึกษาของผู้สาเร็จ การศึกษาประกอบดว้ ย ระดบั
คุณวุฒิอาชวี ศึกษา ได้แก่ ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชพี ชนั้ สงู และระดบั ปริญญาตรีสาย
เทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการคุณภาพของผู้สาเร็จการศึกษาทุกระดับ คุณวุฒิอาชีวศึกษา ประเภทวิชา และสาขาวิชา
ต้อง ครอบคลุมอย่างน้อย 4 ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ 2) ด้านความรู้ 3)
ดา้ นทักษะ 4) ดา้ นความสามารถในการประยุกตใ์ ช้และความรับผิดชอบ

๒. กฎ ระเบียบ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
๑. รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐
มาตรา ๕๔ รฐั ต้องดาเนินการให้เดก็ ทกุ คนไดร้ ับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ต้ังแตก่ ่อนวยั เรียนจนจบ

การศึกษาภาคบังคบั อย่างมคี ณุ ภาพโดยไม่เกบ็ ค่าใชจ้ า่ ย รฐั ต้องดาเนินการใหเ้ ด็กเลก็ ไดร้ บั การดูแลและพฒั นาก่อนเขา้
รบั การศกึ ษาตามวรรคหนึ่งเพอื่ พฒั นาร่างกาย จติ ใจ วินยั อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญาใหส้ มกับวยั โดยสง่ เสรมิ และ
สนบั สนุนใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และภาคเอกชนเข้ามีส่วนรว่ มในการดาเนนิ การดว้ ยรฐั ต้องดาเนินการให้
ประชาชนไดร้ ับการศึกษาตามความต้องการในระบบตา่ งๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรูต้ ลอดชีวติ และจัดใหม้ กี าร
ร่วมมือกันระหวา่ งรัฐ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และภาคเอกชนในการจดั การศึกษาทุกระดบั โดยรฐั มหี นา้ ท่ี
ดาเนินการ กากับ ส่งเสรมิ และสนับสนุนใหก้ ารจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและไดม้ าตรฐานสากล ทัง้ น้ี ตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแหง่ ชาติซ่งึ อยา่ งน้อยตอ้ งมบี ทบญั ญตั ิเกยี่ วกับการจดั ทาแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ และการ
ดาเนนิ การและตรวจสอบการดาเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามแผนการศกึ ษาแห่งชาติด้วยการศึกษาท้งั ปวงตอ้ งมงุ่ พฒั นาผูเ้ รียน
ใหเ้ ปน็ คนดี มีวนิ ยั ภมู ิใจในชาติ (https://www.senate.go.th)

๒. พระราชบัญญตั ริ ะเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๑๗ ใหม้ ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหนา้ ท่พี จิ ารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐาน และ

หลักสูตรการอาชวี ศึกษาทกุ ระดบั ที่สอดคลอ้ งกับแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแหง่ ชาติ
การส่งเสริมประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน การสนับสนนุ ทรพั ยากร การติดตาม ตรวจสอบ และ
ประเมินผลการจดั การศกึ ษาอาชวี ศึกษา โดยคานึงถึงคณุ ภาพและความเปน็ เลิศทางวชิ าชพี และเสนอแนะในการออก
ระเบียบ หลกั เกณฑ์ และประกาศที่เกยี่ วกับการบริหารงานของสานกั งาน (https://www.moe.go.th)

๓. ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง กรอบคุณวฒุ อิ าชีวศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2562 (ประกาศ ณ วนั ท่ี ๖
มีนาคม ๒๕๖๒) วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ กาหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวฒุ ิอาชวี ศกึ ษาแต่ละระดับ สาหรับใชเ้ ปน็ แนวทางในการ
พัฒนาหลักสตู รหรอื ปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะตามกรอบคณุ วุฒแิ ห่งชาติ มาตรฐานอาชีพหรอื ตามความต้องการ
ของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน การพฒั นาการจดั การเรยี นการสอนการพัฒนาคุณภาพการจดั การอาชวี ศกึ ษา
และเพื่อประโยชน์ต่อการรบั รองหลกั สูตรและคุณวฒุ กิ ารศึกษาของผ้สู าเรจ็ การศึกษา
(http://www.ratchakitcha.soc.go.th)

14

๔. พระราชบัญญัตกิ ารอาชีวศึกษาพ.ศ. ๒๕๕๑ และทแี่ ก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ินี้ “การฝกึ อบรมวชิ าชีพ” หมายความว่า การเพมิ่ พูนความรูแ้ ละการ

ฝกึ ทักษะอาชพี ระยะส้ันหรือระยะยาว ท้ังในและนอกสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาหรอื สถาบนั การอาชีวศกึ ษา ซึง่ จัดข้นึ เปน็
โครงการหรอื สาหรับกลุม่ เป้าหมายเฉพาะภายใต้หลักสตู รท่ีคณะกรรมการการอาชีวศึกษากาหนด

๕. ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง กรอบมาตรฐานหลกั สูตรวชิ าชีพระยะสัน้ พ.ศ. 25๕๑ (ประกาศ ณ
วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑)

ขอ้ ท่ี ๔ ปรชั ญาและวตั ถปุ ระสงค์ของหลักสูตร มุ่งเนน้ ผลิตผูม้ สี มรรถนะเฉพาะทางในการประกอบ
อาชีพ พฒั นาอาชพี เดิม อาชพี เสรมิ หรือเปล่ียนอาชีพใหม่ ในลักษณะของการศกึ ษาตลอดชวี ิต

๖.หลักเกณฑ์และแนวปฏบิ ัตกิ ารจัดการอาชวี ศึกษา ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชพี และระดบั ประกาศนยี บัตร
วชิ าชีพชนั้ สงู (สานักมาตรฐานการอาชวี ศกึ ษาและวิชาชพี ๒๕๖๒)

Results for Development (2013) จาแนกนวตั กรรมการจัดการศึกษาระดบั มธั ยมศึกษา เพอื่ พฒั นาทักษะ
ของผเู้ รียนให้สอดคล้องกบั ความตอ้ งการ ของตลาดแรงงานเปน็ 5 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) การปรบั ปรุงระบบทีม่ อี ย่เู ดิม
(Improve existing system) ซึง่ หมายถึง นวตั กรรมทีป่ รับปรงุ ระบบปัจจบุ ันโดย ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
หลักสตู ร การวดั และประเมนิ ผล 2) การแปรสภาพระบบที่มีอยู่เดิม (Transform existing system) ซงึ่ ได้เพมิ่ ทางเลอื ก
สา หรับการเรยี นรูใ้ นโรงเรยี นและนอกโรงเรยี น และ โดยการจัดการเรียนการสอนทางไกลแบบเปดิ 3) การมี ส่วนรว่ ม
ของผู้มีส่วนได้สว่ นเสียจากหลากหลาย ภาคส่วน (Multi-stakeholder partnership) ซึง่ สามารถช่วยเพม่ิ ทรัพยากร
ให้แกร่ ะบบการศึกษาด้วย ความรว่ มมือระหว่างภาคสว่ นตา่ งๆ 4) การมุ่งเปา้ ที่กลมุ่ ประชากรท่ีถกู ทอดทง้ิ (Target
excluded population) ซึง่ เขา้ ถึงเยาวชนที่ขาดโอกาสในการ เข้าถงึ การศึกษาในระบบ และ 5) การพฒั นาทักษะ
ศตวรรษท่ี 21 (Provide 21st century skills) ซ่งึ มี จุดเนน้ ทกี่ ารพัฒนาทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21

สถาบันวิจัยเพ่ือพัฒนาประเทศไทย (TDRI) (ณฐั สฏิ รกั ษ์เกียรติวงศ์, 2559) ไดศ้ กึ ษาเร่ืองการปฏิรูปการ
อาชีวศึกษาในปี 2559 แสดงให้เห็นว่า แรงงานของไทยยังมีทักษะต่า แต่มีแนวโน้มการพฒั นาไปสู่การใช้แรงงานทมี่ ี
ทกั ษะสูง โดยเฉพาะดา้ นวิชาชพี ชา่ งเทคนิค และเพอื่ ใหม้ กี ารพัฒนาแรงงานใหส้ อดคล้องกับความตอ้ งการ ได้เสนอแนะ
ให้มีการปฏิรูปการอาชีวศึกษาด้วย 5 มาตรการหลัก คือ 1) ขยายผลการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ด้วยการจัดต้ัง
กองทุนอาชีวะทวิภาคี 2) ปรับทักษะพ้ืนฐานระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3) เพ่ิมงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา
การขาดแคลนเป็น 44,500 ล้านต่อปี 4) ปฏิรูประบบการพัฒนาอาจารย์อาชีวศึกษา 5) ปรับปรุงระบบประกัน
คุณภาพภายนอก เพ่ือการประกันคุณภาพ นอกจากน้ี ได้เสนอแนวทางการปฏิรูปการอาชีวศึกษาดังน้ี 1) สร้างกลไก
การยกระดับระบบทวภิ าคีผ่านองค์กรกลางหรอื สภาร่วมทวิภาคี 2) ให้เอกชน มีบทบาทสาคัญในองค์กรกลาง 3) เพิ่ม
มาตรการแรงจงู ใจ 4) สร้างกลไกการประกันคุณภาพ 5) ให้ความสาคัญกลุม่ เป้าหมายสาหรับอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน
และตอ้ งการทักษะสูง 6) การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของรฐั บาลในพื้นท่ภี าคตะวนั ออก (EEC)

สานักงานเพ่ือการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (2560) ได้จัดทาแผนพัฒนากาลังคน
สาหรับ EEC โดยมีการศึกษาแนวทางการพัฒนากาลังคน ให้สอดคล้องกับความต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นท่ี
Eastern Economic Corridor สาหรบั กาลงั คนระดับกลางหรอื อาชวี ศึกษา ให้ความสาคัญการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิ
ภาคี อยา่ งมคี ณุ ภาพ ซ่ึงประกอบด้วย 1) มกี ารกาหนดเป้าหมายความตอ้ งการกาลงั คนทช่ี ัดเจน ในระยะเร่งดว่ น ระยะ
ปานกลาง 2) มแี ผนพฒั นาครูในระยะเรง่ ดว่ น มาตรฐานอาชีพ มอี ุตสาหกรรมเปา้ หมายที่ชดั เจน 3) สรา้ งประสบการณ์
ในภาคประกอบการ 4) พนั ธมิตร กบั ภาคอตุ สาหกรรมเปน็ กลไกสาคญั ในการขับเคล่ือนหลกั สูตร ครู การจัดการเรยี นรู้
(Work - based learning) และการวัดผลประเมินผล

15

สานกั บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรยี น (2547) ได้กาหนดนโยบายในการจัดการศึกษาเพอ่ื พัฒนาอาชีพ
ของสานกั บรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรียนใหก้ ับประชาชน โดยมีหลักการสาคัญ คอื “จดั เพ่อื ให้ทุกคนมงี านอาชีพทา
ทาแล้วต้องพัฒนาอาชพี เป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชวี ิต” และ “ประชาชนทม่ี ีอาชีพอยู่แล้วจาเป็นต้องแสวงหา
ความรู้ เพ่ือพฒั นาอาชพี ท้งั การพัฒนาคุณภาพของผลผลิต การขยายกิจการให้กว้างขวางย่ิงขึ้น รวมท้งั การพฒั นากลุ่ม
อาชีพท่ีมีลักษณะเดียวกันให้มีความเข้มแข็ง มีอานาจต่อรองในการขายผลผลิต” จากนโยบายดังกล่าวจึงมีจุดหมาย
ปลายทางในการพัฒนาอาชีพ โดยมองเป็นองค์รวมว่ากิจกรรมในการพัฒนาอาชีพจะเป็นหัวขบวนที่จะนาไปสู่การ
รวมกลุ่มเพื่อกิจกรรมอ่ืน ๆ ท่ีดูแลประโยชน์ให้แก่สมาชิกกลุ่มและสมาชิกในชุมชนท้ังในด้านเศรษฐกิจสังคม ได้แก่
สวัสดิการท่ีพึงเกิดข้ึนในชุมชน เป็นการพัฒนาคนให้เห็นแก่ส่วนรวม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความกระตือรือร้น
เพ่ือพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาอันจะนาพาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งหลักการจัดการศึกษาอาชีพเป็นการจัดการศึกษา
เพ่ือพัฒนาความรคู้ วามสามารถ ทักษะในการประกอบอาชพี ของบุคคล ซึ่งมีจุดมุงหมายในชีวิตที่แตกต่างกันดังน้นั ใน
การจัดการศกึ ษาเพ่ือพฒั นาอาชีพจะต้องมีการวางแผน การจดั การเรียนการสอนทเ่ี หมาะสมสาหรับผเู้ รียน

รังษี ทองพันธ์ุ (2551) ได้กล่าวถึงแนวทางการจดั การศกึ ษาเพอ่ื พฒั นาอาชพี ไว้ ดังน้ี
1. การฝกึ ทักษะอาชีพ : วเิ คราะหค์ วามต้องการของผูร้ ่วมกิจกรรมและความตอ้ งการของผเู้ รียนโดยฝึก

ทักษะอาชีพในลกั ษณะการศึกษาอาชีพหลกั สตู รระยะสน้ั หรอื กิจกรรมรปู แบบการสาธิตและการปฏิบตั จิ รงิ ทตี่ อบสนอง
ความต้องการของผ้เู รยี น เพื่อให้มีความรแู้ ละทักษะพื้นฐานในอาชีพ

2. การเขา้ สูอ่ าชพี : จัดกจิ กรรมต่อเนอ่ื งจากการฝึกทักษะอาชพี หรือจดั เปน็ กจิ กรรมเฉพาะ เพอ่ื พัฒนา
กลุ่มเป้าหมายให้สามารถคดิ วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนร้แู ละพฒั นาตนเองเพอื่ เข้าสู่อาชีพโดยจัดใหม้ ีกระบวนการแนะ
แนวอาชีพที่มีประสิทธิภาพ

3. การพัฒนาอาชีพ : พัฒนาอาชีพของกลมุ่ เปา้ หมายในลกั ษณะกลุ่มพัฒนาอาชีพ โดยจัดใหม้ ีการร่วม
กลมุ่ ของผู้มีอาชีพประเภทเดียวกันเพือ่ ความเปน็ เครอื ข่ายในการแลกเปล่ียนเรยี นร้แู สวงหาความรู้sและประสบการณ์
ตลอดจนพฒั นาอาชีพของกลุม่ โดยกระบวนการกลุ่ม (Group Process)

4. การพัฒนาอาชีพด้วยเทคโนโลยี : พัฒนาอาชีพของกลมุ่ เปา้ หมายดว้ ยเทคโนโลยี โดยเนน้ การจดั
กจิ กรรมใหก้ บั กลุ่มเปา้ หมายสถานประกอบการและผู้ทต่ี ้องการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนากิจการและศกั ยภาพ
ของตนเอง เช่น การนาเทคโนโลยีคอมพวิ เตอรม์ าใช้ในการพาณิชย์ (Ecommerce) การจดั สรา้ งระบบฐานข้อมูลหรือ
การนาเสนองานด้วยคอมพวิ เตอร์ หรอื การนาเครือ่ งมอื อปุ กรณ์ทนั สมัยมาใชเ้ พ่ือเพม่ิ ผลผลิต

สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2559) ไดก้ ล่าวถงึ การจัดการศกึ ษา
ข้นั พ้ืนฐานเพื่อการมงี านทา โดยได้กาหนดการดาเนินการจัดทาแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานเพ่ือ
การมีงานทาตามแนวทางการจัดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นสมรรถนะทางสาขาวิชาชีพ เพ่ือใช้เป็นแนว
ทางการขบั เคลือ่ นยุทธศาสตรก์ ารผลติ และพัฒนากาลงั คนให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการและรองรบั การพัฒนาประเทศ
ซงึ่ ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากาลังคนให้สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการและรองรบั การพัฒนาประเทศใหม้ ีกาลังคนท่ีมี
คุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตรงความต้องการของ
ตลาดแรงงานตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องมีงานทาโดยกาหนดตามแนวทางการจัดทักษะการ
เรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21

การศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบ
อาชีพของบุคคล เพื่อให้บุคคลสามารถเข้าสู่อาชีพ สามารถประกอบอาชีพหรือพัฒนาอาชีพของตนได้ โดยพิจารณาถงึ

16

ความตอ้ งการ ในการเรียนของแต่ละบคุ คล จติ วทิ ยาการเรียนรู้ และจติ วิทยาผใู้ หญ่ ท้งั นว้ี ิทยากรผ้สู อนจะตอ้ งประกอบ
อาชพี นน้ั หรือเปน็ ผปู้ ระสบความสาเรจ็ ในการประกอบอาชพี หรอื เปน็ ผปู้ ระกอบการหรอื ภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ โดยแบ่ง
การจดั การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเปน็ 3 รปู แบบ คอื

2.1 การฝึกทักษะอาชีพ เป็นการฝึกในลักษณะหลักสูตรอาชีพระยะสั้นเวลาเรียนขึ้นอยู่กับการ
เรยี นร้ทู ีจ่ ดั และความต้องการของผู้เรียน เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนสามารถนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในการประกอบอาชีพได้

2.2 การพัฒนาอาชีพ เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะกลุ่มพัฒนาอาชีพท่ีกลุ่มผู้มีอาชีพประเภท
เดยี วกันมารวมกลมุ่ เพ่อื พัฒนาอาชีพท่ีทาอยู่ให้ดขี ้ึน มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรตู้ ลอดจนแสวงหาความรู้และประสบการณ์
ร่วมกัน โดยมีวิทยากรให้ความรู้เป็นครั้งคราวตามความต้องการและมีการระดมทุนทางสังคมมาใช้ในการจัดกิจกรรม
ภายในกลุ่มดว้ ย

2.3 การพัฒนาอาชีพด้วยเทคโนโลยี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งเนน้ ให้มีการนาเทคโนโลยีมาใช้ใน
การพัฒนาอาชีพท่ีทาอยู่เพ่ือให้มีรายได้เพ่ิมข้ึน หรือเพื่อนามาช่วยในการประกอบอาชีพให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น
นโยบาย คอื เรง่ รัดส่งเสริม และพัฒนาการจัดการศึกษาเพอื่ พฒั นาอาชพี ที่ตอบสนองความตอ้ งการของกล่มุ เป้าหมาย
โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติจริงท่ีบูรณาการกับวิถีชีวิตให้แก่บุคคลและชุมชนเพ่ือแก้ปัญหา การว่างงานและส่งเสริมความ
เข้มแข็งใหก้ ับเศรษฐกิจชุมชน

กัญญภัทร จาปาทอง (2558) ไดศ้ กึ ษาแนวทางการสง่ เสรมิ การเรียนรู้ทกั ษะอาชีพในศตวรรษที่ 21
สาหรบั เยาวชน ผา่ นสือ่ โทรทัศน์ พบวา่ รายการท่มี ีเน้ือหาเกีย่ วข้องกบั ทกั ษะชวี ติ และอาชพี ในศตวรรษท่ี 21 มากท่สี ุด
ไดแ้ ก่ รายการกบนอกกะลา รายการหนึง่ สมองสองมอื จูเนียรร์ ายการอาชวี ะทเู ดอะฟิวเจอร์ รายการอายนุ อ้ ยรอ้ ยล้านสู่
อาเซียน และรายการพอ่ หนเู ก่งที่สุดในโลกตามลาดับ สาหรับแนวทางการส่งเสริมการเรียนรทู้ ักษะอาชีพในศตวรรษท่ี
21 สาหรับเยาวชนผ่านส่ือโทรทัศน์ คือ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ เป็นทักษะชวี ิต
และอาชีพที่จาเป็นและสาคัญของการเป็นผู้ประกอบการท่ีดีสาหรับเยาวชน บทบาทของสื่อในการพัฒนาเยาวชนเปดิ
พื้นทีก่ ารเรยี นรู้ ผ่านกิจกรรมประสบการณจ์ รงิ เป็นศูนยก์ ารเรยี นรู้ท่ีมหี ลกั สูตรสาหรับการพฒั นาทกั ษะอาชีพท่สี ามารถ
เลอื กหลักสูตรได้ตามความต้องการของผเู้ รียน

สรเดช เลิศวัฒนาวณิช (2560) ได้ทาการวิจัยการพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือส่งเสริมทักษะ
อาชีพ และคุณลักษณะในการประกอบอาชีพ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาผลการวิจัย พบว่า ผลการศึกษาข้อมูล
พื้นฐาน ของนักเรียนและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ต้องการให้การจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับมะพร้าวของดีประจาอาเภอบ้านแพว้ มา
สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับนักเรียนโดยมี การศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น มีการน าผู้รู้ท้องถ่ิน ปราชญ์
ชาวบ้านมามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ด้วย กระบวนการกลุ่มการแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน ผลการทดลองจัด
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน เรอื่ ง ของดบี า้ นแพว้ จัดการเรยี นรูด้ ว้ ยโครงงาน 6 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ 1) ให้ความรพู้ ้ืนฐาน 2) เลือก
หัวข้อท่ีสนใจ 3) วางแผน 4) ลงมือปฏิบัติ 5) นาเสนอและอภิปราย และ 6) การวัดและประเมินผล พบว่า นักเรียน
สนใจ และต้ังใจในการสร้างสรรค์เป็นผลงานโครงงานอาชีพและผลการประเมินและปรับปรุง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เรื่อง ของดีบ้านแพ้ว พบว่า 1) นักเรียนมีทักษะอาชีพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดี2) นักเรียน มีคุณลักษณะในการ
ประกอบอาชีพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดแี ละ 3) นกั เรียนมคี วามพึงพอใจตอ่ การจัดกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน เร่ือง ของดี
บ้านแพ้วโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เห็นควรให้มกี ารปรบั ปรุงกิจกรรมใหม้ ีการจัดกิจกรรมท่ีส่งเสรมิ ให้นักเรียน
ไดศ้ กึ ษา ค้นควา้ หาความรู้ด้วยตนเอง

รณยุทธ นิลโคตร (2561) ได้ศึกษาการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างทักษะอาชีพและชีวิตของครูใน
ศตวรรษที่ 21 สาหรับสถานศึกษา สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 26 พบวา่ 1) องคป์ ระกอบของ

17

ทักษะอาชีพและชีวิตของครใู นศตวรรษท่ี 21 มีจานวน 5 องค์ประกอบได้แก่ 1) ทักษะความยืดหยุน่ และการปรบั ตัว
2) ทกั ษะการรเิ ร่มิ สร้างสรรค์และเปน็ ตัวของตัวเอง 3) ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม 4) ทักษะการเปน็ ผู้สร้าง
หรือผผู้ ลิต 5) ทักษะภาวะผ้นู าและความรบั ผิดชอบและตวั ชีว้ ดั จานวน 31 ตัวชี้วัด ซงึ่ มีความเหมาะสมโดยรวมระดับ
มากท่สี ดุ 2) สภาพปัจจุบันของทักษะอาชพี และชีวิตของครูในศตวรรษท่ี 21 โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง (Mean =
3.08, S.D. = 0.59) สภาพท่ีพงึ ประสงค์ของของทักษะอาชีพและชวี ิตของครูในศตวรรษท่ี
21 โดยรวมอยใู่ นระดบั มากทีส่ ุด (Mean = 4.60, S.D. = 0.32) 3) โปรแกรมเสริมสรา้ งของทักษะอาชีพและชวี ิตของ
ครูในศตวรรษที่ 21 ส านักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 26 ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล ความมุ่ง
หมายโครงสร้างขอบข่ายเน้ือหา วิธีการพัฒนา สื่อ และการวัดและการประเมิน โปรแกรมเสริมสร้างของทักษะอาชพี
และชวี ิตของครใู นศตวรรษที่ 21 โดยรวมมีความเหมาะสมและมีความเป็นไปไดอ้ ยู่ในระดบั มากทส่ี ุด

ปนดั ดา นกแกว้ (2562) ได้ศกึ ษาทกั ษะชวี ิตและทกั ษะอาชีพในศตวรรษที่ 21 ของนกั เรยี นระดับชนั้
มัธยมศึกษาปีที่ 3 จงั หวัดสมุทรปราการ พบวา่ แนวทางการพัฒนาทกั ษะชวี ติ และพัฒนาทักษะอาชพี ในศตวรรษท่ี 21
ควรส่งเสริมนักเรียนในด้านท่ีนักเรียนสนใจให้รูจ้ ักตัวเอง พัฒนาทักษะความคิดริเร่มิ และการช้ีนาตนเองอย่างต่อเนอื่ ง
ส่งเสริมใหน้ กั เรยี นไดร้ จู้ ักเรียนรูใ้ นการเพิ่มผลผลติ ใหม้ ีคณุ ภาพในสังคม

รุ่งทิพย์ พรหมหลวงศรี (2562) ได้ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะอาชีพผ่านเครือข่าย
ความร่วมมือสาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาในจังหวัดอุดรธานี ผลการวิจัย พบว่าสภาพการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะ
อาชีพผ่านเครือข่ายความร่วมมือสาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาในจังหวัดอุดรธานี การดาเนินงานของหน่วยงานทาง
การศึกษาเกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะอาชีพผ่านเครือข่ายความร่วมมือสาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาใน
จงั หวดั อุดรธานี ได้ดาเนินการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมอื ของหน่วยงานที่เก่ยี วข้อง ท้งั ภาครัฐและเอกชน สนบั สนุนให้
สถานศึกษาสร้างการรบั รู้ให้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริมบทบาทของครแู นะแนวให้มีความเข้มแขง็ สามารถชแี้ นะ
และใหค้ าแนะนาแก่นกั เรยี น สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจให้ผปู้ กครองทราบแนวทางการส่งเสริมการเรยี นต่อของบุตรหลาน
โดยร่วมมือกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องจัดกิจกรรมส่งเสรมิ ให้นักเรยี นมีความรู้ ความเข้าใจด้านโลกของอาชีพ ขับเคลื่อน
การจัดการศึกษาเพ่ือการมีงานทาในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ รูปแบบท่ี 1 การเตรียมความพร้อมกลุ่มความถนัดทาง
สาขาวิชาและอาชพี ในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา โดยการส่งเสรมิ ให้สถานศกึ ษาในสงั กัดดาเนนิ การจัดทา MOU กับ
สถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาค และเพื่อการจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษาให้ โดยเฉพาะ GAT PAT ให้ตรงกับหลักสูตร
ของมหาวทิ ยาลัยทีน่ กั เรียนประสงค์ศึกษาต่อการจัดแฟ้มสะสมผลงาน เพือ่ ใชใ้ นการศกึ ษาต่อระดับอุดมศึกษา รูปแบบ
ที่ 2 การศกึ ษาระบบทวศิ กึ ษา โดยการสง่ เสรมิ ให้สถานศกึ ษาจดั หลกั สูตรทักษะอาชพี ควบคู่ไปกับวชิ าสามัญ (ทวิศึกษา
Dual Education) โดยทาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับสถาบันอาชีวศึกษาท่ีอยู่ในพื้นท่ีใกล้เคียงและมี
หลักสูตรตรงตามความต้องการ รูปแบบที่ 3 การจัดหน่วยฐานสมรรถนะอาชีพระยะส้ันในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
โดยส่งเสริมการจัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ปรับแผนการเรียนไวใ้ น
รายวิชาเพ่ิมเติม ส่งเสริมด้านสารสนเทศด้านสมรรถนะหลักสูตรสาขาวิชาชีพเพ่ือให้โรงเรียนได้เลือกใช้ในการปรับ
แผนการเรียนรายวิชาเพิ่มเติมได้สะดวกขึ้น รูปแบบท่ี 4 ส่งเสริมการจัดหลักสูตรระยะส้ัน เพ่ือสร้างทักษะอาชีพด้าน
ต่าง ๆ ที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นทักษะที่จาเป็นในยคุ อุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 ในกิจกรรมชมุ นมุ
กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้โดยความร่วมมือกบั หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งน้ี หน่วยงานต้นสังกดั ของ
สถานศึกษามีแนวทางในการส่งเสรมิ สนับสนุนสารสนเทศท่ีจาเป็น และเป็นแนวทางสาหรับการดาเนนิ การจัดกจิ กรรม
ส่งเสริมทักษะอาชีพให้แก่ผู้เรียนในหลายด้าน ได้แก่ ข้อมูลแหล่งเรียนรู้และวิทยากรด้านอาชีพ ความต้องการของ
ตลาดแรงงานจากหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง ข้อมูลเก่ียวกบั หลักสูตรระยะส้ัน ส่งเสริมด้านอาชีพเพอ่ื ให้สถานศึกษาเลือกใช้

18

ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพตามรูปแบบต่าง ๆ ท่ีเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา และนิเทศ กากับ
ตดิ ตามการดาเนินงานของสถานศึกษาดา้ นการจดั การศกึ ษาข้นั พื้นฐานเพอื่ การมงี านทาอยา่ งตอ่ เน่ือง

Jansen (2013) ศึกษาทักษะชีวิตและอาชีพ โดยให้ความสาคัญกับความยืดหยุ่นในการทางานของ
ช่วงวัยรุ่นท่ีหมายถึงการปรับตัวเพื่อการเปล่ียนแปลงและการดาเนินชีวิตที่ได้กาหนดไว้โดยมีการจัดการเวลาเพื่อ
ความสาเร็จตามเป้าหมาย กลุ่มวัยรุ่นสามารถตัดสินใจและแกป้ ัญหาได้โดยคานงึ ถึงช่วงเวลาท่ีกาหนดไวต้ ามเป้าหมาย
นอกจากน้ีหากนักเรียนมีการส่ือสารอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นทักษะทางสังคมอยา่ งหน่ึงจะช่วยพัฒนาการดารงชวี ิต
และการประกอบอาชพี แตใ่ นชว่ งวยั รนุ่ มีพัฒนาการด้านรา่ งกายและจติ ใจ ซึ่งอาจมีพฤตกิ รรมเสีย่ งต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด
การกอ่ คดีโจรกรรม เปน็ ตน้ หากมีการสง่ เสริมทักษะอาจจะมีส่วนในการลดพฤตกิ รรมเส่ียงและทาให้มปี ระสิทธภิ าพใน
การเผชิญกับความยากลาบาก รวมถึงมีการบูรณาการกับอาชีพที่ทากันในกลุ่มวัยรุ่น โดยนักวิจัยประยุกต์ใช้
แบบสอบถามเชิงสถานการณ์ (Scenario Questionnaire) พบว่าผู้เรียนมีความรู้และการใช้ทักษะชีวิตและอาชีพที่
แตกต่างกัน นักวิจัยต้ังข้อสังเกตว่าการประยุกต์ใช้ทักษะการสื่อสารและการบริหารเวลาเก่ียวข้องโดยตรงกับความ
ยืดหยุ่น และนาผลการวิจัยใช้ในการพัฒนาชุมชนและดาเนินการความช่วยเหลือกลุ่มวัยรนุ่ ให้สามารถประกอบอาชีพ
เพอื่ พฒั นาเปน็ ผู้ใหญท่ มี่ ีคณุ ภาพ

Suebnusorn, (2017) ความคาดหวงั การผลติ และพฒั นากาลงั คนทีม่ ีจุดเน้นเพอื่ ตอบสนองเป้าหมาย
ด้านการ เป็นเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศทางบกมากท่ีสุด โดยสมรรถนะหลักที่เยาวชนจังหวัดตากควรได้รับการ
พัฒนา ได้แก่ ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ ความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทักษะ การ
ส่ือสารด้วยภาษาต่างประเทศ ทักษะการเรียนรู้ ด้วยตนเอง ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะ คอมพิวเตอร์ ทักษะ
การใช้คณิตศาสตร์และการคานวณ ทักษะการบริหารจัดการ คุณลักษณะด้านความขยัน หม่ันเพียร ความตรงต่อเวลา
ความมีวินัย ความรัก บ้านเกิดหรือท้องถ่ินท่ีตนอาศัย ความซ่ือสัตย์สุจริต ตลอดจนความรักองค์กร และเม่ือวิเคราะห์
ระบบการ ผลิตและพฒั นากาลงั คนของจงั หวดั ตากโดยประยุกต์ ใช้เครื่องมือการประเมินและเปรียบเทียบวัดระบบ สา
หรบั ผลลัพธ์ทางการศกึ ษาด้านการพัฒนากา ลัง แรงงาน (System Assessment and Benchmarking for Education
Result: Workforce Development: SABER-WfD) ซ่ึงพัฒนาโดยธนาคารโลกพบว่าจังหวัดตากควรแก้ปัญหาเร่งดว่ น
ของผู้เรียนระดับ มัธยมศึกษา โดยนา สมรรถนะหลักอาชีวศึกษาและ อุดมศึกษาสอดแทรกให้แก่ผู้เรียนมัธยมศึกษา
เพื่อให้ เข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีแม้ไม่ได้ศึกษาต่อโดยใช้ รูปแบบ “มหาวิทยาลัยประชารัฐ” ซ่ึงหมายถึง การให้
มหาวิทยาลัยเป็นแกนนา ในการเชื่อมโยงระหว่างการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา ภาครัฐ และ
ภาคเอกชนเพอ่ื ร่วมกันผลติ และพัฒนากาลังคนของจงั หวัดตาก

เป้าหมายเชงิ นโยบายของ SABER-WfD มี ทัง้ หมด 9 ข้อ ซงึ่ คณะผวู้ จิ ยั สะท้อนให้เห็นถงึ ลักษณะ ของ
รูปแบบการผลิตและพัฒนากาลังคนที่ดี โดยมิติ ท่ี 1 กรอบกลยุทธ์ (Strategic framework) ประกอบ ด้วยเป้าหมาย
เชงิ นโยบายทง้ั หมด 3 ข้อ ได้แก่ Strategic direction, Demand-led และ Coordination ส่วน มติ ทิ ่ี 2 การตรวจตรา
ดูแลระบบ (System oversight) ประกอบด้วยเป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ข้อ ได้แก่ Funding, Standards และ
Pathways ส่วนมิติสุดท้าย การให้บริการ (Service delivery) ประกอบด้วย เป้าหมายเชิงนโยบาย 3 ข้อ ได้แก่
Diversity and excellence, Relevance และ Accountability (World Bank Group, 2015) ซึ่งเป้าหมายทั้ง 9
ข้อน้ี สะท้อนว่ารูปแบบการผลิตและพฒั นากาลังคนที่พงึ ปรารถนาของจังหวดั ตากควรดา เนินการครอบคลุม ประเด็น
ต่างๆ ได้แก่ การจัดอันดับความสาคัญของ ยุทธศาสตร์ การให้ความสาคัญกับอุปสงค์แรงงาน การจัดการเพ่ือนา
นโยบายไปปฏิบัติ การจัดสรรงบ ประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม การ กาหนดมาตรฐานต่างๆ ที่จา เป็น
และเที่ยงตรง การเปดิ ช่องทางตา่ งๆ ใหบ้ คุ คลสามารถพฒั นาทกั ษะ ของตน การฝกึ อบรมทห่ี ลากหลายและมีคุณภาพสูง

19

การสง่ เสรมิ การฝึกอบรมโดยภาครัฐให้สอดคล้อง กบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน ตลอดจนการใช้ ข้อมูลท่ีรวบรวม
ไว้เพ่ือกากับและปรับปรุงผลผลิตและ ผลลัพธ์จากการพัฒนากาลังคน (วารสารปัญญาภิวัฒน์ ปีท่ี 12 ฉบับที่ 3
ประจาเดือนกนั ยายน - ธนั วาคม 2563)

จากการศกึ ษาทบทวนวรรณกรรม เอกสารรายงานการวจิ ัย และบทความต่าง ๆ ท่ีกล่าวถึงทักษะแห่ง
ศตวรรษที่ 21 ตัวอย่างเช่น กรอบความคิดเพือ่ การเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 และทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษที่ 21 โดย
เคน เคย์ (2562) ประธานภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills) ได้ จาแนก
ทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21 ออกเป็นสาระวิชาหลัก ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะชีวิตและ การทางาน
และทักษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี รายงานเรื่อง The Future of Skills : Employment in 2030
(Bakhshi et al., 2017) ทก่ี ลา่ วถงึ ทกั ษะ 4 เร่ือง ซง่ึ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า และสหราชอาณาจกั รเหน็ ตรงกนั ว่าเป็น
ทักษะแหง่ อนาคต นอกจากนกี้ ารสารวจและวเิ คราะห์ความตอ้ งการของ ตลาดแรงงาน รวมทง้ั แนวโน้มของเทคโนโลยี
ในองค์กรใหญ่ ๆ ท่ัวโลก จากองค์กร World Economic Forum (WEF) (2015) ได้ผลการศึกษาสรุปทักษะท่ีจาเป็น
ในศตวรรษท่ี 21 (21st-Century Skills) ออกมาเป็น 16 ทักษะ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่ม
ของความสามารถ (Competencies) กลุ่มของคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Character Qualities) และกลุ่มของความรู้
พ้ืนฐาน (Foundational Literacies) รวมไปถึงงานวิจัยขององค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
โครงการ OECD Future of Education and Skills 2030 (2019) และยังมีเอกสารรายงานการวิจัย และบทความ
อ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ทักษะแห่งอนาคตอีกหลากหลายเรื่อง คณะผู้วิจัยจึงสรุปทักษะที่จาเป็นแห่งอนาคต (Future
Skills) ในศตวรรษ ที่ 21 โดยสามารถแบง่ ออกเปน็ 3 กลุ่มใหญ่ ตามคานยิ ามของสมรรถนะที่มอี งคป์ ระกอบของทักษะ
(Skills) คณุ ลกั ษณะ (Attribute) และความรู้ (Knowledge)

๓. แนวปฏบิ ัตทิ ีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
จากการที่ได้ศึกษามีแนวทางในการดาเนินการตามภารกิจของตนเองตามองค์กร มีภารหน้าที่ที่ผลิตและ

พัฒนากาลงั คนท่ีมีคุณภาพและไดม้ าตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยีท่ีทนั สมัย เพอื่ ตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของประเทศ
ตามเปา้ หมายยุทธศาสตร์ชาติ โดยพยายามส่งเสรมิ สนบั สนนุ หาแนวทางในการพัฒนาแรงงานสแู่ รงงานในอนาคต ซึ่ง
ภารกิจท่ีสาคัญตามกรอบนโยบายของรัฐบาลในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพโดยคานึงถึง
คณุ ธรรมและความเป็นเลิศทาง วชิ าชพี การพัฒนาการจดั การอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวชิ าชพี จะเนน้ การผลติ กาลังคน
ให้มคี ณุ ภาพมาตรฐาน มีเส้นทางอาชีพทีช่ ัดเจน เพ่ือสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนใหม้ ี
การรับรองสมรรถนะของบคุ คลในการประกอบอาชีพ เสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และสร้างค่านยิ มทีด่ ีตอ่
การอาชีวศึกษา โดยมีเป้าประสงค์ให้ผู้สาเร็จอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพมีคุณภาพ มาตรฐาน มีงานทาและ
ดารงชีวิตอยา่ งมีความสุขในสงั คม การผลิตและพฒั นากาลงั คนให้ตรงตามความต้องการของประเทศ ตอ้ งได้รับร่วมมือ
กับองค์กรที่ต้องการใช้กาลังคน ตั้งแต่ภาคการผลิต เอกชน รัฐวิสาหกิจ และชุมชน เพ่ือสร้างเครือข่ายความร่วมมือใน
การจัดการอาชีวศึกษาท้ังในและต่างประเทศ นาไปสู่การกาหนดหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอนในการ
ผลิตกกาลังคนได้ตรงกับความต้องการภาคการ ผลิตและความต้องการของผู้ใช้แรงงานเป็นสาคัญ มุ่งเน้นการเพ่ิม
โอกาสทางการศกึ ษาวิชาชพี ใหป้ ระชาชนทุกคนมโี อกาสเข้าถงึ การ ศกึ ษาดา้ นวชิ าชีพที่มีคุณภาพมาตรฐานอยา่ งตอ่ เนื่อง
ตลอดชีวิต ท้ังการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีจุดมุ่งหมายให้คลอบคลุม
ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน วัยแรงงาน สตรี ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส

20

คนพิการ ผู้ห่างไกลทุรกันดารและชนกลุ่มน้อย การอาชีวศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ตั้งแต่การพัฒนาระบบการ
บรหิ ารจัดการ ใหเ้ อ้ือต่อการเรยี นรู้ การสร้างองค์ความรู้ และนวตั กรรมทางวชิ าชพี ดงั น้ี

๑. สารวจความพรอ้ มในการดาเนินการตามภารกิจ
๒. สร้างความเข้าใจกบั คณะครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
๓. วเิ คราะห์ จดุ อ่อน จุดแขง็ โอกาส อุปสรรค (SWOT Analysis) ของสถานศึกษาแบบมสี ่วนรว่ ม
๔. นาขอ้ มลู จากการวเิ คราะห์นาเสนอโครงการ ตอ่ คณะกรรมกรรมการพจิ ารณาอนุมตั ิ
๕. บรรจุโครงการในแผนปฏิบัติการประจาปีของสถานศึกษา
๖. มอบหมายผ้มู หี นา้ ท่ีรบั ผิดชอบดาเนนิ การ
๗. กาหนดปฏทิ ินปฏิบัติงานตามแผนงานอย่างชดั เจนและเปน็ ระบบ สามารถตรวจสอบได้
๘. ดาเนินการตามแผนงานท่ไี ด้กาหนดไว้
๙. ตดิ ตามประเมินผลอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๑๐. นาผลการติดตาม ประเมินผลมาวิเคราะหง์ านเพ่ือการแกไ้ ขปญั หาในการดาเนินงานท่ีผ่านมา
๑๑. สรปุ ผลการดาเนนิ งานและรายงานตามลาดบั ชั้นตอน

21

สว่ นท่ี 3
ผลการศึกษาเปรียบเทียบ
(Journey Mapping)

1. ขอ้ ค้นพบจากการสถานศึกษาทเี่ ข้ารับการฝึกประสบการณ์
จากการทีเ่ ข้ารับการฝึกประสบการณท์ ั้งสองแหง่ นนั้ เพือ่ เข้าศึกษาเปรียบเทยี บ การพฒั นาทกั ษะอาชีพ Up

Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมงี านทา มีวิธกี ารการบรหิ ารสถานศกึ ษาสู่ความเป็นเลศิ หากลยุทธ์
และวิธีการ นามาวเิ คราะห์และสังเคราะหเ์ พื่อเปน็ โมเดลนาไปบริหารจัดการในสถานศึกษาตามกรอบแนวทางยกระดับ
คุณภาพการอาชวี ศกึ ษา

1.1 สภาพกอ่ นดาเนินการของสถานศึกษาในประเดน็ ท่ศี ึกษา พบประเดน็ ปญั หา ดังน้ี
- บุคลากรไม่เพียงพอ
- งบประมาณไม่เพยี งพอ
- ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์
- บคุ ลากรในสถานศึกษาไม่เข้าใจ และไมใ่ ห้ความร่วมมือ
- สถานการณ์การแพรร่ ะบาดโควดิ ทาใหค้ นตกงาน
- ค่าครองชพี สูง
- นกั เรยี น นักศึกษาลดจานวนลง
- ความเข้มแขง็ ในการจดั การความรว่ มมือและการจดั การการอาชีวศกึ ษาที่เขม้ แข็ง
- ผลิตและพฒั นากาลังดว้ ยความรว่ มมือท่ีเข้มแข็งแขง็ และตรงกบั ความต้องการของสถานประกอบการ
- การสนับสนุนจากผู้ปกครองและภาคสงั คม (กรมพัฒนา/กสศ./โสตศึกษา/สมาคม)
- จดั ระบบการจัดการเรียนรูแ้ ละช่องทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย (ปวช./ปวส./ระยะส้นั /ทวิศึกษา/สะสม

หนว่ ยกิต/ปวพ.)
ดังนั้น การวางแผนกาหนดแนวทางในการพัฒนานักเรียนนักศึกษาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มี

ปัญญา มคี วามสขุ และรกั ประเทศชาติ รักษท์ อ้ งถิน่ มงุ่ ทาประโยชน์และสร้างสรรค์สิง่ ทดี่ ีงามควบค่ไู ปกบั การมคี ุณธรรม
จะนาไปสู่การปรับปรุง สร้างกลยทุ ธ์ ปรับวิธีการเพอื่ เสริมสร้างพัฒนาทักษะอาชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future skill
แบบรบั รองการมงี านทาของผสู้ าเร็จการศกึ ษาหรอื ผู้เรียนในสถานศกึ ษาปจั จบุ นั

1.2 เหตจุ งู ใจหรอื ความท้าทายท่ีต้องดาเนินการ
กระบวนการจัดอาชีวศึกษาให้เกิดคุณภาพ ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับ

ความต้องการของผู้เรียน ในบริบทเชิงพ้ืนที่ การจัดการเรียนการสอนวิชาชีพเพอ่ื ความเสมอภาค การพัฒนาปรบั ปรุง
หลักสูตรของสถานศึกษา การสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการเรียนการสอน และฝึกงานในสถาน
ประกอบการ โดยส่งเสริมการนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ICT มาใช้เพื่อการเรียนการสอนและการบริหาร
จัดการในสถานศึกษา มงุ่ ให้กลุ่มผูเ้ รียนหรอื ผผู้ า่ นการฝกึ อบรมทักษะอาชีพ มีการ Up skills Re skills พฒั นาองคค์ วาม
รู้ทันความเจริญกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี ก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ และอาชีพใหม่ หรือ Future Job สามารถประกอบอาชพี
ไดจ้ ริง มเี หตุจงู ใจหรอื ความท้าทายท่ตี ้องดาเนินการ

- จัดการเรยี นการสอน และฝกึ อบรมวชิ าชพี ระยะสน้ั Up skills Re skills รองรบั การเปลีย่ นแปลง
ของเทคโนโลยี/สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ทาให้คนตกงาน

22

- ความต้องการฝกึ อบรมวชิ าชีพ Up skills Re skills สFู่ uture skill เพ่อื นาไปใช้ประกอบอาชพี
- นโยบาย สอศ./ กระทรวง ต้องการสร้างความเปน็ เลศิ ในการเสรมิ สร้างทักษะอาชีพ Up skills Re
skills ให้ทันสมยั
- ความตอ้ งการของชมุ ชน ผู้เรยี น และสถานประกอบการมคี วามต้องการฝึกอบรมวชิ าชีพ
ดังน้นั จงึ มีความจาเปน็ ตอ้ งมกี ารดาเนินการยกระดบั ทกั ษะฝมี อื ใหม่ให้กบั กลุ่มผู้เรยี นทุกระดบั ดว้ ยวธิ ีการ Up
skills Re skills สู่ Future skill แบบรบั รองการมอี าชพี มีงานทา โดยมรี ปู แบบการพฒั นาสถานศึกษา และ แนว
ทางการขบั เคลอ่ื นสู่ความสาเรจ็ ในสถานศกึ ษาอาชีวศึกษาด้วยวธิ ีการของ SABER และ Business Model Canvas
1.3 วิเคราะหส์ ถานการณ์ทีส่ ถานศึกษาดาเนินการ ดว้ ยวธิ ีการของ SABER
1.3.1 กรอบกลยุทธ์ (Strategic Framework)
ประเดน็ ทีศ่ กึ ษามีความสอดคล้องกบั นโยบายทุกระดบั ระหวา่ งการพัฒนากาลังคนกับเป้าหมาย
ระดบั ชาตขิ องประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมทศิ ทางการดาเนินการพฒั นากาลังคนที่มุ่งสู่การพัฒนา
เศรษฐกจิ ผลิตภาพและหน่วยงานที่เกย่ี วข้อง 3 ประเด็น ดังน้ี
1) ความเข้มแขง็ เกีย่ วกับระบบความรว่ มมือและทิศทางการจัดอาชวี ศกึ ษาทีช่ ัดเจน การพัฒนา
ทกั ษะอาชีพ Up Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา

- การสร้างการรบั รเู้ ชิงนโยบายด้านการจัดการศึกษาร่วมกัน
- รว่ มกาหนดนโยบายการขบั เคล่อื นการจดั การอาชีวศึกษารว่ มกัน
- แต่งตง้ั คณะกรรมการขับเคลื่อนการดาเนนิ งานตามแผนการพัฒนากาลังคนดา้ นอาชีวศึกษา
- ประชุมวางแผนและดาเนินงานตามนโยบายพัฒนากาลังคนด้านอาชีวศึกษา
- นเิ ทศกากับตดิ ตาม ประเมินผลและรายงานผล
2) ผลติ และพัฒนากาลังคนดว้ ยความร่วมมอื ท่ีเขม้ แขง็ และสอดคล้องกบั ความต้องการ
(Demand Driven) การพัฒนาทักษะอาชพี Up Skills, Re Skills สู่ Future Skill แบบรับรองการมงี านทา
- สารวจความต้องการการผลิตและพฒั นากาลังคนด้านอาชวี ศึกษาให้ตรงตามความตอ้ งการของ
ตลาดแรงงาน
- สรา้ งเครือข่ายความรว่ มมอื MOU กบั สถานประกอบการ การผลิตและพัฒนากาลังคนด้าน
อาชีวศึกษา
- การพัฒนาปรบั ปรงุ หลักสูตรให้สอดคล้องกบั ความตอ้ งการ
- การบูรณาการการจัดการเรยี นรู้ใหเ้ ปน็ ไปตามสมรรถนะวิชาชพี ทเ่ี ก่ียวข้อง
3) การสนบั สนนุ จากผปู้ กครองและภาคสังคม การพัฒนาทักษะอาชีพ Up Skills, Re Skills สู่
Future Skill แบบรับรองการมีงานทา
- ระดมทรพั ยากรในการบริหารจดั การ
- ร่วมจดั กิจกรรมบริการวชิ าชีพ เพอ่ื ส่งเสรมิ สนับสนุน
- เป็นแหล่งศกึ ษาดูงานและแลกเปลีย่ นเรียนรู้
- การใช้ทรพั ยากรร่วมกนั ใหเ้ กดิ ความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล

23

1.3.2 การบริหารจัดการสู่คุณภาพ (System Oversight)
ประเด็นท่ีศึกษามีกฎระเบียบ ท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารจัดการ และมาตรฐานต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง

รวมทั้งการกากับ ดูแล ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขับเคล่ือนในการบริหารจัดการสถานศึกษาในประเด็นที่ศึกษาประสบ
ความสาเรจ็

1) ประสทิ ธภิ าพการบริหารจดั การ จากการศึกษาพบว่าการบริหารจัดการ สถานศกึ ษาใหข้ ับเคลื่อน
องคาพยพสู่การพัฒนาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพไดโ้ ดยอาศัยหลักการบริหาร 4M คือ

1.1 คน(Man) ผู้บริหารได้วางแผนมอบหมายภาระหน้าท่ีบางคนให้ถูกกับงานและความสามารถ
ประสานงานประชุมชีแ้ จงกากับติดตามชว่ ยเหลอื แกป้ ัญหา ประเมินการดาเนนิ งานอยา่ งต่อเนื่องจนบรรลถุ ึงเปา้ หมาย

1.2 งบประมาณ(Money) ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาได้บรหิ ารจัดการงบประมาณท่ีไดร้ ับอยา่ งคุม้ ค่ามี
การกากับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการต่างๆท่ีได้รับการอนุมัติในแผนปฏิบัติการประจาปีรวมทั้งการ
ระดมทรัพยากร บางสว่ นสนบั สนุนโครงการท่ีไมไ่ ดร้ ับการจดั สรรงบประมาณ

1.3 วสั ดุอุปกรณ์ครุภัณฑ์(Material) ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ไดบ้ รหิ ารจัดการวัสดอุ ุปกรณ์เคร่ืองมือ
ครุภณั ฑต์ า่ งๆอยา่ งคุ้มค่าเกิดประสิทธิผลได้ดาเนินการกากับติดตามการซอ่ มบารงุ เครอื่ งมือครภุ ัณฑก์ ารใช้งานและการ
บารุงรักษาการรายงานการใช้วสั ดคุ รุภณั ฑ์ตามลาดบั เปน็ ประจาทกุ ปกี ารศึกษา

1.4 การบริหารจัดการ(Management) ได้ใช้หลักการบริหารงานการบริหารจัดการสถานศึกษา
ตามหลักธรรมาภิบาล Good government โดยยึดถือ หลักการมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันทุกฝ่ายในรูปแบบ
คณะกรรมการ พิจารณาโครงการการติดตามประเมินผลและการพิจารณาเห็นชอบแผนพัฒนา การศึกษา แผนปฏิบัติ
การประจาปีของสถานศกึ ษา

2) ความเข้มแข็งศักยภาพและความพร้อมของสถานศึกษาและภาคผู้ประกอบการในการจัดการ
อาชวี ศกึ ษา

2.1 การจดั การเรียนร้แู บบอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคซี ่งึ เปน็ การจัดการเรียนการสอนพฒั นาผู้เรียน
ระหว่างสถานศึกษากบั สถานประกอบการเกีย่ วกบั การบรหิ ารจัดการหลักสูตรการพัฒนาแผนการฝึกอาชีพการจัดการ
เรียนการสอนการนเิ ทศตดิ ตามการฝกึ อาชพี การวัดผลและการประเมนิ ผลของผู้เรียนของครูผูส้ อนประจาวิชารว่ มกับครู
ฝึกในสถานประกอบการตามที่กาหนดในหลกั สูตรและเป็นไปตามประกาศของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารพุทธศักราช 2557
เรื่องการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีประกาศของคณะกรรมการการอาชีวศึกษาพุทธศักราช 2564 เรื่องการจัดการ
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

2.2 การลงนามความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในการจัดการเรียนการสอน
เพ่ือพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา ให้มีสมรรถนะวิชาชีพและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์สอดคล้องตามความ
ต้องการของตลาดอาชีพน้ัน สถานศึกษาจะต้องลงนามความร่วมมือกับเครือข่ายสถานประกอบการหรือรัฐวิสาหกิจ
ร่วมกัน พัฒนาหลักสูตรแผนการฝึกอาชีพการแต่งตั้งครูฝึกในสถานประกอบการร่วมกับครูผู้สอนเนินการวัดผลและ
ประเมนิ ผลผู้เรยี นให้มีทกั ษะและสมรรถนะวิชาชีพตามเกณฑ์ทก่ี าหนดในแผนการฝกึ อาชีพและท่ีกาหนดในหลักสูตรแต่
ละสาขางานท่ีกาหนดไว้

3) ความเช่อื มน่ั ในด้านมาตรฐานและคุณภาพของผสู้ าเร็จการศกึ ษา
3.1 ด้านมาตรฐานวชิ าชีพ Competency ผสู้ าเรจ็ การศึกษาอาชวี ศกึ ษาทมี่ ีคณุ ภาพและมาตรฐาน

วชิ าชีพเป็นผู้ทมี่ สี มรรถนะวชิ าชพี มีทักษะและความสามารถทางานในสาขางานไดม้ าตรฐานและมคี ุณภาพจากองค์
ความรู้ทกั ษะและประสบการณท์ ไ่ี ด้รับการพฒั นาตามมาตรฐานของหลักสตู รวชิ าชีพ

24

3.2 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์การพัฒนาให้ผู้สาเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาให้มีคุณลักษณะ
สอดคล้องตามความ ต้องก ารของตลาดอ าชีพเป็น เป้าหม าย สาคัญในก า รผลิ ตและพัฒนากาลัง คนอาชีวศึก ษ า ให้มี
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคม์ ีคณุ ธรรมจริยธรรมมคี วามรบั ผดิ ชอบมีความซื่อสัตย์สุจริตเปน็ คนดีของสังคมสามารถทางาน
อยู่ร่วมกับบุคคลอ่ืนได้อย่างมีความสุขดังน้ันผู้สาเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาท่ีมีคุณภาพมีมาตรฐานวิชาชีพและมี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์เปน็ ที่ตอ้ งการของตลาดอาชีพสามารถสร้างความเชื่อม่ันให้กับสถานประกอบการและสังคม
จึงนบั ว่าเปน็ ผลผลิตอาชวี ศกึ ษาทม่ี คี ุณภาพ

4) ประกนั คณุ ภาพผ้เู รียนอาชวี ศกึ ษาใหม้ ีความพรอ้ มเขา้ สู่อาชพี
4.1 มาตรฐานวชิ าชพี ผู้สาเร็จการศกึ ษาอาชีวศึกษาท่ีมสี มรรถนะวิชาชีพและมคี ุณภาพต้องผา่ น

เกณฑก์ ารประเมินมาตรฐานวิชาชีพ
4.2 มาตรฐานงานคุณวุฒวิ ิชาชีพ ผลผลิตอาชวี ศึกษา คือผู้สาเร็จการศึกษาตามหลกั สูตร

ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.),หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง (ปวส.),หลกั สตู รเทคโนโลยบี ัณฑิต (ทล.บ.) และ
หลกั สูตรระยะสน้ั จะตอ้ งมีสมรรถนะตามกรอบคณุ วุฒวิ ิชาชีพและผ่านการประเมนิ ตามกรอบคุณวุฒิอาชพี เพอ่ื
รบั รองคุณภาพและมาตรฐานคุณวุฒวิ ชิ าชพี (Vocational Qualifications: VQ)

4.3 มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ การประกอบอาชีพตามกฎหมายของผู้สาเร็จการศึกษาตอ้ ง
ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เพื่อรองรับมาตรฐานความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติใน
การทางานของผู้ประกอบอาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ

1.3.3 การจัดการเรียนรู้ (Learning Delivery)
มีองคาพยพท่ีเก่ียวข้องกับประเด็นที่ศึกษาในการดาเนนิ การกจิ กรรมต่างๆ ของงานต่างๆ ภายในของ

สถานศึกษาและการฝึกอบรมท่ีจะส่งมอบบริการเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อคุณภาพผู้เรียนและผลลัพธ์ท่ีส่งต่อไปยังภาค
ประกอบการและประเทศโดยรวมตามเปา้ หมายของการอาชวี ศกึ ษา จากการศกึ ษาดูงานในสถานศกึ ษาพบว่า

๑) การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาได้บริหารจัดการ ฝ่ายวิชาการดาเนินการพัฒนาหลักสูตรเพ่ือ
ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบันรวมท้ังได้จัดรูปแบบในการเรียนรู้ที่
หลากหลายตามสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโควิด 19 ทั้งหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี
(ปวช.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หลักสูตรวิชาชีพระยะส้ันการจัดการเรยี นการสอนร่วมกบั สถาน
ประกอบการระบบทวิภาคีการลงนามความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพร่วมกับต่างประเทศโครงการไทย
อิสราเอลกลา่ วว่าโครงการไทยเดนมารก์ เพอ่ื เพ่ิมศกั ยภาพในการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน

๒) นอกจากน้ีสถานศึกษาได้พัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ันเพื่อ Up Skills, Re Skills ให้กับผู้สนใจ
นาไปประกอบอาชีพในสังคมยุคใหม่เช่นสาขางานติดต้ังระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเซลล์สาขางาน
marketing Online โครงการฝึกอบรมการปลกู พชื ดว้ ยอินทรยี ์ชีวภาพโครงการฝกึ อบรมอาชวี ศึกษาพัฒนาชนบทให้กับ
ประชาชนในชมุ ชนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและหลักทฤษฎใี หม่

๓) ผูส้ าเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู รได้รบั การประเมนิ สมรรถนะวชิ าชพี ตามสภาพจริงจากครูผู้สอนตรง
ตามระเบียบการวดั ผลและประเมนิ ผลของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารตามมาตรฐานวิชาชพี มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชพี ซึ่งในบาง
สาขางานต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานเพอื่ ให้สามารถประกอบอาชีพได้ตามกฎหมายและตรงตาม
ความต้องการของสถานประกอบการและตลาดอาชีพ วิธีการของ SABER มิติการทางานสามมิติ (Dimension) ตาม
กรอบแนวทางทางยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษา จะต้องดูด้านมิติและทิศทาง (Dimension) และเป้าหมายเชิง
นโยบาย (Policy Goal) ดังนี้

รปู ที่ ๔ ตามกรอบแนวทาง

25
งทางยกระดบั คณุ ภาพการอาชวี ศกึ ษา

รปู ที่ ๔ ตามกรอบแนวทางทา

26
างยกระดบั คณุ ภาพการอาชีวศึกษา (ตอ่ )

27
1.4 วิเคราะห์กลไกในการบริหารจัดการในระบบและการจัดการการอาชีวศึกษา เพื่อสถานศึกษา
ดาเนนิ การด้วยวิธกี ารของ Business Model Canvas (Canvas)

การบริหารจัดการการจัดการอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพ เพ่ือผลิตและพัฒนา
กาลังคนในระดับการประยุกต์ใช้ BMC ในด้านการศึกษา จะช่วยให้สถานศึกษาประสบความสาเร็จในการจัดการ
เรียนการสอนท่ีสอดคลอ้ งกับยุคสมัย มกี ารปรับองค์ประกอบ BMC เขา้ กับการจดั การศึกษา

รปู ท่ี ๕ แผนภาพแสดงความเช่ือมโยงองค์ประกอบเครอ่ื งมอื ท่ีช่วยในการวางแผนธุรกจิ (BMC)
ท่ีนาประยุกต์ใชใ้ นการจดั การศกึ ษา

กลยทุ ธ์
1. เร่งพัฒนาการสอนหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้นั การ Up Skills Re Skills สู่ Future skillเพ่อื

ตอบสนอง สภาพสังคมปจั จบุ ัน
2. พัฒนาหลกั สตู รวชิ าชีพระยะสั้น Up Skills Re Skills ทีต่ อบสนองตอ่ ความต้องการตลาดแรงงาน

ในพน้ื ที่
3. การพฒั นาอาชีพมงุ่ สพู่ าณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละธรุ กิจดจิ ิทัล
4. ฝกึ อบรมวิชาชีพระยะสน้ั และ Up Skills Re Skills ให้ประชาชนท่ีห่างไกลและด้อยโอกาส
5. เพิม่ ปรมิ าณผู้เรียนหลักสตู รวชิ าชีพระยะสนั้ ฐานสมรรถนะ Up Skills Re Skills ทต่ี อบสนอง

ความตอ้ งการ ของผูเ้ รยี น
6. จดั การเรยี นการสอนหลักสูตรวชิ าชพี ระยะส้นั Up Skills Re Skills และการศึกษานอกระบบ

ทีต่ อบสนอง ความตอ้ งการของผูส้ าเรจ็ การศกึ ษา ผู้วา่ งงาน และผ้พู ิการ
7. เพิ่มจานวนศนู ย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และสถาบันอบรมคุณวฒุ ิวิชาชีพ รองรับการ

ทดสอบมาตรฐานอาชพี

28

เป้าประสงค์
1. ผูเ้ รยี นและผสู้ าเรจ็ การศึกษามีความรแู้ ละทักษะในหลักสูตรระยะสัน้ Up Skills Re skills

เพือ่ สามารถนาไปประกอบอาชีพได้
2. ผูเ้ รียนและผูส้ าเรจ็ การศกึ ษามีความรู้และทักษะทต่ี อบสนองตลาดแรงงานในชุมชน
3. สถานศึกษามีการสอนหลักสูตรวชิ าชพี ระยะสั้น Up Skills Re skills ให้ประชาชนทวั่ ไป และ

ผู้ด้อยโอกาสใหค้ รอบคลุมทกุ พืน้ ท่ี
4. สถานศึกษามีการลงนามความรว่ มมือ (MOU) เพิม่ มากขน้ึ
5. เพิ่มทักษะหลกั สตู รวิชาชีพระยะสั้น Up Skills Re skills ท่ีหลากหลายใหก้ บั ผู้สาเร็จการศึกษา/

ประชาชนท่วั ไป ผพู้ ิการ และผูว้ า่ งงานให้นาความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้
6. สถานศึกษามีศนู ย์ทดสอบมาตรฐานฝีมอื แรงงาน ศูนย์เทียบโอนหนว่ ยกติ และศนู ยฝ์ ึกอบรม

คุณวฒุ ิวชิ าชีพทไ่ี ด้มาตรฐาน ยกระดบั วชิ าชีพและพัฒนาผูเ้ รยี น ผู้อบรม และครใู หเ้ ป็นผ้ทู ดสอบมาตรฐานฝีมือ
แรงงาน

พนั ธมติ ร/ความรว่ มมือหลักท่ีเข้มแข็ง (Key Partners)
1. สถานศึกษาจัดทาบันทึกลงนามความร่วมมือ (MOU) ท้ังภายในและต่างประเทศ ในการจัดการ

อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกับสถานประกอบการ บุคคล ชุมชน องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการ
จัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี รับนักเรียน นักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และร่วม
ดาเนินการพัฒนาแผนการฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ

2. หน่วยงานภายใต้การกากับของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
สานกั งานอาชีวศกึ ษาจงั หวัด และศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษ เป็นตน้

3. หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน กระทรวงกระทรวงกลาโหม
กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สานักงานพุทธ
ศาสนา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม เรือนจากลางจังหวัดและหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงยุติธรรม เปน็ ต้น

ทรพั ยากรหลัก (Key Resources)
ทรพั ยากรที่สาคัญที่สดุ ทส่ี ามารถตอบสนองต่อความพึงพอใจของนกั เรียน นกั ศกึ ษา และผูเ้ ข้ารบั การ

ฝึกอบรม คอื
1. ทรัพยากรบคุ คล มบี ทบาทสาคัญอย่างย่งิ กบั สถานศึกษาซึ่งประกอบดว้ ย
1.1 ผเู้ รยี น เชน่ ประชาชนท่ัวไป นกั เรยี นในโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
1.2 ผู้สอน เชน่ ครูประจา และ วิทยากรภายนอก เป็นตน้
1.3 ผู้บริหารสถานศึกษา
1.4 บคุ ลากร เจ้าหน้าทฝี่ ่ายสนบั สนุน ในสถานศึกษา
2. งบประมาณ เช่น งบประมาณจากสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เงนิ รายได้

สถานศึกษา และงบประมาณจากความรว่ มมือจากหน่วยงานจากภาครฐั และเอกชนฯ สนับสนนุ
3. หลกั สูตรฐานสมรรถนะ เชน่ หลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) หลักสตู รประกาศนยี บัตร

วชิ าชีพชนั้ สงู (ปวส.) และหลกั สูตรวิชาชีพระยะส้ัน (Up skills Re skills และ Future skills)
4. อาคารสถานที่ หอ้ งเรียน ห้องปฏบิ ตั กิ าร แหล่งเรยี นรูท้ ง้ั ภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา

29

5. วสั ดุ ครภุ ัณฑ์ ในการจัดการเรยี นการสอน รวมถงึ การใช้ทรพั ยากรในหนว่ ยงานทีร่ ่วมกนั ใน
จัดการเรยี นรว่ มเช่น การจดั เรยี นรปู แบบทวิภาคี โรงเรียนในโรงงาน หรือในฟาร์ม

6.ระบบสนับสนนุ การทางาน เช่น ระบบฐานข้อมูลของสถานศกึ ษา เว็บไซต์ของสถานศกึ ษา
Social Media ตา่ งๆ รวมถงึ กิจกรรมตา่ งๆ

กลไกการขับเคลอ่ื น (Key Drivers)
การสื่อสาร
มีระบบการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพอื่ การบรหิ ารจัดการสถานศึกษา มรี ะบบ

เครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตความเรว็ สูงสาหรบั บริหารจัดการ ภายในสถานศึกษาครบทุกฝา่ ยท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ
การสรา้ งแรงจูงใจ
๑. นักเรียน นกั ศึกษา และผเู้ ข้ารบั การอบรมมีความมั่นคงในวชิ าชีพ
๒. นกั เรียน นักศกึ ษา และผู้เขา้ รับการอบรมมีความเช่อื มน่ั ในวชิ าชพี ท่ีเลือกเรยี นหรืออบรม
๓. ครมู ีความเป็นมอื อาชีพ
๔. การประชาสมั พนั ธส์ ร้างความเขา้ ใจการอบรมทกั ษะวชิ าชีพ Up Skills Re Skills
การสรา้ งพลงั ร่วม
1. รว่ มมือกบั เครอื ข่ายจัดการศกึ ษา เชน่ การจัดเรียนรูปแบบทวภิ าคี โรงเรียนในโรงงาน หรอื ในฟารม์
2. รว่ มมือจดั การเรยี นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น โครงการหอ้ งเรียนอาชพี
การประชาสัมพนั ธ์คุณคา่ โครงการ
ประชาสัมพันธ์ การจัดการเรียนการสอน วชิ าชีพระยะส้ัน Up Skills Re Skills สู่ Future skills

แบบรับรองการมงี านทาในสถานศกึ ษาสงั กัดอาชวี ศึกษาท่วั ประเทศทางชอ่ งทางสังคมออนไลนเ์ พอื่ ให้ประชาชน
สามารถ เขา้ ถงึ แหล่งข้อมูลทางระบบสารสนเทศ

เสรมิ สรา้ งขดี ความสามารถ
1. Up Skills Re Skills พฒั นาขีดความรู้ ความสามารถครแู ละบุคลากรให้มีทักษะ ความร้แู ละการ

อบรมหลกั สตู รใหม่และ ทนั สมยั
2. ร่วมมอื เครอื ข่ายวทิ ยากรจากภายนอก ร่วมจัดการเรียนการสอนหลักสตู รทันสมัยไปสู่ Future Skills
3. สถานประกอบการเขา้ มามีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา และฝกึ อบรมอาชีพใหม่ๆ

สรา้ งความเป็นสากล
1. ร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงกบั สถาบนั อดุ มศึกษา และนกั วิชาการผ้เู ช่ียวชาญ
2. จดั การเรียนทวภิ าคีในต่างประเทศ เรียนทีป่ ระเทศไทย 1 ปี เรียนทต่ี า่ งประเทศ 1 ปี ระดบั

ปวส. เปน็ ตน้
3. จัดการเรียนให้ผู้เรียนไดก้ ารรบั รองมาตรฐาน เช่น มาตรฐานวชิ าชพี อาชีวศึกษา มาตรฐานจาก

สถาบันคุณวุฒวิ ชิ าชพี สถาบนั พฒั นาฝมี ือแรงงาน หรอื สถาบันที่การรบั รองมาตรฐานคณุ วุฒิวชิ าชีพอน่ื
มงุ่ คุณค่าของผู้เรยี น
ผู้สาเร็จการศึกษา ได้ใบรับรองผ่านมาตรฐานวิชาชพี จากองค์กรมาตรฐานไมน่ อ้ ยกว่า 2 มาตรฐาน

คือ มาตรฐานวชิ าชีพอาชวี ศกึ ษา มาตรฐานจากสถาบนั คุณวฒุ ิวิชาชพี สถาบนั พฒั นาฝีมือแรงงาน หรอื สถาบนั ที่การ
รบั รองมาตรฐานคณุ วุฒวิ ชิ าชพี อ่นื สามารถใช้ประกอบอาชีพได้

30

กิจกรรมดาเนนิ งานหลัก (Key Activities) นวัตกรรมการบรหิ าร
1. มีการดาเนนิ การตามแผนพัฒนาสถานศกึ ษา และแผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี
2. นเิ ทศติดตามในรปู แบบ On Site และ On line การประเมินผลตามสภาพจริงอยา่ งตอ่ เนือ่ ง

การกากับดแู ล (System Oversight)
1. มีแนวปฏบิ ตั ิทีช่ ัดเจนและทุกฝ่ายมสี ่วนรว่ มในการประเมนิ ความเสยี่ ง
2. กาหนดเกณฑ์การกากบั ดูแลท่ีชดั เจน
3. กาหนดแนวทางการพฒั นาทักษะวชิ าชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future Skill ทท่ี ุกฝ่าย

มีสว่ นรว่ ม
4. มีแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี จดั สรรงบประมาณทเ่ี หมาะสมในการดาเนนิ งาน Up Skills

Re Skills สู่ Future Skills
5. กาหนดเกณฑม์ าตรฐานหลักสูตรวชิ าชีพ Up Skills Re Skills และ Future skill
6. มีแนวทางที่หลากหลายในการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพ Up Skills Re Skills และ Future skill

ผลลัพธ์ (Key Results)
1. ผ้สู าเร็จการศกึ ษามีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นผา่ นเกณฑ์มาตรฐานตามทก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ าร

กาหนด
2. ผสู้ าเร็จการศึกษา มสี มรรถนะวิชาชีพได้มาตรฐานคุณวฒุ อิ าชวี ศึกษา มาตรฐานจากสถาบัน

พฒั นาฝมี อื แรงงาน มาตรฐานจากสถาบันคุณวฒุ ิวิชาชพี หรือ สถาบนั ท่กี ารรบั รองมาตรฐานคณุ วุฒิวชิ าชพี อ่นื
3. ผสู้ าเรจ็ การศึกษามงี านทา หรอื ประกอบอาชีพอิสระได้

ผลสมั ฤทธแิ์ ละคุณคา่ ทเ่ี พิม่ ขึ้น (Value Propositions)
1. ได้หลักสูตร Up Skills Re Skills และ Future skill ใหม่ๆ (พรีเมีย่ ม) เปน็ ที่ตอ้ งการของผเู้ รยี น

และประชาชนทัว่ ไป
2. นักเรียน นักศึกษา และผฝู้ กึ อบรม มีองค์ความรู้จากการ Up Skills Re Skills และ Future

skill นาไปประกอบอาชีพได้
3. นักเรียน นักศกึ ษา และผฝู้ ึกอบรม มีศักยภาพ และคณุ ภาพ ในอาชีพของตนเอง

จากการศึกษาวเิ คราะหก์ ลไกในการบรหิ ารจัดการในระบบและการจดั การการอาชีวศึกษา เพ่อื
สถานศึกษาดาเนนิ การดว้ ยวธิ กี ารของ Business Model Canvas (BMC) ดงั นี้

รปู ท่ี ๖ สถานศกึ ษาดาเนนิ การดว้ ยว

31
วิธกี ารของ Business Model Canvas (BMC)

32

2. บทเรียนความสาเร็จในการบริหารจัดการสถานศกึ ษา
จากการศึกษาการดาเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน ตามแนวคิดของ POSDCoRB โดยมี

การดาเนนิ งาน ดังนี้
1. การวางแผน (Planning: P) มกี ารดาเนินงานโดยเริม่ จากการวางแผนซง่ึ ทุกฝา่ ยทกุ หนว่ ยงาน

จะตอ้ งรว่ มกนั วางแผนใหส้ อดคล้องกบั บรบิ ทของพืน้ ท่รี บั บรกิ ารทางการศึกษามกี ารร่วมมือปรกึ ษาหารือกัน ร่วมกัน
วางแผนการดาเนนิ งาน มกี ารจดั ประชุมทุกเดอื นก่อนทจ่ี ะเรมิ่ ทากจิ กรรมของเดือนถัดไป โดยมกี ารวางแผนการ
ทางานร่วมกันระหวา่ งหน่วยงานตา่ งๆซงึ่ การวางแผนการทางานจะสามารถบอกใหท้ ราบถึงปัญหาและโอกาสท่ี
ปญั หาเหลา่ นจ้ี ะเกดิ ขน้ึ สามารถชว่ ยในการดาเนินงานไปสเู่ ป้าหมายตามข้นั ตอน ทาให้เกิดความมั่นใจ รวมทง้ั ทาให้
ทุกฝ่ายดาเนนิ งานทราบถึงแนวทางการดาเนินงานของสถานศึกษาถ้ามีการวางแผนท่ีดีจะทาใหก้ ารดาเนินงาน
ประสบความสาเร็จได้ตามเป้าหมายที่กาหนด

2. การจัดองคก์ าร (Organizing: O) มีการกาหนดโครงสรา้ งหนว่ ยงานการแบ่งส่วนงาน การกาหนด
หน้าท่ีอย่างชัดเจน มีการจัดประชุมเพ่ือวางแผน แบ่งส่วนงานอย่างชัดเจนโดยมีการร่วมกันดาเนินการจัดกิจกรรม
ซงึ่ ถอื ว่าการจัดหน่วยงานเป็นสง่ิ สาคญั ในการดาเนนิ งาน และทาให้หนว่ ยงานในภาคีเครือขา่ ยได้ทราบถงึ โครงสร้าง
องค์การที่ชัดเจน และขอบเขตการทางานของตัวเองทาให้ไม่เกิดการทางานท่ีซ้าซ้อนกันซงึ่ สามารถลดความขัดแยง้
ในการดาเนินงานซึ่งการจัดหน่วยงานท่ีดีจะทาให้การดาเนินงานมีประสิทธิภาพและนาไปสู่ความสาเร็จได้ ซ่ึง
สอดคล้องตามโครงสรา้ งบรหิ ารสถานศึกษา สงั กดั สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา พ.ศ.2552

3. การจดั บุคลากร (Staffing: S) บคุ คลเปน็ สว่ นสาคัญอยา่ งยิ่งในการขับเคล่อื นให้การดาเนินงานใน
สถานศึกษาประสบความสาเร็จแต่ละแผนกวิชาจะจัดสรรตัวบุคคลมาเพื่อดาเนินงานกิจกรรมการเรียนการสอน
ด้วยความยนิ ดีและเต็มใจโดยการจัดบุคลากรให้เหมาะสมกับการทางานเปน็ สิ่งท่ีสาคญั เน่ืองจากทาให้บุคคลสามารถ
ดาเนินงานได้อยา่ งมีความสขุ และสาเรจ็ ลุล่วงแลว้ ยังสง่ ผลทาใหร้ กั ษาประสิทธิภาพการดาเนนิ งานของสถานศึกษาไว้
ด้วย การแบ่งฝ่ายงานที่ชัดเจนและเหมาะสมของครูและบุคลากรเจ้าหน้าท่ีเป็นปัจจัยประกอบที่ทาให้สถานศึกษา
ประสบความสาเร็จและแม้ว่าในปัจจุบันสถานศึกษายังประสบปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ แต่การดาเนินงาน
สถานศึกษาต้องอาศัยบุคลากรจานวนมากมาสนับสนุนดูแลในหลายกิจกรรมการเรียนการสอน และในอนาคต
สถานศึกษาที่มีแผนการดาเนินงานท่ีจะมีกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่มิ เติมจึงจาเป็นต้องการกาลังคนเพ่ิมขึ้นตาม
ภาระงานที่เพิ่มข้ึนด้วยจุดอ่อนสภาพแวดล้อมในการทางานของสถานศึกษา คือ บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ
เฉพาะทางสาหรบั ทักษะวชิ าชพี Up Skills Re Skills สู่ Future skillไม่เพียงพอในการดาเนินงาน

4. การอานวยการ (Direction: D) สถานศกึ ษาจะมีการดาเนนิ งานร่วมกันจากหนว่ ยงานซงึ่ แต่ละ
หน่วยงานจะมีผนู้ าในการบงั คบั บัญชา ควบคมุ การปฏิบตั งิ าน ส่งั การ และประสานงานไปยงั ฝา่ ยตา่ งๆ อีกทัง้ การเปิด
โอกาสให้ผอู้ นื่ ได้ร่วมคดิ ร่วมตดั สินใจ ซ่งึ การอานวยการที่ดีจะทาให้เกิดการทางานทีม่ ีการส่อื สารท่ีเป็นไปในทศิ ทาง
เดียวกนั การทางานเป็นไปอยา่ งราบรน่ื และสง่ ผลให้การดาเนินงานประสบความสาเร็จ ซ่งึ สอดคล้องกบั ทไี่ ด้
ทาการศึกษาดูงานพบวา่ ปจั จัยการดาเนินงานของสถานศกึ ษามกี ระบวนการอานวยการสง่ั การและประสานงานไป
ยงั ฝ่ายอ่นื ๆในการดาเนนิ งานประสบความสาเร็จ

5. การประสานงาน (Coordination: Co) ให้ความสาคัญกับการประสานงานร่วมมือกันระหว่าง
หน่วยงานภาครัฐและชุมชนซ่ึงการประสานงานมีความสาคัญทาให้การดาเนินงานของสถานศึกษาประสบ
ความสาเร็จตามเป้าหมาย โดยแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ในการดาเนินงานท่ีแตกต่างกัน ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและให้
ความร่วมมือในการทางานรว่ มกันเปน็ อย่างดี ซ่ึงการประสานงานทาใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและ
ไมเ่ กิดความซา้ ซ้อนในการทางาน ช่วยใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ประหยดั เวลา และทาให้ทกุ ฝ่ายเข้าใจ
ถงึ วตั ถปุ ระสงคข์ องการดาเนินงานเปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั ซ่งึ ถอื วา่ เป็นการจดั ระเบียบวิธกี ารทางานเพอื่ ให้งานและ

33

บคุ ลากรฝา่ ยต่างๆ รว่ มมอื กันในการปฏิบตั ิงานให้เกิดความสามัคคี และจะสามารถลดความขัดแย้งซึง่ นวัตกรรมของ
สถานศึกษาทีท่ าให้ประสบความสาเร็จในการดาเนนิ งานมีความเป็นรูปธรรมยัง่ ยืน ส่วนหน่งึ เกดิ จากมีกระบวนการใน
การดาเนนิ งานแบบการประสานงานร่วมกันทง้ั ภาครฐั ภาคเอกชน สงั คม ชมุ ชน และทอ้ งถิ่น

6. การรายงานผลการปฏิบัติงาน (Reporting: R) มีการรายงานผลการดาเนินการต่างๆในการ
ประชุมของทุกเดือนให้กบั ผู้บริหาร คณะกรรมการฝ่ายต่างๆและสมาชิกในสถานศึกษาได้ทราบถึงความเคลื่อนไหว
ของกิจกรรมซึ่งการรายงานสามารถรายงานผลได้ครอบคลุมท้ังหมด โดยมีการจัดทาเอกสารการรายงานผลการ
ดาเนินกจิ กรรมในทกุ รอบอย่างชัดเจน และเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจะได้ทราบถึงขอ้ ดี ข้อเสียปญั หาและอุปสรรค
ในการดาเนนิ กิจกรรม และสามารถแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที ซงึ่ การรายงานผลการปฏิบตั ิงานอย่างสม่าเสมอ เปน็
ปัจจัยท่ที าใหส้ ถานศึกษาประสบความสาเรจ็

7. การงบประมาณ (Budgeting: B) งบประมาณหลักในการสนับสนนุ การดาเนินงานได้มาจากการ
จดั สรรงบประมาณ เงนิ รายได้ของวทิ ยาลัย เงนิ สนบั สนุนจากหน่วยงานอน่ื และเงินบรจิ าค จากแผนงานเพือ่ พัฒนา
ทักษะวิชาชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future skillเร่งรัดและผลักดันการพัฒนาคนตลอดชีวิตประชาชนทุกกลุม่ วยั
ได้รับการศึกษาท่ีเหมาะสมกิจกรรมการสร้างทักษะวิชาชีพตามกลุ่มวัย ปัจจัยนาเข้าสถานศึกษานอกจากได้รับ
งบประมาณจัดสรรจากภาครัฐ และยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบางสว่ นจากภาคเอกชน ภาคีเครอื ข่าย และผู้
มีจิตศรัทธา นอกจากนี้สถานศึกษา ได้นาสินค้าท่ีนักเรียน นักศึกษา ทาในกิจกรรมการเรียนการสอนต่างๆ นามา
วางจาหนา่ ยให้กับผู้ที่มาศึกษาดงู านสถานศึกษา และประชาชนทวั่ ไป ซึ่งงบประมาณเป็นส่งิ สาคัญในการขับเคล่ือน
การดาเนินงานของกิจกรรม สถานศึกษาจึงอยากให้ภาครัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และภาคเอกชน
เขา้ มาดูแลสนับสนุนงบประมาณให้มากขึ้นและเพียงพอกับคา่ ใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมเพอื่ ทางสถานศึกษาจะได้มุ่ง
ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เต็มท่ีอีก ปัจจัยความสาเร็จในการดาเนินงานของสถานศึกษาพบว่า
ผู้อานวยการสถานศึกษาทั้งสองแห่งเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลง ซ่ึงทุกคนล้วนเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลงท่ีใช้
POSDCoRB เป็นหลักในการบรหิ ารจัดการองคก์ ร

34

สว่ นที่ 4
รูปแบบการพฒั นาสถานศกึ ษา และ
แนวทางการขับเคลื่อนสคู่ วามสาเรจ็ ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา

1. รปู แบบการพฒั นาสถานศกึ ษา (Model of College Development) การพัฒนาทกั ษะอาชีพ Up Skills,
Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา

แนวทางและเป้าหมายด้านบริหารจัดการสถานศึกษา โดยกระบวนการมีส่วนร่วม (Participative
Management) แสวงหาความรว่ มมอื จากผ้มู ีส่วนเกี่ยวข้องท้ังจากภายในและภายนอกสถานศกึ ษา เพอื่ ท่จี ะนาไปสู่
เป้าหมายปลายทาง คอื "สถานศกึ ษาท่เี ป็นเลิศ" เช่ือไดว้ า่ จะเกิดผลสัมฤทธ์ิ คอื ผเู้ รียนคุณภาพ ครคู ุณภาพและเป็น
สถานศึกษาท่ีมีคุณภาพ ตามความมุ่งหวังที่นาสู่การปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ ด้านคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ ด้านสมรรถนะหลัก ด้านสมรรถนะท่ัวไป และด้านสมรรถนะวิชาชีพ รวมทั้งค่านิยมอาชีวศึกษา ได้แก่
คุณธรรม คุณภาพ ความร่วมมอื และความเป็นมืออาชีพ เป็นการเรียนรู้ เพื่อนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์
ไปใชใ้ นการประกอบอาชีพในชวี ิต ประจาวนั เป็นแกนหลักในการสร้างและพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ในกลมุ่ บคุ ลากร
ท่ีใช้ทักษะ (Skilled Workforce) โดยการ Up Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา เพื่อ
ขบั เคลอ่ื นการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมในทุกภาคส่วน (อุตสาหกรรม เกษตร และบริการ) และเปน็ กาลงั สาคัญ
ของการพัฒนาทรัพยากรระดับฝีมือแรงงานในอนาคตของชาติ เพ่ือให้สามารถรับรองกับแนวทางการพัฒนา
ทรพั ยากรมนษุ ยต์ ามแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของชาติสาหรับ 5 - 10 ปี ข้างหน้า ในการผลติ บุคลากรให้ทัน
ความต้องการ มีมาตรฐาน มีคุณภาพ สอดคล้องและเป็นที่ยอมรับของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตร และ
บริการ โดยสร้างความเข้มแข็งในการผลิตบุคลากรอาชีวศึกษาให้สามารถออกไปปฏิบัติงานได้จริง ตรงกับความ
ต้องการของสถานประกอบการและต้องจัดให้มีระบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากบั สถานประกอบการอยา่ ง
เป็นรปู ธรรมต่อเนอ่ื ง ใหเ้ ปน็ ทีเ่ ชือ่ ถือยอมรับของท้ังสองฝ่ายและตอ้ งพฒั นาระบบการเรียนการสอนใหส้ อดคล้องกับ
แนวนโยบายขา้ งต้นด้วย และวางแนวทางให้ ผเู้ รยี นต้องไดง้ านทาทุกคน โดยการขยายความรว่ มมือกับภาคเอกชน
ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมมือกับภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ สภาอุตสาหกรรม หอการค้า
ภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ เพ่ือให้มีมาตรฐานด้านคุณภาพและมาตรฐานด้านรายได้ของผู้เรียน โดย
สถานศึกษาดาเนนิ การ

1) เพ่มิ เตมิ สมรรถนะท่จี าเป็นให้กับครูผู้สอน มกี าร Up Skills, Re Skills เสริมวชิ าชีพตนเอง
ในหัวข้อท่ีมีความทันสมยั และจาเปน็ ตอ่ การนาไปใช้ในการจัดการเรยี นการสอนตามหลักสูตรวิชาชีพใหก้ ับนกั เรียน
นกั ศกึ ษา

2) ส่งครูเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในสถานประกอบการตามสาขาวิชาที่เก่ียวข้องเพ่ือให้ครูได้
เรียนรู้เทคโนโลยีฝึกทักษะจากประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ และนาองค์ความรู้ไป ประยุกต์ใช้ในการ
จัดการเรียนการสอน การพัฒนาผูเ้ รียนใหม้ คี ุณภาพต่อไป

3) พัฒนาครูให้มีความสามารถในการผลิตส่ือดจิ ิทัล (Digital Content) และจัดการเรียนการสอน
ด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลเพ่ือการเรียนรู้ (Digital Learning Platform) อย่างมีคุณภาพ ตรงตามระดับที่สาเร็จ
การศกึ ษา

35

4) จดั สรรครภุ ัณฑแ์ ละเครอื่ งมือ อุปกรณ์ ทรพั ยากรทางการศกึ ษา รวมท้งั โครงสรา้ งพื้นฐาน ให้เป็น
แหล่งเรียนรู้ด้านดิจิทัลที่มีคุณภาพ มีครุภัณฑ์และเครื่องมืออุปกรณ์ท่ีเหมาะสมต่อการจัดการเรยี นการสอน จัดหา
แพลตฟอร์มดจิ ิทัลเพอื่ การเรียนรู้ (Digital Learning Platform) ในสาขาวชิ าท่ีมคี วามเปน็ เลศิ อย่างมีคณุ ภาพ

5) มีความร่วมมือกบั เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ หรือ สถาบันการศกึ ษาอาชีวศึกษาใน
ตา่ งประเทศ เพอ่ื การแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ทางวชิ าการและวิชาชพี ของครูและผเู้ รยี น

๖) มกี ารพัฒนาหลกั สูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพรว่ มกบั สถานประกอบการอย่างตอ่ เนอื่ ง
สามารถเช่ือมโยงสมรรถนะอาชพี ในการทางานสรู่ ะบบคุณวุฒทิ างการศกึ ษา และพฒั นานวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้
ทห่ี ลากหลาย ในสาขาวิชาที่มคี วามเปน็ เลศิ

การพัฒนาทักษะอาชีพ Up-Skills, Re-Skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมีงานทา

สมรรถนะอาชีพตามความตอ้ งการ หลกั สูตรฝึกอบรม ผูส้ าเร็จการฝกึ อบรม
ของสถานประกอบการ กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ อาชพี มีสมรรถนะ
อาชพี ทกั ษะการเปน็
-มาตรฐานคุณวุฒวิ ชิ าชพี การออกแบบ ผู้ประกอบการ
-มาตรฐานฝีมอื แรงงาน ฝึกอบรม
-มาตรฐาน ประเมินผล และทักษะ
-ทกั ษะเป็นผู้ประกอบการ Digital Marketing
ประเมนิ มาตรฐานอาชพี
-Digital Marketing ฝีมอื แรงงาน สถาบนั คุณวุฒวิ ิชาชพี แหลง่ เงนิ ทนุ

-ทักษะ Future Skill

รูปท่ี ๖ แบบการพฒั นาทักษะอาชพี Up-Skills, Re-Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา

2. แนวทางการขับเคลอ่ื นสู่ความสาเร็จในสถานศกึ ษาขนาดเล็ก สถานศึกษาขนาดกลาง สถานศึกษาขนาดใหญ่

การพฒั นาทักษะอาชีพ Up Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมงี านทา
วิสัยทัศน์(vision)

“ม่งุ สรา้ งกาลังคนใหม้ ีทักษะอาชีพ Up Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมงี านทา มี
สมรรถนะอาชีพแห่งอนาคต ท่ีมมี าตรฐานวชิ าชีพอยา่ งมีคณุ ธรรม นาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

เปา้ ประสงค(์ Goal)

1. ผ้เู รียนมีความเชีย่ วชาญทักษะวิชาชีพ สมรรถนะอาชพี แห่งอนาคต มีการ Up Skills, Re Skills
พร้อมเข้าส่ตู ลาดแรงงานทั้งในประเทศและประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น

2. ผเู้ รียนมีมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานวิชาชีพ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม
3. ผสู้ าเรจ็ การศึกษามีคณุ ภาพและมีประโยชน์ท่ยี อมรับของชมุ ชนและสงั คม
4. ระบบการบริหารจัดการทีม่ คี วามคล่องตวั และมปี ระสทิ ธภิ าพ

5. การบรกิ ารและฝกึ อบรมวิชาชพี สร้างโอกาสและพัฒนาสู่การแขง่ ขันระดับประเทศ

36

กลยุทธ์
1. เร่งพัฒนาการสอนหลกั สูตรวิชาชีพระยะสนั้ การ Up Skills Re Skills สู่ Future skillเพือ่

ตอบสนอง สภาพสงั คมปจั จบุ ัน
2. พฒั นาหลกั สูตรวิชาชพี ระยะสนั้ Up Skills Re Skills ท่ตี อบสนองต่อความตอ้ งการตลาดแรงงาน

ในพนื้ ท่ี
3. การพัฒนาอาชพี มุ่งสพู่ าณชิ ยอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์และธุรกิจดิจทิ ลั
4. ฝกึ อบรมวชิ าชีพระยะสน้ั และ Up Skills Re Skills ใหป้ ระชาชนที่ห่างไกลและดอ้ ยโอกาส
5. เพ่มิ ปริมาณผู้เรยี นหลกั สูตรวชิ าชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ Up Skills Re Skills ทต่ี อบสนอง

ความตอ้ งการ ของผเู้ รยี น
6. จัดการเรียนการสอนหลักสูตรวชิ าชพี ระยะสัน้ Up Skills Re Skills และการศกึ ษานอกระบบ ท่ี

ตอบสนอง ความต้องการของผสู้ าเร็จการศกึ ษา ผู้วา่ งงาน และผู้พกิ าร
7. เพิ่มจานวนศูนยท์ ดสอบมาตรฐานฝมี อื แรงงาน และสถาบนั อบรมคณุ วฒุ ิวิชาชีพ รองรับการ

ทดสอบมาตรฐานอาชพี
เปา้ ประสงค์
1. ผ้อู บรมและผู้สาเร็จการศึกษามคี วามรู้และทกั ษะในหลกั สตู รระยะสัน้ Up Skills Re skills

เพอ่ื สามารถนาไปประกอบอาชพี ได้
2. ผอู้ บรมและผู้สาเรจ็ การศกึ ษามีความรู้และทักษะที่ตอบสนองตลาดแรงงานในชุมชน
3. สถานศึกษามกี ารสอนหลกั สูตรวิชาชีพระยะสน้ั Up Skills Re skills ให้ประชาชนทวั่ ไป และ

ผดู้ ้อยโอกาสใหค้ รอบคลุมทุกพ้นื ท่ี
4. สถานศกึ ษามีการลงนามความร่วมมือ (MOU) เพม่ิ มากข้ึน
5. เพิ่มทักษะหลกั สูตรวิชาชีพระยะสั้น Up Skills Re skills ที่หลากหลายใหก้ ับผู้สาเร็จการศึกษา/

ประชาชนทว่ั ไป ผู้พิการ และผู้ว่างงานใหน้ าความรไู้ ปใช้ในการประกอบอาชพี ได้
6. สถานศึกษามีศูนยท์ ดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ศนู ย์เทียบโอนหนว่ ยกติ และศูนยฝ์ กึ อบรมคุณวุฒิ

วิชาชพี ทไี่ ดม้ าตรฐาน ยกระดับวิชาชพี และพัฒนาผ้เู รียน ผู้อบรม และครใู หเ้ ป็นผทู้ ดสอบมาตรฐานฝมี ือแรงงาน
พนั ธมิตร/ความร่วมมือหลกั ที่เขม้ แข็ง (Key Partners)
1. สถานศึกษาจัดทาบันทึกลงนามความร่วมมือ (MOU) ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

ร่วมกับสถานประกอบการ บุคคล ชุมชน องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน
อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี รับนักเรียน นักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และร่วมดาเนินการพฒั นาแผนการฝกึ
อาชีพในสถานประกอบการ

2. หน่วยงานภายใต้การกากับของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น ศึกษาธิการจังหวัด , สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน, สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สานักงาน
อาชวี ศกึ ษาจังหวัด, และศนู ย์การศกึ ษาพิเศษ เปน็ ต้น

3. หน่วยงานภาครฐั และเอกชน ได้แก่ มหาวทิ ยาลัยในสงั กัดกระทรวงอุดมศกึ ษาวิทยาศาสตร์วจิ ัยและ
นวัตกรรม กรมการปกครอง, องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน, กระทรวงกระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา สานักงานพุทธศาสนา กระทรวง
สาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม และเรือนจากลางจังหวัด หนว่ ยงานในสงั กัดกระทรวงยุติธรรม เปน็ ตน้

37

ทรัพยากรหลกั (Key Resources)
ทรพั ยากรทีส่ าคัญที่สดุ ทส่ี ามารถตอบสนองต่อความพึงพอใจของนักเรียน นกั ศกึ ษา และผู้เข้ารับการ

ฝกึ อบรม คือ
1. ทรัพยากรบุคคล มบี ทบาทสาคญั อยา่ งยิง่ กบั สถานศกึ ษาซึ่งประกอบด้วย
1.1. ผเู้ รียน เช่น ประชาชนทั่วไป นักเรียนในโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา สงั กดั สพฐ.
1.2. ผูส้ อน เช่น ครูประจา และ วิทยากรภายนอก เป็นต้น
1.3. ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
1.4. บุคลากร เจา้ หนา้ ท่ีฝา่ ยสนบั สนนุ ในสถานศึกษา
2. งบประมาณ เช่น งบประมาณจากรฐั เงนิ รายไดส้ ถานศกึ ษา และงบประมาณจากแหลง่ อน่ื
3. หลักสตู รฐานสมรรถนะ เชน่ หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) หลักสูตรประกาศนยี บัตร

วิชาชีพช้ันสงู (ปวส.) และหลักสูตรวชิ าชีพระยะสัน้ (Up skill Re skill และ Future skills)
4. อาคารสถานที่ หอ้ งเรียน หอ้ งปฏิบัติการ แหล่งเรยี นรู้ท้งั ภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา
5. วัสดุ ครุภัณฑ์ ในการจดั การเรยี นการสอน รวมถงึ การใชท้ รัพยากรในหนว่ ยงานท่ีร่วมกัน ในจัดการ

เรียนรว่ มเช่น การจัดเรยี นรปู แบบทวิภาคี โรงเรยี นในโรงงาน หรือในฟาร์ม
6.ระบบสนบั สนนุ การทางาน เช่น ระบบฐานข้อมูลของสถานศึกษา เวบ็ ไซตข์ องสถานศกึ ษา Social

Media ตา่ งๆ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ
กลไกการขับเคลื่อน (Key Drivers)
การสอ่ื สารการสร้างแรงจูงใจ
1. มีระบบการบรหิ ารจัดการระบบฐานขอ้ มูลสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา มี

ระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต็ ความเร็วสงู สาหรบั บริหารจดั การ ภายในสถานศึกษาครบทุกฝ่ายท่มี ีประสิทธภิ าพ
2. ความเชอ่ื ม่ันในวชิ าชีพทเี่ ลอื กเรียน ความม่นั คงในวิชาชีพ

การสรา้ งพลังร่วม
1. ร่วมมือกบั เครอื ข่าย เชน่ การจัดเรยี นรูปแบบทวภิ าคี โรงเรียนในโรงงาน หรือในฟาร์ม
2. รว่ มมอื จัดการเรยี นหลกั สูตรวิชาชพี ระยะส้นั โครงการหอ้ งเรียนอาชีพ

การประชาสมั พันธ์คุณค่าโครงการ
ประชาสัมพนั ธ์ การจัดการเรียนการสอน วชิ าชพี ระยะสัน้ Up skills , Reskills สู่ Future skill

แบบรบั รองการมงี านทาในสถานศกึ ษาสังกดั อาชวี ศกึ ษาท่ัวประเทศทางชอ่ งทางสังคมออนไลน์เพอื่ ใหป้ ระชาชน
สามารถ เข้าถงึ แหล่งข้อมลู ทางระบบสารสนเทศ

เสรมิ สร้างขดี ความสามารถ
1.Up Skills Re Skills พัฒนาขีดความรู้ ความสามารถครูและบคุ ลากรใหม้ ีทักษะ ความรแู้ ละการ

อบรมหลกั สูตรใหมแ่ ละ ทนั สมยั
2. เชิญเครือขา่ ยวิทยากรจากภายนอก ร่วมสอนหลักสตู รทันสมัยไปสู่ Future Skills
3. สถานประกอบการเขา้ มามีสว่ นร่วมในการจดั การศึกษา และฝกึ อบรม Up Skills Re Skills

อาชพี ใหม่ๆ
สร้างความเป็นสากล
1.รว่ มมือในการพฒั นาหลักสูตรเชอื่ มโยงกับสถาบันอุดมศกึ ษา และนกั วชิ าการผู้เชีย่ วชาญ
2.จัดการเรยี นทวภิ าคีในต่างประเทศ เรยี นทป่ี ระเทศไทย 1 ปี เรียนที่ตา่ งประเทศ 1 ปี ระดับ

ปวส. เปน็ ตน้

38

3.จดั การเรยี นให้ผเู้ รียนได้การรับรองมาตรฐาน เช่น มาตรฐานวชิ าชพี อาชวี ศึกษา มาตรฐานจาก
สถาบันคุณวฒุ วิ ชิ าชพี สถาบันพัฒนาฝมี ือแรงงาน หรอื สถาบันท่กี ารรบั รองมาตรฐานคุณวฒุ ิวิชาชีพอื่น

มุ่งคุณคา่ ของผู้เรียน
ผสู้ าเร็จการศกึ ษา ได้ใบรับรองผ่านมาตรฐานวชิ าชพี จากองคก์ รมาตรฐานไมน่ ้อยกวา่ 2 มาตรฐาน

คือ มาตรฐานวชิ าชพี อาชวี ศึกษา มาตรฐานจากสถาบันคณุ วุฒิวิชาชีพ สถาบันพฒั นาฝีมือแรงงาน หรือ สถาบนั ท่ี
การรบั รองมาตรฐานคุณวฒุ วิ ชิ าชีพอน่ื สามารถใช้ประกอบอาชีพได้

กจิ กรรมดาเนินงานหลัก (Key Activities) นวัตกรรมการบริหาร
1. มีการดาเนนิ การตามแผนพฒั นาสถานศกึ ษา และแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี
2. นิเทศตดิ ตามในรปู แบบ On Site และ On line การประเมินผลตามสภาพจรงิ อย่างต่อเนอื่ ง

การกากบั ดแู ล (System Oversight)
1. มแี นวปฏิบัติทช่ี ัดเจนและทุกฝา่ ยมีสว่ นร่วมในการประเมนิ ความเส่ียง
2. กาหนดเกณฑก์ ารกากบั ดูแลที่ชัดเจน
3. กาหนดแนวทางการพัฒนาทักษะวิชาชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future Skill ทุกฝ่ายมีส่วนรว่ ม
4. มแี ผนปฏิบัตกิ ารประจาปี จัดสรรงบประมาณทีเ่ หมาะสมในการดาเนนิ งาน
5. กาหนดเกณฑม์ าตรฐานหลกั สูตรวชิ าชีพ Up Skills Re Skills และ Future Skill
6. มีแนวทางที่หลากหลายในการพัฒนาทกั ษะวชิ าชีพ Up Skills Re Skills และ Future Skill

ผลลัพธ์ (Key Results)
1. ผู้สาเรจ็ การศกึ ษามีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามทกี่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด
2. ผสู้ าเร็จการศกึ ษา มสี มรรถนะวชิ าชพี ไดม้ าตรฐานคุณวุฒอิ าชีวศกึ ษา มาตรฐานจากสถาบนั พัฒนา

ฝมี ือแรงงาน มาตรฐานจากสถาบันคุณวฒุ ิวิชาชีพ หรือ สถาบันทกี่ ารรับรองมาตรฐานคณุ วฒุ ิวชิ าชีพอื่น
3. ผูส้ าเร็จการศกึ ษามงี านทา หรือสามารถประกอบอาชีพอิสระได้

ผลสมั ฤทธิ์และคณุ คา่ ทเ่ี พ่มิ ขึ้น (Value Propositions)
1. ไดห้ ลกั สตู ร Up Skills Re Skills และ Future skill ใหม่ๆ (พรเี มย่ี ม) เปน็ ท่ีต้องการของผู้เรียน

และประชาชนท่วั ไป
2. นักเรียน นกั ศกึ ษา และผฝู้ กึ อบรม มอี งค์ความรจู้ ากการ Up Skills Re Skills สู่ Future skill

นาไปประกอบอาชพี ได้
3. นักเรียน นักศกึ ษา และผฝู้ กึ อบรม มีศกั ยภาพ และคุณภาพ ในอาชพี ของตนเอง

การบริหารจดั การขบั เคล่ือนให้สถานศกึ ษาขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ในปัจจุบนั ปรมิ าณผู้เรียน
เริ่มลดน้อยลงตามอัตราการเกิดที่ลดลงของประชากรในประเทศ จนส่งผลกระทบต่ออัตรากาลังครู เน่ืองจากการ
จัดสรรอัตรากาลังครูจะต้องเป็นไปตามการจัดสรรอัตรากาลังตามยอดปรมิ าณผู้เรยี นซึง่ เปน็ ข้อกาหนดในหลักเกณฑ์
ของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดังนั้นเม่ือมีจานวนผู้เรียนเริ่มลดน้อยลง
งบประมาณอุดหนุนรายหัวก็จะได้รับการจัดสรรลดน้อยลงตามไปด้วยเพราะการเรียนอาชีวศึกษาไม่ได้เหมือนกับ
การเรียนขั้นพื้นฐานท่ีครูหน่งึ คนสามารถสอนได้ทุกวชิ าเน่ืองจากการเรียนสายอาชีพจาเป็นจะต้องมีครูให้ครบตาม
สาขาวิชาชีพการแก้ปัญหาสถานศึกษา ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาควรดาเนินการเร่ืองการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและ
คน้ หาอัตลักษณค์ วามโดดเด่นของสถานศึกษาตนเองเพ่อื สรา้ งความเชื่อมัน่ ให้แก่ผปู้ กครองและนกั เรียนนกั ศกึ ษา ใน
การเพ่ิมปริมาณผู้เรียน โดยจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรท่ีทันสมัยสนองตอบต่อความต้องการของผู้เรียนและ
สถานประกอบการ นาหลักสูตรวชิ าชีพระยะสั้น Up Skills Re Skills นาไปสู่ชุมชน และโครงการห้องเรยี นอาชีพ

39

เพื่อเพิ่มปริมาณผู้เรียนและสถานศึกษาต้องทาให้สถานศึกษามีคุณภาพน่าเช่ือถือว่าเมื่อสาเร็จการศึกษาหรือ
ฝึกอบรมเสร็จแล้วมีงานทาอย่างแน่นอน ผู้เรียนก็จะเพ่ิมขึ้นมีงบประมาณมาบริหารจัดการขับเคลื่อนสถานศึกษา
ดงั นั้นผู้บรหิ ารสถานศึกษาจะตอ้ งเรง่ ค้นหาจดุ เดน่ ของสถานศกึ ษาตนเองออกมาใหไ้ ดโ้ ดยใช้วิธีการของ SABER และ
Business Model Canvas

40

ส่วนที่ 5
ขอ้ เสนอแนะการยกระดบั คุณภาพการจดั การอาชวี ศกึ ษา

๑. ผอู้ านวยการสถานศึกษา
ขอ้ เสนอแนะการยกระดบั คณุ ภาพการจัดการอาชีวศกึ ษาทจ่ี ะทาให้การขับเคลื่อนการจดั การอาชีวศึกษาสู่

ความเปน็ เลิศ ดังนี้
1.1.การศึกษาความต้องการ/ความจาเป็น ในการพัฒนาตนเองของครูและบุคลากร ศึกษาความต้องการ

ของผู้เรียนในการเรียนรู้และรับบริการทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพ ศึกษาความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซ่ึง
ประกอบด้วย ผู้ปกครอง ชุมชน และนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด ผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสมศ.
และผลการประเมินติดตามตรวจสอบคุณภาพภายในจากหนว่ ยงานต้นสังกัด ตลอดจนสภาพปัญหาตา่ งๆ ที่ผ่านมา
เพอ่ื เป็นแนวทางในการปรับปรงุ เปล่ียนแปลง แก้ไข พัฒนา

1.๒. การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดาเนนิ การศกึ ษาความคดิ เห็นจากทกุ ภาคส่วน ประกอบด้วย
ครู บุคลากรทางการศกึ ษา นักเรยี น คณะกรรมการสถานศกึ ษา และชุมชน มีสว่ นร่วมดาเนินการ
โดยกาหนดเปน็ ขัน้ ตอนดังน้ี

๑) ทบทวนภารกิจการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษาและศกึ ษาขอ้ มลู สารสนเทศทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
๒) วเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มของสถานศกึ ษาทีม่ ีผลกระทบต่อการจัดการศกึ ษา (SWOT) และ
ประเมินสภาพของสถานศกึ ษา
๓) กาหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พนั ธกิจ (Mission) และเปา้ ประสงค์ (Corporate Objective)
ของสถานศกึ ษา
๔) กาหนดกลยทุ ธ์ของสถานศึกษา
๕) ประสานเครือข่ายความรว่ มมือพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นสนองความต้องการของผู้เรยี น
หรอื ผู้เข้ารบั การเขา้ รับการฝึกอบรมในการนาไปประกอบอาชพี
6) กาหนดผลผลิต (Outputs) ผลลัพธ์ (Outcomes)และตัวช้วี ัดความสาเรจ็ (Key Performance
Indicators : KPI) โดยจัดทาเป็นขอ้ มูลสารสนเทศ
7) กาหนดเป้าหมายของผลผลิตในเชิงปริมาณ คุณภาพ และผลลัพธ์ท่ีสอดคล้องกับผลการ
ปฏบิ ตั งิ านของสถานศึกษา
8) จัดทารายละเอยี ดโครงสรา้ ง แผนงาน งาน/โครงการ และกจิ กรรมหลกั สาหรับการ Up Skills
Re Skills สู่ Future skillใหก้ ับผเู้ รยี นตามสถานการณท์ ีเ่ ปลีย่ นแปลงอย่างรวดเรว็ (Disruption)
9) จดั ประชมุ ให้รบั ฟังความคิดเหน็ จากผทู้ ีเ่ ก่ยี วข้อง เพ่อื ปรบั ปรงุ และนาเสนอขอความ
เหน็ ชอบตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารสถานศกึ ษา และเสนอต่อคณะกรรมการบรหิ ารวทิ ยาลัย
10) นิเทศติดตามแนะนาช่วยเหลือเพ่ิมพูนองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ให้กับผู้ผ่านการพัฒนา
ทกั ษะอาชีพอยา่ งต่อเนือ่ ง

๒. สถานศึกษาและสถาบนั การอาชวี ศึกษา
ข้อเสนอแนะการยกระดับคุณภาพการจดั การอาชีวศกึ ษา ในมิตขิ องสถานศึกษาท่จี ะทาให้การขบั เคล่ือน

การจดั การอาชวี ศึกษาในบรบิ ทเชิงพน้ื ทส่ี ู่ความเป็นเลิศดังน้ี
๒.๑ แนวทางและเป้าหมายดา้ นการบรหิ ารวชิ าการและความเป็นผ้นู าทางวชิ าการ พัฒนา

41

ทักษะอาชีพ Up Skills Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา สถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรท่ี
หลากหลายทง้ั ภาคปกติ ทวิภาคี หลักสูตรระยะสัน้ รองรบั การพฒั นาทกั ษะอาชีพใหส้ อดคลอ้ งกับความต้องการของ
สถานประกอบการ ตลาดแรงงาน เพื่อสร้างกาลังคนท่ีมีสมรรถนะสูง รองรับอุตสาหกรรม New Growth Engine
ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพ่ือให้ผู้เรียนมี
สมรรถนะตรงตามความตอ้ งการของสถานประกอบการ

2.๒ แนวทางและเป้าหมายดา้ นบริหารจดั การสถานศกึ ษา พฒั นาทกั ษะอาชพี Up Skills
Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมงี านทา

2.๒.1 ส่งเสริมและพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา ใหม้ ี
สมรรถนะเต็มตามศกั ยภาพตรงตามสาขาวิชาชีพ โดยเนน้ การ Up Skills Re Skills ทกั ษะการทางาน เสรมิ ทักษะ
การใชภ้ าษาองั กฤษ หรือภาษาตา่ งประเทศอ่นื และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ดว้ ยวิธีการต่างๆ อย่างเหมาะสม

2.๒.2 บริหารกิจการผู้เรียน จดั กิจกรรมสง่ เสริมและพฒั นาผู้เรยี น ให้ผ้เู รียนมีสมรรถนะ
ตามทกั ษะวชิ าชีพ มีการ Up Skills Re Skills สู่ Future skillและมีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

2.๒.3 จัดระบบดแู ลช่วยเหลือผู้เรยี น เพอ่ื แกป้ ญั หาและพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ โี อกาสและ
ความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหล่อื มล้า

๒.๓ แนวทางและเปา้ หมายด้านการบริหารการเปล่ยี นแปลงเชิงกลยุทธ์และนวตั กรรม
พัฒนาทกั ษะอาชพี Up Skills Re Skills สู่ Future skillแบบรับรองการมีงานทา

๒.๓.1 กาหนดนโยบาย แผน กลยุทธ์ในการพฒั นาสถานศึกษารว่ มกบั ครู คณะกรรมการ
สถานศกึ ษา ผู้ปกครอง ชมุ ชน และเครอื ข่าย โดยใชข้ ้อมูลเชิงประจักษเ์ ปน็ ฐาน เพ่ือเปน็ แนวทางเชิงรกุ ในการพฒั นา
สถานศกึ ษา และคุณภาพผเู้ รยี น

๒.๓.2 นานโยบาย แผน กลยุทธ์ในการพัฒนาสถานศกึ ษาไปปฏบิ ตั ิ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ
กากับและติดตาม ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ตามแผนท่ีกาหนด

๒.๓.3 สรา้ งหรอื นานวัตกรรม เทคโนโลยีดิจทิ ัล มาใชใ้ นการพฒั นาสถานศกึ ษาและ
ผ้เู รยี น ส่งเสรมิ สนับสนนุ ใหผ้ ู้เรยี นพัฒนาทักษะอาชีพ Up Skills Re Skills และสามารถดารงชวี ิตได้อย่างมี
คณุ ภาพปรบั ตวั สู่ Future Job ในอนาคต

๒.๓.4 สรา้ งการมสี ว่ นรว่ ม การทางานเปน็ ทีม ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงและ
นวัตกรรมในสถานศกึ ษา ให้เกดิ การพฒั นาสถานศึกษาอยา่ งยั่งยนื

๒.๔ แนวคิดและเปา้ หมายดา้ นการบรหิ ารงานชมุ ชนและเครือขา่ ย พฒั นาทกั ษะอาชพี Up
Skills, Re Skills สู่ Future skillแบบรบั รองการมีงานทา

๒.๔.1 สร้างและพัฒนาความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์กับผู้เรียน ครู คณะกรรมการ
สถานศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง ชุมชนและเครือข่าย เพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ทักษะอาชีพ Up Skills Re Skills
เสรมิ สรา้ งคุณธรรม จรยิ ธรรม การดูแลชว่ ยเหลอื และพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผู้เรียน

๒.๔.2 จัดระบบการให้บริการในสถานศึกษา ประสานความร่วมมือกับชุมชนและ
เครือขา่ ย ในการระดมทรพั ยากรเพื่อการศึกษา ให้บรกิ ารดา้ นวชิ าการแก่ชมุ ชน และงานจิตอาสา เพื่อสร้างเครอื ขา่ ย
ในการพฒั นาคุณภาพการศึกษาให้แกผ่ ูเ้ รยี น สถานศกึ ษา และชมุ ชน และเสรมิ สรา้ งวัฒนธรรมท้องถ่ิน

๒.๔.๓ สร้างและพัฒนาความร่วมมือกับสถานประกอบการในการพัฒนาหลักสูตร การ
Up Skills Re Skills ใหเ้ ป็นไปตามความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

42

๓. สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ข้อเสนอแนะในการยกระดบั คุณภาพการจัดการศึกษา ในมิตขิ องสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

ทจี่ ะหนนุ เสรมิ ใหก้ ารขบั เคลือ่ นการจดั การอาชีวศึกษาในภาพรวมของประเทศส่คู วามเปน็ เลศิ ดงั นี้
๓.๑ ควรกาหนดนโยบายการพฒั นาทกั ษะอาชีพ การ Up Skills Re Skills และ Future skillให้เป็นไป

ตามความต้องการของผเู้ รยี น ประชาชน สถานประกอบการและตลาดแรงงาน เพ่ือผลิตและพัฒนากาลังคน
อาชีวศึกษาให้มีศกั ยภาพรองรับการพัฒนาสมรรถนะอาชีพในอนาคต และ Future Job

๓.๒ สนับสนุนงบประมาณดาเนินการพัฒนาหลกั สูตรวชิ าชีพ Up Skills Re Skills เพอ่ื พฒั นาทักษะ
อาชพี ในปจั จุบนั และ Future skillสาหรับงานในอนาคต รับรองการมงี านทาให้มคี วามเหมาะสม สนองต่อความ
ต้องการของตลาดอาชีพ

๓.๓ ควรมคี ณะกรรมการประเมินผลกากบั นิเทศ ตดิ ตามการดาเนนิ งาน ตามนโยบายการพฒั นาอาชพี
อยา่ งจรงิ จงั และตอ่ เน่ือง เพ่อื ใหเ้ กิดประสทิ ธผิ ล

๓.๔ ควรเพมิ่ ทักษะอาชพี ทท่ี ันสมัย Up Skills Re Skills ก้าวทนั ต่อการเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยีอย่าง
รวดเร็วในปัจจุบัน

๓.๕ สง่ เสริมการพฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีทกั ษะ Up Skills Re Skills ความรใู้ หม่ๆ
เพื่อใหส้ ามารถถ่ายทอดวิชาชีพใหก้ บั ผู้เรยี นได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

๓.๖ จดั สรรงบประมาณจดั หาครภุ ัณฑ์เก่ยี วกับเทคโนโลยที ีท่ นั สมัยใหม่ เพอื่ ให้ผู้เรียนมีทกั ษะอาชีพ
สมรรถนะวชิ าชีพ รองรับการมงี านทา หรือประกอบอาชีพอิสระเม่อื สาเรจ็ การศกึ ษา


Click to View FlipBook Version